โครงการจำนำข้าว Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/โครงการจำนำข้าว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 29 May 2025 04:44:05 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทนายยิ่งลักษณ์เผย อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารตัวเลข ก่อนยื่นตั้งคดีจำนำข้าวใหม่ https://thestandard.co/yinglucks-lawyer-prepares-new-rice-case/ Thu, 29 May 2025 04:44:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1079898

วันนี้ (29 พฤษภาคม) นรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวขอ […]

The post ทนายยิ่งลักษณ์เผย อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารตัวเลข ก่อนยื่นตั้งคดีจำนำข้าวใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 พฤษภาคม) นรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัวของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการยื่นขอพิจารณาคดีรับจำนำข้าวใหม่ หลังศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้ความเสียหายในส่วนของการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) จำนวน 10,028 ล้านบาทว่า อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารทำตัวเลข ซึ่งตอนนี้ตัวเลขยังไม่ชัดเจน และต้องยื่นเรื่องภายใน 90 วัน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวมั่นใจว่าจะสามารถยื่นพิจารณาหลักฐานใหม่ได้ใช่หรือไม่ นรวิชญ์ยืนยันว่าได้ เพราะเป็นไปตามหลักกฎหมายที่ได้ให้อำนาจไว้ ส่วนศาลจะรับไว้พิจารณาหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตามขั้นตอนเราก็ต้องยื่นตามกฎหมาย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องนี้ต้องรอให้กระทรวงการคลังทำเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายใหม่หรือไม่ นรวิชญ์กล่าวว่า กระทรวงการคลังทำตามคำสั่งของกระทรวงการคลังตั้งแต่แรกอยู่แล้วจนมีการยึดทรัพย์สินไปและบางส่วนขายทอดตลาดไปแล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในขณะที่เตรียมจะยื่นฟ้องคดีใหม่ระหว่างนี้ กระทรวงการคลังต้องชะลอเรื่องการยึดคืนทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์ใช่หรือไม่ นรวิชญ์กล่าวว่า ต้องดูที่เราขอให้พิจารณาคดีใหม่และชะลอก่อน ว่าศาลท่านจะว่าอย่างไร ก็เป็นไปตามหลักการ ซึ่งตอนนี้เหลือทรัพย์สินไม่กี่ชิ้นที่ยังไม่ได้ขาย

 

ส่วนกระทรวงการคลังควรจะชะลอไปก่อนหรือไม่ นรวิชญ์กล่าวว่า ถ้าศาลรับกระทรวงการคลังก็ควรจะรอ พร้อมยังระบุว่า ตัวเลขการขายข้าวในโครงการสมัยรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน น่าจะสูงกว่า 10,028 ล้านบาท

The post ทนายยิ่งลักษณ์เผย อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารตัวเลข ก่อนยื่นตั้งคดีจำนำข้าวใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิชัย​ขอหารือฝ่ายกฎหมาย​ ก่อนเรียกค่าชดใช้ความเสียหายคดีจำนำข้าว​​จากยิ่งลักษณ์ ด้านชูศักดิ์ชี้ ต้องคำนวณค่าเสียหายใหม่ภายใน 60 วัน https://thestandard.co/pichai-lawyers-before-suing/ Tue, 27 May 2025 04:04:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1078965

วันนี้ (27 พฤษภาคม) พิชัย​ ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ […]

The post พิชัย​ขอหารือฝ่ายกฎหมาย​ ก่อนเรียกค่าชดใช้ความเสียหายคดีจำนำข้าว​​จากยิ่งลักษณ์ ด้านชูศักดิ์ชี้ ต้องคำนวณค่าเสียหายใหม่ภายใน 60 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 พฤษภาคม) พิชัย​ ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุด เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังให้ ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี​ ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าวเพียงแค่ 10,028 ล้านบาท​ โดยให้กระทรวงการคลังเป็นผู้เร่งรัด ว่า​ เรื่องนี้ตนได้สั่งการให้ฝ่ายกฎหมาย นำข้อเท็จจริงมาดูในรายละเอียดให้หมด ฉะนั้นขอดูเรื่องย้อนหลังก่อน

 

ส่วนการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่เพื่อคำนวณค่าเสียหาย จะใช้ระยะเวลากี่วันนั้นขอให้ฝ่ายกฎหมายตรวจดูข้อเท็จจริงก่อน

 

ส่วนทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์ที่เคยยึดทรัพย์​ไว้ก่อนหน้านี้จะต้องนำมาพิจารณาใหม่หรือไม่ พิชัย​กล่าวว่า​ ตนยังไม่รู้ข้อเท็จจริง ส่วนที่อายัดไว้เท่าใดนั้นทราบเพียงแต่ในข่าวเท่านั้น​ ซึ่งมีทั้งอายัดแล้วและจำหน่ายแล้ว แต่เรื่องอื่นๆ ยังไม่ทราบ ขอหารือฝ่ายกฎหมายก่อน

 

ส่วนกรณีที่ ภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ ออกมาระบุว่าการคำนวณราคาข้าวไม่เหมือนเดิมจึงจำเป็นต้องคำนวณค่าเสียหายใหม่ก็ต้องลงไปดู

 

ขณะที่ เผ่าภูมิ​ โรจนสกุล​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อคำนวณค่าชดเชยใหม่ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่ได้รับเรื่องอะไร

 

ด้าน ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า คดีนี้ศาลได้ระบุว่าคำสั่งของกระทรวงการคลังที่ให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาท ไม่ชอบ จึงให้เพิกถอนคำสั่ง ซึ่งหมายความว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ ยกเลิกคำสั่งเดิม เพื่อดำเนินการใหม่ และต้องมีคณะกรรมการเข้าไปดูแลความเสียหาย เพราะคำสั่งฉบับเก่าผ่านมาหลายปีแล้ว ศาลตัดสินตั้งแต่ปี 2566 ฉะนั้นเป็นเรื่องที่ทนายความต้องไปดูว่าคณะกรรมการบังคับคดีของกระทรวงการคลังในเวลานั้น เขาคิดค่าเสียหายอย่างไร และมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว ซึ่งตนเองไม่ทราบรายละเอียด

 

ส่วนวงเงินค่าเสียหาย คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ต้องคำนวณค่าเสียหายเพราะมีข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การขายข้าว สำนวน และ คำบังคับคดีในขณะนั้น ซึ่งเป็นเรื่องรายละเอียด รวมถึงทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์ที่มีการอายัดไปแล้วนั้นก็ต้องดู ว่าถึงปัจจุบันมีความเสียหายเท่าไร และรัฐได้เงินไปแล้วเท่าไร ต้องไปดูทั้งหมด

 

ชูศักดิ์ระบุด้วยว่า ตามคำพิพากษาในข้อ 3 ระบุว่าให้กระทรวงการคลังดำเนินการทำคำสั่งใหม่ภายใน 60 วัน

The post พิชัย​ขอหารือฝ่ายกฎหมาย​ ก่อนเรียกค่าชดใช้ความเสียหายคดีจำนำข้าว​​จากยิ่งลักษณ์ ด้านชูศักดิ์ชี้ ต้องคำนวณค่าเสียหายใหม่ภายใน 60 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลปกครองแจง คดีจำนำข้าวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ออกคำบังคับให้ชดใช้ แค่ชี้คำสั่งคลังผิดบางส่วน https://thestandard.co/yingluck-rice-pledging-case-no-order-to-pay/ Mon, 26 May 2025 09:51:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1078674 ศาลปกครองออกแถลงการณ์คดีจำนำข้าว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เน้นชี้แจงข้อกฎหมาย ไม่ได้มีคำสั่งชดใช้เงิน

วันนี้ (26 พฤษภาคม) สำนักงานศาลปกครอง เผยแพร่แถลงการณ์ช […]

The post ศาลปกครองแจง คดีจำนำข้าวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ออกคำบังคับให้ชดใช้ แค่ชี้คำสั่งคลังผิดบางส่วน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลปกครองออกแถลงการณ์คดีจำนำข้าว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เน้นชี้แจงข้อกฎหมาย ไม่ได้มีคำสั่งชดใช้เงิน

วันนี้ (26 พฤษภาคม) สำนักงานศาลปกครอง เผยแพร่แถลงการณ์ชี้แจงข้อกฎหมายในคดีหมายเลขแดงที่ อผ.160-163/2568 ซึ่งเป็นคดีที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ฟ้องคดีที่ 1 และ อนุสรณ์ อมรฉัตร ผู้ฟ้องคดีที่ 2 ยื่นฟ้องต่อนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 9 คน กรณีคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากโครงการรับจำนำข้าว

 

คดีของผู้ฟ้องคดีที่ 1 มีต้นเหตุจากคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่กำหนดให้ยิ่งลักษณ์ ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 35,717,273,028.23 บาท ซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครองที่ให้ชำระเงิน หากไม่ชำระ กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ โดยไม่จำต้องฟ้องคดีต่อศาล ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 รวมถึงมาตรา 63/7 ที่แก้ไขเพิ่มเติม

 

เมื่อผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง โดยขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ซึ่งคดีนี้ถือเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครองโดยมิชอบ ซึ่งศาลมีอำนาจเพียงในการพิจารณาเพิกถอนคำสั่งนั้นตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 72 วรรคหนึ่ง (1) ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง พ.ศ. 2542 โดยไม่มีอำนาจสั่งให้ผู้ฟ้องคดีรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแทนผู้ถูกฟ้อง

 

ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่า คำสั่งพิพาทดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายบางส่วน จึงมีคำสั่งเพิกถอนเฉพาะในส่วนที่ให้ยิ่งลักษณ์ ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวน 10,028,861,880.83 บาท โดยศาลไม่ได้มีคำสั่งให้ยิ่งลักษณ์ต้องชำระเงินให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 9 รายแต่อย่างใด

 

ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาคดีเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2566 โดยองค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดทั้ง 5 คนได้ลงลายมือชื่อในร่างคำพิพากษาครบถ้วน ต่อมาประธานศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้นำคดีเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ซึ่งประกอบด้วยตุลาการที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ ขณะนั้น โดยตุลาการที่พ้นจากราชการไปแล้วไม่สามารถเข้าร่วมได้

 

ในการประชุมใหญ่ ตุลาการเสียงข้างมากเป็นผู้กำหนดคำวินิจฉัย และเมื่อจัดทำคำพิพากษาตามมติดังกล่าวเสร็จแล้ว ตุลาการในองค์คณะ 2 คนที่พ้นจากราชการจึงไม่สามารถลงลายมือชื่อในคำพิพากษาได้ ซึ่งประธานศาลปกครองสูงสุดได้จัดทำบันทึกชี้แจงเหตุผลไว้แล้ว

 

กระบวนการทั้งหมดดำเนินไปตามมาตรา 68 และมาตรา 69 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

 

ในการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ ตุลาการศาลปกครองสูงสุดทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็นแย้งตามมาตรา 67 โดยความเห็นแย้งและรายชื่อตุลาการที่เห็นแย้งได้ปรากฏในคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว

 

