แม่น้ำโขง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/แม่น้ำโขง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 02 Jun 2026 08:54:15 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เจาะอินไซต์นอร์ทอีสเดิ้น ขุมทรัพย์เศรษฐกิจใหม่ที่ต้องปักหมุดใน เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 https://thestandard.co/isan-creative-festival-2026/ Tue, 02 Jun 2026 08:54:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1213878 เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 หรือ Isan Creative Festival 2026

ภาพจำของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นเพียงเมืองเกษตร […]

The post เจาะอินไซต์นอร์ทอีสเดิ้น ขุมทรัพย์เศรษฐกิจใหม่ที่ต้องปักหมุดใน เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 หรือ Isan Creative Festival 2026

ภาพจำของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นเพียงเมืองเกษตรกรรมกำลังจะถูกลบทิ้งไป เพราะที่นี่กำลังก้าวขึ้นเป็นเครื่องยนต์ชิ้นใหม่ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ผ่านงาน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569’ หรือ ‘Isan Creative Festival 2026’ งานโชว์เคสระดับภูมิภาคที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งพร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่าต้นทุนทางวัฒนธรรมสามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเงินและโอกาสใหม่ทางการลงทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม สำหรับผู้นำหรือนักธุรกิจที่กำลังมองหาน่านน้ำใหม่ การไปเดินสำรวจนิเวศสร้างสรรค์ในอีเวนต์นี้ด้วยตัวเองอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยสเกลธุรกิจของคุณให้ก้าวกระโดดกว่าที่เคย

 

🟡 นอร์ทอีสเดิ้น คืออะไร มีอะไรน่าจับตา

 

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ องค์การมหาชน หรือ CEA มองเห็นของดีที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ จึงร่วมมือกับเครือข่าย 20 จังหวัดทั่วภาคอีสานจัดงานนี้ขึ้นมา โดยไฮไลต์รอบนี้มาในธีม ‘นอร์ทอีสเดิ้น’ หรือ NORTHEAST MODERN ที่ดึงเอาคาแรกเตอร์คนอีสานยุคใหม่มาเป็นแกนหลักในการเล่าเรื่อง

 

‘ความเดิ้น’ ที่ว่าคือความมั่นใจในรากเหง้าของตัวเอง ผสมกับศักยภาพในการหยิบเอาภูมิปัญญามาปรับให้เข้ากับโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แนวคิดนี้สะท้อนภาพชัดเจนว่าทุนท้องถิ่นที่มีความพร้อมสรรพและอุดมสมบูรณ์คือขุมทรัพย์ที่คนทำธุรกิจสามารถเข้าไปจับจองพื้นที่และสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมหาศาล

 

🟡 ภูมิภาคนี้จะพลิกโฉมวงการธุรกิจได้อย่างไร

 

การอัดฉีดเม็ดเงินลงไปในเศรษฐกิจสร้างสรรค์คือการวางรากฐานระยะยาวที่ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพได้จริงในระดับพื้นที่

 

ยุทธศาสตร์หลักคือการปั้นให้อีสานเป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่มีโครงสร้างพื้นฐานแน่นพอจะก้าวเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี นวัตกรรม และการแพทย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขง ควบคู่ไปกับการดันให้เป็นฮับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ครอบคลุมตั้งแต่งานคอนเทนต์ ดนตรี อาหาร ไปจนถึงงานคราฟต์ จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญอีกอย่างคือการพัฒนาคนอีสานให้เป็นบุคลากรคุณภาพที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคต เสน่ห์ที่ขาดไม่ได้คือความม่วนมิตรหรือความเป็นมิตรของคนพื้นที่ ซึ่งจะเป็นกาวใจชั้นดีในการเชื่อมโยงผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมให้เกิดเป็นความร่วมมือทางธุรกิจแบบยั่งยืน

 

🟡 มีอะไรน่าสนใจรออยู่ในงาน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569’

 

ใครที่อยากเห็นภาพจริงว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำอะไรได้บ้าง สามารถแวะไปหาคำตอบได้ในงานเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 ที่จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 19 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 ถึง 21.00 น. พื้นที่จัดงานหลักจะกระจายตัวอยู่ในจังหวัดขอนแก่น ทั้ง TCDC ขอนแก่น เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ทั่วภาคอีสาน งานนี้มีโปรแกรมมากกว่า 200 กิจกรรมที่คนทำธุรกิจสามารถเดินเก็บเกี่ยวไอเดียได้เต็มที่

 

🔸 Isan Story Gaming เปิดพื้นที่เจาะลึกเรื่องราวอีสานผ่านเลนส์ของอุตสาหกรรมเกมและคอนเทนต์

 

🔸 5 Isan Pavilion นำเสนอภาพภูมิภาคแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคตจากทั้ง 20 จังหวัดแบบจัดเต็ม

 

🔸 Isan Studio Showcase แพลตฟอร์มที่สร้างโอกาสให้เกิดการพูดคุยและต่อยอดทางธุรกิจสร้างสรรค์โดยตรง

 

โลกธุรกิจหมุนเร็วขึ้นทุกวัน การยึดติดกับภาพจำเดิมอาจทำให้เราพลาดโอกาสเติบโตในน่านน้ำใหม่ ผู้นำที่เฉียบคมคือคนที่กล้าพาตัวเองลงไปสัมผัสพื้นที่จริงเพื่อเปิดรับแรงบันดาลใจและเชื่อมต่อกับชุมชนท้องถิ่น การออกไปเยือนเทศกาลระดับภูมิภาคครั้งนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพทางธุรกิจของคุณให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

 

ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวได้ที่
Website: www.Isancreativefestival.com
Facebook/Instagram: Isancreativefestival

The post เจาะอินไซต์นอร์ทอีสเดิ้น ขุมทรัพย์เศรษฐกิจใหม่ที่ต้องปักหมุดใน เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน” แต่ห้ามกินเครื่องในปลา ย้อนดูวิกฤตโลหะหนักข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำภาคเหนือ https://thestandard.co/heavy-metal-crisis-northern-rivers/ Sun, 24 May 2026 02:26:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1210369 ภาพประกอบแสดงถึงความขัดแย้งระหว่างผลตรวจที่ 'ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน' กับความจริงของสารพิษโลหะหนักในลุ่มน้ำภาคเหนือและคำเตือนห้ามบริโภคเครื่องในปลา

​“ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย”   ประเด็นสำคัญ &nbs […]

The post “ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน” แต่ห้ามกินเครื่องในปลา ย้อนดูวิกฤตโลหะหนักข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำภาคเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงถึงความขัดแย้งระหว่างผลตรวจที่ 'ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน' กับความจริงของสารพิษโลหะหนักในลุ่มน้ำภาคเหนือและคำเตือนห้ามบริโภคเครื่องในปลา

​“ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย”

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

คำชี้แจงจากหน่วยงานรัฐที่กลายเป็นความกังวลของคนในลุ่มน้ำกก สาย รวก และโขง เมื่อผลแล็บวิทยาศาสตร์บนแผ่นกระดาษยืนยันว่าน้ำและพืชผักส่วนใหญ่ยัง ‘ปลอดภัย’

 

สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับวิกฤตหน้างานที่ชาวบ้านต้องเผชิญ ตั้งแต่ผืนดินเกษตรกรรมติดริมน้ำที่อาบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ไปจนถึงคำเตือนให้ ‘งดบริโภคเครื่องในปลา’ เพราะเป็นจุดศูนย์รวมของโลหะหนักเข้มข้น ความน่ากลัวของภัยเงียบข้ามพรมแดนนี้ไม่ได้อยู่ที่ความตายเฉียบพลัน แต่อยู่ที่การ ‘สะสมลึก’ ในห่วงโซ่อาหาร

 

ตัวเลข ‘ไม่เกินมาตรฐาน’ ที่รัฐใช้ปลอบใจนั้น แท้จริงแล้วกำลังช่วยปกป้องชีวิตประชาชน หรือกำลังปล่อยให้พวกเขาจำยอมรับความเสี่ยงใต้โครงสร้างความยากจนกันแน่

 

 

ภัยเงียบข้ามพรมแดน: เมื่อสายน้ำแห่งชีวิตกลายเป็น ‘มัจจุราชเงียบ’

 

แม่น้ำกก สาย รวก และโขง ที่เคยหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอันหลากหลายของชาติพันธุ์กว่า 35 กลุ่มในภาคเหนือ กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นภาพจำ

 

ข้อมูลจากการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพแบบเร่งด่วน (Rapid HIA) โดยสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (เมษายน 2569) เผยให้เห็นรอยแผลฉกรรจ์ของระบบนิเวศ

 

สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต สะท้อนภาพความจริงอันน่าสะพรึงกลัวว่า พื้นที่ต้นน้ำในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ปัจจุบันพรุนไปด้วยเหมืองแร่ ‘แรร์เอิร์ธ’ หรือ ‘แร่หายาก’ (Rare Earth Elements) และอุตสาหกรรมหนักกว่า 2,000 แห่ง นับตั้งแต่เกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ในปี 2568 แม่น้ำกกไม่เคยกลับมาใสอีกเลย และสิ่งที่ตามมาคือความผิดปกติของสัตว์น้ำอย่างรุนแรง

 

“เราเจอปลาแคร่เป็นตุ่ม แผล อ่อนแอ ผลแล็บวิเคราะห์เลือดปลาในห้องทดลองแจ้งว่า เม็ดเลือดแดงแตกกระจาย และมีเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ปัจจุบันปลาป่วยขยายวงกว้างไปถึง 11 ชนิด ลามไปตามลำน้ำโขงจนถึงอำเภอเชียงของ ภายนอกปลาอาจดูดี แต่ภายในอัดแน่นด้วยสารปนเปื้อน” สมเกียรติกล่าว

 

กรมทรัพยากรธรณี ให้นิยามไว้ว่า ‘แรร์เอิร์ธ’ คือ กลุ่มแร่ธาตุ 17 ชนิดในตารางธาตุ ซึ่งมีคุณสมบัติทางเคมีที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในปัจจุบัน

 

 

ขณะเดียวกัน 26 ตุลาคม 2568 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ร่วมลงนาม MOU ว่าด้วยการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุที่มีความสำคัญในระดับโลกและการส่งเสริมการลงทุน ระหว่างไทย-สหรัฐฯ

 

แม้ร่างฉบับดังกล่าวจะเน้นไปที่การส่งเสริมความรู้ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย สามารถยกเลิกสัญญาได้ แต่หลายฝ่ายก็ยังมีการตั้งข้อสังเกตจากหลายฝ่ายที่มีความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ที่อาจเกิดจากโครงการภายใต้ MOU แร่ธาตุสำคัญฉบับนี้

 

วิกฤตศรัทธาและตัวเลข ‘ไม่เกินมาตรฐาน’ ที่กินได้ทุกวัน

 

ดร. สืบสกุล กิจนุกร จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เจาะลึกถึงสมการความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำว่า ‘ปลอดภัย’ ของหน่วยงานรัฐ ปัจจุบันมีประชาชนกว่า 70,000 ครัวเรือน (ประมาณ 210,000 คน) ในพื้นที่เชียงราย แม่สาย เชียงแสน และเชียงของ ที่ต้องใช้น้ำจากแม่น้ำเหล่านี้เป็นน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา

 

แม้ผลตรวจน้ำประปาและอาหารส่วนใหญ่จะรายงานว่า ‘ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย’ แต่นั่นคือการประเมินแบบแยกส่วนที่ละเลยพฤติกรรมการบริโภคจริงในชีวิตประจำวัน ที่เป็นการสะสมสารพิษระยะยาว

 

  • น้ำประปาปนเปื้อน: กว่า 40,000 ครัวเรือน หรือราว 120,000 ชีวิต ซึ่งคิดเป็น 10% ของประชากรเชียงราย ต้องบริโภคน้ำประปาที่มีสารหนูและแบเรียมตกค้างทุกวัน แม้การประปาส่วนภูมิภาคจะส่งผลแล็บเข้ากรุงเทพฯ ทุกเดือนแล้วรายงานกลับมาว่า ‘ผ่านเกณฑ์’ ก็ตาม

 

  • ​อู่ข้าวอู่น้ำอาบสารพิษ: ข้าวเชียงรายกว่า 110,000 ไร่ ที่ส่งออกไปหล่อเลี้ยงคนทั้งประเทศ รวมถึงพืชผักสวนครัวอย่างกะหล่ำปลี ตะไคร้ กระเจี๊ยบ และข้าวโพดหวาน ล้วนเติบโตมาจากการสูบน้ำปนเปื้อนสารหนู ตะกั่ว และแคดเมียมเข้าไปเลี้ยงลำต้น ยิ่งไปกว่านั้น ข้าวโพดเหล่านี้ยังถูกส่งต่อเป็นอาหารสัตว์ แปลงสภาพสารพิษให้กลายเป็นเนื้อหมูเนื้อไก่ส่งตรงถึงผู้บริโภค

 

