เด็กและเยาวชน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เด็กและเยาวชน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 18 May 2026 10:44:50 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 IU บริจาคเงินกว่า 6.5 ล้านบาทในวันเกิดของตัวเองในนาม ‘IUAENA’ https://thestandard.co/iu-donates-birthday-iuaena/ Mon, 18 May 2026 10:44:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1208522 IU ศิลปินและนักแสดงชาวเกาหลีใต้ ผู้บริจาคเงินในวันเกิดของเธอ

IU ฉลองวันเกิดในปีนี้อย่างมีความหมายอีกครั้งด้วยการบริจ […]

The post IU บริจาคเงินกว่า 6.5 ล้านบาทในวันเกิดของตัวเองในนาม ‘IUAENA’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
IU ศิลปินและนักแสดงชาวเกาหลีใต้ ผู้บริจาคเงินในวันเกิดของเธอ

IU ฉลองวันเกิดในปีนี้อย่างมีความหมายอีกครั้งด้วยการบริจาคเงินจำนวน 300 ล้านวอน หรือมากกว่า 6.5 ล้านบาท ให้กับองค์กรมูลนิธิ ต่างๆ โดยเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา เธอมีอายุครบ 33 ปีแล้ว

 

ในการบริจาคครั้งนี้ IU มอบเงินให้กับหลายองค์กรในนาม ‘IUAENA’ ที่เป็นการผสมผสานชื่อของเธอเข้ากับชื่อแฟนคลับ ‘UAENA’ ซึ่งต้นสังกัด EDAM Entertainment เผยว่าเธอได้แบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ สำหรับเหล่ามูลนิธิ โดยเงินจำนวน 100 ล้านวอนถูกส่งมอบให้กับศูนย์การแพทย์ Asan Medical Center ในขณะที่องค์กร Walking With Us, Mike Delivery to Check on the Elderly, Korean Unwed Mothers Families Association และ Walk Together ได้รับเงินบริจาคจาก IU จำนวนแห่งละ 50 ล้านวอน

 

IU มีเป้าหมายในการสนับสนุน และ ช่วยเหลือผู้คนที่ประสบปัญหาหลายรูปแบบ ทั้งช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังเผชิญหน้ากับความลำบากทางสถานะทางการเงิน, มอบการศึกษาและโอกาสทางวัฒนธรรมให้กับเด็กและวัยรุ่น, ช่วยเหลือคนชราที่อาศัยอยู่เพียงผู้เดียว, สนับสนุนคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกลุ่มเปราะบาง และมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ โดยที่ผ่านมา IU มักจะทำการกุศลในนาม IUAENA ในโอกาสพิเศษเสมอ ทั้งวันเกิด วันครบรอบเดบิวต์ และช่วงวันหยุดสิ้นปี

 

ที่จริงแล้วในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา IU ก็เพิ่งจะบริจาคเงิน 100 ล้านวอนในวันเด็ก เพื่อสนับสนุนเด็กและวัยรุ่น อีกทั้งยังเขียนจดหมายด้วยลายมือ และมอบของขวัญให้กับนักแสดงเด็กที่เธอได้ร่วมงานด้วย

 

ภาพ: dlwlrma / Instagram

อ้างอิง: https://www.allkpop.com/article/2026/05/iu-donates-300-million-krw-approx-200283-usd-on-her-birthday-continuing-her-legacy-of-generosity

 

The post IU บริจาคเงินกว่า 6.5 ล้านบาทในวันเกิดของตัวเองในนาม ‘IUAENA’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิกรชูวิสัยทัศน์ พม. ยุคใหม่ เปลี่ยนผู้ให้ เป็นผู้สร้างโอกาส ลุย 8 นโยบาย หวังเป็นกำแพงพิงหลังให้คนไทยทุกคน https://thestandard.co/nikorn-msdhs-vision-policies/ Wed, 22 Apr 2026 06:39:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1199913 นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงวิสัยทัศน์และนโยบาย 8 ด้าน

วันนี้ (22 เมษายน) นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกา […]

