โควิด-19 สายพันธุ์ Mu – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 21 Sep 2021 02:11:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ชมคลิป: รู้จักโควิดสายพันธุ์ ‘มิว’ ที่องค์การอนามัยโลกกำลังจับตา https://thestandard.co/covid-species-mu/ Thu, 23 Sep 2021 01:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=538699 Covid species MU

รู้จักโควิดสายพันธุ์ ‘มิว’ ที่องค์การอนามัยโลกกำลังจับต […]

The post ชมคลิป: รู้จักโควิดสายพันธุ์ ‘มิว’ ที่องค์การอนามัยโลกกำลังจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Covid species MU

รู้จักโควิดสายพันธุ์ ‘มิว’ ที่องค์การอนามัยโลกกำลังจับตา

The post ชมคลิป: รู้จักโควิดสายพันธุ์ ‘มิว’ ที่องค์การอนามัยโลกกำลังจับตา appeared first on THE STANDARD.

]]>
โควิดสายพันธุ์ ‘มิว’ น่ากังวลแค่ไหน เมื่อ WHO จับตา แต่ยังเทียบเดลตาที่ครองสัดส่วนการระบาดทั่วโลกไม่ได้ https://thestandard.co/key-messages-how-worried-is-the-mu-type-of-covid/ Wed, 08 Sep 2021 05:55:33 +0000 https://thestandard.co/?p=534308 Covid species MU

ไวรัสโควิดสายพันธุ์ B.1.621 หรือที่รู้จักกันในชื่อสายพั […]

The post โควิดสายพันธุ์ ‘มิว’ น่ากังวลแค่ไหน เมื่อ WHO จับตา แต่ยังเทียบเดลตาที่ครองสัดส่วนการระบาดทั่วโลกไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Covid species MU

ไวรัสโควิดสายพันธุ์ B.1.621 หรือที่รู้จักกันในชื่อสายพันธุ์ ‘มิว’ เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘สายพันธุ์ที่น่าสนใจ’ ขององค์การอนามัยโลก (WHO) มาตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2021 ที่ผ่านมา พร้อมกับมีรายงานข่าวว่าองค์การอนามัยโลกกำลังจับตาดูไวรัสสายพันธุ์นี้ ท่ามกลางการพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ต่างๆ ของโลก

 

ตอนนี้เรารู้อะไรเกี่ยวกับเชื้อไวรัสสายพันธุ์นี้แล้วบ้าง?

 

