เบทาโกร – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 27 Jan 2025 08:07:45 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ‘เบทาโกร’ ทุ่มเงิน 1,900 ล้านบาท ซื้อ Eggriculture ผู้ผลิตไข่ไก่ในสิงคโปร์ ยกระดับธุรกิจสู่ภูมิภาค https://thestandard.co/betagro-1900m-baht-eggriculture/ Mon, 27 Jan 2025 08:07:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1034923

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เดินหน้ากลยุทธ์ ‘ […]

The post ‘เบทาโกร’ ทุ่มเงิน 1,900 ล้านบาท ซื้อ Eggriculture ผู้ผลิตไข่ไก่ในสิงคโปร์ ยกระดับธุรกิจสู่ภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.

]]>

บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เดินหน้ากลยุทธ์ ‘Regional Player’ ผ่านการเข้าซื้อกิจการ Eggriculture ผู้ผลิตไข่ไก่ครบวงจรรายใหญ่ในสิงคโปร์ ด้วยมูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท หวังขยายแบรนด์เบทาโกรในตลาดสิงคโปร์ผ่านช่องทางร้านค้าปลีกและขยายฐานลูกค้ากลุ่มการบริการอาหาร ครอบคลุมทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และบริการจัดเลี้ยง (HORECA) พร้อมวางเป้าหมายรายได้เบทาโกรในประเทศสิงคโปร์ปี 2568 โต 400% เมื่อเทียบกับปี 2567  

 

วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BTG เปิดเผยว่า บริษัทมุ่งสร้างการเติบโตระยะยาว ก้าวสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารในระดับภูมิภาคอาเซียนด้วยการขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง โดยประเทศสิงคโปร์ถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูง

 

นอกจากนี้ด้วยนโยบายด้านความมั่นคงทางอาหารของรัฐบาลสิงคโปร์ที่ตั้งเป้าผลิตอาหารภายในประเทศให้ได้ 30% ของความต้องการภายในปี 2573 ยังสนับสนุนการเติบโตของผู้ผลิตในประเทศ 

 

ทั้งนี้ เบทาโกรจะถือหุ้นในสัดส่วน 75% และ Radiant Grand International Limited (RGI) อยู่ที่ 25% ปัจจุบัน Eggriculture มีส่วนแบ่งตลาด 20% ณ สิ้นปีงบประมาณ 2567 ส่วนผลประกอบการระหว่างปี 2564-2566 มีอัตราการเติบโตของรายได้ 27.1% ต่อปี (CAGR) และคาดว่าจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อผลประกอบการรวมของบริษัทในทันที และส่งผลดีต่อการเพิ่มความสามารถทำกำไรโดยรวมของกลุ่มบริษัทเบทาโกรอย่างมีนัยสำคัญ 

 

ชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานกลยุทธ์และนวัตกรรม BTG กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการ Eggriculture ครั้งนี้เป็นการ Synergy ในหลายมิติ โดยเบทาโกรจะนำความเชี่ยวชาญและประสบการณ์กว่า 57 ปีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของ Eggriculture ในด้านการจัดการฟาร์ม การพัฒนาสายพันธุ์สัตว์ สูตรอาหารสัตว์ และการใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อเพิ่มผลผลิต

 

ขณะที่ Eggriculture มีเครือข่ายช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ทั้ง Modern Trade และ HORECA โดยบริษัทคาดการณ์รายได้ในประเทศสิงคโปร์ปี 2568 จะเติบโต 400% เมื่อเทียบกับปี 2567 พร้อมตั้งเป้าก้าวสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมอาหารระดับภูมิภาคอาเซียน

The post ‘เบทาโกร’ ทุ่มเงิน 1,900 ล้านบาท ซื้อ Eggriculture ผู้ผลิตไข่ไก่ในสิงคโปร์ ยกระดับธุรกิจสู่ภูมิภาค appeared first on THE STANDARD.

]]>
BTG – คาดกำไร 4Q67 และปี 2568 เติบโตดีที่สุดในกลุ่มอาหาร https://thestandard.co/market-focus-btg/ Thu, 09 Jan 2025 13:31:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1028712 BTG

เกิดอะไรขึ้น: InnovestX Research คาดการณ์ว่า บมจ.เบทาโก […]

The post BTG – คาดกำไร 4Q67 และปี 2568 เติบโตดีที่สุดในกลุ่มอาหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
BTG

เกิดอะไรขึ้น:

InnovestX Research คาดการณ์ว่า บมจ.เบทาโกร (BTG) จะเป็นเพียงบริษัทเดียวในบรรดาบริษัทในกลุ่มอาหารภายใต้การวิเคราะห์ของเราที่จะรายงานผลประกอบการดีที่สุดของปี 2567 ใน 4Q67 โดยกำไรปกติจะปรับตัวดีขึ้น YoY และ QoQ ด้วยแรงหนุนจาก: 

 

  1. มาร์จิ้นที่กว้างขึ้นจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลงและราคาผลิตภัณฑ์สัตว์บกที่ดีขึ้น (ราคาสุกรในประเทศอยู่ที่ 72 บาทต่อกิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 10%YoY, เพิ่มขึ้น 1%QoQ) ขณะที่ราคาไก่เนื้อในประเทศอยู่ที่ 38 บาทต่อกิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 1%YoY, ลดลง 11%QoQ))

 

  1. ยอดขายผลิตภัณฑ์มาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตและการปรับช่องทางการจัดจำหน่ายในธุรกิจอาหารสัตว์ (เพิ่มยอดขายอาหารสุกรผ่านการขยายกำลังการผลิต) และธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์และธุรกิจอาหาร (เพิ่มการส่งออกไก่เนื้อและยอดขายบริการอาหารไก่เนื้อและสุกรสำหรับธุรกิจในประเทศไทย และยอดขายเนื้อสุกรและเนื้อไก่ที่เพิ่มขึ้น แทนที่ยอดขายสัตว์บกสำหรับธุรกิจต่างประเทศ)

 

ราคาสัตว์บกในประเทศปรับตัวดีขึ้นในเดือนมกราคมถึงปัจจุบัน ท่ามกลางต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง ในสัปดาห์นี้ ราคาสุกรและไก่เนื้อในประเทศปรับเพิ่มขึ้น 3%WoW มาอยู่ที่ 74 บาทต่อกิโลกรัม และ 2%WoW มาอยู่ที่ 41.5 บาทต่อกิโลกรัม 

 

ในขณะที่ราคาโครงไก่ในประเทศอยู่ในระดับทรงตัว WoW ที่ 21 บาทต่อกิโลกรัม ในเดือนมกราคมถึงปัจจุบัน ราคาสุกรและไก่เนื้อในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ 74 บาทต่อกิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 1%MoM, เพิ่มขึ้น 7%YoY) และ 41 บาทต่อกิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 4%MoM, เพิ่มขึ้น 5%YoY) ในขณะที่ราคาโครงไก่ในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นแรงสู่ 21 บาทต่อกิโลกรัม (เพิ่มขึ้น 22%MoM, เพิ่มขึ้น 13%YoY)

 

โดยปกติแล้ว ราคาสัตว์บกในประเทศจะปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ก่อน และ/หรือ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ในปีนี้ เมื่อรวมกับมาตรการเงินหมื่นเฟส 2 ที่ ครม. มีมติเห็นชอบในวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท เพื่อแจกให้กับผู้สูงอายุจำนวน 4 ล้านคน ก่อนเทศกาลตรุษจีนในวันที่ 29 มกราคม จะช่วยหนุนให้ราคาสัตว์บกในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น ในด้านต้นทุน BTG เก็บสต็อกอาหารสัตว์ไว้ 3-4 เดือน 

 

ดังนั้นบริษัทจะรับรู้ต้นทุนอาหารสัตว์จริงใน 1Q68 ลดลงตามราคา Spot ข้าวโพดและกากถั่วเหลืองนำเข้าใน 4Q67 ที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม (ลดลง 4%YoY, ลดลง 17%QoQ) และ 19 บาทต่อกิโลกรัม (ลดลง 16%YoY, ลดลง 8%QoQ) ราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นท่ามกลางต้นทุนอาหารสัตว์ระดับต่ำ (หากยังดำเนินต่อไป) จะช่วยหนุนให้มาร์จิ้นใน 1Q68 ปรับตัวขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

 