The post นิกรชูวิสัยทัศน์ พม. ยุคใหม่ เปลี่ยนผู้ให้ เป็นผู้สร้างโอกาส ลุย 8 นโยบาย หวังเป็นกำแพงพิงหลังให้คนไทยทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงวิสัยทัศน์และนโยบาย 8 ด้าน

วันนี้ (22 เมษายน) นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวมอบนโยบายในการขับเคลื่อนภารกิจกระทรวง พม. โดยมีปลัด พม. พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. หัวหน้าหน่วยงานและเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ร่วมรับฟังนโยบาย ที่ห้องประชุมประชาบดี กระทรวง พม. และผ่านทางระบบออนไลน์

 

นิกร กล่าวช่วงหนึ่งว่า ประเทศไทยกำลังกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง และกำลังแรงงานลดลง แต่ภาระการพึ่งพิงกลับสูงขึ้น ตัวเลขการขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วน 1300 กว่า 180,000 กรณีต่อปี เป็นภาพสะท้อนปัญหาที่ชัดเจนว่าถึงเวลาแล้วที่กระทรวง พม. ต้องปรับบทบาทครั้งใหญ่ เราต้องเปลี่ยนจากแค่ผู้ให้ความช่วยเหลือ ไปเป็นผู้สร้างโอกาส แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ วางระบบใหม่เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญปัญหาซ้ำซาก ภายใต้เป้าหมายสำคัญคือ สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน โดยใช้หลัก Universal Design ในการออกแบบบริการของรัฐที่รองรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง

 

เพื่อให้เป้าหมายนี้เกิดขึ้นจริง จึงขอกำหนดนโยบายขับเคลื่อนงาน 8 ด้าน เริ่มจากการใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศ เชื่อมโยงข้อมูลให้ประชาชน ‘ได้สิทธิครบ จบในระบบเดียว’ ดึง AI และสมุดพกอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยทำงาน ควบคู่กับการดูแล เด็กและเยาวชน ด้วยการผลักดันเบี้ยเด็กเล็กถ้วนหน้าและยกระดับศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ นอกจากนี้ เราจะมุ่งสร้างความเข้มแข็งให้ ครอบครัว และ ชุมชน ผ่านการจัดตั้ง ‘ทีมสร้างสุข’ และ ‘ศูนย์สร้างสุข’ เพื่อลงพื้นที่ช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้ความหลากหลายในทุกมิติ

 

ในด้านคุณภาพชีวิต เราจะเดินหน้าสร้างความมั่นคงด้าน ที่อยู่อาศัย ผ่านโครงการ ‘บ้านเพื่อคนไทย’ ที่รองรับคนทุกกลุ่ม และมุ่งเน้น การสร้างอาชีพ ด้วยการผลักดันแนวคิด ‘1 ตำบล 1 ผู้บริบาล’ เพื่อรองรับเศรษฐกิจสูงวัย รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุและคนพิการมีงานทำ นอกจากนี้ เราจะเข้าไปช่วย แก้ไขปัญหาหนี้สิน ส่งเสริมวินัยการออมและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ท้ายที่สุด เราต้องปรับปรุงองค์กรให้เป็น ราชการที่เป็นมิตรกับประชาชน เข้าถึงง่าย อัปเดตกฎหมายให้ทันสมัย เพื่อเป็น ‘รัฐสนับสนุน’ ที่ตอบสนองประชาชนได้อย่างแท้จริง

 

“นโยบายทั้ง 8 ด้านนี้ คือสิ่งที่เราต้องทำร่วมกัน ผมอยากให้คนทำงานในกระทรวง พม. รู้ว่าตัวเองคือ กำแพงพิงหลัง ของคนที่ไม่มีที่พิง ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว คนพิการที่เข้าไม่ถึงโอกาส หรือกลุ่มที่มีความหลากหลายแต่ยังขาดการยอมรับ ผมขออาสาเป็นคนที่ยืนหลังทุกๆ คน อย่างไรก็ตาม สังคมที่ดีไม่ได้สร้างจากนโยบายบนแผ่นกระดาษ แต่สร้างจากคนที่เชื่อมั่นว่าตนเองมีพลังในการเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้อื่น ผมเชื่อมั่นในตัวข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พม. ทุกท่าน ภารกิจของเราไม่ใช่แค่การทำตามหน้าที่ แต่คือการดูแลชีวิตคน โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางที่สุด งานนี้จึงเป็นงานที่เราต้องขับเคลื่อนด้วยการใช้ทั้งระบบและหัวใจไปพร้อมๆ กัน” นิกรกล่าว

