แผ่นดินไหว Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/แผ่นดินไหว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 30 Jun 2026 04:26:58 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาทะลุ 1,700 ราย ยังเผชิญอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง https://thestandard.co/venezuela-earthquake-deaths-aftershocks/ Tue, 30 Jun 2026 04:26:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1224939 ภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

หลายพื้นที่ในประเทศเวเนซุเอลายังคงเผชิญอาฟเตอร์ช็อกอย่า […]

The post ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาทะลุ 1,700 ราย ยังเผชิญอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยและอาสาสมัครกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

หลายพื้นที่ในประเทศเวเนซุเอลายังคงเผชิญอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่สองครั้งซ้อนเมื่อวันพุธที่แล้ว (24 มิถุนายน) จนสร้างความเสียหายอย่างหนัก ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 1,700 รายแล้ว ขณะที่การค้นหาผู้รอดชีวิตและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อเนื่อง

 

แผ่นดินไหวครั้งนี้ เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีเฉพาะกาลของเวเนซุเอลา ระบุว่าเป็น “ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่โหดร้ายที่สุด” ในประวัติศาสตร์ของเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม BBC รายงานว่า พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายยังคงไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาล ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยเหลือกันเองแบบทุลักทุเล เช่น ที่เมืองท่าลากวยรา

 

แม้ความช่วยเหลือจากนานาชาติเริ่มหลั่งไหลเข้ามาแล้ว แต่การทำงานแข่งกับเวลาก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะที่ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตก็เริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ ถึงแม้มีการช่วยชีวิตชายหนุ่มวัย 21 ปีหลังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนานกว่า 100 ชั่วโมงเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ตาม

 

ที่เมืองคาเตีย ลา มาร์ ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยหลักๆ ยังคงดำเนินการโดยอาสาสมัครในท้องถิ่นและทีมกู้ภัยนานาชาติ ท่ามกลางกระแสความโกรธเคืองของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานรัฐ

 

ภาพ: MIGUEL MEDINA / Pool via REUTERS

 

อ้างอิง:

 

The post ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาทะลุ 1,700 ราย ยังเผชิญอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยอดตายทะลุ 1,400 คน ยังสูญหายอีกกว่าครึ่งแสนคน เหยื่อเหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา https://thestandard.co/venezuela-quake-death-toll/ Sun, 28 Jun 2026 03:49:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1224027 ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

วันนี้ (28 มิถุนายน) ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดิน […]

The post ยอดตายทะลุ 1,400 คน ยังสูญหายอีกกว่าครึ่งแสนคน เหยื่อเหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

วันนี้ (28 มิถุนายน) ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวซ้ำแมกนิจูด 7.2 และ 7.5 ในเวเนซุเอลา เพิ่มขึ้นทะลุ 1,400 คนแล้ว ขณะที่ยังมียอดผู้สูญหายอีกกว่า 55,000 คน โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ประเมินว่า เหตุการณ์นี้อาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตได้สูงถึง 10,000 คน ซึ่งจะทำให้แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นหนึ่งในภัยพิบัติที่ร้ายแรงที่สุดของลาตินอเมริกาในรอบศตวรรษ

ดูภาพข่าว ▼ 

ขณะนี้ทีมกู้ภัยจากต่างชาติกว่า 1,600 คนได้เดินทางมาถึงเวเนซุเอลาแล้ว และยังมีทีมอื่นที่กำลังเดินทางมาสมทบ โดยมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ช่วยลำเลียงเจ้าหน้าที่ลงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก และมีทีมกู้ภัยจากประเทศต่างๆ เช่น อาร์เจนตินาและเอลซัลวาดอร์เข้าช่วยเหลือ

 

สหรัฐฯ ยังเตรียมประกาศแพ็กเกจมอบเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกเหนือจากงบประมาณ 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่รัฐบาลได้อนุมัติไปแล้วก่อนหน้านี้

 

แม้จะมีความช่วยเหลือเข้ามา แต่ประชาชนและอาสาสมัครบางส่วนยังคงร้องเรียนเกี่ยวกับการรับมือที่ไม่ทั่วถึง การขาดแคลนเครื่องจักรกลหนัก และการที่เจ้าหน้าที่รัฐลงพื้นที่น้อยเกินไปในช่วงแรก

 

 

ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 1ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 2ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 3ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 4ทีมกู้ภัยกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 5

 

อ้างอิง:

 

The post ยอดตายทะลุ 1,400 คน ยังสูญหายอีกกว่าครึ่งแสนคน เหยื่อเหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตาย 920 คน บาดเจ็บกว่า 3,000 คน เหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต https://thestandard.co/venezuela-earthquake-deaths-rescue/ Sat, 27 Jun 2026 05:17:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1223647 เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

วันนี้ (27 มิถุนายน) ตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดิ […]

The post ตาย 920 คน บาดเจ็บกว่า 3,000 คน เหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

วันนี้ (27 มิถุนายน) ตัวเลขยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลา พุ่งสูงถึง 920 คนแล้ว มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 3,000 คน ทีมกู้ภัยเชื่อว่า ยังมีผู้คนอีกจำนวนมากที่ยังคงติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง นับเป็นเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เวเนซุเอลา

ดูภาพข่าว ▼ 

พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือ รัฐลากวยรา (La Guaira) ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือและสนามบินหลักของประเทศ รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งตอนเหนือและกรุงการากัส โดยเฉพาะย่านโลสปาโลสกรันเดส (Los Palos Grandes) และ อัลตามิรา (Altamira) ซึ่งถือเป็นย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า ร้านอาหาร และสถานทูตต่างประเทศที่ทันสมัยและปลอดภัยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของเวเนซุเอลา

 

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาถึง 214 ครั้ง สร้างความเสียหายต่ออาคาร ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ อีกกว่า 1,000 แห่ง

 

เวเนซุเอลาตกอยู่ในสภาวะที่ไม่พร้อมรับมือกับภัยพิบัติ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่ทรุดโทรมจากการขาดการลงทุนและวิกฤตเศรษฐกิจที่เรื้อรังมานานหลายทศวรรษ

 

ขณะที่ระบบสาธารณสุขและโรงพยาบาลขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์พื้นฐานมาตั้งแต่ก่อนเกิดภัยพิบัติ เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์นี้จึงเข้าสู่ภาวะรับมือไม่ไหวและไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากได้ ทำให้เวเนซุเอลาขณะนี้กำลังเผชิญกับสภาวะ ‘วิกฤตซ้อนวิกฤต’

 

ปฏิบัติการกู้ภัยในระยะแรกเป็นไปอย่างยากลำบากจากการสื่อสารที่ถูกตัดขาดและสภาพถนนที่เสียหาย เจ้าหน้าที่บางส่วนต้องใช้มือเปล่าในการขุดหาผู้รอดชีวิต ทำให้ประชาชนบางส่วนรู้สึกไม่พอใจที่การตอบสนองของรัฐบาลล่าช้าและไม่เพียงพอ

 

ประชาคมโลกและสหประชาชาติ (UN) ได้ระดมความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยมีทีมกู้ภัยจากสหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ เม็กซิโก และสวิตเซอร์แลนด์เดินทางเข้าพื้นที่ ขณะที่สหรัฐอเมริกาได้ส่งทีมทหาร เครื่องบินขนส่ง เรือรบ และงบประมาณช่วยเหลืออีก 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อร่วมภารกิจกู้ภัยในครั้งนี้

 

ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง หลังจากที่ นิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดี เพิ่งถูกกองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ บุกจับกุมตัวในกรุงการากัส เมื่อช่วงต้นปี 2026 ซึ่งปัจจุบันประเทศอยู่ภายใต้การนำของ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดี ท่ามกลางความไม่พอใจของกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายค้านที่ต้องการให้ มารีอา โกรินา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้าน เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพคนล่าสุด ขึ้นมาบริหารประเทศแทน

 

 

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 1เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 2เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 3เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 4เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 5เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา 6

 

อ้างอิง:

The post ตาย 920 คน บาดเจ็บกว่า 3,000 คน เหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา กู้ภัยเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวเนซุเอลาเร่งค้นหาเหยื่อแผ่นดินไหว ยอดเสียชีวิตพุ่ง 235 คน หวั่นเพิ่มทะลุหมื่น https://thestandard.co/venezuela-earthquake-deaths-search-aid/ Fri, 26 Jun 2026 03:18:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1223082 เจ้าหน้าที่กู้ภัยเวเนซุเอลากำลังค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคารที่พังถล่มจากแผ่นดินไหว

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเวเนซุเอลา เดินหน้าความพยายามค้นหาผู้ท […]

The post เวเนซุเอลาเร่งค้นหาเหยื่อแผ่นดินไหว ยอดเสียชีวิตพุ่ง 235 คน หวั่นเพิ่มทะลุหมื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่กู้ภัยเวเนซุเอลากำลังค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากอาคารที่พังถล่มจากแผ่นดินไหว

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเวเนซุเอลา เดินหน้าความพยายามค้นหาผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารบ้านเรือนที่พังถล่มภายหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 2 ครั้ง ขนาด 7.2 และ 7.5 ช่วงเย็นของวันพุธ (24 มิถุนายน) ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงในกรุงการากัส และพื้นที่รอบๆ เมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 235 คน บาดเจ็บมากกว่า 1,500 คน และมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยหลายพันคน

 

 

จากข้อมูลของหน่วยสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว ถือเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา นับตั้งแต่ปี 1900

 

โดยภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นกับเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่อ่อนแออยู่แล้วจากวิกฤตและความวุ่นวายทางเศรษฐกิจที่เผชิญตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว ทำให้โครงสร้างพื้นฐานส่วนใหญ่ที่มีความเปราะบางพังถล่มลงมาจำนวนมาก และมีผู้สูญหายหลายร้อยคน ที่คาดว่าติดอยู่ใต้ซากอาคารบ้านเรือน โดยมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือออกมาจากใต้ซากปรักหักพังในหลายจุด

 

ขณะที่การให้ความช่วยเหลือยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นทั่วเมืองและหลายพื้นที่ชายฝั่ง

 

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวเกิดขึ้นตรงกับวันหยุดราชการของเวเนซุเอลา ทำให้มีประชาชนอยู่บ้านมากกว่าวันธรรมดา

 

โดยแผ่นดินไหวทั้งสองครั้งเกิดขึ้นในระดับที่ค่อนข้างตื้น ครั้งแรกมีจุดศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดิน 20.3 กิโลเมตร ส่วนครั้งที่สองเกิดขึ้นที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร ตามข้อมูลของ USGS

 

เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลาได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อเร่งรับมือและระดมกำลังเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือและค้นหาผู้ประสบภัย

 

โดยลา กัวอิรา รัฐชายฝั่งที่อยู่ติดกับกรุงการากัส และเป็นที่ตั้งของสนามบินหลักของเมืองหลวง ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่เขตภัยพิบัติที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด

 

“มันกลายเป็นเขตภัยพิบัติไปแล้ว”โรดริเกซ กล่าว พร้อมเสริมว่า “รัฐบาลกำลังเร่งทำงานร่วมกับบริษัทเอกชน เพื่อนำอุปกรณ์และเครื่องจักรหนักเข้ามาทำการช่วยเหลือ”

 

หลายประเทศให้คำมั่นส่งความช่วยเหลือ

 

ขณะที่หลายประเทศก็ให้คำมั่นว่าจะช่วยเหลือในปฏิบัติการกู้ภัยของเวเนซุเอลา โดยสหรัฐฯ สัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ และกองทัพสหรัฐฯ กำลังส่งเรือขนส่งและเครื่องบินเพื่อสนับสนุนทีมค้นหาและกู้ภัย ในปฏิบัติการบรรเทาทุกข์

 

โรดริเกซเผยว่า ทีมกู้ภัยระหว่างประเทศคาดว่าจะเดินทางมาถึงในเร็วๆ นี้ และขอบคุณผู้นำประเทศต่างๆ รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย

 

โดยวอชิงตันได้ดำเนินการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา และอนุญาตให้สามารถทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือด้านแผ่นดินไหว

 

ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐฯ มีความพร้อม เต็มใจ และสามารถให้ความช่วยเหลือได้”

 

ยังมีผู้สูญหายกว่า 46,000 คน หวั่นเสียชีวิตทะลุหมื่น

 

ทั้งนี้ เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นเพื่อติดตามผู้สูญหายและเผยแพร่โดยผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา ระบุว่า มีผู้สูญหายมากกว่า 46,000 คนหลังจากเวลา 19.00 น. ของวันที่เกิดเหตุ โดยตัวเลขดังกล่าวยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดจากทางรัฐบาล

 

ขณะที่ USGS เผยแพร่แบบจำลองการคาดการณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่ามีแนวโน้มที่จำนวนผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นเป็นหลักพันคน และมีความน่าจะเป็นสูงถึง 42% ที่ผู้เสียชีวิตจะเกิน 10,000

 

ภาพ : REUTERS/Leonardo Fernandez Viloria

 

อ้างอิง :

The post เวเนซุเอลาเร่งค้นหาเหยื่อแผ่นดินไหว ยอดเสียชีวิตพุ่ง 235 คน หวั่นเพิ่มทะลุหมื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานทูตยืนยัน ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พร้อมช่วยเหลือในกรณีจำเป็น https://thestandard.co/venezuela-earthquake-thais-unaffected/ Thu, 25 Jun 2026 09:25:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1222827 ภาพความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

ตามที่เกิดสถานการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในเวเนซุเอลาต่อเนื่อ […]

The post สถานทูตยืนยัน ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พร้อมช่วยเหลือในกรณีจำเป็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวในเวเนซุเอลา

ตามที่เกิดสถานการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงในเวเนซุเอลาต่อเนื่อง 2 ครั้ง ขนาด 7.1 ถึง 7.5 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่นนั้น

 

ประเทศไทยได้ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหวในเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด ทราบว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่บริเวณเมือง Morón รัฐ Carabobo ห่างจากกรุงการากัส 170 กิโลเมตร และขณะนี้ทางการเวเนซุเอลาได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมระดมหน่วยกู้ภัยและหน่วยฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู ซึ่งรับผิดชอบดูแลเวเนซุเอลา ได้ประสานคนไทยในเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่องและพร้อมให้การช่วยเหลือในกรณีจำเป็น เบื้องต้นทราบว่า มีคนไทยที่พำนักในเวเนซุเอลาเพียง 1 คน ซึ่งไม่ได้อยู่ในประเทศในขณะนี้ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและขอให้คนไทยที่ไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พิจารณาทบทวนการเดินทางไปในบริเวณดังกล่าวในขณะนี้

 

ภาพ: Leonardo Fernandez Viloria / Reuters

The post สถานทูตยืนยัน ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเวเนซุเอลา พร้อมช่วยเหลือในกรณีจำเป็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
แผ่นดินไหวคู่เขย่าเวเนซุเอลา รัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน USGS เตือน อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก https://thestandard.co/venezuela-earthquake-emergency-usgs-deaths/ Thu, 25 Jun 2026 02:49:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1222529 ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง

เกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ทางตะวั […]

The post แผ่นดินไหวคู่เขย่าเวเนซุเอลา รัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน USGS เตือน อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง

เกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ทางตะวันตกของกรุงคารากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา โดยสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า ผลกระทบอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตและเกิดความเสียหายในวงกว้าง ขณะที่รัฐบาลเวเนซุเอลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและร่วมมือกันรับมือกับสถานการณ์

 

เมื่อคืนนี้ (24 มิถุนายน) เวเนซุเอลาเผชิญแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ทางตะวันตกของกรุงคารากัส เมืองหลวงของประเทศ โดย USGS ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นแผ่นดินไหวคู่ (Doublet Earthquake) หลังเกิดแผ่นดินไหวนำ (Foreshock) ขนาด 7.2 แมกนิจูด ขณะที่ไม่ถึง 1 นาทีต่อมา เกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สอง ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวหลัก (Mainshock) ขนาด 7.5 แมกนิจูด

 

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ศูนย์เตือนภัยสึนามิสหรัฐฯ ได้ออกประกาศเตือนภัยประเทศสุ่มเสี่ยงอย่างเปอร์โตริโก หมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร พร้อมเตือนว่า คลื่นอันตรายอาจส่งผลถึง อารูบา คูราเซา และโบแนร์ ก่อนจะยกเลิกประกาศดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมา

 

เบื้องต้น USGS ประเมินว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากและเกิดความเสียหายอย่างรุนแรง โดยแบบจำลองประเมินว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจอยู่ระหว่าง 10,000-100,000 คน ขณะที่ทางการเวเนซุเอลายังไม่ประกาศยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเป็นทางการ

 

ปัจจุบัน Reuters และ The Guardian รายงานตรงกันว่า ประชาชนในกรุงคารากัสต้องอพยพออกจากอาคารและรวมตัวอยู่ด้านนอก ขณะที่อาคารหลายแห่งพังถล่มจนสามารถมองเห็นภายในอาคารจากภายนอก

 

ท่าทีของทางการต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหว

 

ด้าน ดิโอสดาโด กาเบโย (Diosdado Cabello) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเวเนซุเอลา เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า มีอาคาร บ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งพังถล่ม โดยรัฐบาลได้ระดมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง

 

ขณะที่ กุสตาโว ดูเก (Gustavo Duque) นายกเทศมนตรีเขตชาเกา พื้นที่ทางตะวันออกของกรุงคารากัส ระบุว่า มีอาคารอย่างน้อย 2 แห่ง พังถล่ม ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยจำนวน

 

ส่วน เดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ประกาศ สถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและร่วมมือกันรับมือสถานการณ์

 

โรดริเกซระบุว่า สนามบินนานาชาติหลักของประเทศถูกปิดให้บริการ หลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ยังระงับการเดินรถไฟฟ้าใต้ดินและระบบรถไฟ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเสียหายและความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานอีกด้วย

 

ภาพ: Juan Carlos Hernandez, Fausto Torrealba, Gaby Oraa / Reuters

 

อ้างอิง:

ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง 1ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง 2ประชาชนในกรุงคารากัสอพยพออกจากอาคารหลังแผ่นดินไหวรุนแรง 3

The post แผ่นดินไหวคู่เขย่าเวเนซุเอลา รัฐประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน USGS เตือน อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
แผ่นดินไหว 7.8 นอกชายฝั่งทางตอนใต้ฟิลิปปินส์ ทำบ้านเรือนพังถล่ม เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 คน ทางการเตือนสึนามิ 3 เมตร https://thestandard.co/philippines-earthquake-tsunami-warning/ Mon, 08 Jun 2026 06:33:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1215795 ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์

แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งภ […]

The post แผ่นดินไหว 7.8 นอกชายฝั่งทางตอนใต้ฟิลิปปินส์ ทำบ้านเรือนพังถล่ม เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 คน ทางการเตือนสึนามิ 3 เมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์

แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งภูมิภาคมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนหลายหลังพังถล่มและได้รับความเสียหาย และมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 คน และบาดเจ็บ 129 คน

ดูภาพข่าว ▼ 

โดยหน่วยสำรวจทางรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นนอกชายฝั่งเมืองเจเนอรัลซานโตส จังหวัดซารังกานี ซึ่งเป็นปลายสุดทางใต้ของเกาะมินดาเนา เมื่อช่วงเวลา 07.37 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเกิดขึ้นที่ระดับความลึกใต้พื้นดินในทะเลประมาณ 35 กิโลเมตร

