เมืองน่าอยู่ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เมืองน่าอยู่/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 30 Apr 2025 00:52:44 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 วิสัยทัศน์ผู้นำท้องถิ่น ‘วาริน ชิณวงศ์’ ปักธงนครศรีฯ สู่เมืองน่าอยู่ https://thestandard.co/warin-chinnawong-nakhon-si-vision/ Wed, 30 Apr 2025 00:52:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1069648 warin-chinnawong-nakhon-si-vision

น้ำ-วาริน ชิณวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) น […]

The post วิสัยทัศน์ผู้นำท้องถิ่น ‘วาริน ชิณวงศ์’ ปักธงนครศรีฯ สู่เมืองน่าอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
warin-chinnawong-nakhon-si-vision

น้ำ-วาริน ชิณวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครศรีธรรมราช จากทีมนครเข้มแข็ง ที่สามารถเอาชนะแชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่เดิม กนกพร เดชเดโช อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช มารดาของ ชัยชนะ และ พิทักษ์เดช เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช ในค่ายประชาธิปัตย์ เจ้าของพื้นที่การเมืองนครฯ มาอย่างยาวนานได้สำเร็จ

 

วารินจบปริญญาตรีสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เป็นอดีตประธานชมรมไอทีจังหวัดนครศรีธรรมราช ประสบการณ์ด้านธุรกิจ เป็นอดีตกรรมการหอการค้าไทย อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช 

 

รวมถึงเป็นอดีตผู้บริหาร ‘ชินวงศ์คอมพิวเตอร์’ ในฐานะ ‘หุ้นส่วนผู้จัดการ’ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชินวงศ์ คอมพิวเตอร์ ที่มีหลานชาย อรรณพ ชิณวงศ์ และ เมธี ชิณวงศ์ เป็นผู้ถือหุ้น และอดีตผู้บริหารนครไอทีพลาซ่า และเคยเป็นเลขานุการส่วนตัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (พิพัฒน์ รัชกิจประการ) แม่ทัพภาคใต้พรรคภูมิใจไทย

 

วารินเปิดใจครั้งสำคัญกับสื่อมวลชนจากกรุงเทพฯ ถึงแนวทางการขับเคลื่อนจังหวัดนครศรีธรรมราชหลังนั่งเก้าอี้นายกฯ อบจ.นครศรีธรรมราช มาแล้วเกือบ 5 เดือนว่า ในฐานะที่ตนเองได้รับเลือกมาจากการนำเสนอนโยบายในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายนนั้น ก็วาดหวังที่จะทำให้การบริหารในจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นไปอย่างโปร่งใส และไม่มีฮั้ว ได้แก้ปัญหาและพัฒนาเมืองให้นครศรีธรรมราชให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ ไม่ใช่เมืองหลักหรือเมืองผ่านอีกต่อไป

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้จะเห็นว่าทุกคนสามารถวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของตนเอง ในฐานะนายก อบจ. และการบริหารของ อบจ. ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ได้เห็นการวิจารณ์การทำงานของนายก อบจ.นครศรีธรรมราช อย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา 

 

สิ่งที่ตนเองต้องการขับเคลื่อนต่อไปคือ การดูแลคุณภาพชีวิตของประชากรสูงอายุในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งปัจจุบันมีมากถึง 1.55 ล้านคน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดย อบจ. และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เตรียมจัดกิจกรรมส่งมอบบ้านในโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้มีภาวะพึ่งพิง และผู้ป่วยกึ่งเฉียบพลันที่พ้นระยะวิกฤต โดยกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับความช่วยเหลือ สามารถขอรับความช่วยเหลือได้ผ่านเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่ 

 

นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพสุขใจใกล้บ้าน และศูนย์สาธิตและยืมอุปกรณ์ช่วยความพิการ ที่ให้บริการกายภาพบำบัดและอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไม้เท้า รถเข็น เตียง ที่นอนลม ฯลฯ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการฟื้นฟูได้ใกล้บ้าน ลดภาระค่าใช้จ่าย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริงด้วย

 

พร้อมทั้งยังเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจควบคู่กับการฟื้นฟูชีวิตด้วยแผนงาน ส่งเสริมอาชีพและตลาดออนไลน์ By อบจ. เตรียมจัดฝึกอบรมการปลูกทุเรียนและส้มโอทับทิมสยามให้แก่เกษตรกร 200 คน ในวันที่ 16-17 พฤษภาคม 2568 และอบรมการตลาดออนไลน์แก่ประชาชนกว่า 20,000 คน เพื่อเพิ่มโอกาส สร้างรายได้ ลดต้นทุน และเชื่อมต่อสินค้าชุมชนสู่ตลาดทั่วประเทศ 

 

วารินกล่าวต่อว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเมืองเกษตรกรรม มีรายได้จากการเกษตร 2 เรื่อง เกษตรเศรษฐกิจ คือ ยาง และปาล์ม ส่วนเกษตรบริโภค ทุเรียน พืชผัก ผลไม้ ซึ่งรายได้จากการเกษตรของทั้งสองประเภทนี้ถูกพลิกผันอยู่ตลอดเวลา เราควบคุมราคาพืชผลทางการเกษตรไม่ได้ รวมถึงหาผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เพิ่มเติม

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ตนเองเข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม ต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ เป็นช่วงที่ทุเรียนนอกฤดู ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งอำเภอนบพิตำ อำเภอท่าศาลา อำเภอสิชล ราคาหน้าสวนอยู่ที่ 240-250 บาท ในช่วงปลายฤดูกาลยังตรวจพบสารตกค้างในผลผลิต ส่งผลให้ราคาตกลงอีกครั้ง นครศรีธรรมราชปลูกทุเรียนมากที่สุดของภาคใต้ แต่ไม่ได้มีล้งใหญ่เป็นของตัวเอง โดยล้งใหญ่อยู่ที่จังหวัดชุมพร ขณะเดียวกันก็ต้องให้ความรู้ให้กับเกษตรกรเกี่ยวกับการผลิต การสร้างคุณภาพ รวมถึงการรับมือกับโรคที่จะเกิดขึ้นกับพืชผลทางการเกษตร ซึ่งทางเราก็ต้องหาผู้เชี่ยวชาญมาเป็นที่ปรึกษา เป็นวิทยากรให้กับเกษตรกร

 

ขณะเดียวกันเราก็เร่งแนวทางในการเพิ่มรายได้ให้กับชาวนครศรีธรรมราชจากการท่องเที่ยวเพิ่ม ทั้งการท่องเที่ยวด้านดนตรี ตลาดอาหาร สร้างสถานที่ท่องเที่ยว เป็น 1 อำเภอ 1 สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มรายได้ต่อหัวให้ประชากรในพื้นที่ให้มากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้มากขึ้น หลังที่ได้ตำแหน่งมา มีความพยายามที่จะเชื่อมต่อกับคนทุกฝ่ายทั้งในจังหวัดและภาครัฐส่วนกลาง 

 

นครศรีธรรมราชมีกลิ่นอายของการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ และวัฒนธรรมในจังหวัดเดียว ในวันนี้ตนเองไม่อยากพูดคำว่าเมืองหลักหรือเมืองรองแล้ว ปักธงให้นครศรีธรรมราชเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศไทย ไม่ใช่เมืองผ่าน โดยจะเร่งปรับภาพลักษณ์เมือง เช่นการปราบปรามยาเสพติด เพราะเรามีอาหารอร่อย และวัตถุดิบดี อากาศดีไม่มี PM2.5 นี่คือโอกาสของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะเมืองที่อยู่ใกล้ทะเล อากาศถ่ายเทได้เร็ว อากาศดีที่สุดในประเทศไทย คนมีความพร้อมที่จะรองรับให้เมืองเราเป็นเมืองที่น่าอยู่ ไม่ใช่แค่เมืองผ่าน

 

“เสน่ห์ของนครศรีธรรมราช คือมีวัฒนธรรม มีธรรมชาติที่ดี อบจ. พยายามผลักดันทุกเรื่อง อาจจะไม่รวดเร็วราวกับพลิกฝ่ามือ แต่เราจะทำเรื่อยๆ ทำเรื่องที่สำคัญไม่ใช่แค่เรื่องฉาบฉวย หรือนโยบายอีเวนต์ อาจจะไม่เร็ว แต่จะมุ่งมั่นทุกเวลา” วารินกล่าวทิ้งท้าย

The post วิสัยทัศน์ผู้นำท้องถิ่น ‘วาริน ชิณวงศ์’ ปักธงนครศรีฯ สู่เมืองน่าอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติกางกลยุทธ์เมืองที่ต้องอยู่รอดในภาวะ ‘Talent War’ ชูแผนเมืองน่าอยู่ ดึงดูดคนเก่งเป็นทรัพยากรกรุงเทพฯ https://thestandard.co/the-standard-economic-forum-2022-44/ Sun, 27 Nov 2022 07:53:18 +0000 https://thestandard.co/?p=716199

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) ที่ Crystal Design Center (CDC HA […]

The post ชัชชาติกางกลยุทธ์เมืองที่ต้องอยู่รอดในภาวะ ‘Talent War’ ชูแผนเมืองน่าอยู่ ดึงดูดคนเก่งเป็นทรัพยากรกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 พฤศจิกายน) ที่ Crystal Design Center (CDC HALL) งาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2022 ธีม ‘EDGE OF TOMORROW เศรษฐกิจไทยบนปากเหว’ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เข้าร่วมบรรยายในหัวข้อ ‘METROPOLITAN ECONOMY บทบาทกรุงเทพฯ ต่อเศรษฐกิจไทย’

 

ชัชชาติกล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันเรากำลังเจอสงครามขนาดใหญ่ 1 เรื่อง ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง สงครามนี้ยังเกี่ยวข้องกับทุกคนด้วย ทั้งระดับเมืองอย่าง กทม. และภาพใหญ่ระดับประเทศเจอกับภาวะสงครามนี้แล้ว

 

อ้างอิงคำพูดจาก Alain Bertaud นักวิชาการอาวุโสเชี่ยวชาญด้านการวิจัยผังเมืองเคยกล่าวไว้ว่า Cities are primarily labor markets เมืองคือตลาดแรงงาน ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่หลายคนเลือกมาอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็เพราะมีงานรองรับ มีตลาดแรงงาน ฉะนั้นแล้วหัวใจของเมืองคือการสร้างงาน ถ้ามองย้อนกลับไปสมัยก่อนเจ้าของงานคือข้าราชการ การสร้างงานเกิดจากภายในเท่านั้น แต่ปัจจุบันงานเปลี่ยนไปอยู่กับเอกชนเป็นหลัก

 

ชัชชาติกล่าวต่อไปว่า หน้าที่ของ กทม. คือการช่วยเอกชนให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งดูแลคุณภาพชีวิตให้ดี สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสิ่งที่ตนมองว่าสำคัญที่สุดคือการสร้างความเชื่อมั่นให้เมืองสามารถก้าวเดินต่อไปได้

 

Talent War ที่เจอทุกวันนี้ เมื่อเมืองคือตลาดแรงงาน คนที่สร้างงานคือคนหรือบริษัทที่เก่ง ฉะนั้นอนาคตเมืองต้องแข่งกันสร้างคนเก่งและดึงคนเก่ง หากเมืองและประเทศไม่สามารถทำได้ คนเก่งหนีไปอยู่ที่อื่น สุดท้ายเราจะมีแต่งานที่คุณภาพไม่ดี อุตสาหกรรมที่ไม่ดี เมืองจะอยู่ไม่ได้

 

ชัชชาติกล่าวด้วยว่า สถานการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล อ้างอิงจากส่วนหนึ่งของอัตราการเกิดที่ลดลง เมื่อก่อนประเทศไทยอัตราการเกิดจำนวนปีละกว่าล้านคน แต่ทุกวันนี้เกิดไม่ถึง 5 แสนคน อนาคตจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องแข่งกันหาคนเก่ง เนื่องจากคนเก่งเป็นทรัพยากรที่จำกัด

 

