เพื่อน..ที่ระลึก Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เพื่อน-ที่ระลึก/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 20 Jun 2019 07:50:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 คำถามที่ต้องหาคำตอบ กับการประกาศชื่อผู้เข้าชิงบนเวทีสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 27 https://thestandard.co/27th-thailand-national-film-association-awards/ https://thestandard.co/27th-thailand-national-film-association-awards/#respond Fri, 09 Feb 2018 12:20:39 +0000 https://thestandard.co/?p=69080

ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย 16 สาขาอย่างเป็นทางการ ส […]

The post คำถามที่ต้องหาคำตอบ กับการประกาศชื่อผู้เข้าชิงบนเวทีสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 27 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประกาศรายชื่อผู้เข้ารอบสุดท้าย 16 สาขาอย่างเป็นทางการ สำหรับการประกาศรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 27 ‘หนังไทย ผลิใบ’ และถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มีปรากฏการณ์หนังไทยหลายอย่างเกิดขึ้น

 

เริ่มต้นจาก ฉลาดเกมส์โกง หนังไทยที่กวาดรายได้ทั่วโลกไปมากกว่า 1,000 ล้านบาท ของผู้กำกับ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ที่เข้าชิงทั้งรางวัลเล็กและใหญ่แบบเรียบวุธ 15 สาขา โดยมีสาขาเพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเท่านั้นที่ไม่ได้เข้าชิง ต่อด้วย Die Tomorrow ของเต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ที่เข้าชิงไป 11 สาขา ตามมาติดๆ กับ เพื่อน..ที่ระลึก ของจิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ที่รายได้อาจจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่าไร แต่ก็เข้าชิงมากถึง 10 สาขา และปิดท้ายด้วย สยามสแควร์ ของไพรัช คุ้มวัน ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เข้าชิงไปได้ถึง 9 สาขาด้วยกัน

 

นอกจากนี้ยังมีหนังฟอร์มเล็กหลายเรื่องที่น่าจับตาอย่าง ไทบ้าน เดอะ ซีรีส์ และ ป๊อปอาย มายเฟรนด์ ที่เข้าชิง 5 สาขาเท่ากัน รวมทั้งหนังที่แทบไม่มีคนรู้จักอย่าง เปรมิกา ป่าราบ แต่ผลตอบรับดีเยี่ยม ก็ได้เข้าชิงไป 4 สาขา รวมถึงหนังที่ถูกดองนานถึง 7 ปี อย่าง Insects in the Backyard ก็กลับมาโบยบินอย่างสวยงามอีกครั้งพร้อมกับ 4 สาขาที่ได้รับเลือก

 

ความน่าสนใจของปีนี้อยู่การที่มีชื่อผู้เข้าชิงซ้ำกันในแต่ละสาขามากถึง 6 คน เริ่มต้นจาก ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ จาก Insects in the Backyard ที่ควบคนเดียว 3 สาขา ตั้งแต่บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ไปจนถึงผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม, เต๋อ นวพล กับสาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม รวมทั้งตากล้องหญิงแกร่ง นิรมล รอสส์ ที่ควบรางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยมทั้งจาก Die Tomorrow และ เพื่อน..ที่ระลึก

 

ในสาขานักแสดงก็มีถึง 3 คนที่ควบเข้าชิงทั้งสาขาผู้แสดงสบทบและผู้แสดงนำทั้งฝ่ายชายและหญิง ได้แก่ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ จากเรื่อง Die Tomorrow และ มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ, อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ จาก ฉลาดเกมส์โกง และ สยามสแควร์ ปิดท้ายที่ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ จากเรื่อง ฉลาดเกมส์โกง และ ป๊อปอาย มายเฟรนด์ ซึ่งเราเชื่อเหลือเกินว่านักแสดงรุ่นใหญ่จะต้องไม่กลับบ้านมือเปล่าแน่นอนในปีนี้

 

นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์ที่ ฉลาดเกมส์โกง มีทั้งชื่อของธเนศ และเจมส์-ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ เข้าชิงพร้อมกันในสาขาผู้แสดงสมทบยอดเยี่ยม และ Die Tomorrow มีชื่อของพลอย-รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล และวี-วิโอเลต วอเทียร์ เข้าชิงสาขาผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมในเวลาเดียวกัน

 

จากปรากฏการณ์เข้าชิงซ้ำซ้อนในหลายๆ รางวัล จึงเกิดเป็นคำถามชวนให้คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่กับหนังไทยจำนวนหลายสิบเรื่องที่ออกฉายในปี 2560 แต่กลับมีรายชื่อบุคลากรในวงการเข้าชิงบนเวทีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอยู่แค่ไม่กี่คนแบบนี้

 

รายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 27

 

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture)

  • ฉลาดเกมส์โกง
  • Die Tomorrow
  • ป๊อปอาย มายเฟรนด์
  • เพื่อน..ที่ระลึก
  • ไทบ้าน เดอะ ซีรีส์

 

ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Director)

  • BKKY (นนทวัฒน์ นำเบญจพล)
  • Die Tomorrow (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์)
  • ฉลาดเกมส์โกง (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ)
  • Insects in the Backyard (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์)
  • ป๊อปอาย มายเฟรนด์ (เคิร์สเตน ธาน)

 

ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม (Best Actor)

  • ฉลาดเกมส์โกง (ชานน สันตินธรกุล)
  • มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์)
  • Insects in the Backyard (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์)
  • ป๊อปอาย มายเฟรนด์ (ธเนศ วรากุลนุเคราะห์)
  • ไทบ้าน เดอะ ซีรีส์ (ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร)

 

ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress)

  • BKKY (พลอยยุคล โรจนกตัญญู)
  • Die Tomorrow (จรินทร์พร จุนเกียรติ)
  • ฉลาดเกมส์โกง (ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง)
  • เพื่อน..ที่ระลึก (น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์)
  • สยามสแควร์ (อิษยา ฮอสุวรรณ)

 

ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor)

  • Die Tomorrow (รัตนรัตน์ เอื้อทวีกุล)
  • Die Tomorrow (วิโอเลต วอเทียร์)
  • ฉลาดเกมส์โกง (อิษยา ฮอสุวรรณ)
  • เพื่อน..ที่ระลึก (อภิชญา ทองคำ)
  • สยามสแควร์ (พลอย ศรนรินทร์)

 

ผู้แสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress)

  • Die Tomorrow (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์)
  • ฉลาดเกมส์โกง (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ)
  • ฉลาดเกมส์โกง (ธเนศ วรากุลนุเคราะห์)
  • ไทบ้าน เดอะ ซีรีส์ (ชาติชาย ชินศรี)
  • สยามสแควร์ (ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์)

 

บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Screenplay)

  • Die Tomorrow (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์)
  • ฉลาดเกมส์โกง (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ, ธนีดา หาญทวีวัฒนา, วสุธร ปิยารมณ์)
  • ป๊อปอาย มายเฟรนด์ (เคิร์สเตน ธาน)
  • Insects in the Backyard (ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์)
  • สยามสแควร์ (บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด)

 

ถ่ายภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography)

  • Die Tomorrow (นิรมล รอสส์)
  • เพื่อน..ที่ระลึก (นิรมล รอสส์)
  • ฉลาดเกมส์โกง (ภาเกล้า จิระอังกูลกุล)
  • นิรันดร์ราตรี (วรรธจนภูมิ ลายสุวรรณชัย)
  • สยามสแควร์ (ภิไธย สมิตสุต)