 

ภายหลังเกิดเหตุสถาบันภูเขาไฟและแผ่นดินไหววิทยาแห่งฟิลิปปินส์ ได้ออกประกาศเตือนภัยสึนามิ และให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งเร่งอพยพ โดยระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐฯ ระบุว่า คลื่นสึนามิอาจมีความสูงถึง 1-3 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในบางพื้นที่ของฟิลิปปินส์ ซึ่งนอกจากนี้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ก็มีการออกประกาศเตือนสึนามิด้วย แต่คำเตือนบางส่วนได้ถูกยกเลิกแล้ว

 

ด้าน เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้ออกแถลงการณ์ “สั่งการให้หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเร่งดำเนินการอพยพและให้ความช่วยเหลือประชาชนในทันที พร้อมทั้งขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเผชิญสึนามิเร่งอพยพไปยังที่สูง

 

“ถึงพี่น้องชาวฟิลิปปินส์ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ โปรดฟังประกาศเตือนสึนามิ อพยพไปยังที่สูงเดี๋ยวนี้ อย่ารอช้า ชีวิตของคุณสำคัญกว่าสิ่งใดๆ ที่เหลืออยู่” เขากล่าวในแถลงการณ์

 

 

ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์ 1ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์ 2ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์ 3ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์ 4ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์ 5ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์ 6ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์ 7ภาพความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 7.8 ในฟิลิปปินส์ 8

 

อ้างอิง:

 

ภาพ: REUTERS/Edwin Espejo

The post แผ่นดินไหว 7.8 นอกชายฝั่งทางตอนใต้ฟิลิปปินส์ ทำบ้านเรือนพังถล่ม เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 คน ทางการเตือนสึนามิ 3 เมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟิลิปปินส์เผชิญแผ่นดินไหว 7.8 บนเกาะมินดาเนา รัฐบาลประกาศเตือนสึนามิด่วน-เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก https://thestandard.co/philippines-earthquake-mindanao-tsunami/ Mon, 08 Jun 2026 02:54:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1215614 ประชาชนฟิลิปปินส์อพยพออกจากบ้านเรือนหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง

เกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.8 แมกนิจูดในประเทศฟิลิปปินส์ รัฐบา […]

The post ฟิลิปปินส์เผชิญแผ่นดินไหว 7.8 บนเกาะมินดาเนา รัฐบาลประกาศเตือนสึนามิด่วน-เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนฟิลิปปินส์อพยพออกจากบ้านเรือนหลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง

เกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.8 แมกนิจูดในประเทศฟิลิปปินส์ รัฐบาลสั่งการอพยพ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก หลังมีโอกาสเกิดคลื่นยักษ์สึนามินอกชายฝั่ง

 

วันนี้ (8 มิถุนายน) รัฐบาลฟิลิปปินส์ประกาศเตือนภัยสึนามิ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.8 แมกนิจูด นอกชายฝั่งเกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของประเทศ โดยมีการประกาศแจ้งเตือนภัยรวมไปถึงอินโดนีเซีย และสหรัฐอเมริกา พร้อมขอให้ประชาชนอพยพขึ้นที่สูงทันที

 

ทั้งนี้ สถานีวิทยุ DZBB จากเมืองเจเนอรัลซานโตส ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวประมาณ 15 กิโลเมตรระบุสถานการณ์ล่าสุดของบ้านเรือนประชาชนว่า เฟอร์นิเจอร์ล้มคว่ำ โทรทัศน์และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ได้รับความเสียหาย ขณะที่พื้นที่ใกล้เคียงยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนพากันวิ่งหนีออกจากบ้านเรือนเพื่อรักษาความปลอดภัย

 

ขณะที่สำนักงานจัดการภัยพิบัติเมืองเจเนอรัลซานโตสเปิดเผยว่า ยังคงรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากอาฟเตอร์ช็อกได้ โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งประเมินรายงานความเสียหาย และผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนจังหวัดซารังกานีที่ใกล้กับศูนย์กลางแผ่นดินไหวมีรายงานว่า ระบบไฟฟ้าและสัญญาณโทรคมนาคมถูกตัดขาด รวมถึงมีการงดการเรียนการสอนในโรงเรียน

 

ด้านสถาบันภูเขาไฟวิทยาและแผ่นดินไหววิทยาของฟิลิปปินส์ (Phivolcs) เตือนว่า อาจเกิดความเสียหายและคลื่นสึนามิที่มีความสูงเกินกว่า 1 เมตร และต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซีย (BMKG) ตรวจพบคลื่นที่มีความสูงประมาณ 8 นิ้วจากเหตุแผ่นดินไหว

 

เบื้องต้น เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อประสานงานรับมือกับภัยพิบัติครั้งนี้ โดยย้ำว่า จะไม่ทิ้งมินดาเนาไว้ข้างหลัง

 

อนึ่ง ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียต้องเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหวนับหลายร้อยครั้งในแต่ละปี เนื่องจากตั้งอยู่บนแนวโครงสร้างเปลือกโลกที่ซับซ้อนอย่าง ‘วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก’ (Pacific Ring of Fire) ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง ลากยาวตั้งแต่แถบอเมริกาใต้ไปจนถึงตะวันออกไกลของรัสเซีย

 

พื้นที่ใดเกิดแผ่นดินไหวบ้าง

 

ตามรายงานของ Philstar สื่อฟิลิปปินส์ แถลงการณ์ระบุว่า แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเวลา 07:37 น. มีระดับความลึก 33 กิโลเมตร โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองมาอาซิม จังหวัดซารังกานี ไปทางทิศใต้ 32 กิโลเมตร

 

ทั้งนี้ Phivolcs เปิดเผยว่า แรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวในฟิลิปปินส์มีความรุนแรงแตกต่างกัน โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับดังต่อไปนี้

 

  • ความรุนแรงระดับ 7 (สร้างความเสียหายรุนแรง – Destructive) – เมืองเจเนอรัลซานโตส
  • ความรุนแรงระดับ 6 (รุนแรงมาก – Very Strong) – เมืองปาลิมบัง และเมืองเซเนเตอร์ นินอย อากีโน ในจังหวัดซุลตันคูดารัต
  • ความรุนแรงระดับ 5 (รุนแรง – Strong) – เมืองดาเวา, เมืองคิตาปาวัน และเมืองคาร์เมน ในจังหวัดโกตาบาโต, เมืองบากุมบายัน, เมืองกาลามานซิก และเมืองประธานาธิบดีกิริโน ในจังหวัดซุลตันคูดารัต, เมืองซีบูโก และเมืองซีโอกอน ในจังหวัดซัมบวงกาเดลนอร์เต
  • ความรุนแรงระดับ 4 (รุนแรงปานกลาง – Moderately Strong) – เมืองมาติ ในจังหวัดดาเวาออเรียนตัล, เมืองบูอุก ในจังหวัดซัมบวงกาซีบูไก, เมืองการากา, เมืองมานาย และเมืองตาร์ราโกนา ในจังหวัดดาเวาออเรียนตัล

 

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการสั่นสะเทือนในระดับที่เบากว่าทั้ง 4 ระดับข้างต้น ได้แก่ จังหวัดซูรีเกาเดลนอร์เต, จังหวัดซัมบวงกาเดลนอร์เต, จังหวัดซัมบวงกาเดลซูร์, จังหวัดเลเต, จังหวัดเซาเทิร์นเลเต, จังหวัดบูกิดนอน, จังหวัดมีซามิสโอเรียนตัล และเมืองคากายันเดโอโร

 

ภาพ: Stenly Pontolawokang / Reuters

อ้างอิง:

The post ฟิลิปปินส์เผชิญแผ่นดินไหว 7.8 บนเกาะมินดาเนา รัฐบาลประกาศเตือนสึนามิด่วน-เฝ้าระวังอาฟเตอร์ช็อก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อว.-กทม. ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหว-การเอียงตัวของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล https://thestandard.co/hospital-earthquake-safety-innovation/ Thu, 07 May 2026 09:10:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1204770 ศ.ดร.ยศชนัน และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหวและการเอียงตัวของอาคาร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล

วันนี้ (7 พฤษภาคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมน […]

The post อว.-กทม. ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหว-การเอียงตัวของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ.ดร.ยศชนัน และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหวและการเอียงตัวของอาคาร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล

วันนี้ (7 พฤษภาคม) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมงานแถลงข่าวและพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติในโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันเหตุภัยพิบัติในเขตเมือง สำหรับติดตั้งในอาคารของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่อาคารเพชรรัตน์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เขตดุสิต

 

ศ.ดร.ยศชนันกล่าวว่า หลังจากปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญกับภัยพิบัติที่สำคัญครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นความท้าทายระดับชาติที่ต้องการการบูรณาการ ทั้งนโยบาย การวางแผน การวิจัย และการปฏิบัติ นวัตกรรมเพื่อการจัดการภัยพิบัตินี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น โดยประเทศไทยต้องมีเทคโนโลยีเป็นของตนเอง เพราะไม่มีใครเข้าใจปัญหาในพื้นที่ได้ดีเท่ากับคนที่อยู่หน้างาน

 

ศ.ดร.ยศชนันกล่าวต่อว่า วันนี้เราได้เห็นความสำเร็จจากการบูรณาการความร่วมมือ ทั้งจากหน่วยงานด้าน ววน. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ กทม. ในการพัฒนานวัตกรรมเตือนภัยที่สามารถใช้งานได้จริงและได้มาตรฐานสากล โดยเริ่มนำร่องการใช้ในพื้นที่ กทม. และเตรียมขยายผลไปยังโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อยกระดับความปลอดภัย โดยเฉพาะการแจ้งเตือนเหตุแผ่นดินไหว