  • มัจจุราชในเครื่องในปลา: แม้กรมประมงจะยืนยันว่าเนื้อปลาปลอดภัยไม่เกินมาตรฐาน แต่วิกฤตปรอทและโลหะหนักกลับแฝงตัวอย่างเข้มข้นอยู่ภายใน จนจังหวัดเชียงรายต้องออกคำเตือนช่วงสงกรานต์ให้ ‘ยกเลิกบริโภคเครื่องในปลา’ โดยเด็ดขาด เพราะเป็นจุดศูนย์รวมของการสะสมสารพิษ

 

  • แผ่นดินอาบยาพิษ: ไม่เพียงแค่ในน้ำและอาหาร แต่ในดินเกษตรกรรมของตำบลแม่ยาวที่เคยผ่านชะตากรรมน้ำท่วมใหญ่ บัดนี้ผลตรวจสอบชี้ชัดแล้วว่า มีปริมาณ ‘สารหนู’ ตกค้างในผืนดินเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยไปเรียบร้อยแล้ว

 

“คนเชียงใหม่ เชียงราย ในลุ่มแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง กำลังจะเผชิญหน้ากับปัญหาความเสี่ยงสะสมสารโลหะหนักเข้าไปในร่างกายทุกวันวันละเล็กวันละน้อย แต่หน่วยงานที่ตรวจใช้คำว่ายังไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน” ดร.สืบสกุล กล่าว

 

เครื่องในปลา โลหะหนัก

 

ความจริงทางวิทยาศาสตร์ที่น่ากังวลเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น

 

  • ดินเกษตรติดริมน้ำ: การสำรวจของกรมพัฒนาที่ดินในพื้นที่ ต.แม่ยาว ต.ห้วยชมภู และ ต.ดอยฮาง พบสารหนูในดินเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัย (มากกว่า 25 mg/kg) ในรัศมี 1 กิโลเมตรจากฝั่งน้ำ ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และผักกินใบที่ส่งขายทั่วประเทศ
  • สัญญาณในร่างกายมนุษย์: งานวิจัยทางคลินิกพบสารหนูเฉลี่ย 40.24 ug/L ในปัสสาวะของกลุ่มเด็ก และพบสารหนูสะสมในเส้นผมและเล็บเกินเกณฑ์อ้างอิงสูงถึง 16-17.8% ของกลุ่มตัวอย่าง พร้อมอาการนำทางคลินิก เช่น ชาปลายมือปลายเท้า ผิวหนังตกสะเก็ดหนา และเยื่อบุทางเดินหายใจอักเสบ

 

ภาระซ้อนสอง: ราคาจ่ายของการหนีมลพิษ

 

เมื่อตาชาวบ้านเห็นความผิดปกติของน้ำชัดเจน แต่ข้อมูลจากภาครัฐยังเลือนลางและขัดแย้ง สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีคือ ‘วิกฤตความเชื่อมั่น’

 

ประชาชนกว่า 71.5% ต้องดิ้นรนหาทางรอดด้วยตนเองผ่านการซื้อน้ำถัง ต้มน้ำ หรือติดตั้งระบบกรองน้ำราคาแพง ขณะเดียวกัน ตลาดปฏิเสธการซื้อปลาและพืชผลทางการเกษตรจากครัวเรือนริมน้ำเนื่องจากความกลัว

 

ทรงพล ตุละทา ผู้อํานวยการสํานักพัฒนา นโยบายสาธารณะภาคเหนือ สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยตัวเลข ‘สมการภาระสองเด้งที่บดขยี้เศรษฐกิจฐานราก สำหรับครัวเรือนยากจนและกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้ไม่เกิน 5,000 บาทต่อเดือน ว่า เงินที่หายไปก้อนนี้คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของรายได้ทั้งหมด ซ้ำร้ายชาวบ้านยังต้องจ่ายภาษีเวลา เฉลี่ยวันละ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพียงเพื่อไปวิ่งหา ตัก หรือรองน้ำสะอาดมาใช้ในแต่ละวัน

 

เครื่องในปลา โลหะหนัก

 

เมื่อเยาวชนลุกขึ้นมาตรวจวัดมัจจุราชเงียบ

 

ท่ามกลางมาตรการเยียวยาของรัฐที่ล่าช้าและกระจุกตัว ประกายความหวังกลับจุดประกายขึ้นจากพลังของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่

 

ครูตี๋ นิวัฒน์ ร้อยแก้ว นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ เล่าว่า ชุมชนมีแผนเฝ้าระวังและจัดการตัวเอง เพราะแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขงไม่ใช่แม่น้ำเดิมแล้ว เป็นสงครามที่เรามองไม่เห็นตัว ต้องช่วยลดความรุนแรงของสารพิษ และต้องยอมรับว่าแม่น้ำของเรามีสารพิษสะสม 

 

ขณะเดียวกัน รัฐพยายามลดทอนข้อมูล ต่างจากความเป็นจริงที่ต้องเฝ้าระวัง แม้สารพิษที่เรามองเห็นจะเกิดขึ้นแค่ 2 ปี แต่ต้องเริ่มช่วยกันในหลายเรื่อง จากหลายหน่วยงาน ปัญหานี้เป็นเรื่องใหม่และรุนแรง เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชีวิต เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ยาก แต่หากสามารถจัดการโมเดลของการแก้ปัญหาในเรื่องนี้เป็นตัวอย่างได้ ก็จะเป็นโมเดลในการแก้ปัญหาของเรื่องถัดไป

 

มาลี พัฒนประสิทธิ์พร หรือ พี่แม็ค แกนนำขับเคลื่อนงานเยาวชนกลุ่มรักษ์เชียงของ เล่าถึงเบื้องหลังการส่งต่อไม้ต่อการอนุรักษ์ให้คนรุ่นใหม่ว่า นานวันเข้าแกนนำรุ่นเก่าเริ่มล้มหายตายจาก การจะปล่อยให้คนรุ่นใหม่รับภาระรับฟังสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ จึงได้ร่วมกันจัดตั้ง ‘แม่โขงเนเจอร์แคมป์’ (Mekong Nature Camp) ขึ้นมา โดยใช้ปัญหาของชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้

 

โรงเรียนแห่งนี้ได้พาเด็กๆ ในพื้นที่ลุ่มน้ำรวมถึงเยาวชนจากฝั่ง สปป.ลาว ลงพื้นที่จริงเพื่อเรียนรู้กระบวนการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมือง ฝึกสอนกันเองแบบพี่สอนน้องในการใช้อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพน้ำทางกายภาพและเคมีเบื้องต้น

 

เมื่อเกิดวิกฤตสารพิษปนเปื้อน แม่โขงเนเจอร์แคมป์จึงเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส นำเครือข่ายเยาวชนลงพื้นที่สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวัดสารหนูและค่าออกซิเจนในน้ำเป็นประจำทุกเดือน เพื่อสร้างฐานข้อมูลที่โปร่งใสของชุมชนเอง

 

“ตอนคนรู้ข่าว เรื่องแรกที่กระทบคือไม่มีใครยอมซื้อปลาของพ่อที่เป็นชาวประมงเลย” ส้มโอ เครือข่ายเด็กและเยาวชน สะท้อนให้ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างลงพื้นที่สาธิตการตรวจสารหนูในน้ำแม่โขง แม้ผลตรวจจะพบว่าไม่เกินเกณฑ์ก็ตาม

 

เครื่องในปลา โลหะหนัก

 

เสียงจากพื้นที่และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

 

ปรัตถกร การเร็ว กำนันตำบลแม่ยาว และมณีรัฐ เข็มะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเชียงราย ร่วมกันส่งสัญญาณเตือนว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่คือภัยพิบัติข้ามพรมแดนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของชีวิต รัฐบาลต้องหยุดนิ่งเฉยและยกระดับปัญหานี้เป็น ‘วาระแห่งชาติ’ เพื่อขับเคลื่อนมาตรการที่จับต้องได้จริง

 

นอกจากนี้ จากร่างรายงานการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพแบบเร่งด่วน (Rapid HIA) กรณีสารพิษปนเปื้อนในลุ่มน้ำ กก สาย รวก และโขง (ครอบคลุมพื้นที่เฝ้าระวังในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย) ฉบับเดือนเมษายน 2569 ที่จัดทำโดย สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้นําเสนอมาตรการในระดับพื้นที่ ระดับประเทศและระหว่างประเทศ ดังนี้

 

  • มาตรการลดการรับสัมผัสทันที (ระดับพื้นที่)

 

  • หยุดแจกน้ำฉุกเฉินรายวัน: เร่งลงทุนในระบบประปาหมู่บ้านและเครื่องกรองน้ำประสิทธิภาพสูงที่สามารถดักจับโลหะหนักได้จริงให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง

 

  • จัดตั้งศูนย์ตรวจวิเคราะห์สารพิษครบวงจรในพื้นที่: ปัจจุบันชาวบ้านต้องรอผลตรวจจากกรุงเทพฯ นานถึง 30 วัน ซึ่งช้าเกินไปจนพืชผักที่ปนเปื้อนถูกตัดไปขายและบริโภคจนหมดแล้ว

 

  • เปิดระบบเฝ้าระวังทางชีวภาพฟรี: ตรวจเลือด ปัสสาวะ และเส้นผมให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างทั่วถึงทันที และติดตามต่อเนื่อง 5 ปี

 

  • เสนอทางเลือกในการใช้ต้นน้ำธรรมชาติอื่น อีก 2 สาย เพื่อแบ่งเบาระหว่างการรอกฎหมาย และการดำเนินการระหว่างประเทศ

 

  • มาตรการเชิงนโยบายและนิติบัญญัติ (ระดับประเทศและระหว่างประเทศ)

 

  • การทูตสิ่งแวดล้อมเชิงรุก: ใช้กลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาต่างๆ เช่น อนุสัญญามินามาตะ เพื่อเจรจาข้ามพรมแดนกดดันให้ควบคุมและยุติกิจกรรมเหมืองแร่ต้นน้ำที่เป็นมลพิษอย่างเป็นรูปธรรม

 

  • ผลักดันสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น: นำข้อเสนอและชุดข้อมูลทางวิชาการร่วมของชุมชน (CHIA) เสนอตรงต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายและจัดสรรงบประมาณเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นธรรม

 

“วันนี้เรายังไม่เป็นอะไร มัจจุราชไม่ได้ฆ่าชีวิตเราไปครั้งเดียวให้ตาย แต่อีก 5 ปี อีก 10 ปี มันจะเกิดขึ้น อันดับแรกเป็นโรคผิวหนัง ถ้าเราสัมผัสสารต่อไป ร้ายแรงที่สุดก็คือโรคมะเร็ง จากนั้นเงินทองทุกอย่างจะหมดกับไปกับการรักษาตัวเอง วิถีชีวิตเราก็จะเปลี่ยนไป เรามี 2 ทางเลือก คือ นิ่งเฉยปล่อยไปแล้วก็อยู่กันไปอย่างนี้ และอีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ชุมชน หน่วยงานรัฐ เอกชน เข้ามาร่วมกันขับเคลื่อน คืนสายน้ำแห่งนี้ให้มีชีวิตเหมือนเดิม” กำนันตำบลแม่ยาว กล่าวทิ้งท้าย

The post “ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน” แต่ห้ามกินเครื่องในปลา ย้อนดูวิกฤตโลหะหนักข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำภาคเหนือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหมืองแร่หายากในเมียนมา-ลาว ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำโขง สั่นสะเทือนชีวิต 70 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตือน อาจรุนแรงถึงขั้นทำลาย ‘ครัวโลก’ https://thestandard.co/mekong-river-rare-earth-mining/ Sun, 03 May 2026 08:25:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1203521 ภาพแม่น้ำโขงที่กำลังเผชิญการปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองแร่หายากในเมียนมาและลาว

แม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนหลายล้านคนใ […]

The post เหมืองแร่หายากในเมียนมา-ลาว ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำโขง สั่นสะเทือนชีวิต 70 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตือน อาจรุนแรงถึงขั้นทำลาย ‘ครัวโลก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแม่น้ำโขงที่กำลังเผชิญการปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองแร่หายากในเมียนมาและลาว

แม่น้ำโขงและลำน้ำสาขาที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนหลายล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญภัยคุกคามครั้งใหญ่ จากสารพิษที่ไหลปนเปื้อนมากับการทำเหมืองแร่หายาก (Rare Earth) ในพื้นที่ต้นน้ำ โดยเฉพาะในเมียนมาที่ยังอยู่ในภาวะสงครามกลางเมือง และขยายตัวต่อเนื่องไปยังลาว

 

ที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หนึ่งในศูนย์กลางการประมงทางภาคเหนือของไทย ‘สุขใจ ญานะ’ชาวประมงวัย 75 ปี กำลังนั่งแกะปลาตัวเล็กๆ ออกจากแหบนหัวเรือหางยาว ด้วยความผิดหวังกับปลาที่จับได้ และกังวลว่าจะขายได้หรือไม่ ตามรายงานในบทความ Southeast Asia’s Mekong River being poisoned by rare earth mining ของ South China Morning Post

