แบตเตอรี่ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/แบตเตอรี่/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 12 Apr 2026 06:10:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ชื่นชมนโยบายพลังงานสะอาด ชง 3 มาตรการเติมเต็มช่องว่าง หนุน ‘โซลาร์เซลล์ประชาชน’ https://thestandard.co/solar-cells-people-policy/ Sun, 12 Apr 2026 06:10:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1197365 รศ. ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล กับแผงโซลาร์เซลล์พลังงานสะอาด สะท้อนนโยบายโซลาร์เซลล์ประชาชน

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกและความผันผวนของค่าไฟฟ้าที่ประชา […]

The post ชื่นชมนโยบายพลังงานสะอาด ชง 3 มาตรการเติมเต็มช่องว่าง หนุน ‘โซลาร์เซลล์ประชาชน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รศ. ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล กับแผงโซลาร์เซลล์พลังงานสะอาด สะท้อนนโยบายโซลาร์เซลล์ประชาชน

ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกและความผันผวนของค่าไฟฟ้าที่ประชาชนต้องเผชิญ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดไม่ใช่เพียง ‘ทางเลือก’ แต่กำลังกลายเป็น ‘ความจำเป็น’ สำหรับประเทศไทย

 

 
 

รศ. ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนมุมมองว่า นโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และมาตรการลดหย่อนภาษีโซลาร์เซลล์ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่ชัดเจน

 

เขามองว่านี่คือ ‘โอกาสทอง’ ของประเทศไทยในการเร่งลดการพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และขับเคลื่อนประเทศไปสู่เป้าหมาย Net Zero Emission

 

นโยบายมาถูกทาง แต่ยัง ‘ไม่ทั่วถึง’

 

แม้มาตรการปัจจุบันจะช่วยลดต้นทุนและอุปสรรคในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งการลดขั้นตอนใบอนุญาตและการสนับสนุนทางการเงิน

 

แต่ รศ. ดร.ธนิท เรืองรุ่งชัยกุล ตั้งคำถามสำคัญว่า

 

ใครเข้าถึงได้จริง

 

กลุ่มครัวเรือนรายได้น้อย ซึ่งแบกรับภาระค่าไฟในสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับรายได้ กลับเป็นกลุ่มที่เข้าถึงมาตรการเหล่านี้ได้ยากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นข้อจำกัดด้านฐานภาษี หรือเงื่อนไขสินเชื่อ

 

ช่องว่างนี้จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของนโยบายพลังงานไทยในระยะต่อไป

 

3 มาตรการเติมเต็ม ‘โซลาร์เซลล์ประชาชน’

 

เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานเกิดขึ้นอย่างทั่วถึง รศ. ดร.ธนิท เสนอ 3 แนวทางหลักในการอุดช่องว่างเชิงนโยบาย

 

1. หนุนเงินทุนกลุ่มเปราะบาง

 

การสนับสนุนในรูปแบบ ‘เงินอุดหนุนโดยตรง’ (Targeted Subsidy) สำหรับครัวเรือนรายได้น้อยและเกษตรกร จะช่วยลดต้นทุนตั้งต้นของการติดตั้งระบบขนาดเล็ก (1.5-3 กิโลวัตต์)

 

นี่ไม่ใช่แค่การช่วยลดค่าไฟ แต่คือการสร้าง ‘โอกาสที่เท่าเทียม’ ในการเข้าถึงเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

 

2. ฟื้นรับซื้อไฟคืน สู่ Net Metering 1:1

 

รศ. ดร.ธนิท ชี้ว่า ปัจจุบันข้อจำกัดแบบ ‘ผลิตใช้เองเท่านั้น’ (Zero Export) ทำให้พลังงานส่วนเกินถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ข้อเสนอคือการฟื้นโครงการรับซื้อไฟคืน และยกระดับสู่ระบบ Net Metering 1:1

 

เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไฟฟ้าส่วนเกินไปหักลบกับการใช้ไฟในช่วงอื่นได้อย่างเป็นธรรม ช่วยลดระยะเวลาคืนทุน และเพิ่มแรงจูงใจในการลงทุน

 

3. ลดภาษีแบตเตอรี่บ้าน

 

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญจาก รศ. ดร.ธนิท คือการลดภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตสำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้ในครัวเรือน

 

เพื่อให้ประชาชนสามารถกักเก็บพลังงานไว้ใช้ในช่วงกลางคืนได้จริง ช่วยลดภาระค่าไฟ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบไฟฟ้า (Grid Resilience) ของประเทศ

 

จากนโยบายสู่ความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้

 

“ต้องขอชื่นชมในความตั้งใจของภาครัฐ และหวังว่าจะเห็นการต่อยอดนโยบายให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านพลังงานสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ทุกคน” เสียงสะท้อนจาก รศ. ดร.ธนิท ไม่ได้เป็นเพียงข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่สะท้อนภาพอนาคตของพลังงานไทย

 

อนาคตที่ ‘พลังงานสะอาด’ ไม่ใช่สิทธิของคนบางกลุ่ม แต่เป็นโอกาสของ ‘ทุกคน’ อย่างแท้จริง

The post ชื่นชมนโยบายพลังงานสะอาด ชง 3 มาตรการเติมเต็มช่องว่าง หนุน ‘โซลาร์เซลล์ประชาชน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเดย์ 21 มี.ค. รัฐคุมเข้มฉลากรถ EV ต้องแจ้งสเปก-เงื่อนไขประกันแบตเตอรี่ ป้องกันผู้บริโภคสับสน https://thestandard.co/ev-car-label-regulations/ Mon, 23 Mar 2026 03:36:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1190148 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงการคุมเข้มฉลากรถ EV ต้องแจ้งสเปกและเงื่อนไขประกันแบตเตอรี่

วันนี้ (23 มีนาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนัก […]

The post ดีเดย์ 21 มี.ค. รัฐคุมเข้มฉลากรถ EV ต้องแจ้งสเปก-เงื่อนไขประกันแบตเตอรี่ ป้องกันผู้บริโภคสับสน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงการคุมเข้มฉลากรถ EV ต้องแจ้งสเปกและเงื่อนไขประกันแบตเตอรี่

วันนี้ (23 มีนาคม) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค โดยกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

 

รองโฆษกฯ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเปรียบเทียบสินค้าได้อย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงฉลากเป็นภาษาไทย หรือมีภาษาไทยกำกับ พร้อมระบุข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจน ได้แก่ ยี่ห้อ รุ่น ระบบขับเคลื่อน ราคา วันเดือนปีที่ผลิต วิธีใช้ ข้อแนะนำในการใช้งาน และข้อควรระวังด้านความปลอดภัย โดยต้องมีข้อความเตือนที่เห็นได้ชัด

 

สำหรับข้อมูลเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้าต้องระบุเพิ่มเติมอย่างน้อย ได้แก่ ประเภทรถยนต์ไฟฟ้า เช่น HEV, PHEV, BEV หรือ FCEV, กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และกำลังต่อเนื่อง, ประเภทและความจุแบตเตอรี่, ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง, เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ (หากไม่มีต้องระบุชัดเจน), อัตราการใช้ไฟฟ้า และมาตรฐานความปลอดภัยระบบไฟฟ้า

 

นอกจากนี้ หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ต้องระบุประเทศผู้ผลิต และข้อมูลผู้นำเข้าอย่างครบถ้วน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้

 

“มาตรการนี้จะช่วยให้ประชาชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ครบถ้วน เข้าใจคุณสมบัติของรถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น ลดความเสี่ยงจากการเข้าใจผิด และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน” ลลิดากล่าว

The post ดีเดย์ 21 มี.ค. รัฐคุมเข้มฉลากรถ EV ต้องแจ้งสเปก-เงื่อนไขประกันแบตเตอรี่ ป้องกันผู้บริโภคสับสน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Power Grid โครงสร้างพื้นฐาน ที่อาจกลายเป็นผู้ชนะตัวจริงของยุค AI https://thestandard.co/power-grid-ai-winner/ Fri, 13 Mar 2026 03:56:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1186997 ภาพโครงข่ายไฟฟ้าพลังงานอัจฉริยะ แสดงถึงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในยุค AI

ในโลกการลงทุน เมื่อนักลงทุนพูดถึง Theme พลังงานแห่งอนาค […]

The post Power Grid โครงสร้างพื้นฐาน ที่อาจกลายเป็นผู้ชนะตัวจริงของยุค AI appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโครงข่ายไฟฟ้าพลังงานอัจฉริยะ แสดงถึงโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในยุค AI

ในโลกการลงทุน เมื่อนักลงทุนพูดถึง Theme พลังงานแห่งอนาคต คนส่วนใหญ่มักนึกถึงหุ้นพลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ (Energy Storage) แม้แต่การพัฒนา AI และการลงทุน Data Center ซึ่งเป็นเหมือนปัญญาของโลกใหม่ซึ่งถูกมองว่าเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ (Commoditization) หรือ ‘AI as a Commodity’ แต่มีอีกหนึ่ง Theme การลงทุนที่มักถูกมองข้ามแต่มีความสำคัญเพราะเป็นกระดูกสันหลังของเทคโนโลยีนั่นคือโครงข่ายไฟฟ้า หรือ Power Grid

 

เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ปัจจุบันต่อให้โลกผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้นจากพลังงานทางเลือกไม่ว่าจะเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานนิวเคลียร์ หรือแม้แต่การผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่ใช้ฟอสซิลเป็นวัตถุดิบหากไม่มีระบบสายส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่เพียงพอ ไฟฟ้าเหล่านั้นก็ไม่สามารถเดินทางจากแหล่งผลิตไปยังโรงงาน เมือง Data Center หรือบ้านเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดท้ายการลงทุนฝั่งผู้ผลิตไฟฟ้าก็อาจสะดุดเพราะติดปัญหาคอขวดที่โครงข่ายนำส่งไฟฟ้าอยู่ดี จากความจำเป็นดังกล่าวจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กลุ่ม Power Grid มีความน่าสนใจมากขึ้น เพราะโครงข่ายไฟฟ้ากำลังกลายเป็นสิ่งจำเป็นของโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง

 

ภาพใหญ่ที่นักลงทุนควรเห็นคือ โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีและการใช้งานไฟฟ้าเข้ามามีบทบาทหลักในชีวิตประจำวัน อุตสาหกรรม และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยข้อมูลจาก GLOBAL X INSIGHTS Electrification: Securing Power for Advancing Technologies (as of 3 November 2025) ประเมินว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 50% ภายในปี 2040 หรือคิดเป็นปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีกราว 13,300 เทราวัตต์ชั่วโมง ซึ่งใกล้เคียงกับการใช้ไฟฟ้าปัจจุบันของประเทศจีนและประเทศสหรัฐฯ รวมกัน

 

แรงขับเคลื่อนของการเติบโตนี้ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นพร้อมกัน (Mega Trend) ทั้งการขยายตัวของ Data Center จากกระแสการลงทุนและการพัฒนา AI, การย้ายฐานการผลิตและสร้างโรงงานใหม่ในหลายประเทศ การใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น การเปลี่ยนระบบทำความร้อนมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา

 

ในบรรดาปัจจัยทั้งหมด AI และ Data Center อาจเป็นตัวเร่งที่ตลาดจับตามากที่สุด Global X คาดว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ทั่วโลกจะเพิ่มจาก 371 เทราวัตต์ชั่วโมง ในปี 2024 เป็น 1,596 เทราวัตต์ชั่วโมง ในปี 2035 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า

 

เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตเร็วขนาดนี้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “จะผลิตไฟฟ้าจากไหน” แต่คือ “จะส่งไฟฟ้าไปถึงจุดใช้งานได้อย่างไร” และตรงนี้เองที่ทำให้ Theme Power Grid น่าสนใจ เพราะ Grid ไม่ได้เป็นเพียงเสาไฟหรือสายส่งแบบเดิมอีกต่อไปแต่กำลังกลายเป็นระบบโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่ต้องมีทั้ง Capacity, Reliability และ Flexibility ในระดับสูงขึ้นมาก

 

  • ประเด็นแรกคือ Capacity หรือความสามารถในการรองรับไฟฟ้าที่มากขึ้น โลกต้องไม่เพียงสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม แต่ยังต้องเพิ่มความสามารถของสายส่งและระบบจำหน่ายด้วย องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าหากโลกต้องการบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานและรองรับการเปลี่ยนผ่านอย่างจริงจัง จำเป็นต้องสร้างหรือปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้ารวมกว่า 80 ล้านกิโลเมตรภายในปี 2040 ซึ่งเทียบเท่ากับความยาวของโครงข่ายไฟฟ้าทั้งโลกในปัจจุบัน นั่นหมายความว่า Theme นี้ไม่ใช่แค่การลงทุนเพียงเล็กน้อย แต่เป็นรอบการลงทุนขนาดใหญ่ระดับโลก

 

