เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เทพรัตน์-เทพพิทักษ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 03 Mar 2024 10:41:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ส่องโปรไฟล์ ‘เทพรัตน์ เทพพิทักษ์’ ผู้ว่าการ กฟผ. คนใหม่ https://thestandard.co/thepparat-theppitak-egat-new-governor/ Sun, 03 Mar 2024 10:40:31 +0000 https://thestandard.co/?p=906679

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ‘เทพรัตน์ เทพพิทักษ์’ ก […]

The post ส่องโปรไฟล์ ‘เทพรัตน์ เทพพิทักษ์’ ผู้ว่าการ กฟผ. คนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ‘เทพรัตน์ เทพพิทักษ์’ กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 16

 

วันนี้ (3 มีนาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วาระพิเศษ มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ ปฏิบัติงานที่บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) (EGCO) ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ. แทน บุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการ กฟผ. คนที่ 16 เกิดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2508 ปัจจุบันอายุ 58 ปี 

 

ประวัติการศึกษา

  • ปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์ สาขา Electricity Industry Management and Technology มหาวิทยาลัยสแตรธไคลด์ (University of Strathclyde) สหราชอาณาจักร 
  • ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 
  • ผ่านการอบรมในหลักสูตรสำคัญมากมาย อาทิ หลักสูตร Advanced Management Program จาก Harvard Business School สหรัฐอเมริกา 
  • หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 
  • หลักสูตร Senior Executive Program จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน จากสถาบันวิทยาการพลังงาน 
  • หลักสูตรผู้นำผู้สร้างแรงบันดาลใจสำหรับผู้บริหารระดับสูง จากสถาบันพระปกเกล้า

 

ประวัติการทำงาน

  • ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการ ประจำสำนักผู้ว่าการ ปฏิบัติงานที่บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่
  • ปี 2561-2563 ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน 
  • ปี 2560-2561 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่

 

ภาพ: Jaromír Chalabala / Getty Images

The post ส่องโปรไฟล์ ‘เทพรัตน์ เทพพิทักษ์’ ผู้ว่าการ กฟผ. คนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
EGCO เปิดแผนปี 67 เล็งทำ M&A โครงการพลังงานอีก 2-3 ดีล เผยกำเงินสดกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท พร้อมลงทุน https://thestandard.co/egco-2024-plan/ Fri, 01 Mar 2024 03:50:14 +0000 https://thestandard.co/?p=905967 EGCO

EGCO คาดผลงานปี 2567 พลิกฟื้นกำไร หลังไม่มีรายพิเศษถ่วง […]

The post EGCO เปิดแผนปี 67 เล็งทำ M&A โครงการพลังงานอีก 2-3 ดีล เผยกำเงินสดกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท พร้อมลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
EGCO

EGCO คาดผลงานปี 2567 พลิกฟื้นกำไร หลังไม่มีรายพิเศษถ่วง ธุรกิจมีกำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่อง มีโรงไฟฟ้าเติมพอร์ตปีนี้อีก 1,000 เมกะวัตต์ ลุ้นรับกำไรพิเศษแบ่งขายโรงไฟฟ้า

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) เปิดเผยว่า  มีขาดทุนสุทธิ 8,384 ล้านบาท สาเหตุหลักจากผลกระทบจากรายการพิเศษขนาดใหญ่จำนวน 16,724 ล้านบาท จากผลกระทบจากการปรับโครงสร้างทางการเงินและการถือหุ้น และการตั้งด้อยค่าจากการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามแผนของโครงการระหว่างก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเล “หยุนหลิน” ในไต้หวัน

 

รวมทั้งการตั้งด้อยค่านิยมของโรงไฟฟ้าเคซอน ในประเทศฟิลิปปินส์ จากการสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้า(PPA) ของโรงไฟฟ้าเอ็กโก โคเจน และจากการสิ้นสุดเงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ของโรงไฟฟ้าโซลาร์โก

 

สำหรับโครงการหยุนหลินในไต้หวันซึ่งมีการก่อสร้างที่ล่าช้าจากแผนเดิมประมาณ 2 ปีนับตั้งสถานการณ์โควิดที่แพร่ระบาด ซึ่งเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุม ส่งผลให้ไต้หวันมีมาตรการการควบคุมเข้า-ออกประเทศที่เข้มงวด และปิดประเทศบางช่วง จึงกระทบต่อการเดินทางและการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดใหญ่ อีกทั้งมีสภาพภูมิอากาศแบบมรสุมในช่องแคบไต้หวันที่ส่งผลให้มีระยะเวลาที่เหมาะสมแก่การทำงานจำกัด จากสาเหตุทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้มีต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของการตั้งด้อยค่าดังกล่าว

 

ขณะที่บริษัทได้พยายามเร่งรัดติดตามความก้าวหน้าของโครงการหยุนหลินอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ส่งผลให้ในปี 2566 บริษัทจึงมีการปรับแผนการก่อสร้าง ปรับโครงสร้างทางการเงินและการถือหุ้น เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ 

 

EGCO แถลงทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2567  

 

อย่างไรก็ดี รายการพิเศษดังกล่าวเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสด และไม่กระทบอัตราส่วนทางการเงินตามเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2566 EGCO มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 28,862 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.31 เท่า และในปี 2566 ยังมีกำไรจากการดำเนินงาน 8,734 ล้านบาท  

