เพชรสังเคราะห์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เพชรสังเคราะห์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 27 Dec 2024 07:48:23 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เพชรแท้ ‘หมดยุค’ ในจีน? เศรษฐกิจซบเซา คนแห่ซื้อเพชรเทียมเพราะราคาถูกกว่า 90% https://thestandard.co/china-economic-diamond-choices/ Fri, 27 Dec 2024 07:48:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1024608

คู่รักชาวจีนไม่นิยมซื้อเพชรแท้ราคาแพงอีกต่อไปท่ามกลางเศ […]

The post เพชรแท้ ‘หมดยุค’ ในจีน? เศรษฐกิจซบเซา คนแห่ซื้อเพชรเทียมเพราะราคาถูกกว่า 90% appeared first on THE STANDARD.

]]>

คู่รักชาวจีนไม่นิยมซื้อเพชรแท้ราคาแพงอีกต่อไปท่ามกลางเศรษฐกิจที่ซบเซาและราคาเพชรที่ตกต่ำ Vivian Wu ผู้ก่อตั้งธุรกิจเพชรในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า “พวกเขาไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรจาก Tiffany & Co. ก็ได้”

 

Vivian Wu ยังคงรับออร์เดอร์เพชรประมาณ 10 ออร์เดอร์ต่อสัปดาห์เช่นเดียวกับที่ผ่านมา แต่ลูกค้ามักจะมองหาเพชรราคาที่ถูกกว่า คู่บ่าวสาวนิยมเลือกเพชรเม็ดเล็กลงหรือเลือกเพชรสังเคราะห์ ซึ่งบางครั้งมีราคาเพียง 1 ใน 10 ของเพชรแท้

 

การเปลี่ยนแปลงในจีนกำลังส่งผลกระทบต่อตลาดเพชรทั่วโลก โดยราคาเพชรขายส่งลดลงประมาณ 40% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา “พูดตรงๆ ก็คือความต้องการเพชรในจีนลดลงอย่างมากในปีที่แล้ว อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างมาก” Paul Zimnisky ที่ปรึกษาด้านเพชร กล่าว

 

อัตราการแต่งงานที่ลดลงและเศรษฐกิจโดยรวมที่ซบเซาส่งผลต่อตลาดเพชรมูลค่า 9 พันล้านดอลลาร์ของจีน “ความเชื่อมโยงระหว่างยอดขายเพชรและการแต่งงานนั้นสำคัญมาก” Rajiv Biswas นักเศรษฐศาสตร์ กล่าว โดยคาดว่าจำนวนการแต่งงานของจีนจะลดลงเหลือต่ำกว่า 6.6 ล้านครั้งในปี 2024 ซึ่งน้อยกว่าครึ่งของตัวเลขที่บันทึกไว้ในปี 2013

 

ในขณะเดียวกันจีนเป็นผู้บุกเบิกการผลิตเพชรสังเคราะห์จำนวนมาก ซึ่งขายในราคาเพียงเศษเสี้ยวของเพชรพลอยธรรมชาติ มณฑลเหอหนานในจีนตอนกลางกลายเป็น ‘ศูนย์กลางการผลิตระดับโลก’ สำหรับเพชรที่ผลิตในห้องปฏิบัติการในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยผลิตเพชรสังเคราะห์ 1 ใน 2 ของโลก

 

เพชรสังเคราะห์เริ่มเข้าสู่ตลาดโลกเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันคิดเป็น 15-20% ของความต้องการเครื่องประดับเพชรทั่วโลก เทียบกับ 1% ในปี 2015 จีนผลิตเพชรสังเคราะห์ประมาณ 95% ของโลก ณ กลางปี 2023

 

ร้าน Diabond ในห้าง Times Square ของฮ่องกง ซึ่งมีลูกค้าชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ขายเพชรสังเคราะห์เป็นหลัก Diabond โชว์แหวนเพชรแท้ 1.3 กะรัต ราคา 130,000 ดอลลาร์ฮ่องกง เคียงข้างกับเพชรสังเคราะห์ 1.5 กะรัต ราคา 24,300 ดอลลาร์ฮ่องกง

 

“ตลอดประวัติศาสตร์ ผู้บริโภคต้องการเครื่องประดับชั้นดีที่ทำจากวัสดุหายากและมีค่า” Paul Zimnisky กล่าว “ฉันเชื่อว่าตลาดหลักสำหรับเพชรที่มนุษย์สร้างขึ้นจะประกอบด้วยเครื่องประดับที่สนุกและทันสมัยมากขึ้น”

 

Yu Jing พนักงานก่อสร้างวัย 30 ปีในเซี่ยงไฮ้ ซื้อต่างหูเพชรสังเคราะห์เม็ดเล็กๆ “พูดตามตรงฉันแยกไม่ออกว่ามันเป็นของจริงหรือเปล่า มันราคาแค่ 300 หยวน ดังนั้นฉันไม่สนใจ” Yu Jing กล่าว “เงินเดือนของฉันไม่สูง และฉันคิดว่าเพชรที่ผลิตในห้องแล็บให้ความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป”

 

อ้างอิง: 

The post เพชรแท้ ‘หมดยุค’ ในจีน? เศรษฐกิจซบเซา คนแห่ซื้อเพชรเทียมเพราะราคาถูกกว่า 90% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพชรสังเคราะห์ล้นตลาด จับตามองเพชรธรรมชาติกำลังจะกลับมา https://thestandard.co/synthetic-diamonds-oversupply/ Fri, 28 Jun 2024 08:22:15 +0000 https://thestandard.co/?p=951268

มูลค่าตลาดเพชรธรรมชาติเคยพุ่งถึงจุดสูงสุดในปี 2022 มีมู […]

The post เพชรสังเคราะห์ล้นตลาด จับตามองเพชรธรรมชาติกำลังจะกลับมา appeared first on THE STANDARD.

