เหตุไฟไหม้ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เหตุไฟไหม้/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 20 Jan 2026 10:09:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทล. แจงเหตุไฟไหม้ขณะกู้ซากเครน พระราม 2 ยืนยันคุมเพลิงได้ ไม่มีผู้บาดเจ็บ สรุปยอดเยียวยา 1.7 ล้านบาท https://thestandard.co/doh-crane-fire-rama-2-compensation/ Tue, 20 Jan 2026 10:09:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1167253 ทล. แจงเหตุไฟไหม้ขณะกู้ซากเครน พระราม 2 ยืนยันคุมเพลิงได้ ไม่มีผู้บาดเจ็บ สรุปยอดเยียวยา 1.7 ล้านบาท

วันนี้ (20 มกราคม) ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางห […]

The post ทล. แจงเหตุไฟไหม้ขณะกู้ซากเครน พระราม 2 ยืนยันคุมเพลิงได้ ไม่มีผู้บาดเจ็บ สรุปยอดเยียวยา 1.7 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทล. แจงเหตุไฟไหม้ขณะกู้ซากเครน พระราม 2 ยืนยันคุมเพลิงได้ ไม่มีผู้บาดเจ็บ สรุปยอดเยียวยา 1.7 ล้านบาท

วันนี้ (20 มกราคม) ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดการพื้นที่โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 82 สายบางขุนเทียน – เอกชัย – บ้านแพ้ว กรณีเหตุการณ์โครงสร้างเหล็กสำหรับติดตั้งสะพาน (Launching Gantry – LG) ทรุดตัวบนถนนพระราม 2 ว่า ขณะนี้กรมทางหลวง (ทล.) ได้ผนึกกำลังร่วมกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) และบริษัทผู้รับจ้าง จัดตั้งทีมปฏิบัติงานเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการรื้อย้ายโครงสร้างเหล็ก โดยยึดหลักมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยสูงสุด

 

ซึ่งล่าสุดทีมวิศวกรสามารถระดมเครื่องจักรหนักเข้ายกและตัดแยกโครงเหล็กส่วนหลัก (Main Truss) ลงสู่พื้นดินได้สำเร็จครบถ้วนทุกส่วนแล้ว และกำลังเร่งตัดย่อยชิ้นส่วนเพื่อขนย้ายออกจากพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือจากตำรวจทางหลวงในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร

 

ในระหว่างการเร่งปฏิบัติงานเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันนี้ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นเล็กน้อยจากการตัดแก๊สปะทะกับคราบน้ำมันและวัสดุติดไฟ แต่ทีมกู้ภัยและทีมดับเพลิงที่ประจำการอยู่หน้างานสามารถเข้าระงับเหตุและควบคุมเพลิงได้ทันท่วงทีภายในเวลา 11.30 น. โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุซ้ำ ทล. ได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการฉีดพรมน้ำโดยรอบจุดเสี่ยงตลอดระยะเวลาที่มีการตัดย่อยโครงเหล็ก

 

อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อว่า นอกเหนือจากการเคลียร์พื้นที่แล้ว ทล. และผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. ยังได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างบริเวณข้างเคียงอย่างละเอียด โดยพบว่ามีจุดเสี่ยงที่ต้องเร่งตรวจสอบทางวิศวกรรมเพิ่มเติม 2 แห่ง ได้แก่ บริเวณโครงสร้างทางยกระดับที่ได้รับผลกระทบจำนวน 2 ช่วง และบริเวณโครงสร้างสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนในส่วนที่ยังไม่บรรจบกัน ซึ่งกรมทางหลวงจะเร่งจัดทำแผนปฏิบัติงานเพื่อหารือและขอคำแนะนำจาก วสท. ให้มั่นใจในความปลอดภัยก่อนจะดำเนินการก่อสร้างในขั้นตอนต่อไป

 

ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้น กรมทางหลวงได้สรุปยอดเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรวมทั้งสิ้น 1,705,000 บาทต่อราย ประกอบด้วย เงินสงเคราะห์พระราชทาน 20,000 บาท (พร้อมรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์), ค่าเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมทดแทนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำนวน 535,000 บาท และเงินชดเชยเยียวยาจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) อีกจำนวน 1,150,000 บาท

 

อีกทั้งเจ้าหน้าที่ ทล. จะคอยอำนวยความสะดวกในการประสานงานขอรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น เงินบำเหน็จชราภาพประกันสังคม และเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม จนกว่าทายาทจะได้รับเงินครบถ้วน

 

สำหรับสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ ขณะนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงคมนาคม และ ทล. อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและประเมินข้อสันนิษฐานทางวิศวกรรม เพื่อสรุปสาเหตุของการร่วงหล่นของโครงสร้าง LG ให้สาธารณชนรับทราบต่อไป

The post ทล. แจงเหตุไฟไหม้ขณะกู้ซากเครน พระราม 2 ยืนยันคุมเพลิงได้ ไม่มีผู้บาดเจ็บ สรุปยอดเยียวยา 1.7 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ตกใจไฟไหม้ซากเครนถล่มพระราม 2 สะท้อนไม่ได้ปรับปรุงความปลอดภัย ไม่นับญาติอิตาเลียนไทย แข่งขันกันมาตลอด https://thestandard.co/anutin-crane-fire-safety-itd-rival/ Tue, 20 Jan 2026 06:25:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1167159

วันนี้ (20 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ตกใจไฟไหม้ซากเครนถล่มพระราม 2 สะท้อนไม่ได้ปรับปรุงความปลอดภัย ไม่นับญาติอิตาเลียนไทย แข่งขันกันมาตลอด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุเพลิงไหม้ซากเครนถล่มที่ถนนพระราม 2 โดยแสดงสีหน้าตกใจและถามกลับว่า “อีกแล้วเหรอ” ตอนนี้เพิ่งประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จ หากมีเหตุการณ์ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคม จะเป็นผู้รายงาน โดยในเบื้องต้นหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการต้องดูแล ซึ่งจุดพระราม 2 กรมทางหลวงเป็นผู้ดูแลอยู่ พร้อมย้ำว่าในฐานะรัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครอง โดยหาวิธีการบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา แต่รัฐบาลไม่ได้เป็นคู่สัญญา จึงได้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ไปดำเนินการ

 

ส่วนการเกิดเหตุไฟไหม้ซ้ำในพื้นที่ดังกล่าวมองว่าเป็นการพยายามทำลายหลักฐานหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากถามตนในฐานะวิศวกร ต้องมีการวางแผนงานควบคุมงานและใส่ใจ ตามระดับความเสี่ยงของงาน และส่วนที่สำคัญมาก คือส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม ฉะนั้นต้องให้ความระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย พร้อมยกตัวอย่างบริษัทข้ามชาติที่ตนเคยทำงานด้วย ยังเคยได้รับรางวัลว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อเนื่อง 30 ล้านชั่วโมง ซึ่งไม่ได้มาจากการฟลุ๊คหรือความโชคดี แต่มาจากการวางแผน และการใส่ใจควบคุมงานที่เข้มข้น และหลักฐานไม่สามารถทำลายได้ เพราะหลักฐานชัดเจนคือเครนร่วงลงมา เป็นความเสียหาย ทางโครงสร้างวิศวกรรม จะไปเผาเศษเหล็กเศษปูนตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไร เอกสารก็ไม่ได้ต้องการ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นฟ้องมากกว่าเอกสาร

 

ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวออกมาเรียกร้องให้มีการชดเชย นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ได้มอบนโยบายไปยังกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคม ไปว่าไม่ฟังเงื่อนไขในสัญญา แต่ให้ไปดำเนินการตามกฏหมายปกครอง เพราะเป็นภัยและอันตรายต่อสาธารณะ ทำให้ประโยชน์ของสาธารณะเสียไป รวมไปถึงเรื่องความมั่นใจ นักลงทุนนักท่องเที่ยวแม้กระทั่งความมั่นใจของประชาชนในชาติ เพราะตอนนี้กลายเป็นว่าถนนเพชรเกษมติด เพราะไม่มีใครอยากวิ่งผ่านถนนพระราม 2 ทั้งที่ลงทุนไปเท่าไหร่ ซึ่งคนที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ คือผู้ที่รับจ้างก่อสร้าง ทำให้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ตอนที่ตนบอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ ก็โดนว่า ว่าไม่ใส่ใจ พอจะดำเนินการ ก็บอกว่าระวังเสียค่าโง่ แต่ถ้าทำตรงนี้แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย ระเบียบควบคุมต่างๆ ได้ ตนไม่คิดว่าเป็นการเสียค่าโง่ เพราะคำว่าเสียค่าโง่ คือต้องโดนบริษัทฟ้อง แต่เครนถล่มลงมาขนาดนี้ คนตาย 30 กว่าคน มีการเกิดเหตุ 4-5 ครั้ง แล้วรัฐทำแบบนั้นก็ว่าทำแบบนี้ก็ว่า ตนก็ทำในสิ่งที่ควรทำ และตนไม่ได้เป็นคนที่เสียค่าโง่ เพียงไปบอกให้หน่วยงานว่าต้องทำอย่างไร แต่การทำแบบนี้ทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น แล้วทำอะไรด้วยความระมัดระวัง ถ้าเป็นญาติเจ้าของบริษัทตายไม่เท่าไหร่ แต่คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ขับรถสัญจรไปมา ทั้งคนต่างจังหวัดและมีคนต่างชาติ ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่เสียหายต่อประเทศ และจำเป็นต้องดำเนินการ

 

“ไม่ต้องมานั่งนับญาติอะไรผมหรอกว่า แม่ผมเป็นน้องสาวบริษัท บริษัทอิตาเลียนไทย มันเป็นได้อย่างไร เพราะเมื่อก่อนก็แข่งขันกันมาตลอด ฉะนั้นมันเริ่มเชื่อมต่อไปเรื่องอื่นแล้ว จึงขอให้เอาเรื่องนี้ก่อน”

 

นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า ขอให้หน่วยงานไปบอกเลิกสัญญาให้ได้ก่อน เพราะทำประเทศเสียหาย และยิ่งหากเกิดเหตุไฟไหม้จริง เท่ากับว่าไม่มีการดำเนินการอะไรให้เกิดความปลอดภัยขึ้นมากเลยก็สมควรหรือยังที่ต้องดำเนินการ ซึ่งตนได้ทำหน้าที่ไปแล้วต่อไปเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ หากไม่ทำก็จะคาอยู่ ประชุมคณะรัฐมนตรีกี่รอบก็ต้องมาถามกับพิพัฒน์ ต่อให้หลังการเลือกตั้งตนได้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องมาถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าได้ดำเนินการไปแล้วหรือยัง พร้อมย้ำว่าให้ดำเนินการใน 2 โครงการนี้ให้ได้ก่อน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ตกใจไฟไหม้ซากเครนถล่มพระราม 2 สะท้อนไม่ได้ปรับปรุงความปลอดภัย ไม่นับญาติอิตาเลียนไทย แข่งขันกันมาตลอด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต https://thestandard.co/fire-gangnam-south-korea-no-injuries/ Fri, 16 Jan 2026 03:38:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1165832 เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต

นักดับเพลิงชาวเกาหลีใต้เกือบ 300 คน ถูกส่งตัวเข้าควบคุม […]

The post เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต

นักดับเพลิงชาวเกาหลีใต้เกือบ 300 คน ถูกส่งตัวเข้าควบคุมเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่ในพื้นที่ชุมชนแออัดย่านกังนัม ทางตอนใต้ของกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้วันนี้ (16 มกราคม) เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่มีผู้อยู่อาศัยราว 50 คน ได้รับการช่วยเหลือและอพยพออกจากพื้นที่แล้ว

 

ทีมนักดับเพลิงได้ยกระดับการเตือนภัยเหตุไฟไหม้ครั้งนี้เป็นระดับ 2 เนื่องจากกังวลว่าไฟอาจลุกลามไปยังภูเขาที่อยู่ใกล้เคียง โดยมีการส่งรถดับเพลิงจำนวน 85 คันไปยังที่เกิดเหตุแล้ว เพื่อควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัด

 

พื้นที่ดังกล่าว เป็นที่รู้จักในชื่อ ‘หมู่บ้านกูรยง’ (Guryong Village) เป็นย่านที่พักอาศัยที่ทรุดโทรมท่ามกลางตึกระฟ้าในกังนัม ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านที่มั่งคั่งที่สุดของกรุงโซล โดยพื้นที่แห่งนี้มีกำหนดการที่จะถูกพัฒนาใหม่ให้กลายเป็นอาคารที่พักอาศัยสูงระฟ้าในอนาคต

 

เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต 1เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต 2เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต 3เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต 4เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต 5

 

ภาพ: Kim Hong-ji / Reuters

 

อ้างอิง:

The post เกิดเหตุไฟไหม้ชุมชนแออัดย่านกังนัมของเกาหลีใต้ เบื้องต้นยังไม่มีรายงานคนเจ็บหรือเสียชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุไฟไหม้ที่สกีรีสอร์ตในสวิตเซอร์แลนด์ช่วงต้นปีใหม่ ตาย 40 คน บาดเจ็บอีกนับร้อย เรารู้อะไรอีกบ้าง https://thestandard.co/fire-ski-resort-switzerland-40-deaths/ Fri, 02 Jan 2026 05:30:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1160913 เหตุไฟไหม้ที่สกีรีสอร์ตในสวิตเซอร์แลนด์ช่วงต้นปีใหม่ ตาย 40 คน บาดเจ็บอีกนับร้อย เรารู้อะไรอีกบ้าง

เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงขึ้นที่บาร์ เลอ กงสแตลลาซียง (Le Co […]

The post เหตุไฟไหม้ที่สกีรีสอร์ตในสวิตเซอร์แลนด์ช่วงต้นปีใหม่ ตาย 40 คน บาดเจ็บอีกนับร้อย เรารู้อะไรอีกบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุไฟไหม้ที่สกีรีสอร์ตในสวิตเซอร์แลนด์ช่วงต้นปีใหม่ ตาย 40 คน บาดเจ็บอีกนับร้อย เรารู้อะไรอีกบ้าง

เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงขึ้นที่บาร์ เลอ กงสแตลลาซียง (Le Constellation) ที่สกีรีสอร์ตแห่งหนึ่งในเมืองคร็องส์-มงตานา (Crans-Montana) เมืองตากอากาศชื่อดัง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเวลา 01:30 น. ของเช้าวันพฤหัสบดี (1 มกราคม) ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่มีนักท่องเที่ยวเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 40 คนและบาดเจ็บอีก 115 คน นับเป็นเหตุไฟไหม้ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของสวิส

 

พื้นที่รอบบาร์ถูกปิดตายห้ามไม่ให้สาธารณชนเข้า และมีการประกาศเขตห้ามบินเหนือเมืองคร็องส์-มงตานา

 

ข้อสันนิษฐานสาเหตุไฟไหม้

 

ในขณะนี้เจ้าหน้าที่สืบสวน ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของไฟไหม้ใหญ่ครั้งนี้ได้ ขณะนี้ไม่พบหลักฐานว่าเป็นการลอบวางเพลิงหรือการก่อการร้าย และให้น้ำหนักไปที่การเกิดอุบัติเหตุมากกว่า

 

มีการใช้คำศัพท์เทคนิคภาษาฝรั่งเศสว่า ‘Embrasement Generalise’ อธิบายเหตุการณ์ ซึ่งหมายถึงภาวะที่ก๊าซเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่เกิดการลุกไหม้อย่างรุนแรงและฉับพลัน (คล้ายปรากฏการณ์ Flashover หรือ Backdraft ในภาษาอังกฤษ) โดยความรุนแรงของไฟไหม้ครั้งนี้ ทำให้การระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตทำได้ยากลำบาก และเจ้าหน้าที่คาดว่า อาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

 

โดยหลังได้รับแจ้งเหตุ มีการส่งเฮลิคอปเตอร์ 10 ลำ รถพยาบาล 40 คัน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย 150 นายไปยังที่เกิดเหตุ ตำรวจกล่าวว่าผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มีบาดแผลฉกรรจ์จากไฟไหม้รุนแรง โดยหลายคนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในรัฐวาเล (Valais) รวมถึงโรงพยาบาลในเมืองซูริก, โลซาน และไกลถึงโรงพยาบาลเมืองมิลาน ประเทศอิตาลีที่ต้องรับตัวผู้ป่วยไปรักษา

 

ทางด้าน กาแอต็อง ลาติยง โฆษกตำรวจประจำรัฐวาเล ระบุว่า มีการจัดตั้งศูนย์ต้อนรับและสายด่วนหมายเลข +41 848 112 117 เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ โดยภารกิจช่วยเหลือยังคงดำเนินอยู่

 

ขณะที่ กี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ เขียนข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า สิ่งที่ควรจะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขในวันแรกของปีที่คร็องส์-มงตานา กลับกลายเป็นการไว้อาลัยที่กระทบต่อจิตใจคนทั้งประเทศและทั่วโลก

 

เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนในสวิตเซอร์แลนด์

 

เหตุเพลิงไหม้ที่บาร์ เลอ กงสแตลลาซียง น่าจะเป็นเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์สวิสสมัยใหม่ เนื่องจากเหตุไฟไหม้หรือเหตุระเบิดรุนแรงนั้น ‘เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก’ ในประเทศนี้

 

ในเดือนมิถุนายน 2024 มีผู้เสียชีวิต 2 คน หลังเกิดเหตุระเบิดในลานจอดรถใต้ดินของอาคารที่พักอาศัยทางตอนเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีผู้บาดเจ็บ 11 ราย โดยตำรวจบอกกับสื่อท้องถิ่นว่าการระเบิดเกิดจากพลุดอกไม้ไฟที่ทำขึ้นเอง

 

เหตุระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สวิส อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่คลังกระสุนมิทโฮลซ์ (Mitholz Ammunition Depot) ในเดือนธันวาคม 1947 เมื่อกระสุนของกองทัพสวิสจำนวน 3,000 ตันจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถูกฝังไว้ในภูเขาเหนือหมู่บ้านมิทโฮลซ์เกิดระเบิดขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

 

นอกจากนี้ ในเดือนกุมภาพันธ์ 1970 เคยเกิดเหตุระเบิดบนเที่ยวบินของสายการบิน SWISS Air ที่มุ่งหน้าไปยังอิสราเอล ทำให้ผู้โดยสาร 39 คนและลูกเรือ 9 คนเสียชีวิตทั้งหมด โดยยังไม่ชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลัง สื่อบางสำนักรายงานว่ากลุ่มแยกตัวขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง แต่ประเด็นนี้ไม่เคยได้รับการยืนยันหรือพิสูจน์ได้จริง

 

ภาพ: Harold Cunningham / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post เหตุไฟไหม้ที่สกีรีสอร์ตในสวิตเซอร์แลนด์ช่วงต้นปีใหม่ ตาย 40 คน บาดเจ็บอีกนับร้อย เรารู้อะไรอีกบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมไฟไหม้อาคารในฮ่องกง จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี https://thestandard.co/hong-kong-building-fire-tragedy/ Fri, 28 Nov 2025 04:54:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1148952 ทำไมไฟไหม้อาคารใน **ฮ่องกง** จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี

ยอดผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารในฮ่องกง พุ่งสูงถึง […]

The post ทำไมไฟไหม้อาคารในฮ่องกง จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทำไมไฟไหม้อาคารใน **ฮ่องกง** จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี

ยอดผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารในฮ่องกง พุ่งสูงถึง 94 ราย ยังไม่รวมถึงตัวเลขของผู้สูญหายอีก 300 ราย ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ยังคงเดินหน้าค้นหาผู้รอดชีวิตเข้าวันที่ 2 ขณะที่สื่อตั้งคำถามว่า อัคคีภัยที่รุนแรงในรอบ 100 ปี คือ ‘บททดสอบ’ การบริหารจัดการฮ่องกงของจีน

 

วันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ฮ่องกงเผชิญหนึ่งในเหตุอัคคีภัยรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังเกิดเพลิงไหม้ Wang Fuk Court อาคารที่พักอาศัยในเขตไทโป 7 ใน 8 หลัง โดยทางการยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตในปัจจุบันถึง 94 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 50 รายจากตัวเลขเมื่อวานนี้ (27 พฤศจิกายน) ขณะที่ผู้สูญหายมีจำนวน 300 ราย

 

แม้เปลวเพลิงจะมอดลง แต่ยังพบควันไฟอยู่ในบางจุดจากตัวอาคาร ทำให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงปฏิบัติหน้าที่ และเข้าไปตรวจสอบอาคารที่พักทั้ง 7 หลัง โดย เดเร็ก เฉิน (Derek Chan) รองอธิบดีกรมบริการดับเพลิงฮ่องกงระบุว่า ปฏิบัติการนี้เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่า จะไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มเติม

 

‘นั่งร้านไม้ไผ่’ ต้นเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์

 

เหตุเพลิงไหม้ Wang Fuk Court กลายเป็นโศกนาฏกรรมที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดของฮ่องกงในรอบ 77 ปี นับตั้งแต่ปี 1948 ที่เกิดเหตุไฟไหม้โกดังสินค้าและมีผู้เสียชีวิต 176 ราย ขณะที่สำนักข่าว Al Jazeera เปรียบความรุนแรงของเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า อยู่ในระดับเดียวกับเหตุไฟไหม้สนามม้า Happy Valley ปี 1918 ซึ่งเป็นหนึ่งในอัคคีภัยที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ฮ่องกงรอบ 100 ปี ที่มีผู้เสียชีวิต 614 ราย