 

ลำดับภาพยอดเยี่ยม (Best Film Editing)

  • Die Tomorrow (นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์)
  • ฉลาดเกมส์โกง (ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต)
  • ป๊อปอาย มายเฟรนด์ (ลี ชาตะเมธีกุล)
  • เพื่อน..ที่ระลึก (ธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค, พงศกร ชาญเฉลิมชัย, ธนศักดิ์ ญาณจันทร์)
  • สยามสแควร์ (บริษัท ฟูลเฮ้าส์ โปรดักชั่น จำกัด)

The post คำถามที่ต้องหาคำตอบ กับการประกาศชื่อผู้เข้าชิงบนเวทีสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 27 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/27th-thailand-national-film-association-awards/feed/ 0
2017 ปีแห่งการต่อสู้ที่ดุเดือดและเจ็บปวดของวงการภาพยนตร์ https://thestandard.co/film2017/ https://thestandard.co/film2017/#respond Tue, 26 Dec 2017 08:52:19 +0000 https://thestandard.co/?p=58212

ในช่วงครึ่งปีแรกอาจจะดูเป็นช่วงที่เงียบไปสักหน่อยถ้าพูด […]

The post 2017 ปีแห่งการต่อสู้ที่ดุเดือดและเจ็บปวดของวงการภาพยนตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงครึ่งปีแรกอาจจะดูเป็นช่วงที่เงียบไปสักหน่อยถ้าพูดถึงภาพรวมของวงการภาพยนตร์ ราวกับว่าทั้งข่าว ปรากฏการณ์ และภาพยนตร์หลายอย่างรอไปปรากฏขึ้นพร้อมกันในช่วงครึ่งปีหลังแทบทั้งหมด

 

เริ่มตั้งแต่การประกาศสงครามคอนเทนต์ของ Netflix กับระบบฉายในโรงภาพยนตร์ การล่วงละเมิดทางเพศของโปรดิวเซอร์รุ่นใหญ่อย่างฮาร์วีย์ ไวสน์สตีน ที่ทำให้ประเด็นที่ถูกซ่อนเอาไว้ในเงามืดของวงการฮอลลีวูดถูกเปิดเผยขึ้นมา การที่ดิสนีย์ซื้อกิจการของ 21st Century Fox เพื่อขยายอาณาจักรของตัวเองให้กว้างไกลไม่มีสิ้นสุด รวมถึงเสียงวิจารณ์จากหนังฟอร์มยักษ์ที่ทยอยแตกออกเป็น 2 เสียงกันอย่างพร้อมเพรียงในช่วงเวลาใกล้ๆ กัน

 

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของวงการภาพยนตร์ในปีนี้เลยไม่ได้ถูกโฟกัสไปที่ตัวหนังหรือการทำลายสถิติ Box Office ที่น่าตื่นเต้น แต่เป็นการกำหนดทิศทางหลายๆ อย่างด้านคอนเทนต์ พฤติกรรมของคนทั้งในและนอกวงการในอนาคตต่อไป

 

สมรภูมิเดือด! Netflix ท้ารบ ผลิตออริจินัลคอนเทนต์สู้โรงภาพยนตร์

 

 

จุดเริ่มต้นมาจากการที่ Netflix ตัดสินใจอัพเลเวลตัวเองจากผู้ให้บริการทีวีสตรีมมิง นำเข้าหนังซีรีส์มาให้คนดูอย่างเดียว กลายเป็นเริ่มสร้างออริจินัลคอนเทนต์ของตัวเองขึ้นมา

 

จากเดิมที่เคยผลิตซีรีส์ของตัวเองออกมาบ้าง แต่คราวนี้ Netflix เล่นใหญ่ ตัดสินใจทำ ‘หนัง’ เริ่มจากโปรเจกต์ Okja ที่ทุ่มงบ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้ผู้กำกับชาวเกาหลีอย่าง บงจุนโฮ ออกมาชิมลาง และความเดือดก็เริ่มขึ้นตั้งแต่หนังยังไม่ทันปล่อยให้ผู้ชมทั่วไปดูด้วยซ้ำ เพราะทันทีที่ Okja (รวมทั้ง The Meyerowitz Stories ของผู้กำกับ โนอาห์ บอมบาช) เดินทางไปถึงเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ก็เปิดประเด็นถกเถียงใหญ่โตแบ่งเป็น 2 ฝั่งขึ้นมาทันที

 

ฝั่งแรกนำโดยผู้กำกับรุ่นใหญ่อย่าง เปโดร อัลโมโดวาร์ ที่ออกมาตั้งคำถามถึงเกณฑ์ความเหมาะสมสำหรับหนังที่จะเข้าชิงรางวัลได้จะต้องเป็นหนังที่ผ่านการฉายในระบบโรงภาพยนตร์ปกติเท่านั้น เพราะการดูหนังในโรงภาพยนตร์คือรูปแบบที่จะทำให้ศาสตร์และศิลป์ของหนังแต่ละเรื่องทำหน้าที่ของตัวเองได้ที่สุด

 

 

ในขณะที่อีกฝั่ง นำโดยนักแสดงชื่อดังอย่าง วิลล์ สมิธ ออกมาสนับสนุน Netflix โดยให้เหตุผลว่า Netflix ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการดูหนัง ทั้ง 2 แพลตฟอร์มคือช่องทางเข้าถึงศิลปะของหนังที่แตกต่างกันออกไป และสุดท้ายหนังที่ดีก็คือหนังที่ดี ไม่ว่าจะถูกฉายบนแพลตฟอร์มไหนก็ตาม

 

 

บทสรุปจากเทศกาลยังถกเถียงกันไม่จบ ทางฝั่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์จอใหญ่ ก็เริ่มแก้เกมด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายทำให้ดีที่สุด โดยภาพที่เห็นชัดในปีนี้คือ โปรเจกต์ Dunkirk ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ถ่ายทำด้วยระบบฟิล์ม 65 มม. (ถ่ายด้วยฟิล์ม 65 มม. แต่นำมาฉายในระบบฟิล์ม 70 มม.) และฉายในโรง IMAX 2D (หลังจากที่ระบบ 3D 4D ยังไม่ค่อยเวิร์กเท่าไร) ที่จะได้เห็นภาพการรบบนท้องฟ้าในมุมกว้างชนิดที่ถ้าดูจากหน้าจอโทรทัศน์หรือโทรศัพท์มือถือไม่มีทางมอบให้ได้ รวมทั้งการออกมายืนยันของโนแลนที่บอกว่าจะยังคงทำหนังฉายโรงภาพยนตร์ต่อไป ยังไม่มีความคิดที่จะทำหนังเพื่อฉายในระบบสตรีมมิงในเวลานี้อย่างแน่นอน

 

ในขณะที่ค่ายหนังต่างๆ ก็ไม่อยู่เฉย โดยเฉพาะดิสนีย์ ตัดสินใจถอนหนังออกจาก Netflix เพื่อเตรียมตัวนำไปฉายในระบบสตรีมมิงของตัวเองในอนาคต ตรงนี้อาจเป็นข้อย้อนแย้งเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เห็นว่ากระทั่งสตูดิโอใหญ่อย่างดิสนีย์เองก็เห็นความสำคัญของระบบสตรีมมิงอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 

