แบรนด์เสื้อผ้า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/แบรนด์เสื้อผ้า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 16 Jul 2026 01:58:09 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 CHANEL เข้าซื้อ Charvet แบรนด์เสื้อเชิ้ตเก่าแก่ที่สุดของโลก https://thestandard.co/chanel-acquires-charvet-oldest-shirt/ Thu, 02 Jul 2026 06:03:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1225907 โลโก้แบรนด์ CHANEL และ Charvet

CHANEL ประกาศเข้าเข้าซื้อ Charvet แบรนด์เสื้อเชิ้ตเก่าแ […]

The post CHANEL เข้าซื้อ Charvet แบรนด์เสื้อเชิ้ตเก่าแก่ที่สุดของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้แบรนด์ CHANEL และ Charvet

CHANEL ประกาศเข้าเข้าซื้อ Charvet แบรนด์เสื้อเชิ้ตเก่าแก่ที่สุดของโลกจากปารีส หลังจากร่วมงานกันในคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 ซึ่งเป็นเดบิวต์คอลเล็กชันของ Matthieu Blazy

 

จากการรายงานของ New York Times ระบุว่า CHANEL ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขการซื้อขายอย่างเป็นทางการออกมา แต่ระบุถึงขอบเขตการทำงาน และข้อตกลงกับเจ้าของเก่า และอนาคตของการทำธุรกิจ

 

ใจความสำคัญอยู่ที่ Charvet จะมาเป็นแบรนด์ในเครือเทียบเท่ากับแบรนด์อื่นๆ ที่ CHANEL เป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็น ERES แบรนด์ชุดว่ายน้ำและชุดชั้นในของผู้หญิง,Orlebar Brown แบรนด์กางเกงว่ายน้ำและเสื้อผ้าลำลองของผู้ชาย และ Barrie แบรนด์เสื้อผ้าไหมพรมจากสกอตแลนด์ ที่จะมีการดำเนินธุรกิจในแบบของตัวเองต่อไปอย่างอิสระ และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ Métiers d’art หรือห้องเวิร์กช็อปสกิลช่างฝีมือชั้นสูงอย่าง Lesage, Montex หรือ Goossens

 

อย่างไรก็ตามทาง Bruno Pavlovsky ประธานฝั่งแฟชั่นของ CHANEL ได้เผยถึงเหตุผลถึงการเข้าซื้อกิจการ เนื่องจาก Charvet เป็นหนึ่งในไม่กี่แบรนด์ที่เชี่ยวชาญเรื่องการทำเสื้อเชิ้ตสำหรับผู้ชายที่มีทั้งงานฝีมืออย่างถ่องแท้ และมีความสัมพันธ์กับ CHANEL มาตั้งแต่สมัย Gabrielle Chanel

 

Charvet แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านเสื้อเชิ้ตจากฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นในปี 1838 โดย Joseph-Christophe Charvet และได้รับการยกย่องว่าเป็นร้านเสื้อเชิ้ตแห่งแรกของโลก และมีร้านหลักตั้งอยู่ที่ Place Vendôme เทียบเคียงกับแบรนด์ลักชัวรีอื่นๆ

 

โดยกิจการอยู่ภายใต้การบริหารของตระกูล Charvet จนถึงปี 1965 ก่อนจะถูกส่งต่อให้ Denis Colban ผู้จัดหาผ้าให้กับแบรนด์ในขณะนั้น ปัจจุบัน Charvet บริหารงานโดย Jean-Claude และ Anne-Marie Colban ทายาทของตระกูล Colban และคนในครอบครัวรุ่นปัจจุบัน ไม่มีแผนที่จะรับช่วงต่อ CHANEL จึงเข้ามารับช่วงต่อแทน

 

ความสัมพันธ์ระหว่าง CHANEL และ Charvet มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่เกือบหนึ่งศตวรรษก่อน เมื่อ Gabrielle Chanel มักหยิบยืมเสื้อเชิ้ต Charvet ของ Boy Capel นักธุรกิจและนักกีฬาโปโลชาวอังกฤษผู้เป็นคนรักของเธอ ต่อมา Matthieu Blazy นำแรงบันดาลใจจากสไตล์การแต่งตัวของผู้ก่อตั้งแบรนด์ ทำออกมาเป็นเสื้อเชิ้ต 3 แบบร่วมกับ Charvet สำหรับคอลเล็กชันแรกของเขาเลยทำให้แบรนด์เป็นที่พูดถึงในวงกว้างมากขึ้น

 

โดยลุคแรกเป็นเวอร์ชันสีขาวทรงทักซิโดที่เราได้เห็นมาจาก Nicole Kidman ที่กลับไปเป็นแขกของแฟชั่นโชว์และเฮาส์แอมบาสเดอร์ และอีกรุ่นได้รับการสวมใส่โดย Jacob Elordi ในรายการของ Jimmy KImmel โดยเพิ่มรายละเอียดโซ่ทิ้งน้ำหนักไว้ที่ชายขอบเสื้อ

 

ภาพ: CHANEL

 

อ้างอิง:

 

The post CHANEL เข้าซื้อ Charvet แบรนด์เสื้อเชิ้ตเก่าแก่ที่สุดของโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNIQLO T-SHIRT: ใครว่า “เสื้อยืด” เป็นแค่เสื้อธรรมดา? บางทีความมั่นใจ…ก็เริ่มจากไอเทมที่เราคิดไม่ถึง https://thestandard.co/uniqlo-t-shirt-everyday-style/ Mon, 08 Jun 2026 07:30:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1211100 ภาพเสื้อยืด UNIQLO ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและสไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวัน

การใช้ชีวิตในเมืองทุกวันนี้ มีเรื่องให้ต้องคิดเต็มไปหมด […]

The post UNIQLO T-SHIRT: ใครว่า “เสื้อยืด” เป็นแค่เสื้อธรรมดา? บางทีความมั่นใจ…ก็เริ่มจากไอเทมที่เราคิดไม่ถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเสื้อยืด UNIQLO ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและสไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวัน

การใช้ชีวิตในเมืองทุกวันนี้ มีเรื่องให้ต้องคิดเต็มไปหมด ตั้งแต่วันทำงานที่อยากดูดีแบบ effortless แฮงก์เอ้าท์หลังเลิกงานที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นแบบไม่ได้นัดล่วงหน้า ไปจนถึงวันหยุดที่พร้อมออกไปทำทุกอย่างตั้งแต่คาเฟ่ฮอปปิ้งจนไปถึงเดินเล่นในเมือง ดังนั้นเวลาเลือกเสื้อผ้าสักชิ้นมาใส่ สิ่งที่ตามหาคือไอเทมนั้นต้องทำให้มั่นใจได้แบบไม่ต้องคิดเยอะ

 

UNIQLO เข้าใจความรู้สึกนั้นดีเลยออกแบบ UNIQLO T-SHIRT ให้เป็นมากกว่าเสื้อยืดธรรมดาในตู้ ด้วยดีไซน์ที่พิถีพิถันในทุกดีเทล มิกซ์แอนด์แมตช์ได้ง่ายกับแทบทุกอย่าง และใส่ได้จริงในทุกโอกาส ตั้งแต่วันพักผ่อนสบายๆ ไปจนถึงวันทำงาน ช่วยให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดในทุกวัน

 

ถ้าอยากรู้ว่าเสื้อยืดจะบูสต์ความมั่นใจได้อย่างไร ลองดูตัวอย่างลุคจาก UNIQLO T-SHIRT เผื่อได้แรงบันดาลใจในการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อยืดในแต่ละจังหวะของชีวิต

 

The New Preppy: ความเรียบร้อยที่ไม่อึดอัด

 

ภาพเสื้อยืด UNIQLO ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและสไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวัน 1

 

