เทสล่า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เทสล่า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 20 Apr 2023 09:36:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จับตา ‘Tesla Insurance’ ประกันรถสุดล้ำที่อาจเข้ามาดิสรัปต์วงการในอนาคต https://thestandard.co/tesla-insurance/ Fri, 06 Jan 2023 09:53:13 +0000 https://thestandard.co/?p=733675

ภายหลังจากการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โด่งดังที่สุดใ […]

The post จับตา ‘Tesla Insurance’ ประกันรถสุดล้ำที่อาจเข้ามาดิสรัปต์วงการในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภายหลังจากการเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่โด่งดังที่สุดในโลกอย่าง Tesla ในประเทศไทยเมื่อเดือนที่แล้ว จนทำให้เกิดกระแสความฮือฮาอย่างมากด้วยราคาเปิดตัวที่เขย่าวงการอย่างรุนแรง แต่ยังมีคำถามที่ตามมาในเรื่องของ ‘ประกันรถ’ ที่เป็นสิ่งที่เจ้าของรถต้องทำว่าจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

 

เนื่องจากรถยนต์พลังไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป อีกทั้งยังมีเรื่องของอุปกรณ์อะไหล่ต่างๆ ที่แม้ปกติแล้วจะมีค่าใช้จ่ายในการดูแลบำรุงรักษาต่ำกว่า แต่ความที่อะไหล่มีน้อยและหายาก ทำให้เบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้ามีราคาสูงกว่าตามไปด้วย 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาค่อนข้างสูงอย่าง Tesla ก่อนหน้านี้ยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยรวมถึงศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ทำให้หากรถยนต์เกิดขัดข้องหรือประสบอุบัติเหตุ ศูนย์บริการอิสระจะต้องสั่งอะไหล่นำเข้ามาเอง ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง หรือหากมีปัญหาหนัก ต้องส่งรถกลับศูนย์ต้นทางที่นำเข้ามา ทำให้การคำนวณค่าเบี้ยประกันจึงต้องสูงอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก

 

โดยในช่วงกลางปี 2565 ค่าเบี้ยประกันสำหรับรถ Tesla อยู่ที่ 63,000-100,000 บาทโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับทุนประกันภัย ซึ่งจะมีตั้งแต่ 2,400,000 บาท ไปจนถึง 4,000,000 บาทขึ้นไป ซึ่งแม้จะไม่ได้ห่างจากประเทศต้นกำเนิดแบรนด์อย่างสหรัฐอเมริกามากนัก แต่เมื่อคิดถึงค่าครองชีพแล้ว เรื่องนี้ส่งผลต่อการตัดสินใจสำหรับคนที่คิดจะซื้อรถมาใช้เป็นอย่างยิ่ง

 

อย่างไรก็ดี ที่สหรัฐฯ ทางด้าน Tesla ได้ริเริ่มทำระบบประกันภัยด้วยตัวเองที่เรียกว่า Tesla Insurance ซึ่งสนนราคาจะต่ำกว่าบริษัทประกันภัยทั่วไป และมีความน่าสนใจตรงที่มีการคำนวณเบี้ยประกันจากข้อมูลการขับขี่ของผู้ใช้งานเอง โดยใช้เป็นระบบการให้คะแนนที่เรียกว่า Safety Score (ปัจจุบันยังเป็นเวอร์ชัน Beta)

 

ความล้ำสมัยของรถยนต์ Tesla ทำให้การเก็บข้อมูลการขับขี่เป็นไปอย่างง่ายดาย ซึ่ง Tesla Insurance จะคำนวณค่าเบี้ยประกันให้เราผ่านระบบเตือนชนคันหน้า, การเบรกรุนแรง, การหักพวงมาลัยเร็ว, การขับจี้คันหน้า, การโดนลงโทษปิดระบบ Autopilot เพราะไม่จับพวงมาลัย และการขับตอนกลางคืน ซึ่งจับโดยเทคโนโลยีล้ำสมัยในรถ

 

ระบบจะคำนวณเป็นคะแนนตั้งแต่ 1-100 คะแนน ซึ่งหากทำคะแนนได้มาก ค่าเบี้ยประกันก็จะยิ่งถูกลงตามลำดับ โดยที่ผู้ขับรถสามารถตรวจสอบคะแนนของตัวเองได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน และข้อมูลที่เก็บได้นั้นจะไม่ถูกแชร์ไปที่ไหน จะเป็นของเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว

 

ข้อดีของระบบนี้คือ ยิ่งทำคะแนนดีมาก สม่ำเสมอ และต่อเนื่องเท่าไร ค่าเบี้ยประกันก็จะถูกลงมากขึ้นเท่านั้น แต่ข้อเสียสำหรับเจ้าของบางกลุ่มคือ อาจจะทำให้การขับขี่ไม่เป็นธรรมชาตินัก ความสนุกในการขับขี่ไปตามท้องถนนลดน้อยลง พะวงกับการเก็บคะแนนมากเกินไป แต่สิ่งที่น่าสนใจคือนี่อาจเป็นสิ่งที่มาดิสรัปต์การประกันภัยรถยนต์ในอนาคตจากการเก็บข้อมูลการขับขี่ของผู้ใช้เอง

 

ปัจจุบันระบบ Tesla Insurance เริ่มใช้แล้วใน 12 รัฐที่สหรัฐฯ และคาดว่าจะมีแผนที่จะขยายการรับประกันในรูปแบบนี้อีกในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่ามีความหวังสำหรับชาวไทยด้วย ในขณะที่ Tesla ประเทศไทยดูแลพื้นฐานในส่วนของการประกันรถใหม่แบบจำกัด การประกันพื้นฐานของรถแบบจำกัด การรับประกันระบบถุงลมนิรภัยแบบจำกัด การรับประกันแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนแบบจำกัด โดยครอบคลุมการซ่อมแซมหรือการเปลี่ยนอะไหล่ที่จำเป็นให้

 

เพียงแต่สำหรับแฟน Tesla ในบ้านเรา เรื่องใหญ่ในช่วงนี้อาจจะไม่ใช่เบี้ยประกันที่สูง แต่เป็นจุดชาร์จตามทางในระหว่างการเดินทางพักผ่อนช่วงวันหยุดหรือเทศกาลมากกว่า

 

อ้างอิง:

The post จับตา ‘Tesla Insurance’ ประกันรถสุดล้ำที่อาจเข้ามาดิสรัปต์วงการในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla ลดราคาขายรถในสหรัฐฯ ราว 2.6 แสนบาท สำหรับลูกค้าในสหรัฐฯ หลังยอดขายพลาดเป้าในปีนี้ https://thestandard.co/tesla-usa-discount/ Fri, 23 Dec 2022 09:05:44 +0000 https://thestandard.co/?p=727963 รถยนต์ Tesla

Tesla Inc. เสนอให้ส่วนลดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโมเดล 3 รุ่นให […]

The post Tesla ลดราคาขายรถในสหรัฐฯ ราว 2.6 แสนบาท สำหรับลูกค้าในสหรัฐฯ หลังยอดขายพลาดเป้าในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รถยนต์ Tesla

Tesla Inc. เสนอให้ส่วนลดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโมเดล 3 รุ่นใหม่ และโมเดล Y ให้แก่ลูกค้าในสหรัฐฯ มากถึง 7,500 ดอลลาร์ หรือราว 260,000 บาท หลังจากที่บริษัทเผชิญกับอุปสงค์ที่ลดลง ส่วนลดสำหรับรถยนต์โมเดล 3 รุ่นใหม่ และโมเดล Y เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากส่วนลดที่บริษัทเสนอให้เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

 

การให้ส่วนลดครั้งนี้ถือเป็นเรื่องไม่ปกติสำหรับ Tesla หลังจากที่ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla เคยประกาศไว้ว่าไม่มีนโยบายที่จะให้ส่วนลด ไม่เพียงแค่นั้น Tesla ยังได้ใช้งบโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์ท้องถิ่นในจีน ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิดของมัสก์ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อดั้งเดิม นอกจากนี้ Tesla ยังได้ปรับลดราคาและจำนวนการผลิตสำหรับไตรมาสนี้ 

 

ทั้งนี้ ราคาหุ้นของ Tesla ลดลง 8.8% มาปิดที่ 125.35 ดอลลาร์ โดยราคาหุ้น Tesla ดิ่งลงถึง 39% นับแต่ที่มัสก์ปิดดีลซื้อหุ้น Twitter ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และปรับตัวลดลงมาถึง 61% ตลอดทั้งปีนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ 10 รายได้ปรับลดประมาณการราคาเหมาะสมของหุ้น Tesla ลงด้วย จากข้อมูลของ Bloomberg 

 

ก่อนหน้านี้ การซื้อรถยนต์ Tesla ถูกคาดหวังว่าจะได้สิทธิลดหย่อนภาษี 3,750 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่จะมีการปรับเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 

 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ตัดสินใจที่จะชะลอแผนการปรับเปลี่ยนนโยบายดังกล่าว ทำให้ผู้ที่ซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของ Tesla จะได้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเต็มจำนวน 7,500 ดอลลาร์ในช่วงต้นปีหน้า 

 

ขณะที่มัสก์ได้ทวีตช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า Tesla อาจจะไม่สามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโต 50% ในปีนี้ โดยไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถส่งมอบรถได้มากกว่า 22,000 คัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post Tesla ลดราคาขายรถในสหรัฐฯ ราว 2.6 แสนบาท สำหรับลูกค้าในสหรัฐฯ หลังยอดขายพลาดเป้าในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla หาพันธมิตรในไทย เป็นเจ้าของสถานีชาร์จ ฟากฝั่ง BYD ไม่รอช้า ลุยติดตั้ง EV Charger ให้ลูกค้ารถ BYD ถึงบ้าน https://thestandard.co/tesla-byd-ev-charger/ Wed, 21 Dec 2022 09:11:18 +0000 https://thestandard.co/?p=726914

หลังจาก Tesla ได้ปักหมุดหมายเริ่มต้นการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ […]

The post Tesla หาพันธมิตรในไทย เป็นเจ้าของสถานีชาร์จ ฟากฝั่ง BYD ไม่รอช้า ลุยติดตั้ง EV Charger ให้ลูกค้ารถ BYD ถึงบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจาก Tesla ได้ปักหมุดหมายเริ่มต้นการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยไปเป็นที่เรียบร้อย และถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ Model 3 และ Model Y

 

ก่อนหน้านี้ Tesla บอกว่าจะเปิดให้บริการ Supercharger (ซูเปอร์ชาร์จเจอร์) แห่งแรกของในไตรมาส 1 พร้อมเปิดอีก 10 แห่งภายในปี 2566 เพื่อให้ผู้ขับ Tesla สามารถเข้าถึงสถานี Supercharging ได้ครอบคลุมมากขึ้น

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ล่าสุดเริ่มมีความเคลื่อนไหวจาก Tesla ประเทศไทย ได้เปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้ามาเป็นพาร์ตเนอร์ในรูปแบบการเป็นเจ้าของสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า Supercharger

 

โดยสถานีชาร์จ Supercharging จะได้รับการดูแลจาก Tesla ทั้งในแง่ของการติดตั้งจากผู้เชี่ยวชาญ และไม่มีค่าบำรุงรักษาหรือมีความยุ่งยากอื่นๆ ตามมา และรถ Tesla จะมีระบบนำทางให้ผู้ขับเดินทางไปยังสถานีที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

 

สำหรับเงื่อนไขและคุณสมบัติในการเป็นพาร์ตเนอร์ ประกอบด้วย 

 

  1. พื้นที่ติดตั้งสถานีชาร์จจะต้องรองรับการจอดรถได้ 8 จุดขึ้นไป 
  2. บริเวณพื้นที่รอบๆ ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งห้องน้ำ ร้านอาหาร และ Wi-Fi 
  3. การคัดเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการขยายตลาด และอยู่ตามเส้นทางยอดนิยม

 