“สำนักงานศาลปกครองได้เผยแพร่แถลงการณ์นี้เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกัน”

The post ศาลปกครองแจง คดีจำนำข้าวยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ออกคำบังคับให้ชดใช้ แค่ชี้คำสั่งคลังผิดบางส่วน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยชี้ มีช่องทางต่อสู้คดียิ่งลักษณ์ ยื่นหลักฐานใหม่ ขายข้าวได้ปีที่แล้ว https://thestandard.co/pheu-thai-new-evidence-ylingluck-case/ Sun, 25 May 2025 05:11:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1078173 หลักฐาน คดีจำนำข้าว

วันนี้ (25 พฤษภาคม) ที่พรรคเพื่อไทย ดนุพร ปุณณกันต์ โฆษ […]

The post เพื่อไทยชี้ มีช่องทางต่อสู้คดียิ่งลักษณ์ ยื่นหลักฐานใหม่ ขายข้าวได้ปีที่แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลักฐาน คดีจำนำข้าว

วันนี้ (25 พฤษภาคม) ที่พรรคเพื่อไทย ดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยในคดีจำนำข้าว ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 10,028 ล้านบาท โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยเองมีความเป็นห่วงเป็นใยและสงสารยิ่งลักษณ์ เนื่องจากหลายท่านทราบดีว่าคดีเรื่องการจำนำข้าวนั้นเป็นคดีที่เกิดขึ้นในช่วงของการปฏิวัติรัฐประหาร และเป็นหนึ่งในเหตุผลของการยึดอำนาจยิ่งลักษณ์ในขณะนั้น 

 

“เวลาผ่านไป 10 กว่าปี ผมเชื่อว่าคุณยิ่งลักษณ์มีทีมกฎหมาย มีทนายที่ร่วมต่อสู้คดี แต่เมื่อคดีถึงที่สุด พรรคเพื่อไทยก็ต้องยอมรับในคำตัดสินและอยากจะใช้ช่องทางกฎหมายเท่าที่เหลืออยู่ต่อสู้ในคดีนี้ พรรคเพื่อไทยเองเป็นกำลังใจให้ท่านยิ่งลักษณ์ ขอเรียนว่าหลังจากที่ตัดสินไปแล้ว มีการสอบถามมายังพรรคค่อนข้างมาก และเราก็ได้ไปพูดคุยกับฝ่ายกฎหมาย กับผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรค ขอเรียนว่าคดีนี้ยังมีช่องทางในพอต่อสู้ได้อยู่” ดนุพรกล่าว

 

ดนุพรกล่าวต่อไปว่า คดีนี้มีการขายข้าวได้น่าจะเป็นหลักฐานใหม่ที่จะนำไปสู่การขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งชี้ขาดใหม่ได้ ภายใน 90 วัน ตามมาตรา 75 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี พ.ศ. 2542

 

“เป็นหลักฐานใหม่ คือการขายข้าว 18.9 ล้านตันเมื่อปีที่แล้ว ยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิพากษาในคดี เพราะเป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นภายหลังการสิ้นสุดการแสวงหาข้อเท็จจริงแล้ว เพราะฉะนั้น ทางพรรคเองมองว่าเป็นหลักฐานใหม่ ที่ยังไม่เคยเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ดังนั้น เราจะใช้ช่องทางทางกฎหมายตามมาตรา 75 นี้ เป็นช่องทางต่อสู้ต่อไป” ดนุพรกล่าว

 

ดนุพรย้ำว่าคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนปฏิวัติ ซึ่งผู้นำในการปฏิวัติในขณะนั้นได้มีการใช้มาตรา 44 หลายฉบับ เกี่ยวข้องกับคดีการจำนำข้าว แต่แน่นอนเราก็ต้องต่อสู้กันไปโดยใช้หลักฐานใหม่

 

ดนุพรกล่าวด้วยว่า เรื่องนี้จะเห็นได้ว่าเฟซบุ๊กของพรรคเพื่อไทยเอง ลงโพสต์ของยิ่งลักษณ์ ก็ขอเรียนว่านโยบายจำนำข้าวนั้น เป็นนโยบายหลักที่พรรคเพื่อไทยนั้นใช้ในการหาเสียงเมื่อปี 2554 พวกเราชนะการเลือกตั้งส่วนหนึ่งก็มาจากนโยบายนี้ นโยบายการจำนำข้าวนั้น ได้แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรโดยนายกยิ่งลักษณ์ ที่จะทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาสามารถลืมตาอ้าปากได้ 

 

“ดังนั้นเป็นเหตุจำเป็นที่พรรคเพื่อไทยจะต้องลงโพสต์ชี้แจง พูดถึงข้อเท็จจริงเรื่องของคดีนี้ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร” ดนุพรระบุ

 

ส่วนหลายท่านที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบกับคดีมาตรา 112 เป็นการเมืองหรือไม่ ทำไมไม่แสดงความเห็น ดนุพรกล่าวว่า ในเดือนกรกฎาคมจะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร อย่างเป็นทางการ และในวันที่ 9 กรกฎาคม จะมีการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรม 

 

ดังนั้นไม่อยากให้ถกเถียงกันนอกสภาว่าเป็นการเมืองหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าเมื่อถึงขั้นตอนของการพิจารณากฎหมายในวันที่ 9 กรกฎาคม ก็ไปพูดคุยอภิปรายในสภาฯ เราจะหาข้อสรุปได้ในวันนั้น รวมถึงเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ด้วย

 

สำหรับกรณีที่มีนักกฎหมายวิเคราะห์ว่าเงินที่สามารถขายข้าวนั้น ไม่สามารถนำมาชดเชยได้ ดนุพรกล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล เพียงแต่ว่าเราก็มีช่องทางทางกฎหมายที่เหลืออยู่ โดยใช้มาตรา 75 เราก็พยายามที่สุด ส่วนศาลจะรับหรือไม่รับ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องขอความเห็นเป็นธรรมต่อไป พร้อมย้ำว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชน การตำหนิรัฐบาลทำได้ เราเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีวาระ 4 ปี เหลืออีก 2 ปี ก็เลือกตั้งใหม่ หากคิดว่าพรรคเพื่อไทยทำอะไรไม่ถูกไม่ควรก็สามารถวิจารณ์ได้ 

 

▪มาตรา 75 ชี้ หากมีหลักฐานใหม่ ยื่นศาลอีกได้ภายใน 90 วัน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. 2542 กำหนดไว้ว่า

 

“ในกรณีที่ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีปกครองเสร็จเด็ดขาดแล้ว คู่กรณีหรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียหรืออาจถูกกระทบจากผลแห่งคดีนั้นอาจมีคำขอให้ศาลปกครองพิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีปกครองนั้นใหม่ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

 

  1. ศาลปกครองฟังข้อเท็จจริงผิดพลาดหรือมีพยานหลักฐานใหม่ อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นยุติแล้วนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญ

 

  1. คู่กรณีที่แท้จริงหรือบุคคลภายนอกนั้นมิได้เข้ามาในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีหรือได้เข้ามาแล้วแต่ถูกตัดโอกาสโดยไม่เป็นธรรมในการมีส่วนร่วมในการดำเนินกระบวนพิจารณา

 

  1. มีข้อบกพร่องสำคัญในกระบวนพิจารณาพิพากษาที่ทำให้ผลของคดีไม่มีความยุติธรรม

 

  1. คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ทำขึ้นโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใด และต่อมาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญซึ่งทำให้ผลแห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งขัดกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น

 

การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคู่กรณีหรือบุคคลภายนอกไม่ทราบถึงเหตุนั้นในการพิจารณาคดีครั้งที่แล้วมา โดยมิใช่ความผิดของผู้นั้น

 

การยื่นคำขอให้พิจารณาพิพากษาคดีหรือมีคำสั่งใหม่ต้องกระทำภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นได้รู้หรือควรรู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้พิจารณาพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ได้ แต่ไม่เกินห้าปีนับแต่ศาลปกครองได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาด”

The post เพื่อไทยชี้ มีช่องทางต่อสู้คดียิ่งลักษณ์ ยื่นหลักฐานใหม่ ขายข้าวได้ปีที่แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูศักดิ์เห็นใจยิ่งลักษณ์ หนุนทนายชงศาลหักหนี้หมื่นล้านด้วยเงินขายข้าว https://thestandard.co/yingluck-rice-debt-court-suggestion/ Fri, 23 May 2025 04:43:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1077495 ชูศักดิ์ ศิรินิล ให้สัมภาษณ์เรื่องยิ่งลักษณ์

วันนี้ (22 พฤษภาคม) ที่อาคารรัฐสภา ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐ […]

The post ชูศักดิ์เห็นใจยิ่งลักษณ์ หนุนทนายชงศาลหักหนี้หมื่นล้านด้วยเงินขายข้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชูศักดิ์ ศิรินิล ให้สัมภาษณ์เรื่องยิ่งลักษณ์

วันนี้ (22 พฤษภาคม) ที่อาคารรัฐสภา ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองตัดสินให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องชดใช้เงิน 10,028 ล้านบาท ว่า สืบเนื่องจากปล่อยให้เกิดการทุจริตในโครงการจำนำข้าว

 

ชูศักดิ์ระบุว่า ก่อนอื่นตนเองในฐานะที่ร่วมทำโครงการนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเห็นใจยิ่งลักษณ์ แต่มองว่ามีเรื่องที่พอจะอ้างความชอบธรรมได้บ้าง อย่างแรกคือศาลปกครองกลางเคยยกคำร้องการอายัดทรัพย์ ก็เป็นสิ่งยืนยันว่า ยังมีศาลที่เห็นว่ายิ่งลักษณ์ไม่ควรที่จะรับผิดชอบ ขณะเดียวกัน ความเห็นของศาลปกครองสูงสุด เมื่อเข้าที่ประชุมใหญ่ก็ยังมีความเห็นแย้ง 

 

“แต่ในเมื่อศาลพิจารณาออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ในระบบของไทยก็ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น เพียงแต่ว่าเรื่องที่ทนายเตรียมดำเนินการก็เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะข้าวที่เป็นกรณีพิพาท หลังจากยึดอำนาจก็มีการอายัดข้าวตรงนี้ไว้ เมื่อมาสมัยนี้ ก็ทราบว่าข้าวเป็นของรัฐ และ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในขณะนั้น ก็ได้นำไปจำหน่ายได้เงินก้อนหนึ่ง แต่เท่าไหร่ไม่ทราบ จึงถือเป็นทรัพย์สินที่รัฐได้มาจากโครงการนี้ ดังนั้น การใช้เหตุผลว่าควรจะมาหักลบกลบหนี้กัน ก็เป็นเหตุเป็นผล”

 

ส่วนการยื่นพิจารณาคดีใหม่ ชูศักดิ์ระบุว่า ก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม และการยื่นก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล แต่สิ่งที่ไม่มั่นใจคือ เมื่ออ่านในคำสั่งข้อ 3 เหมือนกับว่า ศาลปกครองสูงสุดให้พิจารณาต่อไปเลย 

 

