แจ็ค หม่า เยือนไทย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/แจ็ค-หม่า-เยือนไทย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 27 Nov 2018 11:34:41 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 โอกาสและความเสี่ยงที่มาพร้อมกัน ในวันที่ไทยเปิดบ้านให้ Alibaba https://thestandard.co/chance-risk-when-alibaba-come-to-thailand-market/ https://thestandard.co/chance-risk-when-alibaba-come-to-thailand-market/#respond Mon, 23 Apr 2018 13:01:07 +0000 https://thestandard.co/?p=85829

การมาเยือนประเทศไทยของ แจ็ค หม่า เจ้าพ่ออาลีบาบา (Aliba […]

The post โอกาสและความเสี่ยงที่มาพร้อมกัน ในวันที่ไทยเปิดบ้านให้ Alibaba appeared first on THE STANDARD.

]]>

การมาเยือนประเทศไทยของ แจ็ค หม่า เจ้าพ่ออาลีบาบา (Alibaba) รอบนี้ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะมาจริงแล้ว ยังลงทุนจริงโดยประกาศอัดฉีดเม็ดเงิน 1.1 หมื่นล้านบาทในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อผลักดัน Smart Digital Hub ซึ่งถือเป็นการประเดิมโครงการขนาดใหญ่หลังจากที่รัฐบาลตั้งแผงขายทั้งโครงการและความหวังของสปริงบอร์ดแห่งความหวังนี้มานานสองนาน

 

 

คำมั่นสัญญาระหว่างแจ็ค หม่าและรัฐบาลไทย คือการเชื่อมโยงตลาดการค้าไทย-จีน โดยมีอาลีบาบาเป็นสะพาน และยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจีนก็ยินดีที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการไทย แม้ว่าขณะนี้จะยังเร็วเกินไปที่จะสรุปเรื่องดังกล่าวว่าประเทศไทยได้คุ้มเสียหรือไม่ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือทัศนะที่หลากหลายของผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ การค้า หรือกระทั่งตัวผู้นำประเทศก็ยังแตกต่างกันพอสมควร สำนักข่าว THE STANDARD จึงไล่เลียงทั้งโอกาสและความกังวลที่เกิดขึ้นตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ได้ติดตามกัน

 

 

เปิดข้อตกลงอาลีบาบากับรัฐบาลไทย ผู้เชี่ยวชาญกังวลรายเล็กอยู่ยาก

“ผู้คนหาเรื่องให้วิจารณ์กันได้หมดล่ะ แต่ขอให้รู้ว่าแจ็ค หม่าและทีมของเขาไม่เคยแคร์เรื่องนี้ เราแคร์ในสิ่งที่เราเชื่อและสิ่งที่เราควรจะเป็น”

 

เป็นประโยคเด็ดจากแจ็ค หม่า ที่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องการผูกขาดทางการค้า ในวันแถลงข่าวลงนามความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและอาลีบาบา อีคอมเมิร์ซระดับโลกจากประเทศจีน ไม่เพียงแต่เป็นนักธุรกิจที่ฉลาดเป็นกรดเท่านั้น สังคมยังยอมรับเขาในฐานะนักพูดที่ยอดเยี่ยมด้วย

 

 

สำหรับความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและอาลีบาบามี 4 ส่วนคือ

 

1. โครงการ Smart Digital Hub ในพื้นที่ EEC เพื่อส่งเสริมการค้ากับจีนและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของอาลีบาบามาช่วยด้านโลจิสติกส์ผ่านไช่เหนี่ยว (Cainiao Network) ซึ่งเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ของอาลีบาบา เพื่อพัฒนาการขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ CLMV และจุดอื่นทั่วโลก คาดว่าจะเริ่มก่อสร้าง Smart Digital Hub ได้ภายในปีนี้ และเริ่มดำเนินการในปี 2562

 

2. โครงการส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้ประกอบการไทย โดย Alibaba Business School (ABS) จะทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการพัฒนา SMEs ไทย รวมถึงวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย โดยช่วยให้เข้าถึงตลาดจีน รวมถึงตลาดในภูมิภาคได้ คาดว่ารายได้จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยจะเติบโตถึง 1.13 แสนล้านบาทในปีนี้ และจะขยับแตะ 1.8 แสนล้านบาท ในปี 2565