กำไรปี 2568 จะเติบโตดีที่สุดในกลุ่มอาหาร BTG มีแนวโน้มที่จะรายงานกำไรปี 2568 เติบโตดีที่สุด (เพิ่มขึ้น 38%YoY) ในกลุ่มอาหาร โดยได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมสุกรในประเทศไทยที่ฟื้นตัวดีขึ้นจากฐานต่ำใน 1H67 จากอุปทานที่ดีขึ้น เพราะมีเนื้อสุกรที่ลักลอบนำเข้าลดลงและการลดอุปทานตามนโยบายของรัฐบาล อุตสาหกรรมไก่เนื้อที่ปรับตัวดีขึ้นปานกลางจากอุปสงค์และอุปทานในประเทศและการส่งออกที่สมดุล และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ต่ำต่อเนื่องจากสภาวะการเพาะปลูกที่ดี 

 

เรายังไม่ได้รวม Upside ของกำไร (เพิ่มขึ้น 5-6%YoY) จากการเข้าซื้อกิจการผู้ประกอบธุรกิจไข่ในสิงคโปร์ (Eggriculture) เสร็จสิ้นภายใน 1Q68 เข้ามาในประมาณการ ประมาณการกำไรปี 2567-2568 ของเราสูงกว่า Consensus อยู่ 9% และ 19% และเรายังคงประมาณการของเราไว้เหมือนเดิม โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อมาร์จิ้นที่ปรับตัวดีขึ้น

 

กระทบอย่างไร:

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น BTG ปรับลง 6.15% สู่ 18.30 บาท ขณะที่ SET Index ปรับลง 4.13% สู่ 1,387.72 จุด 

 

กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ:

InnovestX Research ชอบ BTG ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ประการแรก กำไรปกติ 4Q67 ของ BTG มีแนวโน้มที่จะมีโมเมนตัมการเติบโตดีที่สุดในกลุ่มอาหาร (เพิ่มขึ้น YoY และ QoQ) โดยได้แรงหนุนจากมาร์จิ้นที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเพราะราคาผลิตภัณฑ์ดีขึ้นและต้นทุนอาหารสัตว์ต่ำ และยอดขายผลิตภัณฑ์มาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้น ประการที่สอง BTG จะได้รับประโยชน์จากราคาสัตว์บกในประเทศที่สูงขึ้น (เพิ่มขึ้น MoM และ YoY) ในเดือนมกราคมถึงปัจจุบัน ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีน 

 

ปัจจัยนี้รวมกับต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลง จะช่วยสนับสนุนให้มาร์จิ้นใน 1Q68 ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประการที่สาม BTG จะรายงานกำไรปี 2568 เติบโตดีที่สุด (เพิ่มขึ้น 38%YoY) ในกลุ่มอาหาร โดยหลักๆ จะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจสุกรในประเทศไทย (จากฐานต่ำใน 1H67) และเรายังไม่ได้รวม Upside ของกำไรจากการเข้าซื้อกิจการผู้ประกอบธุรกิจไข่ในสิงคโปร์เสร็จสิ้นใน 1Q68 เข้ามา 

 

โดยยังคงคำแนะนำ Outperform สำหรับ BTG โดยให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2568 ที่ 23 บาทต่อหุ้น อ้างอิงวิธี Sum-of-the-Parts (P/E 12 เท่า สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์, P/E 10 เท่า สำหรับธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์ และ P/E 14 เท่า สำหรับธุรกิจอาหาร)

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามคือ อุปสงค์และราคาที่ลดลงจากเศรษฐกิจที่เปราะบางและอุปทานที่มากขึ้น และต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้น ความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญคือ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการขยะและน้ำ (E) สวัสดิภาพของลูกค้า การบริหารจัดการคุณภาพผลิตภัณฑ์ นโยบายด้านสุขภาพและความปลอดภัย (S)

 

Cafe Invest แหล่งรวมข้อมูลการลงทุนและบทวิเคราะห์คุณภาพ โดย InnovestX 🚀 คลิกเลย 👉 BTG – คาดกำไร 4Q67 และปี 2568 เติบโตดีที่สุดในกลุ่มอาหาร

https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/research/company-analysis/high-conviction/btg-hc-20250109 

The post BTG – คาดกำไร 4Q67 และปี 2568 เติบโตดีที่สุดในกลุ่มอาหาร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Betagro Ventures ร่วมลงทุน ‘Infinite Roots’ รอบ Series B มูลค่า 58 ล้านดอลลาร์ รับเทรนด์ Future Food https://thestandard.co/betagro-ventures-infinite-roots-series-b/ Mon, 12 Feb 2024 04:39:20 +0000 https://thestandard.co/?p=898734

Betagro Ventures หน่วยงานด้านการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมภา […]

The post Betagro Ventures ร่วมลงทุน ‘Infinite Roots’ รอบ Series B มูลค่า 58 ล้านดอลลาร์ รับเทรนด์ Future Food appeared first on THE STANDARD.

]]>

Betagro Ventures หน่วยงานด้านการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมภายใต้บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG บริษัทอาหารครบวงจรชั้นนำของไทย ประกาศความสำเร็จในการร่วมลงทุนส่งเสริมการพัฒนาโปรตีนทางเลือกด้วยนวัตกรรม ‘Mycelium-based’ และ ‘Infinite Roots’ บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพอาหารชั้นนำของยุโรป โดยการร่วมลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นระดมทุนในธุรกิจพัฒนา Mycelium-based ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปภายใต้วงเงิน 58 ล้านดอลลาร์ นำโดย Dr. Hans Riegel Holding (บริษัทแม่ Haribo), European Innovation Council (EIC) Fund และ REWE Group (ธุรกิจค้าปลีกชั้นนำของเยอรมนี) พร้อมนักลงทุนเดิมที่ร่วมลงทุนในโปรเจกต์นี้ 

 

ชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มงานกลยุทธ์และนวัตกรรม บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Betagro Ventures เป็นหน่วยงานด้านการลงทุนระดับองค์กรของเบทาโกร ที่มุ่งเน้นสร้างธุรกิจร่วมลงทุนและการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพทั้งในประเทศและต่างประเทศภายใต้ 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ ส่งเสริมและสนับสนุนการเข้าถึงอาหารคุณภาพสูงของผู้บริโภค การสร้างแหล่งโปรตีนใหม่ที่ยั่งยืน ตลอดจนการพัฒนาห่วงโซ่ธุรกิจอาหารของเบทาโกรให้มีความแข็งแกร่ง นำไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนและยกระดับอุตสาหกรรมอาหารของไทยในที่สุด 

 

“การร่วมลงทุนกับ Infinite Roots ถือเป็นการลงทุนครั้งแรกของ Betagro Ventures ด้วยความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์ของ Infinite Roots ในการสร้างระบบอาหารที่ยั่งยืนและดีต่อสุขภาพ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านอาหารที่ทันสมัย โดยเฉพาะแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการหมักไมซีเลียม (Mycelium Fermentation Technology Platform) และการพัฒนาโปรตีนทางเลือกที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการจากเห็ด (Mycelium-based) มาสู่ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้การร่วมลงทุนครั้งนี้ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของ Betagro Ventures ในการเป็นพันธมิตรกับสตาร์ทอัพและทีมงานด้านนวัตกรรม สะท้อนถึงศักยภาพในการประสานความร่วมมือกับธุรกิจหลักของเบทาโกรในระยะยาว และเป็นการสร้างตลาดใหม่สำหรับเบทาโกร” 

 

สำหรับ Infinite Roots เป็นบริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีชีวภาพอาหารชั้นนำของยุโรป เป็นผู้นำในการพัฒนาโปรตีนทางเลือกด้วยนวัตกรรม Mycelium-based เข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตอาหารของโลก โดยมีแผนที่จะขยายตลาดโปรตีนทางเลือกด้วยรูปแบบอาหารฉลากสะอาด (Clean Label) ซึ่งเป็นมิตรต่อสุขภาพของผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้เกิดความยั่งยืนต่อระบบอาหารและผู้บริโภคต่อไป

The post Betagro Ventures ร่วมลงทุน ‘Infinite Roots’ รอบ Series B มูลค่า 58 ล้านดอลลาร์ รับเทรนด์ Future Food appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘BTG’ แจงปันผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน IPO เป็นเรื่องปกติ ระบุแจ้งในไฟลิ่งแล้ว ยันผู้ถือหุ้นเดิมติด Silent Period ขายหุ้นไม่ได้ https://thestandard.co/btg-ipo-silent-period/ Fri, 04 Nov 2022 08:58:09 +0000 https://thestandard.co/?p=704375 BTG

