เลือกตั้งนายก อบจ. ลำพูน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เลือกตั้งนายก-อบจ-ลำพูน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 16 Feb 2025 12:41:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 พรรคประชาชนเปิดรับฟังความเห็นชาวลำพูน ทำนโยบาย อบจ. ให้ตอบโจทย์ เป็นจังหวัดต้นแบบ https://thestandard.co/people-party-lamphun/ Sun, 16 Feb 2025 12:41:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1042635 people-party-lamphun

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่โรงแรมแกรนด์ปา แอนด์ รีสอร์ท […]

The post พรรคประชาชนเปิดรับฟังความเห็นชาวลำพูน ทำนโยบาย อบจ. ให้ตอบโจทย์ เป็นจังหวัดต้นแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
people-party-lamphun

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ที่โรงแรมแกรนด์ปา แอนด์ รีสอร์ท ลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย วีระเดช ภู่พิสิฐ ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน จัดกิจกรรม ‘หละปูนเมือง หละปูนม่วน จวนกั๋นสร้าง’ โดยเป็นกิจกรรมแบบทาวน์ฮอลล์ หรือการระดมสมองรับฟังปัญหาและแนวทางการพัฒนาลำพูนภายใต้ อบจ. ชุดใหม่ โดยมีประชาชนจากทั่วทั้งจังหวัดเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง 

 

ณัฐพงษ์กล่าวเปิดงานด้วยการขอบคุณชาวลำพูนที่ให้ความไว้วางใจพรรคประชาชนมาบริหารจังหวัดเป็นแห่งแรกในประเทศไทย พรรคจึงตั้งใจจะพัฒนาลำพูนให้เติบโตเป็นเมืองที่ทันสมัย พิสูจน์ว่าแม้ลำพูนจะมีงบประมาณจำกัดเพียงปีละประมาณ 550 ล้านบาท แต่ อบจ. สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านนโยบายต่างๆ ได้ เช่น การสร้างสนามกีฬากลางประจำจังหวัดให้เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับทำกิจกรรมของคนทุกวัย ทำระบบ Telemedicine หรือหมอตู้ เพื่อแก้ปัญหาพื้นที่ห่างไกลเข้าไม่ถึงโรงพยาบาล พัฒนาคุณภาพน้ำประปา พัฒนาโรงเรียน อบจ. ให้คุณภาพการเรียนดี ตอบโจทย์อุตสาหกรรมในจังหวัด รวมถึงทำระบบรับเรื่องร้องเรียนออนไลน์และ e-Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน 

 

วีระเดช ในฐานะว่าที่นายก อบจ. กล่าวว่า เหตุผลที่จัดงานทาวน์ฮอลล์ระดมสมอง รับฟังความเห็นของประชาชนขึ้นมาเป็นงานแรก เพราะตนอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าภารกิจการสร้างลำพูนที่น่าอยู่ตลอด 4 ปีไม่สามารถทำโดยคนคนเดียวได้ เพราะตนไม่ใช่ซูเปอร์แมนที่จะเนรมิตทุกอย่าง และไม่ได้เป็นคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทุกเรื่อง สิ่งที่ตนทำได้คือการปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ เชิญชวนทุกท่านผู้เป็นประชาชนเจ้าของลำพูนมาร่วมกันออกแบบลำพูน เพราะไม่มีใครจะรู้ดีไปกว่าคนลำพูนว่าบ้านของเราต้องการอะไร มีอะไรบ้างที่ต้องเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ วีระเดชยังย้ำว่าตนจะไม่ทำงานในห้องแอร์อย่างเดียว แต่จะ ‘เดิน 3 จริง’ เข้าหาปัญหาและประชาชนจริง ไม่ต้องมีจัดฉากหรือพิธีรีตองใดๆ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงาน 

 

“ผมจะยึดแนวทาง ‘เดิน 3 จริง’ คือประชาชนจริง พื้นที่จริง สถานการณ์จริง ไม่มีการนั่งคิดนั่งทำงานในห้องแอร์ แต่ต้องออกไปพบเจอประชาชนในสถานที่จริง ในสถานการณ์จริง ไม่ต้องจัดฉาก ไม่ต้องมีพิธีต้อนรับ ไม่มีผักชีโรยหน้า เพราะผมไม่ใช่เจ้านายใคร ประชาชนเป็นเจ้านายของผม ผมต้องการเข้าใจความเจ็บปวดเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ เข้าใจปัญหา และรับฟังผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อนำไปออกแบบวิธีแก้ปัญหาได้ถูกต้อง นี่คือหลักการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และจะทำให้ อบจ.ลำพูน ในยุคของผมแตกต่างจากทุกยุคสมัยที่ผ่านมา มีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างตรงจุด” วีระเดชกล่าว

 

