วันนี้ (14 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำส […]
The post รัฐบาลประณามกัมพูชา ใช้อาวุธ BM-21 โจมตีพื้นที่พลเรือน เสียชีวิต 1 ราย ชี้จงใจ ไม่ใช่อุบัติเหตุ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วันนี้ (14 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 11.50 น. ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่หมู่ 4 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีเหตุลูกระเบิดกระสุน BM-21 ระดมยิงลงพื้นที่บ้านหนองเม็ก หมู่ที่ 4 ตำบลเสาธงชัย มีผู้เสียชีวิต 1 นาย คาดว่าถูกสะเก็ดระเบิด บริเวณ หน้า รร. หนองเม็ก
พร้อมกันนี้ เหตุการณ์เดียวกันได้เกิด ไฟไหม้จากเหตุลูกระเบิด BM-21 จำนวน 1 หลัง เสียหายทั้งหลัง และยังมีบ้านเรือนอีกหลายหลังถูกสะเก็ดระเบิด แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากอพยพ ออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้ ได้ประสานรถดับเพลิงแล้ว
“รัฐบาลขอประณามต่อการกระทำอันโหดร้ายและไร้มนุษยธรรมของฝ่ายกัมพูชา จากการใช้อาวุธจรวด BM-21 ยิงตกเข้ามาในพื้นที่พลเรือนในเขตแดนไทย ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิต และสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชน ก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน
ขอยืนยันว่า พลเรือนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหารใด ๆ และการใช้อาวุธโจมตีพื้นที่พลเรือนเช่นนี้ไม่อาจยอมรับได้ภายใต้หลักสากล และนี่เป็นความจงใจ ไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างที่ทางกัมพูชา มักจะอ้างอย่างแน่นอน” สิริพงศ์ กล่าว
The post รัฐบาลประณามกัมพูชา ใช้อาวุธ BM-21 โจมตีพื้นที่พลเรือน เสียชีวิต 1 ราย ชี้จงใจ ไม่ใช่อุบัติเหตุ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เสียงระเบิดดังสนั่นหลายระลอกในกรุงเตหะรานและหลายเมืองขอ […]
The post อิสราเอลเปิดปฏิบัติการ ‘สิงโตผงาด’ โจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ เรารู้อะไรบ้าง? appeared first on THE STANDARD.
]]>
เสียงระเบิดดังสนั่นหลายระลอกในกรุงเตหะรานและหลายเมืองของอิหร่านช่วงเช้ามืดวันนี้ (13 มิถุนายน) เป็นผลจากการโจมตีครั้งใหญ่ของอิสราเอล ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ ‘สิงโตผงาด’ (Rising Lion) ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก
อิสราเอลอ้างว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นไปเพื่อความอยู่รอดของประเทศ โดยมุ่งเป้ากำจัดภัยคุกคามคือโครงการนิวเคลียร์และเป้าหมายทางทหารของอิหร่าน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความกังวลต่อสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคที่รุนแรงอยู่แล้ว จากสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาและกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งต้องจับตามองท่าทีและการตอบโต้ของอิหร่านที่อาจขยายไฟแห่งความขัดแย้งให้ลุกลามมากยิ่งขึ้น
และนี่คือสิ่งที่เรารู้จนถึงตอนนี้
อิสราเอลเปิดฉากการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วกรุงเตหะรานหลายระลอก ตั้งแต่ช่วงประมาณ 03.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 06.30 น. ตามเวลาไทย
ภายหลังเปิดฉากโจมตีไม่กี่นาที อิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า ได้ ‘โจมตีเชิงป้องกัน’ (Preemptive Strike) ต่ออิหร่าน และประกาศภาวะฉุกเฉินพิเศษ (Special State of Emergency) ในอิสราเอล เพื่อเตรียมรับมือทันทีต่อการโจมตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน ขณะที่มีการเปิดไซเรนเตือนภัยดังทั่วประเทศ
“หลังจากอิสราเอลโจมตีเชิงป้องกันต่ออิหร่าน คาดว่าจะมีการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อรัฐอิสราเอลและพลเรือนอิสราเอลในอนาคตอันใกล้นี้”
ต่อมากองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยืนยันว่า ส่งเครื่องบินรบหลายสิบลำปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยพุ่งเป้าโจมตีหลายเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์และเป้าหมายทางทหาร และเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่า “การโจมตีเชิงป้องกันที่แม่นยำและบูรณาการโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองคุณภาพสูง”