 

บางวันสุขใจไม่มีรายได้เลย เพราะความต้องการบริโภคปลาลดลง จากความกังวลเรื่องการปนเปื้อนสารพิษในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ที่กำลังคุกคามคนนับล้านที่พึ่งพาสายน้ำเหล่านี้ในการทำเกษตรและประมง

 

“ผมก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนอื่น” สุขใจกล่าว ขณะที่เชียงแสนเป็นบ้านของครอบครัวเขามาหลายทศวรรษ

 

สุขใจคือหนึ่งใน 70 ล้านคน ที่อาศัยลำน้ำโขงความยาวเกือบ 5,000 กิโลเมตรในการดำรงชีวิต โดยปัจจุบันความต้องการแร่หายากที่พุ่งสูงขึ้น กำลังขับเคลื่อนการทำเหมืองที่ไร้การควบคุม และเริ่มต้นจากเมียนมา ก่อนแผ่ขยายไปยังลาว

 

แม้แม่น้ำโขงจะเผชิญแรงกดดันมายาวนาน ตั้งแต่ขยะพลาสติก เขื่อนพลังน้ำต้นทาง ไปจนถึงการขุดทรายที่ทำให้ตลิ่งทรุด แต่นักวิชาการเตือนว่า สารพิษจากเหมืองแร่หายากอาจเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงถึงขั้นทำให้ลุ่มน้ำแห่งนี้สูญสลาย

 

การสัมผัสโลหะหนักอย่างสารหนู, ปรอท, ตะกั่ว และแคดเมียม เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ภาวะอวัยวะล้มเหลว และความเสียหายต่อพัฒนาการ โดยเฉพาะในเด็กและสตรีมีครรภ์

 

‘ครัวโลก’ กำลังถูกทำลาย กระทบส่งออกข้าว-ผลไม้ของไทย

 

ไทยกำลังเผชิญผลกระทบหนักที่สุด เพราะสารพิษเหล่านี้กำลังคุกคามอุตสาหกรรมส่งออกอาหารระดับโลก ตั้งแต่ข้าวที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในสหรัฐฯ, ถั่วแระแช่แข็งในญี่ปุ่น ไปจนถึงกระเทียมในครัวเรือนชาวมาเลเซีย

 

ในขณะที่การรับมือยังจำกัดอยู่ในระดับท้องถิ่น และถูกซ้ำเติมด้วยการลักลอบขนแร่และสงครามในเมียนมา ส่งผลให้ปัญหาขยายลงไปถึงกัมพูชาและเวียดนามที่อยู่ปลายน้ำ

 

ดร.สืบสกุล กิจนุกร (Suebsakun Kidnukorn) จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ระบุว่า เกษตรกรรมเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเตือนว่าเหมืองแร่หายากกำลังทำลาย ‘ครัวโลก’

 

ที่หมู่บ้านท่าตอน บนพื้นที่เนินเขาของไทย ลา บุญเรือง เกษตรกรวัย 63 ปี กำลังตัดเครือกล้วย พร้อมใช้นิ้วนับพืชที่ปนเปื้อนสารพิษซึ่งเขาเก็บเกี่ยวอยู่ ทั้งข้าว, กระเทียม, ข้าวโพด, หอม, มะม่วง และกล้วย โดยน้ำที่เขาใช้รดพืชมาจากแม่น้ำกก ลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงที่ไหลจากเมียนมาเข้าสู่ไทย และเต็มไปด้วยสารพิษ

 

“ทุกคนกลัวสารพิษ ถ้าเราส่งออกไม่ได้ เกษตรกรคือคนแรกที่ตาย” ลากล่าว

 

ไทยเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกับอินเดียและเวียดนาม โดยในปี 2024 ไทยส่งออกข้าวและผลไม้รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.25 แสนล้านบาท) ตามตัวเลขการค้าที่จัดอันดับให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ที่สุด

 

“สิ่งที่เรากังวลคือ สารพิษจะสะสมในข้าวที่เราส่งออก ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมการทำนาของเราที่เป็นวัฒนธรรม ต้องล่มสลาย” นิวัฒน์ ร้อยแก้ว ผู้ก่อตั้งสถาบันแม่น้ำโขงศึกษา ในอำเภอเชียงของ กล่าว ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ไทยพบการปนเปื้อนโลหะหนักในระดับสูงในลำน้ำสาขาอื่นๆ ของแม่น้ำโขง ทั้งแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก

 

ความต้องการแร่หายากพุ่ง เบื้องหลังภัยคุกคามแม่น้ำโข

 

ทุกวันนี้ แร่หายากเป็นวัตถุดิบสำคัญของเทคโนโลยียุคใหม่ ตั้งแต่สมาร์ตโฟน, ยานยนต์ไฟฟ้า ไปจนถึงขีปนาวุธและเครื่องบินรบ แม้ชื่อจะบอกว่า ‘หายาก’ แต่ในความเป็นจริงแร่ชนิดนี้พบได้ทั่วไป ที่ทำให้แร่ขาดแคลนคือต้นทุนการขุดและกระบวนการแยกสกัดที่ซับซ้อน ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในจีน

 

ศูนย์ Stimson ในสหรัฐฯ ใช้การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม และระบุพบจุดทำเหมืองแร่หายากและเหมืองอื่นๆ ที่ไม่ได้รับการควบคุม เกือบ 800 จุดตามลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงในลาว, เมียนมา และกัมพูชา

 

หลายแห่งในเมียนมาตั้งอยู่ในพื้นที่สู้รบ โดยสงครามกลางเมืองเป็นแรงผลักดันให้เกิดการ ‘กระจายตัวของเหมือง’ ในเชิงภูมิศาสตร์ ตามการติดตามของ รีแกน ควาน จากศูนย์ Stimson ซึ่งพบการขยายตัวของเหมืองไปอีก 26 จุดตามลำน้ำในลาว

 

เมียนมาเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดของจีนในกลุ่มแร่หายากชนิดหนัก โดยส่งออกแร่ไปจีนคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.36 แสนล้านบาท) ระหว่างปี 2017-2024 โดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังการรัฐประหารในปี 2021

 

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กำหนดให้การสร้างความมั่นคงด้านแร่สำคัญและแร่หายาก เป็นเป้าหมายสำคัญด้านนโยบายต่างประเทศ เนื่องจากแร่เหล่านี้ใช้ในเครื่องบินรบ F-35, เรือดำน้ำ, ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก, ระบบเรดาร์ และระเบิดอัจฉริยะ ซึ่งความต้องการกำลังเพิ่มขึ้น เพราะสหรัฐฯ ต้องเติมและขยายคลังอาวุธที่พร่องไปจากสงครามในอิหร่านและยูเครน

 

นี่คือข่าวร้ายของแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บราเอียน ไอเลอร์ (Brian Eyler) จากศูนย์ Stimson เปรียบเทียบว่า สารพิษจากเหมืองคือ ‘ระเบิดปรมาณู’ สำหรับลุ่มน้ำ เป็นรองเพียงสงครามในศตวรรษที่แล้ว ทั้งสงครามเวียดนามและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง โดยสร้างความเสียหายมากกว่าภัยคุกคามอื่น เช่น เขื่อนขนาดใหญ่ และ “มันยังไม่หยุด”

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.51 บาท ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2569

 

ภาพ: Suriya99 / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

The post เหมืองแร่หายากในเมียนมา-ลาว ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำโขง สั่นสะเทือนชีวิต 70 ล้านคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตือน อาจรุนแรงถึงขั้นทำลาย ‘ครัวโลก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถึงเวลาจำนน ‘วิกฤตสภาพภูมิอากาศ – การล้มละลายทางน้ำ’ จริงหรือ? https://thestandard.co/water-bankruptcy-climate-crisis-thailand/ Sat, 07 Mar 2026 03:37:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1185283 ภาพประกอบแสดงถึงผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการขาดแคลนน้ำ เช่น พื้นดินแห้งแตกระแหงหรือน้ำท่วม

ยุค Climate Reality   รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำน […]

The post ถึงเวลาจำนน ‘วิกฤตสภาพภูมิอากาศ – การล้มละลายทางน้ำ’ จริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงถึงผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการขาดแคลนน้ำ เช่น พื้นดินแห้งแตกระแหงหรือน้ำท่วม

ยุค Climate Reality

 

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า แม้ตอนนี้เรากำลังเข้าสู่ ‘Climate Reality’ ยุคการยอมรับและยอมจำนนกับสภาพอากาศสุดขั้วโดยไม่สามารถป้องกันได้ แต่ความจริงเรายังสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย หากลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง

 

“ปัจจุบันมีหลักฐานเชิงประจักษ์ทางวิทยาศาสตร์ถึงภัยคุกคาม ความล่อแหลมและความเปราะบางของพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ ที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวจนทำให้ไม่สามารถรับมือได้ภายใน 10 ปีข้างหน้า ขณะที่การตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายก็ยังไม่มีความชัดเจน เห็นชัดจากมหาอุทกภัยหาดใหญ่ปลายปี 2568 ที่เป็นความล้มเหลวของระบบและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ท่ามกลางโลกกำลังเข้าสู่ยุค Climate reality โดยทางออกที่เหมาะสม แม้กว่าจะสำเร็จต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 20 ปี เพราะมีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากมายในหลายมิติ (สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม) หรืออาจดูสายเกินไปในสายตาผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก แต่ย่อมดีกว่าที่จะปล่อยเวลาผ่านไปโดยที่ไม่ทำอะไรเลย ผลกระทบรุนแรงจะตกกับลูกหลานเราที่วันนี้เขาไม่รู้อะไรเลย แต่จะต้องเผชิญกับอนาคตอย่างไร้ความหวัง”

 

โลกกำลังล้มละลายทางน้ำ

 

คาเวห์ มาดานี ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อน้ำ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยแห่งสหประชาชาติ ระบุในงานวิจัยว่า โลกกำลังล้มละลายหรือเข้าขั้นวิกฤตในภาวะความไม่มั่นคงทางน้ำ (Global Water Bankruptcy) เพราะประชากร 4,000 ล้านคน หรือ 3 ใน 4 ของประชากรทั่วโลก อาจต้องดิ้นรนสำหรับการรับมือภาวะขาดแคลนน้ำ 1 เดือน/ปี เนื่องจากโลกกำลังสูญเสียทุนทางธรรมชาติอย่างมหาศาล จากการใช้น้ำปริมาณที่มากเกินไปอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ตั้งแต่ทะเลสาบ แม่น้ำ ธารน้ำแข็ง ขณะที่พื้นที่ชุ่มน้ำก็กำลังทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปล่อยให้สารพิษลงสู่ธรรมชาติมากเกินขีดจำกัด จนระบบนิเวศที่อยู่บริเวณแหล่งน้ำเสื่อมโทรมไปถึงชั้นดิน รวมถึงมีการสูบน้ำบาดาลมากและเริ่มส่งผลให้แผ่นดินทรุดตัวในหลายพื้นที่ จนหลายแห่งไม่สามารถฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมได้

 

รายงานยังระบุว่า ปริมาณน้ำลดลงมาจากมลภาวะพื้นที่เพาะปลูกชลประทานมากกว่า 1.7 ล้านตารางกิโลเมตร (170 ล้านเฮกตาร์) ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่กว่าประเทศอิหร่าน โดยมีความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ามากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี ทั่วโลก ทั้งจากความเสื่อมโทรมของที่ดิน น้ำบาดาลลดลง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยังมีคนกว่า 3,000 ล้านคน หรือเทียบเท่ากับการผลิตแหล่งอาหารมากกว่าครึ่งโลกที่ต้องเผชิญการกักเก็บน้ำที่ไม่มีความแน่นอน รวมถึงต้องเผชิญกับภาวะเค็มที่กระทบกับพื้นที่เพาะปลูกเสื่อมโทรมกว่า 1 ล้านตารางกิโลเมตร (1 ล้านเฮกตาร์) และมากกว่า 30% มวลธารน้ำแข็งทั่วโลกได้หายไปหลายพื้นที่ตั้งแต่ปี 1970 หรือกว่า 56 ปี ที่โลกสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำมหาศาลราว 4.1 ล้านตารางกิโลเมตร (410 ล้านเฮกตาร์) หรือมีขนาดเกือบเท่ากับสหภาพยุโรปทั้งหมด

 

การแก้ไข

 

คาเวห์ มองว่า หมดเวลาคิดว่าน้ำจะไม่มีวันหมดไปจากโลก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันยากที่จะฟื้นฟู ดังนั้น การแก้ไขปัญหาควรเป็นการจัดการเชิงโครงสร้างในระยะยาวมากกว่าแบบเฉพาะหน้า เพราะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา เพราะการขาดน้ำเท่ากับการขาดอาหาร ตั้งแต่ ปัญหาความอดอยาก การว่างงาน การอพยพของประชากร ปัญหาเชิงภูมิรัฐศาสตร์ การคุกคามทางการค้า หรืออาจนำไปสู่ความโกลาหลอื่นได้อีก

 

ปัจจุบัน ทั่วโลกภาคการเกษตรยังเป็นผู้ใช้น้ำรายใหญ่คือ 70% เมื่อปริมาณน้ำลดลงการทำเกษตรย่อมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะต้องเผชิญความไม่แน่นอนปริมาณน้ำทำให้ต้นทุนการเพาะปลูกเพิ่ม และส่งผลต่อเนื่องไปยังราคาอาหารและการส่งออก ดังนั้น สามารถหันมาปลูกพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ ลดการใช้น้ำในพื้นที่เสี่ยง ทำเกษตรเชิงนิเวศ ลดการสูบน้ำบาดาลและหันมาดูแลแหล่งน้ำในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจัง ที่สำคัญควรใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ตรวจวัดทางไหลผ่านดาวเทียมหรือเอไอติดตามการทรุดตัวของที่ดิน คุณภาพน้ำ ระดับน้ำบาดาล พร้อมกับหันมาออกแบบเมือง ระบบอาหาร ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและปัญหาที่กำลังเป็นอยู่ให้เข้มงวดกว่าเดิม

 

แม้สัดส่วนการใช้น้ำที่เหลือที่อยู่ทั้งในภาคอุตสาหกรรม ภาคการบริการ หรือภาคครัวเรือน แต่อย่าลืมว่าการขยายตัวของชุมชนเมืองหรือเขตอุตสาหกรรม ก็ควรผลักดันให้เกิดการบริหารจัดการอย่างเข้มงวดในวงกว้าง เช่น การบริหารจัดการให้เกิดการใช้น้ำซ้ำหรือน้ำหมุนเวียนภายในอุตสาหกรรมให้มากที่สุด แล้วปล่อยของเสียออกมาให้น้อยที่สุด

 

แล้วประเทศไทย?