“แต่ตอนแรกเข้าใจว่า ศาลให้ยกคำร้องของกระทรวงการคลัง เพราะคำสั่ง ของกระทรวงการคลังไม่ชอบ เลยงงว่าต้องออกคำบังคับใหม่หรือไม่ เพราะถ้าต้องออกคำบังคับใหม่ ต้องไปว่ากันในชั้นบังคับคดี แต่เมื่ออ่านข้อ 3 แล้วดูคล้ายๆ กับว่าศาลให้ทำต่อไปเลย เพียงแต่ว่าต้องหักลดทอน จึงเป็นเรื่องที่ทีมทนายต้องไปพิจารณาดู ว่าเป็นอย่างไรกันแน่” 

 

ส่วนทางพรรคเพื่อไทยจะช่วยยิ่งลักษณ์หรือไม่ ชูศักดิ์กล่าวว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีก็มีทีมทนายความดูแลรับผิดชอบอยู่ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยที่เป็นเจ้าของนโยบายนี้ หากมีอะไรที่ช่วยได้ในทางคดี ก็ไม่น่าจะขัดข้องอะไร

 

ส่วนที่ยิ่งลักษณ์โพสต์ข้อความว่า “หนี้หมื่นล้าน ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด” นั้น ชูศักดิ์กล่าวว่า ธรรมดา ไม่ใช่เงินน้อยๆ แต่เมื่อฟังดูแล้วยิ่งลักษณ์คงคิดว่า สามารถที่จะแสวงหาความยุติธรรมต่อไปได้

 

ส่วนที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า เมื่อศาลตัดสินออกมาในลักษณะนี้ การทำนโยบายของรัฐบาลหลังจากนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลนั้น ชูศักดิ์กล่าวว่า เท่าที่ติดตามเรื่องนี้มา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบาย ซึ่งถือเป็นเรื่องความรับผิดชอบทางการเมือง จึงมีข้อสงสัยว่าจะสามารถนำคำวินิจฉัยของศาลฎีกา มาใช้ในคดีแพ่งได้หรือไม่ แต่หลายคนมองว่าเป็นคนละประเด็นไม่ควรเอามาใช้กันได้ ซึ่งเป็นเรื่องทางกฎหมายที่เข้าใจยาก  

 

“ผลคำพิพากษาของศาลปกครอง อาจจะส่งผลให้การทำนโยบายต้องคิดหนัก เพราะที่ผ่านมามีนโยบายเยอะมาก แต่ไม่มีการฟ้องร้องดำเนินการ จึงมีนักวิชาการออกมาบอกว่าต่อไปนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว ทุกอย่างต้องหยุดหมด”

 

ชูศักดิ์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ข้อทักท้วงเหมือนกับว่าศาลปกครองหยิบคำวินิจฉัยของคดีอาญามาใช้ ซึ่งเขาก็โต้แย้งว่าจริงๆ แล้วเป็นคนละประเด็น ประเด็นนี้เป็นประเด็นละเมิด ส่วนอาญา ก็ว่ากันไป ความจริงไม่ใช่ยิ่งลักษณ์ปล่อยปละละเลยอย่างเดียว แต่ท่านก็ใช้ความระมัดระวังติดตามตรวจสอบ เป็นรายละเอียดที่ว่ากันไป ท้ายที่สุดต้องให้ทนายความเขาว่ากัน ดูสิว่าศาลจะว่าอย่างไร

The post ชูศักดิ์เห็นใจยิ่งลักษณ์ หนุนทนายชงศาลหักหนี้หมื่นล้านด้วยเงินขายข้าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยิ่งลักษณ์ย้ำ ไม่ยุติธรรม ต้องชดใช้หนี้จำนำข้าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท https://thestandard.co/yingluck-unfair-quote-album/ Thu, 22 May 2025 12:17:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1077259

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความภายหลัง […]

The post ยิ่งลักษณ์ย้ำ ไม่ยุติธรรม ต้องชดใช้หนี้จำนำข้าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ชดใช้หนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาทจากคดีระบายข้าว โครงการรับจำนำข้าว พร้อมระบุว่า ในโอกาสครบรอบ 11 ปี รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2568 ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยให้ชดใช้หนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาทจากคดีระบายข้าว ทั้งที่ไม่เคยเป็นจำเลยและเคยมีคำวินิจฉัยว่าพ้นผิดแล้ว พร้อมย้ำว่า โครงการรับจำนำข้าวเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือชาวนา ไม่ได้มีเจตนาทุจริต และการบริหารโครงการมีหลายฝ่ายร่วมรับผิดชอบ แต่กลับถูกโยนภาระให้รับผิดชอบเพียงลำพัง

 

ยิ่งลักษณ์ยังระบุด้วยว่า การเมืองหลังรัฐประหารนำมาซึ่งความไม่เป็นธรรม ทั้งการยึดอำนาจ การกล่าวหาทางกฎหมาย และการอายัดทรัพย์ โดยที่ไม่สามารถตรวจสอบความเสียหายที่แท้จริงจากฝั่งรัฐประหารได้ พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม และตั้งคำถามว่า หากนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งยังถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ประชาชนทั่วไปจะมีความมั่นใจในระบบยุติธรรมได้อย่างไร

 


 

 

“หากการดำเนินนโยบายแบบนี้ถูกกล่าวหาว่าทำให้เกิดความเสียหาย ต่อไปใครจะกล้าคิดนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เข้าไม่ถึงโอกาสทางเศรษฐกิจได้อีก”

 

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ชดใช้หนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาทจากคดีระบายข้าว โครงการรับจำนำข้าว วันที่ 22 พฤษภาคม 2568 

 


 

 

“การดำเนินโครงการแต่ละขั้นตอนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานและบุคลากรหลายฝ่าย แต่ดิฉันกลับต้องรับผิดชอบความเสียหายเพียงลำพัง หากจะบอกว่าสิ่งนี้คือความเป็นธรรม ก็เป็นเรื่องยากเย็นอย่างยิ่งที่ดิฉันจะเข้าใจและยอมรับได้

 

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ชดใช้หนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาทจากคดีระบายข้าว โครงการรับจำนำข้าว วันที่ 22 พฤษภาคม 2568

 


 

 

หนี้ 1 หมื่นล้านบาท ชดใช้ทั้งชีวิตยังไงก็ไม่มีวันหมดค่ะ” 

 

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ชดใช้หนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาทจากคดีระบายข้าว โครงการรับจำนำข้าว วันที่ 22 พฤษภาคม 2568

 


 

 

การทุ่มเททำงานเพื่อค้ำยันราคาข้าวให้สูงและมีเสถียรภาพ เพื่อพี่น้องชาวนาจะได้มีชีวิตที่ดีกว่า พลิกผืนนาเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของครอบครัว กลับมีบทสรุปที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับดิฉัน

 

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ชดใช้หนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาทจากคดีระบายข้าว โครงการรับจำนำข้าว วันที่ 22 พฤษภาคม 2568

 


 

 

“ตลอดเวลา 11 ปี นับตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 สิ่งที่ดิฉันจำต้องพบเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ ยึดอำนาจ ยัดคดี อายัดทรัพย์ และเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องมาบังคับให้ใช้หนี้ ความรู้สึกแบบนี้ไม่เกิดขึ้นกับตัวเองก็คงไม่มีใครรู้ 

 

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ชดใช้หนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาทจากคดีระบายข้าว โครงการรับจำนำข้าว วันที่ 22 พฤษภาคม 2568

 


 

 

“ถ้านายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งยังไม่อาจเข้าถึงความยุติธรรมที่แท้จริง ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ สำหรับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเช่นกันค่ะ”

 

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความภายหลังศาลปกครองสูงสุดตัดสินให้ชดใช้หนี้กว่า 1 หมื่นล้านบาทจากคดีระบายข้าว โครงการรับจำนำข้าว วันที่ 22 พฤษภาคม 2568

The post ยิ่งลักษณ์ย้ำ ไม่ยุติธรรม ต้องชดใช้หนี้จำนำข้าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชะตากรรมตัวละครสำคัญ ‘คดีจำนำข้าว’ https://thestandard.co/key-figures-rice-pledging-case-info/ Thu, 22 May 2025 08:39:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1077142

คำสั่งของศาลปกครองสูงสุด นัดฟังคำพิพากษา ยิ่งลักษณ์ ชิน […]

The post ชะตากรรมตัวละครสำคัญ ‘คดีจำนำข้าว’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

คำสั่งของศาลปกครองสูงสุด นัดฟังคำพิพากษา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องจาก คดีทุจริตในโครงการจำนำข้าว ว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 35,717 ล้านบาท หรือไม่ มองย้อนกลับไป ยังมีบุคคลในแวดวงการเมืองและภาคเอกชนคนใดบ้าง ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

 

 

ภาพประกอบ: พรวลี จ้วงพุฒซา

The post ชะตากรรมตัวละครสำคัญ ‘คดีจำนำข้าว’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลปกครองสูงสุด ชี้ขาด คดีจำนำข้าว ‘ยิ่งลักษณ์’ ชดใช้ 10,028 ล้านบาท ค่าเสียหายจากการระบายข้าวจีทูจี https://thestandard.co/yingluck-ordered-to-pay-10028m/ Thu, 22 May 2025 08:23:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1077131

วันนี้ (22 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุดไ […]

The post ศาลปกครองสูงสุด ชี้ขาด คดีจำนำข้าว ‘ยิ่งลักษณ์’ ชดใช้ 10,028 ล้านบาท ค่าเสียหายจากการระบายข้าวจีทูจี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 พฤษภาคม) เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 2 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุด ขอให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ซึ่งเรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากโครงการรับจำนำข้าว รวมเป็นเงินกว่า 35,717 ล้านบาท

 

ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่า คำสั่งทางปกครองของกระทรวงการคลังที่สั่งให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

แต่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งให้ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเฉพาะในส่วนของการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในอัตรา 50% ของมูลค่า 20,057,723,761 บาท

 

โดยให้เหตุผลว่า กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ เคยมีหนังสือเตือนเรื่องการทุจริตแล้ว แต่ยิ่งลักษณ์กลับไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อระงับยับยั้ง ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนแสวงหาผลประโยชน์ จนเกิดความเสียหายต่อการเงินการคลังของประเทศ

 

ด้วยเหตุนี้ ศาลจึงเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรยกเว้นความผิด และมีคำสั่งให้ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหาย 50% ของมูลค่าความเสียหายทั้งหมดในส่วนของการระบายข้าวจีทูจี เป็นจำนวนเงิน 10,028,861,880 บาท

 

รายละเอียดคำพิพากษาฉบับเต็มจะรายงานให้ทราบต่อไป

The post ศาลปกครองสูงสุด ชี้ขาด คดีจำนำข้าว ‘ยิ่งลักษณ์’ ชดใช้ 10,028 ล้านบาท ค่าเสียหายจากการระบายข้าวจีทูจี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์ เข้าฟังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน คดีจำนำข้าวหรือไม่ https://thestandard.co/yingluck-rice-pledging-case/ Thu, 22 May 2025 07:36:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1077106 yingluck-rice-pledging-case