BTG ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง 3 เรื่องกับพนักงาน หลัง […]

The post ‘BTG’ แจงปันผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน IPO เป็นเรื่องปกติ ระบุแจ้งในไฟลิ่งแล้ว ยันผู้ถือหุ้นเดิมติด Silent Period ขายหุ้นไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
BTG

BTG ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง 3 เรื่องกับพนักงาน หลังมีรายงานข่าวเรื่องมีการปันผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน IPO ชี้เป็นปกติแจ้งไว้ในไฟลิ่งแล้ว ส่วนผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมดมีหุ้น 1,500 ล้านหุ้น กับหุ้น RO ก่อน IPO นั้น ติด Silent Period ห้ามขายทั้งหมด

 

บมจ.เบทาโกร หรือ BTG ออกหนังสือชี้แจงกรณีที่มีรายงานข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับหุ้น BTG บริษัทขอชี้แจงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงดังกล่าว ดังนี้

 

1. เรื่องการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสะสมก่อน IPO

ข้อเท็จจริง: เป็นเรื่องปกติที่บริษัททั่วไปทำก่อน IPO เนื่องจากเป็นการจ่ายจากกำไรสะสมที่มาจากการดำเนินงานในอดีตของบริษัท ซึ่งกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมเป็นเจ้าของสัดส่วน 100% และได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวนี้ไว้ในหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) แล้ว

 

2. เรื่อง Silent Period 

ข้อเท็จจริง: เกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ Lock-Up หรือห้ามขายภายในระยะเวลา 1 ปี หลังหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ สัดส่วน 55% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO หรือจำนวนประมาณ 1,064 ล้านหุ้น 

 

แต่เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน บริษัทจึงทำสัญญา Additional Lock-Up โดยห้ามขายหุ้นทั้งหมดจำนวน 1,500 ล้านหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมก่อน IPO 

 

ดังนั้นผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมด จึงไม่สามารถขายหุ้นเดิมก่อน IPO ได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน หลังหุ้น IPO เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพยฯ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 

 

3. เรื่องการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายต่อผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนของผู้ถือหุ้นแต่ละราย (Right Offering: RO )

ข้อเท็จจริง: การเพิ่มทุนดังกล่าวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2564 ก่อน IPO โดยไม่มีการขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นรายใหม่ และได้มีการเปิดเผยในไฟลิ่งไว้แล้ว โดยหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดจะติดเกณฑ์ Lock-Up เรื่อง Silent Period เช่นเดียวในข้อเท็จจริงในข้อที่ 2

 

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้น BTG วันนี้ (4 พฤศจิกายน) ราคาซื้อขายอยู่ที่ 32.75 บาท ซึ่งยังคงต่ำกว่าระดับราคา IPO ที่กำหนดไว้ที่ 40 บาท ส่วนมูลค่าการซื้อขายเริ่มแผ่วลง ณ เวลา 15.30 น. อยู่ที่ 908 ล้านบาท


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘BTG’ แจงปันผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมก่อน IPO เป็นเรื่องปกติ ระบุแจ้งในไฟลิ่งแล้ว ยันผู้ถือหุ้นเดิมติด Silent Period ขายหุ้นไม่ได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เบทาโกร’ มั่นใจผลงานโตต่อ ลั่นไร้กังวลหุ้นต่ำจองแม้ราคาดิ่งเกือบ 7% หลังนักลงทุน Panic Sell https://thestandard.co/betagro-no-worries-panic-sell/ Wed, 02 Nov 2022 07:48:45 +0000 https://thestandard.co/?p=703396

บมจ.เบทาโกร หรือ BTG มั่นใจผลประกอบการโตต่อเนื่อง พร้อม […]

The post ‘เบทาโกร’ มั่นใจผลงานโตต่อ ลั่นไร้กังวลหุ้นต่ำจองแม้ราคาดิ่งเกือบ 7% หลังนักลงทุน Panic Sell appeared first on THE STANDARD.

]]>

บมจ.เบทาโกร หรือ BTG มั่นใจผลประกอบการโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าลงทุนปีละ 5 พันล้านบาทเป็นอย่างต่ำ เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับความต้องการในอนาคต เผยหุ้นเข้าเทรดวันแรกราคาต่ำจองไม่กังวล มองเป็นเรื่องความกังวลของนักลงทุนเฉพาะกลุ่ม

 

วันนี้ (2 พฤศจิกายน) หุ้น บมจ.เบทาโกร หรือ BTG เข้าซื้อขายเป็นวันแรก ราคาเปิดการซื้อขายอยู่ที่ 39.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.62% จากนั้นราคาปรับลดลงต่อเนื่องจากแรงขาย Panic Sell ส่งผลให้ราคามาปิดการซื้อขายภาคเช้าอยู่ที่ 37.25 บาท ลดลง 2.75 บาท หรือ 6.87% จากราคา IPO ที่ 40 บาท


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายวาณิชธนกิจและตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า การปรับตัวลดลงของราคาหุ้น BTG ในวันที่เข้าซื้อขายวันแรก (2 พฤศจิกายน) มีราคาต่ำกว่าราคา IPO ที่หุ้นละ 40 บาท เนื่องจากมีแรงขายจากความกังวล (Panic Sell) ของนักลงทุนบางกลุ่มออกมา เพราะมีความกังวลว่าราคาขายหมูหรือไก่อาจผ่านจุดสูงสุดหรือจุดพีคไปแล้ว ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าอาจกระทบต่อกำไรในอนาคตของ BTG ซึ่งปรับตัวลดลงต่ำเท่าในอดีตที่ระดับ 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี รวมถึงบางส่วนอาจกังวลเกี่ยวกับผลการประชุมดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในคืนนี้

 

ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน มองว่าไม่ได้มีความน่ากังวล เนื่องจาก BTG มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และผลประกอบการมีโอกาสเติบโตดีต่อเนื่องในอนาคต โดยการกำหนดราคา IPO มี Forward P/E ที่ 9 เท่า ต่ำกว่าอุตสาหกรรมการเกษตรและอาหารอยู่ที่ระดับ 14 เท่า ขณะที่ความเห็นของนักวิเคราะห์จำนวน 8 แห่งให้ราคาเป้าหมายของ BTG อยู่ที่ระดับ 48-50 บาทต่อหุ้น

 

สำหรับแผนในการดูแลราคาหุ้นของ BTG โดยการใช้เครื่องมือจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Overallotment Agent) หรือ Greenshoe Option จำนวนไม่เกิน 65.2 ล้านหุ้นมาใช้หรือไม่ ในวันนี้ยังไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมและภาวะการซื้อขายด้วย เนื่องจากการใช้ Greenshoe Option จะไม่มีประโยชน์ในกรณีที่เกิดกับหุ้น Panic Sell

 

เดินหน้าลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาทต่อปี

ด้าน วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เบทาโกร หรือ BTG กล่าวว่า สำหรับการลงทุนในอนาคต บริษัทกำหนดแผนงานที่ชัดเจนจะใช้งบลงทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี โดยเน้นใช้เพื่อขยายกำลังการผลิต ส่งผลให้ผลประกอบการเติบโตดีขึ้นต่อเนื่อง เป็นไปตามแผนธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

 

โดยแผนการลงทุนสำหรับ 5 ปีต่อจากนี้ (ปี 2022-2026) เพื่อขยายส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ มีดังนี้

 

  1. ขยายกำลังการผลิตและเพิ่มกำลังการผลิตในอีก 5 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย อาหารสัตว์ 5.5 ล้านตันต่อปี อาหารแปรรูปและไส้กรอก 2.23 แสนตันต่อปี โรงงานแปรรูปสุกร 4.8 ล้านตัว และโรงงานแปรรูปไก่เนื้อ 270 ล้านตัว

 

  1. มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เช่น อาหารพร้อมปรุง อาหารพร้อมรับประทาน รวมทั้งจะเพิ่มสัดส่วนของแบรนด์ผลิตภัณฑ์เกรดพรีเมียมและมาตรฐาน

 

  1. ขยายการประกอบธุรกิจของบริษัทในต่างประเทศ โดยมีแผนลงทุนก่อสร้างโรงงานและฟาร์มเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา

 

  1. ขยายการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศและเพิ่มจุดหมายปลายทางการส่งออก ได้แก่ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศที่สำคัญ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และกัมพูชา เป็นต้น

 