  • ประเด็นที่สองคือ Reliability หรือความเสถียรและความเชื่อถือได้ของระบบ ในอดีตไฟฟ้าดับอาจเป็นเรื่องสร้างความไม่สะดวก แต่ในโลกยุค AI ไฟฟ้าดับอาจหมายถึงความเสียหายเชิงเศรษฐกิจระดับมหาศาล โรงงานอุตสาหกรรมขั้นสูง Semiconductor และ Data Center ล้วนต้องการไฟฟ้าที่มีความเสถียร ทำให้ความท้าทายยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อสภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยขึ้นและภัยไซเบอร์เริ่มเป็นความเสี่ยงต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโดยตรง ดังนั้นการลงทุนใน Grid จึงไม่ได้แค่เพิ่มสายส่ง แต่รวมถึงระบบควบคุม ระบบป้องกัน และการยกระดับความมั่นคงของเครือข่ายทั้งหมด

 

  • ประเด็นที่สามคือ Flexibility หรือความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า ซึ่งยิ่งสำคัญในโลกที่มีพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น เพราะไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลมมีความผันผวนตามธรรมชาติ Grid ยุคใหม่จึงต้องฉลาดพอที่จะรับมือกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ขึ้นลงรวดเร็วและต้องประสานงานกับแบตเตอรี่ รถ EV เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ และระบบจัดการพลังงานแบบดิจิทัลได้ดีขึ้น แนวโน้มนี้เปิดโอกาสให้บริษัทในห่วงโซ่ Power Grid ตั้งแต่สายส่ง หม้อแปลง อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง ไปจนถึงซอฟต์แวร์ควบคุมระบบ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

 

หากมองในเชิงเม็ดเงิน โอกาสยิ่งชัดเจนขึ้น Global X ประเมินว่า โลกอาจต้องใช้เงินลงทุนรวมเกือบ 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2035 สำหรับโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า โดยส่วนที่คาดว่าจะได้รับเงินลงทุนมากที่สุดคือ พลังงานหมุนเวียนและโครงข่ายไฟฟ้า

 

นี่คือจุดที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญ เพราะแตกต่างจาก Theme ที่ขับเคลื่อนด้วย Sentiment หรือ Valuation เพียงอย่างเดียว กลุ่ม Power Grid มีแรงหนุนจากความจำเป็นเชิงระบบ ถ้าโลกจะเดินหน้าสู่ EV มากขึ้น ใช้ AI มากขึ้น สร้างโรงงานมากขึ้น และลดคาร์บอนมากขึ้น การอัปเกรดโครงข่ายไฟฟ้าแทบเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เบื้องต้นหากอิงดัชนี First Trust NASDAQ Clean Edge Smart Grid Infrastructure Index Fund (GRID) ซึ่งเป็น Passive ETF ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยนับตั้งแต่ต้นปี 2026 ผลตอบแทน +10.50% เทียบกับดัชนี S&P 500 ที่ -0.79% และดัชนี Nasdaq ที่ -2.15% สะท้อนมุมมองและความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อ Theme การลงทุนนี้

 

โดยสรุปแล้ว หากนักลงทุนกำลังมองหา Theme ที่ไม่ได้อาศัยเพียงกระแส แต่มีแรงขับจากโครงสร้างเศรษฐกิจจริง Power Grid คือหนึ่งใน Theme ที่น่าจับตาที่สุดของทศวรรษนี้ เพราะในท้ายที่สุด ไม่ว่าโลกจะพูดถึง AI มากแค่ไหน รถ EV จะโตเร็วเพียงใดหรือพลังงานสะอาดจะขยายตัวแรงแค่ไหน ทุกอย่างล้วนต้องอาศัย โครงข่ายไฟฟ้า หรือ Power Grid เป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบ และเมื่อเส้นเลือดใหญ่ต้องถูกขยายและยกระดับครั้งใหญ่ โอกาสการลงทุนก็ย่อมเกิดขึ้นตามมาอย่างมีนัยสำคัญ

 

ภาพ: Digineer Station / Shutterstock

The post Power Grid โครงสร้างพื้นฐาน ที่อาจกลายเป็นผู้ชนะตัวจริงของยุค AI appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิทย์จีนพัฒนาแบตเตอรี่อีวีความจุเพิ่มสองเท่า เปิดทางชาร์จครั้งเดียววิ่งได้เกินพันกิโลเมตร https://thestandard.co/china-ev-battery-1000km-range/ Sat, 28 Feb 2026 11:28:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1182822 หน้าจอแสดงเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังถูกชาร์จ สื่อถึงการพัฒนาแบตเตอรี่ความจุสูงโดยนักวิทย์จีน

นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนได้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชนิดใหม่ท […]

The post นักวิทย์จีนพัฒนาแบตเตอรี่อีวีความจุเพิ่มสองเท่า เปิดทางชาร์จครั้งเดียววิ่งได้เกินพันกิโลเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
หน้าจอแสดงเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังถูกชาร์จ สื่อถึงการพัฒนาแบตเตอรี่ความจุสูงโดยนักวิทย์จีน

นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนได้พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชนิดใหม่ที่มีแนวโน้มดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมาก และยังทำให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเสถียรมากขึ้นแม้อยู่ในสภาพอากาศหนาวจัด

 

ปัจจุบันแบตเตอรี่ลิเธียมซึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในสมาร์ทโฟนและรถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้าใกล้เพดานความหนาแน่นของพลังงาน ซึ่งจำกัดขอบเขตในการปรับปรุงประสิทธิภาพ โดยแบตเตอรี่แบบเหลวทั่วไปอย่างลิเธียมไอรอนฟอสเฟตและเทอร์นารีลิเธียมเข้าใกล้ขีดจำกัดทางทฤษฎีที่ประมาณ 350 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัมแล้ว ทำให้หลายบริษัทเริ่มหันไปมุ่งเน้นการพัฒนาแบตเตอรี่แบบโซลิดสเตตรุ่นต่อไปแทน

 

แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยหนานไคและสถาบันวิจัยแหล่งพลังงานอวกาศเซี่ยงไฮ้กลับสามารถขยายขีดจำกัดของแบตเตอรี่ลิเธียมแบบเหลวเดิมออกไปได้อีก

 

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) ระบุว่า ทีมวิจัยได้พัฒนาสารละลายอิเล็กโทรไลต์ที่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานในแบตเตอรี่ลิเธียมแบบเหลวให้สูงถึง 700 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัมจากการทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการ

 

สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.)ว่า ความก้าวหน้าครั้งนี้สามารถเพิ่มความจุของแบตเตอรี่ลิเธียมที่มีอยู่เดิมได้ถึงสองเท่า โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขนาดหรือน้ำหนักของตัวแบตเตอรี่

 

เฉิน จุน (Chen Jun) หัวหน้านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยหนานไคให้สัมภาษณ์กับ CCTV ว่า “แบตเตอรี่ของเรามีความหนาแน่นของพลังงานมากกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปถึงสองเท่า รถยนต์ไฟฟ้าที่มีระยะทางวิ่ง 500 กิโลเมตรในปัจจุบัน จะสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร (600 ไมล์) ต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว”

 

งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การพัฒนา ‘สารอิเล็กโทรไลต์’ ชนิดใหม่ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนทางด่วนให้ไอออนเดินทางไปมาระหว่างขั้วบวกและขั้วลบ โดยปกติแล้วแบตเตอรี่ลิเธียมเชิงพาณิชย์จะใช้อิเล็กโทรไลต์ที่ทำจากเกลือลิเธียมและตัวทำละลายคาร์บอเนต

 

ส่วนผสมดังกล่าวจะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่ช่วยละลายเกลือลิเธียม ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้แบตเตอรี่สร้างกระแสไฟฟ้าได้ แต่มันกลับทำให้การเคลื่อนที่ของลิเธียมไอออนช้าลง ส่งผลให้ยากต่อการเพิ่มพลังงานและทำให้ประสิทธิภาพลดลงอย่างมากเมื่ออยู่ในอุณหภูมิต่ำ

 

ทีมงานแก้ปัญหานี้ด้วยการนำธาตุ ‘ฟลูออรีน’ มาใช้แทนออกซิเจน เนื่องจากฟลูออรีนเป็นธาตุใกล้เคียงในตารางธาตุที่มีแรงดึงดูดลิเธียมไอออนน้อยกว่า จึงช่วยให้ไอออนสามารถถ่ายโอนประจุไฟฟ้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

จ้าว ชิง (Zhao Qing) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยหนานไคและผู้ร่วมเขียนงานวิจัยกล่าวว่า “อิเล็กโทรไลต์จำเป็นต้องปล่อยไอออนและถ่ายโอนประจุอย่างรวดเร็ว ซึ่งสองสิ่งนี้มักจะขัดแย้งกัน แรงดึงดูดที่อ่อนกว่าของฟลูออรีนช่วยแก้ปัญหานี้และเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานได้”

 

เขากล่าวเสริมว่าทีมวิจัยสามารถแก้ปัญหาสำคัญอย่างการทำให้สารประกอบฟลูออรีนละลายเกลือลิเธียมได้ โดยสร้างโมเลกุลฟลูออรีนชนิดใหม่และปรับจูนโครงสร้างอย่างละเอียดเพื่อลดปริมาณอิเล็กโทรไลต์ที่ต้องใช้ลง แต่ยังคงทำให้ไอออนเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดิม

 

แม้การศึกษาจะไม่ได้ระบุถึงคุณลักษณะด้านความปลอดภัยโดยตรง แต่อิเล็กโทรไลต์ชนิดนี้ก็ช่วยยับยั้งการเติบโตของ ‘เดนไดรต์’ หรือผลึกขนาดเล็กจิ๋วบนขั้วไฟฟ้าที่มักจะเป็นต้นเหตุของการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรในแบตเตอรี่ได้

 

ปฏิกิริยาที่อ่อนแอระหว่างฟลูออรีนและลิเธียมไอออนยังช่วยให้แบตเตอรี่สามารถชาร์จและจ่ายพลังงานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน แต่ยังช่วยรักษาประสิทธิภาพในสภาพอากาศหนาวเย็นจัดได้อีกด้วย

 

เฉินอธิบายเพิ่มเติมว่าแบตเตอรี่ลิเธียมทั่วไปอาจสูญเสียความจุไปถึงสองในสามเมื่ออยู่ในอุณหภูมิจุดเยือกแข็ง แต่แบตเตอรี่ใหม่นี้ยังคงรักษาพลังงานไว้ได้เกือบ 400 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม แม้จะอยู่ในอุณหภูมิติดลบ 50 องศาเซลเซียสก็ตาม

 

“สิ่งนี้เปิดโอกาสในการใช้งานที่กว้างขวาง ไม่เพียงแค่เพิ่มระยะทางให้รถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังรวมถึงการให้พลังงานแก่โดรนในพื้นที่หนาวเหน็บและระดับความสูงมากๆ ตลอดจนสนับสนุนภารกิจอวกาศอย่างการสำรวจดวงจันทร์” เฉินกล่าวทิ้งท้าย

 

ความสำเร็จนี้สอดคล้องกับนโยบายริเริ่ม Made in China 2025 ที่ตั้งเป้าพัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าให้มีความหนาแน่นเกิน 400 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัมภายในปี 2025 ซึ่งก่อนหน้านี้ทำได้แค่ในเครื่องต้นแบบ และตั้งเป้าให้ทะลุ 500 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัมภายในปี 2030

 

ภาพ : Erman Gunes / Shutterstock

 

อ้างอิง:

The post นักวิทย์จีนพัฒนาแบตเตอรี่อีวีความจุเพิ่มสองเท่า เปิดทางชาร์จครั้งเดียววิ่งได้เกินพันกิโลเมตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปี 2026: เมื่อจีนขึ้นเกียร์ใหม่เปลี่ยนยุทธศาสตร์เทคโนโลยี https://thestandard.co/2026-china-new-tech-strategy/ Tue, 23 Dec 2025 04:57:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1157160 ปี 2026: เมื่อจีนขึ้นเกียร์ใหม่เปลี่ยนยุทธศาสตร์เทคโนโลยี

เราต่างรู้กันว่าจีนตามหลังสหรัฐฯ ในเรื่องเซมิคอนดัคเตอร […]

The post ปี 2026: เมื่อจีนขึ้นเกียร์ใหม่เปลี่ยนยุทธศาสตร์เทคโนโลยี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปี 2026: เมื่อจีนขึ้นเกียร์ใหม่เปลี่ยนยุทธศาสตร์เทคโนโลยี

เราต่างรู้กันว่าจีนตามหลังสหรัฐฯ ในเรื่องเซมิคอนดัคเตอร์ ข้อถกเถียงมักอยู่ที่ว่าจีนตามหลังสหรัฐฯ อยู่กี่ปีกันแน่ บ้างก็บอกว่า 10 ปี บ้างก็บอกว่า 5 ปี บ้างก็ว่าน้อยกว่านั้นอีก และจีนกำลังทุ่มเทเต็มที่ที่จะไล่กวดตามให้ทันสหรัฐฯ ให้ได้

 

แต่ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีจีนที่สำคัญยิ่งกว่าการไล่กวดในอุตสาหกรรมที่จีนตามมาทีหลัง คือการเร่งขึ้นเกียร์ขยับนำหน้าให้ได้ในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ทั้งหลายที่วันนี้ยังไม่มีใครเป็นผู้นำที่ชัดเจน ในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างเริ่มต้นที่ศูนย์พร้อมกัน และยังเป็นอุตสาหกรรมทารกและรอการปฏิวัติวงการที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงสำคัญให้กับโลก