 

กระทรวง อว. พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยี AI สำหรับการทำวิจัยอย่างเต็มที่ รวมถึงพร้อมปรับกระบวนการพิจารณาให้ทุนวิจัยให้มีความรวดเร็วและยืดหยุ่น ขอชื่นชมและยกย่องนักวิจัย ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานหน้างานทุกท่านที่ทุ่มเททำงานอยู่เบื้องหลัง ท่านคือฮีโร่ของประเทศ ที่ช่วยสร้างความอุ่นใจและความปลอดภัยให้กับคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง

 

ด้าน ชัชชาติได้กล่าวบรรยายในหัวข้อ ‘มาตรฐานความปลอดภัยและการรับมือภัยพิบัติของกรุงเทพมหานคร’ โดยนำแนวคิด Smart Enough City จากหนังสือ Smart Enough City ของ Ben Green ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่เทคโนโลยี ซึ่งปัจจัยในการเลือกนวัตกรรมมาใช้ต้องประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ ตอบโจทย์ปัญหาของคนในเมือง มีความคุ้มค่า และเทคโนโลยีต้องมีความพร้อมและใช้งานได้จริง

 

พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จของแอปพลิเคชัน Traffy Fondue เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนระบบราชการ ทำให้ประชาชนมีอำนาจสั่งการเจ้าหน้าที่ได้ตลอดเวลา และยังสามารถประยุกต์ใช้ในภาวะวิกฤต เช่น กรณีแผ่นดินไหว พร้อมเสนอแนะเพิ่มเติมเรื่องการสร้างวารสารวิชาการของไทย ที่ให้ความสำคัญกับการวิจัยเพื่อตอบโจทย์ปัญหาในประเทศ มากกว่าการเน้นตีพิมพ์ในต่างประเทศเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผลงานวิจัยถูกนำมาใช้แก้ปัญหาเมืองได้จริง

 

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารระดับสูง ร่วมปาฐกถาและบรรยายพิเศษ และการนำเสนอผลงานจากทีมวิจัย จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

ศ.ดร.ยศชนัน และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหวและการเอียงตัวของอาคาร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล 1ศ.ดร.ยศชนัน และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหวและการเอียงตัวของอาคาร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล 2ศ.ดร.ยศชนัน และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหวและการเอียงตัวของอาคาร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล 3ศ.ดร.ยศชนัน และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหวและการเอียงตัวของอาคาร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล 4ศ.ดร.ยศชนัน และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหวและการเอียงตัวของอาคาร เพื่อยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล 5

The post อว.-กทม. ส่งมอบนวัตกรรมตรวจวัดแผ่นดินไหว-การเอียงตัวของอาคาร ยกระดับความปลอดภัยในโรงพยาบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญี่ปุ่นเฝ้าระวังแผ่นดินไหวอีกครั้ง หลังยกเลิกคำเตือนสึนามิ สั่งเตรียมพร้อมแผนอพยพ https://thestandard.co/japan-earthquake-tsunami-warning-evacuation/ Tue, 21 Apr 2026 02:59:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1199453 ภาพข่าวความเสียหายและการเฝ้าระวังแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น

เมื่อวานนี้ (20 เมษายน) กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ไ […]

The post ญี่ปุ่นเฝ้าระวังแผ่นดินไหวอีกครั้ง หลังยกเลิกคำเตือนสึนามิ สั่งเตรียมพร้อมแผนอพยพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพข่าวความเสียหายและการเฝ้าระวังแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น

เมื่อวานนี้ (20 เมษายน) กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ออกคำเตือนพิเศษครอบคลุม 182 เขต ตั้งแต่ฮอกไกโดถึงชิบะ เพื่อให้เตรียมรับมือกับแผ่นดินไหวอีกครั้งที่อาจรุนแรงกว่าเดิมภายในสัปดาห์หน้า โดยคำแนะนำนี้จะมีผลไปจนถึงวันที่ 27 เมษายน เวลา 17.00 น

 

ทางการญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.0 ขึ้นไปในขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 1% ซึ่งสูงกว่าช่วงเวลาปกติถึง 10 เท่า

 

โดยญี่ปุ่นเพิ่งเกิดเหตุแผ่นดินไหว แมกนิจูด 7.7 นอกชายฝั่งจังหวัดอิวาเตะ (Iwate) ที่ระดับความลึก 20 กิโลเมตร แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลถึงกรุงโตเกียว และวัดความรุนแรงได้ระดับ 5 ตามมาตราวัดของญี่ปุ่นในบางพื้นที่ของจังหวัดอาโอโมริ อิวาเตะ และมิยากิ

 

มีการออกคำเตือนสึนามิและสั่งอพยพประชาชนกว่า 170,000 คน โดยบันทึกคลื่นสึนามิสูงสุดได้ 80 เซนติเมตรที่ท่าเรือคุจิ (Kuji Port) ก่อนที่ทางการจะยกเลิกคำเตือนในเวลาต่อมา

 

มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย อาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัยเสียหายอย่างน้อย 26 แห่ง และไฟฟ้าดับประมาณ 100 หลังคาเรือน ขณะที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะและโอนากาวะไม่พบความผิดปกติใดๆ

 

ทางด้าน ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบแผนการอพยพและเตรียมพร้อมที่จะหนีขึ้นที่สูงทันที หากรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนหรือมีการแจ้งเตือนสึนามิอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ ทางการญี่ปุ่นยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจตามมา เช่น ปัญหาดินถล่ม เนื่องจากมีการพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกอย่างหนักในพื้นที่ฮอกไกโดและอาโอโมริ

 

ภาพ: Kyodo via Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post ญี่ปุ่นเฝ้าระวังแผ่นดินไหวอีกครั้ง หลังยกเลิกคำเตือนสึนามิ สั่งเตรียมพร้อมแผนอพยพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 7.4 แมกนิจูด กระทบพื้นที่ตอนเหนือ ทางการเตือนภัยสึนามิสูง 3 เมตร https://thestandard.co/japan-earthquake-tsunami-warning/ Mon, 20 Apr 2026 08:50:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1199172 ภาพแสดงแผนที่เตือนภัยแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเกิดเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดอิวาเตะ อาโอโมริ และฮ […]

The post แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 7.4 แมกนิจูด กระทบพื้นที่ตอนเหนือ ทางการเตือนภัยสึนามิสูง 3 เมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสดงแผนที่เตือนภัยแผ่นดินไหวและสึนามิในญี่ปุ่น โดยกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเกิดเหตุแผ่นดินไหวในจังหวัดอิวาเตะ อาโอโมริ และฮอกไกโดขนาด 7.4 แมกนิจูด ด้านรัฐบาลและสื่อท้องถิ่นแจ้งเตือนระวังคลื่นสึนามิสูง 3 เมตร

 

วันนี้ (20 เมษายน) เกิดเหตุแผ่นดินไหวทางตอนเหนือของญี่ปุ่น 7.4 แมกนิจูด ได้แก่ จังหวัดอิวาเตะ อาโอโมริ และฮอกไกโดในเวลา 16:53 ตามเวลาท้องถิ่น โดยขณะนี้ มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ และคาดการณ์ว่า อาจมีคลื่นสูงถึง 3 เมตรตามมา

 

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีความรุนแรงสูงระดับ 5 (Upper 5) ขณะที่ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ NHK ได้เตือนให้ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่รีบอพยพไปยังที่สูง รวมถึงอยู่ห่างจากแม่น้ำและชายฝั่ง พร้อมทั้งกล่าวเตือนสติประชาชนว่า ขอให้นึกถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิในวันที่ 11 มีนาคม 2011

 

ปัจจุบัน รถไฟชินคันเซ็น Tohoku Shinkansen ระงับการให้บริการชั่วคราวตลอดสาย ตั้งแต่สถานีโตเกียวไปจนถึงสถานีชินอาโอโมริ (Shin-Aomori) ขณะที่ บริษัท โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (TEPCO) กำลังดำเนินการตรวจสอบว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดความผิดปกติใด ๆ ต่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ไดอิจิ และฟุกุชิมะ ไดนินิ หรือไม่

 

ภาพ: Japan Meteorological Agency

 

อ้างอิง:

 

The post แผ่นดินไหวญี่ปุ่น 7.4 แมกนิจูด กระทบพื้นที่ตอนเหนือ ทางการเตือนภัยสึนามิสูง 3 เมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอยร้าวที่ยังไม่หาย! ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ซึมยาว 1 ปีผลพวงแผ่นดินไหวเมียนมา ทำยอดเปิดใหม่วูบ 64% ขณะที่ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงถึง 70% https://thestandard.co/bangkok-condo-market-quake-impact/ Mon, 30 Mar 2026 12:08:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1192855 ภาพมุมสูงของกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นตึกสูงระฟ้าหลายแห่ง พร้อมข้อความอธิบายผลกระทบจากแผ่นดินไหวต่อตลาดคอนโดมิเนียม

ผ่านมา 1 ปีเต็มนับจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในเมียนมา […]

The post รอยร้าวที่ยังไม่หาย! ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ซึมยาว 1 ปีผลพวงแผ่นดินไหวเมียนมา ทำยอดเปิดใหม่วูบ 64% ขณะที่ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงถึง 70% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงของกรุงเทพฯ แสดงให้เห็นตึกสูงระฟ้าหลายแห่ง พร้อมข้อความอธิบายผลกระทบจากแผ่นดินไหวต่อตลาดคอนโดมิเนียม

ผ่านมา 1 ปีเต็มนับจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในเมียนมาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2025 ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯ จนทำให้อาคารก่อสร้างค้างแห่งหนึ่งถล่มลงมาและทิ้งรอยร้าวไว้ตามผนังคอนโดมิเนียมหลายแห่ง

