เที่ยวคนเดียว Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เที่ยวคนเดียว/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 20 Jan 2026 12:51:29 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 25 เรื่องน่าสนุกที่เราอยากให้ทำในปี 2026 https://thestandard.co/life/25-meaningful-things-to-do-in-2026-lifestyle-trends/ Wed, 21 Jan 2026 01:00:40 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1167390 25-meaningful-things-to-do-in-2026-lifestyle-trends

ปี 2026 คือปีที่คนเมืองเริ่มใช้ชีวิตอย่างรู้ตัวมากขึ้น […]

The post 25 เรื่องน่าสนุกที่เราอยากให้ทำในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
25-meaningful-things-to-do-in-2026-lifestyle-trends

ปี 2026 คือปีที่คนเมืองเริ่มใช้ชีวิตอย่างรู้ตัวมากขึ้น เราไม่ได้ถามหาความใหม่ที่สุด หรือเร็วที่สุดอีกต่อไป แต่เลือกมองหาประสบการณ์ที่มีความหมายกับตัวเองจริงๆ ทั้งต่อร่างกาย จิตใจ และความสัมพันธ์รอบตัว นี่คือปีที่การดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องฟิตหรือผอม แต่คือการเข้าใจร่างกายด้วยข้อมูลที่แม่นยำ การพักผ่อนไม่ถูกมองว่าเป็นความขี้เกียจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน 

 

ขณะเดียวกัน ผู้คนก็เริ่มโหยหาการเชื่อมต่อแบบออฟไลน์ การกลับไปหาคอมมูนิตี้เล็กๆ พื้นที่สีเขียว และกิจกรรมที่ทำให้เราอยู่กับปัจจุบันได้มากขึ้น ในขณะที่โลกยังหมุนเร็ว เทคโนโลยีและ AI กลายเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวัน ปี 2026 กลับเป็นปีที่เราต้องรู้จักเลือกใช้สิ่งเหล่านั้นอย่างมีสติ ไม่ให้ความสะดวกเข้ามาแทนที่ความรู้สึก

 

และนี่คือ 25 เรื่องน่าสนุกที่เราอยากให้คุณลองทำในปี 2026 ไม่ใช่เพื่อทำให้ชีวิตยุ่งขึ้น แต่เพื่อทำให้ชีวิตชัดขึ้น เบาขึ้น และมีความสุขในแบบที่เป็นของคุณเอง

 

1. จองตั๋วไป Tomorrowland  

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

หลายคนอยากให้รางวัลตัวเองด้วยประสบการณ์ใหญ่สักครั้ง และการได้ไป Tomorrowland ก็น่าจะเป็นหนึ่งใน Bucket List ในฝันของใครหลายคน แต่มันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เพราะปีนี้ประเทศไทยมี Tomorrowland เป็นของตัวเองแล้ว ยกโปรดักชัน เวที และบรรยากาศแฟนตาซีแบบเดียวกับที่เบลเยียมมาไว้ในไทยเป๊ะ ไม่ต้องลางานยาว ไม่ต้องข้ามทวีป แค่กดจองตั๋ว วางแผนเดินทาง และเปิดใจไปสนุกกับเสียงดนตรี 

 

การไป Tomorrowland ไม่ใช่แค่เรื่อง EDM หรือดีเจ แต่คือการได้อยู่ในช่วงเวลาที่ทุกคนปล่อยตัวเองให้สนุกสุด เหนื่อยสุด และมีความทรงจำร่วมกัน ปีนี้ Tomorrowland จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 ธันวาคม ณ Wisdom Valley จังหวัดชลบุรี วางวันลาแล้วรีบกดตั๋ว เพราะได้ข่าวว่าราคาที่พักตอนนี้ แพงมาก!

 

2. เส้นทางป่าเปิดใหม่เยอะมาก ไปเดินป่ากันเถอะ

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

กระแสการเดินป่ามาแรง และเราไม่อยากให้มันจบไป เพราะช่วงปลายปีที่แล้ว มีเส้นทางเดินป่าใหม่ๆ ในบ้านเราเกิดขึ้นเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น 3 เส้นทางย่อยปรับปรุงใหม่ ของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่ออกแบบอย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติมากขึ้น หรือเส้นทาง Botanic Trail ในสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่ชวนนักเดินป่าไปสัมผัสธรรมชาติและพืชพรรณที่สถานศูนย์ได้วิจัยและเพาะเลี้ยงเอาไว้ ขณะเดียวกันไม่ใช่แค่เส้นทางใหม่ แต่ไทยเราก็มีเส้นทางเดินป่าเดินง่ายๆ อยู่เยอะ เช่น กิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ดอยม่อนจอง หรือถ้าเส้นทางอีกมากมายที่กำลังเตรียมเปิดในปีนี้ เช่น ยอดเขาค้อม อุทยานแห่งชาติเขานัน เส้นทางเดินป่าระยะไกลที่เหมาะกับสายลุย ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเอาเรื่อง ฯลฯ 

 

การออกไป Trekking ในปีนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการออกกำลังกาย แต่คือการได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติใกล้ตัว และค้นพบว่าป่าไทยยังมีมุมใหม่ๆ ให้เราออกไปสัมผัสอีกมากกว่าที่คิด

 

3. สนุกในปาร์ตี้ด้วย Non-Alcoholic Drink 

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เมื่อปาร์ตี้ยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องแลกสุขภาพกับความสนุก เพราะเรายังสามารถปาร์ตี้ได้แม้ไม่มีแอลกอฮอล์เข้าร่าง ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์การมาของ Coffee Party หรือ Sober Party ตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีนี้จะเป็นปีที่เราจะเริ่มเห็น Non-Alcoholic Drink มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เป็นเพียงไม่กี่ดริงก์ในค็อกเทลบาร์ หรือที่เราเรียก Mocktail หรือ Virgin 

 

แต่ล่าสุดในกรุงเทพฯ เราเริ่มเห็นบาร์ที่ไม่เสิร์ฟแอลกอฮอล์เลย 100% อย่าง Bar Stainless ที่เป็น Non-Alcoholic Bar หรือเวลาไปกินไฟน์ไดนิ่งยุคนี้ก็เริ่มมีตัวเลือกใหม่ๆ อย่างการแพร์ริ่งกับ Non-Alcohol Wine หรือ Non-Alcohol Champagne มากขึ้น 

 

