เรือบรรทุกน้ำมัน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เรือบรรทุกน้ำมัน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 04 Jun 2026 08:26:55 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จีนลดนำเข้า ‘น้ำมันหนัก’ ตัวแปรสำคัญ ช่วยกดราคาน้ำมันดิบโลกไม่ทะลุ 100 ดอลลาร์ https://thestandard.co/china-oil-imports-curb-price/ Thu, 04 Jun 2026 08:26:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1214554 ภาพเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่กลางทะเล

การนำเข้าน้ำมันที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของจีน กลายเป็นหนึ […]

The post จีนลดนำเข้า ‘น้ำมันหนัก’ ตัวแปรสำคัญ ช่วยกดราคาน้ำมันดิบโลกไม่ทะลุ 100 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่กลางทะเล

การนำเข้าน้ำมันที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของจีน กลายเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ช่วยให้โลกไม่ต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่รุนแรงไปมากกว่านี้ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมาเกือบครบ 100 วัน

 

 
 

ราคาน้ำมันยังคงทรงตัวอยู่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา อุปทานน้ำมันทั่วโลกจะหายไปกว่า 1 ใน 5 และมีการคาดการณ์ว่าตลาดอาจเผชิญวิกฤตในเร็ววันเนื่องจากคลังน้ำมันสำรองกำลังร่อยหรอลง

 

Tom Baker ผู้บริหารระดับสูงจาก Vitol บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งดำเนินกิจการค้าพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ กล่าวว่า จีนชะลอการซื้อน้ำมันดิบลงอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีอุปสงค์ลดลงวันละ 4-5 ล้านบาร์เรล ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากการสูญเสียอุปทานน้ำมันจากประเทศอ่าวอาหรับที่ 12 ล้านบาร์เรลต่อวันได้

 

Martijn Rats หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์จาก Morgan Stanley ประจำกรุงลอนดอน กล่าวว่า การนำเข้าน้ำมันในระดับต่ำของจีน เปรียบเสมือนเกราะคุ้มกันตลาดน้ำมันในประเทศอื่นๆ

 

มอร์แกน สแตนลีย์ เปิดเผยประมาณการว่า ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งมายังประเทศจีนทางเรือในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ลดลงไปเหลือ 7.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับ 13 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

ขณะที่ข้อมูลจาก S&P Global Energy แสดงให้เห็นว่า การนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของจีนในเดือนเมษายน ลดลงกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากค่าเฉลี่ยในปี 2025 เหลือ 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดย S&P Global Energy ยังประเมินอีกด้วยว่าปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจะต่ำลงอีกเหลือเพียง 8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนพฤษภาคม และลดลงกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงไตรมาสสองของปีนี้ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025

 

ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านน้ำมันของจีนส่วนใหญ่มองตรงกันว่า การนำเข้าจะลดลงอย่างมาก แต่ปริมาณการคาดการณ์ยังคงประเมินต่างกัน โดย Kpler มองว่า การนำเข้าทางทะเลจะลดลงเหลือเพียง 6.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนพฤษภาคม จากระดับ 8.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนเมษายน และ 10.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนมีนาคม

 

Hu Min Min หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ด้านอุตสาหกรรมน้ำมันดิบ เชื้อเพลิง และการกลั่นน้ำมันของจีนจาก S&P Global Energy ระบุว่า การนำเข้าน้ำมันที่ลดลงของจีนถือเป็น “ตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนแปลงพลวัตในตลาดน้ำมันโลก”

 

อย่างไรก็ตาม สาเหตุสำคัญที่ทำให้จีนลดการนำเข้าน้ำมันลงอย่างฉับพลันก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนก็ยังไม่กล่าวถึงยุทธศาสตร์การค้าน้ำมันอย่างเปิดเผยมากนัก ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่า รัฐบาลจีนตัดสินใจที่จะใช้น้ำมันคงคลังที่มีอยู่ ซึ่งสะสมไว้จากปีก่อนเมื่อครั้งที่ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนว่าปริมาณคลังน้ำมันสำรองของจีนเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด

 

Baker กล่าวในงานประชุม S&P Middle East Petroleum and Gas ณ กรุงลอนดอนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จีนเป็นดั่งหลุมดำที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ เราไม่ได้ทราบปริมาณคลังน้ำมันสำรองของจีนดีนัก

 

Hu ซึ่งประจำการที่กรุงปักกิ่ง กล่าวว่า จีนตอบสนองต่อวิกฤตในอิหร่านผ่านการบังคับให้บรรดาโรงกลั่นลดกำลังการผลิตลง โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการหยุดซ่อมบำรุง พร้อมสั่งให้โรงกลั่นเปลี่ยนจากการสะสมน้ำมันสำรอง ไปเป็นลดการสะสมน้ำมันสำรองแทน

 

S&P ประมาณการว่า จีนจะลดปริมาณสต็อกน้ำมันเชิงพาณิชย์ลงที่อัตรา 700,000 ถึง 800,000 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงไตรมาส 3 เนื่องจากจีนระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet Fuel) และน้ำมันดีเซลลงด้วย จึงช่วยบรรเทาอุปสงค์การนำเข้าที่ชะลอลง

 

โดยข้อมูลจาก S&P แสดงให้เห็นว่า การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป (Refined Oil) ของจีนลดลงจนเกือบต่ำสุดในรอบทศวรรษ เหลือเพียง 300,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน หรือลดลง 65% เมื่อเทียบเป็นรายปี (YOY)

 

Ye Lin นักวิเคราะห์ตลาดน้ำมันประจำภูมิภาคเอเชียจาก Rystad Energy ระบุว่า ท่าทีการตอบสนองของจีน ต่อวิกฤตพลังงานจากสงครามอิหร่าน สามารถสรุปในหนึ่งคำได้ว่าเป็นเรื่องของ ‘ความมั่นคง’ ท่ามกลางความขัดแย้งที่ ‘ยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน’

 

มาตรการจำกัดการส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปนี้ ได้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูจากกลุ่มคู่ค้าที่เคยพึ่งพาอุปทานจากจีน แม้ว่าโรงกลั่นของรัฐจะพยายามผลักดันขออนุมัติส่งออกเพื่อกอบโกยกำไรในช่วงที่ราคาในตลาดโลกพุ่งสูง แต่รัฐบาลจีนกลับปฏิเสธคำขอนั้น และเลือกที่จะส่งมอบน้ำมันบางส่วนในฐานะ ‘ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศ’ แทน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของกลยุทธ์ ‘การทูตน้ำมัน’ (Petro-diplomacy)

 

การเปลี่ยนผ่านพลังงานช่วยจีนเจ็บตัว ‘น้อยกว่า’ ที่ควร

 

นักวิเคราะห์ยังสังเกตเห็นความแตกต่างอย่างมากระหว่างตัวเลขการนำเข้าน้ำมันดิบที่ลดลงฮวบฮาบ กับความต้องการใช้จริงภายในประเทศ โดยคาดว่าอุปสงค์น้ำมันของจีนในไตรมาสที่สองจะลดลงเพียงประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับปีก่อน

 

อุปสงค์ที่ลดลงเพียงเล็กน้อยนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัวอยู่แล้ว ซึ่งถูกฉุดรั้งโดยวิกฤตการณ์ในภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่ยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม Ye Lin จาก Rystad ชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างจากการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงไปสู่พลังงานไฟฟ้า ทั้งการลงทุนอย่างหนักในยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ระบบรางไฟฟ้า และการผลิตพลังงานหมุนเวียน ได้กลายมาเป็น ‘กันชนเชิงยุทธศาสตร์’ ช่วยให้จีนสามารถฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดย ‘เจ็บตัวน้อยกว่าที่ควรจะเป็น’

 

จีนไม่อาจคุมนำเข้าได้ถาวร ราคาน้ำมันอาจพุ่งหนักหากจีนกลับมาซื้อใหม่

 

ถึงกระนั้น Baker จาก Vitol ก็ได้ออกโรงเตือนว่า ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบในระดับต่ำของจีนเช่นนี้ไม่อาจคงอยู่ได้ถาวร

 

“เมื่อถึงจุดหนึ่ง พวกเขาจำเป็นต้องกลับมาซื้อน้ำมัน ราคาก็จะถูกบีบให้พุ่งสูงขึ้น และหนทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ คือการบีบให้อุปสงค์ลดลง (Kill demand)” Tom Baker กล่าว

 

Even Pay ผู้อำนวยการกลุ่มที่ปรึกษาเชิงยุทธศาสตร์ Trivium China มองว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ารัฐบาลจีนได้คำนึงถึงผลกระทบต่อตลาดโลกมากน้อยเพียงใดในการดำเนินนโยบายน้ำมันครั้งนี้

 

“ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่และนักการทูตจีนมักจะอธิบายว่า การกักตุนธัญพืชคลังสำรองขนาดใหญ่ของประเทศ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้จีนไม่ต้องไปแย่งตลาดซื้อยามที่ราคาอาหารโลกพุ่งสูง ซึ่งเป็นการช่วยรักษาความมั่นคงทางอาหารของโลกทางอ้อม ด้วยการจัดการกับอุปสงค์อันมหาศาลของตนเองอย่างเบ็ดเสร็จ” เพย์กล่าว

 

พร้อมกล่าวต่อว่า “แต่เท่าที่ทราบ เจ้าหน้าที่จีนยังไม่ได้นำตรรกะนี้มาใช้อธิบายกับสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ อย่างชัดเจน พวกเขายังคงอ้างเหตุผลในการสำรองน้ำมันดิบก้อนโตว่าเป็นไปเพื่อ ความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจภายในประเทศ เป็นหลักเท่านั้น”

 

อ้างอิง:

 

The post จีนลดนำเข้า ‘น้ำมันหนัก’ ตัวแปรสำคัญ ช่วยกดราคาน้ำมันดิบโลกไม่ทะลุ 100 ดอลลาร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
UAE ลักลอบขนน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ปิดระบบระบุตำแหน่งหนีอิหร่าน ส่งเอเชีย-ยุโรป https://thestandard.co/the-uae-is-smuggling-oil-through-the-strait/ Fri, 08 May 2026 04:09:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1204999 UAE ลักลอบขนน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ปิดระบบระบุตำแหน่งหนีอิหร่าน ส่งเอเชีย-ยุโรป

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการเดินเรือเปิดเผยว่า สหรัฐอาหรับเ […]

The post UAE ลักลอบขนน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ปิดระบบระบุตำแหน่งหนีอิหร่าน ส่งเอเชีย-ยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
UAE ลักลอบขนน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ปิดระบบระบุตำแหน่งหนีอิหร่าน ส่งเอเชีย-ยุโรป

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการเดินเรือเปิดเผยว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และผู้ซื้อน้ำมัน ลักลอบขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อระบายน้ำมันดิบจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยใช้วิธีปิดระบบระบุตำแหน่งเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีจากอิหร่าน

 

 
 

UAE ลักลอบขนน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซอย่างไร

 

เมื่อคืนนี้ (7 พฤษภาคม) Reuters เผยแพร่บทความ Exclusive ที่ได้รับข้อมูลจากกลุ่มอุตสาหกรรมเดินเรือว่า เรือบรรทุกน้ำมันของ UAE เดินทางข้ามช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้วิธีปิดสัญญาณติดตามและระบุตำแหน่งอัตโนมัติ (Automatic Identification System: AIS) เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีจากอิหร่าน ซึ่งเป็นวิธีที่เตหะรานใช้หลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมา

 

รายงานระบุว่า ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) สามารถส่งออกน้ำมันดิบ โดยใช้เรือบรรทุกน้ำมัน 4 ลำจาก Upper Zakum อย่างน้อย 4 ล้านบาร์เรล และ Das 2 ล้านบาร์เรล รวมทั้งสิ้น 6 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการขนถ่ายน้ำมันจากเรือสู่เรือ (Ship-to-Ship) นอกช่องแคบฮอร์มุซ

