แว่นตาอัจฉริยะ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/แว่นตาอัจฉริยะ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 01 Aug 2026 08:16:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 EssilorLuxottica กำไรครึ่งปีแรกโต 13% จากกระแสแว่นตาอัจฉริยะ https://thestandard.co/essilorluxottica-profit-smartglass-growth/ Sat, 01 Aug 2026 08:16:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1237199 ภาพโลโก้ EssilorLuxottica หรือแว่นตาอัจฉริยะ

บริษัท EssilorLuxottica ผู้ผลิตแว่นตารายใหญ่ที่สุดของโล […]

The post EssilorLuxottica กำไรครึ่งปีแรกโต 13% จากกระแสแว่นตาอัจฉริยะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโลโก้ EssilorLuxottica หรือแว่นตาอัจฉริยะ

บริษัท EssilorLuxottica ผู้ผลิตแว่นตารายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 โดยมีกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Operating Profit) อยู่ที่ 1.9 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) อยู่ที่ 18.6% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 16.3%

 

ผลประกอบการครั้งนี้ มีแรงส่งจากกระแสแว่นตาอัจฉริยะ (Smartglass) ที่ทั้ง EssilorLuxottica และ Meta Platforms ถือเป็นผู้เล่นรายแรกที่สร้างความได้เปรียบก่อนใคร และเติบโตอย่างรวดเร็ว จากความสำเร็จของแว่น Ray-Ban Meta และ Oakley Meta อย่างไรก็ตาม ตลาดเริ่มเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่ต้นทุนชิ้นส่วนยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้นักลงทุนกังวลต่อแนวโน้มการเติบโตของยอดขายและอัตรากำไรในอนาคต

 

ในขณะเดียวกัน รายได้ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 7.69 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 8.7% เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Constant Currency) แต่ยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 7.75 พันล้านยูโร หรือเติบโต 10.1% ส่งผลให้บริษัทไม่ได้เปิดเผยตัวเลขกำไรเฉพาะของไตรมาสดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดแว่น AI มีแนวโน้มเข้มข้นขึ้น หลัง Alphabet และ Apple ต่างเตรียมเข้าสู่ตลาด ขณะที่ Meta เริ่มวางจำหน่ายแว่น AI ภายใต้แบรนด์ของตัวเองในราคาเริ่มต้น 299 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่ารุ่น Ray-Ban Meta Wayfarer ราว 80 ดอลลาร์ แม้ EssilorLuxottica จะยังคงเป็นผู้ผลิตกรอบแว่นให้กับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็ตาม

 

ในด้านภูมิภาค รายได้จากตลาดอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของบริษัท เติบโต 7.2% ในไตรมาส 2 ชะลอลงจาก 12.5% ในไตรมาสแรก โดยบริษัทระบุว่าเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจมหภาคทั่วโลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น

 

นอกเหนือจากธุรกิจแว่น AI แล้ว EssilorLuxottica ยังเดินหน้าขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีการแพทย์ โดยยอดขายผลิตภัณฑ์สำหรับการควบคุมภาวะสายตาสั้น (Myopia Management) เติบโต 24% ในไตรมาส 2 ขณะที่ยอดขายในภูมิภาคเอเชียได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อกิจการแว่นท็อปเจริญ (Top Charoen) ในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

ปัจจุบันบริษัท EssilorLuxottica มีแบรนด์ในเครือและสิทธิ์การผลิตแว่นให้กับแบรนด์แฟชั่นและลักชัวรีชั้นนำจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น Ray-Ban, Oakley, Persol, Oliver Peoples, Vogue Eyewear รวมถึงผลิตและจัดจำหน่ายแว่นภายใต้ลิขสิทธิ์ของแบรนด์อย่าง Prada, Chanel, Burberry, Dolce & Gabbana, Armani, Versace และ Coach ทำให้ EssilorLuxottica ครองบทบาทสำคัญทั้งในตลาดแว่นสายตา แว่นกันแดด และปัจจุบันยังเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของตลาดแว่นอัจฉริยะ (AI Smart Glasses) ผ่านความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีของฝั่งสหรัฐอเมริกา

 

อ้างอิง:

 

The post EssilorLuxottica กำไรครึ่งปีแรกโต 13% จากกระแสแว่นตาอัจฉริยะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gentle Monster เผยโฉมแว่นอัจฉริยะรุ่นที่สองที่ทำร่วมกับ Google และ Samsung https://thestandard.co/gentle-monster-google-samsung-smart-glasses/ Fri, 24 Jul 2026 11:50:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1234753

หลังจากที่ Gentle Monster เผยภาพแคมเปญแว่นตาอัจฉริยะที่ […]

The post Gentle Monster เผยโฉมแว่นอัจฉริยะรุ่นที่สองที่ทำร่วมกับ Google และ Samsung appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่ Gentle Monster เผยภาพแคมเปญแว่นตาอัจฉริยะที่แบรนด์จับมือเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกับ Google และ Samsung ตัวแรกไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุดก็มีการเผยโฉมแว่นตาอัจฉริยะดีไซน์ที่สองที่มาพร้อมกับกรอบทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งแตกต่างจากแว่นทรงวงรีของดีไซน์แรก

 

แว่นตาอัจฉริยะดีไซน์ใหม่นี้ยังคงแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นด้านการออกแบบและการผลิตแว่นตาของ Gentle Monster แบรนด์แว่นสัญชาติเกาหลีที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยแว่นตาดีไซน์ใหม่นี้ได้รับการออกแบบให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน และยังได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้ผู้ใช้ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยที่แทบจะไม่ต้องใช้มือสัมผัส ซึ่ง Gentle Monster นำเสนอแว่นอัจฉริยะรุ่นใหม่ผ่านแคมเปญที่ถ่ายภาพโดย Éamonn Zeel Freel และได้ตัวนางแบบแห่งยุคอย่าง Anok Yai และ Alex Consani มาขึ้นแคมเปญ

 

แว่นอัจฉริยะรุ่นนี้ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้ใช้งานได้อย่างลื่นไหล ด้วยระบบการเชื่อมต่อแว่นเข้ากับ Android หรือ iOS ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน แน่นอนว่าแว่นมาพร้อมกับฟีเจอร์ให้คำสั่งเสียงสำหรับการฟังเพลง การโทรศัพท์ การถ่ายภาพโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส การแปลภาษาและบอกทางแบบเรียลไทม์ และ AI ที่พร้อมทำหน้าที่เป็นผู้ช่วย ให้ผู้สวมใส่สามารถใช้งานแว่นพร้อมกับใช้ชีวิตอยู่กับคนรอบตัวได้อย่างเต็มที่

 

นอกจากนั้นแว่นรุ่นนี้ยังมีน้ำหนักเบา และสวมใส่ได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดตลอดทั้งวัน โดยแว่นจะใช้งานได้ 9 ชั่วโมงต่อการชาร์จแบต 1 ครั้ง และยังมีกล่องชาร์จแบตที่สามารถเพิ่มแบตเตอรี่ได้อีก 7 ชั่วโมง ขณะนี้ก็ต้องติดตามการเปิดตัวคอลเล็กชันแว่นตาอัจฉริยะอย่างเต็มรูปแบบของ Gentle Monster กันต่อไป

 

ภาพ: Gentle Monster

 

อ้างอิง https://hypebeast.com/2026/7/gentle-monster-intelligent-eyewear-collection-second-design-google-and-samsung-electronics-co-ltd-campaign-release-info

The post Gentle Monster เผยโฉมแว่นอัจฉริยะรุ่นที่สองที่ทำร่วมกับ Google และ Samsung appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kylie Jenner ร่วมดีไซน์คอลเล็กชันแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ของ Meta https://thestandard.co/kylie-jenner-meta-smart-glasses/ Thu, 25 Jun 2026 02:13:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1222512 Kylie Jenner สวมแว่นตาอัจฉริยะ Meta ที่เธอร่วมออกแบบ

นับเป็นอีกโปรเจกต์ที่น่าสนใจของ Kylie Jenner เมื่อเธอได […]

The post Kylie Jenner ร่วมดีไซน์คอลเล็กชันแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ของ Meta appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kylie Jenner สวมแว่นตาอัจฉริยะ Meta ที่เธอร่วมออกแบบ

นับเป็นอีกโปรเจกต์ที่น่าสนใจของ Kylie Jenner เมื่อเธอได้ไปร่วมออกแบบแว่นตาอัจฉริยะร่วมกับ Meta และทางแบรนด์ก็เปิดตัว Meta Glasses by Kylie Jenner ออกมาให้แฟนๆ ได้ยลโฉมกันอย่างเป็นทางการแล้ว โดยแว่นตาคอลเล็กชันนี้ผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวทันสมัยตามแบบฉบับแฟชั่นไอคอนตัวแม่แห่งยุคอย่าง Kylie Jenner และเธอยังได้ใส่กิมมิกความเป็นตัวตนลงไปในแว่นคอลเล็กชันนี้ด้วย

 

แว่นตาอัจฉริยะคอลเล็กชันนี้มี 3 โทนสีให้เลือก นั่นคือแว่นคุมโทนด้วยสีดำทั้งกรอบและเลนส์, แว่นกรอบลายกระสีเข้มกับเลนส์สีช็อกโกแลต และแว่นกรอบดำกับเลนส์สีเทาเปลี่ยนสีอัตโนมัติที่ Kylie Jenner เผยว่าเหมาะสมกับชาว ‘Angelenos’ มากที่สุด แต่ความพิเศษที่สุดของคอลเล็กชันนี้ก็คือฟีเจอร์ต่างๆ จาก Meta AI ทั้งการแปลภาษาแบบเรียลไทม์, กล้อง และฟีเจอร์เพลง ที่มาพร้อมกับเสียงและประโยคสุดไอคอนิกของ Kylie Jenner ซึ่งเธอเผยว่า

 

“ฉันอัดเสียงประโยคสั้นๆ เหล่านี้เอาไว้ ถ้าคุณสวมแว่นในตอนเช้า มันจะพูดว่า ‘Rise and Shine’ มันแค่รู้สึกเหมือนเป็นสิ่งที่ฉันจะหยิบมาใช้ในทุกๆ วัน”

 

ดีไซน์แว่นทรง Cat-Eye สะท้อนสไตล์ของ Kylie Jenner ที่ปัจจุบันมีความเรียบง่ายและมินิมัลมากกว่าเมื่อก่อน ซึ่งเธอก็ยอมรับว่าถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อนเธอคงจะดีไซน์แว่นอัจฉริยะให้มีรายละเอียดหรือมีความยิ่งใหญ่อลังการมากกว่านี้ โดยเธอเผยว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการออกแบบแว่นในครั้งนี้ก็คือรูปทรงของแว่น เธอต้องการบางอย่างที่เพรียวบางและมีทรงรี ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นไอเทมแฟชั่น ไม่ใช่อุปกรณ์หรือเครื่องมือเทคโนโลยี

 

ภาพ: Meta

อ้างอิง: https://www.aol.com/articles/kylie-jenner-meta-glasses-wake-133000619.html?guccounter=1&guce_referrer=

The post Kylie Jenner ร่วมดีไซน์คอลเล็กชันแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ของ Meta appeared first on THE STANDARD.