วันนี้ (22 พฤษภาคม) เวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุด โดย ไ […]

The post ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์ เข้าฟังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน คดีจำนำข้าวหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
yingluck-rice-pledging-case

วันนี้ (22 พฤษภาคม) เวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุด โดย ไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด และตุลาการเจ้าของสำนวนพร้อมองค์คณะ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาในคดีที่กระทรวงการคลังยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองกลาง ที่สั่งเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 135/2559 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการ เป็นเงิน 35,717,273,028 บาท 

 

ในคดีที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ อนุสรณ์ อมรฉัตร สามี ร่วมกันยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงการคลัง สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคลัง กรมบังคับคดี อธิบดีกรมบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดี สำนักงานบังคับคดีแพ่ง กรุงเทพมหานคร กรณีที่ร่วมกันมีคำสั่งดังกล่าวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

 

สำหรับคดีนี้ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่ากระทรวงการคลังยอมรับว่าไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ายิ่งลักษณ์เป็นผู้กระทำให้เกิดความเสียหายโดยตรง และขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดก็ไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

 

ก่อนจะมีการอ่านคำพิพากษา นรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความส่วนตัว เป็นตัวแทนยิ่งลักษณ์เข้าฟังคำวินิจฉัยโดยที่ตนเองทำคดีนี้อยู่แล้ว วันนี้มาตามนัด ไม่ได้เตรียมอะไรมา เพราะมาฟังตามคำพิพากษาตามคำนัดของศาลเท่านั้น

 

นรวิชญ์กล่าวว่า ตนเองยังไม่ได้พูดคุยกับยิ่งลักษณ์ และยังไม่อยากก้าวล่วง หวังว่าคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจะเป็นคุณ เนื่องจากในศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเป็นคุณมาแล้ว หวังว่าคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจะเป็นคุณเช่นกัน และที่ผ่านมามีการแก้ต่างคำอุทธรณ์ของหน่วยงานภาครัฐไปแล้ว

 

ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์ ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์ ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์ ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์ ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์ ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์ ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์

The post ทีมกฎหมายยิ่งลักษณ์ เข้าฟังคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน คดีจำนำข้าวหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดสูตรคิดค่าเสียหายจำนำข้าว ศาลปกครองสูงสุดชี้ชะตา ‘ยิ่งลักษณ์’ 22 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/key-messages-yingluck-rice-formula/ Tue, 20 May 2025 13:16:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1076478

วันที่ 22 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านค […]

The post เปิดสูตรคิดค่าเสียหายจำนำข้าว ศาลปกครองสูงสุดชี้ชะตา ‘ยิ่งลักษณ์’ 22 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันที่ 22 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 2 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ขอให้เพิกถอน คำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ซึ่งเรียกให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากโครงการรับจำนำข้าว รวมเป็นเงินกว่า 35,717 ล้านบาท

 

เปิดสูตรคิดค่าเสียหาย จากคำสั่งมาตรา 44 สู่กลไกเรียกเงินคืน

 

ต้นทางของการดำเนินคดีนี้ย้อนกลับไปเมื่อ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้อำนาจตาม มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 39/2558 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2558 เพื่อแต่งตั้ง คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งครอบคลุมปีการผลิตตั้งแต่ 2548/2549 ถึง 2556/2557

 

คำสั่งดังกล่าวให้อำนาจคณะกรรมการในการตรวจสอบและดำเนินการเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยิ่งลักษณ์ และยังระบุว่า การดำเนินการของคณะกรรมการฯ ให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และ ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 44 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

 

ด้วยอำนาจตามคำสั่งนี้ คณะกรรมการฯ ได้กำหนดสูตรคำนวณค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวในแต่ละปีการผลิต โดยใช้วิธี

 

มูลค่าการรับจำนำข้าว – ความคุ้มค่าและประโยชน์ต่อเกษตรกร – มูลค่าที่ได้จากการระบายข้าว = ค่าเสียหายสุทธิ

 

ต่อมาจึงมีคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 1351/2559 ให้ยิ่งลักษณ์รับผิดเฉพาะในปีการผลิต 2555/56 และ 2556/57 โดยไม่รวมปี 2554/55 และปี 2555 เนื่องจากเธอเพิ่งเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และยังไม่ปรากฏพฤติการณ์ประมาทร้ายแรงที่จะต้องรับผิดตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

 

ปมคำนวณค่าเสียหายจากปีที่ไม่มีการระบายข้าว

 

ปัญหาใหญ่ที่ตามมาคือ ปีการผลิต 2555/56 และ 2556/57 ไม่มีการระบายข้าว ทำให้ไม่มีข้อมูลสำคัญในการคำนวณค่าเสียหายตามสูตรนี้ได้อย่างชัดเจน อีกทั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 211/2560 ยังวินิจฉัยว่า ยิ่งลักษณ์ไม่มีความผิดในภาพรวมของโครงการ แต่มีความผิดเฉพาะในกรณี ละเว้นให้เกิดการทุจริตในการระบายข้าวในปี 2554/55 และปี 2555 เท่านั้น

 

แต่หากศาลปกครองสูงสุดจะนำเอาคำพิพากษาในคดีอาญา ที่ตัดสินว่ามีการ ‘ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ’ ปล่อยให้บุญทรง กับพวกทุจริตในการระบายข้าวในปีการผลิต 2554/2555 และ ปี 2555 มาเป็นฐานในการคิดค่าเสียหาย ก็อาจเกิดคำถามว่าว่าจะเป็นการขัดหลักการของกฎหมายที่ว่าศาลจะไม่พิพากษาเกินคำขอ หรือไม่

 

ในคดีนี้ที่มีประเด็นพิจารณาค่าเสียหายเฉพาะปีการผลิต 2555/56 และ 2556/57 ที่ไม่มีส่วนของการระบายข้าว ที่สำคัญในคำฟ้องก็มิได้ปรากฏ ข้อเท็จจริงหรือคำสั่ง ที่จะต้องให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวกับค่าเสียหายในส่วนของปี 2554/2555 และ ปี 2555 

 

คำพิพากษาศาลปกครองชั้นต้นชี้ว่า คำสั่งคลังไม่ชอบและหลักฐานไม่ชัด

 

ศาลปกครองชั้นต้นมีคำพิพากษาเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าสินไหม รวมถึงเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์ของเธอ โดยให้เหตุผลว่า

 

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ายิ่งลักษณ์เป็นผู้สั่งการให้เกิดความเสียหาย หรือมีส่วนร่วมโดยตรง

 

การกำหนดสัดส่วนให้เธอรับผิดร้อยละ 20 ของมูลค่าความเสียหาย ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบราชการที่เกี่ยวข้อง

 

โครงการดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการ ซึ่งเธอแม้จะเป็นประธาน ก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจเพียงลำพัง

 

ศาลยังระบุด้วยว่า การที่หน่วยงานรัฐนำประเด็นอภิปรายไม่ไว้วางใจมาใช้ประกอบคำสั่งเรียกค่าเสียหาย ไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้ และคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการก็ไม่มีอำนาจประเมิน ‘ความคุ้มค่าของนโยบาย’ โดยดูเพียงผลขาดทุนจากบัญชีการเงิน

 

เดิมพันครั้งใหญ่: ศาลปกครองสูงสุดจะตัดสินอย่างไร

 

ฝ่ายผู้ถูกฟ้องทั้ง 9 คน ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด โดยหวังพลิกคำตัดสิน ซึ่งการอ่านคำพิพากษาในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ จะเป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการในศาลปกครอง และอาจกลายเป็น ‘คดีตัวอย่าง’ ในเรื่องขอบเขตความรับผิดของเจ้าหน้าที่รัฐในโครงการนโยบายของรัฐบาล

 

คำตัดสินของศาลไม่เพียงสะท้อนความชอบธรรมในทางกฎหมาย แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงหลักนิติธรรม

 

อย่างไรก็ตามการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินข้างต้นไปยังศาลปกครองสูงสุดให้เป็นผู้ชี้ขาดว่า จะยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น หรือกลับคำตัดสิน ท่ามกลางการลุ้นระทึกของหลายๆฝ่าย

 

เพราะมีความหมายไปถึงอนาคตการเดินทางกลับสู่ ‘มาตุภูมิ’ ของอดีตนายกยิ่งลักษ์ด้วย

The post เปิดสูตรคิดค่าเสียหายจำนำข้าว ศาลปกครองสูงสุดชี้ชะตา ‘ยิ่งลักษณ์’ 22 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองประธานศาลปกครองสูงสุดคาดคดีจำนำข้าวยิ่งลักษณ์จบปีนี้ https://thestandard.co/yingluck-rice-pledging-case-conclusion/ Wed, 05 Mar 2025 10:48:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1048912 คดีจำนำข้าว ยิ่งลักษณ์

วันนี้ (5 มีนาคม) ประวิตร บุญเทียม รองประธานศาลปกครองสู […]

The post รองประธานศาลปกครองสูงสุดคาดคดีจำนำข้าวยิ่งลักษณ์จบปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดีจำนำข้าว ยิ่งลักษณ์

วันนี้ (5 มีนาคม) ประวิตร บุญเทียม รองประธานศาลปกครองสูงสุด กล่าวถึงคดีทุจริตจำนำข้าว ที่ให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท กรณีปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ราชการว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด เนื่องจากมีโครงการจำนำข้าวแบบจีทูจี ซึ่งทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้วินิจฉัยว่าเกิดความเสียหาย และได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องการละเมิด และเห็นว่าเกิดความเสียหาย วินิจฉัยให้ยิ่งลักษณ์รับผิดชอบ 3.5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยิ่งลักษณ์ได้ฟ้องให้เพิกถอนคำสั่งให้รับผิดนี้

 

ต่อมาศาลชั้นต้นได้เพิกถอนคำสั่ง เนื่องจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีเพียงยิ่งลักษณ์ ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพียงคนเดียว และเป็นความผิดในเรื่องของนโยบาย ซึ่งการอุทธรณ์มีตั้งแต่ปี 2564 และคดีก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดค่อนข้างก้าวหน้าไปพอสมควรแล้ว คาดว่าจะสิ้นสุดภายในปีนี้

 

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จำนวน 5 คน คือ บุญทรง เตริยาภิรมย์, ภูมิ สาระผล, มนัส สร้อยพลอย, ทิฆัมพร นาทวรทัต และ อัฐฐิติพงศ์ หรือ อัครพงศ์ ทีปวัชระ ได้รับคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมเช่นเดียวกัน ซึ่งคดีก็อยู่ในชั้นอุทธรณ์ของศาลปกครอง ดังนั้นคดีทั้งสองยังไม่ถึงที่สุด

The post รองประธานศาลปกครองสูงสุดคาดคดีจำนำข้าวยิ่งลักษณ์จบปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดตำนานจำนำข้าว! ภูมิธรรมชี้ พิสูจน์ความจริงว่าไม่ใช่ข้าวเน่า เผยผลประมูลในโครงการสร้างมูลค่ากว่า 272 ล้านบาท https://thestandard.co/the-end-rice-pledging-scheme/ Sat, 20 Jul 2024 13:09:40 +0000 https://thestandard.co/?p=960733