 

 
 

แต่ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ยังคงอยู่ในภาวะซบเซา แม้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะพยายามเรียกความเชื่อมั่นของผู้ซื้อกลับมาแล้วก็ตาม

 

ณัฐกานต์ วิระโรจน์ โปรแกรมเมอร์วัย 39 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ชั้น 25 ของคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้นในกรุงเทพฯ เล่ากับ Nikkei Asia ว่า “รอยร้าวบนผนังห้องยังคงเตือนให้นึกถึงความหวาดกลัวในวันนั้นอยู่เสมอ” พร้อมเสริมว่ากำลังคิดจะขายคอนโดฯ แล้วย้ายไปอยู่ทาวน์เฮาส์หลังเล็กแทน

 

ทั้งนี้สมาคมคอนโดมิเนียมไทยระบุว่า อาคารที่ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมาล้วนติดตั้งระบบป้องกันแผ่นดินไหวเพื่อรองรับเหตุการณ์ลักษณะนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม นฤมล เอกสมุทร นักวิเคราะห์จากธนาคารเกียรตินาคินภัทร ชี้ว่าความกังวลของผู้ซื้อเกี่ยวกับมาตรฐานการก่อสร้างและวัสดุยังคงมีอยู่

 

“ตลาดที่อยู่อาศัยไทยแตะจุดต่ำสุดในปี 2025 และคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2026” นฤมลกล่าว แต่เสริมว่าการฟื้นตัวน่าจะเป็นไปอย่างค่อนข้างช้า

 

ตัวเลขยอดขาย-สินเชื่อสะท้อนภาพตลาดที่ยังไม่สดใส

 

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ระบุว่า จำนวนคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ ณ สิ้นปี 2025 อยู่ที่ 6,162 ยูนิต ลดลง 64% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่คอนโดฯ และบ้านที่ยังขายไม่ออกในกรุงเทพฯ ณ เดือนมีนาคมมีมากถึง 2.25 แสนยูนิต เพิ่มขึ้น 3% จาก 2.18 แสนยูนิต ณ สิ้นปี 2025

 

โสภณ พรโชคชัย ประธานมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ยอมรับว่าผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ “เราคิดว่าความกลัวการอยู่คอนโดฯ สูงจะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น เพราะในกรุงเทพฯ มีอาคารถล่มเพียงแห่งเดียว และยังเป็นอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างด้วย”

 

นอกจากปัจจัยภายในแล้ว สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยังซ้ำเติมตลาดอีกทาง เนื่องจากส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น ซึ่ง REIC ประเมินว่าปัจจัยเหล่านี้จะกดดันกำลังซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค

 

สิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ REIC กล่าวว่า “เราคิดว่าตลาดที่อยู่อาศัยแตะจุดต่ำสุดในปี 2025 แล้วจะค่อยๆ ฟื้นตัวในปี 2026 แต่ดูเหมือนว่าเรากำลังเผชิญกับ ‘แผ่นดินไหว’ ระลอกใหม่ที่ตัดกำลังซื้อในตลาดลงอีกครั้ง” โดยหมายถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในอิหร่าน

 

อีกปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดคือมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ อันเป็นผลจากปัญหา ‘หนี้ครัวเรือน’ ที่อยู่ในระดับสูง โดย REIC ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 ผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดฯ ถูกปฏิเสธสินเชื่อมากถึง 70%

 

คดีอาคารถล่มยังคงคาราคาซัง จุดประเด็นปฏิรูปกฎหมาย

 

ในส่วนของการสอบสวนกรณีอาคารถล่มในกรุงเทพฯ ที่คร่าชีวิตผู้คน 95 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนงานก่อสร้าง ขณะนี้มีผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาประมาทและบกพร่องต่อหน้าที่รวม 23 ราย ทั้งจากหน่วยงานรัฐและบริษัทรับเหมาก่อสร้าง

 

รายงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่เผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ชี้ว่า ‘การทุจริต’ ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน จนนำไปสู่เหตุอาคารถล่ม

 

สุภอรรถ โบสุวรรณ กรรมการผู้จัดการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคเอกชน Hand Social Enterprise กล่าวกับ Nikkei Asia ว่า “เหตุการณ์อาคารถล่มครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายและกฎระเบียบที่มีอยู่ยังไม่เข้มแข็งพอที่จะคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข”

 

พร้อมเสริมว่า “นี่คือความล้มเหลวของภาครัฐ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการออกกฎระเบียบใหม่หรือแก้ไขกฎหมายใดๆ เพื่อป้องกันการทุจริตที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมเช่นนี้เลย”

 

ภาพ : Anuchit kamsongmueang / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

The post รอยร้าวที่ยังไม่หาย! ตลาดคอนโดกรุงเทพฯ ซึมยาว 1 ปีผลพวงแผ่นดินไหวเมียนมา ทำยอดเปิดใหม่วูบ 64% ขณะที่ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงถึง 70% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครบรอบ 1 ปี อาคาร สตง. ถล่ม ญาติจัดพิธีทำบุญอุทิศกุศล 93 ผู้ล่วงลับ วอนรัฐทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย https://thestandard.co/auditor-general-office-collapse-anniversary/ Sat, 28 Mar 2026 06:10:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1192253 ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย

​วันนี้ (28 มีนาคม) บรรยากาศบริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารส […]

The post ครบรอบ 1 ปี อาคาร สตง. ถล่ม ญาติจัดพิธีทำบุญอุทิศกุศล 93 ผู้ล่วงลับ วอนรัฐทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย

​วันนี้ (28 มีนาคม) บรรยากาศบริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เขตจตุจักรเต็มไปด้วยความอาลัยและโศกเศร้า เนื่องในวาระครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ส่งผลให้ตึก สตง. ถล่มลงมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 93 ราย ผู้สูญหาย 3 ราย

 

​ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ครอบครัวและเพื่อนของผู้สูญเสียได้เดินทางมาร่วมพิธีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลและไว้อาลัยแก่ผู้ล่วงลับ โดยมีการนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาประกอบพิธีทางศาสนาภายในอาคาร สตง. (ฝั่งที่ติดกับจุดเกิดเหตุ) โดยมี คณพศ หงสาวรางกูร รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เดินทางมาร่วมพิธีในฐานะตัวแทนของหน่วยงานด้วย

 

​นอกจากพิธีภายในอาคารแล้ว ครอบครัวยังได้นำรูปภาพของผู้เสียชีวิตไปร่วมทำบุญและยืนไว้อาลัยบริเวณจุดที่ตึกถล่มลงมา

 

เฉลิมศรี พรมสา หนึ่งในผู้จัดงานและเป็นมารดาของ ปรเมศวร์ รอดน้อย ผู้ควบคุมงานออกแบบที่เพิ่งเข้ามาทำงานในพื้นที่เกิดเหตุได้เพียง 2 วันก่อนตึกถล่ม เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นผู้ประสานงานขอคืนพื้นที่จัดงานในวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไป 1 ปี แต่ญาติทุกคนยังคงต้องการคำตอบ และ ความยุติธรรม จากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ

 

เฉลิมศรี กล่าวถึงประเด็นการเยียวยาว่า ที่ผ่านมาได้รับการชดเชยจากบริษัทผู้รับเหมา ได้แก่ ไชน่าเรียลเวย์ จำนวน 5 แสนบาท และอิตาเลียนไทยฯ อีก 5 แสนบาท แต่สำหรับคนเป็นแม่ เงินจำนวนนี้ไม่อาจเทียบได้กับการส่งเสียลูกเรียนมาตั้งแต่เด็ก

 

​ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายคนเดียวที่เป็นความหวังของชีวิต ทำให้เฉลิมศรียังคงส่งข้อความทางไลน์หาลูกชายทุกวันเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แม้จะรู้ว่าไม่มีวันได้รับการตอบกลับ เธอยังจำคำพูดสุดท้ายที่ลูกมักบอกเสมอว่า “รักแม่นะ” และหวังเพียงว่ากาลเวลา รวมถึงการนำตัวคนผิดมารับโทษ จะช่วยเยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสียได้บ้าง

 

​ด้าน ขวัญเรียน ศิริจันทร์ น้องสาวของ สุขสวัสดิ์ ศิริจันทร์ ช่างไฟที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เปิดใจว่า ปัจจุบันตนเองต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง เนื่องจากพ่อแม่และน้องชายเสียชีวิตไปหมดแล้ว พี่ชายจึงเป็นเสาหลักและครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ การสูญเสียครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ยังทำใจยอมรับไม่ได้

 

ขวัญเรียน เน้นย้ำว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ตนหมั่นทำบุญให้พี่ชายเสมอ และอยากให้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นสิ่งเตือนใจ แก่ทุกภาคส่วน ให้ตระหนักถึงการป้องกันและระมัดระวังความปลอดภัยในการทำงานให้รัดกุมกว่านี้ เพราะชีวิตของคนทำงานทุกคนล้วนมีครอบครัวและลูกเล็กที่รอคอยอยู่ข้างหลัง ความสูญเสียจากความไม่ปลอดภัยเป็นสิ่งที่ไม่มีความคุ้มค่าใดๆ มาทดแทนได้

 

ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย 1ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย 2ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย 3ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย 4ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย 5ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย 6ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย 7ภาพพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุอาคาร สตง. ถล่ม เพื่ออุทิศกุศลแด่ผู้เสียชีวิต 93 ราย พร้อมเรียกร้องทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย 8