 

นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงวิสัยทัศน์และนโยบาย 8 ด้าน 1นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงวิสัยทัศน์และนโยบาย 8 ด้าน 2นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงวิสัยทัศน์และนโยบาย 8 ด้าน 3นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงวิสัยทัศน์และนโยบาย 8 ด้าน 4นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) แถลงวิสัยทัศน์และนโยบาย 8 ด้าน 5

The post นิกรชูวิสัยทัศน์ พม. ยุคใหม่ เปลี่ยนผู้ให้ เป็นผู้สร้างโอกาส ลุย 8 นโยบาย หวังเป็นกำแพงพิงหลังให้คนไทยทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดลิสต์นานาชาติสั่งแบนโซเชียลเด็ก-เยาวชน มีประเทศไหนบ้าง https://thestandard.co/international-social-media-ban-youth/ Thu, 05 Feb 2026 13:41:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1174393 หลายประเทศเริ่มทยอยประกาศกฎหมายแบนสื่อโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กและเยาวชน

หลายประเทศในประชาคมโลกเริ่มทยอยประกาศบังคับใช้กฎหมายแบน […]

The post เปิดลิสต์นานาชาติสั่งแบนโซเชียลเด็ก-เยาวชน มีประเทศไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลายประเทศเริ่มทยอยประกาศกฎหมายแบนสื่อโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กและเยาวชน

หลายประเทศในประชาคมโลกเริ่มทยอยประกาศบังคับใช้กฎหมายแบนสื่อโซเชียลมีเดียเด็กและเยาวชน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุที่ต่ำกว่า 14-16 ปี เพื่อทวงคืนชีวิตในวัยเด็กและปกป้องสุขภาพจิตของเด็กๆ จากภาวะซึมเศร้าและการเสพติดอัลกอริทึมของโซเชียลมีเดีย รวมถึงปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่รุนแรงขึ้น โดยมาตรการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การห้ามเล่นโซเชียลมีเดีย แต่คือการบีบให้ยักษ์ใหญ่ Big Tech ทั้งหลายต้องรับผิดชอบต่ออนาคตของเยาวชนอย่างจริงจัง

 

หลายประเทศเริ่มทยอยประกาศกฎหมายแบนสื่อโซเชียลมีเดียสำหรับเด็กและเยาวชน 1

 

อ้างอิง:

The post เปิดลิสต์นานาชาติสั่งแบนโซเชียลเด็ก-เยาวชน มีประเทศไหนบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทยคนใหม่ https://thestandard.co/ken-legins-director-unicef-thailand/ Tue, 20 Jan 2026 10:02:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1167246 UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทย คนใหม่

วันนี้ (20 มกราคม) องค์การ UNICEF ประกาศแต่งตั้ง เคน เล […]

The post UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทยคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทย คนใหม่

วันนี้ (20 มกราคม) องค์การ UNICEF ประกาศแต่งตั้ง เคน เลกินส์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทยคนใหม่ โดยเลกินส์มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระหว่างประเทศยาวนานกว่า 25 ปี และเคยทำงานในหลายประเทศ เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน เบลีซ และอิรัก อีกทั้งยังมีความเชี่ยวชาญด้านการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการส่งเสริมสุขภาพของเด็กและวัยรุ่น เลกินส์จะนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความมุ่งมั่นในการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเด็ก มาขับเคลื่อนภารกิจของ UNICEFในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ

 

เลกินส์กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้กลับมาประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่ผมชื่นชมมาโดยตลอดในฐานะผู้นำด้านสาธารณสุขและการส่งเสริมสุขภาพของเด็ก ผมเคยมีโอกาสทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยมาก่อน ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยบุกเบิกแนวทางใหม่ในการรับมือกับปัญหาเอชไอวีในผู้หญิงและเด็ก ซึ่งด้วยการสนับสนุนจากภาคีเครือข่าย รวมถึง UNICEF ประเทศไทยสามารถบรรลุความสำเร็จอย่างโดดเด่น ทั้งในด้านการรักษาผู้หญิงและเด็กที่มีเชื้อเอชไอวี และการป้องกันการแพร่ระบาดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในขณะนั้น”