ส่วน Netflix ที่มาทีหลังแต่ไม่ยี่หระกับศึกที่เข้ามารอบด้าน ยังมีโปรเจกต์สร้างออริจินัลคอนเทนต์ของตัวเองต่อไป ล่าสุดก็เพิ่งปล่อยเรื่อง Bright ที่ลงทุนสร้างไปกว่า 90 ล้านเหรียญสหรัฐออกมา และยังสามารถดึงผู้กำกับอย่างมาร์ติน สกอร์เซซี ทำหนังใหญ่และยืนยันมาตลอดว่า ‘ความใหญ่’ ของหนังจำเป็นต้องอยู่ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ให้มากำกับโปรเจกต์ The Irishman ที่ทุ่มทุนสร้างไปอีก 100 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับโปรเจกต์หนังที่ต่อคิวรอสร้างในปีหน้าอยู่อีก 80 เรื่อง

 

ยิ่งการต่อสู้ของทั้ง 2 ฝั่งรุนแรงยิ่งขึ้นเท่าไร คอนเทนต์ยิ่งหลากหลาย และไม่ว่าใครจะชนะหรือแพ้ และทิศทางต่อไปจะเป็นอย่างไร ก็ยิ่งเป็นผลดีกับคนดูอย่างพวกเรามากขึ้นเท่านั้น

 

Disney ขยายอาณาจักร ซื้อ 21st Century Fox

อภิมหากาพย์การซื้อขายแห่งโลกภาพยนตร์ เมื่อดิสนีย์ทุ่มเงินจำนวน 52,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท) ซื้อ 21st Century Fox มาอยู่ใต้อาณาจักรของตัวเอง

 

ผลทางธุรกิจที่เกิดขึ้นคือ ดิสนีย์จะเป็นผู้ครอบครองช่องโทรทัศน์คุณภาพอย่าง National Geographic, FX และสตูดิโอทั้งหมดของ 21st Century Fox รวมทั้งหุ้นอีก 39% ใน Sky เคเบิลยักษ์ใหญ่ในอังกฤษ เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการขยายอาณาจักรของตัวเองต่อไป ในขณะ 21st Century Fox จะเหลือธุรกิจในครอบครองเพียงแค่ Fox Sports, Fox Business, Fox News และเครือข่ายโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น

 

 

แต่ผลที่น่าตื่นเต้นสำหรับคอหนั่งทั่วโลกคือ ทิศทางต่อไปของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เคยเป็นผลผลิตของ 21st Century Fox อย่าง Fantastic Four, Avatar, The Simpsons, X-Men และ Deadpool ฯลฯ ที่จะต้องย้ายบ้านมาอยู่ร่วมกับทีมซูเปอร์ฮีโร่จากมาร์เวล นั่นเท่ากับว่าเปิดโอกาสให้แฟนๆ ที่หวังจะได้เห็นเหล่ามิวแทนต์จาก X-Men มา ปฏิบัติภารกิจร่วมกับเหล่า The Avengers นั้นใกล้เป็นจริงเข้ามาทุกที

 

รวมทั้งจุดแข็งด้านสวนสนุกที่ดิสนีย์ครอบครองอยู่นั้น ในอนาคตเราน่าจะได้เห็นโลกของ X-Men, Avatar, ครอบครัวซิมป์สัน และอีกหลายๆ ตัวละคร มาโลดแล่นในรูปแบบสวนสนุกธีมพาร์กเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

 

#MeToo ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน กับการล่วงละเมิดทางเพศครั้งใหญ่ในวงการฮอลลีวูด

 

Photo: Wenner Media

 

อีกหนึ่งข่าวใหญ่สะเทือนวงการฮอลลีวูดแห่งปี เมื่อ The New York Times นำเสนอข่าวตีแผ่เรื่องราวสุดฉาวที่ถูกซุกอยู่ใต้พรมนานถึง 30 ปี ว่าโปรดิวเซอร์รุ่นใหญ่แห่งวงการอย่าง ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน ได้แอบล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual Harassment) หญิงสาวทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังหลายสิบคนมาตลอด โดยที่มีน้อยคนที่จะได้ล่วงรู้ความจริง

 

Photo: static.com, www.usmagazine.com

 

2 ในหญิงสาวผู้โชคร้ายคือซูเปอร์สตาร์แห่งวงการอย่าง แอนเจลินา โจลี และกวินเน็ธ พัลโทรว์ ที่เปิดเผยว่าถูกฮาร์วีย์ล่วงละเมิดทางเพศด้วยการจับเนื้อต้องตัวตั้งแต่พวกเธอเริ่มเข้าวงการใหม่ๆ และตัดสินใจที่จะไม่ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คนนี้อีก แต่เพราะเหตุผลหลายอย่างที่อาจกระทบกับเส้นทางในวงการ ทำให้พวกเธอไม่สามารถนำเรื่องนี้ออกมาตีแผ่ได้ในเวลานั้น

 

 

นอกจากนี้ยังมีรายชื่อนักแสดงและทีมงานหญิงอีกยาวเป็นหางว่าว เช่น คารา เดเลวีน, เอมิลี เนสเตอร์, ลอรา แมดเดน, โรส แม็กโกแวน, เอ็มมา เดอ คอนส์, อาเซีย อาร์เจนโต และลูเซีย อีแวนส์ ที่ตกเป็นเหยื่อและอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นเดียวกัน

 

ผลจากการตีแผ่เรื่องนี้คือ ไม่กี่วันหลังจากนั้น กรรมการบริษัท The Weinstein Company (บริษัทที่ฮาร์วีย์เป็นคนตั้งขึ้นมา) ได้สั่งปลดฮาร์วีย์ออกจากบริษัท ถูกภรรยา จอร์จินา แชปแมน บอกเลิก และมีมติจาก The Academy of Motion Picture Arts and Sciences ให้ปลดเขาพ้นจากการเป็นสมาชิกสถาบันออสการ์ ในขณะที่ทุกอย่างเริ่มชัดเจน แต่ฮาร์วีย์ก็ยังยืนยันที่จะปฏิเสธทุกข้อหาต่อไป

 

นอกจากนี้ นักแสดงรุ่นใหญ่อย่างเควิน สเปซีย์ ก็กลายเป็นข่าวฉาวของวงการขึ้นมาอีก เมื่อถูกนักแสดงรุ่นน้องอย่าง แอนโธนี แรปป์ ออกมาเปิดเผยว่าเคยถูกเขาพยายามล่วงละเมิดทางเพศในขณะที่ตอนนั้นแอนโธนีมีอายุแค่ 14 ปีเท่านั้น ส่งผลให้ Netflix ตัดสินใจปลดเควิน สเปซีย์ออกจากการเป็นนักแสดงนำในซีรีส์ House of Cards ที่กำลังได้รับความนิยม รวมทั้งโปรเจกต์ใหม่ที่มีชื่อเควินเป็นผู้อำนวยการสร้างทันที

 

Photo: www.bento.de

 

ในขณะที่ปัญหาดูน่าเป็นห่วง แต่ดูเหมือนว่าความคืบหน้าในเรื่องบทลงโทษของฮาร์วีย์ยังไปไม่ถึงไหน ได้ก่อให้เกิดจุดเริ่มต้นแคมเปญ #MeToo ที่เริ่มต้นจากอลิสสา มิลาโน นักแสดงสาวชาวอเมริกัน ที่ออกมาทวีตเชิญชวนให้ทุกคนที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศออกมาแสดงตัวผ่านแฮชแท็ก #MeToo เพื่อบอกให้ทุกคนเข้าใจว่าการล่วงละเมิดทางเพศเป็นปัญหาที่ใหญ่แค่ไหน

