แพทย์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/แพทย์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 30 Mar 2026 18:17:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 หุ่นยนต์ผ่าตัด ‘YDHB-NS01’ ของจีนมีประสิทธิภาพเหนือกว่ามนุษย์ ลดเวลาในการถ่ายภาพสมองลง 29% เซฟหมอจากรังสี-ลดอาการมือสั่นสู้เคสยาก https://thestandard.co/china-surgical-robot-brain-efficiency/ Sun, 29 Mar 2026 11:20:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1192520 แพทย์กำลังตรวจสอบภาพเอกซเรย์สมองของมนุษย์ ประกอบเนื้อหาเกี่ยวกับหุ่นยนต์ผ่าตัดสมอง YDHB-NS01 ของจีน

คณะนักวิจัยชาวจีนประสบความสำเร็จในการพัฒนา ‘หุ่นยนต์ช่ว […]

The post หุ่นยนต์ผ่าตัด ‘YDHB-NS01’ ของจีนมีประสิทธิภาพเหนือกว่ามนุษย์ ลดเวลาในการถ่ายภาพสมองลง 29% เซฟหมอจากรังสี-ลดอาการมือสั่นสู้เคสยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์กำลังตรวจสอบภาพเอกซเรย์สมองของมนุษย์ ประกอบเนื้อหาเกี่ยวกับหุ่นยนต์ผ่าตัดสมอง YDHB-NS01 ของจีน

คณะนักวิจัยชาวจีนประสบความสำเร็จในการพัฒนา ‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’ สำหรับการถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองที่มีความซับซ้อน โดยตามผลการศึกษาที่ตีพิมพ์เมื่อต้นปีนี้ระบุว่า หุ่นยนต์นี้สามารถทำงานได้เร็วกว่าวิธีการผ่าตัดด้วยมือแบบดั้งเดิมถึง 29 เปอร์เซ็นต์

 

ความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการแพทย์ เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวเป็นหุ่นยนต์ช่วยการผ่าตัดหลอดเลือดสมองเครื่องแรกของโลกที่ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการ

 

การทดสอบนี้จัดขึ้นที่โรงพยาบาล PUMCH หรือ Peking Union Medical College Hospital ซึ่งเป็นสถาบันการแพทย์ชั้นนำของจีน โดยศัลยแพทย์รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบหุ่นยนต์สามารถลดเวลาที่ต้องใช้ในการผ่าตัดมาตรฐานลงได้ถึง 9 นาทีเมื่อเทียบกับวิธีปกติ

 

นายแพทย์ จ้าว หยวนลี่ (Zhao Yuanli) ผู้นำการวิจัยได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสาร Chinese Neurosurgical Journal เมื่อวันที่ 30 มกราคม โดยระบุถึงประสิทธิภาพที่น่าสนใจของระบบหุ่นยนต์รุ่น YDHB-NS01 นี้

 

“การประยุกต์ใช้ทางคลินิกเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าระบบหุ่นยนต์มีความเป็นไปได้สำหรับการถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองเพื่อการวินิจฉัย ทั้งยังมีข้อบ่งชี้เบื้องต้นด้านความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับวิธีดั้งเดิม” นายแพทย์จ้าวระบุ

 

ยกระดับการถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

 

การถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการรักษาโรคทางสมองหลายชนิด แต่วิธีการนี้ก็เป็นกระบวนการที่ยากลำบากและมีความท้าทายสูงสำหรับทั้งตัวผู้ป่วยและแพทย์ผู้ทำการรักษา

 

ในวิธีการแบบดั้งเดิม แพทย์ระบบประสาทจะต้องใช้มือสอดลวดนำทางขนาดเล็กจากบริเวณต้นขาของผู้ป่วย ขึ้นไปยังหลอดเลือดในสมองภายใต้การใช้เครื่องเอกซเรย์ฟลูออโรสโคปีอย่างระมัดระวัง

 

การผ่าตัดด้วยมือมีข้อจำกัดที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น อาการมือสั่นที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้แพทย์ยังต้องสวมเสื้อคลุมและปลอกคอตะกั่วที่หนักอึ้งเพื่อป้องกันรังสี ซึ่งเพิ่มความเหนื่อยล้าทางร่างกาย

 

ยิ่งไปกว่านั้น การที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องสัมผัสกับรังสีเป็นระยะเวลานานในการผ่าตัดแต่ละครั้ง ยังก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาวต่อตัวแพทย์ผู้ทำการรักษาเองอีกด้วย

 

ระบบหุ่นยนต์เข้ามาช่วยขจัดปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถทำงานได้อย่างเสถียรและไม่มีข้อผิดพลาดทางกลไกหรือระบบเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงาน

 

ผู้ใช้งานรายงานว่าการส่งสายสวนและลวดนำทางเป็นไปอย่างราบรื่น การยึดจับของแขนกลมีความมั่นคง ด้ามจับควบคุมตอบสนองได้ดี และมีระบบตอบสนองต่อแรงสัมผัสที่ดี

 

ในการศึกษานี้ ทีมวิจัยพบว่าหลังจากการฝึกอบรมเพียง 2 ครั้ง ศัลยแพทย์คนเดิมสามารถเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของกระบวนการได้ พร้อมทั้งลดเวลาผ่าตัดลงได้ 29 เปอร์เซ็นต์ หรือจากเฉลี่ย 38 นาทีเหลือเพียง 27 นาที

 

ผลลัพธ์ทางคลินิกที่แม่นยำและก้าวหน้ากว่าขีดจำกัดมนุษย์

 

ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมปี 2025 มีผู้ป่วย 25 คนเข้ารับการถ่ายภาพรังสีด้วยหุ่นยนต์ ขณะที่ผู้ป่วยอีก 25 คนเข้ารับการผ่าตัดด้วยมือโดยศัลยแพทย์คนเดียวกันที่ PUMCH เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์

 

การทดสอบนี้ใช้ศัลยแพทย์ระบบประสาทรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ทำงานอิสระด้านนี้มาไม่ถึง 3 ปี แต่ผลลัพธ์กลับพบว่าแขนกลอัจฉริยะสามารถทำงานได้ดีกว่าการใช้มือมนุษย์อย่างเห็นได้ชัด

 

ในการใช้หุ่นยนต์ แพทย์สามารถควบคุมการทำงานผ่านหน้าจอและแขนกลระยะไกลจากห้องที่อยู่ติดกันได้อย่างปลอดภัย ช่วยขจัดปัญหาความเหนื่อยล้าและการสัมผัสรังสีโดยตรงที่พบในวิธีดั้งเดิม

 

การผ่าตัดในผู้ป่วยทั้ง 50 รายจากทั้ง 2 กลุ่มเสร็จสมบูรณ์อย่างราบรื่น โดยมีอัตราความสำเร็จทางเทคนิคและทางคลินิกสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ และสามารถแสดงภาพหลอดเลือดเป้าหมายได้อย่างชัดเจนตามเกณฑ์การวินิจฉัย

 

สื่อวิทยาศาสตร์ Interesting Engineering รายงานคำกล่าวของนายแพทย์จ้าวว่า “ไม่พบความแตกต่างระหว่าง 2 กลุ่มในด้านเวลาการฉายรังสี ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับ ปริมาณสารทึบรังสี หรือเวลาโดยรวมในห้องตรวจ”

 

นายแพทย์จ้าวยังอธิบายเพิ่มว่า งานวิจัยนี้ยังคงเป็นการศึกษาเบื้องต้นในศูนย์การแพทย์เพียง 1 แห่งที่มีผู้ป่วยจำนวนจำกัด จึงจำเป็นต้องมีการทดลองทางคลินิกในระดับที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันความปลอดภัยต่อไป

 

ระบบหุ่นยนต์ YDHB-NS01 ถูกพัฒนาขึ้นภายในประเทศจีนและผลิตในมณฑลเหอเป่ย ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจในฐานะหุ่นยนต์ช่วยแทรกแซงหลอดเลือดสมองเครื่องแรกของโลกที่ได้รับการรับรอง

 

ก่อนหน้านี้ในปี 2020 ระบบดังกล่าวยังเคยผ่านการทดสอบถ่ายภาพรังสีหลอดเลือดสมองมาแล้วถึง 257 ครั้งในศูนย์การแพทย์ของจีน 3 แห่ง โดยประสบความสำเร็จแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

 

ภาพ : Only_NewPhoto / Shutterstock

อ้างอิง:

 

The post หุ่นยนต์ผ่าตัด ‘YDHB-NS01’ ของจีนมีประสิทธิภาพเหนือกว่ามนุษย์ ลดเวลาในการถ่ายภาพสมองลง 29% เซฟหมอจากรังสี-ลดอาการมือสั่นสู้เคสยาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ่นฟิตไม่ได้แปลว่าไร้โรค! 5 ความจริงที่หมอแอร์ หมอหัวใจและกีฬา อยากเตือนคนชอบออกโหมหนัก https://thestandard.co/life/longevity-lab-ep14-dr-air/ Wed, 25 Mar 2026 00:44:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1190929 หมอแอร์ นพ.อักกนิตย์ ศรีสุขวัฒนา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจและกีฬา เตือนเรื่องโรคแฝงในผู้ที่ออกกำลังกายหนัก

คนที่ภายนอกดูฟิตเปรี๊ยะ กล้ามแน่น ซ้อมวิ่งมาราธอนและดูแ […]

The post หุ่นฟิตไม่ได้แปลว่าไร้โรค! 5 ความจริงที่หมอแอร์ หมอหัวใจและกีฬา อยากเตือนคนชอบออกโหมหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอแอร์ นพ.อักกนิตย์ ศรีสุขวัฒนา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจและกีฬา เตือนเรื่องโรคแฝงในผู้ที่ออกกำลังกายหนัก

คนที่ภายนอกดูฟิตเปรี๊ยะ กล้ามแน่น ซ้อมวิ่งมาราธอนและดูแลตัวเองดีมาตลอด กลับล้มฟุบและเสียชีวิตกะทันหันขณะออกกำลังกาย นั่นเป็นเพราะสัญญาณอันตรายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของความแข็งแรงภายนอก แต่มันคือ ‘โรคแฝง’ ที่ซ่อนลึกลงไปถึงระดับหลอดเลือด

 

 

 

Longevity Lab อีพีนี้ หมอแอร์-นพ.อักกนิตย์ ศรีสุขวัฒนา (ว.25403) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจและกีฬา จะมาเจาะลึกถึงแก่นแท้ของความฟิต พร้อมแนะแนวทางการออกกำลังกายที่ถูกต้อง การฟังเสียงเตือนจากร่างกาย และการตรวจสุขภาพเชิงลึกที่สายแอ็กทีฟควรต้องทำเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน และนี่คือ 5 ความจริงที่สายออกกำลังกายจำเป็นต้องรู้

 

 
หมอแอร์ นพ.อักกนิตย์ ศรีสุขวัฒนา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจและกีฬา เตือนเรื่องโรคแฝงในผู้ที่ออกกำลังกายหนัก 1
  

 

1. ภายนอกดูฟิต ไม่ได้แปลว่าข้างใน ‘ไร้โรคแฝง’

 

“คนธรรมดาทั่วไป ถ้าไม่มีโรคหัวใจซ่อน ไปออกกำลังกายหนักมากๆ เต็มที่คือเป็นลม แต่คนที่มีโรคประจำตัว หลอดเลือดจะมี Plaque (คราบไขมัน) เยอะมากๆ 

 

การออกกำลังกายทำให้ความดันในหลอดเลือดสูงขึ้น Plaque ที่อักเสบหลุดไปอุดเส้นเลือด ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะฉับพลันแล้วเสียชีวิตได้

 
หมอแอร์ นพ.อักกนิตย์ ศรีสุขวัฒนา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจและกีฬา เตือนเรื่องโรคแฝงในผู้ที่ออกกำลังกายหนัก 2
 

2. กฎ 600 นาที: ยิ่งออกโหมและนานเกินไป หัวใจยิ่งพัง

 

“เมื่อไรก็ตามเราออกกำลังกายเกิน 600 นาทีต่อสัปดาห์ต่อเนื่องกัน อันนี้มีโอกาสเกิดผลเสียต่อร่างกายได้ บางส่วนทำให้หัวใจโตมากขึ้น โตในทางที่มันไม่ดี พออายุ 50-60 จะเกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ กลุ่มนี้ทำให้เกิด Stroke ได้เลย”

 

3. คาร์ดิโอ Zone 2 คือพื้นฐานที่ห้ามละเลย

 

“ถ้าไปดูพีระมิดการออกกำลังกาย ฐานแรกคือ Aerobic Zone 2 ทำให้ได้ไมโทคอนเดรีย หัวใจแข็งแรง ไขมันลด ฐานต่อมาคือ Strength Training เพิ่มความแข็งแรงกล้ามเนื้อ ถัดมาคือ Balance/Flexibility พวกโยคะ และบนสุดคือ HIIT 

 

ถ้าบางคนชอบเล่นพิลาทิส โยคะ 4 วัน แต่ไม่มีคาร์ดิโอ ถือว่าเสียโอกาส เพราะคาร์ดิโอทำให้หัวใจ หลอดเลือดแข็งแรง ซึ่งเป็นหัวใจในการลด NCDs (โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง)”

 

 
หมอแอร์ นพ.อักกนิตย์ ศรีสุขวัฒนา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจและกีฬา เตือนเรื่องโรคแฝงในผู้ที่ออกกำลังกายหนัก 3
  

4. ค่า HRV ตกต่อเนื่อง สัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลัง Overtrain

 

“ถ้าเกิดว่าวันดีคืนดี HRV เราตกลง หมายความว่าระบบประสาทควบคุมความเครียด (Sympathetic Nervous System) มันทำงานได้มากกว่าปกติ ถ้าตกไปเรื่อยๆ แสดงว่าน่าจะมีปัญหาการวางตารางซ้อมหรือร่างกายฟื้นฟูไม่ทัน”

 

5. วัดความฟิตด้วย VO2 Max ต้องควบคู่กับ CT Calcium Score”

 

“การที่บอกว่าหัวใจแข็งแรง VO2 Max สูง ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีโรคซ่อนอยู่ การตรวจ CT Calcium Score เป็นการดูทางอ้อมว่าหลอดเลือดเรามีคราบไขมันหรือเปล่า มันช่วยชีวิตนักกีฬาได้เลย”

The post หุ่นฟิตไม่ได้แปลว่าไร้โรค! 5 ความจริงที่หมอแอร์ หมอหัวใจและกีฬา อยากเตือนคนชอบออกโหมหนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจลุยสอบแพทย์ คดีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกกล่าวหาทำร้ายลูกน้อง แยกส่วนคดีส่วยทอง ยืนยันทำตามกฎหมาย-ให้ความเป็นธรรม https://thestandard.co/big-joke-assault-investigation/ Wed, 21 Jan 2026 09:55:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1167793 เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางแถลงความคืบหน้าคดี

วันนี้ (21 มกราคม) ที่ ​กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช. […]

The post ตำรวจลุยสอบแพทย์ คดีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกกล่าวหาทำร้ายลูกน้อง แยกส่วนคดีส่วยทอง ยืนยันทำตามกฎหมาย-ให้ความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางแถลงความคืบหน้าคดี

วันนี้ (21 มกราคม) ที่ ​กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีตรอง ผบ.ตร.) เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกาย

 

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เบื้องต้นผู้ร้องทุกข์ได้มอบพยานหลักฐานเป็นใบรับรองแพทย์เพื่อประกอบการดำเนินคดีแล้ว จากการสอบปากคำพบข้อมูลว่าเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งใบรับรองแพทย์ระบุร่องรอยการถูกทำร้ายหลายครั้ง จนเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ

 