 

 

3. โครงการอบรมพัฒนาดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent) จะร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาคนเก่งหรือดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent) ในประเทศไทย โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษา บุคลากรด้านการศึกษา รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมพัฒนาในด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสร้างเครือข่าย (Networking) กับดาวเด่นทั่วโลกที่ประเทศจีน

 

4. โครงการความร่วมมือด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวดิจิทัล โดยร่วมมือกับฟลิกกี้ (Fliggy) บริษัทด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ของจีน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อผลักดันด้านดิจิทัลแบบครบวงจรตั้งแต่กระบวนการทางวีซ่า บริการหลังเดินทางแบบดิจิทัล การคืนเงินภาษีนักท่องเที่ยวผ่านระบบ Alipay ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวได้มากขึ้น

 

แม้จะดูเหมือนประเทศไทยมีแต่ได้กับได้ ทั้งเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่จากต่างแดน หรือกระทั่งความรู้ด้านเทคโนโลยีและการจัดการธุรกิจ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผู้คนเลิกสงสัยและถามเรื่องโอกาสและภัยคุกคามทางการค้าที่เกิดขึ้นได้หลังจากที่ประเทศไทยอ้าแขนรับอาลีบาบาหวังจะใช้เป็นสะพานเชื่อมโยงสินค้าจากสยามประเทศไปสู่ดินแดนพญามังกรได้โดยง่าย

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งตลาดดอทคอม อีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยเห็นว่า ผลดีจากกรณีดังกล่าวคือผู้ประกอบการจะมีช่องทางส่งออกสินค้าไทยไปขายในจีนได้มากขึ้น แต่สิ่งที่มองข้ามไม่ได้คือการใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีของจีน ซึ่งขณะนี้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ‘ลาซาด้า’ ของอาลีบาบาเข้าถึงคนไทยทุกระดับ เป็นช่องทางสำคัญในการซื้อสินค้าจากจีน ลาซาด้าจึงกลายเป็นตลาดออนไลน์ขนาดใหญ่ในประเทศไทย ขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยที่มีขนาดใกล้เคียงกันยังไม่มี เป็นไปได้ที่ลาซาด้าในฐานะเจ้าของตลาดจะเป็นผู้คุมเกมเสียเอง จึงต้องดูให้ละเอียดว่าท้ายที่สุดประเทศไทยคุ้มค่าหรือไม่กับเรื่องดังกล่าว สิ่งที่ภาวุธกังวลคือ ผลกระทบกับผู้ประกอบการ ผู้ผลิตสินค้า ธุรกิจขนาดเล็ก และเทรดเดอร์ที่นำเข้าสินค้าจากจีนมาขาย หรือผู้ผลิตสินค้าที่ถูกทดแทนได้ด้วยสินค้าจากจีน ซึ่งจะอยู่รอดได้ยากเมื่อสินค้าจากจีนทะลักเข้ามาในไทยมากขึ้น

 

 

ขณะที่ กรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตั้งคำถามบทบาทของอาลีบาบากับประเทศไทยมาสักระยะแล้ว ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 ที่ผ่านมาเมื่อ Ant Financial ผู้ให้บริการ Alipay ตัดสินใจลงทุน 4.2 พันล้านบาทใน Ascend Money บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งให้บริการ True Money บริการทางการเงินทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ซึ่งในอนาคตจะมีบริการด้านเงินกู้ ประกันภัย และการลงทุนอีกด้วย โดยเขามองว่าการร่วมมือกันของสองยักษ์ใหญ่นี้จะทำให้ผู้บริโภคสะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็เป็นห่วงผู้ประกอบการฟินเทครายอื่นที่จะแข่งขันได้ยาก รวมถึงการพัฒนาธุรกิจขนาดเล็กและการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วย

 

