เฟม-นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เฟม-นันทภัค-กิตติรัตนวิว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 25 Jun 2023 13:57:37 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เฟม BNK48 จัดทำคลิปแนะนำการใช้ภาษามือเพื่อสื่อสารกับแฟนคลับผู้บกพร่องทางการได้ยิน https://thestandard.co/fame-bnk48-sign-language/ Sun, 25 Jun 2023 13:57:37 +0000 https://thestandard.co/?p=807383 เฟม BNK48

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ระหว่างศิลปินและแฟนคลั […]

The post เฟม BNK48 จัดทำคลิปแนะนำการใช้ภาษามือเพื่อสื่อสารกับแฟนคลับผู้บกพร่องทางการได้ยิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฟม BNK48

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ระหว่างศิลปินและแฟนคลับที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คน เมื่อ เฟม-นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ สมาชิกวง BNK48 รุ่นที่ 3 ได้จัดทำคลิปแนะนำการใช้ภาษามือในชื่อคลิปว่า ภาษามือกับเฟม : หมวดคำชม ออกมาผ่านทางช่องยูทูบของ BNK48 เพื่อสื่อสารกับแฟนคลับผู้บกพร่องทางการได้ยิน 

 

โดยเนื้อหาภายในคลิปความยาว 3 นาทีเศษ เฟมได้คัดเลือกคำชมง่ายๆ สั้นๆ ที่เราใช้กันในชีวิตประจำวันมาสอนเป็นภาษามือแบบภาษาไทยให้ทุกคนลองทำตาม เริ่มตั้งแต่คำว่าน่ารัก, หล่อ, เท่, สวย และคิดถึง ก่อนที่จะปิดท้ายคลิปด้วยข้อความอันน่าประทับใจว่า 

 

“คนหูหนวก คือคนปกติทั่วไปไม่ต่างจากเรา เพียงแต่ได้ยินเสียงน้อยมาก และใช้สายตาเป็นช่องทางการเรียนรู้ ดังนั้นพวกเขาจะเข้าใจสิ่งที่เป็นจริงและสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้ดีกว่านามธรรม จงเชื่อมั่นและให้โอกาสให้เขาได้แสดงความสามารถ เราก็จะเห็นความสามารถของเขาว่าเขาทำได้”

 

นอกจากนี้ เฟมยังได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเริ่มเรียนภาษามือว่า “เริ่มจากมีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยินและพูดไม่ได้ เขามาหาในงานซึ่งเป็นช่วงโควิด เฟมก็ใส่มาสก์ และมีพี่ทีมงานมาบอกว่า ขอน้องเฟมถอดมาสก์ได้ไหมเพราะเขาจะอ่านจากปากเรา ซึ่งเขาเขียนความรู้สึกของตัวเองผ่านมือถือเป็นข้อความว่า วันนี้ดีใจมาก เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกันนะ แต่วันนี้เราพูดไม่ได้ และเขากับเราอายุเท่ากันด้วย ก็เลยคิดว่าเขาเป็นเหมือนเพื่อนค่ะ รู้สึกดีใจมากๆ ที่เขามาติดตามเรา 

 

“หลังจากนั้นเราก็กลับมาคิดว่าภาษามือมันสำคัญในการใช้ชีวิตเหมือนกัน ถ้าเราเรียนรู้ได้จริงก็จะสามารถใช้ได้กับคนทั่วโลก และเฟมก็คิดว่าคนกลุ่มนี้เขาสู้ชีวิตกันมากเลย ทำไมเราจะไม่สู้บ้าง เห็นเขาพยายามที่จะปรับตัวให้อยู่กับสังคมเรา ทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะปรับตัวเข้าหาเขาบ้าง เข้าใจในมุมมองของเขาบ้าง ไม่ใช่แค่อ่านจากปากเราอย่างเดียว ก็เลยตัดสินใจที่จะเรียนภาษามือเพื่อที่จะสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ให้มากขึ้น และอยากเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงในการนำเสนอว่ามีคนกลุ่มนี้อยู่ในประเทศเรานะ ออกไปข้างนอกถ้าเราเจอคนหูหนวกเราก็สามารถทักทายเขาได้ คุยกับเขาได้ค่ะ”

 

สำหรับใครที่อยากฝึกใช้ภาษามือไปพร้อมกับเฟม สามารถรับชมคลิป ภาษามือกับเฟม : หมวดคำชม ได้ที่: 

 

 

ภาพ: fame.bnk48official / Instagram, BNK48OfficialYouTube / YouTube

The post เฟม BNK48 จัดทำคลิปแนะนำการใช้ภาษามือเพื่อสื่อสารกับแฟนคลับผู้บกพร่องทางการได้ยิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK48 Janken Tournament 2023 ชมชุดแฟชั่นสุดสร้างสรรค์โดยฝีมือของสมาชิก BNK48 & CGM48 https://thestandard.co/bnk48-janken-tournament-2023-5/ Mon, 10 Apr 2023 11:59:07 +0000 https://thestandard.co/?p=775185

นอกเหนือจากการแข่งขันเป่ายิงฉุบที่สนุกสนานและตื่นเต้นจน […]

The post BNK48 Janken Tournament 2023 ชมชุดแฟชั่นสุดสร้างสรรค์โดยฝีมือของสมาชิก BNK48 & CGM48 appeared first on THE STANDARD.

]]>

นอกเหนือจากการแข่งขันเป่ายิงฉุบที่สนุกสนานและตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน BNK48 Janken Tournament 2023 หรือการแข่งขันเป่ายิงฉุบ ครั้งที่ 2 ของไอดอลกรุ๊ป BNK48 และ CGM48 ที่น่าติดตามไม่แพ้กัน คือการประกวดชุดแฟชั่นที่เปิดโอกาสให้สมาชิกแต่ละคนสร้างสรรค์ชุดของตัวเอง ภายใต้ธีม ก. ไก่ 

 

ซึ่งปีนี้สมาชิกทุกคนต่างก็ออกแบบชุดของตัวเองออกมาได้อย่างสร้างสรรค์และเวอร์วังชนิดไม่มีใครยอมใคร ไม่ว่าจะเป็น ชุด ก. กฐิน ของ วี BNK48 ที่มาพร้อมกับซองผ้าป่า, ปาเอญ่า BNK48 และ ฟอร์จูน CGM48 ที่มาในชุด ก. กล้วยหอมจอมซน บี 1 บี 2, นิกี้ BNK48 ในชุด ก. ไก่ ที่เธอลงมือทำด้วยตัวเอง, นาย BNK48 กับชุด ก. แก้บน ที่ครบเครื่องทั้งอาหารและผลไม้ ฯลฯ 

 

นอกจากนี้ ภายในงานยังเปิดให้แฟนๆ ได้ร่วมกันโหวตชุดแฟชั่นของสมาชิกที่ชื่นชอบที่สุดผ่านทางแอปพลิเคชัน iAM48 ซึ่งสมาชิกที่สามารถคว้ารางวัล Best Costume – Fans Choice ในปีนี้ไปได้สำเร็จคือ มามิ้งค์ CGM48 ที่มาพร้อมกับชุด ก. กระหายเลือด ขณะที่รางวัล Best Costume ที่มาจากการโหวตของสมาชิกทั้ง 74 คน ตกเป็นของ เฟม BNK48 ที่มากับชุด ก. กงเต๊ก สุดอลัง 

 


 

                  

The post BNK48 Janken Tournament 2023 ชมชุดแฟชั่นสุดสร้างสรรค์โดยฝีมือของสมาชิก BNK48 & CGM48 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค้นชีวิต 6 สาว BNK48-CGM48 จากบทเรียนแห่งความกลัว ผ่าน ‘Make Noise’ ท่วงทำนองความเจ็บปวดของการ ‘สูญเสียตัวตน’ https://thestandard.co/bnk48-cgm48-make-noise/ Wed, 24 Aug 2022 03:57:39 +0000 https://thestandard.co/?p=671140 BNK48-CGM48

Make Noise คือผลงานเพลงล่าสุดจากวงไอดอลอย่าง BNK48 ซึ่ง […]