]]>

มูลค่าตลาดเพชรธรรมชาติเคยพุ่งถึงจุดสูงสุดในปี 2022 มีมูลค่ารวมกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และเคยคาดการณ์กันว่าจะสูงขึ้นถึง 1.55 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2032 อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยหลายอย่างทำให้ตลาดเพชรที่เคยอู้ฟู่กลับตกต่ำลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อัตราการแต่งงานที่ลดลง รวมถึงความนิยมของเพชรสังเคราะห์จากห้องทดลองที่เป็นคู่แข่งสำคัญของเพชรธรรมชาติ 

 

ความนิยมของเพชรสังเคราะห์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในตลาดเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐอเมริกา ครึ่งหนึ่งของเพชรแหวนหมั้นกลับถูกแทนที่ด้วยเพชรจากห้องทดลอง ทั้งๆ ที่ในปี 2018 มีเพียง 2% เท่านั้น เมื่อผนวกกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ลากยาวมาตั้งแต่ปลายปี 2023 ทำให้ในเดือนมกราคม De Beers ผู้ผลิตเพชรรายใหญ่ของโลก ประกาศลดราคาเพชรธรรมชาติลง 10% เพื่อกระตุ้นยอดขาย และราคาเพชรหยาบของทั้งตลาดมีอัตราลดลงถึง 5.7% ในปีนี้ ซึ่งลดลงมากกว่า 30% จากระดับสูงสุดตลอดกาลในปี 2022 

 

ปัจจุบันเพชรสังเคราะห์คิดเป็นประมาณ 20% ของตลาดเพชร โดยเพชรสังเคราะห์มีราคาถูกกว่าเพชรธรรมชาติถึง 85% หนึ่งกะรัตมีราคาอยู่ที่ประมาณ 800 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 29,000 บาท เทียบกับประมาณ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 550,000 บาทต่อกะรัต สำหรับเพชรธรรมชาติน้ำงาม โดยแยกไม่ออกด้วยตาเปล่า เมื่อรวมเข้ากับกระแสความใส่ใจในสิ่งแวดล้อมของคนรุ่นใหม่ที่นำเพชรจากห้องทดลองมาใช้ประชาสัมพันธ์ก็ยิ่งสร้างความนิยมในคนรุ่นใหม่มากขึ้นไปอีก จนแม้แต่คนดังอย่าง Emma Watson หรือ Meghan Markle ก็เลือกใส่เครื่องประดับจากเพชรสังเคราะห์ 

 

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้อุตสาหกรรมเพชรสังเคราะห์กำลังจะเจอกับปัญหาอุปทานล้นตลาด ทำให้ราคาเพชรสังเคราะห์ลดลงอย่างรุนแรงจนแทบจะเข้าไปแทนที่เพชรธรรมชาติไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งถ้าหากติดตามแนวโน้มก็จะพบว่าเพชรที่เกิดขึ้นจากห้องทดลองมีราคาลดลงเรื่อยๆ นับตั้งแต่กลายเป็นกระแสหลักในปี 2015 โดยในปีนั้นมีราคาถูกกว่าเพชรธรรมชาติเพียง 10% แต่ปัจจุบันราคาลดลงสูงสุดถึง 90% ไปแล้ว

 

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง De Beers ซึ่งเปิดแบรนด์เพชรสังเคราะห์ในชื่อ Lightbox ตั้งแต่ปี 2018 ยังประกาศลดราคาเพชรจากห้องทดลองอย่างถาวรลงเกือบ 40% จนเหลือเพียง 500 ดอลลาร์ต่อกะรัต หรือราวๆ 18,000 บาท จาก 800 ดอลลาร์ ความแตกต่างของราคานี้เองจะทำให้ผู้บริโภคตระหนักมากขึ้นว่าเพชรทั้งสองอย่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง 

 

Paul Zimnisky นักวิเคราะห์วงการเพชรชั้นนำ คาดการณ์ว่าผู้ค้าอัญมณีจะปรับลดขนาดธุรกิจด้านเพชรสังเคราะห์ และหันไปสนใจเพชรธรรมชาติมากขึ้นในปีหน้า ซึ่งจริงๆ แล้วผู้ค้าอัญมณีส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยสต็อกเพชรที่ผลิตในห้องแล็บไว้ในสินค้าคงคลัง และจะซื้อเฉพาะสินค้าฝากขายเท่านั้น ตรงกันข้ามกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในปี 2018 อันเป็นช่วงที่กระแสความนิยมของเพชรสังเคราะห์เริ่มแพร่หลาย นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ว่าราคาเพชรสังเคราะห์จะยังคงลดลงต่อไปเรื่อยๆ 

 