 

เขากล่าวเสริมว่า “ผมมีความมุ่งมั่นที่จะนำทีม UNICEF สนับสนุนรัฐบาลไทยในการรับมือกับความท้าทายในปัจจุบัน ตั้งแต่ภาวะทุพโภชนาการและความเหลื่อมล้ำ ไปจนถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการย้ายถิ่นฐาน ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่โดดเด่น พร้อมแบ่งปันให้แก่นานาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า การคุ้มครองทางสังคม และการคุ้มครองเด็กข้ามชาติ”

 

ก่อนเข้ารับตำแหน่งในประเทศไทย เลกินส์เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศเบลีซ โดยมุ่งเน้นการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการใช้นวัตกรรมทางการเงิน นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญในการร่วมจัดตั้งสำนักงาน UNICEF ระดับพหุประเทศแห่งใหม่ในภูมิภาคแคริบเบียน ก่อนหน้านั้น เลกินส์เคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ฝ่ายโครงการ ประจำประเทศอิรัก โดยบริหารจัดการโครงการขนาดใหญ่ เพื่อช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ได้รับผล กระทบจากการพลัดถิ่น ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับบริการทางสังคมในพื้นที่

 

ในช่วงต้นของเส้นทางอาชีพ เลกินส์เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงฝ่ายการจัดหาและจัดส่งอุปกรณ์ช่วยชีวิตเด็กในประเทศเดนมาร์ก โดยบริหารระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีบทบาทสำคัญในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งช่วยให้ UNICEF สามารถจัดส่งวัคซีนไปทั่วโลกได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ เขายังมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางด้านสุขภาพวัยรุ่น เอชไอวี และอนามัยแม่และเด็กจากการทำงานร่วมกับ UNICEF และองค์การอนามัยโลกในหลายภูมิภาคทั่วเอเชียและยุโรป รวมถึงพื้นที่ที่เผชิญสถานการณ์วิกฤต

 

ในฐานะผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทย เลกินส์จะทำงานร่วมกับรัฐบาลไทย ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ตลอดจนเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องสิทธิของเด็กทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่เปราะบางที่สุด พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบคุ้มครองทางสังคม การศึกษา สาธารณสุข และการคุ้มครองเด็ก และผลักดันให้เสียงของเด็กและเยาวชนได้รับการสะท้อนในนโยบายสาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาโดยตรง

 

เลกินส์กล่าวทิ้งท้ายว่า “UNICEF เป็นพันธมิตรที่ประเทศไทยให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนานเกือบ 80 ปี และเราได้ร่วมกันสร้างความก้าวหน้าเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนหลายล้านคนทั่วประเทศ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้สานต่อภารกิจสำคัญนี้ และมุ่งหวังที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน รวมถึงประชาชนชาวไทย เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่เด็กทุกคนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเท่าเทียม โดยจะไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

 

ภาพ: UNICEF ประเทศไทย

The post UNICEF แต่งตั้ง เคน เลกินส์ เป็นผู้อำนวยการองค์การ UNICEF ประเทศไทยคนใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” https://thestandard.co/chadchart-childrens-day-bangkok-2026/ Sat, 10 Jan 2026 09:15:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1163665 ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา”

​วันนี้ (10 มกราคม) กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ […]

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา”

​วันนี้ (10 มกราคม) กรุงเทพมหานคร จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ที่ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ภายใต้แนวคิด Bangkok Kids Power มุ่งเสริมพลังเด็กยุคดิจิทัล พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้และวัฒนธรรมไทย

 

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันเด็กแห่งชาติของกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2569 โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง อาทิ

 

ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร และไทวุฒิ ขันแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร ท่ามกลางบรรยากาศความคึกคักของเด็กและเยาวชนที่มาร่วมงาน

 

​ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวให้โอวาทโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเด็กและเยาวชนว่า วันนี้ถือเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญต่อเมืองมากไปกว่าเด็ก ซึ่งเป็นอนาคตที่แท้จริงของเมืองและประเทศชาติ

 

“หากเรามีเด็กที่มีความสุข มีคุณภาพ มีความรัก และรู้จักแบ่งปันกัน สุดท้ายเมืองก็จะเจริญเติบโตตามไปด้วย ขอให้น้อง ๆ ทุกคนมีความสุขมาก ๆ ทั้งในวันเด็กปีนี้และตลอดไป อย่าลืมความฝันของตัวเอง เพราะความฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ขอให้ขวนขวายหาความรู้ เตรียมพร้อมตัวเองเพื่อมุ่งหน้าไปให้ถึงฝัน” ชัชชาติ กล่าว

 

​สำหรับไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือคำขวัญวันเด็กประจำปี 2569 ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่มีความแปลกใหม่และสะท้อนตัวตนของคนรุ่นใหม่ ได้แก่

 

​“ถึงหัวจะดื้อความรู้ ถึงหูจะบ้วนคำขวัญ แต่ใจอย่าทิ้งความฝัน สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา”

 

​โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้ขยายความหมายของคำขวัญนี้ว่า ต้องการสื่อสารถึงธรรมชาติของเด็กและเยาวชนที่อาจไม่ได้เรียนรู้หรือรับฟังทุกอย่างตามกรอบเดิม ๆ อย่างสมบูรณ์แบบ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องไม่ละทิ้งความฝัน มีความมุ่งมั่น และกล้าที่จะออกแบบเส้นทางชีวิตของตนเอง พร้อมเรียนรู้จากประสบการณ์รอบตัว

 

​งานวันเด็กแห่งชาติของกรุงเทพมหานครในปีนี้ จัดขึ้นระหว่างเวลา 08.00 – 16.00 น. ภายใต้คอนเซปต์ Bangkok Kids Power สื่อถึงการเสริมพลังให้เด็ก กทม. พร้อมที่จะเรียนรู้ สร้างสรรค์ และลงมือทำ เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญในยุคดิจิทัล

 

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” 1ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” 2ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” 3ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” 4

The post ผู้ว่าฯ ชัชชาติ เปิดงานวันเด็ก กทม. 2569 ชูแนวคิด Bangkok Kids Power ย้ำ “สร้างสรรค์ชีวิตในแบบของเรา” appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เด็ก-เยาวชนอวยพรอนุทินเนื่องในวันเด็ก ขอให้เป็นนายกฯ อีกสมัย ชื่นชมการทำงาน อยากโตในยุค ‘ลุงอนุทิน’ https://thestandard.co/children-wish-anutin-pm-2569/ Thu, 08 Jan 2026 04:15:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1162664 เลือกตั้ง 2569 : เด็ก-เยาวชนอวยพร อนุทินเนื่องในวันเด็ก ขอให้เป็นนายกฯ อีกสมัย ชื่นชมการทำงาน อยากโตในยุค ‘ลุงอนุทิน’

วันนี้ (7 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นาย […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เด็ก-เยาวชนอวยพรอนุทินเนื่องในวันเด็ก ขอให้เป็นนายกฯ อีกสมัย ชื่นชมการทำงาน อยากโตในยุค ‘ลุงอนุทิน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เด็ก-เยาวชนอวยพร อนุทินเนื่องในวันเด็ก ขอให้เป็นนายกฯ อีกสมัย ชื่นชมการทำงาน อยากโตในยุค ‘ลุงอนุทิน’

วันนี้ (7 มกราคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้อนรับเด็กและเยาวชนดีเด่น และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติปี 2569 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยและร่วมถ่ายภาพกับเด็กนักเรียนอย่างเป็นกันเอง

 

นอกจากนี้ยังมีตัวแทนนักเรียนเขียนการ์ด เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ อวยพรให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย โดยในการ์ดเขียนว่า “ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณลุงอนุทิน ได้เป็นนายกอีกสมัยเพราะผมติดตามผลงาน คุณลุงตั้งแต่การส่งหัวใจ จนถึงการบริหารประเทศที่ผมประทับใจ ปล. ผมอยากโตในยุคคุณลุงอนุทินมากครับ”