 

ในรายงานอาจไม่ได้กล่าวถึงประเทศไทยโดยตรง แต่การอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ปกติมีปริมาณฝนเฉลี่ยต่อปีค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลก อาจไม่ได้ขาดแคลนน้ำโดยตรง แต่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคือ มีความเสี่ยงสูงจากความผันผวนของปริมาณน้ำเพราะไม่เป็นไปตามฤดูกาลเหมือนที่ผ่านมา เช่น ฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้นจนทำให้เกิดน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว เผชิญความแล้งถี่และนานขึ้น หรือการขยายเมืองและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ลุ่มต่ำก็ทำให้เกิดการแข่งขันการใช้น้ำมากขึ้นซึ่งอาจเป็นแรงกดดันแหล่งน้ำบาดาลมากขึ้น

 

ประกอบยังมีเรื่องที่น่ากังวลคือ การปนเปื้อนของสารโลหะหนักจากเหมืองแรร์เอิร์ทของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำหลักสายสำคัญหลายแห่งของไทย โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมเและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ล่าสุดเปิดเผยผลการตรวจคุณภาพน้ำของแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขง ระบุว่า ผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 จนถึงปัจจุบันผลการตรวจวัดครั้งที่ 14 (เดือนธันวาคม 2568) พบว่า แม่น้ำกกและลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ยังมีสีน้ำตาลแดง มีค่าความขุ่นสูง และผลการตรวจระบุว่าพบค่าโลหะหนัก และค่าสารหนูพบเกินค่ามาตรฐานอยู่

 

น้ำ-ดิน-ป่า ไม่เคยแยกจากกัน

 

แนวคิด ‘น้ำคือชีวิต’ พระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังถือเป็นหัวใจการพัฒนาและความมั่นคงของประเทศอยู่เสมอ เพราะท่านมองว่า น้ำมิใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่ยังสะท้อนหลักการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนความพอดีและความรับผิดชอบต่ออนาคต น้ำมิได้ถูกมองว่าเป็นทรัพยากรที่มีไม่จำกัด หากแต่เป็นทุนธรรมชาติที่ต้องรักษาและถนอมไว้เพื่อคนรุ่นต่อไป การใช้น้ำเกินศักยภาพของธรรมชาติเท่ากับบั่นทอนโอกาสการพัฒนาของสังคมในระยะยาว ดังนั้น การพัฒนาที่แท้จริงจึงต้องตั้งอยู่บนการรู้จักประมาณตน รู้จักเก็บออม และรู้จักแบ่งปันทรัพยากรน้ำอย่างเป็นธรรม

 

ที่สำคัญน้ำ ดิน และป่า มีความสำคัญในระบบเดียวกัน เพราะป่าที่สมบูรณ์จะช่วยกักเก็บและควบคุมน้ำ ดินที่ดีช่วยรักษาความชุ่มชื้นและลดความรุนแรงของภัยแล้ง ขณะที่น้ำที่มีคุณภาพก็จะเอื้อให้ดินและป่าดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน การพัฒนาที่แยกน้ำออกจากดินและป่าจึงเป็นการพัฒนาที่ขาดรากฐาน หากละเลยย่อมส่งผลต่อความมั่นคงให้กับชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมในระยะยาว

 

น้ำท่วมและน้ำแล้งมิใช่ปัญหาที่แยกขาดจากกัน แต่เป็นผลจากการบริหารจัดการน้ำที่ขาดความสมดุลและไม่สอดคล้องกับระบบนิเวศ การพัฒนาใดที่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่คำนึงถึงความเชื่อมโยงของต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ย่อมนำไปสู่ความเปราะบางในระยะยาว พระราชดำริด้านน้ำจึงเน้นการจัดการน้ำทั้งระบบ ตั้งแต่การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ การเก็บกักน้ำในช่วงที่มีความอุดมสมบูรณ์ ไปจนถึงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าในยามขาดแคลน

 

ถึงเวลาที่ไทยต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้จริงจัง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป จากเป็นแค่ความเสี่ยงอาจกลายเป็นล้มละลายทางน้ำไม่ต่างจากที่อื่น ซึ่งผลเสียหายมหาศาลทั้งเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และปัญหาสังคมต่างๆ ที่จะตามมา

 

ภาพ: Piyaset / Shutterstock

อ้างอิง:

The post ถึงเวลาจำนน ‘วิกฤตสภาพภูมิอากาศ – การล้มละลายทางน้ำ’ จริงหรือ? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทินปราศรัยริมโขงขายแพ็กเกจ ภูมิใจไทย ขอชาวหนองคายเลือกยกจังหวัด เผยถ้าได้เป็นนายกฯ อีก 4 ปี จะทำให้ประชาชนร้อง รวยพอแล้ว! https://thestandard.co/anutin-bhumjaithai-nongkhai-campaign/ Mon, 26 Jan 2026 01:14:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1169371 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง

วันนี้ (25 มกราคม) เวลา 18.00 น. วันที่ 25 มกราคม ที่ลา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินปราศรัยริมโขงขายแพ็กเกจ ภูมิใจไทย ขอชาวหนองคายเลือกยกจังหวัด เผยถ้าได้เป็นนายกฯ อีก 4 ปี จะทำให้ประชาชนร้อง รวยพอแล้ว! appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง

วันนี้ (25 มกราคม) เวลา 18.00 น. วันที่ 25 มกราคม ที่ลานนาคาเบิกฟ้า ริมแม่น้ำโขง เทศบาลเมืองโพนพิสัย อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1, จิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 2 และศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 หาเสียง โดยอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่รู้จะกราบขอบพระคุณอย่างไร พี่น้องประชาชนมาวันนี้ และ การเลือกตั้งครั้งที่แล้วตนก็มีโอกาสมา แต่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขตนี้สอบตก พร้อมถามชาวหนองคายเป็นภาษาอีสานว่า “วันนี้จะตั๋วมั้ย” โดยประชาชนตอบว่า ”บ่ตั๋ว“ อนุทินจึงกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ”บ่ๆ บ่เป็นหยังดอก“

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แทนที่จะขอคนเดียวหรือสองคนมันไม่ทันแล้ว เพราะต้องไปทำงานให้คนหนองคาย มีเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น ขอสามคนเลยได้หรือไม่ และต้องกาเบอร์ 37 เพื่อเลือกอนุทินด้วย ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว จิดาภาขมขื่นตนก็ขมขื่น เที่ยวนี้ขออย่าให้พวกตนต้องไปร้องว่า เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง ให้มันไหลลงๆทะเล เพราะตอนนี้ปิดด่านแล้วความขมขื่นมันไหลลงทะเลไม่ได้มันติดเขมร ความขมขื่นมันเลยติดอยู่ตรงนี้ดังนั้น จะต้องไม่มีความขมขื่นอีกต่อไป และตนจะไม่ขอร้องเพลงนี้เป็นครั้งที่สอง

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งใน จังหวัดหนองคาย ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยขอเสนอเป็นแพ็กเกจ ทั้งจิดาภา พลตำรวจโทไพศาล และศักดิ์ดา หนองคายถ้าไม่เจริญยุคนี้จะเจริญยุคไหน วันนี้ตนไม่เหมือน 4-5 ปีที่แล้ว ที่มาเจอพ่อแม่พี่น้องตรงนี้ เพราะตอนนั้นเวลาจะรับปากใครว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ยังดูห่างเกินไป ขอเป็นนายกรัฐมนตรีก่อนฯแล้วก็มาพบกับพ่อแม่พี่น้องเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

 

วันนี้ตนไม่ได้มาขายฝัน แต่ได้ทำให้ความจริงเกิดขึ้นแล้ว จึงมาบอกกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน และยืนยันว่า ตนไม่ได้ลืมหนองคาย แม้ว่าครั้งที่ผ่านมา จะไม่ได้ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย ตนก็ไม่ลืม จังหวัดหนองคาย ถามว่าวันนี้มีกี่ขัวแล้ว ที่หนองคายมีทั้งขัวรถบรรทุก และขัวรถไฟ ตอนนั้นตนคุมคมนาคม เขาบอกต้องรอ 7-8 ปี ถึงจะมีขัวรถไฟ แต่ตนบอกว่าไม่ได้ต้องเกิดขึ้นสมัยที่พรรคภูมิใจไทย คุมคมนาคม

 

“ผมไม่ได้รู้สึกน้อยอกน้อยใจใดๆทั้งสิ้น คนเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี จะมาน้อยอกน้อยใจเรื่องส่วนตัวไม่ได้ อะไรก็ตามที่ทำแล้วมีความเจริญงอกงามเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผมไม่สนใจว่าชาวหนองคายจะเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไหน ถ้าผมมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองจะเอามาทำประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวหนองคาย เพราะเท่ากับทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยเหมือนกัน ถ้าผมไม่สามารถทำความเจริญก้าวหน้าให้กับพี่น้องชาวหนองคายตามที่ต้องการได้ ขอโทษเถอะว่าตรงนี้กี่ตีนแล้ว ผมจะมาได้อีกหรือไม่ วันนี้เดินเข้ามาได้จับมือ แต่ถ้าทำไม่ได้ มาวันหน้าโดนตีนผมไม่เอา” อนุทิน กล่าว

 

อนุทิน กล่าวว่า วันนี้มาแล้วพูดเสียงดัง เพราะวันนี้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว แค่ 2 เดือนกว่าทำให้พี่น้องประชาชนได้เยอะแล้ว รับรองว่าถ้าได้เป็นอีก 4 ปี จะทำจนประชาชนร้องว่าพอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว ขอให้เชื่อว่าตนทำได้ และขอให้เชื่อมั่นว่าเมื่อ 3 คนนี้เข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวหนองคาย จะไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งความตั้งใจที่จะทำงานให้กับชาวหนองคาย ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อตน และให้ความมั่นใจให้ตนไปบริหารประเทศ ขอให้มั่นใจว่าตนจะทุ่มเททุกสิ่งเพื่อหนองคาย

 

อนุทิน กล่าวว่า ส่วนปัญหากับเขมรจะไม่มีการประจันหน้ากันอีกต่อไป เราควบคุมพื้นที่ที่เป็นของเราไว้หมด ขอให้เอาความเกลียดชังเอาความโกรธจากอกไป เหมือนที่พระท่านว่า “กัมมุนา วัตตติโลโก“ กุ๊กๆ พร้อมกล่าวต่อว่า ตนไปหลายที่ยังมีคนบอกให้จัดการเขมรเลย ลุยเขมรเลย ตนอยากบอกว่าเราลุยเรียบร้อยแล้ว ได้อธิปไตยคืนมาเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกคนเอาส่วนที่ยังโกรธแค้นยังเจ็บใจออกไป แล้วไปทำงานไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ไม่ต้องกังวลมันจะไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นเพราะเราได้แสดงให้ทั้งโลก และคู่กรณีของเราเห็นแล้ว