​อย่างไรก็ตาม ในประเด็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายสาหัส หรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องเข้าสอบปากคำแพทย์ผู้ตรวจรักษาอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ได้ความเห็นทางการแพทย์ที่ชัดเจน โดยคาดว่าจะมีความคืบหน้าภายในสัปดาห์นี้

 

ผบช.ก. ชี้แจงถึงขั้นตอนการดำเนินคดีว่า หากผลการสอบสวนแพทย์ระบุว่าอาการไม่ถึงขั้นสาหัส พนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่หากไม่มาตามหมายเรียกจึงจะพิจารณาออกหมายจับต่อไป ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะเร่งรัดดำเนินการให้รวดเร็วและเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

 

เมื่อถามถึงประเด็นระยะเวลาการก่อเหตุที่ผ่านมานานกว่า 8 ปี อาจมีผลต่อคดีหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ อธิบายว่า ต้องพิจารณาเรื่องอายุความประกอบ หากยังอยู่ในอายุความก็สามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย

 

​ส่วนการออกมาแจ้งความในช่วงเวลานี้อาจถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ ผบช.ก. ให้ความเห็นว่า ต้องแยกประเด็นออกจากกัน ระหว่างคดีทำร้ายร่างกายซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวที่ผู้เสียหายประสงค์จะร้องทุกข์ กับคดีสินบนทองคำที่เป็นอีกสำนวนหนึ่ง​

 

“เรื่องนี้ต้องแยกกัน ในส่วนของการทำร้ายร่างกาย เป็นกรณีที่ผู้ร้องมาให้ปากคำ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวทางสอบสวนกลางไม่มีความกังวลในการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นคดีอะไรหรือดำเนินคดีกับใคร จะดำเนินคดีตามข้อเท็จจริงอย่างเคร่งครัด” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว

 

 

สำหรับสถานะของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จากการตรวจสอบข้อมูลร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ล่าสุดยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออกนอกประเทศ

 

ส่วนความคืบหน้า คดีสินบนทองคำ นั้น ทาง บช.ก. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนและเร่งรัดติดตามผลทุกสัปดาห์ แต่ในส่วนการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม

The post ตำรวจลุยสอบแพทย์ คดีพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกกล่าวหาทำร้ายลูกน้อง แยกส่วนคดีส่วยทอง ยืนยันทำตามกฎหมาย-ให้ความเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อย. เตือน ปากกาฉีดลดน้ำหนัก ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่ อันตรายต่อสุขภาพ ขออย่าเชื่อตามโซเชียล https://thestandard.co/fda-warns-weight-loss-pen-danger/ Wed, 07 Jan 2026 02:50:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1162030 อย. เตือน ปากกาฉีดลดน้ำหนัก ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่ อันตรายต่อสุขภาพ ขออย่าเชื่อตามโซเชียล

วานนี้ (6 มกราคม) ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมก […]

The post อย. เตือน ปากกาฉีดลดน้ำหนัก ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่ อันตรายต่อสุขภาพ ขออย่าเชื่อตามโซเชียล appeared first on THE STANDARD.

]]>
อย. เตือน ปากกาฉีดลดน้ำหนัก ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่ อันตรายต่อสุขภาพ ขออย่าเชื่อตามโซเชียล

วานนี้ (6 มกราคม) ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีพบการใช้ ‘ปากกาฉีดลดน้ำหนัก’ ตามโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มคนทั่วไปรวมถึงมีการปรับขนาดยาและวิธีการฉีดด้วยตนเอง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยอย่างยิ่ง

 

คณะกรรมการอาหารและยาขอเรียนว่า ในประเทศไทยอนุมัติยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 receptor agonist (GLP-1 RA) สำหรับการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และลดน้ำหนักในผู้ที่มีภาวะอ้วนเท่านั้น ไม่ใช่ยาลดน้ำหนักเพื่อความสวยงามในกลุ่มบุคคลทั่วไป โดยยากลุ่ม GLP-1 RA ออกฤทธิ์ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและลดความอยากอาหาร ทำให้น้ำหนักลดลงได้ในระยะหนึ่ง

 

แต่หากใช้ไม่ถูกต้องหรือหยุดยาเองโดยไม่มีการควบคุม อาจทำให้น้ำหนักดีดกลบเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่า โยโย่ และเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงรุนแรง เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ ไตวาย ถุงน้ำดีอักเสบ ภาวะซึมเศร้า หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคตับ โรคไทรอยด์ หรือโรคต่อมไร้ท่อ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์

 

ที่ผ่านมา อย. พบการโฆษณาและจำหน่ายยากลุ่มดังกล่าวโดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ และได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายมาโดยตลอด แต่ยังคงพบปัญหาการนำไปใช้ในทางที่ผิดอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ อย. อยู่ระหว่างเสนอกระทรวงสาธารณสุขยกระดับการกำกับดูแลยากลุ่ม GLP-1 RA จากยาอันตรายให้เป็นยาควบคุมพิเศษ เพื่อจำกัดการจำหน่ายได้เฉพาะร้านขายยาแผนปัจจุบันที่มีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น และร้านขายยาจะต้องจัดทำบัญชีและรายงานการจำหน่ายยา เพื่อให้สามารถตรวจติดตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เลขาธิการฯ อย. กล่าวเตือนประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อว่า ฉีดแล้วผอม เพราะไม่มียาวิเศษใดที่ทำให้น้ำหนักลดได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน การลดน้ำหนักที่ถูกต้องควรมาจากการปรับพฤติกรรม เช่น การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพจิต ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ในระยะยาว

 

ทั้งนี้ หากพบการโฆษณาหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่น่าสงสัย สามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. 1556, Line: @FDAThai, Facebook: FDAThai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

 

ภาพ: shutterstock

The post อย. เตือน ปากกาฉีดลดน้ำหนัก ใช้ผิดเสี่ยงโยโย่ อันตรายต่อสุขภาพ ขออย่าเชื่อตามโซเชียล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยอรมนีถกคุมเข้ม ‘พลุ’ ชี้กระทบทหารผ่านศึก-สัตว์เลี้ยง เพิ่มภาระแพทย์-กู้ภัยช่วงปีใหม่ https://thestandard.co/germany-fireworks-impact-talks/ Tue, 30 Dec 2025 08:02:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1160147 เยอรมนีถกคุมเข้ม ‘พลุ’ ชี้กระทบทหารผ่านศึก-สัตว์เลี้ยง เพิ่มภาระแพทย์-กู้ภัยช่วงปีใหม่ *(According to the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no instances in this specific headline meet the criteria. เยอรมนี is at the beginning, and ปีใหม่ follows ช่วง (which is not a verb). Therefore, the headline remains unchanged.)*

เยอรมนีถกคุมเข้ม ‘จุดพลุ’ ทั่วประเทศ ชี้สร้างผลกระทบทาง […]

The post เยอรมนีถกคุมเข้ม ‘พลุ’ ชี้กระทบทหารผ่านศึก-สัตว์เลี้ยง เพิ่มภาระแพทย์-กู้ภัยช่วงปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยอรมนีถกคุมเข้ม ‘พลุ’ ชี้กระทบทหารผ่านศึก-สัตว์เลี้ยง เพิ่มภาระแพทย์-กู้ภัยช่วงปีใหม่ *(According to the rule add a space before proper nouns that follow a verb, no instances in this specific headline meet the criteria. เยอรมนี is at the beginning, and ปีใหม่ follows ช่วง (which is not a verb). Therefore, the headline remains unchanged.)*

เยอรมนีถกคุมเข้ม ‘จุดพลุ’ ทั่วประเทศ ชี้สร้างผลกระทบทางจิตใจต่อทหารผ่านศึกและสัตว์เลี้ยง รวมถึงทำให้แพทย์ ตำรวจ และหน่วยกู้ภัย รับภาระหนักในช่วงปีใหม่ หลังจำนวนผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา

 

ข้อถกเถียงการควบคุมการจุดพลุในเยอรมนีกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลัง DW สื่อเยอรมันตีข่าวว่า สมาคมแพทย์เยอรมนี, สมาคมจักษุแพทย์เยอรมนี และหน่วยงานแพทย์เยอรมันระดับภูมิภาค ออกโรงเตือนให้งดการจุดพลุในช่วงปีใหม่ หลังตัวเลขผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น รวมถึงสร้างแรงกดดันให้กับบุคลากรทางการแพทย์และหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน

 

เคลาส์ ไรน์ฮาร์ดท์ ประธานสภาแพทย์เยอรมนีระบุว่า การระเบิดของพลุอาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บรุนแรง เช่น อาการบาดเจ็บทางดวงตาหรือแผลไหม้ โดยหากเมื่อมีผู้ป่วยได้รับอุบัติเหตุจำนวนมาก ก็ทำให้บุคลากรทางแพทย์ได้รับภาระช่วงปีใหม่มากขึ้น

 

ขณะที่ โฮลเกอร์ ฮอฟมันน์ ผู้แทนองค์กรช่วยเหลือเด็กชี้ให้เห็นว่า เด็กเป็นกลุ่มเปราะบางจากอุบัติเหตุดังกล่าว และมักจะได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ ตั้งแต่อาการหูอื้อไปจนถึงภาวะสูญเสียการได้ยินอย่างถาวร

 

ด้าน อันเดรียส เอ็กเกิร์ต รองประธานสหพันธ์สมาคมทหารผ่านศึกเยอรมนี ให้สัมภาษณ์ผ่าน Euronews ว่า ไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่เสียงระเบิดจากพลุได้สร้างผลกระทบทางจิตใจต่ออดีตทหารที่เคยผ่านสงคราม โดยกระตุ้นอาการวิตกกังวลฉับพลัน หรืออาการเครียดทางร่างกายอื่นๆ ซึ่งผู้ได้รับผลกระทบไม่สามารถควบคุมความรู้สึกได้ในทันที เหล่านี้จึงทำให้คืนส่งท้ายปีแห่งการเฉลิมฉลอง กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความหวาดกลัวสำหรับพวกเขา

 

“เราต้องก้าวออกจากความคิดว่า ‘ทำแบบนี้ก็ไม่เป็นไร’ ไปสู่คำถามว่า สังคมห่วงใยกันและพร้อมจะแสดงความเห็นอกเห็นใจมากแค่ไหน ประเด็นของเราไม่ใช่การแบนพลุทั้งหมด แต่เป็นเรื่องของความเคารพ ความรับผิดชอบ และการปกป้องผู้ที่ผ่านความเจ็บปวดมามากพอแล้ว” เอ็กเกิร์ตระบุ

 

นอกจากนี้ ชาวเยอรมนี 2.5 ล้านคน ยังออกมาสนับสนุนแคมเปญ Bundesweites Böllerverbot, jetzt! ของสหภาพแรงงานตำรวจ (GdP) โดยเรียกร้องให้จำกัดการจุดพลุในช่วงปีใหม่ โดยให้เหตุผลว่า วัตถุดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีพนักงานดับเพลิงและตำรวจ ขณะที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในช่วงขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และผู้บาดเจ็บนับร้อย

 

อนึ่ง ผลสำรวจจาก Ipsos ยังระบุว่า ชาวเยอรมัน 31% สนับสนุนให้มีมาตรการจำกัดหรือยุติการจุดพลุ ขณะที่ผลสำรวจของ RBB (Rundfunk Berlin-Brandenburg) สื่อเยอรมัน โดยเกือบ 3 ใน 4 ของผู้ทำแบบสอบถาม สนับสนุนให้จำกัดการจุดพลุในคืนปีใหม่

 

ปัจจุบัน รัฐบาลเยอรมนีอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปจุดพลุได้แค่วันที่ 31 ธันวาคม และ 1 มกราคม โดยจำกัดการจำหน่ายแค่ 3 วันสุดท้ายของปี และบุคคลที่อายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถซื้อได้เท่านั้น

 

แฟ้มภาพ: haru_urara / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post เยอรมนีถกคุมเข้ม ‘พลุ’ ชี้กระทบทหารผ่านศึก-สัตว์เลี้ยง เพิ่มภาระแพทย์-กู้ภัยช่วงปีใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“รักหาดใหญ่ ก็จบที่หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ https://thestandard.co/fertility-clinic-flood-hat-yai/ Fri, 28 Nov 2025 12:04:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1149236 “รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่

ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา ของ นพ.สมนึก วีระนรพินิช บุคคลผู้เป […]

The post “รักหาดใหญ่ ก็จบที่หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่

ตลอด 18 ปีที่ผ่านมา ของ นพ.สมนึก วีระนรพินิช บุคคลผู้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะแพทย์ผู้บุกเบิกการรักษาภาวะมีบุตรยากและเด็กหลอดแก้วในภาคใต้ สร้างความหวังและเติมเต็มครอบครัวนับไม่ถ้วน

 

แต่สถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้พรากทุกอย่างไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของ นพ.สมนึก ที่ประกาศปิดคลินิกอย่างถาวร เพื่อขอเก็บความภูมิใจทั้งหมดไว้กับตัว ทีมงาน THE STANDARD ลงพื้นที่สัมภาษณ์ถึงวินาทีที่ต้องโบกมือลา ‘คลินิกสร้างชีวิต’ ที่คุณหมอรักยิ่ง

 

พอแล้ว 18 ปี กับคลินิกตรงนี้

 

นพ.สมนึก เล่าย้อนให้ฟังว่า เป็นคนที่บุกเบิกเรื่องมีบุตรยาก เรื่องเด็กหลอดแก้วมาตั้งแต่ปี 2551 ทำมาตลอดจนเกษียณ เมื่อมาเจอเหตุการณ์น้ำท่วม ทำให้หมดกำลังใจในการที่จะทำต่อ เพราะว่ามันเศร้า และประกอบกับสภาพคลินิกเป็นอย่างนี้ “ผมเลยบอกว่า ผมพอละ”

 

น้ำท่วมใหญ่เคยเกิดตอนปี 2553 ตอนนั้นน้ำสูงประมาณอก ของยังกระจัดกระจาย แต่ก็สามารถจัดการให้เปิดใหม่ได้ แต่ครั้งนี้ มันเศร้า มีเครื่องมือหลายอย่างที่ได้รับความเสียหาย เครื่องอัลตราซาวด์ 2 เครื่อง เตียงตรวจภายใน 3 ตัว และอุปกรณ์ตกแต่งทั้งหลายที่ใช้การไม่ได้

 

“เป็นภัยพิบัติที่เกิดเร็ว ผมเข้าใจว่าบางทีเราเตรียมไม่ทัน เพราะสถานการณ์มันไม่ได้คาดการณ์ไว้ก่อน ผมก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดรุนแรงอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นก็ย้ายอุปกรณ์ไปแล้ว ผมก็วางอุปกรณ์ให้สูงในระดับหนึ่ง ผมคาดหวังว่าน่าจะพ้น เพราะมันสูงถึงขอบนี่เลย (ชี้ให้เห็นร่องรอยน้ำท่วม)”

 

ปิดคลินิก แต่ไม่ทอดทิ้งความหวัง

 

จากภาพและข้อความที่ นพ.สมนึก โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ว่าไม่เอาแล้ว จะปิดคลินิกแล้ว มีคุณแม่หลายคนที่เข้ามาคอมเม้นท์ นำภาพลูกๆ ที่ได้รับการดูแลส่งมาเป็นกำลังใจจำนวนมากนั้น นพ.สมนึก ยืนยันว่าแม้จะปิดคลินิก แต่จะไม่ทิ้งเคสที่ยังค้างคา

 

“มีเยอะครับ เพราะมีบางคนที่ยังมีตัวอ่อน มีไข่ ฝากไว้ที่หมออยู่ แต่ว่าถ้ามีปัญหาอะไร สามารถติดต่อหาผมได้ และผมจะประสานงานกับโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อรับตัวอ่อนที่เคยแช่แข็งไว้ไปดำเนินการต่อ ตอนนี้มาปรึกษาได้ เพราะว่าผมไม่มีคลินิกแล้ว มาปรึกษาทางไลน์ก็ได้”

