เพื่อนสนิท Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เพื่อนสนิท/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 04 Dec 2025 12:16:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘5C of Credit’ เช็กลิสต์วัดใจก่อนให้เพื่อนยืมเงิน https://thestandard.co/5c-of-credit/ Thu, 04 Dec 2025 12:16:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1151469 ‘5C of Credit’ เช็กลิสต์วัดใจก่อน ให้เพื่อนยืมเงิน

บ่อยครั้งที่ความสัมพันธ์อันสวยงามระหว่างเพื่อนสนิท พี่น […]

The post ‘5C of Credit’ เช็กลิสต์วัดใจก่อนให้เพื่อนยืมเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘5C of Credit’ เช็กลิสต์วัดใจก่อน ให้เพื่อนยืมเงิน

บ่อยครั้งที่ความสัมพันธ์อันสวยงามระหว่างเพื่อนสนิท พี่น้อง หรือญาติมิตร ต้องมาสะดุดลงเพียงเพราะคำว่า ‘ขอยืมเงิน’

 

ด้วยพื้นฐานของความรักและความไว้วางใจ เรามักหยิบยื่นความช่วยเหลือให้โดยแทบไม่ลังเล เพราะเชื่ออย่างสนิทใจว่าคนกันเองย่อมไม่ทำร้ายกัน แต่เมื่อถึงกำหนดคืน สถานการณ์กลับตาลปัตร ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุม หรือแย่กว่านั้นคือการบ่ายเบี่ยงที่ทำให้คนให้ยืมต้องลำบากใจ

 

บทเรียนราคาแพงนี้สอนให้รู้ว่า เงินที่เสียไปอาจหาใหม่ได้ แต่ความรู้สึกและมิตรภาพที่พังทลายลงนั้นยากจะกู้คืน

 

ในโลกของการเงิน ธนาคารมีเกณฑ์การประเมินผู้กู้ที่เข้มงวดเพื่อป้องกันหนี้เสีย ซึ่งเราสามารถนำหลักการเดียวกันนี้มาปรับใช้ในชีวิตจริงได้ นี่คือหลักการ 5C of Credit เครื่องมือคัดกรองที่ช่วยให้เรามองเห็นความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ ก่อนที่เราจะตัดสินใจโอนเงินให้เพื่อนยืม

 

1. Character นิสัยใจคอและวินัยทางการเงิน

 

ด่านแรกที่สำคัญที่สุดไม่ใช่จำนวนเงิน แต่คือ ‘ตัวตน’ ของผู้ขอยืม ในทางจิตวิทยาการเงิน พฤติกรรมในอดีตมักเป็นตัวบ่งชี้พฤติกรรมในอนาคตได้ดีที่สุด การพิจารณา Character จึงหมายถึงการมองลึกลงไปถึงความซื่อสัตย์และการรักษาสัจจะ ลองสังเกตดูว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนรักษาคำพูดในเรื่องอื่นๆ หรือไม่

 

  • ประวัติการผิดนัด

ลองนึกย้อนดูว่าเขาเคยผิดนัดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือไม่ เช่น นัดทานข้าว นัดส่งงาน หรือเคยยืมเงินจำนวนน้อยๆ แล้วทำลืมหรือคืนช้ากว่ากำหนดหรือไม่ พฤติกรรมในอดีตคือกระจกสะท้อนอนาคตที่ดีที่สุด

 

  • ความโปร่งใส

เมื่อถูกถามถึงปัญหาการเงิน เขาเล่าความจริงทั้งหมด หรือพยายามปกปิด บ่ายเบี่ยง เล่าความจริงเพียงครึ่งเดียว? คนที่จริงใจจะกล้าเปิดเผยสถานการณ์ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เรามั่นใจ

 

  • ไลฟ์สไตล์ที่ขัดแย้ง

สังเกตการใช้ชีวิตของเขาในโซเชียลมีเดียหรือชีวิตจริง หากเขายังทานอาหารหรู ซื้อของแบรนด์เนม หรือเที่ยวต่างประเทศ ในขณะที่มาขอยืมเงินเรา นั่นแสดงถึงทัศนคติทางการเงินที่บกพร่องอย่างรุนแรง

 

ความเป็นคนดีกับความเป็นลูกหนี้ที่ดีนั้นเป็นคนละเรื่องกัน ต้องมั่นใจว่าเขามีทัศนคติที่มองว่า ‘หนี้ต้องชำระ’ ไม่ใช่ ‘หนี้คือเงินที่ได้มาฟรี’

 

2. Capacity ความสามารถในการชำระหนี้

 

ความตั้งใจดีที่จะคืนเงินนั้นไม่เพียงพอ หากปราศจาก ‘ความสามารถ’ ที่จะหาเงินมาคืน ข้อนี้คือการประเมินความเป็นจริงทางเศรษฐกิจของเพื่อนอย่างตรงไปตรงมา เราต้องประเมินว่า ‘กระแสเงินสด’ ของเขาเพียงพอที่จะเจียดมาคืนเราหรือไม่ ไม่ใช่แค่ประเมินจากเงินเดือนรวม แต่ต้องดูเงินที่เหลือจริงหลังหักค่าใช้จ่าย

 

  • แหล่งรายได้ที่แน่นอน

เขามีงานประจำที่มั่นคง หรือทำธุรกิจที่มีรายได้สม่ำเสมอหรือไม่? หากเขากำลังตกงานหรือรายได้ไม่แน่นอน ความเสี่ยงจะพุ่งสูงทันที

 

  • ภาระหนี้เดิม

เขามีหนี้สินรุงรังอยู่แล้วหรือไม่ (เช่น บัตรเครดิตเต็มวงเงิน, กู้ธนาคาร, หนี้นอกระบบ) หากเขามีเจ้าหนี้หลายราย ต้องถามตัวเองว่า ‘เราเป็นเจ้าหนี้ลำดับที่เท่าไหร่?’ เพราะโดยธรรมชาติ คนมักจะเลือกจ่ายหนี้ที่มีดอกเบี้ยโหดหรือมีผลทางกฎหมายก่อนเพื่อนฝูงเสมอ

 

  • แผนการคืนเงินที่เป็นไปได้

ลองถามเขาว่า ‘จะเอาเงินจากไหนมาคืน?’ ถ้าคำตอบดูเลื่อนลอย เช่น ‘เดี๋ยวคงหาได้’ หรือ ‘รอเงินก้อนนั้นก้อนนี้’ ถือว่าความเสี่ยงสูง คำตอบที่ดีต้องระบุที่มาของเงินชัดเจนและสมเหตุสมผล

 

การให้ยืมเงินไปถมในหลุมที่ไม่มีก้นบ่อ อาจไม่ใช่การช่วยเหลือแต่เป็นการยื้อเวลาปัญหาออกไปเรื่อยๆ

 

3. Capital ทุนทรัพย์และสายป่าน

 

ในทางการเงิน Capital หมายถึงส่วนทุนของผู้กู้ แต่ในบริบทของเพื่อนฝูง เราอาจมองในมุมของสายป่านหรือทรัพย์สินสำรองที่เขามี หากเกิดเหตุฉุกเฉินทำให้เขาไม่สามารถหาเงินสดมาคืนได้ตามนัด เขามีทรัพย์สินอื่นหรือเงินออมสำรองที่จะนำมาแปลงเป็นเงินสดเพื่อรับผิดชอบต่อหนี้ก้อนนี้หรือไม่

 

  • เงินออมฉุกเฉิน

เขามีเงินเก็บสำรองบ้างไหม หรือใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือนตลอดเวลา? คนที่ไม่มีเงินเก็บเลยคือคนที่เปราะบางที่สุด

 

  • ทรัพย์สินที่เปลี่ยนเป็นเงินได้

หากหาเงินสดมาไม่ทัน เขามีทองคำ หุ้น หรือทรัพย์สินมีค่าที่พร้อมจะขายเพื่อนำเงินมาคืนเราหรือไม่ หรือเขามีแต่ ‘หนี้สิน’ ที่มากกว่า ‘ทรัพย์สิน’