]]>
EssilorLuxottica เจ้าของ RayBan Oakley เลือกไทยขยายฐานผลิต AI Glasses https://thestandard.co/essilorluxottica-thailand-ai-glasses-production/ Wed, 27 May 2026 10:48:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1211575 ชายสวมแว่นตาอัจฉริยะกำลังใช้งานเทคโนโลยี AI

หลังเมื่อเดือนที่ผ่านมา ข่าวสะเทือนวงการ Retail และ Hea […]

The post EssilorLuxottica เจ้าของ RayBan Oakley เลือกไทยขยายฐานผลิต AI Glasses appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชายสวมแว่นตาอัจฉริยะกำลังใช้งานเทคโนโลยี AI

หลังเมื่อเดือนที่ผ่านมา ข่าวสะเทือนวงการ Retail และ Health Tech เมื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง EssilorLuxottica ประกาศปิดดีลครั้งประวัติศาสตร์ เข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญกับแว่นท็อปเจริญ (Top Charoen) เพื่อร่วมเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการขยายฐานธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน

 

ล่าสุด BOI เปิดเกมรุก หนุนขยายลงทุน AI Glasses ในไทย พร้อมจีบบริษัทระดับโลกทุนฝรั่งเศส Airbus แบตเตอรี่ EV Cybersecurity เข้าไทยหลายราย

 

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ทีมไทยแลนด์ได้เข้าหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำฝรั่งเศส ณ Le Cercle de l’Union Interalliée กรุง Paris เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านการลงทุน ท่ามกลางการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่

 

โดยบริษัทแรกที่หารือคือ Airbus ผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศรายใหญ่ที่สุดของยุโรป ซึ่งดำเนินธุรกิจในไทยมากกว่า 40 ปี ครอบคลุมทั้งเครื่องบินพาณิชย์ เฮลิคอปเตอร์ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบดาวเทียม และธุรกิจซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)

 

ล่าสุดบริษัทขยายกิจการในไทยเพื่อพัฒนาระบบการบินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้ง Virtual Reality และ Augmented Reality รวมถึงสนับสนุนด้านวิศวกรรมและการพัฒนาบุคลากร โดยไทยจะเป็นศูนย์ปฏิบัติการสำคัญของบริษัทนอกฝรั่งเศส และมีแผนเพิ่มวิศวกรเฉพาะทางจาก 160 คน เป็นกว่า 200 คน

 

รายต่อมาคือ EssilorLuxottica เจ้าของแบรนด์ดังระดับโลก เช่น Ray-Ban, Oakley และ Varilux ซึ่งดำเนินกิจการในไทยเกือบ 40 ปี มีพนักงานกว่า 9,000 คน และมีเงินลงทุนสะสมกว่า 16,000 ล้านบาท

 

“ล่าสุดบริษัทตัดสินใจขยายการลงทุนผลิต AI Glasses หรือแว่นตาอัจฉริยะในไทย ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับแว่นตาไฮเอนด์ รองรับการใช้งาน AI ทั้งการแปลภาษา บันทึกภาพ ฟังเพลง และค้นหาข้อมูลผ่านคำสั่งเสียง ถือเป็นตลาดเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเติบโตทั่วโลก”

 

ด้าน Imerys ผู้นำระดับโลกด้านวัสดุขั้นสูง ผู้ผลิตกราไฟต์และ Conductive Carbon Black ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของแบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับรถยนต์ EV และระบบกักเก็บพลังงาน ได้หารือโอกาสลงทุนเพิ่มเติมในไทย หลังรัฐบาลชูจุดแข็งไทยในฐานะฐานการผลิต EV ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค พร้อมเชิญชวนให้ลงทุนผลิตวัสดุขั้นสูง เพื่อเติมเต็มซัพพลายเชนแบตเตอรี่ EV ของไทยให้แข็งแกร่งและครบวงจรมากขึ้น

 

ขณะที่ Thales ผู้นำด้านเทคโนโลยีกลาโหม อวกาศ และ Cybersecurity ได้นำเสนอแนวทางความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงไซเบอร์ และระบบความปลอดภัยดิจิทัล รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและการยกระดับความมั่นคงทางเทคโนโลยีของประเทศ

 

ส่วน IN Groupe ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล หนังสือเดินทาง และบัตรประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ได้เสนอความร่วมมือพัฒนาระบบ Digital ID รุ่นใหม่ รวมถึงเทคโนโลยี Biometrics เพื่อผลักดันไทยสู่ฐานการผลิตและศูนย์ทดสอบระบบ Secure ID สำหรับประเทศในกลุ่ม CLMV และอาเซียน

 

การหารือครั้งนี้สะท้อนว่า บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของฝรั่งเศสมองไทยเป็นมากกว่าฐานการผลิต แต่เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในการสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ของภูมิภาค ทั้งด้าน EV การบิน ดิจิทัล และเทคโนโลยีความมั่นคง โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงของอาเซียน

 

ทั้งนี้ ในช่วงปี 2564 – ไตรมาส 1 ปี 2569 มีโครงการจากฝรั่งเศสยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทยรวม 93 โครงการ มูลค่ากว่า 29,208 ล้านบาท โดยบริษัทฝรั่งเศสรายใหญ่ที่ลงทุนในไทยแล้ว ได้แก่ Safran, Michelin, TotalEnergies, Valeo, Faurecia และ Saint-Gobain สะท้อนความสัมพันธ์เศรษฐกิจไทย-ฝรั่งเศสที่แข็งแกร่ง และแนวโน้มการขยายความร่วมมือสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคตต่อไป

 

ภาพ: PJ McDonnell / Shutterstock

The post EssilorLuxottica เจ้าของ RayBan Oakley เลือกไทยขยายฐานผลิต AI Glasses appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google และ Samsung จับมือกับ Gentle Monster ในการผลิตแว่นตาอัจฉริยะ https://thestandard.co/google-samsung-gentle-monster-smart-glasses/ Sun, 24 May 2026 03:14:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1210409 ภาพแว่นตาอัจฉริยะจากความร่วมมือของ Google, Samsung และ Gentle Monster

Gentle Monster เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ก้าวเท้าเข้าสู่ธุรก […]

The post Google และ Samsung จับมือกับ Gentle Monster ในการผลิตแว่นตาอัจฉริยะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแว่นตาอัจฉริยะจากความร่วมมือของ Google, Samsung และ Gentle Monster

Gentle Monster เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ก้าวเท้าเข้าสู่ธุรกิจแว่นตาอัจฉริยะ ท่ามกลางการแข่งขันทางการตลาดอันดุเดือด โดยแบรนด์ได้จับมือเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกับ Google และ Samsung ในการผลิตแว่นตาอัจฉริยะคอลเล็กชั่นแรก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Google เพิ่งประกาศร่วมพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะกับ Gucci ไปเมื่อเดือนก่อน

 

ข่าวอันน่าตื่นเต้นนี้ได้รับการเปิดเผยภายในงาน Google I/O 2026 โดยมีการเปิดเผยว่า แว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรกของ Gentle Monster แบรนด์แว่นตาสัญชาติเกาหลีที่กำลังมาแรงเป็นอย่างมากในขณะนี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้อย่างทันท่วงที พร้อมกับคงความโก้เก๋และสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้

 

โดยแว่นตาจะมาพร้อมกับระบบเสียงในตัวกับสปีกเกอร์แบบ Built-In พร้อมด้วยไมโครโฟนและกล้อง Discreet Camera ขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้จะทำให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลง โทรศัพท์ เก็บบันทึกภาพ และพูดคุยหรือใช้งาน Google Gemini ได้โดยตรง ไม่ว่าจะสำหรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การนำทาง หรือแม้แต่ปรับแต่งภาพในระหว่างที่ใช้ชีวิตทำอย่างอื่นได้ด้วย แน่นอนว่ากรอบแว่นของแว่นตาอัจฉริยะตัวนี้ยังคงสะท้อนถึงสไตล์และความงามที่ไม่เหมือนใครของ Gentle Monster ไม่แพ้ดีไซน์แว่นทั่วๆ ไปของแบรนด์

 

Gentle Monster เผยโฉมแว่นอัจฉริยะเป็นครั้งแรกออกมาแล้ว ถ่ายภาพโดยช่างภาพแฟชั่น Carlijin Jacobs ก่อนที่พวกเขาจะเปิดตัวคอลเล็กชันอย่างเต็มรูปแบบตามมาภายในปีนี้

 

อ้างอิง https://hypebeast.com/2026/5/google-samsung-gentle-monster-intelligent-eyewear-partnership-info

 

The post Google และ Samsung จับมือกับ Gentle Monster ในการผลิตแว่นตาอัจฉริยะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Gucci จับมือ Google พัฒนาแว่นตาอัจฉริยะที่มีสิทธิ์เปิดตัวภายในปี 2027 https://thestandard.co/gucci-google-smart-glasses-ai/ Tue, 21 Apr 2026 01:14:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1199367 ภาพโลโก้ Gucci สื่อถึงความร่วมมือกับ Google ในการพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะ

Luca de Meo ผู้บริหารแห่ง Kering สร้างความตื่นเต้นให้กั […]

The post Gucci จับมือ Google พัฒนาแว่นตาอัจฉริยะที่มีสิทธิ์เปิดตัวภายในปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโลโก้ Gucci สื่อถึงความร่วมมือกับ Google ในการพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะ

Luca de Meo ผู้บริหารแห่ง Kering สร้างความตื่นเต้นให้กับคอลักชัวรีผู้หลงใหลในเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยการคอนเฟิร์มผ่านการสัมภาษณ์ผ่าน Reuters ว่า ขณะนี้ Gucci ได้จับมือร่วมงานกับ Google ในการพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะ Gucci AI อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อทำตามเป้าหมายในการขยายธุรกิจบริษัทเข้าสู่แวดวงเทคโนโลยีมากขึ้น

 

Kering ตั้งเป้าในการเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ Gucci AI ให้ได้ภายในปี 2027 โดย Gucci แบรนด์เสาหลักของ Kering มีโอกาสที่จะกลายเป็นแบรนด์ลักชัวรียักษ์ใหญ่เจ้าแรกๆ ที่ได้ก้าวเท้าเข้าสู่ธุรกิจหมวดหมู่สินค้าแว่นตา AI ท่ามกลางการแข่งขันอันเข้มข้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยเรื่องรายละเอียดของงานดีไซน์แว่นตาอัจฉริยะของ Gucci และ Google ออกมาแต่อย่างใด แต่มีการคาดการณ์ว่าแว่นรุ่นนี้จะมาพร้อมกับกล้อง, ไมโครโฟน และสปีเกอร์ที่ทำงานภายใต้ระบบแพลตฟอร์ม Android XR ของ Google

 

โปรเจกต์แว่นตาอัจฉริยะที่ Gucci ร่วมพัฒนากับ Google ส่งผลให้ Kering กลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งทางการตลาดของบริษัทอื่นๆ โดยเฉพาะบริษัทแว่นตาสัญชาติอิตาลี-ฝรั่งเศสอย่าง EssilorLuxottica และ Meta ที่เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะกับ Ray-Ban ไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

