เมืองท่องเที่ยว Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เมืองท่องเที่ยว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 23 Jul 2024 06:31:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ลิสต์ 10 เมืองท่องเที่ยวที่ ‘ปลอดภัยที่สุด’ สิงคโปร์อันดับ 1 ของโลก ขณะที่เมืองการากัส ประเทศเวเนซุเอลา ‘เสี่ยงที่สุด’ https://thestandard.co/10-safest-destination-in-the-world-for-travelers/ Tue, 23 Jul 2024 06:31:50 +0000 https://thestandard.co/?p=961533 สิงคโปร์

ผลการศึกษาของ Forbes Advisor เผย สิงคโปร์ได้รับการจัดอั […]

The post ลิสต์ 10 เมืองท่องเที่ยวที่ ‘ปลอดภัยที่สุด’ สิงคโปร์อันดับ 1 ของโลก ขณะที่เมืองการากัส ประเทศเวเนซุเอลา ‘เสี่ยงที่สุด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิงคโปร์

ผลการศึกษาของ Forbes Advisor เผย สิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับนักท่องเที่ยว

 

โดยการศึกษานี้วิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ เช่น อาชญากรรม คุณภาพการดูแลสุขภาพ และความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โดยจัดคะแนนความปลอดภัยตั้งแต่ 0-100 ซึ่งเมืองที่มีคะแนนต่ำสุดคือเมืองที่ปลอดภัยที่สุด

 

และผลของการศึกษาครั้งนี้ สิงคโปร์ได้คะแนน 0 คะแนน

 

รายงานระบุว่า จากเมืองที่วิเคราะห์ทั้งหมด 60 เมือง เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติน้อยที่สุด และมีความเสี่ยงด้านสุขภาพและโครงสร้างพื้นฐานเป็นอันดับสองที่ต่ำที่สุด

 

การศึกษายังวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางดิจิทัล ซึ่งนิยามว่าเป็นความสามารถในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างอิสระโดยไม่ต้องกลัวการโจมตีทางออนไลน์หรือการละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยสิงคโปร์ได้รับการจัดอันดับว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลเป็นอันดับสองที่ต่ำที่สุดในรายการ

 

ส่วนอันดับที่ 2 และ 3 รองจากสิงคโปร์ คือโตเกียวและโทรอนโต โดยโตเกียวได้รับการจัดอันดับว่ามีความเสี่ยงด้านสุขภาพต่ำที่สุด ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงคุณภาพของบริการด้านสุขภาพในเมือง และมีความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นอันดับ 5 ที่ต่ำที่สุด

 

จากการศึกษายังพบอีกว่าญี่ปุ่นและออสเตรเลียเป็นประเทศเดียวที่มีสองเมืองติดอยู่ในรายการ 10 อันดับแรกของการศึกษา ได้แก่

 

  1. สิงคโปร์
  2. โตเกียว, ญี่ปุ่น
  3. โทรอนโต, แคนาดา
  4. ซิดนีย์, ออสเตรเลีย
  5. ซูริก, สวิตเซอร์แลนด์
  6. โคเปนเฮเกน, เดนมาร์ก
  7. โซล, เกาหลีใต้
  8. โอซาก้า, ญี่ปุ่น
  9. เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย
  10. อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์

 

ขณะที่ฝั่งเมืองที่ได้รับการจัดอันดับว่า ‘เสี่ยงที่สุด’ มีเพียงเมืองเดียวที่ได้รับ 100 คะแนน คือ การากัส ประเทศเวเนซุเอลา

 

รายงานการศึกษากล่าวว่า เมืองนี้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงสุด เนื่องจากคุณภาพและระดับของบริการด้านสุขภาพและโครงสร้างพื้นฐานที่ต่ำ อัตราการเกิดอาชญากรรมของการากัสยังส่งผลให้เมืองนี้ได้รับการจัดอันดับความปลอดภัยในการเดินทางต่ำสุดจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับคำแนะนำอยู่ในระดับ 4 ด้านการห้ามเดินทาง

 

เว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า ‘ห้ามเดินทางไปเวเนซุเอลาเนื่องจากอาชญากรรม ความไม่สงบทางการเมือง การลักพาตัว และการบังคับใช้กฎหมายท้องถิ่นโดยพลการ และควรพิจารณาการเดินทางอีกครั้งเนื่องจากการควบคุมตัวโดยมิชอบธรรม การก่อการร้าย และโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่ย่ำแย่’

 

นอกจากนี้เมืองการาจีของปากีสถานถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่เสี่ยงเป็นอันดับ 2 ในการศึกษาครั้งนี้ โดย Forbes Advisor จัดอันดับให้การาจีมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลสูงสุด และมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานเป็นอันดับ 4 ที่สูงที่สุด

 

“การก่อการร้ายและความรุนแรงจากการกระทำของกลุ่มหัวรุนแรง นำไปสู่การโจมตีพลเรือน รวมถึงเป็นเป้าหมายทางทหารและตำรวจในท้องถิ่นโดยไม่เลือกหน้า” กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุไว้ในคำแนะนำการเดินทางที่เผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2023 โดยให้คำแนะนำในระดับ 3 ซึ่งเป็นการเตือนนักท่องเที่ยวให้พิจารณาการเดินทางอีกครั้ง

 

อ้างอิง:

The post ลิสต์ 10 เมืองท่องเที่ยวที่ ‘ปลอดภัยที่สุด’ สิงคโปร์อันดับ 1 ของโลก ขณะที่เมืองการากัส ประเทศเวเนซุเอลา ‘เสี่ยงที่สุด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อิสตันบูล’ ขึ้นแท่นเมืองที่มีผู้มาเยือนมากสุดในปี 2023 กรุงเทพฯ รั้งอยู่ในอันดับ 7 https://thestandard.co/istanbul-most-visited-city-2023/ Mon, 12 Feb 2024 03:11:07 +0000 https://thestandard.co/?p=898638

Euromonitor International ได้เผยแพร่ลิสต์รายชื่อ Top 10 […]

The post ‘อิสตันบูล’ ขึ้นแท่นเมืองที่มีผู้มาเยือนมากสุดในปี 2023 กรุงเทพฯ รั้งอยู่ในอันดับ 7 appeared first on THE STANDARD.