 

ข้อมูลจาก Kpler และ SynMax ระบุว่า การขนส่งน้ำมันดังกล่าวมี 3 วิธี คือ ขนเรือบรรทุกน้ำมันไปยังโรงกลั่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, ขนถ่ายเข้าคลังเก็บไว้ในโอมาน และขนส่งไปโดยตรงที่โรงกลั่นในเกาหลีใต้

 

เช่น เมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมา พบเรือ Hafeet ขนน้ำมัน Upper Zakum 2 ล้านบาร์เรล ออกจากช่องแคบและถ่ายลำให้กับ Olympic Luck เรือสัญชาติกรีซเพื่อส่งต่อไปยังโรงกลั่นเปิงเงรัง (Pengerang) ในมาเลเซีย ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ Petronas ภายใต้รัฐบาลมาเลเซีย และ Saudi Aramco ของซาอุดีอาระเบีย

 

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า น้ำมัน Upper Zakum บางส่วนที่ถูกแบ่งขาย ถูกขายไปในราคาพรีเมียมที่สูงเป็นประวัติการณ์ คือ 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ประมาณ 644 บาท) เหนือราคาขายปกติ

 

ลักลอบขนน้ำมัน เสี่ยงแค่ไหน

 

อนึ่ง ความเสี่ยงจากการลักลอบขนน้ำมันในครั้งนี้ สะท้อนจากสถานการณ์ในวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลัง UAE กล่าวหาอิหร่านว่า ใช้โดรนโจมตี Barakah เรือบรรทุกน้ำมันเปล่าของบริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) ขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

ขณะที่ Reuters ยังย้ำว่า บริษัท ADNOC มีแผนจะเดินหน้าขายน้ำมันโดยใช้เส้นทางในช่องแคบฮอร์มุซต่อไป โดยมีการแจ้งลูกค้าบางรายให้มารับน้ำมันนอกอ่าวเปอร์เซีย เช่น ท่าเรือฟูไจราห์และโซฮาร์ในโอมานตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

 

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้การปิดระบบติดตามเรือทำให้ยากต่อการตรวจจับ แต่ปริมาณการส่งออกน้ำมันที่แท้จริงก็คาดเคลื่อนตาม ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า อาจมีตัวเลขสูงกว่าที่รายงานไว้

 

ปัจจุบัน ผู้ผลิตรายอื่นในอ่าวเปอร์เซียกำลังพยายามอย่างหนักที่จะขายน้ำมันให้กับนานาชาติ เช่น อิรัก คูเวต และกาตาร์พยายามลดราคาเพื่อจูงใจประเทศผู้ซื้อ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียเปลี่ยนเส้นทางขนส่งน้ำมันไปทะเลแดง

 

ภาพ: Stringer / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post UAE ลักลอบขนน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ปิดระบบระบุตำแหน่งหนีอิหร่าน ส่งเอเชีย-ยุโรป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทยจอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น รับกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท ยอดน้ำมันเฉียด 10 ล้านลิตร https://thestandard.co/thai-oil-tankers-delay-profit/ Tue, 21 Apr 2026 09:46:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1199640 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวกรณีการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย 2 ลำ

วันนี้ (21 เมษายน) เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละ […]

The post ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทยจอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น รับกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท ยอดน้ำมันเฉียด 10 ล้านลิตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าวกรณีการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย 2 ลำ

วันนี้ (21 เมษายน) เวลา 15.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) แถลงข่าวผลการปฏิบัติการตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยในพื้นที่อ่าวไทย ซึ่งสืบเนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศในช่วงสถานการณ์วิกฤตระหว่างวันที่ 21-25 มีนาคม 2569 ภายหลังเกิดเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุส

 

โดยเมื่อวันที่ 25 และ 26 เมษายน ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำได้นำกำลังเข้าตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยจำนวน 2 ลำ บริเวณกลางทะเลอ่าวไทย จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเรือทั้งสองลำรับน้ำมันเชื้อเพลิงมาจากโรงกลั่นในจังหวัดระยอง เพื่อมุ่งหน้าไปส่งยังคลังน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบพฤติการณ์การเดินเรือที่ล่าช้ากว่ากำหนดการขนส่งตามปกติ โดยเฉพาะข้อมูลในช่วงวันที่ 24-26 มีนาคม 2569 ที่พบความคลาดเคลื่อนของระยะเวลาในการขนส่งอย่างชัดเจน

 

ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่รัฐบาลประกาศลอยตัวราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อลิตรในวันที่ 26 มีนาคม ทำให้ผู้ประกอบการอาจสามารถทำกำไรส่วนต่างจากการประวิงเวลาเข้าเทียบท่าได้ ซึ่งเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำหากพิสูจน์ว่ากระทำผิดจริง จะได้กำไรสูงถึง 48 ล้านบาท รวมปริมาณน้ำมันเกือบ 10 ล้านลิตร

 

พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเอกสารการขนส่ง ข้อมูลจากระบบติดตามเรือ และพยานแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามเงื่อนไขปกติ หรือมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายความผิดฐาน ประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีความผิด จะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุเพิ่มเติมว่า การเข้าตรวจสอบเรือทั้งสองลำเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคุมเข้มเส้นทางการขนส่งน้ำมัน เพื่อป้องกันและปราบปรามการประวิงเวลาเดินเรือเพื่อเก็งกำไร รวมถึงการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่ไปกับการตรวจสอบโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในขบวนการนี้ต่อไป

The post ตร. เปิดแผนประทุษกรรม 2 เรือน้ำมันไทยจอดกลางทะเลประวิงเวลาน้ำมันขึ้น รับกำไรข้ามคืน 48 ล้านบาท ยอดน้ำมันเฉียด 10 ล้านลิตร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ โดดเดี่ยวในฮอร์มุซ? ทรัมป์วิจารณ์ชาติพันธมิตร หลังปฏิเสธร่วมภารกิจส่งเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน https://thestandard.co/us-allies-hormuz-oil-tankers/ Tue, 17 Mar 2026 03:31:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1188365 ภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาวิจารณ์ชาติพันธมิตร หลั […]

The post สหรัฐฯ โดดเดี่ยวในฮอร์มุซ? ทรัมป์วิจารณ์ชาติพันธมิตร หลังปฏิเสธร่วมภารกิจส่งเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกาวิจารณ์ชาติพันธมิตร หลังบางประเทศปฏิเสธไม่ส่งเรือรบไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำว่า ย้ำมีหลายประเทศเข้าร่วมปฏิบัติการ ขณะที่กลุ่มผู้นำยุโรปและญี่ปุ่นตอบปัดคำขอสหรัฐฯ

 

เมื่อคืนนี้ (17 มีนาคม) ทรัมป์กล่าวในทำเนียบขาวถึงสถานการณ์ส่งเรือรบไปคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ โดยแสดงความไม่พอใจต่อชาติพันธมิตรที่ปฏิเสธคำขอ

 

“บางประเทศกระตือรือร้นมาก แต่บางประเทศไม่เลย บางประเทศที่เราเคยช่วยเหลือมานาน เราปกป้องพวกเขาจากภัยคุกคามต่างๆ แต่พวกเขากลับไม่ค่อยกระตือรือร้นนัก”

 

ทรัมป์ยังยกตัวอย่างว่า มีประเทศหนึ่งที่สหรัฐฯ มีกำลังทหาร 4.5 หมื่นนายประจำการ แต่พอสหรัฐฯ ถามว่า มีเรือกวาดทุ่นระเบิดไหม ประเทศนั้นกลับตอบว่า ไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

เมื่อถูกถามว่า มีประเทศใดบ้างที่ให้คำมั่นจะเข้าร่วม ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า เขายังไม่อยากเปิดเผยในตอนนี้ พร้อมเสริมว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเป็นฝ่ายประกาศอย่างเป็นทางการ โดยย้ำว่า บางประเทศเริ่มเคลื่อนกำลัง แต่ต้องใช้เวลาในการเดินทางข้ามมหาสมุทร

 

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เรียกร้องให้ประเทศมหาอำนาจและชาติพันธมิตร ได้แก่ จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร เข้าร่วมปฏิบัติการคุ้มกันเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ต่อมายังกล่าวรวมถึงประเทศอื่นๆ ที่ผ่านช่องแคบดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดยืนยันว่า จะเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ

 

แต่ละประเทศแสดงจุดยืนอย่างไรบ้าง?

 

หลายประเทศแสดงท่าทีไม่สนับสนุนแล้ว เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น โปแลนด์ สวีเดน และสเปนระบุตรงกันว่า ไม่มีแผนส่งเรือรบ ขณะที่เยอรมนีนำโดย บอริส พิสโตริอุส รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเยอรมนีประกาศชัดเจนว่า จะไม่เข้าร่วมทางการทหาร แต่ยังเปิดกว้างสนับสนุนทางการทูต

 

“นี่ไม่ใช่สงครามของเรา เราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม แล้ว โดนัลด์ ทรัมป์ คาดหวังอะไรจากเรือฟริเกตของยุโรปไม่กี่ลำ ในเมื่อกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ยิ่งใหญ่ยังจัดการเองได้ไม่หมด นี่คือคำถามที่ผมสงสัย” ผู้นำเยอรมนีกล่าว

 

ส่วนเกาหลีใต้และสหราชอาณาจักรระบุว่า กำลังประเมินสถานการณ์ โดย เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า กำลังหารือความเป็นไปได้ในการส่งโดรนกวาดทุ่นระเบิด แต่ย้ำว่า สหราชอาณาจักรจะไม่เข้าร่วมสงคราม

 

ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ตัดสินใจไม่ขยายขอบเขตภารกิจทางเรือในทะเลแดง โดยภารกิจ Operation Aspides เพื่อดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร ซึ่งด้าน คายา คัลลาส หัวหน้านโยบายต่างประเทศของ EU ระบุว่า ยังไม่มีความต้องการที่จะเปลี่ยนขอบเขตภารกิจ

 

ภาพ: Jonathan Ernst / Reuters

 

อ้างอิง:

 

 

The post สหรัฐฯ โดดเดี่ยวในฮอร์มุซ? ทรัมป์วิจารณ์ชาติพันธมิตร หลังปฏิเสธร่วมภารกิจส่งเรือรบคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อิหร่านอาจให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแบบจำกัด หากซื้อ-ขายด้วยสกุลเงินหยวน https://thestandard.co/iran-hormuz-oil-yuan-trade/ Sat, 14 Mar 2026 07:46:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1187415 เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านกำลังพิจารณาที่จะอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมัน ‘จำนว […]

The post อิหร่านอาจให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแบบจำกัด หากซื้อ-ขายด้วยสกุลเงินหยวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อิหร่านกำลังพิจารณาที่จะอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมัน ‘จำนวนจำกัด’ สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ โดยมีเงื่อนไขว่า การซื้อ-ขายน้ำมันในเที่ยวเรือนั้นจะต้องชำระเป็นสกุลเงิน ‘หยวน’ ของจีน แทนการใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดระเบียบการจราจรทางเรือของอิหร่าน และสอดคล้องกับความพยายามของจีนที่ต้องการขยายการใช้เงินหยวนในตลาดพลังงานโลก

 

ทางด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ออกมาขู่ว่า จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของอิหร่านบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งรองรับการส่งออกน้ำมันดิบถึง 90% ของประเทศ หากอิหร่านยังคงปิดกั้นการเดินเรือในช่องแคบนี้ต่อไป

 

ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นและการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2022 แม้ราคาจะมีปรับตัวลงบ้างแต่ก็ยังอยู่ในระดับสูง

 

องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกมาเตือนว่า การจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจะส่งผลกระทบอย่างรวดเร็วและรุนแรงต่อความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม เนื่องจากจะทำให้การขนส่งอาหาร ยารักษาโรค ปุ๋ย และเสบียงอื่นๆ ทำได้ยากขึ้นและมีต้นทุนการขนส่งที่แพงขึ้น

 

แฟ้มภาพ: Morteza Nikoubazl / NurPhoto via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post อิหร่านอาจให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแบบจำกัด หากซื้อ-ขายด้วยสกุลเงินหยวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ https://thestandard.co/us-navy-hormuz-escort-allies/ Fri, 13 Mar 2026 05:39:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1187077 เรือรบของ กองทัพเรือ สหรัฐฯ แล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ในภารกิจคุ้มกันเรือสินค้า

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในการให้สัมภ […]

The post กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือรบของ กองทัพเรือ สหรัฐฯ แล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ในภารกิจคุ้มกันเรือสินค้า

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับ Sky News ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจเข้ามามีบทบาทในภารกิจคุ้มกันเรือสินค้าให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า สถานการณ์ทางทหารต้องเอื้ออำนวยด้วย

 

เขาให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า แผนการคุ้มกันเรือดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้ทันที เมื่อสหรัฐฯ สามารถ “ควบคุมน่านฟ้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ และทำลายขีดความสามารถในการฟื้นฟูระบบขีปนาวุธของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง”

 

ขุนคลังสหรัฐฯ เชื่อว่า ทันทีที่มีความเป็นไปได้ในทางทหารดังกล่าวแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ ก็จะเข้าคุ้มกันเรือที่แล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้ร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ

 

ทั้งนี้ เบสเซนต์ ยังกล่าวว่า ณ ตอนนี้ อิหร่านน่าจะยังไม่ได้วางทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องแคบ เนื่องจากยังมีเรือบรรทุกน้ำมันทั้งของอิหร่านและจีน ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

“ที่จริงแล้ว มีเรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านอยู่ตอนนี้ เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน และผมเชื่อว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงจีนแล่นผ่านด้วย ดังนั้นเรารู้ว่า พวกเขาไม่ได้วางทุ่นระเบิดในช่องแคบ”

 

ภาพ : REUTERS/Stringer/File Photo

 

อ้างอิง :

 

The post กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด ‘ข้ออ้าง’ สหรัฐฯ ที่ใช้เข้ายึด เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในแอตแลนติก-แคริบเบียน https://thestandard.co/us-excuse-seizing-2-oil-tankers/ Thu, 08 Jan 2026 05:16:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1162715 เปิด ‘ข้ออ้าง’ สหรัฐฯ ที่ใช้เข้ายึด เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ใน แอตแลนติก-แคริบเบียน

สหรัฐอเมริกาได้ทำการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ คือเรือ Ma […]

The post เปิด ‘ข้ออ้าง’ สหรัฐฯ ที่ใช้เข้ายึด เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในแอตแลนติก-แคริบเบียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด ‘ข้ออ้าง’ สหรัฐฯ ที่ใช้เข้ายึด เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ใน แอตแลนติก-แคริบเบียน

สหรัฐอเมริกาได้ทำการยึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ คือเรือ Marinera (หรือ Bella 1) ในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือใกล้ไอซ์แลนด์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพเรืออังกฤษที่คอยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ทั้งทางอากาศและทางทะเล และสหรัฐยังยึดเรือ M/T Sophia อีกลำในทะเลแคริบเบียน เมื่อวานนี้ (7 มกราคม) ตามเวลาท้องถิ่น โดยได้ใช้ข้ออ้างหลักในเชิงกฎหมาย เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการปฏิบัติการในครั้งนี้

 

ข้ออ้างที่สำคัญที่สุดในเชิงกฎหมายระหว่างประเทศคือ (1) สหรัฐฯ อ้างว่าเรือ Marinera (หรือ Bella 1) และ M/T Sophia มีสถานะเป็น ‘เรือไร้รัฐ ไร้สัญชาติ’ (Stateless) ทั้งยังระบุว่า เรือเหล่านี้แอบอ้างใช้ธงของประเทศกายอานา (Guyana) ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า ‘ไม่เป็นความจริง’

 

สหรัฐฯ อ้างกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ (UNCLOS) โดยระบุว่า เรือไม่สามารถเปลี่ยนสัญชาติหรือธงระหว่างการเดินทางได้ เว้นแต่มีการโอนกรรมสิทธิ์จริง การที่เรือเปลี่ยนจากธงกายอานาเป็นธงรัสเซียกลางคัน จึงทำให้สถานะทางกฎหมายหลุดพ้นจากการคุ้มครองของรัฐใดรัฐหนึ่ง และยืนยันว่า เรือไร้รัฐเหล่านี้สามารถบุกขึ้นไปตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ของประเทศใดก็ได้หากมีความสงสัยในความผิด

 

(2) การละเมิดมาตรการคว่ำบาตร (Sanctions Violations)

 

สหรัฐฯ อ้างว่าเรือทั้งสองลำเป็นส่วนหนึ่งของ ‘กองเรือเงา’ (Shadow Fleet) หรือ ‘กองเรือมืด’ (Dark Fleet) ที่ลักลอบขนส่งน้ำมันจากเวเนซุเอลาอย่างผิดกฎหมายและละเมิดมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งการยึดเรือเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของการสกัดกั้นช่องทางรายได้ของรัฐบาลเวเนซุเอลา ภายหลังการจับกุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร

 

โดยสหรัฐฯ อ้างว่า เรือ M/T Sophia กำลังดำเนินกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย (Illicit Activities) ในน่านน้ำสากลแถบทะเลแคริบเบียน พร้อมทั้งอ้างความชอบธรรม ผ่านหมายจับจากศาลรัฐบาลกลาง (Federal Court Warrant) โดยอ้างว่า เรือ Marinera ถูกยึดตามหมายจับที่ออกโดยศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หลังจากถูกติดตามโดยหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ และให้เหตุผลว่า เรือทั้งสองลำเพิ่งจะเทียบท่าที่เวเนซุเอลา หรือกำลังมุ่งหน้าไปยังเวเนซุเอลา เพื่อยืนยันว่าเรือเหล่านี้เกี่ยวข้องกับวงจรการค้าน้ำมันผิดกฎหมายของรัฐบาลมาดูโร

 

ท่าทีของมหาอำนาจอื่นเป็นอย่างไร

 

จอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (อังกฤษ) กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน และเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกในการกวาดล้างการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตร โดยเรือ Marinera ถูกกล่าวหาว่าละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และขนส่งน้ำมันผิดกฎหมายจากอิหร่านและเวเนซุเอลา

 

ขณะที่รัสเซียได้ออกมาประณามการยึดเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินเรือภายใต้ธงของตน พร้อมทั้งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ปฏิบัติต่อชาวรัสเซียที่อยู่บนเรืออย่างเหมาะสม และอนุญาตให้พวกเขาเดินทางกลับรัสเซียโดยเร็ว

 

กระทรวงคมนาคมรัสเซียระบุว่า ทางกระทรวงได้ให้ ‘สิทธิชั่วคราว’ แก่เรือลำดังกล่าวในการใช้ธงรัสเซีย พร้อมเสริมว่าไม่มีรัฐใดมีสิทธิใช้กำลังต่อเรือที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องภายใต้อำนาจศาลของรัฐอื่น

 

มีรายงานระบุว่ารัสเซียได้ส่งเรือดำน้ำออกไปเพื่อคุ้มกันเรือลำดังกล่าว แต่ปรากฏว่ากองกำลังสหรัฐฯ สามารถบุกขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันได้สำเร็จ โดยไม่เผชิญกับการต่อต้านใดๆ

 

ส่วนจีนซึ่งเป็นประเทศ ‘ผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่’ ของเวเนซุเอลา ได้ออกมาประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็น ‘ภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางพลังงานโลก’

 

ภาพ: US EUROPEAN COMMAND via Reuters

 

อ้างอิง:

The post เปิด ‘ข้ออ้าง’ สหรัฐฯ ที่ใช้เข้ายึด เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำในแอตแลนติก-แคริบเบียน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือสกัดเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยกลางอ่าวไทย เข้มสกัดลำเลียงยุทธปัจจัยไปยังกัมพูชา https://thestandard.co/navy-intercepts-oil-tanker-cambodia/ Tue, 30 Dec 2025 13:11:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1160304 กองทัพเรือสกัดเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยกลาง อ่าวไทย เข้มสกัดลำเลียงยุทธปัจจัยไปยัง กัมพูชา

วันนี้ (30 ธันวาคม) พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองท […]

The post กองทัพเรือสกัดเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยกลางอ่าวไทย เข้มสกัดลำเลียงยุทธปัจจัยไปยังกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือสกัดเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยกลาง อ่าวไทย เข้มสกัดลำเลียงยุทธปัจจัยไปยัง กัมพูชา

วันนี้ (30 ธันวาคม) พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ทัพเรือภาคที่ 1 บูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1 (ศรชล.ภาค 1) ดำเนินการจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยที่กระทำผิดกฎหมายกลางอ่าวไทย โดยมีพฤติการณ์เข้าข่ายหลบเลี่ยงกฎหมาย และอาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธปัจจัยไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

 

การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งยุทธการจักรพงศ์ภูวนารถ เพื่อป้องกันและรักษาอธิปไตยทางทะเลของไทย โดยเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ จากหมวดเรือพิทักษ์อ่าวไทย ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในอ่าวไทย ตรวจพบเรือต้องสงสัยบริเวณห่างจากเกาะเสม็ดไปทางทิศใต้ประมาณ 50 ไมล์ทะเล ไม่แสดงชื่อเรือและเลขทะเบียน ไม่ชักธงแสดงสัญชาติ และไม่เปิดใช้งานระบบแสดงตนเองอัตโนมัติ (AIS) จึงได้ควบคุมเรือเข้าท่าเรือจุกเสม็ด ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 โดยมีแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย จำนวน 5 คน ประกอบด้วย สัญชาติเมียนมา 1 คน และสัญชาติกัมพูชา 4 คน นอกจากนี้ ยังพบการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงที่อาจมีความเชื่อมโยงกับการขนส่งยุทธปัจจัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด

 

ทั้งนี้กองทัพเรือยืนยันว่า ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมกับ ศรชล.ภาค 1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ สกัดกั้น และยับยั้งเรือที่มีพฤติการณ์ลักลอบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงและยุทธปัจจัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคมีความอ่อนไหว เพื่อพิทักษ์อธิปไตย ความมั่นคง และผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างสูงสุด

The post กองทัพเรือสกัดเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัยกลางอ่าวไทย เข้มสกัดลำเลียงยุทธปัจจัยไปยังกัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวเนซุเอลาผ่านกฎหมาย ‘ต้านโจรสลัด’ โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี โต้สหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมัน https://thestandard.co/venezuela-passes-anti-piracy-law-with/ Wed, 24 Dec 2025 03:57:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1157668 เวเนซุเอลาผ่านกฎหมาย ‘ต้านโจรสลัด’ โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี โต้สหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมัน

เวเนซุเอลาผ่านกฎหมายต่อต้านโจรสลัด โทษสูงสุดจำคุก 20 ปี […]

The post เวเนซุเอลาผ่านกฎหมาย ‘ต้านโจรสลัด’ โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี โต้สหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวเนซุเอลาผ่านกฎหมาย ‘ต้านโจรสลัด’ โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี โต้สหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมัน

เวเนซุเอลาผ่านกฎหมายต่อต้านโจรสลัด โทษสูงสุดจำคุก 20 ปี ถือเป็นท่าทีตอบโต้สหรัฐอเมริกากรณียึดเรือบรรทุกน้ำมัน โดยอ้างว่า เป็นมาตรการปิดล้อมเพื่อปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติดภายใต้ นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ที่มุ่งบ่อนทำลายสหรัฐฯ

 

เมื่อวานนี้ (23 ธันวาคม) สมัชชาแห่งชาติเวเนซุเอลามีมติเอกฉันท์ผ่านกฎหมายรับประกันเสรีภาพในการเดินเรือและการค้า ต่อต้านการกระทำโจรสลัด การปิดล้อม และการกระทำผิดกฎหมายระหว่างอื่นๆ หรือ ‘กฎหมายต้านโจรสลัด’ โดยมีบทลงโทษสูงสุด คือการจำคุกเป็นระยะเวลา 20 ปี ต่อผู้ที่กระทำ ส่งเสริม หรือให้เงินสนับสนุนต่อการปิดล้อมเรือ ซึ่งครอบคลุมไปถึง ‘อาชญากรรมระหว่างประเทศ’ อื่นๆ

 

จูเซปเป อเลสซานเดรลโล (Giuseppe Alessandrello) ส.ส.เวเนซุเอลาระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวมีจุดประสงค์ปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ และป้องกันไม่ให้คุณภาพชีวิตของประชาชนย่ำแย่ลง เพราะมาตรการกดดันจากต่างประเทศ

 

ขณะที่ ฮอร์เก โรดริเกซ (Jorge Rodriguez) ประธานสมัชชาแห่งชาติระบุในช่วงท้ายของการประชุมว่า ฝ่ายบริหารจะพิจารณาร่างกฎหมายในวาระสุดท้าย และมีผลบังคับใช้หลังประกาศอย่างเป็นทางการทันที

 

ท่าทีของเวเนซุเอลาถือเป็นการตอบโต้สหรัฐฯ ภายใต้ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังหน่วยยามฝั่ง และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ สกัดเรือบรรทุกน้ำมันจากเวเนซุเอลาเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนธันวาคม โดยอ้างว่า เป็นนโยบาย ‘ปิดล้อม’ สารตั้งต้นที่ถูกใช้เป็นเงินทุนก่อการร้ายผ่านยาเสพติด

 

นับว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการโจมตีรุนแรงที่สุดต่อบริษัทน้ำมันแห่งชาติเวเนซุเอลา (Petroleos de Venezuela: PDVSA) นับตั้งแต่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ คว่ำบาตร Rosneft บริษัทย่อยของ PDVSA ในปี 2020 ส่งผลให้เวเนซุเอลาต้องลดการผลิตและการส่งออกน้ำมันลงจากเดิม

 

ปัจจุบัน ผู้แทนเวเนซุเอลากล่าวโจมตีสหรัฐฯ ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ว่า ใช้อำนาจนอกกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ขณะที่จีนและรัสเซียวิจารณ์ว่า การกระทำของสหรัฐฯ อาจเป็นต้นแบบการใช้กำลังกับประเทศอื่นในลาตินอเมริกา

 

ภาพ: Leonardo Fernandez Viloria / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post เวเนซุเอลาผ่านกฎหมาย ‘ต้านโจรสลัด’ โทษจำคุกสูงสุด 20 ปี โต้สหรัฐฯ ยึดเรือน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวเนซุเอลาประณามสหรัฐฯ ก่อการโจรสลัด หลังยึดเรือบรรทุกน้ำมันเป็นครั้งที่ 2 https://thestandard.co/venezuela-us-international-piracy/ Sun, 21 Dec 2025 05:08:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1156577 เวเนซุเอลาประณาม สหรัฐฯ ก่อการโจรสลัด หลังยึดเรือบรรทุกน้ำมันเป็นครั้งที่ 2

เวเนซุเอลาประณามสหรัฐอเมริกากระทำการ ‘โจรสลัด’ ผิดกฎหมา […]

The post เวเนซุเอลาประณามสหรัฐฯ ก่อการโจรสลัด หลังยึดเรือบรรทุกน้ำมันเป็นครั้งที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เวเนซุเอลาประณาม สหรัฐฯ ก่อการโจรสลัด หลังยึดเรือบรรทุกน้ำมันเป็นครั้งที่ 2

เวเนซุเอลาประณามสหรัฐอเมริกากระทำการ ‘โจรสลัด’ ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ หลังยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในน่านน้ำสากล โดยอ้างว่า เป็นมาตรการปิดล้อมเพื่อปราบปรามอาชญากรรมยาเสพติด

 

เมื่อคืนนี้ (20 ธันวาคม) คริสตี โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ ยืนยันผ่าน X ว่า หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหมสกัดเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งจากเวเนซุเอลาในน่านน้ำสากลเป็นครั้งที่ 2 โดยอ้างว่า สหรัฐฯ กำลังปิดล้อมและไล่ล่าเรือขนส่งน้ำมัน ที่ถูกใช้เป็นเงินทุนการก่อการร้ายด้วยยาเสพติดในภูมิภาคนี้

 

โนเอมโพสต์คลิปวิดีโอที่มีความยาวราว 8 นาที โดยเป็นภาพมุมสูงทางอากาศ เผยให้เห็นเฮลิคอปเตอร์ลอยตัวอยู่เหนือเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่กลางทะเล ก่อนจะค่อยๆ ลงจอดเพื่อยึดเรือลำดังกล่าว

 

ด้าน แอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาวระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้เป็นเรือที่จดทะเบียนธงปลอม และเป็นกองเรือเงาของเวเนซุเอลาที่ถูกใช้สนับสนุนการก่อการร้ายของ นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา

 

อย่างไรก็ดี The Guardian และ Reuters ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำนี้เป็นของบริษัท Centuries ที่จดทะเบียนในประเทศปานามา โดยใช้ชื่อปลอมว่า Crag เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือเงา ซึ่งกำลังขนน้ำมันดิบ 1.8 ล้านบาร์เรลไปยังประเทศจีน ขณะที่รายงานหลายฉบับชี้ว่า เรือลำดังกล่าวไม่ได้อยู่ในรายชื่อเรือที่สหรัฐฯ คว่ำบาตร

 

ขณะที่เวเนซุเอลาออกมาประณามการยึดเรือของสหรัฐฯ ว่า กระทำการโจรสลัดระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง (Act of International Piracy) โดยชี้ว่า เป็นการโจรกรรมและบังคับสูญหายลูกเรือกลางน่านน้ำสากล หากแต่รัฐบาลและ Petroleos de Venezuela (PDVSA) บริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา ยังไม่ได้ตอบคำถามกับสื่อถึงกรณีดังกล่าว

 

นับว่า ท่าทีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งสหรัฐฯ – เวเนซุเอลา หลัง โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวหาว่า มาดูโรอยู่เบื้องหลังอาชญากรรมที่ใช้ยาเสพติดเป็นเครื่องมือก่อการร้ายโจมตีประเทศ ขณะที่ผู้นำเวเนซุเอลาเชื่อว่า ทรัมป์พยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศ เพื่อครอบครองทรัพยากรสำคัญ

 

ล่าสุด ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ NBC News ว่า แนวโน้มที่สหรัฐฯ จะทำ ‘สงคราม’ กับเวเนซุเอลาภายใต้มาดูโรยังอยู่ และเขาไม่ตัดความเป็นไปได้นี้ทิ้ง พร้อมกล่าวหาว่า เวเนซุเอลายึดน้ำมันสหรัฐฯ ไป เป็นเหตุให้ประเทศสูญเสียการลงทุน

 

“พวกเขายึดน้ำมันของเราไปไม่นานมานี้ เราต้องการมันคืน พวกเขายึดไปอย่างผิดกฎหมาย” ทรัมป์ระบุ ซึ่งเป็นที่มาของนโยบายปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร

 

อนึ่ง นโยบายปิดล้อมเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐฯ สร้างผลกระทบมหาศาลต่อเวเนซุเอลา เพราะตั้งแต่สหรัฐฯ ยึดเรือลำแรกในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือลำอื่นๆ ก็เลือกจอดในน่านน้ำเวเนซุเอลาแทน และการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

อย่างไรก็ดี เรือจากอิหร่านและรัสเซียยังไม่ถูกคว่ำบาตร ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันจากบริษัทเชฟรอนของสหรัฐฯ ได้รับอนุญาตให้ขนส่งน้ำมันเข้าออกในเวเนซุเอลา

 

ปัจจุบัน จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลารายใหญ่ที่สุด หรือคิดตัวเลขราว 4% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมดของจีน ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า หากการปิดล้อมดำเนินต่อไป อาจทำให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น

 

ภาพ: DHS/Handout via REUTERS

 

อ้างอิง:

The post เวเนซุเอลาประณามสหรัฐฯ ก่อการโจรสลัด หลังยึดเรือบรรทุกน้ำมันเป็นครั้งที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการคดีพิเศษเตรียมยื่นฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีขโมยเรือน้ำมันเถื่อน ชลบุรี อีก 2 รายต้องสอบคดีอื่นเพิ่ม ส่วน 11 รายอยู่ระหว่างจับตัวมาส่งอัยการ https://thestandard.co/chonburi-oil-tanker-theft-suspects-charged/ Tue, 10 Sep 2024 06:04:35 +0000 https://thestandard.co/?p=981734 เรือน้ำมันเถื่อน

วันนี้ (10 กันยายน) ที่สำนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ […]

The post อัยการคดีพิเศษเตรียมยื่นฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีขโมยเรือน้ำมันเถื่อน ชลบุรี อีก 2 รายต้องสอบคดีอื่นเพิ่ม ส่วน 11 รายอยู่ระหว่างจับตัวมาส่งอัยการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือน้ำมันเถื่อน

วันนี้ (10 กันยายน) ที่สำนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษนัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้ส่งสำนวนจำนวน 6,240 แผ่น (15 แฟ้ม) พร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องและสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคดี ในคดีเรือน้ำมันเถื่อนของกลางกว่า 3 แสนลิตรหายบริเวณท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนมีคำสั่งเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีทั้งหมด 21 คน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 

 

กลุ่มที่ 1 เป็นผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างควบคุมตัวในเรือนจำ จำนวน 8 คน โดยมีกำหนดครบฝากขังครั้งสุดท้ายในวันที่ 11 กันยายน 2567  

 

กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนี 11 คน 

 

กลุ่มที่ 3 เป็นผู้ต้องหาจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาลำดับที่ 20 และ 21 ซึ่งทราบนัดรับฟังคำสั่งในวันนี้ ทั้งนี้สำนวนพนักงานอัยการมีความเห็นให้สั่งสอบสวนเพิ่มเติม จึงได้เลื่อนการทราบนัดออกไป 1 เดือน โดยนัดอีกครั้งในวันที่ 10 ตุลาคม 2567 เวลา 09.00 น. ที่สำนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ 2

 

ในส่วนของสาเหตุที่พนักงานอัยการได้สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากในส่วนผู้ต้องหาที่ 20-21 พนักงานสอบสวนสั่งฟ้องเพียงข้อหา ร่วมกันเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น และยินยอมให้ผู้อื่นเปิดบัญชีเพื่อใช้ในการกระทำความผิด พนักงานอัยการจึงเห็นควรให้สั่งสอบสวนเพิ่มเติมในข้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สิ้นกระแสความ

 

ส่วนผู้ต้องหาในคดีที่จะครบกำหนดฝากขังครั้งสุดท้ายจำนวน 8 คน พนักงานอัยการสามารถสั่งฟ้องต่อศาล คาดว่าจะยื่นฟ้องได้ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวตามอำนาจศาลไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนรายละเอียดจะโดนฟ้องข้อหาใดบ้างต้องรอตอนยื่นฟ้องในวันที่ 11 กันยายน

