แชมเปญ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/แชมเปญ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 31 Jan 2025 09:42:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ปัญหาเศรษฐกิจโลกทำผู้คนไม่มีอารมณ์สังสรรค์ กระทบยอดขาย ตลาดแชมเปญร่วง 2 ปีติด https://thestandard.co/global-economic-woes-hit-champagne-sales/ Fri, 31 Jan 2025 09:42:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1036709

ตลาดแชมเปญเจอปัญหายอดขายร่วง 2 ปีติด หลังผู้คนกังวลความ […]

The post ปัญหาเศรษฐกิจโลกทำผู้คนไม่มีอารมณ์สังสรรค์ กระทบยอดขาย ตลาดแชมเปญร่วง 2 ปีติด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ตลาดแชมเปญเจอปัญหายอดขายร่วง 2 ปีติด หลังผู้คนกังวลความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจนไม่มีอารมณ์สังสรรค์ กระทบยอดขาย LVMH ครึ่งแรกของปี 2024 ลดลงกว่า 15%

 

Comité Champagne รายงานว่า ตลาดแชมเปญกำลังเผชิญกับปัญหายอดขายที่ลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกแชมเปญจากฝรั่งเศสไปยังประเทศอื่นๆ ในปี 2024 ลดลงมากกว่า 10% ส่วนตัวเลขปี 2023 ฝรั่งเศสส่งออกแชมเปญเพียง 153.2 ล้านขวด โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปที่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และญี่ปุ่น ซึ่งทั้ง 3 ประเทศเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ส่วนในประเทศขายได้ 118.2 ล้านขวดเท่านั้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

โดยปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดซบเซา เป็นเพราะผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ที่จะเฉลิมฉลอง เพราะกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจทั่วโลก ทั้งภาวะสงคราม เงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และสถานการณ์ทางสังคมต่างๆ ล้วนมีผลให้คนไม่อยากจัดงานสังสรรค์ในช่วงนี้

 

Jean-Jacques Guiony ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ LVMH กลุ่มธุรกิจสินค้าหรู กล่าวว่า การดื่มแชมเปญส่วนใหญ่จะเลือกดื่มเพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญ แต่ต้องยอมรับว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมที่จะเฉลิมฉลอง ด้วยปัญหาต่างๆ ทั้งการเมืองและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในฝรั่งเศสและสหรัฐฯ ที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายหลายอย่าง จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ยอดขายแชมเปญในครึ่งแรกของปี 2024 ลดลง 15%

 

โดยปัจจุบัน LVMH เป็นผู้ผลิตแชมเปญที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นเจ้าของ Dom Pérignon, Krug, Veuve Clicquot รวมถึงแบรนด์อื่นๆ ซึ่งยังมั่นใจว่าตลาดยังมีโอกาสกลับมาสดใส และอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวในปีที่แล้วคือบริษัทลงทุนขยายฐานการผลิตสปาร์กลิงไวน์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ป้อนตลาด แต่ไม่ได้เปิดเผยมูลค่าการลงทุนแต่อย่างใด

 

David Chatillon ประธานสมาคมผู้ผลิตแชมเปญ ย้ำว่า แม้ธุรกิจแชมเปญจะเจอปัญหาตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยในการเติบโต แต่ยังมีความมั่นคงและมีคุณค่าในตัวผลิตภัณฑ์เอง เพราะแชมเปญเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองในทุกๆ เทศกาล และนักดื่มทั่วโลกยังรู้จักกันเป็นอย่างดี

 

ภาพ:​​ PeopleImages.com-Yuri A / Shutterstock

อ้างอิง:

The post ปัญหาเศรษฐกิจโลกทำผู้คนไม่มีอารมณ์สังสรรค์ กระทบยอดขาย ตลาดแชมเปญร่วง 2 ปีติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stella McCartney และ Veuve Clicquot ร่วมกันผลิตหนังเทียมจากเศษวัสดุที่เหลือจากการทำแชมเปญ https://thestandard.co/artificial-leather-from-scraps-making-champagne/ Fri, 01 Dec 2023 01:22:48 +0000 https://thestandard.co/?p=872114

Stella McCartney ถือเป็นแบรนด์ลักชัวรีที่มุ่งมั่นในการค […]

The post Stella McCartney และ Veuve Clicquot ร่วมกันผลิตหนังเทียมจากเศษวัสดุที่เหลือจากการทำแชมเปญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Stella McCartney ถือเป็นแบรนด์ลักชัวรีที่มุ่งมั่นในการค้นหาวัสดุทดแทนหนังสัตว์แบบยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ และล่าสุดได้ร่วมงานกับแบรนด์แชมเปญหรูในเครือ LVMH อย่าง Veuve Clicquot ในการผลิตหนังทางเลือกที่ทำมาจากก้านพวงองุ่นที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวผลเพื่อทำสุรา

 

สำหรับคอลเล็กชันพิเศษนี้ Stella McCartney ใช้โมเดลกระเป๋ารุ่น Frayme แบบตะกร้าสาน และกระเป๋าใส่ขวดไวน์จากหนังองุ่นที่เรียกว่า VEGEA ที่ทำมาจากก้านพวงองุ่นที่เหลือจากไร่ไวน์ในเมือง Bouzy แคว้น Champagne ที่ Veuve Clicquot เป็นเจ้าของ ผสมกับน้ำมันจากพืชและเศษไฟเบอร์จากการเกษตร และทำออกมาในวัสดุหนังสีครีม สีดำ และตัดสีเหลืองไอคอนิกของแบรนด์แชมเปญ พร้อมกับแท็กห้อยเป็นรูปพวงองุ่น 