ส่วน Tenoris บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลในวงการเครื่องประดับ คาดว่าราคาจะลดลงอีกประมาณ 20% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่บริษัทซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ Diamond Standard เชื่อว่าราคาอาจดิ่งลงรุนแรงกว่านี้ หากกระแสโฆษณาเกี่ยวกับเพชรสังเคราะห์เริ่มซาลง ซึ่งอาจลดลงถึงอีก 50-80% ในที่สุด

 

เพชรสังเคราะห์มักนำประเด็นเรื่องความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาเป็นจุดขาย อย่างไรก็ตาม การผลิตเพชรสังเคราะห์ต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาลเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่มีแรงบีบอัดและความร้อนสูงเลียนแบบเพชรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แหล่งที่มาของพลังงานก็มีทั้งพลังงานสะอาดและพลังงานจากฟอสซิล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแตกต่างกันไป ยิ่งในปัจจุบันผู้ผลิตรายใหญ่ของตลาดเพชรสังเคราะห์คือจีนและอินเดียที่ใช้พลังงานจากฟอสซิลเป็นหลัก นั่นแปลว่าเพชรสังเคราะห์อาจไม่ได้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ตามข้อมูลของ International Gem Society การผลิตเพชรสังเคราะห์ขัดเงาหนึ่งกะรัตจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 511 กิโลกรัม

 

อีกทั้งปัจจุบันความร้อนแรงของตลาดเพชรสังเคราะห์ยังผลักดันเทคโนโลยีการผลิตให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง และราคาขายลดลงตามไปด้วย ในอนาคตผู้บริโภคก็จะตระหนักได้ว่าเพชรเหล่านี้ไม่ได้มีมูลค่าที่ยั่งยืนเท่ากับเพชรธรรมชาติ 

 

ปัจจุบันคู่แต่งงานหลายคู่เริ่มหันมาสนใจเพชรธรรมชาติมากขึ้น แม้อาจมีจำนวนกะรัตที่น้อยกว่า แต่อย่างน้อยๆ ก็เป็นของจริง และเมื่อเร็วๆ นี้ Signet Jewelers ผู้ค้าปลีกเครื่องประดับรายใหญ่ที่สุดของโลก ได้ประกาศความร่วมมือทางการตลาดกับ De Beers เพื่อกระตุ้นความต้องการเพชรธรรมชาติ หลังจากอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้ทำการตลาดใหญ่ๆ มาเกือบ 20 ปีแล้ว โดยคาดว่าน่าจะทำให้อุตสาหกรรมเพชรธรรมชาติขยายตัวเพิ่มขึ้น 25% ในอีก 3 ปีข้างหน้า และช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นสำหรับตลาดเพชรเพื่อการลงทุน ซึ่งมีจำนวนลดลงอย่างมากจากสถานการณ์ราคาที่ดิ่งลงในช่วงสองปีที่ผ่านมา 

 

อย่างไรก็ตาม ความต้องการเพชรสังเคราะห์จะไม่หายไป แต่ยอดขายมีแนวโน้มที่จะเติบโตช้าลงจนเหลือเพียง 1% ในปีนี้ หรือลดลงจาก 20-30% ในช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุด ส่วนในอนาคตก็จะกลายเป็นตลาดที่แยกออกไปสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการซื้อของจริง หรือรอเวลาจะอัปเกรดเพื่อซื้อของจริงในอนาคต 

 

อ้างอิง:  

The post เพชรสังเคราะห์ล้นตลาด จับตามองเพชรธรรมชาติกำลังจะกลับมา appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jubilee เผย กระแสเพชรสังเคราะห์ไม่ใช่ปัจจัยฉุดราคาเพชรแท้ ชี้ตลาดคนละกลุ่ม แค่ทางเลือกเรื่องความสวยงาม แต่ไม่ตอบโจทย์การลงทุน https://thestandard.co/synthetic-diamonds-is-not-a-factor/ Tue, 12 Sep 2023 03:19:12 +0000 https://thestandard.co/?p=840570 เพชรสังเคราะห์

จริงหรือไม่? ที่กระแสความนิยมใน ‘เพชรสังเคราะห์’ หรือเพ […]

The post Jubilee เผย กระแสเพชรสังเคราะห์ไม่ใช่ปัจจัยฉุดราคาเพชรแท้ ชี้ตลาดคนละกลุ่ม แค่ทางเลือกเรื่องความสวยงาม แต่ไม่ตอบโจทย์การลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพชรสังเคราะห์

จริงหรือไม่? ที่กระแสความนิยมใน ‘เพชรสังเคราะห์’ หรือเพชรเลี้ยง พุ่งสูงขึ้นกระทบต่อดีมานด์ในตลาด ‘เพชรแท้’ จนทำให้ De Beers ยักษ์ใหญ่วงการเพชร ต้องปรับลดราคาเพชรลงถึง 40% ตามที่มีกระแสข่าวออกมา ซึ่งสร้างความแตกตื่นให้กับตลาด 

 

ล่าสุด อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือ Jubilee ผู้นำธุรกิจเครื่องประดับเพชรแท้อันดับหนึ่งของเมืองไทย ภายใต้แบรนด์ JUBILEE DIAMOND ได้ออกมาไขข้อข้องใจดังกล่าว พร้อมอธิบายเรื่องราวของสถานการณ์ตลาดเพชรในปัจจุบัน 

 