 

เมื่อถามย้ำว่า คุณหมอพอแล้วจริงๆ ใช่ไหม นพ.สมนึกยิ้ม และพยักหน้า พร้อมย้ำอย่างหนักแน่นว่า “พอแล้ว ไม่ไปต่อแล้ว ชีวิตผมก็อายุเยอะแล้วเหมือนกัน”

 

คลินิกสร้างชีวิต ‘รักหาดใหญ่ ก็จบที่หาดใหญ่’

 

แม้สุดท้ายคลินิก ‘สร้างชีวิต’ แห่งนี้จะต้องปิดตัวลงจากภัยพิบัติ แต่สถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นคลินิกที่ นพ.สมนึก บุกเบิกและดำเนินการมาตั้งแต่ต้น จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำอันงดงาม และเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตเล็กๆ อีกหลายชีวิต

 

ตลอดระยะเวลา 18 ปี ที่ผ่านมา คลินิกแห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานพยาบาล แต่เป็นศูนย์รวมความหวัง ที่ได้สร้างเด็กๆ นับไม่ถ้วน ตั้งแต่การให้กำเนิด เด็กหลอดแก้ว, การช่วยเหลือด้วยการฉีดน้ำเชื้อ ไปจนถึงการทำคลอด เด็กที่คุณหมอทำคลอดเป็นคนแรกก็เติบโตจนมีอายุถึง 18 ปีแล้ว

 

ก่อนจบการสัมภาษณ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก นพ.สมนึก ได้กล่าวย้ำถึงความผูกพันอันลึกซึ้งที่เขามีต่อสถานที่แห่งนี้และเมืองหาดใหญ่ที่เขาอุทิศตนให้ พร้อมกล่าวคำขอบคุณด้วยรอยยิ้มอย่างจริงใจต่อผู้ที่เคยไว้วางใจให้ดูแลความหวังของพวกเขา

 

“ผมก็รักคลินิกนี้มาก และก็รักหาดใหญ่ ก็จบที่หาดใหญ่ ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่อุตส่าห์คิดถึงหมอ ผมก็นึกถึงเด็กทุกคนที่ทำคลอดมา”

 

“รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ 1“รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ 2“รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ 3“รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ 4“รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ 5“รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ 6“รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ 7“รัก หาดใหญ่ ก็จบที่ หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ 9

The post “รักหาดใหญ่ ก็จบที่หาดใหญ่” ปิดตำนาน 18 ปี คลินิกมีบุตรยาก หลังเจอวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ทำฟรังนี้ให้ดีที่สุด’ ตำราธุรกิจและชีวิตแบบ ฟรัง นรีกุล คุณหมอครีเอเตอร์ที่พอขายของได้นิดหน่อย https://thestandard.co/frungnarikunn-business-mindset/ Tue, 20 May 2025 12:05:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1076462 ฟรัง นรีกุล

สำหรับบางคนอาจเกิดมาเพื่อทำอะไรสักอย่างก็เพียงพอแล้ว แต […]

The post ‘ทำฟรังนี้ให้ดีที่สุด’ ตำราธุรกิจและชีวิตแบบ ฟรัง นรีกุล คุณหมอครีเอเตอร์ที่พอขายของได้นิดหน่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟรัง นรีกุล

สำหรับบางคนอาจเกิดมาเพื่อทำอะไรสักอย่างก็เพียงพอแล้ว แต่สำหรับบางคนเกิดมาเพื่อทำอะไรได้หลายๆ อย่าง และบางครั้งชีวิตมันอาจจะอลวนถึงขั้นทำอะไรหลายอย่างไปพร้อมๆ กันด้วย

 

ฟรัง-นรีกุล เกตุประภากร เป็นหนึ่งในคนประเภทหลัง ที่แม้จะได้เห็นและผ่านตากับหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอทำมาไม่ว่าจะเป็นบทบาทแรกที่ทำให้ทุกคนรู้จักอย่างการเป็นดารานักแสดง บทบาทสำคัญที่ใช้ทั้งชีวิตเพื่อแลกมันมาอย่างการเป็นแพทย์หญิง  และบทบาทสนุกๆ อย่างการเป็นครีเอเตอร์

 

แต่อีกบทบาทที่เธอกำลังจริงจังกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ คือสิ่งที่เป็นความลุ่มหลงที่ซ่อนตัวลึกอยู่ภายในใจมาโดยตลอดแต่ถูกเก็บไว้ไม่ได้บอกให้ใครรู้ก่อนนี้ ก่อนจะระเบิดออกมากลายเป็น 3 ธุรกิจในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ปีเศษ

 

“ถ้าถาม ตอนนี้ต้องบอกว่าชอบการทำธุรกิจมากที่สุด” เธอตอบอย่างมั่นใจ

 

แล้วการทำธุรกิจไปจนถึงการใช้ชีวิตในแบบของสุภาพสตรีวัย 27 ปีคนนี้เป็นแบบไหน?

 

ครีเอเตอร์คุณหมอนักธุรกิจหันมาบอกว่า “เดี๋ยวเล่าให้ฟรัง!”

 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ฟรังที่ไม่คาดฝัน

 

หมวกใบแรกของนรีกุลที่ทำให้ทุกคนรู้จักเธอคือบทบาทนักแสดง ‘ออย’ ตัวละครในซีรีส์ฮอร์โมน ซีซัน 3 ซึ่งเป็นเหมือนนามบัตรแนะนำตัวที่ดีต่อโลกใบนี้

 

“สวัสดี ฉันชื่อ ฟรัง นรีกุล” 

 

แต่ในเบื้องหลังแล้วเธอไม่ได้มีความคิดที่อยากจะเป็นนักแสดงเต็มตัวไปตลอดชีวิตแต่อย่างใด เพียงแต่การมองเห็นโอกาสในการได้คัดเลือกเข้าร่วมเป็นนักแสดงในซีรีส์ และความที่เป็นแฟนของซีรีส์เรื่องนี้อยู่แล้วตั้งแต่ซีซันแรก ทำให้มองว่าเรื่องนี้เป็นโอกาสที่ไม่ใช่จะหาได้ทั่วไป

 

“เราอยากรู้ว่าการทำงานเบื้องหลังในซีรีส์มันเป็นอย่างไร” 

 

จากความสงสัยในแบบของเด็กเนิร์ดคนหนึ่งของเธอ ซึ่งก็มีส่วนคล้ายกับตัวละครในเรื่องอย่างออย เด็กเนิร์ดที่มีปมบางอย่างอยู่ในตัว มันได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่ที่ใหญ่กว่า ถึงแม้มันจะมีสิ่งที่ต้องแลกไม่น้อยก็ตามของความเป็นคนมีชื่อเสียง

 

แต่สิ่งที่ฟรังแตกต่างจากออยคือ ปมในใจของเธอคือการไม่อยากเป็นนักแสดงไปตลอดชีวิต

 

เธอมีความฝันที่มากกว่านั้น

 

คำว่าฟรังแปลว่าอิสระ

 

ความฝันแรกที่เป็นแสงนำทางตลอดชีวิตของนรีกุลคือการเป็น ‘คุณหมอ’ เพื่อช่วยเหลือผู้คน ซึ่งเป็นความฝันตั้งแต่เด็กๆ แล้วที่ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับความยากลำบากขนาดไหนเธอก็ไม่ยอมแพ้ จนสุดท้ายก็ได้กลายเป็น ‘หมอฟรัง’ สำเร็จ

 

โดยที่ทุกวันนี้ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลผู้คนตามความตั้งใจอยู่

 

แต่ในระหว่างทาง อีกสิ่งที่นรีกุลได้ค้นพบคือความสามารถในการเป็นนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ในแบบที่เรียกกันตามยุคสมัยว่า ‘คอนเทนต์ครีเอเตอร์’ ซึ่งเริ่มต้นจากการทำคอนเทนต์บนช่องของเธอเองที่ตั้งชื่อได้น่ารักและติดหูว่า ‘เล่าให้ฟรัง’ เสมือนว่าฟรังมาเล่าให้ฟังอีกทีบน YouTube และ Facebook Page

 

คอนเทนต์ตอนแรกของเล่าให้ฟรังเมื่อ 6 ปีที่แล้วเป็นคอนเทนต์ง่ายๆ ‘One Day With Frung’ ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตในรอบ 24 ชั่วโมงของเธอ และต่อด้วยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมมากอย่าง ‘เทคนิคการอ่านหนังสือและการจำแบบฟรังๆ’ 

 

จากจุดเริ่มต้นที่ดูเหมือนง่ายๆ ตรงนี้ทำให้เธอค้นพบว่าการทำคอนเทนต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแบ่งปันเรื่องราวชีวิตตัวเองสนุกๆ เท่านั้น แต่มันเป็นไปได้มากกว่านั้นมาก

 

โดยเฉพาะการค้นพบว่าบทบาทครีเอเตอร์นี้คือคำว่า ‘อิสระ’ ในแบบที่เป็นตัวของเธอเอง เล่าเรื่องในแบบของเธอเอง ซึ่งแล้วแต่ว่าอยากจะนำเสนอเรื่องไหน อาจจะเป็นการแชร์ชีวิตในแต่ละวัน แชร์สิ่งที่เจอมา ไปจนถึงความรู้ดีๆ ที่อยากแบ่งปัน

 

ปัจจุบันฟรังยังมีช่องทางบนแพลตฟอร์ม TikTok ‘frungnarikunnn’ ก็ได้รับความนิยมอย่างสูงด้วยจำนวนผู้ติดตามมากกว่า 7 แสนคน ซึ่งเธอสามารถแบ่งปันเรื่องราวอย่างง่ายๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีกองถ่ายและผู้คนมากมายเหมือนในกองถ่ายซีรีส์ 

 

บางครั้งเพียง iPhone เพียงเครื่องเดียวตัดต่อก็นับว่าเพียงพอแล้ว เพราะอุปกรณ์สมัยใหม่พัฒนามาไกลจนสามารถทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็กๆ ได้ ตอบโจทย์คนที่มีเอเนอร์จี้ล้นเหลือ (แม้จะยอมรับว่าหลังๆ ก็แบ่งเวลายากเหมือนกัน) 

 

“เราเป็นคนชอบอิสระมากๆ” นรีกุลบอก “แต่ในเวลาเดียวกันก็ดื้อมากๆ ด้วย”

 

ฟังประโยคนี้ภาพของกองทัพธานอสที่เดินทางข้ามจักรวาลผ่านประตูมิติบุกโลกก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที ก่อนที่ฟรังจะดึงสติกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังของเธอ

 

“แต่จริงๆ แล้วอยากเป็นนักธุรกิจมาตลอด”

 

ทำธุรกิจแบบฟรังๆ

 

“ทำไมผู้หญิงจะมีชุดสูทสวยๆ บ้างไม่ได้!” นรีกุลเล่าถึงแรงบันดาลใจหรือในเวลาเดียวกันอาจจะเป็นแรงฮึดที่ทำให้เธอตัดสินใจทำธุรกิจแรกของตัวเอง

 

‘Ellis’ ร้านตัดชุดสูท (และเสื้อเบลเซอร์) ในแบบเพื่อนหญิงพลังหญิง

 

แน่นอนทุกอย่างต้องเริ่มจาก ‘ความเป็นฟรัง’ ก่อนหรือในภาษาง่ายๆ คือทุกอย่างต้องเริ่มจากสิ่งที่เธอสนใจก่อน และความสนใจแรกของเธอคือความคิดที่อยากจะตัดชุดสครับ (Scubb Suit) หรือชุดออกตรวจสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องใส่เป็นประจำ

 

ปัญหาคือถึงจะมีไอเดียแต่ไปต่อไม่ได้ เพราะไม่สามารถตามหาเนื้อผ้าที่ถูกใจสำหรับนำมาตัดชุดได้ และอีกอย่างคือตลาดนั้นแคบเกินไปเพราะชุดแบบนี้ขายได้เฉพาะแต่ลูกค้าที่ทำงานในโรงพยาบาลเท่านั้น

 

ความฝันจึงถูกเบนเป้าต่อมาถึงสิ่งที่เธอสนใจ หรือบางทีอาจจะเรียกว่าสิ่งที่เธอคาใจ เพราะในฐานะแพทย์หญิงนรีกุลต้องเดินทางเข้าร่วมประชุมทางการแพทย์อยู่บ่อยๆ แต่ไม่สามารถหาชุดสูทสวยๆ ใส่ออกงานได้ง่ายนัก

 

จาก Pain Point ของคุณหมอสาวที่อยากใส่ชุดสูทสีสวยๆ เนื้อผ้าดีๆ ไปงาน จึงนำไปสู่การเปิดร้านเสื้อสูท Ellis ซึ่งไม่ได้เป็นแค่ Custom-Made แต่เป็นงาน Tailor-Made ใส่ใจในรายละเอียดทุกอย่าง เสมือนตัดสูทใส่เอง

Ellis ซึ่งเริ่มในช่วงต้นปี 2004 ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควร มีกลุ่มลูกค้าในช่วงวัย 30 ปีขึ้นไปที่นอกจากจะมีสไตล์ก็มีสตางค์ มีกำลังซื้อด้วย

 

แต่สิ่งที่อาจจะเป็นความสำเร็จที่สุดในเรื่องนี้คือการที่เธอได้ทำในสิ่งที่เก็บไว้ในใจตลอดมา

 

“ฉันได้เป็นนักธุรกิจแล้ว!”

 

และธุรกิจเดียวสงสัยจะไม่พอแล้วสำหรับหมอฟรัง!

 

 

น้ำผลไม้ใกล้ฟรัง

 

นับตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมาตลาดธุรกิจร้านเครื่องดื่มหวานเย็นชื่นใจในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครนับว่าดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง เดือดจนเกินกว่าคำว่า ‘Red Ocean’ จนแทบจะกลายเป็น ‘Dead Ocean’

 

แต่สำหรับนรีกุลแล้ว คลื่นมหาสมุทรโหมกระหน่ำรุนแรงแค่ไหน เธอก็พร้อมชูมือขึ้นฟ้าแบบลูฟี่ในเรื่องวันพีซ แล้วบอกทุกคนว่าออกเดินทางไปด้วยกัน!