กรณ์เห็นว่าประเทศไทยยังเน้นพึ่งพาการค้าขายระหว่างประเทศอย่างมาก ขณะที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เป็นธุรกิจขนาดกลางและเล็กกลับไม่มีเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมของตนเอง ซึ่งค่อนข้างน่ากังวลเมื่อไทยเชื่อมต่อกับตลาดจีนซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า ผลิตสินค้าด้วยต้นทุนที่ตํ่ากว่า แล้วจะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการไทยอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ นอกจากนี้ยังเห็นพ้องกับภาวุธเรื่องฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งข้อมูลบนโลกดิจิทัลของคนไทยทุกวันนี้ส่วนใหญ่อยู่บนแพลตฟอร์มต่างชาติแทบทั้งสิ้น จึงเป็นไปได้มากที่จะกระทบกับธุรกิจบริการทางการเงิน ซึ่งกรณ์เรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับส่วนนี้ด้วย

 

สิ่งที่สะท้อนความกังวลเรื่องนี้ได้ดีคือตัวเลขการค้า หากพิจารณามูลค่าการค้าระหว่างไทยและจีนของกระทรวงพาณิชย์พบว่า ปี 2560 มูลค่าสูงทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งไทยนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่ากว่า 1.5 ล้านล้านบาท และส่งออกสินค้าไปยังจีนเกือบ 1 ล้านล้านบาท นั่นคือปีที่ผ่านมาไทยขาดดุลการค้าแก่จีนกว่า 5 แสนล้านบาท หรือขาดดุลมากขึ้นเกือบ 21% และถ้าขยับมาดูตัวเลขการค้าไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ของปี 2561 คิดเป็นมูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการส่งออกเกือบ 2.3 แสนล้านบาท และการนำเข้าเกือบ 3.8 แสนล้านบาท ไทยขาดดุลการค้าแก่ประเทศจีนเกือบ 1.5 แสนล้านบาท นั่นคือไตรมาสแรกของปีนี้ขาดดุลการค้ามากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 40% เลยทีเดียว

 

ถ้ามองการรุกคืบของสินค้าจีนเป็นปัจจัยกดดันต่อภาคธุรกิจก็ไม่ถือว่าผิด

 

 

เมื่อจีนบุกตลาดโลก นักวิชาการชี้มีโอกาสต้องคว้าไว้ มองอีคอมเมิร์ซลดบทบาทคนกลาง

สำหรับกระแสวิจารณ์เรื่องทุนใหญ่จากจีนอาจจะเข้ามาผูกขาดตลาดไทย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีร้องขอให้ประชาชนและภาคธุรกิจเปิดใจมองให้รอบด้านโดยเฉพาะสิ่งที่ไทยจะได้รับ โดยกำชับให้ฝ่ายเศรษฐกิจพิจารณาเรื่องสิทธิประโยชน์ของนักลงทุนต่างชาติให้เหมาะสม ควบคุมดูแลสินค้านำเข้าเพื่อปกป้องผู้ประกอบการ SMEs ในประเทศ ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ แนะนำให้นักธุรกิจไทยปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขัน ควรมองเป็นความท้าทาย เพราะคนไทยมีศักยภาพไม่แพ้ใครในโลก โดยรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

 

ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีของมหาวิทยาลัย สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นกับสำนักข่าว THE STANDARD ว่า ทุกวันนี้ธุรกิจจากจีนก็เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอยู่แล้วทั้งการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมาจำหน่าย ตลาดอีคอมเมิร์ซอย่างลาซาด้า หรือกระทั่งการร่วมลงทุนของ JD.com กับธุรกิจค้าปลีกไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงมิได้

 

 

รศ.ดร.สมภพให้ข้อมูลว่า เศรษฐกิจของประเทศจีนไม่ได้เติบโตร้อนแรง 6-7%แบบที่เป็นมา สิ่งที่จีนต้องให้ความสำคัญคือการบริโภคภายในประเทศจีนเองซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ หากพิจารณาผู้ประกอบการขนาดเล็กในไทย โอกาสที่จะขยายธุรกิจหรือช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังต่างประเทศถือเป็นเรื่องยาก ธุรกิจอีคอมเมิร์ซจึงเป็นช่องทางสำคัญที่ผู้ซื้อในจีนจะติดต่อผู้ผลิต-ผู้ขายในไทยได้โดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางที่คอยกดราคาอย่างที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งระบบของอีคอมเมิร์ซมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีทางเลือกให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ

 

“ที่บอกว่ารายเล็กๆ อยู่ไม่ได้ ต้องไปดูว่าผู้ประกอบการรายเล็กๆ หรือเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเล็กอยู่ไม่ได้กันแน่”

 

 

สิ่งที่ภาครัฐต้องใส่ใจคือการจัดระเบียบ การวางกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับผู้ประกอบการของไทย ปัจจุบันมีข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีนอยู่แล้ว สินค้าจากประเทศจีนก็ถูกนำเข้ามาจำหน่ายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องปรับตัว พัฒนาสินค้า สร้างนวัตกรรม ไม่เพียงแต่การจำหน่ายในประเทศเท่านั้น แต่ต้องมองไกลไปถึงการขยายไปสู่ผู้บริโภคชาวจีนที่มีศักยภาพด้วย

 

รศ.ดร.สมภพ เสนอว่า ควรเปิดพื้นที่การแข่งขันให้กับอีคอมเมิร์ซทุกรายทั้งอาลีบาบา แอมะซอน JD.com ไม่ควรปิดกั้นหรือเลือกปฏิบัติ ซึ่งเมื่อเกิดการแข่งขันประโยชน์ก็จะเกิดกับผู้บริโภค โดยต้องกำกับ ดูแล และปกป้องธุรกิจไทยอย่างเป็นธรรมด้วย

 

ถือเป็นความเห็นที่แตกต่างกันต่อกรณีไทยเปิดบ้านต้อนรับอาลีบาบา ระหว่างที่จับตาดูทุกฝีก้าวของยักษ์ใหญ่จากจีนนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องทำหนีไม่พ้นการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

 

และโอกาสเป็นของคนที่มองเห็นมันเท่านั้น

 

 

อ้างอิง:

The post โอกาสและความเสี่ยงที่มาพร้อมกัน ในวันที่ไทยเปิดบ้านให้ Alibaba appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/chance-risk-when-alibaba-come-to-thailand-market/feed/ 0
สรุปวาทะเด็ด แจ็ค หม่า บุกไทยครั้งที่ 2 https://thestandard.co/jack-ma-visit-thai-2th-speechs/ https://thestandard.co/jack-ma-visit-thai-2th-speechs/#respond Thu, 19 Apr 2018 15:03:43 +0000 https://thestandard.co/?p=85143

The post สรุปวาทะเด็ด แจ็ค หม่า บุกไทยครั้งที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>

The post สรุปวาทะเด็ด แจ็ค หม่า บุกไทยครั้งที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/jack-ma-visit-thai-2th-speechs/feed/ 0
แจ็ค หม่า เซ็นเอ็มโอยูกับรัฐบาลไทย ดัน Digital Hub ช่วยพัฒนา SMEs และการท่องเที่ยว https://thestandard.co/jack-ma-mou-thai-government-support-digital-hub-smes-tourism/ https://thestandard.co/jack-ma-mou-thai-government-support-digital-hub-smes-tourism/#respond Thu, 19 Apr 2018 12:14:22 +0000 https://thestandard.co/?p=85105

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และ […]

The post แจ็ค หม่า เซ็นเอ็มโอยูกับรัฐบาลไทย ดัน Digital Hub ช่วยพัฒนา SMEs และการท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และ แจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอาลีบาบา ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทยกับอาลีบาบา เพื่อส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยมีความร่วมมือทั้งการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและเล็กเข้าสู่อีคอมเมิร์ซ การพัฒนาดาวเด่นหรือความสามารถด้านดิจิทัล การยกระดับระบบโลจิสติกส์โดยอาศัยเทคโนโลยีของอาลีบาบา และการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัล โดยความร่วมมือในโครงการหลักระหว่างรัฐบาลไทยและอาลีบาบา ประกอบด้วย