 

รวมถึงยังมีนักเรียนและเยาวชนอีกหลายคนวาดภาพให้กับอนุทิน มีภาพหนึ่งที่เป็นรูปของนายกรัฐมนตรีและมีตาชั่งด้านบนพร้อมเขียนว่า “Justice for Thailand” รวมถึงภาพขับเครื่องบิน ในภารกิจหัวใจติดปีก และมีหนูตัวใหญ่ สีขาวอยู่ด้านบน

The post เลือกตั้ง 2569 : เด็ก-เยาวชนอวยพรอนุทินเนื่องในวันเด็ก ขอให้เป็นนายกฯ อีกสมัย ชื่นชมการทำงาน อยากโตในยุค ‘ลุงอนุทิน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยาวชนไทยเสนอ 6 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน ก่อน COP30 เปิดฉาก หวังผู้นำเร่งดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม https://thestandard.co/six-urgent-climate-demands/ Mon, 10 Nov 2025 10:59:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1141772 เยาวชนไทยเสนอ 6 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน ก่อน **COP30** เปิดฉาก หวังผู้นำเร่งดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

ขณะที่ทั่วโลกเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสั […]

The post เยาวชนไทยเสนอ 6 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน ก่อน COP30 เปิดฉาก หวังผู้นำเร่งดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยาวชนไทยเสนอ 6 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน ก่อน **COP30** เปิดฉาก หวังผู้นำเร่งดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

ขณะที่ทั่วโลกเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 30 หรือ COP30 ที่จะเปิดฉากขึ้นที่บราซิลในวันนี้ (10 พฤศจิกายน) ตามเวลาท้องถิ่น เด็กและเยาวชนนักเคลื่อนไหวและนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 360 คนทั่วประเทศไทย ได้ร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องให้ผู้นำเร่งดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง

 

เสียงของพวกเขารวบรวมจากการประชุมปรึกษาหารือเยาวชน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งจัดขึ้นโดย องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) เมื่อเร็วๆ นี้ โดยผลการหารือสะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็กและเยาวชนแล้วอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพวกเขาที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยตนเอง

 

เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมเป็นตัวแทนจาก 97 เครือข่ายเยาวชนทั่วประเทศ ทั้งกลุ่มนักเรียน เยาวชนชาติพันธุ์ที่ทำงานอนุรักษ์ป่าและธรรมชาติ รวมถึงเยาวชนที่ขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย การปรึกษาหารือเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แบ่งปันประสบการณ์ ความกังวล และข้อเสนอแนะต่อการกำหนดนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศ โดยมีจุดร่วมสำคัญคือ เยาวชนต้องการให้เสียงของพวกเขาได้รับการรับฟังและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม

 

ชัยรัตน์ ดิ๊ผอ (อเล็กซ์) อายุ 19 ปี เยาวชนจากกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในผู้เข้าร่วมการปรึกษาหารือภาคเหนือ และเป็นหนึ่งในตัวแทนเยาวชนไทย 9 คน ที่จะร่วมเดินทางไปกับคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม COP30 ที่ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 10-21 พฤศจิกายนนี้ กล่าวว่า “ในชุมชนของผม ความร้อนที่สูงขึ้นและภัยแล้ง ทำให้หลายครอบครัวปลูกพืชได้ยากขึ้นและมีรายได้น้อยลง เมื่อพืชผลเสียหาย เด็กมักเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ บางคนต้องออกจากโรงเรียน เพื่อช่วยครอบครัว เราอยากให้ผู้นำฟังเรื่องราวของเรา และลงมือปกป้องอนาคตของพวกเรา”

 

ขณะเดียวกัน นันท์นภัส พงศ์วิฑูรย์ เยาวชนวัย 23 ปี ผู้ประสานงานของ GYBN Thailand และ Project Manager ของ Local Conference of Youth (LCOY) Thailand 2025 ซึ่งจะร่วมเดินทางไปประชุม COP30 กับคณะผู้แทนไทย กล่าวว่า LCOY พบว่ากุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นคือ การร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างคนต่างรุ่นและหลากหลายภาคส่วน