ขณะที่ฝั่งรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ BYD บุกตลาดหนักไม่แพ้กัน 

 

ประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายและบริการหลังการขายแบรนด์ BYD แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดรถยนต์ EV ในไทย มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาครัฐเองก็เดินหน้านโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการใช้รถ EV อย่างชัดเจน 

 

ดังนั้นเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ซื้อ จึงมุ่งหาพันธมิตรที่มีความเข้าใจด้าน EV Charger มีความเข้าใจพฤติกรรมการชาร์จรถ EV และมีบริการแอปพลิเคชันเป็นของตัวเอง และสามารถเชื่อมระบบเข้ากับแอปพลิเคชันของ Rêver Automotive ได้ 

 

ล่าสุดจึงได้จับมือกับ SHARGE ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์รายเดียวในไทยของ เรเว่ ออโตโมทีฟ ผู้จัดจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า BYD เดินหน้าติดตั้ง EV Charger ให้ลูกค้ารถ BYD ถึงบ้านทุกคัน

 

พร้อมกับกระจายจุดชาร์จทุกโชว์รูมกว่า 1,000 จุด ทั่วประเทศ

 

โดยได้วางแผนเชื่อมระบบแอป SHARGE เข้ากับแอปพลิเคชัน Rêver Automotive เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถ BYD และตั้งเป้ายอดผู้ใช้แอปทะลุ 20,000 ราย หลังส่งมอบรถ BYD ATTO 3 ครบในไตรมาส 1 ปี 2566 

 

อ้างอิง:

The post Tesla หาพันธมิตรในไทย เป็นเจ้าของสถานีชาร์จ ฟากฝั่ง BYD ไม่รอช้า ลุยติดตั้ง EV Charger ให้ลูกค้ารถ BYD ถึงบ้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla บุกมาปักหมุดไทย สะเทือนเป้าหมาย ‘ตายทั้งตลาด’!! https://thestandard.co/tesla-thailand-ev-market/ Tue, 13 Dec 2022 02:38:30 +0000 https://thestandard.co/?p=722885

หลังจากที่เป็นกระแสมานาน Tesla ได้ปักหมุดหมายเริ่มต้นกา […]

The post Tesla บุกมาปักหมุดไทย สะเทือนเป้าหมาย ‘ตายทั้งตลาด’!! appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากที่เป็นกระแสมานาน Tesla ได้ปักหมุดหมายเริ่มต้นการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย

 

การเข้ามาอย่างเป็นทางการนี้เองได้ปลุกกระแสมากมายทั้งด้านบวกและด้านลบ กลายเป็นแรงกระแทกในหลากหลายแง่มุม ทั้งต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและแบรนด์อื่นๆ ที่อยู่ในตลาด ดังคำโปรยที่เราพาดไว้ ‘ตายทั้งตลาด’

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

 

ราคากระชากใจ

การเปิดราคาเริ่มต้นที่ 1,759,000 บาท กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่สร้าง ‘สึนามิ’ ให้กับวงการยานยนต์ไทยอย่างไม่ต้องสงสัย

 

กลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทันทีแบบเจ็บหนักที่สุดคือ ‘ผู้นำเข้าอิสระ’ ที่แม้จะมีกระแสข่าวมาอย่างต่อเนื่องว่า Tesla จะเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย แต่ยังมีการนำรถเข้ามาขาย ส่วนหนึ่งมาจากการประเมินว่าไม่น่าจะเปิดจำหน่ายได้อย่างรวดเร็วนัก

 

แต่ Tesla ทำทุกอย่างเหนือความคาดหมาย เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่มีการเปิดบริษัทและรับสมัครพนักงาน Tesla ประกาศจำหน่ายรถยนต์ในไทยทันที

 

ส่งผลให้รถของผู้นำเข้าอิสระที่เข้ามาก่อนหน้านี้และกำลังเข้ามามีราคาสูงมาก ด้วยราคาจำหน่ายที่ผู้นำเข้าอิสระตั้งไว้เริ่มต้นที่ 3 ล้านกว่าบาท เปรียบประหนึ่ง ‘ซื้อหุ้นบนยอดดอย’ ที่บอกได้คำเดียวว่า ‘ติดยอดยาว’ ต้องยอมตัดขาดทุนเท่านั้น เพราะยากที่จะหาคนซื้อ Tesla ในราคา 3 ล้านกว่าบาท ในขณะที่บริษัทแม่เข้ามาขายเองด้วยราคาเพียงล้านกว่าบาทเท่านั้น

 

กลุ่มต่อมาที่ได้รับผลกระทบคือกลุ่มลูกค้ารถยนต์ที่มีราคาใกล้เคียงกันตั้งแต่ 1,500,000-2,500,000 บาท เช่น รถญี่ปุ่นอย่าง Toyota Camry และ Honda Accord รวมถึงรถในกลุ่ม PPV ที่มีระดับราคาหนีกันไม่มาก ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจได้ รวมถึงรถยุโรปอย่าง Audi, BMW, Mercedes-Benz และ Volvo ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีผู้ถอนจองรถแบรนด์ยุโรปแล้วจำนวนหนึ่ง

 

ขณะที่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของจีนอย่าง BYD ที่เพิ่งจะเปิดตัวและมีการตั้งราคาจำหน่าย 1,459,000 บาท ก่อนหักส่วนลดจากเงินสนับสนุนของรัฐบาล (รวมส่วนลดแล้วเหลือ 1,199,900 บาท) ก็ได้รับผลกระทบ เนี่องจากลูกค้าส่วนหนึ่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไว้เป็นรถคันที่สองของบ้าน ฉะนั้นส่วนต่างราคาในระดับ 500,000 บาท ไม่ใช่สาระสำคัญในการตัดสินใจเลือก

 

ซึ่งแบรนด์ต่างๆ เหล่านั้นจะปรับกลยุทธ์เพื่อสู้กับ Tesla อย่างไรยังไม่สามารถระบุได้ แต่เชื่อได้อย่างหนึ่งว่าผู้บริโภคอย่างเราได้ประโยชน์ในท้ายที่สุดแน่นอน

 

 

มูลเหตุแห่งราคาที่ถูกเกินคาด

ราคาที่ Tesla ตั้งหลายคนคงมีข้อสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไร สำหรับปัจจัยแรกสุดคือการเป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศจีน ทำให้ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าเหลือ 0% ประการต่อมา นโยบายของ Tesla ที่เน้นในเรื่องจำนวนขายมากกว่ากำไรต่อหน่วยสูง Tesla ตั้งใจจะให้รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่รถยนต์ที่ใช้เครื่องสันดาปภายใน

 

ทั้งนี้ รวมถึงการเป็นบริษัทแม่เข้ามาทำตลาดเอง ซึ่งมีโครงสร้างการจัดจำหน่ายรูปแบบใหม่ในแบบออนไลน์ผ่านระบบที่มีอยู่แล้ว (ใช้ฐานข้อมูลเดียวกันทั่วโลก) ต้นทุนด้านการจัดการขายจึงแทบจะเป็นศูนย์เมื่อเทียบกับแบรนด์ทั่วไปที่ใช้ดีลเลอร์ และการจัดการด้านบริการหลังการขายที่มีศูนย์บริการเพียงแห่งเดียว ทำให้ต้นทุนในหลายส่วนต่ำกว่าแบรนด์อื่นๆ

 

ในภาพรวมของอุตสาหกรรมทำให้เกิดข้อสงสัยว่าแล้วเหตุใดค่ายรถยนต์อื่นๆ จึงไม่สามารถทำราคาต่ำเท่า Tesla ได้ คำตอบคือเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุนและการวางกรอบกำไรต่อหน่วย แน่นอนว่านับจากนี้ Tesla จะกลายเป็นบรรทัดฐานในการตั้งราคาให้กับค่ายรถยนต์อื่นๆ ที่จะเปิดตัวรถยนต์ในอนาคตด้วย

 

‘เชื่อมั่น’ ได้จริงหรือ?

คงจะเป็นคำถามของใครหลายคนว่าแบรนด์ที่มาใหม่ ไม่มีแม้แต่โชว์รูม ไม่มีศูนย์บริการ ไร้ตัวแทนจำหน่าย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือไม่มีอะไรเลย มีเพียงแค่บริษัท เว็บไซต์สำหรับการจำหน่าย และป๊อปอัพสโตร์ มีรถโชว์ 3 คันเท่านั้น ทำให้คนกล้าตัดสินใจจองซื้อด้วยยอดกว่า 4,000 คัน ภายใน 24 ชั่วโมงแรก ตามการรายงานของสื่อมวลชนไทย เป็นไปได้อย่างไร

 

ปัจจัยสำคัญมาจากการสร้างการรับรู้จากกลุ่มผู้ใช้งาน Tesla ในต่างประเทศ ที่ปัจจุบันผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างง่ายดาย เรียกว่าแทบไม่ต้องสร้างแบรนด์ ไม่จำเป็นต้องทำการโฆษณาหรือมีพรีเซนเตอร์ เพราะนอกจากตัวผลิตภัณฑ์จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่าง ‘อีลอน มัสก์’ ก็เปรียบเสมือนแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่มีแสงส่องตลอดเวลาอยู่แล้ว

 

เรียกว่าการทำตลาดและการสร้างแบรนด์ของ Tesla ฉีกทุกตำราการตลาด ทั้งยังให้ผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์เกินความคาดหมายอีกด้วย

 

 

ปลุกกระแส EV ในไทย

การเปิดตัวของ Tesla ในไทยมาในจังหวะเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้คนไทยรับรู้และมีความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น จากหลากหลายแบรนด์ที่มีรถยนต์ไฟฟ้าขายแล้ว รวมถึงแบรนด์น้องใหม่ที่ทยอยเปิดตัวทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ก่อให้เกิดกระแสและความอยากลองใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ากันเพื่อมิให้ตกเทรนด์

 

ทั้งนี้ แผนนโยบายของรัฐบาลไทยมีเป้าหมายสำคัญในชื่อ 30@30 คือการมียอดขายรถยนต์ไฟฟ้าให้ถึง 30% ของยอดขายรถทั้งหมดในไทย หรือคิดง่ายๆ จะมีรถยนต์ไฟฟ้าออกมาวิ่งปีละ 270,000 คัน ภายใน 8 ปี (อ้างอิงจากยอดขายรถยนต์ของไทยเฉลี่ยปีละ 900,000 คัน) โดยปัจจุบันสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในไทยปี 2565 ยังไม่ถึง 1%

 

ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายตามนโยบายได้จะต้องมีแบรนด์รถไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดมากกว่านี้ โดย Tesla เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่รัฐบาลอยากให้มาทำตลาดในไทย เพราะนอกจากจะเพิ่มยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าได้แล้ว ยังเพิ่มความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเรื่องของการลงทุนในประเทศไทยได้อีกทางหนึ่งด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ตลาดประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นตลาดปราบเซียน ‘Tesla’ แจ้งเกิดได้สำเร็จอย่างงดงาม ด้วยกระแสรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเบ่งบาน แต่จะยืนระยะยาวได้หรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไป

The post Tesla บุกมาปักหมุดไทย สะเทือนเป้าหมาย ‘ตายทั้งตลาด’!! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla มาที่ประเทศไทยแล้ว! เคาะราคาขาย Model Y เริ่ม 1.959 ล้านบาท และ Model 3 เริ่ม 1.759 ล้านบาท เปิดให้จองวันนี้ได้เลย! https://thestandard.co/tesla-thailand-07122022/ Wed, 07 Dec 2022 08:33:38 +0000 https://thestandard.co/?p=720860

“Tesla มาถึงประเทศไทยแล้ว” นี่คือประโยคแรกที่ถูกกล่าวเป […]

The post Tesla มาที่ประเทศไทยแล้ว! เคาะราคาขาย Model Y เริ่ม 1.959 ล้านบาท และ Model 3 เริ่ม 1.759 ล้านบาท เปิดให้จองวันนี้ได้เลย! appeared first on THE STANDARD.