]]>

Euromonitor International ได้เผยแพร่ลิสต์รายชื่อ Top 100 City Destinations หรือ 100 เมืองทั่วโลกที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจนพากันไปเยือนมากที่สุดประจำปี 2023 พบว่า นครอิสตันบูลของตุรกี ขึ้นแท่นเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดในปี 2023 ด้วยปริมาณนักท่องเที่ยวมากกว่า 20 ล้านคน 

 

รายงานดังกล่าวดำเนินการด้วยการเปรียบเทียบเมืองต่างๆ โดยใช้ 55 ตัวชี้วัดใน 6 หมวดหมู่ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว สุขภาพและความปลอดภัย ความยั่งยืน ประสิทธิภาพการท่องเที่ยว และอื่นๆ ซึ่งผลการวิเคราะห์ของ Euromonitor International ยังช่วยให้ทราบถึงเมือง 10 อันดับแรกของโลกที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด 

 

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า สถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2023 โดยมีการเติบโตถึง 38% ในแง่ของจำนวนการเดินทาง ซึ่งจำนวนดังกล่าวคาดว่าจะสูงถึง 1.3 พันล้านครั้งภายในสิ้นปี 2024

 

ด้าน Nadejda Popova ผู้จัดการอาวุโสของ Euromonitor International กล่าวถึงข้อค้นพบของรายงานว่า สิ่งที่บรรดาผู้บริโภคคาดหวังสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวหลังโควิด คือการมองหาข้อเสนอการเดินทางที่คุ้มค่าเงินเมื่อต้องจองการเดินทาง ซึ่งความคาดหวังดังกล่าวจะมีส่วนในการช่วยผลักดันความต้องการของผู้บริโภคในการเดินทางข้ามภูมิภาคที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นที่แท้จริง นอกเหนือจากทางเลือกการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

 

สำหรับอันดับหนึ่งอย่างนครอิสตันบูล รายงานระบุว่า ปีที่ผ่านมาอิสตันบูลมีผู้มาเยือนถึง 20.2 ล้านคน เพิ่มขึ้น 26% จากปี 2022 ซึ่งสิ่งดึงดูดหลักมาจากการที่นครแห่งนี้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางประวัติศาสตร์และอารยธรรมของโลก ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากยูเนสโก โดยอิสตันบูลเป็นที่ตั้งของอาคารโบราณและสิ่งปลูกสร้างอายุหลายร้อยปีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น มหาวิหารฮาเจียโซเฟีย พระราชวังท็อปกาปี (Topkapi Palace) กำแพงคอนสแตนติโนเปิล และอื่นๆ อีกมากมาย โดยข้อมูลจาก National Geographic ระบุว่า เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมเมืองอิสตันบูลคือช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วง คือระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคม และช่วงเดือนกันยายน ซึ่งฤดูกาลดังกล่าวยังมีผู้คนพลุกพล่านน้อยกว่าในฤดูร้อนอีกด้วย

 

ส่วนเมืองที่มีผู้คนมาเยือนอันดับที่สองคือ กรุงลอนดอนของอังกฤษ โดยปี 2023 มหานครแห่งนี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนถึง 18.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อนหน้า ซึ่งรายงานระบุอีกว่า นอกจากความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่ลงตัวกับความทันสมัย เช่น พระราชวังบักกิงแฮม ลอนดอนอาย และหอคอยแห่งลอนดอนแล้ว กรุงลอนดอนยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลกที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง สวนสาธารณะ และที่พักโรงแรม 

 

ขณะเดียวกัน อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนมาเยือนกรุงลอนดอนก็คือการเป็นที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง รวมถึง Imperial College และ London School of Economics 

 

ทั้งนี้ 10 อันดับแรกของเมืองที่มีผู้มาเยือนมากสุดมีดังนี้ 

 

อันดับ 1 นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี

อันดับ 2 กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

อันดับ 3 นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

อันดับ 4 เมืองอัลทันยา ประเทศตุรกี 

อันดับ 5 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

อันดับ 6 ฮ่องกง 

อันดับ 7 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 

อันดับ 8 นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 

อันดับ 9 เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก 

อันดับ 10 นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย 

 

ภาพ: Anton Petrus / Getty Images 

อ้างอิง: 

The post ‘อิสตันบูล’ ขึ้นแท่นเมืองที่มีผู้มาเยือนมากสุดในปี 2023 กรุงเทพฯ รั้งอยู่ในอันดับ 7 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เกียวโต’ กำลังจะตาย? เรื่องเหลือเชื่อของเมืองที่รักของนักท่องเที่ยวที่ใกล้ ‘ล้มละลาย’ ทางการคลัง https://thestandard.co/kyoto-is-dying/ Sat, 09 Sep 2023 11:14:04 +0000 https://thestandard.co/?p=839607

ว่ากันว่าในช่วงมหาสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงก่อนที่จะมีกา […]

The post ‘เกียวโต’ กำลังจะตาย? เรื่องเหลือเชื่อของเมืองที่รักของนักท่องเที่ยวที่ใกล้ ‘ล้มละลาย’ ทางการคลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ว่ากันว่าในช่วงมหาสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงก่อนที่จะมีการตัดสินใจทิ้งระเบิดปรมาณู 2 ลูกอันเป็นผลงานจากโปรเจกต์แมนฮัตตันที่ประเทศญี่ปุ่น เมืองหนึ่งที่อยู่ในข่ายการพิจารณาเพราะเป็นเมืองที่มีความสำคัญคือ ‘เกียวโต’ ในฐานะเมืองหลวงเก่าที่ทรงคุณค่าอย่างมากต่อชาวอาทิตย์อุทัย

           

“เกียวโต เมืองนี้ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม” หนึ่งในผู้พิจารณากล่าว “แต่ขอไว้แล้วกัน ผมกับภรรยาไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่เมืองนี้”

           

หากนั่นจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เกียวโตรอดพ้นจากโศกนาฏกรรมได้ ก็คงเป็นเพราะความสวยงามของสถานที่ ความสงบ เรื่องราว และเสน่ห์บางอย่างที่ไม่อาจพบได้ที่ไหนอีก ซึ่งทำให้ใครต่างก็ตกหลุมรักเมืองแห่งนี้ได้ไม่ยากนักหากได้มาเยือนสักครั้ง หรือบางครั้งอาจจะตกหลุมรักตั้งแต่ยังไม่เคยมาเยือนด้วยซ้ำไป

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ใครบ้างจะไม่หลงรักธรรมชาติอันงดงาม และป่าไผ่อันสูงใหญ่ตระการตาของอุทยานประวัติศาสตร์อาราชิยามะ ใครบ้างจะไม่ตะลึงไปกับความสงบของวัดคิโยมิซุ และตระการตาไปกับอารามสีทองของวัดคินคะคุจิ หรือเสาโทริอินับพันต้นของวัดฟูชิมิอินาริ และใครบ้างจะไม่อยากเดินชมความงดงามของย่านกิออน

           

ในแต่ละปีมีนักเดินทางจำนวนมากมายที่มาเยือนเมืองแห่งนี้ ภาพของผู้คนคราคร่ำเบียดเสียดทั้งตามสถานที่ท่องเที่ยว ไปจนถึงในระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถบัสและรถไฟ และร้านอาหารที่ผู้คนต่อคิวกันแน่นขนัด

           

แต่ทั้งหมดนั้นเป็นภาพของเกียวโตจากภายนอกที่สวยงาม

           

สิ่งที่คนมากมายไม่ได้ล่วงรู้มาก่อนคือ เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยปัญหามากมาย และปัญหาเหล่านั้นอาจทำให้เกียวโตถึงแก่ความตายได้เลยทีเดียว

           

เกิดอะไรขึ้นกับเมืองอันเป็นที่รักของนักเดินทาง?