  • รายงานด้านระบาดวิทยาจากองค์การอนามัยโลกประจำสัปดาห์ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2021 ระบุว่า ‘มิว’ เป็นชื่อสายพันธุ์ที่องค์การอนามัยโลกกำหนดให้เชื้อสายพันธุ์ B.1.621 และเชื้อสายพันธุ์นี้ยังพบสายพันธุ์ย่อย B.1.621.1 ด้วย
  • เชื้อสายพันธุ์นี้ถูกพบครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2021 ที่ประเทศโคลอมเบีย หลังจากนั้นก็มีการพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ประปรายและมีรายงานการระบาดขนาดใหญ่กว่าจากประเทศอื่นๆ ในทวีปอเมริกาใต้และยุโรป รายงานฉบับนี้ยังอ้างอิงข้อมูลของเว็บไซต์ GISAID ซึ่งเป็นความริเริ่มเพื่อการแบ่งปันข้อมูลไวรัสในโรคระบาด ที่พบว่ามีการอัปโหลดลำดับจีโนมของเชื้อสายพันธุ์นี้แล้วจาก 39 ประเทศทั่วโลก
  • เชื้อสายพันธุ์มิวมีกลุ่มของการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้สมบัติที่เป็นไปได้ในการหลบหนีภูมิคุ้มกัน และข้อมูลเบื้องต้นที่ถูกนำเสนอต่อคณะทำงานด้านวิวัฒนาการของไวรัส (Virus Evolution Working Group) แสดงให้เห็นถึงการลดลงของความสามารถในการลบล้างฤทธิ์ของเซรั่มของผู้ป่วยที่หายจากโรคและผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วคล้ายกับที่พบในเชื้อสายพันธุ์เบตา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้ยังต้องรอการยืนยันจากการศึกษาอื่นต่อไป
  • รายงานขององค์การอนามัยโลกฉบับนี้ยังระบุว่า แม้ความชุกของเชื้อสายพันธุ์นี้ในหมู่เชื้อที่มีการถอดรหัสแล้วทั่วโลกจะลดลงและอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 0.1% แล้ว แต่ความชุกในโคลอมเบีย ซึ่งอยู่ที่ 39% และเอกวาดอร์ ซึ่งอยู่ที่ 13% มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม มีหมายเหตุว่าความชุกที่มีการรายงานนี้ควรถูกตีความด้วยการพิจารณาที่เหมาะสมต่อข้อจำกัดในการเฝ้าระวังต่างๆ ซึ่งรวมถึงความสามารถในการถอดรหัสพันธุกรรมและความ ‘ถูกเวลา’ ของการแบ่งปันข้อมูล ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ที่แตกต่างกันไป
  • นอกจากนี้ รายงานยังบอกด้วยว่าลักษณะทางคลินิกและฟีโนไทป์ของเชื้อสายพันธุ์นี้ยังคงต้องมีการศึกษากันต่อ และรวมถึงยังต้องจับตาด้านระบาดวิทยาของเชื้อสายพันธุ์นี้ในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะกับการระบาดร่วมกับเชื้อสายพันธุ์เดลตาด้วย
  • แอนโทนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อชั้นนำของสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (2 กันยายน) ว่า ภายในสหรัฐฯ นั้นเชื้อสายพันธุ์มิวยังไม่ใช่ ‘ภัยคุกคามโดยทันทีในขณะนี้’ เขายังระบุว่า แม้รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังจับตาสายพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด แต่สายพันธุ์ดังกล่าวก็ยังไม่ใกล้เคียงกับการเป็นสายพันธุ์หลักภายในประเทศเลย เพราะสายพันธุ์เดลตายังคงเป็นสาเหตุของการติดเชื้อกว่าร้อยละ 99 ในสหรัฐฯ ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุข้อมูลที่ได้จากการใช้แบบจำลองในการประมาณการสัดส่วนล่าสุดของการระบาดของเชื้อสายพันธุ์ต่างๆ ว่า ในวันที่ 22-28 สิงหาคม เชื้อสายพันธุ์เดลตา (B.1.617.2 ที่ไม่รวม AY.1 และ AY.2) มีสัดส่วนการระบาดอยู่ถึงร้อยละ 99.1 ในสหรัฐฯ