]]>

“Tesla มาถึงประเทศไทยแล้ว” นี่คือประโยคแรกที่ถูกกล่าวเป็นภาษาไทยโดยผู้บริหาร Tesla เพื่อยืนยันถึงการมาของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของโลก

 

หลังเป็นข่าวให้คนไทยตื่นเต้นมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ในที่สุด Tesla ก็ได้จัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในวันนี้ (7 ธันวาคม) พร้อมเคาะราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนรอคอย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

Tesla ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทยอยู่ 2 รุ่น ได้แก่ Model 3 และ Model Y ซึ่งจะมีให้เลือกสามรุ่นย่อย

 

Model 3 Long Range สามารถขับข้ามจังหวัดได้ระยะทางไกลสุด 681 กม. หรือ Model 3 Performance ที่มีอัตราเร่งจาก 0100 กม./ชม.เพียง 3.3 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 261 กม./ชม.

 

สำหรับ Model 3 ราคาเริ่มต้นที่ 1,759,000 บาท, Long Range: 1,999,000 บาท และ Performance 2,309,000 บาท

 

ด้าน Model Y Long Range สามารถขับข้ามจังหวัดได้ระยะทางไกลสุด 623 กม. หรือ Model Y Performance ที่มีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.เพียง 3.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ 250 กม./ชม.

 

ขณะที่ Model Y ราคาเริ่มต้นที่ 1,959,000 บาท, Long Range: 2,259,000 บาท และ Performance 2,509,000 บาท

 

Supercharger (ซูเปอร์ชาร์จเจอร์) แห่งแรกของ Tesla ในประเทศไทยจะเปิดให้บริการในไตรมาส 1/66 ผู้ขับ Tesla จะสามารถเข้าถึงสถานี Supercharging ได้ถึง 10 แห่งภายในปี 2566

 

สำหรับประเทศไทย การสั่งซื้อบน Configuration ออนไลน์สำหรับรถรุ่น Model 3 และ Model Y จะเปิดตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 7 ธันวาคม 2565 โดยจะส่งมอบรถทุกรุ่นเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1/66

 

นอกจากนี้ Tesla ได้ตั้งเป้าเปิดศูนย์บริการ Tesla แห่งแรกในไตรมาสที่ 1 ทันทีหลังจากการส่งมอบรถชุดที่ 1

 

ใครที่อยากได้ Tesla สามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ https://www.tesla.com/th_TH

 


 

The post Tesla มาที่ประเทศไทยแล้ว! เคาะราคาขาย Model Y เริ่ม 1.959 ล้านบาท และ Model 3 เริ่ม 1.759 ล้านบาท เปิดให้จองวันนี้ได้เลย! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla มาที่ประเทศไทยแล้ว! เคาะราคาขาย Model Y และ Model 3 เปิดให้จองวันนี้ได้เลย https://thestandard.co/tesla-thailand-launched/ Wed, 07 Dec 2022 04:49:47 +0000 https://thestandard.co/?p=720704 Tesla

หลังเป็นข่าวให้คนไทยตื่นเต้นมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ในที่ส […]

The post Tesla มาที่ประเทศไทยแล้ว! เคาะราคาขาย Model Y และ Model 3 เปิดให้จองวันนี้ได้เลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla

หลังเป็นข่าวให้คนไทยตื่นเต้นมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ในที่สุด Tesla ก็ได้เคาะราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ทุกคนรอคอยแล้ว

 

เบื้องต้นการจำหน่ายรถในประเทศไทยจะประกอบไปด้วยรถ 2 รุ่นคือ

 

Model 3

  • รุ่น Rear-Wheel Drive (Standard) ราคาเริ่มต้น 1,759,000 บาท
  • รุ่น Long Range ราคาเริ่มต้น 1,999,000 บาท
  • รุ่น Performance ราคาเริ่มต้น 2,309,000 บาท

 

Model Y

  • รุ่น Rear-Wheel Drive (Standard) ราคาเริ่มต้น 1,959,000 บาท
  • รุ่น Long Range ราคาเริ่มต้น 2,259,000 บาท
  • รุ่น Performance ราคาเริ่มต้น 2,509,000 บาท

 

เปิดให้จองวันนี้ (7 ธันวาคม) ได้เลย ส่งมอบภายในไตรมาส 1 ปีหน้า


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post Tesla มาที่ประเทศไทยแล้ว! เคาะราคาขาย Model Y และ Model 3 เปิดให้จองวันนี้ได้เลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Alef สตาร์ทอัพที่ถูกหนุนจาก Tesla เปิดตัว ‘รถบินได้’ ด้วยราคา 10.4 ล้านบาท มีคุณสมบัติบินได้ไกล 177 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง https://thestandard.co/alef-tesla/ Wed, 07 Dec 2022 03:43:23 +0000 https://thestandard.co/?p=720655 Alef

‘Alef’ บริษัทสตาร์ทอัพจากแคลิฟอร์เนียที่สนับสนุนโดย Tes […]

The post Alef สตาร์ทอัพที่ถูกหนุนจาก Tesla เปิดตัว ‘รถบินได้’ ด้วยราคา 10.4 ล้านบาท มีคุณสมบัติบินได้ไกล 177 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Alef

‘Alef’ บริษัทสตาร์ทอัพจากแคลิฟอร์เนียที่สนับสนุนโดย Tesla ประกาศเปิดตัวรถที่สามารถบินได้เฉกเช่นเดียวกับเฮลิคอปเตอร์ และบินได้ไกลกว่า 177 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยบริษัทกล่าวว่าจะเริ่มส่งมอบยานยนต์ให้กับลูกค้าภายในปี 2025

 

โดย Model A จะมีราคาอยู่ที่ 3 แสนดอลลาร์หรือราว 10.4 ล้านบาท โดยในการนำเสนอของบริษัท พวกเขาบอกว่าได้ทดลองขับและบินรุ่นต้นแบบมาตั้งแต่ปี 2019 แล้ว และรถรุ่นที่จะส่งมอบให้ลูกค้านั้นสามารถขับได้ถึง 320 กิโลเมตรอีกด้วย

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 


 

Jim Dukhovny ซีอีโอของบริษัท กล่าวกับ CNBC Make It ว่า จุดประสงค์ของรถส่วนใหญ่คือการวิ่งบนถนน ซึ่งในความคิดของเขาแล้วมันควรจะเดินทางบนอากาศในระยะสั้นได้ เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดและสิ่งกีดขวาง เขาเรียกช่วงเวลาเหล่านั้นว่าเป็นสถานการณ์ ‘กระโดด’ “โดยลูกค้าใช้รถเป็นพาหนะหลัก และจะ ‘กระโดด’ ข้ามสิ่งกีดขวางเมื่อจำเป็นเท่านั้น”

 

เป็นแนวคิดที่ชัดเจน แต่กว่าที่รถยนต์บินได้จะปรากฏตัวบนทางหลวงเร็วๆ นี้ บริษัทจำเป็นต้องทำอีกหลายอย่าง ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

 

ดีไซน์ของรถประกอบด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีส่วนบนแบบเปิดคล้ายตาข่าย ซึ่งมีสี่ใบพัดในแต่ละด้าน เมื่อรถบินขึ้นในแนวดิ่ง รถทั้งคันจะพลิกตะแคงและห้องคนขับทั้ง 2 ที่นั่งจะหมุนตามไปด้วย ทำให้ใบพัดบังคับทิศทางได้เหมือนโดรนบินขนาดใหญ่ สำหรับการขับขี่บนท้องถนน Alef บอกว่ามันถูกออกแบบมาได้ถูกกฎหมายและข้อบังคับบนถนน ทำให้มันกลายเป็น ‘พาหนะบนถนนที่ถูกกฎหมาย’

 

Alef ยังได้รับการสนับสนุนจาก Tim Draper นายทุนที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งเป็นนักลงทุนในยุคแรกๆ ของทั้ง Tesla และ SpaceX

 

แต่ความท้าทายใหญ่สุดของบริษัทคือการขอใบรับรองทางอากาศนอกสหรัฐฯ โดยเฉพาะในเอเชียและยุโรป “มันไม่เพียงแค่ช่วยให้เราสร้างสถิติความปลอดภัยเท่านั้น มันยังช่วยให้เรารวบรวมข้อมูลได้เพียงพอเพื่อกระบวนการรับรอง FAA ในสหรัฐฯ” Dukhovny กล่าว

 

เขายังวางแผนที่จะให้ Model A ได้รับการรับรองเป็น Low Speed Vehicle (LSV) ซึ่งหมายความว่ารถจะวิ่งได้ไม่เกิน 25 ไมล์ต่อชั่วโมงบนถนนสาธารณะ หลังจากนั้น Alef จะขอใบรับรองยานยนต์อย่างเต็มรูปแบบ เขากล่าวเสริม

 

ภาพ: Costazzurra / Shutterstock

อ้างอิง:

The post Alef สตาร์ทอัพที่ถูกหนุนจาก Tesla เปิดตัว ‘รถบินได้’ ด้วยราคา 10.4 ล้านบาท มีคุณสมบัติบินได้ไกล 177 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์ ขายหุ้น Tesla 1.46 แสนล้านบาท ทั้งที่เพิ่งทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อ Twitter แถมความร่ำรวยหายไปแล้ว 3.4 ล้านล้านบาท แต่ยังเป็น ‘คนรวยสุดของโลก’ อยู่ https://thestandard.co/elon-musk-still-richest/ Wed, 09 Nov 2022 04:26:45 +0000 https://thestandard.co/?p=706330 อีลอน มัสก์

ไม่หยุดเป็นข่าวสักวันจริงๆ สำหรับ อีลอน มัสก์ ที่ล่าสุด […]

The post อีลอน มัสก์ ขายหุ้น Tesla 1.46 แสนล้านบาท ทั้งที่เพิ่งทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อ Twitter แถมความร่ำรวยหายไปแล้ว 3.4 ล้านล้านบาท แต่ยังเป็น ‘คนรวยสุดของโลก’ อยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์

ไม่หยุดเป็นข่าวสักวันจริงๆ สำหรับ อีลอน มัสก์ ที่ล่าสุดเพิ่งขายหุ้น Tesla มูลค่า 1.46 แสนล้านบาท ทั้งที่เพิ่งทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อ Twitter แถมความร่ำรวยหายไปแล้ว 3.4 ล้านล้านบาท แต่กระนั้นก็ยังเป็น ‘คนรวยสุดของโลก’ อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง 

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla ขายหุ้น 19.5 ล้านหุ้น ด้วยมูลค่า 3.95 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.46 แสนล้านบาท ซึ่งเพียงไม่กี่วันหลังจากปิดการซื้อกิจการ Twitter ด้วยมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

นี่ถือเป็นการขายหุ้นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมของมัสก์ ตามเอกสารที่แจ้งต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของอเมริกาไม่ได้ระบุว่ามีการวางแผนธุรกรรมไว้ล่วงหน้าหรือไม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้มัสก์เคยบอกว่า จะไม่ขายหุ้นอีกแล้ว

 

มัสก์ขายหุ้น Tesla มูลค่าเกือบ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2021 ซึ่งเป็นปีที่หุ้นพุ่งขึ้นมากกว่า 50% ในปีนี้ เขาขายหุ้นมูลค่ากว่า 8 พันล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน และมูลค่าประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม

 

ไม่แน่ชัดว่ามัสก์ขายหุ้นครั้งนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่ แต่หนึ่งในสิ่งที่คาดเดากันไว้คือใช้เงินดังกล่าวสำหรับเข้าซื้อ Twitter ที่มัสก์กำลังเจรจากับหุ้นส่วนต่างๆ สำหรับร่วมระดมทุนเข้าซื้อยักษ์โซเซียลมีเดีย

 

เมื่อเทียบกับ Nasdaq Composite ซึ่งลดลงประมาณ 33% เมื่อเทียบเป็นรายปี ดัชนี S&P 500 ที่ลดลง 19% หุ้นของ Tesla ลดลง 46% ซึ่งทำให้มัสก์สูญเสียทรัพย์สมบัติก้อนใหญ่ไป

