เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เอกรักษ์-ลิ้มสังกาศ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 27 May 2024 10:42:53 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ปปง. คาดคัดกรองบัญชีม้า-ซิมผีเสร็จ เดือนตุลาคม 67 เตรียมตรวจเข้มระบบ Mobile Banking https://thestandard.co/ghost-bank-account-and-sim-card-screening/ Mon, 27 May 2024 10:42:53 +0000 https://thestandard.co/?p=938116

วันนี้ (27 พฤษภาคม) พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขา […]

The post ปปง. คาดคัดกรองบัญชีม้า-ซิมผีเสร็จ เดือนตุลาคม 67 เตรียมตรวจเข้มระบบ Mobile Banking appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 พฤษภาคม) พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวการเริ่มมาตรการสกัดกั้นซิมผี (เถื่อน) และบัญชีม้าในระบบการเงินออนไลน์ (Mobile Banking) ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

พล.ต.ต. เอกรักษ์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่ใช่การปิดกั้นไม่ให้เจ้าของบัญชีโอนเงินไปยังบัญชีอื่นทันที แต่เป็นการประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของบัญชีที่มีชื่อไม่ตรงกับหมายเลขโทรศัพท์ได้เตรียมที่จะเข้าชี้แจงข้อมูลกับทางธนาคารและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์

 

ในระหว่างนี้สำนักงาน ปปง. จะร่วมกับธนาคารตรวจสอบเพื่อคัดกรองบัญชีที่มีการแจ้งข้อมูลแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน หรือจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2567

 

พล.ต.ต. เอกรักษ์ กล่าวต่อว่า หากเจ้าของบัญชียังไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ทาง ปปง. จะเพิ่มมาตรการสกัดกั้นการใช้บริการระบบการเงินออนไลน์ แต่ส่วนนี้ก็อาจจะหารือเพื่อพิจารณาขยายระยะเวลาเพิ่มในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปก่อน แต่ในกรณีที่เจ้าของบัญชีมีความจำเป็นต้องใช้เบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ตรงกับบัญชี ทางธนาคารและ ปปง. ก็มีข้อยกเว้นให้ใน 3 กลุ่ม คือ

 

  1. กลุ่มบุคคลในครอบครัว
  2. กลุ่มคนที่ต้องดูแลตามคำสั่งศาล
  3. ภาครัฐ บริษัท และนิติบุคคล ที่ส่งต่อเบอร์ให้พนักงานใช้

 

รวมถึงบุคคลที่สามารถอธิบายความจำเป็นว่าไม่สามารถเปลี่ยนชื่อและบัญชีให้ตรงกันได้ และทางธนาคารมองว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเข้าข่ายเป็นบัญชีม้า ในส่วนนี้ให้ผู้ที่เข้าหลักเกณฑ์ทั้ง 3 กลุ่ม ชี้แจงข้อมูลกับธนาคาร ซึ่งทางธนาคารจะใช้ดุลยพินิจพิจารณาคัดกรองเพื่ออนุญาตอีกครั้ง

 

สำหรับสาเหตุที่ภาครัฐต้องดำเนินการลักษณะนี้ พล.ต.ต. เอกรักษ์ กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีบัญชีธนาคารในระบบของประเทศไทยกว่า 106 ล้านบัญชี จำนวนนี้พบว่ามีบัญชีม้าถึงกว่า 30 ล้านบัญชี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่สามารถเปิดระบบการเงินออนไลน์โดยมีหมายเลขโทรศัพท์ไม่ตรงกับบัญชีธนาคารได้

 

จึงทำให้มิจฉาชีพมีช่องว่างหลอกลวงประชาชน และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาขบวนการคอลเซ็นเตอร์ได้ ซึ่งหากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ร่วมกับ ปปง. ดำเนินโครงการได้สำเร็จ เชื่อว่าจะสามารถปราบปรามเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ได้กว่าล้านบัญชี