ในขณะเดียวกัน บ้านเราก็ยังมีผู้ผลิต Non-Alcohol Gin หรือจินไร้แอลกอฮอล์ หรือเบียร์ไทยไร้แอลกอฮอล์ ออกมาเป็นตัวเลือกให้คนมีความหลากหลายยิ่งขึ้น

 

4. ลองคอมมูนิตี้แปลกๆ ที่ยังไม่แมส

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปีที่แล้วใครไปคลับวิ่งบ้าง ยกมือขึ้น! แต่เราอยากบอกว่าประเทศไทยเรามีคลับยิบคลับย่อยมากกว่านั้นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมไหนก็มีเสียหมด ยิ่งในยุคที่ผู้คนโหยหาความสัมพันธ์จริงมากยอดไลก์ ยิ่งมีคอมมูนิตี้เล็กๆ เยอะมาก เช่น  ‘CLUBถ่าย’ กลุ่มคนชอบถ่ายภาพที่ไม่ได้เน้นแค่ถ่ายรูปสวยๆ แต่เป็นพื้นที่ให้คนเดินถ่ายภาพไปพร้อมกับแลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตจากมุมเล็กๆ ของเมือง หรือ สายสุขภาพแนะนำ ‘theWHOLESOME Tai Chi Club’ ที่จัดขึ้นที่ theCOMMONS Thonglor มีกิจกรรมขยับร่างแบบช้าๆ สบายๆ พร้อมได้เจอคนสนใจการเคลื่อนไหวและสมาธิเหมือนกัน 

 

5. เปิดใจใส่รองเท้าวิ่งจีน

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ถ้าพูดถึงรองเท้าวิ่ง เมื่อก่อนชื่อที่ผุดขึ้นมามักเป็นแบรนด์ใหญ่จากยุโรปหรืออเมริกา
แต่ในปี 2026 นักวิ่งจำนวนมากเริ่ม เปิดใจ ให้กับ รองเท้าวิ่งจากจีน มากขึ้นด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ เทคโนโลยีพื้นรองเท้าพัฒนาเร็วมาก มีดีไซน์สวย ใส่ได้ทั้งวิ่งและใช้ชีวิต แถมยังมาในราคาเข้าถึงง่ายกว่า แต่ Performance ไม่ได้ด้อย เดี๋ยวนี้เราเลยได้เห็นนักวิ่งไทยสวมแบรนด์จีนอย่าง Xtep, Li-Ning หรือ ANTA กันมากขึ้น แถมฟีดแบ็กยังไปในแง่บวกอีกด้วย จำไว้ว่า รองเท้าวิ่งไม่จำเป็นต้องแพงที่สุดถึงจะดีที่สุดเท่านั้น แต่ต้องเหมาะทั้งสไตล์การวิ่งของเราและเงินในกระเป๋าเราด้วย ถึงจะคุ้มค่าจริง   

 

6. ชวนกันขึ้น Rooftop เพราะหลายกิจกรรมอยู่ที่นั่น

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

การขึ้นรูฟท็อปในปี 2026 ไม่ได้มีไว้เพื่อสังสรรค์อย่างเดียวอีกต่อไป เพราะพื้นที่ดาดฟ้าหลายแห่งถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมของคนเมือง เช่น สวนลอยฟ้าในโครงการ Dusit Central Park หรือสวนลอยฟ้าที่ One City Centre ซึ่งเปิดพื้นที่สีเขียวให้คนได้เดินเล่น รับลม และพักสายตาจากตึกสูง แต่ถึงกระนั่น ถ้าคุณเป็นสายชอบดื่ม กรุงเทพฯ มีก็ Rooftop Bar เปิดใหม่เยอะมาก เช่น สองแห่งล่าสุด Aether และ The Norm ที่อยู่บนชั้นสูงของตึกในโครงการ Dusit Central Park หรือ Piscari อีกรูฟท็อปบาร์ใหม่บนตึกโรงแรม Andaz One Bangkok งานวิจัยด้านจิตวิทยาสิ่งแวดล้อมยังชี้ว่า การมองพื้นที่กว้างและเส้นขอบฟ้าช่วยลดความเครียดและทำให้สมองจัดระเบียบความคิดได้ดีขึ้น การขึ้นรูฟท็อปจึงกลายเป็นวิธีใช้ชีวิตให้ช้าลง และโฟกัสกับปัจจุบันได้แม้จะอยู่กลางเมือง

 

7.ใช้ Data ในการเช็กสุขภาพ

 

ทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

สุขภาพดี ไม่ได้เดา แต่ดูจากข้อมูลจริง เพราะปี 2026 คือยุคที่คำว่า ฟังร่างกายตัวเอง ไม่ได้หมายถึงการคาดเดาอีกต่อไป แต่คือการ ดูข้อมูล ด้วยอุปกรณ์อย่าง Whoop, Oura Ring หรืออุปกรณ์สุขภาพอื่นๆ รวมถึงการตรวจเช็กในแล็บ ที่ทำให้เรารู้จักร่างกายตัวเองในมิติที่ลึกขึ้น เช่น การนอนหลับมีคุณภาพแค่ไหน ร่างกายฟื้นตัวดีหรือยัง หรือ ควรออกกำลังกายหรือควรพัก

 

รวมถึงการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive health) ที่คนเมืองเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น เช่น ค่าฮอร์โมน ระดับวิตามินเฉพาะบุคคล Vo2Max หรือการตรวจ Lactest ไม่ใช่รอให้ป่วยแล้วค่อยรักษา ยุคนี้เราดูแนวโน้มกันตั้งแต่ยังไม่เกิดอาการ รวมถึงใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการพัฒนาตัวเองให้แม่นยำยิ่งขึ้น

 

8. ปีนี้จะไป Book Club สักครั้ง

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

2026 เป็นปีที่ผู้คนมองหากิจกรรมอนาล็อกเพื่อหนีคลื่นคอนเทนต์ที่ถาโถมแบบไม่หยุดหย่อน ซึ่งการอ่านหนังสือก็เป็นหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ  ประกอบกับปีนี้กรุงเทพมหานครมีแผนสร้างย่านหนังสือทำให้มีอีเวนต์เกี่ยวกับการอ่านมากมาย การเข้า Book Club คุณไม่จำเป็นต้องเป็นนักอ่านมืออาชีพ หรือมีความรู้ด้านภาษาศาสตร์ใดๆ แค่มีหนังสือหนึ่งเล่มและใจที่เปิดกว้างแค่นั้นพอ ซึ่ง Book Club ที่เราว่าน่าสนใจและจัดเป็นประจำคือ theWHOLESOME Book Club หรือคุณอาจนัดเจอคนชอบอ่านหนังสือเหมือนกัน มาเจอกันตามคาเฟ่ คอมมูนิตี้สเปซต่างๆ หรือทางออนไลน์เดือนละครั้ง แน่นอนว่าสิ่งที่ได้คือการหยุดพักจากความเร่งรีบ ได้บทสนทนาที่ลึกกว่าการเลื่อนฟีด และได้ทบทวนความคิดของตัวเองผ่านตัวอักษร เป็นความช้าคุณภาพที่คนเมืองในปี 2026 กำลังมองหา