 

เกียวโตกำลังจะล้มละลาย

 

“เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต มีโอกาสที่เราจะล้มละลายใน 10 ปี”

           

คำกล่าวนี้หากมาจากพ่อค้าแม่ขายตามสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย (เกียวโตเมืองเดียวมีมรดกโลกที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกมากถึง 17 แห่ง) ก็อาจฟังดูไม่เท่าไร แต่เมื่อมันเป็นคำพูดจากพ่อเมืองอย่าง ไดซากุ คาโดคาวา นายกเทศมนตรีเมืองเกียวโต ที่เปิดเผยต่อสาธารณะเมื่อปี 2021 เรื่องนี้จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที

           

นั่นเพราะคำว่าล้มละลายเป็นคำที่รุนแรง และไม่ใช่คำที่จะพูดกันส่งเดช

           

สาเหตุที่ทำให้นายกเทศมนตรีออกมาพูดนั้นเป็นเพราะสถานการณ์หนี้สินของเมืองเกียวโตเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังวิกฤตโควิด เมืองที่เคยรองรับนักท่องเที่ยวมากถึง 31 ล้านคนเมื่อปี 2019 แทบไม่เหลือนักท่องเที่ยวเลย

 

ภาพ: Getty Images

 

ในปี 2021 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนเกียวโตแค่เพียง 250,000 คนเท่านั้น น้อยที่สุดตั้งแต่เคยมีการเก็บข้อมูลสถิติเอาไว้เมื่อปี 1964

 

การหายไปของนักท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกียวโตกำลังเผชิญกับภาวะหนี้สินมากมาย มีการพยากรณ์ว่าหนี้สินจะแตะถึงระดับ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 70,440 ล้านบาทภายใน 10 ปีข้างหน้า จากวันที่นายกเทศมนตรีคาโดคาวาได้บอกไว้ หรือจะเกิดขึ้นภายในปี 2031

           

ภาระหนี้สินจำนวนดังกล่าวมากมายเกินกว่าที่เมืองจะแบกรับได้ไหว และหากแบกรับไม่ไหวนั่นอาจหมายถึงการล้มละลายทางการคลัง ซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ยิ่ง

 

ทางรถไฟสายยมทูต

 

ถ้าหากการหายไปของนักท่องเที่ยวคือต้นตอของปัญหา การกลับมาของนักท่องเที่ยวภายหลังจากที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศ (และมีคนไทยมากมายที่ไปเที่ยวโดยไม่สนว่าค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักจะเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน) นั่นก็น่าจะทำให้สถานการณ์ในตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้วใช่ไหม?

           

คำตอบนั้นมีทั้งใช่และไม่ใช่

 

           

การกลับมาของนักท่องเที่ยวหมายถึงภาคธุรกิจที่กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากซบเซาเหงาเงียบมานาน ร้านค้าคึกคัก ข้าวของขายดี ร้านอาหารคิวแน่นทะลัก

           

แต่ปัญหาของเกียวโตลึกและยากมากกว่านั้น เพราะต้นตอของวิกฤตที่เกิดขึ้นแล้ว และยังดำเนินต่อไปในทุกวันนั้นมาจาก ‘รถไฟใต้ดิน’

           

เรื่องนี้ฟังผิวเผินอาจยากจะเข้าใจ การมีระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟใต้ดินมันไม่ดีตรงไหน? ชาวเมืองหรือนักท่องเที่ยวต่างก็ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ดีต่อสภาพแวดล้อม อากาศเมืองเกียวโตจึงได้สดชื่นไง

           

สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือ การมีระบบขนส่งขนาดใหญ่อย่างรถไฟใต้ดินเป็นเรื่องดีก็จริง แต่มันหมายถึงการลงทุนมหาศาลด้วยเช่นกัน ซึ่งสำหรับเมืองเกียวโตมีรถไฟใต้ดินอยู่ด้วยกัน 2 สาย หนึ่งคือสายคาราสุมะ ซึ่งเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1981 และอีกหนึ่งสายคือสายโตไซ

           

สายคาราสุมะถือว่าเป็นสายหลักสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะผ่านแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ทำให้มีรายได้เพียงพอที่จะดูแลตัวเองได้ ปัญหาจึงอยู่ที่สายโตไซซึ่งเป็นปัญหาตั้งแต่เริ่มอนุมัติการก่อสร้าง

           

ปัญหานั้นเริ่มตั้งแต่เรื่องใหญ่ที่สุดอย่างปัญหาเรื่อง ‘ต้นทุน’ ในการก่อสร้าง เนื่องจากเป็นรถไฟใต้ดินสายที่เกิดขึ้นใหม่ ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างจึงสูงมาก อีกทั้งยังเกิดอุปสรรคมากมายในการก่อสร้าง เมื่อมีการพบโบราณวัตถุในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงักเป็นพักๆ

           

เมื่อรวมกับการก่อสร้างในยุคฟองสบู่ ต้นทุนในการก่อสร้างจึงบานปลายมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 40% ด้วยกัน กลายเป็น 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.4 แสนล้านบาท

           

สิ่งที่แย่ที่สุดคือต้นทุนสูง แต่รายได้กลับต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมาก ตั้งแต่เริ่มเปิดใช้งานสายโตไซเมื่อปี 1997 ก็ไม่เคยมีตัวเลขสีเขียวให้ชื่นใจเลย เพราะนักท่องเที่ยวกลับใช้สายคาราสุมะเป็นหลักมากกว่า

           

สายโตไซจึงเผชิญกับภาวะการขาดทุนมาโดยตลอด

           

เพื่อห้ามเลือดสภาเมืองจึงต้องช่วยเหลือ แต่การกู้เงินเพื่อมาประคับประคองกิจการไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา ในทางตรงกันข้ามมันกลับเป็นการสร้างปัญหาในระยะยาวแทน

           

และที่เลวร้ายกว่านั้นคือมันไม่ได้เป็นแค่ปัญหาใหญ่ปัญหาเดียว

 

เกียวโตไม่มีสตางค์

 

เกียวโตยังมีปัญหาจากการบริหารงานที่ผิดพลาด เช่น การปรับปรุงที่ว่าการของเมืองใหม่ให้มีความทันสมัยและสวยงามขึ้น ติดตั้งบานกระจกรอบอาคารที่มีการตกแต่งกำแพงในแบบสถาปัตยกรรมยุโรป มีห้องชงชาแบบญี่ปุ่น มีรูฟท็อปด้านบน และชั้นใต้ดินที่เชื่อมกับสถานีรถไฟใต้ดิน

