เอเชียนเกมส์ 2026 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เอเชียนเกมส์-2026/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 22 Oct 2026 12:21:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 กกท. เผยกระแสเอเชียนเกมส์ 2026 ทะลุ 530 ล้านวิว หลังทัพไทยจบอันดับ 7 ครองเบอร์ 1 อาเซียน https://thestandard.co/sat-thai-asian-games-2026-summary/ Thu, 22 Oct 2026 12:21:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1271031 ภาพสรุปผลงานทัพนักกีฬาไทยและการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 จาก กกท.

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สรุปภาพรวมการแข่งขันเอเชียน […]

The post กกท. เผยกระแสเอเชียนเกมส์ 2026 ทะลุ 530 ล้านวิว หลังทัพไทยจบอันดับ 7 ครองเบอร์ 1 อาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสรุปผลงานทัพนักกีฬาไทยและการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 จาก กกท.

การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สรุปภาพรวมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ที่เมืองไอจิ-นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น หลังทัพนักกีฬาไทยคว้า 18 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 21 เหรียญทองแดง รวม 52 เหรียญ จบอันดับ 7 ของตารางเหรียญรางวัล และเป็นชาติที่ทำผลงานดีที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน

 

การแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาไทยหลายคนสร้างผลงานสำคัญ โดยเฉพาะ ‘บิว’ ภูริพล บุญสอน ที่คว้า 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน พร้อมทำลาย 4 สถิติการแข่งขัน และได้รับเลือกเป็นนักกีฬายอดเยี่ยมฝ่ายชาย (MVP)

 

ขณะที่ ‘วิว’ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ คว้าเหรียญทองแบดมินตันชายเดี่ยว และ โจชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน สร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองวิ่ง 400 เมตรชาย ด้วยเวลา 44.90 วินาที

 

นอกจากนี้ ยังมีเหรียญทองจาก อรพา เสนาธรรม ในกีฬายูยิตสู และ กาญจุฑา ภัทรบุญซ่อน ในกีฬา MMA รวมถึงความสำเร็จของทีมวอลเลย์บอลชายหาดหญิงและขี่ม้าอีเวนติ้ง ที่กลับมาคว้าเหรียญทองได้อีกครั้งหลังรอคอยมานานถึง 28 ปี

 

ขณะเดียวกัน กกท. เปิดเผยผลการดำเนินแคมเปญ ‘มากกว่ามหกรรมกีฬา ALL IN ASIAN GAMES’ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อกระตุ้นการติดตามและเชียร์นักกีฬาไทย โดยข้อมูลจาก Zocial Eye ของ Wisesight ระบุว่า ตลอดแคมเปญมียอดรับชมและการเข้าถึงเนื้อหากว่า 530 ล้านวิว มีการพูดถึงบนโซเชียลมีเดียกว่า 38,000 ข้อความ และยอดปฏิสัมพันธ์ (Engagement) 31.6 ล้านครั้ง

 

สำหรับกระแสความสนใจบนโซเชียลมีเดีย ชื่อของภูริพลติดอันดับ 5 แฮชแท็กที่ได้รับความสนใจสูงสุดบน X ขณะที่การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้ชมทางโทรทัศน์ โดยเฉพาะเกมทีมชาติไทยพบจีน ซึ่งทำเรตติ้งสูงสุดที่ 5.99

 

ด้านการถ่ายทอดสด กกท. ระบุว่า มีการออกอากาศผ่านโทรทัศน์ดิจิทัล 7 ช่อง และ AIS PLAY ซึ่งถ่ายทอดสดรวมกว่า 2,600 ชั่วโมง มีผู้ชมกว่า 700,000 ราย ขณะที่กิจกรรม ‘20th Asian Games Playground’ ณ สามย่านมิตรทาวน์ มีผู้เข้าร่วมกว่า 30,000 คน

 

โปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความสำเร็จของทัพนักกีฬาไทยและกระแสการติดตามตลอดการแข่งขันสะท้อนถึงแรงสนับสนุนจากแฟนกีฬาทั่วประเทศ พร้อมระบุว่า กกท. จะนำข้อมูลพฤติกรรมผู้ชมและผลตอบรับจากแคมเปญไปใช้พัฒนาการสื่อสารและการเข้าถึงแฟนกีฬารุ่นใหม่ในมหกรรมกีฬาครั้งต่อไป

The post กกท. เผยกระแสเอเชียนเกมส์ 2026 ทะลุ 530 ล้านวิว หลังทัพไทยจบอันดับ 7 ครองเบอร์ 1 อาเซียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
13.49 วินาที’ กับการทวงคืนสถิติโลก เรื่องราวของ ‘ฟิว’ อธิวัฒน์ แพงเหนือ หนึ่งในมนุษย์ที่เร็วที่สุดบนวีลแชร์เรซซิ่ง https://thestandard.co/athiwat-paeng-nuea-asian-paragames-record/ Wed, 21 Oct 2026 04:27:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1270439

13.49 วินาที… คือเวลาที่ ‘ฟิว’ อธิวัฒน์ แพงเหนือ […]

The post 13.49 วินาที’ กับการทวงคืนสถิติโลก เรื่องราวของ ‘ฟิว’ อธิวัฒน์ แพงเหนือ หนึ่งในมนุษย์ที่เร็วที่สุดบนวีลแชร์เรซซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

13.49 วินาที… คือเวลาที่ ‘ฟิว’ อธิวัฒน์ แพงเหนือ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่งทีมชาติไทย ระเบิดความเร็วเข้าเส้นชัยในรายการ 100 เมตรชาย คลาส T54 ศึกเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมผงาดคว้าเหรียญทอง และทวงสถิติโลกกลับมาครอบครองได้อีกครั้ง

 

ความอัศจรรย์คือ ก่อนหน้านี้อธิวัฒน์เคยครอบครองสถิติโลกด้วยเวลา 13.54 วินาที ที่เขาทำไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ก่อนจะถูก มามูโด บัลเด นักปั่นจากโปรตุเกส ทลายสถิติไปด้วยเวลา 13.49 วินาที เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

ทว่าไม่ถึง 3 เดือนให้หลัง… อธิวัฒน์เร่งเครื่องกดเวลาทาบสถิติโลกดังกล่าวได้สำเร็จอีกครั้ง

 

แต่กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมนุษย์ที่เร็วที่สุดบนอานวีลแชร์ เส้นทางของอธิวัฒน์ไม่มีคำว่าง่าย.. เพราะเบื้องหลังความเร็วเพียงไม่กี่วินาที คือหลายปีของการฝึกซ้อม หยาดเหงื่อ ความเหนื่อยล้า และช่วงเวลาที่ต้องอดทนเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง

 

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากเด็กหนุ่มคนหนึ่งในจังหวัดสกลนคร ที่ครั้งหนึ่งอาจไม่เคยคาดคิดว่าชีวิตจะพาเขาไปไกลถึงเวทีการแข่งขันระดับโลก

 

อธิวัฒน์เกิดเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2002 ที่จังหวัดสกลนคร โดยมีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหวของขาทั้งสองข้างจากโรคโปลิโอตั้งแต่เด็ก ก่อนที่โอกาสในการเข้าสู่แคมป์ฝึกซ้อมทีมชาติไทยจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางนักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่ง

 

โดยมี ประวัติ วะโฮรัมย์ ตำนานนักวีลแชร์เรซซิ่งของไทย เป็นบุคคลสำคัญที่เปิดประตูสู่เส้นทางนักกีฬา และหยิบยื่นโอกาสให้เด็กหนุ่มจากสกลนครได้เริ่มต้นไล่ตามความฝันบนสนามแข่งขัน

 

ในตอนแรก ครอบครัวของอธิวัฒน์ยังคงตั้งคำถามว่า เส้นทางสายกีฬาจะสามารถสร้างอนาคตและเลี้ยงชีพได้จริงหรือ? แต่เมื่อได้รับคำแนะนำและมองเห็นเส้นทางที่เป็นไปได้ เขาจึงตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าสู่แคมป์ฝึกซ้อมอย่างเต็มตัว

 

ชีวิตนักกีฬารุ่นน้องเริ่มต้นขึ้นด้วยวินัยอันเข้มงวด ทั้งการดูแลอุปกรณ์ การปรับตัว และการฝึกปั่นวีลแชร์วันละหลายสิบกิโลเมตร ทั้งบนถนนและในสนาม เพื่อเคี่ยวกรำสภาพร่างกายและเทคนิคการขับเคลื่อน ซึ่งอธิวัฒน์เคยยอมรับตรงๆ ว่า มีหลายครั้งที่ความเหนื่อยล้าทำให้เขาแทบอยากถอดใจ

 

แต่ความทรหดเหล่านั้นก็ค่อยๆ หล่อหลอมให้เขากลายเป็นดาวรุ่งที่พุ่งแรงที่สุดในวงการ

 

อธิวัฒน์ได้รับสปอตไลต์ส่องสว่างทั่วโลกในศึกพาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020

 

ตอนนั้นในวัยเพียง 18 ปี เขาสร้างแรงสะเทือนด้วยการคว้าเหรียญทอง วีลแชร์เรซซิ่ง 100 เมตรชาย คลาส T54 ด้วยเวลา 13.76 วินาที พร้อมทำลายสถิติเอเชีย และเป็นการโค่น เลโอ-เปกกา ทาห์ติ ตำนานจากฟินแลนด์ เจ้าของเหรียญทองพาราลิมปิก 4 สมัยซ้อน ผู้ครอบครองบัลลังก์มาตั้งแต่ปี 2004 ลงได้สำเร็จ

 

เขาปิดฉากโตเกียวเกมส์ครั้งนั้นด้วย 1 เหรียญทอง (100 ม.) และ 1 เหรียญเงิน (400 ม.) ก่อนจะต่อยอดความยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าแชมป์โลก 100 เมตร ในปี 2023 และเดินหน้าลุยพาราลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024 อย่างต่อเนื่อง

 

“สิ่งสำคัญคือการฝึกซ้อมอย่างหนัก และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง” คือหัวใจสำคัญที่อธิวัฒน์ยึดถือมาโดยตลอด

 

สำหรับวีลแชร์เรซซิ่งระยะ 100 เมตร… ชัยชนะตัดสินกันที่เสี้ยววินาที ทั้งจังหวะออกตัวจากบล็อก การเร่งความเร็ว และการรักษาจังหวะปั่นจนถึงเส้นชัย

 

หากย้อนดูพัฒนาการของอธิวัฒน์ จะพบสถิติความเร็วที่ลดลงเรื่อยๆ อย่างน่าทึ่ง

 

13.76 วินาที – เหรียญทอง พาราลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020

 

13.54 วินาที – สถิติโลก พฤษภาคม 2026

 

13.49 วินาที – เหรียญทอง เอเชียนพาราเกมส์ 2026 (สถิติโลกร่วม)

 

ตัวเลขเหล่านี้คือหลักฐานชั้นดีว่า แม้จะผ่านการคว้าแชมป์ระดับโลกมาแล้วทุกรายการ แต่อธิวัฒน์ในวัย 24 ปี ยังคงทลายขีดจำกัดของตัวเองได้เรื่อยๆ

 

ด้วยวัยเพียง 24 ปี อธิวัฒน์กวาดมาแล้วทั้งเหรียญทองพาราลิมปิก แชมป์โลก และการเป็นเจ้าของสถิติโลกในคลาส T54

 

เหรียญทองเอเชียนพาราเกมส์ 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ยืนยันความสามารถของเขา โดยเฉพาะการกลับมาทำเวลาเทียบเท่าสถิติโลกที่เคยถูกทำลายไปก่อนหน้านี้

 

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา อธิวัฒน์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แม้จะเคยก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ในรายการใหญ่ที่สุดของโลก

 

แต่เขายังไม่หยุดพัฒนาตัวเอง และยังคงทำเวลาได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลับมาครองสถิติโลกร่วมได้อีกครั้งในวัย 24 ปี

 

และด้วยความมุ่งมั่นและวินัยในการฝึกซ้อมที่เขารักษามาตลอด เชื่อว่าอธิวัฒน์ยังมีโอกาสพัฒนาความเร็วของตัวเองได้อีก และเราอาจได้เห็นเขากลับมาทำลายสถิติโลกอีกครั้งในอนาคต

The post 13.49 วินาที’ กับการทวงคืนสถิติโลก เรื่องราวของ ‘ฟิว’ อธิวัฒน์ แพงเหนือ หนึ่งในมนุษย์ที่เร็วที่สุดบนวีลแชร์เรซซิ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลมอบเงินอัดฉีดทัพเอเชียนเกมส์ 2026 กว่า 236 ล้านบาท โอนตรงถึงบัญชีนักกีฬา https://thestandard.co/asian-games-incentive-money/ Thu, 08 Oct 2026 10:09:32 +0000 https://thestandard.co/asian-games-incentive-money/ ภาพพิธีมอบเงินรางวัลอัดฉีดนักกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 โดยรัฐบาล