 

9. เช็กอินตึกใหม่ Cloud 11 และห้างโซนสุขุมวิทที่ต่อขยาย 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปี 2026 สุขุมวิทฝั่งใกล้ปุณณวิถีกำลังเปลี่ยนจากย่านทางผ่านให้กลายเป็นย่านไลฟ์สไตล์ใหม่ที่น่าจับตา ด้วยการเปิดตัวของ Cloud 11 โครงการที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์มากกว่าห้างทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นโถงโปร่ง แสงธรรมชาติ และพื้นที่ให้คนได้เดินสำรวจอย่างอิสระ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด Environmental Psychology ที่ชี้ว่าพื้นที่เปิดและการเคลื่อนไหวแบบไม่เร่งรีบช่วยลดความเครียดและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันการมาของ The Bangkok Mall ก็เติมภาพของเมกะสเปซ ที่ออกแบบให้ใช้เวลาได้ทั้งวัน ตั้งแต่ช้อปปิ้ง พักผ่อน ไปจนถึงกิจกรรมครอบครัว การเดินเล่นในย่านนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อของ แต่เป็นการใช้เวลากับเมืองในมุมที่ช้าลง และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ปี 2026 ที่ให้คุณค่ากับประสบการณ์มากกว่าความเร่งรีบ

 

10. สั่งดริงก์ทางเลือกมาลองจิบ  

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปิดท้ายด้วยการผจญภัยในโลกของเครื่องดื่มที่ไม่จำกัดแค่กาแฟหรือชาแบบเดิมๆ แต่เป็นการผสมผสานส่วนผสมที่เราไม่คิดว่าจะมาอยู่ด้วยกันได้ ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลที่มีกลิ่นอายสมุนไพรพื้นเมือง ใส่วัตถุดิบจากห้องครัวเข้าไป หรือเมนูชา กาแฟ สมุนไพร และผลไม้ เช่น ชาเผือก, Sparkling Tea อเมริกาโน่มิโซะ ไปจนถึง Craft Cola ที่ปรุงรสเฉพาะตัวให้เลือกดื่มหลากหลาย เหมือนการได้ชิมเมนูทดลองมากกว่าการสั่งเครื่องดื่มแก้วเดิมซ้ำๆ

 

11.ทำ Grounding ทุกครั้งที่เดินทาง

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ทุกคนรู้ดีว่าการทำ Grounding นั้นดีต่อร่างกาย แต่การทำนั้นไม่จำเป็นต้องเข้าคลาสเสมอไป แถมยังเกิดขึ้นง่ายมากระหว่างเดินทาง และมาโดยไม่ตั้งใจมากนัก เพราะฉะนั้น หากคุณมีแผนการเดินทางครั้งถัดไปอย่าลืมเพิ่มการทำ Grounding เข้าไปในทริปดูบ้าง เช่น ออกไปวิ่งเล่นบนชายหาด นั่งนิ่งๆ เอาเท้าจุ่มในลำธารใสๆ หรือปูเสื่อนอนเอนกายลงบนผืนหญ้าแต่ให้เท้าออกมาสัมผัสกับพื้นดินแค่นั้น เอาแค่ช่วงเวลาสั้นๆ 15-30 นาที แค่นี้ก็ช่วยให้ร่างกายระบายประจุลบที่เกิดขึ้นจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ลดความเครียดและวิตกกังวล ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

 

12. สนุกกับกล้องฟิล์ม / กล้องคอมแพกต์ (The Analog Joy)

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปี 2026 ความสนุกแบบ ‘ไม่ต้องคม ไม่ต้องไว’ กำลังกลับมาแรงในโลกภาพถ่าย ญี่ปุ่นมีข้อมูลยอดขายที่ทำให้เห็นภาพชัดว่ากล้องคอมแพกต์/ฟีลวินเทจ กลับมาเป็นกระแส โดย Kodak รุ่น Pixpro FZ55 กลายเป็นหนึ่งในรุ่นขายดีของปี 2025 จากดาต้าขายปลีกในญี่ปุ่น การที่ LIFE มองว่าน่าเล่นน่าลองในปีนี้ เพราะมันตอบโจทย์ใจคนเมืองที่ล้า เราอยากกลับไปถ่ายรูปเพื่อ ‘รู้สึก’ ไม่ใช่เพื่อ ‘ลงให้ทัน’ และการถ่ายฟิล์มหรือฟีลฟิล์มบังคับให้ช้าลง เลือกช็อตมากขึ้น ซึ่งกลายเป็น mindfulness แบบไม่ต้องพยายามมาก เป็นอีกหนึ่งวิธีฮีลใจตัวเองง่ายๆ แต่ได้ผล และได้รูปภาพเก็บไว้ดูด้วย 

 

13. ถ้าไม่อยากเอาต์ ปีนี้ให้แวะไปสวนลุม

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

หลังจากปีที่ผ่านมาสวนป่าเบญจกิติเรียกว่าฮอตมากถึงมากที่สุด ทุกกิจกรรมสุขภาพ ทุกกิจกรรมไลฟ์สไตล์หรือแม้แต่คลับวิ่งคลับโยคะก็ไปตั้งต้นกันที่สวนป่ากันทั้งนั้น แต่ปีนี้ ถ้าคุณไม่อยากเอาต์ เราแนะนำให้แวะมาสวนลุมฯ เพราะหลายสิ่งอย่างจากแผนพัฒนาปรับปรุงสวนลุมฯ เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี กำลังจะเสร็จในปีนี้ ซึ่งอาจทำให้ไลฟ์สไตล์เราเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น  Dog Park เปิดใหม่, Hawker หรือศูนย์อาหารเปิดใหม่, สนามเด็กเล่นและลานออกกำลังปรับปรุงใหม่, ห้องสมุดประชาชนโฉมใหม่ ไปจนถึงทางเชื่อมสองสวนสะพานเขียว หอนาฬิกาและภูมิทัศน์ต่างๆ ที่ซึ่งแน่นอนว่าทำให้สวนลุมฯ กลับมาสดใสและแปลกตากว่าที่เคย