 

  • สถานะทางธุรกิจ (ถ้ากู้ไปลงทุน)

หากเขายืมไปทำธุรกิจ ต้องมั่นใจว่าเขามีเงินทุนส่วนตัวลงไปด้วย ไม่ใช่จับเสือมือเปล่าโดยใช้เงินเรา 100% เพราะนั่นแปลว่าเราแบกรับความเสี่ยงแทนเขาทั้งหมด
คนที่กู้ยืมโดยไม่มีทุนสำรองเลย คือคนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด หากเกิดลมเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจเพียงนิดเดียว เขาจะล้มและดึงเราล้มไปด้วยทันที

 

4. Collateral หลักประกันความเสี่ยง

 

หากกู้ยืมกับธนาคาร ก็มักถูกเรียกหาหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่สำหรับเพื่อนฝูง การถามหาโฉนดที่ดินหรือเล่มรถอาจดูตึงเครียดเกินไป อย่างไรก็ตาม เราควรพิจารณาถึงหลักประกันบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกว่าต้องรับผิดชอบ

 

  • สัญญาที่เป็นลายลักษณ์อักษร

สำหรับเงินก้อนใหญ่ การทำสัญญากู้ยืมถูกต้องตามกฎหมายเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่เพื่อความตระหนี่ แต่เพื่อความชัดเจน สัญญาจะระบุดอกเบี้ย (ถ้ามี) และกำหนดการคืนที่แน่นอน ซึ่งใช้บังคับทางกฎหมายได้จริง

 

  • สิ่งค้ำประกันทางใจหรือวัตถุ

ในบางกรณี อาจมีการขอเก็บของมีค่าบางอย่างไว้เป็นประกัน หรือขอให้มีคนค้ำประกัน (เช่น ญาติพี่น้องของเขา) หากเขาอิดออดที่จะให้หลักประกันทั้งที่ยืมเงินก้อนโต แสดงว่าเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าจะคืนเราได้

 

  • ผลกระทบทางสังคม

พิจารณาว่าเขากลัวการเสียชื่อเสียงหรือไม่? คนที่รักษาหน้าและเครดิตทางสังคมมักจะพยายามหาเงินมาคืนมากกว่าคนที่ไม่มีอะไรจะเสีย

 

การมีหลักฐานที่จับต้องได้จะช่วยเตือนสติลูกหนี้ว่า นี่ไม่ใช่เงินช่วยเหลือให้เปล่า แต่เป็นธุรกรรมที่ต้องมีการชำระคืน

 

5. Conditions เงื่อนไขและความจำเป็น

 

ปัจจัยสุดท้ายคือการมองบริบทแวดล้อมและวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน การเข้าใจเหตุผลที่แท้จริงจะช่วยให้เราประเมินได้ว่า ความเสี่ยงนี้คุ้มค่าที่จะแบกรับเพื่อช่วยเหลือเพื่อนหรือไม่

 

ความจำเป็น vs. ความฟุ่มเฟือย

  • น่าเห็นใจ: ค่ารักษาพยาบาล, ค่าเทอมลูก, อุบัติเหตุฉุกเฉิน
  • ควรปฏิเสธ: ยืมไปแต่งรถ, ยืมไปปิดบัตรเครดิต (เพื่อรูดใหม่), ยืมไปลงทุนในแชร์ลูกโซ่หรือสิ่งที่เขาไม่มีความรู้

 

สภาพเศรษฐกิจ: ในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่ หรืออุตสาหกรรมที่เขาทำอยู่กำลังเป็นขาลง โอกาสที่เขาจะหาเงินมาคืนได้จะยากขึ้นไปอีกหลายเท่า

 

ความถี่ในการยืม: นี่เป็นครั้งแรก หรือเป็นนิสัย? หากเขายืมคนอื่นไปทั่วและหมุนเงินไม่จบไม่สิ้น การให้เงินเพิ่มไปไม่ใช่การช่วย แต่เป็นการ ‘เลี้ยงไข้’ ปัญหาการเงินของเขาให้ยืดเยื้อต่อไป

 

เรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใคร แม้เราอยากช่วยเหลือมิตรสหายยามยาก แต่ความใจกว้างนั้นต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของสติและการปกป้องตัวเอง การใช้หลักการ 5C of Credit ไม่ใช่การมองเพื่อนในแง่ร้าย แต่เป็นการมองโลกตามความเป็นจริง การพูดคุยกันด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความขัดแย้งในอนาคต

 

ท้ายที่สุดแล้ว กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดของการให้คนกันเองยืมเงินคือ ‘ให้ยืมเท่าที่เรายอมรับได้ว่าอาจจะไม่ได้คืน’ หากจำนวนเงินนั้นมากพอที่จะทำให้เราเดือดร้อนหากสูญเสียมันไป หรือมากพอที่จะทำให้เราต้องตัดขาดความเป็นเพื่อนเมื่อถูกเบี้ยวหนี้ การปฏิเสธอย่างสุภาพตั้งแต่วันนี้ อาจเป็นการรักษามิตรภาพให้ยืนยาวได้ดีกว่าการให้ยืมแล้วต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง

 

ภาพ: Francesco Carta fotografo/Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ‘5C of Credit’ เช็กลิสต์วัดใจก่อนให้เพื่อนยืมเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Noah Schnapp ยกให้ Millie Bobby Brown เป็นเพื่อนรักที่สุดในชีวิตของเขา https://thestandard.co/schnapp-says-brown-best-friend/ Fri, 21 Nov 2025 12:21:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1145969 Noah Schnapp ยกให้ Millie Bobby Brown เป็นเพื่อนรักที่สุดในชีวิตของเขา

ระหว่างที่เดินสายโปรโมต Stranger Things ซีซัน 5 ที่จะเป […]

The post Noah Schnapp ยกให้ Millie Bobby Brown เป็นเพื่อนรักที่สุดในชีวิตของเขา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Noah Schnapp ยกให้ Millie Bobby Brown เป็นเพื่อนรักที่สุดในชีวิตของเขา

ระหว่างที่เดินสายโปรโมต Stranger Things ซีซัน 5 ที่จะเป็นซีซันสุดท้าย เหล่านักแสดงก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงมิตรภาพอันแน่นแฟ้นที่มีต่อกัน รวมไปถึง Noah Schnapp ที่พูดถึงความผูกพันที่มีต่อเพื่อนสนิท Millie Bobby Brown หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไม่นานเธอเพิ่งเปิดเผยว่าเขามีสถานะเป็นพ่อทูนหัวของลูกสาวที่เธอกับสามี Jake Bongiovi เพิ่งรับอุปการะเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

 

ในงานพรีเมียร์ Stranger Things ซีซัน 5 ที่จัดขึ้น ณ TCL Chinese Theatre แห่งฮอลลีวูดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Noah Schnapp นักแสดงหนุ่มวัย 21 ปีที่รับบทเป็น Will Byers ในซีรีส์เรื่องนี้มาตั้งแต่อยู่ในวัย 11 ขวบ ได้เผยผ่าน PEOPLE ถึงมิตรภาพที่เขามีต่อเพื่อนนักแสดงระหว่างเดินพรมแดงว่า
“แน่นอนว่า Millie เป็นเพื่อนสนิทที่สุดในชีวิตของผม แต่ทุกคนก็เป็นเหมือนครอบครัวจริงๆ แล้วมันก็แสดงให้เห็นออกมาผ่านหน้าจอด้วย ขอบคุณพระเจ้าที่เราสนิทกันเหลือเกิน”

 