           

การปรับปรุงที่ว่าการเมืองใช้งบประมาณถึง 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ​ หรือกว่า 4.2 พันล้านบาท ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการใช้เงินอย่างเปล่าประโยชน์เพราะแทบไม่มีใครมาใช้

           

แต่นั่นก็ไม่เท่ากับปัญหาใหญ่ที่มองไม่เห็นทางออก เพราะมันยากจะเชื่อว่าเกียวโตเป็นเมืองที่มีปัญหาเรื่องของโครงสร้างรายได้ เพราะในความยิ่งใหญ่อันงดงามด้วยประวัติศาสตร์ของเมืองนั้น แลกมาด้วยการที่เมืองไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

           

อย่างที่เรารู้กันว่าเกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่าที่ต้องการอนุรักษ์ไว้ ในแง่หนึ่งคือการเก็บรักษาสิ่งดีๆ เอาไว้ให้คนรุ่นต่อไป แต่ในอีกด้านคือปัญหาจุกอก เพราะภาษีก้อนใหญ่ที่จะเรียกเก็บเพื่อนำมาใช้บริหารจัดการเมือง อย่างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่สามารถจัดเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

           

นั่นเป็นเพราะเกียวโตมีกฎหมายในการกำหนดความสูงของอาคารที่จะไม่ยอมให้มีการก่อสร้างอาคารสูงง่ายๆ แม้กระทั่งสถานีเกียวโตอันยิ่งใหญ่สวยงามก็เคยถูกต่อต้านมาก่อน หรือหากคิดจะต่อเติมอาคารก็จะต้องให้มีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่จะใช้สุนัข (ใช่แล้วน้องหมานี่แหละ) ในการสำรวจพื้นที่ก่อนว่ามีโบราณวัตถุฝังอยู่ใต้ดินหรือไม่ ซึ่งมันมีประเด็นตรงที่ถ้าเป็นบ้านเรือนทางการจะดูแลค่าใช้จ่ายให้ แต่เป็นอาคารพาณิชย์จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด นั่นทำให้การก่อสร้างอาคารพาณิชย์ในเกียวโตยากอย่างยิ่ง

           

เมื่อไม่มีอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ก็หมายถึงความหวังในการเก็บเงินภาษีจากส่วนนี้หายไปเป็นจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเมืองหลวงใหม่อย่างโตเกียวที่มีแต่ตึกสูงมากมายเต็มไปหมด

           

ครั้นจะมาหวังพึ่งพากับภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บจากผู้มีรายได้ในเมืองก็ไม่มีวันเพียงพอ เพราะเกียวโตมีประชากรเพียงแค่ 1.5 ล้านคนเท่านั้น โดยที่เมืองไม่ได้มีการขยายตัวของจำนวนประชากรในแบบที่เคยคาดไว้เมื่อ 40 ปีที่แล้วด้วยซ้ำไป

           

และในจำนวน 1.5 ล้านคน ยังเป็นนักศึกษาถึง 150,000 คน หรือคิดเป็น 10% ของเมือง เพราะเกียวโตเป็นเมืองแห่งมหาวิทยาลัย นั่นหมายถึงมีคนที่เสียภาษีท้องถิ่นจริงๆ เพียงแค่ 43.1% ของเมือง น้อยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

           

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอย่างวัดวาอารามที่คนไปเที่ยวกันมากมายมหาศาลนั้น ด้วยความเป็นศาสนสถานจึงไม่ต้องเสียภาษีที่ดิน ไปจนถึงเรื่องภาษีเงินบริจาค การจำหน่ายเครื่องรางของขลังต่างๆ มีเพียงแค่รายได้เล็กๆ น้อยๆ จากการจำหน่ายสินค้าอย่างของที่ระลึก ค่าเช่าที่จอดรถ ค่าเช่าสถานที่ของร้านค้าเท่านั้นที่จัดเก็บภาษีได้

 

ทางรอดของเกียวโต

 

หนี้สินมหาศาลแต่รายได้น้อยนิด คือคำจำกัดความที่น่าจะเข้าใจได้ง่ายที่สุดสำหรับวิกฤตการณ์ทางการคลังของเกียวโต ซึ่งเกิดจากหนี้สินของการก่อสร้างรถไฟฟ้าที่ขาดทุน จนเมืองต้องนำเงินที่เตรียมไว้ใช้จ่ายสำหรับอนาคตมาอุดหนุนและสูญเสียสภาพคล่อง โดยที่ไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้เพียงพอ

           

ดังนั้นถึงนักท่องเที่ยวจะกลับมาแล้ว และต่อให้คนเที่ยวจนเมืองแตกก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์อะไรดีขึ้นสักเท่าไร เพราะมีแค่ภาษีที่จัดเก็บได้จากก้อนภาษีท้องถิ่นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่มาก ขณะที่ภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้างได้เท่าๆ เดิม

           

เพื่อให้รอดพ้นจากการล้มละลายทางการคลัง เมืองเกียวโตจึงต้องออกนโยบายในการ ‘รัดเข็มขัด’ ครั้งใหญ่ เพราะไม่เช่นนั้นเกียวโตจะกลายเป็นท้องที่ที่รัฐเข้ามาจัดการในฐานะท้องถิ่นที่ต้องฟื้นฟูทางการคลัง ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย

           

สิ่งที่เกียวโตทำมีหลายอย่าง เริ่มจากการร่างแผนฟื้นฟูสภาพการเงินการคลังภายในระยะเวลา 5 ปี โดยในแผนหลักใหญ่อยู่ที่การควบคุมรายรับรายจ่ายอย่างเคร่งครัด ผ่านวิธีการต่างๆ เช่น

 

  • ปรับลดจำนวนเจ้าหน้าที่
  • ปรับลดเงินค่าจ้าง
  • ปรับลดการอุดหนุนบัตรโดยสารของผู้สูงอายุ
  • ขึ้นราคาค่าโดยสารของระบบขนส่งสาธารณะ

 

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นส่วนหนึ่งการทำเพื่อแก้ไขปัญหาก็จริง แต่มันก็สร้างปัญหาใหม่ขึ้นอีก เพราะสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวเมืองอย่างมาก เพราะกระทบต่อสวัสดิการที่ประชาชนเคยได้รับ

           

ยังมีปัญหาลึกๆ ที่น่าเป็นห่วงอย่างการปรับเพิ่มค่าเลี้ยงดูบุตร ซึ่งกระทบต่อชาวเมืองในวัยเลี้ยงดูบุตร เพราะเกียวโตเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เบอร์ 1’ เรื่องสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูบุตรและการศึกษา ปกติแล้วพี่เลี้ยง 1 คนจะดูแลเด็ก 5 คน ซึ่งถือว่าดีกว่ามาตรฐานทั่วไปของประเทศ แต่เมื่องบประมาณถูกตัดทอนก็ทำให้มีคนทยอยย้ายออก

 