 

14.Self-talk เป็นประจำ 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

การหันมา Self-talk หรือคุยกับตัวเองให้มากขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คือกุญแจสำคัญในการ ‘ดูแลใจ’ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวาย เรามักเผลอใจดีกับคนอื่นจนลืมใจดีกับตัวเอง 

 

ลองใช้ช่วงเวลาสั้นๆ หน้ากระจกถามไถ่ความรู้สึก หรืออาจหาตัวช่วยอย่างการ์ด Self-talk น่ารักๆ มาเปิดหัวข้อสนทนาดีๆ กับตัวเอง หรือจะชวนเพื่อนและคนรักมาเล่นด้วยกันก็เป็นไอเดียที่ดีไม่น้อย 

 

สิ่งเหล่านี้จะช่วยจัดระเบียบความคิด ลดความกังวล และสร้างความมั่นใจที่มั่นคงจากภายในได้เป็นอย่างดี

 

15.พาตัวเองออกไปเป็น ‘มือใหม่’ เดือนละครั้ง 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

หลายครั้งที่เราปิดโอกาสตัวเองเวลามีคนชวนไปไหน เพียงเพราะคำว่า ‘ทำไม่เป็น’ หรือ ‘กลัวทำออกมาได้ไม่ดี’ ปีนี้ลองอนุญาตให้ตัวเองเป็นมือใหม่ ทลายกำแพงความกลัว แล้วออกไปลุยโดยไม่ต้องสนผลลัพธ์ดูบ้าง

 

ไม่ว่าจะเดินป่า ปีนผา ตีแบดฯ ดำน้ำ เล่นสกี หรือลงวิ่งมินิมาราธอน สุดท้ายต่อให้คุณไม่ได้ตกหลุมรักกิจกรรมนั้น แต่กำไรที่ได้แน่ๆ คือ ประสบการณ์และการได้ชนะใจตัวเอง ซึ่งไม่มีคำว่าเสียหายเลย

 

16.ทำวันพักให้เป็นเรื่องเดียวกับสุขภาพ

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เคยไหมที่แอบรู้สึกผิดในวันที่ไม่ได้ทำอะไรเลย? ปีนี้ลองปรับมุมมองใหม่ เลิกตีตราว่าการพักผ่อน = ความขี้เกียจ แต่จงตั้งใจกำหนดให้วันพักเป็นส่วนสำคัญของสุขภาพที่ไม่ต่างจากการออกกำลังกายหรือกินอาหารดีๆ

 

ลองอนุญาตให้ตัวเองได้ ‘อยู่เฉยๆ’ โดยไม่ต้องคิดเรื่องงาน หรือการต้องมีแพลน 1 2 3 4 ในหัว เพราะการพักไม่ใช่เรื่องที่ควรจะรู้สึกผิด แต่มันเป็นสิ่งที่ร่างกายและจิตใจของคุณสมควรได้รับอยู่แล้ว เพื่อให้เรามีแรงเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง

 

17. เบรคกินร้านดัง ด้วยร้านเล็กๆ ประจำย่าน 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ก่อนหน้านี้ฟีดในหน้าโซเชียลต่างเชียร์ให้เราไปต่อคิวร้านดังระดับไวรัล หรือร้านในกระแสที่เพิ่งมาเปิด ปี 2026 จะเป็นปีที่คนเริ่มโหยหาความเรียบง่าย มื้อสบายๆ ที่คุ้นเคย หรือรสชาติในความทรงจำกันมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเลือกที่จะเช็กอินร้านอาหารประจำย่านที่คุ้นเคย ร้านเล็กร้านน้อยในซอย ที่เจ้าของลงมือทำเองและมอบรสชาติที่จริงใจ มากกว่าการใส่สิ่งแฟนซีเพื่อสร้างจุดขาย ปีนี้เป็นปีที่เราหวงแหนเวลาส่วนตัวกันมากขึ้น ดังนั้น การที่เรายังแฮปปี้กับเมนูอร่อยโดยไม่ต้องรอคิวหลายชั่วโมง จึงกลายเป็นความหรูหราอย่างหนึ่งที่เงินก็หาซื้อไม่ได้ 

 

18.ให้ความสำคัญกับ Longevity Beauty

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เมื่อ Longevity หรือการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่กลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนยุคนี้ นิยามความงามจึงเปลี่ยนตามไปด้วย 

 

ลองเพลาๆ กับวิธี Quick-fix ที่เน้นผลลัพธ์ฉาบฉวยแล้วหันมาสร้าง Beauty Healthspan หรือความสวยที่ยั่งยืนอย่างปลอดภัยกันดีกว่า เริ่มต้นง่ายๆ จาก Inner Care ด้วยการปรับการกิน นอน ออกกำลังกาย และมายด์เซ็ต สู่ Outer Care ที่เน้นวินัย ไม่ว่าจะเป็นการทากันแดดให้สม่ำเสมอ หรือลงทุนกับ Beauty Gadget ที่อาจจะไม่ได้เห็นผลปุบปับ แต่ช่วยดูแลผิวในระยะยาวได้จริง 

 

ส่วนสายคลินิก ลองเปลี่ยนจากการ ‘ถม’ เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาเป็นการเลือกหัตถการงานผิวที่เน้นฟื้นฟูโครงสร้างให้แข็งแรง ปลอดภัย แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้คุณสวยสมวัยแบบ Timeless ไปนานๆ 

 

19.เสพศิลป์ให้มากขึ้น ผ่านงานอาร์ตและนิทรรศการ

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

การเสพงานศิลปะไม่ได้เป็นเรื่องของรสนิยมเท่านั้น แต่งานวิจัยจาก University College London พบว่า การดูงานศิลปะสามารถกระตุ้นสมองในส่วนความสุข และยังช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด การเดินเข้าไปชมงานอาร์ตโดยไม่ต้องพยายามตีความให้ถูกต้อง เปิดโอกาสให้เราได้สำรวจอารมณ์ตัวเองอย่างอิสระ ปี 2026 จึงเป็นปีที่เหมาะกับการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือดูแลใจ ให้ตัวเองได้รู้สึกมากกว่าคิด และใช้ชีวิตให้ช้าลงท่ามกลางโลกที่รีบเร่ง