เคยไหมที่ต้องดูเรียบร้อยพอสำหรับการ meeting ตอนเช้า แต่ยังต้องใช้ชีวิตต่อไปอีกทั้งวัน วันแบบนั้นไม่อยากแต่งตัวให้ดูเนี้ยบจนรู้สึกอึดอัด แต่ก็ไม่อยากดูชิลจนเกินไป ลุค The New Preppy จึงตอบโจทย์ของวันที่ต้องบาลานซ์ความเนี้ยบกับความสบาย ด้วยการจับคู่ U AIRism Cotton Oversized T-shirt กับ กางเกงทรงโค้งที่ช่วยสร้างซิลูเอตให้ลุคดูมีมิติ ดูตั้งใจแต่งแบบ effortless พร้อมความ relaxed ที่ดูมีสไตล์ ด้วยทรงเสื้อ Oversized แบบ Genderless ทำให้ลุคนี้ใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน จากเนื้อผ้า AIRIsm ที่ให้สัมผัสเย็น สบายผิว ใส่สบาย  ช่วยให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวในทุกโมเมนต์

 

How to Match: อัพลุคให้ดูดีกว่าเดิมด้วยการเลือก Blazer สวมมาทับ เพื่อให้พร้อม meeting ทันที หรือเปลี่ยนรองเท้าเป็น Loafers หรือรองเท้าหนัง เพื่อเติมความ preppy อีกระดับ และถ้าวันไหนอยากได้ลุคที่สบายขึ้นก็เลือก Sneakers มาสวมได้เลย 

 

Downtown Doll: น่ารักแบบมั่นใจในทุกวัน

 

ภาพเสื้อยืด UNIQLO ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและสไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวัน 2

 

ลองนึกถึงวันที่ตื่นมาแล้วอยากดูน่ารัก โดยไม่ต้องพยายามให้มากมาย วันแบบนั้นแค่หยิบ AIRism Cotton T เสื้อยืดทรงบ็อกซี่ มาแมตช์กับกระโปรงมินิพลีต ที่เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้ลุคออกมาน่ารักและสดใส แต่ยังดูคล่องตัว มั่นใจสไตล์คนเมือง ด้วยเนื้อผ้า AIRism ที่ใส่แล้วรู้สึกสบาย เย็นผิว ไม่ร้อน เหมาะกับวันชิลๆ ไม่ว่าจะเป็นวันที่แฮงก์เอาต์กับเพื่อนหรือไปคาเฟ่ฮอปปิ้งในวันหยุดสุดสัปดาห์

 

How to Match: วันไหนที่มีนัดเป็นทางการต้องพบปะผู้คน แค่หยิบ Blazer หรือ Cardigan มาทับ พร้อมสวม Loafers ก็ยกระดับลุคให้ทางการขึ้นได้ทันที หรือถ้าอยากปรับลุคให้สบาย ก็ใส่ Sneakers แทน

 

Vacation: วันพักผ่อนที่ดูดีทุกโมเมนต์

 

ภาพเสื้อยืด UNIQLO ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและสไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวัน 3

 

ถึงจะเป็นวันพักผ่อน แต่บางทีก็อยากดูดีในทุกโมเมนต์ ลุค Vacation เลยตอบโจทย์วันสบาย ๆ ที่ไม่ต้องคิดมากเรื่องการแต่งตัว เพียงแค่หยิบ UNIQLO and JW ANDERSON Mini T เสื้อยืดทรงครอปเข้ารูปที่ดูเรียบ ๆ แต่ซ่อนดีเทลโลโก้ JW ANDERSON ไว้อย่างมีชั้นเชิงตรงชายเสื้อ นำมาจับคู่กับกางเกงผ้าลินินผสม เท่านี้ก็ได้ลุคที่ดูสบายๆ แต่ยังดูดีมีคาแรกเตอร์ เติมเต็มวันพักผ่อนให้มีสไตล์

 

ไม่ว่าจะเดินเล่นริมทะเล นั่งชิลที่คาเฟ่ หรือนอนพักผ่อนที่บ้านก็รู้สึกสบายตัว เพราะเสื้อยืดมาพร้อมเนื้อผ้าคอตตอนผสมที่มีเนื้อผ้าบรัชละเอียดที่ให้สัมผัสนุ่ม เอาอยู่ทุก vacation time

 

How to Match : ลุคนี้ต่อยอดได้ด้วยไอเทมน้อยชิ้นแต่สามารถเปลี่ยน mood อย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าเป็นการเลือก Sandals มาสวมเพื่อให้ได้ holiday vibes เต็มๆ หรือจะเพิ่มหมวกกับ Tote Bag เท่านี้ลุคก็ดูครบพร้อมออกเดินทาง แต่ถ้าต้องเข้า indoor หรือแวะคาเฟ่ ก็แค่หยิบ Shirt มาสวมทับเพิ่ม layer ได้เลยโดยที่ลุคโดยรวมยังดูดี

 

High-Street Heritage: ลุคเท่ ๆ ในวันหาแรงบันดาลใจ

 

ภาพเสื้อยืด UNIQLO ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและสไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวัน 4

 

บางวันที่แค่อยากออกไปเดินเล่นแบบไม่มีแพลน แวะคาเฟ่ใหม่ ๆ หรือเดินหาแรงบันดาลใจในย่านที่ไม่คุ้นเคย ลุค High-Street Heritage ถือเป็นลุคที่เหมาะกับวันได้อย่างลงตัว  เพียงแค่หยิบ U Crew Neck T-Shirt เสื้อยืดคอกลมดีไซน์คลาสสิกมาแมตช์กับกางเกงยีนส์ขาสั้น ทรงหลวมที่ให้กลิ่นอายวินเทจผสมความสตรีท ทำให้ลุคที่ดูเรียบง่ายแต่ยังดูเท่และใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยเสื้อที่ทำจากผ้าคอตตอนคุณภาพ 100% ช่วยให้ตัวเสื้ออยู่ทรง สัมผัสดี ทำให้ลุคโดยรวมดูชัดและมีสไตล์ ส่วนกางเกงยีนส์ขาสั้น ก็คล่องตัวพร้อมทุกกิจกรรม ตั้งแต่ hangout กับเพื่อน เดินเล่นในเมือง ไปจนถึง casual gathering ที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า

 

How to Match: ลุคนี้นำไปเล่นกับ layer ได้สนุก เพียงนำ Overshirt หรือ Shirt ทับเพื่อเพิ่มความ street ให้ชัดขึ้น ถ้าอยากให้ทุกอย่างดู casual และคล่องตัว Sneakers คือคำตอบที่ง่ายที่สุด แต่ถ้าวันไหนอยากเติมความวินเทจให้ลุคมีมิติขึ้น Boots หรือ Loafers ก็ช่วยเปลี่ยนมู้ดได้ทันที

 

Wild at Heart: สำหรับวันที่อยากลุยแบบไม่ต้องคิด

 

ภาพเสื้อยืด UNIQLO ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและสไตล์ในการใช้ชีวิตประจำวัน 5

 

มีบางวันที่ตื่นมาแล้วอยากออกไปลุยแบบไม่มีแพลน ไม่อยากเสียเวลาคิดเรื่องการแต่งตัว แต่ยังอยากให้ลุคดูดีพร้อมออกไปใช้วันนั้นได้ทันที ลุค Wild at Heart เลยเป็นคำตอบสำหรับวันนั้น เริ่มจากหยิบ U Crew Neck T-Shirt ทรงเบสิก จับคู่กับ กางเกงยีนส์ขาสั้น ที่เติมความคล่องตัวและมีชีวิตชีวาทำให้ลุคโดยรวม ดูเท่ ดูสนุก และมั่นใจได้แบบไม่พยายาม ด้วยตัวเสื้อที่มีเนื้อผ้าคอตตอน 100% ให้สัมผัสดีและอยู่ทรง ทำให้ลุคยังดูมีมิติ แม้จะเป็นวันที่แต่งตัวแบบสบาย ๆ ขณะที่ กางเกงยีนส์ขาสั้น ก็พร้อมพาไปลุยได้ทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเดินเล่น แวะคาเฟ่ หรือใช้วันหยุดแบบเต็มที่กับหลายแพลนในวันเดียว

 