 

นอกจากนั้นแว่นตา Gucci AI ยังเป็นกุญแจสำคัญสำหรับกลยุทธ์ของ Luca de Meo ในการยกระดับสินค้าที่ไม่ใช่หมวดหมู่หลักของบริษัท ซึ่งรวมไปถึงหมวดหมู่แว่นตาและจิวเวลรี เพื่อเป็นการกระจายรายได้ในช่วงที่บริษัทปรับตัวตามพฤติกรรมการจับจ่ายสินค้าลักชัวรีที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค พร้อมกับการฟื้นฟูยอดขายของ Gucci ที่มีความซบเซาตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ โดยบริษัทจะกลับมาโฟกัสกับการผลักดันความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ที่แท้จริงของ Gucci ไปด้วย

 

ภาพ: Gucci

 

อ้างอิง https://hypebeast.com/2026/4/gucci-x-google-smart-glasses-will-bring-gemini-ai

The post Gucci จับมือ Google พัฒนาแว่นตาอัจฉริยะที่มีสิทธิ์เปิดตัวภายในปี 2027 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Meta เปิดตัว ‘แว่นตา AI มีจอ’ ครั้งแรก! ราคา 25,000 บาท ชูระบบสั่งการด้วย ‘ท่าทางมือ’ ผ่านสายรัดข้อมือ https://thestandard.co/meta-ai-screen-glasses-25k-baht/ Fri, 19 Sep 2025 01:30:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1120488

Meta Platforms Inc. ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ครั้งสำ […]

The post Meta เปิดตัว ‘แว่นตา AI มีจอ’ ครั้งแรก! ราคา 25,000 บาท ชูระบบสั่งการด้วย ‘ท่าทางมือ’ ผ่านสายรัดข้อมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Meta Platforms Inc. ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ครั้งสำคัญที่สุดในรอบปี กับแว่นตาอัจฉริยะ Meta Ray-Ban Display ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่มีหน้าจอแสดงผลในตัว โดยตั้งราคาไว้ที่ 799 ดอลลาร์ (ประมาณ 25,000 บาท) การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็น ‘ก้าวสำคัญ’ ในการผลักดันให้แว่นตาอัจฉริยะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนต้องมี และเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ระยะยาวของบริษัทในการสร้างระบบนิเวศของตนเอง

 

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของบริษัท ได้กล่าวในงาน Meta Connect ประจำปีว่า แว่นตาในอนาคตของ Meta จะเป็นเหมือนยานพาหนะสำหรับ ‘สุดยอดปัญญาประดิษฐ์ส่วนตัว’ (personal superintelligence) “AI ควรให้บริการผู้คน ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งที่อยู่ในศูนย์ข้อมูลและทำงานอัตโนมัติให้กับสังคมในวงกว้าง” เขากล่าวบนเวที

 

ก่อนการเปิดตัว Bloomberg ได้สัมภาษณ์ แอนดรูว์ บอสเวิร์ธ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ซึ่งได้เรียกแว่นตารุ่นใหม่นี้ว่าเป็น “ผลิตภัณฑ์ที่จริงจังชิ้นแรก” ในตลาดนี้ และเป็นส่วนสำคัญของความพยายามในการสร้าง ‘ระบบนิเวศ’ (ecosystem) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคของตนเอง เพื่อแข่งขันโดยตรงกับคู่แข่งอย่าง Apple และ Google

 

หน้าจอขนาดเล็กที่ถูกติดตั้งไว้อย่างแนบเนียนในเลนส์ด้านขวาสามารถแสดงผลได้หลากหลาย ตั้งแต่ข้อความ, การแจ้งเตือนวิดีโอคอล, แผนที่นำทาง ไปจนถึงผลลัพธ์จากการสอบถาม Meta AI นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นช่องมองภาพสำหรับกล้องบนโทรศัพท์ และแสดงข้อมูลการเล่นเพลงได้อีกด้วย

 

“สิ่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณสามารถเก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าได้บ่อยขึ้นตลอดทั้งวัน” บอสเวิร์ธกล่าว เขาย้ำว่าโทรศัพท์จะยังไม่หายไปไหน แต่แว่นตาจะเป็นช่องทางที่สะดวกสบายกว่าในการเข้าถึงฟีเจอร์ที่สำคัญที่สุดของโทรศัพท์

 

จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของแว่นตารุ่นนี้คือระบบ ‘สั่งการ’ รูปแบบใหม่ที่ใช้ท่าทางของมือเป็นหลัก โดยอาศัยอุปกรณ์สวมใส่ข้อมือที่เรียกว่า Meta Neural Band ซึ่งจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่มือข้างที่ผู้ใช้ถนัด

 

ผู้ใช้งานสามารถเลือกรายการต่างๆ ได้ด้วยการใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้หนีบเข้าหากัน, เลื่อนดูรายการด้วยการสไลด์นิ้วโป้ง, แตะนิ้วโป้งสองครั้งเพื่อเรียกผู้ช่วย AI หรือบิดข้อมือกลางอากาศเพื่อปรับระดับเสียง ซึ่งเป็นการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

 

นอกจากนี้ แว่นตายังมาพร้อมกับฟีเจอร์คำบรรยายสดที่สามารถแสดงผลคำพูดแบบเรียลไทม์ รวมถึงการแปลภาษาได้ทันที คล้ายกับคำบรรยายบนโทรทัศน์ และผู้ใช้ยังสามารถตอบข้อความด้วยการอัดเสียงพูดหรือเขียนตัวอักษรกลางอากาศได้อีกด้วย

 

สำหรับสเปกทางเทคนิค หน้าจอมีขอบเขตการมองเห็น 20 องศา ด้วยความละเอียด 600 x 600 พิกเซล และมีความสว่างสูงสุดถึง 5,000 nits ทำให้มองเห็นได้ดีในสภาพแสงส่วนใหญ่ ขณะที่กล้องภายนอกมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และสามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด 1080p ได้

 

แบตเตอรี่ของตัวแว่นสามารถใช้งานได้นาน 6 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเคสสำหรับชาร์จสามารถให้พลังงานเพิ่มได้อีก 30 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการสาธิตสดบนเวที ซักเคอร์เบิร์กก็ได้ประสบปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อยกับอุปกรณ์ทั้งสองรุ่น ซึ่งเขาก็ได้กล่าวติดตลกว่า “เราซ้อมกันมาเป็นร้อยครั้งแล้วนะ”

 

Meta จะเริ่มวางจำหน่ายแว่นตารุ่นใหม่นี้ในวันที่ 30 กันยายน ผ่านทางร้านค้าของ Ray-Ban, Lenscrafters, Best Buy และ Verizon บางสาขา โดยในช่วงแรกจะรองรับแอปพลิเคชันอย่าง Facebook Messenger, WhatsApp และ Spotify ก่อนที่จะเพิ่มการดู Reels บน Instagram เข้ามาในภายหลัง

 

บอสเวิร์ธยอมรับว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงแรกแม้แต่พันธมิตรอย่าง Ray-Ban เองก็ยังลังเลที่จะนำแบรนด์ของตนเองมาใช้กับแว่นตาที่มีจอแสดงผล และราคาที่สูงถึง 799 ดอลลาร์ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ “คำถามที่แท้จริงคือผลิตภัณฑ์นี้จะรอดหรือไม่เมื่อต้องเจอกับตลาดจริง แต่เราก็รู้สึกมั่นใจกับผลิตภัณฑ์นี้มาก” เขากล่าว

 

แว่นตาอัจฉริยะรุ่นนี้ถือเป็นเพียงบันไดขั้นแรกที่นำไปสู่แว่นตา AR (Augmented Reality) เต็มรูปแบบ ที่สามารถซ้อนทับเนื้อหาอินเทอร์แอกทีฟลงบนโลกจริงได้ ซึ่ง Meta วางแผนที่จะเปิดตัวสู่ผู้บริโภคในปี 2027

 

บอสเวิร์ธยังได้เปรียบเทียบกับความล้มเหลวของ Google Glass ในอดีตว่า “เวลาคือทุกสิ่ง ไม่มีไอเดียที่แย่ในซิลิคอนวัลเลย์ มีแต่ช่วงเวลาที่ผิด” เขามองว่าตอนนี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ด้วยกระแส AI ที่กำลังบูม และคาดการณ์ว่าจะสามารถขายแว่นตารุ่นนี้ได้มากกว่า 100,000 ชิ้นภายในสิ้นปีหน้า

 

นอกเหนือไปจากแว่นตา บอสเวิร์ธยังเปิดเผยว่าโครงการสมาร์ทวอทช์เพื่อแข่งกับ Apple Watch ก็คืบหน้าไปมากแล้ว เขาระบุว่ากำลังพิจารณาแนวทางที่มีอนาคตสดใสอยู่หลายทาง และยังได้กล่าวเสริมด้วยว่า “ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เรามีความก้าวหน้าครั้งสำคัญในด้านประสบการณ์การใช้งานที่น่าตื่นเต้นมาก”

 

ขณะที่ อเล็กซ์ ฮิเมล หัวหน้าทีมพัฒนาแว่นตา ก็ได้กล่าวถึงการวิจัยเกี่ยวกับคอนแทคเลนส์ที่ในวันหนึ่งอาจเข้ามาทำหน้าที่แทนแว่นตาสำหรับเทคโนโลยี AR ได้อย่างสมบูรณ์

 

อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจจะ ‘ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง’ ก็เป็นได้ เนื่องจากมีอุปสรรคทางเทคโนโลยีที่สูงมาก พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า “ไม่มีอะไรที่เราไม่ได้กำลังศึกษาอยู่” ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Meta กำลังสำรวจเทคโนโลยีทุกความเป็นไปได้สำหรับอนาคต

 

หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 31.81 บาท ณ วันที่ 18 กันยายน 2568

 

ภาพ: REUTERS/Carlos Barria

 

อ้างอิง:

The post Meta เปิดตัว ‘แว่นตา AI มีจอ’ ครั้งแรก! ราคา 25,000 บาท ชูระบบสั่งการด้วย ‘ท่าทางมือ’ ผ่านสายรัดข้อมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google กลับสู่สังเวียนแว่นตาอัจฉริยะ ทุ่ม 3.4 พันล้านบาทซื้อหุ้น Gentle Monster หวังปั้นแว่น XR เป็นไอเท็มแฟชั่น https://thestandard.co/google-invests-gentle-monster-xr-smart-glasses/ Sat, 28 Jun 2025 11:24:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1090462 แว่นตา XR จาก Gentle Monster ร่วมมือกับ Google เป็นแว่นตาแฟชั่นและเทคโนโลยีล้ำสมัย

Google ได้ลงนามข้อตกลงเพื่อลงทุนราว 1.45 แสนล้านวอน (ปร […]

The post Google กลับสู่สังเวียนแว่นตาอัจฉริยะ ทุ่ม 3.4 พันล้านบาทซื้อหุ้น Gentle Monster หวังปั้นแว่น XR เป็นไอเท็มแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
แว่นตา XR จาก Gentle Monster ร่วมมือกับ Google เป็นแว่นตาแฟชั่นและเทคโนโลยีล้ำสมัย