มั่นใจผลงานปี 2022-2023 เติบโตระดับสูง

ทั้งนี้ งวด 6 เดือนแรกปี 2022 BTG มียอดขายรวมกว่า 52,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มีกำไรมากกว่า 3,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 233% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดขายเฉลี่ยของบริษัทในช่วง 3 ปีย้อนหลัง มีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7% ต่อปี

 

“จึงมั่นใจว่าการเติบโตจะอยู่ในระดับสูง ทั้งในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ และยังเติบโตในระดับสูงในปี 2023 โดยในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) จะพิจารณาอนุมัติผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3/2022 ของปีนี้ ซึ่งน่าจะออกมาในทิศทางที่ดีด้วยเช่นกัน” วสิษฐกล่าว

 

ปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อผลประกอบการมาจากการเติบโตของทุกผลิตภัณฑ์และทุกตลาด โดยบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายที่มาจากการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศอยู่ที่สัดส่วน 15% ของยอดขาย โดยมีการส่งออกไปในมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก มีฐานลูกค้าอยู่ในเอเชีย เช่น ประเทศญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ฮ่องกง, จีน และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป รวมไปถึงในประเทศแคนาดา อีกทั้งโรงงานผลิตไก่ของบริษัทยังได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียด้วย ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการส่งออก

 

ขณะเดียวกัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายอีก 85% มาจากตลาดในประเทศ ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดในอุตสาหกรรมผลิตอาหารอยู่ที่ 15% โดยที่ผ่านมากลยุทธ์การแข่งขันจะเน้นการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึงมีการร่วมมือกับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่และหมู ผู้ประกอบการร้านค้า และคู่ค้า

 

นอกจากนี้ภายหลังจากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชน (IPO) จะส่งผลให้บริษัทมีฐานะการเงินที่ดีขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงจากช่วงสิ้นปี 2021 อยู่ที่ 1.9 เท่า ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 1.4 เท่า และในสิ้นปี 2022 จะลดลงต่อเนื่องลงมาต่ำกว่า 1 เท่า

The post ‘เบทาโกร’ มั่นใจผลงานโตต่อ ลั่นไร้กังวลหุ้นต่ำจองแม้ราคาดิ่งเกือบ 7% หลังนักลงทุน Panic Sell appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น BTG สุดฮอต! บล.บัวหลวง แจ้ง ‘ปิดรับจอง’ ก่อนกำหนด หลังนักลงทุนแห่จองซื้อหุ้น https://thestandard.co/btg-ipo-bualuang/ Mon, 10 Oct 2022 13:52:36 +0000 https://thestandard.co/?p=694048

หุ้น บมจ.เบทาโกร หรือ BTG สุดฮอต นักลงทุนแห่จองซื้อจนล่ […]

The post หุ้น BTG สุดฮอต! บล.บัวหลวง แจ้ง ‘ปิดรับจอง’ ก่อนกำหนด หลังนักลงทุนแห่จองซื้อหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>

หุ้น บมจ.เบทาโกร หรือ BTG สุดฮอต นักลงทุนแห่จองซื้อจนล่าสุด บล.บัวหลวง ในฐานะปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ประกาศผ่านช่องทางสื่อสารทางการว่า ปิดรับจองหุ้น BTG ก่อนกำหนด เนื่องจากได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก 

 

โดย บล.บัวหลวง ได้แจ้งลูกค้าอย่างเป็นทางการว่า บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ขอขอบคุณลูกค้าที่สนใจจองหุ้น IPO BTG แบบสุ่ม (Random) เข้ามาเป็นจำนวนมาก เพื่อประโยชน์ของการเสนอขาย บริษัทขอปิดการจองซื้อหุ้นก่อนกำหนด ณ วันที่ 10 ตุลาคม 2565 เวลา 17.30 น.

 

ทั้งนี้ ผู้จองซื้อที่ได้แจ้งความประสงค์จองซื้อหลักทรัพย์ในวันที่ 10 ตุลาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. บริษัทจะหักเงินในบัญชีซื้อ-ขายหลักทรัพย์ของท่าน เพื่อชำระค่าจองซื้อหลักทรัพย์ภายในวันดังกล่าว

 

และสำหรับผู้จองซื้อที่แจ้งความประสงค์จองซื้อหลักทรัพย์ภายหลังเวลา 15.00-17.30 น. ของวันที่ 10 ตุลาคม 2565 บริษัทจะหักเงินในบัญชีซื้อ-ขายหลักทรัพย์ของท่านเพื่อชำระค่าจองซื้อหลักทรัพย์ภายในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 11 ตุลาคม 2565 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


​​ทั้งนี้ หุ้นของ บมจ.เบทาโกร หรือ BTG กำหนดวันเข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565 ในฐานะเป็นหุ้นที่มีมูลค่าการระดมทุนสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ปีนี้ และถือเป็นหุ้นในหมวดธุรกิจเกษตรและอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

และภายหลังจากที่ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ 40 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันให้นักลงทุนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 10-12 และ 17 ตุลาคม 2565 โดยมีมูลค่าการเสนอขายอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการระดมทุนที่มากที่สุดในตลาดหุ้นไทยปี 2565 และมีมาร์เก็ตแคป ณ ราคาเสนอขายที่ 8 หมื่นล้านบาท 

 

ในการเสนอขายหุ้นสามัญของ BTG ครั้งนี้มีจำนวนไม่เกิน 500 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ (รวมจำนวนหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินอาจใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัทฯ ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 434.80 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 21.7% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดหลัง IPO บนสมมติฐานว่ามีการใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นส่วนเกินเต็มจำนวน 

 

และหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment Option) จำนวนไม่เกิน 65.20 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 15.0% ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายตั้งต้น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้นในช่วง 30 วันแรกหลังจากที่หุ้น BTG เข้าซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน 

 

สำหรับการจองซื้อครั้งนี้มี บล.เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บล.บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย 

 

รวมทั้งมีผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 6 ราย ประกอบด้วย

 

  1. บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
  2. บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) 
  3. บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด 
  4. บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด 
  5. บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 
  6. บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด 

 

โดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินและดำเนินการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น 

 

ทั้งนี้ มีนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเข้าลงนามในสัญญาลงทุนในหุ้น BTG เพื่อเป็น Cornerstone Investors ทั้งหมด 25 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,286 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77.1% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกในเบื้องต้น (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

The post หุ้น BTG สุดฮอต! บล.บัวหลวง แจ้ง ‘ปิดรับจอง’ ก่อนกำหนด หลังนักลงทุนแห่จองซื้อหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จัก เบทาโกร หรือ BTG ผู้ประกอบธุรกิจอาหารครบวงจรชั้นนำของไทยและสากล ที่อยู่มายาวนานกว่า 55 ปี กำลังเข้าตลาดหุ้น https://thestandard.co/btg/ Mon, 10 Oct 2022 06:07:10 +0000 https://thestandard.co/?p=693701 เบทาโกร

บมจ. เบทาโกร ผู้ประกอบธุรกิจอาหารครบวงจรชั้นนำของไทยและ […]

The post รู้จัก เบทาโกร หรือ BTG ผู้ประกอบธุรกิจอาหารครบวงจรชั้นนำของไทยและสากล ที่อยู่มายาวนานกว่า 55 ปี กำลังเข้าตลาดหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบทาโกร

บมจ. เบทาโกร ผู้ประกอบธุรกิจอาหารครบวงจรชั้นนำของไทยและระดับสากล ที่อยู่มายาวนานกว่า 55 ปี กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ ด้วยชื่อย่อหลักทรัพย์ BTG ในฐานะเป็นหุ้นหมวดธุรกิจเกษตรและอาหารที่มีมูลค่าระดมทุนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 

 

เบทาโกร


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post รู้จัก เบทาโกร หรือ BTG ผู้ประกอบธุรกิจอาหารครบวงจรชั้นนำของไทยและสากล ที่อยู่มายาวนานกว่า 55 ปี กำลังเข้าตลาดหุ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดรายชื่อ ‘10 บลจ. ของไทย’ ควักเงินจองซื้อหุ้น IPO ‘เบทาโกร’ หรือ BTG วงเงินรวมกันกว่า 3.63 พันล้านบาท https://thestandard.co/10-am-betagro-btg-ipo/ Thu, 06 Oct 2022 07:25:39 +0000 https://thestandard.co/?p=691965