The post ค้นชีวิต 6 สาว BNK48-CGM48 จากบทเรียนแห่งความกลัว ผ่าน ‘Make Noise’ ท่วงทำนองความเจ็บปวดของการ ‘สูญเสียตัวตน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK48-CGM48

Make Noise คือผลงานเพลงล่าสุดจากวงไอดอลอย่าง BNK48 ซึ่งจะถูกลิสต์ไว้เป็นเพลงรองของซิงเกิลลำดับที่ 12 จาก 16 สาว ยูนิต Under Girls 

 

และเป็นอีกครั้งที่ THE STANDARD POP มีโอกาสพูดคุยกับ 6 สาว ตัวแทนจาก Make Noise ประกอบด้วย ฮูพ-ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย (เซ็นเตอร์), มายด์-ปณิศา ศรีละเลิง, เอิร์น-วชิราพร พัฒนพานิช, จ๋า-ณปภัช วรพฤทธานนท์, เฟม-นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ แห่งวง BNK48 และ แชมพู-กชพร ลีละทีป จากวง CGM48 

 

โดยการพบปะสมาชิกทั้ง 6 คนรอบนี้ นอกจากการเดินสายโปรโมตเพลง บอกเล่าความหมายเพลง รวมถึงแชร์ประสบการณ์สนุกๆ จากการทำเพลงนี้ เราถือโอกาสนี้ชวนน้องๆ มาถอดบทเรียนชีวิตผ่าน ‘ความกลัว’ หนึ่งในความหมายของเพลงนี้ เพื่อให้ผู้อ่าน โดยเฉพาะแฟนคลับของทั้ง 6 สาวได้ทำความรู้จักและเข้าใจชีวิตของพวกเธอให้มากยิ่งขึ้น

 

 

Make Noise กับความหมายที่กลั่นจากมุมมองของเมมเบอร์

 

เริ่มต้นเราให้น้องๆ ได้อธิบายความหมายของเพลงนี้ในมุมมองของแต่ละคน และเป็นเซ็นเตอร์คนเก่งประจำเพลงนี้อย่างฮูพ ที่บรรยายความหมายของเพลงนี้ให้ฟังว่า

 

ฮูพ: “Make Noise เป็นเพลงที่มีบีตหนักและจังหวะที่สนุกสนาน หนูเชื่อใครได้ฟังก็อยากลุกขึ้นมาเต้น แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีเนื้อหาที่ลึกซึ้งมากๆ โดยเนื้อเพลงจะเปรียบเทียบตัวเราเองกับสุนัขพันธุ์โดเบอร์แมน ซึ่งสุนัขสายพันธุ์นี้คือสุนัขตำรวจ มีความดุ ขึงขัง ใครได้เห็นก็จะรู้สึกเกรงขาม 

 

“แต่ภายในจิตใจของโดเบอร์แมน หากเปรียบเป็นคนจะเป็นคนที่ขี้กลัว มีหลายสิ่งที่ต้องฝ่าฟัน โดยเฉพาะความกลัว ที่ไม่กล้าแม้จะข้ามผ่านมันไปให้ได้ ก็เลยมีความรู้สึกว่าจะต้องทำอย่างไร ทำตัวอย่างไร หรือต้องทำหน้าอย่างไรเมื่อต้องเสียใจ เพราะทุกครั้งเวลาเราแสดงสีหน้ากับคนอื่นๆ เรามักจะแสดงให้คนเห็นว่าเราเข้มแข็ง แม้ในใจจะอ่อนไหวก็ตาม”

 

แชมพู: “ส่วนตัวหนูมองว่าความหมายของเพลงก็ไม่ได้แปลตรงตามเนื้อเพลงทุกท่อน เพราะมันจะมีความลึกซึ้งที่ต่างกันตามบริบทต่างๆ ทั้งความรู้สึกและอารมณ์ เพราะแต่ละคนจะมีจินตนาการที่ต่างกันออกไป”

 

 

เบื้องหลังมิวสิกวิดีโอสนุกแค่ไหน?

 

ฮูพ: “ส่วนตัวฮูพในฐานะเซ็นเตอร์มีส่วนร่วมกับเพลงนี้ในหลายๆ ด้าน รวมถึงงานมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ด้วย โดยตัวเนื้อหา หนูเป็นคนเสนอไปว่าอยากได้โลเคชันในสตูดิโอ และหนูเลือกที่จะไม่ปูเนื้อเรื่อง ทำพล็อตหรือทำสตอรีแบบเพลงก่อนๆ เพราะส่วนตัวหนูมองว่าเรื่องของชุดก็มีความโดดเด่น มีความชัดเจนในตัวอยู่แล้ว 

 

“เลยทำให้เกิดไอเดียว่า หากเราลองเน้นมาแสดงกับเพอร์ฟอร์แมนซ์ของเมมเบอร์เอง หนูคิดว่าน่าจะเป็นชิ้นงานที่มีความแปลกใหม่ดี และแฟนคลับน่าจะได้เห็นพลังการเต้นที่เป็นจุดเด่นของเพลงได้ชัดขึ้น รวมถึงเห็นมุมมองมิวสิกวิดีโอเพลงของ BNK48 ที่หลากหลายมากขึ้น แบบว่ามาถึงก็ระเบิดพลังเต้นใส่กันสุดพลังไปเลย”

 

เฟม: “ด้วยความเป็นเพลงที่ต้องเต้นกันชนิดที่ต้องตามเก็บทุกจังหวะ และเต้นเร็ว เน้นความไว ทำให้ต้องใช้กล้ามเนื้อเยอะขึ้น อาศัยความแข็งแรง ซึ่งครูสอนเต้นก็เตือนมาแล้วว่า ก่อนถ่ายทำเอ็มวีให้หมั่นออกกำลังกาย เตรียมร่างกายให้ดี”

 

เอิร์น: “ซีนหนึ่งไม่ได้ถ่ายเพียงครั้งเดียว แต่ต้องถ่ายถึง 5-6 เทก ทั้งซีนเต้น ซีนลิปซิงก์ ยกตัวอย่างช็อตของฮูพ มีถ่ายไม่ต่ำกว่า 10 รอบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมิวสิกวิดีโอตัวนี้ไม่ได้มีสตอรีเยอะ เลยต้องเน้นองค์ประกอบอื่นอย่างแสง มุมกล้อง ให้ภาพออกมามีลูกเล่นมากที่สุด จนนำมาประกอบให้เป็นเอ็มวีตัวนี้”

 

 

เลือกเนื้อร้องที่ชอบคนละ 1 ท่อน

 

ฮูพ: “คำใดๆ หรือจะเป็นเสียงของใคร ไม่แคร์หรอก อยู่ตรงนี้คนรักก็คงไม่มา ฉันมีแค่ฉัน ไม่เลย ไม่เคยต้องการใคร”

 

“เรามาอยู่ตรงนี้ในฐานะศิลปินวง BNK48 เราได้รับทั้งคำชม คำติ และอีกหลายคำที่ไม่สามารถพูดตรงนี้ได้ ถาโถมเข้าหาเรา และถ้าเราใจไม่แข็งพอ เผลอไปฟังหรือรับสารส่วนนั้นเข้าหัว มันอาจจะนำไปสู่การที่เราต้องสูญเสียตัวเราเองไปในที่สุด 

 

“ซึ่งท่อนทำนองตรงนี้ให้ความรู้สึกประมาณว่า เราไม่จำเป็นต้องสนใจคำคนอื่นไปทั้งหมด โดยเฉพาะคำที่ทำร้ายจิตใจ หนูจะคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเราเป็นตัวของเราเอง อย่างไรก็ยังมีคนที่รักเราในแบบที่เราเป็น รักและสนับสนุนเราในทางที่เราเลือกแล้วว่าดีจริงๆ” 

 

เอิร์น: “กลัว กลัว กลัวกับการที่ต้องเชื่อใจใครสักคน ถูกกักตัว ถูกล่ามโซ่ไม่ให้ไปไม่ว่าที่ไหน”

 