           

ไม่นับเรื่องของค่าใช้จ่ายหลักอย่างค่าอสังหาริมทรัพย์ในเกียวโตที่พุ่งทะยานขึ้น หลังจากนักลงทุนจีนที่เข้ามาลงทุนด้วยการซื้อบ้านตากอากาศ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาก็ไม่ต่างจากในหลายประเทศ (รวมถึงไทย) คือการที่ชาวเมืองไม่สามารถสู้กับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่นี้ได้ไหว จึงเกิดการย้ายถิ่นฐานขึ้น

           

และแน่นอนว่าถ้าคนหายไป ก็ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างจะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

           

เรียกได้ว่าสถานการณ์ของเกียวโตน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะดูเหมือนจะยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ และมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐจะต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เหมือนที่ต้องเคยเข้ามาจัดการเมืองยูบาริ อดีตเมืองเหมืองถ่านหินที่เคยรุ่งเรือง ก่อนจะล่มสลายทางการคลังในปี 2006

           

แต่ก่อนจะถึงจุดนั้น เกียวโตต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด

           

ไม่ใช่ในฐานะเพียงเมืองที่รักของนักท่องเที่ยว ที่เต็มไปด้วย ‘ความทรงจำ’ ที่เกิดขึ้นมากมายจากอดีต

 

เกียวโตต้องอยู่ให้ได้ต่อไปถึงในอนาคต เพื่อลูกหลานของพวกเขาในวันข้างหน้าด้วย

 

ภาพเปิด: Getty Images

อ้างอิง:

The post ‘เกียวโต’ กำลังจะตาย? เรื่องเหลือเชื่อของเมืองที่รักของนักท่องเที่ยวที่ใกล้ ‘ล้มละลาย’ ทางการคลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินลุยหาเสียงพัทลุง เดินหน้าแลนด์บริดจ์ ยกระดับจากจังหวัดเมืองผ่านสู่เมืองท่องเที่ยว https://thestandard.co/anutin-phatthalung-campaign/ Fri, 24 Feb 2023 14:26:56 +0000 https://thestandard.co/?p=755200 อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิ […]

The post อนุทินลุยหาเสียงพัทลุง เดินหน้าแลนด์บริดจ์ ยกระดับจากจังหวัดเมืองผ่านสู่เมืองท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดพัทลุง ได้แก่ เขต 1 ภุชงค์ วรศรี, เขต 2 วรท เทอดวีระพงศ์ และเขต 3 ประเทือง มนตรี ท่ามกลางประชาชน 5,000 คน 

 

อนุทินกล่าวว่า จังหวัดพัทลุงและพรรคภูมิใจไทยมีความผูกพันกันมานาน เพราะสมาชิกคนสำคัญของพรรคล้วนมาจากจังหวัดพัทลุง แต่ความผูกพันดังกล่าวแน่นแฟ้นมากขึ้นเมื่อท่านไว้ใจและเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้าไปทำงานแบบยกจังหวัดในการเลือกตั้งปี 2562 หลังจากนั้นเราได้เข้าไปตอบแทนความไว้วางใจของท่านด้วยการทำงานอย่างสุดความสามารถ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นพรรคส่งคนเก่ง คนมีความสามารถ เป็นคนที่ทุกท่านรู้จักดี และเราหวังว่าท่านจะให้ความไว้ใจเรา เลือกตั้งเราเข้ามาทำงานแบบยกจังหวัด 3 คน ถ้าทำได้ขอสัญญาว่าอะไรที่ค้างคาไว้ เราจะลุยต่อจนเสร็จแน่นอน เพราะเรา ‘แหลงแล้วทำ’

 

อนุทินกล่าวอีกว่า การเข้ามาของพรรคภูมิใจไทยเมื่อ 4 ปีที่แล้วได้ยกระดับถนนหนทาง การคมนาคม ไปจนถึงการสาธารณสุข ทุกวันนี้ถนนดี เดินทางสะดวก สวัสดิการด้านสุขภาพก็เพิ่มขึ้น แต่เท่านั้นยังไม่พอ เรากำลังผลักดันโครงการใหญ่อย่างสะพานข้ามจากจังหวัดพัทลุงไปจังหวัดสงขลา ปัจจุบันผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว แน่นอนว่าช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทั้งสองจังหวัด และช่วยดึงดูดความน่าลงทุนและการท่องเที่ยว ส่วนแลนด์บริดจ์ก็เดินหน้าแล้ว เชื่อมฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย จากจังหวัดระนองสู่ชุมพร วางหลักทั้งสองโครงการแล้ว หากเลือกเราเข้าไปทำงาน เราพร้อมสานต่อ

 

อนุทินยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากเดิมจังหวัดพัทลุงเป็นเมืองผ่าน แต่พรรคภูมิใจไทยพยายามผลักดันให้ก้าวข้ามจุดนั้น ให้กลายเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน ซึ่งเรากำลังทำและต้องการที่จะสานต่อ เพราะเราเห็นความสำเร็จทุกวัน เรามาถูกทางและไม่อยากให้แผนการหยุดชะงัก

The post อนุทินลุยหาเสียงพัทลุง เดินหน้าแลนด์บริดจ์ ยกระดับจากจังหวัดเมืองผ่านสู่เมืองท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. วางเป้าหมายยกระดับกรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก จัดเทศกาลทุกเดือน ไฮไลต์ตุลาคมนี้จัดแข่งเรือยาว https://thestandard.co/bangkok-aim-to-be-world-class-travel-city/ Wed, 29 Jun 2022 11:03:58 +0000 https://thestandard.co/?p=648092 กรุงเทพมหานคร

วันนี้ (29 มิถุนายน) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิง […]

The post กทม. วางเป้าหมายยกระดับกรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก จัดเทศกาลทุกเดือน ไฮไลต์ตุลาคมนี้จัดแข่งเรือยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเทพมหานคร

วันนี้ (29 มิถุนายน) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) ประชุมหารือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึงแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร 

 

โดยภายหลังการประชุม ชัชชาติกล่าวว่า การหารือวันนี้เพื่อต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองชั้นนำของโลก เนื่องจากแต่ละปีกรุงเทพฯ มีเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวมูลค่าสูงถึง 8 แสนล้านบาท ดังนั้น กทม. จึงอยากเชิญทาง ททท. มาร่วมทำงานด้วย เพราะ ททท. มีความเข้าใจทางด้านการตลาด โดยจะจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบาย 216 ข้อ

 

ส่วนสำคัญในการหารือคือ แนวคิดที่จะดึงอัตลักษณ์ของทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ ขึ้นมาใช้และจัดเทศกาลท่องเที่ยวตลอด 12 เดือน ซึ่งอาจจะมีมากกว่า 1 เทศกาลใน 1 เดือน ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนตุลาคมจะจัดเทศกาลแข่งเรือยาว โดยเชิญประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาร่วมแข่งขันด้วย เพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับนักท่องเที่ยว

