โครงการ ปุ๋ยคนละครึ่ง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โครงการ-ปุ๋ยคนละครึ่ง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 20 Nov 2024 01:07:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นฤมลถกอนุกรรมการ นบข. มีมติเลิกปุ๋ยคนละครึ่ง เปลี่ยนเป็นเงินช่วยชาวนาไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ https://thestandard.co/thailand-ends-fertilizer-subsidy-program/ Wed, 20 Nov 2024 01:07:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1010582 ปุ๋ยคนละครึ่ง

วานนี้ (19 พฤศจิกายน) ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรี […]

The post นฤมลถกอนุกรรมการ นบข. มีมติเลิกปุ๋ยคนละครึ่ง เปลี่ยนเป็นเงินช่วยชาวนาไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปุ๋ยคนละครึ่ง

วานนี้ (19 พฤศจิกายน) ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ครั้งที่ 1/2567 ว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 ให้คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต ทบทวนโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว (โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง) กรอบวงเงิน 29,980.1645 ล้านบาท

 

เนื่องจากเกิดปัญหาอุปสรรคต่างๆ และปัจจุบันล่วงเลยระยะเวลาการสนับสนุนปัจจัยการผลิต (ปุ๋ย) ไปแล้ว อีกทั้งเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2567 เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 72.20 อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวและนำผลผลิตออกสู่ตลาด ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินงานโครงการไร่ละ 1,000 บาทไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท เป็นจำนวนมาก

 

ศ. ดร.นฤมล กล่าวต่อไปว่า จากปัญหาและอุปสรรคของโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง อีกทั้งข้อเรียกร้องของพี่น้องชาวนา ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบยกเลิกโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง และเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนเป็นสนับสนุนค่าเก็บเกี่ยวข้าว อัตราช่วยเหลือไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ วงเงินรวมดอกเบี้ย 3.05% จำนวน 27,550.96 ล้านบาท เสนอ นบข. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

 

พร้อมกันนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบหลักการมาตรการเพิ่มระดับผลิตภาพ (Productivity) ของการผลิตข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ในการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวจำนวน 2 โครงการ เป้าหมาย 543 ศูนย์ จำนวนเงิน 2,428.1830 ล้านบาท (โดยใช้จากกรอบวงเงินที่เหลือจากโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว วงเงิน 2,429 ล้านบาท) ได้แก่

 

  1. โครงการศูนย์รวบรวมผลผลิตและกระจายสินค้าข้าว
  2. โครงการสนับสนุนลดต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

 

ทั้งนี้ จะนำเสนอ นบข. ให้พิจารณาอนุมัติเห็นชอบภายในสัปดาห์หน้า และเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยในที่ประชุมนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ประธานกรรมการศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ตลอดจนผู้แทนชาวนา ต่างแสดงความคิดเห็นและพึงพอใจต่อมติดังกล่าว

The post นฤมลถกอนุกรรมการ นบข. มีมติเลิกปุ๋ยคนละครึ่ง เปลี่ยนเป็นเงินช่วยชาวนาไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 20 ไร่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไชยา อดีต รมช.เกษตร ยุคธรรมนัส ไม่เห็นด้วยโครงการ ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ https://thestandard.co/former-deputy-minister-opposes-fertilizer-subsidy/ Sun, 21 Jul 2024 11:57:05 +0000 https://thestandard.co/?p=960924

วันนี้ (21 กรกฎาคม) ไชยา พรหมา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกร […]

The post ไชยา อดีต รมช.เกษตร ยุคธรรมนัส ไม่เห็นด้วยโครงการ ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 กรกฎาคม) ไชยา พรหมา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สส. หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่และพูดคุยแลกเปลี่ยนกับ สส. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในหลายจังหวัด ตลอดจนเสียงสะท้อนจากพี่น้องเกษตรกร พบว่า เกษตรกรโดยเฉพาะชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการปุ๋ยและชีวภัณฑ์คนละครึ่งของรัฐบาล ที่อยู่ภายใต้การดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

 

ไชยาระบุว่า เสียงสะท้อนที่ได้รับมาแสดงให้เห็นถึงความกังวลในหลายประเด็นที่สำคัญ เช่น เกษตรกรต้องการให้คงไว้ซึ่งโครงการช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท เพราะมีความคล่องตัวมากกว่าโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งถือเป็นการมัดมือชกเกษตรกร 