“ของเอิร์นชอบท่อนฮุกนี้ค่ะ ที่สื่อว่าเราจะกลัวที่ต้องเชื่อใจใครสักคน กลัวว่าเขาจะมาทำร้ายเราหรือเปล่า ก็เลยสร้างกำแพงกั้นเองผ่านอิริยาบถต่างๆ เช่น วางมาดขรึม แสดงความอินโทรเวิร์ตทั้งที่ในใจอยากทำความรู้จัก แต่เรายังกลัวและไม่กล้าที่จะไว้ใจ”

 

แชมพู: “จากวันและวินาทีที่ยอม ยอมแพ้ทุกสิ่งบนโลกเราใบนี้ และในวันนั้นก็เริ่มเข้มแข็งขึ้นทุกที” 

 

“จากวันที่เราจะมีความเหนื่อยหรือท้อบ้าง หรืออยากจะยอมแพ้ แต่อยู่ดีๆ มันก็มีข้อความในใจดังขึ้นมาว่า เราต้องสู้ๆ เราต้องทำให้ได้นะ และเราก็ต้องเชื่อว่าเราต้องทำได้ ฉะนั้นเราก็ต้องลุกขึ้นมาก้าวข้ามผ่านอุปสรรคที่เรากลัวไปให้ได้”

 

 

เฟม: “หนูชอบท่อนอินโทรตอนเริ่มเพลงที่ยังไม่มีเนื้อร้อง พอฟังแล้วมันให้ความรู้สึกปลุกใจ ฮึกเหิม จากที่เราซึมๆ อยู่ หรือรู้สึกดาวน์ พอได้ยินแค่อินโทรก็ให้ความรู้สึกว่า ตรงนี้แหละคือเวทีของฉัน สเตจของฉัน ฉันพร้อมที่จะเฉิดฉายตรงนี้ 

 

“แต่ถ้าเป็นท่อนที่เป็นเนื้อเพลง ส่วนตัวก็ชอบท่อน “ทำยังไง ต้องทำหน้าตาเช่นไร เมื่อตอนร้องไห้มีน้ำตา ช่วยบอกฉันสักทีต้องทำแบบไหน” เพราะครั้งหนึ่งในชีวิตเคยรู้สึกกับคำนี้จริงๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกแย่ และเราก็บอกกับตัวเองว่า ต้องทำอย่างไร ต้องทำตัวเช่นไร เหมือนเนื้อเพลง แม้จะอยากร้องไห้แต่ก็ไม่กล้าร้อง ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น”

 

มายด์: “ทำยังไง ต้องทำหน้าตาเช่นไร เมื่อตอนร้องไห้มีน้ำตา ช่วยบอกฉันสักทีต้องทำแบบไหน”

 

“หนูก็ชอบท่อนนี้เหมือนกัน หนูรู้สึกว่าสังคมหล่อหลอมให้เราเป็นคนที่แข็งแกร่ง หนูยอมรับเลยว่าหนูเป็นคนที่โดนปัญหาดราม่ามาค่อนข้างโชกโชน (หัวเราะ) หลายครั้งสิ่งต่างๆ ทำให้เรารู้สึกว่า ‘ห้ามล้ม’ ถ้าล้มจะมีคนรอซ้ำเติมทันที ทำให้การใช้ชีวิตทุกวันนี้ต้องอยู่กับสติ ห้ามพลาดเด็ดขาด 

 

“แม้แต่ตอนที่เราอยากจะร้องไห้ ไม่ว่าจะกับปัญหาอะไรก็ตาม เรายังไม่กล้าร้องเลย ทุกครั้งที่เราร้องหนูรู้สึกว่ามีคนที่รอสมน้ำหน้าเราอยู่ สิ่งเหล่านี้มันผลักให้เราต้องเข้มแข็งตลอดเวลา แม้ในใจจะอยากร้องเพื่อระบายความอัดอั้นออกมาก็ตาม” 

 

จ๋า: “เหม่อมองแสงดวงจันทร์สีฟ้าในเวลาค่ำคืน มันทำให้เริ่มหายใจลำบาก”

 

“เดิมทีเนื้อร้องของเพลงนี้หนูชอบทุกท่อน แต่ถ้าให้เลือกจะมี 1 ท่อนที่ติดอยู่ในใจหนูก็คือท่อนนี้ มันชวนให้เราลองคิดภาพตามว่า ดวงจันทร์สีฟ้ามันไม่มีในความเป็นจริง พอเพลงมีท่อนนี้ทำให้รู้สึกอินกับเพลงมากขึ้น ให้ความรู้สึกว่ามันไม่มีหรอกนะ ดวงจันทร์สีฟ้า แต่คืนนั้นมันทำให้รู้สึกว่าพระจันทร์มันเป็นสีฟ้า มันแสดงถึงความเหงา พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นแต่ความโดดเดี่ยว ไม่มีใครอยู่กับเราเลย มีเพียงเราที่ยืนอยู่ตรงนี้ ทำให้รู้สึกอึดอัด หายใจลำบาก เป็นท่อนที่แสดงถึงความเหงาได้ดีเลยสำหรับหนู”

 

พออ่านถึงตรงนี้ผู้อ่านหลายท่านน่าจะคิดตรงกับเราว่า เพลงนี้ช่างมีความหมายที่สอดคล้องกับชีวิตของแต่ละคนอย่างอัศจรรย์ใจ การเลือก ‘ท่อนเพลง’ มา 1 ท่อนแล้วมาเปรียบเทียบกับชีวิตของพวกเธอเอง คือสิ่งที่เกิดโดยไม่ได้ผ่านการชี้นำแต่อย่างใด หากแต่น้องๆ เป็นคนเลือกอธิบายจากความรู้สึกเบื้องลึกในหัวใจของพวกเธอเอง

 

 

Make Noise ถูกเลือกมาเป็นเพลงของทีม Under Girls ได้อย่างไร? 

 

ฮูพ: “ช่วงหลังจบงาน General Election เรามีการลิสต์เพลงกันเล่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีแต่เพลงที่เน้นการเต้นทั้งนั้นเลย แต่หลังจากนั้นไม่นานทีมงานมีเพลงมาให้เราเลือก 3 เพลง โดยที่ให้หนูหลับตาฟัง ซึ่งพอฟังแล้วมันไม่มีเพลงที่เราเก็งกันไว้ก่อนหน้านั้นเลย (หัวเราะ) ขั้นตอนนั้นคือเขาจะเปิดดนตรีของเพลงให้เราฟังโดยไม่ให้รายละเอียดอะไรเลย 

 

“แต่พออินโทรของ Make Noise ดังมาเพลงแรก หนูคิดเลยว่าเพลงนี้แหละ ใช่เลย ช่วงที่เขากำลังเปิดเพลงที่ 2 ให้ฟังต่อ หนูบอกเลยเอาเพลงนี้ ไม่ต้องเปิดเพลงอื่นแล้ว แต่เขาก็บอกให้ใจเย็นๆ และฟังอีก 2 เพลงที่เหลือก่อน ซึ่งก็ได้ฟังหมดแล้ว แต่สุดท้ายหนูก็เลือก Make Noise มาเป็นเพลงของเรา

 

“หนูมั่นใจว่าทุกคนต้องทำเพลงนี้ออกมาได้ดีแน่ๆ เพราะหนูรู้สึกว่าซิงเกิลนี้มันพิเศษกว่าเพลงทั่วไปตรงที่แฟนคลับเป็นคนโหวตเรามาติด Senbatsu หนูก็คิดต่อไปอีกว่า ถ้าแฟนคลับได้เห็นอะไรใหม่ๆ แฟนคลับเราน่าจะชอบมากแน่ๆ และผลลัพธ์ออกมาก็คือเมมเบอร์ทุกคนทำได้ดีมากๆ”

 

มายด์: “หนูรู้สึกว่าการเลือกเพลงนี้เป็นสิ่งที่ตัดสินใจถูกแล้ว เพราะถ้าให้พูดตามตรง เราเล่นเพลงที่มีท่วงทำนองที่ซ้ำมาเยอะ แต่ถ้าเรากล้าที่จะแหวกแนว ฉีกมาจากขนบเดิม มันจะทำให้เราเติบโต เกิดสิ่งใหม่ๆ ได้เห็นคาแรกเตอร์ที่ต่างจากบุคลิกเดิมของเมมเบอร์ และทำให้หลายคนเห็นว่าเมมเบอร์วงเราแม้บางคนที่หน้าหวานหรือหน้าตาน่ารัก ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับเพลงน่ารักสดใสเสมอไป แต่สิ่งนี้จะทำให้เห็นความสามารถในตัวเมมเบอร์ที่ต่างไปจากเดิม”

 

 

ถัดจากพาร์ตคุยเรื่องงานเพลง เราพบว่าหนึ่งในจุดน่าสนใจที่เพลงนี้สื่อถึงนอกเหนือจากจังหวะอันเร้าใจ คือเรื่องของความหมายเพลง ที่มุมหนึ่งเรารู้สึกว่าเพลงพูดถึงเรื่อง ‘ความกลัว’ เราจึงถือโอกาสนี้ได้ทำความรู้จักและเข้าใจตัวตนของพวกเธอให้มากขึ้นผ่านบทเรียนจากความกลัวของแต่ละคน 

 

หน้าตาของ ‘ความกลัว’ ในจิตใจแต่ละคนเป็นอย่างไร?