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานยังประกอบด้วย ‘ประชาบุรี’ เกมออกแบบงบประมาณที่มีโจทย์คืองบลงทุน 77 ล้านบาทของ อบจ.ลำพูน ให้ประชาชนสามารถเลือกได้ว่าจะใช้งบกับอะไรบ้าง เช่น การสร้างระบบขนส่งมวลชนทั่วถึงทั้งจังหวัด เพิ่มศักยภาพโรงพยาบาล พัฒนาโรงเรียน ทำศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัด สร้างลานกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้ง หรือทำเว็บไซต์ อบจ. เพิ่ม e-Service 

 

นอกจากนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มระดมสมองในประเด็นปัญหาต่างๆ ตามความสนใจของผู้ร่วมงาน ได้แก่ (1) ขนส่งมวลชนทั่วถึงทั้งจังหวัด (2) การศึกษา (3) รพ.สต. (โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล) และการดูแลผู้สูงอายุ (4) ปัญหาภัยพิบัติ ไฟป่า น้ำท่วม น้ำแล้ง PM2.5 (5) เศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว และการพัฒนาเมือง (6) การเกษตรก้าวหน้า 

 

โดยประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด คือเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจการค้า การพัฒนาเมือง ตามด้วยประเด็นการพัฒนา รพ.สต. เนื่องจากประชาชนลำพูนส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และลำพูนเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าจำนวนมาก หลายตำบลอยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาล จึงมีความต้องการ Telemedicine เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย รวมถึงลดภาระโรงพยาบาลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมากยังสะท้อนว่าอยากให้ลำพูนเป็นเมืองต้นแบบ ภายใน 4 ปีต้องทำให้จังหวัดอื่นๆ ได้เห็นว่า อบจ. ที่มีประสิทธิภาพจะพลิกโฉมจังหวัดได้มากขนาดไหน

The post พรรคประชาชนเปิดรับฟังความเห็นชาวลำพูน ทำนโยบาย อบจ. ให้ตอบโจทย์ เป็นจังหวัดต้นแบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วีระเดช ว่าที่นายก อบจ.ลำพูน ย้ำ ไม่ได้ชนะเลือกตั้งเพราะเป็นบ้านใหญ่ เล่นการเมืองหวังรักษาแผลใจวัยเด็ก https://thestandard.co/weeradech-on-lamphun-election-win/ Thu, 06 Feb 2025 13:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1038986

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) เฮง-วีระเดช ภู่พิสิฐ ว่าที่นายกอง […]

The post วีระเดช ว่าที่นายก อบจ.ลำพูน ย้ำ ไม่ได้ชนะเลือกตั้งเพราะเป็นบ้านใหญ่ เล่นการเมืองหวังรักษาแผลใจวัยเด็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) เฮง-วีระเดช ภู่พิสิฐ ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ดำเนินรายการโดย ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เผยแพร่ทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 กรณี ประเสริฐ ภู่พิสิฐ หรือ ‘โกเก๊า’ บิดาของวีระเดช ถูกเผยแพร่ข่าวว่า ถูกดำเนินคดีโครงการลำไยอบแห้งตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย ปี 2547
 
วีระเดชกล่าวว่า “ไม่หนักใจ เพราะตั้งแต่ตัดสินใจลงสมัครเล่นการเมืองก็ยังกลัวว่าเรื่องราวของครอบครัวจะทำให้พรรคเสียหายด้วยซ้ำ ส่วนตัวร่วมงานกับพรรคตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งไม่ได้ปิดบังอะไร เราบอกว่า เราขอช่วยงานพรรค ช่วงแรกๆ ทำงานเบื้องหลัง เราขอเป็นทีมงานที่ขับเคลื่อนภายในจังหวัด เพราะอยากให้การเมืองในจังหวัดมีการเปลี่ยนแปลง ก็เดินมากับพรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ประชาชน ผมก็พิสูจน์ตัวเองกับทุกคนในพรรค
 
“ตอนตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ. ก็เคยบอกว่า ไม่ได้ชอบการเมืองแบบเก่า คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็คงรู้เรื่องคดีคุณพ่อ แต่เขาคงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้น เขาใส่ใจเรื่องผมทำงานกับพรรคแล้วเป็นอย่างไร นิสัยใจคอเป็นอย่างไร มากกว่าเรื่องครอบครัว
 
“ขอเปิดใจในรายการนี้ว่า ผมเองเลือกเกิดไม่ได้ ผมเกิดมาผมก็มีพ่อแม่ชื่อนี้ เราเปลี่ยนพ่อเปลี่ยนแม่ไม่ได้ พ่อแม่จะทำอะไรผมก็ไม่ได้รับรู้ อีกทั้งเหตุการณ์เกิดปี 2547 ตอนนั้นผมเป็นนักเรียน ม.5 อยู่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย แล้วตอนข่าวพิจารณาคดีลำไยเป็นข่าวดังขึ้นมาปีนั้น ผมต้องแบกรับความรู้สึกจากสังคมมาตั้งแต่เด็ก
 