 

โดยเยาวชนจากทั่วประเทศได้เสนอ ‘6 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน’ เพื่อปกป้องสุขภาพ ความเป็นอยู่ และความมั่นคงของทรัพยากรน้ำ โดยมุ่งเน้นไม่ให้มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ได้แก่

 

1. ระบบสาธารณสุขที่ตอบสนองต่อความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ เช่น ความร้อนจัด มลพิษ PM2.5 โรคไข้เลือดออก และผลกระทบทางจิตใจจากภัยพิบัติ

 

2. การศึกษาด้านสภาพภูมิอากาศสำหรับนักเรียนทุกคน เพื่อให้เด็กมีทักษะในการรับมือภัยพิบัติ การเกษตรที่ยั่งยืน และการจัดการของเสีย

 

3. เศรษฐกิจที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยผู้ก่อมลพิษต้องรับผิดชอบ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคอาชีพในท้องถิ่น เช่น เกษตรกรรมและการท่องเที่ยว ให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ

 

4. การจัดการภัยพิบัติที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนและครอบคลุมทุกกลุ่ม มีระบบเตือนภัยที่ทั่วถึงและมาตรการอพยพที่คำนึงถึงความปลอดภัยของเด็ก

 

5. ความมั่นคงด้านน้ำสำหรับทุกคน ผ่านการปกป้องลุ่มน้ำ การควบคุมมลพิษ และการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการบริหารจัดการ

 

6. การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างจริงจัง เช่น การจัดเก็บภาษีพลาสติกระดับประเทศ และสนับสนุนธุรกิจชุมชนที่แปรรูปของเสียให้เกิดมูลค่า

 

เซเวอรีน เลโอนาร์ดี รองผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “เสียงของเยาวชนเหล่านี้คือ การเรียกร้องให้เกิดการดำเนินการในระดับประเทศ เยาวชนได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่เพียงกังวลต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แต่ยังพร้อมจะเป็นผู้นำและร่วมลงมือ ยูนิเซฟจึงขอเรียกร้องให้แนวทางและนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแผนการปรับตัวแห่งชาติ (NAP) และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (NDC) สะท้อนความต้องการของเด็กและเยาวชนด้วย ขณะที่เรากำลังก้าวสู่การประชุม COP30 นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงภาวะผู้นำ โดยให้ความต้องการและเสียงของเด็กเป็นหัวใจสำคัญของการตัดสินใจด้านสภาพภูมิอากาศ”

 

เยาวชนยังได้เสนอให้มีการจัดตั้ง ‘เครือข่ายเยาวชนด้านสภาพภูมิอากาศระดับภูมิภาค’ ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงการจัดตั้ง ‘กองทุนเยาวชนเพื่อการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศระดับประเทศ’ และการออกนโยบายที่คุ้มครองสิทธิเด็กในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

 

จากผลสำรวจ U-Report ปี 2024 พบว่า แม้กว่าร้อยละ 90 ของเยาวชนไทยต้องการมีส่วนร่วมในประเด็นสภาพภูมิอากาศ แต่มีเพียงร้อยละ 34 ที่ได้รับโอกาสนั้นจริง ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงาน ‘จากรุ่นสู่รุ่น ในโลกใบเดียวกัน’ (Between Generations, One Planet) ของยูนิเซฟเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าแม้เยาวชนจะเป็นพลังสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ แต่พวกเขายังมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจน้อยเกินไป

 

เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนมากขึ้น ยูนิเซฟจึงได้จัดทำ แคมเปญ #CountMeIn 2025 ‘จากเหนือจรดใต้ ทุกเสียงของเด็กมีความหมาย: รับฟัง ลงมือทำ รับมือโลกรวน’ ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีบทบาทมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากทุกภาคส่วนของสังคม นอกจากนี้ ยูนิเซฟยังสนับสนุนให้ชัยรัตน์, นันท์นภัส และตัวแทนเยาวชนไทย ได้นำเสียงและข้อเสนอของพวกเขาไปสู่การประชุม COP30 เพื่อให้มุมมองของเด็กและเยาวชนไทยได้รับการสะท้อนในเวทีเจรจาระดับโลก