 

นอกจากนี้ยังมีรองเท้าแพลตฟอร์มรุ่น Elyse ที่พื้นรองเท้าทำมาจากไม้คอร์กที่เหลือจากการทำจุกขวดเครื่องดื่มที่เก็บรวบรวมจากโรงงานในเมือง Reims ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทั้งหมดนี้มีการเผยสินค้าบางส่วนไปแล้วในโชว์คอลเล็กชัน Spring/Summer 2024 ที่ Paris Fashion Week เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และสามารถสั่งจองได้ที่ร้านของ Stella McCartney และห้าง Selfridges ในเดือนธันวาคม และจะวางขายอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมปี 2024

 

คอลเล็กชันนี้เป็นอีกหนึ่งวัสดุจากธรรมชาติที่ Stella McCartney เลือกมาใช้ในการผลิตหนังทดแทนที่ไม่ทำร้ายสัตว์ ต่อจาก Mylo™ หนังจากราเห็ด Mycelium และทำออกมาขายเป็นกระเป๋ารุ่น Frayme ในปี 2022 รวมไปถึงเสื้อผ้า Ready-to-Wear ที่ใช้หนังเห็ดนี้เช่นกัน

 

ภาพ: Stella McCartney

อ้างอิง:

The post Stella McCartney และ Veuve Clicquot ร่วมกันผลิตหนังเทียมจากเศษวัสดุที่เหลือจากการทำแชมเปญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เที่ยวยุโรปให้แตกต่าง ผ่าน 4 อาหารมีชื่อที่ควรไปลองถึงถิ่นสักครั้ง https://thestandard.co/life/europe-trip-through-4-foods/ Wed, 04 Oct 2023 01:50:54 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=849532

เราเชื่อว่าคุณคงเคยได้ยินชื่ออาหารเหล่านี้มาก่อน ไม่ว่า […]

The post เที่ยวยุโรปให้แตกต่าง ผ่าน 4 อาหารมีชื่อที่ควรไปลองถึงถิ่นสักครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เราเชื่อว่าคุณคงเคยได้ยินชื่ออาหารเหล่านี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นแชมเปญ, พาร์เมซานชีส, กามองแบร์ชีส, พาร์มาแฮม หรือแม้แต่เหล้าวิสกี้อย่างไอริชวิสกี้ และอีกสารพันอย่างของกินดื่มมีชื่อจากยุโรป ที่แม้หูจะคุ้นชื่อแต่ในใจยังมีเรื่องแอบสับสนอยู่บ้าง เช่น ทำไมแชมเปญถึงต้องมาจากฝรั่งเศส ทำไมสปาร์กลิงไวน์อื่นๆ ซึ่งเป็นไวน์พรายฟองเหมือนกันถึงใช้คำว่าแชมเปญบ้างไม่ได้ ไหนจะพาร์เมซานชีสอีก ทำไมอิตาลีถึงเรียกว่า Parmigiano Reggiano ทั้งๆ ที่เป็นพาร์เมซานชีสเหมือนกัน ฯลฯ คำตอบทั้งหมดนั้นง่ายแสนง่าย เราจะพาคุณไปรู้จักกับ GI หรือคำไทยเรียกว่า ‘สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์’

 

 

GI คืออะไร และสำคัญอย่างไร?

 

GI ย่อมาจากคำว่า Geographical Indication แปลเป็นไทยว่า ‘สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์’ เป็นเครื่องหมายสินค้าที่เจาะจงแหล่งผลิต ซึ่งก่อให้เกิดคุณภาพและชื่อเสียงของสินค้านั้นๆ อย่างสินค้าไทย เช่น มะขามหวานเพชรบูรณ์, กาแฟดอยช้าง, ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง ฯลฯ ด้วยสภาพอากาศ สภาพของดิน และวิธีการเพาะปลูก ทำให้สินค้าเหล่านั้นมีรสชาติเฉพาะ ไม่สามารถเลียนแบบได้ แม้นำพืชชนิดเดียวกันไปปลูกในพื้นที่ใดก็ตาม

 

เช่นเดียวกับยุโรป หากคุณอยากกินพาร์เมซานชีสของแท้ต้องเป็นพาร์เมซานชีสที่ผลิตขึ้นทางตอนเหนือของอิตาลีเท่านั้น หรือแชมเปญ เครื่องดื่มพรายฟองยอดนิยม ต้องมาจากแคว้นชองปาญ ประเทศฝรั่งเศส ที่บ่มขึ้นด้วยกรรมวิธีโบราณจากองุ่นในแคว้นโดยเฉพาะ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมสินค้า GI จึงมีราคาแพงมากกว่าสินค้าประเภทอื่นๆ 

 

สินค้า GI ในทวีปยุโรปคิดเป็นมูลค่าตลาดมากกว่า 77,000 ล้านยูโร หรือเท่ากับ 15% ของสินค้าอาหารส่งออกทั้งหมด นอกจากความสุนทรีในการกินแล้ว สินค้า GI ยังช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร ให้พัฒนากลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ปักหมุดนักชิมให้มาเยี่ยมเยือน เกิดการสร้างงานและอาชีพ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่ได้ด้วย

 

สินค้า GI ใดบ้างที่เราสมควรไปลองถึงถิ่นเมื่อเยือนยุโรป

 

อันที่จริงยุโรปมีสินค้าผลิตภัณฑ์ GI ที่คนทั่วโลกรู้จักเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นแชมเปญ, พาร์เมซานชีส, กามองแบร์ชีส, พาร์มาแฮม ฯลฯ แต่ถ้าคุณเป็นนักชิมตัวยงและยังตระเวนเที่ยวแต่เมืองใหญ่ เราแนะนำให้คุณเขยิบออกจากเมืองคุ้นเคย สู่แหล่งผลิตสินค้า GI ที่นอกจากจะได้สัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิมแล้ว ยังได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ที่คุณหาซื้อที่ไหนไม่ได้ (นอกจากเอาตัวเองมา!)