 

ตามข้อมูลของ Bloomberg Billionaires Index พบว่า ความรวยของมัสก์หายไปแล้ว 9.2 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 3.4 ล้านล้านบาทในปีนี้ ซึ่งแม้จะยังครองตำแหน่ง ‘บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก’ แต่ความมั่งคั่งได้ลดลง 48% จากระดับสูงสุดที่ 3.4 แสนล้านดอลลาร์ เนื่องจากราคาหุ้นของ Tesla ทำสถิติสูงสุดที่ 410 ดอลลาร์ แต่ตอนนี้เหลือราว 1.77 แสนล้านดอลลาร์เท่านั้น

 

Tesla กำลังดิ้นรนกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจในตลาดที่สำคัญที่สุดนอกสหรัฐอเมริกา โดยได้ปิดโชว์รูมแฟลกชิปในปักกิ่งเมื่อเร็วๆ นี้ และลดราคาขายในจีน เมื่อเดือนที่แล้ว Tesla รายงานยอดขายในไตรมาสที่ 3 ซึ่งไม่เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยมัสก์ยอมรับการชะลอตัวในจีนและผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น

 

ขณะที่ในส่วนของ Twitter หลังเสร็จสิ้นการครอบครองเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม มัสก์ได้ไล่พนักงานออกครึ่งหนึ่ง ก่อนที่จะดึงบางส่วนกลับมาทำงานอีกครั้ง โดยเขาได้ดึงวิศวกรของ Tesla หลายสิบคนมาที่ Twitter เพื่อช่วยเขาในการตรวจสอบโค้ดและงานอื่นๆ

 

ในการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมัสก์บอกกับ รอน บารอน ผู้จัดการกองทุนป้องกันความเสี่ยง ว่าปริมาณของงานที่เขาทำเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้จากที่ต้องทำงาน 78 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ได้เพิ่มเป็น 120 ชั่วโมงแล้ว

 

มัสก์ซึ่งวันนี้บอกว่าตัวเองเป็น ‘Chief Twit’ และผู้อำนวยการเพียงคนเดียวของบริษัท (ซ้ำเขาย้ำว่าเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น) ยังมีความท้าทายหลายเรื่อง ทั้งการจัดการปัญหาภายใน รวมไปถึงภายนอกโดยเฉพาะการที่บริษัทต่างๆ กำลังจะหยุดโฆษณาที่จะทำให้รายได้หลักหายไป 

 

บริษัทต่างๆ ซึ่งรวมถึง General Motors และ Volkswagen ได้กล่าวว่าพวกเขากำลังหยุดการโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่ายบนเว็บไซต์ จนกว่าพวกเขาจะสามารถประเมินได้ดีขึ้นว่าแพลตฟอร์มจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรภายใต้ความเป็นเจ้าของของมัสก์

 

อ้างอิง:

The post อีลอน มัสก์ ขายหุ้น Tesla 1.46 แสนล้านบาท ทั้งที่เพิ่งทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อ Twitter แถมความร่ำรวยหายไปแล้ว 3.4 ล้านล้านบาท แต่ยังเป็น ‘คนรวยสุดของโลก’ อยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่แปลกหากแบรนด์ไม่ปลื้ม! ‘อีลอน มัสก์’ เจ้าของคนใหม่ Twitter กำลัง ‘ข่มขู่นักโฆษณา’ ที่หยุดการใช้เงิน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดนัก https://thestandard.co/elon-musk-name-shame-advertisers/ Tue, 08 Nov 2022 10:20:17 +0000 https://thestandard.co/?p=705966 อีลอน มัสก์

ก่อนการเข้าซื้อกิจการ Twitter ของซีอีโอและผู้ก่อตั้งจาก […]

The post ไม่แปลกหากแบรนด์ไม่ปลื้ม! ‘อีลอน มัสก์’ เจ้าของคนใหม่ Twitter กำลัง ‘ข่มขู่นักโฆษณา’ ที่หยุดการใช้เงิน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อีลอน มัสก์

ก่อนการเข้าซื้อกิจการ Twitter ของซีอีโอและผู้ก่อตั้งจาก SpaceX และ Tesla อย่าง อีลอน มัสก์ เขาได้ทวีตจดหมายเปิดผนึกถึงนักโฆษณาว่า แพลตฟอร์มจะไม่กลายเป็น ‘Free-for-All Hellscape’ ที่ใครจะสามารถทำอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องรับกับผลกระทบที่ตามมา

 

แต่ล่าสุดเขาได้เข้าร่วมการปราศรัยที่ถนน Madison Avenue หวังสร้างความมั่นใจ

ให้นักโฆษณาว่า ‘ความปลอดภัยของแบรนด์’ จะมีความสำคัญที่สุด



ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ทว่านักโฆษณาบางรายเริ่มถอยจากแพลตฟอร์มแล้ว โดยบริษัทผลิตยานยนต์อย่าง General Motors หยุดการใช้จ่ายโฆษณาบนแพลตฟอร์มแล้ว ขณะที่เอเจนซีโฆษณาอย่าง Interpublic Group และ Havas ก็แนะนำให้ลูกค้าของพวกเขาพักการโฆษณาบนแพลตฟอร์มไว้ก่อนเช่นกัน

 

ซึ่งหลังจากนักโฆษณาหลายรายหยุดการโฆษณา มัสก์เริ่มโจมตีผ่านทวีตว่า พวกเขา ‘ทำให้รายรับของแพลตฟอร์มลดลงอย่างมาก’ และเสริมว่า ‘มันเลวร้ายสุดๆ! พวกเขากำลังทำลายเสรีภาพในการพูดในอเมริกา’

 

อีกทั้งมัสก์ยังขู่ว่าจะ ‘Name and Shame’ หรือการประณามผ่านสาธารณะแก่บรรดานักโฆษณาที่หยุดการใช้จ่ายบน Twitter ซึ่งนั่นเป็นการข่มขู่นักโฆษณาอย่างชัดเจน และเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดนักด้วยประการทั้งปวง

 

การโฆษณาเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดของ Twitter จนถึงตอนนี้

จากรายงานผลประกอบการของปีที่แล้ว รายรับของ Twitter คือ 5 พันล้านดอลลาร์ โดย 90% ของรายรับ หรือประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์ มาจากการโฆษณาล้

นๆ ซึ่งเป็นโมเดลที่เหมือนกันกับ Meta หรือ Google กล่าวได้ว่าธุรกิจหลักของ Twitter คือการขายโฆษณา

 

และก่อนที่มัสก์จะปิดดีล นักโฆษณาก็หายไปจากแพลตฟอร์มแล้ว รายงานจาก MediaRadar แสดงให้เห็นจำนวนนักโฆษณาลดลง จาก 3,900 รายเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เหลือราว 2,900 รายในเดือนกันยายน

 

และตอนนี้มัสก์กำลังคุกคามนักโฆษณาที่ยังใช้ Twitter อยู่ โดยมีแผนจะตอบโต้หากนักโฆษณานั้นๆ หยุดการใช้จ่ายบน Twitter ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม

 

นักโฆษณาไม่จำเป็นต้องใช้ Twitter

การแข่งขันเพื่อการโฆษณาแบรนด์นั้นดุเดือดมาก เพราะมีแพลตฟอร์มตัวเลือกให้นักโฆษณาเลือกมากมาย ซึ่งนักโฆษณาสามารถหยุดการใช้จ่ายบน Twitter ได้อย่างปลอดภัย และสามารถย้ายไปโฆษณาที่อื่นได้โดยไม่มีปัญหา

 

การโฆษณาแบรนด์ต้องอาศัยช่องทางที่ ‘ปลอดภัยต่อแบรนด์’ เป็นอย่างยิ่ง โดยที่โฆษณาจะไม่ปรากฏใกล้กับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม เช่น ความรุนแรง ภาพลามกอนาจาร หรือคำพูดแสดงความเกลียดชัง

 

ตามคำกล่าวของ Yael Roth หัวหน้าฝ่าย Trust & Safety ของ Twitter ที่ระบุว่า ในจำนวนพนักงานที่ถูกปลดกว่า 50% ของ Twitter นั้น สัดส่วนกว่า 15% เป็นคนในทีม Trust & Safety 

 

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตอนนี้มัสก์ยังตระหนักว่านักโฆษณาไม่ได้แยแส Twitter เท่าไรนัก ขณะที่บริษัทคู่แข่งอย่าง Meta และ Alphabet นั้น ก็มีข้อเสนอที่ยากจะแข่งขัน

 

กล่าวคือ ธุรกิจการโฆษณาแบบตอบสนองโดยตรงของ Meta หรือโฆษณาที่เปลี่ยนยอดชมเป็นยอดดาวน์โหลด การขาย หรือการสมัครรับข้อมูลนั้นไม่มีใครเทียบได้จนกระทั่งไม่นานมานี้ แม้จะอ่อนกำลังลงจากการบล็อกการเก็บข้อมูลและติดตามการท่องเว็บผ่านโทรศัพท์ของ Apple ก็ตาม

 

ขณะที่โฆษณาบนเสิร์ชเอนจินของ Google ไม่ว่าจะเป็น SEO หรือ SERP นั้นจำเป็นสำหรับทุกธุรกิจที่ต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของตนเป็นที่ปรากฏ ส่วน YouTube เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่ใช้แทนการโฆษณาทางทีวี

 

ขณะเดียวกัน Twitter ก็มีความเชี่ยวชาญในการโฆษณาแบรนด์เสมอมา แต่ล้าหลังในการโฆษณาแบบตอบสนองโดยตรง โดยแบ่งเป็นการโฆษณาแบรนด์ 85% และโฆษณาแบบตอบสนองโดยตรง 15% ในปี 2021

 

Ben Thompson นักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยีและสื่อ วิจารณ์ไว้ว่า “Twitter ล้มเหลวในการสร้างธุรกิจโฆษณาแบบตอบสนองโดยตรงที่เชื่อถือได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะไร้ความสามารถ หรือโดยพื้นฐานแล้วแพลตฟอร์มไม่เหมาะกับรูปแบบการโฆษณานั้น หรือทั้งสองอย่าง” และเสริมว่า นักโฆษณามีความอ่อนไหวมากขึ้นกับที่ที่พวกเขาโฆษณา หรืออีกนัยก็คือบริษัทเหล่านั้นมีอิทธิพลมากกว่า Twitter

 

การหยุดโฆษณานั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ซีอีโอที่ข่มขู่นักโฆษณานั้นไม่

มัสก์ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องส่วนตัวมากเกินไป โดยปกตินักโฆษณามักจะถอนโฆษณาบนแพลตฟอร์มอยู่แล้วในช่วงแห่งความไม่แน่นอนหรือเกิดการเปลี่ยนแปลง

 

ยกตัวอย่างเช่น นักโฆษณาหยุดโฆษณาบน YouTube เป็นประจำอยู่แล้วหากเกิดความขัดแย้ง และเคยคว่ำบาตร YouTube ในปี 2017 และปี 2019 อีกด้วย

 

และในทศวรรษที่ผ่านมา นักโฆษณาก็หยุดโฆษณาบน Meta เป็นประจำ และในช่วงหนึ่งของเดือนกรกฎาคม 2020 ที่นักโฆษณากว่า 56% หยุดการใช้จ่ายทั้งหมดบนแพลตฟอร์มเป็นการชั่วคราว

 

นักโฆษณากลับมาบนแพลตฟอร์มเพื่อค่า Reach ที่พวกเขาได้จากแพลตฟอร์มนั้นๆ แต่ต่างกันตรงที่ซีอีโอของ Alphabet อย่าง Sundar Pichai และ Mark Zuckerberg ซีอีโอจาก Meta ไม่ได้คุกคามหรือข่มขู่แบรนด์เหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนแพลตฟอร์มที่พวกเขาต้องการให้นักโฆษณาใช้