วันนี้ (20 กรกฎาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี แล […]

The post ปิดตำนานจำนำข้าว! ภูมิธรรมชี้ พิสูจน์ความจริงว่าไม่ใช่ข้าวเน่า เผยผลประมูลในโครงการสร้างมูลค่ากว่า 272 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 กรกฎาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่วันที่ผมได้ลงไปตรวจข้าวล็อตสุดท้ายในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งเป็นนโยบายช่วยชาวนาของรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีคำถามมากมายเกิดขึ้นในสังคมจนกลายเป็น ‘จินตนาการเกินเลยความจริง’

 

วันนี้ ‘ความจริง’ ที่ปรากฏคือ ทางองค์การคลังสินค้า (อคส.) กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบการประมูลข้าว ได้ประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูล สรุปได้ว่า

 

  1. ข้าวในคลัง บริษัท พูนผลเทรดดิ้ง จำกัด หลังที่ 4 ซึ่งมีข้าวจำนวน 3,356.592361 ตัน ผู้ชนะการประมูล บริษัท สหธัญ จำกัด ให้ราคาเพิ่ม จาก 18.69 บาท เป็น 18.71 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่าเดิม 62,734,711.23 บาท เพิ่มเป็น 62,800,000 บาท

 

  1. ข้าวในคลังกิตติชัย หลังที่ 2 ซึ่งมีข้าวจำนวน 11,656.654600 ตัน ผู้ชนะการประมูล บริษัท ทรัพย์แสงทองไรซ์ จำกัด ให้ราคาเพิ่มจากเดิม 15.62 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่า 182,040,000 บาท เป็น 18.00 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่า 209,819,083 บาท

 

สรุปรวมมูลค่าที่ขายได้นำเงินเข้ารัฐ รวม 272,619,083 บาท

 

ภูมิธรรมระบุอีกว่า จาก ‘ความจริง’ ของมูลค่าของข้าวล็อตสุดท้ายในโครงการรับจำนำข้าวที่ปรากฏในวันนี้ ทำให้ผมไม่ได้อดที่จะจินตนาการย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนแล้วตั้งคำถามว่า ทำไมราคาประมูลขายข้าวในครั้งนั้นถึงมีราคาต่ำไม่ถึง 10 บาทต่อกิโลกรัม ด้วยข้ออ้างว่าเป็นข้าวเน่าที่ไร้การตรวจพิสูจน์ 

 

วันนี้ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีภาระหน้าที่ในการกำกับดูแลเรื่องนี้ พยายามดำเนินกระบวนการทุกขั้นตอนให้เกิดประโยชน์กลับคืนสู่รัฐให้ได้มากที่สุด ถือว่าเป็นการปิดตำนานจำนำข้าวด้วย ‘ความจริง’ ที่พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย มิใช่ ‘จินตนาการ’ ที่ตั้งอยู่บน ‘อคติ’ จนทำให้รัฐเสียประโยชน์มหาศาล

The post ปิดตำนานจำนำข้าว! ภูมิธรรมชี้ พิสูจน์ความจริงว่าไม่ใช่ข้าวเน่า เผยผลประมูลในโครงการสร้างมูลค่ากว่า 272 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมสั่งตรวจสอบบริษัทผู้ชนะประมูลข้าว 10 ปี หลังมีดราม่าว่าเป็นนอมินี-ทุนจดทะเบียนต่ำกว่าราคาประมูล https://thestandard.co/phumtham-investigated-rice-auction/ Fri, 21 Jun 2024 07:30:17 +0000 https://thestandard.co/?p=948020 ภูมิธรรม ประมูลข้าว

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายก […]

The post ภูมิธรรมสั่งตรวจสอบบริษัทผู้ชนะประมูลข้าว 10 ปี หลังมีดราม่าว่าเป็นนอมินี-ทุนจดทะเบียนต่ำกว่าราคาประมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม ประมูลข้าว

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่รัฐสภา ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสวิจารณ์ถึงศักยภาพของบริษัท วีเอท อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ชนะการ ประมูลข้าว 10 ปีว่า เป็นเรื่องที่ห่วงใย โดยผู้ที่ประมูลได้ควรจะได้สิทธิ์ในการเข้ามาดูแลจัดการข้าวกองนี้ แต่มี 2-3 ประเด็นวิจารณ์ที่ทราบจากสื่อคือ บริษัทที่ชนะการประมูลเป็นนอมินีของใครหรือไม่ 

 

ทั้งนี้เมื่อปี 2544 บริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียนแค่ 2 ล้านบาท โดยงบดุลประจำปีเห็นว่าผลประกอบการค้าขายอยู่ที่ 1-2 ล้านบาท ซึ่งไม่มาก แต่มาประมูลข้าวมูลค่า 286 ล้านบาท จึงเกิดคำถามว่าไม่ค่อยสมดุล และอาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าประมูลในราคาที่ไม่น่าเชื่อถือว่าจะทำได้ ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหา จึงต้องให้เกียรติผู้ที่มาประมูลด้วย เพราะเขามีสิทธิ์ที่จะชี้แจงทำความเข้าใจ

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า ตนได้สั่งการให้กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบข้อสงสัยดังกล่าวให้ชัดเจนก่อนจะจำหน่าย หากไม่ชัดเจนต้องทำให้โปร่งใส ให้ผู้ที่สามารถประมูลได้ดำเนินการได้ และทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความโปร่งใสและสบายใจ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 

 

หากเกิดความชัดเจน ไม่มีข้อเคลือบแคลงสงสัยก็ต้องประกาศผู้ชนะประมูลได้ที่ 1 ตามเงื่อนไข TOR ที่กำหนดไว้ แต่ถ้าไม่เป็นไปตามนั้นแล้วมีข้อจำกัดที่ทำให้ต้องตรวจสอบต่อ การประมูลจะไม่เกิดขึ้น หรือต้องกลับไปดู TOR เพื่อเลือกคนที่ดีที่สุด และตรงตามกฎเกณฑ์ที่สุด ซึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการจะคัดสรร และคณะกรรมการต่อรองราคาขององค์การคลังสินค้า

 

โดยทั้งหมดจะต้องทำให้เร็ว หากปล่อยไว้นานข้าวยิ่งมีอายุปีที่เก็บมากขึ้นก็จะเป็นดราม่าไปอีก จึงต้องทำให้จบและโปร่งใส ประเทศชาติได้ประโยชน์

The post ภูมิธรรมสั่งตรวจสอบบริษัทผู้ชนะประมูลข้าว 10 ปี หลังมีดราม่าว่าเป็นนอมินี-ทุนจดทะเบียนต่ำกว่าราคาประมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมเผย มี 7 บริษัทผ่านเข้ารอบประมูลข้าว 10 ปี เชื่อได้ราคาที่สูงกว่าเดิมแน่นอน ย้ำคุณภาพดี ไม่เช่นนั้นไม่มีบริษัทเข้าประมูล https://thestandard.co/phumtham-7-qualified-10-year-rice/ Wed, 12 Jun 2024 08:12:37 +0000 https://thestandard.co/?p=944360

วานนี้ (12 มิถุนายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี แ […]

The post ภูมิธรรมเผย มี 7 บริษัทผ่านเข้ารอบประมูลข้าว 10 ปี เชื่อได้ราคาที่สูงกว่าเดิมแน่นอน ย้ำคุณภาพดี ไม่เช่นนั้นไม่มีบริษัทเข้าประมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (12 มิถุนายน) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้พบกับสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เปิดโอกาสให้พูดถึงประเด็นปัญหาทั้งหมด ซึ่งมีการชี้แจงถึงแนวทางความช่วยเหลือของรัฐบาล ซึ่งปัญหาที่กลุ่มเอสเอ็มอีประสบ เป็นแนวทางเดียวกันที่รัฐบาลได้ดำเนินการอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาใดๆ ที่จะไม่ช่วยเหลือ ซึ่งสภาเอสเอ็มอีสบายใจขึ้นเมื่อได้รับฟังทิศทางของรัฐบาลที่สนับสนุนกลุ่มเอสเอ็มอี

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า กลุ่มเอสเอ็มอีมีจำนวนมากกว่า 3 ล้านราย รัฐบาลอยากจะจัดกลุ่มเอสเอ็มอีว่า กลุ่มใดดำเนินการได้หรือต้องให้ความช่วยเหลือ และนำเข้าสู่ระบบเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในเศรษฐกิจฐานราก คนธรรมดาทั่วไปเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องได้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจทั้งระบบเดินหน้า

 

ภูมิธรรมกล่าวต่อว่า ยินดีรับข้อเสนอจากกลุ่มเอสเอ็มอี และจะไปดำเนินการพูดคุยกับปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกับยืนยันว่า แนวทางช่วยเหลือเอสเอ็มอีมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกไปช่วยเหลือ ซึ่งได้ทุ่มเงินเป็นแสนล้านบาท โดยจะพยายามทำให้เร็วที่สุด และดูแลให้กว้างขวาง ให้ครอบคลุมกลุ่มวิสาหกิจและกลุ่มเกษตรด้วย จึงต้องมีการปรับคำนิยามเอสเอ็มอีให้กว้างก่อน แต่ระหว่างนี้ต้องมีการหารือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์

 

ส่วนการลดอัตราดอกเบี้ยจะช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้หรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่สามารถตอบได้ ซึ่งต้องดูการกำหนดอัตราดอกเบี้ยก่อน เมื่อมีเหตุผลใดก็ต้องฟังแล้วค่อยมาหารือกัน ส่วนการประมูลข้าวเก่า 10 ปีนั้น วันนี้มีบริษัทผ่านเข้าประมูล 7 ราย ส่วนบริษัทที่ไม่ผ่านคัดเลือก 1 ราย วันนี้ก็จะได้ทราบเหตุผลที่ไม่ผ่านการประมูล ซึ่งก็จะมีการรายงานเข้ามาให้ทราบ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าสามารถระบายข้าวได้หมดในเดือนมิถุนายนนี้ ภูมิธรรมย้ำว่า ตนเองเชื่อมั่นตั้งแต่ได้กินข้าวจานแรกแล้ว ซึ่งคิดว่าไม่มีปัญหา ดังนั้นก็จะเป็นโอกาสได้ประมูล ซึ่งเมื่อเปิดการประมูลก็มีถึง 8 บริษัท นั่นแสดงว่าในระบบการทำข้าวเก่าหรือใหม่ไม่ใช่ประเด็นแล้ว แต่ประเด็นก็คือการตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบแล้วจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คือการยืนยันว่าไม่มีปัญหาใดๆ เพราะในข้อตกลงที่ได้ระบุในการเปิดประมูลระบุว่า สามารถที่จะขอตรวจสอบได้ตามระเบียบที่ได้กำหนดไว้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ราคาจะเป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้ที่ 15 บาทต่อกิโลกรัมหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า ยังไม่ได้ประมูล แต่เชื่อว่าราคาดีแน่นอน เพราะข้าวมีคุณภาพพอที่จะมีคนมาประมูลในราคาที่ดีกว่าเดิมมากๆ แน่นอน