วันนี้ (8 ตุลาคม) รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและก […]

The post รัฐบาลมอบเงินอัดฉีดทัพเอเชียนเกมส์ 2026 กว่า 236 ล้านบาท โอนตรงถึงบัญชีนักกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพิธีมอบเงินรางวัลอัดฉีดนักกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 โดยรัฐบาล

วันนี้ (8 ตุลาคม) รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จัดพิธีมอบเงินรางวัลให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬา ที่สร้างผลงานในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ‘ไอจิ-นาโกยา 2026’ ประเทศญี่ปุ่น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 236,600,000 บาท

 

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นที่โรงแรมแกรนด์ โฟร์วิงส์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมี ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานกีฬา สมาคมกีฬา และนักกีฬาทีมชาติไทยเข้าร่วมงาน

 

สำหรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ทัพนักกีฬาไทยทำผลงานคว้ารวม 52 เหรียญ แบ่งเป็น 18 เหรียญทอง 13 เหรียญเงิน และ 21 เหรียญทองแดง จบการแข่งขันในอันดับ 7 ของตารางเหรียญรางวัล และอันดับ 1 ของอาเซียน

 

จากผลงานดังกล่าว กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติอนุมัติเงินรางวัลรวม 236.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินรางวัลสำหรับนักกีฬา 165.5 ล้านบาท ผู้ฝึกสอน 27.05 ล้านบาท และสมาคมกีฬา 44.05 ล้านบาท โดยมีการโอนเงินรางวัลเข้าสู่บัญชีของนักกีฬาโดยตรง

 

เมื่อพิจารณาเงินรางวัลรวมตามชนิดกีฬา สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทยได้รับมากที่สุด 68.8 ล้านบาท จากผลงาน 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน ตามด้วยสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ 27.75 ล้านบาท จาก 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง และสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย 23.25 ล้านบาท จาก 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง

 

ขณะที่สมาคมกีฬาเทคบอลแห่งประเทศไทยได้รับเงินรางวัล 18 ล้านบาท จากผลงาน 3 เหรียญทอง ส่วนสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยได้รับ 14.4 ล้านบาท และสมาคมกีฬาขี่ม้าแห่งประเทศไทยได้รับ 13.5 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ยังมีการมอบเงินรางวัลพิเศษจำนวน 800,000 บาท ให้แก่ ‘เทพบิว’ ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย หลังสร้างผลงานคว้า 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน พร้อมทำลายสถิติการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร และ 200 เมตรชาย เพื่อเชิดชูความสำเร็จและเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬา

 

การมอบเงินรางวัลครั้งนี้ถือเป็นการตอบแทนผลงานของนักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาที่มีส่วนร่วมสร้างความสำเร็จให้ประเทศไทยบนเวทีกีฬาระดับเอเชีย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทยสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติในอนาคต

 

ภาพ: กองประชาสัมพันธ์ กกท. / Facebook

The post รัฐบาลมอบเงินอัดฉีดทัพเอเชียนเกมส์ 2026 กว่า 236 ล้านบาท โอนตรงถึงบัญชีนักกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัปตันทีมเกาหลีใต้ขอโทษ หลังพูด “ผมไม่ต้องไปเป็นทหารแล้ว” ท่ามกลางกระแสทบทวนสิทธิ์เกณฑ์ทหารของนักกีฬา https://thestandard.co/south-korea-captain-military-apology/ Tue, 06 Oct 2026 18:22:11 +0000 https://thestandard.co/south-korea-captain-military-apology/ นักฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ชุดคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ถ่ายภาพหมู่พร้อมเหรียญรางวัล

อี กี-ฮยอก กัปตันทีมฟุตบอลชายเกาหลีใต้ชุดลุยเอเชียนเกมส […]

The post กัปตันทีมเกาหลีใต้ขอโทษ หลังพูด “ผมไม่ต้องไปเป็นทหารแล้ว” ท่ามกลางกระแสทบทวนสิทธิ์เกณฑ์ทหารของนักกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้ชุดคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ถ่ายภาพหมู่พร้อมเหรียญรางวัล

อี กี-ฮยอก กัปตันทีมฟุตบอลชายเกาหลีใต้ชุดลุยเอเชียนเกมส์ ออกมาขอโทษ หลังคำพูดเกี่ยวกับการไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร ภายหลังพาทีมคว้าเหรียญทองฟุตบอลชาย Asian Games 2026 กลายเป็นประเด็นวิจารณ์ในเกาหลีใต้

 

หลังเกาหลีใต้เอาชนะญี่ปุ่น 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ อี กี-ฮยอก ชูเหรียญทองพร้อมกล่าวว่า “ผมไม่ต้องไปเป็นทหารแล้ว” ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาขอโทษในเวลาต่อมา โดยยอมรับว่าควรคิดให้รอบคอบก่อนพูด พร้อมขอโทษผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ทางทหารและแฟนๆ ที่สนับสนุนทีม

 

ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นกับอี กี-ฮยอก เพียงคนเดียว หลังนักเตะเกาหลีใต้บางรายแสดงออกถึงเรื่องสิทธิ์ด้านการรับราชการทหารหลังคว้าเหรียญทอง จนทำให้ข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเหมาะสมและความเท่าเทียมของระบบกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

 

ปัจจุบัน นักกีฬาเกาหลีใต้ที่คว้าเหรียญทอง Asian Games หรือเหรียญใดก็ตามใน Olympic Games มีสิทธิ์เข้าสู่ระบบบริการทางเลือกสำหรับนักกีฬา แทนการรับราชการทหารตามปกติ โดยระบบนี้ถูกใช้มานานกว่า 50 ปี

 

ล่าสุด กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุว่า มีแผนพิจารณาลดจำนวนหรือยกเลิกระบบบริการทางเลือก ซึ่งรวมถึงสิทธิ์สำหรับนักกีฬาและศิลปิน และเตรียมนำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่แผนปฏิรูปกลาโหม ขณะที่นักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างออกมาเรียกร้องให้ทบทวนหลักเกณฑ์เช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศยกเลิกสิทธิ์สำหรับนักกีฬาที่คว้าเหรียญทอง Asian Games อย่างเป็นทางการ และระบบปัจจุบันยังคงมีผลอยู่ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นล่าสุดคือการเปิดทางไปสู่การพิจารณาปรับหรือลดสิทธิ์ดังกล่าวในอนาคต

 

อ้างอิง:

The post กัปตันทีมเกาหลีใต้ขอโทษ หลังพูด “ผมไม่ต้องไปเป็นทหารแล้ว” ท่ามกลางกระแสทบทวนสิทธิ์เกณฑ์ทหารของนักกีฬา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหรียญรางวัลการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 (2 ตุลาคม) https://thestandard.co/asian-games-2026-medal-summary/ Sat, 03 Oct 2026 02:25:20 +0000 https://thestandard.co/asian-games-2026-medal-summary/ ภาพอินโฟกราฟิกสรุปตารางเหรียญรางวัลเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ 2 ตุลาคม

ก่อนเข้าสู่วันสุดท้ายของการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 จีน […]

The post สรุปเหรียญรางวัลการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 (2 ตุลาคม) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปตารางเหรียญรางวัลเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ 2 ตุลาคม

ก่อนเข้าสู่วันสุดท้ายของการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 จีนยังคงครองอันดับ 1 ของตารางเหรียญอย่างแข็งแกร่ง ด้วยผลงาน 162 เหรียญทอง ตามด้วยเจ้าภาพญี่ปุ่น 71 เหรียญทอง และเกาหลีใต้ 33 เหรียญทอง

 

ขณะที่ทัพนักกีฬาไทยเก็บเพิ่มเป็น 15 เหรียญทอง 11 เหรียญเงิน 17 เหรียญทองแดง รวม 43 เหรียญ รั้งอันดับ 7 ของตาราง ก่อนเข้าสู่การแข่งขันวันสุดท้าย

 

THE STANDARD SPORT ชวนเช็กตารางเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 ก่อนถึงวันตัดสิน ว่าแต่ละชาติอยู่ในอันดับใด และทัพไทยจะปิดฉากการแข่งขันครั้งนี้ด้วยอันดับเท่าไร

 

ภาพอินโฟกราฟิกสรุปตารางเหรียญรางวัลเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ 2 ตุลาคม 1

The post สรุปเหรียญรางวัลการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 (2 ตุลาคม) appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 2 ตุลาคม 2026 https://thestandard.co/asian-games-2026-october-2-program/ Fri, 02 Oct 2026 01:37:54 +0000 https://thestandard.co/asian-games-2026-october-2-program/ ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 2 ตุลาคม

🇹🇭 โปรแกรมทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ […]

The post โปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 2 ตุลาคม 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 2 ตุลาคม

🇹🇭 โปรแกรมทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ 2 ตุลาคม

 

เอเชียนเกมส์ 2026 เดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย โดยวันนี้ทัพไทยมีโปรแกรมสำคัญให้ติดตามหลายชนิดกีฬา นำโดย วอลเลย์บอลชายหาด ที่ ‘ไบร์ท’ ธาราวดี นาราพรลภัส และ ‘เบส’ วรพีรชยากร ก้องภพศรุตาวดี ลงสนามรอบชิงเหรียญทอง พบคู่จากจีน

 

ด้าน มวยสากล ณัฐณิชา จงโปร่งกลาง มีคิวขึ้นชกรอบชิงเหรียญทอง รุ่น 54 กิโลกรัมหญิง พบ พัง ชอลมี จากเกาหลีเหนือ ขณะที่ เทควันโด มีนักกีฬาไทยลงสนามหลายรุ่น รวมถึง ศศิกานต์ ทองจันทร์ ที่มีโปรแกรมทั้ง Virtual Taekwondo และรุ่น 67 กิโลกรัมหญิง

 

นอกจากนี้ยังมี กอล์ฟ, เซปักตะกร้อ, ยูยิตสู, จักรยานประเภทลู่, เรือใบ, รักบี้ 7 คน, มวยปล้ำ, ยูโด, แคนูสลาลอม, วอลเลย์บอลชาย, ฮอกกี้, Breaking, โปโลน้ำ, ปีนผา และยิมนาสติกลีลา ที่มีนักกีฬาไทยลงสนามตลอดทั้งวัน

 

📺 ตลอดทัวร์นาเมนต์ รับชมการถ่ายทอดสดผ่านทีวีดิจิทัล 7 ช่อง

 

NBT | T Sports 7 | 9 MCOT HD | ONE 31 | MONOMAX SPORTS TV | ไทยรัฐ TV 32 | PPTV HD 36

 

📱 ออนไลน์ทาง AIS PLAY

 

ถ่ายทอดสดสูงสุด 17 ช่อง พร้อมรับชมไฮไลต์และการแข่งขันย้อนหลัง

 

ติดตามโปรแกรมการแข่งขันและเช็กโปรแกรมได้ที่นี่! 👇

 

ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 2 ตุลาคม 1ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 2 ตุลาคม 2ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 2 ตุลาคม 3ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 2 ตุลาคม 4

The post โปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 2 ตุลาคม 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 1 ตุลาคม 2026 https://thestandard.co/asian-games-2026-october-1-schedule/ Thu, 01 Oct 2026 01:49:45 +0000 https://thestandard.co/asian-games-2026-october-1-schedule/ ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของทัพนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 1 ตุลาคม พร้อมรูปนักกีฬา

🇹🇭 โปรแกรมทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ […]

The post โปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 1 ตุลาคม 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของทัพนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 1 ตุลาคม พร้อมรูปนักกีฬา

🇹🇭 โปรแกรมทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ 1 ตุลาคม

 

เอเชียนเกมส์ 2026 เดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย โดยวันนี้ทัพไทยยังมีหลายชนิดกีฬาให้ติดตาม นำโดย เทนนิส ที่ ‘บูม’ กษิดิศ สำเร็จ ลงสนามชายเดี่ยว รอบ 8 คนสุดท้าย ขณะที่ วอลเลย์บอลชายหาด มีนักกีฬาไทยลงสนามรอบรองชนะเลิศทั้งประเภทชายและหญิง

 

ด้าน วอลเลย์บอลชาย ไทยพบจีนในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วน เซปักตะกร้อ ทีมหญิง 4 คน เริ่มต้นเส้นทางลุ้นเหรียญทองด้วยการพบฟิลิปปินส์ในรอบแบ่งกลุ่ม

 