 

ชัชชาติกล่าวต่อไปว่า วันนี้ได้ร่วมหารือกันทั้งส่วนเทศกาลหนังกลางแปลง เทศกาลคราฟต์ เทศกาลวิ่งมาราธอน รวมถึงนโยบายการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่คลองต่างๆ ของ กทม. เพื่อยกระดับให้คล้ายกับคลองเวนิสของตะวันตก รวมถึงขยายเส้นทางการท่องเที่ยวทางคลองต่อยอดจากรัฐบาล และอดีตผู้ว่าฯ กทม. พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง

 

ทั้งนี้ การหารือกับ ททท. ยังมีประเด็นเพื่อสร้างแบรนดิ้งของกรุงเทพฯ ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยการใช้สื่อที่หลากหลายสร้างแบรนด์กรุงเทพฯ ดึงดูดลูกค้า

 

“แต่ในขณะนี้ต้องยอมรับว่าการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศอ่อนแอ ดังนั้นต้องดึงลูกค้าภายในกรุงเทพฯ ให้เที่ยวในกรุงเทพฯ ก่อน กทม. เองจะช่วยดูในส่วนโครงสร้างพื้นที่ห้องน้ำสาธารณะ ความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายจะต้องทำทุกอย่างให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ กลับคืนมา” ชัชชาติกล่าว

 

ชัชชาติกล่าวอีกว่า มีข้อมูลว่าปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มาเที่ยวเป็นอันดับ 1 คือกลุ่มนักท่องเที่ยวอินเดีย ดังนั้นจะต้องเข้าไปดูกิจกรรมที่สอดคล้องและตอบรับกับนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ แต่ทั้งนี้การจัดกิจกรรมต่างๆ ต้องมีความสนุกและสร้างความสุขให้นักท่องเที่ยว โดยตั้งเป้าจะยกระดับการจัดกิจกรรมให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ส่งเสริมกลุ่มซอฟต์พาวเวอร์ให้มีพื้นที่มากขึ้น และดึงนักท่องเที่ยวให้กลับเข้ามาให้มากที่สุด อย่างเช่น ตลาดนัดจตุจักร ทาง กทม. มีแผนว่าจะพัฒนาเป็นตลาดระดับโลกเช่นเดียวกัน

 

ในส่วนของคลองโอ่งอ่างที่พัฒนาไว้เบื้องต้นแล้ว จะขยายให้ยาวขึ้น เชื่อมต่อไปถึงคลองบางลำพู คลองแสนแสบ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูถึงเรื่องคุณภาพน้ำ ความสะอาด รวมถึงทางเดินริมน้ำ และเล็งเห็นว่าจะต้องพัฒนาคลองฝั่งธนบุรีให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วยเช่นกัน

 

สำหรับกรณีที่มีภาพของร้านขายกัญชาแบบสำเร็จรูปตั้งอยู่บริเวณถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ชัชชาติกล่าวว่า รับทราบรายงานเบื้องต้นแล้ว จะหารือกับตำรวจ เพราะอำนาจการจับกุมสิ่งผิดกฎหมายเป็นของตำรวจ ทั้งนี้มีความเป็นห่วงเด็กและเยาวชน ส่วนของ กทม. ก็จะต้องดูอำนาจขอบเขตว่าทำอะไรได้มากแค่ไหน แต่ไม่นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้

The post กทม. วางเป้าหมายยกระดับกรุงเทพฯ เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก จัดเทศกาลทุกเดือน ไฮไลต์ตุลาคมนี้จัดแข่งเรือยาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
100 อันดับเมืองท่องเที่ยว ประจำปี 2021 ของไทยอยู่ตรงไหน? https://thestandard.co/100-vacation-cities-2021/ Fri, 03 Dec 2021 13:47:39 +0000 https://thestandard.co/?p=567626 เมืองท่องเที่ยว

Euromonitor International บริษัทสำรวจข้อมูลทางการตลาดระ […]

The post 100 อันดับเมืองท่องเที่ยว ประจำปี 2021 ของไทยอยู่ตรงไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมืองท่องเที่ยว

Euromonitor International บริษัทสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก เปิดเผย 100 รายชื่อเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ 100 อันดับแรกของโลกประจำปี 2021 โดยวัดจากเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจ, ผลการดำเนินงานด้านการท่องเที่ยว, โครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว, นโยบายการท่องเที่ยวและความน่าดึงดูด, สุขภาพและความปลอดภัย และความยั่งยืน โดยผลการจัดอันดับ ยกให้ ‘ปารีส’ เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ไปครอง ตามด้วยดูไบ, อัมสเตอร์ดัม, มาดริด และโรม ส่วนของไทยนั้นติด 100 อันดับแรก ทั้งหมด 6 จุดหมายปลายทางด้วยกัน ได้แก่ กรุงเทพฯ อันดับที่ 45, ภูเก็ต อันดับที่ 60, พัทยา อันดับที่ 75, เชียงใหม่ อันดับที่ 80 สมุยและกระบี่ อันดับที่ 93 และ 97 ตามลำดับ

 

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post 100 อันดับเมืองท่องเที่ยว ประจำปี 2021 ของไทยอยู่ตรงไหน? appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกชนลงขัน ติดโควิด-19 จากเชียงใหม่ จ่ายทันที 1 แสน พบยกเลิกจองที่พักเพียง 5% https://thestandard.co/infected-covid-19-from-chiang-mai-pay-immediately-100000-baht/ Wed, 02 Dec 2020 02:36:42 +0000 https://thestandard.co/?p=427500 เอกชนลงขัน ติดโควิด-19 จากเชียงใหม่ จ่ายทันที 1 แสน พบยกเลิกจองที่พักเพียง 5%

พัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย […]

The post เอกชนลงขัน ติดโควิด-19 จากเชียงใหม่ จ่ายทันที 1 แสน พบยกเลิกจองที่พักเพียง 5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกชนลงขัน ติดโควิด-19 จากเชียงใหม่ จ่ายทันที 1 แสน พบยกเลิกจองที่พักเพียง 5%

พัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภายหลังจากพบเคสหญิงสาวอายุ 29 ปีติดเชื้อโควิด-19 ก็ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการสอบสวนโรคทันที และนำตัวกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดกว่า 300 คนไปตรวจหาเชื้อ ขณะเดียวกันก็มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อในสถานที่ที่หญิงสาวรายนี้เดินทางไปแล้ว 

 

ฉะนั้น เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่ ภาคเอกชนจึงร่วมกันลงขัน หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาแล้วเกิดข้อผิดพลาด ติดโควิด-19 จากหญิงรายนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมจ่ายค่าทำขวัญให้ทันที 1 แสนบาท หรือหากเกิดการสูญเสียก็พร้อมจ่าย 1 ล้านบาทเช่นกัน โดยมาตรการสร้างความมั่นใจนี้ เพื่อการันตีว่าจังหวัดเชียงใหม่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว 