อัญรัตน์ระบุว่า ความนิยมในเพชรสังเคราะห์ไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาเพชรแท้ที่เจียระไนแล้ว แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัว โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของเพชรแท้ ทำให้ดีมานด์หดตัวและราคาย่อลงมา โดยถือเป็นเรื่องปกติที่ราคาจะต้องปรับตัวลงให้สอดคล้องกันระหว่างดีมานด์และซัพพลายที่แท้จริงของตลาด 

 

ย้อนกลับไปช่วงเกิดโรคระบาดโควิดในปี 2562-2564 ธุรกิจเหมืองเพชรหยุดชะงัก และเมื่อเกิดสงครามยูเครน-รัสเซียก็มีการแบนเพชรจากเหมืองรัสเซีย ทำให้ซัพพลายหายไปจำนวนมาก ขณะที่หลังโควิดคลี่คลาย ตลาดฝั่งอเมริกาเริ่มเปิด และจีนก็เริ่มทยอยปลดล็อกมาตรการต่างๆ ตลาดเพชรกลับมามีความต้องการเพิ่มขึ้น ยิ่งส่งผลให้ราคาเพชรพุ่งสูงขึ้นถึง 27.3% 

 

ทั้งนี้ การที่ De Beers ยักษ์ใหญ่วงการเพชร ปรับลดราคาลง 40% นั้นเป็นการปรับลดราคาเฉพาะเพชรดิบ (Rough Diamonds) เฉพาะกลุ่ม Select Makeables เป็นกลุ่มที่คุณภาพความสะอาดไม่สูง จะใช้ในอุตสาหกรรมเป็นหัวของเครื่องจักร และหากเพชรกลุ่มนี้จะเจียระไนเป็นเพชรที่ใช้เป็นเครื่องประดับ ก็จะได้ Yields ที่ลดลงมา 50% จากก้อนเพชรดิบ 

 

ยกตัวอย่างเช่น เพชรดิบขนาด 2-4 กะรัต หากนำมาเจียระไนเป็นเพชรคุณภาพที่สวมใส่เป็นเครื่องประดับ ก็จะใช้ได้ประมาณ 1-2 กะรัต โดยคุณภาพเพชรพอใช้ได้ แต่ไม่ถึงระดับที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบ ส่วนเพชรกลุ่มที่เจียระไนแล้ว (Polished Diamonds) การปรับตัวของราคาลดลงมาไม่ถึง 10% 

 

อย่างไรก็ตาม แม้ราคาเพชรจะตกลงมา แต่ราคายังเติบโตกว่าก่อนเกิดโรคระบาดโควิด ทั้งนี้ เพชรถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ลงทุนได้ เพราะเข้าเกณฑ์ทั้ง 4 ข้อ คือ 

 

  1. มีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา 
  2. มีความต้องการในตลาด 
  3. มีราคามาตรฐาน 
  4. สามารถขายออกได้เพื่อคืนทุน 

 

ซึ่งตอนนี้เป็นช่วงที่กำลังปรับสู่ราคาตลาดที่แท้จริง นับเป็นอีกช่วงหนึ่งที่น่าจะเข้าไปลงทุน เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น   

 

ซีอีโอของ Jubilee เล่าอีกว่า ปัจจุบันประเทศที่เป็นตลาดใหญ่ของเครื่องประดับเพชรแท้มีอยู่ 4 ประเทศ ได้แก่ อเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น และอินเดีย โดยเฉพาะตลาดอเมริกาและจีนถือว่าใหญ่มาก รวมกันแล้วมีการใช้เพชรแท้มากกว่า 60% แบ่งเป็น อเมริกาประมาณ 48% และจีนประมาณเกือบ 20% 

 

โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคในอเมริกาส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสนใจเรื่องคุณภาพเพชรแท้ตามหลัก 4Cs (Carat: กะรัตหรือน้ำหนักเพชร, Cut: เหลี่ยมการเจียระไน, Color: สีหรือน้ำ, Clarity: ความสะอาด ที่เพชรแท้จะมีตำหนิตามธรรมชาติ) แตกต่างจากผู้บริโภคในตลาดแถบเอเชีย ที่จะเน้นในเรื่องคุณภาพเพชรแท้ตามหลัก 4Cs ซึ่งเป็นมูลค่าในตัวของเพชรแท้ 

 

“ผู้บริโภคในตลาดอเมริกาส่วนใหญ่มีค่านิยมแค่ขอให้ได้ใส่เพชร ใช้เพชร แต่ไม่ค่อยสนใจในเรื่องคุณภาพเพชรแท้มากเท่าผู้บริโภคในตลาดเอเชียซึ่งใช้เพชรคุณภาพสูง ประกอบกับตอนนี้สภาวะเศรษฐกิจมีการชะลอตัวและมีการใช้เพชรคุณภาพต่ำอยู่แล้ว ผู้บริโภคบางกลุ่มจึงหันมาใช้เพชรสังเคราะห์ที่ราคาไม่สูงกันมากขึ้น ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ตลาดเพชรสังเคราะห์ในอเมริกาจะได้รับความนิยมและเติบโตขึ้น” อัญรัตน์กล่าว

 