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ปปง. คาดคัดกรองบัญชีม้า-ซิมผีเสร็จ เดือนตุลาคม 67 เตรียมตรวจเข้มระบบ Mobile Banking appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น MORE ดิ่ง 6 ฟลอร์ กดราคาวูบ 87% ใน 6 วัน ก่อนเริ่มมีแรงซื้อกลับ ฟาก ปปง. ลุยตรวจสอบ 2 โบรกฯ ‘ไอร่า’ – ‘อาร์เอชบี’ เพิ่มเติม https://thestandard.co/more-stocks-6-floor/ Thu, 24 Nov 2022 07:18:12 +0000 https://thestandard.co/?p=714834 หุ้น MORE

ความเคลื่อนไหวของหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ล่าสุด ช […]

The post หุ้น MORE ดิ่ง 6 ฟลอร์ กดราคาวูบ 87% ใน 6 วัน ก่อนเริ่มมีแรงซื้อกลับ ฟาก ปปง. ลุยตรวจสอบ 2 โบรกฯ ‘ไอร่า’ – ‘อาร์เอชบี’ เพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น MORE

ความเคลื่อนไหวของหุ้น บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ล่าสุด ช่วงครึ่งวันแรกของวันนี้ (24 พฤศจิกายน) ราคาหุ้นเปิดดิ่งลงไปอยู่ที่ระดับราคาต่ำสุดที่เป็นไปได้ของวันนี้ (Floor) ที่ระดับ 0.34 บาท ซึ่งเป็นการดิ่งลงไปแตะ Floor เป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน โดยราคาหุ้นในช่วง 6 วันที่ผ่านมา ลดลงมาแล้วถึง 87% 

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากหุ้น MORE เปิดที่ Floor ในช่วงเช้า หลังจากนั้นเริ่มมีแรงซื้อกลับจนดันให้ราคาหุ้นพุ่งกลับขึ้นไปยืนอยู่ในแดนบวกได้ โดยขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันนี้ที่ 0.56 บาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดราว 65% ก่อนที่ราคาจะอ่อนตัวลงมาปิดที่ 0.47 บาท สำหรับครึ่งวันแรก 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง​:


แหล่งข่าวนักวิเคราะห์เปิดเผยว่า การรีบาวด์ของหุ้น MORE น่าจะเป็นผลจากการที่ราคาหุ้นลดลงมาถึง Floor ที่ 6 และราคาลดลงมาใกล้กับมูลค่าทางบัญชี (Book Value) ที่ 0.30 บาท 

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่เข้ามาซื้อในวันนี้อาจจะเป็นแนวเก็งกำไรเป็นส่วนใหญ่ แต่หากมองในเชิงพื้นฐาน ด้วยผลประกอบการจากการดำเนินงานหลักซึ่งไม่รวมกำไรพิเศษยังคงมีผลขาดทุน ทำให้นักลงทุนยังต้องติดตามพัฒนาการในอนาคตของบริษัท 

 

“คนที่เข้ามาเล่นวันนี้อาจจะไม่ได้โฟกัสที่พื้นฐานเป็นหลัก น่าจะเป็นการเก็งกำไรจากราคามากกว่า และด้วยราคาหุ้นที่ลดลงมาต่ำมาก จึงดึงดูดนักลงทุนเข้ามามากขึ้น” 

 

สำนักงาน ปปง. เปิดเผย ภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า เตรียมเข้าตรวจการทำหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์จำนวน 2 แห่ง คือ บล.ไอร่า และ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ได้รายงานข้อมูลธุรกรรมที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจได้ครบถ้วนเป็นไปตามกฎกระทรวงฯ หรือไม่ จากกรณีการซื้อ-ขายหุ้นของ บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ที่พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในวันที่ 10-11 พฤศจิกายน 2565 

 

พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า กองกำกับและตรวจสอบของสำนักงาน ปปง. เตรียมทำการเข้าตรวจสอบกรณีการทำหน้าที่การรายงานข้อมูลของบริษัทหลักทรัพย์ จำนวน 2 แห่ง คือ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า จำกัด (มหาชน) กับ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) ว่าได้มีรายงานข้อมูลธุรกรรมที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจได้ครบถ้วนเป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงหรือไม่ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับการซื้อ-ขายหุ้นของ บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ที่พบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในวันที่ 10-11 พฤศจิกายน 2565 