จากกรณีที่ทาง บมจ.เบทาโกร หรือ BTG ได้กำหนดราคาเสนอขายห […]

The post เปิดรายชื่อ ‘10 บลจ. ของไทย’ ควักเงินจองซื้อหุ้น IPO ‘เบทาโกร’ หรือ BTG วงเงินรวมกันกว่า 3.63 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีที่ทาง บมจ.เบทาโกร หรือ BTG ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ 40 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันให้นักลงทุนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 10-12 และ 17 ตุลาคม 2565 และนักลงทุนสถาบันจองซื้อ 20-25 ตุลาคม 2565 และกำหนดวันเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 2 พฤศจิกายน 2565

 

โดยในการเสนอขายหุ้นสามัญของ BTG ในครั้งนี้มีจำนวนไม่เกิน 500 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด (รวมจำนวนหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินอาจใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัทฯ ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 434.80 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 21.7% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดหลัง IPO บนสมมติฐานว่ามีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินเต็มจำนวน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


นอกจากนี้ อาจพิจารณาจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-allotment Option) จำนวนไม่เกิน 65,200,000 หุ้น หรือคิดเป็น 15.0% ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายตั้งต้น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) ในช่วง 30 วันแรกหลังจากที่หุ้น BTG เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

 

ทั้งนี้ มีนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเข้าลงนามในสัญญาลงทุนในหุ้น BTG เพื่อเป็น Cornerstone Investors ทั้งหมด 25 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,286 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77.1% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกในเบื้องต้น (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

 

โดย THE STANDARD WEALTH ได้สำรวจข้อมูลพบว่ามีนักลงทุนสถาบัน หรือบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนของไทยที่ได้จองซื้อหุ้น IPO ของ BTG ในครั้งนี้รวมจำนวนทั้งสิ้น 10 แห่ง ซึ่งมีมูลค่าวงเงินรวมกันประมาณ 3,631 ล้านบาท 

 

สำหรับรายชื่อ บลจ. ที่ได้เข้าจองซื้อหุ้น IPO ของ BTG ในครั้งนี้ ได้แก่

 

  1. บลจ.กรุงศรี จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 22 ล้านหุ้น มูลค่า 880 ล้านบาท 
  2. บลจ.ทิสโก้ จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 15 ล้านหุ้น มูลค่า 600 ล้านบาท
  3. บลจ.เกียรตินาคินภัทร จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 10 ล้านหุ้น มูลค่า 400 ล้านบาท
  4. บลจ.กรุงไทย จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 8.3 ล้านหุ้น มูลค่า 332 ล้านบาท
  5. บลจ.พรินซิเพิล จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 8.12 ล้านหุ้น มูลค่า 325 ล้านบาท
  6. บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 7.95 ล้านหุ้น มูลค่า 318 ล้านบาท
  7. บลจ.บางกอกแคปปิตอล จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 7.5 ล้านหุ้น มูลค่า 300 ล้านบาท
  8. บลจ.เอ็มเอฟซี จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 4.4 ล้านหุ้น มูลค่า 176 ล้านบาท
  9. บลจ.วรรณ จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 3.75 ล้านหุ้น มูลค่า 150 ล้านบาท
  10. บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำนวนหุ้นที่ตกลงซื้อ 3.75 ล้านหุ้น มูลค่า 150 ล้านบาท

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post เปิดรายชื่อ ‘10 บลจ. ของไทย’ ควักเงินจองซื้อหุ้น IPO ‘เบทาโกร’ หรือ BTG วงเงินรวมกันกว่า 3.63 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เบทาโกร’ ดีเดย์เข้าเทรดใน SET 2 พ.ย. นี้ ขึ้นแท่นรองแชมป์ระดมทุนสูงสุดปีนี้ https://thestandard.co/betagro-set-2-november/ Wed, 05 Oct 2022 07:15:15 +0000 https://thestandard.co/?p=691283

อนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายวาณิชธนกิจแล […]

The post ‘เบทาโกร’ ดีเดย์เข้าเทรดใน SET 2 พ.ย. นี้ ขึ้นแท่นรองแชมป์ระดมทุนสูงสุดปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อนุวัฒน์ ร่วมสุข กรรมการผู้จัดการ ประธานสายวาณิชธนกิจและตลาดทุน บล.เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หุ้นของ บมจ.เบทาโกร หรือ BTG กำหนดวันเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 2 พศจิกายน 2565 ในฐานะเป็นหุ้นที่มีมูลค่าการระดมทุนสูงสุดเป็นอันดับที่ 2 ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปีนี้ และถือเป็นหุ้นในหมวดธุรกิจเกษตรและอาหารที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

ภายหลังจากที่ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ 40 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันให้นักลงทุนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 10-12 และ 17 ตุลาคม 2565 โดยมีมูลค่าการเสนอขายอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการระดมทุนที่มากที่สุดในตลาดหุ้นไทยปี 2565 และมีมาร์เก็ตแคป ณ ราคาเสนอขายที่ 8 หมื่นล้านบาท 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ในการเสนอขายหุ้นสามัญของ BTG ในครั้งนี้มีจำนวนไม่เกิน 500.0 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ (รวมจำนวนหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินอาจใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัทฯ ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 434.80 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 21.7% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดหลัง IPO บนสมมติฐานว่ามีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินเต็มจำนวน 

 

นอกจากนี้อาจพิจารณาจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-allotment Option) จำนวนไม่เกิน 65,200,000 หุ้น หรือคิดเป็น 15.0% ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายตั้งต้น ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น (Stabilization) ในช่วง 30 วันแรกหลังจากที่หุ้น BTG เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน 

 

โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย รวมทั้งมีผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 6 ราย ประกอบด้วย 1. บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) 2. บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) 3. บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด 4. บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด 5. บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ 6. บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด โดยบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) จะทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินและดำเนินการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้น (Over-allotment and Stabilizing Agent)

 

ทั้งนี้ มีนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศเข้าลงนามในสัญญาลงทุนในหุ้น BTG เพื่อเป็น Cornerstone Investors ทั้งหมด 25 ราย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,286 ล้านบาท หรือคิดเป็น 77.1% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกในเบื้องต้น (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) 

 

การตกลงลงทุนก่อนของนักลงทุนประเภท Cornerstone Investors ดังกล่าว สะท้อนถึงปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งของเบทาโกร ในฐานะบริษัทอาหารชั้นนำระดับสากลที่มีโมเดลธุรกิจที่แตกต่าง ผ่านกระบวนการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และศักยภาพในการสร้างเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่า BTG จะเป็นหุ้นคุณภาพที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งอีกหนึ่งตัวสำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในตลาดทุนไทย

 

ยันผลประกอบการโตทัน P/E

จากกรณที่ตลาดมีความกังวลราคาเสนอขายที่ 40 บาทต่อหุ้น โดยมี P/E ที่ 20 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับที่แพงเกินไปหรือไม่นั้น เวลาดูค่า P/E จะดูในอนาคตเสมอ เพราะเวลาลงทุนจะเป็นการลงทุนในอนาคต จะไม่ดูกำไรในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งกำไรในอนาคตจะเกิดขึ้นจากการประมาณการกำไรจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ซึ่งกำไรต่อหุ้นที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ปี 2566 ไว้ที่ 4.25-4.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งถ้านำตัวเลขดังกล่าวมาหารกับราคาหุ้นที่ 40 บาท จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วค่า P/E นั้นต่ำกว่า 10 เท่า

 

ด้าน วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ BTG เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อว่าความสามารถในการทำกำไรในช่วงครึ่งปีหลังจะไม่ต่างกับในช่วงครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเป็นผลจากการที่บริษัทได้มีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น การขยายกำลังผลิต และการบริหารจัดการเรื่องต้นทุน รวมถึงเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์สินค้า

 

ขณะที่ ศิริวรรณ อินทรกำธรชัย ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานบริหารการเงิน BTG ระบุว่า แนวโน้มธุรกิจในงวดครึ่งปีหลังจะสามารถเติบโตได้ใกล้เคียงหรือจะเติบโตมากกว่าในงวดครึ่งปีแรกที่กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดดกว่า 200% เนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต รวมถึงราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความสามารถในการบริหารจัดการเรื่องต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ‘เบทาโกร’ ดีเดย์เข้าเทรดใน SET 2 พ.ย. นี้ ขึ้นแท่นรองแชมป์ระดมทุนสูงสุดปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคาะแล้ว! เบทาโกร กำหนดราคาขายหุ้น IPO ที่ 40 บาท/หุ้น เตรียมโรดโชว์ 5 ต.ค. นี้ เพื่อกำหนดวันเปิดจองสำหรับรายย่อย https://thestandard.co/betagro-btg-ipo/ Tue, 04 Oct 2022 08:38:48 +0000 https://thestandard.co/?p=690802