Google ได้ลงนามข้อตกลงเพื่อลงทุนราว 1.45 แสนล้านวอน (ประมาณ 3.46 พันล้านบาท) ใน Gentle Monster แบรนด์แว่นตาแฟชั่นจากเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ที่ออกแบบแว่นตา Extended Reality (XR) รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต 

 

การลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำ ‘ความมุ่งมั่น’ ของ Google ในการนำเสนอแว่นตา XR ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 ให้เป็น ‘ไอเท็มแฟชั่น’ มากกว่าอุปกรณ์เทคโนโลยี ในขณะที่บริษัทหวนคืนสู่ตลาดแว่นตาอัจฉริยะหลังจากห่างหายไปนานนับทศวรรษ

 

แหล่งข่าวระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเจรจา โดยข้อตกลงนี้จะทำให้ Google ถือหุ้น 4% ในบริษัทแว่นตาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่แฟชั่นนิสต้า โดยเมื่อเดือนที่แล้ว Google ได้เปิดตัวต้นแบบของแว่นตา XR ในงานประชุมนักพัฒนา Google I/O 

 

แว่นตาดังกล่าวได้รับการออกแบบร่วมกันโดย Gentle Monster และ Warby Parker จากสหรัฐฯ โดยมี Samsung เป็นผู้นำในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ และขับเคลื่อนด้วย Android XR ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ปรับแต่งมาเพื่อแว่นตาอัจฉริยะโดยเฉพาะ

 

การเป็นพันธมิตรกับ Gentle Monster สะท้อนถึงบทเรียนที่ Google ได้เรียนรู้จากความล้มเหลวในอดีต ในปี 2013 Google เคยเปิดตัวแว่นตา Augmented Reality (AR) ที่ชื่อ Google Glass แต่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง เนื่องจากปัญหาหลายประการ 

 

เช่น อายุแบตเตอรี่ที่สั้น ปัญหาความร้อนสูงเกินไป และราคาที่สูงมาก ที่สำคัญที่สุดคือ แว่นตารุ่นนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่อง ‘รูปลักษณ์น่าอึดอัด’ ที่มาพร้อมจอแสดงผลแบบไม่สมมาตรที่ติดตั้งอยู่ด้านเดียว กรอบแว่นที่ดูใหญ่เทอะทะ และกล้องที่โดดเด่นสะดุดตา จนก่อให้เกิดความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว Google จึงตัดสินใจยุติโครงการแว่นตาอัจฉริยะนี้ไปในปี 2015 เพียงสองปีหลังจากการเปิดตัว

 

ในงานประชุมนักพัฒนา I/O เมื่อเดือนพฤษภาคม ซันดาร์ พิชัย ซีอีโอของ Google กล่าวว่า แว่นตาอัจฉริยะควรทำหน้าที่เป็น ‘แฟชั่นไอเท็ม’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้ลืมไปว่ากำลังสวมใส่มันอยู่ และแว่นตา XR ของ Google จะมีความสามารถในการนำทางแบบเรียลไทม์ การแปลภาษาแบบสดๆ และการโต้ตอบกับผู้ช่วย AI ซึ่งช่วยเสริมประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน 

 

Gentle Monster ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 โดย คิม ฮันกุก ได้พัฒนาเป็นแบรนด์หรูที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลอย่างมากทั้งในเอเชียและสหรัฐฯ กรอบแว่นตาและรูปทรงที่แปลกใหม่ของแบรนด์นี้ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ Gen Z รวมถึงคนดังระดับโลก เช่น เคนดริก ลามาร์ นักร้องชาวอเมริกัน และนางแบบสาว จีจี้ ฮาดิด

 

ในปี 2024 II Combined Co. ซึ่งเป็นผู้ดำเนินงานของ Gentle Monster ทำรายได้ได้ 7.89 แสนล้านวอน โดยมียอดขายทั่วโลกคิดเป็น 38% ของรายได้ทั้งหมด และมีกำไรจากการดำเนินงานเกิน 2 แสนล้านวอน ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีก่อนหน้า 

 

Google กำลังลงทุนใน Gentle Monster ด้วยมูลค่าบริษัท 3.6 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงขึ้นประมาณสามเท่าจากปี 2020 ซึ่งเป็นปีที่ Gentle Monster ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งใน ‘ยูนิคอร์น’ หรือบริษัทที่มีมูลค่ากิจการ 1 ล้านล้านวอนขึ้นไป

 

ในขณะเดียวกัน Meta ก็เป็นผู้นำในการแข่งขันด้านแว่นตา XR โดยเป็นพันธมิตรกับแบรนด์แฟชั่นชื่อดัง และได้เปิดตัว Ray-Ban Meta ไปในปี 2021 ซึ่งมาพร้อมกล้องในตัวและระบบเสียงแบบ Open-ear นอกจากนี้ Meta ยังกำลังพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ๆ ที่มีคุณสมบัติหลากหลาย โดยร่วมมือกับ Oakley แบรนด์แว่นตากีฬา และ Prada แบรนด์แฟชั่นหรูหรา 

 

รวมถึง Apple ที่กำลังเข้าสู่ตลาดนี้ด้วยการพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะที่มาพร้อมชิปหน่วยความจำของตนเอง และ Snap Inc. แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ก็ได้เปิดเผยแผนการเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะชื่อ Specs ในปี 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดใน ‘ตลาดอุปกรณ์สวมใส่’ แห่งนี้

 

ภาพ: yllyso / Shutterstock

อ้างอิง:

The post Google กลับสู่สังเวียนแว่นตาอัจฉริยะ ทุ่ม 3.4 พันล้านบาทซื้อหุ้น Gentle Monster หวังปั้นแว่น XR เป็นไอเท็มแฟชั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน-รถยนต์! Xiaomi บุก ‘แว่นตา AI’ ชน Meta-HUAWEI หวังครองอนาคตของผู้ช่วยส่วนตัว https://thestandard.co/xiaomi-joins-ai-glasses-race/ Thu, 26 Jun 2025 14:15:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1089750

Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยักษ์ใหญ่จาก […]

The post ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน-รถยนต์! Xiaomi บุก ‘แว่นตา AI’ ชน Meta-HUAWEI หวังครองอนาคตของผู้ช่วยส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยักษ์ใหญ่จากจีน เปิดตัว ‘แว่นตา AI’ อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์เป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการประกาศรุกเข้าสู่ ‘ตลาดแว่นตาอัจฉริยะ’ ภายในประเทศที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่มีการแข่งขันสูง โดยบริษัทที่ตั้งอยู่ในปักกิ่งนี้วางตำแหน่งแว่นตาใหม่ของตนเองให้เป็น ‘อุปกรณ์อัจฉริยะส่วนบุคคลแห่งยุคหน้า’

 

เหลย จุน ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอของ Xiaomi เปิดเผยว่า แว่นตา AI นี้สามารถรองรับ ‘การบันทึกวิดีโอบุคคลที่หนึ่ง’ และตอบสนองต่อคำสั่งเสียงได้ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พบได้ทั่วไปในแว่นตาอัจฉริยะสมัยใหม่อย่างของ Meta และ Ray-Ban แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าคือ แว่นตาที่มาพร้อมกล้องนี้สามารถมองเห็นและจดจำวัตถุรอบตัวผู้ใช้งาน และตอบคำถามโดยใช้ Generative AI ได้

 

ตัวอย่างจากวิดีโอที่ Xiaomi เผยแพร่เพื่อทีเซอร์แว่นตาอัจฉริยะนี้ แสดงให้เห็นผู้สวมใส่สามารถถามแว่นตาเพื่อระบุชนิดของพืช ประมาณการแคลอรีของอาหาร หรือแม้กระทั่งอธิบายว่าตัวคาปิบารากินอะไรเป็นอาหาร นอกจากการสั่งงานด้วยเสียง ผู้ใช้ยังสามารถถ่ายภาพแบบแฮนด์ฟรี ‘การจดจำวัตถุ’ และแปลภาษาได้ทันทีผ่าน Super Xiao Ai ผู้ช่วยเสียงของแว่นตา

 

แว่นตา AI รุ่นนี้ยังมีน้ำหนักเพียง 40 กรัม มาพร้อมกรอบแว่นตาที่ถอดเปลี่ยนได้ 3 สไตล์ และรองรับการปรับแต่งรูปหน้าแบบออนไลน์และออฟไลน์ได้ เลนส์ของแว่นสามารถเปลี่ยนโหมดสีได้ด้วยการแตะ และมีกล้องหน้า 12MP สำหรับบันทึกวิดีโอคุณภาพสูง หรือใช้สำหรับการประชุมทางวิดีโอและการสตรีมสดผ่านแพลตฟอร์มของบุคคลที่สาม

ผู้ใช้ยังสามารถชำระเงินแบบไร้สัมผัสได้ง่ายๆ โดยการสแกน QR Code และยืนยันธุรกรรมด้วยคำสั่งเสียง ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวัน

 

แว่นตา AI ของ Xiaomi เปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 1,999 หยวน สำหรับรุ่นมาตรฐาน และสูงสุด 2,999 หยวน สำหรับรุ่นเลนส์สี โดยปัจจุบันมีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น และ Xiaomi ยังไม่มีแผนการวางจำหน่ายในตลาดต่างประเทศในขณะนี้

 

การที่ Xiaomi รุกเข้าสู่ ‘ตลาดแว่นตาอัจฉริยะ’ สะท้อนถึงการแข่งขันที่ดุเดือด โดย Counterpoint บริษัทที่ปรึกษาด้านการตลาด ระบุว่าแว่นตาอัจฉริยะของ Meta ยังคงเป็นที่นิยมมากที่สุด ครองส่วนแบ่งตลาดโลกกว่า 60% เมื่อปีที่แล้ว

 

และคาดการณ์ว่าปี 2025 จะเป็น ‘สงครามของแว่นตาอัจฉริยะนับร้อยรุ่น’ คู่แข่งรายอื่นๆ ของจีน เช่น Huawei ได้เปิดตัวแว่นตา AI ที่อัปเดตเมื่อเดือนเมษายน และ Baidu ก็ประกาศเปิดตัวแว่นตา AI ของตัวเองเช่นกัน

 

เหอ หวังเฉิง นักวิเคราะห์จาก WellsennXR เชื่อว่าจุดแข็งหลักของ Xiaomi ในตลาดแว่นตาอัจฉริยะคือ ‘ระบบนิเวศ’ ขนาดใหญ่ของบริษัท ซึ่งครอบคลุมอุปกรณ์สมาร์ทโฮมและรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายประเภท

 

นอกจากนี้ Counterpoint ยังคาดการณ์ว่าตลาดแว่นตาอัจฉริยะทั่วโลกจะเติบโตถึง 60% ในปีนี้ หลังจากที่เติบโตถึง 210% เมื่อเทียบเป็นรายปีในปี 2024 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตมหาศาลในอนาคต

 

ภาพ: AS project / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post ไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน-รถยนต์! Xiaomi บุก ‘แว่นตา AI’ ชน Meta-HUAWEI หวังครองอนาคตของผู้ช่วยส่วนตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Meta จัดหนัก บุกตลาดนักกีฬา เปิดตัวแว่นอัจฉริยะ Oakley แบต 2 เท่า – ถ่ายวิดีโอ 3K – กันน้ำ พิสูจน์ความสำเร็จฮาร์ดแวร์ AI https://thestandard.co/meta-oakley-smart-glasses/ Tue, 24 Jun 2025 03:37:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1088296

Meta Platforms Inc. กำลังจุดพลุเปิดตัว ‘แว่นตาอัจฉริยะ’ […]

The post Meta จัดหนัก บุกตลาดนักกีฬา เปิดตัวแว่นอัจฉริยะ Oakley แบต 2 เท่า – ถ่ายวิดีโอ 3K – กันน้ำ พิสูจน์ความสำเร็จฮาร์ดแวร์ AI appeared first on THE STANDARD.