 

 

1. Champagne, ฝรั่งเศส

 

ไวน์พรายฟองสีเหลืองอร่ามที่ผู้คนมักใช้ในโอกาสพิเศษหรือดื่มเพื่อเฉลิมฉลองอย่างแชมเปญ เป็นสินค้า GI ที่ผลิตขึ้นในแร็งส์ (Riems) และเอแปร์เน (Epernay) เมืองเล็กในแคว้นชองปาญ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปารีส ด้วยสภาพอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว และมีแสงแดดจัดในฤดูร้อน ประกอบกับดินชอล์กสีขาวที่มีสภาพอุ้มน้ำได้ดี ทำให้องุ่นที่ปลูกในแคว้นชองปาญไม่ว่าจะเป็น Chardonnay, Pinot Noir และ Pinot Meunier มีรสชาติและกลิ่นเฉพาะตัว บวกกับเทคนิคการบ่ม 2 ครั้งแบบโบราณที่ทำให้แชมเปญเกิดฟองตามธรรมชาติ ฟองมูสที่ได้จึงเนื้อเนียนละเอียด รสชาติหลากหลาย มีทั้งกลิ่นซิตรัส แอปเปิ้ล แพร์ บริยอช ไปจนถึงกลิ่นดอกไม้ และความหวานตั้งแต่ระดับ Brut Nature (แทบไม่มีความหวาน) ไปจนถึง Doux (หวานมาก)

 

 

Where to go: สำหรับคนที่อยากแวะไปแถวแคว้นชองปาญ เราแนะนำให้คุณนั่งรถไฟออกจากปารีสขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส และเช่ารถสักคันขับชมวิวตระเวนไร่ไวน์ ชิมแชมเปญรสชาติเยี่ยมจากชาโตว์ต่างๆ โดยเฉพาะในเขตเมืองแร็งส์ (Reims) ที่นอกจากจะมีวิหารเก่าแก่อย่างมหาวิหารแร็งส์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักแล้ว เขตพื้นที่นอกเมืองยังเป็นเขตปลูกองุ่นสำคัญของแคว้น แหล่งผลิตแชมเปญระดับพรีเมียมที่มีการบ่มยาวนานกว่าแชมเปญจากพื้นที่อื่น

 

When: ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม

 

 

2. Parmigiano Reggiano, อิตาลี

 

รู้หรือไม่ว่า พาร์เมซานชีสที่เรากินส่วนใหญ่ล้วนเป็นของปลอม?! ใจเย็นไว้ก่อน คำว่าปลอมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการปลอมแปลงชีส พาร์เมซานชีสยังคงผลิตจากนมวัวเช่นเคย หากแต่ถิ่นกำเนิดของพาร์เมซานชีสแท้จริงมาจากอิตาลี และถูกเรียกในชื่อ ‘Parmigiano Reggiano’ ชีสแข็งอันเป็นเอกลักษณ์ที่ผลิตด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมใน 5 เมืองของอิตาลี คือ Parma, Reggio Emilia, Modena, Bologna และ Mantua โดยสิ่งที่ทำให้ Parmigiano Reggiano เป็นชีสที่ไม่สามารถผลิตที่ไหนก็ได้คือ แบคทีเรียบางชนิดที่มีเฉพาะพื้นที่ดังกล่าว และต้องใช้ภูมิปัญญาดั้งเดิมในการบ่มอย่างน้อย 1 ปี และอาจถึง 3 ปี เพื่อให้รสชาติเข้มข้นขึ้น 

 

Parmigiano Reggiano ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ของสหภาพยุโรปที่เรียกว่า PDO ภายใต้ชื่อ Parmigiano Reggiano ซึ่งหมายความว่า วัตถุดิบและกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนต้องอยู่ใน 5 เมืองดังกล่าวเท่านั้น ด้วยช่องว่างทางการตลาดบวกกับความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดพาร์เมซานชีสมากมายในทวีปอื่นๆ นอกเหนือยุโรป โดยเป็นชีสแข็งที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Parmigiano Reggiano แต่มีการบ่มน้อยกว่าและราคาถูกกว่า (มาก)

 

 

Where to go: มาถึงอิตาลีทั้งทีคุณจะไม่อยากลองชิม Parmigiano Reggiano ของแท้กันเหรอ? ไม่ว่าจะเป็น Parma, Reggio Emilia, Modena, Bologna และ Mantua ต่างมีทัวร์ชิมชีสกันทั้งนั้น แต่ถ้าเลือกเพียง 1 ที่เราแนะนำให้คุณปักหมุดที่ Parma หรือ Bologna สองเมืองใหญ่ที่คนไทยคุ้นหู ซึ่งนอกจากสถานที่เที่ยวทางด้านสถาปัตยกรรมและอาหารอร่อยๆ แล้ว คุณยังสามารถหาโรงงานทำชีส แล้วเข้าร่วมทัวร์ชิมชีส ทำเวิร์กช็อป และชมเทคนิคดั้งเดิมที่ใช้ในกระบวนการผลิต Parmigiano Reggiano ได้โดยตรง รับรองว่าลองแล้วจะลืมรสพาร์เมซานชีสอื่นไปเลย