 

ร้านเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ‘Mooood’ เกิดขึ้นจากความชื่นชอบส่วนตัวในการดื่มสมูทตี้จึงคิดอยากทำร้านสมูทตี้ – ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมสูงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาในประเทศไทย – ในแบบของเธอเอง

เหมือนเดิมกับร้าน Ellis ถ้าฟรังจะขาย ฟรังจะขายแต่ของดี เครื่องดื่มของ Mooood จึงเป็นเครื่องดื่มที่อร่อยด้วยวัตถุดิบที่ดีด้วยการเลือกใช้ผลไม้สด (ในขณะที่แบรนด์ใหญ่ใช้ผลไม้แช่แข็ง) แต่กินได้โดยไม่รู้สึกผิดต่อตัวเองมากสำหรับคนรักสุขภาพเพราะไม่ได้หวานจนเกินไปโดยมีพาร์ตเนอร์อย่างเพื่อนที่เป็นเชฟช่วยคิดค้นสูตรให้ (และเธอต้องชิมเองทุกสูตร)

 

ปัญหาคือบางครั้งความฟรังก็ตัดสินใจไวเกินไปไม่ได้ศึกษาตลาดอย่างถี่ถ้วนมากพอ โดยที่ร้านสาขาแรกตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ตอนนี้ได้ชื่อว่าโหดและปราบเซียนที่สุดของกรุงเทพฯอย่างย่านบรรทัดทองด้วย

 

“เริ่มจากสิ่งที่อินก่อน แล้วค่อยเรียนรู้ระหว่างทาง” เธอบอกด้วยรอยยิ้มที่ดูแห้งนิดหน่อย ก่อนสารภาพว่า “ลืมคิดไปว่าคนมาบรรทัดทองเขามาเพื่อหาของของอร่อยๆ อ้วนๆ กัน”

 

แต่คงเป็นเพราะตัวโปรดักต์ที่ดีของ Mooood ที่ตั้งใจจะถามไถ่ทุกคนว่า “What’s your Mooood today?” และอยากจะทำให้ทุกคนอารมณ์ดีไปกับเครื่องดื่มแก้วพิเศษ ทำให้ร้านยังมียอดขายจากลูกค้าขาประจำที่สั่งจากบริการเดลิเวอรี รวมถึงจากคนเล่นฟิตเนสที่อยู่ใกล้ๆ ร้าน

 

และสิ่งที่ได้เรียนรู้ทำให้เธอค้นพบ ‘คีย์’ สำคัญบางอย่างจนนำไปสู่การเปิดสาขาที่ 2 อย่างเป็นทางการที่ย่านทองหล่อ ซึ่งไม่ได้เป็นสาขาใหญ่ที่ต้องลงทุนเยอะ แต่เน้นการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจากบริการเดลิเวอรีแทน

 

“เป้าหมายอยากจะมีให้ถึง 10 สาขาในปีนี้เลย” เธอตอบฉะฉานก่อนเผยรอยยิ้มออกมา

 

“ทำได้จริงหรือเปล่าไม่รู้นะ แต่ตั้งเป้าเอาไว้ก่อนแล้วกัน”

 

 

ทำฟรังนี้ให้ดีที่สุด

 

สิ่งที่นรีกุลไม่ได้บอกแต่เราได้เห็นผ่านช่องทางต่างๆ ของเธอคือการที่เธอมักจะมีโอกาสได้พูดคุยกับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายคน

 

บทสนทนาในคอนเทนต์เหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำสนุกๆ แต่มันคือบทเรียนนอกห้องเรียนจากชีวิตจริงของคนที่มีประสบการณ์ที่ถ่ายทอดออกมาก่อนถูกสกัดเป็นวิชาในการทำธุรกิจในฉบับของหมอฟรัง


ล่าสุดเธอเปิดตัวธุรกิจใหม่คลินิกความงาม ‘ONE Surgery & Aesthetics Clinic’ ซึ่งเป็นธุรกิจอย่างที่ 3 ของเธอภายในช่วงระยะเวลาเพียงปีเศษ เพียงแต่ครั้งนี้เธอทำร่วมกับเพื่อนๆ และจริงจังขึ้นกว่าที่ผ่านมาเพราะมองเห็นโอกาสและศักยภาพในตลาดการเสริมความงามในประเทศไทย

 

รวมถึงการมี ‘Insight’ บางอย่างจากการเป็นคุณหมอผู้เชื่อว่าหมอความงามของไทยไม่ได้แพ้ชาติใดในโลก โดยเฉพาะหากมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ดีเท่ากับต่างประเทศอย่างเกาหลีที่ถือเป็นกระบี่มือหนึ่งของวงการในด้านนี้

 

“เราสามารถเป็น Destination ของเรื่องความสวยงามความงามได้นะ” นักแสดงสาวผู้ยืนยันว่าก็ยังพร้อมพิจารณางานแสดง เพียงแต่ตอนนี้สิ่งที่เธอสนุกมากที่สุดคือการทำธุรกิจ บอกถึง Goal ในธุรกิจนี้ของเธอ

 

และ Goal ส่วนตัวคือการที่อยากเห็นทุกธุรกิจของเธอดำเนินต่อไปได้ด้วยตัวเอง ให้คนจดจำ Ellis, Mooood รวมถึง ONE Surgery ด้วยแบรนด์เองโดยไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปผูกกับแบรนด์ ซึ่งทุกวันนี้ยังต้องทำหน้าที่พรีเซนเตอร์ทำคอนเทนต์โปรโมตเองบ้าง 

 

ไม่นับการต้องศึกษาเทรนด์ใหม่ๆ ซึ่งล่าสุดเธอบอกว่ากำลังศึกษาวิธีการใช้งาน Apple Intelligence บนมือถือของเธอ รวมถึงฟีเจอร์การทำงานใหม่ๆ ที่จะช่วยในการทำงานร่วมกับทีมอย่าง Continuity หรือแม้แต่การปรับความละเอียดของภาพใน iPhone ที่ถ่ายโปรดักต์ได้สบายๆ

 

เพราะลึกๆ แล้วเห็นแบบนี้เธอแอบสารภาพว่าเป็น Introvert คนหนึ่งที่อยากใช้ชีวิตอยู่เงียบๆ มากกว่า

 

แต่แน่นอนว่าการจะไปถึงปลายทางนั้นไม่ง่าย ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีกบ้างในวันข้างหน้า 

 

เบื้องหน้าของรอยยิ้ม คอนเทนต์สนุกๆ มีเพียงคนใกล้ตัวที่จะรู้ว่าหลังฉากแล้วในแต่ละมื้อแต่ละเดย์ ฟรัง นรีกุล ต้องเรียนรู้หนักแค่ไหน ไปจนถึงผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความท้อแท้ ผิดหวังมาแค่ไหน บางเรื่องแม้จะดูเป็นเรื่องง่ายที่สุดแต่การแซะตัวเองจากที่นอนในวันที่อ่อนล้าที่สุดก็เป็นเรื่องที่ยากที่สุดได้เหมือนกัน

 

แต่ถึงอย่างน้อยเธอก็ไม่เคยหยุด และย้ำคำง่ายๆ ที่เป็นแรงผลักดันในแต่ละวันของเธอ

 

“ทำวันนี้ให้ดีที่สุดค่ะ” เธอบอกด้วยคำพูด 

 

ส่วนแววตานั้น แม้จะพูดไม่ได้ แต่ประกายในนั้นพยายามบอกให้เรารู้ว่าเธอจะ ‘ทำฟรังคนนี้ให้ดีที่สุด’

The post ‘ทำฟรังนี้ให้ดีที่สุด’ ตำราธุรกิจและชีวิตแบบ ฟรัง นรีกุล คุณหมอครีเอเตอร์ที่พอขายของได้นิดหน่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 4 อาชีพดาวเด่นปี 2025 สัตวแพทย์ครองอันดับ 1 ด้วยรายได้เฉลี่ย 4.9 ล้านบาทต่อปี https://thestandard.co/top-4-rising-careers-of-2025/ Fri, 17 Jan 2025 01:36:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1031274 อาชีพ 2025

Indeed เว็บไซต์จัดหางานอันดับ 1 ของโลก เผยว่าปี 2025 มี […]

The post เปิด 4 อาชีพดาวเด่นปี 2025 สัตวแพทย์ครองอันดับ 1 ด้วยรายได้เฉลี่ย 4.9 ล้านบาทต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาชีพ 2025

Indeed เว็บไซต์จัดหางานอันดับ 1 ของโลก เผยว่าปี 2025 มี 4 อาชีพดาวเด่นเริ่มจาก สัตวแพทย์, พนักงานขาย, แพทย์ และวิศวกรโยธา เป็นที่ต้องการในตลาดมากขึ้น ได้รับค่าตอบแทนเริ่มต้นที่ 75,000 ดอลลาร์ต่อเดือน รวมแล้วสร้างรายได้มากกว่า 1 แสนดอลลาร์ต่อปี หรือราว 3.5 ล้านบาท

 

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า อาชีพยอดนิยมอันดับ 1 ในปี 2025 ได้แก่ สัตวแพทย์ มีรายได้เฉลี่ย 140,000 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยรายได้ของชาวอเมริกันประมาณ 3 เท่า สอดรับกับข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าในปี 2033 อาชีพสัตวแพทย์มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีก 19% ส่วนอาชีพอื่นคาดว่าจะเติบโตเพียง 4% เท่านั้น

 

สะท้อนให้เห็นว่าสัตวแพทย์เป็นอาชีพที่มีความต้องการสูง และมีโอกาสเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับอาชีพอื่น โดยคุณสมบัติของสัตวแพทย์ทั่วไปจะต้องจบการ ศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาชีววิทยา ซึ่งบางคนอาจศึกษาต่อจนจบปริญญาโท หรือปริญญาเอก แต่หลังจบการศึกษาแล้วจะต้องผ่านการฝึกอบรมและฝึกงานเฉพาะทางอีก 2-3 ปี

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

นอกจากนี้ อาชีพสัตวแพทย์จะต้องผ่านการสอบระดับชาติ (National Exam) เพื่อขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถึงจะสามารถทำงานได้ถูกต้องตามกฎหมาย แน่นอนว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยระยะเวลาการฝึกอบรมที่ยาวนานและมีค่าใช้จ่ายสูง ทำให้คนที่เรียนสัตวแพทย์มีความเครียดทางจิตใจ แถมยังต้องรับมือกับสัตว์เลี้ยงและเจ้าของด้วย ทำให้มีคนเข้ามาทำอาชีพนี้ไม่มากนัก

 

สมาคมสัตวแพทย์อเมริกัน (American Veterinary Medical Association) ระบุว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ไม่นิยมมีลูก แต่หันมาเลี้ยงสัตว์เป็นลูกแทน และยินดีที่จะจ่ายเงินทั้งค่าเลี้ยงดูและรักษาเมื่อเจ็บป่วย ทำให้อาชีพสัตวแพทย์เป็นที่ต้องการมากขึ้น สอดคล้องกับผลสำรวจของ Pew Research Center ที่พบว่าชาวอเมริกัน 62% เลี้ยงสัตว์เป็นลูก

 

ขณะที่อาชีพอันดับที่ 2 พนักงานขาย ซึ่งจะต้องมีประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลายขึ้นไป และยิ่งสื่อสารได้หลายภาษาก็จะถูกพิจารณาเป็นพิเศษ ตามด้วยอาชีพแพทย์ โดยเฉพาะรังสีแพทย์เติบโตขึ้นถึง 87%

 

เมื่อเจาะลึกมาดู 4 อาชีพที่เป็นดาวเด่นในปี 2025 ประกอบไปด้วย

 

  1. สัตวแพทย์ จำนวนงานที่เปิดรับ 1,065 ตำแหน่งต่อประชากร 1 ล้านคน เฉลี่ยเงินเดือน 139,999 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 4,900,000 บาท)

 

  1. พนักงานขาย จำนวนงานที่เปิดรับ 961 ตำแหน่งต่อประชากร 1 ล้านคน เฉลี่ยเงินเดือน 182,487 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 6,400,000 บาท)

 

  1. แพทย์ จำนวนงานที่เปิดรับ 705 ตำแหน่งต่อประชากร 1 ล้านคน เฉลี่ยเงินเดือน 225,000 ดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 7,900,000 บาท)

 

  1. วิศวกรโยธา จำนวนงานที่เปิดรับ 584 ตำแหน่งต่อประชากร 1 ล้านคน เฉลี่ยเงินเดือน100,872 ดอลลาร์ต่อปี (ราว 3,600,000 บาท)

 

อ้างอิง:

The post เปิด 4 อาชีพดาวเด่นปี 2025 สัตวแพทย์ครองอันดับ 1 ด้วยรายได้เฉลี่ย 4.9 ล้านบาทต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
Work ไร้ Balance หมอลาออก ขาดแคลนแพทย์ ปัญหาที่ต้องแก้ให้ถูกจุด https://thestandard.co/doctor-resignation-need-to-be-solved/ Wed, 07 Jun 2023 13:42:26 +0000 https://thestandard.co/?p=800502 หมอ ลาออก

การประกาศลาออกจากราชการกระทรวงสาธารณสุขของ ปุยเมฆ-พญ.นภ […]

The post Work ไร้ Balance หมอลาออก ขาดแคลนแพทย์ ปัญหาที่ต้องแก้ให้ถูกจุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมอ ลาออก

การประกาศลาออกจากราชการกระทรวงสาธารณสุขของ ปุยเมฆ-พญ.นภสร วีระยุทธวิไล นักแสดง และแพทย์พี่เลี้ยงออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลราชบุรี เป็นชนวนครั้งสำคัญที่ทำให้การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในระบบสาธารณสุขเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง 

 

พญ.นภสรได้โพสต์ระบายสาเหตุที่ลาออกจากราชการบนทวิตเตอร์ส่วนตัวที่มีผู้ติดตามกว่า 7 แสนบัญชีว่า ไม่สามารถทนกับระบบการทำงานอันหนักหน่วงของบุคลากรทางการแพทย์ 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง:  


 

“งานในระบบหนักจริง แต่ถามว่าอยู่ในระดับทนได้ไหม ทนได้ ไม่ตาย แต่ใกล้ตาย เสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต… 

 

“วินาทีที่ตัดสินใจลาออกคือตอนนั้นวน Med (อายุรกรรม) อยู่เวรทั้งคืน มาราวด์เช้า (ตรวจคนไข้ตามเตียงในห้องสามัญหรือห้องพิเศษ) ต่อ ชาร์จกองตรงหน้าเกือบ 40 คนไข้ นอนล้นวอร์ดเสริมเตียงไปถึงหน้าลิฟต์ ภาพหดหู่มาก แถมเหนื่อยและง่วง ราวด์คนเดียวทั้งสาย สตาฟฟ์มา 10 โมง เดินมาถามน้องยังราวด์ไม่เสร็จหรอ ต้องเร็วกว่านี้นะ วินาทีนั้นตัดสินใจเลย ดอบบี้ขอลา” ข้อความตอนหนึ่งบนโซเชียลมีเดียของ พญ.นภสร

 

เนื้อหาขอโพสต์ของ พญ.นภสร อธิบายถึงระบบการทำงานเพื่อรักษาคนไข้ที่ล้มเหลวของกระทรวงสาธารณสุข ในยุคมี อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก่อนที่จะลบโพสต์ดังกล่าวออกไปเพื่อไม่ให้เกิดผลกับกระทบเพื่อนร่วมงานคนอื่น

 

การลาออกครั้งนี้ของ พญ.นภสร เป็นที่สนใจของสังคมอย่างมาก และเรื่องถึงหู ‘ผู้ใหญ่’ ในกระทรวงต้องรีบตั้งโต๊ะเพื่อชี้แจงถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

 

สธ. แถลงยอมรับ หมอทำงานหนัก-ขาดแคลนแพทย์ในระบบ

 

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงข่าวเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ยอมรับว่าปัญหาเรื่องขาดแคลนกำลังคนในระบบสาธารณสุขเกิดขึ้นทั้งวิชาชีพแพทย์ และวิชาชีพอื่นๆ เช่น พยาบาล นักรังสีการแพทย์ ฯลฯ โดยในส่วนของแพทย์อยู่ในระบบของกระทรวงสาธารณสุข 24,649 คน คิดเป็น 48% ของแพทย์ทั้งประเทศ ต้องดูแลประชากรประมาณ 75-80% คิดเป็นสัดส่วนแพทย์ต่อประชากร 1 ต่อ 2,000 คน พร้อมทั้งมองว่าเป็น ‘ภาระการทำงานหนัก’

 

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อไปว่า จากการศึกษาแผนปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างปี 2561-2570 พบว่าต้องการแพทย์เข้าสู่ระบบปีละ 2,055 คน แต่ได้รับการจัดสรรประมาณปีละ 1,800-1,900 คน โดยปี 2566 มีผู้สำเร็จการศึกษา 2,759 คน ได้รับการจัดสรร 1,960 คน ที่เหลือจัดสรรให้กระทรวงกลาโหม คณะแพทยศาสตร์ 6 แห่งในภูมิภาค และส่วนราชการหน่วยงานต่างๆ สอดคล้องกับจำนวนแพทย์เพิ่มพูนทักษะหรือแพทย์อินเทิร์นที่แพทยสภากำหนดให้ฝึกทักษะในโรงพยาบาล 117 แห่ง ซึ่งปี 2565 ศักยภาพในการรับอยู่ที่ 3,128 คน แต่ได้รับจัดสรร 2,150 คน คิดเป็น 68.7% 