หนึ่งในจุดที่เป็นเป้าหมายการโจมตีคือโรงงานนิวเคลียร์นาทันซ์ (Natanz) ที่อยู่ห่างจากกรุงเตหะรานไปทางใต้ราว 225 กิโลเมตร โดยมีรายงานว่าเกิดการระเบิดขึ้น
สื่อทางการอิหร่านเผยแพร่ภาพของอาคารหลายหลังที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศ โดยเกิดไฟไหม้และมีควันไฟขนาดยักษ์ และรายงานว่า อิสราเอลได้โจมตีในพื้นที่ชุมชนและมีพลเรือนเสียชีวิตหลายราย ในจำนวนนี้รวมถึงเด็กด้วย
ผลจากการโจมตียังทำให้สนามบินนานาชาติในกรุงเตหะรานต้องระงับเที่ยวบินหลายเที่ยว
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ ฮอสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps: IRGC) ซึ่งอาจเป็นผู้นำทางทหารที่อาวุโสที่สุดที่เสียชีวิตจากการโจมตีในครั้งนี้
ขณะที่สถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่านรายงานว่า มีนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์อาวุโส 2 รายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล ได้แก่ Fereydoon Abbasi อดีตหัวหน้าองค์การพลังงานปรมาณูแห่งอิหร่าน (AEOI) ซึ่งเคยรอดชีวิตจากความพยายามลอบสังหารบนถนนในเตหะรานมาแล้วเมื่อปี 2010 และ Mohammad Mehdi Tehranchi ประธานมหาวิทยาลัย Islamic Azad ในกรุงเตหะราน
ด้าน นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ตรวจสอบกับชุมชนไทยแล้ว ยังไม่พบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบจากการโจมตีของอิสราเอล
โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้คนไทยทุกคนในอิหร่านพกเอกสารเดินทางติดตัวไว้ในกรณีเหตุฉุกเฉิน และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางสถานทูตอย่างใกล้ชิด
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ‘สิงโตผงาด’ ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารที่มุ่งเป้าจัดการภัยคุกคามจากอิหร่านที่เป็นอันตรายต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอล และยืนยันว่า ปฏิบัติการนี้จะดำเนินต่อไปอีกหลายวัน
เขาเผยว่า ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อิหร่านดำเนินการโครงการนิวเคลียร์ในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการนำแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะแล้วมาใช้เป็นอาวุธ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่อันตรายอย่างยิ่ง
“หากอิหร่านไม่หยุด อิหร่านอาจผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น อาจใช้เวลาหนึ่งปี หรืออาจใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนหรือน้อยกว่าหนึ่งปี นี่คืออันตรายที่ชัดเจนและเกิดขึ้นจริงต่อการอยู่รอดของอิสราเอล”
ด้าน อายาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้เผยให้เห็น “ธรรมชาติที่ชั่วร้ายของอิสราเอล” และ “อิสราเอลได้เตรียมรับชะตากรรมอันขมขื่นสำหรับตัวเองไว้แล้ว ซึ่งจะต้องเผชิญอย่างแน่นอน”
ขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานโดยอ้างคำพูดของโฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ซึ่งมั่นใจว่า กองทัพอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีอิหร่านภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ
ทางด้าน มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้ความช่วยเหลืออิสราเอลในปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
“คืนนี้อิสราเอลดำเนินการโจมตีฝ่ายเดียวต่ออิหร่าน เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับการโจมตีอิหร่าน และสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดคือการปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค
“อิสราเอลแจ้งให้เราทราบว่า พวกเขาเชื่อว่า การดำเนินการนี้มีความจำเป็นสำหรับการป้องกันตนเอง ประธานาธิบดีทรัมป์และฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อปกป้องกองกำลังของเราและยังคงติดต่ออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรในภูมิภาคของเรา ขอให้ชัดเจนว่า อิหร่านไม่ควรมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์หรือบุคลากรของสหรัฐฯ” เขากล่าว
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยกับ Fox News ว่า เขาทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนโจมตีของอิสราเอลแล้ว โดยรัฐบาลได้รับแจ้งจากหนึ่งในพันธมิตรของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง แต่เขาไม่เปิดเผยว่าประเทศใด