Noah Schnapp เผยด้วยว่า Stranger Things มีอิทธิพลต่อตัวเขาและแฟนๆ ผู้ติดตามอย่างไรบ้าง “มันเป็นโชว์ที่มีหัวใจหลักเป็นเรื่องของมิตรภาพ ความสัมพันธ์ การเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน และการโอบรับความแตกต่างของทุกคน ซึ่งมันทำให้คุณรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของอะไรสักอย่าง และทำให้รู้สึกมีพลังในการรู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่จะแตกต่างและเป็นตัวของตัวเอง ผมรักสิ่งนั้นในซีรีส์เรื่องนี้ และผมคิดว่านั่นคือเหตุผลที่คนอื่นรักมันด้วยเหมือนกัน”

 

ทั้งแฟนๆ และนักแสดงต่างก็ตื่นเต้นกับ Stranger Things ซีซันไฟนอล ที่จะแบ่งออกเป็น 3 พาร์ต โดย Volume 1 จะเปิดตัวผ่าน Netflix ในวันที่ 27 พฤศจิกายน ตามมาด้วย Volume 2 ในวันที่ 26 ธันวาคม และเอพิโสดสุดท้ายที่ลือกันว่ามาพร้อมกับโปรดักชันยิ่งใหญ่ราวกับภาพยนตร์จะเปิดตัวในวันที่ 1 มกราคม ตามเวลาประเทศไทย โดย Noah Schnapp นิยาม Stranger Things ซีซันใหม่ว่า “น่าเหลือเชื่อ”

 

ภาพ: Eamonn McCormack/Variety via Getty Images

 

อ้างอิง

The post Noah Schnapp ยกให้ Millie Bobby Brown เป็นเพื่อนรักที่สุดในชีวิตของเขา appeared first on THE STANDARD.

]]>
17 กันยายน – วันค้นหาเพื่อนเก่า https://thestandard.co/onthisday17092022/ Sat, 17 Sep 2022 00:00:48 +0000 https://thestandard.co/?p=681545

เมื่อชีวิตเดินมาถึงทางแยก จึงถึงเวลาบอกลาสหายร่วมทางที่ […]

The post 17 กันยายน – วันค้นหาเพื่อนเก่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อชีวิตเดินมาถึงทางแยก จึงถึงเวลาบอกลาสหายร่วมทางที่เคยเคียงข้างกาย แล้วเดินหน้าสู่เส้นทางใหม่ๆ ในชีวิต แม้จะไม่ได้พบหน้ากันเป็นประจำเหมือนวันเก่าก่อน แต่ ‘เพื่อนเก่า’ ก็ยังคงครอบครองความทรงจำส่วนหนึ่งในหัวใจของเราเสมอไป และวันนี้คือวันที่เราจะหวนย้อนกลับไปคิดถึงพวกเขาอีกครั้ง

 

ถึงวันค้นหาเพื่อนเก่า หรือ Locate an Old Friend จะดูเลื่อนลอยไร้ที่มาที่ไป แต่วันนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะส่งข้อความทักทายไปหาเพื่อนๆ ในวัยเด็กที่เคยแบ่งขนมกันกิน เพื่อนมัธยมศึกษาที่เคยสร้างวีรกรรมห่ามๆ ร่วมกัน รวมถึงเพื่อนเก่าในอดีตที่ช่วงชีวิตหนึ่งเคยแชร์ความทรงจำและประสบการณ์ดีๆ ด้วยกัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามประสาเพื่อน นัดกินข้าวกันบ้างเป็นครั้งคราว ตั้งก๊วนรำลึกถึงความทรงจำเรียกเสียงฮาในอดีตอันไกลโพ้น

 

ไม่แน่ว่า ‘เพื่อนเก่า’ อาจกลายเป็น ‘เพื่อนสนิท’ ที่คุณจะไม่มีวันละมือจากเขาอีกก็ได้

The post 17 กันยายน – วันค้นหาเพื่อนเก่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดนิสัยสุดปังของการเป็นเพื่อนร่วมทริปแสนดีที่ใครๆ ก็อยากชวนไปด้วย https://thestandard.co/good-travel-friend-elements/ Tue, 03 May 2022 13:01:27 +0000 https://thestandard.co/?p=624428 เพื่อนร่วมทริป

เชื่อว่าตอนนี้เป้าหมายที่อยู่ในแพลนของใครหลายคนหนีไม่พ้ […]

The post เปิดนิสัยสุดปังของการเป็นเพื่อนร่วมทริปแสนดีที่ใครๆ ก็อยากชวนไปด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อนร่วมทริป

เชื่อว่าตอนนี้เป้าหมายที่อยู่ในแพลนของใครหลายคนหนีไม่พ้นทริปท่องเที่ยว หลังจากที่รู้สึกว่านั่งแกร่วอยู่บ้านหรืออยู่กับสภาพแวดล้อมเดิมๆ ที่เป็นผลมาจากการระบาดของโรคโควิดต่อเนื่องยาวนานถึง 2 ปีเต็มๆ ในที่สุดสถานการณ์ตอนนี้เริ่มผ่อนคลายมากขึ้น หลายๆ ประเทศเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวกันแล้ว เมื่อบรรยากาศแห่งการจองตั๋ว Booking ที่พัก และทำแผนสำหรับการท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง อีกหนึ่งเรื่องสำคัญของทุกทริปที่จะละเลยไม่ได้คือคนที่จะไปร่วมทริปด้วย คงแย่แน่หากเจอเพื่อนร่วมทริปที่พอเดินทาง กิน นอน ร่วมกัน แล้วนำพาความอึดอัดทรมานใจจนรู้สึกเข็ดหลาบ และมีหลายคนที่อาจมีนิสัยหรือพฤติกรรมบางอย่างที่ทำลายบรรยากาศของทริปแสนสนุกของเพื่อนๆ โดยไม่ทันรู้ตัว ดังนั้น THE STANDARD POP จึงเปิดนิสัยสุดปังของการเป็นเพื่อนร่วมทริปแสนดีที่ใครๆ ก็อยากชวนไปด้วยทุกทริป ไปเช็กกันเลยว่าเรามีนิสัยสุดปังนั้นกี่ข้อ 

 

 

  1. ไม่ทำตัวเป็นภาระหรือสร้างปัญหาให้เพื่อนร่วมทริป
  2. ตรงต่อเวลา นัดตื่น 8 โมง ก็ต้อง 8 โมง ไม่ควรให้เพื่อนรอ 
  3. หารเฉลี่ยค่ากิน ค่าเดินทางว่องไว ไม่เอาเปรียบเพื่อน 
  4. ไม่ควรใช้เวลาถ่ายรูปนานเกินไป ทำให้ไปไม่ถึงไหน คนอื่นต้องคอยรอ 
  5. ไม่เป็นคนขี้บ่นตลอดการเดินทาง 
  6. ดื่มอย่างพอดี ไม่เมาเละเทะจนทำให้เพื่อนร่วมทริปเดือดร้อน
  7. เมื่อเพื่อนร่วมห้องเข้านอน ไม่ควรเก็บหรือรื้อของให้เกิดเสียงดังรบกวน
  8. รักษาความสะอาด ไม่วางของเกะกะขยายอาณาเขตไปเตียงเพื่อน 
  9. อาบน้ำให้เสร็จในเวลาที่เหมาะสม ไม่อาบนานเป็นชั่วโมงให้เพื่อนรอ 
  10. เตรียมสายชาร์จ แบตสำรองเป็นของตัวเอง ไม่หวังไปยืมแต่ของเพื่อน

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post เปิดนิสัยสุดปังของการเป็นเพื่อนร่วมทริปแสนดีที่ใครๆ ก็อยากชวนไปด้วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริโอ้-โช-โยชิ-พิชญ์ กับเรื่องราวมิตรภาพที่ย้ำว่าเพศไม่ใช่ตัวกำหนดคำว่าเพื่อน https://thestandard.co/what-friends-are-for-pop-live-in-pride-month/ Wed, 23 Jun 2021 10:20:00 +0000 https://thestandard.co/?p=503883 มาริโอ้-โช-โยชิ-พิชญ์