นอกจากนี้ยังมี กอล์ฟ, แคนูสลาลอม, จักรยานประเภทลู่, ยูโด, ยูยิตสู, เทควันโด, ยิงปืน, เรือใบ, ปีนหน้าผา, รักบี้ 7 คน, ฮอกกี้ และยิมนาสติกลีลา ที่มีนักกีฬาไทยลงสนามตลอดทั้งวัน 🇹🇭

 

📺 ตลอดทัวร์นาเมนต์ รับชมการถ่ายทอดสดผ่านทีวีดิจิทัล 7 ช่อง

 

NBT | T Sports 7 | 9 MCOT HD | ONE 31 | MONOMAX SPORTS TV | ไทยรัฐ TV 32 | PPTV HD 36

 

📱 ออนไลน์ทาง AIS PLAY

 

ถ่ายทอดสดสูงสุด 17 ช่อง พร้อมรับชมไฮไลต์และการแข่งขันย้อนหลัง

 

ติดตามโปรแกรมการแข่งขันและเช็กโปรแกรมได้ที่นี่! 👇

 

ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของทัพนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 1 ตุลาคม พร้อมรูปนักกีฬา 1ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของทัพนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 1 ตุลาคม พร้อมรูปนักกีฬา 2ภาพกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ของทัพนักกีฬาไทย ประจำวันที่ 1 ตุลาคม พร้อมรูปนักกีฬา 3

The post โปรแกรมการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 วันที่ 1 ตุลาคม 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
โค้งสุดท้าย เอเชียนเกมส์ 2026 ทัพนักกีฬาไทยยังมีลุ้นทองจากกีฬาอะไรบ้าง? https://thestandard.co/asian-games-2026-thai-hopes/ Wed, 30 Sep 2026 09:11:28 +0000 https://thestandard.co/asian-games-2026-thai-hopes/ ภาพนักกีฬาไทย 3 คนพร้อมธงชาติไทยเป็นพื้นหลัง

โค้งสุดท้าย เอเชียนเกมส์ 2026 ทัพนักกีฬาไทยยังมีลุ้นทอง […]

The post โค้งสุดท้าย เอเชียนเกมส์ 2026 ทัพนักกีฬาไทยยังมีลุ้นทองจากกีฬาอะไรบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักกีฬาไทย 3 คนพร้อมธงชาติไทยเป็นพื้นหลัง

โค้งสุดท้าย เอเชียนเกมส์ 2026 ทัพนักกีฬาไทยยังมีลุ้นทองจากกีฬาอะไรบ้าง

 

 

เอเชียนเกมส์ 2026 เดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน และทัพนักกีฬาไทยยังมีโปรแกรมให้ลุ้นเหรียญทองต่อเนื่องจนถึงวันสุดท้าย

 

ตลอดช่วงที่ผ่านมา นักกีฬาไทยสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ หลายชนิดกีฬาสามารถคว้าเหรียญทองได้เกินกว่าที่คาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นทีมขี่ม้าอีเวนติงที่คว้าเหรียญทองประเภททีม, “เทพบิว” ภูริพล บุญสอน ที่กวาด 2 เหรียญทองจากกรีฑา รวมถึง “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ที่คว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์ในประเภทชายเดี่ยวแบดมินตัน

 

แต่ภารกิจของทัพไทยยังไม่จบ เพราะในช่วง 3 วันสุดท้ายยังมีอีกหลายชนิดกีฬาที่พร้อมลงสนามลุ้นเหรียญทอง ทั้งเซปักตะกร้อ เทควันโด เทนนิส ยูยิตสู กอล์ฟ มวยสากล เรือใบ รวมถึงกีฬาอื่นๆ ที่ยังมีโปรแกรมสำคัญรออยู่

 

▪เซปักตะกร้อ

 

ทัพตะกร้อไทยยังเหลือโอกาสลุ้นเหรียญทองอีก 1 เหรียญ จากประเภททีม 4 คนหญิง โดยจะเริ่มแข่งขันรอบแรกในวันที่ 30 กันยายน ก่อนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันที่ 3 ตุลาคม

 

หลังจากไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในอีเวนต์ก่อนหน้านี้ ความหวังจึงอยู่ที่ทีม 4 คนหญิง ซึ่งจะลงสนามไล่ล่าเหรียญทองส่งท้ายให้กับทีมตะกร้อไทย

 

▪มวยสากล

 

ทัพกำปั้นไทยเหลือนักกีฬาให้ลุ้นเหรียญทองอีกเพียง 1 รุ่น คือ รุ่น 54 กิโลกรัมหญิง จาก “ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง” ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ หลังเอาชนะนักชกเจ้าภาพมาแบบหวุดหวิดในรอบรองชนะเลิศ

 

รอบชิงชนะเลิศ ณัฐนิชาจะพบกับ PANG Chol Mi นักชกจากเกาหลีเหนือ ในวันที่ 2 ตุลาคม เวลา 15.30 น.

 

▪เทควันโด

 

เทควันโดจะลงแข่งขันระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม โดยสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1 เหรียญทอง

 

หนึ่งในความหวังสำคัญอยู่ที่ “บัลลังก์” ทับทิมแดง ในรุ่น 68 กิโลกรัมชาย เจ้าของแชมป์โลกปี 2025 และแชมป์เอเชียนเกมส์ 2022 ซึ่งจะลงสนามในวันที่ 3 ตุลาคม

 

ทำให้เทควันโดเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่แฟนกีฬาไทยต้องติดตามในช่วงโค้งสุดท้าย

 

▪ยูยิตสู

 

ยูยิตสูเป็นอีกหนึ่งกีฬาต่อสู้ที่ตั้งเป้าคว้า 1 เหรียญทอง โดยนักกีฬาไทยที่น่าจับตามองอยู่ในรุ่น 48 กิโลกรัมหญิง ซึ่งไทยส่ง “เพชรดา แคซี ตัน” และ “มิยู ซูซุกิ” ลงแข่งขัน

 

ส่วนรุ่น 62 กิโลกรัมชาย มี “สุวิจักขณ์ ขุนทอง” และ “ณภัธ มาธุพันธุ์” สองนักกีฬาดีกรีแชมป์โลกเป็นความหวังสำคัญ

 

ทั้งสองรุ่นจะลงแข่งขันในวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งวันที่ทัพไทยมีโอกาสได้ลุ้นเหรียญทองจากกีฬาต่อสู้

 

▪กอล์ฟ

 

กอล์ฟจะลงแข่งขันระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 3 ตุลาคม ตั้งเป้าไว้ 1 เหรียญทอง

 

ความหวังสำคัญอยู่ที่ประเภทบุคคลหญิงจาก “โปรเปียโน” อาภิชญา ยุบล แชมป์เก่าจากเอเชียนเกมส์ 2022 ซึ่งจะกลับมาป้องกันแชมป์อีกครั้ง

 

นอกจากประเภทบุคคลแล้ว ทีมกอล์ฟหญิงไทยยังมีโอกาสลุ้นเหรียญจากประเภททีมด้วย โดยต้องติดตามผลงานของนักกอล์ฟไทยทั้ง 3 คนว่าจะทำผลงานได้ดีขนาดไหน

 

กอล์ฟแข่งขันระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 3 ตุลาคม โดยตั้งเป้าไว้ที่ 1 เหรียญทอง

 

ความหวังสูงสุดของกอล์ฟไทยอยู่ที่ประเภทบุคคลหญิงจาก “โปรเปียโน” อาภิชญา ยุบล แชมป์เก่าจากเอเชียนเกมส์ 2022 ที่กลับมาลงสนามเพื่อป้องกันแชมป์อีกครั้ง

 

นอกจากประเภทบุคคลแล้ว ทีมกอล์ฟหญิงไทยยังมีโอกาสลุ้นเหรียญรางวัลจากการแข่งขันประเภททีม โดยต้องติดตามผลงานของ 3 นักกอล์ฟสาวไทยตลอดการแข่งขันว่าจะสามารถเก็บคะแนนและขยับอันดับขึ้นมาได้มากน้อยแค่ไหน

 

▪เรือใบ

 

เรือใบเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ตั้งเป้าไว้ที่ 1 เหรียญทอง โดยความหวังอยู่ที่ประเภท Mixed Dinghy จาก “นาวี ธรรมสุนทร” และ “นิชาภา ไหวไว”

 

หลังผ่านการแข่งขันมาแล้ว 5 จากทั้งหมด 10 เรซ คู่ของไทยทำผลงานได้ดี รั้งอันดับ 2 ของตารางคะแนน และยังอยู่ในเส้นทางลุ้นเหรียญทอง

 

ก่อนการแข่งขันจะได้บทสรุปในวันที่ 2 ตุลาคม การแข่งขันตัดสินจากคะแนนสะสม โดยทีมที่มีคะแนนเสียน้อยที่สุดหลังจบครบทั้ง 10 เรซ จะคว้าเหรียญทองไปครอง

 

ยังมีลุ้นอีกหลายกีฬา

 

นอกจากกลุ่มกีฬาที่มีโอกาสลุ้นเหรียญทองโดยตรงแล้ว ทัพนักกีฬาไทยยังมีโปรแกรมสำคัญในอีกหลายชนิดกีฬา

 

เทนนิสไทยยังมี ‘บูม’ กษิดิศ สำเร็จ ให้ตามลุ้นในประเภทชายเดี่ยว หลังผ่านเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย โดยยังอยู่บนเส้นทางลุ้นเหรียญในช่วงโค้งสุดท้ายของเอเชียนเกมส์ 2026

 

จักรยานประเภทคีริน “จาย” อังค์สุธาสาวิทย์ อดีตแชมป์เอเชียนเกมส์ 2018 เตรียมลงสนามอีกครั้ง

 

ด้านรักบี้ 7 คนทีมหญิง ทีมสาวไทยก็ยังมีโปรแกรมการแข่งขัน โดยปัจจุบันทีมไทยอยู่ในกลุ่มทีมระดับ 3 ของทวีปเอเชีย และพร้อมลงสนามเก็บเกี่ยวประสบการณ์บนเวทีเอเชียนเกมส์

 

จากนี้เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก่อนเอเชียนเกมส์ 2026 จะปิดฉากลงในวันที่ 4 ตุลาคม

 

และแม้การแข่งขันจะเดินทางมาถึงช่วงสุดท้าย แต่ภารกิจของทัพนักกีฬาไทยยังไม่จบ

 

อีกหลายเหรียญยังรอการตัดสิน อีกหลายสนามยังมีเรื่องราวให้ติดตาม

 

แฟนกีฬาชาวไทยเตรียมส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทย ลุ้นเหรียญรางวัลกันต่อเนื่องจนถึงวันสุดท้ายของมหกรรมกีฬาแห่งเอเชียครั้งนี้

The post โค้งสุดท้าย เอเชียนเกมส์ 2026 ทัพนักกีฬาไทยยังมีลุ้นทองจากกีฬาอะไรบ้าง? appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิมล มองทัพไทยยังมีลุ้นหลายเหรียญทอง พร้อมแจงเหตุประท้วงผลัด 4×100 เมตรชาย https://thestandard.co/pimol-srivikorn-asian-games-2026/ Tue, 29 Sep 2026 05:24:03 +0000 https://thestandard.co/pimol-srivikorn-asian-games-2026/ พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กำลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลงานนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์

วันนี้ (29 กันยายน) พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิ […]

The post พิมล มองทัพไทยยังมีลุ้นหลายเหรียญทอง พร้อมแจงเหตุประท้วงผลัด 4×100 เมตรชาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กำลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผลงานนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์

วันนี้ (29 กันยายน) พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ กล่าวถึงภาพรวมผลงานของทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 หลังการแข่งขันผ่านครึ่งทาง โดยมองว่ายังมีโอกาสทำผลงานไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ หลังปัจจุบันไทยเก็บได้ 10 เหรียญทอง 8 เหรียญเงิน และ 12 เหรียญทองแดง

 

โดยพิมลยังกล่าวถึงเหตุการณ์หลังการแข่งขันกรีฑา ผลัด 4×100 เมตรชาย รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งมีการประท้วงผลการแข่งขันเกิดขึ้น โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นมาจากทีมญี่ปุ่นที่ยื่นประท้วงทีมจีน จากจังหวะการรับ-ส่งไม้ที่มองว่าอาจมีการล้ำหรือคร่อมเส้น

 

จากนั้นฝั่งไทยได้ยื่นประท้วงด้วยเช่นกัน แต่ไม่เป็นผล เนื่องจากยื่นเรื่องหลังพ้นกรอบเวลา 30 นาที ก่อนที่สุดท้ายผลการแข่งขันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 