The post ภูมิธรรมเผย มี 7 บริษัทผ่านเข้ารอบประมูลข้าว 10 ปี เชื่อได้ราคาที่สูงกว่าเดิมแน่นอน ย้ำคุณภาพดี ไม่เช่นนั้นไม่มีบริษัทเข้าประมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. เพื่อไทย ขอบคุณกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างความมั่นใจคุณภาพข้าวรับจำนำ ขอให้เลิกโจมตี เดินหน้าสร้างรายได้ https://thestandard.co/pheuthai-medical-sciences-rice/ Mon, 20 May 2024 09:25:09 +0000 https://thestandard.co/?p=935826

วันนี้ (20 พฤษภาคม) ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีร […]

The post สส. เพื่อไทย ขอบคุณกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างความมั่นใจคุณภาพข้าวรับจำนำ ขอให้เลิกโจมตี เดินหน้าสร้างรายได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 พฤษภาคม) ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ให้ความชัดเจนต่อกรณีข้าวในโกดังที่จังหวัดสุรินทร์ ในโครงการรับจำนำข้าว ว่ามีคุณภาพตามมาตรฐาน สามารถจำหน่ายได้ มีสารอาหารเทียบเท่าข้าวที่ขายตามท้องตลาดปัจจุบัน ไม่มีสารเคมีตกค้างและการปนเปื้อนจากเชื้อรา 

 

สอดคล้องกับที่มีสื่อมวลชนได้นำไปทดสอบกับห้องตรวจเอกชนก่อนหน้านี้ จึงสนับสนุนให้รัฐบาลเร่งระบายข้าวทั้ง 2 โกดังนี้อย่างเต็มที่ เพื่อนำรายได้กลับเข้ารัฐในราคาที่เหมาะสม และคลี่คลายปัญหาการระบายข้าวที่ค้างคาเกินความจำเป็นมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ทำให้ประเทศเสียโอกาสไปมาก

 

“รัฐบาลทราบดีตั้งแต่ต้นว่าข้าวใน 2 โกดังนี้ไม่ได้มีคุณภาพ 100% เหมือนข้าวใหม่ แต่ต้องยืนยันว่ายังจัดเป็นข้าวดีที่มีคุณภาพเพียงพอจะจำหน่ายได้ และไม่เคยมีความคิดปกปิดซ่อนเร้นสิ่งใด จึงได้แสดงความจริงใจผ่านการเชิญสื่อมวลชนเข้าติดตามทั้งกระบวนการมาโดยตลอด” ชนินทร์กล่าว

 

ส่วนกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้สะสางคดีในอดีตนั้น ส่วนตัวเห็นว่า ปรากฏเป็นข่าวชัดเจนอยู่แล้วว่ามีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อกรณีต่างๆ อยู่ ทั้งโกดังที่มีการปล่อยปละละเลยการจัดเก็บตามมาตรฐานสัญญา หรือกรณีที่มีการประเมินข้าวเกรดสูงตัดเกรดเป็นข้าวเกรดต่ำเพื่อระบายในราคาถูก เป็นต้น เชื่อว่ากระบวนการยุติธรรมจะให้ความชัดเจนและความเป็นธรรมต่อไป

 

“ผลการตรวจสอบข้าวทั้งจากรัฐและเอกชนยืนยันตรงกันแล้ว ว่าข้าวมีมาตรฐานเพียงพอจะจำหน่ายได้ อยากให้กลุ่มที่มีอคติกับโครงการรับจำนำข้าวมูฟออน เลิกวิพากษ์วิจารณ์ข้าวเสียๆ หายๆ เลิกทำลายความน่าเชื่อถือของข้าว และทำร้ายชาวนาไทย เพียงเพื่อหวังจะดิสเครดิตรัฐบาล แล้วเปิดใจรับทราบความตั้งใจดีในการทำงานของรัฐบาล และช่วยกันประชาสัมพันธ์ประเทศในแง่บวกจะดีกว่า” ชนินทร์กล่าว

 

คาดสิ้นเดือนนี้ประกาศขายข้าว

 

ขณะที่ กฤษณรักษ์ ใจดี รักษาการผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กล่าวว่า หลังจากที่มีผลการตรวจสอบคุณภาพข้าวที่มีการเก็บรักษาไว้ใน 2 คลังดังกล่าวออกมาว่ามีคุณภาพนั้น ขณะนี้อยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการตรวจสอบและวางกรอบการทำงานเพื่อการประกาศขายข้าวทั้งหมด 15,013.24 ตัน คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ ทาง อคส. จะประกาศจำหน่ายข้าวในสต็อกเป็นการทั่วไป

 

อย่างไรก็ตาม หากจะมีการนำข้าวดังกล่าวมาจำหน่ายต้องมีขั้นตอนการปรับปรุงคุณภาพข้าว นำสิ่งแปลกปลอมที่ปนอยู่ออกก่อน จึงจะนำมาจำหน่ายได้ ส่วนจะสามารถส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศได้หรือไม่นั้น กรมการค้าต่างประเทศจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งอาจมีการตรวจหาสารเคมีซ้ำหรือไม่ ก็ต้องไปดูรายละเอียด

The post สส. เพื่อไทย ขอบคุณกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สร้างความมั่นใจคุณภาพข้าวรับจำนำ ขอให้เลิกโจมตี เดินหน้าสร้างรายได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุทินยืนยัน ไม่เคยคิดเอา ข้าวเก่า ให้พลทหารกิน ย้ำพลทหารต้องอยู่ดีกินดี ขอให้มั่นใจ https://thestandard.co/sutin-rejects-feeding-old-rice/ Mon, 13 May 2024 05:56:16 +0000 https://thestandard.co/?p=932751 ข้าวเก่า

วันนี้ (13 พฤษภาคม) สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง […]

The post สุทินยืนยัน ไม่เคยคิดเอา ข้าวเก่า ให้พลทหารกิน ย้ำพลทหารต้องอยู่ดีกินดี ขอให้มั่นใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ข้าวเก่า

วันนี้ (13 พฤษภาคม) สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวขณะตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญกำลังพลที่หน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันมณฑลทหารบกที่ 15 จังหวัดเพชรบุรีว่า รู้สึกดีใจ มีความสุขที่ได้มาพบพลทหารใหม่ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม คิดและทุ่มเทกับการให้พลทหารใหม่เข้ามามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอนาคตที่ดี ช่วยเสริมสร้างกองทัพให้แข็งแกร่ง หวังว่าจะได้ประชาชนที่มีคุณภาพกลับไปสู่สังคม จากนโยบายที่วางไว้ วันนี้ได้มาเห็นแล้วว่านโยบายที่มอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาได้สานต่อจริง สิ่งที่จะทำต่อไปคือ พลทหารจะต้องได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ และยังมีอีกหลายสิ่งที่จะทำ

 

สุทินกล่าวอีกว่า ขอพลทหารอย่ากังวลว่าจะซื้อ ข้าวเก่า มาให้กิน เพราะไม่เคยคิด ซึ่งการตอบคำถามสื่อจะต้องมีความสอดคล้องกับรัฐบาล ยืนยันว่าจะทำให้พลทหารอยู่ดีกินดี และกำชับผู้บังคับบัญชาไว้แล้วว่า อาหารการกินต้องดี นอนอุ่น เชื่อว่างบประมาณที่จัดมาเพียงพอ

 

ช่วงท้ายสุทินได้วิดีโอคอลกับครอบครัวของพลทหารใหม่ด้วย โดยให้ความมั่นใจว่าจะดูแลพลทหารเป็นอย่างดี

The post สุทินยืนยัน ไม่เคยคิดเอา ข้าวเก่า ให้พลทหารกิน ย้ำพลทหารต้องอยู่ดีกินดี ขอให้มั่นใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ชี้ ข้าว 10 ปี ต้องตรวจสอบก่อนส่งออก ไม่ปลอดภัยไม่ขาย โฆษกรัฐบาลยืนยัน ไม่ใช่ข้าวเน่า มีวาทกรรมการเมืองด้อยค่า https://thestandard.co/10-year-old-rice-must-be-inspected-before-export/ Sat, 11 May 2024 09:55:56 +0000 https://thestandard.co/?p=932344

วันนี้ (11 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง […]

The post นายกฯ ชี้ ข้าว 10 ปี ต้องตรวจสอบก่อนส่งออก ไม่ปลอดภัยไม่ขาย โฆษกรัฐบาลยืนยัน ไม่ใช่ข้าวเน่า มีวาทกรรมการเมืองด้อยค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีนักวิชาการนำข้าวในโครงการรับจำนำข้าวที่มีอายุถึง 10 ปี ไปตรวจและพบสารก่อมะเร็งว่า ก่อนจะส่งออกต้องตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนว่าข้อเท็จจริงคืออะไร 

 

ส่วนที่มีการถกเถียงเรื่องนี้จนบานปลาย และมองว่าข้าว 10 ปี กินไม่ได้แล้ว ก็อย่าให้มันบานปลาย อยากให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ถ้าไม่ปลอดภัยเราก็ไม่ทำ เรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้ว 

 

เมื่อถามว่า มีเสียงคัดค้านนำเข้าเพื่อไปรับประทาน เศรษ​ฐา​กล่าวว่า เสียงคัดค้านมาจากอะไร ถ้ามีข้อเท็จจริงรวมอยู่ด้วย พิสูจน์ทราบได้ว่าสามารถบริโภคได้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าทดสอบแล้วมีปัญหา เชื่อว่าก็ไม่ขายอยู่ดี 

 

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงไม่มีการตรวจสอบก่อนนำออกมาเป็นข่าว เศรษฐากล่าวว่า เดี๋ยวก็คงมีการตรวจสอบ และคิดว่าควรจะเป็นหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เพราะหากเป็นหน่วยงานภาครัฐเดี๋ยวก็จะไม่เชื่อถืออีก เราไม่อยากให้มีธงไว้ก่อนว่าข้าวดังกล่าวจะต้องปลอดภัย แต่ธงของเราคือข้าวต้องมีความปลอดภัย แต่ถ้าไม่ปลอดภัยเราก็ไม่ทำ 

 

เศรษฐากล่าวว่า ตนไม่ทราบกรรมวิธีในการตรวจสอบ แต่ถ้าเร่งก็จะไม่ครบถ้วน ไม่สมบูรณ์​ จะมีปัญหาอีก ขอให้ใจเย็นก่อน เชื่อว่า ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตระหนักดีในข้อนี้ 

 

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะเป็นผู้ตรวจสอบเองหรือให้เอกชนที่ประมูลได้ไปตรวจสอบ เศรษฐากล่าวว่า ตรงนี้ต้องเป็นที่สบายใจของทุกฝ่าย เราตรวจสอบแล้ว ถ้าเขาไม่สบายใจ เขาตรวจสอบอีกได้ ถ้าจะให้ดีทุกภาคส่วนต้องมีส่วนรู้เห็น ไม่ใช่ว่าไปแอบทำ ขออย่าเพิ่งไปคาดเดา ให้ผลออกมาก่อนแล้วค่อยไปคิดต่อว่าจะทำอย่างไร หรือจะไม่ทำ 