 

การหาแหล่งรายได้อื่นมาทดแทนการโฆษณานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

ความขัดแย้งของมัสก์กับนักโฆษณาอาจเป็นหนึ่งในแผนของเขาที่จะทำให้ Twitter พึ่งพารายได้จากโฆษณาน้อยลง โดยการปรับปรุงบริการสมัครสมาชิกอย่าง Twitter Blue อาจเป็นข้อพิสูจน์ได้ แต่การคำนวณหารายได้มาแทนที่รายได้จากโฆษณานั้นอาจไม่สวยหรูนัก

 

จากรายงานของ MediaRadar นั้น General Motors มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1.7 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนบน Twitter ก่อนจะหยุดโฆษณา, Interpublic Group ที่แนะนำให้ลูกค้าของตนอย่าง Amazon, MGM และ Bank of America หยุดการใช้จ่าย คิดเป็นค่าเฉลี่ย 31 ล้านดอลลาร์ในการใช้จ่ายโฆษณาต่อเดือน และ Havas ที่แนะนำให้แบรนด์ต่างๆ หยุดโฆษณาชั่วคราว เช่น Progressive และ Netflix คิดเป็นค่าใช้ประมาณ 7.5 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

 

เพื่อทดแทนรายได้ต่อเดือนที่สูญเสียไปประมาณ 40 ล้านดอลลาร์ Twitter จะต้องมีการสมัครใช้ Twitter Blue มากกว่า 5 ล้านบัญชี โดยบริการมีราคา 8 ดอลลาร์ต่อเดือน

 

การสร้าง Twitter ที่มีรายได้จากหลายทางอาจทำให้มัสก์มีข้อต่อรองกับนักโฆษณาได้ เช่นเดียวกับซีอีโอจากบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ แต่ตอนนี้ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ เขาต้องการรายได้จากโฆษณาอย่างแน่นอน

 

อ้างอิง:

 

The post ไม่แปลกหากแบรนด์ไม่ปลื้ม! ‘อีลอน มัสก์’ เจ้าของคนใหม่ Twitter กำลัง ‘ข่มขู่นักโฆษณา’ ที่หยุดการใช้เงิน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดนัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพ้หลุดลุ่ย! เทสล่า ขายรถยนต์ได้ 3.33 แสนคัน แต่ทำ ‘กำไร’ ได้มากกว่า Toyota ถึง 8 เท่าต่อคัน ทั้งที่มียอดขายมากถึง 2.62 ล้านคัน https://thestandard.co/tesla-toyota-sales/ Tue, 08 Nov 2022 06:32:21 +0000 https://thestandard.co/?p=705754 Tesla

เทสล่า ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่ […]

The post แพ้หลุดลุ่ย! เทสล่า ขายรถยนต์ได้ 3.33 แสนคัน แต่ทำ ‘กำไร’ ได้มากกว่า Toyota ถึง 8 เท่าต่อคัน ทั้งที่มียอดขายมากถึง 2.62 ล้านคัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla

เทสล่า ไม่ได้เป็นเพียงบริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่านั้น แต่การวิเคราะห์ล่าสุดของ Nikkei Asia พบว่า ยักษ์ใหญ่รถไฟฟ้าทำกำไรได้มากกว่า Toyota ถึง 8 เท่าต่อคัน ทั้งที่ยอดขายน้อยกว่ามาก

 

ไตรมาสเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2022 Tesla รายงานกำไรสุทธิ 3.29 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่ Toyota มีตัวเลขอยู่ที่ 4.342 แสนล้านเยน เทียบเท่ากับ 3.15 พันล้านดอลลาร์ ตามอัตราแลก 138 เยนต่อดอลลาร์


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ความสำเร็จของ Tesla ส่วนใหญ่มาจากความสามารถในการทำกำไรของรถยนต์แต่ละคัน เทียบให้เห็นภาพ ในขณะที่ Toyota ขายได้ 2.62 ล้านคัน ซึ่งมากกว่า Tesla 7.6 เท่าที่ขายได้ 344,000 คัน

 

Toyota ทำยอดขายได้มากกว่าก็จริง แต่หากเทียบในแง่ของผลกำไรต่อคันจะพบว่าแพ้หลุดลุ่ย เพราะ Toyota มีกำไรสุทธิต่อคันอยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์ น้อยกว่า 8 เท่าเมื่อเทียบกับ Tesla ที่มีกำไร 9,570 ดอลลาร์ต่อคัน

 

เชื่อกันว่า Tesla เป็นผู้นำอุตสาหกรรมในแง่ของกำไรสุทธิต่อรถยนต์ แซงหน้ารถยนต์หรูอย่าง Mercedes-Benz โดยกำไรต่อคันของ Tesla เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะตั้งแต่เดือนเมษายน-มิถุนายน 2021 นักลงทุนตอบรับการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างดีและมาร์เก็ตแคปสูงกว่า Toyota ถึง 3 เท่า

 

ช่องว่างของทั้ง 2 แบรนด์มาจากกลยุทธ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง Toyota นำเสนอรถยนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินไปจนถึงรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ไฟฟ้า และเซลล์เชื้อเพลิง และมีหลายขนาดและราคา

 

ในขณะเดียวกัน Tesla ได้มุ่งเน้นที่ EV เท่านั้น Model Y และ Model 3 มียอดขายมากกว่า 90% ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในสองปี และด้วยความมั่นใจในแบรนด์ที่แข็งแกร่ง Tesla ไม่ลังเลที่จะขึ้นราคาเพื่อส่งต่อต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังเริ่มเสนอซอฟต์แวร์ขับเคลื่อนด้วยตนเองซึ่งสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นอีก

 

Tesla ยังขายโดยตรงทางออนไลน์ ซึ่งเป็นวิธีการที่ให้อัตรากำไรที่สูงกว่าการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ขณะเดียวกัน ‘อีลอน มัสก์’ อวดมานานแล้วว่า Tesla ไม่จ่ายค่าโฆษณาแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับแบรนด์ของผู้ผลิตรถยนต์ทั่วไปตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

ในรายงานประจำปีของบริษัทปี 2021 Tesla เขียนว่า “ในอดีตเราสามารถสร้างการรายงานข่าวที่สำคัญของบริษัทและผลิตภัณฑ์ของเรา และเราเชื่อว่าเราจะทำเช่นนั้นต่อไป ความครอบคลุมของสื่อและการบอกต่อเป็นแรงผลักดันหลักสำหรับสร้างโอกาสในการขาย และช่วยให้เราบรรลุยอดขายโดยไม่ต้องโฆษณาแบบเดิมๆ และมีค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ค่อนข้างต่ำ”

 

ทางด้าน Toyota ตั้งเป้าขายรถยนต์ไฟฟ้า 3.5 ล้านคันในปี 2030 แต่ปัจจุบัน bZ4X เป็นรุ่นที่ผลิตในปริมาณมากเพียงรุ่นเดียว ซึ่ง Toyota กำลังสำรวจทางเลือกอื่นๆ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในปริมาณมากขึ้น

 

กระนั้นรถยนต์ไฟฟ้ายังคงเผชิญกับความท้าทาย “ในภูมิภาคที่ต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอย่างมาก รถยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์” ผู้บริหารระดับสูงของ Toyota กล่าว นอกจากนี้ สถานีชาร์จที่ยังไม่เพียงพอ และความจำเป็นที่จะต้องมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพิ่มเติม ยังเป็นหนึ่งในความท้าทายหลักอีกด้วย 

 

ภาพ: Patrick Pleul – Pool / Getty Images

อ้างอิง:

The post แพ้หลุดลุ่ย! เทสล่า ขายรถยนต์ได้ 3.33 แสนคัน แต่ทำ ‘กำไร’ ได้มากกว่า Toyota ถึง 8 เท่าต่อคัน ทั้งที่มียอดขายมากถึง 2.62 ล้านคัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Tesla’ ประกาศหั่นราคาขายในตลาดจีน 9% กูรูหวั่นจุดชนวนสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า https://thestandard.co/tesla-cuts-china-price/ Tue, 25 Oct 2022 04:04:53 +0000 https://thestandard.co/?p=699608

Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำสัญชาติสหรัฐฯ ประกาศปรับล […]

The post ‘Tesla’ ประกาศหั่นราคาขายในตลาดจีน 9% กูรูหวั่นจุดชนวนสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำสัญชาติสหรัฐฯ ประกาศปรับลดราคาเริ่มต้นของรถยนต์ Tesla รุ่นโมเดล 3 และโมเดล Y ในตลาดจีนมากถึง 9% สวนทิศทางเทรนด์ของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ราคาปรับเพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลที่สัญญาณความต้องการในตลาดรถ EV จีนกำลังอ่อนแอลง 

 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ทาง Tesla โพสต์ความเคลื่อนไหวดังกล่าวในเว็บไซต์ของบริษัทในจีนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) โดยนับเป็นครั้งแรกของปี 2022 ที่ทาง Tesla ประกาศลดราคาขาย และมีขึ้นหลังจากที่บริษัทเริ่มจำกัดข้อเสนอด้านประกันภัยในเดือนกันยายนที่ผ่านมา 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


การหั่นราคาขายครั้งนี้ยังมีขึ้นหลังจากที่ อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Tesla ออกมาแสดงความเห็นในสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับภาวะถดถอยที่เกิดขึ้นในจีนและยุโรป ซึ่งเกรงว่าอาจจะทำให้ Tesla พลาดเป้ายอดส่งมอบรถยนต์ในปีนี้ได้ 

 

ด้านธนาคาร China Merchants Bank International (CMBI) กล่าวว่า การประกาศหั่นราคาของ Tesla มีขึ้นในช่วงเวลาที่การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนทวีความดุเดือดมากขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มที่บรรดาคู่แข่งเดินหน้าเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ 

 

บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ยอดขายของ Tesla ในปี 2023 มีโอกาสลดลงเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในจีนทำให้ความต้องการบริโภคลดลง บวกกับการที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนรายอื่นๆ เข้ามาตีตลาดมากขึ้น โดย Shi Ji นักวิเคราะห์ของ CMBI แสดงความกังวลว่า การหั่นราคาของ Tesla อาจทำให้เกิดสงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV ของจีน 

 

ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทีมนักวิเคราะห์รายอื่นๆ ของ CMBI เพิ่งออกโรงเตือนว่า แนวโน้มการแข่งขันในตลาด EV ในปี 2023 ที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมคาดการณ์ว่าปีหน้าจะเป็นช่วงเวลาที่สถานการณ์โดยรวมของตลาด EV มีโอกาสที่ยอดขายโดยรวมของรถ EV และรถยนต์ไฮบริดจะลดลงต่ำกว่า 50%

 

ทั้งนี้ ทาง Tesla ได้ประกาศปรับลดราคารถยนต์ของบริษัทที่ขายในประเทศจีนเมื่อปีที่แล้ว เพื่อพยายามรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดจีน ในขณะที่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ Tesla อย่างสหรัฐอเมริกา บริษัทกลับปรับราคาเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น  

 

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดที่มีการเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) พบว่ายอดค้าปลีกในจีนเติบโต 2.5% ในเดือนกันยายน ต่ำกว่าที่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.3% และน้อยกว่าครึ่งของการเติบโต 5.4% ในเดือนสิงหาคม

 

แม้ว่าบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐฯ กับจีนรายอื่นๆ จะปรับขึ้นราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทตัวเองตั้งแต่ปีที่แล้วหลายครั้ง เพื่อรับมือกับต้นทุนวัตถุดิบที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ทาง Tesla ก็ยังสามารถเดินหน้าหั่นราคาขายในตลาดจีนได้ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะบริษัทได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐฯ บวกกับการที่กระบวนการผลิตของโรงงาน Tesla ในนครเซี่ยงไฮ้เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น และระบบห่วงโซ่อุปทานเริ่มกลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะทางการจีนผ่อนคลายการใช้นโยบาย Zero-COVID