 

เนื่องจากพบว่า บริษัทหลักทรัพย์จำนวน 2 แห่งดังกล่าวมีการรายงานข้อมูลธุรกรรมการซื้อ-ขายหุ้น MORE ที่พบความผิดปกติ มีความล่าช้าจากหลักเกณฑ์ที่กำหนด 

 

ทั้งนี้ หากในกรณีที่ผลการตรวจสอบออกมาพบว่าหลักทรัพย์จำนวน 2 แห่ง พบว่ามีการกระทำผิดจะมีบทลงโทษถูกปรับเงินไม่เกินจำนวน 1 ล้านบาทต่อราย 

 

อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบันยังไม่ได้มีผลสรุปว่า บล.ไอร่า กับ บล.อาร์เอชบี มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นหรือไม่ โดยยังต้องรอผลการตรวจสอบของทีม ปปง. ที่เตรียมจะเข้าดำเนินการตรวจสอบที่จะออกมาก่อน จึงจะมีการสรุปแจ้งผลให้ทราบอีกครั้ง ส่วนกรอบเวลาในการที่ผลสรุปจะออกมาไม่ได้กำหนดไว้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของข้อมูลว่ามีครบถ้วนเพียงพอหรือไม่

 

“กรณีหากบริษัทหลักทรัพย์ทำผิด ไม่รายงานข้อมูลการทำธุรรมที่มีความเสี่ยง จะมีโทษคือการปรับเงิน ไม่ได้มีบทลงโทษถึงขั้นต้องให้สำนักงาน ก.ล.ต. ยกเลิกใบอนุญาตในการทำธุรกิจหลักทรัพย์ หากยินยอมให้เปรียบเทียบปรับก็สามารถทำได้ในชั้นของ ปปง. แต่หากไม่ยอมจ่ายค่าปรับก็จะดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนไป” พล.ต.ต. เอกรักษ์กล่าว 

 

สำหรับกรณีที่การรายงานข่าวว่า พบข้อมูลเพิ่มเติมว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาใช้งานบัญชีซื้อขายหุ้น MORE ในฝั่งผู้ซื้อที่มีการกระทำความผิดในวันที่ 10-11 พฤศจิกายน และอาจมีการซื้อขายผิดปกติเกิดขึ้นนั้น ถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวน เพราะไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของ ปปง. 

 

“การดำเนินคดีความที่เกี่ยวข้องการตรวจสอบหุ้น MORE แยกออกเป็น 2 เรื่อง คดีแรกเกี่ยวข้องคดีอาญา ตอนนี้อยู่ที่การดำเนินการของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เรื่องที่สองคือ คดีแพ่งอยู่ภายใต้การดำเนินการของกองคดี 5 ของ ปปง. ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ”

The post หุ้น MORE ดิ่ง 6 ฟลอร์ กดราคาวูบ 87% ใน 6 วัน ก่อนเริ่มมีแรงซื้อกลับ ฟาก ปปง. ลุยตรวจสอบ 2 โบรกฯ ‘ไอร่า’ – ‘อาร์เอชบี’ เพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำนักงานตำรวจแห่งชาติชวนทำโพลล์ ‘ยกเลิกเงินรางวัลค่าปรับจราจรที่จ่ายให้กับตำรวจ คุณเห็นด้วยหรือไม่’ https://thestandard.co/poll-cancel-the-traffic-fines-prize-paid-to-the-police/ Thu, 04 Apr 2019 12:24:20 +0000 https://thestandard.co/?p=232110

สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหนังสือเชิญชวนประชาชนร่วมทำแบบส […]