 

ท่ามกลางเหตุสลดครั้งนี้ มีการตั้งคำถามอย่างกว้างขวางถึงสาเหตุและความหละหลวมด้านความปลอดภัยในไซต์ก่อสร้าง โดยมีรายงานจาก South China Morning Post ว่า ต้นเพลิงอาจมาจากการสูบบุหรี่ของคนงานก่อสร้างที่ขาดความระมัดระวัง แต่หนึ่งในปัจจัยที่ถูกระบุชัดว่าเร่งให้ไฟลุกลามรุนแรงอย่างผิดปกติ คือ ‘นั่งร้านไม้ไผ่’

 

ทำความเข้าใจก่อนว่า นั่งร้านไม้ไผ่คือวัสดุดั้งเดิมในการก่อสร้างของฮ่องกง ซึ่งมีลักษณะเด่น คือ ถูก เบา ตัดง่าย แข็งแรง และเหมาะกับการเคลื่อนย้ายในพื้นที่คับแคบ โดยวิธีการสร้างนั่งร้านมักใช้เทคนิค ‘แมงมุม’ คือมัดท่อนไม้เข้าด้วยกันเป็นตาราง หลังจากนั้นจึงคลุมด้วยตาข่ายเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุก่อสร้างหล่น

 

ซินเหยียน หวง (Xinyan Huang) รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยวิศวกรรมความปลอดภัยด้านอัคคีภัย จาก Hong Kong Polytechnic University ให้สัมภาษณ์กับ Al Jazeera ว่า นอกจากเหตุผลทางด้านความสะดวกในการขนย้าย ฮ่องกงยังยึดติดเหตุผลทางด้านวัฒนธรรม เพราะนั่งร้านไม้ไผ่คือธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาอย่างยาวนาน หากเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ จะกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง เพราะผู้มีส่วนได้เสียจะต่อต้าน

 

อันที่จริง มีข้อกังวลถึงเหตุไฟไหม้ลุกลามจากนั่งร้านมาสักระยะ เพราะตั้งแต่ปี 2018-2024 ฮ่องกงมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวถึง 22 กรณี โดยหวงวิเคราะห์ว่า ฮ่องกงควรจะเปลี่ยนนั่งร้านในการก่อสร้างอาคารใหญ่ในอนาคต

 

ขณะที่ อันวาร์ โอราบี (Anwar Orabi) นักวิศวกรรมด้านความปลอดภัยจาก University of Queensland ระบุว่า แม้จะมีตัวการอื่นให้เกิดเพลิงไหม้อย่างรวดเร็ว ดังกรณี ‘หน้าต่าง’ ที่ทำจากวัสดุอย่างพอลิสไตรีน ซึ่งมีความไวต่อไฟ แต่เมื่อวิเคราะห์ลักษณะเหตุการณ์ จะเห็นได้ว่า นั่งร้านคือตัวการให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนทะลุถึงอาคาร

 

“ในมุมมองของผม นั่งร้านคือเส้นทางทำให้ไฟลุกลามขึ้นด้านบนของตัวอาคาร และเป็นเชื้อเพลิงในห้องพักอาศัย ความร้อนจากไฟสามารถทำให้กระจกแตกได้ พอหน้าต่างแตก ไฟก็ลุกลามเข้าไปในห้อง และทำให้เกิดเหตุไฟไหม้พร้อมกันหลายชั้นได้” เขาอธิบาย

 

โศกนาฏกรรมไฟไหม้ คือบททดสอบการควบคุมฮ่องกงของจีน

 

Reuters วิเคราะห์ว่า โศกนาฏกรรมไฟไหม้ Wang Fuk Court คือบททดสอบการบริหารฮ่องกงของจีน เพราะแม้กระแสประชาธิปไตย และการชุมนุมประท้วงจะถูกควบคุมอย่างเข้มงวด นับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา แต่เสียงวิจารณ์และความไม่พอใจของประชาชนอาจลุกลามไปยังรัฐบาล นอกเหนือจากบริษัทก่อสร้าง ซึ่งอาจถูกกดดันให้สอบสวนทุกอย่างอย่างโปร่งใส

 

โจวซื่อเจี๋ย (Chau Sze Kit) ประธานสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมก่อสร้างฮ่องกง มองว่า รัฐบาลฮ่องกงต้องทบทวนระบบความปลอดภัย การบริหารจัดการของอุตสาหกรรม และบทบาทของรัฐบาลใหม่ พร้อมกับยกตัวอย่างว่า ฮ่องกงเคยมีบทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้ในเกาลูนปี 1996 ที่มีผู้เสียชีวิต 41 คน โดยการสอบสวนครั้งนั้นนำไปสู่การออกกฎหมายความปลอดภัยของอาคาร และระเบียบด้านการรับมืออัคคีภัยใหม่

 

ขณะที่ ซอนนี โหลว (Sonny Lo) นักรัฐศาสตร์ชาวฮ่องกงให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ต้องให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็น คือ รัฐบาลฮ่องกงจะรับมือกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้อย่างไร และการรับรู้ของประชาชนต่อทางการฮ่องกงจะเปลี่ยนไปหรือไม่ พร้อมกับย้ำว่า รัฐบาลทำงานได้ดีด้านความมั่นคง แต่ความมั่นคงของชาติยังรวมถึงความมั่นคงของมนุษย์อีกด้วย

 

อนึ่ง สีจิ้นผิง ผู้นำสูงสุดจีน ออกมาแสดงท่าทีต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทุ่มทรัพยากรอย่างเต็มกำลัง เพื่อดับไฟและลดการสูญเสีย ขณะที่แสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต หรือกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ

 

ภาพ: Tyrone Siu / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ทำไมไฟไหม้อาคารในฮ่องกง จึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุไฟไหม้อาคารสูงฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร? https://thestandard.co/hong-kong-fire-worst-60-years/ Thu, 27 Nov 2025 05:07:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1148375 เหตุไฟไหม้อาคารสูง ฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร?

ฮ่องกงเผชิญเหตุไฟไหม้รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี โดยเพลิงไห […]

The post เหตุไฟไหม้อาคารสูงฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุไฟไหม้อาคารสูง ฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร?

ฮ่องกงเผชิญเหตุไฟไหม้รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี โดยเพลิงไหม้ได้ลุกลามอาคารสูงในเขตไทโป คร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 44 ราย และมีผู้สูญหายราว 270 ราย ขณะที่ผู้คนนับพันต้องอพยพไปที่ศูนย์พักพิง

 

เมื่อวานนี้ (26 พฤศจิกายน) เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ Wang Fuk Court อาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ 7 ใน 8 อาคาร สูง 31 ชั้น และมีที่อยู่อาศัยราว 2,000 ยูนิต ในเขตไทโป ตอนเหนือของฮ่องกง เวลา 14.51 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

ในช่วงแรก พยานให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า สัญญาณไฟไหม้ไม่แจ้งเตือน ก่อนจะมีการยกระดับความรุนแรงของสถานการณ์ถึง 3 ครั้ง โดยขั้นสูงสุดคือระดับ 5 ซึ่งประกาศในเวลาประมาณ 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

 

ทางการฮ่องกงการระดมกำลังเพื่อดับเปลวเพลิงดังกล่าว โดยใช้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง 767 นาย รถดับเพลิง 128 คัน รถพยาบาล 57 คัน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 400 นาย ขณะที่ เดเร็ก อาร์มสตรอง เฉิน (Derek Armstrong Chan) รองอธิบดีกรมบริการดับเพลิงระบุว่า เจ้าหน้าที่ยังเผชิญอุปสรรคจากเศษซากและนั่งร้านของอาคารที่หล่นลงมา และเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ได้ว่า ไฟจะดับลงเมื่อไร

 

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่า ‘สูงที่สุด’ จากเหตุไฟไหม้ในฮ่องกงนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา โดยเบื้องต้น ทางการสรุปว่า มีผู้เสียชีวิต 44 คน ผู้บาดเจ็บอีก 45 คน และผู้สูญหายอีก 279 คน ซึ่งแซงหน้าตัวเลขผู้เสียชีวิต 41 คนจากเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ในเขตเกาลูน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 1996

 

ปัจจุบัน ผู้นำจีนและไต้หวันได้แสดงความเสียใจต่อโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ โดย สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายพยายามเต็มที่เพื่อดับไฟ และลดจำนวนผู้บาดเจ็บหรือผู้สูญเสียให้ได้มากที่สุด ขณะที่ไล่ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน โพสต์ข้อความผ่าน X ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ และหวังว่า ทางการจะพบผู้สูญหายอย่างปลอดภัย

 

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพลิงไหม้ลุกลาม?

 

โศกนาฏกรรมไฟไหม้ Wang Fuk Court ทำให้มีการเปรียบเทียบกับเหตุไฟไหม้ Grenfell Tower ในลอนดอนเมื่อปี 2017 ที่คร่าชีวิตผู้คน 72 ราย โดยมีสาเหตุจากการที่บริษัทผู้ก่อสร้างใช้วัสดุหุ้มอาคารที่ติดไฟได้ง่าย ประกอบกับความล้มเหลวของภาครัฐในการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย

 

ทั้งนี้ Wang Fuk Court เป็นที่อยู่อาศัยที่ได้รับการอุดหนุนโดยรัฐ สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1983 ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงใหม่ ทำให้อาคารภายนอกถูกหุ้มด้วยนั่งร้านไม้ไผ่ และตาข่ายก่อสร้าง

 

แม้ทางการยังไม่ระบุว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นจากอะไร แต่ South China Morning Post ระบุว่า อาจเกิดขึ้นจากคนงานก่อสร้างสูบบุหรี่โดยไม่ระมัดระวัง และเพลิงไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะวัสดุในการก่อสร้างตึกอย่างไม้ไผ่ มุ้งลวด ตาข่าย หรือแม้แต่แผ่นพลาสติกบนนั่งร้าน

 

ขณะที่ Reuters พยายามชี้ว่า เหตุไฟไหม้ในครั้งนี้สะท้อนจากการใช้วัสดุที่ติดไฟง่าย​ โดยเฉพาะ ‘ไม้ไผ่’ และ ‘ตาข่าย’ ในขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งเป็นธรรมเนียมสืบทอดจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ยังใช้ในฮ่องกงจนถึงปัจจุบัน

 

ในการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า นอกจากความหละหลวมในการก่อสร้าง คือ การใช้ตาข่ายที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานของการป้องกันเหตุเพลิงไหม้ ยังมีการค้นพบว่า ‘หน้าต่าง’ บางบานของอาคาร ทำจากวัสดุอย่างพอลิสไตรีน ซึ่งเป็นอีกสาเหตุทำให้เพลิงไหม้ลุกลามได้ง่ายมาก

 

เบื้องต้นมีการสรุปว่า โศกนาฏกรรมเพลิงไหม้เกิดจากความประมาทเลินเล่อของบริษัทก่อสร้าง​ โดยเจ้าหน้าที่บุกจับกุมผู้เกี่ยวข้อง 3 รายในเขตไทโป, งัวเตาก๊อก และซานปอกง เพื่อรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

 

ภาพ: Tyrone Siu / Reuters

 

อ้างอิง:

The post เหตุไฟไหม้อาคารสูงฮ่องกง รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี สาเหตุเกิดจากอะไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน https://thestandard.co/hong-kong-fire-4-dead/ Wed, 26 Nov 2025 11:04:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1148087 Applying the specified rule add a space before proper nouns that follow a verb: 1. Identify verbs in the headline: * `ไฟไหม้` (fai mai) - a fire broke out (verb phrase) * `เสียชีวิตแล้ว` (sia chiwit laeo) - has died already (verb phrase) 2. Identify proper nouns: * `ฮ่องกง` (Hong Kong) 3. Check if any proper noun follows a verb: * The proper noun `ฮ่องกง` follows the preposition `ใน` (in), not directly a verb. * There are no other proper nouns that directly follow `ไฟไหม้` or `เสียชีวิตแล้ว`. Therefore, based strictly on the rule provided, no changes are needed to the spacing of this headline. **Original Headline (no changes required by the specified rule):** ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฮ่องกง เร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิง ภายหลัง […]

The post ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Applying the specified rule add a space before proper nouns that follow a verb: 1. Identify verbs in the headline: * `ไฟไหม้` (fai mai) - a fire broke out (verb phrase) * `เสียชีวิตแล้ว` (sia chiwit laeo) - has died already (verb phrase) 2. Identify proper nouns: * `ฮ่องกง` (Hong Kong) 3. Check if any proper noun follows a verb: * The proper noun `ฮ่องกง` follows the preposition `ใน` (in), not directly a verb. * There are no other proper nouns that directly follow `ไฟไหม้` or `เสียชีวิตแล้ว`. Therefore, based strictly on the rule provided, no changes are needed to the spacing of this headline. **Original Headline (no changes required by the specified rule):** ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฮ่องกง เร่งฉีดน้ำควบคุมเพลิง ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้อะพาร์ตเมนต์ Wang Fuk Court กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในเขตไทโป ทางตอนเหนือของฮ่องกง เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

 

โดยไฟได้เผาไหม้นั่งร้านไม้ไผ่นอกอาคาร ก่อนจะไหม้ลามอาคารข้างเคียงทั้งหมด 8 หลังอย่างรวดเร็ว และมีควันไฟจำนวนมากพวยพุ่งออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ

 

ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 คน ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 1 นาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน โดยถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งผู้บาดเจ็บ 2 คนอาการสาหัส

 

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ และยังมีผู้ติดค้างภายในอาคารหรือไม่ ขณะที่หน่วยดับเพลิงได้รับรายงานเพลิงไหม้ครั้งแรกเมื่อเวลา 14:51 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะยกระดับสถานการณ์ไฟไหม้ขึ้นเป็นระดับ 4 และมีการปิดถนนรอบพื้นที่ ขณะที่ทางการได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว

 

ภาพ: REUTERS/Tyrone Siu TPX IMAGES OF THE DAY

 

อ้างอิง:

The post ไฟไหม้กลุ่มอาคารพักอาศัยขนาดใหญ่ในฮ่องกง เสียชีวิตแล้ว 4 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ควบคุมเพลิงได้แล้ว! ไฟไหม้คอนโด 38 ชั้น ตรงข้ามห้างพาต้า ปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้พักอาศัยเพิ่มเติม https://thestandard.co/pinklao-condo-fire-controlled/ Thu, 09 Oct 2025 08:08:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1128577 ควบคุมเพลิงได้แล้ว ไฟไหม้คอนโด 38 ชั้น ตรงข้าม ห้างพาต้า ปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้พักอาศัยเพิ่มเติม

วันนี้ (9 ตุลาคม) เวลา 13.55 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 ได […]

The post ควบคุมเพลิงได้แล้ว! ไฟไหม้คอนโด 38 ชั้น ตรงข้ามห้างพาต้า ปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้พักอาศัยเพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ควบคุมเพลิงได้แล้ว ไฟไหม้คอนโด 38 ชั้น ตรงข้าม ห้างพาต้า ปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้พักอาศัยเพิ่มเติม

วันนี้ (9 ตุลาคม) เวลา 13.55 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณตรงข้ามห้างสรรพสินค้าพาต้า ปิ่นเกล้า ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยเป็นอาคารคอนโดมิเนียมสูง 38 ชั้น

 

เวลา 13.58 น. เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์ถึงที่เกิดเหตุ พบกลุ่มควันลอยออกมาจากบริเวณชั้นที่ 16 ของอาคาร เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและดำเนินการควบคุมสถานการณ์ พร้อมทั้งอพยพประชาชนลงจากอาคารอย่างเร่งด่วน ตั้งแต่เวลา 14.03 น.

 

ระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่ามี เด็กติดค้างอยู่ภายในอาคาร ชั้น 24 ห้อง 102 และห้อง 190 จึงเร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

 

ต่อมาเวลา 14.41 น. เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการภายในอาคารสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ภายในลิฟต์ได้จำนวน 2 ราย ออกมาอย่างปลอดภัย

 

และเวลา 14.46 น. เจ้าหน้าที่รายงานว่าสามารถควบคุมเพลิงภายในคอนโดไว้ได้แล้ว ขณะนี้ชุดปฏิบัติการภายในอาคารอยู่ระหว่าง ค้นหาผู้ติดค้างในแต่ละชั้น เพื่ออพยพลงสู่พื้นล่างอย่างปลอดภัย

 

เหตุการณ์อยู่ระหว่างตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้และประเมินความเสียหายเพิ่มเติม

 

อ้างอิง: ศูนย์วิทยุพระราม 199

The post ควบคุมเพลิงได้แล้ว! ไฟไหม้คอนโด 38 ชั้น ตรงข้ามห้างพาต้า ปิ่นเกล้า เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้พักอาศัยเพิ่มเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมันเชฟรอนในลอสแอนเจลิส ทางการควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่มีผู้บาดเจ็บ https://thestandard.co/la-chevron-refinery-fire-contained/ Fri, 03 Oct 2025 10:27:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1126072

วันนี้ (3 ตุลาคม 2025) เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานกลั่นน้ำม […]

The post ไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมันเชฟรอนในลอสแอนเจลิส ทางการควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่มีผู้บาดเจ็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 ตุลาคม 2025) เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานกลั่นน้ำมันเชฟรอนในเมืองเอลเซกุนโด (El Segundo) ใกล้กับลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เบื้องต้น ไม่มีรายงานถึงตัวเลขผู้บาดเจ็บ ขณะที่ทางการยืนยันว่า บ้านเรือนและสถานที่สาธารณะใกล้เคียงไม่ได้รับผลกระทบ

 

สำนักข่าว CBS News รายงานว่า เหตุเพลิงไหม้ที่โรงงานเชฟรอนเกิดขึ้นโดยยังไม่ทราบสาเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุระเบิดหลายครั้ง และพยานเปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ท่ามกลาง ‘แผ่นดินไหว’ ขนาดเล็ก ขณะที่โฆษกของเชฟรอนเปิดเผยว่า หน่วยดับเพลิงของโรงงานได้ทำงานประสานกับเจ้าหน้าที่จากทางการเป็นอย่างดี โดยที่ไม่มีคำสั่งโยกย้ายอพยพประชาชน หรือรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บแต่อย่างใด

 

ล่าสุด เกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียจากพรรคเดโมแครต ออกมาประกาศผ่าน X ว่า ทางรัฐได้ประสานงานควบคุมสถานการณ์กับทั้งหน่วยงานท้องถิ่นและรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย

 

 

ภาพ: Daniel Cole / REUTERS

 

อ้างอิง:

The post ไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมันเชฟรอนในลอสแอนเจลิส ทางการควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่มีผู้บาดเจ็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินขนผู้บริหาร มท. ลงพื้นที่ไฟไหม้ร้านพลาสติกอุดรธานี เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ https://thestandard.co/fire-incident-udonthani-plastic-warehouse/ Sun, 15 Jun 2025 05:51:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1085254 อนุทินลงพื้นที่ไฟไหม้ร้านพลาสติกที่อุดรธานี มอบถุงยังชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

วันนี้ (15 มิถุนายน) เวลา 09.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล รอง […]

The post อนุทินขนผู้บริหาร มท. ลงพื้นที่ไฟไหม้ร้านพลาสติกอุดรธานี เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินลงพื้นที่ไฟไหม้ร้านพลาสติกที่อุดรธานี มอบถุงยังชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบ

วันนี้ (15 มิถุนายน) เวลา 09.30 น. อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจและมอบเครื่องอุปโภค-บริโภคแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านจำหน่ายพลาสติกบริเวณถนนรอบเมือง (อุดรธานี-หนองบัวลำภู) อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยมี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน, ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, พงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง, ราชันย์ ซุ่นฮั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี, ชวิศ ป้องขันธ์ นายอำเภอเมืองอุดรธานี สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี และหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมลงพื้นที่

 

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 68 เวลาประมาณ 21.30 น. เกิดเหตุไฟไหม้ร้านจำหน่ายพลาสติก เลขที่ 310/14 ตำบลหมากแข้ง ตั้งอยู่บริเวณถนนรอบเมือง (อุดรธานี-หนองบัวลำภู) ใกล้กับปั๊มน้ำมันบางจาก สาขารอบเมือง เขตเทศบาลนครอุดรธานี อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ทำให้อาคารโกดังและสินค้าพลาสติกได้รับความเสียหาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และจังหวัดอุดรธานี ได้บูรณาการรถน้ำ/รถดับเพลิงจากหน่วยงานในพื้นที่ ร่วมเข้าระงับเหตุ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว และอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

อนุทินกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าอาคารที่เกิดเหตุเป็นโกดังเก็บสินค้า ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์พลาสติก เช่น จาน ชาม และเก้าอี้พลาสติก โดยคาดว่าสาเหตุของเพลิงไหม้น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากสภาพอาคารค่อนข้างเก่าและไม่ได้รับการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เกิดความเสียหายทั้งหลัง ซึ่งหลังได้พบกับเจ้าของกิจการ ทราบว่าได้ทำประกันอัคคีภัยไว้ โดยมีวงเงินความคุ้มครองครอบคลุมสินค้าที่ได้รับความเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอนของบริษัทประกันภัย โดยได้รับความร่วมมือและการประสานงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัด (คปภ.) 