 

20.ตีเทนนิสในพื้นสนามระดับใกล้เคียง US Open 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เทนนิสเป็นกีฬาที่ทั้งร่างกายและสมองได้เคลื่อนไหวพร้อมกัน ซึ่งงานวิจัยจาก British Journal of Sports Medicine ระบุว่า ผู้เล่นกีฬาแร็กเกตมีสุขภาพและอายุขัยที่ดีกว่าคนทั่วไป เพราะต้องใช้สมาธิ การตัดสินใจ และการเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงกัน การตีเทนนิสในสนามที่มีพื้นผิวมาตรฐานสากลจึงช่วยให้เราเข้าใกล้บรรยากาศการแข่งขันอย่าง US Open มากขึ้น ตัวอย่างเช่น Crystal Tennis Center G ที่มีคอร์ตในร่มพร้อมพื้น Laykold ซึ่งเป็นพื้นฮาร์ดคอร์ตเกรดเดียวกับที่ใช้แข่งจริงจากสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ITF) ใจกลางกรุงเทพฯ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่สนามแข่งระดับโลก  

 

หรือจะเลือกรับบรรยากาศหรูหราที่ The Peninsula Bangkok ก็ได้วิวสนามหญ้าเทียมที่สวยงามและสงบ เหมาะกับการฝึกซ้อมแบบจริงจังไม่แพ้กัน การตีเทนนิสไม่เพียงแค่ช่วยเผาผลาญพลังงาน แต่ยังเพิ่มความคล่องแคล่ว ความเร็ว และการประสานงานของร่างกาย ทำให้ปี 2026 นี้เป็นปีที่ดีที่สุดในการเริ่มดูแลตัวเองผ่านกีฬาเทนนิสด้วยมุมมองใหม่ที่ทั้งฟิตและสนุกในเวลาเดียวกัน

 

21.เที่ยวคนเดียว (Solo Travel)

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

ปี 2026 ‘เที่ยวคนเดียว’ ไม่ใช่แค่ไปไหนก็ได้คนเดียว แต่คือการเดินทางเพื่อพักใจและได้ ‘พื้นที่ของตัวเอง’ แบบจริงจัง ข้อมูลของ Skyscanner ระบุว่าการจองที่พักผ่านฟิลเตอร์ ‘Solo Traveller’ โตขึ้น 83% แบบปีต่อปี สะท้อนว่าคนกำลังอินกับการเดินทางที่ออกแบบตามจังหวะชีวิตตัวเองมากขึ้น

 

ทำไม ‘น่าทำในปีนี้?’  เพราะโลกทำงานไวและเหนื่อยง่ายขึ้น ทริปที่เราคุมเวลา คุมพลังงาน และเลือกความเงียบได้เอง กลายเป็น Self-Care ที่จับต้องได้ แถมภาพรวมการท่องเที่ยวยังถูกคาดว่าจะเติบโตต่อในปี 2026 ยิ่งทำให้ตัวเลือกสำหรับคนเดินทางเดี่ยวหลากหลายและเป็นมิตรมากขึ้นนั่นเอง  

 

22.กินวิตามินตามช่วงอายุ (Age-Smart Supplements) 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 


เทรนด์ปีนี้ชัดมากว่า ‘สุขภาพต้องเฉพาะบุคคลมากขึ้น’ ไม่ใช่สูตรเดียวใช้ได้ทุกคน ทั้งฝั่งรีเสิร์ชตลาดและอินไซต์ผู้บริโภคพูดตรงกันเรื่อง Personalisation ที่ขยายไปทุกหมวดสุขภาพ โดยเฉพาะโภชนาการและหมวดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร นั่นทำให้เรามองว่าสิ่งที่ทำให้ ‘วิตามินตามช่วงวัย’ จะมาแรง คือคนเริ่มคิดแบบ Longevity มากขึ้น วัยทำงานโฟกัสพลังงาน ผิว และความเครียด วัยที่อายุมากขึ้นเริ่มเน้นกระดูก กล้ามเนื้อ การนอน และการฟื้นตัว การตรวจเลือดจะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าร่างกาย ‘ขาดจริง’ หรือไม่ เลือกสูตรที่มีปริมาณสารอาหารเหมาะสม ไม่เกินความจำเป็น และหลีกเลี่ยงการกินซ้อนหลายตัวจนโดสรวมสูงเกินไป พร้อมอ่านฉลากอย่างละเอียด ดูแหล่งผลิตและมาตรฐานที่เชื่อถือได้ ที่สำคัญคืออย่ามอง Supplements เป็นทางลัดของสุขภาพ แต่ให้มองเป็น ‘ตัวช่วยเสริม’ บนพื้นฐานของการนอนดี กินดี และใช้ชีวิตสมดุล เมื่อเลือกอย่างรู้เท่าทัน วิตามินตามช่วงวัยจะไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่จะกลายเป็นเครื่องมือดูแลตัวเองที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

23. บำบัดร่างกายผ่าน Ice Bath/ Cold Plunge

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เหตุผลที่เทรนด์นี้จะยังมาในปี 2026 คือมันเป็นพิธีกรรมการรีเซ็ตที่ทั้งโซเชียลพูดถึงและวงการสุขภาพก็เริ่มสรุปหลักฐานเป็นระบบมากขึ้น งาน Systematic Review ปี 2025 ชี้ว่าการแช่น้ำเย็น (Cold-Water Immersion) มีผลแบบขึ้นกับเวลา/โปรโตคอลต่อเรื่องการอักเสบ ความเครียด การนอน และคุณภาพชีวิต แม้ฐานหลักฐานยังมีข้อจำกัดเรื่องจำนวน Rct และกลุ่มตัวอย่าง แต่เพราะมัน ‘มาแรง’ เลยยิ่งต้องเขียนให้แฟร์ โดย Harvard และ American Heart Association เตือนชัดว่าคนที่มีปัญหาหัวใจหรือความเสี่ยง ควรระวัง Cold Shock และปรึกษาแพทย์ก่อน ทำให้เทรนด์นี้น่าทำ ‘ถ้าทำแบบปลอดภัยและค่อยเป็นค่อยไป’ จะดีกว่านะ 