How to Match: เพิ่มหรือลดไอเทมเสริมลุคนี้ได้ตามอารมณ์ วันไหนอยากให้ดูมีมิติขึ้น ลองเอา Overshirt หรือ Jacket มาใส่ทับ แต่ถ้าอยากให้ทุกอย่างดู active และคล่องตัว Sneakers ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าวันไหนอยากยกระดับความเท่ ลองใส่ Boots หรือเพิ่ม Belt เข้าไปด้วย ก็เปลี่ยนลุคได้อีกแบบ

 

ด้วยดีไซน์ที่ผ่านการคิดมาอย่างดีและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง UNIQLO T-SHIRT เลยเป็นมากกว่าเสื้อยืดธรรมดาในตู้ แต่คือไอเทมที่หยิบขึ้นมาแล้วมั่นใจได้ทันทีโดยไม่ต้องคิดเยอะ และสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลายลุคตามทุกจังหวะชีวิต ช่วยให้เราเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่มั่นใจที่สุด

 

เลือกไอเทมที่เพิ่มความมั่นใจของคุณได้แล้ววันนี้ที่ UNIQLO ทุกสาขา หรือช้อปออนไลน์ง่าย ๆ ที่  Uniqlo.com ›

 

The post UNIQLO T-SHIRT: ใครว่า “เสื้อยืด” เป็นแค่เสื้อธรรมดา? บางทีความมั่นใจ…ก็เริ่มจากไอเทมที่เราคิดไม่ถึง appeared first on THE STANDARD.

]]>
C P S รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปิดโลโก้ใหม่ ย้ำความเท่ที่ใส่ได้ทุกวันแบบ Unfollow Ordinary [PR NEWS] https://thestandard.co/cps-rebrand-unfollow-ordinary/ Mon, 12 Jan 2026 07:50:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1162614

จากชื่อ CPS CHAPS แบรนด์เดินหน้ารีแบรนด์ครั้งสำคัญ สู่ช […]

The post C P S รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปิดโลโก้ใหม่ ย้ำความเท่ที่ใส่ได้ทุกวันแบบ Unfollow Ordinary [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากชื่อ CPS CHAPS แบรนด์เดินหน้ารีแบรนด์ครั้งสำคัญ สู่ชื่อใหม่ C P S (ซีพีเอส) พร้อมโลโก้ที่เรียบง่าย สะอาด และทันสมัยขึ้น เพื่อสื่อสารตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม โดยการเว้นวรรคระหว่างตัวอักษร C P S ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนความเป็นปัจเจก และความมั่นใจที่ไม่ต้องแต่งเติม

 

อภิสิทธิ์ สิงหสัจจเทศ Brand Creator ของ C P S เปิดเผยว่า แม้ลูกค้าจะรับรู้แบรนด์ในฐานะแฟชั่นที่มีความเท่ กล้าแสดงออก และมีเอกลักษณ์ด้านดีไซน์มาโดยตลอด แต่กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ยังต้องการการสื่อสารที่ชัดเจน เข้าถึงง่าย และตรงกับตัวตนมากขึ้น การรีแบรนด์ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการบอกว่า C P S คือใครในวันนี้

 

อภิสิทธิ์ สิงหสัจจเทศ Brand Creator ของ C P S

 

สำหรับกลยุทธ์ปี 2569 แบรนด์โฟกัสกลุ่ม Nonconformist อายุ 18–35 ปี ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่

 

1. Denim Curator ตอกย้ำบทบาทผู้เชี่ยวชาญด้านยีนส์ ครอบคลุมทั้งดีไซน์ ความหลากหลาย และเทคนิคงานคราฟต์ ตั้งแต่การย้อม ฟอก พิมพ์ลาย ไปจนถึงงานปั๊ม ด้วย 3 กลยุทธ์ คือ Denim Iconic, Denim Pillar และ Denim Statement

 

 

2. Activation สร้างประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าผ่านกิจกรรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เปิดพื้นที่ให้ทดลองสินค้า แลกเปลี่ยนมุมมอง และสะท้อนตัวตน

 

3. Collaboration ร่วมงานกับศิลปิน นักดนตรี และครีเอเตอร์ที่มี DNA แบบ C P S เพื่อสร้างคอลเลกชันและคอนเทนต์ที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของ Community

 

 

ท้ายที่สุด อภิสิทธิ์ได้ย้ำจุดยืนของ C P S ว่า ความเท่ยังคงเป็น DNA หลักของแบรนด์ แต่เป็นความเท่ที่เข้าถึงได้ง่าย และเกิดขึ้นได้จริงในชีวิตประจำวัน ภายใต้แนวคิด Unfollow Ordinary – ก้าวต่าง แฟชั่นที่ใส่ง่าย มีสไตล์ และยังกล้าโดดเด่นในทุกโมเมนต์อย่างลงตัว

The post C P S รีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปิดโลโก้ใหม่ ย้ำความเท่ที่ใส่ได้ทุกวันแบบ Unfollow Ordinary [PR NEWS] appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบรนด์ Phoebe Philo ถูกคาดการณ์ว่าจะแตะระดับพันล้านบาทพอสรุปยอดขายปี 2025 https://thestandard.co/phoebe-philo-billion-sales-2025/ Tue, 06 Jan 2026 11:25:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1161965 แบรนด์ Phoebe Philo ถูกคาดการณ์ว่าจะแตะระดับพันล้านบาทพอสรุปยอดขายปี 2025

ถึงแม้แบรนด์เสื้อผ้า Phoebe Philo ของดีไซเนอร์หญิงชาวอั […]

The post แบรนด์ Phoebe Philo ถูกคาดการณ์ว่าจะแตะระดับพันล้านบาทพอสรุปยอดขายปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบรนด์ Phoebe Philo ถูกคาดการณ์ว่าจะแตะระดับพันล้านบาทพอสรุปยอดขายปี 2025

ถึงแม้แบรนด์เสื้อผ้า Phoebe Philo ของดีไซเนอร์หญิงชาวอังกฤษจะเปิดตัวไปได้ไม่นาน แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าทำยอดขายปี 2025 ที่ผ่านมาอาจเพิ่มขึ้นสามเท่า แตะระดับ 32 ล้านปอนด์ หรือราว 1.3 พันล้านบาท ผลมาจากการขยายธุรกิจในรูปแบบขายส่งตามร้านค้า พาร์ตเนอร์ ในหัวเมือง ต่างๆ

 

โดยตัวเลขนี้อยู่ในการจดทะเบียนบริษัทของอังกฤษที่สิ้นสุดในวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยเป็นผลประกอบการของปี 2024 ที่ทำไว้ 11.2 ล้านปอนด์ และเพิ่มขึ้นสองเท่าจากปี 2023 ซึ่งเป็นปีแรกที่แบรนด์ก่อตั้งด้วยตัวเลข 5.7 ล้านปอนด์

 

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เปิดแบรนด์มา รายได้ที่ได้มายังอยู่ในแดนขาดทุน ซึ่งแต่ละปีแบรนด์ได้อยู่ในแดนลบถึง 21.8-24.4 ล้านปอนด์มาตลอด ซึ่งเกิดจากการวางรากฐานการผลิต และ การขนส่งในระยะแรก แต่ก็ยังส่งสัญญาณการเติบโตที่ดี และ ในอัตราที่เร็วและเพิ่มขึ้นสองเท่าตัวติดต่อกัน

 

สินค้าของ Phoebe Philo ประกอบไปด้วยทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋าสำหรับผู้หญิง ที่ ดีไซน์ แบบมินิมัลที่เราคุ้นเคยจากยุคของ Celine โดยจะออกเป็นคอลเล็กชัน ไม่อิงตามฤดูกาล แต่จะปล่อยมาเป็นคอลเล็กชัน A, B จนถึงตอนนี้อยู่ที่ D ที่พร้อมให้พรีวิวแล้ว

 