 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Tesla ในจีนระบุว่า ราคาเริ่มต้นสำหรับรถยนต์ซีดาน โมเดล 3 ลดลงเหลือ 265,900 หยวน จาก 279,900 หยวน ขณะที่รถยนต์อเนกประสงค์ โมเดล Y ลดลงเหลือ 288,900 หยวน จาก 316,900 หยวน

 

ทั้งนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Tesla ได้จัดการอัปเกรดโรงงานผลิตในเซี่ยงไฮ้ ช่วยให้บริษัทสามารถทำสถิติสูงสุดในการส่งมอบรถยนต์ EV จำนวน 83,135 คันได้ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา นับเป็นการสร้างสถิติการส่งออกสูงสุดสำหรับโรงงานเซี่ยงไฮ้นับตั้งแต่เริ่มผลิตในเดือนธันวาคม 2019

 

ข้อมูลจากสมาคมรถยนต์โดยสารจีน (China Passenger Car Association) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Tesla ถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์ EV ที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของจีน รองจาก BYD Motor และ SAIC-GM-Wuling อีกทั้งยังเป็นผู้เล่นต่างชาติเพียงรายเดียวในบรรดา 15 บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมในตลาดจีน 

 

ด้านสถานีโทรทัศน์ CNBC รายงานว่า หุ้นของ Tesla ปรับตัวลดลงมากถึง 7% ในช่วงเช้าวานนี้ (24 ตุลาคม) ก่อนที่จะฟื้นกลับมาได้ในช่วงบ่าย แต่ก็ยังปิดตลาดปรับตัวในแดนลบมากกว่า 1%

 

อ้างอิง:

The post ‘Tesla’ ประกาศหั่นราคาขายในตลาดจีน 9% กูรูหวั่นจุดชนวนสงครามราคารถยนต์ไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อีลอน มัสก์’ บอกว่า มีความเป็นไปได้ที่ Tesla จะมีมาร์เก็ตแคปใหญ่กว่า Apple พร้อมชี้ถึงการซื้อรถยนต์เบนซินคันใหม่เป็นเรื่องไม่สมควร ด้วยโลกกำลังมุ่งสู่ EV https://thestandard.co/elon-musk-tesla-bigger-apple/ Thu, 20 Oct 2022 04:10:02 +0000 https://thestandard.co/?p=697617

ในระหว่างแถลงผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ‘อีลอน มัสก์’ ประ […]

The post ‘อีลอน มัสก์’ บอกว่า มีความเป็นไปได้ที่ Tesla จะมีมาร์เก็ตแคปใหญ่กว่า Apple พร้อมชี้ถึงการซื้อรถยนต์เบนซินคันใหม่เป็นเรื่องไม่สมควร ด้วยโลกกำลังมุ่งสู่ EV appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในระหว่างแถลงผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ‘อีลอน มัสก์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla ได้ตอบคำถามหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาค ทิศทางธุรกิจ ตลอดจนสิ่งที่เขาประเมินในอนาคต

 

Tesla รายงานรายได้ประจำไตรมาส 3/2022 อยู่ที่ 2.145 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 3.33 พันล้านดอลลาร์ โดยหลังจากรับรู้ผลประกอบการหุ้นได้ลดลงราว 5% ซึ่ง Tesla ได้สูญเสียมาร์เก็ตแคปไปแล้ว 45% ในปีนี้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


มัสก์ย้ำว่า โรงงานต่างๆ กำลังผลิตด้วยความเร็วเต็มที่ โดยจะส่งมอบรถยนต์ทุกคันที่ผลิตขึ้น และรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานให้แข็งแกร่ง ซึ่ง Tesla ยังคง “ตั้งตารอที่จะทำลายสถิติในไตรมาสที่ 4”

 

รายงานก่อนหน้านี้ของ Tesla ระบุว่าได้ส่งมอบรถยนต์ 344,000 คันในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้น 42% จากปีที่แล้ว แต่จำเป็นต้องส่งมอบรถยนต์อีก 495,000 คันในไตรมาสที่ 4 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโต 50%

 

ขณะเดียวกัน Tesla มีแผนที่จะซื้อหุ้นคืนด้วยมูลค่า 5 พันล้าน – 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีหน้า แต่ต้องรอการอนุมัติจากคณะกรรมการก่อน 

 

เขายังกล่าวในแง่ดีว่า “ผมมีความเห็นว่าเราสามารถเหนือกว่า Apple ได้ในแง่ของมาร์เก็ตแคป อันที่จริงผมเห็นเส้นทางที่เป็นไปได้สำหรับ Tesla ที่จะมีมูลค่ามากกว่า Apple และ Saudi Aramco รวมกัน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้นหรือจะเป็นเรื่องง่าย”

 

ถึง Tesla จะมียอดขายที่เป็นเศษเสี้ยวของบริษัทรถยนต์ขนาดใหญของโลก แต่ดูแคลนไม่ได้เลย เพราะ Tesla เป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุด 10 รายรวมกันในแง่ของปริมาณการขาย 

 

ในแง่ของปัญหาเศรษฐกิจมหภาคที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ Tesla ทั้งในและนอกประเทศจีน มัสก์กล่าวว่า จีนกำลังประสบกับภาวะถดถอย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ส่วนยุโรปก็มีภาวะถดถอยอันเกิดขึ้นจากวิกฤตพลังงาน

 

อเมริกาเหนือยังมีทิศทางที่ดี แต่ถึงอย่างนั้นมัสก์ก็ได้วิจารณ์ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยายามลดอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น โดย “การตัดสินใจของ Fed นั้นสมเหตุสมผลหากคุณกำลังมองกระจกมองหลัง ไม่ใช่มองออกไปนอกกระจกหน้ารถ”

 

ถึงแม้ว่าต้นทุนของเงินทุนจะสูงขึ้นควบคู่ไปกับราคาสินค้า แต่มัสก์เห็นว่า Tesla ทำได้ดี เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยน้ำมัน 

 

“ประชาชนทั่วไปตระหนักดีว่าโลกกำลังมุ่งสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และการซื้อรถยนต์เบนซินใหม่ ณ จุดนี้เป็นเรื่องที่ไม่สมควร เพราะมูลค่าคงเหลือของรถยนต์เบนซินนั้นจะต่ำมาก”

 

ท้ายนี้มัสก์ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการซื้อ Twitter ซึ่งอยู่ระหว่างการต่อสู้ทางกฎหมายกับบริษัทโซเชียลมีเดีย โดยเขาเชื่อว่า “ศักยภาพในระยะยาวของ Twitter นั้นมีความสำคัญมากกว่ามูลค่าปัจจุบัน”

 

ภาพ: Michael Gonzalez / Getty Images

อ้างอิง:

The post ‘อีลอน มัสก์’ บอกว่า มีความเป็นไปได้ที่ Tesla จะมีมาร์เก็ตแคปใหญ่กว่า Apple พร้อมชี้ถึงการซื้อรถยนต์เบนซินคันใหม่เป็นเรื่องไม่สมควร ด้วยโลกกำลังมุ่งสู่ EV appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุโรปปูพรมแดงต้อนรับ BYD เข้าตั้งฐานการผลิต ฟากแบรนด์ผลิตรถยนต์เจ้าถิ่นอาจอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป https://thestandard.co/europe-welcomed-byd/ Wed, 19 Oct 2022 06:25:32 +0000 https://thestandard.co/?p=697215 BYD

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนอย่าง BYD ซึ่งก้าวขึ้ […]

The post ยุโรปปูพรมแดงต้อนรับ BYD เข้าตั้งฐานการผลิต ฟากแบรนด์ผลิตรถยนต์เจ้าถิ่นอาจอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
BYD

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนอย่าง BYD ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียง Tesla และ Toyota ล่าสุด BYD เริ่มเข้าไปตีตลาดยุโรป และทำให้แบรนด์รถยนต์ต่างๆ ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด 

 

จากงาน Motor Show ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปารีสในสัปดาห์นี้ BYD ได้ดึงความสนใจจากผู้บริโภค รวมทั้งรัฐบาลของหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศทางตอนกลางและตอนใต้ ซึ่งต้องการที่จะให้ BYD เข้ามาตั้งฐานการผลิต 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


Michael Shu ผู้จัดการทั่วไปและกรรมการผู้จัดการของ BYD ยุโรป กล่าวว่า บางประเทศได้เสนอรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับความช่วยเหลือสำหรับการตั้งฐานการผลิต แม้แต่ในจีนเราก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเช่นนี้ โดยบางประเทศเสนอที่จะให้การสนับสนุนด้านแรงงาน ที่ดิน พลังงาน การก่อสร้าง และซัพพลายเออร์ 

 

ด้านผู้บริหารของผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปอย่าง Carlos Tavares ซีอีโอของ Jeep, Peugeot และ Fiat มองว่า สิ่งที่ยุโรปทำเป็นเหมือนการปูพรมแดงต้อนรับผู้ผลิตรถยนต์ของจีน ซึ่งมันไม่ได้เป็นเช่นนี้เมื่อเราเข้าไปยังตลาดจีน

 

ขณะที่ Laurens van den Acker ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ Renault กล่าวว่า ฉันอยากให้พวกเราเป็นผู้นำในยุโรป แต่ผู้ผลิตรถยนต์จีนกลับมีข้อได้เปรียบมากกว่าเรา ขณะที่รัฐบาลจีนก็พยายามผลักดันรถยนต์ไฟฟ้ามานานถึง 15 ปี 

 

ด้าน Ola Kallenius ซีอีโอของ Mercedes-Benz กล่าวว่า การแข่งขันกำลังเข้มข้นขึ้นมาก ขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่สนุกที่สุดของการทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์นับแต่ปี 1886 ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนสูงที่สุด 

 

ในขณะที่รัฐบาลหลายแห่งต่างกำลังสนับสนุนอุตสาหกรรม EV แต่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสอย่าง Emmanuel Macron ยังค่อนข้างมีท่าทีเชิงรับ ด้วยมาตรการที่จะช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่ตั้งฐานการผลิตในฝรั่งเศส หรืออย่างน้อยก็ต้องในยุโรป 

 

อ้างอิง:

The post ยุโรปปูพรมแดงต้อนรับ BYD เข้าตั้งฐานการผลิต ฟากแบรนด์ผลิตรถยนต์เจ้าถิ่นอาจอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
หุ้น Tesla ดิ่ง 50% จากราคาสูงสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังปัจจัยเสี่ยงเชิงเศรษฐกิจรุมเร้า-ผู้นำฉุดเชื่อมั่น https://thestandard.co/tesla-share-dropped/ Sat, 15 Oct 2022 06:18:34 +0000 https://thestandard.co/?p=695877

หุ้น Tesla ปรับตัวลดลง 50% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการ […]

The post หุ้น Tesla ดิ่ง 50% จากราคาสูงสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังปัจจัยเสี่ยงเชิงเศรษฐกิจรุมเร้า-ผู้นำฉุดเชื่อมั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>

หุ้น Tesla ปรับตัวลดลง 50% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังจากต้องเผชิญปัจจัยลบต่างๆ ทั้งการส่งมอบรถยนต์ที่พลาดเป้า แรงเทขายหุ้นเทค และความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย 

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานความเคลื่อนไหวราคาหุ้น Tesla ล่าสุด ปรับตัวลดลงราว 50% จากราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 โดยวานนี้ (14 ตุลาคม) ราคาหุ้น Tesla ปิดการซื้อขายที่ 204.99 ดอลลาร์ ลดลง 7.6% จากวันก่อนหน้า ส่งผลให้มูลค่าตลาดลดลงมาอยู่ที่ 6.42 แสนล้านดอลลาร์ และหากเทียบกับราคาหุ้น ณ จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 409.97 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2021 เท่ากับว่ามูลค่าหุ้น Tesla ร่วงลงมากว่า 50% 

 