“พอเราชนะเลือกตั้งนายก อบจ. ก็มีการขุดมาเล่นงานทางการเมือง เพราะเป็นครอบครัวนักการเมือง ไม่มีใครคิดมุมกลับบ้างหรือครับว่า การที่ผมตัดสินใจมาลงการเมืองครั้งนี้ ผมตั้งใจเพียงแค่ว่า เราอยากจะรักษาแผลใจที่เกิดขึ้นกับเรา”
 
วีระเดชกล่าวถึงบทเรียนจากกรณีที่เกิดขึ้นกับประเสริฐว่า การที่เราตัดสินใจมาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น อย่างหนึ่งที่เรารู้สึก การที่เราเป็นนักการเมืองท้องถิ่นแล้วไปดูแลนักการเมืองระดับชาติ ไปเป็นแขนเป็นขา ผลกรรมก็ออกมาเป็นแบบนี้
 
วีระเดชลำดับเหตุการณ์ตอนประเสริฐเป็นนายก อบจ.ลำพูน ว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร กระทั่งหมดวาระในเดือนมกราคม 2547 ตอนเป็นนายก อบจ. บิดาได้รางวัลนายกธรรมาภิบาล แต่พอเลือกตั้งนายก อบจ. ตรงปีแรก ไม่ได้รับเลือก เมื่อไม่ได้เป็นนายก อบจ. ก็หาช่องทางลงการเมืองต่อ จึงไปทำงานกับเครือข่ายทางการเมืองระดับชาติช่วงนั้น แล้วเกิดคดีลำไยในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ซึ่งทุกวันนี้รัฐบาลและรัฐมนตรีชุดนั้นก็ไม่มีใครถูกเอาผิด แต่กลับมาเอาผิดบิดาของตนเองคนเดียว
 
“เป็นแผล เป็นปมในใจผมอย่างหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าวันหนึ่งเราเป็นนักการเมือง เราก็อยากจะทำให้เห็นว่า เราต้องเป็นตัวของตัวเอง เราต้องตั้งใจบริหารให้ดี นี่แหละครับ อยากให้มองมุมกลับบ้าง ผมเข้าใจว่าการขุดคดีคุณพ่อเป็นวิถีการเมืองที่เขาก็เล่นกันแบบนี้ ก็ต้องโดน แต่ไม่ได้ลำบากใจ เพราะคิดว่าจะตั้งใจทำงานให้คนลำพูนต่อไป”
 
ผู้ดำเนินรายการถามย้ำที่บอกว่า อยากล้างแผลในใจตัวเองตั้งแต่สมัยเด็ก มองความผิดพลาดของบิดาคืออยากก้าวสู่การเมืองระดับชาติ จึงเดินตามนักการเมืองระดับชาติ เป็นเหตุให้ไปยุ่งกับโครงการลำไยจนกลายเป็นวิบากกรรมใช่หรือไม่
 
วีระเดชกล่าวว่า เท่าที่รับทราบ เมื่อคดีเริ่มมีการสั่งฟ้องถึงมารู้รายละเอียดคดี และตั้งข้อสังเกตว่า บิดาเคยเป็นนายก อบจ. ก็จริง มีเครือข่ายในจังหวัด แล้วโครงการใหญ่ขนาดนี้มาลงพื้นที่จังหวัด ถ้าหัวไม่ขยับ หางก็ไม่กระดิก ตนเองก็อยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้คนลำพูน
 
“อยากฝากประชาชนทั่วประเทศ ตัวผมเองกับคุณพ่อเราแยกความสัมพันธ์กันไม่ได้ แต่ความเป็นตัวตนแต่ละคนแยกกันได้ชัด ขอให้ผมได้พิสูจน์ความเป็นตัวตนผมด้วยการพัฒนาจังหวัดนี้ให้ทั่วประเทศเห็นความเปลี่ยนแปลงดีกว่า
 
“จริงๆ ผมกับพ่อเป็นคนละคนกัน แล้วตอนผมลงเลือกตั้ง ท่านก็ยังอยู่ในเรือนจำ ท่านแทบไม่ได้มายุ่งด้วยซ้ำ แล้วผมก็ไม่มีเวลาไปเยี่ยม หรือเวลาไปเยี่ยมคุณพ่อก็อยู่ในเรือนจำ ไม่ได้อยู่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ (หัวเราะ)
 