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้ ทรัมป์ยังแสดงความคาดหวังว่า อิหร่านจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อควบคุมโครงการพัฒนานิวเคลียร์
ทรัมป์ยังย้ำด้วยว่า อิหร่านจะมีระเบิดนิวเคลียร์ในครอบครองไม่ได้
“มีผู้นำหลายคน (ของอิหร่าน) จะไม่กลับมาอีก” ทรัมป์กล่าว โดยเสริมว่า สหรัฐฯ ได้รับการยืนยันว่ามีผู้นำของอิหร่านหลายคนได้เสียชีวิตจากการถูกโจมตีครั้งนี้
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ประณามการกระทำของอิสราเอล และเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุด
ขณะที่ เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า ออสเตรเลียรู้สึกวิตกกังวลกับการยกระดับความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน
“เรื่องนี้มีความเสี่ยงที่จะยิ่งทำให้ภูมิภาคซึ่งมีความไม่มั่นคงอยู่แล้วเกิดความไม่มั่นคงมากขึ้น” เธอกล่าว และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงที่จะเพิ่มความตึงเครียด
ผศ. ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้ความเห็นต่อเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้น โดยมองว่า โอกาสที่อิหร่านจะตอบโต้รุนแรงมีสูงมาก
ส่วนเหตุผลที่ทำไมอิสราเอลเปิดฉากการโจมตีอิหร่านในตอนนี้ มองว่ามีหลายปัจจัย ได้แก่
ที่ผ่านมาอิสราเอลจับตาโครงการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมของอิหร่านมาตลอด เพราะเมื่อแร่วัสดุนิวเคลียร์ดังกล่าวมีความบริสุทธิ์มากพอก็จะสามารถนำไปผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ ซึ่งอิสราเอลถือเป็นภัยคุกคามต่อประเทศโดยตรง
แม้ว่าอิหร่านยืนกรานมาตลอดว่า โครงการนิวเคลียร์ของตนมีวัตถุประสงค์เพื่อพลเรือนเท่านั้น แต่ที่ผ่านมามีโรงงานหลายแห่งที่ต้องสงสัยว่าอาจมีการใช้ในโปรแกรมพัฒนาอาวุธ โดยโรงงานบางแห่งตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีของอิสราเอล
หลายประเทศ รวมถึงทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์ของโลก ไม่เชื่อว่าโครงการของอิหร่านมีวัตถุประสงค์เพื่อพลเรือนเพียงอย่างเดียว
ช่วงสัปดาห์นี้ คณะผู้ตรวจสอบของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังนิวเคลียร์ของโลก ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าอิหร่านละเมิดพันธกรณีไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี โดยอ้างถึง ‘ความล้มเหลวมากมาย’ ของอิหร่านในการให้คำตอบที่ครบถ้วนเกี่ยวกับวัสดุนิวเคลียร์ และคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน
รายงานของ IAEA ฉบับก่อนหน้านี้ระบุว่า อิหร่านได้เสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้มีความบริสุทธิ์ถึง 60% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับยูเรเนียมเกรดอาวุธที่จะสร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ถึง 9 ลูก
อย่างไรก็ตาม อิหร่านตอบโต้ว่ามติดังกล่าวเป็น ‘เรื่องการเมือง’
ภาพ: Reuters
อ้างอิง:
The post อิสราเอลเปิดปฏิบัติการ ‘สิงโตผงาด’ โจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ เรารู้อะไรบ้าง? appeared first on THE STANDARD.
]]>
อิสราเอลเปิดฉากการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ส่งผลให้เกิดเสี […]
The post อิสราเอลโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ มุ่งเป้าโครงการนิวเคลียร์ ระเบิดสนั่นเตหะราน appeared first on THE STANDARD.
]]>
อิสราเอลเปิดฉากการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วกรุงเตหะรานหลายระลอก ตั้งแต่ช่วงประมาณ 03.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 06.30 น. ตามเวลาไทย
กองทัพอิสราเอล (IDF) ยืนยันว่าได้ส่งเครื่องบินรบหลายสิบลำปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยพุ่งเป้าโจมตีหลายเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์และฐานที่มั่นทางทหาร และเรียกการโจมตีครั้งนี้ว่า “การโจมตีเชิงป้องกันที่แม่นยำและบูรณาการโดยอาศัยข้อมูลข่าวกรองคุณภาพสูง”
ขณะที่ อิสราเอล คัทซ์ รัฐมนตรีกลาโหมของอิสราเอล ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินพิเศษในอิสราเอลแล้ว เพื่อเตรียมรับมือการโจมตีตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน
ทั้งนี้ สื่อทางการอิหร่าน เผยแพร่คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นไฟไหม้และกลุ่มควันขนาดใหญ่จากสถานที่ซึ่งคาดว่าเป็นโรงงานนิวเคลียร์นาทันซ์ (Natanz) ที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของอิหร่าน
ขณะที่ระบุว่าผลจากการโจมตีของอิสราเอลทำให้อาคารบ้านเรือนหลายหลังได้รับความเสียหายและมีรายงานพลเรือนจำนวนหนึ่งเสียชีวิตหลายราย ซึ่งมีเด็กรวมอยู่ด้วย
ด้าน เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ ‘สิงโตผงาด’ (Rising Lion) ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารที่มุ่งเป้าไปที่การจัดการภัยคุกคามจากอิหร่านที่เป็นอันตรายต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอล และยืนยันว่าปฏิบัติการนี้จะดำเนินต่อไปอีกหลายวัน
“ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อิหร่านได้ดำเนินการแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือการนำแร่ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้วมาใช้เป็นอาวุธ”
“หากอิหร่านไม่หยุด อิหร่านอาจผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้ภายในระยะเวลาอันสั้น อาจใช้เวลาหนึ่งปี หรืออาจใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนหรือน้อยกว่าหนึ่งปี นี่คืออันตรายที่ชัดเจนและเกิดขึ้นจริงต่อการอยู่รอดของอิสราเอล”
ทางด้าน มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าสหรัฐฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือให้ความช่วยเหลืออิสราเอลในปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
“อิสราเอลแจ้งให้เราทราบ ว่าพวกเขาเชื่อว่าการดำเนินการนี้มีความจำเป็นสำหรับการป้องกันตนเอง ประธานาธิบดีทรัมป์และฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ได้ดำเนินการทุกขั้นตอนที่จำเป็น เพื่อปกป้องกองกำลังของเราและยังคงติดต่ออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรในภูมิภาคของเรา ขอให้ชัดเจนว่า อิหร่านไม่ควรมุ่งเป้าไปที่ผลประโยชน์หรือบุคลากรของสหรัฐฯ” เขากล่าว
ด้าน ผศ. ดร.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้ความเห็นต่อเหตุการณ์โจมตีที่เกิดขึ้น โดยมองว่า โอกาสที่อิหร่านจะตอบโต้รุนแรงมีสูงมาก
ส่วนเหตุผลที่ทำไมอิสราเอลเปิดฉากการโจมตีอิหร่านในตอนนี้ มองว่ามีหลายปัจจัย ได้แก่
ภาพ: Reuters
อ้างอิง:
The post อิสราเอลโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ มุ่งเป้าโครงการนิวเคลียร์ ระเบิดสนั่นเตหะราน appeared first on THE STANDARD.
]]>
นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่าง […]
The post กระทรวงการต่างประเทศระบุ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อิสราเอลโจมตีอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.
]]>
นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า จากรายงานข่าวที่อิสราเอลได้โจมตีอิหร่านเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น ในเบื้องต้นทางกระทรวงการต่างประเทศตรวจสอบกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่านแล้ว มีการยืนยันว่า ในกรุงเตหะรานเกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทางสถานเอกอัครราชทูตฯ ตรวจสอบกับชุมชนไทยแล้ว ยังไม่พบว่ามีคนไทยได้รับผลกระทบในขณะนี้
สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้คนไทยทุกคนในอิหร่านพกเอกสารเดินทางติดตัวไว้ในกรณีเหตุฉุกเฉิน และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางสถานทูตอย่างใกล้ชิด
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศขอให้คนไทยในอิสราเอลติดตามข่าวสารของทางการหรือจากสถานเอกอัครราขทูตอย่างใกล้ชิดด้วยเช่นกัน โดยคนไทยในอิหร่านและอิสราเอลสามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน:
หมายเลขฉุกเฉิน: +98 912 159 8699
อีเมล: [email protected]
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/ThailandinIran
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ:
หมายเลขฉุกเฉิน: +972 546368150, +972 503673195
อีเมล: [email protected]
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/thaiembassytelaviv
ภาพ: West Asia News Agency via Reuters
อ้างอิง:
The post กระทรวงการต่างประเทศระบุ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อิสราเอลโจมตีอิหร่าน appeared first on THE STANDARD.