 

และจากการตรวจสอบกับสมาชิกและผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็พบว่า หลังพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายล่าสุด ทำให้มีการยกเลิกการจองที่พักหรือการเดินทางเข้ามาเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังน้อยมาก ขณะที่ส่วนใหญ่ที่จองและจ่ายเงินแล้วยังยืนยันที่จะเดินทางมาเหมือนเดิม

 

ด้านเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ยืนยันว่าจังหวัดเชียงใหม่ยังไม่มีการประกาศล็อกดาวน์ หรือหากเดินทางมาท่องเที่ยวแล้วกลับไปยังภูมิลำเนา ไม่ต้องกักตัว 14 วัน เพราะไม่ใช่พื้นที่เสี่ยง โดยเคสของหญิงอายุ 29 ปีที่ติดโควิด-19 สามารถสอบสวนโรค และนำกลุ่มเสี่ยงมาตรวจหาเชื้อได้ทั้งหมด รวมทั้งควบคุมการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสี่ยงสูงที่ใกล้ชิดทั้งหมดแล้ว  

 

“ขอยืนยันว่าจังหวัดเชียงใหม่มีความปลอดภัย และนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ ประชาชนยังใช้ชีวิตกันตามปกติ นอกจากนี้ ได้เพิ่มมาตรการในการตั้งจุดตรวจในเส้นทางที่เชื่อมโยงกับพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวมทั้งกำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงให้เข้มงวดกวดขันพื้นที่ที่ติดแนวชายแดนในระดับที่สูงขึ้น เพื่อความปลอดภัย” 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post เอกชนลงขัน ติดโควิด-19 จากเชียงใหม่ จ่ายทันที 1 แสน พบยกเลิกจองที่พักเพียง 5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมพร้อมเปิดเมืองภูเก็ต ต้นแบบเมืองท่องเที่ยว รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่ดูระบบการจัดการ https://thestandard.co/phuket-preparing-to-reopen/ Thu, 14 May 2020 13:09:42 +0000 https://thestandard.co/?p=363551

วันนี้ (14 พฤษภาคม) ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ดร.สาธิต ป […]

The post เตรียมพร้อมเปิดเมืองภูเก็ต ต้นแบบเมืองท่องเที่ยว รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่ดูระบบการจัดการ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 พฤษภาคม) ที่ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย และคณะ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) มอบนโยบายเตรียมความพร้อมเปิดเมืองภูเก็ตอย่างปลอดภัย ได้มาตรฐาน พร้อมมอบประกาศรับรองกิจการผ่อนปรนผ่านการรับรองจากกรมอนามัยจำนวน 20 แห่ง

 

ดร.สาธิต กล่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งด้านการป้องกันและควบคุมโรค เพื่อให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดต้นแบบทั้งในระยะที่มีโควิด-19 ระบาดและในระยะยาว เนื่องจากภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีสถิตินักท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในระดับภูมิภาค มีอัตราการป่วยเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่มีทีมงานที่มีสมรรถนะในการบริหารจัดการ ทั้งการควบคุมป้องกันโรคด้วยการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก การดูแลแยกกักผู้ป่วยในโรงพยาบาล ในโรงแรม หรือสถานที่ที่ปรับเป็นสถานที่แยกดูแลผู้ป่วย ทำให้สามารถจัดการสถานการณ์ได้โดยเร็ว สามารถนำบทเรียนมาวางระบบในระยะยาวให้ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีความมั่นคงในการท่องเที่ยว และให้ยกระดับมาตรการการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ ณ ด่านทางเข้าและออก ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ 

 

โดยด่านทางอากาศมีระบบประสานข้อมูลกับประเทศต้นทางที่อาจมีโรคติดต่อเพื่อเฝ้าระวัง มีระบบคัดกรองตั้งแต่ต้นทาง และมีระบบติดตามตัวโดยให้ผู้เดินทางลงทะเบียนข้อมูลการเดินทางบนแอปพลิเคชัน AOT Airports  

 

ด่านทางบกที่ด่านท่าฉัตรไชย มีระบบคัดกรอง Phuket Smart Check Point ให้ผู้เดินทางลงทะเบียนก่อนเข้าภูเก็ตล่วงหน้าทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน รวมทั้งมีระบบตรวจจับใบหน้าผู้ป่วยเฝ้าระวัง ณ จุดตรวจ เชื่อมกับฐานข้อมูลสาธารณสุข จะแจ้งเตือนเมื่อเดินทางออกนอกจังหวัด

 

ด่านทางน้ำ พัฒนาให้มีมาตรฐานป้องกันการนำเชื้อมาแพร่ในประเทศ โดยเน้นเฝ้าระวังโรคประเทศต้นทางและคัดกรองผู้ผ่านด่านทุกทางเข้าหลัก จัดพื้นที่เว้นระยะห่างในท่าเทียบเรือและบนเรือ

 

รวมทั้งประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในการผ่อนปรนเปิดกิจการอย่างเข้มงวด ได้แก่ ตลาดสด ตลาดชุมชน และกิจการรองรับการท่องเที่ยว ได้แก่ ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก โดยประเมินกิจการและสถานประกอบการด้วยแอปพลิเคชัน Thai Stop COVID-19 ว่าได้ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันโควิด-19 และปักหมุดพิกัดสถานประกอบการไว้ในแพลตฟอร์มนี้ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบและเลือกใช้บริการ 

 

นอกจากนี้ให้จัดทำแผนพัฒนาความเข้มแข็งในการเป็นเมืองต้นแบบท่องเที่ยวเชิงความปลอดภัยและสุขภาพ โดยเฉพาะพิจารณาให้มีโรงพยาบาลดูแลรักษาโรคติดต่อและภัยนักท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในทำเลยุทธศาสตร์ที่จะอำนวยความปลอดภัยได้ทันเวลา พร้อมทั้งให้การดูแลขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และภาคส่วนต่างๆ ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันควบคุมโรค 

 

จากนั้นในช่วงบ่ายได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานประกอบการและกิจการผ่อนปรน ได้แก่ ร้านตัดผม Hello Studio Salon, ร้านฉ๋ายเชียงฟง ติ่มซำ, ตลาดบันซ้าน ป่าตอง, ตลาดนัดวัดเทพ ตำบลวิชิต, สวนสาธารณะสะพานหิน และโรงแรมสุรินทร์บีช

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เตรียมพร้อมเปิดเมืองภูเก็ต ต้นแบบเมืองท่องเที่ยว รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่ดูระบบการจัดการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาสเตอร์การ์ดเผย กรุงเทพฯ ครองแชมป์เมืองที่คนนิยมท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน https://thestandard.co/the-most-popular-cities-in-the-world/ Fri, 06 Sep 2019 05:53:50 +0000 https://thestandard.co/?p=284935 เมืองท่องเที่ยว