 

ส่วนผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างการหลบหนีจำนวน 11 คน ตามขั้นตอนการส่งสำนวน พนักงานสอบสวนต้องแนบหมายจับไปและตำหนิรูปพรรณสัณฐานของผู้ต้องหาทั้งหมด รวมถึงความเห็นควรสั่งฟ้องส่งให้กับพนักงานอัยการ ซึ่งในส่วนนี้เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย ก่อนที่อัยการจะมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดี

 

มีรายงานว่าสำหรับคดีนี้กล่าวหาว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจน้ำกับพวกได้ร่วมกันจับกุม สุนทร เขียวสุวรรณ (ผู้ต้องหาที่ 1) กับพวก รวม 28 คน ดำเนินคดีในข้อหาพยายามลักลอบนำน้ำมันเข้ามาในราชอาณาจักรฯ ตามคดีอาญาที่ 102/2567 ของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และได้ยึดเรือ 5 ลำเป็นของกลางประกอบด้วย เรือ เจ.พี., เรือกำไรเงิน (ซีฮอร์ส) และเรือดาวรุ่ง ซึ่งทั้ง 3 ลำเป็นเรือบรรทุกน้ำมันหรือเรือแทงเกอร์ ส่วนอีก 2 ลำคือ เรือกำไรเงิน (เหล็ก) และเรือ บ.โชคบุญชู 91 ซึ่งเป็นเรือที่วิ่งรับขนถ่ายน้ำมันจากเรือแทงเกอร์ 

 

โดยเรือทั้ง 5 ลำเป็นของกลางตามบัญชีของกลางลำดับที่ 49/2567 เก็บรักษาของกลางไว้ที่ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ ในจำนวนนั้นมีผู้ต้องหาที่ 1-14 ในคดีนี้รวมอยู่ด้วย โดยผู้ต้องหาที่ 1 เป็นไต๋เรือ เจ.พี. มีผู้ต้องหาที่ 2-6 เป็นลูกเรือ ผู้ต้องหาที่ 7 เป็นไต๋เรือกำไรเงิน (ซีฮอร์ส) มีผู้ต้องหาที่ 8-9 เป็นลูกเรือ และผู้ต้องหาที่ 11 เป็นไต๋เรือดาวรุ่ง มีผู้ต้องหาที่ 12-15 เป็นลูกเรือ ซึ่งผู้ต้องหาที่ 15 ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวด้วย

 

ตามวันเวลาที่เกิดเหตุในคดีนี้ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 เวลา 20.11 น. ผู้ต้องหาที่ 1-15 ได้ร่วมกันลักเอาเรือ เจ.พี. ราคาประมาณ 2,205,000 บาท พร้อมน้ำมันดีเซลของกลาง 75,000 ลิตร ราคาลิตรละ 28.48 บาท คิดเป็นเงิน 2,136,000 บาท เรือกำไรเงิน (ซีฮอร์ส) ราคาประมาณ 800,000 บาท พร้อมน้ำมันดีเซลของกลาง จำนวน 150,000 ลิตร ราคาลิตรละ 28.48 บาท คิดเป็นเงิน 4,272,000 บาท และเรือดาวรุ่ง ราคาประมาณ 5,500,000 บาท พร้อมน้ำมันดีเซลของกลาง จำนวน 105,000 ลิตร ราคาลิตรละ 28.48 บาท คิดเป็นเงิน 6,848,000 บาท ความเสียหายทั้งหมดรวมเป็นเงิน 16,961,000 บาท หลบหนีไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ  

 

ส่วนผู้ต้องหาที่ 15 ซึ่งมิได้เป็นผู้ร่วมกระทำผิดในคดีอาญาที่ 1002 /2567 ของ บก.ปอศ. แต่ได้ช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาที่ 1-14 ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาดังกล่าว ได้ร่วมกันลักเรือทั้ง 3 ลำพร้อมน้ำมันดีเซลของกลางหลบหนีไป จึงเป็นการกระทำเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น มิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด

 

ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการตำรวจน้ำได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบเรือทั้ง 3 ลำดังกล่าวแล่นอยู่ที่บริเวณทะเลอ่าวไทย พิกัดละติจูด 8.20 ลองจิจูดที่ 101.50 จึงเดินทางไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาที่ 1, 2, 3, 5, 7, 8, 9 และ 11 รวมจำนวน 8 คน อยู่บนเรือทั้ง 3 ลำ 

 

ส่วนผู้ต้องหาที่ 4, 6, 10, 12, 13, 14 และ 15 รวมจำนวน 7 คน ซึ่งหลบหนีขึ้นเรือ SK-9 ไปก่อนแล้ว จึงควบคุมผู้ต้องหาที่พบทั้งหมด พร้อมเรือทั้ง 3 ลำเข้าฝั่งที่ท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสงขลา 

 

ถึงเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567 เวลา 20.00 น. จากการตรวจสอบพบว่า น้ำมันดีเซลของกลางที่บรรทุกอยู่เรือ เจ.พี. จำนวน 75,000 ลิตร คงเหลือ 3,600 ลิตร น้ำมันหายไป 71,400 ลิตร ลิตรละ 28.48 บาท คิดเป็นเงิน 2,033,472 บาท น้ำมันดีเซลของกลางที่บรรทุกอยู่ในเรือกำไรเงิน (ซีฮอร์ส) จำนวน 150,000 ลิตร คงเหลือ 1,290 ลิตร หายไปจำนวน 148,710 ลิตร ลิตรละ 28.48 ลิตร คิดเป็นเงิน 4,235,260.80 บาท และน้ำมันดีเซลของกลางที่บรรทุกอยู่ในเรือดาวรุ่ง จำนวน 105,000 ลิตร ลิตรละ 28.48 บาท หายไปทั้งหมดคิดเป็นเงิน 2,990,400 บาท รวมน้ำมันของกลางหายไป 325,110 ลิตร มูลค่าความเสียหายไม่ได้รับคืน 9,259,132.80 บาท (ได้รับเรือและน้ำมันของกลางบางส่วนคืนมูลค่า 7,501,867.20 บาท) 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก รวม 8 คน ตามหมายจับของศาลอาญา พร้อมยึดเรือทั้ง 3 ลำและน้ำมันดีเซล รวมถึงเครื่องวิทยุสื่อสารและเครื่องดาวเทียมนำทางเป็นของกลาง นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดี จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า คดีนี้ผู้ต้องหาที่ 16-19 ร่วมกันวางแผนใช้ให้ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวก ลักเรือพร้อมน้ำมันของกลางตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2567  

 

โดยนำเงินที่ได้จากการค้าน้ำมันเถื่อนที่ลูกค้าโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาที่ 21 แล้วโอนไปซื้อเครื่องวิทยุสื่อสารขนาดใหญ่และเครื่องดาวเทียมนำทาง จำนวน 3 ชุด เพื่อใช้ในการหลบหนี และโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาที่ 20 เพื่อซื้อเสบียงอาหารใช้ระหว่างหลบหนี โดยผู้ต้องหาที่ 16 กับพวกได้ควบคุมสั่งการให้ผู้ต้องหาที่ 1, 7 และ 11 เดินเรือที่ลักมาไปยังพิกัดเป้าหมายแล้วให้ยักย้ายถ่ายเทน้ำมันดีเซลของกลางไปซุกซ่อนไว้ยังเรือ SK-9 หรือแหล่งรับน้ำมันอื่นๆ ปิดบัง ซ่อนเร้น เปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ปกปิดแหล่งที่มา การได้มาซึ่งทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด 

 

ร่วมกันยักย้ายถ่ายเทน้ำมันดีเซลของกลางแล้ว ผู้ต้องหาที่ 16 กับพวกยังได้ให้ผู้ต้องหาที่ 1, 7 และ 11 เดินเรือที่ลักมาไปยังพิกัดเป้าหมายแล้วให้ยักย้ายถ่ายเทน้ำมันดีเซลของกลางไปซุกซ่อนไว้ยังเรือ SK-9 หรือแหล่งรับน้ำมัน ปิดบัง ซ่อนเร้น เปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน ปกปิดแหล่งที่มา การได้มาซึ่งทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหลังจากร่วมกันยักย้ายถ่ายเทน้ำมันดีเซลของกลางแล้ว ผู้ต้องหาที่ 16 กับพวกยังได้ให้ผู้ต้องหาที่ 4, 6, 10, 12, 13, 14 และ 15 หลบหนีขึ้นเรือ SK-9 หรือเรือลำอื่นหลบหนีไป ผู้ต้องหาที่ 16-21 จึงเป็นผู้ใช้ให้ผู้ต้องหาที่ 15 กระทำผิดฐานเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ 14 มิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิดอีกฐานหนึ่ง

 

เหตุเกิดที่ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี, ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร, ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี, ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา (สถานที่บันทึกจับกุม) และหลายท้องที่เกี่ยวพันกัน ระหว่างวันที่ 2 พฤษภาคม – 16 มิถุนายน 2567

The post อัยการคดีพิเศษเตรียมยื่นฟ้อง 8 ผู้ต้องหาคดีขโมยเรือน้ำมันเถื่อน ชลบุรี อีก 2 รายต้องสอบคดีอื่นเพิ่ม ส่วน 11 รายอยู่ระหว่างจับตัวมาส่งอัยการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัยการพร้อมตำรวจลงพื้นที่พิสูจน์จุดจับเรือน้ำมันเถื่อน ยอมรับกังวลการดำเนินคดีนอกราชอาณาจักร เร่งพิสูจน์หลักฐานนำเข้าน้ำมัน https://thestandard.co/prosecutors-and-police-investigate-illegal-oil-boat/ Mon, 15 Jul 2024 05:11:29 +0000 https://thestandard.co/?p=957867

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่กองบินตำรวจ (ดอนเมือง) วัชรินทร์ […]

The post อัยการพร้อมตำรวจลงพื้นที่พิสูจน์จุดจับเรือน้ำมันเถื่อน ยอมรับกังวลการดำเนินคดีนอกราชอาณาจักร เร่งพิสูจน์หลักฐานนำเข้าน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (15 กรกฎาคม) ที่กองบินตำรวจ (ดอนเมือง) วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย พ.ต.อ. ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และพนักงานสอบสวน เดินทางไปสำรวจจุดจับเรือน้ำมันเถื่อน ที่ก่อนหน้านี้ถูกลักลอบออกจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ 5 ลำ บริเวณน่านน้ำเศรษฐกิจจำเพาะ หรือน่านน้ำสากล 

 

วัชรินทร์กล่าวว่า ต้องการความชัดเจนว่าข้อมูลตรงกับที่ระบุในสำนวนตำรวจหรือไม่ และจะสามารถเอาผิดในข้อหาตาม พ.ร.บ.ศุลกากร และสรรพสามิต ฐานพยายามนำน้ำมันเถื่อนเข้ามาในประเทศไทยได้หรือไม่ อีกทั้งเพื่อป้องกันข้อต่อสู้ทางกฎหมาย ที่ทางฝั่งของผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องของจุดจับกุมที่อ้างว่าตำรวจไม่สามารถดำเนินคดีได้ 

 

แต่ถ้าในกรณีจุดจับกุมอยู่ในน่านน้ำสากลจริง ทางกฎหมายก็สามารถที่จะหาหลักฐานในส่วนอื่นๆ เช่น หลักฐานจากฝั่งไทยว่ามีความพยายามที่จะประสานงานหรือติดต่อขายน้ำมันเถื่อนในประเทศไทย ซึ่งยังเป็นสิ่งที่พนักงานสอบสวนของตำรวจและเจ้าหน้าที่อัยการต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไปว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความพยายามจะนำน้ำมันเถื่อนเข้ามาขายในประเทศไทยหรือไม่

 