“ชีวิตผมก็เหมือนหนังชีวิตเรื่องหนึ่ง ขนาดคุณพ่อป่วยกระเพาะทะลุ ไปผ่าตัดเย็บแผลเสร็จ อีกวันต้องกลับเข้าเรือนจำเลย เราก็เป็นประชาชนธรรมดานี่แหละครับ เพียงแต่ท่านเคยดำรงตำแหน่งนายก อบจ. แน่นอนนักการเมืองมี 2 ด้านคือเคยให้คุณและเคยให้โทษ เวลาผมลงพื้นที่ เจอคนเห็นนามสกุล เขาก็ถามเป็นลูกโกเก๊าเหรอ ผมนี่ตกใจว่าจะเจอด้านดีหรือไม่ดี ผมก็บอกว่าผมเป็นลูก แต่อย่างไรขอให้ดูนโยบายที่ผมจะทำ ผมขอฝากด้วย”
 
ส่วนเรื่องชนะเลือกตั้งเพราะเป็นลูกบ้านใหญ่หรือไม่ วีระเดชกล่าวว่า บิดาเป็นนายก อบจ. ครั้งสุดท้ายปี 2547 มาถึงวันนี้ผ่านมา 21 ปี เครือข่ายก็ร้างราสนามกันไปเยอะ ตั้งแต่ปี 2547 ท่านก็ไม่ได้กลับมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกเลย ส่วนที่ถูกวิเคราะห์ว่าชนะเพราะเป็นลูกบ้านใหญ่ ตนน้อยใจ อยากจะชี้แจงว่า ข่าวคดีลำไยดังขนาดนี้ เป็นแรงเสียดทานด้วยซ้ำ
 
“ผมเชื่อว่าที่ผมชนะเพราะทีม สจ. ของเราเป็นคนรุ่นใหม่หมด แล้วเราได้ สจ. มา 16 คน แล้วด้วยความที่เราทำนโยบายกันมา 2 ปี นโยบายที่เราเขียนมาจากที่ว่าลำพูนขาดอะไร ลำพูนต้องการอะไร เราถึงทำนโยบายแล้วสื่อสารกับประชาชนแต่ละตำบล แต่ละหมู่บ้านที่เราไปลงพื้นที่ ทราบว่าหมู่บ้านไหนต้องการอะไร เป็นความต้องการที่ประชาชนสะท้อนมาจริงๆ
 
“อีกอย่างกระแสการเปลี่ยนการเมืองในจังหวัดก็มีค่อนข้างสูง เขาอยากเปลี่ยนคนใหม่ ถ่ายเลือดให้นักการเมืองรุ่นใหม่ๆ มีกระแสค่อนข้างสูง ตอนแรกๆ เป็นม้านอกสายตา เราก็ยอมรับ แต่ด้วยกระแสพรรคและความเชื่อมั่น แม้แต่ตัวผมมีข้อตำหนิที่ถูกนำมาเล่นตอนนี้ แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่า การที่อยู่พรรคนี้ พร้อมถูกตรวจสอบ พร้อมทำงานโปร่งใส มีประสิทธิภาพ พร้อมทำงานร่วมกับประชาชน อันนี้ต่างหากที่ทำให้ชนะ”

The post วีระเดช ว่าที่นายก อบจ.ลำพูน ย้ำ ไม่ได้ชนะเลือกตั้งเพราะเป็นบ้านใหญ่ เล่นการเมืองหวังรักษาแผลใจวัยเด็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลขาฯ กกต. แจงบัตรเสีย 5.69% เหตุประชาชนสับสนหมายเลข เผย ‘ลำพูน’ ใช้สิทธิอันดับ 1 เตรียมสั่งจัดเลือกตั้งใหม่ 4 เขต https://thestandard.co/ect-lampoon-no-1-pao-election/ Mon, 03 Feb 2025 04:37:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1037508

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการ […]

The post เลขาฯ กกต. แจงบัตรเสีย 5.69% เหตุประชาชนสับสนหมายเลข เผย ‘ลำพูน’ ใช้สิทธิอันดับ 1 เตรียมสั่งจัดเลือกตั้งใหม่ 4 เขต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงสรุปภาพรวมการเลือกตั้ง อบจ. และจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 โดยแบ่งจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2 ประเภท คือ นายก อบจ. 47 จังหวัด และ ส.อบจ. 76 จังหวัด ดังนี้

 

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนายก อบจ. (จำนวน 47 จังหวัด)

 

  • จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 27,991,587 คน
  • จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 16,362,185 คน คิดเป็น 58.45%
  • บัตรดี 14,272,694 ใบ คิดเป็น 87.23%
  • บัตรเสีย 931,290 ใบ คิดเป็น 5.69%
  • บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 1,158,201 ใบ คิดเป็น 7.08%

 

“ส่วนบัตรเสียมีจำนวนเท่ากัน ปี 2563 มีบัตรเสีย 5.63% และการเลือกตั้งปีนี้มีบัตรเสีย 5.69% ตัวเลขต่างกันเป็นจุดทศนิยมตัวสุดท้าย“ แสวงกล่าว

 

ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส.อบจ. (76 จังหวัด)

 

  • จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 47,124,842 คน
  • จำนวนผู้มาใช้สิทธิ 26,418,754 คน คิดเป็น 56.06%
  • บัตรดี 23,131,324 ใบ คิดเป็น 87.56%
  • บัตรเสีย 1,488,086 ใบ คิดเป็น 5.63%
  • บัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 1,799,344 ใบ คิดเป็น 6.81%

 

จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ. และนายก อบจ. (47 จังหวัด) มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่

 

  1. ลำพูน คิดเป็น 73.43%
  2. นครนายก คิดเป็น 73.00%
  3. พัทลุง คิดเป็น 72.56%
  4. นราธิวาส คิดเป็น 68.42%
  5. มุกดาหาร คิดเป็น 68.03%

 

จังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ. (29 จังหวัด) มากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่

 

  1. พะเยา คิดเป็น 61.68%
  2. เลย คิดเป็น 58.04%
  3. เพชรบุรี คิดเป็น 57.44%
  4. ยโสธร คิดเป็น 56.72%
  5. ชัยนาท คิดเป็น 56.63%

 

จังหวัดที่ต้องประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ. ใหม่ จำนวน 4 เขตเลือกตั้ง ดังนี้

 

  • กรณีที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง (เนื่องจากผู้สมัครมีลักษณะต้องห้าม อยู่ระหว่างการถูกจำกัดสิทธิ เนื่องจากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 50 (20) แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 จำนวน 1 เขตเลือกตั้ง ได้แก่ จังหวัดชัยนาท อำเภอวัดสิงห์ เขตเลือกตั้งที่ 1 


 

  • กรณีได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งไม่มากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด จำนวน 3 เขตเลือกตั้ง ดังนี้ จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1, จังหวัดตรัง อำเภอเมืองตรัง เขตเลือกตั้งที่ 2 และจังหวัดชุมพร อำเภอสวี เขตเลือกตั้งที่ 4

 

โดยจะต้องประกาศให้จัดการเลือกตั้งใหม่ภายใน 7 วัน และกำหนดวันเลือกตั้งไม่เกิน 45 วัน นับแต่วันที่ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ 

 

เลขาฯ กกต. ยังชี้แจงเรื่องปัญหาการใช้สิทธิของประชาชนในการเลือกตั้งวันเสาร์ว่า ได้คำนึงถึงความเที่ยงธรรมในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งใช้กติกาเดียวกัน บัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งเดียวกัน และหาเสียงในเวลาเดียวกัน

 

แม้ว่าจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งจะน้อยกว่าปี 2563 ถึง 4% แต่ก็ยังสูงกว่าเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งนายก อบจ. ในวันอาทิตย์ช่วงเดือนธันวาคม 2567 จำนวน 29 จังหวัด ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งประมาณ 53% ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์น้อยลงกว่าคราวที่แล้ว เพราะครั้งนี้มีการจัดการเลือกตั้ง อบจ. ไปก่อนแล้ว 29 จังหวัด

 

นอกจากนี้ตามข้อกฎหมายต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน ซึ่งพบว่ามี 6 จังหวัดส่งข้อมูลเลือกตั้งเกินในเวลา 00.00 น. เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องเส้นทางเดินทางที่ทุรกันดารและเป็นเกาะ พร้อมย้ำว่าการเลือกดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว

 

“ปัญหาเชิงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่กล่าวไปแล้วคือ การดูแลรักษาความปลอดภัยของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) การรายงานและดูแลเรื่องความปลอดภัยทุกครั้งด้วยเส้นทางที่ทุรกันดาร ระยะทางไกล มีอุบัติเหตุทุกครั้ง และครั้งนี้มี กปน. เสียชีวิตระหว่างการส่งบัตร เราให้ความสำคัญกับชีวิตของ กปน. ที่เสียสละมาทำงานให้เรา และต้องมากำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ไม่ต้องไปกดดัน กปน. ที่ต้องรีบส่งหีบบัตรหลังจากนับคะแนนภายใน 3-4 ชั่วโมงที่ทุรกันดาร เราขอแสดงความเสียใจและพร้อมที่จะดูแล กปน. ตามสิทธิและกฎหมาย” แสวงกล่าว

 

ส่วนจำนวนบัตรเสียที่มากถึง 5.6% มาจากตัวผู้เลือกเอง ที่สับสนระหว่างหมายเลขของนายก อบจ. และหมายเลขของ ส.อบจ. ซึ่งมีจำนวนผู้สมัครไม่เท่ากัน ทำให้ประชาชนลงคะแนนในช่องที่ไม่มีผู้สมัคร จึงกลายเป็นบัตรเสีย ไม่ใช่การตั้งใจทำให้บัตรเสีย และบางเขตมีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ก็อาจจะทำให้เกิดความสับสน ส่วนการทำเครื่องหมายผิด และการตั้งใจทำให้บัตรเสียก็มี

 