  • อย่างไรก็ตาม เฟาซีก็บอกว่า ข้อมูลที่ชี้ว่าเชื้อสายพันธุ์นี้สามารถหลบเลี่ยงแอนติบอดีบางชนิดนั้นส่วนใหญ่มาจากห้องปฏิบัติการ แต่ปัจจุบันเราก็ยังขาดข้อมูลทางคลินิกและงานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้คนซึ่งแสดงถึงข้อเท็จจริงนี้ แต่เขาเน้นย้ำว่าโดยทั่วไปวัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพและให้การป้องกันต่อเชื้อโควิดได้ดีที่สุด
  • รายงานข่าวจาก The Washington Post เมื่อวันที่ 3 กันยายน ระบุว่า มีบริษัทผู้ผลิตวัคซีนอย่างบริษัท Pfizer ที่ออกมาระบุกับ The Washington Post ว่ากำลังศึกษาเชื้อสายพันธุ์นี้ และคาดว่าจะสามารถให้ข้อมูลกับวารสารทางวิชาการที่ผ่านการพิจารณาตรวจสอบ (Peer Reviewed Journal) ได้ในเร็วๆ นี้
  • The Washington Post ยังรายงานคำให้สัมภาษณ์ของ ปาอูล การเดนัส ศาสตราจารย์ด้านโรคติดเชื้อและจีโนมิกส์จากมหาวิทยาลัย Universidad San Francisco de Quito ในเอกวาดอร์ ที่ศึกษาเชื้อสายพันธุ์นี้ และระบุว่า จากหลักฐานที่ปรากฏในปัจจุบัน เชื้อสายพันธุ์นี้ดูจะแพร่เชื้อได้ง่ายกว่าเชื้อโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิม และระบุว่าสายพันธุ์มิวสามารถที่จะมีศักยภาพเหนือกว่าสายพันธุ์แกมมาและอัลฟาในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอกวาดอร์และโคลอมเบีย อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่า ‘ยังไม่มีสัญญาณใด’ ที่แสดงว่าผู้คนควรวิตกกังวลมากขึ้นเลย สายพันธุ์เหล่านี้อุบัติขึ้นตลอดเวลาและเป็นสิ่งสำคัญที่ไวรัสเหล่านี้จะมีลักษณะเฉพาะเพื่อการติดตามอยู่แล้ว
  • ขณะที่ล่าสุด ดร.มาเรีย แวน เคิร์คโฮฟ หัวหน้าทีมเทคนิคสำหรับโควิด-19 ขององค์การอนามัยโลก กล่าวในการตอบคำถามผ่านระบบออนไลน์ขององค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 7 กันยายน อธิบายถึงเชื้อสายพันธุ์นี้ว่าในบางประเทศในอเมริกาใต้พบสัดส่วนการระบาดเพิ่มขึ้น แต่ภูมิภาคอื่นๆ ของโลกพบสัดส่วนการระบาดน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่สายพันธุ์เดลตาระบาดอยู่ เธอพยายามให้ความมั่นใจว่ามีคนจำนวนมากกำลังศึกษาไวรัสตัวนี้อยู่ และย้ำว่าไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์เดลตา มิว หรือสายพันธุ์อื่นใดในอนาคต เราก็ยังสามารถควบคุมเกี่ยวกับการทำให้ตัวเองปลอดภัยได้ ซึ่งวัคซีนก็เป็นทางออกหนึ่ง
  • และ ดร.ไมค์ ไรอัน หัวหน้าโครงการฉุกเฉินด้านสุขภาพของ WHO ระบุว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่อุบัติขึ้นจะต้องแข่งขันกับไวรัสที่เป็น ‘อันดับที่หนึ่ง’ ซึ่งในขณะนี้คือสายพันธุ์เดลตา และเดลตาเองก็มีแนวโน้มที่จะ ‘มีศักยภาพเหนือกว่า’ สายพันธุ์อื่นๆ เช่นสายพันธุ์มิวด้วย