เบทาโกร หรือ BTG เคาะราคาขายหุ้น IPO ที่ 40 บาทต่อหุ้น […]

The post เคาะแล้ว! เบทาโกร กำหนดราคาขายหุ้น IPO ที่ 40 บาท/หุ้น เตรียมโรดโชว์ 5 ต.ค. นี้ เพื่อกำหนดวันเปิดจองสำหรับรายย่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>

เบทาโกร หรือ BTG เคาะราคาขายหุ้น IPO ที่ 40 บาทต่อหุ้น ที่ระดับ P/E 21.9 เท่า เปิดให้กลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญเดิมของบริษัท 10-17 ตุลาคม ส่วนนักลงทุนสถาบันจองซื้อ 20-25 ตุลาคมนี้ โดยวันที่ 5 ตุลาคม เบทาโกรจะจัดงานโรดโชว์ ซึ่งคาดว่าจะสรุปวันเปิดจองหุ้นสำหรับนักลงทุนทั่วไป

 

บมจ.เบทาโกร หรือ BTG เปิดเผยในหนังสือชี้ชวนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ขณะนี้บริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 434,800,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 40 บาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


สำหรับระยะเวลาการเสนอขาย ผู้ถือหุ้นสามัญเดิมของบริษัท บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ บุคคลที่มีความสัมพันธ์ของบริษัทฯ พนักงานของบริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อยของบริษัทฯ และผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อยของบริษัท ระหว่างวันที่ 10-17 ตุลาคม 2565

 

ส่วนผู้ลงทุนสถาบันที่จองซื้อในประเทศ (รวมถึงผู้ลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors ที่จองซื้อในประเทศ) นิติบุคคลที่สามารถเข้าร่วมการสำรวจความต้องการซื้อ และผู้ลงทุนที่จองซื้อในต่างประเทศ (รวมถึงผู้ลงทุนสถาบันที่เป็น Cornerstone Investors ที่จองซื้อในต่างประเทศ) ผ่านผู้ซื้อหุ้นเบื้องต้นในต่างประเทศ (Initial Purchaser) ระหว่างวันที่ 20-25 ตุลาคม 2565

 

ทั้งนี้ จำนวนหุ้นที่เสนอขายจำนวนรวมไม่เกิน 434,800,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกิน 22.5% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ (ไม่รวมจำนวนหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินอาจใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัท ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

 

หาก ณ วันปิดการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้มีผู้จองซื้อหุ้นเป็นจำนวนมากกว่าจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายทั้งหมด ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอาจพิจารณาให้มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินให้แก่ผู้ลงทุนเป็นจำนวนไม่เกิน 65,200,000 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 15.0% ของจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายทั้งหมดในครั้งนี้ 

 

โดย บล.เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (Over-allotment Agent) จะยืมหุ้นจำนวนไม่เกิน 65,200,000 หุ้น จากบริษัท เบทาโกร โฮลดิ้ง จำกัด เพื่อนำมาส่งมอบให้แก่ผู้จองซื้อ ซึ่งได้รับการจัดสรรภายในระยะเวลาเดียวกันกับการส่งมอบหุ้นให้แก่ผู้จองซื้อหุ้นที่ได้รับการจัดสรรหุ้นที่จัดจำหน่าย และจะดำเนินการจัดหาหุ้นสามัญภายในระยะเวลา 30 วันนับแต่วันแรกที่หุ้นของบริษัทฯ เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อส่งมอบคืนให้แก่บริษัท เบทาโกร โฮลดิ้ง จำกัด

 

อย่างไรก็ดี จำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทฯ ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และผู้ซื้อหุ้นเบื้องต้นในต่างประเทศ (Initial Purchaser) (ถ้ามี)

 

สำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนโดยบริษัทในครั้งนี้ได้กำหนดราคาเสนอขายที่ 40.0 บาทต่อหุ้น โดยหากพิจารณากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 – 30 มิถุนายน 2565) ซึ่งเท่ากับ 3,650,100,000 บาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดจำนวน 1,934,800,000 หุ้น ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (บนสมมติฐานว่ามีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งหมดจำนวน 434,800,000 ‬หุ้น และไม่รวมกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น (Earnings Per Share) เท่ากับ 1.89 บาทต่อหุ้น และ P/E ประมาณ 21.2 เท่า 

 

นอกจากนี้ หากภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้มีจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดจำนวน 2,000,000,000 หุ้น (บนสมมติฐานว่ามีการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนทั้งหมดจำนวน 434,800,000 หุ้น และมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินจำนวน 65,200,000 หุ้น) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น (Earnings Per Share) เท่ากับ 1.83 บาทต่อหุ้น และ P/E ประมาณ 21.9 เท่า 

 

เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินราคาหุ้นที่เสนอขาย บริษัทได้เปรียบเทียบอัตราส่วน P/E ของบริษัทเทียบเคียงที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 3 บริษัท ที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกัน ได้แก่ CPF, TFG และ GFPT 

 

ทั้งนี้ การประกอบธุรกิจของบริษัทดังกล่าวอาจมีข้อแตกต่างบางประการจากการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ที่ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร โดยครอบคลุมตั้งแต่การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์ ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์สุกรและสัตว์ปีก ไข่ไก่ อาหารแปรรูปที่เกี่ยวข้อง และอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงการจัดจำหน่ายอุปกรณ์ฟาร์ม และการดำเนินงานด้านการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทเทียบเคียงที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post เคาะแล้ว! เบทาโกร กำหนดราคาขายหุ้น IPO ที่ 40 บาท/หุ้น เตรียมโรดโชว์ 5 ต.ค. นี้ เพื่อกำหนดวันเปิดจองสำหรับรายย่อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
2 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอาหารของไทยมอง ‘เทคโนโลยี’ คือกุญแจเร่งเครื่องอุตสาหกรรมอาหารไทย https://thestandard.co/cpf-betagro-technology-key/ Thu, 25 Aug 2022 03:36:40 +0000 https://thestandard.co/?p=671678

ผู้บริหารบริษัทผลิตอาหารรายใหญ่ของไทยอย่าง CPF และเบทาโ […]

The post 2 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอาหารของไทยมอง ‘เทคโนโลยี’ คือกุญแจเร่งเครื่องอุตสาหกรรมอาหารไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้บริหารบริษัทผลิตอาหารรายใหญ่ของไทยอย่าง CPF และเบทาโกร มีความเห็นสอดคล้องกันว่า ‘เทคโนโลยี’ คือเทรนด์แห่งอนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร และเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ นอกจากนี้ ผู้บริหาร CPF ยังชี้ว่า ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบ (Raw Material) กำลังเป็นข้อจำกัดสำคัญ พร้อมวอนภาครัฐช่วยดูแล

 

ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เปิดเผยในงาน ‘Thailand Focus 2022’ ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในหัวข้อ ‘The Dynamic Growth in Global Food Tech Industry’ โดยกล่าวว่า หนึ่งในวิธีที่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารไทยสามารถแข่งขันได้ คือการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของสัตว์ และลดจำนวนพนักงานบางส่วนในฟาร์มลง 

 

นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ไปจนถึงการพัฒนาและปรับปรุงพันธุศาสตร์ จะช่วยทำให้ความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงด้านอาหารบรรเทาลงได้

 

สอดคล้องกับ วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) ที่ระบุว่า Internet of Things หรือ IoT, การใช้หุ่นยนต์, โดรน และเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร (Agri Biotech) ล้วนเป็นเทรนด์นวัตกรรมที่จะเพิ่มประสิทธิผลและความปลอดภัยในห่วงโซ่การผลิตอาหารได้

 

นอกจากนี้ วสิษฐยังมองว่าเทรนด์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจตอนนี้ คือ ความยั่งยืน, การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ, ความปลอดภัย และความมั่นคงทางอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อโลกของเราขณะนี้กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ จนทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก

 

เทคโนโลยีอาหารแห่งอนาคต

 