 

เศรษฐายังกล่าวอีกว่า “รับประทานไปแล้ว ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง วันนี้ก็ยังยืนอยู่ตรงนี้ได้ ภารกิจก็มีตั้งแต่เช้า แต่อย่าให้บอกดีกว่าว่ารับประทานแล้วมันไม่เป็นอะไร พวกท่านเสนอความเป็นห่วงเป็นใยมา ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิสูจน์ทราบทางด้านวิทยาศาสตร์ออกมาก่อนดีกว่า” 

 

เมื่อถามว่า ตามหลักของข้าวแล้ว 3 ปี ให้ตีว่าเป็นข้าวเน่า แต่ข้าวในโกดังนี้อยู่ถึง 10 ปี จะเชื่อถือได้หรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า มันไม่จริงหรอกครับ มันขึ้นอยู่กับวิธีการเก็บและกรรมวิธีอีกหลายอย่าง ถ้าเก็บไม่ดี บางทีก็ไม่ถึง 3 ปี เอาเป็นว่าขอให้รอการพิสูจน์ทราบทางวิทยาศาสตร์ว่าปลอดภัย

 

โฆษกรัฐบาลชี้ ข้าวเกิน 3 ปี ไม่ใช่ข้าวเน่า เป็นวาทกรรมโจมตี

 

ด้าน ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการพูดว่า ข้าวอายุเกิน 3 ปี ถือเป็นข้าวเน่าว่า คำพูดดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เคยว่าจ้างสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ตรวจคุณภาพข้าวในโครงการรับจำนำข้าวในปี 2548-2549 อายุ 3 ปี 4 เดือน 

 

มีการรายงานผลอย่างเป็นทางการว่า ข้าวดังกล่าวมีความเสื่อมคุณภาพลง 2.71% น้ำหนักหาย 0.72% รวมความเสียหายทั้งหมด 3.43% จึงให้แนวทางว่า เท่าที่เก็บไว้หากอายุไม่เกิน 1 ปี ให้ถือว่าค่าเสื่อมเป็น 0 ข้าวอายุไม่เกิน 2 ปี ความเสื่อมไม่เกิน 2% ส่วนข้าวที่อายุเกิน 4 ปีขึ้นไป ค่าเสื่อมเท่ากับ 15% 

 

ดังนั้น การที่บอกว่าข้าวอายุมากกว่า 3 ปี ถือเป็นข้าวเน่า จึงผิดจากข้อเท็จจริง และในอดีตจนถึงปัจจุบัน ข้าวที่เก็บไว้ในสต็อกอายุนานถึง 10 ปี ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เวลาจะนำไปรับประทาน ผู้ประมูลขายจะนำไปปรับปรุงคุณภาพข้าวตามกระบวนการ 

 

“การที่คนพูดว่าข้าวแบบนี้กินไม่ได้ ต้องบอกว่าแต่ละคนมีกำลังซื้อไม่เท่ากัน รสนิยมไม่เหมือนกัน บางคนเลือกกินข้าวที่ใหม่และสดกว่า แต่ในโลกนี้มีคน 7 พันล้านคน มีคนที่กินข้าวแบบนี้ก็เยอะ ผู้ค้าข้าวก็มีตลาดคนเหล่านี้ในมือ จึงขอเรียนว่า วาทกรรมที่ว่าข้าว 3 ปี ถือเป็นข้าวเน่า เป็นวาทกรรมที่มุ่งหวังจะด้อยค่าข้าวจากโครงการรับจำนำ แต่ยอมรับว่าข้าว 10 ปี คุณภาพไม่เท่ากับข้าวใหม่ แต่ไม่ใช่ข้าวเน่า” ชัยกล่าว

 

ชัยยังกล่าวว่า ข้าวทุกเมล็ดในโกดังถือเป็นสมบัติของประเทศ เป็นสมบัติของเราทุกคน ถ้ายังมีราคา สามารถผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพข้าวแล้วขายตลาดที่พร้อมจะบริโภค ซึ่งตอนนี้ทราบว่ามีพ่อค้าที่ไปร่วมพิสูจน์ที่จังหวัดสุรินทร์ พร้อมจะรับซื้อหากไม่มีประมูลในราคากิโลกรัมละ 15 บาท แต่รัฐบาลทำอย่างนั้นไม่ได้ จำเป็นต้องเปิดประมูล 

 

แจงสารอะฟลาท็อกซินปลอดภัย รมข้าวแล้วระเหยภายใน 1 เดือน 

 

เมื่อถามว่า หลายคนอาจกังวลเรื่องสารที่อาจไปเจือปนกับข้าว ชัยกล่าวว่า ข่าวที่กำลังออกมาตามโซเชียลมีเดียยังไม่มีการยืนยันว่าใช้ตัวอย่างข้าวที่มาจากจังหวัดสุรินทร์จริงหรือไม่ และการตรวจก็ไม่ชัดเจน บอกเพียงว่าเป็น Positive ไม่มีการแจ้งว่าเป็นตัวอย่างข้าวจากที่ไหน เจอระดับเท่าไร บอกเพียงว่า 20 ppb 

 

ชัยกล่าวอีกว่า สารอะฟลาท็อกซินระดับที่ปลอดภัยคือไม่เกิน 20 ppb การรมควันปกติจะไม่ได้รมทุกวัน ข่าวบอกว่าล็อต 10 ปี รมควันไปแค่ 20 ครั้ง ประมาณ 6 เดือนต่อครั้ง ซึ่งสารเหล่านี้เพียงเดือนเดียวก็ระเหยหมดแล้ว และมีการขึ้นทะเบียนว่าสารชนิดนี้เป็นสารที่ปลอดภัย ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ปลอดภัย ประชาชนไม่ทราบ บริโภคข่าว คิดว่ารมยามา 20 ครั้ง ต้องมีสารตกค้างจึงไม่จริง ขอยืนยันว่าผิดไปจากหลักการ เป็นการใช้จินตนาการ

 

เมื่อถามว่า หากมีการส่งข้าวจากจังหวัดสุรินทร์ไปตรวจแล้วผลออกมาเหมือนกับแล็บที่นักวิชาการออกมาเปิดเผย รัฐบาลรับได้หรือไม่ ชัยกล่าวว่า รัฐบาลรับได้ แต่ขอแค่เป็นข้าวจากโครงการรับจำนำจริงๆ ไม่ใช่นำข้าวจากที่อื่นมาอุปโลกน์ เพราะในเวลานี้หน่วยงานที่ตรวจแล้วน่าเชื่อถือที่สุดคือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ออกมายืนยันว่า ไม่มีใครส่งตรวจอย่างเป็นทางการ 

 

ส่วนข้าวที่ วีรชัย พุทธวงศ์ หรืออาจารย์อ๊อด นักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์ นำมาตรวจสอบ เป็นข้าวที่สื่อมวลชนที่ลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังที่จังหวัดสุรินทร์นำมาให้ตรวจนั้น ชัยกล่าวว่า อยากให้ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบเพื่อยืนยันว่าข้าวที่นำมาตรวจสอบเป็นข้าวในล็อตนี้จริงหรือไม่ ต้องยืนยันให้ชัดเจนว่าเป็นข้าวจากสต็อกไหน รวมถึงวิธีการเก็บได้สุ่มตรวจอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งในคลิปวิดีโอดังกล่าวไม่มีการบอกว่าตรวจจากแล็บใด คนตรวจเป็นนักวิชาการที่ได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งหากเป็นแล็บจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอให้ออกเป็นเอกสารรายงานให้ชัดเจน 

 

เมื่อถามว่า รัฐบาลได้ส่งตัวอย่างเข้าไปตรวจอย่างถูกต้องหรือไม่ ชัยกล่าวว่า อยู่ในระหว่างกระบวนการ เนื่องจากข้าวชุดนี้รัฐบาลมีเจตนาที่จะขาย และเปิดโอกาสให้พ่อค้าข้าวเข้าดู หากคิดว่าปรับปรุงได้ก็สามารถมาขอตัวอย่างไปได้ แต่ถ้าเขาต้องการให้เราตรวจสอบให้ เรายินดีตรวจสอบ

 

“กลุ่มคนที่ไม่ได้ไปที่นั่น ส่วนใหญ่ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ไปที่นั่น เขาใช้จินตนาการเอา จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า หากข้าวล็อตนี้ไม่ได้เน่า สามารถขายได้ในราคากิโลกรัมละ 15 บาท จะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่พิสูจน์ว่าการโจมตีเรื่องข้าวเน่าที่เกิดขึ้นมาตลอดประวัติศาสตร์ 10 ปีที่ผ่านมา จะเกิดหางโผล่ ในทางกลับกัน ที่มีคนกล่าวหาว่าเป็นการฟอกขาวให้รัฐบาล ผมกลับคิดว่าเป็นการพยายามกลบเกลื่อนคำลวงโลก คำหลอกลวงที่หลอกคนมาตลอด 10 ปี ไม่ต้องการให้การระบายข้าวชุดนี้สำเร็จใช่หรือไม่” ชัยกล่าว 

 

เมื่อถามว่า จะมีการดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมาให้ข่าวสร้างความเสียหายหรือไม่ ชัยกล่าวว่า ไม่อยากดำเนินคดี แต่อยากให้สื่อมวลชนช่วยกันให้เกิดความเป็นธรรม เพราะตนตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นการสร้างวาทกรรมทำลายกันทางการเมือง และเปิดช่องให้พรรคพวกได้เข้ามาช้อนซื้อข้าวที่ยังดีอยู่ในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อหาประโยชน์กันหรือไม่ ขอให้ช่วยตรวจสอบว่ามีขบวนการนี้อยู่จริงหรือไม่ ซึ่งดีกว่าการฟ้องร้อง

The post นายกฯ ชี้ ข้าว 10 ปี ต้องตรวจสอบก่อนส่งออก ไม่ปลอดภัยไม่ขาย โฆษกรัฐบาลยืนยัน ไม่ใช่ข้าวเน่า มีวาทกรรมการเมืองด้อยค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ดราม่าข้าว 10 ปี และปรับ ครม. ครั้งนี้มีรัฐมนตรีลาออกอีกแล้ว | END GAME #59 https://thestandard.co/end-game-ep59/ Sat, 11 May 2024 08:20:54 +0000 https://thestandard.co/?p=932472

ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้มีรัฐมนตรีลาออกอีกแล้ว ใ […]

The post ชมคลิป: ดราม่าข้าว 10 ปี และปรับ ครม. ครั้งนี้มีรัฐมนตรีลาออกอีกแล้ว | END GAME #59 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งนี้มีรัฐมนตรีลาออกอีกแล้ว ในทางการเมืองอาจไม่ได้ทำให้เห็นรอยร้าวของรัฐบาลเศรษฐา แต่ภาพลักษณ์ด่างพร้อยย่อมเกิดขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ ขณะที่ผีจำนำข้าวยังตามหลอกหลอนรัฐบาลเพื่อไทยกับดราม่าข้าว 10 ปี ที่ตกลงแล้วกินได้หรือไม่ยังไม่รู้ แต่ที่รู้คือรัฐบาลบอกว่าคนไทยจะไม่ได้กิน