1. โครงการ Smart Digital Hub ในพื้นที่ EEC เพื่อส่งเสริมการค้ากับจีนและกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของอาลีบาบามาช่วยด้านโลจิสติกส์ผ่านไช่เหนี่ยว (Cainiao Network) ซึ่งเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ของอาลีบาบาเพื่อพัฒนาการขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ CLMV และจุดอื่นทั่วโลก คาดว่าจะเริ่มก่อสร้าง Smart Digital Hub ได้ภายในปีนี้ และเริ่มดำเนินการในปี 2562

2. โครงการส่งเสริมพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลอีคอมเมิร์ซสำหรับผู้ประกอบการไทย โดย Alibaba Business School (ABS) จะทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการพัฒนา SMEs ไทย รวมถึงวิสาหกิจชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย โดยช่วยให้เข้าถึงตลาดจีน รวมถึงตลาดในภูมิภาคได้


3. โครงการอบรมพัฒนาดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent) จะร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาคนเก่งหรือดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent) ในประเทศไทย โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษา บุคลากรด้านการศึกษา รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมพัฒนาในด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ รวมทั้งสร้างเครือข่าย (Networking) กับดาวเด่นทั่วโลกที่ประเทศจีน

 

4. โครงการความร่วมมือด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวดิจิทัล โดยร่วมมือกับฟลิกกี้ (Fliggy) บริษัทด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ของจีน ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อผลักดันด้านดิจิทัลแบบครบวงจรตั้งแต่กระบวนการทางวีซ่า บริการหลังเดินทางแบบดิจิทัล การคืนเงินภาษีนักท่องเที่ยวผ่านระบบ Alipay ซึ่งคาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนและเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวได้มากขึ้น

 

นับเป็นช่วงเวลาที่ทางการไทยรอคอยการมาเยือนของแจ็ค หม่า ซึ่งมาพร้อมกับความหวังในการเชื่อมโยงระหว่างตลาดประเทศไทยและจีนผ่านเทคโนโลยีที่อาลีบาบามี ซึ่งเม็ดเงินกว่าหมื่นล้านและภาพที่สวยหรูวันนี้จะออกมาเป็นรูปธรรมอย่างไร คงต้องติดตามดูกันอย่างต่อเนื่อง

The post แจ็ค หม่า เซ็นเอ็มโอยูกับรัฐบาลไทย ดัน Digital Hub ช่วยพัฒนา SMEs และการท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/jack-ma-mou-thai-government-support-digital-hub-smes-tourism/feed/ 0
นายกฯ เผย แจ็ค หม่า มาไทยมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ เน้นยกระดับผู้มีรายได้น้อย รับปากช่วยขายข้าว ยาง ปาล์มน้ำมัน https://thestandard.co/prayut-said-jack-ma-come-for-support-thai-economic/ https://thestandard.co/prayut-said-jack-ma-come-for-support-thai-economic/#respond Thu, 19 Apr 2018 06:08:04 +0000 https://thestandard.co/?p=84943

หลัง แจ็ค หม่า ประธานบริหารบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป เข้าพบ […]

The post นายกฯ เผย แจ็ค หม่า มาไทยมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ เน้นยกระดับผู้มีรายได้น้อย รับปากช่วยขายข้าว ยาง ปาล์มน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลัง แจ็ค หม่า ประธานบริหารบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป เข้าพบหารือกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีได้เผยถึงการพูดคุยในครั้งนี้ว่า การพบกับนายแจ็ค หม่า ในวันนี้ ถือเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทย โดยขออย่ามองในแง่ธุรกิจเพียงอย่างเดียว เพราะขณะนี้เรากำลังสร้างคนสร้างระบบอยู่ ส่วนเรื่องการค้าก็ต้องแยกกันไปอีกเรื่องหนึ่ง

 