 

ภาพ: Fit Ztudio via ShutterStock 

อ้างอิง:

The post โควิดสายพันธุ์ ‘มิว’ น่ากังวลแค่ไหน เมื่อ WHO จับตา แต่ยังเทียบเดลตาที่ครองสัดส่วนการระบาดทั่วโลกไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. ระบุจับตาโควิดสายพันธุ์มิว ยันเร่งเพิ่มการสุ่มตรวจตัวอย่างเชื้อต่อเนื่อง https://thestandard.co/moph-keep-on-the-mu-strain-of-covid/ Mon, 06 Sep 2021 11:02:32 +0000 https://thestandard.co/?p=533701 Supakit Sirilak

วันนี้ (6 กันยายน) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศ […]

The post สธ. ระบุจับตาโควิดสายพันธุ์มิว ยันเร่งเพิ่มการสุ่มตรวจตัวอย่างเชื้อต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Supakit Sirilak

วันนี้ (6 กันยายน) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิดในประเทศไทย ถึงกรณีสายพันธุ์มิว (MU) ที่กำลังเป็นที่สนใจขณะนี้ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) มีการจัดชั้นของการกลายพันธุ์โควิด ได้แก่ ชั้น VOI คือการกลายพันธุ์ที่อยู่ในความสนใจ ส่วนอีกชั้นคือ VOC คือการกลายพันธุ์ที่มีความน่าเป็นห่วงและกังวล ซึ่งมีอยู่ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ อัลฟา เดลตา เพราะมีการแพร่กระจายเร็วมาก ไม่ค่อยดื้อวัคซีน ส่วนเบตา แกรมมา แม้ว่าจะดื้อวัคซีน แต่การแพร่กระจายเชื้อไม่เร็ว

 

อย่างไรก็ตาม สายพันธุ์มิวถูกจัดอยู่ในชั้น VOI คือการกลายพันธุ์ที่อยู่ในความสนใจ เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง E484K จากแกรมมา เบตา ทำให้หลีกภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าเดิม N501Y จากอัลฟา มีความต่อต้านวัคซีนที่ต่ำอยู่ ยังไม่มีข้อมูลว่าจะแพร่กระจายเชื้อได้เร็วหรือติดเชื้อง่ายหรือไม่ ซึ่งทั่วโลกยังพบน้อยมากเพียง 0.1% ปัจจุบันพบแล้ว 39 ประเทศ พบมากในสหรัฐอเมริกาประมาณ 2,400 ตัวอย่าง เฉลี่ย 37% โคลอมเบีย 965 ตัวอย่าง ซึ่งเป็นประเทศแรกที่รายงานว่าพบสายพันธุ์นี้และพบมากในประเทศถึง 40% ของประชากรโคลอมเบีย โดยมีผู้ติดเชื้อประมาณ 5 ล้านคน เสียชีวิต 1.2 แสนคน จึงต้องเฝ้าระวังติดตาม และในประเทศอื่นๆ ได้แก่ เม็กซิโก สเปน เอกวาดอร์

 

ขณะที่ประเทศไทยมีการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิดที่มีการตรวจตัวอย่างเชื้อสัปดาห์ละ 1,000 คน ที่มีการตรวจเฉพาะด้วย RT-PCR ซึ่งมีการใช้น้ำยาเฉพาะสายพันธุ์ และการตรวจโฮจีโนม โดยสุ่มจากผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ที่มีอาการหนักมากขึ้นในพื้นที่คลัสเตอร์ และกระจายไปส่วนภูมิภาคต่างๆ อาจจะมีการปรับกลุ่มเป้าหมายในการตรวจให้มากกว่าเดิม โดยนับตั้งแต่วันนี้ถึงเดือนธันวาคม 2564 จะมีการตรวจให้ได้ 10,000 ตัวอย่าง และจะมีการรายงานทุกสองสัปดาห์ไปที่ฐานข้อมูลโควิดโลก หรือ GISAID  

 

“ส่วนที่มีการพบเดลตากลายพันธุ์ AY12 ในไทย กำลังมีการพิจารณาในเรื่องของการใส่รหัสสายพันธุ์ให้ถูกต้องและจะเผยแพร่อีกครั้ง ขอย้ำในเรื่องการฉีดวัคซีนสูตรไขว้ที่ฉีดไปกว่า 2 ล้านโดส เพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกัน และยังไม่พบผลข้างเคียง นอกเหนือจากผลข้างเคียงของวัคซีนปกติ และหากหลังฉีดพบการเสียชีวิตจะต้องมีการตรวจพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน” นพ.ศุภกิจ กล่าว 

The post สธ. ระบุจับตาโควิดสายพันธุ์มิว ยันเร่งเพิ่มการสุ่มตรวจตัวอย่างเชื้อต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ที่ปรึกษาทำเนียบขาวชี้ โควิดสายพันธุ์มิวยังไม่ใช่ภัยคุกคามเฉพาะหน้าในสหรัฐฯ https://thestandard.co/white-house-medical-advisor-pointed-out-covid-mu-strain-not-immediate-threat-in-us/ Fri, 03 Sep 2021 03:35:54 +0000 https://thestandard.co/?p=532581 Anthony Fauci