 

ลองนึกดูครับว่า ถ้าจีนเกิดทำสำเร็จเรื่องควอนตัม จีนก็คงไปบอกสหรัฐฯ ว่าจะใช้ควอนตัมไหม หากจะใช้ ก็ช่วยขายชิปให้จีนด้วยแลกกัน นี่จึงเป็นเกมการสร้างอำนาจต่อรองและไพ่ใบใหม่ของจีน

 

ในแผน 5 ปี ฉบับใหม่ของจีนที่จะประกาศใช้ในปี 2026 จึงได้กำหนดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเป้าหมายใหม่แตกต่างจากเดิม จีนไม่ได้เน้นย้ำเพียงอุตสาหกรรมที่เราคุ้นชินเช่น Generative AI, รถยนต์ไฟฟ้า, แบตเตอรี่, โซลาร์เซลล์เหมือนในแผนฉบับเก่า แต่หันมาเน้นเรื่องใหม่ๆ อย่างควอนตัม การผลิตชีวภาพ (Biomanufacturing) ไฮโดรเจนและนิวเคลียร์ฟิวชันเพาเวอร์ การเชื่อมโยงระหว่างสมองและคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interfaces) ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) และ 6G

 

เราลองมาดูความสำคัญของแต่ละเรื่องกันครับ

 

  • อุตสาหกรรมควอนตัม ตัวการคำนวณควอนตัม (Quantum computing) หากสำเร็จอาจทำลายระบบเข้ารหัสดั้งเดิม และเปิดทางให้กับการคำนวณที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์วันนี้ยังทำไม่ได้ หากจีนสามารถคุมโครงสร้างพื้นฐานชุดนี้ได้ก่อน จีนจะมีอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจ ความมั่นคง และเทคโนโลยีมหาศาล

 

  • การผลิตชีวภาพ (Biomanufacturing) คือการใช้เซลล์ เอนไซม์ หรือสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วเป็น ‘วัตถุดิบในการผลิต’ จนสามารถผลิตยา วัคซีน วัสดุชีวภาพ พลาสติกย่อยสลายได้ โปรตีนทางเลือก อาหารใหม่ๆ หากเปรียบเศรษฐกิจแบบเดิมของจีนเป็น ‘โรงงานเหล็กและปูน’ การผลิตชีวภาพก็กำลังกลายเป็น ‘โรงงานเซลล์และดีเอ็นเอ’ ที่เสริมอีกเสาให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจจีนหมุนต่อไปในยุคหลังอุตสาหกรรมหนัก

 

  • ไฮโดรเจนและนิวเคลียร์ฟิวชันเพาเวอร์ จีนกำลังวาง ‘เดิมพันยาว’ กับสองเทคโนโลยีพลังงานที่ยังไม่สุกงอมเต็มที่ แต่ถ้าเวิร์กจะกลายเป็น Game Changer ของโลกพลังงาน

 

  • การเชื่อมโยงระหว่างสมองและคอมพิวเตอร์ (Brain-Computer Interfaces) คือเทคโนโลยีเชื่อมสัญญาณสมองเข้ากับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องกล ช่วยผู้ป่วยอัมพาตควบคุมแขนกล วีลแชร์ หรือแป้นพิมพ์ด้วยความคิด ใช้ในเวชศาสตร์ฟื้นฟู ประสาทวิทยา สุขภาพจิต และในระยะยาว อาจต่อยอดไปถึงการเรียนรู้ การเสริมความจำ หรือ gaming รูปแบบใหม่ รวมทั้งมีนัยต่อความมั่นคงและการพัฒนาอาวุธยุคใหม่ด้วย

 

  • ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) ช่วงหลังเรามักพูดถึง AI ในฐานะโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือแชตบอต แต่ที่จีนกำลังเน้น ‘Embodied AI’ – AI ที่มีร่างกาย เช่น หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่มองเห็น ฟังเสียง และเดินในโรงงาน ทำงานในบ้าน โรงพยาบาล โกดังสินค้า รัฐบาลจีนมองว่าหุ่นยนต์เหล่านี้จะเป็นหัวใจของ ‘กำลังการผลิตคุณภาพใหม่’ (new quality productive forces) ในภาคอุตสาหกรรมและบริการ

 

  • 6G Mobile Communications ในขณะที่ 5G ยังไม่ทันใช้เต็มศักยภาพ โลกก็พูดถึง 6G แล้ว ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ ‘เน็ตเร็วกว่าเดิม’ แต่คือ การใช้คลื่นความถี่ที่สูงขึ้น ดีเลย์ต่ำมากระดับมิลลิวินาที ซึ่งจะทำให้เกิดการผสาน ‘สื่อสาร + คำนวณ + เซนส์ซิง’ ในเครือข่ายเดียว สำหรับจีน 6G คือ ‘โครงข่ายประสาท’ ที่จะเชื่อมทุกอย่างตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ โรงงานอัจฉริยะ ไปจนถึงอุปกรณ์สวมใส่และเมืองอัจฉริยะทั้งเมือง โดยตั้งเป้าว่า 6G จะเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ได้ในต้นทศวรรษ 2030

 

ถ้ามองรวมกัน เราจะเห็นว่าทั้งหมดข้างต้นมีลักษณะเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐาน (general-purpose) ที่เป็นรากฐานให้กับธุรกิจและอุตสาหกรรมได้อีกหลากหลาย ควอนตัมและ 6G เปลี่ยนวิธีส่งข้อมูลและคำนวณ การผลิตชีวภาพ (Biomanufacturing) เปลี่ยนวิธีผลิตอาหารและยา ไฮโดรเจนและนิวเคลียร์ฟิวชันเพาเวอร์เปลี่ยนระบบพลังงาน ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied AI) เปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์–เครื่องจักร หากจีนสามารถปฏิวัติวงการเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ได้ ย่อมจะมีอำนาจต่อรองในห่วงโซ่คุณค่าทั่วโลกมากกว่าเพียงการผลิตสินค้าอย่างเดียว

 

ที่สำคัญ นี่เป็นการรีเซ็ตโครงสร้างเศรษฐกิจจีนจากอุตสาหกรรมเดิมที่เริ่มล้นตลาด แผน 5 ปีฉบับใหม่ (2026–2030) ของจีนจึงเริ่มลดน้ำหนักอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และโซลาร์เซลล์ ที่ถูกผลักดันอย่างหนักในช่วงก่อนหน้า จนเกิดปัญหากำลังการผลิตเกินตัว (oversupply) และนำมาสู่แรงกดดันทางการค้า ดังนั้นในแผนใหม่จีนจึงจะเริ่มขยับน้ำหนักไปสู่เทคโนโลยีใหม่ๆ ข้างต้นแทน

 

วันนี้ไทยจึงไม่ได้แข่งกับจีนเพียงเรื่องต้นทุนค่าแรงหรือความสามารถด้านการผลิตอีกต่อไป แต่ต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อมตัวเองเข้าไปใน ecosystem เทคโนโลยีใหม่ของจีนได้อย่างไร และจะใช้ประโยชน์อย่างไรจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ของจีนในการช่วยพลิกโฉมเศรษฐกิจขั้นต่อไปของไทยเองด้วย

 

เราพร้อมหรือยังที่จะอัปเกรดระบบวิจัย การศึกษา และกติกากฎหมายของเรา ให้รองรับยุคที่ ‘สมองคน – หุ่นยนต์ – ดวงอาทิตย์เทียม – และควอนตัม’ กำลังถูกเขียนเข้าไปในแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศใหญ่

 

ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเรา ไทยจะเป็นเพียงผู้ใช้ ผู้ซื้อ ผู้รับจ้างผลิต หรือไทยจะเริ่มพัฒนาจุดแข็งเฉพาะตัวที่จีน (และสหรัฐฯ) ต้องการมา ‘ต่อจิ๊กซอว์’ กับเรา

The post ปี 2026: เมื่อจีนขึ้นเกียร์ใหม่เปลี่ยนยุทธศาสตร์เทคโนโลยี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกร ส่งทีมเต็มเหนี่ยว ตัดวงจรเครือข่ายแบตเตอรี่เถื่อน ขอปกป้องประชาชน ไม่ขอปกป้องผลประโยชน์ของใคร https://thestandard.co/thanakorn-on-illegal-battery/ Wed, 17 Dec 2025 06:21:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1155659 ธนกร ส่งทีมเต็มเหนี่ยว ตัดวงจรเครือข่ายแบตเตอรี่เถื่อน ขอปกป้องประชาชน ไม่ขอปกป้องผลประโยชน์ของใคร

วันนี้ (17 ธันวาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระท […]

The post ธนกร ส่งทีมเต็มเหนี่ยว ตัดวงจรเครือข่ายแบตเตอรี่เถื่อน ขอปกป้องประชาชน ไม่ขอปกป้องผลประโยชน์ของใคร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกร ส่งทีมเต็มเหนี่ยว ตัดวงจรเครือข่ายแบตเตอรี่เถื่อน ขอปกป้องประชาชน ไม่ขอปกป้องผลประโยชน์ของใคร

วันนี้ (17 ธันวาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหามลพิษจากการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วยังน่ากังวล กว่า 25% ของแบตเตอรี่ใช้แล้วในประเทศหายไปจากระบบ หรือราว 60,000 ตันต่อปี ส่วนใหญ่ถูกนำไปหลอมในโรงงานเถื่อน ไม่มีใบอนุญาต และไม่ได้มาตรฐาน แล้วปล่อยสารพิษ เช่น ตะกั่ว น้ำกรด และฝุ่นโลหะหนัก ลงสู่ดิน แหล่งน้ำ อากาศ และชุมชน ส่งผลต่อสุขภาพอย่างรุนแรง ทั้งระบบประสาท ไต ระบบหายใจ รวมถึงพัฒนาการของเด็ก ซึ่งปัญหานี้เป็นมลพิษเงียบที่สะสมมายาวนาน กระทบต่อประชาชนและระบบนิเวศของประเทศ

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมมือกับตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อเปิดปฏิบัติการเร่งด่วนทันที ต้องตรวจเข้มโรงงานเสี่ยง ยึด-อายัดแหล่งผลิตผิดกฎหมาย และดำเนินคดีทุกราย พร้อมทั้งส่ง “ทีมเต็มเหนี่ยว” ลงพื้นที่เสี่ยงเพื่อตัดวงจรเครือข่ายโรงงานใต้ดินที่กำลังก่อมลพิษต่อชุมชน เราจะลงมือจริง ไม่จำเป็นต้องรอฟังรายงานจากใครก่อน เพราะการแก้ปัญหานี้ ต้องเน้น เร็ว-จริง-จับต้องได้ ที่สำคัญ ต้องรายงานตรงกลับมาที่ตน เพื่อเร่งตรวจสอบ ดำเนินคดี และฟื้นระบบควบคุมให้เข้มแข็งขึ้น

 

ธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการระยะยาวนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมจะเดินควบคู่ไปกับการกวาดล้างเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งวางโครงสร้างระบบใหม่ทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่มาตรฐานติดตามเส้นทางแบตเตอรี่ใช้แล้ว (Traceability), การยกระดับการกำกับโรงงานสู่ Green Industry, การเชื่อมระบบกับ Circular Economy และ Net Zero, ไปจนถึงการเตรียมมาตรการรองรับอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ และ EV เพื่อสร้างระบบที่เข้มแข็ง ทันสมัย และยั่งยืน

 

“ผมจะไม่ยอมให้ประชาชนต้องทนสูดสารพิษ หรือต้องนั่งดูลูกหลานของเราเติบโตท่ามกลางมลภาวะที่ไม่มีใครรับผิดชอบ ปัญหานี้เราจะหยุดมันให้ได้ เพราะหน้าที่ของผมคือ ปกป้องประชาชน ไม่ขอปกป้องผลประโยชน์ของใคร ผมขอยืนยันว่า จากวันนี้เป็นต้นไป เราจะไม่ยอมให้สารพิษทำร้ายคนไทยได้อีก นี่ถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของระบบจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วของประเทศ” ธนกร กล่าวทิ้งท้าย

The post ธนกร ส่งทีมเต็มเหนี่ยว ตัดวงจรเครือข่ายแบตเตอรี่เถื่อน ขอปกป้องประชาชน ไม่ขอปกป้องผลประโยชน์ของใคร appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อนอนาคตไทย https://thestandard.co/solis-china/ Wed, 17 Dec 2025 01:35:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1155562 เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย

ถ้าเราพูดถึง ‘พลังงานสะอาด’ ในวันนี้ ภาพที่ชัดขึ้นเรื่อ […]

The post เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อนอนาคตไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย

ถ้าเราพูดถึง ‘พลังงานสะอาด’ ในวันนี้ ภาพที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่แผงโซลาร์บนหลังคา แต่คือระบบเบื้องหลังทั้งหมดที่ทำให้พลังงานเหล่านั้น เสถียร ใช้งานได้จริง และคุ้มค่าในระยะยาว หนึ่งในหัวใจสำคัญของระบบนั้น คือ อินเวอร์เตอร์

 

การเดินทางไปเยือนสำนักงานใหญ่ของ Solis ที่ประเทศจีน ทำให้เราเห็นชัดว่า เทคโนโลยีนี้ กำลังมีบทบาทสำคัญกับอนาคตพลังงานของประเทศไทยมากกว่าที่คิด