“เท่าที่ได้รับรายงานมา ทีมญี่ปุ่นเข้าไปประท้วงทีมจีน เหมือนกับว่าตอนรับไม้มีล้ำเส้น คร่อมเส้นอะไรแบบนี้ ส่วนของไทยเราก็เลยไปประท้วงด้วย แต่มันไม่เป็นผล เพราะตอนเราไปประท้วงมันเลย 30 นาทีไปแล้ว แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้แก้ผล ทำให้ผลแข่งยังคงเป็นเหมือนเดิม” พิมลกล่าว

 

ส่วนโอกาสของทัพไทยในช่วงที่เหลือ พิมลเชื่อว่ายังมีเหรียญทองให้ลุ้นอีกหลายชนิดกีฬา โดยเฉพาะเซปักตะกร้อ, เทควันโด, ยูยิตสู, แบดมินตัน และมวยสากล รวมถึงรายการอื่นๆ ที่ยังเหลือการแข่งขันที่มองว่าเราสามารถจะไปถึงเป้าได้

 

The post พิมล มองทัพไทยยังมีลุ้นหลายเหรียญทอง พร้อมแจงเหตุประท้วงผลัด 4×100 เมตรชาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.กีฬา ชื่นชมทัพไทยใกล้เป้า 15 ทอง พร้อมหาแนวทางช่วยนักกีฬา ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม https://thestandard.co/sport-minister-thai-team-flood-aid/ Tue, 29 Sep 2026 05:00:23 +0000 https://thestandard.co/sport-minister-thai-team-flood-aid/ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวเกี่ยวกับผลงานนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเ […]

The post รมว.กีฬา ชื่นชมทัพไทยใกล้เป้า 15 ทอง พร้อมหาแนวทางช่วยนักกีฬา ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวเกี่ยวกับผลงานนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงผลงานของทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026 หลังเก็บได้แล้ว 10 เหรียญทอง และขยับเข้าใกล้เป้าหมาย 15 เหรียญทองที่วางไว้

 

สุรศักดิ์กล่าวขอบคุณนักกีฬาทีมชาติไทยทุกคนที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยมองว่าในช่วงที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม ผลงานของนักกีฬาเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยสร้างความสุขและกำลังใจให้กับคนไทย

 

พร้อมยืนยันว่า เงินรางวัลสำหรับนักกีฬาที่คว้าเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง จะดำเนินการจ่าย ภายใน 7 วันหลังจบการแข่งขันเอเชียนเกมส์

 

ขณะเดียวกัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังหารือกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ถึงแนวทางช่วยเหลือนักกีฬาทีมชาติที่ครอบครัวหรือที่อยู่อาศัยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยจะประสานไปยังสมาคมกีฬาแต่ละแห่งเพื่อสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบ ก่อนส่งข้อมูลมายัง กกท. เพื่อพิจารณาความช่วยเหลือเพิ่มเติม

 

สุรศักดิ์ระบุว่า นักกีฬาเหล่านี้กำลังทำหน้าที่และเสียสละเพื่อประเทศ จึงต้องการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติมควบคู่ไปกับการสนับสนุนผลงานในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้

The post รมว.กีฬา ชื่นชมทัพไทยใกล้เป้า 15 ทอง พร้อมหาแนวทางช่วยนักกีฬา ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุเบญรัตน์ อินแสง 12 ปีที่ไม่ยอมแพ้ต่อกำแพงเอเชียนเกมส์ วันที่ความพยายามได้รับการตอบแทนด้วยความสำเร็จ https://thestandard.co/ref/ Tue, 29 Sep 2026 03:34:23 +0000 https://thestandard.co/ref/ สุเบญรัตน์ อินแสง นักกีฬาขว้างจักรหญิงทีมชาติไทย

ในอาเซียน สุเบญรัตน์ อินแสง นักกีฬาขว้างจักรหญิงทีมชาติ […]

The post สุเบญรัตน์ อินแสง 12 ปีที่ไม่ยอมแพ้ต่อกำแพงเอเชียนเกมส์ วันที่ความพยายามได้รับการตอบแทนด้วยความสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุเบญรัตน์ อินแสง นักกีฬาขว้างจักรหญิงทีมชาติไทย

ในอาเซียน สุเบญรัตน์ อินแสง นักกีฬาขว้างจักรหญิงทีมชาติไทย คือเจ้าของความสำเร็จที่ยากจะหาใครเทียบได้ ด้วยการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้ถึง 8 สมัยติดต่อกัน แต่เมื่อก้าวขึ้นสู่เวทีเอเชียนเกมส์ มหกรรมกีฬาที่รวบรวมนักกีฬาชั้นนำของทวีปเอเชียเอาไว้ เธอกลับต้องเผชิญกับกำแพงที่ก้าวข้ามไม่ได้เสียที

 

เอเชียนเกมส์ 3 ครั้งที่ผ่านมา ในปี 2014, 2018 และ 2022 สุเบญรัตน์จบการแข่งขันในอันดับที่ 4 ทั้ง 3 ครั้ง

 

อันดับ 4 อาจเป็นเพียงตัวเลขในตารางผลการแข่งขัน แต่สำหรับนักกีฬาที่ทุ่มเทฝึกซ้อมมาอย่างหนัก มันคือความผิดหวังที่ต้องแบกรับ และเป็นคำถามที่ต้องกลับไปหาคำตอบอีกครั้งว่า เธอจะก้าวไปได้ไกลกว่านี้หรือไม่

 

ถึงอย่างนั้น สุเบญรัตน์ไม่เคยละทิ้งเป้าหมายของตัวเอง ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา เธอยังคงกลับมาลงแข่งขัน พร้อมความฝันเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือการคว้าเหรียญรางวัลเอเชียนเกมส์ให้ได้สักครั้ง

 

กระทั่งเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ความพยายามของเธอก็พาไปถึงจุดหมาย เมื่อสุเบญรัตน์คว้าเหรียญทองแดงมาครองได้สำเร็จ พร้อมก้าวข้ามอันดับ 4 ที่เคยเป็นกำแพงขวางทางมาตลอด

 

สุเบญรัตน์ อินแสง เปิดใจหลังทำความฝันสำเร็จว่า “ค่อนข้างพอใจกับสถิติ เพราะฝนตกตลอดการแข่งขัน ก่อนจะลงสนามก็พยายามคิดว่า เราก็เจอฝน คู่แข่งก็เจอเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ลุยให้เต็มที่”

 

เบื้องหลังเหรียญทองแดงครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงการเตรียมตัวและการต่อสู้กับคู่แข่ง แต่ยังมีการต่อสู้กับความผิดหวังที่สะสมมาตลอดหลายปี

 

“เป็นเหรียญที่รอคอยมา 12 ปี ตั้งแต่เอเชียนเกมส์ 2014 ที่อินชอน จนถึงตอนนี้ เป้าหมายหนูก็ยังเหมือนเดิม คือคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งมาให้ได้ และวันนี้ก็ทำสำเร็จแล้วค่ะ”

 

เมื่อถูกถามถึงน้ำตาที่ไหลออกมาหลังการแข่งขัน สุเบญรัตน์อธิบายความรู้สึกนั้นด้วยประโยคที่บอกเล่าเรื่องราวตลอด 12 ปีได้เป็นอย่างดี

 

“มันตื้นตัน เพราะว่าตัวเองต้องแลกอะไรหลาย ๆ อย่างมาก กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ และสิ่งที่ทุ่มเททำมาตลอด วันนี้ก็ออกผลแล้วค่ะ”

 

เหรียญทองแดงจึงมีความหมายมากกว่าการขึ้นโพเดียม มันคือคำตอบของความพยายามที่เธอทุ่มเทลงไป เป็นรางวัลของการเดินทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรค และเป็นหลักฐานว่า แม้เส้นทางจะยาวนานกว่าที่คิด เธอก็ยังไม่หยุดเดิน

 

ส่วนเป้าหมายหลังจากนี้ เธอยังมีภารกิจรออยู่ตลอดปี 2027 ทั้งการทำผลงานเพื่อผ่านเกณฑ์คัดเลือกชิงแชมป์โลก, ศึกชิงแชมป์เอเชีย และซีเกมส์ที่เธอตั้งใจจะลงแข่งขันเป็นสมัยที่ 9

 

นั่นหมายความว่า แม้จะปลดล็อกเป้าหมายที่รอคอยมานานได้แล้ว แต่เส้นทางของสุเบญรัตน์ยังไม่สิ้นสุดลง

 

เรื่องราวของเธอทำให้เราเห็นว่า บางครั้งความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าใครไปถึงเส้นชัยได้เร็วที่สุด แต่อยู่ที่ว่าใครยังพร้อมจะเดินต่อ หลังจากต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ในชีวิตจริง เราทุกคนต่างมีเอเชียนเกมส์เป็นของตัวเอง อาจเป็นการสอบที่พลาดซ้ำ ๆ การสมัครงานที่ไม่ได้รับเลือก ธุรกิจที่ยังไม่เป็นไปตามหวัง หรือเป้าหมายบางอย่างที่ดูเหมือนจะอยู่ไกลเกินเอื้อม

 

เราอาจไม่ได้รับรางวัลทุกครั้งที่พยายาม และไม่มีใครรับประกันได้ว่าการเดินหน้าต่อจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการเสมอไป แต่สิ่งที่เราทำได้คือเรียนรู้จากความผิดหวัง ปรับเปลี่ยนวิธีการ ให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นใหม่ และไม่รีบด่วนตัดสินว่าตัวเองไปไม่ถึง เพียงเพราะวันนี้ยังไปไม่ถึง

 

เพราะบางที อันดับ 4 ในวันนี้อาจไม่ใช่บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด แต่อาจเป็นเพียงอีกหน้าหนึ่งของการเดินทางที่ยังเขียนต่อได้

 

และเมื่อถึงวันที่ความสำเร็จมาถึง เราอาจเข้าใจว่าทำไมตัวเองจึงต้องผ่านวันยากๆ เหล่านั้นมา แม้ไม่ใช่เพราะทุกความพยายามจะให้ผลตอบแทนเสมอไป แต่เพราะการไม่ยอมแพ้เปิดโอกาสให้เราได้พบกับวันที่สิ่งที่เฝ้ารอเกิดขึ้นจริง

 

เช่นเดียวกับสุเบญรัตน์ อินแสง ที่ใช้เวลา 12 ปีเปลี่ยนกำแพงอันดับ 4 ให้กลายเป็นเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ และพิสูจน์ให้เห็นว่า ความสำเร็จที่มาช้า ไม่ได้แปลว่าความพยายามที่ผ่านมาไร้ความหมาย

 

บางครั้ง สิ่งสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การไปถึงเป้าหมายให้เร็วกว่าใคร แต่คือการไม่ปล่อยให้ความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า และพรากโอกาสที่เราจะไปถึงเป้าหมายนั้นไปจากตัวเอง

The post สุเบญรัตน์ อินแสง 12 ปีที่ไม่ยอมแพ้ต่อกำแพงเอเชียนเกมส์ วันที่ความพยายามได้รับการตอบแทนด้วยความสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกสมาคมกรีฑาฯ เตรียมให้ผู้จัดการทีมชี้แจงกรณีไม่มีธงไทยให้ จอชชัว หลังจบการแข่งขัน https://thestandard.co/athletics-joshua-flag-clarification/ Mon, 28 Sep 2026 01:46:17 +0000 https://thestandard.co/athletics-joshua-flag-clarification/ จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน นักกรีฑาทีมชาติไทยระหว่างการแข่งขันกรีฑาในเอเชียนเกมส์

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไ […]

The post นายกสมาคมกรีฑาฯ เตรียมให้ผู้จัดการทีมชี้แจงกรณีไม่มีธงไทยให้ จอชชัว หลังจบการแข่งขัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน นักกรีฑาทีมชาติไทยระหว่างการแข่งขันกรีฑาในเอเชียนเกมส์

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา นายกสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณี จอชชัว โรเบิร์ต แอทคินสัน นักกรีฑาทีมชาติไทย แสดงความผิดหวังที่ไม่มีธงชาติไทยเตรียมไว้ให้หลังจบการแข่งขัน โดยระบุว่าได้รับทราบเรื่องดังกล่าวจากกระแสบนโซเชียลมีเดีย และจะให้ผู้จัดการทีมออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า สมาคมได้มอบหมายให้ พลตรี นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ซึ่งทำหน้าที่ผู้จัดการทีมในการแข่งขันครั้งนี้ เป็นผู้ตรวจสอบและชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากขณะนี้ตนเองยังไม่ได้พูดคุยกับผู้จัดการทีมโดยตรง และได้รับข้อมูลจากทีมผู้ฝึกสอนเป็นหลัก

 

สำหรับสาเหตุที่ไม่มีธงชาติไทยส่งถึง แอทคินสัน หลังจบการแข่งขัน นายกสมาคมกรีฑาฯ ระบุว่า ยังไม่ต้องการสรุปจนกว่าจะได้รับข้อมูลครบถ้วน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านการเข้าถึงพื้นที่ภายในสนามแข่งขัน ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่และควบคุมการเข้าออกอย่างเข้มงวด

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นผมก็รับทราบตามโซเชียล เดี๋ยวรอดูว่าผู้จัดการทีมจะชี้แจงอย่างไร เพราะข้อจำกัดและกฎระเบียบที่นี่ค่อนข้างเข้ม การเดินจากเซกชันหนึ่งไปอีกเซกชันหนึ่งอาจมีข้อจำกัด เราพยายามเข้าไปแล้ว บางพื้นที่แม้แต่ผมเองก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า”

 

เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกของ แอทคินสัน และความเป็นไปได้ที่สมาคมจะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกับนักกีฬา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกไม่พอใจนักกีฬา และพร้อมรับฟังรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

“ผมไม่มีโอกาสไปโกรธนักกีฬาอยู่แล้ว ผมมีแต่ให้โอกาสทุกคน สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย สร้างชื่อเสียงให้สมาคม และสุดท้ายคือสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง”

 

นายกสมาคมกรีฑาฯ ยังยืนยันว่า ที่ผ่านมาสมาคมให้การสนับสนุน แอทคินสัน รวมถึงนักกีฬาทีมชาติไทยคนอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการเตรียมตัวและค่าใช้จ่ายบางส่วนสำหรับการเดินทางไปฝึกซ้อมหรือแข่งขันในต่างประเทศ พร้อมระบุว่าจะรอให้ผู้จัดการทีมชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ต่อสังคมอีกครั้ง

 

ภาพ: กองประชาสัมพันธ์ กกท.