The post ชมคลิป: ดราม่าข้าว 10 ปี และปรับ ครม. ครั้งนี้มีรัฐมนตรีลาออกอีกแล้ว | END GAME #59 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกกลาโหมแจง ปม รมว. สุทิน ประกาศพร้อมซื้อข้าว 10 ปี โครงการจำนำข้าว ย้ำว่าจะจัดซื้อต่อเมื่อข้าวมีคุณภาพ-ปลอดภัย https://thestandard.co/thai-defense-minister-old-rice-purchase-clarified/ Fri, 10 May 2024 01:14:36 +0000 https://thestandard.co/?p=931768

วานนี้ (9 พฤษภาคม) พล.ร.ต. ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษก […]

The post โฆษกกลาโหมแจง ปม รมว. สุทิน ประกาศพร้อมซื้อข้าว 10 ปี โครงการจำนำข้าว ย้ำว่าจะจัดซื้อต่อเมื่อข้าวมีคุณภาพ-ปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (9 พฤษภาคม) พล.ร.ต. ธนิตพงศ์ สิริเศวตศักดิ์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีที่ สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ยินดีรับซื้อข้าวจากโครงการรับจำนำข้าว ถ้าเป็นการลดรายจ่ายหรือเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

 

พล.ร.ต. ธนิตพงศ์ กล่าวย้ำว่า กระทรวงกลาโหมยินดีสนับสนุนนโยบายและโครงการของรัฐบาล ทั้งนี้ การซื้อข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวจะต้องมีการสอบถามไปยังเหล่าทัพ และมีการตรวจสอบคุณภาพก่อนการจัดซื้ออย่างแน่นอน

 

ขณะที่ จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณีนี้ว่า การที่สุทินพูดถือเป็นเรื่องปกติ ถ้าข้าวดีมีคุณภาพจะเททิ้งเพื่ออะไร หรือจะให้เอกชนนิสัยเสียในยุคก่อนมาซื้อราคาถูก บอกจะเอาไปทำอาหารสัตว์ แต่เอาไปขายให้คนกินในราคาแพง

 

“เวลาผมเด็กๆ คุณแม่บอกว่าข้าวใหม่ไม่อร่อย คุณแม่ยังชอบซื้อข้าวเก่ามาหุง เพราะหุงขึ้นหม้อ หอมมาก รสชาติดี มีโปรตีน แต่เคสนี้ก็ชัดนะครับว่าไม่ใช่ ใช้คำว่าข้าวเก่าอย่างเดียว เก่าแล้วต้องรับรองด้วยว่า กินไปแล้วดี มีคุณภาพ ไม่ต้องพึ่งโลโมติล (Lomotil)” จิรายุกล่าว

 

จิรายุกล่าวต่อว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพูดชัดเจน ว่าถ้าข้าวผ่านมาตรฐาน องค์กรต่างๆ ให้การรับรองว่ามีคุณภาพที่ดี บริโภคได้ ถึงจะจัดซื้อเข้ามา ถามกลับว่าฝ่ายค้านอ่านไม่จบ หรือตั้งใจเอามาหลอกด่าฟรี 

 

วันนี้ต้องพูดคุยกันด้วยข้อมูล เช่น 

  1. ถ้าข้าวเน่าถึงขนาดคนหรือสัตว์กินไม่ได้ก็ควรเผาทิ้งเลย 
  2. ถ้าข้าวดีมีหน่วยงานรับประกันจะเอาไปทิ้งทำไม 
  3. ถ้ารับรองว่ากินได้ มีคุณภาพต่อร่างกาย สามารถขายได้ก็ควรขายให้กับเอกชนหรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อจะได้นำเงินกลับเข้าไปคงคลัง นำไปพัฒนาประเทศต่อไป 
  4. รถทัวร์บางทีก็เลือกจอดบ้าง อ่านให้ครบ จบให้เคลียร์ ประเทศจะได้ก้าวไปได้เร็ว ติดหล่มมา 10 กว่าปียังไม่เพลียอีกหรือ

The post โฆษกกลาโหมแจง ปม รมว. สุทิน ประกาศพร้อมซื้อข้าว 10 ปี โครงการจำนำข้าว ย้ำว่าจะจัดซื้อต่อเมื่อข้าวมีคุณภาพ-ปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมเผย ข้าวโครงการรับจำนำข้าวไม่แบ่งขายในประเทศ เตรียมเปิดประมูลส่งออกยกกอง แอฟริกาต้องการ 1.5 หมื่นตัน https://thestandard.co/rice-pledging-program-is-not-distributed-in-thailand/ Thu, 09 May 2024 09:22:02 +0000 https://thestandard.co/?p=931573

วันนี้ (9 พฤษภาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ […]

The post ภูมิธรรมเผย ข้าวโครงการรับจำนำข้าวไม่แบ่งขายในประเทศ เตรียมเปิดประมูลส่งออกยกกอง แอฟริกาต้องการ 1.5 หมื่นตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 พฤษภาคม) ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่มีนักวิชาการออกมาแสดงความเป็นห่วงข้าวหอมมะลิในโครงการรับจำนำข้าวว่าอาจมีสารปนเปื้อนทำให้เกิดมะเร็งได้ว่า ตนเองได้พิสูจน์ให้เห็นในขั้นตอนแรกว่าสภาพกายภาพข้าวยังอยู่ดี แม้สีจะเปลี่ยนไปบ้าง คุณภาพไม่เหมือนข้าวใหม่ และสามารถรับประทานได้ จึงขออย่าดราม่าเรื่องดังกล่าว เพราะเป็นเพียงการสรุปสภาพทางกายภาพของข้าว และสามารถมาตรวจสอบได้

 

ภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ในการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวก็มีทั้งสื่อมวลชน ข้าราชการ รวมถึงเซอร์เวเยอร์ ที่เป็นผู้ลงทะเบียนตรวจข้าวไปต่างประเทศที่ต่างชาติยอมรับตามมาตรฐาน รวมถึงผู้ส่งออก และโรงสีต่างๆ ที่มั่นใจว่าสามารถทำได้และพร้อมประมูล ซึ่งในกระบวนการส่งออก เอกชนมีขั้นตอนในการปรับปรุงข้าว

 

ส่วนจำเป็นจะต้องให้สาธารณสุขหรือนักวิชาการใดๆ ตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ภูมิธรรมกล่าวว่า ให้เป็นไปตามกระบวนการ เพราะการวิจารณ์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ กับข้าวกว่า 150,000 กระสอบ พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่ได้ท้าทายใคร เพียงแต่ต้องการพิสูจน์ที่ตนควรจะทำ เพื่อเตรียมเปิดประมูลให้ได้ราคาในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้ และหากยังดราม่ากันไม่จบก็กังวลว่าจะไม่สามารถประมูลได้

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า ขอให้เชื่อว่าประเทศที่รับซื้อ หรือผู้ค้า ผู้ส่งออก เจ้าของโรงสี ไม่นำข้าวเน่าไปขายแน่นอน และหากจะขายต้องมั่นใจ มิเช่นนั้นขายไปแล้วก็จะไม่มีใครมาซื้ออีก และประเทศที่รับซื้อก็จะต้องตรวจสอบรับอย่างเต็มที่ จึงขออย่าดราม่าไปมากกว่านี้ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อตนก็เคารพ เพราะตนได้ทำตามขั้นตอนกระบวนการแรกเสร็จสิ้นแล้ว

 

ส่วนข้าวดังกล่าวจะประมูลเพื่อการส่งออกเพียงอย่างเดียว หรือประมูลเพื่อจำหน่ายบริโภคในประเทศนั้น ภูมิธรรมกล่าวว่า ส่งออกอย่างเดียวก็ไม่พอแล้ว โดยเฉพาะในตลาดแอฟริกา 15,000 ตัน จึงจะต้องเป็นการประมูลยกกองทีเดียว ไม่แบ่งขายในประเทศหรือนอกประเทศ

 

ภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่เคยมีผู้ชนะการประมูลข้าวดังกล่าวไปแล้ว แต่ไม่มานำข้าวออกไปว่า เกิดขึ้นจริง 4-5 ครั้งแล้ว เพราะราคาข้าวในครั้งนี้สูงมาก เมื่อประมูลแล้วราคากลับตก หากรับไปก็จะต้องขาดทุน ดังนั้นจึงเกิดการฟ้องร้องกัน โดยองค์การคลังสินค้ายังอยู่ระหว่างการฟ้องร้อง

 

ขอยืนยันว่าที่ผู้ประมูลทิ้งข้าวไม่ใช่เพราะข้าวเน่า แต่เพราะราคาข้าวในปีดังกล่าวตก และการประมูลในครั้งนี้ตนก็จะเขียนกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนให้ผู้ที่ให้ราคาสูงสุด 5 อันดับแรกมีสิทธิชนะการประมูลข้าว เผื่อกรณีที่มีผู้สละสิทธิ และสามารถไปตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อนได้ ซึ่งข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวนี้ไม่มีค้างสต็อกในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว และโกดังดังกล่าวที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบก็เป็นเพียง 2 โกดังสุดท้ายที่เหลือ

 

เมื่อถามว่า มีการประเมินเบื้องต้นหรือไม่ว่าข้าวในโกดังดังกล่าวหากประมูลแล้วจะมีมูลค่าประมาณเท่าไร ภูมิธรรมกล่าวว่า ตอนนี้ราคากลางข้าวอยู่ที่ 30 กว่าบาทต่อกิโลกรัม แต่ตนประเมินว่าน่าจะได้ 15 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนการเปิดซองคาดว่าต้นเดือนมิถุนายนน่าจะทำได้ แต่ทุกอย่างต้องยุติก่อน

 

“ถ้ายังมีคนตั้งคำถามมันเน่ามันเสียจะประมูลได้อย่างไร และสุดท้ายคนจะประมูลเขาก็ต้องตรวจสอบอยู่แล้ว เราตั้งใจขายข้าวให้ได้ข้าวมาตรฐาน โดยจะเปิดประมูลขาย ซึ่งเราทดสอบเบื้องต้นให้คนที่เกี่ยวข้องมาดูก็บอกว่าน่าจะทำได้ และเวลาประมูลก็ต้องมีกรรมการขึ้นมาประกาศ ผมไม่คิดจะล็อกให้ใคร” ภูมิธรรมกล่าว

 

เมื่อถามว่า การประมูลที่เกิดขึ้นจะเป็นการส่งออกหรือขายในประเทศ ภูมิธรรมกล่าวว่า ส่งออกก็ไม่พอแล้ว ตลาดแอฟริกาก็ไม่พอ เราถึงจะประมูลยกกองเอาไปทีเดียวจะได้จบ ให้มาแบ่งขายมันมีงานยังต้องทำอีกเยอะ

The post ภูมิธรรมเผย ข้าวโครงการรับจำนำข้าวไม่แบ่งขายในประเทศ เตรียมเปิดประมูลส่งออกยกกอง แอฟริกาต้องการ 1.5 หมื่นตัน appeared first on THE STANDARD.

]]>