สำหรับประเทศไทยเมื่อวัดจากประเทศอาเซียน 7 ประเทศ ภาวะน่ากลัวที่เราพบคือเด็กไทยที่เรียนจบอยากไปอยู่ต่างประเทศมากเป็นอันดับ 2 มีจำนวน 53% เด็กเหล่านี้ไม่อยากอยู่ที่ประเทศไทย รองจากประเทศฟิลิปปินส์ เพราะพวกเขาไม่เห็นความหวัง เด็กรุ่นใหม่ไม่เห็นอนาคต ขณะที่สิงคโปร์มีเพียง 34% เท่านั้นที่ไม่อยากอยู่ในประเทศตัวเอง แต่เกินครึ่งอยากอยู่ในประเทศตามเดิม ดังนั้นถ้าเมืองไม่มีแผนรองรับจะอยู่ยาก

 

ขณะที่หลายประเทศมีรูปแบบวีซ่าที่พร้อมดึงดูดพลเมืองเข้าไปทำงานในประเทศของตนเอง เช่น ประเทศสิงคโปร์ให้วีซ่าประเภท Overseas Networks & Expertise Pass (One Pass) ระยะเวลา 5 ปี, ประเทศอังกฤษให้วีซ่าประเภท High Potential Individual Visa (HPI) ระยะเวลา 2 ปี (เปลี่ยนเป็นวีซ่าทำงานระยะยาว) และประเทศญี่ปุ่นให้วีซ่าประเภท High End Talent Visa ไม่จำกัดระยะเวลา ทุกคนแข่งขันกันดึงดูดคนเก่ง

 

ชัชชาติยังได้กล่าวถึงประโยคหนึ่งของ Edward Glaeser จากหนังสือ Triumph of the City ระบุไว้ว่า “To thrive, cities must attract smart people and enable them to work collaboratively.” ซึ่งแปลได้ว่า เมืองที่ดี อนาคตต้องสามารถดึงดูดคนเก่ง ซึ่งเราสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ แต่ถ้าให้คนเก่งมาอยู่เป็นปีได้ไหม เรื่องนี้เป็นคำถาม

 

ทั้งนี้ เราสามารถจะเอาชนะ Talent War ครั้งนี้ได้หรือไม่ ชัชชาติกล่าวว่า เรามีโอกาสแพ้ เพราะต้องยอมรับว่าเรามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง แต่ปัจจัยที่จะช่วยให้เราชนะคือเรื่อง Social Contract ในที่นี้ไม่ใช่เรื่องกฎหมาย รัฐบาล แต่เป็นเรื่องของพันธสัญญาในสังคม

 

ชัชชาติยังได้กล่าวถึงเรื่องแรกที่ต้องพิจารณาคือแนวคิด ‘เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน’ โดยกล่าวว่า “เมืองเรามี Soft Power มหาศาล แต่ความน่าอยู่ยังไม่ค่อยน่าอยู่ เราไม่ต้องการเป็น Smart City เมืองฉลาด อัจฉริยะ เราไม่ต้องการขนาดนั้น เราฉลาดประมาณนี้พอ แต่ขอให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน เรื่องนี้ กทม. มีส่วนที่ต้องดูแล”

 

ประโยคนี้ทรงพลัง ถ้าทำได้เราจะชนะ Talent War ขอให้เมืองเราน่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน รปภ. วีลแชร์ คนมีเงิน คนไม่มีเงิน ให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนได้ อันนี้คือพลัง ตัวอย่างหนึ่งของการปรับปรุงเมือง เช่น การทำสวนสุนัขภายในสวนเบญจกิติใช้เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เนื่องจากสวนสุนัขในเมืองไม่ค่อยมี หลายคนที่เลี้ยงสุนัขในเมืองไม่มีพื้นที่ ย้อนกลับไป 2 วันแรกที่เปิด มีสุนัขเข้ามา 1,460 ตัว แต่ประชาชนประมาณ 5,000 คน

 

ในเรื่องนี้ช่วงแรกที่ทำชัชชาติยอมรับว่าไม่คิดว่าจะเกี่ยวข้องกับ Talent War เพราะเป็นการทำแบบไม่ต้องใช้งบประมาณ ต่อมาเมื่อได้ไปพูดคุยในงาน ‘American Chamber E-Commerce’ เมื่อพูดจบมีผู้บริหารจากบริษัทในสหรัฐอเมริกาเข้ามาพูดคุยและบอกกับตนว่า “Thank you for the dog park” ผู้บริหารท่านนั้นบอกว่าแม้ตัวเขาจะไม่มีสุนัข แต่เขามีวิศวกรที่เก่งที่สุดของญี่ปุ่นสองคนที่สุดท้ายตัดสินใจยอมมาเมืองไทยเพราะมีสวนสำหรับสุนัขที่เขารักเหมือนลูก

 

ชัชชาติกล่าวอีกว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นอย่างหนึ่งว่า Talent หรือคนเก่ง การที่จะไปทำงานที่ไหนเขาย่อมพิจารณาถึงคุณภาพชีวิตที่เขาจะได้รับ เรื่องที่มองว่าเล็กแค่นี้แต่มีมิติที่เราสามารถดึงคนเก่งเข้ามาสร้างงาน สร้างธุรกิจ เป็นไปได้เพียงเราปรับมุมมองของเมือง

The post ชัชชาติกางกลยุทธ์เมืองที่ต้องอยู่รอดในภาวะ ‘Talent War’ ชูแผนเมืองน่าอยู่ ดึงดูดคนเก่งเป็นทรัพยากรกรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย คว้าตำแหน่งเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ปี 2022 https://thestandard.co/vienna-named-worlds-most-liveable-city/ Fri, 24 Jun 2022 12:38:10 +0000 https://thestandard.co/?p=646197 กรุงเวียนนา

ดูเหมือนแชมป์จะเปลี่ยนอีกแล้ว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา T […]

The post กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย คว้าตำแหน่งเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ปี 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเวียนนา

ดูเหมือนแชมป์จะเปลี่ยนอีกแล้ว เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา The Economist Intelligence Unit (EIU) เผยรายงานการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2022 โดยเก็บสำรวจข้อมูลในเมือง 173 แห่งทั่วโลกจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ การดูแลสุขภาพ, อัตราการเกิดอาชญากรรม, เสถียรภาพทางการเมือง, โครงสร้างพื้นฐาน และการเข้าถึงพื้นที่สีเขียว

 

โดยปีนี้ กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย ขึ้นแท่นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2022 ไปครองด้วยคะแนน 99.1 คะแนน ส่วนโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น แชมป์เก่าอันดับ 2 โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ตกไปอยู่อันดับ 10 ร่วมกับเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ด้วยสกอร์ 95.1 คะแนน โดยมีเมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และซูริก สวิตเซอร์แลนด์ รั้งอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ 

 

น่าสนใจว่า 10 อันดับแรกปีนี้ มีโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เพียงเมืองเดียวเป็นตัวแทนของเอเชีย ในขณะที่ส่วนใหญ่ตกเป็นเมืองของยุโรป ซึ่งแตกต่างจากปี 2021 ที่เน้นหนักไปทางโอเชียเนีย ผู้ชนะของปีที่แล้ว โอ๊กแลนด์ นิวซีแลนด์ หลุดจาก 10 อันดับแรกในปี 2022 และตกลงไปอยู่ที่อันดับ 34 อย่างน่าประหลาดใจ

 

EIU ให้เหตุผลว่าเมืองที่อยู่ในอันดับต้นๆ ส่วนใหญ่มักมีโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่ดี ตลอดจนกิจกรรมยามว่างที่สนุก เมื่อมีการฟื้นตัวหลังการระบาดใหญ่ ก็ไม่ยากที่พวกเขาจะกลับมาครองตำแหน่งอีกครั้ง สำหรับ 10 อันดับแรกจะมีเมืองใดบ้างนั้น ดูตามลิสต์ด้านล่างได้เลย

 

10 อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2022 

 

  1. เวียนนา, ออสเตรีย
  2. โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก
  3. ซูริก, สวิตเซอร์แลนด์ และ คาลการี, แคนาดา (เสมอ) 
  4. แวนคูเวอร์, แคนาดา
  5. เจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์
  6. แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมนี
  7. โทรอนโต, แคนาดา
  8. อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์
  9. โอซาก้า, ญี่ปุ่น และ เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย (เสมอ)

 

ภาพ: CHUNYIP WONG / Getty Image

อ้างอิง:

The post กรุงเวียนนา (Vienna) ประเทศออสเตรีย คว้าตำแหน่งเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ปี 2022 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2022 โดย EIU https://thestandard.co/eiu-livable-cities-in-the-world-2022-rank/ Fri, 24 Jun 2022 11:55:01 +0000 https://thestandard.co/?p=646183 เมืองน่าอยู่

จากรายงานการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 20 […]

The post อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2022 โดย EIU appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมืองน่าอยู่

จากรายงานการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2022 โดย The Economist Intelligence Unit (EIU) ที่สำรวจและเก็บข้อมูลด้านความมั่นคงทางการเมือง สังคมและเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงบริการสาธารณสุข รวมถึงระบบการศึกษาและระบบโครงสร้างพื้นฐานใน 172 เมืองจากทุกทวีปทั่วโลก โดยมีเมืองใหม่เพิ่มเข้ามาถึง 33 เมืองจากปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ เคียฟ เมืองหลวงของยูเครนจะไม่ได้รับการจัดอันดับ

 

เวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย กลับมาทวงบัลลังก์แชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปีนี้ไปครองได้สำเร็จ โดยคว้าคะแนนเฉลี่ยรวม 99.1 จาก 100 คะแนนเต็ม หลังจากที่เคยครองตำแหน่งนี้มาแล้วเมื่อปี 2018-2019 ก่อนที่ปีที่แล้วจะเสียแชมป์ให้กับโอ๊กแลนด์ นิวซีแลนด์ ตามมาด้วย โคเปนเฮเกน เมืองหลวงของเดนมาร์ก ที่อยู่ในอันดับ 2 ส่วน ซูริก สวิตเซอร์แลนด์ และ คาลการี แคนาดา รั้งอันดับที่ 3 ร่วมในปีนี้ไปครอง

 

โดยเมืองส่วนใหญ่ใน 10 อันดับแรกจากหัวตารางล้วนเป็นเมืองในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือแทบทั้งสิ้น มีเพียง โอซาก้า ญี่ปุ่น และ เมลเบิร์น ออสเตรเลีย อดีตแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก 7 ปีซ้อน (ปี 2011-2017) จากทวีปเอเชียและโอเชียเนีย ที่ยังสามารถรั้งอันดับ 10 ร่วมในปีนี้ไปครองได้ 

 

ขณะกรุงเทพมหานครของประเทศไทยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในช่วง 50-70 จาก 100 คะแนนเต็มในปีนี้ หลังจากที่ปี 2018-2019 เคยรั้งอันดับที่ 98 จาก 140 เมือง มีคะแนนรวมเฉลี่ย 66 คะแนน 

 

ส่วนกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย คว้าตำแหน่งเมืองที่น่าอยู่น้อยที่สุดในโลกประจำปี 2022 รั้งอันดับสุดท้ายของการจัดอันดับ EIU ในปีนี้ โดยสงครามและความขัดแย้งในซีเรียส่งผลให้ดามัสกัสคว้าตำแหน่งนี้ติดต่อกัน 9 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปี 2013-2019 และ 2021-2022  

 

หมายเหตุ: ปี 2020 ไม่ได้จัดทำรายงาน

เผยแพร่: 24 มิถุนายน 2022

 

เมืองน่าอยู่

 

อ้างอิง:

The post อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ประจำปี 2022 โดย EIU appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พระโขนง-บางนา’ จากย่านชายขอบสู่มหานครแห่งการเชื่อมต่อ สำรวจทิศทางใหม่เพื่อเมืองน่าอยู่กับ ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล https://thestandard.co/phra-khanong-bangna-new-direction-for-development/ Wed, 22 Jun 2022 10:51:58 +0000 https://thestandard.co/?p=645107 ผศ.ดร.นิรมล กุลศรีสมบัติ

ย่านที่ครั้งหนึ่งเป็นเพียงที่อยู่อาศัยปะปนกับอุตสาหกรรม […]