What Friends Are For หนึ่งในตอนของ POP Live ที่ขอยืนหยั […]

The post มาริโอ้-โช-โยชิ-พิชญ์ กับเรื่องราวมิตรภาพที่ย้ำว่าเพศไม่ใช่ตัวกำหนดคำว่าเพื่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาริโอ้-โช-โยชิ-พิชญ์

What Friends Are For หนึ่งในตอนของ POP Live ที่ขอยืนหยัดเพื่อความหลากหลายทางเพศในช่วงเดือน Pride Month ด้วยการชวนเพื่อนซี้สองคู่ มาริโอ้ เมาเร่อ กับ โช-พิษณุ ประยูรทอง และ พิชญ์ กาไชย กับ โยชิ-นิมิต มนัสพล มาพูดคุยถึงเรื่องมิตรภาพและความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคู่

 

THE STANDARD POP รวบรวมตัวอย่างคำตอบและโมเมนต์น่ารักๆ ของสองคู่เพื่อนซี้ที่แสดงให้เห็นหลายๆ แง่มุมของมิตรภาพที่ทั้งน่ารักอบอุ่น และช่วยต่อยอดทัศนคติที่ดีเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า ‘เพศ’ ไม่ใช่ตัวกำหนดความเป็น ‘เพื่อน’ 

 

 

 

รับชมรายการ POP Live ของ มาริโอ้-โช-พิชญ์-โยชิ ย้อนหลังได้ที่ 

 

 

 

ภาพ: @cbadgirl, @yoshinimit และ @mario_mm38

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post มาริโอ้-โช-โยชิ-พิชญ์ กับเรื่องราวมิตรภาพที่ย้ำว่าเพศไม่ใช่ตัวกำหนดคำว่าเพื่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
8 มิถุนายน 1935 – วันเพื่อนรัก https://thestandard.co/pop-onthisday08051935/ Tue, 08 Jun 2021 02:00:04 +0000 https://thestandard.co/?p=494569 Kendall Jenner

สำหรับเพื่อนรัก ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล จะคบกันมาหลายปี […]

The post 8 มิถุนายน 1935 – วันเพื่อนรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kendall Jenner

สำหรับเพื่อนรัก ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกล จะคบกันมาหลายปีหรือเพิ่งคบกันได้ไม่นาน พวกเขาก็ถือเป็นคนสำคัญที่เปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวผู้พร้อมจะอยู่เคียงข้างเมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับปัญหา พร้อมจะแบ่งปันเรื่องราวสนุกๆในชีวิตหรือแม้กระทั่งแลกเปลี่ยนความลับของกันและกัน

 

ในปี 1935 หลังได้ปรึกษาหารือทางสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาก็กำหนดให้วันที่ 8 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันเพื่อนรักแห่งชาติ (National Best Friend Day) เพื่อเฉลิมฉลองและอุทิศให้แก่เหล่าเพื่อนรักทุกคน 

 

ส่วนเหตุผลที่เลือกวันที่ 8 มิถุนายน ก็เพราะโดยปกติแล้ววันนี้จะเป็นวันสบายๆ ในทุกภูมิภาคของสหรัฐฯ เหมาะแก่การควงเพื่อนรักออกไปทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์นอกบ้านมากที่สุด ซึ่งภายหลังก็มีหลายชาติที่ให้ความสนใจและนำแนวคิดนี้ไปใช้กับประเทศตัวเองบ้าง

 

แม้หลายคนจะมองว่าไม่เห็นจำเป็นต้องมีวันเพื่อนรักและเราสามารถฉลองให้กับเพื่อนรักในวันไหนหรือเวลาไหนก็ได้ แต่เอาน่า ถือซะว่าการฉลองให้เพื่อนรักในวันนี้มันมีความพิเศษกว่าวันอื่นๆ บอกให้พวกเขารู้หน่อยว่าพวกเขาสำคัญกับเรามากขนาดไหน หากคุณเขินอายไม่กล้าบอกต่อหน้า จะแท็กชื่อพวกเขาและพิมพ์บอกใต้คอมเมนต์นี้ก็ได้นะ

 

ภาพ: Kevin Tachman / MG19 / Getty Images for The Met Museum / Vogue 

The post 8 มิถุนายน 1935 – วันเพื่อนรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสก-ใหญ่ Loso ร่วมไลฟ์ร้องเพลง ‘เราและนาย’ ทำให้ได้คำตอบว่าโรคที่เป็นแล้วรักษาไม่หายคือ ‘โรคเพื่อนรัก’ https://thestandard.co/sek-loso-and-kittisak-khotkam-join-live-singing-song-spreading-friend-love/ Thu, 06 Aug 2020 07:44:58 +0000 https://thestandard.co/?p=386306

เมื่อคืนวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ได้เกิดโมเมนต์เล็กๆ ที่ทำ […]

The post เสก-ใหญ่ Loso ร่วมไลฟ์ร้องเพลง ‘เราและนาย’ ทำให้ได้คำตอบว่าโรคที่เป็นแล้วรักษาไม่หายคือ ‘โรคเพื่อนรัก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อคืนวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ได้เกิดโมเมนต์เล็กๆ ที่ทำให้หัวใจหลายคนพองโตด้วยความคิดถึงและประทับใจ เมื่อได้เห็น เสก-เสกสรรค์ ศุขพิมาย และใหญ่-กิตติศักดิ์ โคตรคำ สองสมาชิกของวงร็อกในตำนาน Loso กลับมานั่งเล่นดนตรีและร้องเพลงถ่ายทอดสดให้แฟนคลับได้ฟังอีกครั้งหลังแยกย้ายกันไปตั้งแต่ปี 2545 

 

“เหมือนมีหลายคนอยากจะเห็นว่าเราดีกันหรือยัง ดีแล้วเนอะ”

 

“ดีแล้วครับ ดีแล้ว” 

 

ใหญ่เริ่มเปิดมินิคอนเสิร์ตด้วยการชวนเสกเคลียร์ทุกข้อสงสัย ก่อนที่จะบอกว่าคงไม่มีอะไรตอบแทนแฟนๆ ได้ดีไปกว่า ‘เสียงเพลง’ เหมือนที่พวกเขาเคยทำกันมา ยืนยันว่าพวกเรายังคงเป็น ‘เพื่อนรัก’ กันเหมือนเดิมจริงๆ 

 

และเมื่อตัวเลขคนดูแตะถึงหลัก 5,000 คนตามสัญญา เสกเริ่มเล่นกีตาร์ ใหญ่ตีคาฮอง ประสานเสียงมอบความสุขให้กับทุกคนด้วยเพลง ใจสั่งมา ตามมาด้วย ฉันหรือเธอ (ที่เปลี่ยนไป), อยากบอกว่าเสียใจ, จักรยานสีแดง, รอยยิ้มนักสู้, แม่, คืนจันทร์, เราและนาย ก่อนปิดท้ายด้วยเพลง ซมซาน 

 

สร้างโมเมนต์ที่น่าประทับใจให้เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลา 52 นาทีที่เต็มไปด้วยคอมเมนต์บอกรัก ขอบคุณ ซาบซึ้ง ร้องไห้ หัวใจสั่นของแฟนคลับมากกว่า 20,000 คนที่อยู่ร่วมเป็นสักขีพยานไลฟ์ประวัติศาสตร์ของวงการเพลงในครั้งนี้ 

 