มูลค่าหุ้นที่ลดลงเกิดขึ้นท่ามกลางการล่มสลายของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นโดยทั่ว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบของเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น หุ้นเติบโตสูง (Growth Stock) จะมีความเสี่ยงกว่าหุ้นพื้นฐาน (Value Stock) และต้องเผชิญกับความเสี่ยงถูกเทขายที่รุนแรงมากกว่า 

 

ขณะเดียวกัน ปัจจัยลบต่อ Tesla เองก็มีค่อนข้างมาก เช่น การส่งมอบรถยนต์ในไตรมาสที่ 3 ที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากปัญหาด้านโลจิสติกส์ โดยนักวิเคราะห์บางคนเตือนว่าราคาขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อความต้องการในบางตลาดเช่นกัน อีกทั้งโรงงานของ Tesla ในเซี่ยงไฮ้ต้องเผชิญกับการหยุดชะงัก เนื่องจากการล็อกดาวน์ในเมืองจากโควิด นอกจากนี้ Tesla ยังได้รับมือกับปัญหาการขาดแคลนอุปทานและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ เช่นเดียวกับผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ เกือบทุกแห่งทั่วโลก

 

นอกจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้นแล้ว การที่ผู้บริหารระดับสูงของ Tesla อย่าง อีลอน มัสก์ พยายามเปิดเผยต่อสาธารณะในเรื่องการกลับเข้าซื้อ Twitter Inc. อีกครั้ง หลังจากที่เดินออกจากข้อตกลง ก็มีส่วนทำให้ราคาหุ้น Tesla ดิ่งลงเช่นกัน เพราะนักลงทุนเริ่มกังวลว่าผู้นำองค์กรรายนี้จะสร้างความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีก 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง:

The post หุ้น Tesla ดิ่ง 50% จากราคาสูงสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังปัจจัยเสี่ยงเชิงเศรษฐกิจรุมเร้า-ผู้นำฉุดเชื่อมั่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: Tesla เรียกรถคืน 1.1 ล้านคันทั่วสหรัฐฯ ชี้อัปเดตซอฟต์แวร์คุมระบบหน้าต่าง | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-23092022-4/ Fri, 23 Sep 2022 08:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=685638

Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของสหรัฐฯ เดินหน้าทยอยเรี […]

The post ชมคลิป: Tesla เรียกรถคืน 1.1 ล้านคันทั่วสหรัฐฯ ชี้อัปเดตซอฟต์แวร์คุมระบบหน้าต่าง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
  • Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของสหรัฐฯ เดินหน้าทยอยเรียกรถยนต์คืนเกือบ 1.1 ล้านคันทั่วสหรัฐฯ เนื่องจากระบบพลิกกลับอัตโนมัติของกระจกหน้าต่างอาจไม่ตอบสนองอย่างถูกต้องหลังจากตรวจพบสิ่งกีดขวาง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุได้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: Tesla เรียกรถคืน 1.1 ล้านคันทั่วสหรัฐฯ ชี้อัปเดตซอฟต์แวร์คุมระบบหน้าต่าง | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla เรียกคืนรถยนต์ ‘1.1 ล้านคัน’ ทั่วสหรัฐฯ ชี้อัปเดตซอฟต์แวร์คุมระบบหน้าต่าง https://thestandard.co/tesla-recalls-vehicles/ Fri, 23 Sep 2022 04:05:44 +0000 https://thestandard.co/?p=685503

Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของสหรัฐฯ เดินหน้าทยอยเรี […]

The post Tesla เรียกคืนรถยนต์ ‘1.1 ล้านคัน’ ทั่วสหรัฐฯ ชี้อัปเดตซอฟต์แวร์คุมระบบหน้าต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของสหรัฐฯ เดินหน้าทยอยเรียกรถยนต์คืนเกือบ 1.1 ล้านคันทั่วสหรัฐฯ เนื่องจากระบบพลิกกลับอัตโนมัติของกระจกหน้าต่างอาจไม่ตอบสนองอย่างถูกต้องหลังจากตรวจพบสิ่งกีดขวาง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดอุบัติเหตุได้ 

 

แถลงการณ์ของ Tesla ระบุว่า ทางบริษัทได้แจ้งกับทางสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) ว่าจะดำเนินการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ over-the-air ของระบบพลิกกลับกระจกอัตโนมัติ 

 

สำหรับการเรียกคืนนี้ครอบคลุมรถยนต์รุ่น 3 ปี 2017-2022, รุ่น Y ปี 2020-2021 และรถยนต์รุ่น S และรุ่น X ปี 2021-2022 โดยจนถึงขณะนี้ทางบริษัทยังไม่ได้รับรายงานอุบัติเหตุใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของการเรียกรถคืนในครั้งนี้ 

 

สำหรับระบบพลิกกลับอัตโนมัติได้รับการออกแบบให้ส่งหน้าต่างกลับลงมาโดยอัตโนมัติหากมีสิ่งกีดขวางระหว่างหน้าต่างกับกรอบหน้าต่าง

 

ด้าน NHTSA กล่าวว่า หน้าต่างปิดโดยไม่มีระบบพลิกกลับอัตโนมัติที่เหมาะสมอาจใช้แรงมากเกินไป จนอาจกวนสมาธิคนขับหรือผู้โดยสาร ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post Tesla เรียกคืนรถยนต์ ‘1.1 ล้านคัน’ ทั่วสหรัฐฯ ชี้อัปเดตซอฟต์แวร์คุมระบบหน้าต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลูกค้าคนหนึ่งยื่นฟ้อง Tesla และ อีลอน มัสก์ ในข้อหา ‘หลอกลวงและทำให้เข้าใจผิด’ ด้วยการโฆษณา Autopilot และ Full Self-Driving https://thestandard.co/tesla-autopilot/ Tue, 20 Sep 2022 06:37:21 +0000 https://thestandard.co/?p=684147 Tesla

เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ในซานฟรานซิสโกได้ฟ้องบริษัท Te […]

The post ลูกค้าคนหนึ่งยื่นฟ้อง Tesla และ อีลอน มัสก์ ในข้อหา ‘หลอกลวงและทำให้เข้าใจผิด’ ด้วยการโฆษณา Autopilot และ Full Self-Driving appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla

เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ในซานฟรานซิสโกได้ฟ้องบริษัท Tesla และ อีลอน มัสก์ ในข้อหา ‘หลอกลวงและทำให้เข้าใจผิด’ สำหรับการโฆษณา Autopilot และฟีเจอร์ช่วยขับขี่ขั้นสูงอย่าง ‘Full Self-Driving’

 

ภายในเอกสารฟ้องร้องอ้างว่ามัสก์และ Tesla นั้น “หลอกลวงผู้บริโภคเกี่ยวกับความสามารถในปัจจุบันของเทคโนโลยี ADAS (ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง) ด้วยการแสดงให้เห็นว่าบริษัทอยู่บนจุดสูงสุดของการทำให้เทคโนโลยีนั้นสมบูรณ์แบบ และในที่สุดก็จะบรรลุสัญญาในการผลิตรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ” ซึ่งมัน “ตรงกันข้ามกับคำสัญญาของ Tesla ที่ย้ำว่าจะมีรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบภายในไม่กี่เดือนหรือ 1 ปี หากแต่บริษัทไม่เคยขยับเข้าใกล้เป้าหมายนั้นเลย”


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


ระหว่างการพิจารณาคดี โจทก์อย่าง บริกส์ มัตส์โก กล่าวว่า เขาควักเงินประมาณ 5,000 ดอลลาร์เพื่อซื้อฟีเจอร์พวกนั้นในปี 2018 เช่นเดียวกับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าจาก Tesla คนอื่นๆ ที่จ่ายเงินเพื่อซื้อฟีเจอร์ Enhanced Autopilot ที่ตอนนั้นถูกขายในฐานะรุ่นพี่ของฟีเจอร์ Full Self-Driving ซึ่ง ณ ตอนนี้มีราคา 15,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 555,000 บาท ซึ่งมัตส์โกต้องการดำเนินคดีแบบกลุ่มสำหรับคนที่ตกอยู่ในถานการณ์เดียวกันกับเขา

 

คดีความนี้พุ่งเป้าไปที่การใช้ ‘คำศัพท์’ ในการตั้งชื่อฟีเจอร์ต่างๆ ของ Tesla รวมถึงชื่อ ‘Autopilot’ เช่นเดียวกับคำแถลงต่อสาธารณะและทวีตต่างๆ ของมัสก์เกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่ยังไม่เสร็จดี 

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกล่าวอ้างของมัสก์ว่าการเดินทางทั่วทั้งสหรัฐฯ แบบไร้คนขับจะเกิดขึ้นภายในปี 2018 และในปี 2019 ที่เขาอ้างว่าจะมีรถแท็กซี่ไร้คนขับกว่า 1 ล้านคันบนท้องถนน โดยกล่าวว่า “1 ปีจากนี้ไป เราจะมีรถยนต์มากกว่า 1 ล้านคันที่มีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบ มีซอฟต์แวร์…มีทุกอย่าง”

 

ซึ่งการเดินทางข้ามประเทศดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด เนื่องจากมัสก์ยอมรับว่าต้องมีเส้นทางพิเศษเพื่อให้มันเกิดขึ้น และกล่าวว่าเขาต้องการให้ทีม Autopilot ให้ความสำคัญกับคุณลักษณะด้านความปลอดภัยมากกว่า

 

และสำหรับการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ แฟ้มคดีดังกล่าวอ้างว่าเป็นการฉ้อโกง โดยอ้างถึงวิดีโอจากปี 2016 ของ Tesla ที่แสดงให้เห็นว่า Model X ขับออกจากโรงรถ เข้าไปในเมือง ทิ้งคนขับไว้ที่จุดหมายปลายทาง และไปจอดรถเข้าซองโดยอัตโนมัติ

 

มัตส์โกกล่าวว่า เขาต้องการคำสั่งชั่วคราว “ที่ห้าม Tesla ทำการตลาดที่หลอกลวงและทำให้เข้าใจผิดสำหรับเทคโนโลยี ADAS ชดใช้เงินที่โจทก์และผู้ร่วมฟ้องร้องที่จ่ายไปสำหรับเทคโนโลยีที่ Tesla สัญญาไว้ว่าจะให้แต่ไม่เคยมีให้ รวมถึงค่าเสียหายทั้งหมดที่มีอยู่ และค่าเสียหายเชิงทำโทษ เพื่อลงโทษ Tesla ที่ใช้การตลาดเพื่อหลอกลวงและทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดมาหลายปีเพื่อทำให้ตัวเองโดดเด่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า”

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

The post ลูกค้าคนหนึ่งยื่นฟ้อง Tesla และ อีลอน มัสก์ ในข้อหา ‘หลอกลวงและทำให้เข้าใจผิด’ ด้วยการโฆษณา Autopilot และ Full Self-Driving appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla เขย่าตำแหน่งบริหารใน Gigafactory โรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นอกเมืองรีโน รัฐเนวาดา https://thestandard.co/tesla-gigafactory/ Fri, 16 Sep 2022 13:47:42 +0000 https://thestandard.co/?p=682799

บริษัทยานยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ที่มียอดขายสูงสุดในสหรัฐอเมร […]

The post Tesla เขย่าตำแหน่งบริหารใน Gigafactory โรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นอกเมืองรีโน รัฐเนวาดา appeared first on THE STANDARD.