นอกจากนี้เทรนด์ ไคโร (Chiro) และโฟลทติ้ง (Float Therapy) ในฐานะ Recovery Culture ก็มาแรงเช่นกัน คนเริ่มจริงจังกับ ‘การฟื้นตัว’ พอๆ กับการออกกำลังกาย และนั่นทำให้บริการสาย Bodywork/ รีแฮบ ถูกพูดถึงมากขึ้น ในภาพตลาดไคโรแพร็กติกถูกจัดอยู่ในกลุ่มการดูแลกล้ามเนื้อกระดูกแบบไม่ผ่าตัดและมีแนวโน้มเติบโต ฝั่ง Float Therapy ก็ไม่ใช่แค่สปาฟีลดี เพราะมีทั้งบทสรุปเชิงหลักฐานและงานวิจัยที่ชี้แนวโน้มด้านการลดความกังวล ความตึงเครียดและการผ่อนคลาย

 

24. เขียน Journal ฝึกสมาธิในชีวิตประจำวัน 

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เทรนด์นี้จะ ‘ดีและมาแน่’ ในปี 2026 เพราะเป็น Mental Fitness ที่ต้นทุนต่ำ แต่ผลลัพธ์สะสมสูง งาน Systematic Review ปี 2025 เกี่ยวกับ Positive Expressive Writing ชี้ว่าการเขียนแบบมีโครงสร้างช่วยด้านสุขภาวะและการรับรู้สุขภาพได้ในหลายบริบทเลยนะ ยังมีข้อดีอีกนะ เพราะงานวิจัยแนว Positive Affect Journaling ก็บอกว่าการเขียน Journal ถูกใช้เพื่อช่วยลด Distress และยกระดับคุณภาพชีวิตได้ดีขึ้นจริง ยิ่งเขียนบ่อยๆ จนเป็นนิสัยจะยิ่งช่วยเรื่อง Anxiety และ Depression ได้ (ในระดับปานกลาง) และยังมีงาน Meta-Analysis ใหม่ๆ ที่ชี้ผลต่อ Burnout ความยืดหยุ่นใจในกลุ่มอาชีพเครียดสูง Life มองว่าเทรนด์นี้น่าทำทั้งในปีนี้และทำตลอดไปได้ยิ่งดี เพราะมันเป็นเทรนด์ที่ไม่ได้พาเราไป ‘ซื้อเพิ่ม’ แต่พาเรากลับมาอยู่กับตัวเองได้จริง เหมาะกับยุคที่คนอยากนิ่งขึ้น ชัดขึ้น และใช้ชีวิตให้เบาลง 

 

25. ลองใช้ชีวิตแบบติดเกาะ

 

เทรนด์การใช้ชีวิต 2026, Mindful Living 2569

 

เราไม่ได้อยากให้คุณใช้ชีวิตแบบติดเกาะจริงๆ แต่อยากให้ลองหาที่พักแบบเงียบๆ ชนิดปลีกวิเวกเงียบสงบราวกับติด ตื่นขึ้นมาเจอแต่หาดทราย ทะเล และพื้นน้ำ และดีมากถ้าบริเวณนั้นแทบไม่เจอผู้คน ซึ่งที่พักที่เราว่าดีก็มีตั้งแต่ La a natu แถวสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์, จรัสพาวัน เขาเต่า หรืออยากเข้าโหมดออกเกาะไปเลยก็ได้อย่างห้องพักแบบวิลล่าริมหาดของ Pimmalai หรือโรงแรมเล็กตามเกาะไหง เกาะกระดาด เป็นต้น แม้จะเงียบเหงาและดูปลีกวิเวกไปสักหน่อย แต่บอกเลยว่าคุณจะพบแต่ความสงบ เป็นการพักผ่อนที่หลบหนีจากความวุ่นวายของโลก ชาร์จพลังชีวิตได้ง่ายแบบคาดไม่ถึง

 

ภาพ: Shutterstock, Courtesy of Brands

The post 25 เรื่องน่าสนุกที่เราอยากให้ทำในปี 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Solo Travel ไม่ใช่เรื่องเหงาอีกต่อไป Scoot เจาะลึกพฤติกรรมคนไทยเที่ยวคนเดียว ‘อิสระ-แรงบันดาลใจ-ความปลอดภัย’ คือหัวใจสำคัญ https://thestandard.co/scoot-solo-travel-thai-trends/ Sat, 27 Sep 2025 05:01:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1123638 Solo Travel

การเดินทางคนเดียวได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเทรนด์เฉพาะก […]

The post Solo Travel ไม่ใช่เรื่องเหงาอีกต่อไป Scoot เจาะลึกพฤติกรรมคนไทยเที่ยวคนเดียว ‘อิสระ-แรงบันดาลใจ-ความปลอดภัย’ คือหัวใจสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Solo Travel

การเดินทางคนเดียวได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเทรนด์เฉพาะกลุ่ม มาสู่ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย Scoot สายการบินราคาประหยัดในเครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ได้เผยผลสำรวจเชิงลึกที่จัดทำร่วมกับ YouGov เพื่อเจาะลึกพฤติกรรมของนักเดินทางคนเดียวใน 5 ประเทศทั่วเอเชียแปซิฟิก

 

ผลสำรวจนี้ได้ฉายภาพให้เห็นถึงแรงจูงใจ พฤติกรรมการวางแผน และทัศนคติของคนไทยที่เลือกออกไปค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ เพียงลำพัง โดยเน้นนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความคิดของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันที่เลือกเดินทางคนเดียว

 

ผลสำรวจชี้ชัดว่าการท่องเที่ยวคนเดียวได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหลักสำหรับคนไทยไปแล้ว โดย 68% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เคยเที่ยวคนเดียวระบุว่าพวกเขาเดินทางลักษณะนี้หลายครั้งต่อปี และกว่า 35% เดินทางมากกว่า 3 ครั้งในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา กลุ่มคนที่ขับเคลื่อนเทรนด์นี้คือคนรุ่นมิลเลนเนียล ซึ่งครองสัดส่วนนักท่องเที่ยวคนเดียวสูงสุดถึง 38%

 

แรงจูงใจสำคัญที่ผลักดันให้คนไทยออกเดินทางคนเดียวคือ ‘อิสระและความยืดหยุ่น’ โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (46%) ต้องการวางแผนการเดินทางได้ด้วยตัวเองอย่างเต็มที่ ขณะที่ 43% ให้ความสำคัญกับการได้สำรวจสถานที่ใหม่ๆ ตามความสนใจของตนเอง และอีก 39% มองว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้พักผ่อนและใช้เวลากับตัวเองอย่างแท้จริง