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) มีมติอนุมัติเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีหลังปี 2566 จำนวน 3.25 บาทต่อหุ้น รวมปันผลทั้งปี 2566 จำนวน 6.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทนประมาณ 5% 

 

สำหรับความคืบหน้าของโครงการหยุนหลินปัจจุบันโครงการได้ติดตั้งเสากังหัน (Monopile) แล้วเสร็จรวม 45 ต้น ซึ่งเป็นกังหันลม (Wind Turbine Generator) ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้วทั้งสิ้น 33 ต้น คิดเป็นกำลังผลิตรวม 264 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันมีอัตราการผลิตไฟฟ้า (Capacity Factor) เฉลี่ยของโครงการสูงกว่า 40% ยืนยันศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต ปัจจุบันโครงการมีความพร้อมทุกด้านในการผลักดันและเดินหน้าการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงาน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จครบ 80 ต้น กำลังผลิตรวม 640 เมกะวัตต์ภายในปี 2567

 

คาดผลงานปี 2567 ฟื้นมีกำไรสุทธิ

 

เทพรัตน์กล่าวต่อว่า คาดว่าผลการดำเนินในปี 2567 ของบริษัทจะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ เนื่องจากปีนี้จะไม่มีผลกระทบจากการบันทึกรายการพิเศษเข้ามาในงบการเงินอีก ทั้งนี้ ปัจจุบัน EGCO มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งหมด 6,996 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งรวมโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจากการลงทุนใน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย, สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์, ออสเตรเลีย, อินโดนีเซีย, ไต้หวัน, เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา

 

อีกทั้งยังมีโอกาสบันทึกกำไรพิเศษจากแผนการแบ่งขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ของโครงการ APEX  ในสหรัฐอเมริกาออกมาบางส่วน ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 200-220 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปี 2567 โดยถือเป็นการปรับกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ของบริษัทมาเป็นแบบ Hybrid โดยจะมีการลงทุนใหม่ควบคู่ไปกับการพิจาณาโครงการบางส่วนออกไป เพื่อมีรายได้กลับมาจากเดิมที่เน้นการลงทุนเพียงอย่างเดียว

 

นอกจากนี้ นอกเหนือจากกลยุทธ์ดังกล่าวข้างต้น ยังมีแผนลดสัดส่วนการถือหุ้นในโรงไฟฟ้าที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วนที่สูง โดยจะมีการพิจารณาขายหุ้นบางส่วนออกไปเพื่อให้เงินทุนกลับมา และสามารถนำไปใช้ลงทุนต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการกู้ยืมเงิน หรืออาจเลือกใช้วิธีการแลกหุ้น (Share Swap) เพื่อนำไปใช้ชำระแทนสำหรับการลงทุนในโครงการใหม่ เพื่อรับมือสถานการณ์ดอกเบี้ยที่ปัจจุบันอยู่ในระดับที่สูง โดยวิธีการลงทุนรูปแบบดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพิจารณา หลังจากที่ผ่านมามีพาร์ตเนอร์ของบริษัทแสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในรูปแบบดังกล่าวด้วยเช่นกัน

 

EGCO

เปิดพอร์ตธุรกิจพลังงาน EGCO  

 

นอกจากนี้ คาดว่าในปี 2567 จะมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตจากการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการที่เข้าลงทุนในปี 2566 ได้แก่ โรงไฟฟ้า RISEC, กลุ่มโรงไฟฟ้า Compass, บริษัทโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค CDI รวมถึงรับรู้รายได้เพิ่มจากการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า EGCO Cogeneration ส่วนขยายกำลังผลิตสุทธิ 74 เมกะวัตต์ในจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2567 การทยอยจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบของโครงการหยุนหลินตลอดจนผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า Paju ES ในเกาหลีใต้ ที่มีแนวโน้มดีอย่างต่อเนื่อง และการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบและการขายโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้ APEX ในสหรัฐอเมริกา โดยมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาจากสภาพเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น และปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ซึ่งจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อน

 

เล็งทำ M&A ธุรกิจพลังงาน อีก 2-3 โครงการ

 

สำหรับโอกาสการลงทุนใหม่ในอนาคต คาดว่าบริษัทจะสามารถปิดดีลโครงการใหม่ในรูปแบบการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ (M&A) อีก 2-3 โครงการ ภายในปี 2567 ในขณะเดียวกันมีโอกาสสูงมากในการต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวของโรงไฟฟ้าในฟิลิปปินส์ ที่จะหมดสัญญาในเดือนพฤษภาคม 2568 โดยคาดว่าจะทราบผลการเจรจาที่ชัดเจนเร็วๆ นี้

 

“พอร์ตโรงไฟฟ้าของปัจจุบัน หากแยกตามพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าจะแบ่งเป็นใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติสัดส่วนประมาณ 60%, ถ่านหินสัดส่วนประมาณ 19% และมาจากพลังงานหมุนเวียนอีกประมาณ 21% ซึ่งตามนโยบายบริษัทจะไม่มีการลงทุนใหม่ในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่ม เพราะบริษัทมีเป้าหมายระยะยาวที่จะมุ่งไปสู่ Carbon Neutral

 

อีกทั้งในปี 2567 บริษัทเตรียมงบลงทุนไว้ที่ 30,000 ล้านบาท มุ่งแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นอีก 1,000 เมกะวัตต์ มุ่งเน้นการลงทุนและเดินเครื่องโรงไฟฟ้าคุณภาพสูงที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง สนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด รวมทั้งการขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน

The post EGCO เปิดแผนปี 67 เล็งทำ M&A โครงการพลังงานอีก 2-3 ดีล เผยกำเงินสดกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท พร้อมลงทุน appeared first on THE STANDARD.