 

เมื่อพลังงานสะอาดไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทิศทางหลัก

 

ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคพลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง ทั้งจากนโยบายระดับประเทศ การเติบโตของโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือน ไปจนถึงโครงการเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

 

แต่เมื่อสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น สิ่งที่ตามมาคือคำถามสำคัญ ระบบจะเสถียรแค่ไหน ปลอดภัยหรือไม่ และบริหารพลังงานได้ฉลาดพอหรือยัง

 

คำตอบทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับคุณภาพของอินเวอร์เตอร์โดยตรง

 

มากกว่า 20 ปีของนวัตกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง

 

Solis คือหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดในอุตสาหกรรมอินเวอร์เตอร์พลังงานแสงอาทิตย์ระดับโลก

 

กว่า 20 ปีของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์นี้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตอินเวอร์เตอร์ชั้นนำ ที่มีการใช้งานในมากกว่า 150 ประเทศ

 

จุดแข็งของ Solis ไม่ได้อยู่แค่ ‘ผลิตได้เยอะ’ แต่คือการออกแบบทางวิศวกรรมที่เน้น ประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความทนทานในระยะยาว

 

ตั้งแต่ระบบ MPPT (ระบบควบคุมการทำงานเพื่อดึงพลังงานไฟฟ้าออกมาให้ได้มากที่สุด) ที่ละเอียด ระบบความปลอดภัย ไปจนถึงการรองรับแบตเตอรี่และกริดในหลากหลายรูปแบบ

 

ความแม่นยำระดับโรงงาน ที่ส่งพลังงานไปทั่วโลก

 

การได้เห็นโรงงานของ Solis ด้วยตาตัวเอง คือภาพที่ช่วยอธิบายตัวตนของแบรนด์ได้ชัดที่สุด

 

สายการผลิตอัตโนมัติที่ทำงานแทบทุกขั้นตอน ห้องทดสอบที่จำลองสภาวะสุดขั้ว ทั้งความร้อน ความชื้น และการทำงานต่อเนื่องยาวนาน รวมถึงศูนย์วิจัยและพัฒนาที่ไม่ได้ทำงานเพื่อวันนี้ แต่คิดล่วงหน้าไปถึงเทคโนโลยีในอนาคตถัดไป

 

ทั้งหมดสะท้อนแนวคิดเดียวกัน อินเวอร์เตอร์ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ไฟฟ้าธรรมดา แต่คือโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานอนาคต

 

ทำไม Solis ถึงมีความหมายกับประเทศไทย

 

เหตุผลที่ Solis เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงระดับโลกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบให้ เข้าใจสภาพการใช้งานจริงของประเทศเขตร้อน

 

ทั้งความทนทานต่ออุณหภูมิสูง ระบบมอนิเตอร์อัจฉริยะอย่าง SolisCloud ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นพลังงานแบบเรียลไทม์ ระบบความปลอดภัย และการรองรับตั้งแต่บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ไปจนถึงโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่

 

Solis จึงไม่ได้เป็นแค่ผู้ขายอุปกรณ์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพลังงานสะอาดที่กำลังเติบโตในไทย

 

จากโรงงานที่จีน สู่อนาคตพลังงานไทย

 

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการเยือนครั้งนี้ คือ Solis ไม่ได้มองประเทศไทยเป็นเพียงตลาด แต่เป็นหนึ่งในประเทศสำคัญของภูมิภาค

 

ทั้งการเสริมทีมเทคนิคและบริการหลังการขาย การลงทุนในนวัตกรรมใหม่สำหรับระบบโซลาร์และแบตเตอรี่ และการทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ท้องถิ่น เพื่อสร้างระบบนิเวศพลังงานสะอาดที่แข็งแรงในระยะยาว

 

ในวันที่ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ‘อินเวอร์เตอร์’ อาจไม่ใช่สิ่งที่เราเห็นเท่านั้น แต่เบื้องหลังการทำงานทั้งหมด Solis กำลังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของอนาคตนั้น

 

เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 1เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 2เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 3เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 4เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 5เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 6เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 7เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 8เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 9เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อน อนาคตไทย 10

The post เยี่ยมโรงงาน Solis ที่จีน กับนวัตกรรมพลังงานสะอาด ขับเคลื่อนอนาคตไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ดอีวีไฟเขียวปรับมาตรการ EV3-3.5 ดันไทยฐานผลิตภูมิภาค พร้อมเผยยอดจดทะเบียน BEV 9 เดือน โต 59% https://thestandard.co/ev-board-ev3-35-thailand-hub/ Tue, 25 Nov 2025 09:46:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1147425 บอร์ดอีวีไฟเขียวปรับมาตรการ EV3-3.5 ดัน ไทย ฐานผลิตภูมิภาค พร้อมเผยยอดจดทะเบียน BEV 9 เดือน โต 59%

บอร์ดอีวีชุดใหม่ เห็นชอบปรับปรุงมาตรการ EV3 และ EV3.5 ใ […]

The post บอร์ดอีวีไฟเขียวปรับมาตรการ EV3-3.5 ดันไทยฐานผลิตภูมิภาค พร้อมเผยยอดจดทะเบียน BEV 9 เดือน โต 59% appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ดอีวีไฟเขียวปรับมาตรการ EV3-3.5 ดัน ไทย ฐานผลิตภูมิภาค พร้อมเผยยอดจดทะเบียน BEV 9 เดือน โต 59%

บอร์ดอีวีชุดใหม่ เห็นชอบปรับปรุงมาตรการ EV3 และ EV3.5 ให้สอดคล้องสถานการณ์โลกและไทย โดยเพิ่มความยืดหยุ่นการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เดินหน้าการเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค

 

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ประชุมบอร์ดอีวีชุดใหม่ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้เห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้ง EV3 และ EV3.5 เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดของโลกและของประเทศไทย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

 

1) ปรับปรุงมาตรการเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

 

และ 2) ปรับปรุงมาตรการเพื่อลดหรือป้องกันปัญหาการผลิตล้นตลาดในประเทศ (Oversupply)

 

สำหรับการปรับปรุงมาตรการเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการส่งเสริมอุตสาหกรรม EV ประกอบด้วย

 

1. ขยายเวลาการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในประเทศ ภายใต้มาตรการ EV3 และ EV3.5 จากเดิมที่จะต้องจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2568 และ 2570 ตามลำดับ ขยายเวลาเป็นภายในเดือนมกราคมของปีถัดไป เพื่อช่วยให้ยานยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในช่วงปลายปี สามารถจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกให้ทันภายในกำหนด

 

2. กำหนดเงื่อนไขในการจ่ายเงินอุดหนุนเพิ่มเติม โดยหากผู้ประกอบการผลิตได้ล่าช้ากว่าแผนกรมสรรพสามิตจะชะลอการจ่ายเงินอุดหนุนจนกว่าจะดำเนินการได้ตามแผน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการที่ผู้ประกอบการไม่สามารถผลิตชดเชยได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

3. ปรับปรุงเงื่อนไขการขยายเวลาผลิตชดเชยภายใต้มาตรการ EV3 ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของภาคธุรกิจ โดยอนุญาตให้ผู้เข้าร่วมมาตรการ EV3 สามารถเพิ่มรายชื่อโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นคู่สัญญาในมาตรการ EV3.5 เข้ามาในสัญญา EV3 ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการผลิตชดเชยตามกรอบเวลาที่กำหนด

 

4. ขยายเวลาการผ่อนผันการนับมูลค่าวัตถุดิบที่ได้ถิ่นกำเนิดในประเทศไทยสำหรับเซลล์แบตเตอรี่จากต่างประเทศ จากเดิมสิ้นสุดปี 2568 ออกไปอีก 6 เดือน จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2569 โดยในช่วงที่ขยายเวลา ให้ปรับลดสัดส่วนมูลค่าของเซลล์แบตเตอรี่จากต่างประเทศเป็นวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 10 จากเดิมที่ให้นับได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของราคายานยนต์ไฟฟ้าหน้าโรงงาน เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ของเขตปลอดอากร (Free Zone) หรือเขตประกอบการเสรี โดยผู้ขอรับการผ่อนผันต้องเสนอแผนการจัดหาชิ้นส่วนในประเทศที่ชัดเจน และจะถูกระงับการจ่ายเงินอุดหนุนตามมาตรการ EV3 และ EV3.5 ในระหว่างที่ได้รับการผ่อนผัน

 

5. กำหนดวิธีปฏิบัติและแนวทางดำเนินการสำหรับมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ HEV 3 ด้านได้แก่

 

1) ด้านการปล่อย CO₂ ผู้ผลิตต้องผ่านการทดสอบและรับรองค่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ตามเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมแสดงข้อมูลผ่านระบบ ECO Sticker

 

2) ด้านการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ ต้องมีการใช้ชิ้นส่วน HEV ที่มีมูลค่าสูงหรือปานกลางที่ผลิตในประเทศ ตามเงื่อนไขที่กำหนด และมีการใช้แบตเตอรี่ที่มีการผลิตอย่างน้อยในระดับ Pack Assembly ในประเทศ มีโรงงานที่มีสาระสำคัญของการผลิตและรักษากำลังผลิตของเครื่องจักร มีโรงงานประกอบเครื่องยนต์ที่ผลิตหรือใช้ชิ้นส่วนสำคัญในประเทศ 4 ใน 5 ชิ้น หรือมีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศร้อยละ 40 ตามวิธีคำนวณและเงื่อนไขของกระทรวงอุตสาหกรรม มีการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา หรือมีการจ้างแรงงานไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของคนทำงานในสำนักงาน

 

และ 3) ด้านความปลอดภัยและระบบ ADAS ผู้ผลิตต้องนำรถเข้าทดสอบการทำงานของระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ครอบคลุมการทดสอบทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ Car-to-Car Rear Stationary, Lane Keeping, ระบบเตือนการออกนอกช่องจราจร (LDW) และระบบตรวจจับจุดบอด (BSD)

 

 

ในส่วนของการปรับปรุงมาตรการเพื่อลดหรือป้องกันปัญหาการผลิตล้นตลาดในประเทศ (Oversupply)
มีดังนี้

 

1. ปรับปรุงเงื่อนไขการนับจำนวนการผลิตชดเชย โดยในส่วนของการผลิตชดเชยเพื่อส่งออก ให้นับ การส่งออก 1 คัน เป็นการผลิตชดเชย 1.5 คัน เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการส่งออกเพิ่มเติม และป้องกันปัญหา การผลิตล้นตลาดในประเทศ (Oversupply) ซึ่งจะกระทบต่อตลาดรถยนต์โดยรวม รวมถึงขยายเวลาให้ส่งออกและส่งหลักฐานการส่งออกได้ถึงวันที่ 30 มิถุนายนปีถัดไป

 

2. เพิ่มทางเลือกในการออกจากมาตรการ EV3 และ EV3.5 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้ามาจำหน่ายแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินอุดหนุน ให้สามารถจ่ายส่วนต่างภาษีสรรพสามิตที่ได้รับการลดหย่อนคืน พร้อมเบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม เพื่อลดยอดที่ต้องนำไปคำนวณการผลิตชดเชย

 

ยอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตสวนกระแส

 

นอกจากนี้ บอร์ดอีวี ได้รับทราบรายงานผลการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยในช่วง 9 เดือน ปี 2568 (มกราคม – กันยายน) มียอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะ BEV ที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนมากถึงร้อยละ 59 จำนวน 87,112 คัน และมียอดจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้าตามที่ได้ รับสิทธิตามมาตรการ EV3 และ EV3.5 สะสมรวม 238,183 คัน โดยมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการ EV3รวม 32 บริษัท และมาตรการ EV3.5 รวม 11 บริษัท

 

ณ เดือนตุลาคม 2568 บีโอไอส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องไปทั้งสิ้น 1.4 แสนล้านบาท ครอบคลุมทั้งการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ สถานีชาร์จไฟฟ้า และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ อาทิ กิจการผลิตรถยนต์ BEV 21 โครงการ เงินลงทุนรวม 40,449 ล้านบาท กิจการผลิตแบตเตอรี่ 54 โครงการ เงินลงทุนรวม 79,473 ล้านบาท กิจการผลิตชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ เช่น Traction Motor, BMS DCU, Inverter, On-board Charger 45 โครงการ เงินลงทุนรวม 10,002 ล้านบาท กิจการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery swapping) 32 โครงการ เงินลงทุนรวม 6,066 ล้านบาท

 

“วันนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ถือเป็น New Growth Engine ของเศรษฐกิจไทย จากยอดการใช้ EV ของโลกที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลุ่ม HEV, PHEV และ BEV เป็นเครื่องยืนยันว่ามาตรการของบอร์ดอีวีที่มุ่งสร้างประเทศไทยให้เป็นฐานสำคัญของการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคและของโลกเดินมาถูกทาง และกำลังสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งในแง่การลงทุน เทคโนโลยี และการผลิตจริงในประเทศ สำหรับการประชุมในวันนี้ บอร์ดอีวีได้ปรับปรุงเงื่อนไขของมาตรการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกและรักษาเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ นอกจากนี้ การเติบโตของ EV กำลังสร้างดีมานด์ใหม่ให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย และเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานยานยนต์โลก” นฤตม์ กล่าว

The post บอร์ดอีวีไฟเขียวปรับมาตรการ EV3-3.5 ดันไทยฐานผลิตภูมิภาค พร้อมเผยยอดจดทะเบียน BEV 9 เดือน โต 59% appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบตอึด ดีไซน์สนุก! Headphone Pro หูฟังรุ่นใหม่จาก CMF by Nothing https://thestandard.co/life/cmf-headphone-pro-launch-thailand/ Wed, 01 Oct 2025 08:32:00 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1125179 CMF by Nothing เปิดตัวหูฟัง Headphone Pro ดีไซน์มินิมัล แบตอึด

แบตอึด ดีไซน์สนุก! Headphone Pro หูฟังรุ่นใหม่จาก CMF b […]

The post แบตอึด ดีไซน์สนุก! Headphone Pro หูฟังรุ่นใหม่จาก CMF by Nothing appeared first on THE STANDARD.