The post ‘พระโขนง-บางนา’ จากย่านชายขอบสู่มหานครแห่งการเชื่อมต่อ สำรวจทิศทางใหม่เพื่อเมืองน่าอยู่กับ ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผศ.ดร.นิรมล กุลศรีสมบัติ

ย่านที่ครั้งหนึ่งเป็นเพียงที่อยู่อาศัยปะปนกับอุตสาหกรรมที่ห่างไกลจนถูกเรียกว่าย่านชายขอบอย่าง ‘พระโขนง-บางนา’ กำลังเปลี่ยนบทบาทสู่เกตเวย์ของกรุงเทพมหานคร ด้วยศักยภาพในการเป็นดาวน์ทาวน์ของมหานครกรุงเทพส่วนใต้ (Bangkok South Downtown) จากระบบขนส่งทางรางสายสีเขียว (BTS) ถึง 5 สถานี รวมไปถึงสายสีเหลืองตามแนวถนนศรีนครินทร์ และสายสีเงินตามแนวถนนบางนา-ตราด จากสนามบินสุวรรณภูมิที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ภาครัฐจึงมีนโยบายผลักดันให้ย่านพระโขนง-บางนากลายเป็นย่านนวัตกรรม

 

THE STANDARD คุยกับ ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (Urban Design and Development Center: UddC) และอาจารย์ภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงโครงการร่วมสร้างย่านพระโขนง-บางนา โดยศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง (UddC-CEUS) ร่วมกับภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, We!Park, PNUR, Local Dialects, User-Friendly และ BUILK ONE GROUP

 

“พระโขนง-บางนา เป็นเขตที่ผู้ว่าฯ ต้องให้ความสนใจ เพราะเป็นเขตที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรมชายขอบ แต่การเติบโตเกิดพลิกผันขึ้นเมื่อมีรถไฟฟ้าสายสีเขียว รวมไปถึงสายสีเหลืองและสายสีเงินที่กำลังจะเสร็จสิ้นขึ้น ซึ่งลัดรอบพื้นที่ในระยะ 4 กิโลเมตร ทำให้เกิดการเข้าถึงจากรอบด้าน จึงมีศักยภาพในการเป็นดาวน์ทาวน์และเกตเวย์จากสนามบินสุวรรณภูมิ แน่นอนว่าภาคเอกชนมองเห็นศักยภาพในตรงนี้อยู่แล้ว แต่พื้นที่ไม่สามารถเติบโตตามได้ทันเนื่องจากเดิมทีพระโขนง-บางนา เป็นพื้นที่เกษตรกรรมชานเมือง ต้องมีแผนพัฒนาในระดับย่าน เป้าหมายของเราคือต้องการให้ผู้ว่าฯ และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่กำลังวางแผนพัฒนาระยะ 20 ปี (2566-2580) รับย่านพระโขนง-บางนา เป็นย่านนำร่องทดลอง” ผศ.ดร.นิรมลกล่าว

 

ทิศทางใหม่ จินตนาการใหม่ ถึงความเป็นไปได้ใหม่

ตั้งแต่ต้นปี 2564 โครงการร่วมสร้างย่านพระโขนง-บางนา ได้ผนวกเข้ากับการเรียนการสอนวิชาปฏิบัติการวางผังและออกแบบชุมชน เพื่อเป็นพื้นที่กลางในการร่วมผู้คุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และภาคีพัฒนาของย่าน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ภายใต้คำถาม จะผสานความร่วมมือของหุ้นส่วนการพัฒนาอย่างไรในการสร้างสรรค์ย่านน่าอยู่สำหรับคนเก่าและคนใหม่ อีกทั้งมีความสามารถในการแข่งขันที่จะดึงดูดเศรษฐกิจใหม่ๆ เพื่อยกระดับย่านและเมือง

 

จากการหารือตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทางโครงการได้ผลลัพธ์สำคัญที่ประกอบไปด้วยแผนพัฒนาระดับย่านและโมเดลการพัฒนาย่าน ประกอบด้วย 11 แนวคิดหลักที่ครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่ด้าน Hardware, Software และกลไกการบริการจัดการ

 

  1. การจัดทำแผนพัฒนาระดับย่านด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม
  2. การสร้างย่านน่าอยู่เพื่อดึงดูดเศรษฐกิจใหม่ โดยเฉพาะเศรษฐกิจนวัตกรรมและธุรกิจสร้างสรรค์
  3. การพัฒนาให้ย่านเดินได้-ย่านเดินดี กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
  4. การพัฒนาพื้นที่สีเขียวขนาดเล็กกระจายทั่วย่านจากที่ดินที่รอการพัฒนา เพื่อยกระดับสุขภาวะชุมชน
  5. การปรับปรุงอาคารที่มีการใช้ประโยชน์ไม่เต็มศักยภาพสู่พื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ของเยาวชนและประชาชน
  6. การพัฒนาที่ดินรอการพัฒนาสู่พื้นที่สร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจและสังคม
  7. การพัฒนาพื้นที่ริมคลองสู่พื้นที่เดินได้ นั่งได้ สัญจรได้ บรรเทาน้ำท่วมได้
  8. การพัฒนาการสัญจรที่หลากหลายด้วยล้อ ราง และเท้า
  9. การพัฒนาพื้นที่ทดลองทางนวัตกรรม (Innovation Sandbox) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เช่น รถแดง น้ำท่วม
  10. การพัฒนาโมเดลหุ้นส่วนจตุรภาคี (Public Private People Partnerships: PPPPs) ด้วยการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม และวิชาการ
  11. การทดลองแนวคิดการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม (Participatory Budgeting) ในกระบวนการจัดทำโครงการพัฒนาย่าน โดยการมีส่วนร่วมของภาคีพัฒนาในย่าน

 

“อย่างที่อาจารย์ชัชชาติบอกว่าการบริการจัดการ กทม. คนเดียวทำไม่ไหวหรอก ถึงแม้ว่าทางเขตจะกระตือรือร้นมาก แต่ด้วยคนและงบที่มีจำกัดจึงลืมไปได้เลยว่าเขตจะทำ จึงต้องมีการพัฒนาจตุรภาคี (PPPPs) ปกติรัฐมักจะพูดถึง PPPs แต่โมเดลของเราได้เพิ่ม People ขึ้นมา ด้วยการบูรณาการย่านชุมชนที่มีถึง 79 ชุมชน เพราะพวกเขาคือคนที่รู้จักพื้นที่ดีที่สุด” ผศ.ดร.นิรมลกล่าว

 

ผศ.ดร.นิรมลเสริมว่า ทิศทางใหม่ของการพัฒนาย่านพระโขนง-บางนา นั้นสอดคล้องกับนโยบาย 9 ด้าน 9 ดี ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. คนล่าสุด ทั้งในเรื่องการพัฒนาย่านและการพัฒนาเส้นเลือดฝอยด้วยโครงการขนาดเล็ก รวมไปถึงสอดคล้องกับแผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ 20 ปี (2566-2580) ที่เน้นยุทธศาสตร์บูรณาการ ซึ่งสอดคล้องใน 5 มิติ ได้แก่

 

  1. บูรณาการพื้นที่ 2 เขต
  2. บูรณาการ 2 วาระหลัก ได้แก่ พัฒนากายภาพย่านและภูมิสังคม (ยุทธศาสตร์ 4 และ 5)
  3. บูรณาการหน่วยงาน 7 สำนักใน กทม. ได้แก่ สำนักผังเมือง สำนักการโยธา สำนักระบายน้ำ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักพัฒนาชุมชน สำนักยุทธศาสตร์ และสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว
  4. บูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ (NIA, DEPA) และเอกชน
  5. สนับสนุนข้อเสนอการพัฒนาที่มาจากเขตและประชาชนในพื้นที่

 

ด้วยศักยภาพและแนวทางที่สอดคล้องกับทางภาครัฐ ทำให้ ผศ.ดร.นิรมล มองว่าย่านพระโขนง-บางนา สามารถเป็นพื้นที่นำร่องในการสร้างต้นแบบการพัฒนา ที่เน้นการพัฒนาระดับย่านและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและนำไปปรับใช้กับย่านอื่นๆ ต่อไป

 

 ผศ.ดร.นิรมล กุลศรีสมบัติ

 

“เพราะย่านน่าอยู่ไม่ได้เกิดจากภาครัฐหรืออาจารย์ชัชชาติเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากทุกภาคส่วนให้ความร่วมมือในการพัฒนา ถึงอย่างไรก็ตาม เราพยายามทำให้เกิดการพึ่งพาระบบแบบแผนมากกว่าตัวบุคคล” ผศ.ดร.นิรมลกล่าว

 

โครงการร่วมสร้างย่านพระโขนง-บางนา จึงต้องถูกนำเสนอแก่ผู้ว่าฯ กทม. คนใหม่ และ กทม. เพื่อพิจารณาให้เกิดการสนับสนุน การรวมกลุ่มเป็นจตุรภาคี และการจัดสรรงบประมาณต่อไป

 

ผศ.ดร.นิรมลทิ้งท้ายว่า “การสร้างเมืองน่าอยู่เป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญ เมืองจะต้องมีสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนให้เรามีชีวิตอยู่ได้แม้ในภาวะวิกฤต อย่างตอนนี้เมืองมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ มีความเหลื่อมล้ำสูง กทม. จึงต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข”

The post ‘พระโขนง-บางนา’ จากย่านชายขอบสู่มหานครแห่งการเชื่อมต่อ สำรวจทิศทางใหม่เพื่อเมืองน่าอยู่กับ ผศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เขตบ้านเราน่าอยู่แค่ไหน ชวนรู้จัก ‘กรุงเทพฯ’ ในเชิงลึกผ่าน Bangkok Index ของ Rocket Media Lab https://thestandard.co/bangkok-index-by-rocket-media-lab/ Mon, 23 May 2022 06:08:53 +0000 https://thestandard.co/?p=632561 Bangkok Index

น้ำท่วม รถติด สายไฟฟ้าพันรุงรัง ฟุตปาธเดินยาก อากาศแย่ […]

The post เขตบ้านเราน่าอยู่แค่ไหน ชวนรู้จัก ‘กรุงเทพฯ’ ในเชิงลึกผ่าน Bangkok Index ของ Rocket Media Lab appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bangkok Index

น้ำท่วม รถติด สายไฟฟ้าพันรุงรัง ฟุตปาธเดินยาก อากาศแย่ สูดเข้าไปทีไม่ต้องสูบบุหรี่มะเร็งปอดก็โบกมือเรียกหา คนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ ล้วนรู้ปัญหา แต่เคยทราบไหมว่าเมื่อนำ 50 เขตมาจัดอันดับความน่าอยู่ เขตที่เราอาศัยนั้นอยู่อันดับที่เท่าไรกัน?