ซึ่งช่องทางการขายสินค้า นอกจากเว็บไซต์หลักที่ส่งมาถึงเฉพาะ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ยุโรป สแกนดิเนเวีย และในเอเชียแปซิฟิกมีแค่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ ทาง Phoebe Philo ได้แก้จุดอ่อนคือการให้ลูกค้าได้จับและลองสินค้าจริง ผ่านการฝากขายตามห้างและร้านมัลติแบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Bergdorf Goodman, Neiman Marcu, Dover Street Market, 10 Corso Como และอีกมากมาย

 

ก่อนที่จะปักหลักเปิดร้านแฟล็กชิปสาขาแรกในย่านช็อปปิ้งระดับไฮเอนด์อย่าง Mount Street ในเขต Mayfair ของกรุงลอนดอน และจะอยู่ตรงข้ามกับร้าน The Row ซึ่งคาดว่าจะเป็นรูปเป็นร่างในปี 2026 นี้

 

ภาพ: Steve Eichner/WWD/Penske Media via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post แบรนด์ Phoebe Philo ถูกคาดการณ์ว่าจะแตะระดับพันล้านบาทพอสรุปยอดขายปี 2025 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ZIMMERMANN แบรนด์เสื้อผ้าจากออสเตรเลีย เปิดตัวบูติกแรกในไทยที่ ICONSIAM https://thestandard.co/zimmermann-first-boutique-thailand-iconsiam/ Thu, 01 Jan 2026 07:51:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1160821 ZIMMERMANN แบรนด์เสื้อผ้าจากออสเตรเลีย เปิดตัวบูติกแรกในไทยที่ ICONSIAM

ZIMMERMANN แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงจากออสเตรเลีย ได้บินมาเ […]

The post ZIMMERMANN แบรนด์เสื้อผ้าจากออสเตรเลีย เปิดตัวบูติกแรกในไทยที่ ICONSIAM appeared first on THE STANDARD.

]]>
ZIMMERMANN แบรนด์เสื้อผ้าจากออสเตรเลีย เปิดตัวบูติกแรกในไทยที่ ICONSIAM

ZIMMERMANN แบรนด์เสื้อผ้าผู้หญิงจากออสเตรเลีย ได้บินมาเปิดบูติกสาขาแรกในไทยที่ศูนย์การค้า ICONSIAM พร้อมกับการตกแต่งภายในโดย Studio McQualter ที่ร่วมงานกับแบรนด์มาอย่างยาวนาน

 

สิ่งที่เห็นได้อย่างแรกจากฟาซาดร้านในชั้น 1 คือการตกแต่งร้านที่สะท้อนตัวตนแบบเฟมินินผสมกลิ่นอายวินเทจ กับบรรยากาศที่อบอุ่น และ การจัดวางหุ่นแสดงเสื้อผ้า และ เครื่องประดับ ล้อมรอบด้วยโต๊ะสไตล์ Dutch Art Deco และ ชั้นวางสินค้าสไตล์อิตาลียุคทศวรรษ 1970

 

นอกจากนี้ ภายในบูติกยังประดับด้วยผลงานศิลปะที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากศิลปินชาวออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็น Angilyiya Mitchell, Laith McGregor และ Louise Paramor ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงเพื่อสะท้อนถึงรากฐาน และ อัตลักษณ์ของแบรนด์

 

Nicky Zimmermann ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ และ ผู้ก่อตั้งแบรนด์กล่าวว่า “นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่เราจะได้มอบประสบการณ์การช็อปปิงที่ชวนดื่มด่ำ และสามารถสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบให้แก่ลูกค้าในกรุงเทพฯ”

 

ZIMMERMANN เป็นหนึ่งในแบรนด์จากออสเตรเลียที่ประสบความสำเร็จที่สุด ก่อตั้งโดยสองพี่น้อง Nicky และ Simone Zimmermann ในปี 1991 ที่นครซิดนีย์ โดยเริ่มต้นจากการที่ Nicky ตัดชุดเดรสเพื่อไปขายในตลาดนัดวันเสาร์ในย่าน Paddington และเริ่มขยายธุรกิจมาเป็นชุดว่ายน้ำ และเสื้อผ้าที่โดดเด่นเรื่องลายพิมพ์แบบเฟมินิน จนปัจจุบันมีร้านค้าอยู่ทั่วโลก โดยมีตลาดสำคัญนอกจากออสเตรเลียคือสหรัฐฯ อังกฤษ ยุโรป และจีน พร้อมกับขยายไลน์สินค้ามาทั้งเด็ก รีสอร์ต แวร์ รองเท้าและกระเป๋า

 

ภาพ: ZIMMERMANN

The post ZIMMERMANN แบรนด์เสื้อผ้าจากออสเตรเลีย เปิดตัวบูติกแรกในไทยที่ ICONSIAM appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ ‘บู้ Slur’ และทีมผู้ก่อตั้ง ORYM แอคทีฟแวร์ไทย ที่ทำขึ้นเพื่ออากาศร้อนชื้น https://thestandard.co/life/orym-activewear-tropical-thailand-slur-brooo/ Wed, 26 Nov 2025 04:47:30 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1147782 orym-activewear-tropical-thailand-slur-brooo

ในโลกของเสื้อผ้าออกกำลังกายที่เต็มไปด้วยแบรนด์ระดับโลก […]

The post คุยกับ ‘บู้ Slur’ และทีมผู้ก่อตั้ง ORYM แอคทีฟแวร์ไทย ที่ทำขึ้นเพื่ออากาศร้อนชื้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
orym-activewear-tropical-thailand-slur-brooo

ในโลกของเสื้อผ้าออกกำลังกายที่เต็มไปด้วยแบรนด์ระดับโลก แทบไม่มีเจ้าไหนเลยที่ ‘เกิดมาเพื่อคนเขตร้อนชื้นจริงๆ’ ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาในประเทศที่มีอากาศแห้ง หรือทุ่งหญ้าสเตปป์ ซึ่งไม่ตรงกับการใช้ชีวิตของคนเมืองร้อนชื้นแบบไทย ที่มีความชื้นสูง ผ้าแห้งช้า และสภาพการออกกำลังกายที่มีเหงื่อเป็นเพื่อนสนิทอยู่ตลอดเวลา 

 

ด้วยมองเห็นช่องว่างของตลาด และเชื่อว่าคนในภูมิภาคเขตร้อนชื้นสมควรมีเสื้อผ้าที่เข้าใจร่างกายและสภาพอากาศอย่างแท้จริง ‘บู้ SLUR’ จึงชวน ‘อ๋อง-กษิดิศ ดวงวราภรณ์’ และ เฟียต-ธนพงศ์ พานิชชอบ จากแบรนด์ Brooo มาทำแบรนด์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้แถบนี้โดยเฉพาะ ฝั่งหนึ่งโฟกัสเรื่อง ดีไซน์ ความขบถ และความเป็นตัวของตัวเอง อีกฝั่งโฟกัสเรื่อง ฟังก์ชัน เทคโนโลยีผ้า และการใช้งานจริง กลายเป็น ORYM แอคทีฟแวร์สัญชาติไทย ที่ตั้งใจทำมาให้ ‘เลอะ เขอะ มีความเท่สูง เหมาะกับสภาพอากาศไทย จะเอาไปใส่วิ่งก็ได้ ใส่ไปทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ หรือเดินห้างเล่นๆ วันที่เบื่อก็ได้ทั้งหมด

 

วันนี้เราชวนทั้ง 3 มานั่งคุยถึงเบื้องหลังแบรนด์ ตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาตัดสินใจทำรวมกัน ไปจนถึงอนาคตข้างหน้าที่อยากให้ไปถึง Global Brand

 

ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น

 

ทำไมต้องเป็น ‘ORYM’ (โอริม) ชื่อนี้มาจากไหน มีความหมายพิเศษอะไรหรือเปล่า

 