ส่วนกรณีการนับคะแนนที่มีรายงานว่า บางหน่วยมีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งกับจำนวนบัตรเลือกตั้งไม่เท่ากัน ประมาณ 4-5 จังหวัด จะต้องมีการดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งจังหวัดจะเป็นผู้เสนอขึ้นมาให้ กกต. พิจารณาว่าจะมีการลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่หรือไม่

 

สำหรับกรณีที่จังหวัดสมุทรปราการและเชียงใหม่พบบัตรเสียเป็นจำนวนมาก และฝ่ายค้านจะขอให้มีการนับคะแนนใหม่นั้น ต้องดูว่าในระหว่างการนับคะแนนมีการทักท้วงหรือไม่ ทั้งนี้ จนถึงเมื่อวานมีเรื่องร้องเรียนส่งมายังสำนักงาน กกต. จำนวน 180 เรื่อง ทั้งประเด็นการจัดการเลือกตั้ง และประเด็นการทุจริตในการเลือกตั้ง ซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของสำนักงาน

The post เลขาฯ กกต. แจงบัตรเสีย 5.69% เหตุประชาชนสับสนหมายเลข เผย ‘ลำพูน’ ใช้สิทธิอันดับ 1 เตรียมสั่งจัดเลือกตั้งใหม่ 4 เขต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เปิดใจ โกเฮง วีระเดช คว้าชัยนายก อบจ.ลำพูน สู่แผนพัฒนาเมืองให้ก้าวไกล | END GAME Highlight https://thestandard.co/end-game-highlight-2/ Sun, 02 Feb 2025 11:18:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1037372 end-game-highlight-2

ปักธงส้มที่แรก! เปิดใจ โกเฮง-วีระเดช ภู่พิสิฐ คว้าชัยนา […]

The post ชมคลิป: เปิดใจ โกเฮง วีระเดช คว้าชัยนายก อบจ.ลำพูน สู่แผนพัฒนาเมืองให้ก้าวไกล | END GAME Highlight appeared first on THE STANDARD.

]]>
end-game-highlight-2

ปักธงส้มที่แรก! เปิดใจ โกเฮง-วีระเดช ภู่พิสิฐ คว้าชัยนายก อบจ.ลำพูน ให้พรรคประชาชน สู่แผนพัฒนาเมืองให้ก้าวไกล ‘ลำพูนไม่ลำพัง’

The post ชมคลิป: เปิดใจ โกเฮง วีระเดช คว้าชัยนายก อบจ.ลำพูน สู่แผนพัฒนาเมืองให้ก้าวไกล | END GAME Highlight appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ธนาธรร้องเพลงฉลองชัย ‘เลือกตั้งนายก อบจ.’ กางแผน ปชน. ยกระดับท้องถิ่น | END GAME Highlight https://thestandard.co/end-game-highlight/ Sun, 02 Feb 2025 11:14:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1037369 end-game-highlight

‘รางวัลแด่คนช่างฝัน’ ธนาธรร้องเพลงฉลองชัย ‘เลือกตั้งนาย […]

The post ชมคลิป: ธนาธรร้องเพลงฉลองชัย ‘เลือกตั้งนายก อบจ.’ กางแผน ปชน. ยกระดับท้องถิ่น | END GAME Highlight appeared first on THE STANDARD.

]]>
end-game-highlight

‘รางวัลแด่คนช่างฝัน’ ธนาธรร้องเพลงฉลองชัย ‘เลือกตั้งนายก อบจ.ลำพูน’ กางแผนพรรคประชาชน ยกระดับท้องถิ่น มุ่งสู่สมรภูมิเลือกตั้งใหญ่ปี 2570

The post ชมคลิป: ธนาธรร้องเพลงฉลองชัย ‘เลือกตั้งนายก อบจ.’ กางแผน ปชน. ยกระดับท้องถิ่น | END GAME Highlight appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนเผย ว่าที่นายก อบจ.ลำพูน พร้อมผลักดันแผนงาน 100 วันแรก แม้เสียดายโอกาสในหลายจังหวัด https://thestandard.co/provincial-election-01022025-20/ Sun, 02 Feb 2025 10:01:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1037354 peoples-party-lamphun-pao

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประ […]

The post พรรคประชาชนเผย ว่าที่นายก อบจ.ลำพูน พร้อมผลักดันแผนงาน 100 วันแรก แม้เสียดายโอกาสในหลายจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
peoples-party-lamphun-pao

วันนี้ (2 กุมภาพันธ์) ที่อาคารอนาคตใหม่ ที่ทำการพรรคประชาชน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน และ วีระเดช ภู่พิสิฐ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน ผู้สมัครหนึ่งเดียวจากพรรคประชาชนที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ร่วมแถลงข่าวสรุปภาพรวมผลการเลือกตั้งนายก อบจ.