 

แชมพู: “จริงๆ หนูเป็นคนที่กลัวหลายอย่างเลยนะ เพียงแต่หนูบอกกับตัวเองอยู่ตลอดว่าเราทนได้ เราเข้มแข็ง ไม่ว่าเราจะต้องฝ่าฟันอะไร เราจะต้องทำมันออกมาให้ดีที่สุดด้วยการบอกว่า ‘เราทำได้’ แต่วันไหนที่เราอ่อนแอจริงๆ ก็ให้เรารู้สึกกับสิ่งนั้นไปเลย แล้วค่อยมาเข้มแข็งต่อในวันพรุ่งนี้ แต่ระหว่างนั้นเราต้องทำความเข้าใจว่าทำไมเราถึงกลัว ทำไมเราต้องรู้สึกกับสิ่งพวกนี้มากที่สุด เราต้องเข้าใจมันให้มากที่สุด แล้วเราจะผ่านมันไปได้ 

 

“ส่วนวิธีการรับมือกับความกลัวของหนูคือ กล้าที่จะยอมรับและทำความเข้าใจมันมากกว่าหนี ย้อนกลับไปตอนเข้าวงมาใหม่ๆ หนูกลัวหลายอย่างเลย กลัวการร้องเพลง เพราะเราเคยร้องเพลงไม่ตรงจังหวะมาก่อน พอต้องมาร้องเพลงมันเลยไม่มีความมั่นใจ แต่พอได้ขึ้นสเตจจริงๆ เราต้องมีความมั่นใจและบอกกับตัวเองว่าต้องทำให้ได้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องกลับมาเสียดายทีหลัง ก็เลยตั้งใจทำให้เต็มที่ไปเลยดีกว่า ละทิ้งความกลัวไว้หลังเวที เมื่อก้าวเท้าขึ้นสเตจเราต้องเป็นศิลปินที่มีความมั่นใจในการทำสิ่งที่ชอบ”

 

เอิร์น: “ความกลัวของเอิร์นเหมือนกับเพลงนี้เลยนะ รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่อินโทรเวิร์ตประมาณหนึาง ถึงแม้คนภายนอกจะมองว่าเราเป็นคนเฮฮา ซึ่งเราก็เป็นคนที่เฮฮานะ แต่ในใจลึกๆ มันไม่ได้เป็นความเฮฮาแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ มันยังถูกกั๊กจากอะไรบางอย่างอยู่ใจ มันเลยกลายเป็นความกลัวว่า แล้วทำไมตัวเราถึงไม่กล้าที่จะเปิดใจ ไม่กล้าที่จะเรียนรู้กับคนอื่น 

 

“ซึ่งมันเป็นความกลัวที่หนูยังก้าวผ่านไปไม่ได้ ส่วนวิธีรับมือหนูจะเลือกที่จะซึมซับกับความรู้สึกนั้นไปก่อน ปล่อยให้มันเป็นไปตามความรู้สึก จะนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ด้วยความรู้สึกอยู่ในใจที่ว่าสักวันหนึ่งมันจะมูฟออนได้เอง 

 

“หนูรู้นะว่าวิธีแก้ปัญหามันคืออะไร แต่อย่างที่บอกคือเรายังทำไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกข้างในที่เรายังไม่พร้อมจะเปิดใจมากกว่า แต่สัญญาว่าจะสู้และทำให้ดีที่สุด”

 

ฮูพ: “ความกลัวของหนูคือการกลัวที่จะสูญเสียคนที่รักไป เมื่อไม่นานมานี้มีเพลงของศิลปินท่านหนึ่งที่เพิ่งปล่อยออกมา นั่นก็คือเพลง วาดไว้ (recall) ของ Bowkylion แล้วในคอนเทนต์ TikTok ของเพลงนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวกับครอบครัว ซึ่งมันทำให้หนูสามารถนั่งร้องไห้ได้ทั้งวันเลย 

 

“หนูมีประสบการณ์ไปถ่ายซีรีส์ตัวหนึ่ง ซึ่งระหว่างนั้นครูที่สอนแอ็กติ้งถามหนูว่า อะไรคือสิ่งที่เซนซิทีฟมากที่สุด ตอนนั้นมันทำให้หนูรู้ว่า สิ่งที่หนูหลอกตัวเองมาตลอดว่าความเซนซิทีฟของหนูก็คือการที่ทำอะไรแล้วไม่ออกมาดีสักที แต่ความจริงมันไม่ใช่ เพราะหนูเพิ่งมาค้นพบว่าหนูกลัวที่จะเสียคนในครอบครัวไป” 

 

 

จ๋า: “ที่ทุกคนพูดมาหนูก็กลัวหมดเลยนะ (หัวเราะ) แต่ที่เป็นปัญหาและพบเจอบ่อยที่สุดก็คือกลัวที่จะต้องก้าวออกจากเซฟโซนของตัวเอง เพราะจริงๆ เราเป็นอินโทรเวิร์ต มันกลัวที่จะต้องพบเจอกับคนใหม่ๆ กลัวเวลาต้องพูดคุยกับคนที่เพิ่งพบเจอ ไม่รู้ต้องเริ่มต้นอย่างไร มันเหมือนสมองต้องทำงานหนักมาก เพราะมันจะคิดอยู่เสมอว่า เราจะพูด เราจะทักแบบไหนดี ถ้าพูดไปแล้วจะโอเคไหม บางทีก็กลายเป็นคนคิดมาก คิดเยอะ คิดไปเรื่อย 

 

“ทุกวันนี้หนูก็พยายามปรับตัวและรับมือกับอุปสรรคต่างๆ ทุกครั้งเมื่อเราต้องกล้าออกจากเซฟโซน ซึ่งทุกครั้งหนูพยายามคิดในแง่ดีว่า บางสิ่งที่เราออกมาจากเซฟโซนมันไม่ได้แย่อย่างที่คิด ลองดูและลองทำให้เต็มที่ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง อันนี้ก็เป็นคติอีกหนึ่งอย่างที่หนูจะถือไว้ติดตัวเวลาที่ต้องทำอะไรที่มันก้าวออกจากเซฟโซน” 

 

เฟม: “พอได้ฟังคำถามและมานั่งคิดดูแล้ว หนูก็เป็นคนที่ขี้กลัวมากเลยนะ แต่ถ้ากลัวที่สุดสำหรับหนู ณ ตอนนี้ น่าจะเป็นความกลัวที่ไม่พอใจในตัวเองมากกว่า หนูค่อนข้างที่จะกดตัวเองมากๆ ชอบเอาตัวเองเปรียบเทียบกับคนอื่น ถึงแม้ในใจจะพูดว่า ‘ก็แข่งกับตัวเองสิ ทำไมต้องแข่งกับคนอื่นด้วย’ แต่สุดท้ายตัวเองก็ต้องแข่งกับตัวเองในใจอยู่ดี 

 