บู้ Slur: ถ้าเอาแบบจุดกำเนิดของชื่อเลย จริงๆ มาจากศิลปินที่ผมชอบ Joan Miró แล้วคำว่า Miró เวลารีเวิร์สกลับมันจะได้คำว่า O-rim (O-R-I-M) แต่เราไม่อยากได้ตัว I เราอยากหาคำที่ไม่มีความหมายเฉพาะ แต่ต้องเป็นคำสั้น เห็นแล้วจำได้ทันที เหมือนเวลาคนพูดถึง Nike, Adidas, Hoka อะไรแบบนี้ เราเลยเปลี่ยน I เป็น Y แทน ซึ่งผมว่ามันติดปาก สะกดเป็นภาษาไทยก็ง่าย เวลาพูดให้ใครฟังก็จำได้หมด ไม่ค่อยมีใครถามซ้ำว่า “เฮ้ย แบรนด์อะไรนะ” อันที่จริงเราคิดมาหลายชื่อนะ ใช้ AI ช่วยก็มี แต่สุดท้ายชื่อนี้เป็นชื่อที่เราชอบที่สุด มันออร์แกนิค และพวกเราก็ชอบมันมาก

 

ช่วยเล่าเหตุการณ์วันที่ตัดสินใจทำแบรนด์ร่วมกันหน่อย

 

เฟียต: ทุกอย่างเริ่มต้นจากการไปวิ่ง ผมเจอพี่บู้ในงานวิ่งของ Saucony ตอนนั้นผมก็ใส่ของแบรนด์ที่ตัวเองทำ (Brooo) อยู่ พี่บู้ก็มาเช็กเกียร์ว่าใส่อะไร นาฬิกาอะไร เราก็เลยได้คุยกัน ผมเล่าให้เขาฟังว่า ผมทำแบรนด์เสื้อผ้าออกกำลังกายอยู่ เพิ่งไปออกบูธที่ Chamonix ฝรั่งเศสมา ฝรั่งชอบแบรนด์ไทยมาก เพราะวัสดุดี งานผลิตดี ราคาแฟร์ ผมคิดว่าอันนี้เป็นพาวเวอร์ใหญ่ของ industry ไทยเลย

 

ตอนนั้นผมยังไม่ได้คิดว่าจะทำแบรนด์ใหม่ร่วมกัน แค่เปิดให้พี่บู้ถามอะไรก็ได้ ถ้าอยากทำแบรนด์แนวนี้ ผมเต็มที่อยู่แล้ว

 

บู้ Slur: พอวันนั้นกลับไป ผมก็เริ่มคิดว่า “หรือเราควรทำอะไรใหม่ร่วมกับเขาดีวะ?” ตอนแรกยังคิดแค่ในเฟรมคอลแลบกับแบรนด์เดิม แต่หลังๆ ผมรู้สึกว่า ถ้าจะทำทั้งที ขอทำแบรนด์ใหม่เลยดีกว่า จะได้วิ่งยาวๆ แบบมาราธอน ไม่ใช่โปรเจกต์สั้นๆ แล้วจบ

 

คอนเซ็ปต์ของ ORYM คืออะไร?

 

บู้ Slur: จริงๆ เราพยายามจะไม่เรียกตัวเองว่า ‘แบรนด์’ ด้วยซ้ำ เราอยากสร้างคัลท์อะไรใหม่ๆ ขึ้นมา ผมมองว่าเสื้อผ้าออกกำลังกายควร represent ความเป็นเสื้อผ้าของเมืองเขตร้อนชื้น เราอยากใส่ identity ที่มีความเป็นไทยลงไป แต่เราไม่อยากใส่ช้าง ใส่ลายไทย หรือ element แบบไทยๆ เราเลยใช้ความเป็นไทยในมุมเขตร้อนชื้นมากกว่า เพราะฉะนั้น ORYM เลยโฟกัสกับการทำเสื้อผ้า สำหรับหน้าร้อนเท่านั้น เป็นเสื้อผ้าที่ใส่ออกกำลังกายได้ แต่ก็ใส่เดินถนน ไปสยาม ไปเดตกับแฟนได้ในชีวิตประจำวัน

 

ทุกวันนี้ เสื้อผ้าออกกำลังกายมันยืดหยุ่นมาก คนไม่ได้มองว่ามันคือชุดไว้แค่เข้ายิมอย่างเดียวอีกแล้ว ทุกอย่างมิกซ์และเบลนด์กันหมด นี่แหละคือการมองเสื้อผ้าในยุคนี้ของผม ควรเป็นอะไรก็ได้ที่ง่าย ใส่สบาย และเหมาะกับบ้านเราที่โคตรร้อน ผ้ากีฬา มีรูระบายอากาศ แห้งเร็ว เป็นโพลีเอสเตอร์ที่เหมาะกับเมืองไทยมากๆ เพราะฉะนั้น ORYM เลยลงล็อกกับคำว่า ‘Tropical Monsoon Active Lifestyle’ เป็นเสื้อผ้า Activewear ที่มีความเป็นเสื้อผ้าเขตร้อนชื้นแฝงอยู่ในดีไซน์ด้วย

 

ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น

 

ทำไมถึงเลือกโฟกัส ‘เสื้อผ้าเขตร้อน’ เป็นหลัก?

 

บู้ Slur: สำหรับผมที่อยู่ในวงการมาแค่ปีเดียว เสื้อผ้าแต่ละแบรนด์ก็จะมีคอลเลคชั่นตามฤดูกาลของเขา ถ้าหน้าร้อน เราซื้อได้ ลองได้ แต่พอเป็นพวกเสื้อผ้าหน้าหนาวจริงๆ บางทีมันไม่ได้เลย หนาเกินไป หรือดีไซน์มาเพื่อวิ่งในอากาศหนาว ซึ่งไม่ตรงกับเมืองไทย 

 

ผมเลยรู้สึกว่า ถ้าเรามีช็อปของเราเอง เวลาเดินเข้าไป จะไม่เจออะไรที่เป็นของหนาๆ เลย จะเจอแต่ของที่ พลิ้ว บาง แห้งเร็ว เลเยอร์น้อยๆ ทั้งหมด align กับอากาศบ้านเราซึ่งทั้งหมดนี้คือคาแรคเตอร์ของ ORYM

 

เฟียต: ผมมองคำว่า ‘Tropical’ เป็นสองมิติ มิติแรกคือ เทคโนโลยีและ material เรามีพาร์ตเนอร์ที่เลือกใช้เทคโนโลยีผ้าและวัสดุที่ตอบโจทย์อากาศร้อนชื้น เน้นเรื่องระบายอากาศ แห้งไว ซึ่งเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของ activewear สำหรับโซนนี้อยู่แล้ว

อีกมิติคือ วิธีเล่าเรื่องและภาพลักษณ์ ไม่ใช่แค่ตัวโปรดักส์ แต่รวมไปถึงกราฟิก เทคนิค การเย็บ ดีไซน์ การจัดดิสเพลย์ ภาพรวมของแบรนด์ ต้องสื่อความเป็น Tropical Monsoon ออกมาให้ได้ทั้งหมด

 

ถ้านิยามเสื้อ ORYM ด้วย 3 คำ จะเป็นอะไร?

 

บู้ Slur: เรามี 3 คำที่เป็น key ของเสื้อผ้า ORYM อยู่แล้ว คำแรกคือ Timeless เราอินสไปร์จากเสื้อผ้าคลาสสิกยุค 60–70–80 ที่ผ่านกาลเวลามานาน และยังอยู่ในแฟชั่นได้ คนยังยอมรับได้ เสื้อวินเทจพิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าอยู่รอด เราก็เลยดึงตรงนี้มา 

 

คำต่อมาคือ Expressive ต้องนำเสนอความเป็นตัวตนแบบจัดเต็ม ทั้งผ้าแปลกๆ เทคนิคสกรีน ต้องผ่านการใช้งานจนเกิดเท็กซ์เจอร์แบบหนึ่ง อย่างที่เราทำสกรีนแบบ ‘สกรีนเบี้ยว’ ไม่มีความสมมาตรซ้ายขวาเหมือนเสื้อที่ผ่านการซักมานาน การเย็บป้ายก็จะไม่เนี๊ยบแบบโรงงานจ๋าๆ แต่ยังมีความคราฟต์แบบเย็บมือ มีแผลบออกมาทะลุขอบกางเกงบ้าง มีดีเทลประหลาดๆ แอบอยู่ข้างใน เหมือนเอาเสื้อผ้ามาเป็นที่ละเลงงานศิลปะ