 

ณัฐพงษ์กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมาน่าจะเป็นที่แน่ชัดแล้วในทั้ง 47 จังหวัดที่มีการเลือกตั้งในระดับ อบจ. ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนอยากแสดงคำขอโทษถึงพี่น้องประชาชน ที่พวกเราอาจจะยังรณรงค์ในการให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น หรือ อบจ. ไม่แข็งขันพอ ทำให้ในวันนี้เราอาจจะยังมีนายก อบจ. ที่ไม่มากพอ

 

ณัฐพงษ์ย้ำว่า สิ่งที่พวกเรายืนยันมาโดยตลอด คือเรื่องการออกไปใช้สิทธิของประชาชน ที่ยิ่งมีจำนวนผู้ออกไปใช้สิทธิมากเท่าไรก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาการเมืองท้องถิ่นมากเท่านั้น ขอขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดลำพูนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งสัดส่วนถือเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเทียบกับอีก 47 จังหวัดที่เหลือ

 

“เรายังรู้สึกเสียดายโอกาสที่อีกหลายๆ จังหวัด หากพรรคประชาชนสามารถรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิมากกว่านี้ เราก็อาจจะสามารถชนะการเลือกตั้งในระดับ อบจ. ได้ ทั้งจังหวัดเชียงใหม่ นครนายก สมุทรปราการ ตราด และสมุทรสงคราม ที่เรายังไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้ และแพ้ไปเพียงไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น”

 

ณัฐพงษ์มองว่า หากดูจากผลการเลือกตั้ง จำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ที่พรรคประชาชนได้รับความไว้วางใจจากประชาชน รวมทั้งหมด 132 คน จาก 33 จังหวัด แบ่งเป็นจังหวัดที่พรรคส่งผู้สมัครนายก อบจ. 80 คน และจังหวัดที่พรรคไม่ได้ส่งผู้สมัครนายก อบจ. อีก 52 คน ยืนยันว่าระดับ ส.อบจ. จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้งบประมาณอย่างแข็งขัน รวมถึงผลักดันการบรรจุงบประมาณต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้

 

“เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า อบจ.ลำพูน จะเป็นสนามแรกที่เราจะพิสูจน์ให้กับพี่น้องประชาชนเห็น ว่าการทำงาน การเมืองท้องถิ่นตามแบบฉบับของพรรคประชาชน จะสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศได้” ณัฐพงษ์กล่าว

 

ส่วนกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยบนเวทีว่า ‘แดงกินส้ม’ ผลการเลือกตั้งตอนนี้สะท้อนตามที่ทักษิณพูดหรือไม่ ณัฐพงษ์ระบุว่า จริงๆ ตนเองคิดว่าแล้วแต่การตีความ ว่าการกินส้มหมายถึงอย่างไร เพราะส้มเองก็เป็นผลไม้มงคล และที่จังหวัดลำพูนเองก็เป็นสนามหลักที่ตนเองคิดว่าเราจะสามารถพิสูจน์ฝีมือให้ทุกคนเห็น และการทำงานการเมืองที่มีคุณภาพ ทำงานอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา นำเสนอนโยบายให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนเห็นได้ น่าจะเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการที่เราโยนคำพูดใส่กันไปมา

 

ส่วนการที่ทักษิณลงพื้นที่หาเสียงแต่ก็ไม่ได้ชนะทุกเวทียังถือว่ามีมนตร์ขลังหรือไม่ ณัฐพงษ์ระบุว่า หากภาพรวมการเลือกตั้งทั้งประเทศต้องบอกว่าสัดส่วนที่ได้มากสุดคือผู้สมัครที่ประกาศลงในนามอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมืองใดโดยตรง แต่เราก็จะรู้ตามหน้าสื่อมวลชนอยู่แล้วว่าเบื้องหลังผู้สมัครสังกัดพรรคการเมืองใด เพราะฉะนั้นในมุมหนึ่งเราเห็นเรื่องความไม่เต็มที่ในการกระจายอำนาจของพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคแกนนำของรัฐบาล อาจจะเกิดขึ้นได้จากการแข่งขันในสนามการเมืองท้องถิ่นหรือไม่ ในระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันหรือไม่ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องช่วยกันตั้งคำถามต่อไป

 

ด้านวีระเดชกล่าวขอบคุณพี่น้องชาวจังหวัดลำพูนที่ออกมาใช้สิทธิเป็นอันดับหนึ่ง ถือว่าเรารักษาแชมป์ไว้ได้อีกแล้วในการตื่นตัวทางการเมือง เพื่อทำให้การเมืองท้องถิ่นทำงานใกล้ชิดกับประชาชน และภายหลัง กกต. ให้การรับรองแล้ว ตนจะตั้งใจทำงานให้กับประชาชน ตามหลักการทำงาน 3 ป. คือ ‘โปร่งใส’, มี ‘ประสิทธิภาพ’, และทำงานร่วมกับ ‘ประชาชน’

 