]]>
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกองทัพปากีสถาน (Inter-Services Publ […]
The post ปากีสถานตอบโต้การโจมตีอินเดีย เปิดฉากปฏิบัติการทหาร หวั่นตึงเครียดยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของกองทัพปากีสถาน (Inter-Services Public Relations – ISPR) ประกาศว่า ปากีสถานได้เปิดฉากการโจมตีตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของอินเดียที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเปิดฉากปฏิบัติการทหาร Bunyan Marsoos พร้อมอ้างว่าได้โจมตีฐานทัพอากาศในเมืองอุธัมปูร์ (Udhampur) และสนามบินในเมืองปฐังกต (Pathankot) ของอินเดียได้สำเร็จ
นอกจากนี้ แหล่งข่าวด้านความมั่นคงยังอ้างว่า กองทัพปากีสถานยังได้มุ่งเป้าไปยังสถานที่เก็บขีปนาวุธ BrahMos ในเมืองเบียส์ (Beas) รัฐปัญจาบของอินเดียเช่นเดียวกัน เบื้องต้นยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากฝั่งอินเดียเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
กองทัพปากีสถานยังโจมตีใส่พื้นที่ของแคชเมียร์ส่วนที่อยู่ภายใต้การปกครองของอินเดีย พร้อมอ้างว่า ระบบไฟฟ้าของอินเดียถูกโจมตีทางไซเบอร์ จนได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้
ปากีสถานระบุว่า ปฏิบัติการที่อินเดียอ้างว่ามุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้ายในแคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานครอบครองนั้น ได้สร้างความเสียหายอย่างมากในเขตพลเรือน สถานประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและฐานทัพบางแห่งพังเสียหาย และมีพลเรือนเสียชีวิตจากการโจมตีดังกล่าว ทำให้ปากีสถานเชื่อว่า อินเดียจงใจโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและเขตพลเรือนของปากีสถาน
โดยกองทัพอินเดียยังได้ยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสำคัญหลายแห่ง รวมถึงฐานทัพแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ใกล้กรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน จึงทำให้ปากีสถานตัดสินใจเปิดปฏิบัติการนี้ เพื่อโต้กลับอินเดีย ขณะที่อินเดียก็ให้คำมั่นว่าจะตอบโต้การโจมตีทุกครั้งจากปากีสถานอย่างเหมาะสมเช่นเดียวกัน
ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดบริเวณพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศยังคงดำเนินต่อไป มีการโจมตีกันไปมา ท่ามกลางความกังวลของนานาชาติว่าความขัดแย้งอาจลุกลามบานปลาย โดยกลุ่มประเทศ G7 ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้อินเดียและปากีสถาน ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด และ หันหน้าเข้าสู่การเจรจาโดยตรง เนื่องจากมองว่า การเผชิญหน้าทางทหารระหว่างอินเดีย-ปากีสถาน เป็น ‘ภัยคุกคามร้ายแรง’ ต่อเสถียรภาพของภูมิภาค
ภาพ: The STRATCOM Bureau / X (Twitter)
อ้างอิง:
The post ปากีสถานตอบโต้การโจมตีอินเดีย เปิดฉากปฏิบัติการทหาร หวั่นตึงเครียดยิ่งขึ้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน T […]
The post ทรัมป์ไม่พอใจรัสเซียถล่มเคียฟ เสียชีวิตนับสิบ โวยปูตินควร ‘หยุด’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social แสดงความไม่พอใจต่อเหตุการณ์ที่รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศถล่มกรุงเคียฟของยูเครนวานนี้ (24 เมษายน) จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน พร้อมทั้งเรียกร้อง วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ให้หยุดการโจมตีที่เป็นการขัดขวางความพยายามเจรจาสันติภาพ
“ผมไม่พอใจกับการโจมตีของรัสเซียที่กรุงเคียฟ มันไม่จำเป็นและเป็นจังหวะเวลาที่แย่มาก วลาดิเมียร์หยุดเถอะ! ทหาร 5,000 นายกำลังเสียชีวิตทุกสัปดาห์ มาทำข้อตกลงสันติภาพกันเถอะ!” ทรัมป์ระบุ
ทั้งนี้ รัสเซียโจมตีกรุงเคียฟด้วยขีปนาวุธและโดรน โดยถือเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้
นอกจากนี้ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์นักข่าวที่ทำเนียบขาว โดยชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลัง ‘กดดันอย่างหนัก’ ต่อรัสเซียและยูเครนให้ยุติสงคราม และย้ำความไม่พอใจของเขาต่อการโจมตีที่เกิดขึ้น
ขณะที่เขายืนยันว่าการเจรจาสันติภาพมีความคืบหน้าอย่างมาก ซึ่งฝ่ายเครมลินมีท่าทียินยอมและเปิดกว้างต่อแนวทางในการยุติสงคราม และยุติการยึดครองยูเครนทั้งประเทศ
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และรัฐบาลเคียฟ กำลังเผชิญแรงกดดันที่มากขึ้นเรื่อยๆ ให้ยอมรับการยึดครองดินแดนของรัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพ
ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะรอ 1 สัปดาห์ เพื่อดูว่าจะมีข้อตกลงใดๆ ระหว่างฝ่ายรัสเซียและยูเครนหรือไม่ แต่ยืนยันว่า “สิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้น หากการโจมตีด้วยระเบิดยังไม่ยุติลง”
อ้างอิง:
The post ทรัมป์ไม่พอใจรัสเซียถล่มเคียฟ เสียชีวิตนับสิบ โวยปูตินควร ‘หยุด’ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผู้โดยสารขบวน รถไฟในฝรั่งเศส นับแสนคนติดค้างที่สถานีรถไ […]
The post เหตุวางเพลิงป่วน ทำรถไฟฝรั่งเศสอัมพาตก่อนพิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ผู้โดยสารขบวน รถไฟในฝรั่งเศส นับแสนคนติดค้างที่สถานีรถไฟ หลังเกิด เหตุลอบวางเพลิง ทางรถไฟหลายจุด ส่งผลให้ขบวนรถไฟหลายเส้นทาง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงต้องยกเลิกหรือเลื่อนให้บริการ
โดยทางการฝรั่งเศสเชื่อว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำมุ่งร้าย ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำให้เครือข่ายรถไฟหยุดชะงัก ขณะที่เหตุเกิดในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะมีพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024

อ้างอิง:
The post เหตุวางเพลิงป่วน ทำรถไฟฝรั่งเศสอัมพาตก่อนพิธีเปิดโอลิมปิกเกมส์ appeared first on THE STANDARD.