ซีอีโอ Jubilee กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้วเพชรสังเคราะห์มีมานานแล้ว และมีความพยายามทำให้คล้ายเพชรแท้มากขึ้นด้วยเทคโนโลยี โดยตอนเข้ามาในตลาดใหม่ๆ ราคาจะถูกกว่าเพชรแท้ 20-30% แต่ปัจจุบันราคาถูกกว่า 70-90% สะท้อนว่าเป็นลูกค้าคนละกลุ่มและเป็นคนละตลาดกัน ในขณะที่ De Beers เองก็ผลิตเพชรสังเคราะห์ เพิ่มซัพพลายเข้ามาในตลาด เพื่อทำให้ราคาลดลง ตอกย้ำว่าราคาเพชรสังเคราะห์มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ และไม่มีมูลค่าในอนาคต 

 

ดังนั้นเหตุการณ์การปรับตัวของราคาเพชรแท้ De Beers มองว่าจะเกิดขึ้นแค่ระยะสั้น และเป็นการปรับตัวตามกลไกของตลาด จากการที่ราคาพุ่งขึ้นสูงมากในช่วงโรคระบาดโควิดและช่วงระยะเวลานี้ เป็นการปรับตัวให้กลับมาในจุดที่ควรจะเป็น จึงเป็นช่วงที่ควรลงทุนหรือเก็บสะสม และในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีในทุกๆ ปี ตลาดเพชรแท้จะมีการปรับราคาขึ้นตามความต้องการในตลาดที่มีมากขึ้น จึงยืนยันได้ว่า เพชรแท้มีมูลค่าในตัวเองที่จะเติบโต จึงเป็นสินทรัพย์ลงทุนได้

 

อัญรัตน์ย้ำว่า แม้ในปัจจุบันเพชรสังเคราะห์จะมีความใกล้เคียงกับเพชรแท้เป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้ไม่สามารถเทียบเท่าเพชรแท้ได้คือ มูลค่าในตัวเองที่จะเติบโต โดยคนทั่วโลกไม่ได้มองเพชรสังเคราะห์เป็นการลงทุน จะซื้อ-ขายหรือแม้แต่จำนำก็ทำได้ยาก เพราะไม่มีมูลค่าเพิ่มในอนาคต จากการที่สามารถผลิตเพิ่มได้ไม่จำกัด ต่างจากเพชรแท้ที่นับวันยิ่งหาได้น้อยลง 

 

จากปัจจัยข้างต้น เพชรสังเคราะห์อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ชื่นชอบเพชรในแง่ของความสวยงามและไม่ได้คำนึงถึงมูลค่าในอนาคต แต่หากมองหาเพชรในแง่ของการลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าในอนาคต แน่นอนว่าเพชรแท้ตอบโจทย์ได้ดีกว่า ตอกย้ำว่าเพชรสังเคราะห์ไม่ได้เกิดมาเพื่อทดแทนเพชรแท้ แต่เป็นเพียงการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่มีความชอบและวัตถุประสงค์ที่ต่างกันนั่นเอง

 

“เพชรแท้ถือเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่ดี (Alternative Investment) สามารถซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนได้ในตลาดสากลไม่ต่างจากทองคำ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ใช้กันทั่วโลก มีใบรับรองคุณภาพที่มีมาตรฐานโลกรองรับ ที่สำคัญมูลค่าไม่เลือนหายตามกาลเวลา จึงควรค่าต่อการลงทุนในระยะยาว” อัญรัตน์กล่าว

The post Jubilee เผย กระแสเพชรสังเคราะห์ไม่ใช่ปัจจัยฉุดราคาเพชรแท้ ชี้ตลาดคนละกลุ่ม แค่ทางเลือกเรื่องความสวยงาม แต่ไม่ตอบโจทย์การลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพชรแท้กำลังสู้เพชรเทียมไม่ไหว! ‘De Beers’ เจ้าของเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องกัดฟันลดราคาเหลือ 30,000 บาทต่อกะรัต https://thestandard.co/real-diamond-vs-synthetic-diamond/ Thu, 07 Sep 2023 03:27:04 +0000 https://thestandard.co/?p=838494 เพชรแท้ vs เพชรเทียม

จับตาตลาด ‘เพชร’ อัญมณีที่เคยเป็นที่นิยมของบรรดานักลงทุ […]

The post เพชรแท้กำลังสู้เพชรเทียมไม่ไหว! ‘De Beers’ เจ้าของเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องกัดฟันลดราคาเหลือ 30,000 บาทต่อกะรัต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพชรแท้ vs เพชรเทียม

จับตาตลาด ‘เพชร’ อัญมณีที่เคยเป็นที่นิยมของบรรดานักลงทุน ปัจจุบันราคาเริ่มดำดิ่งลงไม่หยุด เจาะเบื้องลึกตลาดที่ทำให้เพชรราคาตก จนบริษัทเจ้าของเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง De Beers ต้องลดราคา เหลือประมาณ 850 ดอลลาร์ หรือราว 30,000 บาทต่อหนึ่งกะรัต 

 

Bloomberg รายงานว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพชรดิบหรือเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันราคาเริ่มลดลง เนื่องจากชาวอเมริกันส่วนใหญ่หันมาเลือกซื้อแหวนหมั้นที่ทำจากเพชร Lab Grown หรือที่เรียกว่า เพชรสังเคราะห์จากห้องแล็บ เพราะมีราคาที่เข้าถึงง่าย ส่งผลให้ความต้องการเพชร Lab Grown พุ่งสูงขึ้น 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