 

When: ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

 

 

3. Prosciutto di Parma, อิตาลี

 

หากพูดถึงแฮมที่มีชื่อเสียง ชนิดที่คนไม่เคยกินก็รู้จัก ต้องยกให้แฮมจากเมืองพาร์มา หรือที่เรารู้จักในนาม ‘พาร์มาแฮม’ หรือ ‘Prosciutto di Parma’ วัสดุดิบสำคัญในอาหารอิตาลีที่มักนำไปเสิร์ฟเป็นจานเรียกน้ำย่อย อยู่บนหน้าพิซซ่า หรือกินคู่กับสลัด การทำพาร์มาแฮมเป็นเทคนิคการถนอมอาหารพิเศษที่เกิดขึ้นในเมืองพาร์มา สามารถนับย้อนไปได้ถึงสมัยโรมัน 

 

จุดเด่นคือการนำเอาขาหลังของหมูพันธุ์พื้นเมืองที่มีอายุ 9-12 เดือน ที่ถูกเลี้ยงด้วยเวย์และธัญพืชท้องถิ่น ไปหมักเกลือทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน เพื่อดูดความชื้นและทำให้เนื้อหมูมีรสเค็ม ก่อนนำมาล้างจนสะอาด และบ่มผ่านอากาศอีกครั้งเป็นเวลา 10-12 เดือน จึงนำมากินได้ ทุกขั้นตอนในการหมัก Prosciutto di Parma เป็นกรรมวิธีดั้งเดิมทั้งหมด จึงไม่มีการใส่สารกันบูดหรือสารเคมีใดๆ เพิ่มเติม

 

Prosciutto di Parma ได้รับการคุ้มครองโดยสหภาพยุโรปในรูปแบบ PDO เช่นกัน ซึ่งต้องเป็นแฮมที่ผลิตในภูมิภาคพาร์มาด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมเท่านั้นจึงจะสามารถขายได้อย่างถูกกฎหมายภายใต้ชื่อ ‘Prosciutto di Parma’

 

 

Where to go: แม้ Prosciutto di Parma จะถูกบ่มขึ้นในหลายพื้นที่ของเมืองพาร์มา ทว่าแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดนั้นกลับเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ใกล้แม่น้ำอย่าง Langhirano ด้วยสภาพภูมิอากาศแบบพิเศษทำให้พาร์มาที่นี่มีความหวานและอร่อยไม่เหมือนใคร นักชิมที่มาที่นี่นอกจากทัวร์โรงงานผลิตพาร์มาแฮมแล้ว อย่าลืมแวะชมปราสาทหลังเก่า Torrechiara Castle ซึ่งมีอายุมากกว่า 600 ปี ในช่วงปลายยุคกลาง และยังสามารถเที่ยวชมไร่ไวน์และโรงงานทำ Parmigiano Reggiano ในละแวกได้ด้วย เรียกว่าเมืองเดียวครบ!

 

When: ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

 

 

4. Port Wine, โปรตุเกส

 

ไวน์ท่าเรือชื่อดังจากโปรตุเกสที่โด่งดังไปทั่วโลก และมีตำนานการผลิตชวนหัวกว่าไวน์ชนิดไหนๆ เมื่ออยู่มาวันหนึ่งชาวอังกฤษไม่สามารถนำเข้าไวน์จากฝรั่งเศสได้ พวกเขาจึงหาทางออกด้วยการบุกเบิกทำไร่องุ่นในโปรตุเกสเสียเอง โดยยึดพื้นที่บริเวณหุบเขา Douro Valley เป็นแหล่งผลิต ทั้งปลูกและบ่ม ก่อนจัดส่งกลับอังกฤษผ่านเมืองท่า Oporto เป็นที่มาของชื่อ Port Wine นั่นเอง

 

จุดเด่นของ Port Wine คือ กรรมวิธีบ่มที่มีการเพิ่มแอลกอฮอล์บริสุทธิ์หรือเครื่องดื่มประเภทบรั่นดีเข้าไป ทำให้มีเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์สูงกว่าชนิดอื่น ส่วนใหญ่มักมีรสชาติหวานแต่แรง เสิร์ฟเป็นไวน์ของหวาน และเข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลตและชีส

 

ปัจจุบัน Douro Valley เป็นแหล่งผลิตไวน์แห่งแรกของโลกที่ได้รับการกำหนดขอบเขตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และตัว Port Wine เองก็ได้ขึ้นทะเบียนรับความคุ้มครองในแบบ PDO จากสหภาพยุโรปในหลากหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น Port Wine, Porto, Port, Vinho do Porto หรือ Oporto ซึ่งอ้างอิงได้ว่า เฉพาะไวน์ที่ผลิตใน Douro Valley ของโปรตุเกสโดยวิธีการดั้งเดิมเท่านั้นที่จะใช้ชื่อเหล่านี้ได้

 

 