 

ผลลัพธ์ที่ได้คือมีคนเข้ามาตอบสนอง แชร์ ทวีต เล่าเรื่องราว เกี่ยวกับแฮชแท็ก #MeToo มากกว่า 12 ล้านครั้งทั่วโลก แต่สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป ปัญหาดังกล่าวก็ดูเหมือนจะค่อยๆ เงียบเสียงลง และยังไม่มีทีท่าว่าจะได้รับการแก้ไขไปในทางที่ดีขึ้นแต่อย่างใด

 

ปีแห่งความเจ็บและเสียงวิจารณ์ที่หลากหลายของหนังฮอลลีวูด

 

 

ปีที่เสียงวิจารณ์ของบรรดาหนังภาคต่อถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายมากที่สุด

ตั้งแต่ Star Wars: The Last Jedi, Blade Runner 2049, The Fate of the Furious, Thor: Ragnarok, Transformer: The Last Knight, Pirates of the Caribbean: Dead Men Tell No Tales, War for the Planet of the Apes, Alien: Covenant ฯลฯ ที่เราจะเห็นความพยายามของทั้งสตูดิโอและผู้กำกับหลายคนพยายามที่จะรวมเอาทั้งความคลาสสิกของเวอร์ชันที่ผ่านมา ผสมผสานเข้ากับรูปแบบและการตีความใหม่ๆ เพื่อหาทางต่อยอดให้กับภาคต่อๆ ไปสามารถเดินทางต่อไปได้ไกลที่สุด

 

แต่ด้วยทิศทางที่ยังไม่ชัดเจน รวมทั้งแบรนด์ Loyalty ของบรรดาแฟนคลับเดนตายของเรื่องนั้นๆ ทำให้ทันทีที่หนังออกมา เสียงวิจารณ์จะแตกออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่ชอบแบบสุด กับอีกฝ่ายที่อาจจะถึงขั้นเกลียดหนังเรื่องนั้นไปเลย โดยเฉพาะ Star Wars: The Last Jedi ของผู้กำกับไรอัน จอห์นสัน ที่บรรดานักวิจารณ์ที่ได้ดูหนังก่อนออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่ล่ะ คือมหาสงครามแห่งดวงดาวภาคที่ดีที่สุดในรอบ 40 ปี แต่พอหนังเข้าโรงฉายตามโปรแกรมปกติ กลับโดนถล่มจากบรรดาแฟนพันธุ์แท้ รุมถล่มยับจนแทบไม่เหลือชิ้นดีว่านี่หรือคือมหาสงครามที่พวกเขารอคอย

 

จะมีก็แค่ Guardian of the Galaxy Vol. 2 ของเจมส์ กันน์ ที่ชัดเจนในแนวทางว่าจะดำเนินเรื่องไปทางซูเปอร์ฮีโร่สายกวน (และเกรียน) กับ Despicable Me 3 ที่ชัดเจนในการขายความน่ารักและตลกของเหล่ามินเนียนสีเหลือง และ Logan ที่ทำให้วูล์ฟเวอรีนดูเป็น ‘มนุษย์’ ที่เจ็บปวดและเท่ที่สุดเท่านั้น ที่พอจะเห็นว่าคำวิจารณ์ของผู้ชมส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่ดีคล้ายๆ กัน

 

ทำให้เรื่องนี้ยังเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ที่ผู้กำกับและสตูดิโอจะต้องหาคำตอบร่วมกันเพื่อหาจุดตรงกลางระหว่างกลุ่มผู้ชมใหม่ๆ และเหล่าแฟนบอยที่สนับสนุนหนังมาตั้งแต่ต้นให้ได้

 

 

ปีทองของหนังทริลเลอร์เชิงจิตวิทยา

หลังจากที่เป็น Genre ที่เงียบไปในปีหลังๆ อยู่ๆ ปีนี้ก็มีหนังทริลเลอร์คุณภาพเยี่ยมตบเท้าเข้ามาให้ชมกันอย่างพร้อมเพรียง ตั้งแต่ Annabelle: Creation, It, Wind River, The Killing of a Sacred Deer, Mother! ฯลฯ ที่กระแสตอบรับส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางที่ดีและทำรายได้ไปอย่างถล่มทลาย

 

โดยที่สุดของปีนี้เรายกให้ 2 เรื่องคือ Split ที่เป็นการคัมแบ็กหลังจากหลุดไปหลายปีของ เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน ที่หยิบเรื่องของคน 23 บุคลิกมานำเสนอ จนทำรายได้ไป 278 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทุนสร้างเพียง 9 ล้านเหรียญสหรัฐ และ Get Out ของจอร์แดน พีล ที่เอาเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นกับคนผิวสีมาเล่นอย่างเข้มข้นและบีบคั้น จนหนังทำรายได้ไปถึง 254 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทุนสร้างเพียงแค่ 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

 

จะมีก็แค่เรื่อง Jigsaw ที่เอาฆาตรกรโรคจิตเจ้าแห่งการเล่นเกมกลับมาเท่านั้น ที่เราเฝ้ารอการกลับมาของฆาตรกรคนนี้มาก แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นหนึ่งในภาคที่เละเทะที่สุด และโดน ‘มะเขือเน่า’ จากบรรดานักวิจารณ์ใน Rotten Tomatoes ปาเข้าใส่ไปถึง 35%

 

รวมพลหนังเจ็บ 2017

เช่นเดียวกับทุกๆ ปีที่จะต้องมีหนังฟอร์มใหญ่ที่ได้รับความคาดหวังมหาศาล แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้เท่าที่ควร

 

  • Valerian and the City of a Thousand Planets โปรเจกต์ในฝันของผู้กำกับรุ่นใหญ่อย่างลุค เบซง ที่ลงทุนสร้างไป 200 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่กลับทำรายได้กลับมาเพียงแค่ 220 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมกับรับมะเขือเน่าไปมากถึง 49%

 

  • Justice League การรวมตัวของเหล่าฮีโร่จากค่าย DC ที่แบกความกดดันไว้เต็มหลัง หลังจากที่ทีม Avengers จากค่ายมาร์เวล ทำออกมากี่ภาคก็ประสบความสำเร็จทั้งหมด ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้อาจจะไม่ได้เจ็บตัวในแง่ของรายได้เท่าไรนัก เพราะยังสามารถทำรายได้ทั่วโลกไปมากถึง 636 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในแง่คำวิจารณ์นั้นเรียกได้ว่าเจ็บจนจุก ไปกับคะแนนมะเขือเน่า 41% ถึงขนาดที่ผู้บริหารค่าย DC ต้องยกทีมโปรดักชันครั้งใหญ่ เพื่อพัฒนาภาคต่อไปอย่างเร่งด่วน

 

  • Power Rangers อีกหนึ่งหนังเจ็บที่แฟนบอยขบวนการ 5 สี ที่ทั้งโลกตื่นเต้นตั้งแต่วันแรกที่เห็นภาพโปสเตอร์ (บางส่วนก็ตื่นเต้นเพราะด่าคอสตูมกันไม่มีชิ้นดี) แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอย่างหวัง หนังทำรายได้ไปแค่ 142 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ใช้ทุนสร้างไป 100 ล้านเหรียญสหรัฐ จนโครงการที่จะทำภาคต่อไปที่วางเอาไว้ต้องถูกเบรกเอาไว้ก่อนชั่วคราวทันที