 

อีกทั้งยังมีข้อกังวลในเรื่องของคุณภาพปุ๋ยและชีวภัณฑ์ที่ได้รับว่ามีคุณภาพตามมาตรฐานหรือไม่ เพราะมาจากที่กรมการข้าวเป็นผู้คัดเลือกปุ๋ย และเอกชนผู้ขายที่ร่วมโครงการเพียงไม่กี่เจ้าได้ประโยชน์ เปรียบเสมือนการยัดเยียดและมัดมือชกเกษตรกร เป็นการซ้ำเติมชาวนาหรือไม่

 

“ผมในฐานะ สส. ตัวแทนของประชาชน ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตเกษตรกรมาตลอด โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเคยทำหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มองว่าโครงการนี้ได้รับการต่อต้านจากเกษตรกรทั่วประเทศ ไม่เหมือนกับโครงการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1,000 บาทที่ได้รับเงินโดยตรง และสามารถนำไปใช้ลดต้นทุนการผลิตอื่นๆ ทั้งค่าเก็บเกี่ยว ค่าไถ ค่าหว่าน และค่าปุ๋ย ทุกอย่างครบวงจร”

 

ไชยากล่าวด้วยว่า ต้องไม่ลืมว่าการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญ เช่น ระบบชลประทาน การวิเคราะห์ดิน กลไกตลาด และการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม หากต้องการเห็นผลผลิตต่อไร่ของข้าวไทยสูงขึ้น รัฐบาลควรลงทุนบริหารจัดการน้ำและระบบชลประทานอย่างเป็นระบบด้วย 

 

ดังนั้นทางเลือกของชาวนาที่ต้องการลดต้นทุนการผลิตยังมีวิธีอื่นอีกมากมาย โครงการปุ๋ยคนละครึ่งกลับสร้างภาระให้ชาวนาต้องหาเงินสดมาจ่ายค่าปุ๋ยในส่วนของตนเองก่อน เปรียบเสมือนการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เกาไม่ถูกที่คัน และสร้างภาระให้เกษตรกร

 

จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ทบทวนเรื่องนี้อีกครั้ง ถึงแม้โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดต้นทุนการผลิตและช่วยเหลือเกษตรกร แต่ยังไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริงของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลยังมีทางเลือกที่ดีกว่านี้ เช่น การจัดตั้งโรงงานปุ๋ยแห่งชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่เรียกร้องกันมาเป็นเวลานาน อีกทั้งมีข้อสังเกตว่า โครงการนี้มีลับ ลวง พราง นายทุนที่ได้ประโยชน์กับโครงการนี้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ และพยายามผลักดันให้กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว ให้ยอมรับสูตรปุ๋ยเพียงไม่กี่สูตร ซึ่งจะเป็นการผูกขาดอยู่ไม่กี่รายที่ได้ประโยชน์จากโครงการนี้ จึงต้องจับตามองต่อไปว่ามีผู้ประกอบการรายใดผ่านการคัดเลือกและมีการเอื้อประโยชน์ส่วนตัวด้วยหรือไม่

The post ไชยา อดีต รมช.เกษตร ยุคธรรมนัส ไม่เห็นด้วยโครงการ ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมแจง ไม่ได้ยกเลิกไร่ละพัน พร้อมดึงกลับมาใช้ถ้าราคาข้าวตก ระบุคนละส่วนกับปุ๋ยคนละครึ่ง บอก สส. ค้านเพราะไม่เข้าใจถ่องแท้ ไปฟังเกษตรกรมา https://thestandard.co/phumtham-agriculture-policy-explanation/ Fri, 19 Jul 2024 05:25:30 +0000 https://thestandard.co/?p=960074 ภูมิธรรม​ เวชย​ชัย

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ​ภูมิธรรม​ เวชย​ชัย​ รองนายกรัฐมนตร […]

The post ภูมิธรรมแจง ไม่ได้ยกเลิกไร่ละพัน พร้อมดึงกลับมาใช้ถ้าราคาข้าวตก ระบุคนละส่วนกับปุ๋ยคนละครึ่ง บอก สส. ค้านเพราะไม่เข้าใจถ่องแท้ ไปฟังเกษตรกรมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม​ เวชย​ชัย