ส่วนพฤติกรรมที่พบว่าเรือ 1 ใน 5 ลำเป็นเรือที่มีสัญชาติไทยอยู่ด้วย และพบว่าเรือทั้ง 5 ลำได้ชักธงไทยในน่านน้ำสากลสามารถเอาผิดได้ แต่เป็นเพียงข้อหาการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.เดินเรือ ซึ่งไม่ใช่ข้อหาหลัก

 

วัชรินทร์กล่าวต่อว่า ส่วนผู้มีอิทธิพลน้ำมันเถื่อนอักษรย่อ จ. จะอยู่เบื้องหลังของการค้าน้ำมันเถื่อนในครั้งนี้หรือไม่ ตามสำนวนการจับเรือน้ำมันเถื่อนทั้ง 5 ลำยังไม่พบรายชื่อนี้ปรากฏอยู่ แต่ในส่วนที่มีการขโมยเรือของกลางพร้อมน้ำมันออกไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบมีชื่อ จ. ปรากฏอยู่

 

พนักงานสอบสวนในคดีเรือน้ำมันเถื่อนจะต้องนำสำนวนกรณีขโมยเรือของกลางกองบังคับการปราบปรามมารวมเป็นสำนวนเดียวกัน และจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนว่า จ. อยู่เบื้องหลังการค้าน้ำมันเถื่อนในครั้งนี้หรือไม่ ถึงแม้อดีตที่ผ่านมาจะปรากฏว่าเรือที่จับกุมในครั้งนี้จะเคยถูกดำเนินคดีการค้าน้ำมันเถื่อนมาแล้วก็ตาม แต่ทางกฎหมายแล้วไม่สามารถเอาคดีเก่ามาเป็นหลักฐานในคดีปัจจุบันได้

The post อัยการพร้อมตำรวจลงพื้นที่พิสูจน์จุดจับเรือน้ำมันเถื่อน ยอมรับกังวลการดำเนินคดีนอกราชอาณาจักร เร่งพิสูจน์หลักฐานนำเข้าน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สั่งเด้งผู้การตำรวจน้ำ ปมเรือน้ำมันเถื่อนหาย เพื่อการสอบสวนที่ยุติธรรม โปร่งใส-ร่วมรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น https://thestandard.co/order-to-transfer-the-marine-police-commander/ Mon, 08 Jul 2024 02:18:06 +0000 https://thestandard.co/?p=954577

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก. […]

The post สั่งเด้งผู้การตำรวจน้ำ ปมเรือน้ำมันเถื่อนหาย เพื่อการสอบสวนที่ยุติธรรม โปร่งใส-ร่วมรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 กรกฎาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) มีรายงานว่า พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้ลงนามในคำสั่งให้ พล.ต.ต. พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ศปก.บช.ก.) เป็นการชั่วคราว

 

โดยให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผบช.ก. มอบหมาย นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้ พ.ต.อ. พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) ไปรักษาราชการแทน ผบก.รน. อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย

 

มีรายงานเพิ่มเติมว่า คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเนื่องจากเหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 ลำ ประกอบด้วยเรือ เจ.พี., เรือ Seahorse และเรือดาวรุ่ง บรรทุกน้ำมันเถื่อนรวม 3.3 แสนลิตร หายไประหว่างจอดเทียบท่ารอการดำเนินคดีบริเวณท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่ง พล.ต.ท. จิรภพ สั่งการให้ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นหัวหน้าคณะ ลงไปตรวจสอบหาคนรับผิดชอบ

 

โดยเบื้องต้นสั่งย้าย พ.ต.อ. อินทรัตน์ ปัญญา ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ พร้อมลูกน้องรวม 4 คน เข้าปฏิบัติหน้าที่ ศปก.บช.ก. ขาดจากตำแหน่งเดิม พร้อมส่งชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ลงพื้นที่ไล่ล่าเรือกลับมาดำเนินคดีได้แล้ว แต่น้ำมันในเรือถูกสูบออกไปเกือบหมด

 

รายงานข่าวแจ้งว่า คำสั่งย้ายครั้งนี้ได้อ้างถึงการโยกย้ายครั้งนี้ว่า เพื่อให้การสืบสวนสอบสวนเกิดความเป็นธรรม และที่สำคัญที่สุดเพื่อให้มีความโปร่งใส จึงจำเป็นต้องโยกย้าย พล.ต.ต. พฤทธิพงศ์ ผบก.รน. ออกจากตำแหน่งเดิมก่อนในระหว่างที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวน หลังจากก่อนหน้านี้ได้สอบสวนมาได้ระยะหนึ่งแล้ว เห็นว่า ผบก.รน. ควรมีส่วนรับผิดชอบด้วย

 

ซึ่งเจ้าตัวก็เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีคำสั่งที่ให้ พ.ต.อ. พรศักดิ์ ที่ไปรักษาราชการแทนนั้น เน้นให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการกวดขันติดตามจับกุมขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนทั้งทางบกและทางน้ำ โดยให้ประสานงานกับตำรวจทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้รายงานผลการปฏิบัติงานให้ทราบเป็นระยะอย่างใกล้ชิด

The post สั่งเด้งผู้การตำรวจน้ำ ปมเรือน้ำมันเถื่อนหาย เพื่อการสอบสวนที่ยุติธรรม โปร่งใส-ร่วมรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชุดคดีเรือน้ำมันเถื่อนหายเอาผิดวินัยร้ายแรง 3 ตำรวจชั้นประทวนที่เฝ้าเรือ พร้อมขยายผลต่อไปถึง ‘โจ้ น้ำมันเถื่อน’ ที่กบดานอยู่กัมพูชา https://thestandard.co/police-serious-breach-of-discipline/ Mon, 01 Jul 2024 10:49:25 +0000 https://thestandard.co/?p=952356

วันนี้ (1 กรกฎาคม) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บั […]

The post ชุดคดีเรือน้ำมันเถื่อนหายเอาผิดวินัยร้ายแรง 3 ตำรวจชั้นประทวนที่เฝ้าเรือ พร้อมขยายผลต่อไปถึง ‘โจ้ น้ำมันเถื่อน’ ที่กบดานอยู่กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 กรกฎาคม) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยชุดคณะทำงานในคดีเรือน้ำมันเถื่อนที่หายไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ร่วมประชุมสรุปผลคดี โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ระบุว่า วันนี้มติในที่ประชุมได้ข้อสรุปแล้วว่ามีการตั้งข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรงกับตำรวจ 3 นาย ส่วนคดีละเมิด หรือเรียกร้องค่าเสียหายในคดีแพ่ง จะต้องรอให้การดำเนินการวินัยร้ายแรงเสร็จสิ้นก่อน

 

การดำเนินการแจ้งข้อหา ม.157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ มติที่ประชุมได้ให้กองบังคับการตำรวจน้ำเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เอาผิดกับตำรวจชั้นประทวน 3 นายที่มีหน้าที่เฝ้าเรือแล้ว หลังพบความผิดบกพร่องต่อหน้าที่ ไม่เข้าเวรยาม ส่วนสารวัตรสถานีไม่เข้าข่ายความผิด ม.157 หลังจากถูกดำเนินคดีดังกล่าวแล้ว ต้องรอทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางพิจารณาว่าจะให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า หลักฐานในการดำเนินคดี ทางคณะกรรมการได้นำโทรศัพท์ 9 เครื่องของตำรวจตั้งแต่ระดับผู้กำกับการฯ ถึงชั้นประทวนที่เข้าเวรยามก่อนและหลัง ไปตรวจสอบความเชื่อมโยงว่ามีส่วนรู้เห็นเรื่องเรือหายหรือไม่ ซึ่งการตรวจสอบส่วนนี้เหลือเพียงแค่เครื่องของผู้กำกับการฯ เนื่องจากยังดูไม่ได้ เพราะมีไฟล์ใหญ่ แต่ได้จัดเก็บข้อมูลเอาไว้แล้ว

 

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการสั่งการระดับผู้บังคับบัญชา แต่ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อยต้องมารับกรรมหรือเป็นแพะนั้น พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยืนยันว่า “กรรมเกิดจากการกระทำ ดังนั้นเราต้องดูที่พยานหลักฐาน ในเมื่อบกพร่อง ละเว้นการทำหน้าที่ ทำให้เกิดความเสียหาย ก็ต้องถูกดำเนินการตามข้อเท็จจริง ไม่มีใครไปกลั่นแกล้ง ถึงแม้จะเห็นใจ เพราะยังเด็กอยู่ แต่เมื่อรู้กฎหมายเหมือนกัน ก็ต้องรับผิดชอบ ไม่ปล่อยผ่าน”

 

ขณะที่จากแนวทางการสืบสวนพบความเชื่อมโยงระหว่างคดีน้ำมันเถื่อนและคดีเรือน้ำมันเถื่อน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องหา 4-5 คนที่ตำรวจมีหลักฐาน จะส่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และอัยการ เพื่อขอออกหมายจับในสัปดาห์นี้ โดยหนึ่งในนั้นมี ‘โจ้ น้ำมันเถื่อน’ ซึ่งจากเบาะแสล่าสุดพบอยู่ในพื้นที่กัมพูชา

The post ชุดคดีเรือน้ำมันเถื่อนหายเอาผิดวินัยร้ายแรง 3 ตำรวจชั้นประทวนที่เฝ้าเรือ พร้อมขยายผลต่อไปถึง ‘โจ้ น้ำมันเถื่อน’ ที่กบดานอยู่กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผอ.ศูนย์ปราบน้ำมันเถื่อน ยอมรับ ปลดตำรวจในแชตจ่ายส่วยจริง เดินหน้าสอบสวนให้เที่ยงตรง เชื่อมั่นใน พล.ต.ต. จรูญเกียรติ https://thestandard.co/fire-the-police-in-chat-illegal-oil-ships/ Fri, 21 Jun 2024 05:05:29 +0000 https://thestandard.co/?p=947923

วันนี้ (21 มิถุนายน) พล.ต.อ. ไกรบุญ  ทรวดทรง จเรตำ […]

The post ผอ.ศูนย์ปราบน้ำมันเถื่อน ยอมรับ ปลดตำรวจในแชตจ่ายส่วยจริง เดินหน้าสอบสวนให้เที่ยงตรง เชื่อมั่นใน พล.ต.ต. จรูญเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 มิถุนายน) พล.ต.อ. ไกรบุญ  ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปนม.ตร.) เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบดำเนินคดีเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อน 3 ลำหายไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน

 

พล.ต.อ. ไกรบุญ กล่าวว่า ได้รายงานความคืบหน้าทางคดีและการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กับนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว และนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันว่า ตนเองจะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งในและนอกประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนอย่างถึงที่สุด 

 

ตนเองในฐานะที่ดูแลทั้งศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และจเรตำรวจแห่งชาติ ขอใช้เป็นหลักประกันว่าจะไม่นำเรื่องนี้มาทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ขอให้เชื่อมั่นในการทำงานว่าไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์ และตั้งแต่ตนเองรับตำแหน่งก็จัดเก็บภาษีน้ำมันได้มากขึ้นกว่า 100% แสดงให้เห็นว่าน้ำมันเถื่อนลดลง 

 

ส่วนการป้องกันการขนย้ายน้ำมันทางบก ได้เชิญผู้ประกอบการทั้งหมดมาหารือ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้ขอเอกสารตารางการเดินรถในทุกเส้นทาง เพื่อให้มีข้อมูลตั้งต้นว่ารถบรรทุกน้ำมันแต่ละคันเมื่อออกมาจากแท่นเติมน้ำมันแล้วจะมีน้ำมันจำนวนเท่าใด จะใช้เส้นทางอะไร โดยทุกคันจะต้องผ่านจุดชั่งน้ำหนักของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงจะรายงานมาที่ศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อติดตามระยะทางและปริมาณน้ำมันตลอดระยะทางการขนส่ง