ซึ่งวันนี้รัฐบาลกำลังเน้นดูแลผู้ที่มีรายได้น้อยและเกษตรกร ว่าจะทำอย่างไร เปลี่ยนแปลงไปสู่ประเทศที่มีการนำเข้าต่อไป อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจในอาเซียน ซึ่งไทยก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะร่วมมือ เพราะคาดว่าการค้าโลกขณะนี้มีการพัฒนาไปด้วยความรวดเร็ว ที่มีทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรม และยังมีดิจิทัลมาเสริม จึงอยากให้คนไทยเข้าใจ โดยตนเองได้เน้นในเรื่องของสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน เกษตรแปลงใหญ่ โลจิสติกส์ ว่าจะส่งสินค้าอย่างไรให้ทันได้ภายใน 24 ชั่วโมง ดังนั้นเรื่องผลประโยชน์ต่างๆ ทั้งหมดก็จะเป็นสิ่งที่ประเทศไทยได้รับ ขออย่ามองว่าประเทศไทยจะเสียเปรียบ

 

ผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่า วันนี้การพูดคุยกับนายแจ็ค หม่า เรื่องการลงทุนมีความคืบหน้าอย่างไรหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ตอบว่า ในเรื่องนี้ ฝรัฐบาลไทยกำลังจะมีการลงนามร่วมใน MOU ความร่วมมือระหว่างกันและกัน ซึ่งภายใน MOU ได้มีข้อกำหนดว่าไทยจะร่วมมืออะไรบ้าง เช่น เรื่องการท่องเที่ยว เรื่องดิจิทัล เรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจว่าเอาสินค้าของเขาเข้ามา แล้วจะเอาสินค้าของเราไปขายให้เขาอย่างเดียว เรื่องนี้ไม่ใช่ แต่ต้องสร้างของเราด้วย ต้องสร้างคู่ขนานกันไป ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นแผนระยะยาวที่มีการวางแผนไว้ และจะมีการไปลงทุนในสมาร์ทซิตี้ การลงทุนดิจิทัล ในดิจิทัลฮับของอีอีซีก็จะมีความเชื่อมโยงถึงกันทั้งหมด

 

ส่วนการหารือเรื่องการขายข้าว ซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณภาพของไทยนั้น นายกฯ เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งขั้นตอน ซึ่งยังไม่ได้มีการหารือกันในรายละเอียด

 

 

นายกรัฐมนตรีย้ำอีกว่า การหารือในวันนี้ มีการตกลงเฉพาะเรื่องที่อยู่ใน MOU เท่านั้น โดยสัญญาว่าปีนี้ ก่อนถึงปี 2562 จะทำอย่างไรให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย ซึ่งทางนายแจ็ค หม่า ไม่ได้มุ่งหวังเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว เพราะเขามีเพียงพอแล้ว แต่สิ่งที่อยากให้เขาเข้ามาก็คือการสนับสนุนให้ประเทศไทยและอาเซียน เพราะ ไทย มีนโยบายไทยแลนด์บวกหนึ่ง ซึ่งจะมีประเทศรอบบ้านเข้าไปร่วมด้วย ทำให้เกิดความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไทยถือว่ามีสินค้าการเกษตรจำนวนมาก ก็จะถือว่าเปิดโอกาสให้ดูแลเรื่องข้าว ยาง ปาล์มน้ำมัน ซึ่งเรื่องนี้แจ็ค หม่า รับปากว่าจะช่วย

 

 

ขณะที่การพูดคุยในวันนี้ ส่วนใหญ่เป็นการพูดคุยเพื่อพัฒนาศักยภาพคน เพราะแจ็ค หม่า มีสถาบันที่สอนเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจให้กับคนรุ่นใหม่ในการทำการค้า ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยเอสเอ็มอี การสอนการค้าขายออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ ซึ่งต้องได้ประโยชน์ระหว่างกันและกัน ไม่ใช่ว่าจะได้กำไรเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็นคนละรูปแบบที่เราและนักธุรกิจมองคนละเรื่องกัน

 