]]>
EGCO บุกต่างประเทศ ทุ่ม 3 หมื่นล้านบาท เน้นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด https://thestandard.co/egco-expand-to-foreign-countries/ Tue, 13 Feb 2024 12:53:47 +0000 https://thestandard.co/?p=899360

ปี 2567 ปีแห่งโอกาสลงทุนพลังงานสะอาดของ EGCO Group! ทุ่ […]

The post EGCO บุกต่างประเทศ ทุ่ม 3 หมื่นล้านบาท เน้นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปี 2567 ปีแห่งโอกาสลงทุนพลังงานสะอาดของ EGCO Group! ทุ่มงบลงทุน 30,000 ล้านบาท ลุยผลิตไฟฟ้าเพิ่ม 1,000 เมกะวัตต์ เผยจากนี้จะมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พร้อมตั้งเป้าภายใน 2030 เพิ่มสัดส่วนเป็น 30% ยึดกลยุทธ์แสวงหาโอกาส จับมือพาร์ตเนอร์ขยายลงทุนตลาดต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ลงทุน 8 ประเทศ  มองภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอเป็นทั้งโอกาส รวมทั้งความท้าทายการลงทุนและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO กล่าวว่า EGCO Group วางงบลงทุนปี 2567 ประมาณ 30,000 ล้านบาท ในการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ผ่านการซื้อกิจการโรงไฟฟ้า (M&A) จากกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นปัจจุบัน 6,996 เมกะวัตต์ (รวมโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) โดยเบื้องต้นคาดว่าภายในปีนี้จะปิดดีลได้ไม่ต่ำกว่า 3 ดีล

 

จากสัดส่วนกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,440 เมกะวัตต์ (คิดเป็นสัดส่วน 21% ของกำลังผลิตทั้งหมด) ไม่ว่าจะเป็นชีวมวล พลังน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมทั้งบนบกและในทะเล ไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ รวมถึงลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากมองว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพและเศรษฐกิจโดยเฉพาะพลังงาน ปิโตรเคมี และเหล็ก ที่เติบโตต่อเนื่อง

 

โดยจะใช้โอกาสขยายการลงทุนจากที่บริษัทได้เข้าไปลงทุนรวม 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ยึดกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน บุกตลาดต่างประเทศ

 

“อย่างที่ทราบกันว่าเราไม่มีแผนการเพิ่มสัดส่วนถ่านหิน และแนวทางที่จะไปคือพยายามเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาดให้ได้มากที่สุด ซึ่งเรามีสภาพคล่องและกระแสเงินสดในมือ 20,000-30,000 ล้านบาท”

 

โดยบริษัทยังคงใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นการขยายการลงทุนในต่างประเทศ ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม (Conventional) และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (Renewable) โดยเน้นร่วมทุนกับพาร์ตเนอร์เดิม

 

ทั้งโครงการพลังงานลมในช่องแคบไต้หวัน (หยุนหลิน) ขนาดกำลังการผลิตรวม 640 เมกะวัตต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ครบจำนวน 80 ต้นได้ภายในปีนี้ หลังจากที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวก่อสร้างล่าช้า เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันสามารถติดตั้งได้แล้วจำนวน 45 ต้น และมีการซื้อขาย COD แล้ว 33 ต้น

 

 

เทพรัตน์กล่าวอีกว่า ยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (RISEC) ประเทศสหรัฐฯ ขนาดกำลังการผลิตรวม 609 เมกะวัตต์ สามารถปิดดีลซื้อหุ้นในสัดส่วน 49% ไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

 

นอกจากนี้ได้เข้าถือหุ้นสัดส่วน 50% ในพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าคัมแพซ (Compass Portfolio) ซึ่งเป็นกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (CCGT) จำนวน 3 แห่งในสหรัฐอเมริกา กำลังการผลิต 1,304 เมกะวัตต์

 

ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมมาร์คัส ฮุก ขนาด 912 เมกะวัตต์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมมิลฟอร์ด ขนาด 205 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมไดตัน ขนาด 187 เมกะวัตต์ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งโรงไฟฟ้าเหล่านี้มีสัญญาขายไฟฟ้าระยะยาว และส่วนไฟฟ้าที่เหลือก็ขายในตลาดกลางซื้อขายไฟฟ้าพีเจเอ็ม (PJM) และนิวอิงแลนด์ (ISO-NE)

 

ตลาดสหรัฐฯ โต ตั้งเป้าปี 2040 เพิ่มพอร์ตพลังงานหมุนเวียน 30%

 