ผู้บริหารของเบทาโกรยังมองว่า เทคโนโลยีอาหารที่มีความสำคัญและกำลังเป็นที่สนใจคือโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) ซึ่งกำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงต่ออุตสาหกรรมอย่างมากในขณะนี้ 

 

ขณะที่โภชนเภสัช (Nutraceuticals) หรือการบริโภคอาหารที่เป็นยาไปในตัว ก็กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นท่ามกลางการระบาดใหญ่ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ รวมไปถึงอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ก็ยังเป็นช่องทางที่ทำให้บริษัทสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น 

 

ความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารไทย

 

ผู้บริหารของ CPF ยังระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่ดีมากในอุตสาหกรรมอาหารโลก รวมไปถึงอยู่ในโลเคชันที่ดีในการดำเนินการด้านโลจิสติกส์ โดย CPF ก็ได้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่งออก และดำเนินการต่างๆ เป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิ์ยังชี้ว่าไทยยังเผชิญข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ พร้อมวอนภาครัฐช่วยสนับสนุนส่วนนี้

 

“ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกไก่อันดับต้นๆ ของโลก แต่ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มสูญเสียตำแหน่งดังกล่าวไปเล็กน้อยแล้ว เนื่องจากประสบกับข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ (Raw Material) โดยเราจะเห็นว่าสงครามในยูเครนทำให้ราคาอาหารทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบขาดแคลน สำหรับประเทศไทยเราใช้ข้าวโพดจำนวนมาก ทำให้เราต้องนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศ ขณะที่ประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ทำไมเราจึงมีข้าวโพดไม่เพียงพอ รวมถึงซีอิ๊ว ซึ่งปัญหาก็คือขนาดของฟาร์มเราค่อนข้างเล็กไป ทำให้บางประเทศ เช่น บราซิล มีความสามารถในการแข่งขันมากกว่าเรา ดังนั้น ถ้าเรามีวัตถุดิบมากพอที่จะทำเนื้อ หรือรัฐบาลมองเห็นโอกาสตรงนี้ ประเทศไทยจะกลายเป็นแหล่งอาหารที่มีความมั่นคงอย่างมาก” ประสิทธิ์กล่าว

The post 2 ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอาหารของไทยมอง ‘เทคโนโลยี’ คือกุญแจเร่งเครื่องอุตสาหกรรมอาหารไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘2 IPO ใหญ่’ ประกาศความพร้อมเข้าตลาดหุ้นไตรมาส 3 ‘เบทาโกร’ โชว์กำไรไตรมาสแรกปีนี้พุ่ง 149% https://thestandard.co/btg-scgc-ready-to-enter-stock-market/ Tue, 07 Jun 2022 10:12:05 +0000 https://thestandard.co/?p=639041 BTG-SCGC

เบทาโกรโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 1/65 เติบโต 149% อานิสงส์ยอด […]

The post ‘2 IPO ใหญ่’ ประกาศความพร้อมเข้าตลาดหุ้นไตรมาส 3 ‘เบทาโกร’ โชว์กำไรไตรมาสแรกปีนี้พุ่ง 149% appeared first on THE STANDARD.

]]>
BTG-SCGC

เบทาโกรโชว์กำไรสุทธิไตรมาส 1/65 เติบโต 149% อานิสงส์ยอดขายเพิ่ม ขณะที่ราคาขายพุ่ง เตรียมเดินหน้าขายหุ้น IPO และเข้าตลาดหุ้นตามแผนหลังยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต. เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่เอสซีจี เคมิคอลส์ คาดเสนอขายหุ้น IPO ในไตรมาส 3 ปีนี้ หาก ก.ล.ต. อนุมัติไฟลิ่ง

 

วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เบทาโกร หรือ BTG เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทมีการเติบโตแข็งแกร่ง ในไตรมาส 1/65 มีรายได้รวม 26,163.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตสู่ระดับ 1,966.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ปัจจัยหลักของการเติบโตมาจากรายได้จากการขายสินค้าและบริการจากทุกกลุ่มธุรกิจที่ล้วนเพิ่มขึ้น และการเติบโตของอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน ซึ่งโดยหลักเป็นไปตามการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน เช่น เนื้อสุกร เนื้อไก่ทั้งในประเทศและการส่งออก สัตว์ปีก ไข่ไก่ อาหารแปรรูป และเนื้อสัตว์แปรรูป ฯลฯ สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของราคาตลาดของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว รวมถึงการเติบโตของอัตรากำไรจากการดำเนินงานก่อนหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของกลุ่มธุรกิจต่างประเทศและกลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยงอีกด้วย

 

 

 

ส่วนความคืบหน้าในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ล่าสุดบริษัทฯ แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน ได้แก่ บล.เกียรตินาคินภัทร และ บล.บัวหลวง และได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ บริษัทจะเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 500 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ (รวมจำนวนหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินอาจใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัท กรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) โดยจะนำเงินไปใช้เป็นเงินทุนในการเข้าซื้อ และ/หรือ ก่อสร้างฟาร์มและโรงงานแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ส่วนที่เหลือนำไปใช้ในการปรับโครงสร้างเงินทุนและเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินกิจการ 

 

ทั้งนี้ เบทาโกรเป็นผู้นำนวัตกรรมอาหารครบวงจรชั้นนำในประเทศไทยที่มีการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร (Vertically Integrated Business Model) ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ (Value Chain) โดยธุรกิจหลักแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 

 

  1. กลุ่มธุรกิจเกษตร ประกอบด้วย การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์, ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์, อุปกรณ์และเครื่องมือฟาร์มที่หลากหลาย และการให้บริการห้องปฏิบัติการ  
  2. กลุ่มธุรกิจอาหารและโปรตีน ประกอบด้วย การผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์ปลา แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ, การแปรรูปเนื้อสัตว์เป็นผลิตภัณฑ์ปรุงสุก ผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง ผลิตภัณฑ์กึ่งปรุงสุก และผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทาน, ผลิตภัณฑ์พลอยได้ และโปรตีนทางเลือก รวมถึงการทำฟาร์มเชิงพาณิชย์  
  3. กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ที่ประกอบธุรกิจในกัมพูชา ลาว และเมียนมา เพื่อผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์การเกษตร, อาหารสัตว์, การเพาะพันธุ์สัตว์, ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์, อุปกรณ์ฟาร์มและผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงสุกร, สัตว์ปีก, ไข่ไก่, เนื้อสัตว์แปรรูป และอาหารแปรรูป 
  4. กลุ่มธุรกิจสัตว์เลี้ยง ประกอบด้วย การผลิตและจัดจำหน่ายอาหารสัตว์เลี้ยง, ขนมขบเคี้ยวสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง 

 

เอสซีจี เคมิคอลส์ คาดขายหุ้น IPO ไตรมาส 3 

ด้าน กุลเชฏฐ์ ธาราจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บมจ.เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้น IPO ได้ประมาณไตรมาส 3 ปีนี้ หลังจากได้ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอให้ ก.ล.ต. พิจารณาอนุมัติไฟลิ่ง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือน

 

โดย SCGC จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนรวมไม่เกิน 3,854.68 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 25.2% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ (รวมจำนวนหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินอาจใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัท ในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน)

 

ทั้งนี้ SCGC ยังคงยืนยันความตั้งใจในการกระจายหุ้น IPO สู่มือนักลงทุนรายย่อยให้ได้มากที่สุด โดยรูปแบบและวิธีการเสนอขายอาจใกล้เคียงกับการเสนอขายหุ้นของ SCGP ที่เคยเสนอขายหุ้น IPO ไปในปี 2563 

 

ทั้งนี้ SCGC ประกอบธุรกิจด้วยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) และดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่

  1. สายธุรกิจโอเลฟินส์ ประเทศไทย (Olefins Chain in Thailand)
  2. สายธุรกิจไวนิล (Vinyl Chain)
  3. สายธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ ธุรกิจโอเลฟินส์ในต่างประเทศ ธุรกิจรีไซเคิล ธุรกิจบริการและโซลูชัน

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post ‘2 IPO ใหญ่’ ประกาศความพร้อมเข้าตลาดหุ้นไตรมาส 3 ‘เบทาโกร’ โชว์กำไรไตรมาสแรกปีนี้พุ่ง 149% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เบทาโกร’ จ่อขาย IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ ระดมทุนสร้างฟาร์มและโรงงานใหม่ โดยใช้ชื่อย่อ BTG https://thestandard.co/btg-to-sell-ipo-on-the-stock-exchange/ Mon, 09 May 2022 09:15:14 +0000 https://thestandard.co/?p=626392 เบทาโกร