“ทางแจ็ค หม่า มุ่งหวังเพียงว่าจะเน้นไปที่ผู้มีรายได้น้อย หรือว่ากลุ่มเกษตรกรให้มากขึ้น เพราะบริษัทใหญ่ๆ เกิดการแข่งขันขึ้นได้อยู่แล้ว ดังนั้น จะต้องช่วยคนที่แข่งขันไม่ได้ เพื่อนำเข้าสู่ตลาดการค้าของอีคอมเมิร์ซ ส่วนเรื่องการลงทุน ผมยังไม่อยากลงรายละเอียดการลงทุนมากนัก เป็นเรื่องของคณะกรรมการที่กำลังดำเนินการพูดคุยกันอยู่ จะมีการไปตั้งศูนย์ในฮับอีอีซี อยากให้ผู้สื่อข่าวไปติดตามที่ศูนย์นั้น” นายกฯกล่าว

 

Photo: สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

The post นายกฯ เผย แจ็ค หม่า มาไทยมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ เน้นยกระดับผู้มีรายได้น้อย รับปากช่วยขายข้าว ยาง ปาล์มน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prayut-said-jack-ma-come-for-support-thai-economic/feed/ 0
แจ็ค หม่า พบนายกฯ รอบที่ 2 เตรียมลงทุนในอีอีซีหมื่นล้านเซ็น MOU 4 ฉบับบ่ายนี้ https://thestandard.co/jack-ma-meet-with-prayuth-2/ https://thestandard.co/jack-ma-meet-with-prayuth-2/#respond Thu, 19 Apr 2018 05:14:25 +0000 https://thestandard.co/?p=84895

ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐมนตรีช่วงเช้าวันนี้เป็นไปอย่ […]

The post แจ็ค หม่า พบนายกฯ รอบที่ 2 เตรียมลงทุนในอีอีซีหมื่นล้านเซ็น MOU 4 ฉบับบ่ายนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐมนตรีช่วงเช้าวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากการให้สัมภาษณ์ของบรรดารัฐมนตรีแล้ว ยังมีกำหนดการใหญ่ที่สื่อหลายสำนักมาเกาะติดรายงานข่าว เนื่องจาก ‘แจ็ค หม่า’ ประธานบริหารบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป จะเดินทางเข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี

 

 

การเดินทางมาเยือนไทยของ ‘แจ็ค หม่า’ ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเข้าพบนายกรัฐมนตรี ซึ่งนอกจากหารือความร่วมมือด้านเศรษฐกิจทั่วไปแล้ว ครั้งนี้จะมีการประกาศแผนการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจหรืออีอีซี และในช่วงบ่ายกลุ่มอาลีบาบา กรุ๊ป จะลงนามเอ็มโอยูกับกระทรวงอุตสาหกรรมถึง 4 ฉบับ ด้วย

 

 

ทันทีที่ แจ็ค หม่า ประธานกรรมการบริหารบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาล ได้เข้ามาทักทายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ อาทิ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาพูดคุยกันประมาณ 10 นาทีก่อนที่จะขึ้นไปเข้าพบนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้า

 

 

โดยคาดว่าจะมีการหารือถึงความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและอาลีบาบา กรุ๊ป ในการประกาศแผนการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี กว่า 11,000 ล้านบาท รวมถึงโครงการความร่วมมือเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลและส่งเสริมบุคลากรไทยในการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถด้านดิจิทัล-อีคอมเมิร์ซ โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจหรือเอ็มโอยูกับกระทรวงอุตสาหกรรม 4 ฉบับ และจะมีการแนะนำการซื้อขายข้าวไทยผ่าน ‘Tmall.com’ โดยมีนายสมคิด และนายแจ็ค หม่า เป็นสักขีพยาน

 

 

ทั้งนี้ อาลีบาบาได้ศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบในระดับภูมิภาค และเห็นว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงที่จะเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซในภูมิภาค จากนโยบายไทยแลนด์  4.0 และโครงการอีอีซีของรัฐบาลที่จะช่วยสร้างความมั่นใจในทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยคาดว่าปี 2561 ไทยจะสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สูงถึง 113,000 ล้านบาท และในปี 2565 อาจเพิ่มเป็น 186,000  ล้านบาท

 

 

The post แจ็ค หม่า พบนายกฯ รอบที่ 2 เตรียมลงทุนในอีอีซีหมื่นล้านเซ็น MOU 4 ฉบับบ่ายนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/jack-ma-meet-with-prayuth-2/feed/ 0