ปีนี้จึงคาดว่าจะยังคงเติบโต โดยจะทยอยเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดเข้าสู่ระบบ และตั้งเป้าปี 2030 จะมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเป็น 30% จากปัจจุบัน 21% เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ Conventional 70% จากการแสวงหาโอกาสในการลงทุน โดยเฉพาะในต่างประเทศ จะยังมุ่งเน้นโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม เนื่องจากยังมีความจำเป็นต่อระบบไฟฟ้าเพื่อรักษาเสถียรภาพ

 

ขณะเดียวกันยังมีแผนขยายโครงการพลังงานหมุนเวียนของบริษัท เอเพ็กซ์ คลีน เอ็นเนอร์ยี โฮลดิ้ง (APEX) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ EGCO Group ถือหุ้นอยู่ 17.46% โดยรับรู้รายได้ตามสัดส่วนการถือหุ้น 2 โรงไฟฟ้าของ APEX กำลังผลิตรวม 294 เมกะวัตต์ ที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและมีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 7 โครงการ

 

ดังนั้นด้วยกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนในสหรัฐฯ เติบโตได้ดีมากกว่า 60,000 เมกะวัตต์ บริษัทจึงเห็นถึงโอกาสที่จะเพิ่มสัดส่วนนี้ให้มากขึ้น

 

ปีนี้ 2567 เริ่มรับรู้รายได้ 8 ประเทศ

 

ปีนี้จะเป็นปีที่เริ่มรับรู้รายได้ทั้ง 8 ประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้น ตลาดสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งและเติบโต ความต้องการใช้ไฟฟ้าจึงเพิ่มขึ้นตาม ดังนั้นเราจะจับมือกับพาร์ตเนอร์เพื่อหาโอกาส

 

ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอจะมีผลต่อการลงทุนหรือไม่นั้น บางเรื่องไม่อาจคาดเดาได้ โดยเฉพาะภาวะสงคราม ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน ซึ่งยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

 

“ส่วนภาวะเศรษฐกิจในประเทศไทยมองว่า ตามแผนพัฒนาไฟฟ้าประเทศ (PDP) แม้ปัจจุบันกำลังการผลิตในระบบจะมากเกินไป แต่หากมองไป 2-3 ปีนี้ก็อาจจะไม่เพียงพอ หากเศรษฐกิจมีการเติบโต รวมถึงอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่นเปลี่ยนจากการใช้เครื่องยนต์มาเป็นมอเตอร์ ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าก้าวกระโดดในทุกอุตสาหกรรม ทำให้ดีมานด์ไฟฟ้ามากขึ้น มาร์จิ้นอาจจะลดลง รวมถึงนโยบายพลังงานสะอาด ยานยนต์ EV หรืออย่างไฮโดรเจน เป็นพลังงานทางเลือกที่มีศักยภาพมาก ก็ทำให้เราเห็นถึงโอกาสในการลงทุนมากขึ้นเช่นกัน”

 

ลุ้นนำเข้า LNG

 

ส่วนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นั้น EGCO ยังคงสนใจนำเข้า LNG เพื่อมาใช้กับโรงไฟฟ้าเอ็กโก โคเจนเนอเรชั่น แต่เนื่องจากปริมาณการนำเข้าคาดว่าจะไม่มาก ดังนั้น EGCO พร้อมเจรจากับผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซ

 

เทพรัตน์ระบุอีกว่า นโยบายลดค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (Ft) ที่ผ่านมายังไม่กระทบ เนื่องจากราคาค่าเชื้อเพลิงปรับลดลง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ารัฐบาลมุ่งเน้นการดูแลค่าไฟฟ้าไม่ให้ปรับสูงเกินไปอยู่แล้ว เพื่อดึงดูดการลงทุนในประเทศไทย

The post EGCO บุกต่างประเทศ ทุ่ม 3 หมื่นล้านบาท เน้นผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็กโก กรุ๊ป ทุ่ม 6.8 พันล้านบาท ซื้อหุ้น 30% ใน ‘พีที จันทราฯ’ บริษัททำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ในอินโดนีเซีย คาดปิดดีลจบในสิ้นปี 66 https://thestandard.co/egco-group-buy-shares-in-pt-chandra/ Wed, 13 Dec 2023 04:30:23 +0000 https://thestandard.co/?p=876279

เอ็กโก กรุ๊ป ประกาศซื้อหุ้น 30% ในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐา […]

The post เอ็กโก กรุ๊ป ทุ่ม 6.8 พันล้านบาท ซื้อหุ้น 30% ใน ‘พีที จันทราฯ’ บริษัททำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ในอินโดนีเซีย คาดปิดดีลจบในสิ้นปี 66 appeared first on THE STANDARD.