อุตสาหกรรมเพชรสังเคราะห์ให้ความสนใจเพชร Lab Grown อย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่บริษัทเจ้าของเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง De Beers ที่เคยประกาศว่าจะไม่ขายเพชรสังเคราะห์ที่ทำมาจากห้องแล็บโดยเด็ดขาด แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา De Beers ได้ขายเพชรสังเคราะห์จากห้องแล็บครั้งแรก ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี 

 

สะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวของ De Beers นั้นตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากได้เพชรสังเคราะห์ราคาถูก ถึงกระนั้นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าการขายแหวนหมั้นจะมีราคาถูกเสมอไป เพราะยังมีต้นทุนต่างๆ ที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ 

 

Paul Rowley หัวหน้าธุรกิจซื้อขายเพชรของบริษัท De Beers กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมเพชรต้องสั่นคลอน เกิดขึ้นหลังโควิดระบาด ความต้องการของลูกค้าลดลง เนื่องจากหลายๆ คนต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจโลกและดอกเบี้ยที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น 

 

แน่นอนว่ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อ แต่ถ้าจะให้ซื้อแหวนหมั้นในราคาถูกก็จะมีความเสี่ยงมากกว่า ดังนั้น เพชรสังเคราะห์จึงเป็นทางเลือกใหม่ และทำให้บริษัทได้ขยายโอกาสเข้ามาในตลาดดังกล่าว แม้เพชรสังเคราะห์ที่ทำมาจากห้องแล็บจะถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมเหมืองแร่ตามธรรมชาติก็ตาม 

 

อีกทั้งในปีที่ผ่านมา De Beers นำสินค้าหมวดหมู่ Select Makeables ที่มีเพชรหยาบ 2-4 กะรัต มาลดราคามากกว่า 40% เพื่อเจาะกลุ่มคนที่กำลังจะแต่งงาน ส่วนในปี 2023 De Beers ได้ลดราคาเพชรเหลือประมาณ 850 ดอลลาร์ต่อกะรัต 

 

ทำให้เห็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีของตลาด เพราะเดิมที De Beers จะไม่ให้ความสำคัญกับการลดราคามากนัก แต่การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่หดตัว ทำให้ผู้คนต้องลดการใช้จ่ายและไม่ใช้ชีวิตหรูหราเหมือนเช่นเดิม 

 

อ้างอิง:

The post เพชรแท้กำลังสู้เพชรเทียมไม่ไหว! ‘De Beers’ เจ้าของเหมืองเพชรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้องกัดฟันลดราคาเหลือ 30,000 บาทต่อกะรัต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เพชร’ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเองกับมือกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ด้วยการผสานระหว่างราคาที่สามารถจ่ายได้ การจัดหาอย่างมีจริยธรรม และความงามแบบคลาสสิก https://thestandard.co/man-made-stones-trending/ Sun, 21 May 2023 10:36:04 +0000 https://thestandard.co/?p=793341

เมื่อคุณนึกถึงความเร่งรีบและวุ่นวายของงานแต่งงานที่ผ่าน […]

The post ‘เพชร’ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเองกับมือกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ด้วยการผสานระหว่างราคาที่สามารถจ่ายได้ การจัดหาอย่างมีจริยธรรม และความงามแบบคลาสสิก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อคุณนึกถึงความเร่งรีบและวุ่นวายของงานแต่งงานที่ผ่านมา หนึ่งในภาพสำคัญที่มักจะนึกถึงคือ ‘แหวนเพชร’ แวววาวระยิบระยับ

 

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมเพชรกำลังมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปีนี้ อัญมณีระยิบระยับที่ครองตลาดแบบดั้งเดิมคือเพชรธรรมชาติ กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งที่คาดไม่ถึง ซึ่งก็คือ ‘เพชรสังเคราะห์’

 

ผลสำรวจจาก The Knot เว็บไซต์วางแผนงานแต่งงานยอดนิยม ค้นพบเทรนด์ที่น่าประหลาดใจในโลกของแหวนหมั้น โดยมากกว่า 1 ใน 3 ของแหวนหมั้นที่มีเม็ดกลางทั้งหมดที่ซื้อเมื่อปีที่แล้วนั้น มีเพชรที่ประดิษฐ์ขึ้นในห้องทดลอง ซึ่งถ้าเทียบกับปีที่แล้วนั้นเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

แน่นอนว่าเพชรธรรมชาติที่ใช้เวลาหลายพันล้านปีในการก่อตัวลึกเข้าไปในโลกย่อมแตกต่างจากเพชรสังเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุม กระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 600 ชั่วโมง

 

สิ่งที่น่าสนใจคือผู้บริโภคจำนวนมากสนใจอัญมณีเหล่านี้เพราะเห็นว่าเป็นทางเลือกที่มีจริยธรรมและยั่งยืนมากกว่า

 

การขุดเพชรจากโลกมักเกี่ยวข้องกับต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและมนุษย์อย่างมาก รวมถึงการตัดไม้ทำลายป่า การปนเปื้อนในน้ำ หรือแม้แต่เงินทุนจากความขัดแย้งในภูมิภาคที่แตกแยกจากสงคราม ในทางกลับกันเพชรสังเคราะห์เป็นทางเลือกที่เป็นอันตรายน้อยกว่า

 

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผลักดันความนิยมของเพชรจากห้องแล็บคือราคา โดยทั่วไปแล้วเพชรสังเคราะห์จะขายปลีกในราคาประมาณ 1 ใน 4 ของราคาเพชรธรรมชาติ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ราคาไม่แพงสำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจน ราคาขายปลีกของเพชรสังเคราะห์หนึ่งกะรัตจึงลดลงประมาณ 74% ตั้งแต่ปี 2015