 

ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้ประสานงานกับนายกเทศมนตรีนครอุดรธานี รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุดรธานี ได้เข้าควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้จนสงบลงเป็นที่เรียบร้อย และได้มีการประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตภัยพิบัติ โดยห้ามมิให้บุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย เนื่องจากโครงสร้างของอาคารได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเพลิงไหม้ อาจเกิดการทรุดตัวหรือถล่มลงมาได้ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

 

อนุทินได้มีข้อสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี นายอำเภอ ผู้นำท้องที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดำเนินการสำรวจความเสียหายและหาสาเหตุการเกิดภัย พร้อมช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด ทั้งในด้านการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย และการประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนสิ่งของดำรงชีพที่จำเป็น รวมถึงเร่งบรรเทาเยียวยาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ 

The post อนุทินขนผู้บริหาร มท. ลงพื้นที่ไฟไหม้ร้านพลาสติกอุดรธานี เร่งเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัด กทม. เผย ไฟไหม้โรงงานลาดกระบังลามชั้นใต้ดิน เร่งเจาะกำแพงสกัด พบก๊าซพิษปกคลุม 300 เมตร คาดตกค้าง 5-7 วัน https://thestandard.co/ladkrabang-factory-fire-toxic-gas-bangkok/ Mon, 12 May 2025 08:39:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1073416 ไฟไหม้โรงงานลาดกระบัง

วันนี้ (12 พฤษภาคม) วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป […]

The post ปลัด กทม. เผย ไฟไหม้โรงงานลาดกระบังลามชั้นใต้ดิน เร่งเจาะกำแพงสกัด พบก๊าซพิษปกคลุม 300 เมตร คาดตกค้าง 5-7 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้โรงงานลาดกระบัง

วันนี้ (12 พฤษภาคม) วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทราบว่ายังมีแสงเพลิงอยู่ในอาคารที่ 3 ของโรงงาน คิดเป็นประมาณ 20% โดยด้านข้างของโรงงานที่ติดกับซอย เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ แต่อีกด้านของโรงงานยังคงมีควันดำพวยพุ่งออกมา ซึ่งแนวทางปฏิบัติการต่อจากนี้จะนำรถมาเจาะเปิดกำแพงด้านข้าง เพื่อลำเลียงน้ำเข้าไปดับเพลิงที่ชั้นใต้ดินที่เพลิงยังลุกไหม้อยู่ คาดว่าจะควบคุมเพลิงได้ดีขึ้น เพื่อความไม่ประมาท จึงมีการเตรียมโฟมเคมีจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมและภาคีเครือข่ายไว้พร้อมปฏิบัติการ

 

อย่างไรก็ตามจากการตรวจวัดสภาพอากาศรัศมี 300 เมตรจากโรงงานที่เกิดเพลิงไหม้ พบค่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ มีทั้ง PM2.5, เขม่าดำ, ก๊าซพิษทั้งคาร์บอนมอนอกไซด์, สไตรีน, และฟอร์มาลดีไฮด์ หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถป้องกันได้ ต้องใช้หน้ากากอนามัย N95 ขึ้นไปเท่านั้น หากฝนตกในขณะที่ยังควบคุมเพลิงไม่ได้ ก็จะชะล้างสารพิษและก๊าซพิษต่างๆ ให้กระจายออกไปด้านข้างมากขึ้น 

 

ทำให้จำเป็นต้องปิดศูนย์พักพิงโรงเรียนลำพะอง และอพยพประชาชนที่อยู่ศูนย์พักพิงจุดนี้ไปยังศูนย์พักพิงแห่งใหม่ที่โรงเรียนวัดสุทธาโภชน์ ซอยฉลองกรุง 8 และต้องเร่งดับเพลิง

 

ทั้งนี้ สารพิษเหล่านี้จะคงอยู่ในอากาศรัศมี 300 เมตรต่อไปอีก 5-7 วัน ดังนั้นสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ปิดบ้านให้มิดชิด ใช้เทปพลาสติกปิดซีลตามขอบประตูขอบหน้าต่างทั้งหมด ห้ามเปิดแอร์ แต่ให้เปิดพัดลมระบายอากาศแทน

 

หากไม่ได้อยู่ในพื้นที่อันตรายให้พักอยู่ในบ้าน หากออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากอนามัย N95 ขึ้นไป ทั้งนี้ สารพิษเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อร่างกาย ทำให้รู้สึกมึน วิงเวียนศีรษะ หายใจไม่ออก ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจและเยื่อบุตา ระคายเคืองผิวหนัง เบื้องต้นสามารถล้างออกได้ด้วยน้ำสบู่ แต่ถ้าเข้าสู่ร่างกายไปแล้ว ไม่สามารถชำระล้างได้

 

นอกจากนี้ยังมอบหมายให้สำนักงานเขตลาดกระบัง ศูนย์บริการสาธารณสุข กระจายกันออกไปทำความเข้าใจกับประชาชนในชุมชนที่อยู่ใต้ลม หรือทางด้านท้ายโรงงาน โดยยังมีกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในรัศมีอพยพประมาณ 12 คน ที่เจ้าหน้าที่สำนักอนามัยร่วมกับแพทย์ที่เกี่ยวข้องเข้าไปประชาสัมพันธ์ให้อพยพแล้ว

 

ส่วนเจ้าของโรงงานซึ่งเป็นคนไทยได้เข้ามาพบเจ้าหน้าที่แล้ว ซึ่งก็ให้ข้อมูลว่ามีเม็ดพลาสติกอยู่ในโรงงานกว่า 300 ตัน ซึ่งถือว่าเยอะมาก แต่ก็เผาไหม้ไปเกือบหมดแล้ว และพื้นโรงงานมีการทรุดไปยังพื้นด้านล่างบางส่วน ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่จัดการดับเพลิงเสร็จสิ้นแล้ว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะเข้าตรวจสอบสาเหตุเพลิงไหม้ต่อไป ยังไม่ขอคาดการณ์ถึงสาเหตุเพลิงไหม้

 

ด้านผู้อำนวยการเขตลาดกระบังเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างให้ฝ่ายโยธาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องการก่อสร้างอาคารและใบอนุญาตต่างๆ ของโรงงานต่อไป

The post ปลัด กทม. เผย ไฟไหม้โรงงานลาดกระบังลามชั้นใต้ดิน เร่งเจาะกำแพงสกัด พบก๊าซพิษปกคลุม 300 เมตร คาดตกค้าง 5-7 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ลาดกระบังยังไม่ดับ โครงสร้างเสี่ยงถล่ม สั่งอพยพประชาชน เปิด 4 ศูนย์พักพิง https://thestandard.co/lat-krabang-furniture-factory-fire-2025/ Mon, 12 May 2025 04:16:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1073359 lat-krabang-furniture-factory-fire-2025

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ความคืบหน้าจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานเฟ […]

The post ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ลาดกระบังยังไม่ดับ โครงสร้างเสี่ยงถล่ม สั่งอพยพประชาชน เปิด 4 ศูนย์พักพิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
lat-krabang-furniture-factory-fire-2025

วันนี้ (12 พฤษภาคม) ความคืบหน้าจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ซอยฉลองกรุง 55 เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (11 พฤษภาคม) เป็นเวลากว่า 18 ชั่วโมง ล่าสุดเวลา 10.06 น. ศูนย์วิทยุพระราม199 รายงานว่า รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ พบว่าขณะนี้โครงสร้างอาคารเริ่มทรุดตัว เจ้าหน้าที่ต้องถอนตัวออกจากอาคารบริเวณชั้นใต้ดิน เพื่อความปลอดภัย

 

อย่างไรก็ตามสถานการณ์ตั้งแต่ เวลา 06.00 น. พบว่าแสงเพลิงลดน้อยลง แต่ยังคงมีกลุ่มควันดำหนาทึบ ลอยปกคลุมทั่วบริเวณจุดเกิดเหตุ ส่งผลกระทบต่อผู้ที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง

 

ขณะที่ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โรงงาน และได้เข้าเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อให้กำลังใจผู้ได้รับความช่วยเหลือ พร้อมทั้งตรวจสอบบริเวณโดยรอบ

 

ธีรรัตน์ระบุว่า ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัติงานด้วยความปลอดภัยสูงสุด โดยเฉพาะการอพยพประชาชนจากพื้นที่ ขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัยและการปฏิบัติงานที่รวดเร็ว 

 

ด้านผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบโรงงานดังกล่าว เป็นโรงงานที่เก็บเม็ดพลาสติกจำนวนมาก ทั้งนี้ ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเพลิงไหม้ แต่ที่กังวลคือผู้คนที่อาศัยโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ เพราะมีกลุ่มควันหนาแน่นมากและมลภาวะมหาศาล โดยรอบ ๆ มีชุมชนริมคลองลำปลาทิว ประมาณ 140 หลังคาเรือน ซึ่งได้ประกาศให้อพยพแล้ว ในส่วนสถานการณ์ล่าสุด เพลิงยังคงไม่สงบ คุกรุ่นอยู่ด้านในเพราะเข้าไปดับยาก แต่คุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด โดยฉีดน้ำเลี้ยงเม็ดพลาสติกไว้ ทั้งนี้เนื่องจากตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่พบตัวเจ้าของโรงงาน ซึ่งได้ประสานไปทางตำรวจให้เรียกเข้ามาให้ข้อมูลแล้ว 

 

ผู้ว่าฯ กทม. ระบุด้วยว่า จากนี้จะมีการประสานสำนักสิ่งแวดล้อมฯ เข้ามาประเมิน ผลกระทบที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันได้แจ้งให้ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงอพยพไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงเป็นการชั่วคราวพร้อมตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดทั้งการก่อสร้าง ใบอนุญาตต่างๆ ว่ามีรูปแบบเข้าประกอบกิจการผิดกฎหมายหรือไม่

 

ในการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทีมกู้ภัยยังคงเร่งระดมฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยมีรถน้ำกว่า 100 คันจากหลายเขตของกรุงเทพมหานครเข้าร่วมปฏิบัติการ เพื่อสกัดไม่ให้เปลวเพลิงลุกลามไปยังพื้นที่ใกล้เคียง 

 

ด้านหน่วย BEST 1555 กรุงเทพมหานคร เขตลาดกระบัง ได้ประสานจัดตั้งศูนย์พักพิงฉุกเฉินทันที พร้อมทั้งศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ส่งทีมเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองสุขภาพประชาชนที่อพยพมายังศูนย์ฯ

 

สำหรับศูนย์พักพิงชั่วคราวที่เปิดให้บริการแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ 