 

กรณีห้องสนทนา LINE ที่มีเนื้อหาการเจรจาผลประโยชน์ (ส่วย) ระหว่างผู้ต้องหาและตำรวจเผยแพร่ออกมา พล.ต.อ. ไกรบุญ ยอมรับว่าไม่ได้ดูรายละเอียดว่าเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับอะไร แต่รายละเอียดที่มีการสั่งให้เจ้าหน้าที่หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเรื่องจริง 

 

ส่วนบุคคลที่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จะมีความเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง ต้องรอการตรวจสอบจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้ว 

 

การสั่งให้หยุดปฏิบัติงานเพื่อที่จะให้ผู้ที่ทำงานเป็นคนที่ตนไว้ใจมากพอ ตนเน้นเรื่องใจซื่อมือสะอาด ขอย้ำว่าในยุคของตนเองจะต้องไม่มีเรื่องการทุจริต การเรียกรับผลประโยชน์

 

ประเด็นที่ว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับตำรวจน้ำโดยตรง จะมีการสอบสวนให้เกิดความเที่ยงธรรมได้อย่างไร ขอให้เชื่อใจ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ว่าจะสามารถทำกระบวนการสอบสวนให้เกิดความสุจริตและเป็นธรรมได้ หากไม่ได้รับความเป็นธรรม และพบว่าการสอบสวนไม่ตรงไปตรงมา ตนจะนำจเรตำรวจเข้าไปตรวจสอบด้วยตัวเอง และจะสั่งปลดหัวหน้าชุดตรวจสอบ รวมถึง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ และจะมอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติเข้าไปจัดการแทน

 

“เขามีหน้าที่ต้องเก็บกวาดบ้านเขา ขอเวลาให้เขาได้ทำงานก่อน ไม่เช่นนั้นเราจะเข้าไปจัดการเอง” พล.ต.อ. ไกรบุญ กล่าว

 

ส่วนข้อสังเกตอัยการที่มองว่าการจับกุมน้ำมันตั้งแต่ครั้งแรกเป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ตนมั่นใจในพยานหลักฐานมาก เพราะได้เห็นหลักฐานทั้งหมดแล้ว ฉะนั้นจะสามารถตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้แน่นอน การเห็นแย้งกันถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะทำให้ตำรวจทำงานได้อย่างรอบคอบขึ้น เพื่อจะได้หาพยานหลักฐานมาตอบทุกข้อสงสัย มั่นใจว่าสามารถติดตามผู้ต้องหาได้แม้อยู่ต่างประเทศ

 

ส่วนการติดตามเส้นทางเรือขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า ‘เคนาย’ (K9) ที่รับขนถ่ายน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนของกลางทั้ง 3 ลำนั้น พล.ต.อ. ไกรบุญ ยอมรับว่า ไม่ทราบว่าตอนนี้เรือเคนายอยู่ที่ไหน ส่วนตัวเชื่อว่าตอนนี้เรือไม่ได้อยู่ในน่านน้ำไทยและอยู่ไกลมาก อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนและการขยายผล และจะกวาดล้างให้หมด

The post ผอ.ศูนย์ปราบน้ำมันเถื่อน ยอมรับ ปลดตำรวจในแชตจ่ายส่วยจริง เดินหน้าสอบสวนให้เที่ยงตรง เชื่อมั่นใน พล.ต.ต. จรูญเกียรติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยอมรับเรื่องน้ำมันเถื่อนตำรวจกวาดล้างได้ไม่หมด เหตุเรือของกลางหายเหมือนตบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ https://thestandard.co/police-were-unable-to-clear-out-all-the-illegal-oil/ Wed, 19 Jun 2024 07:12:54 +0000 https://thestandard.co/?p=947071

วันนี้ (19 มิถุนายน) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้ […]

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยอมรับเรื่องน้ำมันเถื่อนตำรวจกวาดล้างได้ไม่หมด เหตุเรือของกลางหายเหมือนตบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 มิถุนายน) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดี เรือน้ำมันของกลางจำนวน 3 ลำหายว่า ยอมรับว่านายเล็กเป็นผู้สั่งการ มีตัวตนจริง โดยเป็นชาวไทยและผู้จัดการของ โจ้ ปัตตานี พ่อค้าน้ำมันเถื่อนรายใหญ่ ที่รับคำสั่งมาเพื่อคอยดูแลบริหารจัดการทุกอย่าง  

 

รวมถึงเป็นบุคคลเดียวกับที่จัดหาทนายความมาประกบลูกเรือที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ และเป็นคนเตรียมเงินสด 3.1 ล้านบาทมาประกันตัว รวมถึงเป็นผู้ที่ได้รับคำสั่งให้นำเรือของกลางออกจากท่าเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยอมรับว่า ในช่วงที่มีการจับกุมได้พยายามติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือแต่เจ้าหน้าที่ได้ปฏิเสธไป

 

ส่วนความคืบหน้าในการสอบปากคำลูกเรือทั้ง 8 คนนั้นได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แม้ช่วงแรกจะมีความกังวล แต่ไต้ก๋งเรือได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แล้ว

 

ส่วนเรื่องแชตไลน์การสนทนาของ โจ้ ปัตตานี กับผู้กำกับ น. เรื่องการจ่ายส่วยนั้น เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นของจริง แต่ขอตรวจสอบเพิ่มเติมก่อน และจะเรียกชุดสืบสวนมาคุย หากพบว่ามีความชัดเจนก็จะเตรียมเรียกผู้กำกับ น. มาสอบสวน พิจารณาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หรือย้ายให้เข้ามาปฏิบัติราชการที่ส่วนกลางตามสมควร 

 

ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงไปถึงนายตำรวจใหญ่ในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า ก็อยากให้ไปถึงเช่นกัน ยืนยันว่าที่ผ่านมายังไม่มีคนกล้าโทรหาตนเอง หากมีหลักฐานที่พาดพิงไปถึงเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินคดีทั้งหมด

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ย้ำว่า กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นการตบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างแรง จะต้องทำทุกวิถีทางในการตรวจสอบโดยไม่ปิดบังข้อเท็จจริง และไม่กังวลเกี่ยวกับการดำเนินคดีนอกราชอาณาจักร เพราะจากการสอบปากคำและพยานหลักฐานต่างๆ พบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันมาถึงการกระทำผิดในไทย 

 

เชื่อมั่นในพยานหลักฐานว่าสามารถชี้แจงได้ แต่ขณะนี้จะต้องสอบลูกเรือให้ครบถ้วนก่อน เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมด ยอมรับว่าปัญหาเรื่องน้ำมันเถื่อนอาจไม่จบที่รุ่นของตนเอง เพราะทะเลเป็นแดนสนธยาที่มีผลประโยชน์มหาศาล เจ้าหน้าที่อาจตรวจสอบได้ไม่หมด

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยอมรับเรื่องน้ำมันเถื่อนตำรวจกวาดล้างได้ไม่หมด เหตุเรือของกลางหายเหมือนตบหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลูกเรือรับสารภาพ โจ้ ปัตตานี โทรมาสั่งการย้ายเรือน้ำมันเถื่อนไปขายกลางทะเล แปลงสภาพหนีการจับกุม มีเจ้าหน้าที่เอี่ยวในขบวนการ https://thestandard.co/crew-confessed-jo-pattani-oil/ Tue, 18 Jun 2024 12:20:52 +0000 https://thestandard.co/?p=946753

ความคืบหน้าหลังจากช่วงเช้าวันนี้ (18 มิถุนายน) พล.ต.ต. […]

The post ลูกเรือรับสารภาพ โจ้ ปัตตานี โทรมาสั่งการย้ายเรือน้ำมันเถื่อนไปขายกลางทะเล แปลงสภาพหนีการจับกุม มีเจ้าหน้าที่เอี่ยวในขบวนการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้าหลังจากช่วงเช้าวันนี้ (18 มิถุนายน) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกเรือบนเรือขนน้ำมันเถื่อนของกลาง 8 คนด้วยตนเอง โดยหลังสอบปากคำเสร็จ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับการสอบปากคำในครั้งนี้ 

 

เพราะผู้ต้องหาให้การที่เป็นประโยชน์ ยอมรับว่าผู้ต้องหาบางส่วนรู้สึกเกรงกลัวอิทธิพลของ โจ้ ปัตตานี พ่อค้าน้ำมันเถื่อน จึงไม่กล้าให้การเพราะกลัวว่าครอบครัวจะได้รับอันตราย ซึ่ง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ระบุว่า ผู้บงการหรือเจ้าของเรือมีอิทธิพลจริง ซึ่งก็คือบุคคลเดียวกับที่สื่อมีการนำเสนอมาตลอด

 

ทั้งนี้ผู้ต้องหา 3 ใน 8 คนเป็นไต้ก๋งเรือ ในที่นี้มี 1 คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้าของเรือให้นำเรือออกจากฝั่งท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบในวันที่ 11 มิถุนายน เพื่อเอาน้ำมันไปขายกลางทะเลให้กับเรือขนาดใหญ่ที่สามารถบรรจุน้ำมันได้ 1-2 ล้านลิตรซึ่งลอยอยู่กลางทะเล โดยลูกเรือ 7 คนจากเรือทั้งสามลำได้ขึ้นไปบนเรือขนาดใหญ่ด้วย ก่อนที่เรือทั้ง 3 ลำจะมุ่งหน้าไปกัมพูชาเพื่อเปลี่ยนสภาพเรือ 

 

และมุ่งหน้าไปที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีเรือ เจ.พี. เป็นเรือนำทาง เพราะเป็นเรือลำเดียวที่มีระบบนำทาง (GPS) โดยผู้ต้องหาได้นำ GPS นี้แอบซ่อนไว้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจไม่พบ

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวยืนยันว่า การจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการจัดฉากหรือสร้างภาพ หรือประสานกับทางผู้บงการเพื่อส่งมอบเรือคืนให้กับทางเจ้าหน้าที่ 

 

นอกจากนี้ไต้ก๋งเรือให้การรับสารภาพว่าได้รับการประสานทางโทรศัพท์ดาวเทียมกับเจ้าของเรือซึ่งเป็นบุคคลตามที่กระแสข่าวระบุว่าคือ โจ้ ปัตตานี จริง

 

กลุ่มผู้ต้องหามีการวางแผนมาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่งแต่ทำไม่สำเร็จ จนกระทั่งวันที่เกิดเหตุ ผู้ต้องหาสบโอกาสจากสภาพอากาศที่แปรปรวน และจากการโทรสั่งการของผู้บงการให้นำเรือออกไปโดยที่ไม่มีใครเห็น

 

ส่วนการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำทั้ง 4 นาย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตหรือไม่ พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า อยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งจะเสร็จภายใน 7 วัน ยอมรับว่าวงการค้าน้ำมันเถื่อนมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นขบวนการที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง แต่ยืนยันว่าหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดเข้าไปเกี่ยวข้องหรือกระทำผิดชัดเจนจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

The post ลูกเรือรับสารภาพ โจ้ ปัตตานี โทรมาสั่งการย้ายเรือน้ำมันเถื่อนไปขายกลางทะเล แปลงสภาพหนีการจับกุม มีเจ้าหน้าที่เอี่ยวในขบวนการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดภาพเรือน้ำมันเถื่อน 3 แสนลิตรกลางทะเล ตำรวจกางไทม์ไลน์เรือล่องในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ น้ำมันถูกขาย ตัวเรือถูกเปลี่ยนสีอำพราง https://thestandard.co/image-of-an-illegal-oil-ship/ Mon, 17 Jun 2024 11:37:06 +0000 https://thestandard.co/?p=946183

วันนี้ (17 มิถุนายน) พล.ต.ต. พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคั […]