]]>
CMF by Nothing เปิดตัวหูฟัง Headphone Pro ดีไซน์มินิมัล แบตอึด

แบตอึด ดีไซน์สนุก! Headphone Pro หูฟังรุ่นใหม่จาก CMF by Nothing

 

CMF by Nothing เปิดตัวหูฟังครอบหูรุ่นแรก ในชื่อ Headphone Pro ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์มินิมัล แต่ยังคงมีสีสันสดใส และมาพร้อมกับเบาะรองหูแบบถอดเปลี่ยนได้ ทำให้สนุกกับการปรับแต่ง แถมแบตเตอรี่อึดมากๆ ใช้งานได้ถึง 100 ชั่วโมง หรือราว 50 ชั่วโมงเมื่อเปิด Hybrid ANC ว่ากันว่าระบบนี้ตัดเสียงรบกวนได้ถึง 99% รองรับมาตรฐาน Hi-Res Audio, LDAC codec สามารถทำงานร่วมกับแอป Nothing X ทั้ง Android และ iOS ได้สบายๆ รอบนี้มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Energy Slider ให้ปรับโทนเสียงเบส แหลมได้ง่ายโดยไม่ต้องเข้าเมนูซับซ้อน โดยทั้งหมดนี้มาในราคา 3,299 บาท พร้อมอะไหล่เบาะหูเปลี่ยนได้ ถือเป็นอีกหนึ่งแกดเจ็ตที่ทั้งคุ้มค่า สนุก และใช้งานได้จริง

 

 

อ้างอิง:

  • CMF / Hypebeast

The post แบตอึด ดีไซน์สนุก! Headphone Pro หูฟังรุ่นใหม่จาก CMF by Nothing appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเปิดทำเนียบต้อนรับ 31 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ดึงลงทุนสร้างศูนย์วิจัย-เสริมทักษะบุคลากรไทย https://thestandard.co/govt-welcomes-31-global-giants/ Wed, 06 Aug 2025 05:16:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1104260

วันนี้ (6 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รอ […]

The post รัฐบาลเปิดทำเนียบต้อนรับ 31 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ดึงลงทุนสร้างศูนย์วิจัย-เสริมทักษะบุคลากรไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการหารือระหว่างผู้นำรัฐบาลกับผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มบริษัทชั้นนำของโลกที่มีการลงทุนขนาดใหญ่ในประเทศไทย ในงาน ‘Prime Minister Meets Investors: Confidence in Thailand’s Future-Prime Minister’s Dialogue with Global Investors’

 

มีผู้บริหาร 30 บริษัทชั้นนำระดับโลก เข้าร่วมจาก 4 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แผงวงจรพิมพ์ (PCB), ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่, ดิจิทัล และอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ อาทิ บริษัท Sony, Samsung, Unimicron, BYD, Hyundai, Google, TikTok และ Nestlé โดยทุกบริษัทมีการลงทุน รวมถึงการขยายการลงทุนขนาดใหญ่ในไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.5 แสนล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานรวมกว่า 53,000 ตำแหน่ง

 

การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของภาคเอกชนต่อศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่ภาคเอกชนในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

 

ภูมิธรรมกล่าวต้อนรับนักลงทุน โดยระบุว่า ประเทศไทยถูกเรียกเก็บในอัตรา 19% รัฐบาลไทยตระหนักถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและกติกาการค้าระหว่างประเทศ จึงใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงกลไกต่างๆ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล และสามารถลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจ รวมถึงรักษาและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของทุกบริษัทสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

นอกจากนี้ ไทยจะเดินหน้าพัฒนากฎระเบียบที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ พัฒนาทักษะแรงงาน เตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาด และเร่งเจรจาเปิดตลาดการค้ากับประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ประเทศไทยมีความตกลงทางการค้า 17 ฉบับ กับ 24 ประเทศ และอยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่มเติมกับอีกหลายประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทยในการส่งออกไปยังกว่า 50 ประเทศทั่วโลก

 

ภูมิธรรมยังกล่าวถึงการเดินหน้ากลไกพลังงานสะอาด รองรับแนวทาง ESG ว่าได้เปิดให้บริการกลไก Utility Green Tariff (UGT1) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดพร้อมเอกสารรับรองการใช้พลังงานหมุนเวียน มีบริษัทสนใจยื่นขอใช้บริการแล้วกว่า 40 ราย และมีแผนเปิดตัว UGT2 ซึ่งสามารถระบุแหล่งพลังงานที่มาได้อย่างชัดเจน

 

นอกจากนี้ รัฐบาลยังอยู่ระหว่างเตรียมเปิดกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถทำสัญญาซื้อพลังงานสะอาดโดยตรงจากผู้ผลิตผ่านสายส่งของรัฐ โดยในระยะแรกจะให้บริการกับกลุ่มธุรกิจ Data Center จำนวน 2,000 เมกะวัตต์ และหากประสบผลสำเร็จจะขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยกลไกพลังงานเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาพลังงานแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการปรับแผน เพื่อเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจาก 26% เป็น 51% ภายในปี 2580

 

ที่สำคัญ รัฐบาลจะเร่งพัฒนาบุคลากรไทยให้มีทักษะตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งมหาวิทยาลัย 15 แห่งร่วมมือกับภาคเอกชน 8 ราย เปิดหลักสูตรใหม่ 5 หลักสูตร พร้อมจัดตั้งศูนย์พัฒนากำลังคนเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติอีก 3 แห่ง ตั้งเป้าผลิตบุคลากรกว่า 80,000 คน ภายใน 5 ปี นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและดิจิทัลควบคู่กันไป

 

ด้าน นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานนี้ คือ การที่ทีมไทยแลนด์ได้ประสบความสำเร็จในขั้นแรกที่ได้เจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐอเมริกา รัฐบาลจึงจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน และเชิญชวนให้นักลงทุนกลุ่มเป้าหมายนี้ขยายการลงทุนต่อเนื่องประเทศไทย ซึ่งการลงทุนของบริษัทเหล่านี้ไม่เพียงมาตั้งโรงงานการผลิต แต่รัฐบาลได้เชิญชวนให้มาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา มาช่วยพัฒนาบุคลากร รวมทั้งใช้ประเทศไทยเป็นสำนักงานประจำภูมิภาคหรือ Regional Headquarter อีกด้วย

 

ภายหลังการหารือกับนักลงทุนทั้ง 30 บริษัท ภูมิธรรมร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา BOI และผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ชั้นนำระดับโลก 6 ราย ซึ่งมีเงินลงทุนรวมกว่า 51,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรม โดยความร่วมมือนี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานทันที 1,880 อัตรา รวมกันไม่น้อยกว่า 3,000 อัตราภายใน 5 ปี เกิดการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันระหว่างสถานศึกษาอาชีวศึกษาและภาคอุตสาหกรรม

 

The post รัฐบาลเปิดทำเนียบต้อนรับ 31 บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ดึงลงทุนสร้างศูนย์วิจัย-เสริมทักษะบุคลากรไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่จีน “CATL” เตรียมบุกยุโรป พร้อมเขย่าตลาด EV ขยายเทคโนโลยีสู่ระดับโลก https://thestandard.co/catl-expands-to-europe/ Tue, 01 Jul 2025 08:29:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1091477 โรงงานแบตเตอรี่ CATL ในยุโรป เตรียมผลิตแบตเตอรี่ EV พร้อมขยายเทคโนโลยีเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบสลับได้

ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ที่สุดของโลกกำล […]

The post ยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่จีน “CATL” เตรียมบุกยุโรป พร้อมเขย่าตลาด EV ขยายเทคโนโลยีสู่ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงงานแบตเตอรี่ CATL ในยุโรป เตรียมผลิตแบตเตอรี่ EV พร้อมขยายเทคโนโลยีเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบสลับได้

ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังเดินหน้าเต็มสูบในแผนขยายตลาดต่างประเทศ และอาจเขย่าตลาด EV ทั่วโลกด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบสลับได้

 

บริษัท Contemporary Amperex Technology Co. Ltd. (CATL) ของจีน ถือเป็นผู้เล่นรายสำคัญในการขับเคลื่อนโลกไปสู่ระบบขนส่งที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยมีส่วนแบ่งตลาดในภาค EV ราว 38% ลูกค้าของ CATL ได้แก่บริษัทรถยนต์รายใหญ่ระดับโลกอย่าง Tesla, Volkswagen และ BMW โดยบริษัทนี้ยังอวดว่าเทคโนโลยีของตนล้ำหน้าคู่แข่งจากฝั่งตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด

 

แม้จะมีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า แต่ CATL กลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงกว้างนัก จนกระทั่งเดือนพฤษภาคมปีนี้ เมื่อบริษัทเปิดตัวการเสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อสาธารณชน (IPO) ที่ใหญ่ที่สุดของปี 2025 ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง

 

ในการระดมทุนครั้งนี้ CATL สามารถระดมทุนได้ถึง 41,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 5.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) หลังจากราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นแรง และมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกิน (over-allotment option) อย่างเต็มจำนวน

 

ก่อนการเข้าตลาดหุ้น CATL ระบุว่าจะใช้เงินที่ระดมได้ถึง 90% สำหรับการขยายธุรกิจในยุโรป โดยเฉพาะโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งใหม่ในเมืองเดเบรเซน ประเทศฮังการี ซึ่งมีมูลค่าการลงทุน 7.6 พันล้านยูโร (ประมาณ 8.2 พันล้านดอลลาร์) และคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องผลิตภายในปีนี้ CATL ยังมีฐานการผลิตที่เยอรมนีซึ่งเปิดดำเนินการแล้วตั้งแต่ปี 2023 และมีแผนจะสร้างโรงงานในสเปนร่วมกับ Stellantis ผ่านการร่วมทุน

 

Bill Russo ซีอีโอของ Automobility วิเคราะห์ว่า CATL ขยายไปต่างประเทศเพราะตลาดในจีนเติบโตช้าลงและการแข่งขันสูง โดยยุโรปให้โอกาสทำกำไรสูงกว่าเนื่องจากกำลังซื้อมาก และต้นทุนแรงงานในฮังการีต่ำ อีกทั้งยังได้รับแรงจูงใจจากรัฐบาล และอยู่ใกล้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในยุโรป ทำให้ฮังการีเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการเจาะตลาดอียูของแบรนด์จีน

 

CATL กำลังเร่งขยายธุรกิจสู่ยุโรป เช่นเดียวกับบริษัท EV สัญชาติจีนรายอื่นอย่าง BYD ซึ่งต่างเผชิญการแข่งขันดุเดือดและสงครามราคาในประเทศจีน โดย Ni Jun ประธานฝ่ายการผลิตของ CATL กล่าวว่า สงครามลดราคานี้จะไม่จบลงหากไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาลจีน และเตือนว่าหากผู้เล่นรายใหญ่ยังคงลดราคา อาจทำให้รายเล็ก ๆ ต้องออกจากตลาดและนำไปสู่การผูกขาด

 

Tu Le จาก Sino Auto Insights กล่าวเสริมว่า CATL แทบจะจัดหาชิปให้กับผู้ผลิต EV ทุกรายในจีนแล้ว ทำให้โอกาสการเติบโตในประเทศเริ่มจำกัด ทั้งยังต้องเผชิญปัญหากำไรต่ำและกำลังการผลิตล้นตลาด จึงผลักดันให้บริษัทเร่งบุกยุโรป โดยโรงงานในฮังการีถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปรับตัวเข้ากับตลาดท้องถิ่น ด้วยต้นทุนแรงงานต่ำและภูมิรัฐศาสตร์ที่เป็นมิตรกว่าเยอรมนี

นอกจากนี้ CATL ยังมีโครงการแบตเตอรี่ EV แบบครบวงจรในอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตในเดือนมีนาคม 2026 เพื่อเจาะตลาด EV ที่กำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

CATL ยังมีแผนเปิดตัวเทคโนโลยี “เปลี่ยนแบตเตอรี่” และระบบรีไซเคิลในยุโรป ซึ่งแม้จะได้รับความนิยมในจีน แต่ยังไม่แพร่หลายในยุโรป ยกเว้นบางบริษัทเช่น Nio ที่มีสถานีสลับแบตเตอรี่ในเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก

 

ระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่ใช้เวลาเพียงประมาณ 5 นาที คล้ายประสบการณ์ล้างรถอัตโนมัติ โดยจะถอดแบตเตอรี่ที่ใช้หมดแล้วออก และติดตั้งแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มเข้าไปแทนผู้สนับสนุนเทคโนโลยีนี้เชื่อว่าช่วยแก้ปัญหาการชาร์จเร็วและการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์เป็นเจ้าของแบตเตอรี่เอง ซึ่งทำให้ราคาขายรถถูกลงและสร้างรายได้ประจำอย่างไรก็ตาม ระบบนี้ยังมีข้อเสีย เช่น ต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานสูง และปัญหามาตรฐานแบตเตอรี่ที่ยังไม่สอดคล้องกันระหว่างผู้ผลิตรถ

 

Julia Poliscanova จาก Transport & Environment เสริมว่า แม้ระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่จะมีประโยชน์ในบางกรณี แต่ไม่ใช่ “ทางออกมหัศจรรย์” เพราะไม่ว่าจะแบบเปลี่ยนหรือถาวร รถ EV ก็ยังต้องใช้แบตเตอรี่และวัตถุดิบเหมือนเดิมอยู่ดี

 

อ้างอิง:

The post ยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่จีน “CATL” เตรียมบุกยุโรป พร้อมเขย่าตลาด EV ขยายเทคโนโลยีสู่ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: BOI อนุมัติ ‘ซันโวด้า’ ลงทุน 5 หมื่นล้าน ตั้งฐานผลิตแบตเตอรี่ในไทย https://thestandard.co/morning-wealth-14032025-3/ Fri, 14 Mar 2025 06:00:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1052074

BOI อนุมัติ ‘ซันโวด้า’ ผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับ […]

The post ชมคลิป: BOI อนุมัติ ‘ซันโวด้า’ ลงทุน 5 หมื่นล้าน ตั้งฐานผลิตแบตเตอรี่ในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • BOI อนุมัติ ‘ซันโวด้า’ ผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน Top 10 จากจีน ลงทุน 5 หมื่นล้าน ตั้งฐานผลิตแบตเตอรี่ครั้งแรกในไทย

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: BOI อนุมัติ ‘ซันโวด้า’ ลงทุน 5 หมื่นล้าน ตั้งฐานผลิตแบตเตอรี่ในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซันโวด้าทุ่ม 5 หมื่นล้าน เลือกไทยเป็นฐานผลิตโรงงานแบตเตอรี่ต้นน้ำนอกประเทศจีนแห่งแรก ป้อนรถ EV ที่จังหวัดชลบุรี เตรียมจ้างงาน 4,000 คน https://thestandard.co/sunwoda-invests-50-billion-battery-factory-thailand/ Thu, 13 Mar 2025 12:23:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1051875 โรงงานผลิตแบตเตอรี่ของซันโวด้าในประเทศไทย ลงทุน 5 หมื่นล้านบาท เป็นฐานผลิตนอกจีนแห่งแรก ตั้งที่จังหวัดชลบุรี

BOI ไฟเขียวส่งเสริมลงทุนบริษัท ซันโวด้า ออโตโมทีฟ เอนเน […]

The post ซันโวด้าทุ่ม 5 หมื่นล้าน เลือกไทยเป็นฐานผลิตโรงงานแบตเตอรี่ต้นน้ำนอกประเทศจีนแห่งแรก ป้อนรถ EV ที่จังหวัดชลบุรี เตรียมจ้างงาน 4,000 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงงานผลิตแบตเตอรี่ของซันโวด้าในประเทศไทย ลงทุน 5 หมื่นล้านบาท เป็นฐานผลิตนอกจีนแห่งแรก ตั้งที่จังหวัดชลบุรี

BOI ไฟเขียวส่งเสริมลงทุนบริษัท ซันโวด้า ออโตโมทีฟ เอนเนอร์จี เทคโนโลยี ผู้ผลิตแบตเตอรี่ท็อป 10 ของโลก ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ต้นน้ำระดับเซลล์ขนาดใหญ่ครั้งแรกของประเทศไทย มูลค่าเงินลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท เตรียมผุดโรงงาน 2 แห่งที่จังหวัดชลบุรี ปักธงเทคโนโลยีแบตเตอรี่ในไทย หนุนซัพพลายเชนยานยนต์ไฟฟ้า

 

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่มีพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน อนุมัติให้การส่งเสริมลงทุนแก่บริษัท ซันโวด้า ออโตโมทีฟ เอนเนอร์จี เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน Top 10 ของโลกจากประเทศจีน ซึ่งจะเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่เซลล์นอกประเทศจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกลุ่ม Sunwoda ด้วยมูลค่าเงินลงทุนกว่า 50,000 ล้านบาท

 

โดยจะตั้งโรงงาน 2 แห่ง ที่จังหวัดชลบุรี และจะจ้างงานบุคลากรไทยรวมกว่า 4,000 คน ในจำนวนนี้เป็นวิศวกรและนักวิจัยไทยกว่า 900 คน คาดว่าจะสามารถเปิดสายการผลิตได้ภายในปีนี้ 

 

นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ในประเทศไทย เพื่อเติมเต็มห่วงโซ่อุปทานของการใช้รถยนต์ EV และรองรับการจัดการแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพของผู้ใช้รถยนต์ EV ในอนาคตอีกด้วย

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

สำหรับ บริษัท ซันโวด้า ออโตโมทีฟ เอนเนอร์จี เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จัดตั้งขึ้นในเดือนเมษายน 2567 โดยมีบริษัทแม่ คือ ซันโวด้า อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ดำเนินธุรกิจผลิตแบตเตอรี่หลากหลายประเภท เช่น แบตเตอรี่สำหรับคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และระบบกักเก็บพลังงาน 

 

ปัจจุบันซันโวด้าเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ป้อนให้กับรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลกหลายราย โดยบริษัท SEVB ซึ่งเป็นบริษัทลูกของซันโวด้า มียอดจำหน่ายแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV) สูงเป็นอันดับ 1 และสำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ เป็นอันดับ 3ในประเทศจีน

 

“ซันโวด้า ตัดสินใจลงทุนโครงการผลิตแบตเตอรี่ในระดับเซลล์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System: ESS) ในประเทศไทย ทั้งผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปตลาดในต่างประเทศ เพื่อรองรับความต้องการใช้แบตเตอรี่ของกลุ่มบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ทั้งแบบ BEV, PHEV, HEV”

 

รวมทั้งความต้องการของกลุ่มผู้ผลิตระบบกักเก็บพลังงานที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเทรนด์การใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มสูงขึ้น โดยฐานการผลิตในประเทศไทย จะเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตแบตเตอรี่ชั้นนำที่มีเครื่องจักรและเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด เช่น การควบคุมและปรับปรุงสายการผลิตผ่านระบบ “โรงงานเสมือนจริง” (Virtual Factory) ที่จำลองโรงงานทั้งหมดมาควบคุม ประเมิน และปรับปรุงในระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบการผลิตอัตโนมัติ (Automation) เน้นการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต ควบคู่กับการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ซันโวด้าจะมีการฝึกอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ให้กับบุคลากรไทยกว่า 4,000 คน และจะมีโปรแกรมคัดเลือกนักศึกษาระดับเทคนิคและอาชีวะกว่า 600 คน เข้ารับการฝึกอบรมและมีโอกาสทำงานกับบริษัท รวมทั้งจะมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและวิจัยในประเทศ เพื่อร่วมทำโครงการวิจัยและพัฒนากับบริษัทไม่น้อยกว่า 9โครงการ อีกทั้งบริษัทยังมีแผนจะเชื่อมโยงและพัฒนาผู้ประกอบการไทย ให้สามารถเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ระดับโลกของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ โดยตั้งเป้าจะจัดซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปีด้วย

 

“แบตเตอรี่เป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน ในการผลิตแบตเตอรี่ ขั้นตอนการผลิตเซลล์ ถือเป็นต้นน้ำที่สำคัญที่สุด ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และมีการลงทุนสูง”

 

ดังนั้นการตัดสินใจลงทุนของบริษัทซันโวด้า นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของประเทศไทยที่สามารถดึงดูดโครงการผลิตแบตเตอรี่ต้นน้ำระดับเซลล์จากบริษัทระดับโลกให้เข้ามาตั้งฐานในไทยเป็นครั้งแรกโรงงานแห่งนี้จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยเติมเต็มซัพพลายเชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

 

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา BOI ได้ให้การส่งเสริมกิจการผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการผลิตในขั้นโมดูลและแพ็กจำนวน 48 โครงการ จาก 41 บริษัท มูลค่าเงินลงทุนรวม 27,257 ล้านบาท โดยโครงการของบริษัท ซันโวด้า จะเป็นการผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์ที่เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ครั้งแรกของประเทศไทย

 

ภาพ: Getty images, Fei Yang

The post ซันโวด้าทุ่ม 5 หมื่นล้าน เลือกไทยเป็นฐานผลิตโรงงานแบตเตอรี่ต้นน้ำนอกประเทศจีนแห่งแรก ป้อนรถ EV ที่จังหวัดชลบุรี เตรียมจ้างงาน 4,000 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
การบินไทยออกกฎห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ขณะบิน เริ่ม 15 มี.ค. นี้ https://thestandard.co/life/thai-airways-bans-powerbank-usage-during-flights/ Fri, 07 Mar 2025 10:12:16 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1049682 การบินไทย ประกาศห้ามใช้ พาวเวอร์แบงก์ บนเครื่องบินตลอดการเดินทาง มีผลบังคับใช้ 15 มีนาคม 2568

ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม เป็นต้นไป ใครที่มีไฟลต์บินกับกา […]

The post การบินไทยออกกฎห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ขณะบิน เริ่ม 15 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
การบินไทย ประกาศห้ามใช้ พาวเวอร์แบงก์ บนเครื่องบินตลอดการเดินทาง มีผลบังคับใช้ 15 มีนาคม 2568

ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม เป็นต้นไป ใครที่มีไฟลต์บินกับการบินไทย อาจต้องปรับพฤติกรรมการใช้แบตเตอรี่สำรองบนเครื่อง เพราะสายการบินแห่งชาติเพิ่งประกาศออกกฎ ‘ห้ามผู้โดยใช้แบตเตอรี่สำรองขณะบินในทุกกรณี’

 

โดย สายการบินไทย ได้ประกาศกฎข้อห้ามใหม่ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ‘Thai Airways’ โดยระบุว่า “เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสาร ขอแจ้งให้ทราบว่าผู้โดยสารไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้หรือชาร์จพาวเวอร์แบงก์ (แบตเตอรี่สำรอง) ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป ขอขอบพระคุณในความร่วมมือของท่าน” 

 

แน่นอนว่าสายการบินไทย ไม่ใช่สายการบินแรกที่ประกาศกฎนี้ขึ้นมา ในช่วงเดือนที่ผ่านมามีหลายสายการบินปรับเปลี่ยนกฎห้ามใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Air Busan, EVA Air และ China Airlines เนื่องจากต้องการเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงการระเบิดหรือเผาไหม้ของแบตเตอรี่ลิเทียม หลังเกิดเหตุเผาไหม้ของแบตเตอรี่สำรองขณะทำการบินของสายการบิน Air Busan เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

 

ภาพ: Shutterstock

The post การบินไทยออกกฎห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ขณะบิน เริ่ม 15 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CATL ยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่ EV จีน ยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง หวังระดมทุนที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี https://thestandard.co/catl-hong-kong-ipo/ Wed, 12 Feb 2025 07:08:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1041035 CATL

บริษัท คอนเทมโพรารี แอมเพอเร็กซ์ เทคโนโลยี หรือ CATL ผู […]

The post CATL ยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่ EV จีน ยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง หวังระดมทุนที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
CATL

บริษัท คอนเทมโพรารี แอมเพอเร็กซ์ เทคโนโลยี หรือ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกสัญชาติจีน ยื่นขอจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งอาจกลายเป็นการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปีของตลาดหุ้นฮ่องกง 

 

รายละเอียด เช่น มูลค่าการระดมทุนและระยะเวลาในการเสนอขายหุ้น IPO ไม่ได้เปิดเผยในการยื่นเอกสาร อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ดีลนี้คาดว่าจะระดมทุนได้อย่างน้อย 5 พันล้านดอลลาร์ ทำให้ดีลนี้กลายเป็นการเสนอขายหุ้น IPO ที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกงนับตั้งแต่การระดมทุนของ Kuaishou ซึ่งเป็นคู่แข่งของ TikTok ในช่วงต้นปี 2021 โดยดีลในครั้งนั้นระดมทุนไป 5.32 พันล้านดอลลาร์

 

สำหรับที่ปรึกษาในการเสนอขาย IPO ของ CATL ในครั้งนี้ประกอบด้วย Bank of America, China International Capital Corporation, China Securities (International) และ JPMorgan Chase

 

ปัจจุบัน CATL ยังจดทะเบียนในตลาดหุ้นเซินเจิ้น มีมูลค่าตลาด 1.1 ล้านล้านหยวน หรือราว 5.1 ล้านล้านบาท โดยบริษัทเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้กับผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น Tesla และ Volkswagen