The post ครบรอบ 1 ปี อาคาร สตง. ถล่ม ญาติจัดพิธีทำบุญอุทิศกุศล 93 ผู้ล่วงลับ วอนรัฐทบทวนมาตรฐานความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทเรียน 1 ปีเหตุแผ่นดินไหว กทม. เปิดศูนย์ BMA Command Center คุมกล้อง 6 หมื่นตัว-ระบบ AI สั่งการรับมือภัยพิบัติล่วงหน้า https://thestandard.co/bma-command-center-disaster-ai/ Fri, 27 Mar 2026 03:31:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1191905 รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ตรวจเยี่ยม BMA Command Center ศูนย์รับมือภัยพิบัติด้วยระบบ AI และกล้อง 6 หมื่นตัว

วานนี้ (25 มีนาคม) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุง […]

The post บทเรียน 1 ปีเหตุแผ่นดินไหว กทม. เปิดศูนย์ BMA Command Center คุมกล้อง 6 หมื่นตัว-ระบบ AI สั่งการรับมือภัยพิบัติล่วงหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ตรวจเยี่ยม BMA Command Center ศูนย์รับมือภัยพิบัติด้วยระบบ AI และกล้อง 6 หมื่นตัว

วานนี้ (25 มีนาคม) รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ศูนย์บริหารจัดการข้อมูลและความปลอดภัยของเมือง (BMA Command Center) เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาระบบความปลอดภัยของเมืองหลวง ในวาระครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 พร้อมประกาศเจตนารมณ์ในการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติจากรูปแบบตั้งรับ สู่การบริหารจัดการเชิงรุก ที่ครอบคลุมและทันสมัย

 

รศ.ทวิดา กล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณเตือนและบทเรียนสำคัญที่ทำให้ กทม. ต้องเร่งอุดช่องโหว่และปรับปรุงระบบการรับมือภัยพิบัติอย่างจริงจัง โดยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา กทม. ได้เร่งพัฒนาองค์ประกอบสำคัญ ทั้งด้านบุคลากร เครื่องมือ ข้อมูล และการบูรณาการ เพื่อให้ระบบความปลอดภัยของเมืองสามารถดูแลประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

“1 ปีที่ผ่านมา เรามีบทเรียนหลายเรื่องที่ต้องแก้ไข การรำลึกเหตุการณ์ที่ดีที่สุด คือ แก้ไขสิ่งที่เราคิดว่าเราสามารถทำได้ดีกว่านั้นในวันนี้” รศ.ทวิดา กล่าวย้ำ

 

การขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของ กทม. ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา มุ่งเน้นไปที่ 4 ด้านหลัก ดังนี้:

 

  • พัฒนาศักยภาพบุคลากรและทีมกู้ภัยเฉพาะทาง กทม. ได้ยกระดับขีดความสามารถของทีมกู้ภัยเฉพาะทาง (USAR) ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จนผ่านการรับรองมาตรฐานสากลระดับ Medium ของสหประชาชาติ พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรให้เป็นหน่วย EMT (Emergency Medical Technician) ที่มีความคล่องตัวสูงในรูปแบบ Hybrid สามารถปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยมอเตอร์ไซค์ฉุกเฉินทางการแพทย์ (Motorlance) เพื่อเข้าถึงพื้นที่คับแคบได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับกองทัพบก บรรจุทหารเกณฑ์ปลดประจำการเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยรุ่นใหม่แล้ว 58 นายในปี 2568 และมีแผนขยายผลต่อเนื่องในปี 2569
  • เสริมโครงสร้างพื้นฐาน ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ กทม. ตั้งเป้าขยายสถานีดับเพลิงเพิ่มอีก 5 แห่ง ภายในปี 2568-2570 พร้อมนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในทุกมิติ ได้แก่:

 

  • ความปลอดภัยอาคาร: ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดการสั่นสะเทือน (Seismic Sensor) ในอาคารสูงของโรงพยาบาลสังกัด กทม. ทุกแห่งภายในเดือนเมษายนนี้
  • ฐานข้อมูลความเสี่ยง: ยกระดับ BKK Risk Map ระบุพิกัดกลุ่มเปราะบาง (ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้พิการ) เพื่อการช่วยเหลือที่แม่นยำ
  • การจัดการน้ำท่วม: พัฒนาระบบ Digital & Smart Drainage ควบคุมประตูระบายน้ำแบบเรียลไทม์ (SCADA) ควบคู่กับระบบพยากรณ์ล่วงหน้า
  • มลพิษทางอากาศ: แจ้งเตือนฝุ่น PM2.5 และความร้อนเชิงรุกผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK, LINE Alert และจอ LED ทั่วเมือง พร้อมระบบคาดการณ์ล่วงหน้า 7 วัน

 

  • บูรณาการข้อมูลและเครือข่ายความร่วมมือไร้รอยต่อ กทม. ให้ความสำคัญกับการแชร์ข้อมูล (Data Sharing) โดยทยอยนำเข้าภาพจากกล้อง CCTV ทั่วกรุงกว่า 60,000-65,000 ตัว เข้าสู่ระบบ BMA Command Center พร้อมนำร่องโครงการ Sandbox ด้านความปลอดภัยร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง ในพื้นที่ท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังเร่งขยายระบบสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติ (Adaptive Control) เพิ่ม 50 ทางแยกภายในปี 2569 เพื่อช่วยลดเวลาเดินทางและเพิ่มความเร็วให้รถฉุกเฉิน รวมถึงมีแผนจัดระเบียบและจำแนกทักษะ (Skill Mapping) อาสาสมัครกู้ภัยทุกหน่วยให้เสร็จสิ้นภายในปี 2569
  • BMA Command Center ศูนย์บัญชาการ 24 ชั่วโมง หัวใจสำคัญของการยกระดับในครั้งนี้คือ BMA Command Center ซึ่งทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และเฝ้าระวังข้อมูลจากทุกระบบผ่านแผนที่บัญชาการเหตุการณ์ดิจิทัล (Incident Command Mapping) โดยเชื่อมโยงข้อมูลทั้งการจราจร สภาพอากาศ ระดับน้ำ ฝุ่น PM2.5 พิกัดหน่วยฉุกเฉิน และกลุ่มเปราะบาง ศูนย์แห่งนี้จะช่วยให้ กทม. สามารถติดตามสถานการณ์ สั่งการ และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างแม่นยำ ทันท่วงที ทั้งในภาวะปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

รศ.ทวิดา ทิ้งท้ายว่า นอกจากการพัฒนาระบบของภาครัฐแล้ว ภาคประชาชนก็ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในระบบความปลอดภัยของเมือง โดยสถิติชี้ให้เห็นว่าเกือบ 1 ใน 3 ของเหตุเพลิงไหม้ ประชาชนสามารถช่วยควบคุมสถานการณ์ในระยะเริ่มต้นได้ กทม. จึงให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมและเสริมศักยภาพให้กับภาคประชาชนควบคู่กันไป เพื่อสร้างเครือข่ายความปลอดภัยที่เข้มแข็งอย่างแท้จริง

The post บทเรียน 1 ปีเหตุแผ่นดินไหว กทม. เปิดศูนย์ BMA Command Center คุมกล้อง 6 หมื่นตัว-ระบบ AI สั่งการรับมือภัยพิบัติล่วงหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
365 วัน บนซากปรักหักพังของความเชื่อมั่น ‘ตึกสตง. แห่งใหม่’ https://thestandard.co/oag-building-collapse-anniversary/ Fri, 27 Mar 2026 01:00:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1191583 ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี

ในวันนี้ความวุ่นวายของรถเครนและเสียงเครื่องจักรที่เคยดั […]

The post 365 วัน บนซากปรักหักพังของความเชื่อมั่น ‘ตึกสตง. แห่งใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี

ในวันนี้ความวุ่นวายของรถเครนและเสียงเครื่องจักรที่เคยดังก้องได้จางหายไป เหลือเพียงความเงียบและร่องรอยของการพยายามสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่เท่านั้น

 

แม้ซากปรักหักพังส่วนใหญ่จะถูกรื้อถอนออกไป แต่ความไว้วางใจของประชาชนกลับยังไม่ถูกซ่อมแซมให้กลับมาเป็นดังเดิม พื้นที่ว่างเปล่าตรงนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงที่ดินผืนหนึ่ง แต่กำลังกลายเป็นเครื่องเตือนใจถึงโครงการที่ควรจะสง่างามในฐานะสัญลักษณ์ของการตรวจสอบ แต่กลับกลายเป็นเพียงบาดแผลใหญ่ของเมืองที่คอยเตือนว่า ตราบใดที่ความโปร่งใสนั้นยังไม่ปรากฏ เราก็ไม่อาจก้าวข้ามซากปรักหักพังในใจนี้ไปได้

 

ภาพชุดนี้นำมาแสดงเพื่อไม่ให้เราลืมที่จะตั้งคำถามและตรวจสอบ เพราะเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 93 ราย สูญหาย 3 ราย และบาดเจ็บอีก 8 รายนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะภัยธรรมชาติที่รุนแรงเกินต้านทาน แต่ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างที่เกิดจากการก่อสร้างที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงและการทุจริตในขั้นตอนการทำงาน ซึ่งความสูญเสียมหาศาลนี้ถูกแลกมาด้วยบทเรียนราคาแพง

 

ในรอบปีที่ผ่านมา แม้จะมีการสรุปยอดรวมเงินเยียวยาและช่วยเหลือเบื้องต้นไปแล้วกว่า 129,855,093 บาท โดยเป็นการประสานพลังจากทั้งบริษัทประกันภัยภายใต้การกำกับของ คปภ. เงินช่วยเหลือจากกระทรวงมหาดไทย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงเงินบริจาคจากมูลนิธิช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่มอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละกว่า 1 ล้านบาท ตลอดจนน้ำใจจากเพื่อนพนักงานและผู้บริหาร สตง. ที่รวบรวมเงินส่วนตัวมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น แต่เงินจำนวนมหาศาลเหล่านี้ก็เป็นเพียงการประคับประคองชีวิตที่ยังอยู่ ไม่ใช่อุปกรณ์ซ่อมแซมใจที่แตกสลายจากการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก

 

โศกนาฏกรรมครั้งนี้นำมาสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญของ สตง. ที่จะยุติโครงการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่อย่างถาวร โดยไม่มีการหาพื้นที่อื่นทดแทน และเลือกที่จะปฏิบัติงาน ณ อาคารเดิมต่อไป เพราะพื้นที่ตรงนี้เปรียบเสมือนบาดแผลที่สร้างความรู้สึกเสียใจตลอดเวลาจนไม่มีใครอยากก้าวเท้าเข้าไปอยู่อาศัยอีก พร้อมทั้งดำเนินการยกเลิกสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อปิดฉากความฝันที่กลายเป็นฝันร้ายลงในเชิงโครงสร้าง

 

อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ว่าการ สตง. กำลังเดินหน้าเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อสั่งฟ้องเอกชนและผู้เกี่ยวข้องทั้ง 23 ราย และพร้อมจะยื่นฟ้องคดีใหม่ทันทีหากผลสอบสวนชี้ชัดว่ามีการใช้เอกสารเท็จในการก่อสร้าง

 

ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 1ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 2ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 3ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 4ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 5ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 6ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 7ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 8ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 9ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 10ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 11ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 12ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 13ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 14ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 15ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 16ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 17ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 18ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 19ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 20ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 21ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 22ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 23ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 24ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 25ภาพซากปรักหักพังและพื้นที่ว่างเปล่าของ 'ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่' หลังเหตุการณ์ถล่มครบรอบ 1 ปี 26

The post 365 วัน บนซากปรักหักพังของความเชื่อมั่น ‘ตึกสตง. แห่งใหม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สตง. จัดทำบุญครบ 1 ปี โศกนาฏกรรมอาคารใหม่ถล่ม ยืนยันยกเลิกก่อสร้างเตรียมคืนพื้นที่ รฟท. https://thestandard.co/sao-building-collapse-return-land-srt/ Thu, 26 Mar 2026 08:33:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1191626 พิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม

วันนี้ (26 มีนาคม) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได […]

The post สตง. จัดทำบุญครบ 1 ปี โศกนาฏกรรมอาคารใหม่ถล่ม ยืนยันยกเลิกก่อสร้างเตรียมคืนพื้นที่ รฟท. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม

วันนี้ (26 มีนาคม) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคารสำนักงานแห่งใหม่ทรุดตัวระหว่างการก่อสร้างจากเหตุแผ่นดินไหว โดยมี เฉลิมพล เพ็ญสูตร ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และลูกจ้าง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

บรรยากาศในช่วงเช้าเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. ด้วยพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานฯ ได้แก่ พระพุทธโสธร อ.อ.ป., พระพุทธธรรมาภิบาล ญ.ส.ส., รวมถึงถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

 

ต่อมาในเวลา 07.00 น. ได้มีการถวายภัตตาหารเช้าแด่คณะสงฆ์จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดเสมียนนารี พระอารามหลวง รวม 10 รูป ณ ห้องวรพากษ์พินิจ ก่อนที่ในเวลา 08.00 น. คณะสงฆ์จะประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ ณ ห้องดำริอิศรานุวรรต จากนั้นในเวลา 10.00 น. ได้รับความเมตตาจาก พระเทพวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่พระมหาศิลา สิริจันโท) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน (ธรรมยุต) จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีทำบุญและแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศล

 

สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายและการจัดการผลกระทบจากโศกนาฏกรรมดังกล่าว ผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมยืนยันแน่ชัดว่า การทรุดตัวของอาคารเกิดจากแรงเฉือนของแผ่นดินไหว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างอาคารที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

 

ขณะนี้พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว โดยมีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมกว่า 40,000 แผ่นเพื่อใช้ในชั้นศาล ขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้ามาสอบสวนพบความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และได้ส่งสำนวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อหน้าที่ให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการชี้มูลความผิดต่อไป

 

สตง. ระบุว่าได้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบไปแล้วรวมมูลค่ากว่า 129 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเสียงสะท้อนจากครอบครัวผู้เสียชีวิตบางส่วนที่มองว่า การเยียวยาที่ได้รับยังไม่เหมาะสมกับความสูญเสีย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปพิจารณาต่อไป

 

ทั้งนี้สตง. ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า จะไม่มีการเดินหน้าก่อสร้างอาคารสำนักงานต่อในพื้นที่เดิม โดยเตรียมดำเนินการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดคืนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต่อไป

 

พิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม 1พิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม 2พิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม 3พิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม 4พิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคาร สตง. ถล่ม 5

The post สตง. จัดทำบุญครบ 1 ปี โศกนาฏกรรมอาคารใหม่ถล่ม ยืนยันยกเลิกก่อสร้างเตรียมคืนพื้นที่ รฟท. appeared first on THE STANDARD.

]]>
มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยชีวิตและความทุจริตใต้ชั้นคอนกรีต https://thestandard.co/oag-building-collapse-corruption/ Thu, 26 Mar 2026 04:52:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1191488 ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน

‘อาคารที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการตรวจสอ […]

The post มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยชีวิตและความทุจริตใต้ชั้นคอนกรีต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน

‘อาคารที่ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการตรวจสอบ กลับพังทลายลงเพราะขาดการตรวจสอบตัวเอง’

 

หนึ่งปีที่ผ่านมา ภาพกองเศษซากคอนกรีตของตึก สตง. แห่งใหม่ กลายเป็นพยานวัตถุชิ้นสำคัญที่ฟ้องให้สังคมเห็นว่า นี่ไม่ใช่เพียงโศกนาฏกรรมจากภัยธรรมชาติ แต่มันคือผลพวงของความบกพร่องที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้ชั้นปูนมานานหลายปี

 

ย้อนกลับไปในปี 2561 โครงการตึกสตง. แห่งใหม่ นี้ถูกประทับตราด้วยงบประมาณมหาศาลรวมกว่า 2,284 ล้านบาท ไล่ตั้งแต่ค่าออกแบบไปจนถึงสัญญาจ้างก่อสร้างที่ผ่านระบบ e-bidding ทว่าเบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น กลับเต็มไปด้วยความล่าช้าสะสมในการส่งมอบงานงวดที่ 1 ถึง 22 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ทัน

 

จนกระทั่งในวินาทีที่แผ่นดินไหวมาเยือนเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แรงสั่นสะเทือนนั้นได้กระชากแผลทุจริตออกมาจนหมดสิ้น ผลการชำแหละซากอาคารโดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงพบความจริงที่น่าตกใจว่า อาคารพังถล่มเริ่มจากชั้นล่างเพราะผนังรับแรงไม่สามารถต้านทานแรงเฉือนได้ เนื่องจากค่ากำลังอัดของคอนกรีตต่ำกว่ามาตรฐานอย่างร้ายแรง

 

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น แบบก่อสร้างที่ใช้จริงยังถูกบิดเบือนจนขัดต่อกฎหมายความปลอดภัย และจุดตายที่สำคัญที่สุดคือระยะฝังของเหล็กเสริมที่สั้นกว่าที่กำหนด ทำให้โครงสร้างทั้งหมดอ่อนแอจนไม่อาจปกป้องชีวิตใครได้

 

ในวันนี้ แม้ซากปรักหักพังส่วนใหญ่จะถูกรื้อถอนจนเหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่าที่เงียบเหงา แต่ความผิดทางอาญายังคงเดินหน้าต่อ โดยศาลอาญาได้รับฟ้องผู้ต้องหาทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดารวม 23 ราย ในข้อหาหนักทั้งเรื่องการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ไปจนถึงการปลอมแปลงเอกสารสำคัญ

 

ภาพชุดนี้ไม่ได้ถูกเผยแพร่เพื่อตอกย้ำความเศร้า แต่เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่า เศษปูนนั้นรื้อถอนได้ แต่ความรับผิดชอบต่อชีวิตประชาชนและเงินภาษีแผ่นดิน จะต้องถูกตรวจสอบอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้ความสูญเสียเช่นนี้กลายเป็นเพียงหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม

 

ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 1ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 2ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 3ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 4ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 5ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 6ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 7ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 8ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 9ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 10ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 11ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 12ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 13ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 14ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 15ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 16ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 17ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 18ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 19ภาพซากอาคาร สตง. ที่พังถล่มลงมา เนื่องจากปัญหาการทุจริตและคอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน 20

The post มหากาพย์ซากปูน สตง. 2,000 ล้าน บทเรียนราคาแพงที่แลกด้วยชีวิตและความทุจริตใต้ชั้นคอนกรีต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้อนรอย 1 ปี ตึก สตง. ถล่ม กับการสางปมทุจริตพันล้าน https://thestandard.co/sao-building-collapse-corruption/ Mon, 23 Mar 2026 06:17:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1190208 ภาพอินโฟกราฟิก สรุปเหตุการณ์ ตึก สตง. ถล่ม ครบ 1 ปี และความคืบหน้าคดีทุจริตพันล้านบาท

1 ปีผ่านไป… ใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสีย […]

The post ย้อนรอย 1 ปี ตึก สตง. ถล่ม กับการสางปมทุจริตพันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิก สรุปเหตุการณ์ ตึก สตง. ถล่ม ครบ 1 ปี และความคืบหน้าคดีทุจริตพันล้านบาท

1 ปีผ่านไป… ใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียจากเหตุการณ์ ตึก สตง. ถล่ม ?