]]>

เอ็กโก กรุ๊ป ประกาศซื้อหุ้น 30% ในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภครายใหญ่ในอินโดนีเซีย มีธุรกิจโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ 2 แห่ง โรงงานผลิตและบำบัดน้ำ รวมทั้งท่าเทียบเรือและคลังเก็บผลิตภัณฑ์เคมี 

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า (EGCO) หรือเอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัท ฟีนิกซ์ เพาเวอร์ บี.วี. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่เอ็กโกถือหุ้นทั้งหมด และจดทะเบียนในประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ลงนามในสัญญาซื้อหุ้นเพิ่มทุนกับบริษัท พีที จันทรา ดายา อินเวสตาสิ (CDI) ในวันที่ 12 ธันวาคม 2566 เพื่อเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 30% ของ CDI โดยมีมูลค่าการลงทุน 194 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6,800 ล้านบาท โดยคาดว่าการซื้อ-ขายหุ้นจะสำเร็จภายในสิ้นปี 2566 หลังจากดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ในการปิดรายการซื้อ-ขายแล้วเสร็จ

 

CDI เป็นบริษัทย่อยในเครือ CAP ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านเคมีและสาธารณูปโภคแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในประเทศอินโดนีเซีย โดย CDI เป็นบริษัทลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค มีการลงทุนในธุรกิจผลิตและขายไฟฟ้า ธุรกิจผลิตและส่งจ่ายน้ำ และธุรกิจบริหารจัดการคลังเก็บผลิตภัณฑ์เคมีและท่าเทียบเรือ ธุรกิจและการลงทุนของ CDI ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ยุทธศาสตร์และนิคมอุตสาหกรรมเมืองซิเลกอน และเมืองเซรัง จังหวัดบันเตน เกาะชวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรมหลักขนาดใหญ่ของประเทศ ที่มีอุปสงค์ทางอุตสาหกรรมสูงและเติบโตอย่างรวดเร็ว 

 

นอกจากนี้ CDI ยังมีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมจำนวน 2 แห่ง ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว มีกำลังผลิตรวม 147 เมกะวัตต์ และได้รับสิทธิการส่งจ่ายไฟฟ้าแต่เพียงผู้เดียวภายในเขตพื้นที่เมืองซิเลกอน รวมถึงธุรกิจด้านการผลิตและบำบัดน้ำครบวงจรในเมืองซิเลกอน และมีสัญญาระยะยาวกับลูกค้าอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ซึ่งเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ นอกจากนี้ CDI ยังให้บริการคลังเก็บผลิตภัณฑ์เคมีและท่าเทียบเรือแบบครบวงจรในพื้นที่ยุทธศาสตร์เมืองเซรังอีกด้วย

 

“เมื่อปิดดีลแล้ว เอ็กโก กรุ๊ปจะรับรู้รายได้ทันที สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะสั้น โดยให้ความสำคัญในการลงทุนโครงการที่มีคุณภาพสูงที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคนี้จะช่วยผลักดันให้เข้าสู่ตลาดที่มีศักยภาพของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการพลังงานสูง อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนต่อไป” เทพรัตน์กล่าว

The post เอ็กโก กรุ๊ป ทุ่ม 6.8 พันล้านบาท ซื้อหุ้น 30% ใน ‘พีที จันทราฯ’ บริษัททำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ในอินโดนีเซีย คาดปิดดีลจบในสิ้นปี 66 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็กโก กรุ๊ป จับมือกลุ่มมิตซูบิชิ ลุยผลิตกรีนไฮโดรเจนจากโรงไฟฟ้าโบโค ร็อค วินด์ฟาร์ม ในออสเตรเลีย ปูทางสู่เป้า Net Zero ในปี 2050 https://thestandard.co/egco-mou-dga-green-hydrogen/ Thu, 20 Jul 2023 04:19:53 +0000 https://thestandard.co/?p=819667 green hydrogen

เอ็กโก กรุ๊ป เซ็น MOU กับดีจีเอ บริษัทในเครือมิตซูบิชิ […]

The post เอ็กโก กรุ๊ป จับมือกลุ่มมิตซูบิชิ ลุยผลิตกรีนไฮโดรเจนจากโรงไฟฟ้าโบโค ร็อค วินด์ฟาร์ม ในออสเตรเลีย ปูทางสู่เป้า Net Zero ในปี 2050 appeared first on THE STANDARD.

]]>
green hydrogen

เอ็กโก กรุ๊ป เซ็น MOU กับดีจีเอ บริษัทในเครือมิตซูบิชิ ร่วมกันศึกษาและประเมินโอกาสในการร่วมพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกรีนไฮโดรเจนจากโรงไฟฟ้าโบโค ร็อค วินด์ฟาร์ม ในออสเตรเลีย 

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า หรือเอ็กโก กรุ๊ป (EGCO) เปิดเผยว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท ไดมอนด์ เจนเนอเรติ้ง เอเชีย จำกัด (ดีจีเอ) ในเครือมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น เพื่อศึกษาและประเมินโอกาสในการร่วมพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับไฮโดรเจนครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าและโครงการพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากโรงไฟฟ้าโบโค ร็อค วินด์ฟาร์ม ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเอ็กโก กรุ๊ป ถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์

 

โดยบริษัทเห็นถึงความสำคัญของพลังงานสะอาดที่มีบทบาทมากขึ้นในยุคเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงาน โดยเฉพาะไฮโดรเจนที่มีศักยภาพรองรับการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสีเขียว การพัฒนาอย่างรวดเร็วของตลาดไฮโดรเจนทำให้เห็นศักยภาพและโอกาสในการลงทุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับไฮโดรเจนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งไม่เพียงเป็นการสร้าง New S-Curve และสนับสนุนการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง แต่ยังช่วยขับเคลื่อนบริษัทไปสู่การบรรลุเป้าหมายระยะยาวคือ การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 หรือ พ.ศ. 2593 

 