 

วิลเลียม หม่า หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนและผู้ก่อตั้ง GROW Investment Group ซึ่งเป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ในจีน กล่าวว่า การย้ายไปจดทะเบียนในฮ่องกงคาดว่าจะดึงดูดนักลงทุนสถาบันระยะยาวทั่วโลก ซึ่งบางรายอาจถูกผูกมัดโดยนโยบายที่ไม่อนุญาตให้พวกเขาซื้อหุ้นของบริษัทในจีนแผ่นดินใหญ่ 

 

เขากล่าวเสริมว่า การจดทะเบียนนี้จะช่วยให้กลุ่มหุ้นที่จดทะเบียนในฮ่องกงหลากหลายมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยบริษัทอินเทอร์เน็ตและธนาคารของจีน

 

ตั้งแต่ปี 2004 หุ้น IPO ในฮ่องกงเริ่มปรับตัวขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่ลดลงติดต่อกัน 3 ปีในแง่ของมูลค่าดีล ตามข้อมูลจาก Dealogic ตลาดหลักทรัพย์ของฮ่องกงระดมทุนได้ 1.065 หมื่นล้านดอลลาร์จาก 63 ดีลในปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% จาก 5.89 พันล้านดอลลาร์ที่ระดมทุนได้ในปี 2023

 

ในเดือนมกราคม กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้รวม CATL และ Tencent ไว้ในรายชื่อ ‘บริษัททหารจีน’ ซึ่งจะป้องกันไม่ให้กระทรวงจัดซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทเหล่านั้นเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อกำไรของการเคลื่อนไหวดังกล่าวน้อยมาก เนื่องจากบริษัทต่างๆ ไม่ได้รายได้จำนวนมากจากกระทรวงกลาโหม 

 

“เรากำลังดำเนินการเชิงรุกกับกระทรวงกลาโหม เพื่อจัดการกับการกำหนดที่ไม่ถูกต้อง” CATL ระบุในการยื่นเอกสาร “เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าความพยายามดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ หรือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะไม่ดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม”

 

ณ เดือนกันยายน 2024 CATL ดำเนินโรงงานผลิตแบตเตอรี่ 13 แห่งทั่วโลก และเตรียมจะเพิ่มโรงงานในฮังการี รวมถึงโครงการอื่นๆ ในอินโดนีเซีย การร่วมทุนกับผู้ผลิตรถยนต์ Stellantis เพื่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตมูลค่า 4.2 พันล้านดอลลาร์ในสเปนก็อยู่ระหว่างดำเนินการเช่นกัน

 

รายได้ของ CATL สำหรับไตรมาสที่ 3 สิ้นสุด ณ​ วันที่ 30 กันยายน ลดลงมากกว่า 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023 อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่ากำไรสุทธิทั้งปี 2024 จะเพิ่มขึ้นระหว่าง 11%-20% จากปีก่อนหน้า 

 

อ้างอิง:

 

The post CATL ยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่ EV จีน ยื่นไฟลิ่งเข้าตลาดหุ้นฮ่องกง หวังระดมทุนที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยหวังเป็นฐานผลิตสำคัญของจีน! รัฐบาลลุยโรดโชว์เซี่ยงไฮ้ ชิงโอกาสทรัมป์คัมแบ็ก จีบทุนจีนลงทุนแบตเตอรี่ระดับเซลล์-อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง https://thestandard.co/thailand-aims-as-key-china-hub/ Tue, 19 Nov 2024 06:03:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1010318

ไทยบุกมหานครเซี่ยงไฮ้ เร่งช่วงชิงโอกาสดึงการลงทุนในจังห […]

The post ไทยหวังเป็นฐานผลิตสำคัญของจีน! รัฐบาลลุยโรดโชว์เซี่ยงไฮ้ ชิงโอกาสทรัมป์คัมแบ็ก จีบทุนจีนลงทุนแบตเตอรี่ระดับเซลล์-อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไทยบุกมหานครเซี่ยงไฮ้ เร่งช่วงชิงโอกาสดึงการลงทุนในจังหวะเวลาที่บริษัทจีนจำนวนมากเกิดความกังวลจากผลการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา พิชัยและ BOI เตรียมเข้าพบบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่ระดับเซลล์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ยกระดับไทยเป็นฐานผลิตสำคัญของจีนในภูมิภาคอาเซียน เผย 9 เดือน จีนยื่นขอลงทุนไทย 554 โครงการ มูลค่ากว่า 1.14 แสนล้านบาท

 

นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 19-22 พฤศจิกายน 2024 พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นำคณะ BOI พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชน เดินทางไปโรดโชว์ส่งเสริมการลงทุน ณ เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยจะพบปะหารือกับนายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ในวาระที่จะครบรอบ 50 ปีแห่งมิตรภาพความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนในปี 2025

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

พร้อมร่วมกับองค์กรส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของจีน (China Council for the Promotion of International Trade: CCPIT) และ Bank of China จัดงานสัมมนาใหญ่ Thailand-China Investment Forum 2024 ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2024 ที่เซี่ยงไฮ้ เพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการลงทุนจากจีน ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนจีนให้ความสนใจจากหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และชิ้นส่วน, แบตเตอรี่, อิเล็กทรอนิกส์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ดิจิทัล, เครื่องจักรและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์โลหะและวัสดุ

 

ทั้งนี้ ไทยจะนำเสนอศักยภาพและโอกาสการลงทุนในประเทศไทย รวมทั้งสิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ นอกจากนี้ จะมีเอกชนชั้นนำมาถ่ายทอดประสบการณ์และความสำเร็จของการทำธุรกิจในไทย เช่น Bank of China, บริษัท Haier ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะรายใหญ่ มีการลงทุนในไทยรวมกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท, บริษัท Westwell Technology ผู้นำด้าน AI และ Digital Green Logistics โดยนำเทคโนโลยี AI มาใช้ยกระดับธุรกิจต่างๆ เช่น การพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะในไทย รวมถึงกลุ่มธนาคาร เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย และไทยพาณิชย์ และกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เช่น WHA, TRA, TFD, เอส, โรจนะ และ 304

 

9 เดือนแรกของปีนี้ จีนขอรับส่งเสริมการลงทุนในไทยพุ่ง 554 โครงการ

 

“รองนายกรัฐมนตรีและ BOI จะหารือกับนักลงทุนชั้นนำของจีนเป็นรายบริษัท เพื่อเจรจาแผนการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น การผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงาน โดยเน้นการผลิตแบตเตอรี่ในระดับเซลล์ ธุรกิจบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วเพื่อเตรียมรองรับปริมาณแบตเตอรี่ใช้แล้วที่จะเริ่มเข้าสู่ตลาด อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและอุปกรณ์โทรคมนาคม การผลิตบรรจุภัณฑ์ชีวภาพจากวัตถุดิบทางการเกษตรในไทย” นฤตม์กล่าว

 

ทั้งนี้ ไทยมีศักยภาพสูงในการเป็นฐานการผลิตหลักของจีนในภูมิภาคอาเซียน โดยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมามีคลื่นการลงทุนลูกใหม่จากจีนเข้ามาสู่ไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างการผลิต EV, แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB), กิจการ Data Center และ Cloud Service สำหรับการเยือนจีนครั้งนี้จะเน้นดึงการลงทุนในกลุ่มแบตเตอรี่และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ต้นน้ำที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับซัพพลายเชน และต่อยอดกลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนแล้ว รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากผู้ผลิตในประเทศด้วย

 

สำหรับในปี 2023 จีนขอรับส่งเสริมการลงทุน 416 โครงการ เงินลงทุน 158,121 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ในขณะที่ช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กันยายน) จีนขอรับส่งเสริมการลงทุน 554 โครงการ เงินลงทุน 114,067 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ผลิตภัณฑ์โลหะและวัสดุ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์

 

ภาพ: 4FR / Getty Images

The post ไทยหวังเป็นฐานผลิตสำคัญของจีน! รัฐบาลลุยโรดโชว์เซี่ยงไฮ้ ชิงโอกาสทรัมป์คัมแบ็ก จีบทุนจีนลงทุนแบตเตอรี่ระดับเซลล์-อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผ่าภูมิมอบนโยบายกรมสรรพสามิต ชูภาษีคาร์บอน, หวาน เค็ม ไขมัน, บุหรี่, แบตเตอรี่ หนุนเศรษฐกิจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม https://thestandard.co/paopoom-excise-department/ Wed, 06 Nov 2024 02:42:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1004949 เผ่าภูมิ

วันนี้ (6 พฤศจิกายน) เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าก […]

The post เผ่าภูมิมอบนโยบายกรมสรรพสามิต ชูภาษีคาร์บอน, หวาน เค็ม ไขมัน, บุหรี่, แบตเตอรี่ หนุนเศรษฐกิจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผ่าภูมิ

วันนี้ (6 พฤศจิกายน) เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เข้ามอบนโยบายแก่กรมสรรพสามิต โดยมีอธิบดี คณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต ให้การต้อนรับและรับมอบนโยบาย โดยต้องการให้กรมสรรพสามิตเป็นกลไกและรักษาสมดุลด้านภาษีระหว่างการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน ธรรมาภิบาล และรายได้จากการจัดเก็บ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

 

  1. ยานยนต์: ใช้กลไกภาษีกระตุ้นให้เกิดการลงทุนและสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งระบบ โดยเฉพาะการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งมีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมจากอุตสาหกรรมขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ รวมถึงการจ้างงาน โดยใช้ภาษีสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนผลิต PHEV, BEV และ FCEV ให้เพิ่มขึ้นในประเทศ แต่ยังคงรักษาฐานการผลิตรถยนต์ ICE และ HEV ไว้อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ต้องกำหนดเวลาชัดเจนและให้แนวทางว่ากรมสรรพสามิตสามารถสูญเสียรายได้ในระยะสั้น เพื่อสนับสนุนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในระยะยาว ซึ่งเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจประเทศได้

 

  1. น้ำมัน: กำหนดกลไกราคาคาร์บอนในภาษีสรรพสามิตจากน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน 6 ประเภท ซึ่งไทยจะเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียน โดยคำนวณจากค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเบื้องต้นกำหนดราคาคาร์บอนที่ 200 บาทต่อตันคาร์บอน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือกระบวนการผลิตที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ โดยต้องไม่ให้กระทบต่อราคาพลังงาน

 

  1. สุขภาพประชาชน: ใช้กลไกภาษีเพื่อสนับสนุนการแพทย์เชิงป้องกัน ลดการบริโภคอาหารที่เป็นโทษต่อสุขภาพ เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี ลดภาระงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศ โดยดำเนินการจัดเก็บภาษีความหวานแบบผสมต่อเนื่อง และเข้าสู่เฟส 4 ตามกำหนดเวลา ให้กรมสรรพสามิตศึกษาพิจารณากลไกภาษีโซเดียมในสินค้าบางประเภทที่ไม่อยู่ในสินค้าควบคุม รวมทั้งภาษีไขมัน เพื่อปรับพฤติกรรมการบริโภคโซเดียมและไขมัน ตั้งเป้าคนไทยลดการบริโภคเค็มลง 30% ภายในปี 2568 ทั้งนี้ ต้องมีระยะเวลาก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ให้ผู้ประกอบการปรับตัว

 

  1. แบตเตอรี่: ให้ศึกษาพิจารณาเปลี่ยนจากอัตราคงที่ 8% เป็นอัตราแบบขั้นบันได โดยคำนึงถึงปัจจัย Life Cycle และค่าพลังงานจำเพาะต่อน้ำหนัก รวมถึงชนิดของแบตเตอรี่ เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมแบตเตอรี่สะอาดและอุตสาหกรรมรถยนต์ EV

 

  1. บุหรี่: ให้จัดเก็บภาษีแบบผสม โดยพิจารณาและศึกษาความเหมาะสมในการปรับปรุงโครงสร้างภาษีบุหรี่แบบอัตราเดียว (Single Rate) เพื่อลดการบิดเบือนกลไกราคา โดยให้พิจารณาปัจจัยความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการและสนับสนุนผู้เพาะปลูกใบยาสูบในประเทศด้วย รวมทั้งดำเนินการระบบตรวจ ติด ตาม บุหรี่ โดยใช้ระบบ QR Code ในบุหรี่ เพื่อป้องกันบุหรี่เถื่อนทั้งระบบ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อมูลการเสียภาษีและแหล่งที่มาของบุหรี่ เพื่อมั่นใจได้ว่าได้มาตรฐานและตรวจสอบโดยกรมสรรพสามิต

The post เผ่าภูมิมอบนโยบายกรมสรรพสามิต ชูภาษีคาร์บอน, หวาน เค็ม ไขมัน, บุหรี่, แบตเตอรี่ หนุนเศรษฐกิจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
CATL ทุบสถิติแบตเตอรี่ใหม่ ขับ 400 กม. ไม่ง้อน้ำมัน ใกล้เคียงรถ EV ตอบโจทย์รถไฮบริดยุคใหม่ https://thestandard.co/catl-400-km-battery/ Mon, 04 Nov 2024 00:41:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1003839 CATL