 

ปรากฏการณ์หนังไทยที่ทรงๆ แต่น่าสนใจ

 

 

การเดินทางครั้งใหญ่ของฉลาดเกมส์โกง (นัฐวุฒิ พูนพิริยะ)

ต้องยกให้เป็นที่สุดของปรากฏการณ์หนังไทยในปีนี้แบบไร้ข้อสงสัย เพราะหลังจากทำรายได้ในประเทศไทยไป 112 ล้านบาท หนังก็ออกเดินทางไปกวาดรายได้จากต่างประเทศรวมทั้งเทศกาลหนังต่างๆ แบบถล่มทลาย

 

โดยสถิติทำรายได้รวมสูงสุดที่ประเทศไต้หวันไปมากถึง 120 ล้านบาท และทำสถิติเปิดตัวสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง Box Office ในฮ่องกง โดยทำรายได้ 6 ล้านเหรียญฮ่องกง (ประมาณ 25 ล้านบาท) ในการฉาย 3 วันแรกเท่านั้น และล่าสุดก็เพิ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ระทึกขวัญยอดเยี่ยม (Best Thriller Feature) จากเทศกาลหนัง Fantastic Fest 2017

 

Photo: sohucs.com

 

โดยเฉพาะในประเทศจีนที่บอกว่าประสบความสำเร็จที่สุด เพราะเพียงแค่วันแรกที่เข้าฉายก็กวาดรายได้ไปได้มากถึง 150 ล้านบาท และทำได้รวมที่ประเทศเดียวไปได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท แถมยังเกิดกระแสฟีเวอร์นักแสดงนำอย่าง นน-ชานน สันตินธรกุล ที่กลายเป็นสามีแห่งชาติคนใหม่ของประเทศจีน และ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง ที่ถึงขนาดมีแฟนหนังชาวจีนปั้นรูปปั้นเทพเจ้าครูพี่ลิน เพื่อบูชาและขอพรในช่วงก่อนสอบกันเลยทีเดียว

 

เพื่อน..ที่ระลึก ฟอร์มดีแต่ไปไม่ถึงฝัน

ถือว่าพลิกความคาดหมายพอสมควร เมื่อหนังเรื่อง เพื่อน..ที่ระลึก จากค่าย GDH ของผู้กำกับ ลัดดาแลนด์ อย่าง จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฏ์ ที่ถูกคาดหวังว่าจะเป็นหนังร้อยล้านตามสไตล์ของ GDH แต่กลับทำรายได้ทั่วประเทศไปได้เพียง 34.70 ล้านบาทเท่านั้น

 

 

การฟื้นคืนชีพของ ‘แมลงรักในสวนหลังบ้าน’

หลังจาก Insects in the Backyard ของผู้กำกับกอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ถูกแบนด้วยเหตุผล ‘ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน’ ตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551

 

ในที่สุดหลังการต่อสู้นานถึง 7 ปี กอล์ฟได้ฤกษ์กลับมาฉายอีกครั้งในวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่โรงภาพยนตร์ House RCA เพียงที่เดียว แต่น่าเสียดายที่แมลงรักตัวนี้มีโอกาสโบยบินได้เพียง 2 อาทิตย์เท่านั้น ก็ต้องจากโรงภาพยนตร์ไปอย่างรวดเร็วและน่าเสียดาย

 

 

ผู้กำกับภาพชาวไทยที่อยู่ใกล้รางวัลออสการ์มากที่สุด

สยมภู มุกดีพร้อม คือผู้กำกับภาพชาวไทยจากเรื่อง Call Me By Your Name หนังนอกกระแสที่หลายคนอาจไม่รู้จัก แต่ทำให้สื่อและนักวิจารณ์ระดับโลกมองว่าสยมภูจะกลายเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขากำกับภาพยอดเยี่ยมในปี 2017

 

อ้างอิง:

The post 2017 ปีแห่งการต่อสู้ที่ดุเดือดและเจ็บปวดของวงการภาพยนตร์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/film2017/feed/ 0
เพื่อน ผี การแสดง และสิ่งที่ระลึกถึงของ บี น้ำทิพย์ https://thestandard.co/thepromise-bee-namthip/ https://thestandard.co/thepromise-bee-namthip/#respond Sat, 02 Sep 2017 15:00:18 +0000 https://thestandard.co/?p=23166

     ทันทีที่ปล่อยภาพโปรโมตและตัวอย่างแร […]

The post เพื่อน ผี การแสดง และสิ่งที่ระลึกถึงของ บี น้ำทิพย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ทันทีที่ปล่อยภาพโปรโมตและตัวอย่างแรกของ เพื่อน..ที่ระลึก ออกมา ความสนใจของคนส่วนใหญ่พุ่งไปที่ วิกฤตต้มยำกุ้ง ตึกร้าง และผี แต่ THE STANDARD พุ่งความสนใจไปที่ บี-น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์ นางเอกของเรื่อง ที่ตัดสินใจก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนในโลกของละคร พิธีกร และเวทีเดินแบบ เพื่อก้าวสู่โลกของศาสตร์การแสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในชีวิต

     เราชวนเธอมาคุยทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิต เพื่อเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังและชีวิตจริง ทั้งความเชื่อเรื่องผี การแสดง เพื่อน ความรักและลูก ซึ่งหลายสิ่งที่เธอเพิ่งค้นพบ ทำให้เรารู้ว่าแม้แต่ผู้หญิงแกร่งที่ดู ‘สตรอง’ และ ‘แซ่บ’ อย่างเธอก็ยังมีมุมที่อ่อนไหวและต้องปรับตัวไม่ต่างกับผู้หญิงธรรมดาทั่วไป

 

 

คน..น่ากลัวกว่าผี

 

ตามปกติเป็นคนเชื่อเรื่องผีมากขนาดไหน

     เชื่อว่ามี ตอนเด็กๆ ได้ยินเสียงบ่อยมาก ไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ นะ แต่ว่ากลัวมาก เพราะว่าได้ยินเรื่องเล่าบ่อย สมัยก่อนที่บ้านจะติดกับทุ่งร้างๆ แล้วได้ยินเสียงเล็กๆ แหลมๆ ตลอด แม่บอกว่านี่คือเสียงผีเปรต แล้วก็เล่าให้ฟังว่าผีเปรตเป็นผีที่ตกอับที่สุด ต้องขอส่วนบุญคนอื่น ตัวใหญ่ ปากเล็ก กินอาหารไม่ได้ สำหรับเราตอนนั้นเป็นภาพที่น่ากลัวมากเวลาจินตนาการถึง แต่พอโตขึ้นมากลายเป็นว่าเราไม่ได้กลัวผีแล้ว กลัวคนมากกว่า

 

คนน่ากลัวกว่าผียังไงบ้าง

     พอเราไม่ได้เจอผีจริงๆ เลยรู้สึกว่าผีทำร้ายเราได้แค่ในความรู้สึก หรือในจินตนาการ แต่คนทำร้ายเราได้ทุกอย่าง ยิ่งสมัยนี้บีไม่รู้ว่าคนใจร้ายมากขึ้นหรือเปล่า อาจจะเป็นเพราะเรารู้อะไรมากขึ้นผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้เห็นว่าคนทำร้ายกันโดยที่มองเป็นเรื่องปกติ มีคลิปให้เห็นถึงความน่ากลัว ทำร้ายสัตว์ ฆ่ากันตาย ทำร้ายร่างกายได้โดยที่อีกคนยังไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ ทำให้บีค่อนข้างเป็นคนระวังตัวมากเวลาจะออกไปไหน แค่โทรศัพท์ในที่มืดๆ อันตราย ก็กลัวแล้ว กลัวมีคนเอามีดมาฟันแขนแล้วแย่งโทรศัพท์ไป ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเราต้องทำร้ายกันขนาดนี้เลยเหรอ เพื่อของแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง

 

เคยเจอประสบการณ์น่ากลัวจากคนจริงๆ บ้างไหม

     นี่แทบไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนะ ตั้งแต่เด็กๆ ประมาณ 5 ขวบ ตอนนั้นแก๊งรถตู้ลักพาตัวเด็กกำลังดังมาก แล้วบีเกือบโดนลากขึ้นรถตู้ แถวบ้านบีจะเป็นลานเล็กๆ มีโขดหินที่เด็กๆ ชอบไปเล่นปีนต้นไม้ เก็บลูกตะขบมากิน ตอนนั้นบีอยู่ตรงนั้นแล้วมีรถตู้มาจอด อยู่ๆ ผู้ชาย 2 คนลงมาจากรถ แล้วพยายามอุ้มบีขึ้นไป แต่โชคดีบีเป็นเด็กตัวใหญ่แรงเยอะ พยายามดิ้น ถีบ กัด แล้วเขาคงอุ้มเราไม่ไหว ก็เลยหนีรอดมาได้ น่ากลัวมากนะ ไม่อย่างนั้นไม่รู้ว่าตอนนี้บีจะเป็นยังไงเลย ยังจำเหตุการณ์ได้แม่นอยู่เลย ทำให้ค่อนข้างระวังตัวมาตั้งแต่ตอนนั้น

 

เป็นธรรมเนียมไปแล้วของกองถ่ายหนังผีที่จะต้องเจอเหตุการณ์แปลกๆ ในกองถ่าย อย่างบีเองได้เจอเหตุการณ์แบบนั้นบ้างหรือเปล่า

     คิดว่าใช่นะ (หัวเราะ) คนอื่นเจอเยอะมาก แต่บีมีแค่ช็อตเดียว คือระหว่างทางเดินขึ้นชั้น 7 และ 8 ที่เป็นลานกว้างโล่งๆ ก็เห็นอะไรไม่รู้เป็นเสื้อ หรือแสงเงาสีขาวๆ แวบผ่านไป เหมือนช็อตเวลาเห็นในหนังผีเลย อึ้งๆ คิดว่าตาไม่ฝาดแน่ๆ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ยินคนในกองพูดว่าเจอคนใส่ชุดสีขาว สีน้ำเงินเต็มไปหมด เลยคิดว่าน่าจะใช่แล้วแหละ แต่เขาก็ไม่ได้มาทำอะไรเรา แล้วบีไม่ใช่คนลบหลู่เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ก่อนทำอะไรจะยกมือไหว้ก่อนทุกครั้ง อย่างที่บอกว่าไม่ได้กลัว แต่ถ้าเจอจริงๆ ก็น่าจะวิ่งคนแรกเหมือนกัน (หัวเราะ)

 

บรรยากาศบนตึกสาทร ยูนีค ที่ใช้ถ่ายทำเป็นอย่างไรบ้าง น่ากลัวเหมือนที่เขาร่ำลือกันจริงไหม

     บรรยากาศน่ากลัว แค่ตอนแรกเราอยู่ข้างล่างแล้วมองขึ้นไปข้างบนก็จะรู้สึกว่าสูง เก่า อะไรไม่รู้เยอะแยะไปหมด มีความน่ากลัวอยู่ แต่มันก็มีเสน่ห์ มีความขลังบางอย่าง ยิ่งเวลาอยู่ข้างบนชั้น 47 แล้วมองออกไปข้างนอกจะสวยมาก มองเห็นอะไรได้กว้างมากเลย ตอนกลางวันสวยแบบหนึ่ง ตอนกลางคืนก็สวยอีกแบบหนึ่ง มันเป็นความสวยงามที่ซ่อนอยู่ในความน่ากลัว มีความลึกลับอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งเข้าใจได้เลยว่าทำไมคนชอบขึ้นมาข้างบนกัน

     แต่เอาจริงๆ สิ่งที่น่ากังวลตอนถ่ายหนังเรื่องนี้ไม่ใช่ผีนะ แต่เป็นการเตรียมร่างกายไปถ่ายทำนี่และ เพราะว่าต้องขึ้นไปถ่ายที่ชั้น 47 แบบเดินเท้า ไม่มีตัวช่วยอะไรทั้งนั้น ก่อนถ่ายคิดว่าเตรียมตัวอย่างดี วิ่งวันละ 1-2 ชั่วโมงอาทิตย์ละ 3 วัน ทำได้อยู่แล้ว แต่พอวันแรก แค่เดินขึ้นชั้น 5 ขาอ่อนแล้ว (หัวเราะ) จะบ้าเหรอ แล้วอีก 42 ชั้นจะทำยังไง ไหนจะฝุ่นที่เกาะมา 20 ปี ทางเดินที่ไม่เรียบร้อย แค่ระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุหรือเป็นลมไปก่อนก็ยากแล้ว ยังไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องผีเลย (หัวเราะ)

 

นอกจากความเชื่อเรื่องผี มีความเชื่อเหนือธรรมชาติอย่างอื่นอีกไหมที่คุณเชื่อว่ามีอยู่จริงแน่ๆ

     เรื่องบาปกับบุญ ซึ่งมีจริงหรือเปล่าไม่รู้นะ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เรามีหลักยึดในการใช้ชีวิตว่าเราจะไม่ทำร้ายใคร ยิ่งพอโตขึ้น ทำงานมากขึ้น ได้เรียนรู้จากคนที่หลากหลาย เรายิ่งไม่อยากทำไม่ดีกับใคร พยายามมองโลกในแง่บวกมากขึ้น ถ้าคนอื่นเขามาเนกาทีฟใส่ เราจะเดินออกทันทีไม่เดินเข้าไปยุ่ง

 

 

เพื่อน..ที่ยังสำคัญ

 

ตั้งแต่สมัยเด็ก เราจะเห็นภาพเด็กหญิงบีเวลาอยู่กับกลุ่มเพื่อนเป็นยังไงบ้าง

     ตอนเด็กๆ จะเล่นอยู่กับเพื่อนแถวๆ บ้าน เป็นเด็กห้าวๆ หน่อย ปีนต้นไม้ ดีดลูกแก้ว นานๆ ทีจะมีเล่นโดดหนังยางบ้าง (หัวเราะ) พอเริ่มเข้ามัธยม เป็นเด็กผู้หญิงตัวใหญ่อยู่ในแก๊ง กินเก่ง ไปโรงเรียนแบบหัวฟูๆ ไม่แต่งหน้า ทุกคนก็จะเรียกว่าพี่บี หัวฟู (หัวเราะ) นั่งหลังห้อง เอาเม็ดก๋วยจี๊มากิน แต่ไม่โดดเรียน