  1. ลานอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดลำพะอง ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว
  2. อาคารโรงยิม โรงเรียนวัดทิพพาวาส ซอยฉลองกรุง 53 แขวงลำปลาทิว
  3. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กชุมชนหมู่บ้านพัฒนาทิพพาวาส ซอยฉลองกรุง 53 แขวงลำปลาทิว
  4. อาคารหอประชุมสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว

 

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่โปรดสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังควันพิษจากเหตุเพลิงไหม้

The post ไฟไหม้โรงงานเฟอร์นิเจอร์ลาดกระบังยังไม่ดับ โครงสร้างเสี่ยงถล่ม สั่งอพยพประชาชน เปิด 4 ศูนย์พักพิง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ กลางดึก คาดเป็นโซนสปาเก่า https://thestandard.co/dhara-dhevi-hotel-fire-chiang-mai/ Wed, 23 Apr 2025 04:55:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1067188 dhara-dhevi-hotel-fire-chiang-mai

วันนี้ (23 เมษายน) เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ที่ผ่าน […]

The post ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ กลางดึก คาดเป็นโซนสปาเก่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
dhara-dhevi-hotel-fire-chiang-mai

วันนี้ (23 เมษายน) เมื่อช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นที่ โรงแรมดาราเทวี อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่เพื่อเก็บภาพเหตุการณ์ดังกล่าวในช่วงเช้า

 

จากรายงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิต่างๆ ต้องปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องในการฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง โดยจุดที่เกิดเหตุไฟไหม้จากการสำรวจเบื้องต้นนั้น เป็นบริเวณโซนให้บริการสปาเดิมของโรงแรม ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เปิดให้บริการแล้วภายหลังจากการปิดตัวของโรงแรม

 

ทั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงกลางดึก ทำให้ไม่มีผู้พักอาศัยหรือพนักงานอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุแต่อย่างใด เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น และดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้

 

ในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเชือกแนวกั้นมาติดตั้งโดยรอบบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุม และไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่โดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่

The post ไฟไหม้โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ กลางดึก คาดเป็นโซนสปาเก่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปเหตุไฟดับ-ปิดสนามบินฮีทโธรว์ กระทบเที่ยวบินนับพัน https://thestandard.co/heathrow-power-outage-shutdown/ Sat, 22 Mar 2025 08:34:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1055088

เหตุไฟไหม้ที่โรงไฟฟ้าใกล้สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน สห […]

The post สรุปเหตุไฟดับ-ปิดสนามบินฮีทโธรว์ กระทบเที่ยวบินนับพัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เหตุไฟไหม้ที่โรงไฟฟ้าใกล้สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ส่งผลให้ไฟฟ้าดับ และทำให้ สนามบินฮีทโธรว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินที่พลุกพล่านที่สุด ต้องประกาศปิดให้บริการชั่วคราว ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินกว่า 1,000 เที่ยว และผู้โดยสารกว่า 145,000 คน

 

โทมัส โวลด์บี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสนามบินฮีทโธรว์ คาดการณ์ว่าสนามบินจะกลับมาเปิดทำการได้ตามปกติในวันเสาร์ (22 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว แต่กำลังสอบสวนหาสาเหตุ

 

“เช้าวันเสาร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) เราคาดว่าจะกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ หรือก็คือดำเนินการได้ 100% เหมือนวันปกติ” โวลด์บีกล่าวเมื่อวันศุกร์ พร้อมทั้งขอโทษผู้โดยสารสำหรับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

 

ด้านสนามบินฮีทโธรว์ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งถึง CNN ว่า “เราทราบดีว่าเรื่องนี้จะสร้างความผิดหวังให้กับผู้โดยสาร และเราต้องการยืนยันว่าเรากำลังทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขสถานการณ์”

 

อะไรคือจุดเริ่มต้นความวุ่นวาย

 

หม้อแปลงที่สถานีจ่ายกระแสไฟฟ้าในเมืองเฮยส์ชานกรุงลอนดอนเกิดไฟไหม้เมื่อคืนวันพฤหัสบดี ตามรายงานของ London Fire Brigade (LFB) ซึ่งเผยด้วยว่า รถบรรทุก 10 คัน และนักดับเพลิงประมาณ 70 นาย ถูกส่งไปดับไฟ อีกทั้งยังมีการตั้งแนวป้องกัน 200 เมตร (650 ฟุต) รอบที่เกิดเหตุ

 

“เหตุการณ์เกิดจากหม้อแปลงที่บรรจุน้ำมันหล่อเย็น 25,000 ลิตรลุกไหม้ขึ้น ซึ่งถือเป็นอันตรายร้ายแรงเนื่องจากอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงยังคงทำงาน ประกอบกับลักษณะของการไฟไหม้น้ำมันเชื้อเพลิง” โจนาธาน สมิท รองผู้บัญชาการ LFB กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อเช้าวันศุกร์

 

LFB เผยว่า มีการอพยพคนออกจากพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 150 คน ขณะที่ผู้ให้บริการสาธารณูปโภค Scottish and Southern Electricity Networks ระบุว่าบ้านเรือนมากกว่า 16,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ ด้าน National Grid ของอังกฤษเร่งดำเนินการเพื่อให้กลับมาจ่ายกระแสไฟฟ้าได้

 

LFB ยืนยันเมื่อวันศุกร์ว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุไฟไหม้

 

การสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้กำลังดำเนินอยู่ และตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของลอนดอนได้เข้ามามีส่วนร่วม “เนื่องจากเหตุการณ์นี้มีผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ”

 

อย่างไรก็ตาม โฆษกของตำรวจกล่าวว่า “ไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการทำผิดกฎหมาย” เช่นเดียวกับ London Fire Brigade ที่ระบุว่า “ไม่สงสัย” เกี่ยวกับสาเหตุของเพลิงไหม้ ด้านเอ็ด มิลลิแบนด์ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอังกฤษ กล่าวกับสถานีวิทยุ LBC Radio ของลอนดอนว่า “ไม่มีข้อบ่งชี้” ถึงการทำผิดกฎหมาย แต่เป็นเพียง “อุบัติเหตุร้ายแรง”

 

สนามบินฮีทโธรว์ และภาคการบินได้รับผลกระทบรุนแรงแค่ไหน

 

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความวุ่นวายในการเดินทางอันเนื่องมาจากสนามบินฮีทโธรว์ปิดให้บริการนั้นอาจกินเวลานานหลายวัน เนื่องจากแหล่งจ่ายไฟสำรองที่ฮีทโธรว์ได้รับผลกระทบจากไฟไหม้เช่นกัน ทำให้สนามบินไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยภาพและคลิปวิดีโอที่แชร์บนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นภาพสนามบินฮีทโธรว์ที่มืดสนิท 

 

นักวิเคราะห์ด้านการบินกล่าวกับ CNN ว่า การที่แหล่งจ่ายไฟสำรองของสนามบินได้รับความเสียหายนั้น “เป็นเรื่องที่ผิดปกติ”

 

“คุณคือศูนย์กลางหลักที่นำเราไปสู่ทั่วโลก คุณมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร ต้องมีแผน B” นักวิเคราะห์ด้านการบิน เจฟฟรีย์ โทมัส กล่าว

 

ด้านมิลลิแบนด์กล่าวยอมรับในการให้สัมภาษณ์กับ BBC ว่า ต้องมีการเรียนรู้บทเรียนเกี่ยวกับการเตรียมการป้องกันและการรับมือสถานการณ์ให้พร้อมสำหรับ “สถาบันหลักๆ เช่น ฮีทโธรว์” 

 

วิกฤตการณ์ที่สนามบินฮีทโธรว์สร้างผลกระทบรุนแรงต่อการเดินทางทางอากาศทั่วโลก เนื่องจากฮีทโธรว์เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการบินสำคัญที่พลุกพล่านที่สุดในโลก โดยในปี 2023 มีผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบินแห่งนี้ถึง 83.9 ล้านคน และมีเที่ยวบินเข้าออกกว่า 1,300 เที่ยวต่อวันจากสหรัฐอเมริกา เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง เฉพาะวันศุกร์วันเดียว เที่ยวบินกว่า 1,350 เที่ยวได้รับผลกระทบ โดยเที่ยวบิน 120 เที่ยวที่กำลังบินอยู่ต้องเปลี่ยนเส้นทางหรือกลับไปยังต้นทางทันที 

 

นักวิเคราะห์การบิน ชูคอร์ ยูซอฟ อธิบายว่ากระบวนการตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินเป็นกระบวนการที่ “รวดเร็ว” และต้องมีการประสานงานอย่างเข้มข้นระหว่างหน่วยงานสหราชอาณาจักรและสายการบิน โดยเฉพาะเที่ยวบินระยะไกลที่มีความซับซ้อนมากกว่า ข้อจำกัดด้านจุดจอดที่สนามบินใกล้เคียงบังคับให้สายการบินต้องหาตัวเลือกอื่นนอกสหราชอาณาจักร อีกทั้งปัจจัยด้านเชื้อเพลิงก็มีความสำคัญ เนื่องจากนักบินอาจต้องบินวนรอรันเวย์ว่าง

 

ข้อจำกัดด้านพื้นที่จอดที่สนามบินใกล้เคียงทำให้หลายเที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทางไปทั่วยุโรป เช่น แมนเชสเตอร์ที่อยู่ห่างไป 200 ไมล์ โดยสายการบินต่างๆ ตอบสนองต่อวิกฤตนี้แตกต่างกัน:

 

  • Ryanair เพิ่ม “เที่ยวบินช่วยเหลือ” 8 เที่ยวระหว่างดับลินและลอนดอนสแตนสเต็ด
  • Air France ระงับ 8 เที่ยวบินไปและกลับจากฮีทโธรว์
  • Lufthansa ยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับฮีทโธรว์ทั้งหมดในวันศุกร์
  • British Airways และ Qatar Airways ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อคอยอัปเดตข้อมูลให้ผู้โดยสาร
  • สายการบินญี่ปุ่นต้องส่งเที่ยวบิน 2 ลำกลับโตเกียว และเปลี่ยนเส้นทางอีก 1 ลำ

 

นอกจากนี้ ระบบรถไฟรอบสนามบิน รวมถึง Heathrow Express ที่เชื่อมต่อกับใจกลางลอนดอนก็หยุดให้บริการด้วย ขณะเดียวกันเหตุการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน โดยหุ้นสายการบินบางแห่งร่วงลงถึง 5% และมีการประเมินว่าความสูญเสียทางการเงินอาจสูงถึงหลายร้อยล้านปอนด์ เร่งให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารติดค้างนับแสน

 