นอกจากฝีมือการเล่นดนตรี เสียงร้อง เพลงฮิตที่เสกและใหญ่ขนมาเสิร์ฟแฟนคลับให้หายคิดถึง สิ่งที่สร้างความสุขให้กับแฟนคลับได้มากๆ คือรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และบทสนทนาระหว่างสองเพื่อนรัก ที่บ้างก็ชมกันเอง บ้างก็แซวเรื่องเส้นผมที่เริ่มเปลี่ยนสี หยอกล้อเรื่องร่างกายของร็อกสตาร์ที่อาจเพิ่มขนาดขึ้นมาบ้าง สลับกับการพักเติม ‘น้ำตาหล่อลื่น’ เป็นระยะ และพาคนดูย้อนความทรงจำไปถึงช่วงเวลาที่แต่งเพลงนั้นๆ ขึ้นมา 

 

และตลอดเวลาทั้งเสกและใหญ่จะพูดถึง รัฐ-อภิรัฐ สุขจิตร์ อีกหนึ่งเพื่อนรักที่ร่วมก่อตั้งวง Loso ร่วมฝ่าฟันอุปสรรคกันมาตั้งแต่ปี 2537 ด้วยความคิดถึง และยืนยันให้แฟนคลับฟังอยู่ซ้ำๆ ว่า

 

“วันนี้เอาง่ายๆ กันก่อน เดี๋ยววันหลังจะชวนพี่รัฐมาด้วยนะครับ ถ้า 3 คนต้องอีกแบบ มาเต็มที่แน่นอน” 

 

หลายคนนึกถึง ‘Loso คอนเสิร์ตเพื่อเพื่อน’ ที่นับเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกและครั้งเดียวของวงในเดือนพฤศจิกายน 2544 และได้แต่ภาวนาให้เกิดคอนเสิร์ต ‘เพื่อเพื่อน’ ขึ้นมาในวันที่พวกเขาเติบโตและพร้อมกลับมาเล่นดนตรีร่วมกันอีกครั้ง 

 

โดยเฉพาะการได้เห็นเพื่อนรักทั้งสามกลับมากอดคอตะโกนร้องเพลง ‘เราและนาย’ ที่กลายเป็นหนึ่งใน ‘เพลงชาติ’ ของกลุ่มเพื่อนรักที่เราไม่ได้ยินจากปากพวกเขามานานเหลือเกิน 

 

“จากวันนี้ จะมีเรา เราและนาย จดจำไว้ ตลอดไป ไม่ทิ้งกัน หากมีเรา จะมีนาย ร่วมทางไม่มีไหวหวั่น คือเพื่อนกัน เพื่อนตาย ตลอดไป” 

 

ในวันที่ท่อนนี้ถูกร้องขึ้นมาอีกครั้งโดยเพื่อนรักที่ร่วมกันสร้างเพลงและร้องเพลงนี้ได้เพราะที่สุด จะยิ่งช่วยยืนยันให้ทุกคนรู้ว่าต่อให้ระหว่างทางของเพื่อนรักจะมีปัญหาที่ทำให้ต้องแยกกันเดินคนละเส้นทาง แต่เมื่อไรก็ตามที่ครั้งหนึ่งเคยขึ้นชื่อว่าเป็น ‘เพื่อนรัก’ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ทุกคนจะยังคงเป็นเพื่อนกันเสมอ 

 

แล้วทำให้เรานึกถึงคำพูดของ ‘ผู้ใหญ่ในเครื่องแบบ’ คนหนึ่งที่เพิ่งให้โอวาทถึง ‘โรคชังชาติ’ ว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ทั้งที่ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดด้วยซ้ำว่าอาการที่แท้จริงของคำว่าชังชาตินั้นเป็นแบบไหนกันแน่ 

 

แต่หลังจากดูไลฟ์ของเสกและใหญ่ในครั้งนี้จบ เราได้คำตอบอย่างหนึ่งว่า ‘โรคเพื่อนรัก’ ที่ผูกพันกันด้วยหัวใจอย่างยาวนานต่างหากคือหนึ่งใน ‘โรคที่ไม่มีทางรักษาให้หาย’ ที่มีแต่ยิ่งป่วย ยิ่งรัก ยิ่งผูกพัน ยิ่งคิดถึง 

 

และอยากคอยเติม ‘น้ำยาหล่อลื่นเย็นๆ’ กอดคอร้องเพลงกับคนที่ร่วมป่วยเป็น ‘โรคเพื่อนรัก’ กับเราให้นานที่สุด โดยไม่ต้องคิดถึงเรื่องความ ‘เกลียดชัง’ ให้ขุ่นข้องหมองใจ 

 

ร่วมเป็นสักขีพยานไลฟ์ของเสกและใหญ่ได้ที่

https://www.facebook.com/sekloso.official/videos/1453098925078189/

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post เสก-ใหญ่ Loso ร่วมไลฟ์ร้องเพลง ‘เราและนาย’ ทำให้ได้คำตอบว่าโรคที่เป็นแล้วรักษาไม่หายคือ ‘โรคเพื่อนรัก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
13 ปี ‘เพื่อนสนิท’ หนังดีที่ทั้งแจ้งเกิดและเปลี่ยนชีวิตของซันนี่, นุ่น, เอ๋ และโอปอล์ https://thestandard.co/dear-dakanda-12-years/ https://thestandard.co/dear-dakanda-12-years/#respond Fri, 06 Oct 2017 05:13:58 +0000 https://thestandard.co/?p=32824

ย้อนกลับไปวันที่ 6 ตุลาคม 2548 เป็นวันแรกที่ เพื่อนสนิท […]

The post 13 ปี ‘เพื่อนสนิท’ หนังดีที่ทั้งแจ้งเกิดและเปลี่ยนชีวิตของซันนี่, นุ่น, เอ๋ และโอปอล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนกลับไปวันที่ 6 ตุลาคม 2548 เป็นวันแรกที่ เพื่อนสนิท เข้าฉาย ผลงานกำกับภาพยนตร์โดย เอส-คมกฤษ ตรีวิมล สร้างจากเค้าโครงหนังสือ กล่องไปรษณีย์สีแดง ของอภิชาติ เพชรลีลา นี่คือภาพยนตร์ลำดับที่ 6 ของค่าย GTH และเป็นผลงานเรื่องแรกของ 6 ผู้กำกับ แฟนฉัน ที่แยกออกมาฉายเดี่ยว โดย เอส พร้อมกับเพื่อนผู้กำกับก็ได้ปรากฏตัวในบทรุ่นพี่ของไข่ย้อยที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

 

“ผมคิดว่ามันเป็นพลังเงียบของคนที่แอบรักคนอื่น มันเป็นปมในใจ และเป็นเมสเสจที่หนังอยากจะถามว่า ‘คุณเคยแอบรักใครไหม’ โดยเฉพาะเพื่อนสนิท คงมีคนแอบรักใครอยู่เยอะในประเทศนี้ เพื่อนสนิท ถึงประสบความสำเร็จ”

 

 

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ ถึงเหตุผลที่หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จโด่งดังในชั่วข้ามคืน และกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเขา

     

“ย้อนกลับไป ผมคิดว่าช่วงเวลาที่อยู่ในกองถ่าย เพื่อนสนิท มันเป็นชั่วโมงตรัสรู้ของผม ถ้าไม่ได้เล่น เพื่อนสนิท ในวันนั้น อย่างแรกเลยคือผมคงจะอ้วน อย่างที่สอง ผมจะไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ผมรักและทำมันได้ดีคือการแสดง ชีวิตของผมก่อนหน้านี้มีไม่กี่อย่างที่ทำแล้วผมรู้สึกรักมัน และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่ามันเป็นอาชีพ ผมรักมัน และรู้สึกว่าผมทำมันได้ดี”

 

 

ภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท กวาดรายได้ไปมากกว่า 80 ล้านบาท กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทุกตัวละครได้รับการพูดถึง ไม่ว่าจะเป็น ไข่ย้อย ดากานดา นุ้ย รวมไปถึงพี่แตน พยาบาลสาวสุดแซ่บจากเกาะพะงัน

 

 