]]>
เครือข่ายรถไฟของฝรั่งเศส รวมถึงรถไฟความเร็วสูงในหลายเส้ […]
The post เครือข่ายรถไฟฝรั่งเศสหยุดชะงัก หลังเหตุโจมตี-วางเพลิงป่วน กระทบผู้โดยสาร 8 แสนคน ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเปิดโอลิมปิก appeared first on THE STANDARD.
]]>
เครือข่ายรถไฟของฝรั่งเศส รวมถึงรถไฟความเร็วสูงในหลายเส้นทาง และขบวนรถไฟยูโรสตาร์ ต้องยกเลิกหรือเลื่อนให้บริการ หลังเกิดเหตุโจมตีครั้งใหญ่ รวมถึงการลอบวางเพลิงบริเวณทางรถไฟหลายจุด ซึ่งคาดว่ามุ่งเป้าทำให้เครือข่ายรถไฟสายต่างๆ หยุดชะงักก่อนจะมีพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024
เบื้องต้นบริษัท SNCF ผู้ให้บริการรถไฟทั่วฝรั่งเศส เผยว่า มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกว่า 8 แสนคน ซึ่งคาดว่าผลกระทบของความขัดข้องนี้จะต่อเนื่องไปจนถึงช่วงสุดสัปดาห์ โดยบริษัทได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่หลายร้อยคนเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมแจ้งไปยังผู้โดยสารให้เลื่อนการเดินทางและแนะนำไม่ให้ไปที่สถานีรถไฟ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีคมนาคมฝรั่งเศสเชื่อว่าเหตุโจมตีและลอบวางเพลิงที่เกิดขึ้นในหลายจุดเป็นการกระทำมุ่งร้ายที่มีการประสานงานกัน
โดยรายงานจากสื่อท้องถิ่นพบว่า การวางเพลิงเริ่มต้นใน 3 จุดของทางรถไฟสายตะวันตก เหนือ และตะวันออก ของกรุงปารีส ซึ่งจนถึงตอนนี้ยังไม่มีกลุ่มหรือบุคคลใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ ขณะที่เป็นไปได้สูงว่าการก่อเหตุครั้งนี้น่าจะพุ่งเป้าไปที่การจัดการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ปารีส 2024
ภาพ: Yves Herman / Reuters
อ้างอิง:
The post เครือข่ายรถไฟฝรั่งเศสหยุดชะงัก หลังเหตุโจมตี-วางเพลิงป่วน กระทบผู้โดยสาร 8 แสนคน ไม่กี่ชั่วโมงก่อนเปิดโอลิมปิก appeared first on THE STANDARD.
]]>
สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานสถานการณ์ความรุนแรงในปาปัว […]
The post ชนเผ่าในปาปัวนิวกินีซุ่มยิงเผ่าคู่ขัดแย้ง เสียชีวิตทะลุ 60 คน appeared first on THE STANDARD.
]]>
สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานสถานการณ์ความรุนแรงในปาปัวนิวกินี หลังเหตุความขัดแย้งระหว่างชนเผ่าในพื้นที่ราบสูงทางตอนเหนือของประเทศทำให้มีผู้ถูกสังหารเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 64 คน
ตำรวจท้องถิ่นเปิดเผยว่า ผู้ที่เสียชีวิตถูกดักซุ่มโจมตีในจังหวัดเอนกา (Enga) ตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์) โดยต้นสายปลายเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่าง 2 ชนเผ่าที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับเรื่องที่ดินและทรัพย์สิน และถือเป็นการสังหารหมู่ในเขตที่ราบสูงครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายปี
นอกจากนี้ ตำรวจยังเปิดเผยด้วยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้มีส่วนเชื่อมโยงกับชนเผ่าที่ก่อให้เกิดเหตุปะทะจนมีผู้เสียชีวิต 60 คนในจังหวัดเอนกาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่พยายามหยุดยั้งไม่ให้มีการลักลอบจัดส่งปืนหรือกระสุนเข้าไปยังพื้นที่แห่งนี้ หลังจากที่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยปาปัวนิวกินีมีชนเผ่าต่างๆ หลายร้อยชนเผ่าด้วยกัน โดยหลายชนเผ่ายังคงอาศัยอยู่ในเขตภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยและห่างไกล
ด้าน แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวถือเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และออสเตรเลียพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อความปลอดภัยในปาปัวนิวกินี
ภาพ: Tim Swanston Via ABC News
อ้างอิง:
The post ชนเผ่าในปาปัวนิวกินีซุ่มยิงเผ่าคู่ขัดแย้ง เสียชีวิตทะลุ 60 คน appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (7 ตุลาคม) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเ […]
The post สถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน เหตุโจมตีในอิสราเอล appeared first on THE STANDARD.