บริษัทมาสเตอร์การ์ด หรือบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินของ […]

The post มาสเตอร์การ์ดเผย กรุงเทพฯ ครองแชมป์เมืองที่คนนิยมท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมืองท่องเที่ยว

บริษัทมาสเตอร์การ์ด หรือบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยผลการจัดอันดับเมืองที่คนทั่วโลกนิยมท่องเที่ยวมากที่สุด (Mastercard Global Destination Cities Index) โดยพบว่าในปีนี้กรุงเทพมหานครยังคงครองแชมป์อันดับ 1 ของเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 4 

 

โดยทางมาสเตอร์การ์ดได้จัดอันดับ 200 เมืองน่าเที่ยวจากจำนวนนักท่องเที่ยวและข้อมูลการใช้จ่ายเงินตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาพักแบบค้างคืนเพิ่มขึ้นทั่วโลก 76% ซึ่งช่วงปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทย 22.78 ล้านคน และคาดว่าในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 3.3% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย และอังกฤษ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักที่นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย

 

โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมไป ได้แก่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง วัดอรุณราชวราราม ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวแบบวันเดียว นักท่องเที่ยวนิยมไปตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี ส่วนอันดับ 2 คือ ปารีส ฝรั่งเศส และอันดับ 3 คือลอนดอน อังกฤษ ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 19 ล้านคนเดินทางไปท่องเที่ยว ตามด้วยดูไบ สิงคโปร์ กัวลาลัมเปอร์ นิวยอร์ก อิสตันบูล โตเกียว และอันทาเลีย ตุรกี 

 

ต่อมาเรื่องค่าใช้จ่ายต่อคืนของนักท่องเที่ยว พบว่าอันดับ 1 ของเมืองที่นักท่องเที่ยวใช้จ่ายมากสุดคือนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 553 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 16,590 บาทต่อวัน อันดับ 2 นครเมกกะ ซาอุดีอาระเบีย ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 20,090 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 602,700 บาทต่อวัน ส่วนกรุงเทพมหานครอยู่อันดับ 3 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 187 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 5,600 บาทต่อวัน

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post มาสเตอร์การ์ดเผย กรุงเทพฯ ครองแชมป์เมืองที่คนนิยมท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก 4 ปีซ้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจราคาเบียร์ตามเมืองท่องเที่ยวดังทั่วโลก https://thestandard.co/beer-prices-around-the-world/ Thu, 22 Aug 2019 11:24:13 +0000 https://thestandard.co/?p=280861 ราคาเบียร์ เมืองทองเที่ยว

เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มง่ายและนิยมบริโภคก […]

The post สำรวจราคาเบียร์ตามเมืองท่องเที่ยวดังทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราคาเบียร์ เมืองทองเที่ยว

เบียร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มง่ายและนิยมบริโภคกันทั่วโลก มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของนักเดินทางรุ่นใหม่ นิยมบริโภคเบียร์มากกว่าแอลกอฮอล์ชนิดใดๆ แน่นอนว่าหลังจากสำรวจสถานที่ต่างๆ ในเมืองมาทั้งวัน นักพักผ่อนทั้งหลายย่อมมองหาร้านนั่งเอกเขนก จิบเบียร์เย็นๆ ดื่มด่ำแสงสียามค่ำคืน ซึ่งราคาเบียร์ต่อไพน์ตตามร้านอาหารแต่ละเมือง แต่ละประเทศย่อมต่างกัน ขึ้นอยู่กับภาษีและค่าเงินแลกเปลี่ยนด้วย เราเลยรวบรวมมาให้คุณดูว่า เมืองที่คุณหมายมั่นว่าจะไปเยือนนั้น ตีราคาเบียร์ต่อไพน์ตอยู่ที่เท่าไรกัน

 

ราคาเบียร์ เมืองทองเที่ยว

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post สำรวจราคาเบียร์ตามเมืองท่องเที่ยวดังทั่วโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 เมืองนักท่องเที่ยวเยือนมากที่สุดในโลก https://thestandard.co/euromonitor-international-bangkok-2nd/ https://thestandard.co/euromonitor-international-bangkok-2nd/#respond Thu, 09 Nov 2017 08:29:01 +0000 https://thestandard.co/?p=42843

     ยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor Internat […]

The post กรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 เมืองนักท่องเที่ยวเยือนมากที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ยูโรมอนิเตอร์ (Euromonitor International) บริษัทสำรวจข้อมูลทางการตลาดระดับโลก เปิดเผย 100 รายชื่อเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม 100 อันดับแรกของโลกประจำปี 2017 ณ งานทราเวลมาร์ท กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผลปรากฏว่าเมืองยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวในปี 2017 อันดับ 1 ได้แก่ ฮ่องกง ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึง 26.6 ล้านคน ตามติดด้วยกรุงเทพมหานคร อันดับ 2 จำนวน 21.2 ล้านคน และลอนดอนตกไปอยู่อันดับ 3 หล่นมา 1 อันดับ จากปีที่แล้วด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 19.2 ล้านคน

     การจัดอันดับครั้งนี้มีประเทศในเอเชียติดมากถึง 41 อันดับ และมีเมืองในประเทศไทยติดอันดับทั้งหมด 4 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ (อันดับ 2), ภูเก็ต (อันดับ 11), พัทยา (อันดับ 24) และเชียงใหม่ (อันดับ 73) นักวิเคราะห์ข้อมูลจากยูโรมอนิเตอร์คาดการณ์ว่า ในปี 2025 นักท่องเที่ยวต่างชาติจะไปเยือนฮ่องกงและกรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้น 71% คิดเป็นจำนวน 44 ล้านคน และ 40 ล้านคนตามลำดับ และสิงคโปร์จะแซงหน้าลอนดอนขึ้นมาเป็นอันดับ 3 และลอนดอนหล่นไปอยู่อันดับที่ 6 ส่งผลให้ 3 อันดับแรกตกเป็นของเมืองในทวีปเอเชีย

     เหตุที่เป็นเช่นนั้น เป็นผลมาจากเทรนด์ของนักท่องเที่ยวจีนที่นิยมท่องเที่ยวเอเชียมากเป็นอันดับแรก และมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต ขณะเดียวกัน ประเทศในยุโรปสุ่มเสี่ยงกับเหตุก่อการร้าย และสถานการณ์ไม่มั่นคงในประเทศ

     ทั้งนี้ ผลวิเคราะห์และการจัดอันดับดังกล่าว รวบรวมจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปี 2016 และเทรนด์การท่องเที่ยวระหว่างปี 2017-2025

 

อ้างอิง  :

The post กรุงเทพฯ ติดอันดับ 2 เมืองนักท่องเที่ยวเยือนมากที่สุดในโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/euromonitor-international-bangkok-2nd/feed/ 0