 

สิ่งที่น่าสนใจคืออิทธิพลของโซเชียลมีเดีย โดยคนไทยเป็นกลุ่มที่ได้รับแรงบันดาลใจในการเที่ยวคนเดียวจากอินฟลูเอนเซอร์มากที่สุดในภูมิภาค (25%) ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 19% สะท้อนให้เห็นว่าแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Instagram มีบทบาทอย่างยิ่งในการสร้างแรงบันดาลใจด้านไลฟ์สไตล์

 

ในขณะเดียวกัน การเดินทางคนเดียวยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในวิธี ‘ดิจิทัลดีท็อกซ์’ เพื่อพักจากการจ้องหน้าจอในชีวิตประจำวัน และหันมาใส่ใจสุขภาพจิตพร้อมค้นหาตัวเองมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การใช้ชีวิตอย่างมีสติและการให้ความสำคัญกับสุขภาวะ

 

แม้จะโหยหาอิสระ แต่นักท่องเที่ยวไทยก็ให้ความสำคัญกับการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยซึ่งถูกยกให้เป็นความท้าทายอันดับหนึ่ง (48%) ดังนั้น กว่าครึ่งหนึ่ง (55%) จึงเลือกศึกษาข้อมูลจุดหมายปลายทางอย่างละเอียด และอีก 45% วางแผนการเดินทางล่วงหน้าเพื่อลดความไม่แน่นอน

 

ปัจจัยสามอันดับแรกที่นักเดินทางคนเดียวให้ความสำคัญที่สุดคือ การเลือกที่พัก (50%), การบริหารงบประมาณ (46%) และความปลอดภัย (45%) โดยพึ่งพารีวิวออนไลน์และแพลตฟอร์ม OTA เป็นหลักในการตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ขณะที่โซเชียลมีเดียก็เป็นแหล่งสำคัญในการหาแรงบันดาลใจสำหรับกิจกรรมระหว่างทริป

 

ในด้านการใช้จ่าย นักท่องเที่ยวไทยจัดสรรงบประมาณให้กับที่พัก อาหาร และตั๋วเครื่องบินในสัดส่วนที่เท่ากันคือ 38% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยมีงบประมาณเฉลี่ยต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 6,500 – 32,500 บาท

 

สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยมในอีก 12 เดือนข้างหน้าของนักเดินทางคนเดียวชาวไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น (32%), จีน (16%), สิงคโปร์ (12%), เกาหลีใต้ (11%) และไต้หวัน (11%)

 

ส่วนการเดินทางทางอากาศนั้น กว่า 63% เลือกที่นั่งชั้นประหยัด และ 28% เลือกใช้บริการสายการบินราคาประหยัด โดยมีราคาตั๋วเครื่องบิน (31%) ความสะดวกสบาย (22%) และระยะเวลาเที่ยวบิน (25%) เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกสายการบิน

ภาพ: Peera_stockfoto / Shutterstock

The post Solo Travel ไม่ใช่เรื่องเหงาอีกต่อไป Scoot เจาะลึกพฤติกรรมคนไทยเที่ยวคนเดียว ‘อิสระ-แรงบันดาลใจ-ความปลอดภัย’ คือหัวใจสำคัญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: 4 ทริกบริหารเงิน สไตล์ ‘เที่ยวคนเดียว’ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-06032023/ Mon, 06 Mar 2023 00:00:33 +0000 https://thestandard.co/?p=758877

กว่า 3 ปีของวิกฤตโควิดรระบาด เมื่อทุกประเทศเปิดให้เดินท […]

The post ชมคลิป: 4 ทริกบริหารเงิน สไตล์ ‘เที่ยวคนเดียว’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>

กว่า 3 ปีของวิกฤตโควิดรระบาด เมื่อทุกประเทศเปิดให้เดินทางได้อย่างสะดวกอีกครั้ง การเที่ยวแบบ ‘เอาคืน’ (Travel Revenge) จึงกลายเป็นกระแสที่มาแรง แต่อาจไม่สบายกระเป๋าสตางค์ สำหรับสายลุยเดี่ยวเที่ยวสักเท่าไร Kamaron McNair ตัวแม่สายเที่ยวโซโล่ (Solo Travel) จึงขอเผยเคล็ดลับในการบริหารเงินที่ทำให้คนเที่ยวแบบตะลุยคนเดียว สามารถเที่ยวได้แบบสบายใจ จะมีอะไรบ้างติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

อ้างอิง : https://www.cnbc.com/2023/02/18/top-money-tips-for-female-solo-traveler.html

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: 4 ทริกบริหารเงิน สไตล์ ‘เที่ยวคนเดียว’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
ใครว่าเที่ยวคนเดียวเปลี่ยวใจ? ผลสำรวจพบผู้หญิงท่องโลกคนเดียวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 52 https://thestandard.co/solo-travel-statistics-data/ https://thestandard.co/solo-travel-statistics-data/#respond Sat, 05 Jan 2019 02:46:48 +0000 https://thestandard.co/?p=175067

จะทำอย่างไรเมื่อการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มไม่สามารถตอบโจทย์ […]

The post ใครว่าเที่ยวคนเดียวเปลี่ยวใจ? ผลสำรวจพบผู้หญิงท่องโลกคนเดียวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 52 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จะทำอย่างไรเมื่อการท่องเที่ยวเป็นกลุ่มไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นความวุ่นวายของคนหมู่มากที่ต้องเผชิญ หรือข้อจำกัดบางอย่างที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ทางออกก็คงหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวคนเดียว หรือ ‘solo travel’ ที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบัน ซึ่งเราสามารถออกแบบการเดินทางได้ด้วยตัวเอง ไปไหนมาไหนตามใจชอบ โดยไม่จำเป็นต้องง้อเพื่อน ง้อแฟน หรือแม้แต่บริษัททัวร์

 

 

Solo Traveller ศัพท์ใหม่จริงหรือ

‘solo travel’ ไม่ใช่ศัพท์ใหม่แต่อย่างไร เพราะตั้งแต่ต้นปี 2015 ถึงสิ้นปี 2017 มีจำนวนการค้นหาคำว่า ‘solo travel’ ใน Google เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 และขึ้นเป็นอันดับสูงสุดในช่องค้นหาสัปดาห์แรกของต้นปี 2018 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ถึงร้อยละ 55