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติชวนทำโพลล์ ‘ยกเลิกเงินรางวัลค่าปรับจราจรที่จ่ายให้กับตำรวจ คุณเห็นด้วยหรือไม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกหนังสือเชิญชวนประชาชนร่วมทำแบบสอบถามในหัวข้อ ‘ยกเลิกเงินรางวัลค่าปรับจราจรที่จ่ายให้กับตำรวจ คุณเห็นด้วยหรือไม่ และผู้ขับขี่จะเคารพกฎจราจรมากขึ้นหรือไม่’ หลังจากประเด็นของเงินรางวัลกลายเป็นข้อครหาในสายตาประชาชนมาตลอดว่าแท้จริงแล้วกฎหมายดังกล่าวทำเพื่อระเบียบสังคมหรือเพื่อเงินรางวัลเท่านั้น

 

วันนี้ (4 เม.ย.) พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าคณะทำงานอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับกระทรวงการคลัง และพระราชบัญญัติจราจรทางบกที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินรางวัลค่าปรับจราจรให้กับตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยมีส่วนแบ่งเงินค่าปรับได้คนละไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน และชั้นยศไม่เกินพันตำรวจโท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปี 2544 แต่กลับมีประชาชนจำนวนมากมองว่าเป็นข้อครหาในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจว่าต้องการกวดขันวินัยและบังคับใช้กฎหมายหรือต้องการเงินรางวัลดังกล่าวกันแน่

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้คณะทำงานได้จัดทำแบบสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วประเทศมากกว่า 7,000 นาย ซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยหากยกเลิกเงินรางวัลค่าปรับ เพราะมองว่าหากมีส่วนทำให้ประชาชนขับรถดี มีวินัย ไม่ทำผิดกฎจราจร และเงินรางวัลส่วนดังกล่าวให้นำเข้ากระทรวงการคลัง เพื่อทางตำรวจอาจทำเรื่องขอเบิกไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ เช่น การขอซื้อเสื้อสะท้อนแสง กระบองสะท้อนแสง กล้องวงจรปิด รวมถึงแนวทางการเบิกจ่ายเงินค่าล่วงเวลาอื่นๆ เป็นการทดแทน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นผลดีกับการปฏิบัติงานจริงในอนาคต

 

“ตำรวจต้องการลดข้อครหากับประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งยังต้องการให้เงินส่วนดังกล่าวเกิดประโยชน์มากที่สุด ปัจจุบันตำรวจจราจรต้องปฏิบัติหน้าที่ล่วงเวลา 8 ชั่วโมงไปมาก อำนวยการจราจรตั้งแต่ตี 5 ถึง 8 โมงเช้า รอบเย็นกว่าจะเลิกก็ 2 ทุ่ม แถมยังต้องไปตั้งด่านตอนดึกอีก ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ ต้องมีภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุน ผู้ปฏิบัติงานก็ลำบากใจในการปฏิบัติหน้าที่” พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ กล่าวทิ้งท้าย

 

ลิงค์สำหรับร่วมทำโพลล์: www.facebook.com/js100radio/posts/2281551511868403?__tn__=-R

 

ภาพ: JS100 Radio

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post สำนักงานตำรวจแห่งชาติชวนทำโพลล์ ‘ยกเลิกเงินรางวัลค่าปรับจราจรที่จ่ายให้กับตำรวจ คุณเห็นด้วยหรือไม่’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจยืนยัน ต้องพกใบขับขี่ตัวจริง คาดไม่ตำ่กว่า 6 เดือนมีกฎหมายรองรับใบขับขี่ดิจิทัล https://thestandard.co/police-confirm-carry-a-real-drivers-license/ https://thestandard.co/police-confirm-carry-a-real-drivers-license/#respond Tue, 15 Jan 2019 10:05:45 +0000 https://thestandard.co/?p=180439

วันนี้ (15 ม.ค.) พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญช […]

The post ตำรวจยืนยัน ต้องพกใบขับขี่ตัวจริง คาดไม่ตำ่กว่า 6 เดือนมีกฎหมายรองรับใบขับขี่ดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 ม.ค.) พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา (รอง ผบช.ศ.) ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่กรมการขนส่งทางบก ได้ประกาศใช้ระบบใบขับขี่ดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันสมาร์ทโฟน DLT QR Lincence ซึ่งจะเริ่มใช้วันนี้เป็นวันแรกว่า ทางตำรวจเห็นด้วยที่จะนำเรื่องดังกล่าวเข้ามาใช้ในระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน

 

ขณะนี้เมื่อได้เปิดใช้งานแอปพลิเคชันแล้ว ก็สามารถนำใบขับขี่ดิจิทัลมาแสดงควบคู่กับบัตรเดิมได้ แต่ทั้งนี้ผู้ใช้รถยังคงต้องพกใบขับขี่แบบเดิมไปก่อนจนกว่า พ.ร.บ. จราจรทางบก จะประกาศใช้เป็นกฎหมาย โดยในวันที่ 17 มกราคมนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะนำเข้าสู่ที่ประชุมในวาระแรกเพื่อแจ้งให้ทราบ ก่อนที่จะประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนจะเสร็จสิ้น

 

ส่วนอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานในการเรียกตรวจใบขับขี่นั้น จะสามารถปฏิบัติได้ตามมาตรา 140 วรรค 3 เพื่อกล่าวตักเตือน หรือออกใบสั่งให้กับผู้ขับขี่รถยนต์ที่กระทำผิดภายในเวลา 7 วัน แต่หากผู้ขับขี่รายนั้นปฏิเสธไม่ทำตาม หรือไม่มีใบขับขี่แสดงให้กับเจ้าหน้าที่ ก็จะเข้าข่ายความผิดในมาตรา 142 วรรค 2 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ตามมาตรา 154 โดยในขั้นตอนทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปฏิบัติภารกิจอยู่ในพื้นที่

 

ส่วนเรื่องที่ว่าใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์จะสามารถรองรับประชาชนทั้งในเมืองหรือต่างจังหวัดได้ทั้งหมดหรือไม่นั้น พี่น้องประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ขอเพียงมีใบขับขี่และบัตรประชาชน ตำรวจก็จะสามารถตรวจสอบข้อมูลในระบบได้ว่า บุคคลนั้นมีสถานะใบขับขี่อย่างไร หมดอายุแล้วหรือไม่ หรือมีใบสั่งค้างติดตัวอย่างไร ไม่จำเป็นจะต้องมีใบขับขี่แบบใหม่ก็ได้ ส่วนการสวมบัตรของผู้อื่นมาใช้นั้นเป็นไปได้ยาก เพราะจะเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับบัตรประชาชนตามเลข 13 หลัก และทางตำรวจก็จะต้องตรวจสอบซ้ำว่าใบขับขี่ที่แสดงเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ปรากฏในระบบด้วยหรือไม่

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ตำรวจยืนยัน ต้องพกใบขับขี่ตัวจริง คาดไม่ตำ่กว่า 6 เดือนมีกฎหมายรองรับใบขับขี่ดิจิทัล appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/police-confirm-carry-a-real-drivers-license/feed/ 0
ปี 62 เชื่อมระบบใบสั่งกับกรมขนส่งฯ เบี้ยวค่าปรับต่อภาษีไม่ได้ https://thestandard.co/traffic-ticket-fine-new-system-plan/ https://thestandard.co/traffic-ticket-fine-new-system-plan/#respond Mon, 03 Dec 2018 12:19:51 +0000 https://thestandard.co/?p=158455

วันนี้ (3 ธ.ค.) พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชา […]

The post ปี 62 เชื่อมระบบใบสั่งกับกรมขนส่งฯ เบี้ยวค่าปรับต่อภาษีไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 ธ.ค.) พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการศึกษา (รอง ผบ.ช.ศ.) ในฐานะคณะกรรมการแก้ไขปัญหาจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการเชื่อมระบบอายัดการชำระภาษีประจำปีกับผู้ที่ไม่ชำระค่าปรับจราจร หรือการเชื่อมข้อมูลใบสั่งกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ากับระบบกรมการขนส่งทางบกว่า

 