 

ราคาที่เข้าถึงได้กระตุ้นให้ผู้ซื้อจำนวนมากเลือกเพชรเม็ดใหญ่ขึ้น ในปี 2022 ขนาดเฉลี่ยของเพชรในห้องปฏิบัติการที่ใช้ในแหวนหมั้นคือ 1.8 กะรัต ซึ่งใหญ่กว่าค่าเฉลี่ย 1.5 กะรัตสำหรับเพชรธรรมชาติอย่างเห็นได้ชัด

 

ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมเครื่องประดับและการผลิตนาฬิกากำลังสังเกตเห็นแนวโน้มนี้ ตัวอย่างเช่น Kay Jewellers ซึ่งเป็นเครือข่ายเครื่องประดับในตลาดแมส ได้สร้างเพชรสังเคราะห์มาตั้งแต่ปี 2019 และตอนนี้แม้แต่แบรนด์หรูอย่าง Gucci และ Breitling ก็นำเพชรจากห้องแล็บมารวมไว้ในคอลเล็กชันของพวกเขา

 

หากไม่ใช่ทุกคนที่พอใจกับการเปลี่ยนแปลงนี้ นักขุดเพชรแบบดั้งเดิมได้แสดงความกังวลของพวกเขา โดยโต้เถียงกับคำกล่าวอ้างด้านความยั่งยืนของผู้ผลิตเพชรที่สร้างขึ้นในห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้พวกเขาเตือนว่าเพชรที่มนุษย์สร้างขึ้นเหล่านี้อาจสูญเสียมูลค่าเมื่อเวลาผ่านไปเนื่องจากมีการสร้างที่เพิ่มขึ้น

 

แม้จะมีข้อโต้แย้งนี้ แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่าเพชรสังเคราะห์กำลังสร้างช่องว่างสำหรับตัวเองในตลาด เมื่อผู้บริโภคตระหนักมากขึ้นในการตัดสินใจซื้อและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เพชรที่ปลูกในห้องปฏิบัติการจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

 

อัญมณีที่มนุษย์สร้างขึ้นเหล่านี้ให้การผสมผสานที่ไม่เหมือนใครระหว่างราคาที่สามารถจ่ายได้ การจัดหาอย่างมีจริยธรรม และความงามแบบคลาสสิก ที่ทำให้เพชรเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความผูกพันมาหลายชั่วอายุคน เมื่อเราก้าวไปสู่อนาคต การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเปลี่ยนโฉมหน้าของอุตสาหกรรมเพชรไปตลอดกาล

 

อ้างอิง:

The post ‘เพชร’ ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเองกับมือกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น ด้วยการผสานระหว่างราคาที่สามารถจ่ายได้ การจัดหาอย่างมีจริยธรรม และความงามแบบคลาสสิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เพชรสังเคราะห์’ กลายเป็นทางเลือกสำหรับแหวนหมั้นของคู่รักสมัยใหม่ https://thestandard.co/lab-grown-diamonds-young-gen-choice/ Sat, 25 Feb 2023 03:29:41 +0000 https://thestandard.co/?p=755246 เพชรสังเคราะห์

แม้การผลิตเพชรในห้องทดลองจะถูกคิดค้นตั้งแต่ปี 1954 แต่ก […]

The post ‘เพชรสังเคราะห์’ กลายเป็นทางเลือกสำหรับแหวนหมั้นของคู่รักสมัยใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพชรสังเคราะห์

แม้การผลิตเพชรในห้องทดลองจะถูกคิดค้นตั้งแต่ปี 1954 แต่การยอมรับเพชรสังเคราะห์เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้ เพชรสังเคราะห์กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ทั้งในแง่จริยธรรมและราคาที่ถูกกว่าเพชรธรรมชาติ 40-60%

 

เพชรสังเคราะห์ คือเพชรที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บหรือเรียกอีกอย่างว่า Laboratory-Grown Diamonds (LGD) มีองค์ประกอบทางเคมีและคุณสมบัติทางกายภาพเหมือนกับเพชรธรรมชาติทุกประการ ต่างกันแค่ต้นกำเนิดและไม่สามารถแยกออกได้ด้วยตาเปล่า ต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะพิเศษในการสังเกตดูเท่านั้น 


บทความที่เกี่ยวข้อง:


การผลิตเพชรสังเคราะห์เติบโตขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เพชรธรรมชาติที่มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ โดยในปี 2020 การผลิตเพชรธรรมชาติมีเพียง 111 ล้านกะรัต จากการผลิตสูงที่สุดในปี 2017 ที่ 152 ล้านกะรัต ในขณะที่เพชรสังเคราะห์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 6-7 ล้านกะรัต ปัจจุบันเพชรสังเคราะห์คิดเป็น 10% ของปริมาณเพชรบนเครื่องประดับทั้งหมดทั่วโลก และกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 

 

ตามรายงานของ BriteCo ในปี 2022 เพชรสังเคราะห์ในตลาดแหวนหมั้นเติบโตเพิ่มขึ้น 9.7% จาก 18.7% ในปี 2020 เป็น 28.4% ในปี 2021 ส่วนบริษัทวิจัยตลาด Allied Analytics LLP คาดการณ์ว่าตลาดเพชรสังเคราะห์ทั่วโลกจะมีมูลค่าเกือบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 โดยปัจจุบันตลาดใหญ่ที่สุดอยู่ที่สหรัฐอเมริกาคิดเป็น 3 ใน 4 ของทั้งหมด 