 

ทั้งนี้ จากการสำรวจภาระงานช่วงวันที่ 15-30 พฤศจิกายน 2565 พบว่า โรงพยาบาลที่ปฏิบัติงานมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มี 65 แห่ง แบ่งเป็นมากกว่า 64 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 9 แห่ง, มากกว่า 59 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 4 แห่ง, มากกว่า 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 11 แห่ง, มากกว่า 46 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 18 แห่ง และมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 23 แห่ง ได้มีการวางแผนแก้ไขเป็นระยะ 3, 6, 9, 12 เดือน สามารถลดชั่วโมงการทำงานได้แล้ว 20 แห่ง 

 

ขณะที่ข้อมูลการลาออกของแพทย์ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2556-2565) พบว่า มีการบรรจุแพทย์รวม 19,355 คน แพทย์ใช้ทุนปีแรกลาออก 226 คน คิดเป็น 1.2% เฉลี่ยปีละ 23 คน ซึ่งจำนวนค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีข้อกำหนดให้แพทย์ต้องผ่านการเพิ่มพูนทักษะก่อนไปศึกษาต่อ, แพทย์ใช้ทุนปี 2 ลาออก 1,875 คน คิดเป็น 9.69% เฉลี่ยปีละ 188 คน กลุ่มนี้จะมากสุดเนื่องจากสามารถไปศึกษาต่อได้แล้ว, แพทย์ใช้ทุนปี 3 ลาออก 858 คน คิดเป็น 4.4% เฉลี่ยปีละ 86 คน 

 

นอกจากนี้ มีแพทย์ลาออกหลังใช้ทุนครบ 1,578 คน คิดเป็น 8.1% เฉลี่ยปีละ 158 คน รวมแพทย์ลาออกปีละ 455 คน รวมกับแพทย์ที่เกษียณปีละ 150-200 คน จึงมีแพทย์ออกจากระบบปีละ 655 คน ซึ่งหากดูแพทย์ที่คงอยู่ในระบบพบว่า แพทย์ของโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) จะคงอยู่ในระบบได้มากถึง 80-90% เนื่องจากเป็นการคัดเลือกนักศึกษาแพทย์จากคนในพื้นที่

 

หมอเก่ง ก้าวไกล ชี้เป็นปัญหาที่ต้องแก้ให้ถูกจุด 

 

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะคณะทำงานด้านสาธารณสุข พรรคก้าวไกล กล่าวกับ THE STANDARD ถึงปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ลาออกเนื่องจากไม่สามารถทนกับภาระงานหนักได้ว่า นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ต่อเนื่องทุกปี และอาจจะมีแนวโน้มขาขึ้น (Up Trend) จริงๆ ซึ่งต้องยอมรับว่าจำนวนการผลิตแพทย์นั้นก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวยังคงเป็นปัญหา ‘รูรั่ว’ ที่ยังไม่ได้ถูกอุด

 

นพ.วาโย กล่าวว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี อย่างตนเองจบแพทย์มาแล้ว 10 ปี ตอนนั้นก็มีปัญหาในลักษณะนี้เช่นกัน พร้อมทั้งมองว่าการเกิดปัญหานี้ขึ้นเป็นสิ่งที่ดีที่สังคมเริ่มให้ความสนใจกับปัญหาการทำงาน คุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์ 

 

นพ.วาโย กล่าวอีก มีงานวิจัยการศึกษาของอาจารย์แพทย์หลายคนออกมาพูดถึงผลกระทบจากการทำงานหนักของแพทย์ว่ามีผลกระทบด้านความแม่นยำเรื่องการให้บริการของแพทย์ต่อผู้ป่วยจริงๆ เช่น การตรวจการวินิจฉัยมีประสิทธิภาพลดลง ถึงขนาดที่ว่ามีการศึกษาว่ามีแพทย์จำนวนร้อยละ 15 ที่มีภาวะโอเวอร์โหลด และทำให้ความแม่นยำในการตรวจรักษาต่ำลง จนทำให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์ทางการแพทย์ขนาดที่ทำให้ผู้ป่วยได้รับผลกระทบขั้นรุนแรงถึงเสียชีวิตได้

 

“ต้องยอมรับว่าเมื่อใครก็ตามทำงานติดต่อเกิน 8 ชั่วโมงนั้น ความเหนื่อยล้า ทั้งร่างกาย จิตใจ และสมอง การคิดวิเคราะห์จะลดลง… เราจึงมองร่วมกันว่าสิ่งนี้เป็นปัญหา และปัญหาอยู่ที่ตรงไหน เกิดขึ้นจากตัวบุคคล หรือโครงสร้าง 

 

“ยังมีบางชุดความคิดของสังคมที่มองว่าปัญหาเกิดจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ไม่มีความอดทนอดกลั้น แต่คุณหมอที่เติบโตมาในแต่ละยุคมีค่านิยมที่ต่างกัน ถ้าจะบอกว่าเป็นปัญหาในยุคนั้นๆ คิดว่าคงไม่ใช่แล้ว”  

 

นพ.วาโย กล่าวถึงปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์นี้ ‘เป็นปัญหาเชิงระบบ’ พร้อมเล่าย้อนถึงฉากทัศน์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ เมื่อเทียบกับตอนที่ตนเองจบแพทย์เมื่อ 10 ปีที่แล้วว่า “แทบไม่ได้แตกต่างกันเลย” 

 

พร้อมยกตัวอย่างเช่น ปัญหาเงินตกเบิก 3-6 เดือน ในสมัยนั้นเป็นอย่างไร ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้น หรือแม้แต่เรื่องอำนาจการกดทับที่เกิดความอยุติธรรมในองค์กร ทั้งการโยนงานให้รุ่นน้อง การพูดไม่ให้เกียรติรุ่นน้อง เป็นต้น พร้อมมองว่าเป็นปัญหาเรื้อรังและไม่ง่ายที่จะแก้ไข แต่ว่าต้องใช้นโยบายการบูรณาการในหลายกระทรวง รวมไปถึงการกระจายอำนาจการพัฒนาท้องถิ่นด้วย 

 

นพ.วาโย ในฐานะแพทย์ และผู้แทนราษฎรที่ขับเคลื่อนด้านสาธารณสุข กล่าวถึงวิธีแก้ปัญหาต่อสิ่งที่เกิดขึ้นว่า ‘เราต้องแก้ปัญหาให้ถูกจุด’ พร้อมทั้งเห็นด้วยกับการแถลงข่าวตามที่ นพ.ทวีศิลป์ ถึงเรื่องการผลิตแพทย์ เพื่อเป็นการเติมแพทย์ลงไปในระบบ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการแก้ไขปัญหา 

 

“เหมือนกับการเป่าลมลงไปในถุงก้นรั่ว ไม่ว่าเราจะเป่าไปแค่ไหน แต่เมื่อถุงก้นรั่วและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ การเป่าลมลงไปก็ไม่สามารถทำให้ถุงของลูกโป่งนั้นพองขึ้นมาได้” 

 

นพ.วาโย กล่าวว่า อย่างแรกต้อง Identified ก่อนว่าปัญหาอยู่ที่ตรงไหน ปัญหาคืออะไร และจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากเรามองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของระบบ ปัญหานี้เกิดจาก 2 ส่วน 

 

  1. ข้อจำกัดเรื่องตัวบุคลากร การเร่งผลิตแพทย์
  2. ข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ พรรคก้าวไกลได้เสนอปฏิรูปการจัดเก็บภาษีรายได้ให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถทำให้เก็บเม็ดเงินขึ้นมาได้ปีละ 6.5 แสนล้านบาท เพื่อเอามาใช้ในด้านสวัสดิการก้าวหน้าของพรรคก้าวไกล

 

ขณะที่ปัญหา Work-Life Balance จากภาระงานที่มากจนเกินไป ต้องพิจารณาจาก 2 ปัจจัย จำนวนแพทย์ไม่พอ ต้องเพิ่มการผลิต อาจจะมีการดึงภาคเอกชน สถาบันการผลิตแพทย์ในต่างประเทศ แต่ว่าต้องมีการควบคุมมาตรฐานและยกระดับมาตรฐานให้มีความรัดกุม

 

รวมถึงต้องหาตัวช่วยอื่นๆ เพิ่ม เช่น การใช้เทคโนโลยี Telemedicine หรือโทรเวชกรรม เพื่อกระจายคนไข้ไม่ให้แออัดในโรงพยาบาล รวมถึงการกระจายช่วงเวลาให้เหมาะสม และให้หมอมีช่วงระยะเวลาที่จะสามารถพักได้อย่างเหมาะสม จะทำให้เวิร์กโหลดนั้นลดลง จะเป็นการช่วยลดภาระของหมอได้ดี 

 

นอกจากนี้ยังต้องทำให้ห้องฉุกเฉินเป็นห้องฉุกเฉิน เราต้องทำอย่างไรให้มีข้อบังคับ ซึ่งอาจจะต้องมีการประกาศอยู่ในกฎกระทรวง ทำให้มีสภาพบังคับว่าห้องฉุกเฉินนั้นจะต้องรับแค่เพียงเคสที่ฉุกเฉินเท่านั้น รับเฉพาะกรณีฉุกเฉินที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิต ซึ่งจะเป็นการช่วยลดภาระงานของหมอไปได้มาก จะได้มีเวลาไปพักมาก มีสติสัมปชัญญะ มีกำลังแรงกายเพิ่มมากขึ้น และได้รับการตรวจจากคุณหมอที่มีกำลังวังชามากขึ้นด้วย

 

นพ.วาโย ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงการลาออกของแพทย์จบใหม่ว่า เป็นการสะท้อนว่าหมอในปัจจุบันนั้นมีค่านิยมแตกต่างกับหมอในยุคก่อน เราจะเห็นว่าหมอในยุคเบบี้บูมเมอร์ ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหนก็อดทนยอมทุกอย่าง เพื่อสร้างครอบครัว สร้างฐานะได้อย่างเต็มที่ แต่หมอในยุคปัจจุบันนั้นจะมองหา Work-Life Balance เวลาทำงานทำเต็มที่ แต่จะต้องมีเวลาพักผ่อน มีเวลาให้กับตัวเอง และไม่สามารถที่จะไปโยนภาระไปตีตราคุณหมอเป็นรายบุคคลได้ แต่เป็นแนวคิดที่เป็นไปตามยุคของโลกาภิวัตน์ 

 

“หมอเองก็ควรที่จะต้องดูแลตัวเอง หากเรามีดูอายุขัยของหมอก็จะพบว่า โดยเฉลี่ยอายุขัยของเพศชายในประเทศไทยนั้นไม่เกิน 60 ปี ก็จะเสียชีวิตจากการโหมทำงานหนักโดยที่ไม่ได้ดูแลสุขภาพของตนเอง ดังนั้นคงจะต้องมีการปรับเรื่องการทำงานต่างๆ การทำงานมากจนเกินไป ความก้าวหน้าในสายอาชีพ

 

“ถึงเวลาที่จะต้องกางข้อมูลกันจริงๆ เรียงลำดับความสำคัญการแก้ปัญหา อันไหนที่แก้ปัญหาไปพร้อมกันได้ก็ควรจะแก้ไปพร้อมกัน แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหาโดยการคิดไปเองหรือการแก้ปัญหาแบบสุ่ม” นพ.วาโย กล่าวทิ้งท้ายถึงปัญหาการเกิดภาระงานหนักเกินไปจนส่งผลกระทบให้ขาดแคลนบุคลากรในวงการแพทย์ของประเทศไทย

The post Work ไร้ Balance หมอลาออก ขาดแคลนแพทย์ ปัญหาที่ต้องแก้ให้ถูกจุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: หมอไม่ทน! ‘คนไม่พอ-งานหนัก-ตอบแทนน้อย’ ปัญหาเดิมที่ยังแก้ไขไม่ได้ | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow070666/ Wed, 07 Jun 2023 12:46:25 +0000 https://thestandard.co/?p=800391 แพทย์ งานหนัก

หมอไม่ทน! ‘คนไม่พอ-งานหนัก-ตอบแทนน้อย’ ปัญหาเดิมที่ยังแ […]

The post ชมคลิป: หมอไม่ทน! ‘คนไม่พอ-งานหนัก-ตอบแทนน้อย’ ปัญหาเดิมที่ยังแก้ไขไม่ได้ | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ งานหนัก

หมอไม่ทน! ‘คนไม่พอ-งานหนัก-ตอบแทนน้อย’ ปัญหาเดิมที่ยังแก้ไขไม่ได้

 

คุยกับ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

นพ.ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองคาย

 

และ พญ.ชุตินาถ ชินอุดมพร ตัวแทนจากสหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ ออฟ พลวุฒิ สงสกุล วันที่ 7 มิถุนายน 2566 เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

The post ชมคลิป: หมอไม่ทน! ‘คนไม่พอ-งานหนัก-ตอบแทนน้อย’ ปัญหาเดิมที่ยังแก้ไขไม่ได้ | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน แถลงการณ์ปมหมอลาออก ชี้ ‘สธ.’ แจงได้น่าผิดหวัง ฝากถึง รมต.คนใหม่ ต้องเรียนรู้ข้อผิดพลาด คืนความเป็นมนุษย์ให้แพทย์ https://thestandard.co/medical-practitioners-union-doctor-resigned/ Wed, 07 Jun 2023 05:59:15 +0000 https://thestandard.co/?p=800237 สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน

วันนี้ (7 มิถุนายน) สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน ออกแถลงการณ […]

The post สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน แถลงการณ์ปมหมอลาออก ชี้ ‘สธ.’ แจงได้น่าผิดหวัง ฝากถึง รมต.คนใหม่ ต้องเรียนรู้ข้อผิดพลาด คืนความเป็นมนุษย์ให้แพทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน

วันนี้ (7 มิถุนายน) สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน ออกแถลงการณ์กรณีประกาศลาออกจากราชการกระทรวงสาธารณสุขของ พญ.นภสร วีระยุทธวิไล หรือ ปุยเมฆ ที่กำลังเป็นประเด็นทางสังคม จนถึงการแถลงข่าวในวันที่ 6 มิถุนายน 2566 ซึ่งจัดโดยกระทรวงสาธารณสุขว่า ทางสหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงานขอขอบคุณทางกระทรวงสาธารณสุขที่มีการตอบสนองต่อกระแสดังกล่าว และเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันในด้านปัญหาการขาดแคลนแพทย์, การสูญเสียแพทย์ออกจากระบบ และการให้บริการภาครัฐอย่างต่อเนื่องจากสาเหตุภาระงานมากเกินศักยภาพ ทั้งจำนวนชั่วโมงที่ติดต่อกันนานสูงสุดมากกว่า 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมถึงค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสมกับภาระงานที่แพทย์ต้องรับผิดชอบ ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้ยอมรับถึงปัญหาและข้อจำกัดต่างๆ แก่สาธารณชนในวันนี้

 

ในแถลงการณ์ระบุว่า การทำงานเป็นระยะเวลาต่อเนื่องมากกว่า 80 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ นอกจากจะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตของผู้ป่วย ยังเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางภาครัฐได้มองข้ามความสำคัญ ทำให้ปัญหาส่วนนี้ฝังรากลึกในระบบสาธารณสุขไทยมาเป็นระยะเวลานาน การแถลงถึงข้อจำกัดและการแก้ไขปัญหาโดยปราศจากความชัดเจน 

 

อีกทั้งยังไม่ได้พูดถึงปัญหาหลักอย่างการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร การแก้ไขปัญหาเรื่องความโปร่งใสในการจัดสรรภาระงาน หรือการเพิ่มการเข้าถึงการบริการสุขภาพในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่โรงพยาบาล ถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก 

 