“เอ็กโก กรุ๊ป และดีจีเอ ซึ่งเป็นพันธมิตรกับเอ็กโก กรุ๊ป มาอย่างยาวนาน จะร่วมศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับไฮโดรเจนทั้งห่วงโซ่คุณค่าในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาอุตสาหกรรมกรีนไฮโดรเจน การศึกษาจะครอบคลุมถึงการผลิตกรีนไฮโดรเจนจากโรงไฟฟ้าโบโค ร็อค วินด์ฟาร์ม กำลังผลิต 113 เมกะวัตต์ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย ซึ่งเอ็กโก กรุ๊ป ถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานและการขับเคลื่อนสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน” 

 

ปัจจุบันเอ็กโก กรุ๊ป มีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 6,202 เมกะวัตต์ โดยมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวม 1,249 เมกะวัตต์ คิดเป็นสัดส่วน 20% ของกำลังผลิตทั้งหมด) ทั้งจากชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และเซลล์เชื้อเพลิง ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าและโครงการต่างๆ ตั้งอยู่ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย, สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา 

 

ชินอิจิโระ ซูซูกิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไดมอนด์ เจนเนอเรติ้ง เอเชีย จำกัด (ดีจีเอ) เปิดเผยว่า ดีจีเอให้ความสำคัญต่อการลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมพลังงานไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตลอดจนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งตลอดห่วงโซ่อุปทานของการใช้เชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น ดังเช่นไฮโดรเจน ภายใต้ MOU นี้ ดีจีเอจะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมความพยายามในการดำเนินการเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอนของเอ็กโก กรุ๊ป ดีจีเอจะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาช่วยสนับสนุนเอ็กโก กรุ๊ป เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ปี 2050 ตามแผนที่ตั้งไว้

The post เอ็กโก กรุ๊ป จับมือกลุ่มมิตซูบิชิ ลุยผลิตกรีนไฮโดรเจนจากโรงไฟฟ้าโบโค ร็อค วินด์ฟาร์ม ในออสเตรเลีย ปูทางสู่เป้า Net Zero ในปี 2050 appeared first on THE STANDARD.

]]>
EGCO อนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 65 อีก 3.25 บาท กำหนดจ่าย 24 เม.ย. นี้ ทุ่มลงทุนปีนี้ 3 หมื่นล้าน ขยายธุรกิจไฟฟ้า https://thestandard.co/egco-dividend-second-half-2565/ Thu, 13 Apr 2023 05:39:11 +0000 https://thestandard.co/?p=776553

เอ็กโก กรุ๊ป อนุมัติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังของปี 2565 […]

The post EGCO อนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 65 อีก 3.25 บาท กำหนดจ่าย 24 เม.ย. นี้ ทุ่มลงทุนปีนี้ 3 หมื่นล้าน ขยายธุรกิจไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

เอ็กโก กรุ๊ป อนุมัติจ่ายเงินปันผลครึ่งปีหลังของปี 2565 อีกหุ้นละ 3.25 บาท รวมทั้งปีจ่าย 6.25 บาท พร้อมทุ่มงบลงทุนปี 2566 จำนวน 30,000 ล้านบาท ลุยขยายธุรกิจไฟฟ้าและต่อยอดธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ประกาศแผนหยุดลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหิน หลังตั้งเป้าหมาย Carbon Neutral ภายในปี 2593 

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.เอ็กโก กรุ๊ป หรือ EGCO เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ (AGM) ประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2566 ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2565 ในอัตราหุ้นละ 3.25 บาท คิดเป็นเงิน 1,711 ล้านบาท รวมจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานประจำปี 2565 อยู่ที่หุ้นละ 6.50 บาท คิดเป็นเงินปันผลที่จ่ายทั้งสิ้น 3,422 ล้านบาท ซึ่งมีกำหนดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 เมษายน 2566

 

สำหรับแผนการลงทุนในอนาคตของเอ็กโก กรุ๊ป มีนโยบายมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2593 โดยในปี 2566 เอ็กโก กรุ๊ป ได้ตั้งงบลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายธุรกิจด้วยการแสวงหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดและโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยไม่ลงทุนในโรงไฟฟ้าหรือธุรกิจถ่านหินเพิ่มเติม 

 

ขณะเดียวกันจะบริหารโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและปลดปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุด ด้วยการศึกษาเพื่อนำไฮโดรเจนและแอมโมเนียมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผสม 

 

รวมถึงการใช้เทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) นอกจากนี้เอ็กโก กรุ๊ป ยังมุ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจด้วยการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านพลังงานครบวงจรอย่างยั่งยืน 

 

สำหรับโครงการ ‘หยุนหลิน’ ในไต้หวัน ซึ่งเป็นการก่อสร้างกังหันลมนอกชายฝั่งขนาดใหญ่ที่ล่าช้าและมีต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้นนั้น เอ็กโก กรุ๊ป ในฐานะหนึ่งในผู้ถือหุ้น ได้ร่วมศึกษาผลกระทบ จัดทำการวิเคราะห์ความเสี่ยงและความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อพิจารณาแนวทางที่เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนได้เร่งรัดติดตามความก้าวหน้าของโครงการอย่างใกล้ชิด และร่วมปรับแผนการก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการจะแล้วเสร็จภายในปี 2567


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


 