 

Bangkok Index ดัชนีความน่าอยู่ของกรุงเทพฯ จัดทำโดย Rocket Media Lab องค์กรด้านข้อมูลเพื่อการสื่อสารมวลชน พาทุกคนสำรวจดัชนีความน่าอยู่ของกรุงเทพมหานคร ผ่านประเด็นปัญหาพื้นฐานของกรุงเทพมหานคร 4 หมวดหลัก ได้แก่ 1. สิ่งแวดล้อม 2. โครงสร้างพื้นฐาน 3. การเข้าถึงการบริการสาธารณะ 4. ปัญหาอื่นๆ ซึ่งแต่ละหมวดแตกเป็นประเด็นแยกย่อยอีก 3 ประเด็น 

 

โดยแต่ละหัวข้อจะมีการให้คะแนนตั้งแต่ดีมากที่สุด 50 คะแนน ไปจนถึงดีน้อยที่สุด 1 คะแนน หลังจากนั้นจึงนำคะแนนเหล่านั้นมาจัดอันดับความน่าอยู่จากมากไปน้อย เพื่อแสดงให้เห็นว่าการปฏิบัติงานของแต่ละเขตเป็นอย่างไร รวมไปถึงทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เพื่อร่วมกันพัฒนากรุงเทพมหานคร

 

การจัดทำในครั้งนี้ เขตที่ได้รับคะแนนสูงสุด ครองตำแหน่งพื้นที่น่าอยู่อาศัยที่สุดในกรุงเทพมหานคร คือ เขตพระนคร คะแนนรวม 417 คะแนน ตามด้วยป้อมปราบศัตรูพ่าย 413 คะแนน และราชเทวี 412 คะแนน เป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ ส่วน 3 เขตรั้งท้าย ได้แก่ ดินแดง อันดับที่ 50, วังทองหลางและลาดกระบัง อันดับ 48 ร่วม ด้วยคะแนนเท่ากัน 242 คะแนน 

 

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าเขตที่ตนอาศัยนั้นอยู่อันดับใด สามารถเข้าไปดูข้อมูลได้ที่ https://rocketmedialab.co/bangkok-index

 

ภาพ: Getty Images

อ้างอิง:

The post เขตบ้านเราน่าอยู่แค่ไหน ชวนรู้จัก ‘กรุงเทพฯ’ ในเชิงลึกผ่าน Bangkok Index ของ Rocket Media Lab appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับคน Gen Z ปี 2019 https://thestandard.co/2019-generation-z-city-index/ Fri, 06 Sep 2019 11:00:27 +0000 https://thestandard.co/?p=285128 อันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับคน Gen Z ปี 2019

เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.) Nestpick.com เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลอ […]

The post อันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับคน Gen Z ปี 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับคน Gen Z ปี 2019

เมื่อวานนี้ (5 ก.ย.) Nestpick.com เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลอพาร์ตเมนต์พร้อมเช่า รายงานการจัดอันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับคน Gen Z ในปี 2019 ที่ทำการสำรวจและเก็บข้อมูลเมืองต่างๆ 110 เมืองจากทุกทวีปทั่วโลก

 

โดย Pew Research Center หน่วยงานวิจัยชื่อดังในสหรัฐอเมริกา ระบุว่าคน Gen Z หมายถึงบุคคลที่เกิดระหว่างปี 1997-2012 หรือระหว่างการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และหลังเหตุการณ์ 9/11 เผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทำให้คน Gen Z เป็นชาวดิจิทัลโดยกำเนิด (Digital Natives) ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความหลากหลาย และความเป็นอิสระ

 

อันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับคน Gen Z ปี 2019

 

การจัดอันดับในครั้งนี้คัดเลือกเมืองต่างๆ ผ่าน 22 ดัชนีชี้วัดที่ถูกแบ่งออกเป็น 4 หมวด ได้แก่ การเข้าถึงบริการออนไลน์ สภาพแวดล้อม ความบันเทิง และธุรกิจ

 

ลอนดอน คว้าอันดับที่ 1 ด้วยคะแนนสะสมเต็ม 100 คะแนน จากการเป็นเมืองที่มีผู้ประกอบการสังคมดี โอกาสทางการศึกษาสูง และการเป็นรัฐบาลดิจิทัล แม้ว่าจะมีความกังวลเกี่ยวกับ Brexit และค่าครองชีพสูงก็ตาม ขณะที่กรุงเทพมหานครรั้งอันดับที่ 103 จาก 110 เมือง ด้วยคะแนนเพียง 19.50 คะแนนเท่านั้น

 

นอกจากนี้จากผลการจัดอันดับทั้ง 110 เมืองยังพบว่ายุโรปและอเมริกาเหนือเป็นทวีปที่น่าอยู่และเหมาะสำหรับคน Gen Z มากที่สุดอีกด้วย

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล 

อ้างอิง:

The post อันดับเมืองที่ดีที่สุดสำหรับคน Gen Z ปี 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
10 อันดับเมืองยอดนิยมของโลก ปี 2018 https://thestandard.co/global-destination-cities-index/ Thu, 05 Sep 2019 12:33:35 +0000 https://thestandard.co/?p=284818 เมืองยอดนิยมของโลก ปี 2018

จากรายงานการจัดอันดับเมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมกว่า 200 […]

The post 10 อันดับเมืองยอดนิยมของโลก ปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมืองยอดนิยมของโลก ปี 2018

จากรายงานการจัดอันดับเมืองจุดหมายปลายทางยอดนิยมกว่า 200 เมืองจากทุกทวีปทั่วโลกโดย Mastercard เผยว่านับตั้งแต่ปี 2009 มีจำนวนของนักท่องเที่ยวที่ตัดสินใจพักค้างคืนเพิ่มขึ้นกว่า 76%

 

เมืองยอดนิยมของโลก ปี 2018

 

โดยกรุงเทพฯ ยังคงติดอันดับเมืองยอดนิยมที่สุดในโลกถึง 4 ปีซ้อน โดยในปี 2018 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนกว่า 22.78 ล้านคน และคาดว่าในปี 2019 นี้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 3.34% โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างวัดพระแก้ว วัดอรุณราชวราราม และตลาดน้ำดำเนินสะดวก

 

ขณะที่ปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส คว้าอันดับที่ 2 ตามมาด้วยลอนดอน สหราชอาณาจักร ที่รั้งอันดับที่ 3 ซึ่งลอนดอนเป็นเพียงเมืองเดียวในจำนวนเมืองที่ติด 10 อันดับสูงสุดที่จำนวนนักท่องเที่ยวน้อยลงทุกปี ประมาณ 4% ต่อปี

 

อย่างไรก็ตาม หากจัดอันดับตามการใช้จ่ายแล้ว ดูไบเป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายเงินมากที่สุดอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9.43 แสนล้านบาท) เฉลี่ยวันละ 553 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน (ราว 16,925 บาท) 

 

ขณะที่นักท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.13 แสนล้านบาท) เฉลี่ยวันละ 184 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5,630 บาท)

 

ภาพประกอบ:  กริน ลีราภิรมย์

อ้างอิง:

The post 10 อันดับเมืองยอดนิยมของโลก ปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2019 https://thestandard.co/liveability-index-2019/ Wed, 04 Sep 2019 12:40:47 +0000 https://thestandard.co/?p=284483 อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2019

จากรายงานการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ของ Economist Intellig […]

The post อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2019

จากรายงานการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ของ Economist Intelligence Unit (EIU) ที่สำรวจและเก็บข้อมูลด้านความมั่นคง วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม การเข้าถึงระบบสาธารณสุข ระบบโครงสร้างขั้นพื้นฐาน รวมถึงด้านการศึกษาใน 140 เมืองทุกทวีปท่ัวโลก พบว่า

 

อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2019

 

กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย คว้าแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2019 ไปครองได้สำเร็จ มีคะแนนรวมเฉลี่ยสูงถึง 99.1 คะแนน เฉือนชนะอดีตแชมป์เก่า 7 ปีซ้อนอย่างเมลเบิร์น ออสเตรเลีย เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตามมาด้วยซิดนีย์ ออสเตรเลีย โอซาก้า ญี่ปุ่น และคาลการี แคนาดา ที่รั้ง 5 อันดับแรกจากหัวตาราง 

 

ในขณะที่อีก 5 อันดับที่เหลือใน 10 อันดับแรกล้วนเป็นเมืองในแคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเดนมาร์ก โดยโฮโนลูลูในรัฐฮาวายถือเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในการจัดอันดับครั้งนี้ รั้งอันดับที่ 22

 

ขยับกลับมาแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิงคโปร์ถือเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในย่านอาเซียน อยู่ในอันดับที่ 40 ตามมาด้วย กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย อันดับที่ 78 โดยกรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย รั้งอันดับที่ 98 จาก 140 เมืองเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน มีคะแนนรวมเฉลี่ย 66 คะแนน 

 

ขณะที่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย คว้าตำแหน่งเมืองที่น่าอยู่น้อยที่สุดในโลกประจำปี 2019 รั้งอันดับสุดท้ายของการจัดอันดับ EIU ในปีนี้ โดยสงครามและความขัดแย้งในซีเรียส่งผลให้ดามัสกัสคว้าตำแหน่งนี้ติดต่อกัน 7 ปีซ้อน นับตั้งแต่ปี 2013-2019

 

ภาพประกอบ: กริน ลีราภิรมย์

อ้างอิง:

The post อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อันดับเมืองเป็นมิตรมากที่สุดในโลก ปี 2019 https://thestandard.co/world-50-friendliest-cities-2019/ Fri, 23 Aug 2019 04:29:06 +0000 https://thestandard.co/?p=281052 เมืองที่เป็นมิตร

Big 7 Travel เว็บไซต์การท่องเที่ยวชื่อดัง เผยผลการจัดอั […]

The post อันดับเมืองเป็นมิตรมากที่สุดในโลก ปี 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมืองที่เป็นมิตร

Big 7 Travel เว็บไซต์การท่องเที่ยวชื่อดัง เผยผลการจัดอันดับ ‘50 เมืองที่เป็นมิตรมากที่สุด’ จากการสอบถามผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียกว่า 1.5 ล้านคนทั่วโลก โดยวัดจากเมืองที่สามารถเดินทางได้ง่าย คอยให้ความช่วยเหลือนักเดินทางในช่วงเวลาที่บริการโรมมิ่งไม่สามารถทำงานได้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างเพื่อนใหม่

 

เมืองที่เป็นมิตร

 

แวนคูเวอร์ แคนาดา ได้รับการลงคะแนนให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรมากที่สุดในการจัดอันดับในครั้งนี้ ตามมาด้วยกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย, บรูกส์ เบลเยียม, ไทเป ไต้หวัน และฮัมบูร์ก เยอรมนี รั้ง 5 อันดับแรกจากหัวตาราง  

 

ในขณะที่อันดับที่ 6-10 ได้แก่ ดับลิน ไอร์แลนด์, ไครสต์เชิร์ช นิวซีแลนด์, แนชวิลล์ สหรัฐอเมริกา, เซาเปาโล บราซิล และกลาสโกว์ สกอตแลนด์

 

โดยเชียงใหม่เป็นเพียงเมืองเดียวในไทยที่ได้รับการลงคะแนนให้เป็นเมืองที่เป็นมิตรในอันดับที่ 11 จาก 50 เมือง ซึ่งได้รับคะแนนจากความเป็นมิตรของคนท้องถิ่นที่มีรอยยิ้มและสามารถเติมเต็มความรู้สึกดีๆ ให้กับนักท่องเที่ยวได้ อีกทั้งยังมีความเงียบสงบและมีวัฒนธรรมธรรมที่มีกลิ่นอายเฉพาะตัวตามแบบฉบับทางภาคเหนือของไทย

 

นอกจากกัวลาลัมเปอร์และเชียงใหม่แล้วยังมีเมืองอื่นๆ ในเอเชียที่ได้รับคะแนนโหวตในครั้งนี้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียมราฐ กัมพูชา (อันดับที่ 20), สิงคโปร์ (อันดับที่ 24), โตเกียว ญี่ปุ่น (อันดับที่ 28), ชัยปุระ อินเดีย (อันดับที่ 35), กวางโจว จีน (อันดับที่ 38), โคลอมโบ ศรีลังกา (อันดับที่ 44) และโฮจิมินห์ เวียดนาม (อันดับที่ 46)

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

อ้างอิง: 

The post อันดับเมืองเป็นมิตรมากที่สุดในโลก ปี 2019 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สวิตเซอร์แลนด์โค่นสิงคโปร์ ครองแชมป์ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับชาวต่างชาติในปี 2019  https://thestandard.co/expat-explorer-survey-2019/ Wed, 10 Jul 2019 12:39:04 +0000 https://thestandard.co/?p=269526 Expat Explorer Survey 2019 by HSBC

    HSBC จัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดสำหรับชาวต […]

The post สวิตเซอร์แลนด์โค่นสิงคโปร์ ครองแชมป์ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับชาวต่างชาติในปี 2019  appeared first on THE STANDARD.