“พอมันมีความรู้สึกที่ไม่ภูมิใจในตัวเอง มันเลยเป็นสาเหตุที่ทำให้คิดว่าคนอื่นไม่ภูมิใจในตัวเราด้วย ด้วยความที่เราไม่ใช่เมมเบอร์ที่อยู่ระดับท็อปมาตั้งแต่แรก มันเลยมีความพยายามที่จะดิ้นรนพาตัวเองไปอยู่ในอันดับที่ต้องการให้ได้ แต่มันก็ทำไม่ได้สักที มันเลยเป็นความกลัวที่ติดอยู่ในใจมาตลอด ซึ่งหนูรับมือด้วยการพยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ยอมรับและอยู่กับมันให้ได้” 

 

มายด์: “กลัวคนที่เขารักเรากลายเป็นคนที่ไม่เข้าใจเรามากที่สุด สิ่งนี้น่าจะเป็นอะไรที่ทำให้หนูเสียใจมากที่สุดแล้ว ด้วยความที่เขาเป็นแฟนคลับ เราก็อยากจะให้เขารู้จักเราให้ดีที่สุด สำหรับหนูแฟนคลับคือที่พึ่งพาในระดับหนึ่งเลย เนื่องด้วยหนูเป็นเด็กต่างจังหวัด มาอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว คนที่ช่วยหนูได้ดีมากๆ ตอนนั้นก็คือแฟนคลับนี่แหละ เพราะเราจะเจอกันตามอีเวนต์บ่อยมาก หนูก็เลยกลัวว่าสักวันหนึ่งถ้าเขาเกิดไม่เข้าใจเราขึ้นมา ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่คืออะไร มันก็ทำให้รู้สึกเหมือนว่าเราไม่เหลือใครให้พึ่งพิง ไม่มีคนข้างๆ แล้ว” 

 

 

หลังจากฟังและทำความเข้าใจกับสิ่งที่ติดอยู่เบื้องลึกในจิตใจของพวกเธอทั้ง 6 คนแล้ว เรารู้สึกยินดีและอยากเป็นกำลังใจในเวลาเดียวกัน เพราะสิ่งเหล่านี้นับเป็นการพูดคุยเชิงความรู้สึก ที่ยากต่อการถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยในวงสนทนาเวลานี้ 

 

และดูเหมือนว่าจุดประสงค์การพูดคุยครั้งนี้จะเปลี่ยนไป เพราะเดิมทีวางไว้เพื่อให้เรารู้จักตัวตนของพวกเธอ แต่ ณ ตอนนี้ ทั้งความรู้สึกที่แสดงออกจากการตอบคำถาม ไปจนถึงสีหน้าท่าทางนั้น ทำให้เราเข้าใจว่าทั้ง 6 สาวได้ทำความเข้าใจความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นกับสิ่งที่เธอได้ถ่ายทอดออกมา

 

ด้วยเหตุนี้เราจึงตั้งหัวข้อปิดท้ายการสัมภาษณ์ในวันนี้ด้วยการให้เธอทั้ง 6 คนได้พูด ‘ขอบคุณตัวเอง’ หรือสิ่งที่ต้องการจะบอกกับตัวตนของพวกเธอเองในวันนี้

 

คำขอบคุณ แด่…ตัวเธอเอง

 

จ๋า: “ขอบคุณตัวเองที่พยายามมาโดยตลอด ขอบคุณที่ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ หลายครั้งที่ชีวิตเรามันมีโมเมนต์ที่เราอยากจะยอมแพ้ หรือไม่อยากจะทำอะไรสักอย่างแล้ว อยากจะขอบคุณตัวเองมากๆ ที่ยอมสู้ต่อ และเลือกที่จะทำต่อไปอย่างเต็มที่ แล้วอยากจะบอกกับตัวเองว่า อย่าไปกลัวกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น อยากให้ตัวเองเข้มแข็งเอาไว้ สู้ๆ เธอทำได้อยู่แล้ว

 

“ถึงช่วงหนึ่งของชีวิตเรานั้นอาจจะเลือกหรือทำอะไรที่มันเป็นสิ่งที่ผิดพลาดไป อย่าโทษตัวเองว่าตอนนั้นไม่น่าทำอย่างนั้นอย่างนี้เลย แต่จงภูมิใจว่าสิ่งที่เราเลือกทำไป ณ ตอนนั้น มันคือสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่ในช่วงเวลานั้นที่เราจะเลือกได้ ไม่อยากให้เราต้องรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เลือกลงไป และอยากให้เข้มแข็ง ยิ้มเยอะๆ และก็สู้ๆ” 

 

แชมพู: “สำหรับหนู ‘การขอบคุณตัวเอง’ เป็นสิ่งที่ทำบ่อยอยู่ประมาณหนึ่งเลย ไม่ว่าจะขอบคุณที่ทำให้ตัวเองมาอยู่ตรงนี้ ขอบคุณที่ทำสิ่งนี้ ขอบคุณที่ทำให้ตัวเองรู้จักตัวตนของตัวเองมากขึ้น หนูรู้สึกว่าการขอบคุณตัวเองเป็นอะไรที่ทำให้เราภูมิใจในตัวเองมากขึ้น แม้มันจะแค่นิดเดียวก็ตาม แต่เราก็ทำได้นะ แต่อาจจะค่อยๆ ก้าวขึ้นไปทีละนิด ก็เลยคิดว่าการได้ขอบคุณตัวเองคือสิ่งที่อยากให้ทุกคนทำมากๆ 

 

“เพราะการขอบคุณตัวเองทำให้เรารู้จักกับตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องขอบคุณที่ตัวเองเก่งก็ได้ แค่วันนี้เรามองตัวเองในกระจก เราก็แค่ชมตัวเองว่าวันนี้เราสวยมากเลย หรือวันนี้เรายิ้มได้ทั้งวันก็ขอบคุณที่เราเข้มแข็ง หรือช่วงที่เจอกับอะไรที่เลวร้าย ก็ให้ขอบคุณตัวเองที่พาชีวิตผ่านพ้นไปได้” 

 

มายด์: “ของหนูขอไม่เอาเป็นคำพูด เพราะหนูคิดว่าถ้าเราแยกร่างตัวเองออกมาได้เป็นตัวหนู 2 คน หนูขอแค่ได้มองตาตัวเองแค่นั้น เพราะหนูเชื่อว่าเราต่างรู้กันอยู่แล้วว่าเราผ่านพบเจออะไรกันมา หนูแค่อยากเดินไปกอดตัวหนูอีกคนก็พอ” 

 

 

เอิร์น: “ของเอิร์นก็คล้ายๆ ของจ๋านะ ขอบคุณที่ไม่คิดโทษตัวเองในอดีต ทุกอย่างในชีวิตที่ผ่านมา เอิร์นทำเต็มที่ในทุกเรื่อง แล้วไม่เคยรู้สึกเสียใจว่าทำไมวันนั้นไม่ซ้อมให้เยอะกว่านี้ เพราะต่อให้ย้อนเวลากลับไปในตอนนั้นเราก็ยังทำได้ประมาณนี้ เพราะตอนนั้นเราทำดีที่สุดแล้ว ณ ช่วงเวลานั้น เลยอยากขอบคุณที่ไม่คิดโทษตัวเองในอดีต และคิดว่าจะคิดแบบนี้ไปตลอด เพราะการคิดโทษตัวเองมันช่วยอะไรไม่ได้แล้ว 

 

“ขอบคุณตัวเองที่รู้วิธีแก้ปัญหาในทุกๆ อย่าง ในยามที่ตัวเองมีความทุกข์ หนูเป็นคนที่รู้วิธีแก้ปัญหาต่างๆ แบบเป็นลำดับขั้นตอน 1, 2, 3, 4 ก็อยากจะขอบคุณที่รู้วิธีแก้ปัญหา ถึงแม้จะยังก้าวข้ามไปอยู่ในจุดที่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ขอบคุณที่ตัวเองยังมีสติคิดได้ ไม่ทำให้ทุกอย่างมันแย่ลง” 

 