]]>

Meta Platforms Inc. กำลังจุดพลุเปิดตัว ‘แว่นตาอัจฉริยะ’ รุ่นใหม่ ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Oakley แบรนด์ดังระดับโลก โดยมุ่งเป้าเจาะตลาดนักกีฬาอย่างเต็มตัว พร้อมคุณสมบัติเด่นคือ ‘การบันทึกวิดีโอ’ ที่ได้รับการอัปเกรดแบบก้าวกระโดด

 

การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงเป็นการขยายฐานผลิตภัณฑ์นอกเหนือจาก Ray-Ban แต่ยังเป็นข้อพิสูจน์ถึง ‘ความสำเร็จที่เกินคาด’ ของ Meta ในสังเวียนฮาร์ดแวร์ AI ที่เคยเจอขวากหนาม

 

แว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่นี้ใช้ดีไซน์ HSTN อันเป็นเอกลักษณ์ของ Oakley มีราคาเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,000 บาท) และสูงสุด 499 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 16,000 บาท) สำหรับรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่มาพร้อมลูกเล่นสีทอง

 

คุณสมบัติหลักยังคงคล้ายคลึงกับรุ่น Ray-Ban เดิม ทั้งการโทรออก รับสาย เล่นเพลง ถ่ายภาพและวิดีโอ รวมถึงการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Meta AI) เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมรอบตัวผู้สวมใส่ แต่รุ่นใหม่นี้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วย ‘แบตเตอรี่’ ที่ใช้งานได้ยาวนานขึ้นถึงสองเท่า การบันทึกวิดีโอที่ความละเอียด 3K และคุณสมบัติกันน้ำ

 

เส้นทางสู่ความสำเร็จของ Meta ในตลาดแว่นตานั้นไม่ได้ง่ายอย่างใจนึก แว่นตา Ray-Ban Stories รุ่นแรกของบริษัทเคยพลาดท่าและประสบความล้มเหลวในปี 2021

 

แต่ Meta ก็ไม่ยอมแพ้ ได้กลับมาพร้อมกับรุ่นถัดมาในปี 2023 ซึ่งกลายเป็น ‘ความสำเร็จที่เกินคาด’ อย่างมหาศาล และเป็นอาวุธลับที่ทำให้ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียรายนี้ มีรากฐานฮาร์ดแวร์ที่มั่นคงในการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ อเล็กซ์ ฮิเมล รองประธานของ Meta ที่ดูแลผลิตภัณฑ์กลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ ยอมรับว่า “ความนิยมทำให้เราประหลาดใจเล็กน้อย”

 

ฮิเมล เผยว่าเดิมทีแว่น Ray-Ban จะเป็นแว่นตาอัจฉริยะไร้จอแสดงผลคู่สุดท้าย แต่จากความสำเร็จที่เกินคาดนี้ ทำให้ Meta มี ‘แผนงานระยะยาว’ สำหรับหมวดผลิตภัณฑ์ไร้จอแสดงผล โดยมีแผนจะเปิดตัวแว่น Oakley ที่ใช้ดีไซน์ Sphera ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อนักปั่นจักรยานโดยเฉพาะในช่วงปลายปีนี้ และจะมาพร้อมกล้องที่จัดวางอยู่ตรงกลาง

 

นอกจากนี้ Meta ยังมองไปไกลกว่านั้น โดยวางแผนจะเปิดตัวแว่นตาระดับไฮเอนด์ที่มีหน้าจอแสดงผลสำหรับแจ้งเตือนและช่องมองภาพจากกล้องในปลายปีนี้ และตั้งเป้าจะบุกตลาดแว่น Augmented Reality (AR) ที่แท้จริง ซึ่งจะผสานแอปพลิเคชันดิจิทัลเข้ากับโลกจริงในปี 2027

 

ฮิเมลกล่าวว่า Meta ได้ขายแว่นตาไปแล้วหลายล้านคู่ และมียอดซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ให้เหตุผลว่าความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นมาจากการปรับปรุง ‘สิ่งเล็กๆ น้อยๆ’ จำนวนมาก ทั้งคุณภาพเสียงและไมโครโฟนที่คมชัดเกินคาด จนเริ่มเหนือกว่าหูฟังแบบสแตนด์อโลน

 

รวมถึงคุณภาพของกล้องและ AI อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า อายุแบตเตอรี่ที่จำกัดยังคงเป็น ‘ข้อร้องเรียนอันดับหนึ่ง’ สำหรับรุ่น Ray-Ban แต่แว่น Oakley รุ่นใหม่นี้ ได้รับการพัฒนาให้ ‘แบตเตอรี่’ ใช้งานได้ยาวนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สามารถใช้งานได้ถึง 8 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และเคสชาร์จยังสามารถเก็บพลังงานได้อีก 48 ชั่วโมง โดยแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นนี้มาจากการปรับปรุงสารเคมีในแบตเตอรี่ใหม่และการปรับแต่งซอฟต์แวร์

 

Oakley และ Ray-Ban ทั้งคู่เป็นแบรนด์ในเครือของ EssilorLuxottica SA ซึ่ง Oakley ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 รองจาก Ray-Ban ฮิเมลกล่าวว่า Meta จะเดินหน้าเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ภายใต้เครือ EssilorLuxottica ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“เราจะต้องเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เพราะในโลกของแฟชั่น สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก” เขากล่าว และหวังจะขยายไปสู่แบรนด์อื่นๆ ที่ Meta สนใจแว่น Oakley รุ่นแรกนี้ จะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในวันที่ 11 กรกฎาคม ก่อนจะวางจำหน่ายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

แว่นตารุ่นนี้จะวางจำหน่ายในสหรัฐฯ, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, ออสเตรีย, เบลเยียม, ออสเตรเลีย, เยอรมนี, สวีเดน, นอร์เวย์, ฟินแลนด์ และเดนมาร์ก ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดอุปกรณ์สวมใส่

 

บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น Apple และ Snap ก็กำลังพัฒนาแว่นตาอัจฉริยะเช่นกัน โดย Apple มีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์แว่นตาชิ้นแรกปลายปี 2026 ขณะที่ Amazon ก็จำหน่ายแว่นตาของตนเอง แต่รุ่นปัจจุบันยังไม่มีกล้อง

 

อ้างอิง:

The post Meta จัดหนัก บุกตลาดนักกีฬา เปิดตัวแว่นอัจฉริยะ Oakley แบต 2 เท่า – ถ่ายวิดีโอ 3K – กันน้ำ พิสูจน์ความสำเร็จฮาร์ดแวร์ AI appeared first on THE STANDARD.

]]>
Oakley x Meta เชื่อเตรียมเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะผสาน AI https://thestandard.co/oakley-x-meta-ai/ Tue, 17 Jun 2025 03:40:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1085759 Seungmin วง Stray Kids สวม Burberry แคมเปญใหม่ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์

Oakley แบรนด์แว่นตาสายสปอร์ต กำลังร่วมมือกับ Meta บริษั […]

The post Oakley x Meta เชื่อเตรียมเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะผสาน AI appeared first on THE STANDARD.

]]>
Seungmin วง Stray Kids สวม Burberry แคมเปญใหม่ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์

Oakley แบรนด์แว่นตาสายสปอร์ต กำลังร่วมมือกับ Meta บริษัทแม่ของ Facebook โดยเผยแพร่ข้อมูลบนโซเชียลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จะออกสู่ตลาดเร็วๆ นี้ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นแว่นตาอัจฉริยะที่มีข่าวลือออกมาเมื่อต้นปีนี้

 

Meta เคยออกแว่นตาอัจฉริยะที่ผลิตร่วมกับ Ray-Ban มาก่อนแล้ว แต่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Bloomberg รายงานว่า Meta กำลังดำเนินการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับแว่นกันแดด Oakley เช่นกัน เช่นเดียวกับ Ray-Ban รุ่น Meta Oakley จะมีกล้องในตัวสำหรับถ่ายภาพและวิดีโอ รวมถึงมีความสามารถของ AI

 

Meta AI ถูกผสานเข้ากับ Ray-Ban และสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของผู้สวมใส่ได้ นอกจากนี้ แว่นตายังมีลำโพงและเล่นเพลงได้ พร้อมทั้งทำให้ผู้สวมใส่รับสายโทรศัพท์ได้อีกด้วย

 

แว่น Meta ภายใต้แบรนด์ Oakley อาจใช้เลนส์ Oakley Sphaera เป็นฐาน โดยกล้องจะวางอยู่ตรงกลางของกรอบแว่น โดย Meta อาจทำตลาดแว่นรุ่นนี้กับนักปั่นจักรยานและนักกีฬาอื่นๆ ที่สวมแว่นกันแดด Oakley อยู่แล้ว

 

Oakley ไม่ได้ยืนยันแน่ชัดว่ากำลังพัฒนาอะไรอยู่ และตัวอย่างก็จำกัดอยู่แค่โลโก้ Meta และ Oakley เท่านั้น แต่ทั้งสองบริษัทก็แทบจะไม่ได้เปิดเผยอะไรเพิ่มเติมเลย เราจะทราบข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ เมื่อผลิตภัณฑ์พร้อมเปิดตัว

 

ภาพ: oakleymeta / Instagram

อ้างอิง

The post Oakley x Meta เชื่อเตรียมเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะผสาน AI appeared first on THE STANDARD.