]]>
Expat Explorer Survey 2019 by HSBC

 

Expat Explorer Survey 2019 by HSBC

 

HSBC จัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ ประจำปี 2019 โดยสำรวจและเก็บข้อมูลในมิติต่างๆ เช่น ชีวิตความเป็นอยู่ ค่าใช้จ่าย สภาพสังคม วัฒนธรรม ความมั่นคงทางการเมือง หรือแม้แต่การสร้างเพื่อนใหม่ของผู้คนในประเทศ และดินแดน 33 แห่งทั่วทุกทวีป พบว่า ในปีนี้สวิตเซอร์แลนด์โค่นแชมป์เก่าอย่างสิงคโปร์ ครองแชมป์ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับชาวต่างชาติในปีนี้ ทะยานขึ้นมา 7 อันดับจากปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยสิงคโปร์ และแคนาดา

 

โดยตุรกีที่รั้งอันดับที่ 7 จากหัวตาราง ถือเป็นประเทศที่มีพัฒนาการดีที่สุดในการจัดอันดับครั้งนี้ โดยในปีที่ผ่านมาอยู่ในอันดับที่ 25 ซึ่งในปีนี้ไอล์ออฟแมน (อันดับที่ 12), เจอร์ซีย์ (อันดับที่ 19) และเกิร์นซีย์ (อันดับที่ 25) ดินแดนอาณานิคมปกครองตนเองของสหราชอาณาจักรและอิตาลี (อันดับที่ 28) ล้วนแล้วแต่เพิ่งได้รับการจัดอันดับเป็นครั้งแรก

 

ในขณะที่ไทยรั้งอันดับที่ 22 ร่วงลง 1 อันดับจากปี 2018 โดยคะแนนส่วนใหญ่ของไทยอยู่ในเกณฑ์ดี ยกเว้นในมิติของความก้าวหน้าในการทำงาน (Career Progression) รวมถึงตัวชี้วัดด้านการทำบางสิ่งบางอย่างให้สำเร็จหรือบรรลุผล (Fulfillment) ที่ไทยรั้งอันดับที่ 31 และอันดับสุดท้ายตามลำดับ

 

อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น และบราซิล คือประเทศที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 3 อันดับสุดท้ายในการจัดอันดับครั้งนี้ 

 

ภาพประกอบ: Pichamon W.

The post สวิตเซอร์แลนด์โค่นสิงคโปร์ ครองแชมป์ประเทศที่ดีที่สุดสำหรับชาวต่างชาติในปี 2019  appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมืองที่เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ปี 2018 https://thestandard.co/mastercards-global-destinations-cities-index-2018/ https://thestandard.co/mastercards-global-destinations-cities-index-2018/#respond Mon, 01 Oct 2018 08:27:58 +0000 https://thestandard.co/?p=126485

Mastercard ได้ทำการสำรวจเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตที่เป็นสุด […]

The post เมืองที่เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

Mastercard ได้ทำการสำรวจเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตที่เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกว่า 162 เมืองทั่วโลก โดยคำนึงถึงความโดดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยว กิจกรรมที่น่าสนใจ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงปริมาณการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและระยะเวลาในการพักแรม

 

 

โดย Mastercard’s Global Destinations Cities Index 2018 ยกให้กรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยคว้าตำแหน่งสุดยอดจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกประจำปีนี้ไปครอง โดยเอาชนะกรุงลอนดอนและกรุงปารีสที่อยู่ในอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ และคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนกรุงเทพฯ ในปีนี้จะยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีกกว่า 9.6% มีระยะเวลาพักค้างคืนเฉลี่ยคนละ 4.7 คืน และใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 173 เหรียญสหรัฐ/วัน (ราว 5,600 บาท/วัน)

 

สิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จนพัฒนากลายเป็นศูนย์กลางด้านการเงินที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ก็รั้งอันดับที่ 5 จากการจัดอันดับในครั้งนี้ รวมถึง กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซียก็อยู่ในอันดับที่ 7 อีกด้วย ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ที่ติดท็อป 10 อันดับแรกมักเป็นเมืองท่องเที่ยวที่อยู่ในเอเชียเกือบทั้งหมด

 

ภาพประกอบ: Thiencharas W.

อ้างอิง:

The post เมืองที่เป็นสุดยอดจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/mastercards-global-destinations-cities-index-2018/feed/ 0
อันดับเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก https://thestandard.co/world-cities-safety-index/ https://thestandard.co/world-cities-safety-index/#respond Thu, 20 Sep 2018 10:29:31 +0000 https://thestandard.co/?p=122518

    กรุงอาบีดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเ […]

The post อันดับเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

กรุงอาบีดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คว้าตำแหน่งแชมป์เมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก 2 ปีซ้อนจากการจัดอันดับขององค์กรเก็บข้อมูลสถิติชื่อดังอย่าง Numbeo ที่สำรวจอัตราการเกิดอาชญากรรมในเมืองต่างๆ ถึง 338 เมืองทั่วโลก โดยกรุงอาบูดาบีมีคะแนนความปลอดภัย (Safety Index) ในการจัดอันดับครั้งนี้สูงถึง 88.26 คะแนน แซงหน้าเพื่อนร่วมทวีปอย่างกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ และโอซาก้า เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของญี่ปุ่น ที่อยู่ในอันดับที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

 

เพื่อนบ้านของไทยอย่างสิงคโปร์ก็ไม่น้อยหน้า นอกจากจะเป็นศูนย์กลางด้านการเงินที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแล้ว ที่นี่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดมาก ส่งผลให้อัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ จึงทำให้สิงคโปร์รั้งอันดับที่ 4 เมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลกจากหัวตาราง

 

ขณะเดียวกันก็มีเมืองและจังหวัดของไทยได้รับการจัดอันดับในครั้งนี้ถึง 4 เมือง ได้แก่ เชียงใหม่ (อันดับที่ 56), กรุงเทพมหานคร (อันดับที่ 204), พัทยา (อันดับที่ 275) และภูเก็ต (อันดับที่ 294) โดยเมืองที่อยู่ใน 3 อันดับสุดท้ายจากท้ายตารางเป็นเมืองที่อยู่ในภูมิภาคลาตินอเมริกาทั้งสิ้น ซึ่งเมืองที่มีความปลอดภัยน้อยที่สุดในโลกขณะนี้คือ ซานเปโดรซูลา ฮอนดูรัส (อันดับที่ 338) ตามมาด้วย การากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา (อันดับที่ 337) และฟอร์ตาเลซา บราซิล (อันดับที่ 336)

 

ภาพประกอบ: Karin Foxx

The post อันดับเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-cities-safety-index/feed/ 0
เมื่อศิลปะมาบรรจบกับที่พัก นี่คือ 5 โรงแรมน่าจองใจกลางกรุงเวียนนา เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ปี 2018 https://thestandard.co/5-hotels-in-vienna-austria-lists/ https://thestandard.co/5-hotels-in-vienna-austria-lists/#respond Fri, 31 Aug 2018 13:22:40 +0000 https://thestandard.co/?p=117879

หลังจากที่เพิ่งโค่นแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก 7 สมัยซ […]

The post เมื่อศิลปะมาบรรจบกับที่พัก นี่คือ 5 โรงแรมน่าจองใจกลางกรุงเวียนนา เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่เพิ่งโค่นแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก 7 สมัยซ้อนอย่างเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ลงได้อย่างฉิวเฉียด ‘เมืองหลวงแห่งเสียงดนตรี’ อย่างกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ก็กลายมาเป็นอีกหมุดหมายหนึ่งที่ใครๆ ต่างฝันถึงอยู่เสมอ ด้วยความคลาสสิกของบ้านเมือง รวมไปถึงการมีประวัติศาสตร์ร่วมมากมายในแง่วงการศิลปะที่ศิลปินมากมายต่างเคยย่ำเท้าอยู่ในเมืองนี้มาแล้ว

 

เนื่องในโอกาสที่เวียนนาได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2018 นี่คือ 5 ที่พักที่เราคิดว่าน่าจับจองไปนอนแอ้งแม้งให้มีความสุข เพราะต่างหยิบยกเอาเรื่องราวของประวัติศาสตร์และศิลปะอันทรงคุณค่าของเวียนนามาดัดแปลงให้เป็นที่พักซึ่งมีเรื่องราวน่าสนใจ เพียบพร้อมด้วยดีไซน์และทิวทัศน์ รวมถึงโลเคชันที่เข้าถึงงานศิลปะของเมืองนี้ได้โดยง่าย ซึ่งเรารวบรวมมาให้คุณถึงที่

 

Photo: TripAdvisor

 

The Guesthouse Vienna

ประการแรกต้องยอมรับก่อนว่า The Guesthouse Vienna แห่งนี้เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ในโลเคชันที่ดีงามใจกลางเมืองมากๆ เพราะตั้งอยู่ตรงข้าม Albertina Museum ภายในมีผลงานต้นฉบับของ โคลด โมเนต์ หรือปิกัสโซ จัดแสดงอยู่ รวมไปถึงผลงานชิ้นเอกจากศิลปินยุคโกธิกเรื่อยไปจนถึงยุคปัจจุบัน นอกจากนี้โรงแรมแห่งนี้ยังเคยเป็นหอเก่าของนักเรียนมาก่อนตั้งแต่ปี 1950 เมื่อมาที่แห่งนี้คุณจะรู้สึกเหมือนกำลังอยู่บ้านของตัวเองใจกลางกรุงเก่าที่ให้ความรู้สึกสะดวกสบาย นำเสนอความร่วมสมัยของเมืองเวียนนาได้อย่างสวยงาม

 

 

ทำไมถึงควรจอง: นอกเหนือจากโลเคชันโดดเด่นใจกลางเมืองที่คุณสามารถเดินข้ามฝั่งไปสัมผัสงานศิลปะอันยอดเยี่ยมของยุคได้แล้ว การที่มีโซฟาขนาดย่อมตรงหน้าต่างก็ทำให้คุณได้อิ่มเอมกับวิวของกรุงเวียนนาสุดๆ แถมที่นี่ยังเป็นโรงแรม Pet-friendly ที่คุณสามารถพาสัตว์เลี้ยงแสนรักมาเข้าพักร่วมกันได้อีกด้วย!

ราคา: เริ่มต้นที่ประมาณ 9,600 บาทต่อคืน

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.theguesthouse.at/default-en.html

แผนที่: 

 

 

Photo: TripAdvisor 

 

Hotel Beethoven

ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เมืองหลวงแห่งดนตรี’ ฉะนั้นการที่มีชื่อของคีตกวีเอกของคนหนึ่งของโลกอย่าง ‘บีโธเฟน’ เป็นชื่อของโรงแรมในเมืองนี้ก็คงไม่แปลก เพราะกรุงเวียนนาแห่งนี้เป็นเมืองที่บีโธเฟนเดินทางมาศึกษาดนตรีต่อจนทำให้เขาพบกับ ‘โมซาร์ต’ หากคุณมีโอกาสได้เข้าพักที่นี่ จะเปิดซิมโฟนีหมายเลข 5 ของเขาสร้างบรรยากาศไปด้วยก็ได้นะ

 

ความเก๋ของโรงแรมแห่งนี้คือมีทั้งหมด 6 ชั้น แต่ละชั้นถูกดีไซน์มาในคอนเซปต์ที่แตกต่างกัน โดยหยิบยกเอาแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของกรุงเวียนนามาปรับให้เข้ากับการออกแบบและการตกแต่ง บ้างก็ถูกพัฒนาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม หรือการผลิตชิ้นงานศิลปะลอกเลียนศิลปะดั้งเดิม รวมไปถึงยังอุทิศให้แก่ผลงานของศิลปินที่เคยอาศัยอยู่ในเวียนนาทุกวงการอีกด้วย อาทิ การหยิบยกวัฒนธรรมการจิบกาแฟแบบ Viennese Coffee House มาสร้างเป็นบรรยากาศบริเวณส่วนกลางของโรงแรม ดังนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือโต๊ะหินอ่อนและหนังสือพิมพ์อันเป็นไอเท็มสำคัญของวัฒนธรรมการจิบกาแฟของที่นี่

 

Photo: TripAdvisor

 

ทำไมถึงควรจอง: ลำพังแค่ดีไซน์สวยๆ แถมโลเคชันที่ตั้งซึ่งสามารถเดินไปถึง Vienna State Opera ได้ในเวลาแป๊บเดียว สามารถซึมซับอารมณ์และผลงานของศิลปินได้แบบเต็มอิ่ม