เบทาโกร ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 500 ล้านห […]

The post ‘เบทาโกร’ จ่อขาย IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ ระดมทุนสร้างฟาร์มและโรงงานใหม่ โดยใช้ชื่อย่อ BTG appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบทาโกร

เบทาโกร ยื่นไฟลิ่งเตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 500 ล้านหุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หวังนำเงินระดมทุนซื้อหรือสร้างฟาร์มและโรงงานแห่งใหม่ รวมถึงชำระคืนเงินกู้ 

 

บมจ.เบทาโกร หรือ BTG ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 500 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ (รวมจำนวนหุ้นที่ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินอาจใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจากบริษัทในกรณีที่มีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) มูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้น (พาร์) 5.0 บาท และจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี บล.เกียรตินาคินภัทร และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


BTG เป็นผู้ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรชั้นนำในประเทศไทย โดยครอบคลุมตั้งแต่การผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์ ปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์สุกร สัตว์ปีก และไข่ไก่ อาหารแปรรูปที่เกี่ยวข้อง และอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงการจัดจำหน่ายอุปกรณ์ฟาร์ม และการดำเนินงานด้านการค้นคว้าวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง

 

บริษัทมีรูปแบบการทำธุรกิจแบบครบวงจร (Vertically Integrated Business Model) ที่ครอบคลุมในหลายด้านของห่วงโซ่คุณค่าของผลิตภัณฑ์ของบริษัท (Value Chain) ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเพาะเลี้ยง และจำหน่ายพ่อแม่พันธุ์สัตว์ การทำฟาร์มเชิงพาณิชย์ การชำแหละและการแปรรูปเนื้อสัตว์ ไปจนถึงการขาย โรงงานผลิตและแปรรูปอาหารที่มีมาตรฐานสูงและมีประสิทธิภาพของบริษัท

 

บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่วางขายภายใต้แบรนด์ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรม เช่น แบรนด์ BETAGRO และ S-Pure สำหรับผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์อนามัย เนื้อสัตว์แปรรูป และอาหารแปรรูป, แบรนด์ ITOHAM สำหรับผลิตภัณฑ์ไส้กรอกเกรดพรีเมียม แบรนด์ betagro Balance และ MASTER สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ แบรนด์ Better Pharma และ Nexgen สำหรับผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์ และแบรนด์ Perfecta DOG n joy และ CAT n joy สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง

 

วัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้เพื่อนำเงินจากการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งนี้ไปใช้เป็นเงินทุนในการเข้าซื้อและ/หรือ ก่อสร้างฟาร์มและโรงงานแห่งใหม่ เพื่อขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงโรงงาน ฟาร์ม รวมถึงสถานที่ต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานของบริษัท ซึ่งรวมถึง

 

  1. การลงทุนในโรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์ม โรงชำแหละสัตว์ โรงงานแปรรูปอาหารและเนื้อสัตว์ รวมถึงการผลิตไข่ไก่และโปรตีนทางเลือกในประเทศไทย

 

  1. การลงทุนในโรงงานอาหารสัตว์ ฟาร์ม และโรงชำแหละสัตว์ในประเทศกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา

 

  1. การลงทุนในโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงและขนมขบเคี้ยวสำหรับสัตว์เลี้ยง

 

  1. การลงทุนในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Facilities) ตลอดจนการลงทุนเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงการจัดการและดำเนินธุรกิจ และการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในการจัดการและดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงการลงทุนในกิจการร่วมค้า

 

นอกจากนี้นำไปชำระหนี้สินระยะสั้น และ/หรือ ระยะยาวให้กับสถาบันการเงินต่างๆ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

 

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทและบริษัทย่อยใช้วงเงินกู้ยืมกับธนาคารกรุงเทพ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 99.9% ของ บล.บัวหลวง หนึ่งในที่ปรึกษาทางการเงิน และหนึ่งในผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายในการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ จำนวน 12,881.0 ล้านบาท และ 70.5 ล้านดอลลาร์ โดยเป็นวงเงินกู้ยืมระยะสั้น และวงเงินเบิกเกินบัญชี วงเงินเพื่อออกหนังสือค้ำประกัน และวงเงินซื้อขายเงินตราต่างประเทศ และมียอดเงินกู้คงค้างจำนวน 436.2 ล้านบาท และ 1.6 ล้านดอลลาร์

 

ณ สิ้นปี 2564 กลุ่มธุรกิจในประเทศไทย บริษัทเป็นผู้ดำเนินงานโรงงานอาหารสัตว์ 9 แห่ง ฟาร์ม 4,829 แห่ง (ประกอบไปด้วย ฟาร์ม 61 แห่งซึ่งบริษัทเป็นเจ้าของ หรือเช่ามา และอีก 4,768 แห่งเป็นฟาร์มเกษตรพันธสัญญา) โรงชำแหละสัตว์ 13 แห่ง และโรงงานแปรรูป 12 แห่งสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารของบริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง 1 แห่ง และโรงงานผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และสารเสริมสำหรับสัตว์ 1 แห่ง

 

สำหรับกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ บริษัทเป็นผู้ดำเนินงานโรงงานอาหารสัตว์ 1 แห่ง และฟาร์ม 331 แห่ง (ประกอบไปด้วยฟาร์ม 8 แห่งซึ่งเป็นฟาร์มที่เช่ามา และอีก 323 แห่งซึ่งเป็นฟาร์มเกษตรพันธสัญญา) ในประเทศกัมพูชา และบริษัทเป็นผู้ดำเนินงานฟาร์ม 131 แห่ง (ประกอบไปด้วยฟาร์ม 3 แห่งซึ่งเป็นฟาร์มที่เช่ามา และอีก 128 แห่งซึ่งเป็นฟาร์มเกษตรพันธสัญญา) และโรงชำแหละสัตว์ 1 แห่ง ใน สปป.ลาว

 

นอกจากนี้ บริษัทยังได้จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา ศูนย์นวัตกรรมการเกษตร ศูนย์นวัตกรรมอาหาร และศูนย์นวัตกรรมสัตว์เลี้ยงเพื่อปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ และเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Operating Efficiency) ของบริษัท

 

ปัจจุบัน BTG มีทุนจดทะเบียน 10,000 ล้านบาท เป็นทุนชำระแล้ว 7,500 ล้านบาท โครงสร้างผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย 

  1. บริษัท เบทาโกร โฮลดิ้ง จำกัด ถือหุ้น 700 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 46.7% หลัง IPO เหลือ 35% (ภายใต้สมมติฐานว่าจะมีการใช้สิทธิซื้อหุ้นส่วนเกินทั้งจำนวน) 
  2. TAE HK Investment 400 ล้านหุ้น หรือ 26.7% หลัง IPO เหลือ 20%
  3. กลุ่มเจนจิรา แต้ไพสิฐพงษ์ ถือหุ้น 2.5% หลัง IPO เหลือ 1.9%
  4. กลุ่มกรพจน์ อัศวินวิจิตร ถือหุ้น 1.8% หลัง IPO เหลือ 1.4%
  5. กรรมการ และ/หรือผู้บริหาร ถือหุ้น 6.5% หลัง IPO เหลือ 4.8%

 

ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหลังจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัทกำหนดไว้ในแต่ละปี โดยพิจารณาประกอบกับงบการเงินรวม

 

ผลประกอบการในช่วงปี 2562-2564 บริษัทมีรายได้รวมจากการขายสินค้าและการให้บริการ 74,231.6 ล้านบาท 80,102.1 ล้านบาท และ 85,424 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมาจากรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการคิดเป็นสัดส่วน 99% ของรายได้รวม ส่วนกำไรสุทธิเท่ากับ 1,267.5 ล้านบาท , 2,341 ล้านบาท และ 839 ล้านบาท ตามลำดับ อัตรากำไรสุทธิ 1.69%, 2.90% และ 0.97% ตามลำดับ

 

ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 57,475.1 ล้านบาท หนี้สินรวม 41,952.9 ล้านบาท และส่วนผู้ถือหุ้น 5,522.2 ล้านบาท

 

The post ‘เบทาโกร’ จ่อขาย IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ ระดมทุนสร้างฟาร์มและโรงงานใหม่ โดยใช้ชื่อย่อ BTG appeared first on THE STANDARD.

]]>