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า ตนเป็นนายกรัฐมนตรีจะพูดมากไม่ได้ เพราะต้องรักษาเกียรติภูมิของประเทศไทย พูดคำแรงๆไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของประเทศไทย แต่ยืนยันว่า ประเทศไทยมีเกียรติภูมิแน่นอน เพราะได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเรามีกำลังทหารเข้มแข็งแค่ไหน เราเอาสิ่งที่สูญเสียมาได้หมดทั้งที่รอมาเป็น 10 ปี เอาคืนไม่ได้แต่ใช้เวลาแค่ 2 เดือน เอาคืนกลับได้หมด เพราะไม่มีประโยชน์ร่วม ไม่ต้องเกรงใจใคร ตนกลัวประชาชนคนไทยมากกว่าผู้นำเขมร จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของคนไทยไม่มีทางอื่นแน่นอน

 

“คนที่บอกว่าเอาเรื่องนี้มาหาเสียง ผมไม่ได้เอามาหาเสียง แต่ทำแล้วถึงมาพูด ทำเรียบร้อยพูดคุยกับกองทัพ และดำเนินการเรียบร้อยถึงมาบอกกับพี่น้องคนไทย แล้วไม่ต้องห่วงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากมีอีกรับรองว่าจะเจอบทเรียนที่หนักกว่านี้ พร้อม ย้ำว่าไม่มีการเปิดด่านแน่นอน” อนุทิน กล่าว พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า พูดในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ พร้อมยกนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ว่า “อนุทินมาตรงนี้ เว้าแล้วเฮ็ดแน่นอน บ่ต้องห่วง”

 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง 1อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง 2อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง 3อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง 4อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง 5อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง 6อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง 7อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ปราศรัยบนเวทีริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ในการหาเสียงเลือกตั้ง 8
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินปราศรัยริมโขงขายแพ็กเกจ ภูมิใจไทย ขอชาวหนองคายเลือกยกจังหวัด เผยถ้าได้เป็นนายกฯ อีก 4 ปี จะทำให้ประชาชนร้อง รวยพอแล้ว! appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน https://thestandard.co/maintain-arsenic-water-standards/ Sat, 15 Nov 2025 05:05:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1143637 รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน

วันนี้ (15 พฤศจิกายน) สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี แล […]

The post รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน

วันนี้ (15 พฤศจิกายน) สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้ออกมายืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะปรับลดค่ามาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำผิวดินตามที่มีกระแสข่าว

 

การยืนยันดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่พบว่ามีการตรวจพบโลหะหนักและสารหนูเกินค่ามาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินในแม่น้ำแม่กก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน ซึ่งมาตรฐานของประเทศไทยกำหนดไว้ไม่เกิน 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.)

 

สุชาติได้กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า รัฐบาลพยายามผลักดันการปรับค่ามาตรฐานสารหนูจาก 0.01 มก./ล. เป็น 0.05 มก./ล. (ซึ่งเป็นค่าที่ใช้ในหลายประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย เวียดนาม รวมถึงเมียนมา ซึ่งเป็นต้นน้ำที่อาจเป็นแหล่งที่มาของปัญหา) ว่า “ในฐานะประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะปรับค่ามาตรฐานแหล่งน้ำผิวดินจากค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.01 มก./ล. ไปเป็น 0.05 มก./ล. ตามที่เป็นข่าว”

 

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงจากประชาชนและทุกภาคส่วน พร้อมหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประชาชนได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีความปลอดภัยในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงส่งเสริมให้สภาพเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักเหมือนเดิม

 

สุชาติเน้นย้ำถึงความสำคัญของการกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมว่า เป็นเกณฑ์เพื่อควบคุมมลพิษและปกป้องระบบนิเวศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมดุล

 

“รัฐบาลมีความเข้าใจ และจะสนับสนุนการดำเนินทุกอย่าง ทั้งจะออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้น เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชน” สุชาติกล่าวทิ้งท้าย

The post รองนายกฯ สุชาติ ยืนยัน รัฐบาลไม่ปรับลดมาตรฐานสารหนูในแหล่งน้ำ เตรียมออกมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวลิต แนะรัฐบาลประสาน ‘จีน’ มหามิตรในภูมิภาค แก้ปัญหาเหมืองแร่แรร์เอิร์ธรัฐฉาน-เมียนมา มลพิษไหลลงแม่น้ำกก-รวก-สาย-โขง https://thestandard.co/chavalit-china-rare-earth-pollution/ Sat, 27 Sep 2025 11:33:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1123790

วันนี้ (27 กันยายน) ชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยส […]

The post ชวลิต แนะรัฐบาลประสาน ‘จีน’ มหามิตรในภูมิภาค แก้ปัญหาเหมืองแร่แรร์เอิร์ธรัฐฉาน-เมียนมา มลพิษไหลลงแม่น้ำกก-รวก-สาย-โขง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 กันยายน) ชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมสัมมนาในหัวข้อ ‘กรอบกฎหมายและกลไกระดับนานาชาติในการจัดการผลกระทบจากการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในรัฐฉานและเมียนมา’ จัดโดยคณะกรรมาธิการฯ ร่วมกับศูนย์แม่โขงศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก-สาย-โขง

 

ในเวทีชวลิตได้กล่าวเปิดงาน ขอบคุณผู้จัดและภาคประชาชนที่ร่วมผลักดันปัญหาสิ่งแวดล้อม ก่อนย้ำถึงผลกระทบจากมลพิษเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่ไหลข้ามพรมแดนสู่แม่น้ำสำคัญของไทย กระทบสุขอนามัย ประมง เกษตร และการท่องเที่ยว

 

ชวลิตระบุว่า การแก้ปัญหาต้องทำที่ ‘ต้นเหตุ’ คือเหมืองในต่างแดน พร้อมชี้ว่าไทยเป็นภาคีทั้งคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) และความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง (LMC) จึงควรใช้กลไกเหล่านี้ควบคู่ไปกับการประสาน ‘จีน’ ในฐานะมหามิตรและผู้มีบทบาทสำคัญในภูมิภาค

 

ชวลิตเผยข้อมูลว่า ผู้ประกอบการเหมืองจำนวนมากเป็นชาวจีน ที่มักเลี่ยงกฎหมายสิ่งแวดล้อมในบ้านเกิดด้วยการไปลงทุนในเมียนมา ภายใต้อิทธิพลชนกลุ่มน้อย ทำให้ทิ้งมลพิษลงสู่ลำน้ำธรรมชาติ และไหลเข้าสู่ไทย

 

ชวลิตแนะว่า ภาคประชาชนควรรวบรวมข้อมูลผลกระทบส่งต่อกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อประสานสถานทูตจีนตรวจสอบ หากยืนยันเป็นผู้ประกอบการจีนจริง ก็ควรบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมเข้มงวดเช่นเดียวกับในประเทศจีน ซึ่งเชื่อว่าทางการจีนไม่ต้องการให้คนของตนละเมิดกฎหมายในต่างแดน

 

พรรคไทยสร้างไทยยังเสนอให้รัฐบาลชุดปัจจุบันและอนาคต กำหนดปัญหามลพิษจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธเป็น ‘นโยบายเร่งด่วน’ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำสายสำคัญของประเทศ

The post ชวลิต แนะรัฐบาลประสาน ‘จีน’ มหามิตรในภูมิภาค แก้ปัญหาเหมืองแร่แรร์เอิร์ธรัฐฉาน-เมียนมา มลพิษไหลลงแม่น้ำกก-รวก-สาย-โขง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร่วมมือกันก้าวสู่ ‘ทศวรรษทองใหม่’ แห่งความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง https://thestandard.co/lancang-mekong-cooperation-2/ Thu, 21 Aug 2025 11:51:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1109796 lancang-mekong-cooperation-2

แม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของผู้คนใ […]

The post ร่วมมือกันก้าวสู่ ‘ทศวรรษทองใหม่’ แห่งความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง appeared first on THE STANDARD.

]]>
lancang-mekong-cooperation-2

แม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของผู้คนในลุ่มน้ำ ความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงถือกำเนิดขึ้นจากน้ำ โดยยึดมั่นในปณิธานดั้งเดิมที่ว่า “ดื่มน้ำสายธารเดียวกัน โชคชะตาผูกพันกัน” ส่งเสริมวัฒนธรรมล้านช้าง-แม่โขงที่ “ปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม ช่วยเหลือกันด้วยใจจริง และสนิทสนมดุจครอบครัวเดียวกัน” และยึดมั่นในจิตวิญญาณของแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงที่ว่า “การพัฒนามาก่อน การปรึกษาหารืออย่างเท่าเทียม การปฏิบัติอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ การเปิดกว้างและครอบคลุม” เพื่อความผาสุกร่วมกันของประชาชนทั้ง 6 ประเทศมาโดยตลอด และได้กลายเป็นหนึ่งในกลไกความร่วมมือที่มีพลวัตและมีศักยภาพมากที่สุดในภูมิภาค มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค

 

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้ เราหว่านเมล็ดในฤดูใบไม้ผลิ และได้เก็บเกี่ยวผลในฤดูใบไม้ร่วง ทั้ง 6 ประเทศได้สร้างความเชื่อมั่นที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน เสริมสร้างความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์ซึ่งกันและกัน ประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันทางทวิภาคีได้ครอบคลุมทั่วภูมิภาค และได้ตั้งเป้าหมายใหญ่ที่สร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับประเทศล้านช้าง-แม่โขงอย่างชัดเจน จึงได้กลายเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรที่ดี และหุ้นส่วนที่ดีที่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน 

 

ทั้ง 6 ประเทศได้สร้างโล่ป้องกันที่แข็งแกร่งเพื่อความมั่นคงร่วมกัน ดำเนิน “โครงการริเริ่มล้านช้าง-แม่โขงที่ปลอดภัย” และปราบปรามอาชญากรรมต่างๆ เช่น การพนันออนไลน์และการฉ้อโกงอย่างจริงจัง ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาความมั่นคงของภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง 

 

ขณะเดียวกันทั้ง 6 ประเทศยังได้สร้างกลไกที่ทรงพลังเพื่อส่งเสริมการพัฒนา เสริมสร้างความร่วมมือในการเชื่อมโยงทั้งเชิงกายภาพและเชิงนโยบาย รวมถึงห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ระเบียงนวัตกรรมเป็นจุดเด่นใหม่ของการพัฒนา และการพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขงได้เริ่มดำเนินการอย่างราบรื่น 

 

นอกจากนี้ ทั้ง 6 ประเทศยังได้เสริมสร้างความผูกพันระหว่างประชาชนที่มีความเข้าใจและความใกล้ชิดซึ่งกันและกัน โดยใช้ประโยชน์จากกองทุนพิเศษความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงเพื่อดำเนินโครงการเกือบหนึ่งพันโครงการในด้านทรัพยากรน้ำ การเกษตร การลดความยากจน สุขภาพ สตรี วัฒนธรรม และสาขาอื่นๆ โดยเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมืออย่างมีประสิทธิผล และนำผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมมาสู่ประชาชนในประเทศลุ่มน้ำ

 

เมื่อไม่นานมานี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของ 6 ประเทศลุ่มน้ำล้านช้าง-แม่โขง ได้ประชุมกันที่มณฑลยูนนาน เพื่อร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ครั้งที่ 10 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี หวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน และมาริษ เสงี่ยมพงษ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ได้เป็นประธานร่วมและแถลงข่าวร่วมกัน 

 

หวัง อี้ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการสร้าง “ความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง 2.0” ซึ่งประกอบด้วยความสามัคคี ความร่วมมือ การเปิดกว้างและได้ประโยชน์ทุกฝ่าย นวัตกรรมสีเขียว และสันติภาพและความสงบสุข ซึ่งเป็นการเริ่มต้นใหม่ในการสร้างทศวรรษทองใหม่ของความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง และเร่งสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับประเทศลุ่มล้านช้าง-แม่โขงที่มุ่งสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรือง 

 

ในระหว่างการประชุม หวัง อี้ ได้พบปะกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้ง 5 ประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ไทย ลาว และเมียนมา ได้จัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ไทย และกัมพูชา ได้จัดการประชุมจิบน้ำชา ซึ่งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเปิดอกและเป็นมิตรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี การปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน และประเด็นอื่นๆ ในภูมิภาคที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน 

 

นอกจากนี้ยังได้หารือเกี่ยวกับประเด็นร้อนในปัจจุบัน โดยการประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและภูมิปัญญาของครอบครัวล้านช้าง-แม่โขง ในการเสริมสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และร่วมกันปกป้องสันติภาพ เสถียรภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และการพัฒนาในภูมิภาค ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกที่แข็งแกร่งสู่โลก

 

ในปัจจุบันนี้ โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนในรอบศตวรรษ และภูมิภาคนี้ก็กำลังเผชิญกับโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ในฐานะประเทศใหญ่ที่รับผิดชอบ จีนยึดมั่นในหลักการทูตเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรกับเพื่อนบ้าน เป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนบ้าน ปรองดองกับเพื่อนบ้าน อยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านอย่างฉันมิตร และทำให้เพื่อนบ้านมีความสงบสุข ความมั่งคั่ง 

 

จีนยินดีทำงานร่วมกับประเทศล้านช้าง-แม่โขงด้วยจิตใจที่เปิดกว้างและจิตวิญญาณแห่งความสามัคคี เพื่อเร่งสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันล้านช้าง-แม่โขง ปกป้องและพัฒนาบ้านร่วมกันของเราให้ดี

 

ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย และ “50 ปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย” จีนหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และร่วมกับฝ่ายไทยจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองต่างๆ และสนับสนุนไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ครั้งที่ 5 เราเชื่อมั่นว่าความก้าวหน้าทางประวัติศาสตร์ของความสัมพันธ์จีน-ไทย และการพัฒนาความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขงอย่างเข้มแข็ง จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศและประชาชน อีกทั้งยังจะส่งเสริมสันติภาพ การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค และทำประโยชน์ใหม่ให้แก่การสร้างสรรค์อนาคตที่ดีขึ้นในภูมิภาค

The post ร่วมมือกันก้าวสู่ ‘ทศวรรษทองใหม่’ แห่งความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง appeared first on THE STANDARD.