ปัจจุบันระบบดังกล่าวมีพร้อมทดลองใช้งานแล้ว ซึ่งหลังตรวจสอบความเรียบร้อยในเดือนนี้ เดือนมกราคม ปี 2562 ตำรวจและกรมการขนส่งทางบกจะเริ่มทดลองใช้งานระบบเสมือนจริง เพื่อดูข้อบกพร่องต่างๆ ระหว่างการใช้งาน

 

ทั้งนี้ หากผลการทดลองไม่พบปัญหา จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ คาดว่าจะใช้เวลา 45-60 วัน สำหรับการทดลองระบบก่อนประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

 

นอกจากผู้กระทำผิดกฎจราจรนับตั้งแต่วันที่ระบบเชื่อมโยงสมบูรณ์แล้ว จะมีการนำข้อมูลใบสั่งค้างชำระนับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ซึ่งมีผลตั้งแต่ 1 ปีที่ผ่านมา เข้าสู่ระบบดังกล่าวด้วย เบื้องต้นพบว่า มีใบสั่งค้างชำระจำนวนกว่า 20 ล้านใบ

 

สำหรับการเชื่อมต่อระบบดังกล่าว จะมีการเปิดตัวแอปพลิเคชันสำหรับตรวจสอบใบสั่งค้างชำระ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานภาพปัจจุบันได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ส่วนช่องทางการชำระเงิน เบื้องต้นมีการกำหนดให้ชำระเงินผ่านทางธนาคารกรุงไทยและช่องทางที่ทางธนาคารได้ประสานการติดต่อไว้ เช่น ทางร้านสะดวกซื้อ หรือผ่านตู้เติมเงิน และในอนาคตจะมีการพัฒนานำระบบหักคะแนนความประพฤติ หากมีการทำผิดกฎจราจรมาบังคับใช้ต่อไปด้วย

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ปี 62 เชื่อมระบบใบสั่งกับกรมขนส่งฯ เบี้ยวค่าปรับต่อภาษีไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/traffic-ticket-fine-new-system-plan/feed/ 0
ขับรถไม่มีใบขับขี่ ตำรวจไม่มีสิทธิปรับ ส่งฟ้องศาลเท่านั้น ขนส่งฯ-ตำรวจ ร่วมแจงปมเพิ่มโทษกฎหมายใหม่ https://thestandard.co/laws-driving-without-a-license/ https://thestandard.co/laws-driving-without-a-license/#respond Fri, 24 Aug 2018 06:54:15 +0000 https://thestandard.co/?p=116067

จากกรณีกรมการขนส่งทางบก เตรียมแก้กฎหมายจัดระเบียบใบขับข […]

The post ขับรถไม่มีใบขับขี่ ตำรวจไม่มีสิทธิปรับ ส่งฟ้องศาลเท่านั้น ขนส่งฯ-ตำรวจ ร่วมแจงปมเพิ่มโทษกฎหมายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีกรมการขนส่งทางบก เตรียมแก้กฎหมายจัดระเบียบใบขับขี่ โดยจะเพิ่มโทษหนักกับผู้ขับรถไม่มีใบขับขี่ จำคุก 3 เดือน และปรับไม่เกิน 50,000 บาท เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์โดยเฉพาะตามสื่อสังคมออนไลน์ โดยหลายคนมองว่าเป็นอัตราโทษที่สูงเกินไป และอาจเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุจริตนั้น

 

วันนี้ (24 ส.ค. 61) เวลา 10.00 น. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมกับ กรมขนส่งทางบก แถลงกรณีร่างกฎหมาย ที่เพิ่มโทษกับผู้ขับขี่ ที่ห้องแถลงข่าว ตร.