The post นายกสมาคมกรีฑาฯ เตรียมให้ผู้จัดการทีมชี้แจงกรณีไม่มีธงไทยให้ จอชชัว หลังจบการแข่งขัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูริพล บุญสอน ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 เอเชีย ถึงเวลาเดินทางไกล มุ่งหน้าสู่ระดับโลก https://thestandard.co/puripol-boonsorn-world-class-athletics/ Sun, 27 Sep 2026 13:35:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1260466 ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทยกำลังวิ่งในการแข่งขัน

“ปลดล็อกทุกอย่างแล้วครับ ผมก็ทำตามที่ผมบอกไว้เรียบร้อยแ […]

The post ภูริพล บุญสอน ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 เอเชีย ถึงเวลาเดินทางไกล มุ่งหน้าสู่ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทยกำลังวิ่งในการแข่งขัน

“ปลดล็อกทุกอย่างแล้วครับ ผมก็ทำตามที่ผมบอกไว้เรียบร้อยแล้ว ก็รู้สึกดีที่คว้ามาได้ 2 เหรียญทอง ทำลายสถิติได้ แล้วก็ได้สถิติเอเชียด้วย ดีใจที่ได้เป็นคนไทยได้ยืนบนโพเดียมเหรียญทอง”

 

นี่คือความรู้สึกของ ‘เทพบิว’ ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย หลังคว้าเหรียญทองวิ่ง 200 เมตร ในเอเชียนเกมส์ 2026 และเป็นเหรียญทองที่ 2 ของตัวเอง ทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน

 

นี่คือค่ำคืนที่น่าจดจำของภูริพลอย่างแท้จริงนะครับ

 

19.88 วินาที คือเวลาที่พาเขาไปถึงเหรียญทอง 200 เมตร และทำให้ชื่อของภูริพลถูกพูดถึงในอีกระดับ

 

เพราะการลงแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อคว้าแชมป์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการวิ่งเพื่อตอกย้ำให้คนทั้งทวีปเอเชียเห็นว่า เวลานี้เขาคือนักวิ่งระยะสั้นที่ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของเอเชียอย่างเต็มตัวแล้วนะ

 

เอเชียนเกมส์ครั้งนี้ ภูริพลสร้างสถิติเอเชียนเกมส์ใหม่ถึง 4 ครั้ง และในระยะ 200 เมตร เวลาของเขา 19.88 วินาที เทียบเท่าสถิติเอเชียที่ เสี่ย เจิ้นเหย่ นักวิ่งระดับตำนานของจีนทำไว้ 19.88 วินาที เมื่อปี 2019

 

หากย้อนดูผลงานของภูริพลในปี 2026 จะยิ่งเห็นภาพชัดขึ้นว่า เขากำลังขยับเข้าใกล้ระดับโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ในระยะ 100 เมตร ภูริพลทำสถิติ 9.90 วินาที ซึ่งอยู่ในอันดับ 14 ของโลกในปีนี้ และเป็นเวลาที่ดีที่สุดในบรรดานักวิ่งเอเชีย

 

ส่วนระยะ 200 เมตร เขาทำเวลา 19.88 วินาที อยู่อันดับ 11 ของโลกในปี 2026 ขยับเข้ามาอยู่ในวงโคจรเดียวกับกลุ่มนักวิ่งระดับโลกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อันเดร เด กราสเซ่ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2020 (19.84 วินาที) หรือ โนอาห์ ไลลส์ แชมป์โลกปี 2025 (19.91 วินาที)

 

การยกตัวเลขเหล่านี้มาเทียบ ไม่ได้หมายความว่าภูริพลเหนือกว่านักวิ่งเหล่านั้น อย่างที่เคยบอกไป แต่ละการแข่งขันมีเงื่อนไขและบริบทที่แตกต่างกัน

 

แต่สิ่งที่ตัวเลขกำลังบอกเราคือ วันนี้ภูริพลไม่ได้อยู่ไกลจากวงกลมของนักวิ่งระดับโลกอีกต่อไป

 

และผลงานในเอเชียนเกมส์ 2026 ยิ่งตอกย้ำภาพนั้น

 

100 เมตร เขาคว้าเหรียญทองด้วยเวลาทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 0.14 วินาที

 

200 เมตร ช่องว่างยิ่งกว้างขึ้นเป็น 0.57 วินาที

 

ตัวเลขอาจดูเป็นเพียงส่วนต่างของเวลา แต่สำหรับการแข่งขันระยะสั้นที่วัดกันด้วยเสี้ยววินาที นี่คือช่องว่างที่ชัดเจน และหากใครได้ชมการแข่งขัน จะเห็นภาพนั้นชัดเจนยิ่งกว่า เมื่อภูริพลเข้าเส้นชัยเดี่ยว ๆ แบบทิ้งคู่แข่งไว้ด้านหลัง

 

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อนำสถิติของภูริพลไปเทียบกับการแข่งขันระดับเมเจอร์ 2 รายการล่าสุดอย่างโอลิมปิก 2024 และชิงแชมป์โลก 2025 เวลาที่เขาทำได้ในปีนี้ดีพอที่จะได้ลงแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของทั้งสองรายการได้เลย

 

แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า หากนำเวลา 19.88 วินาที หรือ 9.90 วินาที ไปลงแข่งขันในรายการใดรายการหนึ่งแล้ว ภูริพลจะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศได้อย่างแน่นอน

 

เพราะการแข่งขันจริงมีทั้งจังหวะของแต่ละวัน สภาพร่างกาย ลม การจับสลากฮีต และปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง

 

แต่ตัวเลขกำลังสะท้อนภาพสำคัญอีกอย่างหนึ่ง

 

ภาพของนักวิ่งไทยคนหนึ่งที่กำลังขยับเข้าไปวิ่งอยู่ในพวกเดียวกับยอดฝีมือของโลก

 

โนอาห์ ไลลส์, ออบลิก เซวิลล์, เอ็มมานูเอล เอเซเม, เคนเนธ เบดนาเร็ก และ เลตซิเล เทโบโก ชื่อเหล่านี้คือนักวิ่งที่เราพูดถึงในฐานะ ‘ระดับโลก’ ขณะที่ ภูริพล บุญสอน คือดาวรุ่งจากประเทศไทย

 

แต่วันนี้ เมื่อมองจากตัวเลขสถิติ ภูริพลกำลังพาตัวเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มเดียวกันมากขึ้นเรื่อยๆ

 

แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้เวลาของเขาลดลงอย่างต่อเนื่อง?

 

ภูริพลตอบคำถามนี้หลังคว้าเหรียญทอง 200 เมตรว่า ปัจจัยสำคัญคือการฝึกซ้อม รวมถึงการเตรียมสภาพจิตใจให้พร้อมรับมือกับการแข่งขัน

 

“ผมมองว่าอยู่ที่การฝึกซ้อมเลยครับ แล้วก็เรื่องของหัวใจตัวเองด้วย ว่าเราพร้อมสู้ขนาดไหน เราอาจจะตื่นเต้นได้ แต่เราต้องควบคุมตัวเองให้ได้ การแข่งขันครั้งนี้เราจะวิ่งออกมาเป็นยังไง เราต้องคิดภาพตามได้”

 

นั่นแหละครับ เมื่อ Process ในการพัฒนามันถูกต้อง ถูกทาง เห็นผลลัพธ์ คนทำงานมันก็มีกำลังใจกลับไปฝึกซ้อมเพิ่มเติม และเชื่อมั่นว่าตัวเลขที่เคยเป็นกำแพงต่างๆ จะสามารถถูกทำลายลงได้อีกครั้ง

 

ดังนั้นแนวโน้มและทิศทางในตอนนี้ กับเป้าหมายหลังจากเอเชียนเกมส์คือชิงแชมป์โลก 2027 มารอดูกันเถอะว่า ณ วันนั้น เขาจะสร้างปรากฏการณ์อะไรขึ้นมาให้โลกจำอีกบ้าง

 

.

The post ภูริพล บุญสอน ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 เอเชีย ถึงเวลาเดินทางไกล มุ่งหน้าสู่ระดับโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
บัลลังก์ 28 ปี ที่ถึงเวลาต้องก้าวลงของตะกร้อทีมชุดชายไทย https://thestandard.co/thai-sepaktakraw-lose-asian-games/ Fri, 25 Sep 2026 10:41:02 +0000 https://thestandard.co/thai-sepaktakraw-lose-asian-games/ นักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทยระหว่างการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

สัญญาณจบการแข่งขันที่ นาโกยา ซิตี มิซูโฮะ ปาร์ก ยิมเนเซ […]

The post บัลลังก์ 28 ปี ที่ถึงเวลาต้องก้าวลงของตะกร้อทีมชุดชายไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทยระหว่างการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026

สัญญาณจบการแข่งขันที่ นาโกยา ซิตี มิซูโฮะ ปาร์ก ยิมเนเซียม ไม่ได้หมายถึงเพียงความพ่ายแพ้ 0-2 ทีมของเซปักตะกร้อชายไทยต่อมาเลเซีย แต่มันปิดฉากช่วงเวลายาวนานถึง 28 ปี ที่ไทยไม่เคยเสียเหรียญทองประเภททีมชุดชายในเอเชียนเกมส์

 

 

นับจากครั้งสุดท้ายที่พลาดแชมป์ในปี 1990 ผ่านปี 1994 ที่ไม่มีการแข่งขันประเภททีมชุด ก่อนมาคว้าแชมป์ได้ในปี 1998 ไทยก็ก้าวขึ้นครองเหรียญทองรายการนี้ 7 สมัยติดต่อกัน จนการเป็นแชมป์แทบกลายเป็นสิ่งที่ถูกคาดหวังโดยอัตโนมัติ

 

แต่วันนี้ ความคุ้นเคยนั้นสิ้นสุดลงแล้ว และบางที สิ่งที่สำคัญกว่าการถามว่า “ไทยแพ้ได้อย่างไร” คือการยอมรับว่า วันที่มาเลเซียสามารถเอาชนะไทยได้ ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายอีกต่อไป

 

จาก 1990 ถึง 2026 วันที่มาเลเซียรอคอยนาน 36 ปี

 

หากมองเฉพาะแค่คะแนนบนสกอร์บอร์ด ไทยแพ้ทีม A 1-2 เซต 9-15, 15-5, 11-15 ก่อนทีม B แพ้อีก 0-2 เซต 13-15, 10-15

 

แต่ผลการแข่งขันนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว เพราะเพียงไม่ถึงหนึ่งปีก่อน มาเลเซียเพิ่งเอาชนะไทยในรอบชิงชนะเลิศทีมชุดชายของซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทย

 

หมายความว่า ในมหกรรมกีฬาสำคัญสองครั้งติดต่อกัน ทีมที่เคยเป็นเบอร์หนึ่งอย่างแทบไร้ข้อกังขาแพ้คู่แข่งรายเดิมในรอบชิงชนะเลิศทั้งสองครั้ง