 

อันสุดท้าย คือ Versatile เราไม่ได้คิดว่าเสื้อผ้าโอลิมคือแค่ชุดออกกำลังกาย ใครจะใส่เข้ายิม ใส่วิ่ง ใส่ไปเล่นเทนนิส ไปงานคอนเสิร์ต ไปเดินพารากอนก็ได้หมด ผมรู้สึกว่าทุกวันนี้ไม่แปลกแล้วที่เห็นคนใส่ชุดออกกำลังกายเดินห้าง ทุกคนกล้าแสดงออกมากขึ้น เราอยากให้เสื้อเราไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนด้วย เรามีแท็กไลน์ว่า ‘Sweat Paint Motion Creative’ เพราะเราเชื่อว่าเวลาเราออกกำลังกาย เหงื่อที่หยดลงบนเสื้อ มันเหมือนการละเลงงานศิลปะบนแคนวาสที่ชื่อว่า ‘เสื้อ’  โลโก้ของ ORYM เลยเป็นรูป abstract ที่บางคนมองว่าเป็นพระอาทิตย์ บางคนเห็นเป็นดาวกระจาย หรือรูกระสุนปืน แต่สำหรับเรา จริงๆ มันคือ ‘หยดเหงื่อ’

 

ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น

 

เสื้อผ้า ORYM  มีดีไซน์ที่ดูเลอะ เขอะ เหมือนผ้าขี้ริ้ว ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นเลยหรือเปล่า

 

บู้ Slur: ใช่ครับ หลายๆ ตัวจะเหมือนผ้าขี้ริ้ว หรือเหมือนเสื้อคอตตอนที่ใช้มานานจนเฟด ด่าง มีรอยขาด มีคาบสี ดูไม่สมบูรณ์ในแบบเหมือนเสื้อคอตตอนวินเทจ แต่สิ่งที่เราทำไม่ใช่เอาผ้าเก่ามาทำ แต่เอาเซนส์ของเสื้อผ้าวินเทจพวกนั้นมาลงบนผ้าออกกำลังกาย อย่างโพลีเอสเตอร์แทน เลยกลายเป็นเสื้อผ้าออกกำลังกายที่ดูประหลาดๆ บ้าบอหน่อยในแบบที่ผมชอบ

 

เราใช้ประสบการณ์จากการทำเสื้อผ้าสองแบรนด์ก่อนหน้า จากการสะสมเสื้อผ้าเก่า เสื้อผ้าวินเทจ แล้วเอา know-how ตรงนั้นมาปรับประยุกต์กับผ้าออกกำลังกาย เลยออกมาเป็นคาแรคเตอร์แบบ ORYM

 

ตอนออกแบบ คิดถึงอะไรก่อนระหว่างดีไซน์กับฟังก์ชัน

 

บู้ Slur: ในฐานะคนออกแบบผมต้องนึกถึงดีไซน์ก่อน เพราะผมกำลังขาย ‘aesthetic’ ของเทรนด์วัยรุ่นตอนนี้ ผมจะคิดเลยว่า “เฮ้ย อันนี้แม่งโดนว่ะ เราชอบว่ะ คิดว่าน่าจะขายได้” ความสวยงามจะมาเป็นอันดับหนึ่ง

 

ส่วนเรื่องฟังก์ชัน ผมให้สองคนนี้ (อ๋องและเฟียต) ดูว่าใช้งานได้จริงไหม ผ้าเบาพอหรือเปล่า ระบายเหงื่อดีไหม แห้งเร็วไหม ซักแล้วเป็นยังไง ต้องเทสต์ทั้งซักมือ ซักเครื่องหลายรอบมาก

 

ผมไม่เคยทำเสื้อผ้าแบบนี้มาก่อน ปกติทำเสื้อคอตตอน จบง่ายกว่านี้เยอะ แต่พอมาทำ Activewear มันต้องละเอียดเรื่อง sizing เรื่องจุดที่คัน จุดที่ติด การตัดเย็บที่มีผลกับการวิ่ง มันเลยใช้เวลา develop นานกว่าที่ผมเคยทำเสื้อแฟชั่นเยอะมากครับ

 

เฟียต: พูดง่ายๆ คือเราสู้รบตบตีกันพอสมควร ระหว่าง R&D ฝั่งฟังก์ชัน กับฝั่งดีไซน์ บางทีผ้าโอเคแล้ว แต่คัตติ้งใช้ไม่ได้ ต้องแก้ บางดีไซน์ต้องเทสต์เรื่องกราฟิกจริงๆ ว่าวิ่งแล้วรู้สึกยังไง ฯลฯ

 

จากไอเดียตั้งต้นจนออกของจริง ใช้เวลากี่เดือน?

 

เฟิร์ส: ทั้งหมดที่เห็นตอนนี้มี 11 SKU เราใช้เวลาพัฒนารวมผลิตประมาณ 9 เดือน กินไปเกือบ 3 คิว เพื่อให้ทันวันเปิดตัววันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น

 

ORYM ต่างจากแบรนด์ออกกำลังกายอื่นตรงไหน โดยเฉพาะเรื่องฟิตติ้ง?

 

บู้ Slur: ผมเป็นคนนึงที่พูดตรงๆ ว่า ไม่ได้ใส่แบรนด์ไทยเยอะ ผมใส่ global brand ซะส่วนใหญ่ แล้ว pain point ใหญ่ของผมคือ ‘fitting’ ผมรู้สึกว่าคนเอเชียเรา ไม่ได้ลำตัวยาวขนาดนั้น แต่เสื้อหลายแบรนด์ โดยเฉพาะสายยุโรป ช่วงตัวจะยาวมาก แล้วบางคนไม่ได้อยากใส่เสื้อทับในตลอดเวลา บางทีอยากใส่ปล่อยๆ ชิลๆ

 

ORYM เลยแก้ตรงนี้ด้วยการทำเสื้อที่ตัวสั้นกว่าปกติ ใส่แล้วไม่ต้องทัคอิน รู้สึกโปร่ง สบาย อีกอย่างคือทรงบ็อกซี่ของเรา มีความกว้าง เวลาใส่วิ่งมันจะพริ้วไปกับตัว ไม่ใช่เสื้อที่ลำตัวยาวแล้วด้านข้างแคบแบบบางแบรนด์ ซึ่งผมไม่ชอบเลย

 

พอลองเองจริงๆ ผมรู้สึกว่าโอลิมเหมาะกับอากาศบ้านเรา ใส่สบายจริงๆ

 

การข้ามจากเสื้อผ้าแฟชั่นมาทำ Activewear ยากไหม?

 

บู้ Slur: สำหรับผมมันเหมือนเจอโลกใหม่ ผมทำเสื้อผ้าฟูลแฟชั่น วินเทจ สตรีตแวร์มา 10 ปี เล่นแมททีเรียลเดิมๆ อย่างคอตตอน เดนิม พอมาออกกำลังกายแล้วรู้ว่าผ้าเหล่านี้พิมพ์ลายได้ แล้วพอพิมพ์ได้ โลกมันเปิดเลย เราเอาอะไรแปลกๆ ลงไปได้เยอะมาก

 

แต่ผมก็รู้ตัวว่า ผมอยากโฟกัสแค่บทบาท Creative Director ผมไม่อยากลงไปจับ production หนักๆ อยากดูภาพรวมว่าในวงการออกกำลังกายบ้านเราว่ามีช่องว่าง ตรงไหนที่เราจะไปยืนได้ ถ้าไม่มีช่อง ผมจะไม่ทำเลย

 

พอวันนึงเห็นชัดว่ามันยังมี room สำหรับ แบรนด์ Activewear เขตร้อนชื้น ที่มีคาแรกเตอร์แบบ ORYM เราก็เลยไปต่อเต็มที่

 

หลังเปิดตัวแล้ว คาดหวังอะไรกับแบรนด์?