 

 

โดยนายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก กล่าวว่าร่างกฎหมายฉบับใหม่เกิดจากการรวมกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ. รถยนต์ และ พ.ร.บ. ขนส่งทางบก เข้าด้วยกัน

 

ซึ่งปัจจุบัน พ.ร.บ. รถยนต์ บังคับใช้กับรถยนต์ทั่วไป รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์ ขณะที่ พ.ร.บ. ขนส่งทางบก มีไว้บังคับใช้กับรถยนต์ขนาดใหญ่เพื่อการพาณิชย์

 

รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก อธิบายว่า บทลงโทษกรณีไม่มีใบอนุญาตขับขี่ตาม พ.ร.บ. ขนส่งทางบก นั้นมีอัตราโทษที่สูงอยู่แล้ว คือจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ส่วนบทลงโทษกรณีไม่มีใบอนุญาตขับขี่ตาม พ.ร.บ. รถยนต์ คือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 พันบาท

 

ดังนั้น ร่างกฎหมายฉบับใหม่ซึ่งเป็นการบูรณาการกฎหมาย 2 ฉบับเข้าด้วยกัน จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษโดยคำนึงถึงฐานความผิดกับกฎหมายเดิม

 

สำหรับร่างกฎหมายฉบับใหม่ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเข้าพิจารณาโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งหากผ่านการพิจารณาแล้ว จะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา โดยมีผลบังคับใช้หลังประกาศแล้ว 1 ปี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมตัว และเผยแพร่ข้อมูลต่อประชาชน

 

ส่วนข้อกังวลกรณีการเพิ่มโทษแล้วอาจเปิดช่องให้ตำรวจใช้ในการทุจริตนั้น รองอธิบดีกรมขนส่งทางบก ยืนยันว่าตามร่างกฎหมายฉบับใหม่ หากมีการบังคับใช้กรณีความผิดฐานไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ตำรวจไม่มีอำนาจในการเปรียบเทียบปรับ แต่ต้องทำสำนวนส่งอัยการเพื่อยื่นฟ้องศาล โดยศาลจะเป็นผู้พิจารณาตัดสินอัตราโทษ

 

 

ขณะที่ พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ในฐานะคณะทำงาน แก้ไขปัญหาจราจร ยืนยันว่ากรณีความผิดที่โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือความผิดลหุโทษเจ้าพนักงานมีอำนาจในการเปรียบเทียบปรับ แต่กรณีโทษตามร่างกฎหมายฉบับใหม่ เจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับไม่ได้ ต้องทำสำนวนส่งฟ้องต่อศาลเท่านั้น

 

ยืนยันว่าตำรวจเห็นด้วยกับแนวทางการลงโทษกรณีไม่มีใบขับขี่ต้องส่งฟ้องศาล โดยที่ผ่านมาการเปรียบเทียบปรับ เมื่อดำเนินการเสร็จก็กลับไปขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ต่อ ซึ่งการปรับในชั้นตำรวจทำมา 39 ปีแล้ว เห็นผลชัดเจนว่าไม่สามารถลดการกระทำผิดและส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้น

 

 

ด้าน นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.)  เปิดเผยข้อมูลว่าประเทศไทยมีสถิติอุบัติเหตุของคนที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่สูงมาก โดยจากสถิติจะพบว่ากลุ่มคนที่มีใบขับขี่จะเกิดอุบัติเหตุน้อยลง 30% เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่ไม่มีใบขับขี่

 

โดยจากผลสำรวจของมูลนิธิไทยโรดส์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์กว่า 30% ไม่มีใบขับขี่ ขณะที่ผู้ขับขี่รถยนต์ที่ไม่มีใบขับขี่มีอยู่ประมาณ 9% ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์กระบะที่ไม่มีใบขับขี่มีอยู่ประมาณ 5%

 

นพ.ธนะพงศ์ ยืนยันว่าตนเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันการแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสากลและผลการศึกษาตามหลักวิชาการ ไม่ใช่เพิ่งไปหาข้อมูลมาสนับสนุนหลังเกิดกระแสต่อต้านจากสังคมออนไลน์