 

ก่อนหน้าครั้งสุดท้ายที่มาเลเซียคว้าเหรียญทองทีมชุดชายเอเชียนเกมส์ ต้องย้อนกลับไปเอเชียนเกมส์ ปักกิ่ง 1990 เมื่อพวกเขาเอาชนะไทยในรอบชิงชนะเลิศ

 

จากนั้นสมดุลอำนาจของตะกร้อเอเชียค่อยๆ เทมาทางประเทศไทย มาเลเซียต้องรอนานถึง 36 ปี ก่อนกลับมาคว้าเหรียญทองรายการนี้อีกครั้งที่นาโกย่า

 

ในมุมของไทย อาจเป็นการสิ้นสุดช่วงเวลา 28 ปีโดยไม่มีการเสียแชมป์ แต่ในมุมมาเลเซีย ชัยชนะที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ของการไล่ตามทีมที่เป็นบรรทัดฐานของกีฬาชนิดนี้มาอย่างยาวนาน และวันนี้ ผู้ไล่ตามได้วิ่งแซงหน้าไปแล้ว

 

ปัญหาที่อันตรายที่สุดอาจเป็นความเคยชินกับชัยชนะ

 

ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น ตะกร้อไทยรู้ดีว่ามาเลเซียไม่ได้อยู่ห่างออกไปเหมือนในอดีต เพราะการแข่งขันชิงแชมป์โลกก่อนหน้านี้มีเกมที่ไทยกับมาเลเซียต่อสู้กันถึงช่วง 14-13 ก่อนเกิดข้อพิพาทเรื่องการเหยียบเส้น การชาลเลนจ์ และคำตัดสิน จนนำไปสู่การยุติการแข่งขันของไทย ขณะที่ซีเกมส์ 2025 ไทยก็เสียแชมป์ทีมชุดให้คู่แข่งรายเดิม

 

จริงอยู่ที่คิงส์คัพในเดือนสิงหาคม ไทยกลับมาเอาชนะมาเลเซีย 2-0 ทีม และคว้าแชมป์ แต่ชัยชนะครั้งนั้นไม่ได้ลบข้อเท็จจริงสำคัญออกไป อย่างการที่มาเลเซีย ไม่ได้ส่งชุดที่ดีที่สุด และระยะห่างระหว่างสองประเทศแคบลงจนหนึ่งวันสามารถเปลี่ยนว่าใครเป็นแชมป์ได้แล้ว

 

ตลอดหลายสิบปี ไทยไม่ได้เป็นเพียงทีมที่เก่งที่สุด แต่กลายเป็นมาตรฐานที่ชาติอื่นพยายามศึกษา

 

สิ่งนี้สร้างข้อได้เปรียบมหาศาล แต่ก็มีความเสี่ยงในตัวเอง เมื่อชนะมานาน ความสำเร็จสามารถค่อยๆ เปลี่ยนจาก “สิ่งที่ต้องสร้าง” เป็น “สิ่งที่ควรได้”

 

ก่อนเอเชียนเกมส์ สมาคมตั้งเป้ากวาด 4 เหรียญทองจาก 4 รายการ และในบริบทของประวัติศาสตร์ เป้าหมายดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเกินจริง

 

แต่โลกของตะกร้อเปลี่ยนไปแล้ว มาเลเซียไม่ได้ลงสนามเพื่อพยายามสร้างปัญหาให้ไทย พวกเขาลงสนามโดยเชื่อว่าตัวเองสามารถชนะได้ และความเชื่อนั้นสำคัญมากในเกมที่ตัดสินกันด้วยไม่กี่แต้ม

 

เพราะทุกชาติศึกษาไทย แต่ไทยต้องถามว่าเรียนรู้อะไรจากพวกเขา

 

เมื่อคุณเป็นเบอร์หนึ่ง ทุกคนมีวิดีโอของคุณ และคู่แข่งสามารถศึกษารูปแบบการเสิร์ฟ การรับ การชง ตำแหน่งการบล็อก ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้เล่นในแต้มสำคัญ

 

ความได้เปรียบจากฐานความรู้ลึกเกี่ยวกับตะกร้อ ที่ไทยเคยสะสมจึงลดลงในยุคที่ข้อมูลการแข่งขันเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ก่อนทัวร์นาเมนต์ ทีมงานไทยพูดถึงการมี “ทีเด็ด” ที่ไม่ต้องการเปิดเผย และสะท้อนความจริงของกีฬาระดับสูงยุคใหม่

 

การรักษาความเป็นแชมป์ไม่สามารถเกิดจากการทำสิ่งเดิมที่เคยชนะให้ดีเหมือนเดิม เพราะคู่แข่งใช้เวลาหลายปีเรียนรู้สิ่งนั้นไปหมดแล้ว

 

ผลของทีม B อาจอธิบายสถานการณ์ได้ดี เพราะเซตแรกไทยแพ้ 13-15 มันเป็นช่องว่างเพียงสองแต้มเท่านั้น

 

ในอดีต ความเหนือกว่าของไทยอาจมากพอที่จะชดเชยวันที่เสิร์ฟไม่ดี รับพลาด หรือมีรายละเอียดบางอย่างไม่เป็นใจ

 

แต่เมื่อช่องว่างเหลือน้อย ความผิดพลาดหนึ่งลูก การตัดสินใจหนึ่งครั้ง หรือการเสียแต้มต่อเนื่องเพียงช่วงสั้นๆ สามารถเปลี่ยนเหรียญทองได้ทันที

 

ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมตะกร้อไทยในอนาคตต้องพัฒนาเกินกว่าทักษะการเล่น มันยังต้องรวมไปถึงการรับมือกับแรงกดดัน, การบริหารจัดการเกม และการตัดสินใจในจังหวะสำคัญ

 

ทั้งหมดที่ว่ามา ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทีมอย่างจริงจัง

 

การกลับมาต้องเริ่มจากเลิกคิดว่า ‘บัลลังก์เป็นของเรา’

 

ตลอดช่วงที่ผ่านมา ไทยมีประสบการณ์ขัดแย้งกับการตัดสิน ตั้งแต่เรื่องชาลเลนจ์ ไปจนถึงการตีความกติกา และการเรียกร้องความชัดเจนย่อมเป็นสิทธิที่ทีมควรทำ

 

แต่สำหรับการสร้างทีมระยะยาว เรื่องเหล่านั้นไม่ควรกลายเป็นคำอธิบายหลักของการเสียความเหนือกว่า เพราะรอบชิงชนะเลิศที่นาโกย่าจบลงด้วยชัยชนะ 2-0 ทีมของมาเลเซีย

 

คำถามที่มีประโยชน์กว่าจึงไม่ใช่ว่าไทยจะควบคุมผู้ตัดสินอย่างไร แต่คือจะสร้างทีมอย่างไรให้สามารถควบคุมเกมได้มากพอ จนตัวแปรภายนอกมีโอกาสเปลี่ยนผลการแข่งขันน้อยที่สุด

 

บางทีเหรียญเงินครั้งนี้อาจมีคุณค่ากับตะกร้อไทย หากมันทำให้คำว่า “ทวงแชมป์” มีความหมายใหม่

 

ไทยไม่ควรกลับมาเพียงเพราะมีประวัติศาสตร์เหนือกว่า แต่ต้องกลับมาด้วยระบบพัฒนานักกีฬารุ่นใหม่ การแข่งขันภายในประเทศที่เข้มข้น การใช้ข้อมูลวิเคราะห์คู่แข่ง และวิทยาศาสตร์การกีฬาที่มากกว่าเดิม

 

เพราะวันที่คู่แข่งพัฒนาจนสามารถเอาชนะไทยได้แล้ว วิธีที่อันตรายที่สุดคือการเชื่อว่าเพียงกลับไปเล่น “แบบไทย” ให้ดีขึ้น ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม

 

28 ปีจบลง แต่ไม่จำเป็นต้องหมายถึงจุดจบของตะกร้อไทย

 

หลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศอื่นถามว่า “จะเอาชนะประเทศไทยอย่างไร?” แต่หลังเอเชียนเกมส์ 2026 ถึงเวลาที่ไทยต้องตั้งคำถามบ้างว่า “มาเลเซียเอาชนะเราได้อย่างไร?”

 

ไม่ใช่เพื่อเลียนแบบ แต่เพื่อทำความเข้าใจว่าคู่แข่งพัฒนาอะไรขึ้นมา ทั้งคุณภาพผู้เล่น รูปแบบเกม การรับมือความกดดัน และวิธีเล่นแต้มสำคัญ

 

เช่นเดียวกับเวียดนามในฝั่งหญิงที่มีพัฒนาการชัดเจนในประเภท 4 คน การเสียแชมป์จึงควรถูกใช้เป็นข้อมูล มากกว่าดราม่า เพราะทีมที่กลับขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งได้ ไม่ใช่ทีมที่ลืมความพ่ายแพ้เร็วที่สุด แต่คือทีมที่เรียนรู้จากมันได้มากที่สุด

 

มาเลเซียสมควรได้รับเครดิตสำหรับชัยชนะครั้งนี้ พวกเขารอเหรียญทองรายการนี้ 36 ปี และวันนี้สามารถเอาชนะทีมที่ครองแชมป์มา 7 สมัยติดต่อกันได้สำเร็จ

 

สำหรับไทย ความพ่ายแพ้เจ็บปวดเป็นพิเศษ เพราะตะกร้อเป็นหนึ่งในไม่กี่ชนิดกีฬาที่คำว่า “เหรียญทอง” ถูกมองเป็นมาตรฐานขั้นต่ำมานาน

 

แต่บางที ความพ่ายแพ้ครั้งนี้กำลังบอกสิ่งที่สำคัญที่สุดว่า “ความเป็นเจ้าเอเชียไม่ใช่สถานะถาวร” แต่มันเป็นตำแหน่งที่ต้องชนะกลับมาใหม่ในทุกยุค

 

วันที่ 25 กันยายน 2026 จึงอาจถูกจดจำในฐานะวันที่สถิติ 28 ปีของไทยสิ้นสุดลง หรืออีกหลายปีข้างหน้า เราอาจมองย้อนกลับมาและพบว่า มันคือวันที่ตะกร้อไทยถูกบังคับให้เริ่มต้นใหม่

 

เพราะหนทางกลับสู่จุดสูงสุดไม่ได้เริ่มจากการบอกว่า “เราเคยเป็นเบอร์หนึ่ง” แต่มันเริ่มจากการยอมรับให้ได้ก่อนว่า “วันนี้ เราไม่ใช่เบอร์หนึ่งแล้ว”

The post บัลลังก์ 28 ปี ที่ถึงเวลาต้องก้าวลงของตะกร้อทีมชุดชายไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิมพ์ชนก วัย 14 ปี ทุบสถิติประเทศไทย กบ 200 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ 2026 https://thestandard.co/pimchanok-breaks-national-record-asian-games/ Thu, 24 Sep 2026 10:00:45 +0000 https://thestandard.co/pimchanok-breaks-national-record-asian-games/ พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำทีมชาติไทยขณะแข่งขันว่ายน้ำกบ 200 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์

พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำดาวรุ่งทีมชาติไทยวัย 1 […]

The post พิมพ์ชนก วัย 14 ปี ทุบสถิติประเทศไทย กบ 200 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำทีมชาติไทยขณะแข่งขันว่ายน้ำกบ 200 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์

พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำดาวรุ่งทีมชาติไทยวัย 14 ปี สร้างสถิติประเทศไทยใหม่อีกครั้ง หลังทำเวลา 2 นาที 28 วินาที ในการแข่งขันว่ายน้ำ กบ 200 เมตรหญิง กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกยา 2026 ประเทศญี่ปุ่น

 

ผลงานดังกล่าวทำให้ พิมพ์ชนก ทำลายทั้งสถิติประเทศไทย และสถิติประเทศไทยในกลุ่มอายุ 14-15 ปี พร้อมจบการแข่งขันในอันดับที่ 5

 

แม้จะพลาดเหรียญรางวัล แต่ผลงานของนักว่ายน้ำวัย 14 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ หลังสามารถยกระดับสถิติของตัวเองบนเวทีเอเชียนเกมส์ และสร้างสถิติประเทศไทยใหม่ด้วยเวลา 2:28.00 นาที

 

พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำทีมชาติไทยขณะแข่งขันว่ายน้ำกบ 200 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ 1พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำทีมชาติไทยขณะแข่งขันว่ายน้ำกบ 200 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ 2พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำทีมชาติไทยขณะแข่งขันว่ายน้ำกบ 200 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ 3พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำทีมชาติไทยขณะแข่งขันว่ายน้ำกบ 200 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ 4พิมพ์ชนก ชินวีระพันธุ์ นักว่ายน้ำทีมชาติไทยขณะแข่งขันว่ายน้ำกบ 200 เมตรหญิงในเอเชียนเกมส์ 5