วันนี้ (19 กรกฎาคม) ​ภูมิธรรม​ เวชย​ชัย​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์​ กล่าวถึงกรณีที่พรรคชาติไทยพัฒนาระบุว่า เกษตรกรอยากให้ใช้มาตรการชดเชยราคาข้าวไร่ละ 1,000 บาท แทนโครงการปุ๋ยคนละครึ่งว่า ต้องแยกสองประเด็นออกจากกัน เรื่องเงินชดเชย 1,000 บาทต่อไร่ รวมไม่เกิน 20 ไร่ วงเงิน 20,000 บาท เป็นเรื่องที่ดำเนินการอยู่ เพราะเป็นมาตรการสำหรับการแทรกแซงหรือช่วยเหลือในช่วงที่ราคาข้าวตก หากเกษตรกรขาดทุน มาตรการนี้ก็ยังกลับมาได้อีก ยังไม่ได้ยกเลิก และเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำต่อ ดังนั้นอย่าไปคิดว่าเอาอะไรมาแทนอะไร 

 

ส่วนกรณีปุ๋ยคนละครึ่งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ตนกำกับดูแลอยู่ เป็นมาตรการช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น และช่วยลดต้นทุนการผลิต เพราะข้าวไทยดีมีมาตรฐาน นานาประเทศนิยม แต่มีราคาสูงเพราะต้นทุนการผลิตสูงกว่า รวมถึงเมล็ดพันธุ์ไม่สามารถเพิ่มผลผลิตเหมือนเวียดนามและหลายประเทศ เมื่อต้นทุนเขาถูกกว่าจึงขายตัดราคาเรา 

 

ดังนั้นเราต้องลดต้นทุน ชาวนาที่มีทุนก็ไปซื้อปุ๋ยได้เอง บางคนยังไม่มีก็แปะโป้งไว้ก่อน เหมือนเป็นการกู้นอกระบบและคิดดอกเบี้ย เมื่อผลผลิตออกมาก็ต้องใช้คืน ทำให้เกษตรกรมีความลำบาก เราต้องช่วยเพื่อลดต้นทุนตรงนี้ให้ซื้อปุ๋ยในราคาถูก ถ้ายังไม่มีเงินก็ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรพิจารณาเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ย้ำว่าเรื่องปุ๋ยคนละครึ่งเป็นเรื่องใหม่ แต่จะมาช่วยลดต้นทุนผลิต 

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า เสียงทักท้วงก็มี เสียงสนับสนุนก็มี แต่เวลานี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แม้จะบอกว่าอาจไม่ทันฤดูกาลผลิต แต่การใช้ปุ๋ยยังมีทั้งข้าวนาปีและพืชผลการเกษตรอีกหลายอย่าง ก่อนหน้านี้จะทำให้ทันก่อนฤดูกาลผลิต แต่มีข้อติดขัดเรื่องความเข้าใจของโครงการที่ประชาชนอาจยังไม่เข้าใจถ่องแท้ เมื่อเข้าใจแล้วคิดว่าคงจะแก้ไขปัญหาไปได้ และโครงการนี้เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2568 จึงขอฝากชาวนาและเกษตรกรอย่ากังวลใจ ปัญหาและวิกฤตที่เกิดขึ้น รัฐบาลพร้อมช่วยอยู่แล้ว โครงการปุ๋ยคนละครึ่งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตเท่านั้น

The post ภูมิธรรมแจง ไม่ได้ยกเลิกไร่ละพัน พร้อมดึงกลับมาใช้ถ้าราคาข้าวตก ระบุคนละส่วนกับปุ๋ยคนละครึ่ง บอก สส. ค้านเพราะไม่เข้าใจถ่องแท้ ไปฟังเกษตรกรมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. เพื่อไทย ภูมิใจไทย ค้าน ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ อ้างชาวนาไม่ชอบ ขอคง ‘ไร่ละพัน’ ไว้เหมือนเดิม https://thestandard.co/thai-agriculture-subsidy-controversy/ Thu, 18 Jul 2024 07:29:22 +0000 https://thestandard.co/?p=959684

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทน […]