Where to go: ไม่ใช่เฉพาะ Port Wine ที่น่าสนใจ แต่เมือง Porto นั่นน่าเที่ยวมาก ทั้งยังถูกยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO ตึกรามบ้านช่องเก่าแก่ถูกผสานกับความทันสมัยของยุคปัจจุบัน สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ เรือโบราณ วิถีชีวิตผู้คนถูกหลอมรวมกลายมาเป็น Porto ที่นี่มี Port Wine House ให้เยี่ยมชมเยอะมาก เริ่มตั้งแต่ Graham’s Port Wine Cellars ผู้ผลิตพอร์ตไวน์รายใหญ่เจ้าแรกๆ ที่ส่ง Port Wine สู่อังกฤษ หรือ Kopke เฮาส์ไวน์เก่าแก่ที่ผลิตไวน์มากถึง 8 ล้านขวดต่อปี ที่นี่มีทัวร์ไวน์เทสติ้งและทัวร์ชมโรงบ่มไวน์ โดยการจัดแสดงเป็นมิวเซียมให้ชมแบบเพลินๆ นอกจากนี้ยังสามารถนั่งรถออกไปชมทัศนียภาพสวยๆ ของ Douro Valley ที่หนาตาไปด้วยไร่องุ่น โดยมีฉากหลังเป็นแม่น้ำ Douro อีกด้วย

 

When: ฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน-พฤศจิกายน)

 

อันที่จริงทวีปยุโรปมีสินค้า GI เยอะมาก และหลายชิ้นก็มีขายในบ้านเรา ขอเพียงเราสังเกตแหล่งกำเนิดและตราสัญลักษณ์การรับรองจากสหภาพยุโรปสักนิด ก็จะได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพในไทยเช่นกัน แต่นั่นแหละ การบินไปชิมถึงแหล่งกำเนิดย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ บินไปยุโรปคราวหน้าอย่าลืมปักหมุดแวะเมืองเหล่านี้ เชื่อเราเถอะว่าการท่องเที่ยวครั้งนั้นของคุณจะสนุกและเปิดโลกมากทีเดียว

 

ภาพ: Getty Images, Shutterstock

https://www.facebook.com/IPKey.eu

 

#IPKeySEA

The post เที่ยวยุโรปให้แตกต่าง ผ่าน 4 อาหารมีชื่อที่ควรไปลองถึงถิ่นสักครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
31 ธันวาคม – Champagne Day https://thestandard.co/onthisday3112-3/ Thu, 31 Dec 2020 03:30:39 +0000 https://thestandard.co/?p=438371 31 ธันวาคม : Champagne Day

วันแชมเปญแห่งชาติถูกจัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี […]

The post 31 ธันวาคม – Champagne Day appeared first on THE STANDARD.

]]>
31 ธันวาคม : Champagne Day

วันแชมเปญแห่งชาติถูกจัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งฟังดูเหมาะสมอย่างยิ่งเพราะอยู่ท่ามกลางเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง

 

ก่อนอื่น แชมเปญกับ Sparkling Wine นั้นมีความต่างในความเหมือนอยู่เล็กน้อย เริ่มจาก Sparkling Wine (สปาร์กลิงไวน์) คือ ประเภทของไวน์ที่มีฟอง ส่วน Champagne (แชมเปญ) นั้นเป็นชื่อเรียกไวน์มีฟองที่ผลิตจากแคว้น Champagne (ชองปาญ) ประเทศฝรั่งเศสเท่านั้น ซึ่งคุณภาพและความเอ็กซ์คลูซีฟของแชมเปญทำให้เหมาะสำหรับเทศกาลพิเศษ บวกกับเสียงเปิดขวดที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้กลายเป็นตัวแทนแห่งเทศกาลเฉลิมฉลองไปโดยปริยาย 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

อ้างอิง:

The post 31 ธันวาคม – Champagne Day appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘แชมเปญ’ เครื่องดื่มยาอายุวัฒนะของคุณยายวัย 108 ปี https://thestandard.co/108-year-old-receives-hundreds-of-birthday-cards-from-strangers/ Sat, 02 Nov 2019 15:59:02 +0000 https://thestandard.co/?p=300500

‘แชมเปญ’ เครื่องดื่มตัวแทนความหรูหราที่หลายคนหลงรัก คุณ […]

The post ‘แชมเปญ’ เครื่องดื่มยาอายุวัฒนะของคุณยายวัย 108 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

‘แชมเปญ’ เครื่องดื่มตัวแทนความหรูหราที่หลายคนหลงรัก คุณอาจดื่มมันเพื่อฉลองในโอกาสสำคัญ หรือจะเปิดดื่มเอาชัยชนะหลังจบวันอันเหนื่อยล้าสักวัน แม้ว่าใครหลายคนจะบอกว่าแอลกอฮอล์ทำให้ดูชราก่อนวัย แต่ไม่ใช่กับกรณีของผู้หญิงชื่อ โดโรธี ฟลาวเวอร์ส (Dorothy Flowers) เป็นแน่

 

หญิงชราชาวอังกฤษวัย 108 ปี โดโรธี ฟลาวเวอร์ส ผู้อาศัยอยู่ในบ้านพักคนชราที่แฮร์โรเกต ขึ้นไปทางตอนเหนือของอังกฤษ เพิ่งจะเป่าเค้กวันเกิดฉลองอายุครบ 108 ปีไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเธอเฉลิมฉลองด้วยการเปิดแชมเปญ Moët & Chandon ดื่ม

 