The post พิมพ์ชนก วัย 14 ปี ทุบสถิติประเทศไทย กบ 200 เมตรหญิง เอเชียนเกมส์ 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีรพงศ์ ศิลาชัย ยกสุดพลัง สู้สุดหัวใจ คว้าเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ https://thestandard.co/teerapong-silachai-weightlifting-bronze/ Thu, 24 Sep 2026 08:56:32 +0000 https://thestandard.co/teerapong-silachai-weightlifting-bronze/ ธีรพงศ์ ศิลาชัย นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย กำลังยกบาร์เบลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ธีรพงศ์ ศิลาชัย ยกสุดพลัง สู้สุดหัวใจ คว้าเหรียญทองแดงเ […]

The post ธีรพงศ์ ศิลาชัย ยกสุดพลัง สู้สุดหัวใจ คว้าเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีรพงศ์ ศิลาชัย นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย กำลังยกบาร์เบลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์

ธีรพงศ์ ศิลาชัย ยกสุดพลัง สู้สุดหัวใจ คว้าเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์

 

การแข่งขันยกน้ำหนักชาย รุ่น 60 กก. เอเชียนเกมส์ 2026 ของ ธีรพงศ์ ศิลาชัย ไม่ได้เริ่มต้นอย่างราบรื่น หลังเจ้าตัวเรียกน้ำหนักท่าสแนตช์ครั้งแรกที่ 126 กก. แต่ยกไม่ผ่านถึง 2 ครั้ง ก่อนกลับมาแก้ตัวสำเร็จในการยกครั้งที่ 3 แบบหวุดหวิด ทำให้ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นเหรียญ

 

ขณะที่ YANG Yang จากจีน แสดงศักยภาพได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่ท่าสแนตช์ และยกผ่านครบทั้ง 6 ครั้งตลอดการแข่งขัน ก่อนจบด้วยน้ำหนักรวม 304 กก. คว้าเหรียญทองไปครอง

 

ส่วนธีรพงศ์กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก โดยยกผ่านที่ 173 กก. พร้อมสร้างสถิติเอเชียนเกมส์ (Asian Games Record) ใหม่ในเวลานั้น ก่อนที่ PANG Un Chol จากเกาหลีเหนือ จะยกผ่านที่ 174 กก. ทำลายสถิติดังกล่าว และคว้าเหรียญเงินด้วยน้ำหนักรวม 301 กก.

 

ท้ายที่สุด ธีรพงศ์จบการแข่งขันด้วยสแนตช์ 126 กก. คลีนแอนด์เจิร์ก 173 กก. น้ำหนักรวม 299 กก. คว้าเหรียญทองแดงมาครอง

 

นับเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมของจอมพลังทีมชาติไทยวัย 22 ปี ที่แม้ต้องเจอสถานการณ์กดดันตั้งแต่ช่วงต้น แต่ยังสู้จนถึงการยกครั้งสุดท้าย ก่อนคว้าเหรียญรางวัลกลับมาได้สำเร็จ และนับเป็นเหรียญที่ 2 ของทัพยกน้ำหนักไทยในเอเชียนเกมส์ 2026

 

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย

 

ธีรพงศ์ ศิลาชัย นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย กำลังยกบาร์เบลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 1ธีรพงศ์ ศิลาชัย นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย กำลังยกบาร์เบลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2ธีรพงศ์ ศิลาชัย นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย กำลังยกบาร์เบลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 3ธีรพงศ์ ศิลาชัย นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย กำลังยกบาร์เบลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 4ธีรพงศ์ ศิลาชัย นักยกน้ำหนักทีมชาติไทย กำลังยกบาร์เบลในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 5

The post ธีรพงศ์ ศิลาชัย ยกสุดพลัง สู้สุดหัวใจ คว้าเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหรียญรางวัลการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 (23 กันยายน) https://thestandard.co/asian-games-2026-medals-23sep/ Wed, 23 Sep 2026 13:27:44 +0000 https://thestandard.co/asian-games-2026-medals-thailand/ ตารางสรุปเหรียญรางวัลการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ 23 กันยายน

🇹🇭 เช็กผลงานทัพไทยบนตารางเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำว […]

The post สรุปเหรียญรางวัลการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 (23 กันยายน) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตารางสรุปเหรียญรางวัลการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ 23 กันยายน

🇹🇭 เช็กผลงานทัพไทยบนตารางเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ 23 กันยายน

 

วันนี้ทัพนักกีฬาไทยเดินหน้าเก็บเหรียญเพิ่มจากหลายชนิดกีฬา ทั้งเหรียญทองจากขี่ม้าอีเวนติงประเภททีม, เหรียญเงินจาก วรปรัชญ์ สิทธิจู ในอีเวนติงประเภทบุคคล และ อิศราภา อิ่มประเสริฐสุข ในยิงปืนสกีตบุคคลหญิง

 

ขณะที่เหรียญทองแดงมาจากแบดมินตันทีมชาย, ธีรวัฒน์ คลังทอง ในคาราเต้คูมิเต้ชาย รุ่นมากกว่า 84 กก. และ ‘ออย’ สุรจนา คำเบ้า ในยกน้ำหนักหญิง รุ่น 53 กก.

 

THE STANDARD SPORT ชวนเช็กตารางเหรียญเอเชียนเกมส์ 2026 ว่าตอนนี้ไทยอยู่ในอันดับใด และชาติไหนกำลังนำบนตารางเหรียญ

 

ตารางสรุปเหรียญรางวัลการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 ประจำวันที่ 23 กันยายน 1

The post สรุปเหรียญรางวัลการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 2026 (23 กันยายน) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทัพแบดมินตันชายไทยทำได้! ชนะไชนีสไทเป 3-1 คู่ การันตีเหรียญเอเชียนเกมส์ https://thestandard.co/thai-badminton-wins-chinese-taipei-medal/ Tue, 22 Sep 2026 16:44:45 +0000 https://thestandard.co/thai-badminton-wins-chinese-taipei-medal/ นักกีฬาแบดมินตันชายทีมชาติไทยกำลังแข่งขันในเอเชียนเกมส์

ทัพแบดมินตันชายไทยทำได้! ชนะไชนีสไทเป 3-1 คู่ การันตีเห […]

The post ทัพแบดมินตันชายไทยทำได้! ชนะไชนีสไทเป 3-1 คู่ การันตีเหรียญเอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักกีฬาแบดมินตันชายทีมชาติไทยกำลังแข่งขันในเอเชียนเกมส์

ทัพแบดมินตันชายไทยทำได้! ชนะไชนีสไทเป 3-1 คู่ การันตีเหรียญเอเชียนเกมส์

 

แบดมินตันทีมชายไทย ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เอเชียนเกมส์ 2026 พร้อมการันตีเหรียญทองแดงเป็นอย่างน้อย หลังเอาชนะไชนีสไทเป 3-1 คู่ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

 

คู่แรก ‘วิว’ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ดวลกับ โจว เทียนเฉิน อย่างสนุก ก่อนทำได้ดีกว่าในรายละเอียดสำคัญ เอาชนะไป 2-1 เกม จากนั้น ‘พี’ พีรัชชัย สุขพันธ์ / ‘โอโม่’ พรรคพล ธีระรัตน์สกุล เอาชนะ ลี เจ๋อฮุย / หยาง โป๋ซวน 2-1 เกม ส่งไทยนำ 2-0 คู่

 

คู่ที่สาม ‘อิคคิว’ พณิชพล ธีระรัตน์สกุล มีอาการบาดเจ็บจนต้องขอรีไทร์ ทำให้ ชี ยู่เจิน เก็บแต้มแรกให้ไชนีสไทเป ไล่มา 1-2 คู่

 

ก่อนคู่ที่สี่ ‘ทีม’ วรพล ทองสง่า / ‘โอ๊ต’ เฉลิมพล เจริญกิจอมรกุล พลิกเอาชนะ หลิว กวงเหิง / หวัง ชีหลิน ปิดแมตช์ให้ไทยชนะ 3-1 คู่ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และการันตีเหรียญเอเชียนเกมส์ได้สำเร็จ

 

สำหรับรอบรองชนะเลิศ ทีมชายไทยจะรอพบผู้ชนะระหว่างอินโดนีเซียกับมาเลเซีย แข่งขันวันพรุ่งนี้ เวลา 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

The post ทัพแบดมินตันชายไทยทำได้! ชนะไชนีสไทเป 3-1 คู่ การันตีเหรียญเอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปีที่เริ่มต้นด้วย ‘น้ำตา’ แต่จบลงด้วย ‘ความสุข’ บทสรุปฤดูกาล 2026 ของลูกยางสาวไทย https://thestandard.co/thai-volleyball-2026-season-olympic-ticket/ Tue, 22 Sep 2026 12:38:51 +0000 https://thestandard.co/thai-volleyball-2026-season-olympic-ticket/ ภาพนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยและโค้ชกำลังยิ้มและแสดงความดีใจหลังประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2026

วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ปิดภารกิจทีมชาติประจำปี 2026 ล […]

The post ปีที่เริ่มต้นด้วย ‘น้ำตา’ แต่จบลงด้วย ‘ความสุข’ บทสรุปฤดูกาล 2026 ของลูกยางสาวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยและโค้ชกำลังยิ้มและแสดงความดีใจหลังประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2026

วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ปิดภารกิจทีมชาติประจำปี 2026 ลงอย่างเป็นทางการด้วยเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ หลังเอาชนะเกาหลีใต้ในเกมชิงอันดับ 3 พร้อมส่งท้ายปีที่พวกเธอผ่านพ้นทั้งมรสุมความกดดันและความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์

 

เพราะหากย้อนกลับไปช่วงต้นปี บรรยากาศของทีมแตกต่างจากวันนี้ไม่น้อย

 

VNL 2026 เป็นช่วงเวลาที่หนักของสาวไทย ผลการแข่งขันหลายแมตช์ไม่เป็นไปตามเป้า สถานการณ์บนตารางกดดันจนทีมต้องสู้สุดชีวิตเพียงเพื่อรักษาพื้นที่ใน VNL ฤดูกาลถัดไป นั่นคือช่วงเวลาของการต่อสู้ทั้งกับคู่แข่งระดับโลกและความกลัวในใจตัวเอง

 

สุดท้ายไทยเอาตัวรอดใน VNL ได้สำเร็จ รักษาสิทธิ์เล่นต่อในปี 2027 และนับจากนั้น กราฟผลงานของพวกเธอก็ขยับพุ่งขึ้นตามลำดับ

 

สาวไทยคว้าแชมป์ SEA V Cup ก่อนเข้าสู่การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์สำคัญที่สุดของปี

 

ทัพลูกยางสาวไทยปลดล็อกคว้า แชมป์เอเชียสมัยที่ 4 พร้อมสิทธิ์ลุยศึกชิงแชมป์โลก 2027 และที่สำคัญที่สุดคือ ตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2028 ซึ่งถือเป็นตั๋วโอลิมปิกใบแรกในประวัติศาสตร์ของวอลเลย์บอลหญิงไทย พร้อมดันอันดับโลกทะยานขึ้นสู่อันดับ 13 ของโลก

 

จากทีมที่ต้นปีต้องดิ้นรนหนีตกชั้นใน VNL เพียงไม่กี่เดือนให้หลัง พวกเธอกลับกลายเป็นแชมป์ทวีปที่มีตั๋วไปลอสแอนเจลิสอยู่ในมือ

 

มหกรรมเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น จึงกลายเป็นภารกิจสุดท้ายของฤดูกาล

 

สาวไทยเดินทางมาด้วยเป้าหมายเหรียญทองสมัยแรก และทุ่มสุดตัวจนทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะดวลกับมหาอำนาจอย่าง ‘จีน’ ในเกมสุดดราม่าที่ลากยาวถึง 5 เซ็ต ก่อนจะพ่ายไป 2-3 เซ็ต

 

หลังเกม ‘โค้ชอ๊อต’ เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร พูดถึงความพ่ายแพ้เอาไว้ว่า

 

“เราแพ้เขา เราก็ยินดีกับผู้ที่ชนะ แล้วเราแพ้ เราก็ต้องแพ้เป็น ยอมรับว่าวันนี้เขาเก่งกว่าเรา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีโอกาสชนะในแมตช์ต่อๆ ไป”

 