]]>

บริษัทยานยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ที่มียอดขายสูงสุดในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกอย่าง Tesla ได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งบริหารหลายคน ณ โรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของตนในรัฐเนวาดาอย่าง ‘Gigafactory’ และกำลังกำหนดเป้าหมายใหม่ให้กับโรงงานแห่งนี้

 

จากเอกสารที่ CNBC ได้รับจากบุคคลที่ทำงานในโรงงานแห่งนี้ระบุว่า Hrushikesh ‘Hrushi’ Sagar ได้รับหน้าที่ดูแลโรงงานยักษ์แห่งนี้แทนที่ Chris Lister อดีตรองประธานฝ่ายปฏิบัติการของโรงงาน ซึ่งลาออกจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของมัสก์เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


Sagar ได้พูดคุยกับพนักงานในโรงงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงการจัดการ การทบทวนประสิทธิภาพ เหตุการณ์สำคัญของโรงงาน และเป้าหมายใหม่เชิงรุกสำหรับโรงงาน พร้อมเปิดเผยโรงงานใหม่ในรัฐเท็กซัสและประเทศเยอรมนี

 

พร้อมทั้งกล่าวถึงการจากไปของ Chris สั้นๆ ว่า “ผมซาบซึ้งกับสิ่งที่ Chris ทำให้ที่นี่ ผม มัสก์ และทั่วทั้งบริษัทรู้สึกขอบคุณการอุทิศตนของเขา แต่เราก็ต้องก้าวต่อไป”

 

ระหว่างการประชุม Sagar ได้ฉลองเรื่องที่ Tesla ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าได้ประมาณ 134,000 คัน จากโรงงานในเมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในไตรมาสที่สองของปี และกล่าวว่าเดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่มีการผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับฟรีมอนต์ในแง่ของการผลิต

 

โรงงานในฟรีมอนต์สามารถผลิตรถยนต์ได้ประมาณ 12,000 คันต่อสัปดาห์ และตั้งเป้าไว้ที่ 14,000 คันต่อสัปดาห์ เป็นเป้าหมายต่อไป เขากล่าว

 

ตำแหน่งใหม่ของ Sagar คือผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการยานยนต์และวิศวกรรมการผลิต และได้บอกกับพนักงานว่าพวกเขาควรจะคิดว่าโรงงานในฟรีมอนต์เป็น ‘ลูกค้า’ ของพวกเขา โดยได้ตั้งข้อสังเกตว่าการผลิตรถยนต์ที่นั่นประสบความสำเร็จหรือล่มนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพในการขนส่งของ Gigafactory

 

แม้ Sagar มิได้วางแผนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของเขาในรัฐเนวาดา แต่ขณะเดียวกัน เขาก็วางแผนที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำในโรงงานนี้ นั่นรวมถึง Matt Reddick ผู้นำด้านพลังงาน และ Eric Montgomery หัวหน้าภาคพื้นดิน ซึ่งคอยจัดการสิ่งต่างๆ ในบริษัท

 

โดยในการประชุมมีการบอกพนักงานว่าต้องผลิตแบตเตอรี่พลังงานสูงจำนวน 8,800 ก้อนต่อสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรองรับเป้าหมายการผลิตใหม่ของโรงงานในเมืองฟรีมอนต์ได้ และเพื่อ ‘เพิ่มแรงขับเคลื่อนการผลิตให้ได้มากที่สุด’

 

Tesla สามารถผลิตแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ที่เรียกว่า Megapack ได้ถึง 42 ก้อนต่อสัปดาห์ โดยมีขนาดประมาณตู้คอนเทนเนอร์เพื่อใช้จัดเก็บพลังงานในระดับสาธารณูปโภค ซึ่งมักจะเก็บพลังงานส่วนเกินที่เกิดจากลมหรือแสงอาทิตย์

 

โรงงานยังประสบความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการผลิต Powerwall เกินกว่า 6,500 ชิ้นต่อสัปดาห์ โดย Powerwalls เป็นแบตเตอรี่สำรองขนาดเล็กสำหรับใช้ในบ้านที่สามารถชาร์จใหม่ได้

 

ก่อนหน้านี้ Tesla บังคับให้ลูกค้าที่อยากซื้อ Powerwall ‘ต้อง’ ซื้อหลังคาพลังงานโซลาร์เซลล์จากบริษัทด้วย โดยโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนของ Tesla ในเนวาดาได้ทำการผลิต Powerwalls จำนวนทั้งสิ้น 37,600 ชิ้น ในไตรมาสที่สองที่ผ่านมาของปีนี้ และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนการผลิตดังกล่าวให้ถึง 22% ในไตรมาสที่สาม

 

ในด้านของทรัพยากรบุคคลนั้น พนักงานหลายคนเรียกร้องให้ลดชั่วโมงในการผลิตผลิตภัณฑ์หนึ่งหน่วยของทีมผลิต และขอเรียกร้องให้บริษัท ‘รับหน้าที่’ เพิ่มเติมในการปรับปรุงความปลอดภัยและลดต้นทุนการผลิตในโรงงาน

 

ทั้งนี้ บริษัทกำลังมูฟออนจากการปลดจำนวนพนักงานที่สูงชันในไตรมาสที่สองของปีนี้ และกำลังอยู่ท่ามกลางกระบวนการตรวจสอบประสิทธิภาพที่กว้างขวาง

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post Tesla เขย่าตำแหน่งบริหารใน Gigafactory โรงงานผลิตแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นอกเมืองรีโน รัฐเนวาดา appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตา Tesla รับสมัคร ‘พนักงานในไทย’ อาจส่งสัญญาณถึงขั้น ‘ตั้งฐานการผลิต’ ได้หรือไม่? https://thestandard.co/tesla-thailand-recruit/ Sat, 03 Sep 2022 11:58:36 +0000 https://thestandard.co/?p=675995

กลายเป็นประเด็นไวรัลในแวดวงยานยนต์อีกครั้ง หลังจากที่มี […]

The post จับตา Tesla รับสมัคร ‘พนักงานในไทย’ อาจส่งสัญญาณถึงขั้น ‘ตั้งฐานการผลิต’ ได้หรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>

กลายเป็นประเด็นไวรัลในแวดวงยานยนต์อีกครั้ง หลังจากที่มีผู้เห็นประกาศรับสมัครงานบนหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Tesla โดยเป็นการประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งระดับผู้จัดการของบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งบริษัทแห่งนี้กลายเป็นข่าวดังตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี กับการเข้ามาจดทะเบียนบริษัทฯ ในไทย แม้จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ก็ตาม 

 

การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ ในไทย ยังไม่ใช่ข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่า Tesla จะเริ่มดำเนินธุรกิจในไทยหรือไม่ เพราะ Tesla เคยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ ในประเทศอื่นแล้ว แต่ยังไม่ดำเนินการทำตลาดก็มีตัวอย่างให้เห็น 

 

แต่ทว่าเมื่อมีการประกาศรับสมัครพนักงานในระดับผู้จัดการและระดับปฏิบัติการ สิ่งนี้คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า Tesla กำลังรวบรวมทีมงานเพื่อดำเนินธุรกิจอย่างไม่ต้องสงสัย 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไปถึงตำแหน่งต่างๆ ที่ Tesla ประกาศรับสมัครนั้น มีมากถึง 14 ตำแหน่ง โดยมีตำแหน่งสำคัญคือ Public Policy & Business Development Manager โดยเนื้องานของตำแหน่งนี้คือ ต้องมีความรู้และเข้าใจในระบบและระเบียบราชการไทย พร้อมประสานงานได้เป็นอย่างดี รวมถึงหากมีความรู้เรื่องระเบียบของอาเซียนด้วยจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ 

 

ประเด็นนี้หากให้ตีความแบบ ‘เข้าข้างประเทศไทย’ นั่นหมายความว่า Tesla กำลังพิจารณาจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน ทำให้ได้รับการยกเว้นการเก็บอากรนำเข้าระหว่างประเทศสมาชิกทั้ง 10 ชาติของอาเซียน 

 

ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆ ที่เปิดรับถือว่าครบถ้วนในการดำเนินกิจการจำหน่ายรถยนต์ ไล่เรียงมาตั้งแต่ Store Manager, Service Manager ไปจนถึงระบบ Vehicle Technician หรือช่างซ่อม และ Tesla Advisor ที่ปรึกษารถ Tesla ซึ่งตำแหน่งนี้จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรถ Tesla โดยมิใช่พนักงานขาย เนื่องจากการจองซื้อรถ Tesla จะทำผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ไม่มีพนักงานขายหรือเซลที่เราคุ้นเคยกัน   

 

เรียกว่าทุกตำแหน่งที่เปิดรับสมัครคือสัญญาณที่บ่งชี้ว่า Tesla กำลังเตรียมพร้อมทำตลาดในประเทศไทยที่ชัดเจนที่สุด ส่วนรายละเอียดว่าจะเข้ามาทำตลาดในไทยรูปแบบใด ‘นำเข้าหรือประกอบในประเทศ’ คำตอบของคำถามนี้อยู่ที่คณะทำงานของรัฐบาลไทย ซึ่งได้ส่งข้อเสนอเพื่อเชิญให้ Tesla เข้ามาลงทุนในประเทศไทย 

 

แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นใด สาวก Tesla ชาวไทยจะมีโอกาสได้ใช้งาน Tesla พร้อมการรับประกันอย่างเต็มรูปแบบในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

 

ภาพ: Kuang Da / JIEMIAN NEWS / VCG via Getty Images

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line คลิก https://lin.ee/xfPbXUP

The post จับตา Tesla รับสมัคร ‘พนักงานในไทย’ อาจส่งสัญญาณถึงขั้น ‘ตั้งฐานการผลิต’ ได้หรือไม่? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธานาธิบดีลุยเองได้ผล! Tesla ลงนามสั่งซื้อ ‘นิกเกิล’ จากอินโดนีเซีย มูลค่า 1.77 แสนล้านบาท https://thestandard.co/tesla-signs-to-buy-nickel-from-indonesia/ Wed, 10 Aug 2022 02:52:39 +0000 https://thestandard.co/?p=665305 Tesla

Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ลงนามในสั […]

The post ประธานาธิบดีลุยเองได้ผล! Tesla ลงนามสั่งซื้อ ‘นิกเกิล’ จากอินโดนีเซีย มูลค่า 1.77 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
Tesla

Tesla ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ลงนามในสัญญามูลค่าประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.77 แสนล้านบาท เพื่อซื้อวัสดุสำหรับแบตเตอรี่จากบริษัทแปรรูปนิกเกิลในอินโดนีเซีย

 

นี่อาจเป็นผลพวงหลังจากที่ อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tesla และ SpaceX ได้พบกับ โจโก วีโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซียที่โรงงานผลิตจรวดในเมืองโบคาชิกา รัฐเท็กซัส ซึ่งได้มีการเชิญให้มัสก์ไปยังอินโดนีเซียในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

รัฐมนตรีกระทรวงประสานงานด้านกิจการการเดินเรือและการลงทุน เผยกับ CNBC Indonesia ว่า Tesla ลงนามในสัญญา 5 ปี กับบริษัทแปรรูปนิกเกิลที่ดำเนินงานจากโมโรวาลีในเกาะสุลาเวสี โดยนิกเกิลดังกล่าวจะถูกใช้ในแบตเตอรี่ลิเทียม

 

ที่ผ่านมาอินโดนีเซียมีความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของตัวเอง โดยได้หยุดการส่งออกแร่นิกเกิลเพื่อให้แน่ใจว่ามีอุปทานสำหรับนักลงทุน ซึ่งวิธีดังกล่าวประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนจากยักษ์ใหญ่ด้านเหล็กของจีนและบริษัทเกาหลีใต้ เช่น LG และ Hyundai

 

สถาบันวิจัย Fitch Solutions ประมาณการว่าการผลิตนิกเกิลของอินโดนีเซียจะเพิ่มขึ้น 10% ในปี 2022 เป็น 919,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วนการผลิตนิกเกิล 31.4% ของโลก

 

อินโดนีเซียมีเหมืองนิกเกิลสำคัญ 5 แห่ง จากข้อมูลของ USGS อินโดนีเซียเป็นผู้ผลิตนิกเกิลรายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการผลิตถึง 1 ล้านตันในปี 2021 และมีปริมาณสำรอง 21 ล้านตัน

 

ภาพ: twitter.com/jokowi

อ้างอิง:

The post ประธานาธิบดีลุยเองได้ผล! Tesla ลงนามสั่งซื้อ ‘นิกเกิล’ จากอินโดนีเซีย มูลค่า 1.77 แสนล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>