13 ปีผ่านไป ซันนี่ ยังคงรับงานแสดงอย่างต่อเนื่อง และทำให้เห็นพัฒนาการในทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวบนจอหนัง, นุ่น ศิรพันธ์ แต่งงานแล้ว และยังคงเป็นนักแสดงที่ทุ่มเทกับทุกบทบาท, เอ๋ มณีรัตน์ ยังมีผลงานการแสดงอยู่เป็นระยะ และทุกครั้ง ตัวละครของเธอมีเสน่ห์อยู่เสมอ ส่วนโอปอล์ นักแสดงและพิธีกรฝีมือจัดจ้าน ตอนนี้กำลังมีความสุขกับลูกสาวลูกชายฝาแฝดที่น่ารักสุดๆ

 

 

ไม่มีใครรู้หรอกว่าหนัง เพื่อนสนิท จะพัดพาอะไรมาให้พวกเขาในวันนี้ คงเหมือนอย่างที่โอปอล์เคยให้สัมภาษณ์ไว้

     

“ปอล์จำได้ว่ากว่าหนังจะดัง พวกเราทั้งหมดเป็นใครไม่รู้ ไปขอโปรโมตรายการทีวีเขาก็ไม่เอา เราต้องฝ่าฟันมากๆ ต้องไปเล่นโชว์ละครสั้น 10 นาทีในผับ ซึ่งสำหรับพวกเราในวันนั้นมันเป็น 10 นาทีที่ยาวนาน แขกก็นั่งดูกันง่วงๆ แต่พอโคโยตี้ขึ้นต่อทุกคนก็กรี๊ดกันดังมาก ตอนนั้นนั่งอยู่หลังเวที ปอล์คิดนะว่านี่กูกำลังทำอะไรอยู่ …แต่เราก็ได้คำตอบกับตัวเองว่าเรากำลังทำเพื่อหนัง”

 

The post 13 ปี ‘เพื่อนสนิท’ หนังดีที่ทั้งแจ้งเกิดและเปลี่ยนชีวิตของซันนี่, นุ่น, เอ๋ และโอปอล์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/dear-dakanda-12-years/feed/ 0
ใบเตย, ฝน, เมโกะ คุยเรื่อง ‘เพื่อน’ และ ‘คนรัก’ ความสัมพันธ์คู่ขนานในการใช้ชีวิต https://thestandard.co/bangkokrakstories-please/ https://thestandard.co/bangkokrakstories-please/#respond Sun, 10 Sep 2017 01:00:45 +0000 https://thestandard.co/?p=25853

     ทันทีที่ได้เห็น 3 สาว ใบเตย-สุวพิชญ […]

The post ใบเตย, ฝน, เมโกะ คุยเรื่อง ‘เพื่อน’ และ ‘คนรัก’ ความสัมพันธ์คู่ขนานในการใช้ชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>

     ทันทีที่ได้เห็น 3 สาว ใบเตย-สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ, ฝน-ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล และ เมโกะ-ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย รับบทบาทเป็น ‘เพื่อนสนิท’ ในซีรีส์ Bangkok รัก Stories ตอน Please จากตัวละครที่นิสัยแตกต่างกันสุดขั้ว แต่กลับรู้สึกได้ว่าพวกเธอมีเคมีที่เข้ากันอย่างที่แทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือการร่วมงานกันเป็นครั้งแรก

     ถ้าอย่างนั้นก็ต้องนัดพวกเธอมานั่งล้อมวงคุยกันถึงเรื่อง ‘เพื่อน’ และ ‘ความรัก’ สองเรื่องที่น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับต้นๆ ในชีวิตหญิงสาวดูเสียหน่อยว่าตัวจริงของพวกเธอจะเคมีเข้ากันขนาดไหน …และผลที่ได้กลับมาคือบทสนทนาที่ถึงจะแตกต่างทางความคิด แต่มันก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะตลอดเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง สำคัญที่สุด! THE STANDARD เชื่อว่าเสน่ห์ทางความคิดของพวกเธอนั้นจะโดนใจหนุ่มๆ ไม่แพ้หน้าตาของพวกเธอของแน่นอน

 

 

ในซีรีส์ ตัวละครของพวกคุณให้ความสำคัญกับเพื่อนมาก ในชีวิตจริง เพื่อนมีความสำคัญกับทั้ง 3 คนอย่างไรบ้าง

     เมโกะ: สำคัญนะ แต่จะอินกับตัวเองมากกว่า เมมีเพื่อนแค่ 2 คนเองมั้งที่สามารถเล่าให้ฟังได้ทุกอย่าง แล้วเอาคำพูดของมันมาใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ถามว่าเชื่อทุกอย่างที่เพื่อนพูดไหม ก็ไม่นะ เมเชื่อความรู้สึกตัวเองมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องความรัก เมเลยถูกหลอกอยู่บ่อยๆ แล้วค่อนข้างเอาแต่ใจกับเพื่อน ชอบให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เราต้องการ (หัวเราะ)

     ฝน: ฝนก็ฟังตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แต่ข้อเสียคือเป็นคนโอเพ่น ไว้ใจคนง่ายมาก สมมติเอาเพื่อนมาตั้งเรียงตรงหน้า ทุกคนรู้เรื่องของฝนหมด (หัวเราะ) คือเราชอบฟังความเห็นของคนอื่น แล้วก็กล้าเล่าเรื่องของตัวเอง ซึ่งบางคนรู้จักกันไม่นาน อาจจะยังไม่น่าไว้ใจขนาดนั้น แต่เหมือนเอาใจแลกใจ แล้วมีความคาดหวังว่าเขาก็จะเป็นแบบนั้นกับเราเหมือนกัน มันก็จะมีเปอร์เซ็นต์ที่พลาดบ้าง

     ฝนจะมีเกณฑ์การคบเพื่อนอยู่ในใจว่า เพื่อนจริงๆ จะไม่มานั่งถามว่าวันนี้เป็นยังไง ทำงานเหนื่อยไหม สู้ๆ นะ รู้สึกว่ามันจะมีช่องว่างเกิดขึ้น ฝนจะบอกเลยว่าถ้าเป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องสนใจว่าเราเป็นใคร เราเป็นแค่เพื่อนแกแค่นั้นพอ ไม่ต้องคิดว่าเราเป็นดารา ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องงาน ขอให้เป็นเพื่อนกินข้าวด้วยกัน มีอะไรก็คุยกัน เปิดใจให้กันทุกอย่าง แค่นั้นก็พอแล้ว

     ใบเตย: สำหรับเตย ไม่ว่าจะเพื่อนสนิทสมัยมัธยมหรือมหาวิทยาลัย สิ่งที่เหมือนกันคือเวลาเจอกัน แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าคิดอะไรอยู่ รู้ว่าเราเป็นยังไง เกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วงนั้น ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก แต่ด้วยความเตยเป็นคนดื้อมาตั้งแต่เด็ก โตมากับความคิดของตัวเอง ต่อให้เรื่องนั้นผิด เราก็จะโตมาพร้อมกับผิดของเรา เป็นคนที่ค่อนข้างเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง ไม่ค่อยปรึกษาเพื่อนเท่าไร ถ้าปรึกษาจะมีแค่ เฮ้ย วันนี้แต่งตัวยังไงดีวะ ทำนองนั้นมากกว่า

 

 

ตัดสินใจได้ไหม ถ้าต้องเลือกระหว่างเพื่อนกับแฟน

     เมโกะ: ของเมง่ายมาก เพราะเพื่อนที่ดีจะรอเรา จะเข้าใจว่าโมเมนต์ที่เราอยู่กับแฟนก็ต้องอยู่กับแฟน เพื่อนที่ดีต้องเข้าใจเรื่องนี้ได้ (หัวเราะ)

     ฝน: ยากจังเลย (คิดนาน) มันคงแล้วแต่สถานการณ์ด้วย แต่คิดว่าน่าจะเลือกเพื่อนมากกว่า อย่างเช่น ถ้าเป็นนัดกับเพื่อนที่รวมตัวกันยากมากก็จะเลือกไปกับเพื่อน