CATL ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโล […]

The post CATL ทุบสถิติแบตเตอรี่ใหม่ ขับ 400 กม. ไม่ง้อน้ำมัน ใกล้เคียงรถ EV ตอบโจทย์รถไฮบริดยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CATL

CATL ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก เปิดตัว ‘Freevoy Super Hybrid Battery’ แบตเตอรี่รุ่นใหม่ล่าสุดที่ช่วยให้รถยนต์ไฮบริดวิ่งได้ไกลถึง 400 กิโลเมตรโดยไม่ต้องใช้น้ำมัน พร้อมชาร์จเร็วเพียง 10 นาที วิ่งได้ 280 กิโลเมตร หวังขยายส่วนแบ่งตลาดโลกและปฏิวัติวงการรถปลั๊กอินไฮบริด

 

Gao Huan ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีด้านธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของ CATLกล่าวในงานเปิดตัวที่ปักกิ่งว่า “Freevoy ไม่ใช่แค่แบตเตอรี่ แต่เป็นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจให้เจ้าของรถ เราคาดว่า Freevoy จะพาตลาดรถไฮบริดเข้าสู่ยุคใหม่ที่มีมาตรฐานสูงขึ้น”

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ความเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภครถยนต์ไฟฟ้าในจีนที่นิยมรถไฮบริดมากกว่ารถไฟฟ้า 100% เนื่องจากมั่นใจว่าจะถึงจุดหมายโดยไม่มีปัญหา ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ในจีนเกือบทั้งหมด ยกเว้น NIO พัฒนาหรือประกาศแผนพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าพิสัยไกลเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น

 

แบตเตอรี่ Freevoy ที่วิ่งได้ไกล 400 กิโลเมตร สามารถเทียบเคียงกับแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า 100% ขณะที่แบตเตอรี่ในรถปลั๊กอินไฮบริดทั่วไปวิ่งได้ไม่เกิน 200 กิโลเมตร และรถไฟฟ้าระดับพรีเมียมวิ่งได้ไกลถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

 

CATLระบุว่า จะมีรถยนต์ราว 30 รุ่นที่ใช้แบตเตอรี่นี้ภายในสิ้นปี 2025 รวมถึงรถยนต์จากค่าย Tesla และ BMW

 

ข้อมูลจาก China Passenger Car Association (CPCA) ระบุว่า ผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกตั้งแต่ Toyota, Volkswagen ไปจนถึง BYD มียอดขายรถไฮบริดในจีนถึง 5.08 แสนคันในเดือนกรกฎาคม หรือ 41.3% ของยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากราว 30% ในปี 2023 เนื่องจากราคาถูกกว่ารถไฟฟ้า 100% ประมาณ 10%

 

CATLติดตั้งแบตเตอรี่ในรถยนต์รวม 189.2 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2024 คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าโลก 37.1% ตามข้อมูลจาก SNE Research โดย GWh 1 หน่วยสามารถจ่ายไฟให้รถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งได้ 500 กิโลเมตรได้ราว 13,000 คัน

 

Luo Jian ประธานเจ้าหน้าที่การตลาดของ CATLกล่าวในงานเปิดตัวว่า อัตราการเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าในจีนแตะ 53% ในเดือนกันยายน เกิน 50% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้า ‘แซงหน้า’ รถยนต์น้ำมันอย่างสมบูรณ์และกลายเป็นตัวเลือกหลักของผู้บริโภคส่วนใหญ่ โดยจีนมีส่วนแบ่ง 65% ของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในครึ่งแรกของปีนี้ตามข้อมูลจาก CPCA

 

ภาพ: Courtesy ofCATL

อ้างอิง:

The post CATL ทุบสถิติแบตเตอรี่ใหม่ ขับ 400 กม. ไม่ง้อน้ำมัน ใกล้เคียงรถ EV ตอบโจทย์รถไฮบริดยุคใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิธีเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่เหมาะกับตัวเอง https://thestandard.co/life/how-to-choose-electric-toothbrush/ Tue, 09 Jul 2024 08:33:26 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=955441 แปรงสีฟันไฟฟ้า

แปรงสีฟันไฟฟ้า เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การแปรงฟันมีประสิท […]

The post วิธีเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่เหมาะกับตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แปรงสีฟันไฟฟ้า

แปรงสีฟันไฟฟ้า เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้การแปรงฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ด้วยตัวเลือกที่หลากหลายในท้องตลาด การเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณอาจเป็นเรื่องท้าทาย เพราะการเลือก แปรงสีฟันไฟฟ้า ที่เหมาะสมอาจต้องใช้เวลาและการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่เมื่อคุณได้แปรงที่เหมาะกับความต้องการของคุณแล้ว ก็จะพบว่าการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการใช้งานอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี เพื่อรักษาสุขภาพฟันและเหงือกให้แข็งแรงในระยะยาว

 

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยใช้แปรงสีฟันไฟฟ้ามาก่อน บทความนี้จะแนะนำวิธีเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่เหมาะกับตัวคุณเองได้อย่างง่ายดายและแม่นยำยิ่งขึ้น ไปดูกันเลยว่าต้องเช็กเรื่องอะไรบ้างก่อนจะลงทุนซื้อแปรงสีฟันไฟฟ้าดีๆ สักด้าม 

 

1. เลือกจากประเภทของแปรงสีฟันไฟฟ้า

 

แปรงสีฟันไฟฟ้ามีสองประเภทหลัก ได้แก่ แบบหมุน-สั่น (Rotating-Oscillating) และแบบสั่นด้วยคลื่นเสียง (Sonic) แบบหมุน-สั่นจะมีหัวแปรงที่หมุนเป็นวงกลมและสั่นไปมา ส่วนแบบสั่นด้วยคลื่นเสียงจะสั่นด้วยความถี่สูง ทำให้เกิดฟองอากาศขนาดเล็กที่ช่วยทำความสะอาดซอกฟัน ทั้งสองแบบมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาด แต่คุณอาจชอบความรู้สึกของแบบใดแบบหนึ่งมากกว่า

 

2. ตรวจสอบคุณสมบัติพิเศษ

 

แปรงสีฟันไฟฟ้าหลายรุ่นมาพร้อมคุณสมบัติพิเศษ เช่น โหมดการแปรงฟันหลายแบบ ตัวจับเวลา เซ็นเซอร์แรงกด และการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันมือถือ พิจารณาว่าคุณสมบัติใดที่คุณต้องการและจำเป็นสำหรับการดูแลสุขภาพช่องปากของคุณ

 

3. ประเมินขนาดและน้ำหนัก

 

เลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีขนาดและน้ำหนักที่คุณสามารถจับได้สะดวก โดยเฉพาะถ้าคุณมีปัญหาเรื่องข้อมือหรือมือ แปรงที่มีน้ำหนักเบาและด้ามจับกระชับมือจะช่วยให้แปรงฟันได้ง่ายและสบายมือมากขึ้น

 

4. พิจารณาอายุการใช้งานแบตเตอรี่

 

หากคุณเดินทางบ่อย ควรเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน บางรุ่นสามารถใช้งานได้นานถึง 2-3 สัปดาห์ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งจะสะดวกสำหรับการพกพา

 

5. ตรวจสอบความพร้อมใช้งานของหัวแปรงทดแทน

 

ควรเลือกแบรนด์ที่มีหัวแปรงทดแทนวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายและมีราคาไม่แพงจนเกินไป เนื่องจากคุณจำเป็นต้องเปลี่ยนหัวแปรงทุก 3-4 เดือน 

 

6. คำนึงถึงความต้องการเฉพาะด้าน

 

หากคุณมีปัญหาสุขภาพช่องปากเฉพาะด้าน เช่น เหงือกบาง ฟันไวต่อความรู้สึก หรือกำลังจัดฟัน ควรเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่มีโหมดการทำงานเฉพาะสำหรับปัญหาเหล่านี้

 

7. พิจารณางบประมาณในกระเป๋าสตางค์

 

แปรงสีฟันไฟฟ้ามีราคาหลากหลาย ตั้งแต่ไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงหลายพันบาท กำหนดงบประมาณของคุณและเลือกรุ่นที่ให้คุณสมบัติที่คุณต้องการในราคาที่เหมาะสม

 

8. อ่านรีวิวและความคิดเห็นของผู้ใช้

 

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรอ่านรีวิวและความคิดเห็นจากผู้ใช้จริง เพื่อให้เข้าใจข้อดีและข้อเสียของแต่ละรุ่น รวมถึงประสบการณ์การใช้งานในระยะยาว

 

 

The post วิธีเลือกแปรงสีฟันไฟฟ้าที่เหมาะกับตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
SVOLT เล็งหาพาร์ตเนอร์สร้างโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ EV ในไทย ด้าน ‘พิมพ์ภัทรา’ อ้าแขนรับนักลงทุนจีนย้ายฐานสู่ไทย ดันฮับภูมิภาคอาเซียน https://thestandard.co/svolt-partners-factory-thailand/ Mon, 04 Mar 2024 12:02:33 +0000 https://thestandard.co/?p=907073

‘พิมพ์ภัทรา’ ย้ำ ไทยพร้อมเป็นฮับแบตเตอรี่ EV ภูมิภาคอาเ […]

The post SVOLT เล็งหาพาร์ตเนอร์สร้างโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ EV ในไทย ด้าน ‘พิมพ์ภัทรา’ อ้าแขนรับนักลงทุนจีนย้ายฐานสู่ไทย ดันฮับภูมิภาคอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘พิมพ์ภัทรา’ ย้ำ ไทยพร้อมเป็นฮับแบตเตอรี่ EV ภูมิภาคอาเซียน อัดมาตรการหนุนเต็มที่หวังดึงดูดนักลงทุนจีนมาไทย เผย ‘เอส โวลต์’ ยักษ์แบตเตอรี่จีน กำลังมองหาพาร์ตเนอร์และแหล่งผลิตเซลล์แบตเตอรี่ในไทยในอนาคต หลังเปิดตัวสายการผลิตแพ็กแบตเตอรี่ที่โรงงานจังหวัดชลบุรี ป้อนตลาด 20,000 ชุดต่อปี

 

วันที่ 4 มกราคม พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังหารือผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU และบริษัท เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SVOLT ว่า บริษัท เอส โวลต์ กำลังวางแผนหาพาร์ตเนอร์และมองหาแหล่งผลิตเซลล์แบตเตอรี่ในประเทศไทย หลังจากเปิดตัวสายการผลิตแพ็กแบตเตอรี่ พร้อมทั้งเปิดการอบรมนักศึกษาไทยให้เรียนรู้จากเทคโนโลยี 

 

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

“วันนี้ประเทศไทยมีความน่าสนใจในหลายเรื่อง ทั้งบริษัทต่างๆ ที่มาตั้งฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยมากขึ้น และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากมาตรการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการรีไซเคิลแบตเตอรี่ อย่างระบบของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” 

 

ทั้งนี้ รัฐบาลโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI เปิดการส่งเสริมการลงทุนในการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญ 17 ชิ้น โดยเฉพาะแบตเตอรี่ในระดับเซลล์ ที่จะได้รับสิทธิพิเศษส่งเสริมการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมามีนักลงทุนไทย ญี่ปุ่น จีน และยุโรป เข้ามาขอรับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการพัฒนาอื่นๆ สำหรับผู้ประกอบการเข้าร่วมมาตรการ EV3 ตลอด Supply Chain ของแบตเตอรี่อีกด้วย ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เป็นพี่เลี้ยงส่ง เอื้อต่อการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับ เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญและให้บริการการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองฉางโจว มณฑลเจียงซู ประเทศจีน เป็นบริษัทที่มุ่งเน้นเรื่องการวิจัยและพัฒนา

 

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) เปิดสายการผลิตแพ็กแบตเตอรี่ครั้งแรกของประเทศไทย 20,000 ชุด ที่โรงงานจังหวัดชลบุรี

 

โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท เอส โวลต์ เอเนอร์จี้ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดสายการผลิตแพ็กแบตเตอรี่ครั้งแรกของประเทศไทยที่โรงงานในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยเตรียมส่งมอบเป็นชิ้นส่วนหลักในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเกรท วอลล์ มอเตอร์ ในเดือนมีนาคมนี้ ส่วนกำลังการผลิตคาดว่าปีนี้พร้อมป้อนตลาด 20,000 ชุด 

 

นอกจากนี้ การเริ่มต้นการผลิตในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของโรงงาน เอสโวลต์ (ประเทศไทย) ที่ประสบความสำเร็จในการผลิตแบตเตอรี่ภายในเวลาเพียงแค่ 5 เดือน นับว่ารวดเร็วที่สุดและถือเป็นก้าวสำคัญของความสำเร็จในการขยายการดำเนินธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในขั้นตอนการผลิตเต็มรูปแบบ

 

ภาพ: Yuichiro Chino / Getty Images

The post SVOLT เล็งหาพาร์ตเนอร์สร้างโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ EV ในไทย ด้าน ‘พิมพ์ภัทรา’ อ้าแขนรับนักลงทุนจีนย้ายฐานสู่ไทย ดันฮับภูมิภาคอาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>