ราคา: เริ่มต้นที่ 4,500 บาทต่อคืน

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.hotel-beethoven.at/en

แผนที่:  

 

 

Photo: TripAdvisor

 

Hotel Rathaus Wein & Design

โรงแรมคอนเซปต์เก๋อีกแห่งที่น่าสนใจโดยชูเรื่องราวของ ‘ศิลปะการดื่มไวน์’ ขึ้นมาเป็นคอนเซปต์หลักในการออกแบบที่ใส่เข้าไปในทุกรายละเอียดของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นชุดอาหารเช้าที่เสิร์ฟไวน์กับชีส ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำที่จะมีส่วนผสมของไวน์อยู่ในทุกสิ่ง รวมไปถึงไวน์มาร์เบิลเค้กให้คุณแกล้มกับกาแฟ ซึ่งเป็นความพิเศษที่คอไวน์ไม่ควรพลาดจริงๆ และอีกความน่าสนใจคือ Hotel Rathaus แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนในย่านโยเซฟสตัดต์ซึ่งค่อนข้างเงียบสงบและไม่พลุกพล่าน ถึงแม้ภายนอกของอาคารจะดูเก่าทึนทึกประหนึ่งอาคารอนุรักษ์ แต่ภายในนั้นถูกออกแบบมาอย่างร่วมสมัย เน้นโทนสว่างและงานไม้ที่ดูมีระดับ ส่วนไฮไลต์ที่น่านอนสุดๆ คือห้อง Penthouse – Atelier Suite ที่อยู่บริเวณใต้หลังคาสูงโปร่ง ดีไซน์ห้องที่กว้างขวาง มีระเบียงส่วนตัวไว้ให้คุณชื่นชมเมืองอย่างเต็มอิ่ม แค่นี้ก็เกินพอแล้ว  

 

 

ทำไมถึงควรจอง: ถ้าคุณเป็นคอไวน์ มีเหตุผลอะไรที่คุณไม่ควรจองที่นี่หรือ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าไวน์ที่คุณดื่มไม่ได้รวมกับเรตราคาห้องนะ!

ราคา: เริ่มต้นที่ประมาณ 5,200 บาทต่อคืน

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.hotel-rathaus-wien.at/en

แผนที่:  

 

Photo: TripAdvisor 

 

Hotel Altstadt

ต้องเรียกว่าเป็นโรงแรมบูติกที่เน้นงานศิลปะอย่างชัดเจน เพราะจำนวนห้องที่มีมากกว่า 61 ห้องนั้นดีไซน์ไม่เหมือนกันเลยอย่างสิ้นเชิง! ฉะนั้นความหลากหลายในการตกแต่งโรงแรมแห่งนี้จึงถือเป็นจุดเด่นที่สุด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากงานศิลปะหลากหลายแขนง เริ่มต้นตั้งแต่การนำเสนอกรุงเวียนนาในยุคคลาสสิกเรื่อยมาจนถึงยุคร่วมสมัย คุณจะเห็นงานศิลปะของศิลปินมากชื่ออยู่เต็มโรงแรมไปหมด บางชิ้นถูกหยิบยืมมาจากพิพิธภัณฑ์จริงๆ เช่น งานของแอนดี้ วอร์ฮอล, กอตต์ฟรีด เฮลน์ไวน์ ศิลปินออสเตรียที่โด่งดังเรื่องงานวิชวล หรือแครี เลโบวิตซ์ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย ฯลฯ

 

Photo: TripAdvisor

 

ทำไมถึงควรจอง: ถ้าคุณรักงานอาร์ต ห้ามพลาดโรงแรมนี้เป็นอันขาด แถมยังอยู่ห่างจากโซนพิพิธภัณฑ์ MuseumsQuatier เพียง 8 นาทีด้วยการเดินเท้าเท่านั้น

ราคา: เริ่มต้นที่ประมาณ 6,100 บาทต่อคืน

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.theguesthouse.at/default-en.html

แผนที่:

 

 

Photo: TripAdvisor 

 

25hours Hotel at MuseumsQuartier

โรงแรมที่อยู่ภายในโซนเดียวกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อก้องของกรุงเวียนนาอย่าง MuseumsQuartier ตัวโรงแรมนี้ได้รับการออกแบบภายในโดยศิลปินอย่าง โอลาฟ ฮาเจก ศิลปินอิลลัสเตรเตอร์ชาวเยอรมันผู้โด่งดังที่สร้างสรรค์การตกแต่งภายในได้อย่างละลานตาด้วยธีมหลักอย่าง Circus เสมือนเข้ามาสนุกสนานในโรงละครสัตว์ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วอลเปเปอร์แบบวินเทจ หรือการใช้โมเสกดัดแปลงเป็นรูปร่างเมอร์เมด รวมไปถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่แปลกตาและเปี่ยมสีสัน แถมยังอยู่โลเคชันใจกลางเมืองที่เดินทางไปไหนมาไหนก็สะดวก ไม่อย่างนั้นลองสอบถามที่ล็อบบี้ดูสิ เขามีมินิคูเปอร์ให้คุณขับชมเมืองฟรีๆ ด้วยนะ!

 

Photo: TripAdvisor

 

ทำไมถึงควรจอง: ถึงแม้โรงแรมตั้งอยู่ใกล้โซนพิพิธภัณฑ์แค่อึดใจเดียว แต่ถ้าคุณไม่อยากเดินทาง โรงแรมมีบริการให้เช่าจักรยานให้คุณได้ปั่นชมเมืองสวยๆ ได้ตามใจต้องการ แถมยังมีซาวน่าและสปาให้บริการอีกด้วย ครบเครื่อง!

ราคา: เริ่มต้นที่ประมาณ 4,400 บาทต่อคืน

ข้อมูลเพิ่มเติม: www.25hours-hotels.com/en/hotels/vienna/at-museumsquartier

แผนที่: 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เมื่อศิลปะมาบรรจบกับที่พัก นี่คือ 5 โรงแรมน่าจองใจกลางกรุงเวียนนา เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/5-hotels-in-vienna-austria-lists/feed/ 0
อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2018 https://thestandard.co/worlds-most-liveable-city-2018/ https://thestandard.co/worlds-most-liveable-city-2018/#respond Tue, 14 Aug 2018 09:28:12 +0000 https://thestandard.co/?p=113472

  ภาพประกอบ: Pichamon Wannasan

The post อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ภาพประกอบ: Pichamon Wannasan

The post อันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2018 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/worlds-most-liveable-city-2018/feed/ 0
กรุงเวียนนาคว้าแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกปี 2018 โค่นเมลเบิร์น แชมป์ 7 ปีซ้อนได้สำเร็จ https://thestandard.co/vienna-the-worlds-most-liveable-cities-in-2018/ https://thestandard.co/vienna-the-worlds-most-liveable-cities-in-2018/#respond Tue, 14 Aug 2018 03:35:19 +0000 https://thestandard.co/?p=113377

Economist Intelligence Unit (EIU) เผยรายงานการจัดอันดับ […]

The post กรุงเวียนนาคว้าแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกปี 2018 โค่นเมลเบิร์น แชมป์ 7 ปีซ้อนได้สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Economist Intelligence Unit (EIU) เผยรายงานการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปีนี้ จากการสำรวจและเก็บข้อมูลด้านความมั่นคงทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ อาชญากรรม สิ่งแวดล้อม การเข้าถึงสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน รวมถึงด้านการศึกษาใน 140 เมืองท่ัวโลก พบว่า

 

กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย คว้าแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกประจำปี 2018 ไปครอง โดยคว้าคะแนนเฉลี่ยรวม 99.1 จากคะแนนเต็ม 100 เฉือนชนะแชมป์เก่า 7 ปีซ้อน อย่างเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ที่ครั้งนี้หล่นไปอยู่อันดับที่ 2 ซึ่งมีคะแนนห่างจากที่ 1 เพียง 0.7 คะแนน นับเป็นครั้งแรกที่เมืองจากทวีปยุโรปคว้าแชมป์ในการจัดอันดับรายการนี้

 

ขณะที่เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของเอเชียอย่างโอซาก้า และโตเกียว ของญี่ปุ่น ก็คว้าอันดับที่ 3 และอันดับที่ 7 จากหัวตาราง โดยใน 10 อันดับแรก มีเมืองที่ตั้งอยู่ในออสเตรเลียและแคนาดาติดอันดับมากที่สุดถึง 3 เมือง ได้แก่ เมลเบิร์น ซิดนีย์ (อันดับที่ 5) และแอดิเลด (อันดับที่ 10) ขณะที่แคนาดามีเมืองคัลการี (อันดับที่ 4) แวนคูเวอร์ (อันดับที่ 6) และโทรอนโต (อันดับที่ 7)

 

กลับมายังเมืองในย่านอาเซียน กัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย คว้าเมืองน่าอยู่ที่สุดในแถบนี้ (อันดับที่ 78) ตามมาด้วยกรุงเทพมหานคร ไทย (อันดับที่ 98), บันดาร์เสรีเบกาวัน บรูไน (อันดับที่ 101), มะนิลา ฟิลิปปินส์ (อันดับที่ 103), ฮานอย เวียดนาม (อันดับที่ 107), โฮจิมินห์ เวียดนาม (อันดับที่ 116), จาการ์ตา อินโดนีเซีย (อันดับที่ 119) และพนมเปญ กัมพูชา (อันดับที่ 125)

 

เมืองอาบีจาน เมืองหลวงเก่าของโกตดิวัวร์ เป็นเมืองที่มีพัฒนาการดีขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา รั้งอันดับที่ 124 ในปีนี้ ตามมาด้วยกรุงฮานอย เวียดนาม และกรุงเบลเกรด เมืองหลวงของเซอร์เบีย

 

โดยกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย คว้าตำแหน่งเมืองที่น่าอยู่น้อยที่สุดในโลกประจำปี 2018 รั้งอันดับสุดท้ายของการจัดอันดับ EIU ในปีนี้ โดยสงครามและความขัดแย้ง รวมถึงภัยก่อการร้าย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เมืองแห่งนี้คว้าอันดับนี้ไป ตามมาด้วยกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ และเมืองลากอส อดีตเมืองหลวงของไนจีเรีย ตามลำดับ

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

The post กรุงเวียนนาคว้าแชมป์เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลกปี 2018 โค่นเมลเบิร์น แชมป์ 7 ปีซ้อนได้สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/vienna-the-worlds-most-liveable-cities-in-2018/feed/ 0
ลอนดอน คว้าตำแหน่งเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา ปี 2018 กรุงเทพฯ รั้งอันดับที่ 54 จาก 101 เมืองทั่วโลก https://thestandard.co/world-best-student-cities-2018/ https://thestandard.co/world-best-student-cities-2018/#respond Thu, 10 May 2018 05:20:01 +0000 https://thestandard.co/?p=89745

กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คว้าตำแหน่งเมืองที่ดีที่สุดสำหร […]

The post ลอนดอน คว้าตำแหน่งเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา ปี 2018 กรุงเทพฯ รั้งอันดับที่ 54 จาก 101 เมืองทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คว้าตำแหน่งเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา ประจำปี 2018 จากการจัดอันดับของ QS Quacquarelli Symonds ที่สำรวจเมืองต่างๆ กว่า 101 เมืองทั่วโลก โดยล้มแชมป์เก่าอย่างมอนทรีออล ประเทศแคนาดา ได้สำเร็จ โดยอันดับที่ 2 และ 3 คือกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ตามลำดับ

 

โดยพิจารณาจาก 6 ตัวชี้วัดคือ ค่าใช้จ่าย (Affordability), ความพึงพอใจและความปรารถนาในการที่จะเข้าศึกษาต่อ (Desirability), อันดับมหาวิทยาลัยภายในเมืองนั้นๆ (Rankings), มุมมองของนักศึกษา (Student View), ความคิดเห็นของนายจ้าง (Employer Activity) และความหลากหลายของนักศึกษา (Student Mix)

 