ฮูพ: “หนูรู้สึกขอบคุณอีกคนหนึ่งที่อยู่ในสมองของหนูมากๆ เพราะทุกครั้งที่เวลาหนูคิดลบ มันจะมีคนที่อยู่ในหัวของหนู คอยเตือนสติให้หนูหยุดคิดลบกับตัวเอง และทุกครั้งที่ล้มจะมีคนนี้ดึงหนูกลับขึ้นมา อยากขอบคุณที่ยังมีคนคนนี้อยู่ในหัว” 

 

เฟม: “ขอบคุณที่ตัวหนูยอมเปลี่ยนมายด์เซ็ตตัวเอง เพราะเมื่อก่อนหนูรู้สึกว่าตัวเองค่อนข้างที่จะเป็นเด็กเอาแต่ใจ ดังนั้นการเปลี่ยนมายด์เซ็ตของหนูมันคือการเปลี่ยนเพื่อให้ตัวหนูเป็นคนที่ดีขึ้น เป็นคนที่อยู่ในสังคมนี้ได้ ไม่เป็นพิษต่อสังคม เมื่อก่อนตัวหนูนอกจากจะหยิ่งแล้ว ยังเป็นคนที่โกรธแค้นอะไรได้ง่าย แต่พอเรามาอยู่ในครอบครัวของ BNK48 มันทำให้หนูได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เรียนรู้การเชื่อใจ รักเพื่อน-พี่-น้อง ในแบบที่เขาเป็นเขาเอง ไม่ใช่มัวแต่คิดสบประมาทคนอื่น ซึ่งกว่าจะคิดได้แบบนี้ก็ใช้เวลานานเหมือนกัน ก็อยากจะขอบคุณตัวเองที่ยอมเปลี่ยน และกล้าที่จะยอมเข้าใจโลก ยอมเติบโตขึ้น ไม่จมอยู่กับสิ่งที่ไม่ดี 

 

“ถ้านับจากวันที่หนูตัดสินใจเซ็นสัญญามาเป็นสมาชิก BNK48 หนูคิดว่าจากวันนั้นถึงวันนี้หนูเติบโตขึ้นมากจริงๆ มันมีคำหนึ่งที่หนูสลักไว้ในแหวนว่า ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมัน ฉะนั้นจงอย่าเพิ่งท้อเมื่อเจออุปสรรคอะไรก็ตาม เพราะชีวิตเรายังมีอีกหลายมุมหลายด้าน อย่ามองชีวิตแค่ด้านเดียว” 

 

และทันทีที่เฟมพูดจบ แชมพูก็พูดขึ้นมากลางวงสนทนาว่า “หนูรู้สึกอยากกอดทุกคนมากเลย” 

 

หลังจากนั้นภาพที่เราได้เห็นอยู่เบื้องหน้าคือกลุ่มเด็กสาวผู้มีความฝันได้โผตัวเข้ากอดกันเป็นวงกลม แม้จะไม่มีคำพูดใดสอดแทรกขึ้นมา แต่ชั่วขณะนั้นเราสัมผัสได้ว่า อ้อมกอดที่เธอมอบให้กันนั้นมันมีความหมายต่อพวกเธอมาก

 

1 ชั่วโมง กับอีก 14 นาทีโดยประมาณ คือช่วงเวลาที่เราได้รู้จักและทำความเข้าใจเด็กกลุ่มนี้มากขึ้นจริงๆ ชีวิตในการเป็นหนึ่งในสมาชิก BNK48 และ CGM48 คือหนึ่งในปัจจัยที่หล่อหลอมให้พวกเธอเติบโตมาอย่างดี การทำหน้าที่ในฐานะศิลปินวงนี้ เหมือนไทม์แมชชีนที่พาพวกเธอล่วงเวลามาใช้ชีวิตในแบบผู้ใหญ่ เรียนรู้ชีวิตสิ่งที่เกิดขึ้นจากหน้าและหลังกล้อง สัมผัสความสุขและความเศร้า ได้ลิ้มรสชาติความสมหวังและผิดหวัง 

 

พวกเธอคือกลุ่มเด็กสาวที่เก่งและเข้มแข็งมากจริงๆ / เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ 

 

Make Noise – BNK48

 

 

Bonus Picture – Make Noise: BNK48

 

The post ค้นชีวิต 6 สาว BNK48-CGM48 จากบทเรียนแห่งความกลัว ผ่าน ‘Make Noise’ ท่วงทำนองความเจ็บปวดของการ ‘สูญเสียตัวตน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟังเสียงหัวใจ กับตัวตนอีกมุม…ที่ไม่เคยบอกใคร ผ่านภาพโทนขาว-ดำ ของ 6 สาว BNK48 แห่งเพลง Make Noise https://thestandard.co/bnk48-make-noise/ Fri, 19 Aug 2022 10:50:22 +0000 https://thestandard.co/?p=669448 BNK48

เร็วๆ นี้ วง BNK48 ได้ปล่อยเพลงรองของซิงเกิลลำดับที่ 12 […]

The post ฟังเสียงหัวใจ กับตัวตนอีกมุม…ที่ไม่เคยบอกใคร ผ่านภาพโทนขาว-ดำ ของ 6 สาว BNK48 แห่งเพลง Make Noise appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK48

เร็วๆ นี้ วง BNK48 ได้ปล่อยเพลงรองของซิงเกิลลำดับที่ 12 จาก 16 สาว ยูนิต Under Girls ในเพลง Make Noise ที่แสดงถึงภาพลักษณ์ใหม่อันคมเข้มและเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์ต่างไปจากเพลงรองก่อนหน้านี้ออกมาให้แฟนเพลงได้รับชมและรับฟังกันเป็นที่เรียบร้อย

 

และเช่นเคย THE STANDARD POP มีโอกาสพูดคุยกับ 6 สาวจาก Make Noise ประกอบด้วย ฮูพ-ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย (Center), มายด์-ปณิศา ศรีละเลิง, เอิร์น-วชิราพร พัฒนพานิช, จ๋า-ณปภัช วรพฤทธานนท์, เฟม-นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ แห่งวง BNK48 และ แชมพู-กชพร ลีละทีป จากวง CGM48 เกี่ยวกับที่มาที่ไปของเพลงสุดแซ่บชิ้นนี้ รวมไปถึงการเปิดเผย ‘ความกลัว’ ในจิตใจของพวกเธอ ที่ยังต้องต่อสู้และฝ่าฟันเพื่อก้าวข้ามไปข้างหน้า

 

แต่ก่อนอื่นเราขอวอร์มอัพกันด้วยสิ่งที่แฟนคลับวง BNK48 และ CGM48 คุ้นเคยเป็นอย่างดีก็คือ Photo Set หรือชุดภาพถ่ายโทนขาว-ดำ ที่ต้องการให้เห็นลุคที่ต่างจากเดิมอีกมุมหนึ่งของพวกเธอ พร้อมบทสัมภาษณ์บางช่วงบางตอนเกี่ยวกับหัวข้อที่ว่า ‘ตัวตนอีกมุม…ที่ไม่เคยบอกใคร’

 

เฟมคือคนแรกที่ตัดสินใจตอบคำถามนี้อย่างไม่ลังเล “หนูรู้สึกเป็นตัวของตัวเองแบบขั้นสุดมากๆ หนูแสดงให้แฟนคลับเห็นมาแทบทุกด้านแล้ว น่าจะเหลือแค่ร้องไห้โชว์ (หัวเราะ) หรืออาจจะเคยร้องไห้ก็ได้ แต่จำไม่ได้

 

“หนูเป็นคนที่ชอบแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง แต่แฟนคลับก็น่าจะดูออกอยู่ดี เพราะว่าเวลาพูดกับแฟนคลับหรือไลฟ์คุยกับแฟนคลับจะชอบเสียงสั่น หรือบางทีก็น้ำตาคลอเบ้าให้เห็นกัน”

 

ขณะที่จ๋าก็บอกว่า เธอเป็นอีกคนที่แม้ภายนอกจะมีความร่าเริงให้เห็นอยู่ประจำ แต่ลึกๆ ตัวตนของเธอคือการเป็น Introvert ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

 