]]>
วานนี้ (7 ตุลาคม) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล และกระทรวงการต่างประเทศ ได้เปิดหมายเลขฉุกเฉินเพิ่มเติมคือ สถานเอกอัครราชทูตฯ หมายเลข +9725 4636 8150
สำหรับผู้ที่ประสงค์จะขอรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสอบถามเกี่ยวกับญาติที่พำนักอยู่ในอิสราเอล สามารถติดต่อ Call Center กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ที่หมายเลข 0 2572 8442 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
หมายเลขฉุกเฉินกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศที่หมายเลข 06 4019 8530, 06 4019 8907 และ 09 9616 4786 (เปิดให้บริการวันนี้ 8 ตุลาคม 2566) หรือที่หมายเลข 0 2575 1047-51 และ 0 2575 1053 (ในวันและเวลาราชการ)
ภาพ: X (Twitter)
อ้างอิง:
The post สถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน เหตุโจมตีในอิสราเอล appeared first on THE STANDARD.
]]>
Microsoft ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม […]
The post Microsoft และหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ หลายแห่งโดนโจมตีโดยกลุ่มแฮกเกอร์รัสเซีย appeared first on THE STANDARD.
]]>
Microsoft ได้ออกมาเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ว่า ระบบของพวกเขาได้ถูกโจมตีโดยมัลแวร์ของกลุ่มแฮกเกอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย ซึ่งมีเป้าหมายการโจมตีรัฐในสหรัฐฯ รวมถึงหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง และหน่วยงานด้านนิวเคลียร์ในประเทศ
ทั้งนี้ จากการดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดพบว่า กรณีดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานหรือลูกค้า Microsoft แต่อย่างใด
Frank Shaw โฆษกของทาง Microsoft เปิดเผยว่า “เราได้ตรวจพบโค้ดที่เชื่อมโยงกับการโจมตีทางไซเบอร์ในระบบนิเวศน์ของเรา โดยได้ทำการคัดแยกและจัดการลบออกจากระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ เราไม่พบหลักฐานใดๆ ที่เชื่อมโยงกับการเข้าถึงบริการของเรา และข้อมูลของผู้ใช้งาน
“นอกจากนี้ จากการตรวจสอบของเราที่ยังคงดำเนินอยู่ ณ เวลานี้ ก็ไม่พบการกระทำใดๆ ก็ตามที่ชี้ให้เห็นว่า ระบบของเราได้ถูกใช้งานในการโจมตีระบบของหน่วยงาน บริษัทอื่นๆ”
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก Microsoft ยังระบุอีกด้วยว่า กรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มีลูกค้ามากกว่า 40 รายที่ถูกเพ่งเล็งในการโจมตีทางไซเบอร์ ในจำนวนนี้ 80% เป็นเหยื่อในสหรัฐฯ ที่เหลืออาศัยอยู่ในแคนาดา, เม็กซิโก, เบลเยียม, สเปน, สหราชอาณาจักร, อิสราเอล และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ขณะที่ทางการรัสเซียได้ออกมาตอบโต้กรณีที่เกิดขึ้น โดยบอกว่า พวกเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงต่อเหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ใดๆ ก็ตาม
พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล
อ้างอิง:
The post Microsoft และหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ หลายแห่งโดนโจมตีโดยกลุ่มแฮกเกอร์รัสเซีย appeared first on THE STANDARD.
]]>
หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ เดินหน้าสืบสวนเหตุโจมตีปริศนา […]
The post สหรัฐฯ สงสัยรัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ทูตในคิวบา-จีน ด้วยคลื่นเสียง appeared first on THE STANDARD.