The post สส. เพื่อไทย ภูมิใจไทย ค้าน ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ อ้างชาวนาไม่ชอบ ขอคง ‘ไร่ละพัน’ ไว้เหมือนเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 6 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม เปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ได้หารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรว่า เรื่องแมลงหวี่ขาว ซึ่งตอนนี้ระบาดหนักใน 7 อำเภอของจังหวัดอ่างทอง มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายนับหมื่นไร่ จึงขอฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งแก้ไขปัญหาระยะสั้นและระยะยาวในการให้ความรู้กับเกษตรกร

 

กรวีร์กล่าวต่อไปว่า เรื่องโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ซึ่งเป็นโครงการหลักของรัฐบาล ที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับชาวนาที่จะช่วยเหลือค่าปุ๋ย ไร่ละไม่เกิน 500 บาท สูงสุด 20 ไร่ เป็นเงิน 1 หมื่นบาท แต่มีปัญหามากมาย ทั้งการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน สูตรปุ๋ยที่อาจไม่ตรงใจชาวนา ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ที่สำคัญคือเงินที่พี่น้องเกษตรกรจะต้องนำไปซื้อปุ๋ย และต้องสำรองจ่ายก่อนครึ่งหนึ่ง

 

“พี่น้องชาวนาฝากให้ผมมาพูดว่า อยากให้รัฐบาลทบทวน และถ้าเป็นไปได้ พี่น้องเกษตรกรอยากได้การช่วยเหลือแบบไร่ละพันเหมือนเดิม เอาปุ๋ยคนละครึ่งคืนไป เอาไร่ละพันกลับมา” กรวีร์กล่าว

 

จากนั้น ฉลาด ขามช่วง สส. ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย หารือว่า ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจต่อเกษตรกร ขอให้ยกเลิกโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง แต่โครงการเยียวยาชาวนาไร่ละ 1 พันบาทขอให้คงไว้ตามเดิม

 

เช่นเดียวกับ ทินพล ศรีธเรศ สส. กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย หารือว่า ขอยืนยันว่าชาวนาในจังหวัดของตนก็เป็นกังวลกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่งของรัฐบาล ว่าจะตอบโจทย์ช่วยเหลือชาวนาจริงหรือไม่ ถ้าชาวนาไม่มีเงินสมทบเติมเพื่อซื้อปุ๋ยจะทำอย่างไร ตามปกติถ้าชาวนาไม่มีเงินก็จะเชื่อปุ๋ยมาก่อน หรือไม่ก็นำปุ๋ยจากกองทุนหมู่บ้านมาใช้ เมื่อขายผลผลิตได้แล้วจึงนำเงินไปใช้หนี้ แต่สำหรับโครงการนี้กลับต้องนำเงินไปใส่สมทบไว้เสียก่อน นี่คือข้อกังวลของชาวนา

 

“ซ้ำร้ายกว่านั้นได้ยินมาว่าหากมีโครงการปุ๋ยคนละครึ่งแล้ว จะไม่มีโครงการไร่ละพัน ยิ่งทำให้ชาวนาทุกข์ใจเพิ่มมากขึ้น หากรัฐบาลยังยืนยันจะทำโครงการปุ๋ยคนละครึ่งอยู่ ชาวบ้านขอเรียกร้องอยากให้โครงการไร่ละพันอยู่เหมือนเดิม เพราะตอบโจทย์ชาวนามากกว่า จึงฝากไปยังรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทบทวน พร้อมชี้แจงให้ประชาชนทราบด้วย” ทินพลกล่าว

 

ขณะที่ สนอง เทพอักษรณรงค์ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย หารือว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวนาเกี่ยวกับปุ๋ยคนละครึ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินโครงการ เนื่องจากโครงการนี้แทนที่จะเป็นการช่วยเหลือกลับเป็นการซ้ำเติม เพราะประชาชนจะต้องไปกู้เงินมาล่วงหน้าเพื่อมาสมทบก่อน และปุ๋ยที่ได้ไม่แน่ใจว่าจะมีคุณภาพ ถูกต้องตรงตามที่ต้องการหรือไม่ และไม่สามารถที่จะนำเงินเหล่านี้ไปใช้ช่วยลดปัจจัยการผลิตด้านอื่นๆ ได้

 