]]>
คพ. พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่ https://thestandard.co/arsenic-kok-sai-ruak-mekong-river/ Sat, 26 Jul 2025 02:54:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1100166

วานนี้ (25 กรกฎาคม) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยาก […]

The post คพ. พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (25 กรกฎาคม) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำกก ลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2568 พบ สารหนู เกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง

 

จากการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อวิเคราะห์ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน พบว่า

 

แม่น้ำกก ตรวจพบค่าสารหนูสูงเกินค่ามาตรฐาน 0.010 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) ในทุกจุดตรวจวัด ตั้งแต่ชายแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ไปจนถึงตำบลบ้านแซว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย (KK01-KK15) โดยมีค่าอยู่ในช่วงน้อยกว่า 0.010-0.016 มก./ล. จุดที่พบค่าสูงสุดคือ KK01 ชายแดนไทย-เมียนมา ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่ 0.016 มก./ล. และ KK02 สะพานมิตรภาพแม่นาวาง-ท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ที่ 0.015 มก./ล.

 

อย่างไรก็ตาม ลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำกก ได้แก่ แม่น้ำฝาง (FA01), แม่น้ำกรณ์ (KO01), แม่น้ำสรวย (SU01), และแม่น้ำลาว (LA01) ยังคงมีคุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

 

แม่น้ำสาย พบสารหนูเกินมาตรฐานทั้ง 3 จุด โดยเฉพาะที่ SA02 สะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่าสูงถึง 0.049 มก./ล. ส่วนที่ SA01 บ้านหัวฝาย ต.แม่สาย และ SA03 บ้านป่าซางงาม ม.6 ต.เกาะช้าง มีค่า 0.023 มก./ล. และ 0.024 มก./ล. ตามลำดับ

 

แม่น้ำรวก ตรวจพบสารหนูเกินมาตรฐาน 1 จุด คือที่ RU01 สถานีสูบน้ำเกาะช้าง การประปาส่วนภูมิภาค อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ 0.010 มก./ล. ส่วนที่ RU02 ต.เวียง อ.เชียงแสน (จุดปลายน้ำรวกก่อนลงแม่น้ำโขง) มีค่าสารหนูอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

 

แม่น้ำโขง ตรวจพบสารหนูสูงเกินค่ามาตรฐานทั้ง 3 จุด ได้แก่ NK01 จุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่ 0.011 มก./ล., NK02 ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่ 0.012 มก./ล., และ NK03 บ้านสบกก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่ 0.011 มก./ล.

 

คพ. ได้กำหนดแผนการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2568 โดยจะเก็บตัวอย่างน้ำเดือนละ 2 ครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงกันยายน 2568 และเก็บตัวอย่างตะกอนดินเดือนละ 1 ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน 2568 เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ต่อไป

The post คพ. พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในแม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย-เชียงใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม​เผย​ รัฐบาลเมียนมายอมรับเป็นต้นตอปล่อยสารพิษในแม่น้ำกก เร่งประสานแก้ไขปัญหา https://thestandard.co/myanmar-toxic-river/ Mon, 26 May 2025 11:32:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1078758 myanmar-toxic-river

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรี […]

The post ภูมิธรรม​เผย​ รัฐบาลเมียนมายอมรับเป็นต้นตอปล่อยสารพิษในแม่น้ำกก เร่งประสานแก้ไขปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
myanmar-toxic-river

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ภูมิธรรม​ เวชยชัย​ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในลุ่มแม่น้ำกกว่า ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยกับรัฐบาลเมียนมาพอสมควร และเจ้ากรมกิจการพลเรือนชายแดนก็หารือกับฝั่งเมียนมา ซึ่งรับปากว่าจะช่วยกันแก้ไขปัญหา 

 

แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอให้สบายใจว่าค่าที่ตรวจได้ยังไม่เป็นอันตรายยังควบคุมได้อยู่ เร็วๆ นี้เจ้ากรมกิจการพลเรือนชายแดนจะมีการประชุมหารือกับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฝั่งเชียงตุง​ ประเทศเมียนมา​ 

 

ภูมิ​ธรรม​ยังกล่าวว่า​ ขณะนี้ให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ​ (สทนช.) ร่วมกันสำรวจแนวเรื่องการสร้างเขื่อน ซึ่งขณะนี้ไปดูในพื้นที่ที่กว้างที่สุดว่าบริเวณดังกล่าวค่าน้ำเป็นอย่างไร หรืออาจจะสร้างเป็นฝาย​เพื่อกรองสารพิษให้ตกตะกอน ซึ่งจะต้องรีบดำเนินการ​

 

เมื่อถามว่าทางรัฐบาลกลางเมียนมารับทราบหรือไม่ว่ามีการใช้พื้นที่แล้วปล่อยสารพิษลงมา ภูมิธรรม​ระบุว่า เขายอมรับว่าสารพิษดังกล่าวมาจากเมียนมา และพยายามหาทางแก้ไขปัญหา ส่วนเขาจะแก้ไขปัญหาอย่างไรในพื้นที่ทำเหมืองนั้นไม่ทราบเพราะเป็นเรื่องภายในประเทศ ไม่สามารถไปก้าวก่ายได้​ ส่วนเรื่องพนังกั้นน้ำ​ทางเมียนมาพร้อมที่จะดำเนินการ เพียงแต่รอการสั่งการจากรัฐบาลกลางเท่านั้น แต่ในส่วนของเราได้ดำเนินการไปหลายส่วนแล้ว

 

ภูมิธรรม​ยังกล่าวถึงการร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-ลาว สมัยวิสามัญครั้งที่ 1/2568​ ว่า​ ได้มีการหารือกันในเรื่องความร่วมมือในการป้องกันยาเสพติด ซึ่งทาง สปป.ลาว ก็รู้สึกว่าถูกคุกคามจากปัญหานี้เช่นกัน​ จึงต้องแสวงหาความร่วมมือให้มากที่สุด​ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการจดทะเบียนเรือในแม่น้ำโขงที่ต้องทำฐานข้อมูลร่วมกัน เนื่องจากมีการใช้เป็นเส้นทางขนยาเสพติด  

The post ภูมิธรรม​เผย​ รัฐบาลเมียนมายอมรับเป็นต้นตอปล่อยสารพิษในแม่น้ำกก เร่งประสานแก้ไขปัญหา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเสริฐเตรียมเจรจา สปป.ลาว ขอให้เลื่อนจุดสร้างเขื่อนสานะคาม ปิดแม่น้ำโขง หวั่นเกิดผลกระทบไทย เหตุห่างชายแดน 2 กิโลเมตร https://thestandard.co/prasert-negotiates-laos-sanakham-dam/ Wed, 30 Apr 2025 09:11:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1069928 ประเสริฐ จันทรรวงทอง

วันนี้ (30 เมษายน) ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี […]

The post ประเสริฐเตรียมเจรจา สปป.ลาว ขอให้เลื่อนจุดสร้างเขื่อนสานะคาม ปิดแม่น้ำโขง หวั่นเกิดผลกระทบไทย เหตุห่างชายแดน 2 กิโลเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประเสริฐ จันทรรวงทอง

วันนี้ (30 เมษายน) ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 ว่า  เนื่องจาก สปป.ลาว ได้มีการสร้างเขื่อนสานะคาม บนแม่น้ำโขง ซึ่งเราได้มีข้อห่วงใยหลายเรื่อง เนื่องจากจะมีผลกระทบกับเรา จึงจะส่งเอกสารอย่างเป็นทางการในเรื่องของการสร้างเขื่อนนี้กลับไปยัง สปป.ลาว 

 

ประเสริฐกล่าวอีกว่าจะต้องทำให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยสูงสุด และให้กระทบกับประเทศไทยน้อยที่สุด โดยเฉพาะการขอให้ทบทวนตำแหน่งที่ตั้งโครงการสร้างเขื่อนนี้ เพราะอยู่ใกล้ชายแดนไทยเพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น พร้อมยอมรับว่า การสร้างเขื่อนนี้จะปิดแม่น้ำโขง เนื่องจากเขื่อนดังกล่าวนี้มีการสร้างกั้นแม่น้ำโขง โดยขณะนี้เราได้ศึกษาผลกระทบถึง 5 ด้าน เช่น ผลกระทบต่อระดับน้ำบริเวณข้างตลิ่ง และสัตว์น้ำอย่างปลาบึก

 

ประเสริฐกล่าวอีกว่า ตนเป็นประธานคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย จึงเป็นหน้าที่ของตนที่จะไปเจรจาด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดผลกระทบกับเราน้อยที่สุด

 

The post ประเสริฐเตรียมเจรจา สปป.ลาว ขอให้เลื่อนจุดสร้างเขื่อนสานะคาม ปิดแม่น้ำโขง หวั่นเกิดผลกระทบไทย เหตุห่างชายแดน 2 กิโลเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรมล่องเรือซีลชายแดน ป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในเชียงราย https://thestandard.co/mekong-river-patrol/ Sun, 12 Jan 2025 09:17:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1029653 ภูมิธรรม ตรวจชายแดนเชียงราย ลงเรือลาดตระเวนแม่น้ำโขง

วันนี้ (12 มกราคม) พล.ต. ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลา […]

The post ภูมิธรรมล่องเรือซีลชายแดน ป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในเชียงราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม ตรวจชายแดนเชียงราย ลงเรือลาดตระเวนแม่น้ำโขง

วันนี้ (12 มกราคม) พล.ต. ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ. ไตรศักดิ์ อินทรรัสมี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ. สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้มาตรวจเยี่ยมหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) สถานีเรือเชียงของ ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย 

 

ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุป ภูมิธรรมพร้อมคณะได้ขึ้นเรือตรวจการณ์สำรวจภูมิประเทศและตรวจเยี่ยมสถานีเรือเชียงแสน ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่สามเหลี่ยมทองคำ บ้านสบรวก ถึงบ้านหาดบ้าย รวมระยะทาง 39 กิโลเมตร และสถานีเรือเชียงของ ซึ่งรับผิดชอบตั้งแต่บ้านหาดบ้ายถึงแก่งผาได บ้านห้วยลึก รวมระยะทาง 57 กิโลเมตร 

 

ทั้งนี้ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย เป็นหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพเรือ ขึ้นการควบคุมทางยุทธการกับกองกำลังผาเมือง รับผิดชอบพื้นที่ตามแนวแม่น้ำโขง ติดกับชายแดนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีพื้นที่ครอบคลุม 34 หมู่บ้านตามลุ่มแม่น้ำโขง ในพื้นที่ 8 ตำบลของ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ และอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย รวมระยะทางทางน้ำ 96 กิโลเมตร

 

ส่วนในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม-ธันวาคม 2567) สามารถตรวจยึดจับกุมยาเสพติด เช่น ยาบ้ากว่า 15 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 56 กิโลกรัม และยาไอซ์ 135 กิโลกรัม มูลค่ากว่าพันล้านบาท นอกจากนี้ยังสามารถดำเนินการตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ตรวจยึดรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบุหรี่ต่างประเทศ มูลค่าของกลางกว่า 2 ล้านบาท และยังจับกุมผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายได้ผู้ต้องหาจำนวน 30 คน ส่วนมากเป็นคนลาวและคนจีน

 

สำหรับการเดินทางมาตรวจเยี่ยมของภูมิธรรมในครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ลงพื้นที่เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นวาระเร่งด่วนที่จะต้องเร่งแก้ไขพร้อมบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการลักลอบผ่านแนวชายแดนทั้งทางบกและทางน้ำ 

 