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ขับรถไม่มีใบขับขี่ ตำรวจไม่มีสิทธิปรับ ส่งฟ้องศาลเท่านั้น ขนส่งฯ-ตำรวจ ร่วมแจงปมเพิ่มโทษกฎหมายใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/laws-driving-without-a-license/feed/ 0
เริ่มวันนี้! ใช้ใบสั่งใหม่ทั่วประเทศ จ่ายค่าปรับผ่าน ATM ธนาคาร https://thestandard.co/police-ticket-management/ https://thestandard.co/police-ticket-management/#respond Sun, 17 Dec 2017 03:37:09 +0000 https://thestandard.co/?p=55851

เริ่มวันนี้ (17 ธ.ค.) อย่างเป็นทางการ สำหรับการเริ่มต้น […]

The post เริ่มวันนี้! ใช้ใบสั่งใหม่ทั่วประเทศ จ่ายค่าปรับผ่าน ATM ธนาคาร appeared first on THE STANDARD.

]]>

เริ่มวันนี้ (17 ธ.ค.) อย่างเป็นทางการ สำหรับการเริ่มต้นใช้ ‘ใบสั่ง’ รูปแบบใหม่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นวันแรก โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จัดส่งไปยังสถานีตำรวจทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัดแล้ว

 

พล.ต.ต. เอกรักษ์  ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 เปิดเผยว่า ใบสั่งรูปแบบใหม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘Police Ticket Management’ หรือ PTM

 

สำหรับการเริ่มต้นใช้วันแรกนั้น หากผู้ขับขี่ถูกจับปรับในฐานกระทำความผิดกฎหมายจราจร จะได้รับใบสั่งใหม่ทันที โดยรูปแบบใบสั่งใหม่นั้นจะมีบาร์โค้ดบนใบสั่ง พร้อมทั้งช่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรขีดในช่องข้อหาโดยไม่ต้องใช้ระบบการเขียนด้วยลายมือเหมือนที่ผ่านมา และในข้อหารายละเอียดต่างๆ จะมีภาษาอังกฤษกำกับด้วย

 

นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่อง ‘ปฏิเสธการรับทราบข้อกล่าวหา’ หรือปฏิเสธใบสั่ง กรณีผู้ขับขี่ยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิด โดยสามารถยื่นโต้แย้งได้ภายใน 15 วัน เพื่อให้พนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่พื้นที่พิจารณา และตัดสินข้อเท็จจริง

 

ขณะที่ประชาชนเมื่อได้รับใบสั่งแล้ว สามารถไปชำระค่าปรับที่ธนาคารกรุงไทย ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย หรือระบบแอปพลิเคชัน KTB netbank ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนมือถือ หรือสถานที่ที่มีสัญลักษณ์ PTM  แสดงอยู่ สามารถจ่ายค่าปรับภายหลังจากที่ถูกจับปรับ 2 วันทำการ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจะต้องนำข้อมูลมาบันทึกลงระบบ PTM ก่อน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเลยเวลาชำระค่าปรับ เพราะใบสั่งจะมีอายุ 7 วัน

 

สำหรับใบสั่งที่ส่งทางไปรษณีย์ ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ เพื่อให้มีช่องในการกรอกข้อมูลที่ง่ายต่อการดำเนินการ รวมถึงมีบาร์โค้ดเพื่อใช้ในการตรวจสอบและชำระค่าปรับ และเพิ่มขนาดช่องใส่รูปภาพให้มีขนาดใหญ่ มีความชัดเจนเพิ่มมากขึ้น และใบสั่งที่ส่งทางไปรษณีย์จะมีการเพิ่มช่องสรุปคะแนนการขับขี่ของผู้ขับขี่ ที่จะมีการจัดเก็บในฐานข้อมูลในระบบอีกครั้ง เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อพิจารณาพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

 

สำหรับตำรวจจราจรในพื้นที่นครบาลของกรุงเทพมหานครทั้ง 88 สน. และกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) สามารถเบิกใบสั่งรูปแบบใหม่ได้แล้ว และจะใช้พร้อมๆ กันในวันนี้ 17 ธ.ค. เช่นเดียวกัน

The post เริ่มวันนี้! ใช้ใบสั่งใหม่ทั่วประเทศ จ่ายค่าปรับผ่าน ATM ธนาคาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/police-ticket-management/feed/ 0