]]>
Google ผนึก Samsung เปิดตัว ‘แว่นตา AI’ ผสาน Gemini และดีไซน์จาก Gentle Monster ชูธงก้าวสำคัญเทคโนโลยีสวมใส่ https://thestandard.co/google-samsung-ai-glasses-gemini-gentle-monster/ Thu, 22 May 2025 08:17:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1077126

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีสวมใส่ที่ผสานปัญญ […]

The post Google ผนึก Samsung เปิดตัว ‘แว่นตา AI’ ผสาน Gemini และดีไซน์จาก Gentle Monster ชูธงก้าวสำคัญเทคโนโลยีสวมใส่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีสวมใส่ที่ผสานปัญญาประดิษฐ์อย่างใกล้ชิด เมื่อ Google และ Samsung Electronics เตรียม ‘เปิดตัวแว่นตา AI’ ในกลุ่ม Extended Reality (XR) ที่ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini สุดล้ำของ Google และมาพร้อมการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์จากแบรนด์แว่นตาชื่อดังอย่าง Gentle Monster และ Warby Parker 

 

ในการประชุมนักพัฒนาประจำปี Google I/O 2025 เมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) ที่ผ่านมา Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ได้ฉายภาพการพัฒนา AI ล่าสุดของบริษัท โดยเน้นย้ำว่าเรากำลังอยู่ใน ‘เฟสใหม่ของแพลตฟอร์ม AI’ ซึ่งงานวิจัยที่สั่งสมมาหลายทศวรรษกำลัง ‘กลายเป็นความจริงสำหรับผู้คนทั่วโลก’

 

Google ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Samsung เพื่อพัฒนาฮาร์ดแวร์ที่จะเป็นสะพานเชื่อมโลกเสมือนจริงและโลกจริงเข้าด้วยกัน โดยมี ‘เทคโนโลยี AI’ เป็นแกนหลักขับเคลื่อน

 

ในการสาธิตที่งาน I/O ผู้บริหารของ Google ได้แสดงให้เห็นว่าแว่นตา Android XR รุ่นต้นแบบซึ่งติดตั้ง AI Agents หรือผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์แบบโต้ตอบ สามารถจัดการ ‘งานประจำวัน’ ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการนำทางแผนที่ 3 มิติ), การส่งข้อความ และการแปลภาษาแบบเรียลไทม์โดยแสดงผลเป็นคำบรรยายในเลนส์ 

 

แว่นตาเหล่านี้มีกล้อง ไมโครโฟน และลำโพง ทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟนของผู้ใช้ เพื่อให้เข้าถึงแอปได้โดยไม่ต้องใช้มือ และสามารถให้ข้อมูลตามบริบทที่ผู้ใช้เห็นได้ราวกับมีผู้ช่วยส่วนตัวมองเห็นและได้ยินไปพร้อมกับเรา

 

การร่วมมือครั้งนี้ Google รับหน้าที่พัฒนาซอฟต์แวร์ (Android XR และ Gemini AI) ส่วน Samsung รับผิดชอบด้านฮาร์ดแวร์ โดยมี Qualcomm เป็นผู้ผลิตชิป 

 

นอกจากนี้ Google ยังได้ประกาศความร่วมมือมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กับ Warby Parker (แบรนด์แว่นตาที่เข้าถึงง่ายในตลาดสหรัฐฯ) และ Gentle Monster (แบรนด์แฟชั่นระดับไฮเอนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในเอเชีย) เพื่อสร้างดีไซน์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ตลาดที่แตกต่างกันออกไป

 

อย่างไรก็ตาม Google และ Samsung อาจกำลังตามหลังคู่แข่งอย่าง Meta เล็กน้อย ในการแข่งขันด้านแว่นตา AI โดยแว่น Ray-Ban AI ของ Meta ซึ่งมีฟังก์ชันคล้ายกัน (กล้อง การแปลภาษา ข้อความ) ได้ขายไปแล้วกว่า 2 ล้านคู่ตั้งแต่ปี 2023 

 

Juston Payne ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ของ Google กล่าวว่า แว่นตา AI ของ Google จะสามารถเชื่อมต่อและทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่างๆ ของ Google ได้อย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากกว่าแว่นตาของคู่แข่ง ซึ่งจะเป็นจุดแข็งที่โดดเด่น

 

นอกเหนือจากแว่นตา XR สำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันแล้ว Google, Samsung และ Qualcomm ยังได้ประกาศเปิดตัวชุดหูฟัง Mixed Reality สำหรับแพลตฟอร์ม Android ในชื่อ ‘Project Moohan’ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายสำหรับฟังก์ชันการใช้งานแบบเต็มรูปแบบ เช่น การรับชมภาพยนตร์ หรือการทำงาน และถูกวางตัวเป็นคู่แข่งสำคัญของ Apple Vision Pro ที่เปิดตัวไปแล้วในปี 2024

 

Payne ระบุว่านักพัฒนาจะสามารถเริ่มสร้างแอปพลิเคชันสำหรับแว่นตา Google-Samsung ได้ภายในปีนี้ แต่ยัง ‘ยังไม่ตัดสินใจ’ ว่าจะพร้อมจำหน่ายต่อสาธารณะเมื่อใด ซึ่งบางรายงานคาดการณ์ว่าอาจจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการหลังปี 2025 หรือประมาณปี 2026 

 

ภาพ: Andrej Sokolow / Picture Alliance via Getty Images 

อ้างอิง:

The post Google ผนึก Samsung เปิดตัว ‘แว่นตา AI’ ผสาน Gemini และดีไซน์จาก Gentle Monster ชูธงก้าวสำคัญเทคโนโลยีสวมใส่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ถอดวิสัยทัศน์ Orion แว่นอัจฉริยะที่ Meta ซุ่มพัฒนา 10 ปี | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-10102024-4/ Thu, 10 Oct 2024 08:12:52 +0000 https://thestandard.co/?p=994321

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เปิดตัวอย่างแว่นตาอ […]

The post ชมคลิป: ถอดวิสัยทัศน์ Orion แว่นอัจฉริยะที่ Meta ซุ่มพัฒนา 10 ปี | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เปิดตัวอย่างแว่นตาอัจฉริยะ AR (Augmented Reality) ที่เรียกว่า ‘Orion’ ซึ่งใช้เทคโนโลยีแสดงผลของโลกเสมือนผสานเข้ากับโลกความจริงให้คนทั่วโลกเห็นเป็นครั้งแรก ซึ่งหวังให้เกิดการกำหนดมาตรฐานใหม่ของปฏิสัมพันธ์ที่มนุษย์มีกับเทคโนโลยี เป็นอย่างไร ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ถอดวิสัยทัศน์ Orion แว่นอัจฉริยะที่ Meta ซุ่มพัฒนา 10 ปี | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
Meta จ่อทุ่ม 1.78 แสนล้านบาท! ซื้อหุ้น EssilorLuxottica เจ้าของ Ray-Ban ลุยตลาดแว่นตาอัจฉริยะ https://thestandard.co/meta-invest-essilorluxottica/ Fri, 19 Jul 2024 06:17:41 +0000 https://thestandard.co/?p=960142 Meta

Meta เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง Facebook […]

The post Meta จ่อทุ่ม 1.78 แสนล้านบาท! ซื้อหุ้น EssilorLuxottica เจ้าของ Ray-Ban ลุยตลาดแว่นตาอัจฉริยะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Meta

Meta เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อดังอย่าง Facebook และ Instagram กำลังเจรจาเพื่อเข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยใน EssilorLuxottica SA ผู้ผลิตแว่นกันแดด Ray-Ban ชื่อดัง เพื่อรุกตลาดแว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) อย่างจริงจัง โดยพิจารณาซื้อหุ้นมากกว่า 3% และอาจสูงถึง 5% ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4.5 พันล้านยูโร (ประมาณ 1.78 แสนล้านบาท) ตามราคาตลาดปัจจุบัน

 

การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Meta ในการเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีสวมใส่ (Wearable Technology) แต่ยังเป็นการเสริมแกร่งให้ Metaในการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Snap และ Apple ที่ต่างก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยีแว่นตาอัจฉริยะเช่นกัน

 

แม้ว่าเทคโนโลยีแว่นตาอัจฉริยะจะยังไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง แต่ Metaมองเห็นศักยภาพในการเติบโตของตลาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Mark Zuckerberg ซีอีโอของ Metaเชื่อว่าแว่นตาอัจฉริยะจะเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มาแทนที่สมาร์ทโฟน

 

โดย Metaได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าของสหรัฐอเมริกาให้ซื้อหุ้นใน EssilorLuxottica SA ได้สูงสุดถึง 5% แล้ว

 

ความร่วมมือระหว่าง Metaและ EssilorLuxottica SA เริ่มต้นขึ้นในปี 2021 ด้วยการเปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะรุ่นแรก ‘Ray-Ban Meta’ และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยสามารถทำยอดขายได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึงสองเท่าภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

 

ความสำเร็จของ Ray-Ban Metaทำให้ Mark Zuckerberg มองเห็นศักยภาพของแว่นตาอัจฉริยะ และเชื่อว่าตลาดนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้บริโภคต้องการดีไซน์ที่หลากหลายและแตกต่างกันออกไป

 

EssilorLuxottica SA เองก็ไม่น้อยหน้า มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการเข้าซื้อกิจการบริษัทเทคโนโลยีและวิศวกรรมต่างๆ ล่าสุดเพิ่งเข้าซื้อกิจการแบรนด์สตรีทแวร์ Supreme และ Heidelberg Engineering บริษัทเทคโนโลยีทางการแพทย์ของเยอรมนี ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในการก้าวสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีแว่นตาและอุปกรณ์ทางการแพทย์

 

ขณะที่การลงทุนใน EssilorLuxottica SA ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Metaเข้าซื้อหุ้นในบริษัทอื่น เมื่อ 4 ปีก่อน Metaเคยประกาศซื้อหุ้น 10% ใน Jio Platforms ของ Reliance Industries Limited เพื่อขยายธุรกิจในอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับบริการชำระเงินออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ

 

กระนั้น การลงทุนของ Metaใน EssilorLuxottica SA ถือเป็นข่าวใหญ่ในวงการเทคโนโลยีและแฟชั่น โดยราคาหุ้นของ EssilorLuxottica SA พุ่งขึ้นเกือบ 5% หลังจากมีรายงานข่าวนี้

 

แม้ว่ายังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงการลงทุนดังกล่าว แต่หากเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นการจับมือครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมแว่นตาและเทคโนโลยีสวมใส่ โดยทั้งสองบริษัทจะสามารถนำจุดแข็งของตนเองมาเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ และสร้างนวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นในอนาคต

 

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดแว่นตาอัจฉริยะยังคงรุนแรง โดย Apple ก็เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญที่กำลังพัฒนาแว่นตา AR ของตัวเอง ซึ่งจะทำให้การแข่งขันในตลาดนี้ยิ่งทวีความดุเดือดมากขึ้นในอนาคต

 

ภาพ: Artur Widak / NurPhoto via Getty Images

อ้างอิง:

The post Meta จ่อทุ่ม 1.78 แสนล้านบาท! ซื้อหุ้น EssilorLuxottica เจ้าของ Ray-Ban ลุยตลาดแว่นตาอัจฉริยะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รีวิวจากผู้ใช้จริง! Apple Vision Pro สมฐานะแว่นตามูลค่า 1.25 แสนบาทหรือไม่? และสิ่งที่ควรถามตัวเองก่อนซื้อ https://thestandard.co/apple-vision-pro-worth-the-price-tag-or-not/ Fri, 02 Feb 2024 01:35:44 +0000 https://thestandard.co/?p=895066 Apple Vision Pro

นับตั้งแต่ Apple Vision Pro ประกาศเปิดตัวครั้งแรกเมื่อก […]

The post รีวิวจากผู้ใช้จริง! Apple Vision Pro สมฐานะแว่นตามูลค่า 1.25 แสนบาทหรือไม่? และสิ่งที่ควรถามตัวเองก่อนซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Vision Pro