     ใบเตย: ตอบยากมากนะ แต่คงคล้ายๆ กับคนอื่น คือเราน่าจะไปกับเพื่อนมากกว่า แต่ถ้าให้ดีที่สุดคือไปด้วยกันทั้งหมดเลย

 

 

ถ้าสมมติว่าเพื่อนไม่ชอบใจผู้ชายคนนั้น แล้วขอร้องว่าอย่าคบกับคนนั้นเลย

     ฝน: ฝนเชื่อเพื่อนนะ ถ้าเพื่อนสแกนแล้วไม่ผ่าน

     เมโกะ: เมเคยมีเหตุการณ์แบบนั้นด้วย เพราะเลือกแฟนมากกว่า แล้วสุดท้ายเพื่อนก็กลับมาย่ำยี กูเตือนแล้วใช่ไหม (หัวเราะ) แต่ถึงจะโกรธยังไง เพื่อนก็ไม่เคยหายไปไหน แล้วครั้งหน้าโดนเตือนอีกก็ไม่ฟังเหมือนเดิม เขาน่ารักนะมึง อยู่กับเขาแล้วรู้สึกดี บลาๆๆๆ ยังอินกับตัวเองและเลือกแฟนเหมือนเดิม และรอให้เพื่อนซ้ำเติม เพราะคิดว่าแฟนหายไปได้ แต่เพื่อนไม่มีวันหายไปไหนแน่นอน

     ใบเตย: โอ้โห เคสแบบนี้ใจร้ายมากเลยนะ เตยเคยผ่านเหตุการณ์ประมาณนี้ แต่ไม่ได้ร้ายแรงมาก เตยคิดว่ามันคือการให้เกียรติเพื่อนอย่างหนึ่ง ไม่ว่าผู้ชายคนนั้นจะชั่ว จะเลวแค่ไหนยังไง เตยมองว่ามันเป็นเป็นสิ่งที่เราต้องเผชิญเอง คุณไม่ได้มาเผชิญเรื่องนี้กับเรา ไม่มีทางรู้หรอกว่ามันเป็นยังไง เพราะฉะนั้นเหตุการณ์แบบนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเตย

     ฝน: พี่เตยพูดแบบนี้ต้องขอแก้ตัวก่อน (หัวเราะ) สิ่งที่ฝนพูดหมายถึง ถ้ามีเพื่อนมาเมาท์ว่าผู้ชายคนนี้ 1 2 3 4 นะ เราก็จะฟัง ฟังเยอะด้วย แต่จะมีความคิดหนึ่งค้านขึ้นมาว่า ในอดีตตัวเราเองอาจเคยทำอะไรให้ถูกพูดถึงว่าเป็นคนไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงจนเราไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนรู้ว่าเป็นยังไง ลองพิสูจน์ด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากตัดโอกาสทั้งตัวเขาและตัวเราด้วย แล้วให้เพื่อนช่วยวิเคราะห์ ช่วยสแกนอีกที ถ้าไม่เวิร์กจริงๆ ก็เชื่อเพื่อน แต่จะไม่ได้เชื่อตั้งแต่ทีแรกแบบนั้น

 

 

ในเวลานี้ให้ความสำคัญกับความรักมากขนาดไหน

     เมโกะ: มีผลกับชีวิตประจำวันของเมมากนะ เพราะชอบเอาความรู้สึกของคนที่เรารักมาเป็นใหญ่ ถ้าวันไหนทะเลาะกันก็จะพานไปรู้สึกแย่กับเรื่องอื่นๆ ด้วย แต่ไม่ใช่กับการทำงานนะ ถ้าเวลาทำงานเมจะเป็นผีบ้าอีกคนไปเลย แต่พอดีตอนนี้ยังไม่มีแฟนค่ะ ก็เลยยังไม่รู้ (หัวเราะ)

     ฝน: ยังสำคัญ แต่น่าจะมีมุมมองความรักที่เปลี่ยนไป เหมือนถอยออกมาจากความรักอีกนิดหนึ่ง เคยเป็นเหมือนเมโกะที่ถ้ามีปัญหาอะไรก็นอยด์ บางทีก็เอาตัวเองไปจมกับสิ่งนั้นเกินไป ตอนนี้สิ่งที่คิดคือต้องใช้ชีวิตกับตัวเองให้คุ้มที่สุด ความรักเป็นออปชันเสริม เป็นกำไร ไม่เอามายึดเป็นแกนสำคัญ แค่ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อจะได้ไปมีพลังให้กับเขาด้วย ไม่ใช่ว่าบางทีเหนื่อยมากแล้วอยากเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว บางทีเขาเหนื่อย เขาก็อยากเป็นฝ่ายได้รับกำลังใจบ้าง การที่มีแต่คนอยากได้มันไม่มีอะไรดี ทุกวันนี้ไม่เคยคาดหวังว่าแฟนต้องมาทำอะไรให้นะ ฝนจะเติมความรู้สึกด้วยตัวเอง เพราะอย่างงานหรืออะไรทุกอย่าง เราเป็นคนเลือกที่จะทำเอง ต้องรับผิดชอบความรู้สึกให้ได้

     ก่อนหน้านี้ฝนเคยคิดว่าความรักมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่พอเรียนจบ ชีวิตเป็นของเรามากขึ้น ต้องดูแลตัวเองทุกอย่าง ถ้าต้องเริ่มต้นความสัมพันธ์ จะบอกเลยว่าสิ่งเดียวที่ฝนต้องการคือความรักนะ เราดูแลตัวเองได้ เลี้ยงที่บ้านได้ สิ่งเดียวที่คุณต้องให้เราคือความรู้สึก ดังนั้นถ้าคุณดูแลความรู้สึกของเราไม่ดี ความสัมพันธ์มันจบแน่นอน

 

 

     ใบเตย: ความรักมีอิทธิพลกับเตยมาตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ เตยให้ค่ากับความรักมาก ถ้ารักใครก็จะแคร์คนนั้นมากๆ ทุกวันนี้ก็ยังแคร์อยู่ แต่พอทำงาน โตขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้น ทุกวันนี้ก็ให้ค่ามากเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมีสติมากขึ้น จะบอกว่าจัดการความรู้สึกได้ดีขึ้นก็ไม่ใช่ เพราะความรู้สึกมันเป็นสิ่งที่จัดการได้ยาก แค่ต้องให้ทุกอย่างในชีวิตดำเนินไปพร้อมๆ กัน เรื่องความรักไม่มีตรรกะตายตัว ไม่มีสูตรสำเร็จว่าต้องเอาสิ่งโน้นมาบวกกับสิ่งนี้แล้วจะได้เป็นสิ่งนั้น ทุกวันมันคือการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มันคือการให้อภัย การยอมรับ การยินดี ซึ่งเรารู้สึกว่าทำมันได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

 

ในวัยอย่างตอนนี้ คิดว่าตัวเองสามารถอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตได้ไหม

     เมโกะ: ไม่ได้ค่ะ (ตอบทันที) ที่สุดของชีวิต ณ โมเมนต์สุดท้ายที่เราจะมีความสุขได้ก็คือมีคนที่อยู่ข้างๆ เรา เข้าใจเราแล้วอยู่ข้างๆ กันไปตลอด ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีนะคะ ฝากเบอร์ค่ะ 06369xxxx (หัวเราะ)

     ฝน: ฝนไม่รู้ว่าอนาคตเป็นยังไง แต่ความคาดหวังก็อยากมีคนข้างๆ สักคน มีคนที่ฝนรู้จักคนหนึ่ง เขาไม่ได้มีความรัก สิ่งที่เขาทำคือเก็บเงินเพื่อให้ได้ไปอยู่บ้านพักคนชราดีๆ ในบั้นปลายสุดท้ายของชีวิต เขาวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ซึ่งสำหรับฝน ตอนนี้มันยังเป็นเรื่องที่ฟังแล้วหดหู่เกินไปนะ คิดว่ามันไม่น่าจะปลอดภัย อย่างน้อยก็ในความรู้สึกที่ต้องอยู่คนเดียว ถ้าถามก็คงยังไม่พร้อมสำหรับซีนแบบนี้ ยังอยากมีคนอยู่ข้างๆ มากกว่า