วันต่อมา ไทยกลับมาลงสนามอีกครั้งในเกมชิงเหรียญทองแดง และปิดเอเชียนเกมส์ด้วยการมีเหรียญติดมือกลับบ้าน พร้อมรักษาสถิติขึ้นโพเดียมวอลเลย์บอลหญิงในเอเชียนเกมส์เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน (นับตั้งแต่อินชอน 2014)

 

เมื่อรวมผลงานตลอดฤดูกาล 2026 สาวไทยจบปีด้วย

 

✅ รักษาสิทธิ์ใน VNL 2027

 

🥇 แชมป์ SEA V Cup 2026

 

🥇 แชมป์เอเชีย 2026 (สมัยที่ 4)

 

✅ ตั๋วศึกชิงแชมป์โลก 2027

 

✅ ตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2028 (LA 2028)

 

⬆ อันดับโลก ขยับขึ้นสู่อันดับ 13 ของโลก

 

🥉 เหรียญทองแดง เอเชียนเกมส์ 2026

 

แน่นอนว่าปีนี้ไม่ได้จบลงด้วยทุกเป้าหมายที่วางไว้ เหรียญทองเอเชียนเกมส์ยังเป็นสิ่งที่ทีมชาติไทยต้องตามหากันต่อไป

 

แต่ถ้าย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของฤดูกาล จากวันที่ต้องผ่านช่วงเวลาหนักใน VNL มาจนถึงการเป็นแชมป์เอเชีย คว้าตั๋วโอลิมปิก และปิดปีด้วยเหรียญเอเชียนเกมส์ สิ่งหนึ่งที่เราเห็นมาตลอดคือ ทีมชุดนี้ไม่เคยหยุดอยู่กับความพ่ายแพ้

 

เหมือนกับที่โค้ชอ๊อตพูดหลังเกมกับจีนว่า “เราแพ้ เราก็ต้องแพ้เป็น”

 

ยอมรับผล เรียนรู้จากสิ่งที่ยังทำได้ไม่ดีพอ แล้วกลับไปทำงานเพื่อวันข้างหน้า

 

และก่อนปิดฤดูกาลทีมชาติหนนี้ คงไม่มีอะไรเหมาะไปกว่าคำว่า ‘ขอบคุณ’

 

ขอบคุณทุกหัวใจที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อช่วงเวลาที่ยากลำบาก ขอบคุณสตาฟฟ์โค้ช ทีมงาน และนักกีฬาทุกคน ที่ทุ่มเทและสู้เพื่อทีมชาติไทยมาตลอดทั้งปี

 

ฤดูกาลทีมชาติ 2026 ของวอลเลย์บอลหญิงไทยจบลงตรงนี้ พร้อมทั้งน้ำตา รอยยิ้ม และเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นตลอดทาง

 

ส่วนเป้าหมายที่ยังไปไม่ถึง เก็บเอาไว้เจอกันใหม่ในปีต่อๆ ไป… แล้วกลับมาสู้ไปด้วยกันอีกครั้ง

 

เรื่อง: อนุชิต ไกรวิจิตร

 

ภาพ: ดิษยุตม์ ธนบุญชัย

The post ปีที่เริ่มต้นด้วย ‘น้ำตา’ แต่จบลงด้วย ‘ความสุข’ บทสรุปฤดูกาล 2026 ของลูกยางสาวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘โฟม’ มณีวรรณ คาราเต้ยอดนักสู้ ผู้เปลี่ยนโอกาสทองในชีวิต เป็นเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ https://thestandard.co/foam-maneewan-karate-silver-asian-games/ Tue, 22 Sep 2026 11:51:38 +0000 https://thestandard.co/foam-maneewan-karate-silver-asian-games/ ภาพ 'โฟม' มณีวรรณ บุตรสุวรรณ นักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทยผู้คว้าเหรียญเงินเอเชียนเกมส์

โอกาสเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเข้ามาในชีวิตเ […]

The post ‘โฟม’ มณีวรรณ คาราเต้ยอดนักสู้ ผู้เปลี่ยนโอกาสทองในชีวิต เป็นเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ 'โฟม' มณีวรรณ บุตรสุวรรณ นักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทยผู้คว้าเหรียญเงินเอเชียนเกมส์

โอกาสเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะเข้ามาในชีวิตเมื่อไร

 

แต่เมื่อโอกาสมาถึง คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่าเราคาดหวังกับมันมากแค่ไหน แต่เป็นว่า เราพร้อมจะคว้ามันไว้หรือเปล่า

 

เช่นเดียวกับเรื่องราวของ โฟม-มณีวรรณ บุตรสุวรรณ นักกีฬาคาราเต้สาวทีมชาติไทย ที่เพิ่งคว้าเหรียญเงินสุดเซอร์ไพรส์ของทัพนักกีฬาไทยในเอเชียนเกมส์ 2026

 

เดิมที โฟม นั้นไม่มีชื่อติดทีม และเกือบไม่มีโอกาสได้สัมผัสการแข่งขันเอเชียนเกมส์เป็นครั้งแรก แต่เมื่อโอกาสเข้ามาในช่วงโค้งสุดท้าย โฟมเลือกที่จะไม่ปล่อยมันผ่านไป

 

แม้ต้องเผชิญกับความกดดัน ทั้งการเข้ามาแทนเพื่อนรัก การขยับขึ้นไปแข่งขันในรุ่นมากกว่า 68 กิโลกรัมที่ไม่เคยลงแข่งมาก่อน และภารกิจเพิ่มน้ำหนักถึง 8 กิโลกรัมภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน

 

สุดท้ายโฟมไม่ได้เพียงคว้าโอกาสนั้นไว้ แต่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ที่ไม่มีใครคาดคิด

 

“เครียดนิดหน่อยค่ะ เมื่อรู้ว่าหนูมีชื่อติดทีมในรุ่นนี้ หนูมีความกังวลใจ 2 เรื่อง อย่างแรกคือ คนที่หนูไปแทนคือเพื่อนรัก ซึ่งเราสนิทกันมาก”

 

เจ้าของเหรียญเงินเอเชียนเกมส์เปิดใจถึงความรู้สึกในวันที่โอกาสครั้งใหญ่เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว

 

“หนูเก็บมาคิดเยอะ เพราะโอกาสที่เข้ามาครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญ และเอเชียนเกมส์ก็เป็นรายการใหญ่ที่สุดในชีวิตสำหรับหนูแล้ว ทำให้หนูไม่กล้าปฏิเสธ ถ้าปฏิเสธไปก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไร”

 

“ช่วงแรกก็เครียดนะ เพราะกลัวผิดใจกับเพื่อน แต่สุดท้ายเราก็ได้คุยกัน ปรับความเข้าใจกัน ทำให้หนูสบายใจมากขึ้น และสัญญาไปว่าจะทำเต็มที่แทนในส่วนของเขาด้วย”

 

นอกจากเรื่องความรู้สึกแล้ว ความท้าทายอีกอย่างคือการต้องลงแข่งขันในรุ่นน้ำหนักที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน

 

“หนูจะลงแข่งในรุ่นน้ำหนักมากกว่า 68 กิโลกรัม ซึ่งไม่เคยแข่งในรุ่นนี้เลย ปกติแล้วน้ำหนักตัวจะอยู่ที่ 59 กิโลกรัม ซึ่งจะต้องทำน้ำหนักเพิ่ม 8 กิโลกรัม ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือนก่อนแข่ง”

 

“ช่วงแรกทรมานมากค่ะ ต้องกินเพิ่มขึ้นจากเดิม 2-3 เท่าเลย เคยกินจนอาเจียน”

 

จากนักกีฬาที่เกือบไม่ได้เดินทางมาเอเชียนเกมส์ สู่การก้าวลงสนามแข่งขันในรุ่นที่ไม่ใช่น้ำหนักธรรมชาติของตัวเอง โฟมยอมรับว่า ความรู้สึกในวันแรกที่ได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันเอเชียนเกมส์นั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 

ราวกับความฝันที่เกิดขึ้นจริง

 

“ก่อนมาไม่ได้มีภาพในหัวไว้เลยว่าเอเชียนเกมส์เป็นยังไง เข้าใจว่าเหมือนกันทุกแมตช์ แต่พอมาถึงตื่นเต้นมาก อยากลงแข่ง อยากเจอคู่แข่งใหม่ๆ ต่างรุ่น อยากเรียนรู้ว่าแต่ละคนจะเล่นยังไง อยากท้าทายตัวเอง”

 

“แต่หนูก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องติดเหรียญ ขอแค่โฟกัสไปทีละรอบ”

 

แน่นอนว่าในการแข่งขันครั้งนี้ โฟมไม่ได้ถูกมองเป็นตัวเต็ง เธอเป็นเพียงน้องใหม่ในรุ่นน้ำหนักนี้ และยังไม่มีประสบการณ์กับคู่แข่งที่คุ้นเคยกับการต่อสู้ในพิกัดมากกว่า 68 กิโลกรัม

 

แต่สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจากการแข่งขันก่อนหน้านี้ คือการเปิดใจรับฟังคำแนะนำจากโค้ช

 

“อาจารย์แจ็ค (ดร.พลวศิน สารธรรม) หัวหน้าผู้ฝึกสอน บอกให้ทำเต็มที่ ถ้าเราทำผลงานได้ดี มันเปลี่ยนอนาคตได้เลย ไม่ต้องกดดันตัวเอง ถ้ากดดันเกินไปจะเครียด”

 

“โค้ชบอกให้เชื่อใจกัน เพราะเขาเห็นทุกอย่างในสนาม ซึ่ง 2-3 รายการก่อนหน้านี้ หนูเล่นไม่ค่อยดี ไม่มีสมาธิ ไม่ค่อยฟังโค้ช หนูเลยบอกตัวเองว่า ถ้าอยากเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น ก็ต้องเชื่อโค้ช”

 

“คราวนี้พยายามมีสมาธิ จดจ่ออยู่กับเกมที่จะเล่น ทำตามแผนของโค้ช เขาบอกว่าถ้าเห็นเข้าทำลูกถนัดก็ทำ ถ้าไม่ถนัดก็ไม่ต้องทำ สุดท้ายหนูก็คว้าเหรียญเงินมาได้”

 

จากโอกาสที่เกือบไม่มีชื่อ ไปสู่การคว้าเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ได้สำเร็จ ผลงานของโฟมยังทำให้เธอกลายเป็นเจ้าของเหรียญเงินเอเชียนเกมส์คนแรกของคาราเต้ไทยในรอบ 28 ปี นับตั้งแต่ ปนัดดา ปาล์มชูชัยนะ ทำได้ในเอเชียนเกมส์ 1998

 

และเมื่อมองย้อนกลับไป เธอบอกว่าสิ่งที่ภูมิใจที่สุดอาจไม่ใช่เพียงเหรียญที่คล้องอยู่บนคอ แต่คือการได้เห็นผลลัพธ์ของความพยายามที่ตัวเองไม่เคยหยุดทำ

 

“ขอบคุณตัวเองที่ไม่หยุดพยายาม ความสำเร็จครั้งนี้ทำให้หนูเรียนรู้ว่า ความพยายามไม่เคยทำร้ายใครจริงๆ ต่อให้ไม่มีใครเห็น อย่างน้อยก็มีเราเห็น และหนูดีใจที่ครั้งนี้มีคนเห็นความพยายามของเรา”

 

บางครั้งโอกาสในชีวิตไม่ได้เดินเข้ามาหาเราในวันที่พร้อมที่สุด

 

ฃมันอาจมาแบบกะทันหัน มาในวันที่เรายังลังเล หรือมาพร้อมกับเงื่อนไขที่ยากกว่าที่เคยเจอ

 

แต่โอกาสไม่ได้มีเข้ามาบ่อยครั้ง และไม่มีใครรู้ว่าเมื่อมันผ่านไปแล้ว จะมีโอกาสแบบเดิมกลับมาอีกหรือไม่

 

เรื่องราวของโฟมจึงอาจไม่ได้สอนเพียงเรื่องของการคว้าเหรียญรางวัล แต่คือการเตือนว่า เมื่อโอกาสมาถึง สิ่งสำคัญคือการเตรียมตัวเองให้พร้อมพอที่จะคว้ามันไว้

 

เพราะโอกาสในชีวิตไม่ได้มาง่ายๆ และเมื่อมันมาถึง เราอาจมีเวลาเพียงครั้งเดียวที่จะบอกตัวเองว่า ลองดูสักครั้ง

 

.

The post ‘โฟม’ มณีวรรณ คาราเต้ยอดนักสู้ ผู้เปลี่ยนโอกาสทองในชีวิต เป็นเหรียญเงินเอเชียนเกมส์ appeared first on THE STANDARD.

]]>