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงานได้พยายามเชิญรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเพื่อเข้าร่วมการประชุมและหาทางออกร่วมกันจากหลายภาคส่วน แต่ไม่ได้รับการตอบกลับมาแต่อย่างใด จนถึงวันนี้ พวกเราแพทย์กลับได้คำตอบเพียงว่า ปัญหาเหล่านั้นอยู่นอกเหนือความสามารถของกระทรวงที่จะปรับเปลี่ยนเรื่องค่าตอบแทนและตำแหน่งเพิ่มเติมที่เหมาะสมให้กับแพทย์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่งในฐานะผู้บริหารระบบสาธารณสุขของประเทศ

 

ทางสหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงานขอยืนหยัดเคียงข้างแพทย์ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ไม่ว่ากี่รัฐบาลจะเปลี่ยนผ่าน เราจะต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมและการกดขี่ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย จนกว่าวิชาชีพของพวกเราจะสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้โดยปราศจากความกังวลและแรงกดดันจากการทำงานที่ถูกกดขี่อย่างไม่เป็นธรรม 

 

ทั้งนี้ ทางสหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ว่าที่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขคนถัดไปจะเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากความพยายามในการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์ที่ขัดขวางการพัฒนาวงการแพทย์และระบบสาธารณสุขไทย โดยยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นที่ตั้ง หยุดเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วย คืนความเป็นมนุษย์ให้แพทย์และบุคลากรสาธารณสุขทุกวิชาชีพ

The post สหภาพแพทย์ผู้ปฏิบัติงาน แถลงการณ์ปมหมอลาออก ชี้ ‘สธ.’ แจงได้น่าผิดหวัง ฝากถึง รมต.คนใหม่ ต้องเรียนรู้ข้อผิดพลาด คืนความเป็นมนุษย์ให้แพทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. ยอมรับขาดแคลนแพทย์สะสมมานาน เผยแพทย์ 1 คน ดูแลประชาชน 2,000 คน https://thestandard.co/shortage-of-medical-doctors/ Wed, 07 Jun 2023 01:09:36 +0000 https://thestandard.co/?p=800099

วานนี้ (6 มิถุนายน) ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี […]

The post สธ. ยอมรับขาดแคลนแพทย์สะสมมานาน เผยแพทย์ 1 คน ดูแลประชาชน 2,000 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (6 มิถุนายน) ที่กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย พญ.พิมพ์เพชร สุขุมาลไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท แถลงข่าวปัญหาขาดแคลนแพทย์ในระบบสาธารณสุข หลังจากกระแสข่าวเรื่องแพทย์ลาออกจำนวนมาก ว่าปัญหาเรื่องขาดแคลนกำลังคนในระบบสาธารณสุขเกิดขึ้นทั้งวิชาชีพแพทย์ และวิชาชีพอื่นๆ เช่น พยาบาล นักรังสีการแพทย์ ฯลฯ โดยในส่วนของแพทย์อยู่ในระบบของกระทรวงสาธารณสุข 24,649 คน คิดเป็น 48% ของแพทย์ทั้งประเทศ ต้องดูแลประชากรประมาณ 75-80% คิดเป็นสัดส่วนแพทย์ต่อประชากร 1 ต่อ 2,000 คน ถือเป็นภาระงานที่ค่อนข้างหนัก 

 

นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อไปว่า กำลังการผลิตแพทย์ภาครัฐและเอกชนรวมกันได้ปีละ 3,300 คน จำนวนนี้ 1 ใน 3 เป็นการผลิตของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนการจัดสรรจะมีคณะกรรมการพิจารณาจัดสรรฯ (Consortium) และมีหน่วยงานรับจัดสรรหลายสังกัด ทั้งนี้ จากการศึกษาแผนปฏิรูปกำลังคนและภารกิจบริการด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข ระหว่างปี 2561-2570 พบว่าต้องการแพทย์เข้าสู่ระบบปีละ 2,055 คน แต่ได้รับการจัดสรรประมาณปีละ 1,800-1,900 คน โดยปี 2566 มีผู้สำเร็จการศึกษา 2,759 คน ได้รับการจัดสรร 1,960 คน ที่เหลือจัดสรรให้กระทรวงกลาโหม คณะแพทยศาสตร์ 6 แห่งในภูมิภาคและส่วนราชการหน่วยงานต่างๆ สอดคล้องกับจำนวนแพทย์เพิ่มพูนทักษะหรือแพทย์อินเทิร์นที่แพทยสภากำหนดให้ฝึกทักษะในโรงพยาบาล 117 แห่ง ซึ่งปี 2565 ศักยภาพในการรับอยู่ที่ 3,128 คน แต่ได้รับจัดสรร 2,150 คน คิดเป็น 68.7% 

 

สำหรับเรื่องภาระงานมาก จากการสำรวจช่วงวันที่ 15-30 พฤศจิกายน 2565 โรงพยาบาลที่ปฏิบัติงานมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มี 65 แห่ง แบ่งเป็น มากกว่า 64 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 9 แห่ง มากกว่า 59 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 4 แห่ง มากกว่า 52 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 11 แห่ง มากกว่า 46 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 18 แห่ง และมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 23 แห่ง ได้มีการวางแผนแก้ไขเป็นระยะ 3, 6, 9, 12 เดือน สามารถลดชั่วโมงการทำงานได้แล้ว 20 แห่ง 

 

ส่วนข้อมูลการลาออกของแพทย์ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2556-2565) พบว่า มีการบรรจุแพทย์รวม 19,355 คน แพทย์ใช้ทุนปีแรกลาออก 226 คน คิดเป็น 1.2% เฉลี่ยปีละ 23 คน ซึ่งจำนวนค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีข้อกำหนดให้แพทย์ต้องผ่านการเพิ่มพูนทักษะก่อนไปศึกษาต่อ, แพทย์ใช้ทุนปี 2 ลาออก 1,875 คน คิดเป็น 9.69% เฉลี่ยปีละ 188 คน กลุ่มนี้จะมากสุดเนื่องจากสามารถไปศึกษาต่อได้แล้ว, แพทย์ใช้ทุนปี 3 ลาออก 858 คน คิดเป็น 4.4% เฉลี่ยปีละ 86 คน และแพทย์ลาออกหลังใช้ทุนครบ 1,578 คน คิดเป็น 8.1% เฉลี่ยปีละ 158 คน รวมแพทย์ลาออกปีละ 455 คน รวมกับแพทย์ที่เกษียณปีละ 150-200 คน จึงมีแพทย์ออกจากระบบปีละ 655 คน ซึ่งหากดูแพทย์ที่คงอยู่ในระบบพบว่า แพทย์ของโครงการร่วมผลิตแพทย์เพิ่มเพื่อชาวชนบท (CPIRD) จะคงอยู่ในระบบได้มากถึง 80-90% เนื่องจากเป็นการคัดเลือกนักศึกษาแพทย์จากคนในพื้นที่

 

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า สำหรับการดูแลบุคลากรในสังกัดทุกวิชาชีพเน้น 4 เรื่อง ซึ่งดำเนินการมาตลอด คือ

 

  1. การเพิ่มค่าตอบแทน มีการหารือกับกรมบัญชีกลางเพื่อขอปรับเพิ่มค่าตอบแทนต่างๆ ให้สอดคล้องกับภาระงานและเศรษฐกิจ

 

  1. สวัสดิการ ทั้งเรื่องที่พัก สภาพแวดล้อม ความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ 

 

  1. ความก้าวหน้าในการทำงาน ได้หารือกับ ก.พ. เรื่องกรอบอัตรากำลัง การกำหนดตำแหน่งสูงขึ้น

 

  1. เรื่องภาระงาน ยังต้องผลิตแพทย์และขอรับการจัดสรรเพิ่มเพื่อมาเติมในระบบ โดยกรอบอัตรากำลังใหม่ที่ประกาศใช้ปี 2565-2569 

 

ในปี 2569 กำหนดอัตราแพทย์ 35,000 คน รวมทั้งมีการหารือกับ ก.พ. ในการบริหารกำลังคนรูปแบบใหม่ๆ และการจ้างงานที่หลากหลาย

The post สธ. ยอมรับขาดแคลนแพทย์สะสมมานาน เผยแพทย์ 1 คน ดูแลประชาชน 2,000 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: 1992 Old Doc เส้นขนาน หมอ และดนตรี ที่มาบรรจบกัน Hospital Playlist เมืองไทย https://thestandard.co/1992-old-doc/ Fri, 06 Jan 2023 14:00:30 +0000 https://thestandard.co/?p=733727 วง Old Doc

Old Doc วงดนตรี เพื่อน-พี่-น้อง กลุ่มแพทย์หลายแขนง ที่ร […]

The post ชมคลิป: 1992 Old Doc เส้นขนาน หมอ และดนตรี ที่มาบรรจบกัน Hospital Playlist เมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
วง Old Doc

Old Doc วงดนตรี เพื่อน-พี่-น้อง กลุ่มแพทย์หลายแขนง ที่รวมตัวกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ปี 1992 เป็นเวลานานกว่า 30 ปีแล้ว ปัจจุบันแม้จะต้องทำงานที่โรงพยาบาลอย่างหนัก ทั้งรักษาผู้ป่วยและทำงานบริหารในโรงพยาบาล แต่ก็ยังรวมตัวกันซ้อมดนตรีที่บ้านย่านพหลโยธินในช่วงกลางดึกหลังเลิกงาน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ซึ่งเหมือนฉากหนึ่งในซีรีส์ยอดนิยมของเกาหลีใต้อย่าง Hospital Playlist 

 

Old Doc ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จากการไปเล่นดนตรีที่กลางสยามสแควร์ Walking Street สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Old Doc เป็นขวัญใจชาวโลกออนไลน์ คือการที่มีหมอ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาชีพที่หลายคนมองว่าเป็นอาชีพที่น่าจะยุ่ง และทำงานหนักมารวมตัวกัน ทั้งหมอสูติฯ หมอศัลย์ฯ หมอเด็ก หมอกระดูก หมอสมอง เพื่อสร้างความสุขให้แก่ทุกคนที่ผ่านไปสยามในวันนั้น พร้อมทั้งมองว่าเป็น Hospital Playlist สาขาไทย

 

THE STANDARD ชวนผู้อ่าน ผู้ติดตามไปทำความรู้จักแก๊งเพื่อน-พี่-น้องคุณหมอ วง Old Doc ผู้รักดนตรี และลงทุนทำห้องซ้อมกว่า 3 แสนบาท

 

 

เรื่อง: ภัทรดา มณี

วิดีโอ: ทศพล บุญคง, ธนกร ศักดิ์มณีกุล

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร 

The post ชมคลิป: 1992 Old Doc เส้นขนาน หมอ และดนตรี ที่มาบรรจบกัน Hospital Playlist เมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Old Doc 1992’ เส้นขนาน ‘หมอและดนตรี’ ที่มาบรรจบกัน Hospital Playlist เมืองไทย https://thestandard.co/old-doc-band-quote/ Fri, 06 Jan 2023 07:25:49 +0000 https://thestandard.co/?p=733565

Old Doc วงดนตรีเพื่อน-พี่-น้อง กลุ่มแพทย์หลายแขนง ที่รว […]

The post ‘Old Doc 1992’ เส้นขนาน ‘หมอและดนตรี’ ที่มาบรรจบกัน Hospital Playlist เมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

Old Doc วงดนตรีเพื่อน-พี่-น้อง กลุ่มแพทย์หลายแขนง ที่รวมตัวกันเล่นดนตรีตั้งแต่เรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยตั้งแต่ปี 1992 เป็นเวลานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันแม้จะต้องทำงานอย่างหนักจากโรงพยาบาล ทั้งรักษาผู้ป่วยและทำงานบริหารในโรงพยาบาล แต่ก็ยังรวมตัวกันซ้อมดนตรีที่บ้านย่านพหลโยธินในช่วงกลางดึกหลังเลิกงานสัปดาห์ละ 1 วัน ซึ่งเป็นภาพที่เหมือนฉากหนึ่งของซีรีส์ยอดนิยมของเกาหลีอย่าง Hospital Playlist 

 

THE STANDARD ชวนผู้อ่านไปทำความรู้จักแก๊งเพื่อน-พี่-น้องคุณหมอวง Old Doc ที่รวมหมอหลายแผนกมาอยู่ในที่เดียวกัน ทั้งสูตินรีแพทย์ ศัลยแพทย์ กุมารแพทย์ และศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ สร้างความสุขผ่านเสียงเพลง และลงทุนทำห้องซ้อมกว่า 3 แสนบาท

 

คลิกอ่าน: ‘Old Doc 1992’ เส้นขนาน ‘หมอและดนตรี’ ที่มาบรรจบกัน Hospital Playlist เมืองไทย

 

“พวกเราไม่ใช่หมอที่มาเล่นดนตรี แต่จริงๆ แล้วเป็นนักดนตรีที่มาเรียนหมอ”

 

นพ.เขษม์ชัย เสือวรรณศรี อายุรแพทย์สาขาประสาทวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มือกลองประจำวง Old Doc

 

“เราเริ่มเล่นเพราะเราจะทำวงเพื่อประกวดกัน เราแข่งมาหลายเวที ตำแหน่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือ ได้ที่ 3 บนเวที Coke Music Awards ตอนปี 1992 ตอนนั้นวง Moderndog ได้ที่ 1 และวง Smile Buffalo ได้ที่ 2”

 

นพ.ธเนศ พัวพรพงษ์ ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลวิภาวดี มือกีตาร์ประจำวง Old Doc 

 

“การทำห้องซ้อมไม่ได้ยาก แค่เอาของมากองๆ กันไว้ก็เล่นได้ เราก็เลยเริ่มทำตั้งแต่ตอนนั้น เริ่มจากห้องกินข้าว แล้วเอาเครื่องดนตรีมากองๆ กัน”

 

นพ.ธเนศ พัวพรพงษ์ ศัลยแพทย์ โรงพยาบาลวิภาวดี มือกีตาร์ประจำวง Old Doc

 

“ส่วนหนึ่งพอเรามีใจ เราก็ต้องพยายามหาเวลาไปกับมัน เป็นการจัดระเบียบความสำคัญอีกขั้นหนึ่ง”

 

นพ.กิติพจน์ งามละเมียด ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ มือเบสประจำวง Old Doc

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต 

“เรื่องของดนตรีมีทุกวิชาชีพ ไม่เว้นแม้กระทั่งอาชีพของเรา” 

 

นพ.กิติพจน์ งามละเมียด ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ มือเบสประจำวง Old Doc

 

“เวลาที่เล่นกับวงนี้ เราก็ไม่ได้มองว่าจะต้องอยู่ถึงอายุเท่านี้แล้วก็จะขอออก เราอยู่ตรงนี้ด้วยใจจริงๆ เหมือนเป็นคนในครอบครัว เราก็จะไม่ได้คิดหรอกว่าวันหนึ่งเราจะออกจากครอบครัวนี้เมื่อไร”

 

บัวบูชา ปุณณนันท์ ผู้ประกาศข่าวช่อง 7HD นักร้องนำวง Old Doc

 

“ไม่ได้หวังเงินทองหรือชื่อเสียง แต่อยากให้คนรู้ว่าเราก็มีความสามารถด้านนี้ เราก็รักดนตรี ถ้าวงเป็นที่รู้จักแล้ว ถ้าผมจะตายก็ตายตาหลับ”

 

นพ.สมนิมิตร เหลืองรัศมีรุ่ง สูตินรีแพทย์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล นักร้องนำวง Old Doc

The post ‘Old Doc 1992’ เส้นขนาน ‘หมอและดนตรี’ ที่มาบรรจบกัน Hospital Playlist เมืองไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สื่อนอกเผย แพทย์และพยาบาลจีนยังต้องทำงานแม้ติดโควิด หลังยอดติดเชื้อในประเทศพุ่ง https://thestandard.co/chinese-doctors-nurses-covid-work/ Thu, 15 Dec 2022 10:40:41 +0000 https://thestandard.co/?p=724234

สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่การแ […]

The post สื่อนอกเผย แพทย์และพยาบาลจีนยังต้องทำงานแม้ติดโควิด หลังยอดติดเชื้อในประเทศพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่การแพทย์และโพสต์ที่แพร่สะพัดบนโลกโซเชียลของจีนว่า แพทย์และพยาบาลจีนเริ่มติดโควิดมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่บางคนถูกขอให้ทำงานต่อไปแม้จะติดเชื้ออยู่ก็ตาม

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพกล่าวว่า การที่จีนประกาศผ่อนคลายมาตรการสกัดโควิดแบบกะทันหัน มีแนวโน้มที่จะทำให้ยอดผู้ป่วยหนักเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ขณะที่สถานการณ์ของโรงพยาบาลในหลายเมืองใหญ่เริ่มมีผู้ป่วยมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้การบริการติดขัด โดยภาพจากโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นคนไข้ในกรุงปักกิ่งและเมืองเป่าติ้งต้องรอนานหลายชั่วโมงกว่าจะได้รับการรักษา 

 

แพทย์จากกรุงปักกิ่งรายหนึ่งเปิดเผยว่า โรงพยาบาลบางแห่งในกรุงปักกิ่งมีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อมากถึง 80% โดยหลายคนยังถูกขอให้ทำงานต่อไป เพราะโรงพยาบาลกำลังขาดแคลนเจ้าหน้าที่อย่างหนัก ส่วนในโรงพยาบาลที่เขาทำงานอยู่นั้นได้ประกาศยกเลิกการผ่าตัดทั้งหมด ยกเว้นกรณีที่มีผู้ป่วยหนักถึงขั้นใกล้เสียชีวิตจึงจะมีการดำเนินการให้

 

นายแพทย์คนหนึ่งซึ่งทำงานในมณฑลเสฉวนให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้โรงพยาบาลของเขามีผู้ป่วยล้นหลาม โดยมีผู้ที่มีไข้มาเข้ารับการรักษามากถึง 700-800 คนต่อวัน

 

“ยารักษาอาการไข้และหวัดใกล้หมดสต๊อก ตอนนี้กำลังรอการจัดส่งเวชภัณฑ์จากซัพพลายเออร์เพิ่มเติม มีพยาบาล 2-3 คนที่แผนกตรวจไข้มีผลตรวจโควิดเป็นบวก แต่กลับไม่มีมาตรการป้องกันพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และผมเชื่อว่าพวกเราหลายคนจะติดเชื้อในไม่ช้า” เขากล่าวเสริม

 

เบน คาวลิง นักระบาดวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าวว่า ปัญหาทรัพยากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอที่จะรับมือกับผู้ป่วยโควิดล้นหลาม เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในฮ่องกงเพิ่มขึ้น หลังยอดติดโควิดพุ่งถึงจุดพีคเมื่อต้นปี และเขาเตือนว่า สถานการณ์เดียวกันนี้กำลังจะเกิดขึ้นในจีน

 

“สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ฮ่องกงมีอัตราการเสียชีวิตจากโควิดสูง เป็นเพราะเราไม่มีทรัพยากรในโรงพยาบาลมากพอที่จะรับมือกับยอดผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และโชคร้ายที่นั่นจะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ในอีกประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้า” คาวลิงกล่าว

 

ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น จอห์น เคอร์บาย โฆษกด้านความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว ได้กล่าววานนี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมที่จะช่วยเหลือจีนควบคุมโรคระบาดหากจีนร้องขอ แต่ถึงเช่นนั้นจีนก็ยังไม่ได้ระบุว่าตนเองต้องการรับความช่วยเหลือในขณะนี้

 

แฟ้มภาพ: Kevin Frayer/Getty Images

 

อ้างอิง:

 

The post สื่อนอกเผย แพทย์และพยาบาลจีนยังต้องทำงานแม้ติดโควิด หลังยอดติดเชื้อในประเทศพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินไฟเขียว เพิ่มค่าตอบแทนทีมแพทย์-บุคลากรสาธารณสุข 10 กลุ่ม https://thestandard.co/increase-compensation-medical-team/ Wed, 23 Nov 2022 12:29:40 +0000 https://thestandard.co/?p=714446

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) ที่กระทรวงสาธารณสุข อนุทิน ชาญวีร […]

The post อนุทินไฟเขียว เพิ่มค่าตอบแทนทีมแพทย์-บุคลากรสาธารณสุข 10 กลุ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 พฤศจิกายน) ที่กระทรวงสาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าในการขึ้นค่าตอบแทนของบุคลากรด้านการสาธารณสุขของกระทรวงฯ ว่า นับตั้งแต่ที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เสนอเรื่องมา ตนไม่เคยนิ่งนอนใจ

 

พร้อมทั้งได้สอบถามว่าต้องใช้งบกลางหรือไม่ ซึ่ง นพ.โอภาส บอกว่าไม่ต้อง เพราะเป็นงบบริหารจัดการในกระทรวงฯ อย่างเงินบำรุง ได้สั่งการไปแล้ว ให้ลุยได้เต็มสูบเพราะนี่เป็นประโยชน์ เงินบำรุงที่มีไว้ต้องเอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช่โชว์ยอดในบัญชีธนาคารเท่านั้น

 

“นี่ไม่ใช่ของขวัญปีใหม่ แต่นี่คือการตอบแทนความทุ่มเทเสียสละของบุคลากร เราไม่ต้องไปบอกว่านี่เป็นของขวัญ ตราบใดที่ถึงเวลาอันควร และองค์กรหรือหน่วยงานคือกระทรวงสาธารณสุขสามารถบริหารงบประมาณได้ โดยไม่มีผลกระทบการทำงานหรือประสิทธิภาพประชาชน นี่คือขวัญกำลังใจของบุคลากรที่มีตั้ง 3-4 แสนคนของกระทรวง” อนุทินระบุ

 

แหล่งข่าวระดับสูงกล่าวถึงการพิจารณาปรับค่าตอบแทนตามหลักการว่า ปรับอัตราค่าตอบแทนการปฏิบัติงานลักษณะเป็นเวรหรือเป็นผลัด (OT) ขึ้นร้อยละ 8 และปรับค่าตอบแทนเฉพาะผลัดบ่ายหรือผลัดดึกที่เสมือนเป็นการปฏิบัติราชการในเวลาราชการปกติ ขึ้นร้อยละ 50 โดยมีข้อเสนอปรับค่าตอบแทนแต่ละวิชาชีพ ดังนี้

  1. แพทย์ ทันตแพทย์ จากเดิม 1,100 บาท เป็น 1,200 บาทต่อผลัด
  2. เภสัชกร จากเดิม 720 บาท เป็น 780 บาทต่อผลัด
  3. นักวิทยาศาสตร์ พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการทางด้านสาธารณสุข จาก 600 บาท เป็น 650 บาทต่อผลัด 
  4. พยาบาลผลัดบ่าย/ผลัดดึก จากเดิมได้รับเพิ่ม 240 บาทก็ปรับเพิ่มเป็น 360 บาทต่อผลัด
  5. พยาบาลเทคนิค เจ้าพนักงานสาธารณสุข เจ้าพนักงานเทคนิค จากเดิม 480 บาท เป็น 520 บาทต่อผลัด 
  6. พยาบาลเทคนิคผลัดบ่าย/ผลัดดึก จากเดิมได้รับเพิ่ม 180 บาท ปรับเพิ่มเป็น 270 บาทต่อผลัด
  7. เจ้าหน้าที่พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่เทคนิค จากเดิม 360 บาท เป็น 390 บาทต่อผลัด 
  8. เจ้าหน้าที่พยาบาลผลัดบ่าย/ผลัดดึก จากเดิมได้รับเพิ่ม 145 บาท ปรับเพิ่มเป็น 255 บาทต่อผลัด
  9. เจ้าหน้าที่อื่นๆ ตามวุฒิ จากเดิม 360-600 บาท เป็น 650 บาท 
  10. ลูกจ้างตำแหน่งอื่นๆ จากเดิม 300 บาท เป็น 330 บาท 

 

ทั้งนี้ สำหรับบุคลากรที่ไม่เข้าเกณฑ์ค่าตอบแทนฉบับนี้ จะมีการพิจารณาเพิ่มเติมให้ครอบคลุมต่อไป

The post อนุทินไฟเขียว เพิ่มค่าตอบแทนทีมแพทย์-บุคลากรสาธารณสุข 10 กลุ่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์ 1,363 คนเข้าชื่อ ออกแถลงการณ์ขอรัฐบาลปิดสุญญากาศเสรีกัญชา หลังสภาลงมติถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา https://thestandard.co/close-free-marijuana-in-vacuum-conditions/ Mon, 19 Sep 2022 03:08:09 +0000 https://thestandard.co/?p=683348 กัญชาเสรี

วันนี้ (19 กันยายน) แพทย์ทั่วประเทศไทย เข้าชื่อ 1,363 ร […]

The post แพทย์ 1,363 คนเข้าชื่อ ออกแถลงการณ์ขอรัฐบาลปิดสุญญากาศเสรีกัญชา หลังสภาลงมติถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัญชาเสรี

วันนี้ (19 กันยายน) แพทย์ทั่วประเทศไทย เข้าชื่อ 1,363 รายชื่อออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ปิดกัญชาเสรีในสภาวะสุญญากาศทันที โดยระบุว่า​เนื่องจากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 พ.ศ. 2565 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมาได้กำหนดให้พืชกัญชาไม่เป็นยาเสพติด แต่ ณ ปัจจุบันยังคงไม่มีนโยบายควบคุมการใช้กัญชารวมถึงแนวทางการบังคับใช้กฎหมายในการควบคุมอย่างครอบคลุมและปลอดภัย จนอาจเรียกได้ว่าประเทศไทยมีเสรีกัญชามากที่สุดในโลกมายาวนานกว่า 3 เดือนแล้ว 

 

ส่งผลให้มีการใช้กัญชาเชิงนันทนาการอย่างแพร่หลายในชุมชน นำไปสู่การเข้าถึงการใช้กัญชาของเด็กและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งผิดไปจากเหตุผลของการออกนโยบายกัญชาเสรีที่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องเคยกล่าวอ้างว่า ต้องการให้ประชาชนได้เข้าถึงกัญชาทางการแพทย์มากขึ้น นอกจากนี้ การใช้กัญชาโดยปราศจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์นั้นมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนมากมายว่าส่งผลกระทบต่อร่างกายและการเจริญเติบโตของสมองในเด็กและวัยรุ่นอย่างมาก สถานการณ์ในปัจจุบันจึงนับเป็นภัยคุกคามต่อระบบสาธารณสุขและสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างแท้จริง

 

​แพทย์ทั่วประเทศไทย 1,363 รายชื่อ ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขของประเทศไทย เล็งเห็นถึงความรุนแรงและเร่งด่วนของปัญหาที่เกิดขึ้น จึงขอสนับสนุนข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายกัญชาของประเทศไทยโดยแพทยสภา แพทยสมาคม ราชวิทยาลัยต่างๆ และวิทยาลัยที่ออกประกาศในวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565 

 

รวมทั้งขอเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องปิดภาวะกัญชาเสรีในทันที โดยไม่ควรรอการประกาศใช้พระราชบัญญัติควบคุมกัญชาและกัญชงที่จะมีในอนาคต เนื่องจากต้องใช้เวลาในพิจารณาข้อกฎหมายตามระบบระเบียบเป็นเวลานานและการรั้งรอจะยิ่งสร้างความเสียหายต่อเนื่องกับประเทศชาติในวงกว้าง จึงควรพิจารณาหยุดภัยคุกคามทางสาธารณสุขครั้งนี้โดยเร็วที่สุด และดำเนินการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนตามหลักการ ‘Primum non nocere / First, do no harm’ เป็นสำคัญ

The post แพทย์ 1,363 คนเข้าชื่อ ออกแถลงการณ์ขอรัฐบาลปิดสุญญากาศเสรีกัญชา หลังสภาลงมติถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอสถสภา x ยันฮี รวมพลังเปิดตัว ‘น้ำกัญชายันฮี น้ำดื่มอารมณ์ดี’ คิดค้นโดยทีมแพทย์ ตอบโจทย์เทรนด์ดูแลสุขภาพ สร้างทางเลือกให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องรับมือกับความกดดันและเผชิญความท้าทายในการทำงาน [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/osotspa-yanhee-hemp-juice/ Fri, 10 Jun 2022 08:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=635994 โอสถสภา x ยันฮี

ถึงเวลาที่ โอสถสภา แบรนด์เครื่องดื่มบำรุงกำลังอันดับ 1 […]

The post โอสถสภา x ยันฮี รวมพลังเปิดตัว ‘น้ำกัญชายันฮี น้ำดื่มอารมณ์ดี’ คิดค้นโดยทีมแพทย์ ตอบโจทย์เทรนด์ดูแลสุขภาพ สร้างทางเลือกให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องรับมือกับความกดดันและเผชิญความท้าทายในการทำงาน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
โอสถสภา x ยันฮี

ถึงเวลาที่ โอสถสภา แบรนด์เครื่องดื่มบำรุงกำลังอันดับ 1 ของคนไทย ที่มีความแข็งแกร่งในการทำการตลาดและเครือข่ายจัดจำหน่าย และโรงพยาบาลยันฮี ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์เพื่อสุขภาพและความงาม ซึ่งมีประสบการณ์จากศูนย์รักษาโรคด้วยกัญชา แหล่งการแพทย์ที่นำร่องการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ในการรักษา จับมือกันผนึกกำลังความเชี่ยวชาญท้าชิงตลาดเครื่องดื่มผสมกัญชาด้วย ‘น้ำกัญชายันฮี’ ชูจุดเด่น น้ำดื่มอารมณ์ดี สดชื่นสบายๆ สุขภาพดีได้ทุกวัน มั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัย เพราะคิดค้นสูตรโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สกัดจากใบกัญชาแท้ออร์แกนิก พร้อมวิตามินบี 12 ตอบโจทย์เทรนด์ดูแลสุขภาพยุคโควิด-19 และไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

 

กัญชาดีอย่างไร ทำไมแบรนด์ยักษ์ใหญ่ถึงสนใจ

หากพูดถึงเทรนด์ Health & Wellness โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทั้งฝุ่น PM2.5 และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยิ่งกระตุ้นให้คนหันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น  ประกอบกับผลสำรวจการตรวจเช็กสุขภาพใจ (Mental Health Check In) ของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ผ่านช่องทางเว็บไซต์ วัดใจ ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน 2565 พบว่าคนไทยมีความสุขน้อยลง มีปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มสูงขึ้น โดยมีแนวโน้มเครียดสูง 7.52%, เสี่ยงซึมเศร้า 8.88%, มีภาวะหมดไฟ 4.16% และเสี่ยงฆ่าตัวตาย 4.90%  

 

 

น้ำกัญชายันฮี

 

พญ.สิรินทรา สัมฤทธิวณิชชา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช เผยว่า “การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เป็นการอุบัติใหม่ของโรคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเฉียบพลันและยาวนาน ส่งผลให้คนทั่วโลกต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ ขาดการทำกิจกรรมพบปะสังสรรค์ ปัญหาทางเศรษฐกิจการเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีการสูญเสียคนรัก สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนฝูง ก่อให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่ดำเนินต่อเนื่องยาวนาน มีข้อมูลจากงานวิจัยพบว่า ในระยะแรกของการระบาด ประชาชนมีความเครียดสูงขึ้น และค่อยๆ ลดลงแม้จะยังอยู่ในช่วงระบาด แสดงถึงความยืดหยุ่นความสามารถในการปรับตัวของมนุษย์ แม้ความเครียดจะน้อยลงกว่าช่วงระยะแรกของการระบาด แต่ยังคงส่งผลต่ออารมณ์จิตใจอยู่มากทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงควรที่จะดูแลสภาพจิตใจของตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น”