]]>
หน่วยงานข่าวกรองของสหรัฐฯ เดินหน้าสืบสวนเหตุโจมตีปริศนา โดยพุ่งเป้าไปที่รัสเซียเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก หลังเจ้าหน้าที่ทางการทูตชาวอเมริกันในคิวบาและจีนมีอาการบาดเจ็บทางสมอง ซึ่งอาจเกิดจากคลื่นไมโครเวฟ โดยกรณีดังกล่าวอาจนำไปสู่มาตรการลงโทษและกดดันรัสเซียจากสหรัฐฯ และนานาประเทศ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 3 คนที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการนี้เปิดเผยกับสถานีข่าว NBC News ว่าปฏิบัติการนี้มีหน่วยงานข่าวกรองหลายแห่งที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักสอบสวนกลาง (FBI) และสำนักข่าวกรองกลาง (CIA) แต่แหล่งข่าวทั้งสามไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดของปฏิบัติการนี้
แม้หลักฐานที่มีจะยังฟันธงไม่ได้ว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในต่างแดนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2016 – ปี 2018 แต่การที่หน่วยงานข่าวกรองหลักของสหรัฐฯ ชี้ว่ารัฐบาลรัสเซียเป็นผู้ต้องสงสัย ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และคิวบา
เหตุการณ์ที่กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลกคือ กรณีที่รัฐบาลสหรัฐฯ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ 26 คนได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีที่อธิบายไม่ได้ระหว่างอาศัยอยู่ที่บ้านและโรงแรมในกรุงฮาวานาของคิวบาช่วงปลายปี 2016 ก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บทางสมอง สูญเสียการได้ยิน การรับรู้และสมดุลร่างกายบกพร่อง รวมถึงอาการอื่นๆ
ช่วงปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อเมริกันอีกคนหนึ่งในจีนก็ได้รับการวินิจฉัยว่าบาดเจ็บในลักษณะคล้ายกัน หลังได้ยินเสียงแปลกๆ ในเมืองกว่างโจว ทำให้ทางการสหรัฐฯ ต้องตรวจร่างกายและสมองของเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ว่าประสบกับเหตุการณ์คล้ายกันหรือไม่
แรงจูงใจการโจมตีเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังไม่แน่ชัด แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และคิวบาตึงเครียดหนัก โดยสหรัฐฯ ถอนเจ้าหน้าที่ทางการทูตและสายลับเกือบทั้งหมดออกจากคิวบา
แม้ FBI ชี้ชัดในภายหลังว่า คลื่นเสียง (Sound Waves) เพียงอย่างเดียวไม่สามารถก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บดังกล่าวได้ แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสหลายคนในรัฐบาลตั้งสมมติฐานว่า อาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นอาจเป็นผลข้างเคียงจากการใช้เทคโนโลยีสายลับแบบใหม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร เจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐฯ ชี้ชัดแล้วว่า นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการโจมตีอย่างจงใจ
“กระทรวงต่างประเทศได้ตัดสินแล้วว่า เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหตุโจมตี” ทูตปีเตอร์ บูด์ ผู้นำชุดสืบสวนเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น กล่าวต่อคณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศแห่งสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่แหล่งข่าวในชุดปฏิบัติการอีกคนบอกกับ NBC News ว่า “ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อว่านี่ไม่ใช่การกระทำอย่างจงใจ”
ถ้ารัสเซียใช้นวัตกรรมอาวุธที่ล้ำหน้า เพื่อสร้างความเสียหายต่อสมองของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จริง จะถือเป็นการยกระดับการคุกคามของรัสเซียต่อชาติตะวันตก เพราะไม่เพียงกรณีต้องสงสัยใช้คลื่นเสียงทำร้ายเจ้าหน้าที่อเมริกันเท่านั้น แต่ยังมีการใช้สารพิษทำลายประสาท ‘โนวิชอก’ ในความพยายามวางยาสังหารอดีตสายลับรัสเซียและบุตรสาวในสหราชอาณาจักรอีกด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่การที่สหรัฐฯ และนานาชาติ ออกมาเรียกร้องให้ทั่วโลกดำเนินมาตรการลงโทษรัสเซีย
จนถึงตอนนี้รัฐบาลรัสเซียยังไม่ออกมาชี้แจงต่อข้อมูลที่ NBC News นำเสนอ ส่วนรัฐบาลคิวบายืนกรานว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่เคยอนุญาตให้ใครกระทำการโจมตีเจ้าหน้าที่ทางการทูต ไม่ว่าจะมาจากประเทศใด
อันที่จริงการที่ปฏิบัติการข่าวกรองสหรัฐฯ กำหนดรัสเซียเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก หมายความว่าคิวบาอาจหลุดจากการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตี แต่นั่นยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ภารกิจทางการทูตของสหรัฐฯ ในคิวบา กลับสู่สภาวะเดิม โดยแหล่งข่าวในกระทรวงต่างประเทศเปิดเผยกับ NBC News ว่าทางกระทรวงต้องใช้วิธีเพิ่มเงินเพื่อจูงใจให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตทำงานในคิวบาต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงอันตราย และพวกเขายังไม่สามารถพาครอบครัวไปอาศัยอยู่ด้วยได้
พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล
อ้างอิง:
The post สหรัฐฯ สงสัยรัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่ทูตในคิวบา-จีน ด้วยคลื่นเสียง appeared first on THE STANDARD.
]]>