The post EGCO อนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 65 อีก 3.25 บาท กำหนดจ่าย 24 เม.ย. นี้ ทุ่มลงทุนปีนี้ 3 หมื่นล้าน ขยายธุรกิจไฟฟ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็กโก กรุ๊ป ลุยตลาดพลังงานสหรัฐฯ ปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้า ‘ไรเซ็ก’ ขนาด 609 เมกะวัตต์ https://thestandard.co/egco-purchases-power-plant-in-us/ Mon, 27 Mar 2023 09:49:00 +0000 https://thestandard.co/?p=769243

เอ็กโก กรุ๊ป ลุยตลาดสหรัฐฯ ปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้า ‘ไรเซ็ก’ […]

The post เอ็กโก กรุ๊ป ลุยตลาดพลังงานสหรัฐฯ ปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้า ‘ไรเซ็ก’ ขนาด 609 เมกะวัตต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เอ็กโก กรุ๊ป ลุยตลาดสหรัฐฯ ปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้า ‘ไรเซ็ก’ 609 เมกะวัตต์ โดยเข้าซื้อหุ้น 49% ในโรงไฟฟ้าไรเซ็ก ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ในรัฐโรดไอแลนด์ สหรัฐฯ ดันกำลังผลิตเพิ่มอีก 298 เมกะวัตต์ตามสัดส่วนการถือหุ้น ตอกย้ำความมั่นคงด้าน ‘Shell Energy’ 

 

แม้ในช่วงนี้ตลาดสหรัฐฯ จะร้อนแรง ทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นดอกเบี้ย และวิกฤตความเชื่อมั่นกลุ่มแบงก์ในช่วงที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนจะไม่ทำให้นักลงทุนไทยเปลี่ยนใจหรือชะลอแผนบุกสหรัฐฯ ในทางตรงข้าม กลับอาศัยช่วงชุลมุนเป็นโอกาสและจังหวะที่เหมาะสมเข้าลงทุน สะท้อนจากบริษัทพลังงานของไทยหลายรายที่ทยอยเข้าไปลงทุนธุรกิจไฟฟ้าในสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง 

 

รายงานจาก บริษัท เอ็กโก ไรเซ็ก ทู แอลแอลซี ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า หรือ เอ็กโก (EGCO) ถือหุ้นทั้งหมด ได้เข้าลงทุนในโรงไฟฟ้า ‘Rhode Island State Energy Center, LP’ หรือ ‘ไรเซ็ก’ กำลังผลิต 609 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในเมืองจอห์นสตัน รัฐโรดไอแลนด์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2566

 

โดยเอ็กโก กรุ๊ป ปิดดีลซื้อหุ้นเสร็จสมบูรณ์ 49% ในไรเซ็ก ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง กำลังผลิต 609 เมกะวัตต์ ส่งผลให้เอ็กโก กรุ๊ป มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นอีก 298 เมกะวัตต์

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป กล่าวว่า การลงทุนในโรงไฟฟ้าแห่งนี้ส่งผลให้เอ็กโก กรุ๊ป มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นอีก 298 เมกะวัตต์ ในขณะเดียวกันยังสามารถรับรู้รายได้ตามสัดส่วนการถือหุ้นทันที ภายหลังจากวันปิดดีล

 

เขากล่าวว่า โรงไฟฟ้าไรเซ็กจำหน่ายไฟฟ้าในตลาดกลางซื้อขายไฟฟ้านิวอิงแลนด์ (ISO-NE) และเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในระบบ โดยทำสัญญาขายกำลังผลิตพร้อมจ่ายทั้งหมด และให้บริการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า Blackstart กับ ISO-NE และทำสัญญาจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด     

 

พร้อมทั้งให้บริการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าอื่นๆ กับบริษัท เชลล์ เอ็นเนอร์ยี่ นอร์ธ อเมริกา (Shell Energy North America) ซึ่งเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าที่มีความน่าเชื่อถือด้านการลงทุนในระดับ A/A2 ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบรับจ้างแปลงพลังงาน (Energy Tolling Agreement) นอกจากนี้ ยังเป็นโรงไฟฟ้าที่ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณที่มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงมากของเมืองบอสตันและเมืองพรอวิเดนซ์ รวมทั้งยังเป็นโรงไฟฟ้าที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมีการเตรียมการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System-BESS) และการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิงผสมในการผลิตไฟฟ้าในอนาคต

 

“การเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าไรเซ็กเป็นการต่อยอดความสำเร็จของเอ็กโก กรุ๊ป ในตลาดไฟฟ้าระดับโลก และปูทางสู่ความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสในการลงทุนเพิ่มเติมในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติควบคู่กับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่มีคุณภาพสูงในตลาดไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกาในอนาคต” เทพรัตน์กล่าว

 

ครองพอร์ตพลังงานหมุนเวียน 1,248 เมกะวัตต์

เทพรัตน์กล่าวอีกว่า เมื่อรวมกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าไรเซ็กแล้ว ปัจจุบันเอ็กโก กรุ๊ป มีกำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 6,202 เมกะวัตต์ (รวมโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง) โดยมีกำลังผลิตจากพลังงานหมุนเวียนรวมสูงถึง 1,248 เมกะวัตต์ ทั้งจากชีวมวล พลังงานน้ำ พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และเซลล์เชื้อเพลิง