 

เมื่อคนเริ่มมองหาทางออกของสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นจังหวะเหมาะเจาะกับที่กัญชาได้รับการปลดล็อกจากการเป็นสารเสพติด เปิดทางให้ประเทศไทยสามารถใช้กัญชาเป็นส่วนผสมในอาหาร จึงส่งผลให้ความนิยมของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแบรนด์ยักษ์ใหญ่ก็ไม่มีใครยอมตกขบวน ต่างโดดเข้าร่วมวงส่งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผสมกัญชาออกสู่ตลาดมากขึ้นด้วยเช่นกัน 

 

 

น้ำกัญชายันฮี

 

ไขคุณประโยชน์ของ ‘น้ำกัญชา’ ทางเลือกของคนรักสุขภาพ

นพ.สรรพสิทธิ์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้เชี่ยวชาญเครื่องดื่มน้ำกัญชายันฮี จากศูนย์รักษาโรคด้วยกัญชา โรงพยาบาลยันฮี เผยว่า “กัญชาเป็นหนึ่งในพืชที่มีสารแคนนาบินอยด์ ซึ่งนำมาใช้เป็นสรรพคุณทางยากันอย่างแพร่หลายในยุคหนึ่ง ต่อมาได้มีการศึกษาและวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์สมัยใหม่ ว่ามีฤทธิ์ช่วยผ่อนคลาย ทำให้กัญชาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อประเทศไทยอนุญาตให้ปลูกและนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ ทางโรงพยาบาลยันฮีจึงนำร่องจัดตั้งศูนย์รักษาโรคด้วยกัญชา โดยนำตำรับยากัญชาแผนไทยมาใช้เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบสุขภาพ ลดความวิตกกังวล ช่วยให้หลับได้ดีขึ้น”  

 

นพ.สรรพสิทธิ์ กล่าวถึงประโยชน์ของสารแคนนาบินอยด์ว่า “สารแคนนาบินอยด์ เป็นกลุ่มสารที่สกัดได้จากพืชในตระกูลแคนนาบิสเท่านั้น ในร่างกายของเราก็มีสารแคนนาบินอยด์เหมือนกัน แต่จะทำงานก็ต่อเมื่อผสานเข้ากับตัวรับแคนนาบินอยด์ ที่จะไปกระตุ้นระบบต่างๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งเรียกว่า Endocannabinoid System (ECS) ทำให้เกิดสภาวะสมดุลของร่างกายทั้งหมด ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น รวมทั้งไปควบคุมการทำงานของกระบวนการต่างๆ ของร่างกาย ทั้งอารมณ์ ความจำ ความอยากอาหาร ความเจ็บปวด และระบบภูมิต้านทาน”

 

‘น้ำกัญชายันฮี’ น้ำดื่มอารมณ์ดี สุขภาพดีในทุกวัน  

นอกจากประโยชน์ที่นำมาใช้ทางการแพทย์โดยตรงแล้ว ทีมผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์รักษาโรคด้วยกัญชา โรงพยาบาลยันฮี ยังได้ศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำกัญชายันฮี เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค 

 

น้ำกัญชายันฮี

 

ศึกเครื่องดื่มผสมกัญชาครั้งนี้ ‘โอสถสภา-ยันฮี’ จึงมั่นใจทั้งจุดแข็งและจุดขาย ถ้าวัดกันที่คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นจุดขาย ‘น้ำกัญชายันฮี’ มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบกัญชาออร์แกนิกสายพันธุ์หางกระรอก ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ดีที่สุดในโลก จากฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองให้เป็นแปลงปลูกกัญชาอินทรีย์เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แปลงแรกของเกษตรกรไทย หลังจากคัดสรรใบกัญชาออร์แกนิกที่ได้คุณภาพ ก็นำเข้ากระบวนการสกัดแบบพิเศษเพื่อให้คงสารแคนนาบินอยด์ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายคงไว้ได้มากที่สุด และยังเพิ่มคุณประโยชน์ของวิตามินบี 12 ช่วยเสริมสร้างระบบสมองและประสาทให้ผ่อนคลาย มาพร้อมรสชาติอร่อยและหอมด้วยกลิ่นลาเวนเดอร์, มิกซ์เบอร์รี สูตรไม่มีน้ำตาล อร่อย ดื่มง่าย ดื่มได้ทุกเมื่อที่ต้องการความสดชื่นและผ่อนคลาย ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ หรือคนที่มองหาเครื่องดื่มที่ช่วยผ่อนคลาย แต่ถ้าเป็นเรื่องของจุดแข็งที่จะสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคดื่ม ‘น้ำกัญชายันฮี’ ได้อย่างปลอดภัย ก็ต้องยกให้กับการคิดค้น วิจัย และพัฒนาภายใต้กระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของยันฮี ผ่านการตรวจคุณภาพมาตรฐาน GHP, HACCP และ GMP จากสถาบัน URS รับรองโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พร้อมกับใบอนุญาตการผลิต

 

น้ำกัญชายันฮี

 

“น้ำกัญชายันฮี หากดื่มทุกวันจะช่วยปรับสมดุลของสารแคนนาบินอยด์ในร่างกายได้ดี ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่อาจรู้สึกผ่อนคลาย หรือง่วงจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละบุคคล” นพ.สรรพสิทธิ์กล่าว 

 

ดูเหมือนว่าทิศทางการเติบโตของตลาดกัญชาในเมืองไทยยังไปได้อีกไกล เนื่องจากมุมมองของผู้บริโภคต่อกัญชาเปลี่ยนไป ไม่ได้มองว่าเป็นสารเสพติด หากนำมาใส่ในอาหารหรือผลิตภัณฑ์ภายใต้การควบคุมของปริมาณที่กำหนด ขณะเดียวกันตัวผู้บริโภคเองก็มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับกัญชามากขึ้น และเปิดกว้างที่จะทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทีมีส่วนผสมของกัญชา 

 

โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำดื่มน่าจะได้รับผลตอบรับที่ดี เพราะถูกจัดให้เป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับภาวะความกดดันในชีวิตประจำวัน ทั้งการงานและการเรียน ที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ลดความเครียด อร่อย ดื่มง่าย 

 

น้ำกัญชายันฮี

 

‘น้ำกัญชายันฮี’ น้ำดื่มอารมณ์ดี สุขภาพดีในทุกวัน พร้อมมอบประสบการณ์สดชื่น สบายๆ แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven และ Makro ทุกสาขาทั่วประเทศ 

 

อ้างอิง: 

The post โอสถสภา x ยันฮี รวมพลังเปิดตัว ‘น้ำกัญชายันฮี น้ำดื่มอารมณ์ดี’ คิดค้นโดยทีมแพทย์ ตอบโจทย์เทรนด์ดูแลสุขภาพ สร้างทางเลือกให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องรับมือกับความกดดันและเผชิญความท้าทายในการทำงาน [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
13 มกราคม 2379 หมอบรัดเลย์ผ่าตัดพระภิกษุในสยาม https://thestandard.co/onthisday13012379-2/ Thu, 13 Jan 2022 01:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=581670 Dan Beach Bradley

การรักษาโดยวิธีผ่าตัด เท่าที่มีหลักฐานบันทึก พบการผ่าตั […]

The post 13 มกราคม 2379 หมอบรัดเลย์ผ่าตัดพระภิกษุในสยาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Dan Beach Bradley

การรักษาโดยวิธีผ่าตัด เท่าที่มีหลักฐานบันทึก พบการผ่าตัดในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์นี่เอง เวลานั้นเป็นช่วงที่มิชชันนารีเข้ามาประเทศไทย หนึ่งในมิชชันนารีคือ นพ.แดน บีช แบรดลีย์ หรือที่คนไทยเรียกว่าหมอบรัดเลย์ 

 

การผ่าตัดครั้งที่สร้างชื่อเสียงให้กับหมอบรัดเลย์และการแพทย์สมัยใหม่ของมิชชันนารีคือ การตัดแขนพระภิกษุรูปหนึ่ง เหตุเกิดในงานฉลองวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร (วันที่ 13 มกราคม 2379) เมื่อปืนใหญ่ที่นำไปทำเป็นกระบอกสำหรับจุดไฟพะเนียงหรือพลุ ระเบิดขึ้นในขณะที่จุดชนวน ทำให้มีคนบาดเจ็บล้มตายหลายคน หมอบรัดเลย์ซึ่งมีบ้านอยู่แถวนั้นได้มารักษาคนเจ็บ มีพระรูปหนึ่งได้รับบาดเจ็บจนกระดูกแขนแตกละเอียด จำเป็นต้องตัดแขน เพราะถ้าไม่ตัดออกอาจติดเชื้อ ส่วนเนื้อที่ตายทางการแพทย์ถือว่าเป็นพิษ วิธีการตัดแขนตัดขาไม่เป็นที่ยอมรับของคนไทยสมัยนั้น เพราะไม่เชื่อว่าจะช่วยให้รอดชีวิต แต่พระสงฆ์รูปนั้นยอม แม้ว่าจะยังไม่มียาสลบและยาชาใช้ เมื่อตัดแขน เย็บผูกหลอดเลือด แล้วก็เย็บแผล โดยดึงหนังลงมาหุ้มปิดปากแผล การผ่าตัดประสบผลสำเร็จ บาดแผลหายสนิทในเวลาไม่นาน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คนไทยหันมาสนใจการแพทย์สมัยใหม่ของมิชชันนารี ค่อยๆ ยอมรับวิธีการรักษาแบบตะวันตก โดยเฉพาะกล้ารับการผ่าตัดมากขึ้น

 

อ้างอิง: พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน

The post 13 มกราคม 2379 หมอบรัดเลย์ผ่าตัดพระภิกษุในสยาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พีทีที สเตชั่น’ ขอเป็นส่วนหนึ่งที่เติมเต็มให้ ‘โรงพยาบาล-อาสาสมัครทางการแพทย์ -ผู้ประกอบการ’ ฝ่าวิกฤตโควิดระลอกใหม่ไปด้วยกัน [Advertorial] https://thestandard.co/ptt-station-2/ Tue, 10 Aug 2021 08:30:43 +0000 https://thestandard.co/?p=521540 PTT Station

จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 4 เดือนแล้ว นับตั้งแต่ช่วงต้นเด […]

The post ‘พีทีที สเตชั่น’ ขอเป็นส่วนหนึ่งที่เติมเต็มให้ ‘โรงพยาบาล-อาสาสมัครทางการแพทย์ -ผู้ประกอบการ’ ฝ่าวิกฤตโควิดระลอกใหม่ไปด้วยกัน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
PTT Station

จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 4 เดือนแล้ว นับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน 2564 ที่ ‘โรคโควิด’ ระลอกใหม่ได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง 

 

ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ไต่ระดับมากขึ้นในทุกๆ วัน และยังไม่มีทีท่าจะลดลง ทำให้ภาครัฐตัดสินใจล็อกดาวน์ เพื่อสกัดเชื้อร้ายไม่ให้กระจายตัวไปมากกว่านี้

 

ในทางหนึ่งการ ‘ล็อกดาวน์’ ถือเป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้การกระจายตัวของเชื้อลดลง แต่ในอีกมุมหนึ่งสิ่งที่แลกมาคือ ผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นจากภาวะที่เราไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติในหลายๆ ด้าน

 

ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ ‘พีทีที สเตชั่น’ ขอเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วม ‘เติมเต็ม’ ให้ทั้งสังคมและผู้คนสามารถเดินไปข้างหน้าในห้วงเวลาที่กำลังเกิดวิกฤตผ่านความช่วยเหลือให้แก่ โรงพยาบาล อาสาสมัครทางการแพทย์ และผู้ประกอบการ เกษตรกร ชุมชน

 

PTT Station

 

เติมเต็ม…แด่โรงพยาบาลในช่วงที่จำเป็นที่สุด

ในวิกฤตครั้งนี้ ‘โรงพยาบาล’ คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะสถานที่แห่งนี้ถือเป็นด่านหน้าในการรับมือกับโรคโควิด โดยการรักษาผู้ป่วยให้พวกเขาสามารถกลับไปหาครอบครัวได้อย่างปลอดภัยอีกครั้ง

 

ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บางโรงพยาบาลกำลังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินจากการขาดแคลนทรัพยากรบางส่วน 

 

ดังนั้น พีทีที สเตชั่น จึงได้ร่วมเป็นหนึ่งพลังที่จะเติมเต็มให้กับโรงพยาบาลเพื่อให้ไปต่อด้วยกันอีกครั้ง ผ่านการรวมพลังจากผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ สนับสนุนโรงพยาบาลและหน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด ด้วยการบริจาคเงินกว่า 35 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2564)

 

ด้วยหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน มาช่วยกันเติมเต็มใจไปต่อด้วยกันในห้วงเวลาวิกฤตนี้ได้

 

 

เติมเต็ม…แด่เหล่าอาสาสมัคร ฮีโร่ของคนไทย

หาก ‘บุคลากรทางการแพทย์’ คือฮีโร่ที่เป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับโรคร้าย ‘อาสาสมัครทางการแพทย์’ ก็เป็นอีกหนึ่งฮีโร่คนสำคัญที่เหนื่อยที่สุดในตอนนี้เช่นเดียวกัน

 

พวกเขาทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยและไม่หยุดหย่อน เพื่อเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้สังคมพ้นวิกฤตโรคระบาดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

PTT Station

 

พีทีที สเตชั่น มองเห็นความตั้งใจของ ‘เหล่าอาสาสมัคร’ จึงขอเติมแรงและส่งกำลังใจด้วยการลดค่าน้ำมัน 80 สตางค์ต่อลิตร เมื่อชำระค่าน้ำมันผ่านบัตร อสม. อสส. และ สพฉ. ของ ธ.ก.ส. 

 

โดยมีระยะเวลาโครงการวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564 (เงื่อนไขและรายละเอียดอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามรายละเอียดเงื่อนไขเพิ่มเติม โทร. 1365 Contact Center)

 

 

เติมเต็ม…แด่ผู้ประกอบการ เกษตรกร ให้มีแรงสู้ต่อ

หากถามว่าใครคือกลุ่มที่กำลังต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด หนึ่งในนั้นย่อมเป็นผู้ประกอบการ หรือเกษตรกรอย่างแน่นอน

 

เพราะการระบาดระลอกใหม่ทำให้หลายคนอยู่ในภาวะต้องปิดร้าน ไม่สามารถค้าขายได้ตามปกติ

 

PTT Station

 

แต่ไม่ว่าจะล้ม หรือไม่ว่าจะท้อแค่ไหน เราก็ไม่อยากให้หมดกำลังใจ พีทีที สเตชั่น จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความช่วยเหลือ ด้วยการเปิดพื้นที่ปันสุขออนไลน์ ให้พ่อค้าแม่ขายและผู้ประกอบการมาฝากร้าน ผลิตภัณฑ์การเกษตร และสินค้าได้ที่: www.facebook.com/1736139443288772/posts/2983096938593010/?d=n

 

 

เหล่านี้คือความตั้งใจของ ‘พีทีที สเตชั่น’ ที่อยากช่วยเหลือและเติมเต็มใจให้คนสู้ต่อไปด้วยกันในภาวะที่ยากลำบากนี้

The post ‘พีทีที สเตชั่น’ ขอเป็นส่วนหนึ่งที่เติมเต็มให้ ‘โรงพยาบาล-อาสาสมัครทางการแพทย์ -ผู้ประกอบการ’ ฝ่าวิกฤตโควิดระลอกใหม่ไปด้วยกัน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>