 

ปัจจัยที่ทำให้เพชรสังเคราะห์กำลังเป็นที่นิยมส่วนหนึ่งมาจากการตั้งคำถามถึงธรรมาภิบาลของเหมืองเพชรธรรมชาติ และเรื่องราคาที่ถูกกว่า อย่างที่ทราบกันว่าภาวะเงินเฟ้อดันราคาสินค้าให้สูงขึ้น ซึ่งก็มีผลกับการซื้อแหวนหมั้นที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 40 ปีที่มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าผู้ที่มีอายุมากกว่า รวมทั้งคนรุ่นนี้ไม่กลัวที่จะฉีกกรอบและขัดต่อบรรทัดฐานเดิมๆ โดยในราคาที่เท่ากันจะได้เพชรสังเคราะห์ที่มีน้ำหนักกะรัตมากกว่า เกรดสีและความใสที่สูงกว่า แล้วเอาส่วนที่เหลือไปลงทุนกับการออกแบบและตัวเรือนของแหวนแทน 

 

ไม่เพียงแต่ผู้บริโภค แม้แต่แบรนด์ใหญ่ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อเพชรสังเคราะห์ด้วยเช่นกัน อย่างเช่น Pandora เปิดตัวคอลเล็กชัน Brilliance ใช้เพชรที่ผลิตในห้องปฏิบัติการซึ่งผลิตจากพลังงานหมุนเวียน 100% ออกวางจำหน่ายเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

 

ส่วนในระดับไฮเอนด์ กลุ่มบริษัทหรูหราอย่าง LVMH ได้ลงทุนในโรงงานผลิตเพชรในห้องปฏิบัติการของอิสราเอล และเมื่อปีที่แล้ว TAG Heuer ในเครือ LVMH ก็ได้เปิดตัว Carrera Plasma นาฬิกาเรือนแรกของบริษัทนาฬิกาที่ประดับด้วยเพชรสังเคราะห์ อีกทั้งคนดังก็ยังสนับสนุนเทรนด์นี้ไม่ว่าจะเป็น Drake ที่ใส่เครื่องประดับของ Homer แบรนด์เครื่องประดับจากเพชรสังเคราะห์ของนักดนตรี Frank Ocean ที่เจ้าของแบรนด์เคยใส่ในงาน Met Ball ในปี 2021 รวมทั้ง Zoë Kravitz, Lady Gaga, Billy Porter และ Penélope Cruz ก็สวมใส่เพชรสังเคราะห์ในงานพรมแดง

 

ในความเป็นจริงเพชรสังเคราะห์แทบจะเหมือนกับเพชรธรรมชาติทุกประการ เพียงแต่ความโรแมนติกอย่างความล้ำค่าหายาก หรือความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่อยู่รายล้อมอาจจะไม่เท่ากัน เพราะเพชรในห้องปฏิบัติการถูกสร้างขึ้นในเครื่องปฏิกรณ์พลาสมาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ในขณะที่เพชรธรรมชาติต้องใช้เวลาเป็นล้านๆ ปี ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนน้ำแข็งขั้วโลกกับน้ำแข็งในช่องแช่แข็งที่องค์ประกอบเหมือนกัน แต่ให้ความรู้สึกที่ต่างกัน

 

เพชรสังเคราะห์มีราคาถูกกว่าเพชรธรรมชาติ แต่ก็ไม่ใช่สินค้าถูกเสียทีเดียว เพชรจากห้องทดลองก็เป็นเพชรแท้ 100% แวววาวและสวยงามไม่แพ้กัน และเบื้องหลังการผลิตก็มีต้นทุนสูงเพราะต้องใช้เทคโนโลยีและพลังงานสูง ซึ่งในข้อนี้เพชรสังเคราะห์ก็ถูกตั้งคำถามในแง่การทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่เหมือนกัน ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพชรประเภทไหนก็จะมีการให้เกรดเพชรโดยยึดหลัก 4Cs (การเจียระไน สี ความใส และกะรัต) เพื่อกำหนดราคา ยิ่งเกรดดีราคาก็ยิ่งสูงขึ้น แต่เพชรจากแล็บที่มีเกรดเดียวกับเพชรธรรมชาติมักจะมีราคาถูกกว่าระหว่าง 40-60% ส่วนในแง่การลงทุนเพชรธรรมชาติจึงดูจะมีคุณค่ามากกว่า โดยมูลค่าการขายต่อของแหวนเพชรจากห้องทดลองจะน้อยกว่าที่ราคาเดิมประมาณ 30-40% และไม่เป็นที่นิยมของนักสะสม 

 

อย่างไรก็ตาม เพชรสังเคราะห์กลับตอบโจทย์ในการทำเป็นแหวนหมั้น เพราะส่วนใหญ่ไม่นิยมนำไปขายต่อ โดยเฉพาะสำหรับคู่รักหัวสมัยใหม่ที่ไม่ยึดติดกับขนบเดิมๆ 

 

อ้างอิง:

The post ‘เพชรสังเคราะห์’ กลายเป็นทางเลือกสำหรับแหวนหมั้นของคู่รักสมัยใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>