 

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าและโครงการต่างๆ ตั้งอยู่ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย, สปป.ลาว, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, ไต้หวัน และสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังมีธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ โครงการขยายระบบขนส่งน้ำมันทางท่อไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทีพีเอ็น), โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง ตลอดจนยังได้รับใบอนุญาตจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย บริษัทเทคโนโลยีด้านการเงิน (เพียร์ พาวเวอร์) และบริษัทด้านการวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม (อินโนพาวเวอร์)

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post เอ็กโก กรุ๊ป ลุยตลาดพลังงานสหรัฐฯ ปิดดีลซื้อโรงไฟฟ้า ‘ไรเซ็ก’ ขนาด 609 เมกะวัตต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เอ็กโก กรุ๊ป’ โชว์กำไรจากการดำเนินงาน 9 เดือนของปี 2565 กว่า 10,000 ลบ. เดินหน้าลงทุนพลังงานสะอาดและพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน https://thestandard.co/egco-profit/ Fri, 25 Nov 2022 05:28:35 +0000 https://thestandard.co/?p=715267 เอ็กโก กรุ๊ป

เอ็กโก กรุ๊ป โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 เติบโ […]

The post ‘เอ็กโก กรุ๊ป’ โชว์กำไรจากการดำเนินงาน 9 เดือนของปี 2565 กว่า 10,000 ลบ. เดินหน้าลงทุนพลังงานสะอาดและพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ็กโก กรุ๊ป

เอ็กโก กรุ๊ป โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 เติบโตต่อเนื่อง มีกำไรจากการดำเนินงาน 10,345 ล้านบาท ปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

 

เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า หรือ เอ็กโก กรุ๊ป (EGCO) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจและการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ 

 

  • การเดินเครื่องเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ‘น้ำเทิน 1’ กำลังผลิตติดตั้งรวม 650 เมกะวัตต์ ใน สปป.ลาว 
  • การซื้อหุ้นเพิ่มอีก 10% ในโรงไฟฟ้าพลังงานลม ‘ชัยภูมิ วินด์ฟาร์ม’ และ ‘เทพพนา วินด์ฟาร์ม’ จังหวัดชัยภูมิ ส่งผลให้เอ็กโกกลายเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดของโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่ง 
  • การขยายการลงทุนในสหรัฐอเมริกา ด้วยการซื้อหุ้น 49% ในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ ‘ไรเซ็ก’ กำลังผลิต 609 เมกะวัตต์ 

 

“ล่าสุดได้มีการการผนึกกำลังลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างบริษัทในกลุ่ม กฟผ. และกระทรวงการลงทุน แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อเปิดประตูสู่การเข้าไปดำเนินธุรกิจ ลงทุน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานดั้งเดิมไปสู่พลังงานสะอาด รวมถึงระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า การให้บริการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษา กับภาครัฐและภาคเอกชนของราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย เพื่อบรรลุเป้าหมายการลดคาร์บอนของทั้งสองประเทศ”

 

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 เอ็กโก กรุ๊ป มีรายได้รวมทั้งสิ้น 46,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรจากการดำเนินงาน 10,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,290 ล้านบาท หรือคิดเป็น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 

 

โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากโรงไฟฟ้าพาจู อีเอส มีรายได้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ในขณะที่โรงไฟฟ้าขนอม โรงไฟฟ้าไซยะบุรี และโรงไฟฟ้าแก่งคอย 2 มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ประกอบกับโรงไฟฟ้าน้ำเทิน 1 เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์และจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565

 

สำหรับทิศทางการลงทุนปี 2566 เอ็กโก กรุ๊ป ยังคงแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งขยายธุรกิจไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงดั้งเดิมและพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ที่มีฐานธุรกิจอยู่แล้ว โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา 

 

สำหรับธุรกิจไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในต่างประเทศจะนำโดยเอเพ็กซ์ ในขณะที่การลงทุนในประเทศ บริษัทมีแผนที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนของภาครัฐ โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน 

 

นอกจากนี้ ยังจะพัฒนาพลังงานสะอาดใหม่ๆ ได้แก่ การลงทุนในโครงการนำร่องผลิตไฟฟ้าจากเซลล์เชื้อเพลิงที่โรงไฟฟ้าคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กำลังผลิต 5 เมกะวัตต์ ในขณะเดียวกันจะบริหารสินทรัพย์และโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและปลดปล่อยคาร์บอนให้น้อยที่สุด ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและนำมาใช้กับโรงไฟฟ้า เช่น เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) และการศึกษาเพื่อนำแอมโมเนียมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผสมเพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอน 

 

“ทิศทางการลงทุนดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำของเอ็กโก กรุ๊ป เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593 และเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ลง 10% ภายในปี 2573 ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการสร้างการเติบโตให้องค์กรควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน ท่ามกลางยุคเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและพลังงาน” เทพรัตน์กล่าวสรุป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ‘เอ็กโก กรุ๊ป’ โชว์กำไรจากการดำเนินงาน 9 เดือนของปี 2565 กว่า 10,000 ลบ. เดินหน้าลงทุนพลังงานสะอาดและพัฒนาเทคโนโลยีลดคาร์บอน appeared first on THE STANDARD.

]]>