Photo: Bupa Southlands

 

ผู้ดูแลบ้านพักคนชรา เฮลีน บัลลิงเจอร์ (Helene Ballinger) เผยว่าโดโรธี ซึ่งเป็นสมาชิกในบ้านพักที่อายุมากที่สุด มีเคล็ดลับอายุที่ยืนยาว นั่นคือการดื่มแชมเปญ! “โดโรธีชอบสังคม เธอชอบมานั่งกับพวกเราที่โต๊ะต้อนรับแขกทุกวัน” เธอเผยกับเว็บไซต์ Metro “ความลับยาอายุวัฒนะในแบบของโดโรธีนั้นต้องเป็นแชมเปญแน่ๆ เพราะเป็นเครื่องดื่มเดียวที่เราเห็นเธอดื่มจนหมด”

 

Photo: Bupa Southlands

 

นอกเหนือจากนั้น การจิบแชมเปญอาจไม่ใช่สิ่งเดียวที่เป็นของโปรดของหญิงชราอังกฤษผู้นี้ เพราะเธอและสามี (ที่ล่วงลับไปตั้งแต่ปี 1981 หลังจากร่วมชีวิตด้วยกันมา 4 ทศวรรษ) ต่างก็รักการขี่ม้า โดยเขาทั้งคู่ทำงานให้กับองค์กรพนันม้าของอังกฤษจนกระทั่งเกษียณในปี 1963 ซึ่งขณะนั้นโดโรธีอายุได้ 52 ปีเท่านั้น นั่นแปลว่าเธอเกษียณจากการทำงานมาได้เกินครึ่งชีวิตแล้วด้วยซ้ำ! (เราก็คงนั่งจิบแชมเปญอยู่เหมือนกันหากเราได้ใช้ชีวิตแบบโดโรธี)

 

“ฉันโชคดีมากที่ได้มีช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขในชีวิต แม้กระทั่งในอายุ 108 ปี และก็ยังอยากสร้างเรื่องราวดีๆ ใหม่ๆ เช่นกัน” Huffington Post UK เผยผ่านผู้ดูแล และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ บ้านพักคนชราจัดงานวันเกิดให้กับเธอ โดยแจ้งข่าวกับครอบครัวและคนแปลกหน้า ทำให้เธอได้รับการ์ดอวยพรวันเกิดจำนวนถึง 654 ใบที่ส่งกลับมาอวยพร และบ้างก็มาพร้อมของขวัญ และยังมีแชมเปญด้วย

 

ภาพ: Bupa Southlands, Shutterstock

อ้างอิง:

The post ‘แชมเปญ’ เครื่องดื่มยาอายุวัฒนะของคุณยายวัย 108 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบรนด์แชมเปญเปิดตัวรุ่นพิเศษ กับดีไซน์อวกาศอุทิศแก่ James Bond 007 https://thestandard.co/bollinger-james-bond-007/ Fri, 11 Oct 2019 04:26:28 +0000 https://thestandard.co/?p=294691 Bollinger

นับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง Dr. No เข้าฉายในปี 1962 ภาพยนต […]

The post แบรนด์แชมเปญเปิดตัวรุ่นพิเศษ กับดีไซน์อวกาศอุทิศแก่ James Bond 007 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bollinger

นับตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง Dr. No เข้าฉายในปี 1962 ภาพยนตร์เกี่ยวกับ เจมส์ บอนด์ ก็จับใจคนดูทั่วโลกมานักต่อนัก สายลับ 007 หาทางออกในสถานการณ์ฉุกเฉินได้เสมอ พร้อมกับอาวุธไฮเทคคู่ใจของเขา แต่นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่อยู่ในมือเจมส์ บอนด์ตลอด (นอกจากอาวุธเท่ๆ และสาวสวยแล้ว) จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก ‘เครื่องดื่ม’ 

 

เครื่องดื่มโปรดประจำตัวของ เจมส์ บอนด์ ที่เรารู้จักกันได้แก่ มาร์ตินี (เขย่านะ ไม่คน) ไปยังแชมเปญ และอย่างหลังนั้น แบรนด์ที่เขาชอบที่สุดที่เป็นคู่หูร่วมกันมาก็คือ Bollinger ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในหนังเจมส์ บอนด์ Moonraker (1979) นับแต่นั้นมา แชมเปญนี้ก็กลายเป็นดาราร่วมในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์มาถึง 14 เรื่องด้วยกัน จนใครๆ ก็เรียกว่า ‘แชมเปญของเจมส์ บอนด์’ แม้แบรนด์เองบอกว่าไม่ได้ออกเงินโปรโมตในหนังสักนิด

 

Bollinger

แชมเปญปรากฏตัวครั้งแรกใน Moonraker (1979)

Photo: United Artist

 

และภาพยนตร์เจมส์ บอนด์เรื่องล่าสุด No Time to Die ที่จะฉายในปี 2020 ซึ่งได้ แดเนียล เคร็ก (Daniel Craig) กลับมาแสดงนี้ แบรนด์แชมเปญ Bollinger ก็ฉลองความสัมพันธ์พิเศษครบรอบ 40 ปีระหว่างน้ำซ่าสีอำพันกับสายลับอังกฤษเจ้าเสน่ห์ ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ 2 รุ่นด้วยกัน นั่นคือวินเทจ 007 ‘The Bollinger 007 Limited Edition Millésimé 2011’ ในรูปแบบแชมเปญที่ใส่กล่องพิเศษที่ระบุชื่อภาพยนตร์เจมส์ บอนด์มากมาย อาทิ Goldfinger, Moonraker, Casino Royale และ Spectre เป็นต้น 