นพ.แอนโทนี เฟาชี หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของทำเนียบ […]

The post แพทย์ที่ปรึกษาทำเนียบขาวชี้ โควิดสายพันธุ์มิวยังไม่ใช่ภัยคุกคามเฉพาะหน้าในสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Anthony Fauci

นพ.แอนโทนี เฟาชี หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของทำเนียบขาว กล่าวว่า มิว (Mu) ซึ่งเป็นไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ ยังไม่ถือเป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้าสำหรับสหรัฐฯ 

 

“เรากำลังให้ความสนใจสายพันธุ์มิวอย่างจริงจัง แต่เราไม่คิดว่ามิวเป็นภัยคุกคามเฉพาะหน้าในตอนนี้” นพ.เฟาชีกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (2 กันยายน)

 

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุในรายงานระบาดวิทยาโรคโควิดรายสัปดาห์ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารว่า ทางหน่วยงานได้เพิ่มสายพันธุ์ ‘มิว’ หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า B.1.621 เข้าไปในรายชื่อสายพันธุ์ที่ ‘น่าสนใจ’ ของ WHO เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

 

นพ.เฟาชีกล่าวว่า “สายพันธุ์นี้มีกลุ่มของการกลายพันธุ์ที่หลบเลี่ยงแอนติบอดีบางชนิดได้ ไม่เพียงโมโนโคลนอลแอนติบอดีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงแอนติบอดีที่เกิดจากวัคซีน และแอนติบอดีที่ได้จากเซรุ่ม แต่มีข้อมูลทางคลินิกไม่มากนักที่บ่งชี้เช่นนั้น เพราะข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อมูลจากการทดลองในหลอดทดลองในห้องปฏิบัติการ”

 

แพทย์ที่ปรึกษาทำเนียบขาวกล่าวด้วยว่า แม้วัคซีนโควิดถูกพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงสายพันธุ์โควิดดั้งเดิม แต่วัคซีนก็ยังมีประสิทธิภาพมากในการต่อต้านสายพันธุ์เดลตา

 

“จำไว้ว่า ถึงแม้จะมีสายพันธุ์ที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลงบ้าง แต่วัคซีนก็ยังค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการต่อต้านสายพันธุ์ที่พบในเวลานั้น” นพ.เฟาชีกล่าว

 

WHO เคยจัดประเภทให้เดลตาเป็น ‘สายพันธุ์ที่น่าสนใจ’ จนกระทั่งถูกประกาศเป็น ‘สายพันธุ์ที่น่ากังวล’ ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หลังจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าเดลตาสามารถแพร่กระจายได้ง่ายกว่าไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเดลตาก็ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของการระบาดใหญ่ทั่วโลก รวมถึงในสหรัฐฯ

 

นพ.เฟาชีกล่าวต่อไปด้วยว่า สายพันธุ์เดลตายังคงเป็นสายพันธุ์หลักในสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 99% ของการติดเชื้อใหม่ในประเทศ ขณะที่สายพันธุ์มิวนั้นยังไม่ใกล้เคียงกับการระบาดไปทั่วสหรัฐฯ

 

แต่ถึงกระนั้น “เรากำลังจับตาดูสายพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด” นพ.เฟาชีกล่าว

 

มิวถูกพบครั้งแรกในโคลอมเบีย และปัจจุบันได้รับการยืนยันในอย่างน้อย 39 ประเทศ องค์การอนามัยโลกเตือนว่าแม้ความชุกทั่วโลกของสายพันธุ์นี้จะลดลง โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 0.1% แต่ความชุกของสายพันธุ์นี้ในโคลอมเบียและเอกวาดอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ภาพ: J. Scott Applewhite-Pool / Getty Images

อ้างอิง:

The post แพทย์ที่ปรึกษาทำเนียบขาวชี้ โควิดสายพันธุ์มิวยังไม่ใช่ภัยคุกคามเฉพาะหน้าในสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHO เฝ้าจับตาเชื้อโควิดกลายพันธ์ุ ‘มิว’ พบเชื้อแล้วอย่างน้อย 39 ประเทศทั่วโลก https://thestandard.co/who-keep-on-the-covid-19-mutant-mu/ Thu, 02 Sep 2021 02:10:13 +0000 https://thestandard.co/?p=532051 WHO

เมื่อวานนี้ (1 กันยายน) องค์การอนามัยโลก (WHO) กำลังเฝ้ […]

The post WHO เฝ้าจับตาเชื้อโควิดกลายพันธ์ุ ‘มิว’ พบเชื้อแล้วอย่างน้อย 39 ประเทศทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
WHO

เมื่อวานนี้ (1 กันยายน) องค์การอนามัยโลก (WHO) กำลังเฝ้าจับตาเชื้อโควิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์ B.1.621 หรือ เชื้อ ‘มิว’ (Mu) ที่ตรวจพบครั้งแรกในโคลอมเบีย ทวีปอเมริกาใต้ เมื่อช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมา ล่าสุดพบเชื้อแล้วอย่างน้อยใน 39 ประเทศทั่วโลก คาดเชื้อมีความสามารถหลบเลี่ยงและต้านทานภูมิคุ้มกันที่เกิดจากการฉีดวัคซีนหรือการเคยติดเชื้อโควิดได้

 

WHO จึงกำหนดให้เชื้อมิวกลายเป็นหนึ่งในเชื้อไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ สายพันธ์ุล่าสุดที่อยู่ในกลุ่มการกลายพันธ์ุที่น่าสนใจ (Variants of Interest: VOI) ร่วมกับเชื้ออีตา (B.1.525) เชื้อไอโอตา (B.1.526) เชื้อแคปปา (B.1.617.1) และเชื้อแลมป์ดา (C.37) 

 

หากมีข้อมูลที่ยืนยันได้ว่าเชื้อมีระดับความรุนแรงมากขึ้น แพร่กระจายเชื้อได้มากขึ้น ก็จะเลื่อนระดับให้อยุ่ในกลุ่มการกลายพันธ์ุที่น่ากังวล (Variants of Concern: VOC) ซึ่งในขณะนี้มีเชื้อกลายพันธ์ุที่ WHO จัดให้อยู่ในกลุ่มนี้ 4 สายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นเชื้ออัลฟา (B.1.1.7) เชื้อเบตา (B.1.351) เชื้อแกมมา (P.1) และเชื้อเดลตา (B.1.617.2)

 

โดยก่อนหน้านี้เชื้อเดลตาเป็นหนึ่งในเชื้อกลุ่ม VOI ก่อนที่จะได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม VOC ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนที่จะเริ่มแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและกลายเป็นเชื้อสายพันธ์ุหลักที่แพร่ระบาดในหลายประเทศทั่วโลก ขณะที่ในภาพรวม แม้เชื้อมิวจะมีแนวโน้มการแพร่ระบาดลดลงและยังคงต่ำกว่า 0.1% แต่ WHO เผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อมิวในโคลอมเบีย รวมถึงเอกวาดอร์กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องศึกษาวิจัย เพื่อทำความเข้าใจเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ให้มากขึ้น 

 

“การแพร่ระบาดของเชื้อมิวในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในช่วงที่แพร่ระบาดร่วมกันกับเชื้อเดลตาจะได้รับการเฝ้าจับตาเพื่อสังเกตและเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงต่างๆ”

 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 

ภาพ: Avishek Das / SOPA Images / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post WHO เฝ้าจับตาเชื้อโควิดกลายพันธ์ุ ‘มิว’ พบเชื้อแล้วอย่างน้อย 39 ประเทศทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>