 

บู้ Slur: สำหรับผมนะ ขอแค่ไปต่อได้ก็บุญแล้ว ผมใหม่มากในวงการนี้ ไม่รู้เลยว่าเขาเล่นอะไรกันยังไง เพราะผมไม่ใช่คอนซูมเมอร์เต็มร้อย ผมเป็น KOL ที่แบรนด์ส่งเสื้อมาให้ลองใส่เยอะมาก ผมแทบไม่ได้ซื้อเองเลย ก็เลยไม่รู้พฤติกรรมตลาดจริงๆ

 

ผมคิดอย่างเดียวว่า “ถ้าทำออกมาแล้วมีคนที่รู้สึกคล้ายเรา แล้วมาเลือกใส่เสื้อ ORYM” แค่นั้นผมก็โอเคแล้ว

 

เฟียต: ถ้าพูดแบบชัดๆ หน่อย เป้าหมายปีนี้ของผมคือทุนคืนใน Q4 ภายใน 2 เดือนสุดท้ายของปี (พ.ย.–ธ.ค.) เพื่อให้เรามีเงินกลับไปผลิตคอลเลกชันต่อไปของปีหน้าได้อย่างสบายใจ ในภาพระยะยาว ถ้ามันไปได้ มี potential ที่จะไปถึงระดับ global brand เพราะจุดยืนเรื่องเขตร้อนชื้นของเราชัดมาก และไม่ได้มีแบรนด์ใหญ่ที่อยู่บนเส้นนี้จริงๆ

 

ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น

 

ก่อนหน้านี้ คุณบอกว่าอยากสร้าง ORYM ให้กลายเป็นคัลท์ คนหรือกลุ่มคนแบบไหนที่เรียกว่า ‘ORYMer’

 

บู้ Slur: โอลิมเมอร์ต้องเป็นคนที่ชอบความแตกต่าง และเป็น ‘คนเล่น’ คำว่านี่ถ้าเป็นคนเล่นจะรู้กันเอง คือคนที่ดูเสื้อแล้วเห็นตะเข็บเดียว เห็นสกรีนเบี้ยว เห็นเทคนิคแปลกๆ แล้วเข้าใจเลยว่า “อ๋อ แบรนด์นี้เล่นแบบนี้นะ” มันคือคนที่อินกับดีเทลเล็กๆ พวกนี้ และสนุกกับมันครับ

 

ขอ 3 คำสั้นๆ ให้ ORYM

 

บู้ Slur: ต่าง เขรอะ ขลัง คำว่า ‘ต่าง’ โอลิมเมอร์ต้องเป็นคนที่ชอบความแตกต่าง เข้าใจดีเทลแปลกๆ เช่น ตะเข็บเดียว สกรีนเบี้ยว ป้ายเย็บมือ ฯลฯ 

 

เขรอะ เรามีคำว่า ‘Sweat Paint’ อยู่ในดีเอ็นเอ เรามองว่าตำหนิคือตำนาน เสื้อผ้าใหม่ๆ สำหรับผมไม่สวย มันต้องแตก ต้องเบี้ยว ต้องเน่า ต้องเยินหน่อย เวลาเห็นคนวิ่งผ่านที่สวน แล้วเสื้อเน่าๆ รองเท้ายับๆ สำหรับผมมันคือความสวยงามที่เล่าเรื่องได้

 

ขลัง เราอยากให้เสื้อผ้าเรา อยู่ได้นาน ไม่ว่าผ่านไปกี่ปีก็ยังหยิบมาใส่ได้ ไม่ได้เทรนด์จัดเกินไปจนล้าสมัยเร็ว

 

ถ้ายังไม่วิ่ง แต่อยากใส่ ORYM แค่ในชีวิตประจำวันอย่างเดียวได้ไหม?

 

บู้ Slur: สำหรับผม การใส่เสื้อ ORYM เฉยๆ โดยไม่วิ่งก็เท่แล้วนะ แต่ถ้าออกไปวิ่งด้วยจะเท่แบบสมบูรณ์ (หัวเราะ) เพราะเราออกแบบให้เป็นเสื้อผ้าที่ครบจบในตัวเดียว ใส่ไปคอนเสิร์ตได้ ใส่เดินห้างได้ แล้วเย็นๆ ก็วิ่งต่อได้เลย

 

เฟียต: ผมจะมองเป็นเซกเมนต์ตั้งแต่ คนที่ไม่ออกกำลังกายเลย ไปจนถึงคนที่เริ่มอยากออกกำลังกาย เราไม่ได้โฟกัสแค่กลุ่ม elite นักวิ่งเร็วๆ หรือสายแข่งขันอย่างเดียว ผมว่าการที่ใครสักคนใส่เสื้อที่มีคำว่า Run หรือฟีลแบบแอคทีฟ เหมือนเปิดประตูบานแรกให้ตัวเองแล้วว่าวันนึง “กูน่าจะลองออกไปวิ่งดูสักหน่อย” คำที่ผมใช้กับทุกคนคือ ‘ค่อยๆ ไป’ ทั้งการพัฒนาโปรดักต์ที่ใช้เวลา 10 เดือน และการออกกำลังกายของคนใส่ เราไม่คาดหวังให้ใครมาวิ่งมาราธอนตั้งแต่วันแรก แค่ค่อยๆ เปิดใจไปทีละนิดพอครับ 

 

การวิ่งเปลี่ยนชีวิตพวกคุณยังไงบ้าง?

 

บู้ Slur: ผมเพิ่งมาเจอการวิ่งจริงๆ เมื่อปีที่แล้ว แล้วรู้สึกว่า มันช่วยทุกเรื่องในชีวิตเลย ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความคิดสร้างสรรค์ ผมลองเปรียบเทียบตัวเองเวลาตื่นมาทำงานเลย กับตื่นมาวิ่งก่อนแล้วค่อยไปทำงาน ผมรู้สึกว่าหลังวิ่งเสร็จ ผมโปรดักทีฟกว่าเยอะมาก อีกอย่างคือผมชอบ energy ของคนวงการวิ่ง คนส่วนใหญ่ positive มาก นิสัยดี น่ารัก ผมอยู่แค่ปีเดียวแต่รู้สึกว่านี่คือวงการที่เปิดประตูมิติใหม่ให้ผมเลย ไม่ต้องวิ่งเก่ง ไม่ต้องวิ่งเร็ว แค่มาเริ่มวิ่งก็มีข้อดีรออยู่แน่ๆ เพราะฉะนั้น ต่อให้คุณไม่ซื้อ ORYM ก็ได้ ลืมแบรนด์ไปเลยก็ได้ แต่ผมอยากชวนให้ลองเริ่มวิ่งก่อน ผมมั่นใจว่าคุณจะเจออะไรดีๆ บางอย่างในชีวิตแน่ๆ

 

เฟียต: ผมเริ่มวิ่งจริงจังช่วงโควิด เพราะไม่มีอะไรทำ (หัวเราะ) แล้วก็ชวนอ๋อง (อีกพาร์ตเนอร์) ที่วิ่งมานานแล้ว เขาเคยบนไว้ว่า ถ้าสอบติดมหาลัยจะวิ่งรอบสนาม 80 รอบ แล้วก็วิ่งต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ สำหรับผม การวิ่งทำให้ผมได้เพื่อนใหม่ชื่อว่า ‘วินัย’ ถ้าเราจัดสรรเวลาให้การออกกำลังกายได้ แปลว่าเราสามารถจัดการเวลาให้เรื่องอื่นในชีวิตได้เหมือนกัน ผมว่าคนที่ยอมตื่นเช้าวันเสาร์–อาทิตย์ ลุกจากเตียงมาใส่รองเท้าไปวิ่ง ทั้งที่ควรจะได้นอนเป็นคนพิเศษในแบบหนึ่งเลยนะ

 

ORYM และเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสภาพอากาศร้อนชื้น

 

สุดท้าย อยากฝากอะไรถึงคนที่ยังไม่วิ่ง แต่รู้จัก ORYM 

 