 

และแน่นอนว่าเป็นสายลับชั้นเซียน กล่องนี้จะมาเปิดง่ายๆ ได้อย่างไรกัน รุ่นพิเศษนี้จึงดีไซน์ให้มีแก้วกั้น บ่งบอกว่าสิ่งที่อยู่ข้างในนั้นเป็นความลับ ขณะที่องุ่นที่ใช้ผลิตไวน์เป็นบลองก์เดอนัวร์ หรือไวน์ขาวที่ทำจากองุ่นแดงที่หายาก โดยทำจากองุ่นพันธุ์ปิโนต์ นัวร์จากไร่องุ่นเดียวเท่านั้น

 

Bollinger

Photo: Bollinger

 

ส่วนรุ่น ‘Bollinger Tribute to Moonraker Luxury Limited Edition’ นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากธีมอวกาศจากในภาพยนตร์ Moonraker ซึ่งเป็นเจมส์ บอนด์เรื่องที่ 4 ของ โรเจอร์ มัวร์ (Roger Moore) ซึ่ง 007 ถูกส่งไปตรวจสอบการจารกรรม ส่งผลให้กล่องบรรจุแลดูล้ำจากโลกอวกาศเช่นกัน โดยสนนราคาอยู่ที่ 4,500 ปอนด์ หรือราวๆ 184,000 บาท

 

จากการสำรวจของเรา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ฝรั่งเศสอย่าง Bollinger ผลิตแชมเปญที่ล้อไปกับตัวละครของเจมส์ บอนด์ เพราะแท้จริงแล้วตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ก็มีรุ่นพิเศษให้คนกลุ่มเล็กๆ ได้จับจองกันอยู่เป็นครั้งคราว อาทิ รุ่นวินเทจ 2009 ที่ทำออกมาช่วงใกล้กับตอนที่ Spectre ออกฉาย แต่รุ่นล่าสุดนี้ยิ่งพิเศษกว่าเก่า เพราะใช้องุ่นจากไร่ไวน์เก่าแก่เป็นประวัติศาสตร์ แล้วนำมาใส่ในถังไม้โอ๊ก และบ่มนานถึง 7 ปี 

 

Bollinger

โรเจอร์ มัวร์ สายลับไอคอนแห่งเจมส์บอนด์

Photo: United Artist

 

ส่วนรสชาติและกลิ่นของไวน์นั้น แบรนด์ระบุว่าหอมน้ำผึ้ง ลูกอม และลูกพลัม โดยแบรนด์แนะนำว่าให้เก็บในอุณหภูมิ 8-10 องศาเซลเซียส เพื่อความอร่อยขั้นสุด และจะวางจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ wine.com และจำหน่ายให้กับคู่ค้าบางเจ้าในเดือนพฤศจิกายน 2019 ในราคาขวดละ 150 ปอนด์ หรือ 6,100 บาท และขอบอกว่านี่เป็นรุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัด อย่าให้ตกอยู่ในมือศัตรูได้ล่ะ

 

 

ภาพ: Courtesy of Bollinger

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:

The post แบรนด์แชมเปญเปิดตัวรุ่นพิเศษ กับดีไซน์อวกาศอุทิศแก่ James Bond 007 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลงลึกเรื่องแชมเปญ สนุกกับปาร์ตี้ส่วนตัว ณ แชมเปญบาร์ เรียบง่าย Farmer Fizz X Lehmann [ปิดกิจการ] https://thestandard.co/farmer-fizz-x-lehmann/ https://thestandard.co/farmer-fizz-x-lehmann/#respond Sun, 03 Dec 2017 01:34:16 +0000 https://thestandard.co/?p=52461

ไม่ใช่แค่กระแสคราฟต์เบียร์เท่านั้นที่กำลังมาแรงในบ้านเร […]

The post ลงลึกเรื่องแชมเปญ สนุกกับปาร์ตี้ส่วนตัว ณ แชมเปญบาร์ เรียบง่าย Farmer Fizz X Lehmann [ปิดกิจการ] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่ใช่แค่กระแสคราฟต์เบียร์เท่านั้นที่กำลังมาแรงในบ้านเรา แต่ในโลกของ ‘แชมเปญ’ ไวน์พรายฟองที่นิยมดื่มในงานเฉลิมฉลอง นักดื่มรุ่นใหม่ก็เริ่มหันมาหยิบจับแชมเปญจากฟาร์มผู้ผลิตองุ่นแบบ ‘โกรวเออร์ แชมเปญ’ (Grower Champagne) ซึ่งเป็นทั้งผู้ปลูกผลองุ่น และผู้หมักแชมเปญเอง โดยใช้องุ่นที่เก็บเกี่ยวได้ในไร่ไปบ่มจนได้ที่ และเพราะใช้องุ่นจากไร่เดียวกันทั้งหมด แชมเปญที่ได้จึงมีความชัดเจนทั้งกลิ่น รส อันเกิดจากแตร์รัว (Terroir) ธรรมชาติซึ่งเกิดจากดิน ฟ้า อากาศ และความอุดมสมบูรณ์ของชนิดดินในแต่ละเขตพื้นที่

 

ซ้าย: เวฟ เหล่าเศรษฐศาสตร์

ขวา: ฐิติพล ลิขิตขจร

 