หน่วยงานการบินพลเรือนสหราชอาณาจักร UK Civil Aviation Authority (CAA) แนะนำว่าผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับควรได้รับทางเลือกในการขอเงินคืนหรือเที่ยวบินทดแทนจากสายการบิน นอกจากนี้ สำหรับเที่ยวบินของสายการบินในสหราชอาณาจักรหรือสหภาพยุโรป ผู้โดยสารควรได้รับอาหาร เครื่องดื่ม และที่พักระหว่างที่เที่ยวบินของตนล่าช้า

 

เซลินา ชาดา ผู้อำนวยการกลุ่มผู้บริโภคของ CAA กล่าวว่า “เราเข้าใจความยากลำบากที่เกิดขึ้นและคาดหวังให้สายการบินดำเนินการทุกขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้โดยสาร” ทั้งนี้ CAA แนะนำให้สายการบินชดเชยผู้โดยสารทันทีหากไม่สามารถให้การดูแลได้อย่างทันท่วงที อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารอาจไม่ได้รับค่าชดเชยเพิ่มเติม เนื่องจากเหตุการณ์นี้อาจถือเป็น “สถานการณ์พิเศษ”

 

ภาพผู้เดินทางที่เหนื่อยล้านั่งเรียงรายตามทางเดินในฮีทโธรว์สะท้อนความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ขณะที่หลายคนติดค้างบนรันเวย์หลายชั่วโมงเมื่อเที่ยวบินถูกยกเลิก คิม มิคเคล สกิบเรก ชาวอเมริกัน-นอร์เวย์ บินจากมินนิอาโปลิสมาแล้ว 3 ชั่วโมงเมื่อลูกเรือประกาศว่าเครื่องบินต้องบินกลับเนื่องจากไฟไหม้ โดยเขากำลังเดินทางไปออสโลเพื่อเยี่ยมพ่อที่ป่วยเป็นมะเร็ง และต้องเร่งหาเที่ยวบินใหม่โดยเร็วที่สุด แอบบี เฮิร์ตซ์ และครอบครัวมีกำหนดร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิทสามี ซึ่งเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งจากโควิด และกำลังจัดขึ้นหลังจากลูกชายของคู่บ่าวสาวหายจากโรคมะเร็ง แต่ตอนนี้ไม่แน่ชัดว่าพวกเขาจะไปร่วมงานได้หรือไม่

 

ที่สนามบิน JFK ในนิวยอร์ก ผู้โดยสารรายหนึ่งกล่าวว่าเที่ยวบิน British Airways ของเธอพร้อมออกเดินทางแล้วเมื่อมีประกาศให้รอ และครึ่งชั่วโมงต่อมาจึงทราบว่าฮีทโธรว์ปิดทำการ แม้จะผิดหวัง แต่เธอเล่าว่า “บรรยากาศบนเครื่องค่อนข้างผ่อนคลาย” แต่เธอกังวลว่าจะเดินทางไปอังกฤษไม่ทันเพราะมีงานแต่งงานที่ต้องเข้าร่วมในวันเสาร์

 

สำหรับผู้อาศัยใกล้สนามบินมากว่า 20 ปีอย่าง เจมส์ เฮนเดอร์สัน กล่าวว่า การปิดสนามบินทำให้เกิดความเงียบที่แปลกประหลาด “โดยปกติมีเครื่องบินทุก 90 วินาที แถมยังมีเสียงการจราจรตลอดเวลา และคุณก็ชินกับมันแล้ว” เขากล่าว “วันนี้ต่างออกไป คุณได้ยินเสียงนกร้อง” 

 

ภาพ:  Alishia Abodunde / Getty Images

อ้างอิง:

The post สรุปเหตุไฟดับ-ปิดสนามบินฮีทโธรว์ กระทบเที่ยวบินนับพัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิดสนามบินฮีทโธรว์ชั่วคราว หลังไฟไหม้โรงไฟฟ้าใกล้เคียง คาดกระทบเที่ยวบินกว่า 1,300 เที่ยว https://thestandard.co/heathrow-airport-closure/ Fri, 21 Mar 2025 06:33:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1054633 heathrow-airport-closure

สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ประกาศปิดให้บริการ […]

The post ปิดสนามบินฮีทโธรว์ชั่วคราว หลังไฟไหม้โรงไฟฟ้าใกล้เคียง คาดกระทบเที่ยวบินกว่า 1,300 เที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
heathrow-airport-closure

สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ ประกาศปิดให้บริการชั่วคราว หลังเกิดเหตุไฟไหม้สถานีไฟฟ้าใกล้เคียงในเมืองเฮยส์ ทางตะวันตกของลอนดอน ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับในพื้นที่สนามบินและกระทบบ้านเรือนมากกว่า 16,300 หลัง

 

เบื้องต้นคาดว่าสนามบินฮีทโธรว์อาจจะปิดถึง 23.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยผลจากการปิดสนามบินกะทันหันส่งผลให้เที่ยวบินอย่างน้อย 120 เที่ยวบิน ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินไปลงจอดที่สนามบินอื่น

 

ขณะที่เบื้องต้น เว็บไซต์ตรวจสอบพิกัดเที่ยวบิน Flightradar24 ประเมินว่าจะมีเที่ยวบินอย่างน้อย 1,351 เที่ยวบิน ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบินฮีทโธรว์ ซึ่งเป็นสนามบินที่พลุกพล่านที่สุดของสหราชอาณาจักร

 

ทางด้านโฆษกสนามบินฮีทโธรว์เตือนว่า จะมี ‘ความขัดข้องอย่างมาก’ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และได้แจ้งผู้โดยสารไม่ให้เดินทางไปยังสนามบิน ‘ไม่ว่าจะในสถานการณ์ใดๆ’ จนกว่าสนามบินจะเปิดให้บริการอีกครั้ง

 

แฟ้มภาพ: Stefan Wermuth / File Photo / Reuters

 

อ้างอิง:

The post ปิดสนามบินฮีทโธรว์ชั่วคราว หลังไฟไหม้โรงไฟฟ้าใกล้เคียง คาดกระทบเที่ยวบินกว่า 1,300 เที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้ตึกสูงในชเวโก๊กโก่ อาคารบริษัททุนจีน ‘หย่าไถ้’ เครือข่ายต้องสงสัยเกี่ยวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ https://thestandard.co/shwe-kokko-incident/ Thu, 20 Mar 2025 06:59:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1054219 shwe-kokko-incident

วันนี้ (20 มีนาคม) มีรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรมส […]

The post ไฟไหม้ตึกสูงในชเวโก๊กโก่ อาคารบริษัททุนจีน ‘หย่าไถ้’ เครือข่ายต้องสงสัยเกี่ยวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
shwe-kokko-incident

วันนี้ (20 มีนาคม) มีรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงแรมสูงเกือบ 10 ชั้น (ทราบภายหลังว่าอาคารที่เกิดเหตุเป็นของกลุ่มนักธุรกิจจีน ‘หย่าไถ้’ ซึ่งเคยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์) ในเมือง ชเวโก๊กโก่ เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านวังแก้ว ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก 

 

โดยเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) ของเมียนมาได้รับแจ้งเหตุและรุดไปยังที่เกิดเหตุทันทีจากการตรวจสอบพบว่า เพลิงลุกไหม้บริเวณชั้นบนของอาคาร และมีแนวโน้มจะลุกลามขยายวงกว้าง 

 

ทำให้เจ้าหน้าที่ BGF และผู้ประกอบการภายในอาคารได้เร่งขนย้ายทรัพย์สินมีค่าออกจากพื้นที่ พร้อมใช้ระบบดับเพลิงภายในอาคารเพื่อควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน

 

รายงานล่าสุดระบุว่าเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายที่แน่ชัด รวมถึงสาเหตุของเพลิงไหม้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ อาคารดังกล่าวสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนจากฝั่งไทยที่บ้านวังแก้ว

The post ไฟไหม้ตึกสูงในชเวโก๊กโก่ อาคารบริษัททุนจีน ‘หย่าไถ้’ เครือข่ายต้องสงสัยเกี่ยวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้รถของกลางศุลกากรแม่สอดเกือบ 300 คัน คาดสาเหตุจากไฟไหม้หญ้าและลุกลาม https://thestandard.co/maesot-cars-fire/ Wed, 19 Mar 2025 03:29:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1053726 maesot-cars-fire

จากกรณีที่เมื่อคืนวันที่ 18 มีนาคม ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ […]

The post ไฟไหม้รถของกลางศุลกากรแม่สอดเกือบ 300 คัน คาดสาเหตุจากไฟไหม้หญ้าและลุกลาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
maesot-cars-fire

จากกรณีที่เมื่อคืนวันที่ 18 มีนาคม ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณสถานที่เก็บรถยนต์ของกลางด้านหลังด่านศุลกากรแห่งใหม่ ใกล้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

 

ช่วงเช้าวันนี้ (19 มีนาคม) เจ้าหน้าที่และชาวบ้านเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงได้เผาไหม้รถยนต์เกือบ 300 คัน จากจำนวนรถทั้งหมดที่จอดไว้ประมาณ 800 คัน เจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากไฟไหม้หญ้าใกล้จุดจอดรถ ประกอบกับกระแสลมแรง ส่งผลให้เปลวไฟลอยไปติดรถยนต์และลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องระดมรถดับเพลิงจำนวนมากเพื่อควบคุมเพลิงจนสงบลง

 

เจ้าหน้าที่ประจำด่านศุลกากรแม่สอดเปิดเผยว่า รถยนต์ทั้งหมดเป็นรถมือสองจากประเทศญี่ปุ่นที่นำเข้ามาเพื่อส่งต่อไปยังประเทศเมียนมาในรูปแบบสินค้าผ่านแดน แต่เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา เช่น การวางระเบิดสะพานและการปิดถนนจากการสู้รบ ทำให้รถยนต์เหล่านี้ไม่สามารถส่งออกได้ และถูกจอดทิ้งไว้ที่ชายแดนเกินกำหนดตามกฎหมายศุลกากร

 

ทางศุลกากรได้ประกาศขายทอดตลาดรถเหล่านี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีผู้ประมูล เนื่องจากราคาสูงเกินไป จึงมีแผนจะปรับลดราคาเพื่อนำมาประกาศขายอีกครั้ง กระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ขึ้น

 

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัด ต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดตาก ซึ่งมีกำหนดเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุในวันที่ 20 มีนาคม ซึ่งปัจจุบันรถยนต์ของกลางที่ถูกยึดมีมากกว่า 1,000 คัน โดยถูกกระจายเก็บไว้ใน 3 จุดภายในพื้นที่ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด

The post ไฟไหม้รถของกลางศุลกากรแม่สอดเกือบ 300 คัน คาดสาเหตุจากไฟไหม้หญ้าและลุกลาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไฟไหม้ลานเก็บรถของกลางด่านศุลกากรแม่สอด รถยนต์วอดกว่า 300 คัน https://thestandard.co/maesot-car-fire/ Wed, 19 Mar 2025 00:40:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1053647 maesot-car-fire