ขณะที่ศรายุทธิ์กล่าวถึงผลกระทบจากการเลือกตั้งในวันเสาร์ว่า จากข้อมูลที่เรามีอยู่จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขณะนี้ยังได้ไม่ครบ เราจึงนำจังหวัดที่คะแนนนิ่งแล้วมาวิเคราะห์ดู และพบสิ่งที่น่าสนใจคือมีจำนวนสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิลดลงแน่นอน จาก 62% เหลือเพียง 55% ซึ่งหายไป 7-8% ที่ประชาชนไม่ได้มาใช้สิทธิ

 

ศรายุทธิ์ยกตัวอย่างจังหวัดที่มีผู้มาใช้สิทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ จันทบุรี ภูเก็ต นนทบุรี สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี และระยอง ซึ่งจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่ลดลงนี้อาจจะส่งผลต่อคะแนนการเลือกตั้งด้วย ดังนั้นเราจึงเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ และอยากให้ กกต. ทบทวนแนวการประกาศวันเลือกตั้งในอนาคต ว่าการเลือกตั้งในวันเสาร์สอดคล้องกับการดำเนินการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนหรือไม่ เพราะการเลือกตั้งในครั้งนี้ถือว่าเป็นผลพิสูจน์บทหนึ่ง ว่าการเลือกตั้งในวันเสาร์ไม่ตอบโจทย์ต่อการใช้ชีวิตจริงของประชาชน และไม่เอื้อให้ประชาชนเข้ามาใช้สิทธิได้

 

ศรายุทธิ์เปิดเผยว่า ขณะนี้มีอยู่ 2 จังหวัดที่เรามีความสงสัยคือ เชียงใหม่และสมุทรปราการ ซึ่งทีมงานยังคงต้องติดตามต่อไป โดยเฉพาะกรณีบัตรที่มีการระบุว่าเป็นบัตรเสียจำนวนไม่น้อย ที่เมื่อนำมาเทียบกับคะแนนแพ้ชนะแล้วก็อาจจะมีผลต่อผลการเลือกตั้ง 

 

“ดังนั้นในช่วงบ่ายของวันนี้ เราจะไปยื่น กกต. เพื่อให้ตรวจสอบบัตรเสีย ว่ามีจำนวนถูกต้องตามที่ได้เปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่”

 

เมื่อถามว่าการชนะในพื้นที่จังหวัดลำพูนเพียงจังหวัดเดียวจะเป็นการเพิ่มความกดดันให้กับผู้สมัครในครั้งต่อไปหรือไม่ วีระเดชกล่าวว่า ไม่ได้กดดัน จริงๆ แล้วเราทำนโยบายมาก่อนแล้ว ว่า 4 ปีภายใต้กรอบงบประมาณ เราจะทำอะไรได้บ้าง มันตั้งอยู่บนความเป็นไปได้ ซึ่งถือว่าไม่กดดัน และทำได้อย่างแน่นอน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ณัฐพงษ์และคณะจะลงพื้นที่ด่วนเพื่อขอบคุณประชาชนชาวลำพูนที่มอบความไว้วางใจให้ว่าที่นายก อบจ. และจะมีกำหนดการประชุมหารือร่วมกับทีมพรรคประชาชนเพื่อร่างแผนงานในการผลักดันนโยบายท้องถิ่นต่อไป

The post พรรคประชาชนเผย ว่าที่นายก อบจ.ลำพูน พร้อมผลักดันแผนงาน 100 วันแรก แม้เสียดายโอกาสในหลายจังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘วีระเดช ภู่พิสิฐ’ ว่าที่นายก อบจ.ลำพูน ผู้ชนะหนึ่งเดียวของพรรคประชาชน https://thestandard.co/provincial-election-02022025-2/ Sun, 02 Feb 2025 02:58:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1037242 วีระเดช ภู่พิสิฐ

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ทีมข่าว THE STANDARD เดินทางลงพื้ […]

The post ‘วีระเดช ภู่พิสิฐ’ ว่าที่นายก อบจ.ลำพูน ผู้ชนะหนึ่งเดียวของพรรคประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
วีระเดช ภู่พิสิฐ

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ทีมข่าว THE STANDARD เดินทางลงพื้นที่จังหวัดลำพูน เพื่อพูดคุยเปิดใจกับ เฮง-วีระเดช ภู่พิสิฐ ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ลำพูน พรรคประชาชน ภายหลังชนะการเลือกตั้ง ซึ่งมีการประกาศผลอย่างไม่เป็นทางการ โดยวีระเดชถือเป็นผู้สมัครเพียงหนึ่งเดียวของพรรคประชาชนที่ได้รับชัยชนะจากศึกเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้

 

วีระเดช ภู่พิสิฐ

The post ‘วีระเดช ภู่พิสิฐ’ ว่าที่นายก อบจ.ลำพูน ผู้ชนะหนึ่งเดียวของพรรคประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>