นับตั้งแต่ Apple Vision Pro ประกาศเปิดตัวครั้งแรกเมื่อกลางปี 2023 หลายคนก็เริ่มตั้งคำถามว่าเจ้าแว่นตาอัจฉริยะตัวนี้จะไปอยู่ตรงส่วนไหนของชีวิต เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมาชีวิตประจำวันของคนทั่วไปส่วนใหญ่ก็มักจะติดอยู่กับ ‘หน้าจอ’ ของอุปกรณ์ต่างๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ที่มีไว้ทำกิจกรรมมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิต

 

ทีนี้แว่นราคาประมาณ 125,000 บาท มันคุ้มค่าจริงหรือ? THE STANDARD WEALTH จึงอยากขอสรุปมุมมองของคนที่เคยลองใช้ว่า ข้อดี ข้อเสีย และคำถามที่ควรถามตัวเองก่อนซื้อ Apple Vision Pro มีอะไรบ้าง โดยข้อมูลทั้งหมดมาจาก Nilay Patel บรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยี The Verge

 

ข้อดี:

  • Vision Pro มีการแสดงภาพที่ทำออกมาได้ดี มีความคมชัด สว่าง และให้มุมมองที่กว้างขวาง ซึ่งทำให้มันเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับดูหนัง เล่นเกม และทำงานโปรเจกต์ที่ต้องอาศัยความครีเอทีฟสูงๆ
  • ระบบติดตามความเคลื่อนไหวดวงตาและมือของ Vision Pro ถือเป็นหนึ่งในระบบที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสื่อสารกับตัวแว่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดย Nilay กล่าวว่า “ครั้งแรกที่คุณได้ลองเล่นกับมัน ประสบการณ์มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าเรามีพลังพิเศษเลย” 
  • ฟีเจอร์การมองผ่านแบบทะลุ (Passthrough Video) เป็นฟังก์ชันที่ยังคงทำให้ผู้ใช้งานรับรู้และมองเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับโลกภายนอกได้ ในขณะที่กำลังสัมผัสกับประสบการณ์ Mixed Reality
  • ซอฟต์แวร์ แม้ว่ากำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นแต่ก็มีของเล่นให้ลองหลายอย่างแล้ว และเรายังสามารถมองเห็นแอปพลิเคชันหลายแอปพลิเคชันได้ในเวลาเดียวกัน

 

ข้อเสีย:

  • Vision Pro มีน้ำหนักค่อนข้างสูงที่ 600-650 กรัม ขึ้นอยู่กับชนิดของสายรัดที่เลือกใช้ ซึ่งน้ำหนักประมาณนี้ค่อนข้างใกล้เคียงกับ iPad Pro ขนาด 12.9 นิ้ว (682 กรัม) ทำให้การสวมใส่ให้ความรู้สึกที่เหมือนมี iPad Pro ติดอยู่บนหน้าตลอด
  • ความจุของแบตเตอรี่ต่อการใช้งานยังไม่ค่อยดีนัก โดย Nilay กล่าวว่า การใช้งานแบบไม่เสียบสายชาร์จจะอยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที
  • ฟีเจอร์การมองผ่านแบบทะลุ ที่แม้ว่าจะทำให้ผู้ใช้งานมองเห็นโลกภายนอก แต่ก็ไม่ได้ทำได้แบบสมบูรณ์และยังมีข้อจำกัดเรื่องภาพที่ยังมีความเบลออยู่
  • ข้อเสียอีกอย่างที่หลายคนน่าจะพอเห็นได้แม้จะยังไม่เคยลองใช้ก็คือ ‘ราคา’ ที่แพงกว่าคู่แข่งอย่าง Meta Quest 3 ที่สนนราคาอยู่ประมาณ 17,800 บาท หรือน้อยกว่าราว 7 เท่าตัว

 

โดยรวมแล้ว Apple Vision Pro เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี และคงเป็นอุปกรณ์ที่น่าจะถูกใจคนที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ไม่น้อย 

 

แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือความเข้าใจตัวอุปกรณ์ให้รอบด้านก่อนที่เราจะตัดสินใจสั่งซื้อเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียดายทีหลัง เพราะต้องบอกว่านี่เป็นการลงทุนที่ราคาไม่ถูกเลย

 

ดังนั้นคำถามที่ The Verge แนะนำว่าเป็นประเด็นที่ควรถามตัวเองก่อนซื้อคือ

  1. Vision Pro มันน่าตื่นเต้นถึงขนาดว่าเราจะไม่สนใจเลยใช่ไหมว่าผมจะเสียทรงหลังจากการสวมใส่
  2. Vision Pro นั้นดีขนาดถึงขั้นที่ว่าเราจะยอมมองโลกผ่านแว่นตัวนี้แทนที่จะมองด้วยตาของเราจริงหรือ
  3. เราอยากได้อุปกรณ์ที่ไม่สามารถโชว์ให้คนอื่นดูได้ว่าเรากำลังทำอะไรนอกเสียจากแค่เราคนเดียวจริงหรือ

 

ถ้าตอบได้ก็ค่อยซื้อ แต่ในประเทศไทยอาจยังไม่ใช่ในเร็ววันนี้!

 

ภาพ: Justin Sullivan / Getty Images

อ้างอิง:

The post รีวิวจากผู้ใช้จริง! Apple Vision Pro สมฐานะแว่นตามูลค่า 1.25 แสนบาทหรือไม่? และสิ่งที่ควรถามตัวเองก่อนซื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แว่นตาสุดล้ำในราคา 1.22 แสนบาท น่าสนใจแค่ไหน? แต่ที่แน่ๆ Apple เคลมว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าที่สุด และไม่มีใครเทียบได้ https://thestandard.co/apple-vision-pro-2-feb-2024/ Tue, 09 Jan 2024 03:32:18 +0000 https://thestandard.co/?p=885614 แว่นตา Apple

ล่าสุด Apple ประกาศ Apple Vision Pro จะวางจำหน่ายตั้งแต […]

The post แว่นตาสุดล้ำในราคา 1.22 แสนบาท น่าสนใจแค่ไหน? แต่ที่แน่ๆ Apple เคลมว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าที่สุด และไม่มีใครเทียบได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แว่นตา Apple

ล่าสุด Apple ประกาศ Apple Vision Pro จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ Apple Store ทุกสาขาและออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา ด้วยราคา 3,499 ดอลลาร์ หรือ 1.22 แสนบาท เปิดจองในวันที่ 19 มกราคมนี้

 

สิ่งที่น่าสนใจของ Apple Vision Pro ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple ที่ตั้งใจออกแบบเป็นระบบโมดูลาร์ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีผสมผสานใหม่ระหว่าง AR และ VR ทำงานร่วมกับระบบ Input ใหม่ หน้าจอแสดงผล 2 จอ รวมกับเลนส์ที่ให้ความคมชัด มีความละเอียดจากเทคโนโลยี Micro-OLED กว่า 23 ล้านพิกเซล เชื่อมทุกความบันเทิงทั้งภาพและเสียงแบบ 3 มิติ ควบคุมการใช้งานด้วยตา มือ และเสียงของผู้ใช้งานทั้งหมด

 

ถึงกระนั้นการใช้งานยังสามารถมองไปที่แอปและสะบัดข้อมือเพื่อเลื่อนเปิด-ปิดแอปต่างๆ หรือใช้ Siri ให้เปิดแอปและฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว แถมเปิดให้สัมผัสกับประสบการณ์สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เช่น Haleakalā, Joshua Tree และอุทยานแห่งชาติ Yosemite หรือแม้แต่พื้นผิวของดวงจันทร์ ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานมีสมาธิมากขึ้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

“ที่แน่ๆ Apple เคลมว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา แถมยังย้ำว่าจะไม่มีใครเปรียบเทียบได้” นี่คือสิ่งที่ Apple ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง

 

สำหรับตัวเครื่องมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 256 GB และของภายในกล่องประกอบไปด้วยสายรัดศีรษะ Solo Knit Band / Dual Loop Band ตามด้วย Light Seal, Light Seal Cushions, Apple Vision Pro Cover, ผ้า Polishing Cloth, แบตเตอรี่, สายชาร์จ USB-C และอะแดปเตอร์จ่ายไฟ USB

 

สำหรับ Apple Vision Pro เปิดให้ผู้ใช้งานเข้าถึงแอปมากกว่า 1 ล้านแอปพลิเคชัน ทั้งใน iOS และ iPadOS รวมถึงแอป Fantastical, Freeform, JigSpace แอปจาก Microsoft 365 และ Slack โดย Apple Vision Pro ถือเป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แถมยังรองรับ Magic Keyboard และ Magic Trackpad ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างพื้นที่ทำงานได้ด้วยตัวเอง

 

ยิ่งไปกว่านั้น Apple Vision Pro ยังมีจอแสดงผลความละเอียดสูงมากกว่าทีวี 4K ทำให้ผู้ใช้สามารถชมภาพยนตร์และรายการทีวีจาก Apple TV+ และ Disney+ บนหน้าจอที่ให้ความรู้สึกกว้างถึง 100 ฟุต พร้อมรองรับเนื้อหา HDR ภายในแอป Apple TV+ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงภาพยนตร์ 3 มิติ ได้มากกว่า 150 เรื่อง

 

พร้อมกันนี้ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าถึงเกมบน App Store มากกว่า 250 เกม มาพร้อมเสียงและระบบควบคุม รวมทั้งยังสามารถเล่นบนหน้าจอขนาดใหญ่ได้เท่าที่ต้องการ

 

ที่สำคัญ Apple Vision Pro ยังช่วยจับภาพและวิดีโอความทรงจำในอดีต พาผู้ใช้งานย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาพิเศษด้วยภาพและเสียงที่คมชัด จนทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในอดีตจริงๆ

 

ในส่วนของ FaceTime บน Apple Vision Pro หากผู้ใช้งานสวม Vision Pro ในช่วงที่ใช้ FaceTime ภาพคู่สนทนาจะแสดงเป็น Persona และสามารถดูการแสดงออกทางสีหน้าและการเคลื่อนไหวได้ทั้งหมด ด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย Apple Vision Pro ได้ตั้ง Optic ID เป็นระบบตรวจสอบผู้ใช้งานผ่านม่านตาเพื่อปลดล็อก Vision Pro จากนั้นจะมีการกรอกรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงการใช้งานอัตโนมัติ

 

นอกจากนี้ Apple ยังได้พัฒนาเลนส์ ZEISS Optical Inserts ให้กับผู้มีปัญหาสายตาราคา 99 ดอลลาร์ หรือราวๆ 3,466 บาท และ ZEISS Optical Inserts Prescription ราคา 149 ดอลลาร์ หรือราวๆ 5,216 บาท

 

อย่างไรก็ตาม Apple Vision Pro จะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ที่ Apple Store ทุกสาขาและออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา ด้วยราคา 3,499 ดอลลาร์ หรือ 1.22 แสนบาท ส่วนประเทศอื่นๆ ยังไม่มีประกาศตามมา

 

อ้างอิง:

The post แว่นตาสุดล้ำในราคา 1.22 แสนบาท น่าสนใจแค่ไหน? แต่ที่แน่ๆ Apple เคลมว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ล้ำหน้าที่สุด และไม่มีใครเทียบได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก การเดิมพันกับ ‘แว่นตา’ และ ‘โลกเสมือนจริง’ ที่ยังไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า? https://thestandard.co/meta-facebook-nazare-ar-glasses-roadmap-2024/ Tue, 19 Apr 2022 13:36:19 +0000 https://thestandard.co/?p=619095 แว่นตา AR

‘Meta’ หรือ Facebook กำลังเร่งผลิตแว่นตา AR ให้ทันปี 20 […]

The post มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก การเดิมพันกับ ‘แว่นตา’ และ ‘โลกเสมือนจริง’ ที่ยังไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า? appeared first on THE STANDARD.