ทั้งนี้ กำหนดเป้าหมายและมีตัวชี้วัดที่ชัดเจนให้ประชาชนได้เห็นผลงานอย่างเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือน โดยตนจะเริ่ม Kick Off โครงการในวันที่ 30 มกราคม 2568 ซึ่งชายแดนด้านนี้ยังคงเป็นพื้นที่ล่อแหลม สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น เพราะนอกจากจะมีการลำเลียงผ่านช่องทางชายแดนทางบกแล้ว ยังมีการใช้เส้นทางลำเลียงในแม่น้ำโขงด้วย 

 

หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงจะต้องเพิ่มความเข้มข้นในการซีลแนวชายแดน ตรวจจับและสกัดกั้นยาเสพติด รวมถึงการกระทำผิดกฎหมายตามช่องทางทางน้ำ เพื่อสนับสนุนกำลังทางบกในการรักษาความมั่นคง และบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยายผลการจับกุมสู่พื้นที่ตอนใน โดยแนวทางปฏิบัติการจะใช้การสกัดกั้นยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนที่มีความเสี่ยงสูงของพื้นที่ 51 อำเภอ ใน 14 จังหวัด แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ชั้น ชั้นแรก (แนวชายแดน) เป็นความรับผิดชอบของกองกำลังป้องกันชายแดนสนธิกำลังระหว่างตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยทหารทุกหน่วยที่รับผิดชอบดูแลและสกัดกั้น 

 

ในระดับ 2 (พื้นที่ตอนในระดับอำเภอ) เป็นการร่วมกันระหว่างตำรวจ นายอำเภอ ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง ในการป้องกัน จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจัดชุดปฏิบัติการลงพื้นที่ ซึ่งจะมีการเรียกประชุมผู้กำกับสถานีตำรวจ 76 สถานี นายอำเภอ 51 อำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อร่วมกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ จะให้มีการประเมินผลทุกวงรอบ 6 เดือน 

 

สำหรับแนวทางดังกล่าว มีเป้าหมายที่สำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนเชิงรุกและบูรณาการเพื่อลดปัญหาในระยะยาว มุ่งสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงในพื้นที่ พร้อมทั้งลดปัญหาผู้มีอิทธิพลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้หมดไปจากประเทศไทยในปี 2568

 

ภูมิธรรม ตรวจชายแดนเชียงราย ลงเรือลาดตระเวนแม่น้ำโขง

The post ภูมิธรรมล่องเรือซีลชายแดน ป้องกันยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในเชียงราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟื้นฟู ‘บ้านถ้ำผาจม’ วันที่ 15 ปราการด่านแรกรับมวลน้ำสาย ก่อนไหลท่วมเชียงราย https://thestandard.co/ban-tham-pha-chom-day-15/ Wed, 25 Sep 2024 10:32:11 +0000 https://thestandard.co/?p=987977

วันนี้ (25 กันยายน) ทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจ […]

The post ฟื้นฟู ‘บ้านถ้ำผาจม’ วันที่ 15 ปราการด่านแรกรับมวลน้ำสาย ก่อนไหลท่วมเชียงราย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 กันยายน) ทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจหมู่บ้านถ้ำผาจม ต่อเนื่องถึงตลาดสายลมจอย ริมแม่น้ำสาย หรือชื่อเดิมแม่น้ำรวก อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

 

พื้นที่ประสบภัยจุดแรกจากการที่มวลน้ำโขงไหลเข้าสมทบแม่น้ำสายจนไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนทั้งฝั่งประเทศไทยและเมียนมา ช่วงวันที่ 10-14 กันยายน (วันที่ 15 กันยายน น้ำเริ่มลดระดับ) 

 

ความเสียหายที่เกิดขึ้นหากนับตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์คือ 160 หลังคาเรือน ประชาชนรวมถึงผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน 240 ราย 

 

ขณะนี้พื้นที่ประสบภัยอยู่ระหว่างการฟื้นฟู โดยมีแผนคือขุดดินและโคลนออกจากถนนสายหลัก จากนั้นขุดดินออกจากบ้านที่อยู่ริมถนนมากองไว้ที่ถนนสายกลาง ไล่ลำดับบ้านที่อยู่แถวที่ 2 และ 3 และทุกช่วงเย็นจะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่มาคอยตักดินที่ตักออกจากบ้าน

 

โดยดินทั้งหมดที่ตักออกจะนำไปทำเป็นพนังกั้นน้ำแม่น้ำสายตลอดแนวหมู่บ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลทะลักเข้ามาในพื้นที่อยู่อาศัยที่กำลังฟื้นฟู และบางส่วนทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว

 

The post ฟื้นฟู ‘บ้านถ้ำผาจม’ วันที่ 15 ปราการด่านแรกรับมวลน้ำสาย ก่อนไหลท่วมเชียงราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรมแดนสามเหลี่ยมทองคำเงียบเหงา รับผลกระทบเหตุแม่น้ำโขงเพิ่มสูง-ดินสไลด์ทับร้านค้า https://thestandard.co/golden-triangle-flood-impact/ Wed, 25 Sep 2024 06:34:45 +0000 https://thestandard.co/?p=987784

วันนี้ (25 กันยายน) ทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจ […]

The post พรมแดนสามเหลี่ยมทองคำเงียบเหงา รับผลกระทบเหตุแม่น้ำโขงเพิ่มสูง-ดินสไลด์ทับร้านค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 กันยายน) ทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบริเวณด่านพรมแดนสามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย พื้นที่พรมแดนระหว่างไทย, สปป.ลาว และเมียนมา 

 

พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวมารอขึ้นเรือล่องแม่น้ำโขง เลือกซื้อของฝาก หรือรับประทานอาหารริมแม่น้ำโขง โดยผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวกล่าวว่า ตามปกติแล้วช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม นักท่องเที่ยวจะมีจำนวนน้อย แต่ไม่น้อยถึงขนาดนี้ เชื่อว่านักท่องเที่ยวยังกังวลกับสถานการณ์ที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงเมื่อช่วงกลางเดือนกันยายน

 

เมื่อวันที่ 11-14 กันยายน ทางอำเภอเชียงแสนประกาศงดการนำเที่ยวในแม่น้ำโขง เนื่องจากสถานการณ์น้ำที่เพิ่มสูงประกอบกับให้ร้านค้าในพื้นที่วัดพระธาตุดอยปูเข้า (วัดพระธาตุภูเข้า) อพยพออกจากบริเวณดังกล่าว เพราะมีดินสไลด์ลงมาทับอาคารร้านค้า

 

รายงานจากกองวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ กรมทรัพยากรน้ำ ระบุว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงประจำวันที่ 24 กันยายน 2567 วัดจากสถานีวัดน้ำอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 8.34 เมตร ทั้งนี้ ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

The post พรมแดนสามเหลี่ยมทองคำเงียบเหงา รับผลกระทบเหตุแม่น้ำโขงเพิ่มสูง-ดินสไลด์ทับร้านค้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
จังหวัดนครพนมระดับน้ำโขงลดลงต่อเนื่อง กลุ่มร้านค้าทำความสะอาด เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวประเพณีไหลเรือไฟ https://thestandard.co/nakhon-phanom-mekong-river-level-continues-to-drop/ Sat, 21 Sep 2024 06:07:13 +0000 https://thestandard.co/?p=986257

วันนี้ (21 กันยายน) เมื่อเวลา 09.30 น. เพจเฟซบุ๊กสำนักง […]

The post จังหวัดนครพนมระดับน้ำโขงลดลงต่อเนื่อง กลุ่มร้านค้าทำความสะอาด เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวประเพณีไหลเรือไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 กันยายน) เมื่อเวลา 09.30 น. เพจเฟซบุ๊กสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนมรายงานว่า ที่จังหวัดนครพนมระดับน้ำโขงเริ่มลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ เช้าวันนี้อยู่ที่ระดับประมาณ 11.37 เมตร ลดลงจากเมื่อวานนี้ (20 กันยายน) 23 เซนติเมตร ต่ำกว่าระดับวิกฤต 63 เซนติเมตร ซึ่งระดับวิกฤตอยู่ที่ 12 เมตร และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง 

 

ส่วนปริมาณน้ำฝนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่พายุซูลิกเคลื่อนตัวผ่านจังหวัดนครพนมเมื่อวันที่ 20 กันยายน วัดน้ำฝนสูงสุดที่อำเภอศรีสงคราม 80.0 มิลลิเมตร รองลงมาที่อำเภอบ้านแพง 79.0 มิลลิเมตร 

 

จากระดับน้ำโขงที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้น้ำที่เคยเอ่อล้นท่วมร้านค้าที่อยู่ชั้นใต้ดินใกล้ลานพญาศรีสัตตนาคราชสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร ขณะนี้น้ำได้ลดลงต่ำกว่าพื้นอาคารประมาณ 40 เซนติเมตร ซึ่งผู้ประกอบการร้านค้าและเทศบาลเมืองนครพนมเตรียมเข้าฉีดล้างทำความสะอาดภายในร้านค้าและบริเวณทางเท้า เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเปิดร้านได้อีกครั้งหนึ่ง และเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดจังหวัดนครพนมในช่วงวันที่ 8-18 ตุลาคม 2567 

 

สำหรับกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดนครพนมไม่ได้รับผลกระทบจากพายุซูลิกแต่อย่างใด นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวที่จังหวัดนครพนมได้ตามปกติทั้งทางรถยนต์และเครื่องบิน โดยเฉพาะในช่วงเย็นวันศุกร์, เสาร์ และอาทิตย์ กิจกรรมถนนคนเดินตั้งแต่ลานพญาศรีสัตตนาคราชถึงหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ยังคงจัดตามปกติ

 

นอกจากนี้ระดับน้ำโขงที่ลดลงต่อเนื่องส่งผลดีต่อการระบายน้ำจากลำน้ำสาขาลงสู่แม่น้ำโขงได้ดีขึ้นด้วย โดยเฉพาะแม่น้ำสงครามที่เอ่อท่วมหลายพื้นที่ของอำเภอศรีสงครามมานานหลายสัปดาห์แล้ว

 

อ้างอิง: 

The post จังหวัดนครพนมระดับน้ำโขงลดลงต่อเนื่อง กลุ่มร้านค้าทำความสะอาด เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวประเพณีไหลเรือไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย 17 ก.ย. เริ่มลดระดับเร็วขึ้น คาดสถานการณ์ดีต่อเนื่อง https://thestandard.co/mekong-river-slows-down/ Tue, 17 Sep 2024 04:51:46 +0000 https://thestandard.co/?p=984409 น้ำโขง

วันนี้ (17 กันยายน) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย […]

The post น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย 17 ก.ย. เริ่มลดระดับเร็วขึ้น คาดสถานการณ์ดีต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำโขง

วันนี้ (17 กันยายน) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคายรายงานสถานการณ์ระดับน้ำแม่ น้ำโขง ช่วงเช้าวันนี้ ระบุว่า ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคายเริ่มลดระดับเร็วขึ้น ล่าสุดสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับตลิ่งไม่ถึง 1 เมตร บริเวณชุมชนวัดธาตุ ซึ่งถือเป็นจุดที่ตลิ่งมีระดับต่ำและวางกระสอบทรายทำเป็นบังเกอร์กันน้ำไว้ ระดับน้ำโขงต่ำกว่าระดับตลิ่งในจุดนี้แล้ว

 

ทั้งนี้มีโคลนตมตลอดลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่ น้ำโขง (นรข.) เข้าทำความสะอาดโดยรอบพระธาตุหล้าหนอง ในขณะที่เทศบาลเร่งสูบน้ำที่ท่วมออกจากตัวเมือง คาดสถานการณ์จะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

โดยระดับน้ำโขงซึ่งวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ เมื่อเวลา 07.00 น. มีระดับอยู่ที่ 13.17 เมตร ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อวานนี้ (16 กันยายน) 41 เซนติเมตร แต่ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับตลิ่ง 95 เซนติเมตร ปริมาณฝน 17.80 มิลลิเมตร และยังมีแนวโน้มลดลงเร็วขึ้น เนื่องจากวันนี้น้ำโขงที่สถานีเชียงคาน จังหวัดเลย มีระดับลดลงถึง 81 เซนติเมตรเช่นกัน

 

อ้างอิง:

  • เฟซบุ๊ก PR-nongkhai สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดหนองคาย

The post น้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย 17 ก.ย. เริ่มลดระดับเร็วขึ้น คาดสถานการณ์ดีต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สทนช. ขอประชาชนริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูง 18-21 ก.ย. โดยเฉพาะนครพนม ส่วนปริมาณฝนภาคเหนือหนักสุดอยู่ที่พะเยา https://thestandard.co/onwr-mekong-river-water-level-beware/ Tue, 17 Sep 2024 01:24:21 +0000 https://thestandard.co/?p=984306 แม่น้ำโขง

วันนี้ (17 กันยายน) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) […]

The post สทนช. ขอประชาชนริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูง 18-21 ก.ย. โดยเฉพาะนครพนม ส่วนปริมาณฝนภาคเหนือหนักสุดอยู่ที่พะเยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่น้ำโขง

วันนี้ (17 กันยายน) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ เวลา 07.00 น.