     แล้วก็ชอบเล่นดนตรี สมัย ม.3-ม.5 ต้องหิ้วกีตาร์ไปเล่นที่โรงเรียนทุกวัน ฝึกเล่นเองด้วยนะ เอาหนังสือเพลงมาเปิด ฝึกจับคอร์ดแล้วก็เล่นไปเรื่อยๆ จำได้เลยเพลงแรกที่เล่นคือเพลง ก่อน ของโมเดิร์นด็อก เล่นง่ายเพราะมี 4 คอร์ด นอกนั้นก็พวก เธอคือความฝัน ของวงพราว สุกัญญา มิเกล อะไรพวกนั้น จะมีที่ประจำคือโต๊ะม้าหินข้างสนาม บางทีตั้งเป็นแก๊งเด็กผู้หญิงร้องเพลงกัน ก็จะมีเด็กผู้ชายมาแจมบ้าง สนุกมากเลยช่วงนั้น

 

ให้ความสำคัญกับเพื่อนมากขนาดไหน

     มาก บีเป็นคนไม่ยอมคนนะ คือจะไม่หาเรื่อง แต่ถ้ามีคนมาหาเรื่องนี่สู้ทันที ตบเป็นตบ (หัวเราะ) บางทีจิกกันจนมีแผลเป็นมาจนทุกวันนี้เลย อันนั้นคือถ้าตัวเองมีเรื่อง แล้วถ้าเป็นเพื่อนของบีมีเรื่องหรือมีคนมาหาเรื่องก็จะยิ่งไม่ยอมเข้าไปอีก สู้ขาดใจ ใครจะมาทำร้ายไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าเพื่อนคือสิ่งสำคัญในชีวิต โดยเฉพาะสมัยมัธยมปลายที่ทุกอย่างมันดูบริสุทธิ์มากๆ ทุกคนเป็นเพื่อนกันจริงๆ เราเลยเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนมากๆ มาตลอด

 

แล้วพอมีเหตุการณ์ที่ต้องทะเลาะกับเพื่อนด้วยเรื่องธุรกิจ ตอนนั้นเปลี่ยนความคิดเรื่องเพื่อนของคุณไปบ้างไหม

     ถ้าบีรักใครไม่ว่าจะแฟนหรือเพื่อน จะเป็นคนที่ให้ใจเต็มร้อยมาตลอด พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น บีได้เรียนรู้ว่าเราควรจะช่างน้ำหนักก่อน คนบางคนเขาอาจจะไม่ได้ให้ใจเรา เขาอาจจะมาเพื่อหาผลประโยชน์จากเราก็ได้ คือเราไม่ได้ปิดกั้นตัวเองนะ พยายามไม่มองว่าคนไหนดีหรือไม่ดียังไง ถ้าคบกันได้ ช่วยกันได้ก็โอเค แต่จากเดิมที่ให้ใจเต็มร้อย ตอนนี้อาจจะเหลือแค่ 70-80%

 

รู้สึกเสียดายไหม จากคนที่ให้เพื่อนได้เต็มร้อย แต่ตอนนี้เราต้องเผื่อใจกับเพื่อนที่เราเคยมีความสุขและให้ความสำคัญได้มากๆ

     (คิดนาน) เราจะหวังแบบที่เราไม่เกร็งนะ ไม่รู้ว่าเสียดายมากขนาดไหน แต่เวลามีคนใหม่เข้ามาก็ยังเปิดใจ เรียนรู้ แค่ต้องเตรียมใจ เพราะพอไม่เตรียมใจแล้วเราเจ็บมาก ทุกวันนี้ก็ยังมีเพื่อนดีๆ ที่ยังคบกันอยู่อย่างพี่จอย (รินลณี ศรีเพ็ญ) หรือพี่ ออร์แกน (ราศี วัชราพลเมฆ) ก็ยังเป็นแก๊งที่สนิทกันมากๆ บีเชื่อว่าคนที่ไม่จริงใจต่อกัน สักวันเขาจะไม่มีแก๊งที่สามารถพูดคุยหรือแฮงเอาต์ได้ด้วยอีกต่อไป เพราะเขาต้องไปอยู่ในโลกของตัวเองแล้วล่ะ แต่บียังเหมือนเดิม มีเพื่อนเหมือนเดิม ซึ่งเป็นเพื่อนที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์จากกันแค่นั้นพอ

 

 

โอกาส..ที่ยังระลึกถึง

 

ทุกวันนี้มีเรื่องอะไรบ้างไหมที่ทำให้คุณต้องย้อนกลับไปคิดถึงอยู่บ่อยๆ

     คำถามนี้ตอบยากมากเลย เพราะบีเป็นคนที่ถ้าเรื่องในอดีตผ่านไปแล้วจะทิ้งไว้ข้างหลังเลย ไม่กลับไปคิดถึงอีก อย่างแฟนคนแรกที่ทุกคนบอกว่าลืมไม่ได้แน่ๆ ต้องกลับไปคิดถึงเขา แต่สำหรับบี ทิ้งแล้วทิ้งเลย คือตอนที่รักก็จะรักมากนะ รักอยู่อย่างนั้น กว่าจะเลิกได้แทบตาย ใช้เวลาอยู่นาน แต่พอตัดสินใจเลิกได้แล้ว ได้ยินเสียงหรือคำพูดอะไรของเขามันจะกลายเป็นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่ฟังอะไร ทิ้งแบบไม่เหลือซากแล้วตัดฉับได้ทันที

 

ถ้าเป็นเรื่องที่ดี มีความสุขล่ะ จะเก็บเอาไว้บ้างไหม

     เก็บเอาไว้ทุกอย่างเลย อย่างเราเข้าวงการมาได้เพราะอะไรก็จะระลึกถึงคนที่ให้โอกาสเรามาถึงวันนี้ ได้เล่นเรื่อง เพื่อน..ที่ระลึก ก็นึกถึงผู้ใหญ่ที่เรียกเราเข้ามา เพราะบีอยากเล่นหนังมานานมาก มีคนติดต่อมาเยอะ แต่ไม่เคยรับเล่นเลย แล้วบีอยากร่วมงานกับ GDH มีความฝันถ้าเล่นหนักสักเรื่องเราอยากเล่นของค่ายนี้ ต้องขอบคุณที่เขาให้โอกาสเรา แล้วไม่ใช่แค่เรื่องค่ายอย่างเดียว รวมทั้งตัวบท ตัวหนัง รู้สึกว่าน่าสนใจ แล้วเราโชคดีจังที่ได้มาอยู่ตรงนี้ บีคิดว่าคนเราจะประสบความสำเร็จได้นอกจากต้องเก่ง ต้องมีบุญวาสนาที่ดี แล้วตั้งแต่ทำงานมา บีเป็นคนมีโอกาสที่ดีมาตลอดในชีวิตก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาสด้วย

 

ตอนที่อ่านบท มีฉากไหน หรือจุดไหนหรือเปล่าที่พอเห็นแล้วทำให้คิดว่าต้องรับเล่นเรื่องนี้ให้ได้

     อยากเล่นทุกฉากเลย พูดจริงๆ ไม่ได้ตอบเอาใจนะ (หัวเราะ) ตอนแรกบีไม่คิดว่าจะชอบทางสายนี้ หลายคนถึงบอกว่ามันเป็นเสน่ห์ของหนังที่ใครได้ลองทำแล้วจะติดใจ เออ ตอนนี้เราเป็นแบบนั้นจริงๆ (หัวเราะ) นอกจากเรื่องบทที่ดี ที่รอให้เราไปเล่น บียังรอที่จะได้ไปกองถ่าย อยากไปทำงาน อยากทำออกมาให้ดีที่สุด ไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง อยากเห็นทีมงามมืออาชีพ โดยเฉพาะพี่หญิง (นิรมล รอส-ช่างภาพของค่าย GDH) ที่เป็นไอดอลของบีตอนนี้เลย พี่เขาเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำงานหนัก ต้องแบกกล้องขึ้นลง 47 ชั้น เขาเหนื่อย เขาเป็นผู้หญิง แต่เขาทำได้ เราก็ต้องทำได้เหมือนกัน