ไม่เหมือนโครงการไร่ละ 1 พันบาท ซึ่งเกษตรกรได้รับเงินโดยตรง ไม่ต้องมีหนี้สิน สามารถนำเงินเหล่านั้นไปใช้ลดต้นทุนการผลิต ทั้งค่าเก็บเกี่ยว ค่าไถ ค่าหว่าน ค่าปุ๋ย ได้ทุกอย่างครบวงจร จึงขอให้รัฐบาลทบทวนโครงการนี้ เพื่อให้มีประสิทธิภาพ และชาวนาได้รับประโยชน์สูงสุดตามนโยบายของรัฐบาล

 

ส่วน วินัย ภัทรประสิทธิ์ สส. พิจิตร พรรคภูมิใจไทย หารือว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา พี่น้องเกษตรกรอำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ได้ทำหนังสือมาถึงตน ระบุว่าไม่เห็นด้วยกับโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง แต่อยากได้โครงการเดิมที่รัฐบาลเคยช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ชาวนา ในการเพิ่มผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวไร่ละ 1 พันบาท จึงอยากฝากหนังสือดังกล่าวไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐมนตรีให้รับทราบด้วย

The post สส. เพื่อไทย ภูมิใจไทย ค้าน ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ อ้างชาวนาไม่ชอบ ขอคง ‘ไร่ละพัน’ ไว้เหมือนเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผย ครม. เห็นชอบร่างสัญญารถไฟฟ้าสายสีส้ม BEM ได้สัมปทาน-หวยเกษียณซื้อสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน https://thestandard.co/cabinet-approves-orange-line-bem/ Tue, 16 Jul 2024 09:01:25 +0000 https://thestandard.co/?p=958670

วันนี้ (16 กรกฎาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภ […]

The post นายกฯ เผย ครม. เห็นชอบร่างสัญญารถไฟฟ้าสายสีส้ม BEM ได้สัมปทาน-หวยเกษียณซื้อสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 กรกฎาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงการคลังเสนอผ่านโครงการสลากสะสมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ ซึ่งเป็นสลากดิจิทัลผ่านช่องทางออนไลน์ จำกัดการซื้อสลากต่อคนสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน จำนวนเงินที่ซื้อสลากจะถูกเก็บเป็นเงินสะสมเฉพาะบุคคล โดยจะได้รับเงินที่ซื้อสลากทั้งหมดในรูปแบบของเงินบำเหน็จเมื่ออายุ 60 ปีบริบูรณ์ 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า สังคมไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างที่เราทราบกันดีอยู่ รัฐบาลต้องใช้งบประมาณดูแลผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก โดยโครงการนี้จะเกิดประโยชน์ส่งเสริมเรื่องการออม ซึ่งรัฐบาลสร้างแรงจูงใจในรูปแบบเงินรางวัล และทำให้รัฐบาลสามารถลดงบประมาณในการดูแลกลุ่มเปราะบาง

 

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอเรื่องการแยกบัญชีโครงการให้สินเชื่อตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนรายย่อย และโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน GSB Boost Up ของธนาคารออมสิน เป็นบัญชีธุรกรรมนโยบาย โดยไม่ขอรับจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอขอขยายเวลาการดำเนินงานกองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศออกไปเป็นระยะเวลา 20 ปี ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2567 – 29 กรกฎาคม 2587 เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรี (FTA) โดยมีเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือไม่น้อยกว่า 130,706 ครัวเรือน

 

นอกจากนี้ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอโครงการประกันข้าวนาปี ปีการผลิต 2567 โดยให้เกษตรกรเป็นผู้รับประโยชน์จากค่าสินไหมทดแทน 100% ในทุกกรณี และให้ศึกษาถึงมาตรการเยียวยาเกษตรกรเพื่อไม่ให้เกิดภาระหนี้เสีย (NPL) ในอนาคต 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอขึ้นทะเบียนร่างกฎหมายตำรับยาเสพติดให้โทษในประเภท 3 หรือตำรับวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 3 และประเภท 4 เพื่อกำหนดกระบวนการยาเสพติดขึ้นทะเบียนสำหรับยาเสพติด และตำรับวัตถุออกฤทธิ์ให้มีประสิทธิภาพและความปลอดภัย รวมทั้งเพื่อควบคุมกำกับดูแลไม่ให้มีการรั่วไหลของยาเสพติด และนำไปใช้ในทางที่ผิด