วันนี้ (18 มีนาคม) เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีต […]

The post ไฟไหม้ลานเก็บรถของกลางด่านศุลกากรแม่สอด รถยนต์วอดกว่า 300 คัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
maesot-car-fire
วันนี้ (18 มีนาคม) เวลา 19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณสถานที่เก็บรถยนต์ของกลางด้านหลัง ด่านศุลกากรแม่สอด แห่งใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ที่ 7 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด
 
 
เพลิงได้ลุกลามเป็นวงกว้าง เผาไหม้รถยนต์จำนวนมากที่จอดเรียงกันอย่างหนาแน่น พร้อมกับมีเสียงระเบิดดังเป็นระยะ เจ้าหน้าที่จึงระดมรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลท่าสายลวด เทศบาลนครแม่สอด องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ปะ และหน่วยเฉพาะกิจราชมนู อำเภอแม่สอด รวมถึงรถดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้าควบคุมเพลิง ขณะที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจราชมนูเป็นกำลังหลักในการช่วยดับไฟและเคลียร์พื้นที่
 
 
เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด พื้นที่แห้งแล้ง และมีรถยนต์จอดอยู่กว่า 1,000 คัน ส่งผลให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว รถยนต์ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ประมาณ 300 คัน
 
 

รถของกลางถูกยึดจากเหตุการณ์ชายแดนเมียนมาไม่สงบ

 

เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรแม่สอดเปิดเผยว่า รถยนต์ทั้งหมดเป็นรถยนต์มือสองจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถูกนำเข้ามาเพื่อส่งต่อไปยังเมียนมาในรูปแบบสินค้าผ่านแดน แต่เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมา โดยเฉพาะเหตุการณ์วางระเบิดสะพานและการปิดถนนจากการสู้รบ ทำให้ไม่สามารถส่งออกรถยนต์เหล่านี้ได้
 
 
รถยนต์ดังกล่าวจึงถูกจอดทิ้งไว้ที่ชายแดนเกินระยะเวลาที่กฎหมายศุลกากรกำหนด และถูกยึดเป็นของกลางมานานหลายปี เจ้าหน้าที่เคยประกาศขายทอดตลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่มีผู้ประมูลซื้อ เนื่องจากราคาสูงเกินไป จึงมีแผนปรับลดราคาเพื่อเปิดประมูลอีกครั้ง แต่กลับเกิดเหตุเพลิงไหม้เสียก่อน
 
 
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของเพลิงไหม้ได้ ต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดตากในวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ รถยนต์มือสองของกลางที่ด่านศุลกากรแม่สอดยึดไว้มีจำนวนหลายพันคัน และถูกกระจายเก็บไว้ในพื้นที่ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด ทั้งหมด 3 จุด
 
ไฟไหม้ลานเก็บรถของกลางด่านศุลกากรแม่สอด รถยนต์วอดกว่า 300 คัน ไฟไหม้ลานเก็บรถของกลางด่านศุลกากรแม่สอด รถยนต์วอดกว่า 300 คัน ไฟไหม้ลานเก็บรถของกลางด่านศุลกากรแม่สอด รถยนต์วอดกว่า 300 คัน ไฟไหม้ลานเก็บรถของกลางด่านศุลกากรแม่สอด รถยนต์วอดกว่า 300 คัน ไฟไหม้ลานเก็บรถของกลางด่านศุลกากรแม่สอด รถยนต์วอดกว่า 300 คัน ไฟไหม้ลานเก็บรถของกลางด่านศุลกากรแม่สอด รถยนต์วอดกว่า 300 คัน

The post ไฟไหม้ลานเก็บรถของกลางด่านศุลกากรแม่สอด รถยนต์วอดกว่า 300 คัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รพ.รามาธิบดี ออกประกาศฉบับที่ 3 ปรับเปลี่ยนการให้บริการผู้ป่วย ช่วงวันที่ 13-17 มี.ค. หลังเหตุเพลิงไหม้ https://thestandard.co/ramathibodi-hospital-service-adjustment-after-fire/ Thu, 13 Mar 2025 08:40:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1051693 โรงพยาบาลรามาธิบดีออกประกาศปรับการให้บริการผู้ป่วยช่วง 13-17 มีนาคม หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่อาคาร 1

วันนี้ (13 มีนาคม) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาว […]

The post รพ.รามาธิบดี ออกประกาศฉบับที่ 3 ปรับเปลี่ยนการให้บริการผู้ป่วย ช่วงวันที่ 13-17 มี.ค. หลังเหตุเพลิงไหม้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรงพยาบาลรามาธิบดีออกประกาศปรับการให้บริการผู้ป่วยช่วง 13-17 มีนาคม หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่อาคาร 1

วันนี้ (13 มีนาคม) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ออกประกาศฉบับที่ 3 หลังเหตุเพลิงไหม้เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ระบุว่า แจ้งการปรับเปลี่ยนการให้บริการในช่วงวันที่ 13-17 มีนาคม 2568 เพื่อความสะดวกในการเข้ารับบริการแก่ผู้ป่วย ดังนี้

 

  1. งดรับผู้ป่วยใหม่ที่ห้องฉุกเฉิน เนื่องจากข้อจำกัดในการดูแลอย่างต่อเนื่อง ระหว่างนี้ขอให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาเร่งด่วนที่สถานบริการใกล้บ้าน
  2. ลดจำนวนการผ่าตัดผู้ป่วยที่ไม่เร่งด่วน โดยทางโรงพยาบาลจะประสานงานติดต่อการนัดหมายกับผู้ป่วยที่มีนัดผ่าตัดต่อไป
  3. งดรับการส่งต่อการรักษาผู้ป่วยมายังโรงพยาบาลรามาธิบดีเป็นการชั่วคราว
  4. เปิดให้บริการหน่วยตรวจผู้ป่วยนอกต่างๆ ตามปกติ (ยกเว้นหน่วยตรวจผู้ป่วยนอกเวชศาสตร์ฟื้นฟู)
  5. หากต้องการบริจาคโลหิต สามารถติดต่อได้ที่ 0 2200 4202, 0 2200 4208, 0 2200 4209

 

อ้างอิง: 

The post รพ.รามาธิบดี ออกประกาศฉบับที่ 3 ปรับเปลี่ยนการให้บริการผู้ป่วย ช่วงวันที่ 13-17 มี.ค. หลังเหตุเพลิงไหม้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รพ.รามาธิบดี ออกประกาศฉบับที่ 2 จากเหตุไฟไหม้ ใน 1-2 วันต้องลดจำนวนผู้ป่วย-การผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน ยืนยันไม่มีรังสีรั่วไหลจากห้องแล็บ https://thestandard.co/ramathibodi-fire-update-reduce-non-urgent-patients-surgeries/ Wed, 12 Mar 2025 07:01:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1051293 เจ้าหน้าที่ รพ.รามาธิบดี ช่วยอพยพผู้ป่วยหลังเกิดเหตุ ไฟไหม้ อาคาร 1 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

วันนี้ (12 มีนาคม) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาว […]

The post รพ.รามาธิบดี ออกประกาศฉบับที่ 2 จากเหตุไฟไหม้ ใน 1-2 วันต้องลดจำนวนผู้ป่วย-การผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน ยืนยันไม่มีรังสีรั่วไหลจากห้องแล็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ รพ.รามาธิบดี ช่วยอพยพผู้ป่วยหลังเกิดเหตุ ไฟไหม้ อาคาร 1 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

วันนี้ (12 มีนาคม) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ออกประกาศฉบับที่ 2 ชี้แจงถึงเหตุการณ์กรณีมีกลุ่มควันและเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่อาคารหลัก (อาคาร 1) ของโรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่า

 

ในวันนี้ทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ทำการอพยพย้ายผู้ป่วยไปยังจุดปลอดภัยจำนวนครบถ้วน 191ราย โดยเป็นการอพยพย้ายภายในโรงพยาบาลจาก เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสูดเขม่าควันจำนวน 1 ราย ซึ่งเป็นบุคลากรที่เข้าไปช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวได้รับการดูแลอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

 

ผลกระทบดังกล่าวทำให้คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับผลกระทบในการให้บริการด้านรังสีวิทยาและพยาธิวิทยา ฝั่งอาคารหลัก (อาคาร 1) โดยเบื้องต้นการให้บริการด้านรังสีวิทยาและพยาธิวิทยาบางส่วนต้องย้ายไปให้บริการที่อาคารสมเด็จพระเทพรัตน์เป็นการชั่วคราว

 

ทั้งนี้จากข้อกังวลเรื่องรังสีรั่วไหล ทางทีมวิศวกรรมได้ตรวจสอบแล้วไม่พบการรั่วไหลของรังสี สำหรับด้านการให้บริการทางพยาธิวิทยา ได้แก่ การบริจาคโลหิต ในขณะนี้ทางคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดลขอขอบคุณผู้ที่ประสงค์จะบริจาคแต่เนื่องจากหน่วยคลังเลือดมีพื้นที่ในการรับบริจาคโลหิตอย่างจำกัด อาจจะไม่ได้รับความสะดวก

 

การเปิดให้บริการหน่วยต่างๆ ภายในอาคารหลัก (อาคาร 1) ชั้น 1-9 ฝั่งใต้ ยังคงปิดให้บริการเพื่อทำการระบายกลิ่นและกลุ่มควันออกจากอาการอย่างต่อเนื่อง

 

ทางคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จะดำเนินการลดจำนวนผู้ป่วย การผ่าตัด ผู้ป่วยที่ไม่เร่งด่วนออกไป ภายใน 1-2 วัน โดยหากสามารถดำเนินการได้ปกติจะมีการประกาศต่อไป

 

ต้องขอขอบคุณความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนรวมทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงบรรเทาสาธารณภัย กำลังจากตำรวจทหารที่เข้ามาช่วยเหลือรวมทั้งสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงที่พร้อมจะรับผู้ป่วยไปดูแลต่อและต้องขอบคุณบุคลากรของคณะฯ ทุกท่านที่ได้เข้ามาช่วยเหลือกันเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับความปลอดภัย ทุกคนบุคลากรทุกท่านทำงานอย่างมืออาชีพตามแผนที่ได้ซ้อมไว้และยังช่วยกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จนสามารถกลับมาดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง

 

อ้างอิง:

The post รพ.รามาธิบดี ออกประกาศฉบับที่ 2 จากเหตุไฟไหม้ ใน 1-2 วันต้องลดจำนวนผู้ป่วย-การผ่าตัดที่ไม่เร่งด่วน ยืนยันไม่มีรังสีรั่วไหลจากห้องแล็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>