เวฟ เหล่าเศรษฐศาสตร์ และ ฐิติพล ลิขิตขจร สองนักดื่มรุ่นใหม่ที่มีความชอบในโกรวเออร์ แชมเปญ จนผันตัวมาเป็นผู้นำเข้ามากถึง 147 ฉลาก จาก 25 ผู้ผลิต ใน 4 เขตหลักของแคว้นชองปาญ (หรือแชมเปญเมื่อออกเสียงภาษาอังกฤษ) ของฝรั่งเศส โดยแบ่งพื้นที่บางส่วนของโกดังเก็บสินค้า ให้กลายเป็นบาร์น้ำบรรยากาศง่ายๆ เพื่อหวังเผื่อแผ่ความรู้และความสนุกของโลกแชมเปญแก่ผู้ที่สนใจ นั่นคือที่มาของ Farmer Fizz X Lehmann (ฟาร์เมอร์ ฟิซ x เลห์มาน) สถานที่แฮงเอาต์สนุกๆ ใหม่ล่าสุดที่ THE STANDARD นำมาฝากกันในคราวนี้

 

 

The Vibe

Farmer Fizz X Lehmann เป็นแชมเปญบาร์ที่เรากล่าวได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าเรียบง่ายมาก ตัวร้านมีแค่โต๊ะไม้ตัวเขื่องขนาด 10 ที่นั่ง และเคาน์เตอร์ปูนขัดมันเพียง 1 จุด ผนังกำแพงกรุกระจกใสรอบทิศ บางส่วนทำจากไม้และปูนลงสีแดงเบอร์กันดี สีของไวน์แดงที่สื่อถึงความกระปรี้กระเปร่า และความเท่ในเวลาเดียวกัน

 

บาร์น้ำเรียบง่ายแต่ดูดี

 

 

The Drinks

เพราะหวังหมายมุ่งให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ จากโกรวเออร์ แชมเปญ จึงเปิดให้บริการในรูปแบบของ Blind Tasting คือ นักชิมจะไม่เห็นฉลาก และไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเป็นแชมเปญชนิดใด จนกว่าจะได้ชิมรสชาติ โดยกำหนดเป็นแพ็กเกจให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ Grower Fundamental 101 (2,000 บาท) พื้นฐานเรื่องโกรวเออร์ แชมเปญ เสิร์ฟแชมเปญ 2 ขวด รสชาติอร่อยชนิดดื่มง่าย สำหรับ 4 ท่าน ลงลึกขึ้นอีกระดับกับ Experiencing The Terroir แชมเปญ 4 ขวดรสดีที่มีแต่แตร์รัวเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับ 8 ท่าน และสุดท้ายสำหรับผู้ที่มาเป็นหมู่คณะ แนะนำให้จัดแพ็กเกจ Farmer Fizz’s Geek! ดื่มด่ำกับแชมแปญ 6 ฉลาก จาก 4 เขตหลักในแคว้นแชมเปญ

 

ขวดแชมเปญห่อฟอยล์ ทดสอบแล้วจึงเฉลย

 

แครกเกอร์และชีสไว้กินแกล้ม

 

อ่างแช่แชมเปญและแก้วใสเนื้อดีจาก Lehmann

 

แชมเปญทุกขวดเสิร์ฟผ่านแก้วเนื้อดียี่ห้อ Lehmann แบรนด์ผู้ผลิตแก้วสำหรับดื่มไวน์และแชมเปญโดยเฉพาะ แน่นอนว่าแชมเปญแต่ละชนิดย่อมต้องการแก้ว และวิธีการดื่มที่แตกต่างกันเพื่อรสชาติอร่อยที่สุด ระหว่างดื่ม ก็จะมีการพูดคุยให้ความรู้เรื่องแชมเปญและวัฒนธรรมการดื่มไปด้วย โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านแชมเปญมาถ่ายทอด

 

บรรยากาศการเทสต์ตารางรสชาติ

 

นอกจากเครื่องดื่มคุณภาพที่นำมาเสิร์ฟให้ได้ชิมแล้ว เพื่อความรื่นเริงถึงขีดสุด จึงให้บริการเพียงวันละ 1 รอบ และต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น ใครที่อยากเปิดประสบการณ์การดื่มแชมเปญอย่างครบเครื่องทั้งคุณภาพ และความรู้ เชิญได้เลย

 

What You Should Know

  • ด้านหลังบาร์เป็นโกดังเก็บแชมเปญหลายร้อยขวด โดยมีเครื่องปรับอากาศควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมตลอด 24 ชั่วโมง
  • ในอนาคตทางร้านจะมีเมนู Cold Cut หลายชนิดไว้ให้บริการ

 

 

Farmer Fizz X Lehmann [ปิดกิจการแล้ว]

Address: One One Food Avenue ชั้น 2 ถนนสามัคคี ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120

Open: วันพุธ ถึง วันอาทิตย์ เวลา 17.00-23.00 น.

Budget: เริ่มต้นที่ 2,000 บาท

Contact: 09 9987 9978

Facebook: www.facebook.com/farmerfizzbyaplus

Website: ffxlehmann.com

Map:

The post ลงลึกเรื่องแชมเปญ สนุกกับปาร์ตี้ส่วนตัว ณ แชมเปญบาร์ เรียบง่าย Farmer Fizz X Lehmann [ปิดกิจการ] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/farmer-fizz-x-lehmann/feed/ 0