 

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ปฏิเสธบทหนังเรื่องอื่นๆ ก่อนหน้านี้

     มีประมาณ 5 เรื่องนะที่ปฏิเสธไป (คิดนาน) อาจจะเพราะบทด้วย ภาษาหนังมีอะไรที่อ่านยากเยอะ บางทีเราอ่านแล้วไม่เข้าใจ อย่างตอน รักแห่งสยาม ก็ติดต่อมาให้เล่นบทจูน (แสดงโดย พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) แต่บีอ่านแล้วไม่เข้าใจ อยู่ดีๆ ทำไมมันถึงหายไปวะ แล้วมีอะไรที่ไม่เข้าใจเต็มไปหมด ตอนหลังรู้ว่าพี่นก (สินจัย เปล่งพานิช) เล่นด้วย ยิ่งงงว่าพี่เขารับเล่นได้ยังไง (หัวเราะ) แต่เป็นเพราะเราเองนี่แหละที่อ่านไม่เข้าใจเอง พอไม่เก็ตเลยคิดว่าไม่เสี่ยงดีกว่า

 

ปรับตัวอยู่นานไหมจากศาสตร์การแสดงละคร มาเป็นการแสดงภาพยนตร์ ได้ยินมาตลอดว่านี่คือสิ่งที่ยากที่สุดแล้วสำหรับคนที่เล่นละครมาตลอดชีวิต

     ยากมาก มันเป็นคนละศาสตร์กันจริงๆ ละครต้องเล่นให้ชัด แต่หนังคือเล่นนิดเดียวจริงๆ ทุกอย่างมีความหมาย กะพริบตา เอียงตัว หายใจ ต้องปรับตัวเยอะมาก แค่ซีนแรกก็โดนไป 20 เทกแล้ว (หัวเราะ) ซึ่งเวลาถ่ายละครบีจะโดนเทกน้อยมาก พอมาเจอแบบนี้เราเสียเซลฟ์เลยไปเลยนะ เฮ้ย นี่ฉันเป็นนักแสดงที่แย่มากๆ เลยเหรอ ทำไมต้องหลายเทกขนาดนี้ แล้วตอนนั้นยังไม่ดราม่ามากยัง 20 เทก แล้วตอนหลังที่ต้องร้องไห้ทั้งวันฉันต้องตายแน่ๆ มีอยู่วันหนึ่งร้องไห้เยอะมาก ตั้งแต่หกโมงเย็นถึงตีสาม ร้องจนตาบวม ขับรถกลับบ้านเองไม่ได้ เพราะมองไม่เห็นทาง (หัวเราะ) ต้องมีคนขับรถกลับไปให้ เรื่องนี้คือเรื่องที่ร้องไห้เยอะที่สุดแล้วในชีวิตการแสดง แล้วต้องร้องไห้จากข้างในจริงๆ ไม่ใช่แค่น้ำตาไหลแล้วผ่าน ต้องคิด ต้องรู้สึก ไม่อย่างนั้นพี่จิม (โสภณ ศักดาพิศิษฏ์-ผู้กำกับ) ไม่ให้ผ่านแน่ๆ            

 

 

ความรัก..ที่เริ่มผ่อนคลาย

 

ในหนังคุณต้องรับบทเป็นแม่ที่รักลูกมากๆ แล้วในชีวิตจริงมีได้คิดเรื่องการมีลูกไว้บ้างหรือยัง

     ไม่คิดเลย ถ้านับเฉพาะเรื่องลูกนะ ไม่เคยคิดภาพตัวเองเป็นแม่คนอยู่ในหัวเลย อย่าว่าแต่มีลูกเลย ขนาดภาพตัวเองแต่งงานยังไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ (หัวเราะ) คืออยากใส่ชุดเจ้าสาวนะ แต่ว่าเราอยากใส่เพราะว่ามันสวย ไม่ได้อยากใส่ไปงานแต่งงาน ใส่เล่นละคร ถ่ายแบบอย่างนี้พอได้ แต่พอหลังๆ เริ่มได้ใส่เยอะๆ ก็เบื่อ ไม่อยากใส่แล้ว ถ้ามีงานไหนให้ใส่ชุดแต่งงาน ต่อให้เงินเยอะก็ไม่รับแล้ว (หัวเราะ)

 

แต่มันน่าจะเป็นความฝันของลูกผู้หญิงทุกคนอยู่แล้วหรือเปล่า การใส่ชุดเจ้าสาว แต่งงาน มีครอบครัว มีลูก

     เออ นั่นสิ แต่บียังไม่ได้คิดไปถึงขนาดนั้น จะพูดแบบนี้ดีไหม มันจะเหมือนตอบแบบดารามากเลยนะ (หัวเราะ) คือตอนนี้  บีอยากโฟกัสที่เรื่องงานจริงๆ คือบีเข้าใจนะเวลาได้ยินคนแซวคนที่ตอบแบบนี้ว่า โห ตอบแบบดาราๆ แต่เฮ้ย มันเป็นแบบนั้นจริงๆ สำหรับบางคนมันไม่ใช่ข้ออ้างเพื่อตอบปัดให้ผ่าน แต่เขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ อย่างบีเองเมื่อก่อนเคยให้ความสำคัญกับความรักมากเป็นอันดับหนึ่ง เรื่องอื่นวางไว้ทีหลังเลย แต่สัก 5-6 ปีที่ผ่านมา ไม่คิดอย่างนั้นแล้ว ตอนนี้เรื่องงานต้องมาก่อน สิ่งที่ต้องโฟกัสจริงๆ คือทำงานให้ดี บีเชื่อว่าถ้างานดีแล้วทุกอย่างจะดีตาม แล้วก็คิดว่าถ้ามีแฟน ต่อให้ทำงานหนักหรือเราโฟกัสงานมากกว่า ถ้าแฟนรักเราจริงๆ เขาต้องเข้าใจเราแหละ เพราะเราจะเข้าใจเหมือนกันถ้าเขายุ่งกับงานมากๆ จนไม่มีเวลาให้

 

คนอย่างบี น้ำทิพย์ อยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตได้ไหม

     (คิดนาน) ไม่รู้เลย ไม่ได้คิดขนาดนั้น ถามว่าซีเรียสกับความรักไหมก็ซีเรียสนะ ถามว่าอยู่คนเดียวได้ไหม ถ้าต้องอยู่คนเดียวจริงๆ ก็คงอยู่ได้แหละ แต่ถ้าเลือกได้ การมีใครสักคนอยู่ด้วยมันดีกว่าอยู่แล้ว ส่วนตอนนี้โฟกัสเรื่องงานไปก่อน อ้าว ตอบแบบดาราอีกแล้ว (หัวเราะ)

 

Photo: ปรมภัทร ผูกทอง

The post เพื่อน ผี การแสดง และสิ่งที่ระลึกถึงของ บี น้ำทิพย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thepromise-bee-namthip/feed/ 0