 

ส่วนเรื่องเงินโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่จะลงทะเบียนในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นไปตามนั้น ขอให้รอติดตามรายละเอียดในการแถลงวันที่ 24 กรกฎาคม โดยกรอบเวลาในการลงทะเบียนคือ 1 เดือนครึ่ง 

 

ส่วนเรื่องปลาหมอคางดำ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แถลงไปแล้ว ที่จะรับซื้อจากราคากิโลกรัมละ 8 บาท เป็นกิโลกรัมละ 15 บาท และต้องหาต้นตอว่ามาจากไหน

 

นายกรัฐมนตรีเปิดเผยด้วยว่า ในวันพรุ่งนี้จะเดินทางไปร่วมประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่ ครม. เป็นผู้เสนอที่รัฐสภาด้วยตัวเองในเวลา 09.00 น. ซึ่งก็จะอ่านคำแถลงด้วยนิดหน่อย 

 

ครม. เห็นชอบเดินหน้ารถไฟฟ้าสายสีส้ม

 

ที่ประชุม ครม. ยังเห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอผลการคัดเลือกเอกชนในร่างสัญญาร่วมลงทุน และเงื่อนไขสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยบริษัท BEM เป็นผู้ได้รับคัดเลือก ซึ่งปัจจุบันศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้องในทุกคดี และร่างสัญญาร่วมลงทุนผ่านการตรวจพิจารณาของอัยการสูงสุดแล้ว 

 

ด้าน สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากนี้จะดำเนินตามขั้นตอนการลงนามในสัญญาต่อไป ยอมรับว่าที่ผ่านมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มมีความคืบหน้าตามกระบวนการ และหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้องทุกคดีแล้วก็นำมาเสนอเข้า ครม. เห็นชอบ โดยหน่วยงานต่างๆ ทำความเห็นเสนอเข้ามาประกอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ส่วนระยะเวลาของการเปิดให้บริการนั้น สุรพงษ์กล่าวว่า น่าจะแบ่งการเดินรถเป็นช่วงๆ ก่อน โดยปัจจุบันมีช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี ที่งานโยธาสร้างเสร็จแล้ว กระทรวงคมนาคมจะพยายามเร่งรัดการเดินรถในส่วนนี้ แต่คงต้องไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน คาดว่าใน 2 สัปดาห์นี้จะได้ข้อสรุป

 

โยน ‘ธรรมนัส’ พิจารณาเดินหน้าหรือยุติโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง 

 

นายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์ถึงโครงการปุ๋ยคนละครึ่งว่า ในที่ประชุม ครม. ยังไม่พูดคุยเรื่องนี้ ให้ ร.อ. ธรรมนัส พิจารณาอยู่ตอนนี้ 

 

ด้าน ร.อ. ธรรมนัส ระบุว่า เมื่อวานนี้ได้ประชุมคณะกรรมการบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน หารือกันถึงแนวทางปุ๋ยคนละครึ่ง พบว่าชาวนาได้ทำนาไปแล้ว และไม่ทันต่อการทำนาในฤดูนี้ ประกอบกับเงินที่จะสมทบอีก 500 บาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไม่สามารถสมทบให้ได้ ดังนั้นจึงเข้าสู่การประชุมหารือเพื่อทบทวนโครงการในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งจะได้คำตอบภายในวันนี้

 

ร.อ. ธรรมนัส กล่าวอีกว่า อยากให้แยกโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง กับโครงการพัฒนาคุณภาพข้าวและผลผลิตต่อไร่ให้มีจำนวนที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องการลดต้นทุนการผลิต ส่วนโครงการช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยสนับสนุนในช่วงที่เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยพิบัติ ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ขอให้แยกกันอย่างชัดเจน 

 

เมื่อถามว่า หากราคาข้าวไม่ตกต่ำ รัฐบาลก็จะไม่เยียวยาชาวนาใช่หรือไม่ ร.อ. ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องนี้มีปัจจัยหลายอย่าง และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ทุกครั้งต้องมีการประชุม ซึ่งการประกันราคาข้าว กระทรวงพาณิชย์จะต้องเป็นคนเสนอขึ้นมาพิจารณา