บู้ Slur: อย่างน้อยที่สุด ถ้าคุณยังไม่อินกับการตื่นมาวิ่ง ผมอยากชวนให้ลองไปเดินเล่นที่สวนตอนเช้าวันอาทิตย์สักวันเดียวก่อน คุณจะเห็นเลยว่านี่คือแหล่งรวมความสวยงามของทั้งทิวทัศน์และคนวิ่ง ทุกวันนี้ที่ผมไปสวนวันเสาร์–อาทิตย์ แล้วเห็นลานจอดรถแน่นยิ่งกว่าพารากอน ผมดีใจมากนะ มันแปลว่าคนสนใจการดูแลตัวเองกันมากขึ้น พลังงานดีๆ มันส่งต่อกันไปเรื่อยๆ

 

สำหรับผม ORYM แค่เป็นหนึ่งในแคนวาส ให้ทุกคนเอาเหงื่อ เลอะดิน เลอะน้ำกระเด็น หรือคราบก๋วยเตี๋ยว หยดใส่ แล้วเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเรื่องราวของตัวเอง การที่เสื้อ ‘เขรอะ’ เหมือนผ่านสมรภูมิมา มันไม่ใช่ข้อเสีย แต่มันคือเรื่องราวและตำนานของคนใส่ครับ

 

สำหรับใครที่สนใจ ซื้อเสื้อผ้า ORYM สามารถเข้าไปดูสินค้าจริงได้ที่ร้าน CARNIVAL ชั้น 3 Central World หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่าน Shopee และ Lazada ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.instagram.com/orym.official 

 

ภาพ: ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ, ORYM

The post คุยกับ ‘บู้ Slur’ และทีมผู้ก่อตั้ง ORYM แอคทีฟแวร์ไทย ที่ทำขึ้นเพื่ออากาศร้อนชื้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
HUMAN MADE ร่วมกับ J-Hope ออกคอลเล็กชันพิเศษลายกระรอก https://thestandard.co/human-made-jhope-squirrel/ Tue, 18 Nov 2025 09:48:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1144629 HUMAN MADE ร่วมกับ J-Hope ออกคอลเล็กชันพิเศษลายกระรอก

HUMAN MADE แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่นของ Nigo ร่วมกับ […]

The post HUMAN MADE ร่วมกับ J-Hope ออกคอลเล็กชันพิเศษลายกระรอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
HUMAN MADE ร่วมกับ J-Hope ออกคอลเล็กชันพิเศษลายกระรอก

HUMAN MADE แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่นของ Nigo ร่วมกับ J-Hope วง BTS ออกคอลเล็กชันพิเศษลายกระรอก สัญลักษณ์ของตัวเขา โดยจะวางขายเฉพาะที่หน้าร้านสาขา HUMAN MADE APGUJEONG ในกรุงโซล และทางออนไลน์ และ Weverse เท่านั้น

 

สำหรับสินค้าคอลลาบอเรชันนี้จะประกอบไปด้วยไอเท็มทั้งหมด 14 ชิ้น ทั้งแจ็กเก็ตรุ่น Souvenir, ฮูดดี้รุ่น Heavyweight, สเวตเตอร์รุ่น Low Gauge และเสื้อยืดกราฟิก ไปจนถึงของใช้อย่างเช่น หมอนอิง พรมเช็ดเท้า แก้วกาแฟ พวงกุญแจ และแหวน

 

โดยทางแบรนด์ได้ระบุในเว็บไซต์ว่า การร่วมงานครั้งนี้เป็นการสานความสัมพันธ์ที่ J-Hope ชื่นชอบ HUMAN MADE เป็นการส่วนตัว และใส่เสื้อผ้าของแบรนด์อยู่บ่อยครั้ง จนเกิดเป็นสินค้าลายกระรอก และโลโก้พิเศษที่เขียนว่า HUMAN HOPE เล่นคำจากชื่อของทั้งสองฝั่ง

 

นับเป็นอีกหนึ่งคอลลาบอเรชันจาก HUMAN MADE และ Nigo ในรอบไม่กี่เดือน หลังจากที่เพิ่งปล่อยรองเท้า Air Force 3 รุ่นพิเศษ NIGO × NIKE × LEVI’S®︎ รวมไปถึง HUMAN MADE x Pokémon ที่ทำออกมาเป็นโลโก้ Pikachu

 

ภาพ: HUMAN MADE

 

อ้างอิง:

The post HUMAN MADE ร่วมกับ J-Hope ออกคอลเล็กชันพิเศษลายกระรอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
The North Face เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ร่วมกับ Aimé Leon Dore เป็นครั้งแรก https://thestandard.co/the-north-face-aime-leon-dore/ Fri, 22 Aug 2025 09:11:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1110135 The North Face

The North Face และแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายอย่าง Aimé Leon D […]

The post The North Face เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ร่วมกับ Aimé Leon Dore เป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
The North Face

The North Face และแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายอย่าง Aimé Leon Dore ได้จับมือร่วมกันในคอลเล็กชัน 15 ชิ้นที่จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 19 กันยายนนี้ ผ่านเว็บไซต์และร้านค้าของแบรนด์ รวมถึงร้าน The North Face ที่ร่วมรายการในเอเชีย

 

โดยคอลเล็กชันได้ผสมผสานสไตล์ลักชัวรีจาก Aimé Leon Dore ด้วยแรงบันดาลใจของนิวยอร์กในยุค 90 เข้ากับสินค้าประจำที่มีรูปทรงที่เน้นประสิทธิภาพของ The North Face และจะประกอบด้วยไอเท็มที่โดดเด่น อย่างเสื้อแจ็กเก็ต Denali ที่ทำจากไนลอนล้วนตัวแรกของแบรนด์ ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นชุดกันลมที่มีสีสันแบบคัลเลอร์บล็อก ซิปใต้รักแร้ และยังคงมีกระเป๋าแบบ Welt อันเป็นเอกลักษณ์

 

อีกหนึ่งชิ้นที่เป็นไฮไลต์คือเสื้อแจ็คเก็ตพัฟเฟอร์ Nuptse อันโด่งดัง ซึ่งผู้ก่อตั้ง Aimé Leon Dore อย่าง Teddy Santis ยังจำได้ว่า เคยซื้อมาจากร้าน Dr. Jays ในควีนส์ เมื่อปี 1997 โดยเสื้อแจ็คเก็ตตัวนี้ได้ถูกนำมาตีความใหม่ ด้วยการเปลี่ยนผ้าไนลอนด้านนอก มาเป็นผ้าขนสัตว์ Casentino จากอิตาลี ซึ่งเป็นผ้าที่เห็นได้อยู่บ่อย ๆ ในคอลเล็กชันเสื้อผ้าผู้ชายของเขา

 

และนอกจากสินค้าที่โด่งดังจากยุค 90 ของ The North Face ยังมีสินค้าใหม่ ๆ ที่ถูกนำมาตีความ อย่างรองเท้า Gore-Tex Verto Alpine และกระเป๋า North Dome Rope ที่ออกแบบใหม่ด้วยหนัง ซึ่งทั้งหมดนี้เปิดราคาอยู่ที่ระหว่าง $180-800 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,800-26,000 บาท 

 

สำหรับแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายจากนิวยอร์กอย่าง Aimé Leon Dore ซึ่งเปิดตัวในปี 2014 ยังเคยร่วมงานกับ New Balance ถึง 3 โปรเจ็กต์ตั้งแต่ Spring/Summer 2019 ถึง 2020 และ Teddy Santis ยังได้รับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์สำหรับไลน์ MADE in USA ตั้งแต่ปี 2021 อีกเช่นกัน 

 

ส่วนทางแบรนด์ The North Face ซึ่งมีรายได้ที่เติบโตขึ้น 1% ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ก็เคยร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่ ๆ มามากมายตั้งแต่ Gucci, Supreme อีกทั้งยังเคยร่วมงานกับ SKIMS ในคอลเล็กชัน Winter 2024 

 

ภาพ: The North Face

อ้างอิง: 

The post The North Face เปิดตัวคอลเล็กชันใหม่ร่วมกับ Aimé Leon Dore เป็นครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>