“หนูเป็น Introvert หนูไม่แน่ใจว่าคนอื่นรู้หรือเปล่า คือไม่ใช่ว่าหนูเป็นคนที่เข้าสังคมไม่ได้ อย่างเวลามีงานจับมือหรือมีปาร์ตี้สังสรรค์ หนูก็สามารถร่วมกิจกรรมได้ปกติ แสดงความร่าเริงสดใส แต่เมื่อหนูอยู่ที่บ้านจะไม่ค่อยชอบคุยกับใคร ในทางกลับกันจะชอบอยู่คนเดียว เพราะหนูเชื่อว่าการชาร์จพลังที่ดีสำหรับเราคือการนอนอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรเลยทั้งวัน ไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากขยับตัวไปทำอะไร 

 

“อย่างเวลาใครดูไลฟ์หนู เขาอาจจะมองว่าหนูเป็นคนพูดเก่ง อันนั้นหนูก็ไม่ปฏิเสธว่าเป็นตัวตนของเราเหมือนกัน แต่อีกมุมหนึ่งหนูสามารถเป็นคนที่ไม่พูดเลยก็ได้”

 

ด้านฮูพก็บอกว่า “หนูรู้สึกว่าตอนหนูเข้ามาอยู่ใน BNK48 ช่วงแรกหนูไม่ได้เป็นตัวตนของหนูที่แท้จริง จริงๆ หนูเป็นคนที่ชอบเทคแคร์และใส่ใจคนมากๆ แต่พอมาถึงจุดหนึ่งกลับรู้สึกว่าหนูทำสิ่งเหล่านี้มากเกินไป จนบางครั้งมันก็กลับมาทำร้ายจิตใจหนูเหมือนกัน

 

“ในเรื่องนี้หนูได้มีโอกาสปรึกษากับพี่เจนนิษฐ์ BNK48 และการคุยครั้งนี้ทำให้หนูได้มองอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะ กล้าที่จะเป็นตัวเองมากขึ้น และกล้าที่จะยอมรับว่า ไม่ว่าเราจะเป็นอะไร แค่เราเป็นตัวของตัวเองเท่านั้นก็พอแล้ว และสุดท้ายแล้วสิ่งเหล่านี้จะพาให้คนที่รักเราจริงๆ หรือรับในแบบที่เราเป็นแบบนี้ได้ มาอยู่ใกล้ตัวเราเอง

 

“ที่ผ่านมาหนูคิดว่าแฟนคลับน่าจะได้เห็นหนูในทุกมุมเลย ทั้งมุมน่ารัก, มุมเฟียตๆ, มุมเซ็กซี่, มุมตลก-เฮฮา หรือเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ (หัวเราะ) เพราะหนูเป็นคนที่เปิดเผยและเปิดใจกับแฟนคลับอยู่แล้ว” ฮูพกล่าวด้วยเสียงที่มั่นใจ

 

“ตัวตนที่แฟนคลับไม่เคยเห็นเหรอ? มันน่าจะพูดไม่ได้นะพี่ (หัวเราะ)” มายด์พูดออกมาก่อนที่วงสนทนาจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

 

“จริงๆ ก็มีอยู่นะ อีกตัวตนของหนูคือการได้เป็นคนที่สนุกสนานและเฮฮามาก เฮฮาในระดับที่เลเวลสูงมากๆ อันนี้แฟนคลับของหนูน่าจะรู้อยู่แล้ว อีกอย่าง…หนูคิดว่าตัวเองสนิทกับคนอื่นง่าย ถึงแม้จะมีบางคนยังคิดว่าหนูเป็นคนที่ตึงๆ มาดขรึม หรือเข้าถึงยาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าตัวเองก็เป็น Introvert เหมือนกัน”

 

หลังจากที่นั่งครุ่นคิดอยู่นาน เอิร์นก็บอกว่า “ตัวตนอีกมุมหนึ่งของเอิร์นคิดว่าน่าจะคล้ายกับของน้องจ๋าและของน้องเฟม อย่างของเฟมคือเปิดเผยกับแฟนคลับหมดแล้ว ของเอิร์นก็จะคล้ายๆ กัน เพียงแค่รู้สึกว่าบางตอนเอิร์นค่อนข้างเป็นคนห้าวๆ เกรี้ยวกราด แต่อันนี้ไม่ได้ทำแบบนี้กับแฟนคลับนะ (หัวเราะ)

 

“อย่างของน้องจ๋าเป็น Introvert เอิร์นก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน มันจะมีบางช่วงที่มีอารมณ์ความรู้สึกอยากอยู่เฉยๆ เหมือนกัน บางครั้งหลังการทำงานหนัก วิธีเยียวยาของเราอาจจะไม่ได้เป็นการออกไปเที่ยวเล่นข้างนอก แต่มันคือการนอนอยู่ห้องเฉยๆ

 

“ขณะเดียวกันแฟนคลับบางส่วนคิดว่าหนูเป็นคนตลก หนูอยากให้รู้ว่าบางมุมหนูก็ไม่ได้ตลกตลอด ในมุมกลับกันก็มีแฟนคลับบางส่วนอาจจะมองว่าหนูเป็นคนเงียบ ขรึม และหยิ่ง ใครที่มองหนูแบบนี้ หนูอยากจะบอกว่าหนูก็มีอีกมุมหนึ่ง เพียงแต่ ณ เวลานั้นเราอาจจะไม่ได้แสดงด้านตลกให้คนอื่นเห็น เพราะตัวตนของคนๆ หนึ่งจริงๆ มันมีหลายรูปแบบ หลายความรู้สึกประกอบอยู่”

 

ปิดท้ายที่ขวัญใจ ‘มัมหมี’ แห่งวงสนทนา อย่างแชมพู สมาชิกหนึ่งเดียวจาก CGM48 ที่บินมาไกลจากเชียงใหม่เพื่อร่วมพูดคุยกับเรา และที่ต้องบอกว่าเป็นขวัญใจมัมหมี เพราะรอบโต๊ะนั้นซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิก BNK48 อีก 5 คนต่างจับจ้องด้วยความตั้งใจฟัง และเป็นกำลังใจให้แชมพูทุกครั้งที่ตอบคำถามด้วยความเอ็นดู

 

“ตั้งแต่หนูมาอยู่ในวง หนูรู้สึกว่าหนูได้ค้นพบตัวตนของตัวเองมากขึ้น ตั้งแต่วันแรกอาจจะเป็นเด็กสาวธรรมดา แต่พอโตขึ้นมาเป็นศิลปินก็ทำให้รู้จักตัวตนของเราในการเป็นศิลปินมากขึ้น และเราก็จะพยายามบอกแฟนคลับเสมอว่าตอนนี้เราโตขึ้นด้านอะไรบ้าง เราก็สื่อสารกับแฟนคลับตลอด

 

“ถ้าเป็นตัวตนที่แฟนคลับไม่รู้ก็น่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวันของหนูเอง เพราะเขาไม่ได้อยู่กับเราตลอด เช่น วันเสาร์เราจะชอบตื่นบ่ายโมง ชีวิตหลังกล้องเหล่านี้แฟนคลับเขาอาจจะยังไม่รู้

 

“ทุกวันนี้หนูคิดว่าหนูเป็นตัวของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว เพราะให้หนูไปเป็นคนอื่นหนูคงทำไม่ได้ และตอนนี้หนูเชื่อว่าถ้าแฟนคลับรักและรับได้กับสิ่งที่หนูเป็น หนูน่าจะสบายใจมากกว่าถ้าหนูต้องไปเป็นคนอื่นเพื่อให้เขามารักหนู และหนูก็คงทำอย่างนั้นได้ไม่นาน ก็เลยคิดว่าเป็นตัวของตัวเองนั่นแหละดีที่สุดแล้ว

 

“อีกอย่างการที่เราเป็นตัวเราแบบนี้มันก็อาจจะมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบเรา หนูก็เข้าใจ และไม่ได้คิดว่าทุกคนจะมาชอบหนู แต่ขอแค่ใจดีกับหนูบ้างก็พอ”

 

“งื้อออออ” คือเสียงที่ค่อยๆ ดังขึ้นในวงสนทนาจากเหล่ามัมหมีที่ออกตัวเชียร์แชมพูอย่างชัดเจน

 