]]>
แว่นตา AR

‘Meta’ หรือ Facebook กำลังเร่งผลิตแว่นตา AR ให้ทันปี 2024 แต่หลายฝ่ายไม่เชื่อว่ามันเป็นไปได้ แม้ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ตั้งความหวังไว้สูงลิ่วสำหรับแว่นตาอัจฉริยะ หากแต่ความสำเร็จของเทคโนโลยีนั้นอยู่ไกลกว่ามาก

 

ในช่วงการนำเสนอในงาน Meta การสาธิตการเล่นหมากรุกกับอวตารของบุคคลอื่นนั้น ไม่ได้มีพื้นฐานจากฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้ได้ในปัจจุบันใดๆ เลย ทั้งยังไม่มีตัวต้นแบบที่ใช้งานได้ และใส่ได้ตามที่วางแผนไว้ แต่เป็นการสาธิตแบบ ‘นั่งๆ อยู่บนโต๊ะ’

 

ซักเคอร์เบิร์กยังมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยานสำหรับแว่นตาล้ำสมัยว่า สามารถเป็นจริงได้ผ่านการเร่งผลิตและส่งมอบแว่นตารุ่นแรกให้ทันภายในปี 2024 และเริ่มพัฒนาดีไซน์ใหม่ที่เบากว่า และล้ำหน้ากว่าให้เห็นภายในปี 2026 ตามด้วยรุ่นที่ 3 ในปี 2028

 

จากรายงานของ The Verge เกิดจากการพูดคุยกับกลุ่มคนที่มีความ ‘คุ้นเคย’ กับแผนงานดังกล่าว ขณะที่โฆษกของ Meta เลือกจะปฏิเสธที่จะพูดถึงเรื่องนี้

 

การสร้างแว่นตาภาพเคลื่อนไหวและการรีแบรนด์สู่ชื่อ Meta เป็นความต้องการของมาร์ก เพื่อที่จะผลักดันบริษัทของตนให้กลับไปเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมอีกครั้ง เนื่องจากชื่อเสียงด้านลบจากเหตุการณ์อื้อฉาวในอดีตเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลและการกรองเนื้อหา

 

หากแว่นตา AR และเทคโนโลยีอื่นๆ ของ Meta ประสบความสำเร็จจะส่งผลด้านภาพลักษณ์ที่ดีทั้งตัวบริษัทและมาร์ก

 

“อีโก้ของมาร์กเกี่ยวพันกับแว่นนั่น” อดีตพนักงานในโปรเจกต์กล่าว “เขาอยากให้แว่นดังเปรี้ยงเหมือนช่วงเวลาที่ iPhone เคยทำได้”

 

มาร์กยังมองว่าแว่นตา AR ภายใต้ชื่อโปรเจกต์ Nazare เป็นอีกทางที่จะออกจากเงื้อมมือของ Apple และ Google ที่ร่วมกันกำหนดเงื่อนไขที่ทำให้ Facebook ต้องปฏิบัติตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

 

เวอร์ชันแรกของ Nazare ออกแบบให้ทำงานแยกจากสมาร์ทโฟน โดยใช้เครื่องมือไร้สายที่รูปร่างเหมือนโทรศัพท์เป็นตัวช่วยในการทำงานของแว่นแทน

 

แม้ว่า Meta จะใช้เงินหลายพันล้านในการพัฒนาแว่นตา AR อยู่แล้ว แต่ภายในก็มีความคาดหวังต่อยอดขายเวอร์ชันแรกไม่สูงนัก เพราะมุ่งเป้าไปที่ Early Adopters และนักพัฒนาเป็นส่วนมาก

 

ทางด้านราคานั้นยังไม่ได้กำหนด แต่จะแพงกว่า Quest VR (299 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,000 บาท) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ขององค์กรก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน เนื่องจากราคาวัสดุที่สูง

 

มาร์กยืนยันว่า Nazare เวอร์ชันแรกจะมอบประสบการณ์ AR เต็มรูปแบบด้วยกราฟิก 3 มิติ มุมมองที่กว้างไกล และการออกแบบที่เข้ากับสังคมปัจจุบัน ดีไซน์คล้ายกับแว่นดำของ Superman ตอนปลอมตัว มีน้ำหนัก 100 กรัม โดยหนักกว่าแว่นปกติ 4 เท่า

 

เนื่องจากการมีส่วนร่วมของมาร์กที่มีต่อ Nazare ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ส่งผลให้โปรเจกต์นี้มีความสำคัญมากขึ้น ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของพนักงานชัดเจนขึ้น โดยหลังจากที่หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ ออกแบบ และซอฟต์แวร์ลาออกไป มาร์กได้ทำการวางผู้นำที่อยู่กับบริษัทมาเป็นเวลานานในตำแหน่งที่สำคัญของโปรเจกต์เป็นการทดแทน

 

ทั้งนี้ ในอนาคตของแว่นตาอัจฉริยะ และโปรเจกต์ Nazare ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีประโยชน์ หรือใช้ได้ทุกที่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าหรือไม่ เพราะผลิตภัณฑ์ที่คล้ายกันจาก Microsoft หรือ Snap ยังห่างไกลจากการที่เห็นผู้คนหยิบมาใช้งาน 

 

อ้างอิง:

The post มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก การเดิมพันกับ ‘แว่นตา’ และ ‘โลกเสมือนจริง’ ที่ยังไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า? appeared first on THE STANDARD.

]]>
มีผลอย่างไร? เมื่อ Facebook กำลังใช้ Ray-Ban ยึดพื้นที่ใบหน้าพวกเรา! https://thestandard.co/exclusive-content-ray-ban-stories/ Fri, 24 Sep 2021 16:00:05 +0000 https://thestandard.co/?p=540091 Ray-Ban Stories

The post มีผลอย่างไร? เมื่อ Facebook กำลังใช้ Ray-Ban ยึดพื้นที่ใบหน้าพวกเรา! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Ray-Ban Stories

The post มีผลอย่างไร? เมื่อ Facebook กำลังใช้ Ray-Ban ยึดพื้นที่ใบหน้าพวกเรา! appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผยโฉม ‘Xiaomi Smart Glasses’ ต้นแบบแว่นตาอัจฉริยะที่แจ้งเตือน โทรออก นำทาง ถ่ายภาพ แปลข้อความเรียลไทม์ แบบ ‘ต่อหน้าต่อตา’ ได้ทันที https://thestandard.co/xiaomi-smart-glasses/ Tue, 14 Sep 2021 05:30:55 +0000 https://thestandard.co/?p=536387 Xiaomi Smart Glasses

ทั้งๆ ที่ Xiaomi กำลังจะจัดงานอีเวนต์ใหญ่ในวันพรุ่งนี้ […]

The post เผยโฉม ‘Xiaomi Smart Glasses’ ต้นแบบแว่นตาอัจฉริยะที่แจ้งเตือน โทรออก นำทาง ถ่ายภาพ แปลข้อความเรียลไทม์ แบบ ‘ต่อหน้าต่อตา’ ได้ทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
Xiaomi Smart Glasses

ทั้งๆ ที่ Xiaomi กำลังจะจัดงานอีเวนต์ใหญ่ในวันพรุ่งนี้ (15 กันยายน) ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ๆ จากบริษัทที่มีสินค้าครอบจักรวาล แต่ดูเหมือนว่า Xiaomi จะอดใจรอไม่ไหวที่จะเผยโฉมบางสิ่งบางอย่างเพื่อเรียกความตื่นเต้น ในขณะที่หลายคนก็มองว่าอาจจะเป็นการแย่งซีน Apple ที่กำลังจะเปิดตัวสินค้าใหม่ในค่ำคืนนี้เช่นกัน

 

นวัตกรรมที่ว่าคือ ‘Xiaomi Smart Glasses’ แว่นตาอัจฉริยะที่ Xiaomi เรียกว่า ‘รูปลักษณ์ของวิศวกรรมอันล้ำหน้าในอนาคต’ แต่น่าเสียดายที่ยังเป็นเพียง ‘แนวคิดอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ’ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จริงที่มีกำหนดวันที่วางจำหน่ายและราคา

 

ต้นแบบแว่นตาอัจฉริยะมีน้ำหนักเพียง 51 กรัม และสามารถแสดงการแจ้งเตือน โทรออก ช่วยนำทาง ถ่ายภาพ และแปลข้อความแบบเรียลไทม์ ‘ต่อหน้าต่อตาคุณ’ (Right Before Your Eyes) ได้ทันที

 

Xiaomi Smart Glasses ใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพ MicroLED เพื่อลดพื้นที่การออกแบบที่จำเป็นในการออกแบบโครงสร้าง รวมทั้งน้ำหนักโดยรวมของอุปกรณ์ โดยผู้ช่วย XiaoAI คือ ‘วิธีการโต้ตอบหลัก’ กับแว่นตา ที่อนุญาตเฉพาะการแจ้งเตือนที่สำคัญที่สุดเท่านั้น 

 

ภายในแว่นตามีไมโครโฟนและลำโพงแบบบีมฟอร์มมิ่งคู่ในตัว คุณจึงสามารถรับสายได้ ด้านหน้ามีกล้อง 5 MP สำหรับรูปภาพ และ Smart Glasses สามารถถอดเสียงเป็นข้อความพร้อมคำแปลแบบเรียลไทม์

 

แน่นอนว่า Xiaomi Smart Glasses ออกมาชนเต็มๆ กับ Facebook ที่เพิ่งเปิดตัวแว่นตาอัจริยะรุ่นแรกอย่าง Ray-Ban Stories แว่นตาอัจฉริยะนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลง รับสายโทรศัพท์ หรือถ่ายภาพและคลิปวิดีโอสั้นๆ รวมถึงโพสต์ลงบนเครือข่ายสื่อสังคมออนไลน์ของ Facebook ได้ทันที สนนราคาอันละ 299 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,200 บาท)

 

ต้องจับตาดูว่า หาก Xiaomi Smart Glasses วางขายจริงๆ จะทำราคาได้กระชากใจแฟนคลับที่กำลังเฝ้ารอมากแค่ไหน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 

อ้างอิง: 

The post เผยโฉม ‘Xiaomi Smart Glasses’ ต้นแบบแว่นตาอัจฉริยะที่แจ้งเตือน โทรออก นำทาง ถ่ายภาพ แปลข้อความเรียลไทม์ แบบ ‘ต่อหน้าต่อตา’ ได้ทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>