เมืองต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาไม่ติด 10 อันดับแรกของเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาประจำปีนี้ โดยบอสตันเป็นเมืองที่ดีที่สุดของสหรัฐฯ จากการจัดอันดับครั้งนี้ รั้งอันดับที่ 13 จากหัวตาราง ขยับลง 5 อันดับ แต่อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาก็ยังคงเป็นประเทศที่มีเมืองติดอันดับมากที่สุดถึง 12 เมือง ตามมาด้วยออสเตรเลีย 7 เมือง และอังกฤษ 6 เมือง

 

สิงคโปร์ ยังคงเป็นเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษาในแถบอาเซียนเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตามมาด้วยกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย (อันดับที่ 37)

 

ขณะที่กรุงเทพฯ ที่มีจำนวนมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับใน QS ถึง 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (245), มหาวิทยาลัยมหิดล (334), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (601-650), มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (751-800) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (801-1,000) รั้งอันดับที่ 54 จาก 101 เมืองทั่วโลก ขยับขึ้น 4 อันดับจากปี 2017 ที่ผ่านมา

 

ส่วนกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นอีกหนึ่งเมืองในอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับในครั้งนี้ รั้งอันดับที่ 95 จากท้ายตาราง

 

อ้างอิง:

The post ลอนดอน คว้าตำแหน่งเมืองที่ดีที่สุดสำหรับนักศึกษา ปี 2018 กรุงเทพฯ รั้งอันดับที่ 54 จาก 101 เมืองทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-best-student-cities-2018/feed/ 0
เวียนนาครองแชมป์เมืองน่าอยู่สุดในโลกปี 2018 กรุงเทพฯ อันดับ 132 https://thestandard.co/vienna-quality-of-living/ https://thestandard.co/vienna-quality-of-living/#respond Wed, 21 Mar 2018 11:42:05 +0000 https://thestandard.co/?p=78923

กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งมีสมญานามว่า ‘นครหลวงแห่ […]

The post เวียนนาครองแชมป์เมืองน่าอยู่สุดในโลกปี 2018 กรุงเทพฯ อันดับ 132 appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งมีสมญานามว่า ‘นครหลวงแห่งเสียงดนตรี’ ยังคงรั้งอันดับ 1 เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกอย่างเหนียวแน่น จากการจัดอันดับ 231 เมืองทั่วโลกของ Mercer ประจำปี 2018 ส่วนซูริกของสวิตเซอร์แลนด์ตามมาเป็นอันดับ 2 โอ๊กแลนด์ของนิวซีแลนด์ และมิวนิกของเยอรมนีครองอันดับ 3 ร่วม ขณะที่กรุงเทพมหานครครองอันดับ 132 ในปีนี้ โดยที่กรุงโซลของเกาหลีใต้และโตเกียวของญี่ปุ่นอันดับร่วงลงจากปีก่อน

 

 

รายงาน Quality of Living ของ Mercer เข้าสู่ขวบปีที่ 20 ในปีนี้ และเช่นเคย Mercer บริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำของโลกได้สำรวจสภาพความเป็นอยู่ของประชากรในกว่า 450 เมืองทั่วโลก ซึ่งปีนี้มีการจัดอันดับทั้งหมด 231 เมือง โดยวิเคราะห์และประเมินข้อมูลต่างๆ ในช่วงระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ปี 2017 ครอบคลุม 39 ปัจจัยใน 10 หมวดใหญ่ๆ ดังนี้

 

  • สภาพแวดล้อมทางการเมืองและสังคม (ดูว่าการเมืองมีเสถียรภาพหรือไม่ เกิดปัญหาอาชญากรรมมากน้อยแค่ไหน และประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น)
  • สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ (ดูกฎเกณฑ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยน บริการระบบธนาคาร)
  • สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม (การเปิดกว้างในการใช้สื่อต่างๆ และเสรีภาพส่วนบุคคล)
  • การแพทย์และสุขอนามัย (ระบบบริการสาธารณสุขที่ครอบคลุมทั่วถึง การแพร่ระบาดโรคติดต่อ ปัญหามลพิษ เป็นต้น)
  • ระบบคมนาคมขนส่งที่สะดวกสบาย มีความครอบคลุม และปลอดภัย
  • มาตรฐานและโอกาสเข้าถึงการศึกษา ตลอดจนจำนวนโรงเรียนและสถาบันการศึกษาที่รองรับ
  • สถานที่สันทนาการ เช่น ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ โรงละคร สนามกีฬา และสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นต้น
  • สินค้าอุปโภคบริโภค (ดูว่าขาดแคลนอาหารและน้ำดื่มหรือไม่ มีสินค้าหลากหลายเพียงใด)
  • ที่อยู่อาศัย (พิจารณาจากราคาบ้าน การเช่าบ้าน เครื่องใช้ภายในบ้าน เฟอร์นิเจอร์ และบริการซ่อมแซมต่างๆ)
  • สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ (สภาพอากาศและสถิติการเกิดภัยธรรมชาติ)

 

 

เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ ข้างต้น ทำให้กรุงเวียนนายังคงถูกยกให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ด้วยจุดเด่นด้านความปลอดภัยของพลเมืองและชาวต่างชาติ ระบบขนส่งสาธารณะที่ดีเยี่ยม บริการสาธารณสุขที่ครอบคลุมทั่วถึง ราคาบ้านที่ปรับตัวในระดับปานกลาง ตลอดจนความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความเพียบพร้อมของสถานที่สันทนาการต่างๆ ขณะที่นครมิวนิกของเยอรมนีไต่ 3 อันดับขึ้นมาเป็นรองแชมป์ในปีนี้ ส่วนเมืองที่มีคุณภาพชีวิตแย่ที่สุดในโลกและรั้งท้ายในรายงานฉบับนี้คือกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก

 

 

เมื่อแยกดูตามภูมิภาค เริ่มที่เอเชียแปซิฟิก สิงคโปร์ยังคงรั้งอันดับ 1 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเอเชียและครองอันดับ 25 ของโลกในปี 2018 ขณะที่กรุงเทพมหานครของไทยลดลง 1 อันดับจากปี 2017 มาอยู่ในอันดับ 132 ของโลก  

 

ส่วนกรุงโตเกียวยังคงเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น ทว่าโดยรวมอันดับร่วงลงจากที่ 47 ในปีที่แล้วมาอยู่อันดับ 50 ของโลกในปีนี้ร่วมกับนครโกเบ ขณะที่โยโกฮามะ โอซาก้า และนาโกยา ครองอันดับ 55, 59 และ 64 ตามลำดับ

 

 

สำหรับเมืองจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่มีอันดับดีสุดในปีนี้คือนครเซี่ยงไฮ้ เมืองท่าสำคัญ ซึ่งอยู่ในอันดับ 103 ส่วนกรุงปักกิ่งเมืองหลวง ครองอันดับ 119 แต่เมืองในเอเชียที่ไต่อันดับดีที่สุดในปีนี้คือเมืองเซินเจิ้น พุ่งขึ้นจากอันดับ 136 ในปีที่แล้ว สู่อันดับ 130 ในปีนี้ โดยปัจจัยสำคัญมาจากปัญหามลพิษในอากาศที่บรรเทาลง ขณะที่ฮ่องกงอยู่ในอันดับ 71 และกรุงไทเปของไต้หวัน รั้งอันดับ 84

 

 

ด้านกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของคนไทย อยู่ในอันดับ 79 ในปีนี้ ขณะที่หลายเมืองในโซนโอเชียเนียยังคงทำอันดับได้ดีในปีนี้ ได้แก่ โอ๊กแลนด์ (3), ซิดนีย์ (10), เวลลิงตัน (15), และเมลเบิร์น (16)

 

ส่วนเมืองอื่นๆ ในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนของไทย ประกอบด้วย กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย อันดับ 85, กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ อันดับ 137, และกรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย อันดับ 142

 

ส่วนเมืองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่อันดับแย่ที่สุดในปีนี้คือ กรุงธากาของประเทศบังกลาเทศ อยู่ในอันดับ 216 ของโลก ขณะที่กรุงแบกแดดในภูมิภาคตะวันออกกลางรั้งท้ายสุดในอันดับ 231

 

ข้ามมาที่ภูมิภาคยุโรป ซึ่งปีนี้มีเมืองติดทำเนียบท็อป 10 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลกถึง 8 เมืองด้วยกัน ได้แก่ เวียนนา ซึ่งครองแชมป์ 9 สมัยซ้อน ซูริก (2), มิวนิก (3), ดุสเซลดอร์ฟ (6), แฟรงก์เฟิร์ต (7), เจนีวา (8), โคเปนเฮเกน (9) และบาเซิล (10) ส่วนเมืองใหญ่อื่นๆ ได้แก่ อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์), เบอร์ลิน (เยอรมนี), สตอกโฮล์ม (สวีเดน), บรัสเซลส์ (เบลเยียม), ปารีส (ฝรั่งเศส), ลอนดอน (อังกฤษ), มิลาน (อิตาลี) และบาร์เซโลนากับมาดริด (สเปน) อยู่ในอันดับ 12, 13, 23, 27, 39, 41, 42, 43 และ 49 ตามลำดับ

 

 

ส่วนเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในอเมริกาเหนือคือ นครแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา อยู่ในอันดับ 5 ของโลก ตามมาด้วยโทรอนโตและออตตาวาของแคนาดาเช่นกันในอันดับ 16 และ 19 ตามลำดับ ขณะที่เมืองน่าอยู่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาคือ นครซานฟรานซิสโก ซึ่งอยู่ในอันดับ 30 ของโลก รองลงมาคือบอสตันและโฮโนลูลูในอันดับ 35 และ 36 ตามลำดับ ส่วนมหานครนิวยอร์ก เมืองหลวงทางการเงินของโลก อยู่ในอันดับ 45 และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รั้งอันดับ 48  

 

เมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ปี 2018 (100 อันดับแรก)