 

ไม่นานมานี้ ข้อมูลจาก Booking.com เว็บไซต์จองที่พักออนไลน์ พบว่าในเดือนพฤษภาคมปี 2018 มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวถึง 20,500 คนทั่วโลก

จากผลการสำรวจของ YouGov ในปี 2018 ยังเผยให้เห็นว่า แรงจูงใจที่ทำให้ผู้คนออกท่องเที่ยวคนเดียวมีดังนี้

 

  • ร้อยละ 61 โอกาสที่จะได้ไปพักผ่อนให้ผ่อนคลายสบายใจ
  • ร้อยละ 52 ได้ลองทำสิ่งที่แตกต่างออกไปจากกิจวัตรเดิมๆ
  • ร้อยละ 45 ได้สำรวจวัฒนธรรมต่างแดน

 

กระแสเที่ยวคนเดียวยังสะท้อนถึงแนวคิด Individualism หรือการพึ่งพาตนเองของคนในสังคมที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายของตนเองเป็นหลัก การออกไปท่องเที่ยวคนเดียวจึงสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่าการออกไปใช้เวลากับกลุ่มคนที่ไม่ได้มีความสนใจร่วมกัน อีกทั้งยังมีความทันสมัยของเทคโนโลยีที่เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการเดินทาง ตั้งแต่ขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบิน การจองที่พัก จนไปถึงการหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวด้วยตนเองโดยไม่จำเป็นต้องผ่านมือบริษัททัวร์ ทำให้การท่องเที่ยวคนเดียวติด 1 ใน 5 ของทริปที่ผู้คนอยากลองทำในอนาคต (ข้อมูลจาก MMGY Global โดยสำรวจจากคน 2,300 คน)

 

Photo: ulasandunia.com

 

ผู้หญิงออกไปท่องโลกคนเดียวกันมากขึ้น

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือมีผู้หญิงออกเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวเพิ่มมากขึ้นถึงร้อยละ 52 ในช่วงระหว่างปี 2016 ถึง 2017 โดยบริษัททัวร์อย่าง VBT Bicycle and Walking Vacations เผยว่าร้อยละ 68 ของนักท่องเที่ยวเพศหญิงในปี 2016 เดินทางคนเดียว ขณะเดียวกันร้อยละ 87 ของผู้เข้าร่วม Country Walkers คือผู้หญิงโสด (คิดเป็น 3.3 คนต่อนักท่องเที่ยวชาย 1 คน)

 

นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยอีกว่ามีผู้หญิงถึงร้อยละ 72 ที่เผยผ่านเว็บไซต์จองที่พักชื่อดังอย่าง Booking.com ว่าเคยท่องเที่ยวคนเดียวมาแล้ว และจากการศึกษาในปี 2017 พบว่า ร้อยละ 26 ของนักท่องเที่ยวหญิงที่เคยเดินทางคนเดียวมาแล้วนั้นอยู่ในกลุ่มมิลเลนเนียล

 

กระแสการท่องเที่ยวคนเดียวในเหล่าสาวๆ ได้ท้าทายกรอบความคิดแบบเดิมเกี่ยวกับเพศหญิงที่ยึดติดกับความปลอดภัยและความสะดวกสบาย สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิด second wave feminist ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาช่วงปี 1960 และได้แพร่กระจายไปทั่วยุโรป โดยเน้นไปที่การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก อยากไปไหนจงออกไปทำ และไม่ต้องนั่งรอเพื่อนชายหรือควงแฟนไปด้วยอีกต่อไป ทำให้สาวๆ เริ่มอยากออกไปทำอะไรด้วยตนเองมากขึ้น

 

Photo: singlewomantrip.com

 

ข้อควรระวังในการเที่ยวคนเดียว

แม้การท่องเที่ยวคนเดียวผู้หญิงจะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและพึ่งพาตนเองได้ แต่สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักก็คือความปลอดภัยในการเดินทาง เราจึงนำเคล็ดลับเพื่อความปลอดภัยให้เดินทางไกลได้หายห่วงมาฝากกันดังนี้

1. ศึกษาข้อมูลของสถานที่ให้ดี ก่อนออกเดินทางควรทำการบ้านให้ดี โดยหาข้อมูลของประเทศ เมือง และห้องพักที่จะไปอย่างละเอียด และอย่าลืมว่าความปลอดภัยควรจะมาก่อนเป็นอันดับแรก 

2. อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า แม้ว่าการออกไปท่องเที่ยวจำเป็นต้องสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คนที่พบเจอ แต่บางครั้งการปฏิเสธก็ไม่ใช่เรื่องแย่ ในสถานการณ์ที่เราไม่มั่นใจหรืออยู่ในจุดที่สุ่มเสี่ยง สิ่งที่ควรทำที่สุดคือรีบพาตัวเองออกมาจากจุดนั้น

3. พกอุปกรณ์ป้องกันตัวไปด้วย ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินทางคนเดียว แนะนำให้พกอุปกรณ์ป้องกันตัวเล็กๆ หรือหาทางหนีทีไล่ไว้ไปด้วยเพื่อความอุ่นใจ 

4. มีสติ ก่อนจะออกไปดื่ม ปาร์ตี้สังสรรค์ หรือทำกิจกรรมท้าทายอะไรก็ตาม ไม่ว่าจะสนุกสุดเหวี่ยงแค่ไหน สิ่งสำคัญคือควรมีสติและรู้ตัวอยู่เสมอ เพราะจะช่วยให้เราหลุดพ้นจากทุกสถานการณ์อันตราย

 

รู้เช่นนี้แล้ว ใครที่อยากออกไปท่องโลกกว้างคนเดียว ลองเริ่มทำการศึกษาหาข้อมูลกันได้ แต่แนะให้ลองเริ่มจากต่างจังหวัดใกล้ๆ ก่อน หรือเมืองที่มีคนรู้จักอยู่เป็นดี หรือหาข้อมูลได้จากเว็บไซต์มากมายที่เอื้อสำหรับผู้หญิงที่อยากเริ่มเที่ยวคนเดียว อาทิ singlewomantrip.com, womentravel.info เป็นต้น

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post ใครว่าเที่ยวคนเดียวเปลี่ยวใจ? ผลสำรวจพบผู้หญิงท่องโลกคนเดียวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 52 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/solo-travel-statistics-data/feed/ 0