The post เปิดภาพเรือน้ำมันเถื่อน 3 แสนลิตรกลางทะเล ตำรวจกางไทม์ไลน์เรือล่องในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ น้ำมันถูกขาย ตัวเรือถูกเปลี่ยนสีอำพราง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 มิถุนายน) พล.ต.ต. พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ เปิดเผยถึงไทม์ไลน์การจับกุมตรวจยึดและการหายไปของเรือของกลางบรรทุกน้ำมันเถื่อนจำนวน 3 ลำจากท่าเทียบเรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ว่าเริ่มจากวันที่ 17 มีนาคม 2567 ตำรวจน้ำเข้าจับกุมขบวนการน้ำมันเถื่อน นำมาควบคุมที่ท่าเทียบเรือสัตหีบ จากนั้นวันที่ 19 มีนาคม กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ทำหนังสือให้ตำรวจน้ำดูแลของกลาง รวมทั้งผู้ต้องหา

 

กระทั่งวันที่ 11 มิถุนายน ผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกเรือที่ถูกจับและได้รับประกันตัวให้มาดูแลเรือของกลางฉวยโอกาสนำเอาเรือของกลางล่องไปจนถึงกัมพูชาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน เวลาเย็นถึงค่ำ จากนั้นได้นำเรือไปหลบซ่อน ปรับเปลี่ยนสีและรูปพรรณสัณฐานเรือเพื่อปกปิดอำพราง แต่ด้วยความเร่งรีบจึงเปลี่ยนแปลงเสร็จเพียงลำเดียว ส่วนน้ำมันของกลางในเรือถูกนำไปขายที่ประเทศกัมพูชา ที่แน่ชัดคือปริมาณน้ำมันขณะนี้เหลือไม่เท่ากับตอนยึดมาที่มีประมาณ 3.3 แสนลิตร

 

พล.ต.ต. พฤทธิพงศ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นวันที่ 13 มิถุนายน ตำรวจน้ำได้ประสานกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ ทั้งกัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย เพื่อค้นหาเรือต้องสงสัย กระนั้นเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหารู้ว่าตำรวจเริ่มตรวจหาจึงนำเรือออกจากฝั่ง โดยผู้ต้องหากระจายตัวกันส่วนหนึ่งหนีอยู่บนฝั่ง ส่วนหนึ่งอยู่บนเรือ 

 

จนกระทั่งตำรวจเริ่มมีการกดดันในพื้นที่ ผู้ต้องหาจึงนำเรือออกจากท่าที่ประเทศกัมพูชา เข้าเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ที่ประเทศมาเลเซีย เพราะผู้ต้องหาชำนาญเส้นทางนี้ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ตีกรอบการตรวจค้นได้แคบ ประกอบกับกำลังเจ้าหน้าที่จากทหารเรือเข้ามาช่วยค้นหาโดยใช้ระบบดาวเทียม และมีความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายประมงคอยช่วยแจ้งเบาะแส 

 

กระทั่ง 16 มิถุนายน ช่วงเวลา 06.00 น. ตำรวจน้ำรับแจ้งจากภาคีเครือข่าย พบเรือรูปพรรณตรงกัน ห่างจากชายทะเลสงขลาประมาณ 90 ไมล์ จึงใช้ตำรวจน้ำ 3 ลำไปพิสูจน์ทราบ กระทั่งเวลา 15.00 น. มีความชัดเจนว่าใช่เรือของกลางทั้ง 3 ลำ และชื่อ-นามสกุลผู้ต้องหาตรงกัน ขณะที่เข้าจับกุมเรือของกลางกำลังแล่นอยู่กลางทะเล แต่มีเรือ 1 ลำเครื่องเสียทำให้ไปไหนต่อไม่ได้

 

พล.ต.ต. พฤทธิพงศ์ กล่าวว่า เป้าประสงค์ของกลุ่มผู้ต้องหาในการลักลอบเอาของไปครั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่าหวังทั้งเรื่องของน้ำมันของกลางและเรือ เนื่องจากน้ำมันมีมูลค่า 3-4 ล้านบาท ส่วนเรือมีมูลค่ามากถึง 20 ล้านบาท จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ต้องหาพยายามดัดแปลงเรือของกลางจากเดิมเพื่อนำมาใช้ใหม่ ส่วนประเด็นที่เรือของกลางพบอยู่ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เนื่องจากว่าจุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ของกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่ลักลอบขายน้ำมันเถื่อน ผู้ต้องหาจึงนำเรือออกจากพื้นที่สัตหีบและมุ่งหน้าไปบริเวณดังกล่าว

 

The post เปิดภาพเรือน้ำมันเถื่อน 3 แสนลิตรกลางทะเล ตำรวจกางไทม์ไลน์เรือล่องในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ น้ำมันถูกขาย ตัวเรือถูกเปลี่ยนสีอำพราง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือน้ำมันเถื่อนของกลางเตรียมเทียบท่าที่ จ.สงขลา ตำรวจยอมรับผู้ต้องหา-น้ำมันหายไป ยังให้ข้อมูลมากไม่ได้ ชุดจับกุมอยู่กลางทะเล https://thestandard.co/illegal-oil-ship-prepared-to-dock/ Mon, 17 Jun 2024 07:57:45 +0000 https://thestandard.co/?p=946041

ความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนจำนวน 3 ลำ ถูกลักล […]

The post เรือน้ำมันเถื่อนของกลางเตรียมเทียบท่าที่ จ.สงขลา ตำรวจยอมรับผู้ต้องหา-น้ำมันหายไป ยังให้ข้อมูลมากไม่ได้ ชุดจับกุมอยู่กลางทะเล appeared first on THE STANDARD.

]]>

ความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนจำนวน 3 ลำ ถูกลักลอบนำออกไปจากท่าเทียบเรือของกองบังคับการตำรวจน้ำอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

โดยเจ้าหน้าที่สามารถตามจับกุมได้เมื่อวานนี้ (16 มิถุนายน) ขณะนี้อยู่ระหว่างนำเรือของกลาง 3 ลำมาเทียบท่าเรือกองกำกับการ 7 กองบังคับการตำรวจน้ำ จังหวัดสงขลา

 

วันนี้ (17 มิถุนายน) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ติดตามลงพื้นที่ด้วยตัวเอง พร้อมประชุมร่วมกับตำรวจที่เกี่ยวข้องรวมทั้งตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติระบุว่า ขณะนี้เรือของกลางอยู่ระหว่างการลากจูงเข้ามาในพื้นที่น่านน้ำไทย แต่เนื่องจากมีเรือ 1 ลำที่เสีย ทำให้การเคลื่อนที่กลับเข้ามายังฝั่งประเทศไทยเป็นไปได้ยากและช้ากว่ากำหนด คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีก 4-5 ชั่วโมงกว่าจะเข้าถึงพื้นที่น่านน้ำไทย

 

ในส่วนของเรื่องรายละเอียดการจับกุม ขณะนี้ยังต้องรอติดต่อกับชุดจับกุมที่อยู่ภายในเรือ เนื่องจากการติดต่อสื่อสารเป็นไปได้ยากลำบาก ต้องใช้เพียงโทรศัพท์ดาวเทียมเท่านั้น ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดในเรื่องของตัวผู้ต้องหาหรือของกลางที่เจอเพื่อนำเสนอต่อสื่อมวลชน

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติกล่าวต่อว่า หลังจากที่เรือมาถึงฝั่งแล้ว ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานจะเป็นผู้ทำหน้าที่ในการตรวจเรือ และพนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่สอบปากคำผู้ต้องหาที่อยู่บนเรือ หลังจากนั้นจะนำรายละเอียดทั้งหมดมาประชุมหารือและแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง โดยยืนยันว่าของกลางและลูกเรืออยู่ไม่ครบตามจำนวนที่หายไป

 

ส่วนที่มีการเผยแพร่ภาพเรือ 3 ลำไปก่อนหน้านี้ ยืนยันว่าไม่ใช่ภาพปัจจุบัน เนื่องจากการติดต่อสื่อสารและการส่งรายละเอียดรวมถึงรูปภาพยังทำได้ยาก เพราะตำรวจจับกลางทะเล

The post เรือน้ำมันเถื่อนของกลางเตรียมเทียบท่าที่ จ.สงขลา ตำรวจยอมรับผู้ต้องหา-น้ำมันหายไป ยังให้ข้อมูลมากไม่ได้ ชุดจับกุมอยู่กลางทะเล appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยืนยัน เร่งทำคดีเรือน้ำมันเถื่อนหาย พร้อมตอบประชาชนทุกข้อสงสัยในสัปดาห์หน้า คาดโทษเจ้าหน้าที่เอี่ยว ผิดบกพร่องร้ายแรง https://thestandard.co/jaroonkiat-on-missing-oil-case/ Sun, 16 Jun 2024 08:06:17 +0000 https://thestandard.co/?p=945738 เรือน้ำมันเถื่อน หาย

วันนี้ (16 มิถุนายน) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้ […]

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยืนยัน เร่งทำคดีเรือน้ำมันเถื่อนหาย พร้อมตอบประชาชนทุกข้อสงสัยในสัปดาห์หน้า คาดโทษเจ้าหน้าที่เอี่ยว ผิดบกพร่องร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือน้ำมันเถื่อน หาย

วันนี้ (16 มิถุนายน) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกน้ำมันของกลางหายไปจากท่าเทียบเรือตำรวจน้ำสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จำนวน 3 ลำ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

ล่าสุดจากแนวทางการสืบสวนทราบเส้นทางการเดินเรือว่าได้ลงไปยังภาคใต้แล้ว โดยล่องจากพื้นที่กัมพูชาไปทางประเทศเวียดนามก่อนเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ ซึ่งผู้บังคับการตำรวจน้ำได้ประสานกับทางการของทุกประเทศ รวมถึงประเทศมาเลเซีย เพื่อติดตาม รวมถึงกดดันให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี มีแนวโน้มในทางบวก อย่างไรก็ตาม หากภายในวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายนนี้ ไม่ประสบความสำเร็จ ทางตำรวจก็จะมีความพยายามในขั้นต่อไป

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า การเรียกตัวผู้ต้องหาจำนวน 16 คนในคดีนี้มาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) ในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน ได้ทำหนังสือส่งไปที่ผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันเกิดเหตุ แต่อาจจะมีบางรายที่ไม่สามารถเดินทางมาได้ ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายต่อไป ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องสอบพยานทุกปากในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

 

ส่วนการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมนั้นยืนยันว่าได้ทำทุกมิติ พยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใครจะดำเนินการทั้งหมด เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายถูกกลุ่มอิทธิพลล้วงคองูเห่า เรายอมไม่ได้ ยังไงเราก็ต้องสู้

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทางวินัยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ว่า ตนเองได้กำชับไปยังผู้บังคับการตำรวจน้ำให้ดำเนินการรายงานความคืบหน้าภายใน 7 วัน เพื่อให้เห็นแนวโน้มข้อสรุป เพื่อเตรียมดำเนินการในเบื้องต้นไว้ก่อน ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยให้ระยะเวลายืดยาวออกไป จะต้องสามารถตอบคำถามสังคมได้ จะพยายามให้จบภายในสัปดาห์หน้า 

 

และขอให้ประชาชนมั่นใจว่าผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้สั่งการให้ตนเองลงมาควบคุมดูแลและสั่งการเด็ดขาดให้ดำเนินการกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจะดำเนินการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในข้อกล่าวหาบกพร่องจนทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการอย่างร้ายแรง

The post พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยืนยัน เร่งทำคดีเรือน้ำมันเถื่อนหาย พร้อมตอบประชาชนทุกข้อสงสัยในสัปดาห์หน้า คาดโทษเจ้าหน้าที่เอี่ยว ผิดบกพร่องร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>