 

  1. ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงสูงสุด ได้แก่ 

 

ภาคเหนือ: จังหวัดพะเยา (106 มิลลิเมตร) 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย (107 มิลลิเมตร) 

ภาคกลาง: จังหวัดสมุทรสงคราม (45 มิลลิเมตร) 

ภาคตะวันออก: จังหวัดตราด (263 มิลลิเมตร) 

ภาคตะวันตก: จังหวัดกาญจนบุรี (44 มิลลิเมตร) 

ภาคใต้: จังหวัดภูเก็ต (262 มิลลิเมตร)

 

  1. สทนช. ขอให้เฝ้าระวังผลกระทบจากระดับน้ำ แม่น้ำโขง เพิ่มขึ้นช่วงวันที่ 16-21 กันยายน 2567

 

เนื่องจากขณะนี้มวลน้ำหลากใน แม่น้ำโขง ได้ไหลผ่านจังหวัดเลย หนองคาย และบึงกาฬ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2567 โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่านจังหวัดหนองคายสูงสุด 21,187 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สูงกว่าตลิ่ง 1.62 เมตร และจะเคลื่อนตัวผ่านจังหวัดบึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี 

 

ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นประมาณ 0.5-1.0 เมตร ในช่วงวันที่ 18-21 กันยายน 2567 โดยเฉพาะจังหวัดนครพนม ระดับน้ำมีแนวโน้มล้นตลิ่ง 0.3-0.5 เมตร ในวันที่ 18 กันยายน 2567 

 

จึงขอให้เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นและเตรียมรับมือจากสถานการณ์น้ำล้นตลิ่งและท่วมขังบริเวณริมแม่น้ำโขง และริมลำน้ำบางสาขาของประเทศไทยที่ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงได้โดยสะดวก

 

  1. สถานการณ์อุทกภัย ณ วันที่ 16 กันยายน ในพื้นที่ 14 จังหวัด ได้แก่ 

 

จังหวัดเชียงราย (อำเภอเมืองเชียงราย แม่สาย แม่ฟ้าหลวง แม่จัน เชียงแสน ดอยหลวง เทิง เวียงแก่น และเชียงของ) จังหวัดสุโขทัย (อำเภอกงไกรลาศ) จังหวัดพิษณุโลก (อำเภอเมืองพิษณุโลก บางระกำ และพรหมพิราม) จังหวัดหนองคาย (อำเภอเมืองหนองคาย สังคม ท่าบ่อ ศรีเชียงใหม่ และรัตนวาปี) จังหวัดอุดรธานี (อำเภอเมืองอุดรธานี นายูง น้ำโสม หนองหาน และโนนสะอาด) จังหวัดบึงกาฬ (อำเภอเมืองบึงกาฬ โซ่พิสัย บึงโขงหลง เซกา พรเจริญ ปากคาด บุ่งคล้า และศรีวิไล) จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอกบินทร์บุรี ศรีมหาโพธิ และประจันตคาม) จังหวัดอ่างทอง (อำเภอวิเศษชัยชาญ) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อำเภอบางบาล บางปะหัน ผักไห่ เสนา พระนครศรีอยุธยา บางไทร และบางปะอิน) จังหวัดเลย (อำเภอปากชมและเชียงคาน) จังหวัดพังงา (อำเภอเมืองพังงา คุระบุรี และตะกั่วทุ่ง) จังหวัดชุมพร (อำเภอพะโต๊ะ) จังหวัดภูเก็ต (อำเภอเมืองภูเก็ตและถลาง) และจังหวัดสตูล (อำเภอเมืองสตูล ควนโดน ท่าแพ และมะนัง)

The post สทนช. ขอประชาชนริมแม่น้ำโขงเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มสูง 18-21 ก.ย. โดยเฉพาะนครพนม ส่วนปริมาณฝนภาคเหนือหนักสุดอยู่ที่พะเยา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเส้นทาง ‘แม่น้ำโขง’ จากต้นทางประเทศจีนไหลผ่านไทยเข้าสู่กัมพูชา ผ่านแม่น้ำ-สถานีวัดน้ำ 3 ประเทศ https://thestandard.co/mekong-river-source-to-sea-china-thailand-cambodia/ Mon, 16 Sep 2024 10:27:33 +0000 https://thestandard.co/?p=984239 เส้นทาง แม่น้ำโขง

THE STANDARD ชวนพิจารณาเส้นทางของแม่น้ำโขงจากต้นทางประเ […]

The post เปิดเส้นทาง ‘แม่น้ำโขง’ จากต้นทางประเทศจีนไหลผ่านไทยเข้าสู่กัมพูชา ผ่านแม่น้ำ-สถานีวัดน้ำ 3 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เส้นทาง แม่น้ำโขง

THE STANDARD ชวนพิจารณาเส้นทางของแม่น้ำโขงจากต้นทางประเทศจีน ไหลผ่าน 4 ประเทศรวมถึงประเทศไทย ก่อนจะไปสิ้นสุดที่ประเทศกัมพูชา

 

 

  • จีน
  • เมียนมา
  • สปป.ลาว
  • ไทย
  • กัมพูชา

 

เขื่อนที่ก่อสร้างเสร็จ

  • กงกว่อเฉียว
  • เสี่ยววาน
  • ม่านวาน
  • ต้าเฉาซาน
  • นัวตาจู้
  • จิ่งหง
  • ไซยะบุรี

 

สถานีวัดน้ำฝั่งจีน

  • จิ่งหง

 

สถานีวัดน้ำฝั่ง สปป.ลาว

  • หลวงพระบาง
  • ปากเซ

 

สถานีวัดน้ำฝั่งไทย

  • เชียงแสน
  • เชียงคาน
  • หนองคาย
  • นครพนม
  • มุกดาหาร
  • โขงเจียม

 

  • เชียงราย
  • เลย
  • หนองคาย
  • บึงกาฬ
  • นครพนม
  • มุกดาหาร
  • อำนาจเจริญ
  • อุบลราชธานี

 

  • แม่น้ำโขง
  • แม่น้ำล้านช้าง
  • แม่น้ำเลย
  • แม่น้ำสงคราม
  • ลำน้ำก่ำ
  • แม่น้ำมูล

แม่น้ำโขงกั้นเขต ไทย-สปป.ลาว 955 กิโลเมตร

จังหวัดของไทยบนฝั่งแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขามี 8 จังหวัด 32 อำเภอ

 

 

อ้างอิง: ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

The post เปิดเส้นทาง ‘แม่น้ำโขง’ จากต้นทางประเทศจีนไหลผ่านไทยเข้าสู่กัมพูชา ผ่านแม่น้ำ-สถานีวัดน้ำ 3 ประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานการณ์ ‘น้ำโขง’ 16 ก.ย. จ.นครพนม-มุกดาหาร-อุบลราชธานี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น https://thestandard.co/mekong-river-nakhon-phanom-mukdahan-ubon-ratchathani/ Mon, 16 Sep 2024 04:49:32 +0000 https://thestandard.co/?p=983996 น้ำโขง

วันนี้ (16 กันยายน) เวลา 09.00 น. กรมประชาสัมพันธ์ รายง […]

The post สถานการณ์ ‘น้ำโขง’ 16 ก.ย. จ.นครพนม-มุกดาหาร-อุบลราชธานี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำโขง

วันนี้ (16 กันยายน) เวลา 09.00 น. กรมประชาสัมพันธ์ รายงานสถานการณ์และระดับน้ำแม่น้ำโขงในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในส่วนของจังหวัดเลย หนองคาย และบึงกาฬ ระดับน้ำลดลง จังหวัดนครพนมระดับน้ำทรงตัว ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานีมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

 

รายละเอียดสถานการณ์น้ำของแม่น้ำโขง ดังต่อไปนี้

 

สถานีเชียงแสน (จังหวัดเชียงราย)


– ระดับน้ำ 7.21 เมตร (ลดลง 0.27 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 12.80 เมตร (ต่ำกว่า 5.59 เมตร)


แนวโน้มลดลง

 

สถานีเชียงคาน (จังหวัดเลย)


– ระดับน้ำ 16.05 เมตร (เพิ่มขึ้น 0.03 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 16.00 เมตร (สูงกว่า 0.05 เมตร)


แนวโน้มลดลง

 

สถานีหนองคาย


– ระดับน้ำ 13.20 เมตร (ลดลง 0.63 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 12.20 เมตร (สูงกว่า 1.00 เมตร)


แนวโน้มลดลง

 

สถานีนครพนม


– ระดับน้ำ 11.50 เมตร (เพิ่มขึ้น 0.12 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 12.00 เมตร (ต่ำกว่า 0.50 เมตร)

แนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

สถานีมุกดาหาร


– ระดับน้ำ 11.36 เมตร (เพิ่มขึ้น 0.70 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 12.50 เมตร (ต่ำกว่า 1.14 เมตร)


แนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

สถานีโขงเจียม (จังหวัดอุบลราชธานี)


– ระดับน้ำ 11.96 เมตร (เพิ่มขึ้น 0.11 เมตร)


– ระดับน้ำท่วม 14.50 เมตร (ต่ำกว่า 2.20 เมตร)


แนวโน้มเพิ่มขึ้น

 

อ้างอิง:

  • กรมประชาสัมพันธ์

The post สถานการณ์ ‘น้ำโขง’ 16 ก.ย. จ.นครพนม-มุกดาหาร-อุบลราชธานี มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ระดับน้ำโขงจังหวัดนครพนมเพิ่มขึ้น 27 เซนติเมตร ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 4 อำเภอริมน้ำ บ้านแพง-ท่าอุเทน-เมืองนครพนม-ธาตุพนม https://thestandard.co/mekong-river-rise-27cm/ Mon, 16 Sep 2024 03:56:18 +0000 https://thestandard.co/?p=983964 แม่น้ำโขง

วันนี้ (16 กันยายน) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม […]

The post ระดับน้ำโขงจังหวัดนครพนมเพิ่มขึ้น 27 เซนติเมตร ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 4 อำเภอริมน้ำ บ้านแพง-ท่าอุเทน-เมืองนครพนม-ธาตุพนม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่น้ำโขง

วันนี้ (16 กันยายน) สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม รายงานระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่อำเภอเมืองนครพนม ช่วงเช้าวันนี้ (เวลา 07.00 น.) อยู่ที่ระดับ 11.65 เมตร เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ (15 กันยายน) 0.27 เมตร (27 เซนติเมตร) ต่ำกว่าระดับวิกฤต 0.35 เมตร และต่ำกว่าระดับตลิ่ง 1.35 เมตร

 

โดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นได้เริ่มท่วมพื้นร้านค้าที่อยู่ใต้ลานพญาศรีสัตตนาคราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครพนม ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของเขตเทศบาลเมืองนครพนม แต่ไม่ได้รับความเสียหายเนื่องจากผู้ประกอบการร้านค้าได้มีการเก็บสินค้าและสิ่งของต่างๆ ออกจากร้านค้าหมดแล้วทุกร้านตามการแจ้งเตือนของจังหวัดนครพนม

 

ในส่วนของพื้นที่อื่นๆ ในเขตเทศบาลเมืองนครพนมยังไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม นายกเทศมนตรีเมืองนครพนมได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุพร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

 

ด้าน วันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม สั่งการให้ทั้ง 4 อำเภอที่อยู่ติดแม่น้ำโขง คือ อำเภอบ้านแพง, ท่าอุเทน, เมืองนครพนม และธาตุพนม รวมทั้งอำเภอศรีสงคราม ซึ่งอยู่ตามแนวแม่น้ำสงคราม ที่เป็นลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำโขง ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป พร้อมให้แจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะ และกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำโขงที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด พร้อมให้เตรียมเครื่องจักรกล เครื่องมือ อุปกรณ์ กำลังพล ให้พร้อมช่วยเหลือทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

 

สำหรับอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำโขงหนุนสูงจังหวัดนครพนม ณ วันที่ 15 กันยายน 2567 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 6 อำเภอ 25 ตำบล 157 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 11,638 คน 4,500 ครัวเรือน นาข้าวได้รับความเสียหายประมาณ 60,000 ไร่ ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อำเภอศรีสงครามและนาทม ซึ่งอยู่ระหว่างการสำรวจ

 

สำหรับประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือให้โทรสายด่วน ปภ. 1784 หากอยู่ในเขตเทศบาลเมืองนครพนมโทร 0 4251 1444 และเจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1669

 

แม่น้ำโขง

 

อ้างอิง:

  • เฟซบุ๊ก ‘สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดนครพนม’

The post ระดับน้ำโขงจังหวัดนครพนมเพิ่มขึ้น 27 เซนติเมตร ผู้ว่าฯ สั่งเฝ้าระวัง 4 อำเภอริมน้ำ บ้านแพง-ท่าอุเทน-เมืองนครพนม-ธาตุพนม appeared first on THE STANDARD.

]]>