 

จากงบประมาณก่อสร้างกว่า 2,136 ล้านบาท สู่การค้นพบความบกพร่องร้ายแรง 4 ประการ ทั้งแบบที่ขัดกฎหมาย คอนกรีตไม่ได้มาตรฐาน และการเสริมเหล็กที่สั้นกว่ากำหนด จนนำไปสู่การสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องถึง 23 ราย

 


 

ภาพอินโฟกราฟิก สรุปเหตุการณ์ ตึก สตง. ถล่ม ครบ 1 ปี และความคืบหน้าคดีทุจริตพันล้านบาท 1

 

ภาพ: ณัฏฐ์กานต์ ดวงมาตย์พล

The post ย้อนรอย 1 ปี ตึก สตง. ถล่ม กับการสางปมทุจริตพันล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCB EIC จี้สังคายนามาตรฐานก่อสร้างไทย หลังวิกฤตเครนถล่มซ้ำซากเขย่าความเชื่อมั่นโครงการรัฐ แนะเร่งใช้ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ และดึงเทคโนโลยี Sensor คุมเข้มความปลอดภัย https://thestandard.co/scb-eic-construction-safety-overhaul/ Thu, 22 Jan 2026 02:17:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1167973 SCB EIC จี้สังคายนามาตรฐานก่อสร้างไทย หลังวิกฤตเครนถล่มซ้ำซากเขย่าความเชื่อมั่นโครงการรัฐ แนะเร่งใช้ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ และดึงเทคโนโลยี Sensor คุมเข้มความปลอดภัย

เครนถล่ม…เขย่าปัญหาเชิงโครงสร้างภาคก่อสร้าง จะแก้ไข หรื […]

The post SCB EIC จี้สังคายนามาตรฐานก่อสร้างไทย หลังวิกฤตเครนถล่มซ้ำซากเขย่าความเชื่อมั่นโครงการรัฐ แนะเร่งใช้ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ และดึงเทคโนโลยี Sensor คุมเข้มความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
SCB EIC จี้สังคายนามาตรฐานก่อสร้างไทย หลังวิกฤตเครนถล่มซ้ำซากเขย่าความเชื่อมั่นโครงการรัฐ แนะเร่งใช้ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ และดึงเทคโนโลยี Sensor คุมเข้มความปลอดภัย

เครนถล่ม…เขย่าปัญหาเชิงโครงสร้างภาคก่อสร้าง จะแก้ไข หรือจะปล่อยซ้ำรอยเดิม?

 

เหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มติดต่อกัน กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างโครงการภาครัฐในวงกว้าง เหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มติดต่อกันในเดือนมกราคม 2026 ได้แก่ 1) เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษหมายเลข 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์-อุบลราชธานี และ 2) เครนก่อสร้างโครงการทางยกระดับ ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (มอเตอร์เวย์ M82) ถล่มทับรถยนต์ อีกทั้ง เหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่มจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 2025 รวมถึงถนนที่ก่อสร้างแล้ว และอยู่ระหว่างก่อสร้างทรุดตัวในหลายพื้นที่ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างโครงการภาครัฐในวงกว้าง

 

การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการยกระดับกลไกการกำกับดูแลผู้รับเหมาก่อสร้าง และการนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้ จะช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับการก่อสร้าง

 

  • การยกระดับกลไกการกำกับดูแลผู้รับเหมาก่อสร้าง ในระยะสั้น ต้องเร่งดำเนินมาตรการสมุดพกผู้รับเหมา (การหักคะแนนสะสมในกรณีที่ผู้รับเหมาก่อสร้างกระทำผิด) และกระบวนการจัดจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างจำเป็นต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเข้าประมูล การก่อสร้าง จนถึงตรวจรับงาน รวมถึงการบังคับใช้บทลงโทษผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีปัญหาในการก่อสร้างหรือการส่งมอบงาน ตั้งแต่การปรับเงิน ตัดสิทธิในการเข้าประมูลงาน ปรับลดระดับชั้น ไปจนถึงเพิกถอนรายชื่อ
  • ในระยะยาว ต้องยกระดับภาคก่อสร้างทั้ง Supply chain ผ่านการจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล และพัฒนาภาคก่อสร้าง ทั้งนี้ภาครัฐอาจศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลและยกระดับภาคก่อสร้าง จากตัวอย่างของมาเลเซีย ซึ่งมี Construction Industry Development Board (CIDB) ที่มีบทบาทให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐ รวมถึงกำกับดูแล กำหนดมาตรฐาน และยกระดับคุณภาพของผู้รับเหมาก่อสร้าง ไปจนถึงการวิจัยและพัฒนา เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ภาคก่อสร้างมีความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ
  • การนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น เช่น อุปกรณ์และเครื่องจักรอัตโนมัติที่ช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานที่อันตรายทดแทนการใช้แรงงานคน อุปกรณ์ Sensor เพื่อแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์และเครื่องจักรมีการทำงานผิดปกติ หรือแจ้งเตือนเมื่อถึงระยะเวลาการซ่อมแซมและบำรุงรักษา ทั้งนี้ภาครัฐมีบทบาทเร่งให้เกิดการใช้เทคโนโลยีก่อสร้าง ผ่านการกำหนดมาตรฐานการใช้เทคโนโลยีก่อสร้างในการประมูลโครงการก่อสร้างภาครัฐ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีก่อสร้าง การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และการสนับสนุนเงินทุนสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ลงทุนนำเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องมาใช้

 

ผู้รับเหมาก่อสร้างควรเร่งยกระดับคุณภาพ และระมัดระวังการใช้กลยุทธ์เข้าประมูลแบบแข่งขันด้านราคาที่ต่ำเกินไป ผู้รับเหมาก่อสร้างควรเร่งยกระดับคุณภาพ ด้วยการเลือกพันธมิตรและผู้รับเหมาช่วงที่มีความน่าเชื่อถือ ยกระดับขั้นตอนการก่อสร้างให้มีความปลอดภัย ใช้วัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงส่งมอบงานได้ตรงเวลาและคุณภาพ อีกทั้ง การนำเทคโนโลยีมาใช้ จะช่วยเพิ่ม Productivity ทั้งนี้การเข้าประมูลโครงการก่อสร้างยังต้องระมัดระวังการใช้กลยุทธ์แบบแข่งขันด้านราคาที่ต่ำเกินไป เพื่อป้องกันสถานการณ์ที่ผู้รับเหมาก่อสร้างถูกบีบให้รักษาอัตรากำไร ด้วยการลดต้นทุนผ่านการลดคุณภาพงานก่อสร้าง

 

อ่านบทวิเคราะห์ฉบับออนไลน์: https://www.scbeic.com/th/detail/product/construction-210126?utm_source=Influencer&utm_medium=Influencer

The post SCB EIC จี้สังคายนามาตรฐานก่อสร้างไทย หลังวิกฤตเครนถล่มซ้ำซากเขย่าความเชื่อมั่นโครงการรัฐ แนะเร่งใช้ ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ และดึงเทคโนโลยี Sensor คุมเข้มความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย https://thestandard.co/police-chief-warns-italian-thai-must-check-safety/ Mon, 19 Jan 2026 09:35:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1166798 ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย

วันนี้ (19 มกราคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. […]

The post ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย

วันนี้ (19 มกราคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงจากโครงการก่อสร้าง 2 กรณี ได้แก่ เหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟโดยสาร ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และเหตุการณ์เครนถล่มทับรถยนต์ของประชาชน ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยพบว่าโครงการทั้งสองแห่งดำเนินการก่อสร้างโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อวางแนวทางการทำงาน โดยกำชับให้เน้นการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อนำมาวิเคราะห์และพิสูจน์ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่า เกิดจากความบกพร่องของตัวบุคคล ความเสื่อมสภาพของเครื่องจักร หรือความหละหลวมในขั้นตอนการปฏิบัติงาน ซึ่งจะนำไปสู่การชี้ชัดว่าเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัยหรือความประมาทเลินเล่อ

 

ผบ.ตร. ยังได้กล่าวฝากถึงผู้ประกอบการภาคเอกชน โดยขอให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงแต่ผลประกอบการหรือกำไรทางธุรกิจเท่านั้น

 

“กรณีที่เกิดขึ้นซ้ำซากกับบริษัทเดิม ในสถานที่ต่างกันและต่างวาระ เป็นประเด็นสำคัญที่พนักงานสอบสวนได้นำเข้าสู่สำนวนการสืบสวนแล้ว ผมอยากวิงวอนให้ผู้ประกอบการป้องกันและระมัดระวังอย่างเต็มที่ที่สุดก่อนจะลงมือประกอบธุรกิจใดๆ เพราะเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว

 

ในส่วนของความเกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ชี้แจงว่า ปัจจุบันยังไม่มีโครงการก่อสร้างใดที่กำลังดำเนินการร่วมกับบริษัทเอกชนรายดังกล่าว แต่ยอมรับว่าในอดีตมีโครงการที่แล้วเสร็จไปแล้ว เช่น อาคารที่พักอาศัยและแฟลตตำรวจ ส่วนกรณีอาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สตม. ที่มีข้อมูลว่าบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ก่อสร้างและได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปี 2567 นั้น

 

ไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัดเนื่องจากโครงการได้รับการอนุมัติก่อนตนเข้ารับตำแหน่ง

 

อย่างไรก็ตาม ผบ.ตร. ยืนยันว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง จะส่งผลต่อการพิจารณาจ้างงานในอนาคตอย่างแน่นอน หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีคู่สัญญาเป็นบริษัทเอกชนรายนี้ จะต้องมีการตรวจสอบและพิจารณามาตรการด้านความปลอดภัยอย่างรอบคอบและรัดกุมมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภัยอันตรายซ้ำรอยเดิม

The post ผบ.ตร. กำชับพนักงานสอบสวน เร่งหาสาเหตุเครนถล่ม ย้ำอนาคต ตร. จ้างงาน ‘อิตาเลียนไทยฯ’ ต้องพิจารณาประวัติความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>