     ใบเตย: ถ้าต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตก็คิดว่าไม่น่าจะได้เหมือนกัน แต่ถามว่าวางแผนอะไรเพื่อให้ไปถึงจุดนั้นไหม ก็ไม่ได้วางแผนขนาดนั้น แค่ทำตอนนี้ให้ดียังยากเลย ไม่อยากวางแผนอะไรไกลๆ ทุกอย่างมันเปลี่ยนตลอดเวลาอยู่แล้ว ทำตอนนี้ให้ดีก่อน

 

 

คิดว่าอะไรคือข้อดีและข้อเสียในตัวของทั้ง 3 คน เวลามีความรัก

     เมโกะ: เมเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับความรักมาก เลยโดนหลอกอยู่บ่อยๆ แต่เชื่อเถอะว่าเห็นแบบนี้ เมเป็นคนดีและซื่อสัตย์จริงๆ (หัวเราะ)

     ส่วนข้อเสียคือเราดีเกินไปมั้ง (หัวเราะ) ดูเหมือนพูดเล่น แต่เมเชื่อแบบนั้นจริงๆ เหมือนคำพูดที่ว่า เราไม่สามารถเอาความดีไปแลกความรักได้ อันนี้โคตรจริงกับเมมาก โอเค เราอาจจะงี่เง่าบ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทุกครั้งที่ความรักจบลงจะรู้สึกว่าเราดีเกินไปจนเขาเบื่อ ผู้ชายคงชอบอะไรที่ตื่นเต้นมากกว่า

     ฝน: การเป็นตัวของตัวเองเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ฝนบอกเสมอว่าถ้าคุณเคยใช้ชีวิตมายังไง อยู่กับเราคุณจะได้ใช้ชีวิตเหมือนเดิม เช่น คุณออกไปปาร์ตี้กับเพื่อน หรือมีเวลาในชีวิตให้กับสิ่งไหน อะไรก็ตามที่หมุนรอบตัวคุณ เราจะให้คุณเหมือนเดิม ซึ่งเราเองก็จะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอความเป็นตัวเองของทั้งสองคนมันใกล้กันมากๆ พอถึงจุดหนึ่งมันเกิดทิฐิหรือความไม่ยอมเปลี่ยนบางอย่าง เพราะเราดันบอกไว้แต่แรกว่าเราจะเป็นเรา และเขาจะเป็นเขาเต็มที่ ซึ่งในความรักมันต้องมีการปรับตัวเข้าหากันเป็นเรื่องปกติ แต่พอเราเอ็นจอยและภูมิใจกับความเป็นตัวเองมากๆ บางทีเราก็ไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเหมือนกัน

     ซึ่งปกติฝนจะดื้อกว่า และฝนก็ต้องเป็นฝ่ายชนะ (หัวเราะ) แล้วอีกอย่างคือเห็นแบบนี้ แต่ฝนไม่ใช่คนขี้อ้อนเลย เธอกินน้ำไหม กินข้าวหรือยังนี่ไม่มีแน่นอน จะเป็นแบบ ทำงานอยู่ ไม่ว่าง ยังไม่คุย พอกลับถึงบ้านก็จะเหนื่อย นอนแล้วนะ (หัวเราะ)  

     ใบเตย: ข้อดีน่าจะเรื่องเตยเป็นคนตามใจแฟน ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นข้อดีจริงๆ หรือเปล่า แต่ข้อเสียที่ชัดมากๆ คือเตยชอบคิดแทน คิดว่าสิ่งที่เราคิดให้เขามันดี เขาควรทำตามแบบที่เราคิด พอเขาไม่ทำเราก็ทุกข์ เขาก็ไม่มีความสุข แต่เตยพยายามอยู่นะ พอรู้ว่าเราเริ่มคิดแทน เริ่มมีประโยคที่หนึ่งออกไป พอประโยคที่สองตามมาเริ่มคิดว่า เฮ้ย ไม่ได้ อย่าไปพยายามคิดแทนเขา เปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทนดีกว่า จะได้ไม่ต้องหงุดหงิดด้วยกันทั้งคู่

 

 

นิสัยอะไรของผู้ชายที่คุณอยากทำความเข้าใจมากที่สุด และมีนิสัยของผู้หญิงเรื่องไหนบ้างไหมที่อยากให้ผู้ชายเข้าใจพวกคุณเหมือนกัน

     เมโกะ: เสมอต้นเสมอปลายตลอดไปไม่ได้เหรอ คือเมเข้าใจนะ ด้วยโครงสร้างความเป็นผู้ชายน่าจะเบื่อง่าย และมีความอดทนในเรื่องความรู้สึกน้อยกว่าผู้หญิง แต่ก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรนะ เพราะคิดไว้อยู่แล้วแหละว่ามันคงเป็นสิ่งที่อาจจะไม่มีทางเปลี่ยนได้

     ส่วนเรื่องที่อยากให้เข้าใจ ผู้หญิงแต่ละคนคงไม่เหมือนกัน แต่สำหรับเมคงอยากบอกว่าเราไม่ได้เอาแต่ใจเว้ย เพราะคนชอบคิดว่าเมเอาแต่ใจ ในเรื่องความสัมพันธ์ เมเป็นคนตามใจด้วยซ้ำ ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากเยอะหรอก อยากให้เข้าใจว่าที่คุณว่าเราเยอะ เรานอยด์ เป็นโน่นเป็นนี่บ้าบอ มันเป็นเพราะคุณเปลี่ยนไปต่างหาก ไม่ใช่เพราะเราต้องการมากขึ้นเลย

     ฝน: อธิบายเป็นเรื่องไม่ได้ ขอยกจากเคสของตัวเองแล้วกัน ฝนเป็นคนที่ไม่เอาพวกวันเกิด วันครบรอบอะไรพวกนี้เลย เราดีกันทุกวันดีกว่าไหม ฝนเป็นคนใช้ชีวิตรายวัน เลยกลายเป็นคนลืมใส่ใจรายละเอียดที่ต้องเตรียมการล่วงหน้า บางทีก็โผงผางเหมือนผู้ชาย แล้วบางทีเขาจะเอาเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่นว่าผู้หญิงต้องเป็นแบบนี้สิ แต่อย่างที่บอกว่าตัวตนของเรามันไม่ใช่แบบนั้น ไม่รู้จะอธิบายสิ่งนี้เหล่านี้ว่ายังไงเหมือนกันนะ แต่คิดว่าน่าจะต้องมีคนที่คิดแบบนี้บ้างแหละ  

     ใบเตย: สำหรับเตยไม่มีเลย แปลกไหม (หัวเราะ) ไม่ใช่อะไรเลยนะ เตยแค่มองว่าต่อให้แยกเป็นสองเพศ ผู้หญิงกับผู้ชาย แต่เรื่องความรู้สึกและพฤติกรรม ทั้งสองเพศสามารถเป็นกันได้หมดเลย เพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องอะไรของเพศไหนที่เข้าใจไม่ได้หรอก แค่เรื่องไหนที่เรารับได้ เราก็ยอมรับ ส่วนเรื่องไหนที่ยอมรับไม่ได้จริงๆ ก็มานั่งคุยกันตรงๆ แล้วให้จบแค่นั้นก็พอ

The post ใบเตย, ฝน, เมโกะ คุยเรื่อง ‘เพื่อน’ และ ‘คนรัก’ ความสัมพันธ์คู่ขนานในการใช้ชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/bangkokrakstories-please/feed/ 0