The post นายกฯ เผย ครม. เห็นชอบร่างสัญญารถไฟฟ้าสายสีส้ม BEM ได้สัมปทาน-หวยเกษียณซื้อสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเตรียมดันโครงการ ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ เข้า ครม. ช่วยออกครึ่งหนึ่ง ดำเนินการผ่านแอป ธ.ก.ส. https://thestandard.co/half-half-fertilizer-project-thai-cabinet-approval/ Sun, 23 Jun 2024 04:10:32 +0000 https://thestandard.co/?p=948487 ปุ๋ยคนละครึ่ง

วันนี้ (23 มิถุนายน) คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนาย […]

The post รัฐบาลเตรียมดันโครงการ ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ เข้า ครม. ช่วยออกครึ่งหนึ่ง ดำเนินการผ่านแอป ธ.ก.ส. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปุ๋ยคนละครึ่ง

วันนี้ (23 มิถุนายน) คารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) มีมติเห็นชอบหลักการโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิตลดต้นทุนการผลิตข้าวแก่เกษตรกร 

 

โดยจะสนับสนุนปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์ และชีวภัณฑ์ ไม่เกินไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 20 ไร่ ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 2567/68 ที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร เป้าหมาย 4.68 ล้านครัวเรือน วงเงินงบประมาณ 29,994.3445 ล้านบาท โดยที่ประชุมมอบหมายให้กรมการข้าวนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็วที่สุด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการทำเกษตรให้กับเกษตรกร

 

คารมกล่าวว่า ปุ๋ยที่เข้าร่วมโครงการเป็นปุ๋ยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนหรือหนังสือสำคัญรับแจ้งถูกต้องตาม พ.ร.บ.ปุ๋ยและชีวภัณฑ์ ซึ่งต้องได้รับการขึ้นทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเลือกรับการสนับสนุนปุ๋ยสำหรับนาข้าวที่ขึ้นทะเบียนเบื้องต้นจำนวน 13 รายการ ได้แก่ 

 

  1. ปุ๋ยสูตร 25-7-14 
  2. ปุ๋ยสูตร 20-8-20 
  3. ปุ๋ยสูตร 20-10-12 
  4. ปุ๋ยสูตร 30-3-3 
  5. ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 
  6. ปุ๋ยสูตร 18-12-6 
  7. ปุ๋ยสูตร 16-8-8 
  8. ปุ๋ยสูตร 16-12-8 
  9. ปุ๋ยสูตร 16-16-8 
  10. ปุ๋ยสูตร 16-20-0 
  11. ปุ๋ยสูตร 20-20-0 
  12. ปุ๋ยอินทรีย์ที่ขึ้นบัญชีนวัตกรรม หรือใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนปุ๋ยอินทรีย์ 
  13. ชีวภัณฑ์ที่ได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย 

 

และเกษตรกรขอให้เพิ่มอีก 3 สูตร ได้แก่ 

 

  1. ปุ๋ยสูตร 16-16-16 
  2. ปุ๋ยสูตร 15-15-15
  3. ปุ๋ยสูตร 13-13-24

 

“โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง รัฐบาลจะช่วยครึ่งหนึ่งและชาวนาจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ใช้งานได้ง่ายและทั่วถึง แต่จะไม่จ่ายเป็นเงินสด ให้ซื้อผ่านแอป ธ.ก.ส. โดยจะเชิญชวนผู้ประกอบการ ผู้ค้าปุ๋ย และทุกบริษัท มาเข้าร่วมในราคาเดียวกันหมด เพื่อแก้ปัญหาชาวนาซื้อปุ๋ยแพง ซึ่งปุ๋ยที่ดำเนินการตามสูตรที่ระบุจะช่วยเพิ่มผลผลิต 

 

ทั้งนี้ จะมีคณะอนุกรรมการขึ้นมาดูแลและตรวจสอบโครงการให้ชัดเจนและโปร่งใส เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชาวนา” คารมระบุ

 

The post รัฐบาลเตรียมดันโครงการ ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ เข้า ครม. ช่วยออกครึ่งหนึ่ง ดำเนินการผ่านแอป ธ.ก.ส. appeared first on THE STANDARD.

]]>