อันดับ เมือง, ประเทศ

1. เวียนนา, ออสเตรีย

2. ซูริก, สวิตเซอร์แลนด์

3. โอ๊กแลนด์, นิวซีแลนด์

3. มิวนิก, เยอรมนี

5. แวนคูเวอร์, แคนาดา

6. ดุสเซลดอร์ฟ, เยอรมนี

7. แฟรงก์เฟิร์ต, เยอรมนี

8. เจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์

9. โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก

10. บาเซิล, สวิตเซอร์แลนด์

10. ซิดนีย์, ออสเตรเลีย

12. อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์

13. เบอร์ลิน, เยอรมนี

14. เบิร์น, สวิตเซอร์แลนด์

15. เวลลิงตัน, นิวซีแลนด์

16. เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย

16. โทรอนโต, แคนาดา

18. ลักเซมเบิร์ก, ลักเซมเบิร์ก

19. ออตตาวา, แคนาดา

19. ฮัมบูร์ก, เยอรมนี

21. เพิร์ท, ออสเตรเลีย

21. มอนทรีออล, แคนาดา

23. สตอกโฮล์ม, สวีเดน

23. เนิร์นแบร์ก, เยอรมนี

25. สิงคโปร์, สิงคโปร์

25. ออสโล, นอร์เวย์

27. บรัสเซลส์, เบลเยียม

28. สตุตการ์ต, เยอรมนี

29. อเดเลด, ออสเตรเลีย

30. แคนเบอร์รา, ออสเตรเลีย

30. ซานฟรานซิสโก, สหรัฐฯ

32. เฮลซิงกิ, ฟินแลนด์

33. แคลการี, แคนาดา

34. ดับลิน, ไอร์แลนด์

35. บอสตัน, สหรัฐฯ

36. โฮโนลูลู, สหรัฐฯ

37. บริสเบน, ออสเตรเลีย

38. ลิสบอน, โปรตุเกส

39. ปารีส ฝรั่งเศส

40. ลียง, ฝรั่งเศส

41. ลอนดอน, สหราชอาณาจักร

42. มิลาน, อิตาลี

43. บาร์เซโลนา, สเปน

44. ซีแอตเทิล, สหรัฐฯ

45. นิวยอร์ก, สหรัฐฯ

46. เอดินบะระ, สหราชอาณาจักร

47. ชิคาโก, สหรัฐฯ

48. วอชิงตัน ดี.ซี., สหรัฐฯ

49. มาดริด, สเปน

50. โตเกียว, ญี่ปุ่น

50. โกเบ, ญี่ปุ่น

50. เบอร์มิงแฮม, สหราชอาณาจักร

50. กลาสโกว์, สหราชอาณาจักร

50. ฟิลาเดลเฟีย, สหรัฐฯ

55. โยโกฮามะ, ญี่ปุ่น

55. พิตต์สเบิร์ก, สหรัฐฯ

57. โรม, อิตาลี

58. อาเบอร์ดีน, สหราชอาณาจักร

59. โอซาก้า, ญี่ปุ่น

60. ไลป์ซิก, เยอรมนี

61. มินนิอาโปลิส, สหรัฐฯ

62. ดัลลัส, สหรัฐฯ

63. แอตแลนตา, สหรัฐฯ

64. ลอสแอนเจลิส, สหรัฐฯ

64. นาโกยา, ญี่ปุ่น

64. ฮิวส์ตัน, สหรัฐฯ

64. ไมอามี, สหรัฐฯ

68. เบลฟาสต์, สหราชอาณาจักร

69. ปราก, สาธารณรัฐเชก

70. เซนต์หลุยส์, สหรัฐฯ

71. ดีทรอยต์, สหรัฐฯ

71. ฮ่องกง, ฮ่องกง

73. Pointe-à-Pitre Guadeloupe

74. ดูไบ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

75. ลุบยานา, สโลวีเนีย

76. บูดาเปสต์, ฮังการี

77. อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

77. มอนเตวิเดโอ, อุรุกวัย

79. โซล, เกาหลีใต้

80. บราติสลาวา, สโลวาเกีย

81. วิลเนียส, ลิทัวเนีย

82. วอร์ซอว์, โปแลนด์

83. พอร์ตหลุยส์, มอริเชียส

84. ไทเป, ไต้หวัน

85. กัวลาลัมเปอร์, มาเลเซีย

86. เอเธนส์, กรีซ

87. ลิมาสโซล, ไซปรัส

87. ทาลลินน์, เอสโตเนีย

89. เดอร์บัน, แอฟริกาใต้

90. ริกา, แลตเวีย

91. บัวโนสไอเรส, อาร์เจนตินา

92. ซานติอาโก, ชิลี

93. ปูซาน, เกาหลีใต้

94. เคปทาวน์, แอฟริกาใต้

95. โยฮันเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้

96. ซานฮวน, เปอร์โตริโก

96. ปานามาซิตี้, ปานามา

98. วิกตอเรีย, เซเชลส์

98. ซาเกร็บ, โครเอเชีย

100. วรอตสวัฟ, โปแลนด์

 

อ้างอิง:

  • Mercer Quality of Living Survey 2018

The post เวียนนาครองแชมป์เมืองน่าอยู่สุดในโลกปี 2018 กรุงเทพฯ อันดับ 132 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/vienna-quality-of-living/feed/ 0
กรุงเทพฯ ติดเมืองเครียดสุดในโลกอันดับ 47 จาก 150 ชตุทท์การ์ทแชมป์เครียดน้อยสุด https://thestandard.co/stressful-cities-ranking-2017/ https://thestandard.co/stressful-cities-ranking-2017/#respond Fri, 15 Sep 2017 01:23:37 +0000 https://thestandard.co/?p=27345

     แตรรถกลางเมืองที่แผดเสียงจนปวดหู ผู […]

The post กรุงเทพฯ ติดเมืองเครียดสุดในโลกอันดับ 47 จาก 150 ชตุทท์การ์ทแชมป์เครียดน้อยสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

     แตรรถกลางเมืองที่แผดเสียงจนปวดหู ผู้คนที่หนาแน่นบนการคมนาคมสาธารณะ ฝุ่นควันที่สูดดมเข้าไปในแต่ละวัน บรรยากาศและปัญหาที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกต้องกุมขมับ ความเครียดอยู่ใกล้ตัวคนเมืองประหนึ่งอากาศหายใจ จนนำมาสู่การเปรียบหาสวรรค์บนดินว่านครไหนในโลกที่ทำให้คนรู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด

 

เมืองที่เครียดมากสุด อันดับที่ 1 ของโลก

กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก

เมืองที่เครียดมากสุด อันดับที่ 2 ของโลก

กรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน

 

     ผลสำรวจของ Zipjet ที่นำข้อมูลเมืองใหญ่ 150 แห่งทั่วโลกมาเทียบความเครียดจากปัจจัยอย่างความหนาแน่น พื้นที่สีเขียว อัตราการว่างงาน การจราจร หรือสุขภาพจิต ยกแชมป์นครที่เครียดน้อยสุดในโลกให้ ‘ชตุทท์การ์ท’ ของเยอรมนีไป

 

‘ชตุทท์การ์ท’ ประเทศเยอรมนี เมืองที่เครียดน้อยที่สุดในโลก

ฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี

มิวนิก ประเทศเยอรมนี

 

     ไม่เพียงเท่านั้น เมืองอีกสามแห่งจากประเทศเยอรมนีอย่าง ฮันโนเวอร์ มิวนิก และฮัมบูร์ก ต่างติด 10 อันดับแรกด้วย โดยอยู่ที่อันดับ 3,  5 และ 9 (ร่วม) ตามลำดับ

 

เมืองเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

 

     สำหรับรองแชมป์ตกเป็นของกรุงลักเซมเบิร์ก ตามมาที่อันดับ 4 ตกเป็นของเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่วนบอร์โดซ์ของฝรั่งเศสได้คะแนนที่อันดับ 6 และถัดมาเป็นของเอดินบะระ ประเทศสกอตแลนด์

     ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เป็นเมืองใหญ่เมืองเดียวนอกยุโรปที่ติดกลุ่มอันดับนี้ โดยอยู่ที่อันดับ 8 ขณะที่อันดับ 9 ร่วมอีกตำแหน่งอยู่ที่ กราซของออสเตรีย

     สำหรับนครชื่อดังในโลกมักมีอันดับอยู่กลางๆ ของผลสำรวจ โดยกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อยู่ที่อันดับ 70 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นด้อยกว่า 2 อันดับ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสตกลงบนอันดับที่ 78 และนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่อันดับ 84

 

ปัญหามหานคร

     ด้วยปัญหาสุขภาพจิตกำลังพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ฟลอเรียน ฟาร์เบอร์ (Florian Farber) กรรมการผู้จัดการ Zipjet หวังว่า “การชี้ให้เห็นว่าเมืองที่เครียดน้อยสุดจัดการปัญหานี้อย่างไร อาจช่วยให้เมืองที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดสามารถก้าวข้ามเรื่องเหล่านั้นได้”

     สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ชตุทท์การ์ทครองอันดับหนึ่งได้มาจากพื้นที่สีเขียว โดยเดวิด มูส (David Moos) ศาสตราจารย์ด้านการประชาสัมพันธ์ในเมืองดังกล่าวระบุว่า ความเขียวในเมืองมีผลในการช่วยลดความเครียดได้

     กรุงคูเวตซิตีของประเทศคูเวต ครองแชมป์ความหนาแน่นประชากรน้อยสุด ตามหลังมาด้วยลักเซมเบิร์ก

     ขณะที่ประชาชนชาวสิงคโปร์พึงพอใจการคมนาคมสาธารณะของประเทศมากที่สุด ส่วนเรื่องการจราจรไม่เป็นเรื่องน่าหนักใจเลยในเมืองไลพ์ซิกของเยอรมนี

     หากอยากพัฒนาเรื่องความรู้สึกปลอดภัยในเมืองควรต้องศึกษาแบบอย่างของกรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือไม่ก็โอซากา ประเทศญี่ปุ่นที่ตามมาติดๆ

     เรื่องแสงแดดก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนรู้สึกตึงเครียดน้อยลงเช่นกันในผลสำรวจนี้ โดยกลุ่ม 10 ประเทศแรกที่ครองอันดับนี้ส่วนมากมาจากตะวันออกกลาง แต่สำหรับอันดับที่หนึ่งตกเป็นของกรุงดามัสกัสในซีเรีย

 

มลภาวะ

     ไมอามีในสหรัฐอเมริกา มีคะแนนความสบายใจจากมลภาวะทางอากาศสูงที่สุดจากการสำรวจ แต่สำหรับความสบายหูที่ไม่ต้องทนฟังมลภาวะทางเสียงต้องยกให้นครอาบีจานจากไอวอรีโคสต์ ส่วนกรุงอันตานานาริโวในมาดากัสการ์ประสบมลภาวะทางแสงต่ำสุดในโลก

 

เงินคืองาน บันดาลสุข

     การมีงานทำย่อมนำมาซึ่งรายได้ โดยเมืองหลวงในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาเป็นสถานที่ที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการว่างงาน ส่วนกรุงบันดาร์เสรีเบกาวันของเพื่อนร่วมอาเซียนอย่างบรูไนครองอันดับหนึ่งความมีหนี้ต่อหัวน้อยสุดในโลก

     กรุงเอเธนส์ของกรีซมีคะแนนสูงสุดในแง่ประกันสังคม แม้จะมีการประท้วงการเพิ่มภาษีในช่วงต้นปีนี้ก็ตาม ขณะที่อำนาจซื้อต่อครัวเรือนไม่ใช่เรื่องเครียดในเมืองมิวนิกของเยอรมนี

 

ความเท่าเทียมและสุขภาพ

     ปัญหาสุขภาพจิตที่ถือเป็นเรื่องหลักในการสำรวจครั้งนี้ ซึ่งไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในกรุงลักเซมเบิร์ก หรือบอร์โดซ์ของฝรั่งเศสนัก โดยในบรรดา 10 ชื่อแรกที่มีคะแนนสูงในประเภทนี้มีถึง 6 เมืองที่ติดเมืองเครียดน้อยสุดในโลกด้วย

     กรุงเรคยาวิกของไอซ์แลนด์ทำคะแนนได้ดีที่สุดในด้านสุขภาพกาย และเป็นเมืองที่มีความเท่าเทียมทางเพศที่สุดในการสำรวจด้วย

     ขณะที่ความเท่าเทียมทางเชื้อชาติมีถึงสามแห่งที่แบ่งอันดับหนึ่งรวมกันไปครอง และยังมาจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมดด้วยอย่าง ซานฟรานซิสโก บอสตัน และซีแอตเทิล

 

เมืองที่เครียดมากสุด อันดับที่ 47 ของโลก กรุงเทพมหานครฯ


ความเครียดในเมืองชื่อยาวสุดในโลก
     เมืองหลวงประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานครฯ ไม่หลุดจากการสำรวจด้วยเช่นกัน โดยครองอันดับ 47 เมืองที่เครียดที่สุดในโลก

     หลายคนอาจรู้สึกตะขิดตะขวงหากได้ทราบว่า ความเครียดจากปัญหาจราจรในบางกอกไม่ได้ครองอันดับหนึ่ง แต่ชิงตำแหน่งที่ 11 ไป กรุงเทพฯ ยังครองอันดับยอดแย่ในส่วนของประกันสังคมที่อันดับ 16 และยังรวมถึงอำนาจซื้อต่อครอบครัวที่อันดับ 18 ด้วย
     อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่สุดในนครแห่งเทพนี้เป็นประเด็นของสุขภาพจิต ด้วยคะแนนที่ 9.52 ทำให้เมืองหลวงประเทศไทยถูกจัดไว้ในอันดับ 8
     ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยผ่านบทสำรวจอาจดูเหมือนกรุงเทพฯ ไม่มีสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดทอนความเครียดของผู้คนเลย แชมป์ชื่อเมืองยาวสุดบนโลกแห่งนี้ยังมีข่าวดีในเรื่องของอัตราการว่างงาน ตามข้อมูลชิ้นนี้ ปัญหาตกงานน้อยมากเป็นอันดับที่ 3

 

Photo: shutterstock

อ้างอิง:

The post กรุงเทพฯ ติดเมืองเครียดสุดในโลกอันดับ 47 จาก 150 ชตุทท์การ์ทแชมป์เครียดน้อยสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/stressful-cities-ranking-2017/feed/ 0