และนี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากบทสัมภาษณ์ของ 6 สาว BNK48 & CGM48 ยูนิต Under Girls ในเพลง Make Noise โดยบทสัมภาษณ์ตัวเต็มจะมีให้อ่านแบบจุใจพร้อมเซ็ตสุดสวยอย่างแน่นอน

 

สำหรับเพลง Make Noise สามารถฟังได้ทางลิงก์นี้ หรือช่องทางสตรีมมิงทุกแพลตฟอร์ม

 

 

BNK48 BNK48 BNK48 BNK48 BNK48 BNK48 BNK48 BNK48 BNK48 BNK48 BNK48 BNK48

The post ฟังเสียงหัวใจ กับตัวตนอีกมุม…ที่ไม่เคยบอกใคร ผ่านภาพโทนขาว-ดำ ของ 6 สาว BNK48 แห่งเพลง Make Noise appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฟม, โมเน่ต์, ปัญ และ เจนนิษฐ์ BNK48 แจ้งผลตรวจ ‘พบเชื้อโควิด’ https://thestandard.co/bnk48-four-members-infect-coronavirus/ Fri, 29 Apr 2022 07:34:08 +0000 https://thestandard.co/?p=622975 BNK48

วันนี้ (29 เมษายน) ไอดอลกรุ๊ป BNK48 ได้แจ้งผลตรวจพบเชื้ […]

The post เฟม, โมเน่ต์, ปัญ และ เจนนิษฐ์ BNK48 แจ้งผลตรวจ ‘พบเชื้อโควิด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK48

วันนี้ (29 เมษายน) ไอดอลกรุ๊ป BNK48 ได้แจ้งผลตรวจพบเชื้อโควิดของสมาชิกวงจำนวน 4 คนได้แก่ เฟม-นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์, โมเน่ต์-ภาริตา ริเริ่มกุล, ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ โดยสมาชิกทั้งหมดได้เข้ารับการรักษาตามมาตรการเป็นที่เรียบร้อย 

 

โดยสรุปแล้วในช่วงเดือนเมษายน มีสมาชิก BNK48 ที่ตรวจพบเชื้อโควิดแล้วจำนวน 11 คนด้วยกัน ได้แก่ โมบายล์-พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค, มินมิน-รชยา ทัพพ์คุณานนต์, มิโอริ โอคุโบะ, เอิร์น-วชิราพร พัฒนพานิช, ฮูพ-ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, มีน-ณัฐธันยา ดุลยพล, ปาเอญ่า-นิพพิชฌาน์ พิพิธเดชา, เฟม-นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์, โมเน่ต์-ภาริตา ริเริ่มกุล, ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

 

สำหรับรายละเอียดการตรวจพบเชื้อโควิดของสมาชิกทั้ง 4 คน มีดังนี้ “จากการกักตัวเพื่อสังเกตอาการของสมาชิก BNK48 และได้มีการดำเนินตรวจหาเชื้อโควิด ผลปรากฏว่า มีสมาชิกที่มีผลตรวจเป็น ‘บวก’ เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ 1. เฟม (นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์) 2. โมเน่ต์ (ภาริตา ริเริ่มกุล) 3. ปัญ (ปัญสิกรณ์ ติยะกร) 4. เจนนิษฐ์ (เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ) ซึ่งสมาชิกทั้งหมด ได้เข้ารับการรักษาตามมาตรการเป็นที่เรียบร้อย 

 

“สำหรับสมาชิกคนอื่นๆ ที่ได้ใกล้ชิดกับสมาชิกที่มีผลตรวจเป็นบวก จะทำการกักตัวเพื่อสังเกตอาการตามมาตรการต่อไป จึงเรียนมาเพื่อทราบ”

 

อ้างอิง:

The post เฟม, โมเน่ต์, ปัญ และ เจนนิษฐ์ BNK48 แจ้งผลตรวจ ‘พบเชื้อโควิด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK48 เผยไทม์ไลน์ซิงเกิลหลักที่ 11 Sayonara Crawl นับถอยหลังก่อนปล่อยมิวสิกวิดีโอ และงานเปิดตัว 20 มี.ค. นี้ https://thestandard.co/bnk48-unveiled-sayonara-crawl-timeline/ Fri, 11 Mar 2022 13:12:27 +0000 https://thestandard.co/?p=604852 BNK48 เผยไทม์ไลน์ซิงเกิลหลักที่ 11 Sayonara Crawl นับถอยหลังก่อนปล่อยมิวสิกวิดีโอ และงานเปิดตัว 20 มี.ค. นี้

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอกันเสียนาน ในที่สุดวันนี้ (11 มีน […]

The post BNK48 เผยไทม์ไลน์ซิงเกิลหลักที่ 11 Sayonara Crawl นับถอยหลังก่อนปล่อยมิวสิกวิดีโอ และงานเปิดตัว 20 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK48 เผยไทม์ไลน์ซิงเกิลหลักที่ 11 Sayonara Crawl นับถอยหลังก่อนปล่อยมิวสิกวิดีโอ และงานเปิดตัว 20 มี.ค. นี้

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ รอกันเสียนาน ในที่สุดวันนี้ (11 มีนาคม) ไอดอลกรุ๊ป BNK48 ได้เผยไทม์ไลน์การโปรโมตของซิงเกิลหลักที่ 11 อย่าง Sayonara Crawl ออกมาให้แฟนๆ ได้ร่วมกันนับถอยหลัง  

 

โดยทางวงจะเริ่มต้นปล่อยภาพทีเซอร์ของสมาชิกเซ็มบัตสึทั้ง 32 คนในวันที่ 12-19 มีนาคม และจะปล่อยมิวสิกวิดีโอทีเซอร์ในวันที่ 18 มีนาคม ก่อนไปร่วมรับชมมิวสิกวิดีโอและงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 20 มีนาคม และจะสามารถรับฟังบนแพลตฟอร์มมิวสิกสตรีมมิงได้ในวันที่ 21 มีนาคม 

 

สำหรับผู้ที่ได้รับตำแหน่งเซ็นเตอร์ในเพลง Sayonara Crawl ประกอบไปด้วย ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา, มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์, ปาเอญ่า-นิพพิชฌาน์ พิพิธเดชา สมาชิกรุ่นที่ 3 และ แชมพู-กชพร ลีละทีป จากวง CGM48 

 

ด้านรายชื่อสมาชิกเซ็มบัตสึอีก 28 คน ประกอบด้วย เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร, โมบายล์-พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค, เฌอปราง อารีย์กุล, เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล, เจน-กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์, จีจี้-ณัฐกุล พิมพ์ธงชัยกุล, วี-วีรยา จาง, แก้ว-ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ, ตาหวาน-อิสราภา ธวัชภักดี, น้ําหนึ่ง-มิลิน ดอกเทียน, สตางค์-ตริษา ปรีชาตั้งกิจ, มินมิน-รชยา ทัพพ์คุณานนต์, ผักขม-สิริการย์ ชินวัชร์สุวรรณ, นิว-ชัญญาภัค นุ่มประสพ, อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ, ปูเป้-จิรดาภา อินทจักร และ มิโอริ โอคุโบะ

 

พร้อมด้วย BNK48 สมาชิกรุ่นที่ 3 ได้แก่ ฮูพ-ปาฏลี ประเสริฐธีระชัย, พีค-ภูษิตา วัฒนากรแก้ว, แพมแพม-สาริศา วรสุนทร, มีน-ณัฐธันยา ดุลยพล และ เฟม-นันทภัค กิตติรัตนวิวัฒน์ รวมถึงสมาชิกจากวงน้องสาวอย่าง CGM48 ประกอบด้วย ออม-ปุณยวีร์ จึงเจริญ, คนิ้ง-วิทิตา สระศรีสม, ฟอร์จูน-ปัณฑิตา คูณทวี, มามิ้งค์-มาณิฌา เอี่ยมดิลกวงศ์ และ สิตา ธีรเดชสกุล

 

อ้างอิง:

The post BNK48 เผยไทม์ไลน์ซิงเกิลหลักที่ 11 Sayonara Crawl นับถอยหลังก่อนปล่อยมิวสิกวิดีโอ และงานเปิดตัว 20 มี.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>