 

เลโอนาร์ดีเน้นย้ำว่า การเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่เพียงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน โดยเด็กและเยาวชนคือผู้อยู่แนวหน้าของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ มุมมองและภาวะผู้นำของพวกเขามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างประเทศไทยที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

 

ภาพ: ยูนิเซฟ ประเทศไทย

 

อ้างอิง:

  • ยูนิเซฟ ประเทศไทย

The post เยาวชนไทยเสนอ 6 ข้อเรียกร้องเร่งด่วน ก่อน COP30 เปิดฉาก หวังผู้นำเร่งดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ มอบโอวาทให้เยาวชนดีเด่น ขอให้ภูมิใจ รู้คุณค่าในตัวเอง เติบโตอย่างมีสติมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศ https://thestandard.co/pm-gave-advice-to-outstanding-youths/ Wed, 08 Jan 2025 09:35:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1028267 เยาวชนดีเด่น

วันนี้ (8 มกราคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบโอวา […]

The post นายกฯ มอบโอวาทให้เยาวชนดีเด่น ขอให้ภูมิใจ รู้คุณค่าในตัวเอง เติบโตอย่างมีสติมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เยาวชนดีเด่น

วันนี้ (8 มกราคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มอบโอวาทให้กับคณะเด็กและเยาวชนดีเด่น และเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ จากทุกสังกัดทั่วประเทศ 1,292 คน ที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวตอนหนึ่งว่า คิดว่าวันนี้น่าจะเป็นวันที่ต้อนรับน้องๆ เยอะที่สุดตั้งแต่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หวังว่าวันเด็กแห่งชาติปีนี้จะมีน้องๆ เข้ามาร่วมงานที่ทำเนียบรัฐบาลจำนวนมาก ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมน้องๆ ทุกคนที่ได้รางวัลในสาขาต่างๆ ขอให้ทุกคนภูมิใจในตัวเอง 

 

พร้อมย้ำว่า เด็กทุกคนเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ วันนี้ถ้าเรารวมกลุ่มกันคิดในเรื่องที่ดีจะเจอสิ่งที่ไม่คาดคิด ขอให้น้องๆ ทุกคนมีความยืดหยุ่นในตัวเอง พร้อมที่จะปรับปรุง เพราะโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป 

 

“ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งที่สุด สวยที่สุด รวยที่สุด อะไรที่สุดไม่จำเป็น แต่เราต้องรู้คุณค่าของตัวเอง และอย่าลืมขอบคุณตัวเอง บางทีวันนี้เราทำสิ่งนี้เพื่อใคร ทำดีที่สุดเพื่อใครบ้าง ฉะนั้นการที่เราย้ำเตือนตัวเองไว้เสมอว่าเรามีคุณค่า เราจะโตขึ้นไปด้วยใจที่แข็งแรง และไม่มีใครที่จะเข้ามาเปลี่ยนความคิดเราได้ ทำให้เราต้องรู้สึกไร้ค่าหรือไม่มีค่า เราต้องรู้ก่อนว่าเรามีดีอะไรบ้าง ถือเป็นสิ่งสำคัญ อยากให้น้องทุกคนมีต้นทุนตรงนี้ อย่างน้อยบ้านและครอบครัวรักเรา มีเพื่อนที่รักและหวังดีกับเรา ฉะนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตต่อไปให้เข้มแข็ง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า สังคมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง จิตใจที่มีสติ เรื่องนี้สำคัญ คำว่า สติ เป็นกฎในการดำเนินชีวิต ถ้ามีสติรู้ เราก็จะเข้าใจหลักการนั้นและรับมือกับมันได้ดี ขอฝากข้อคิดไว้สั้นๆ ให้น้องๆ ทุกท่านเติบโตขึ้นไปอย่างมีสติ รู้คุณค่าของตัวเอง และพร้อมที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไป 

 

วันนี้มั่นใจว่าน้องๆ เป็นความภูมิใจให้กับครอบครัว ขอให้นำความภูมิใจนี้ต่อยอดไปอีกในชีวิต เพื่อจะได้มีความภูมิใจในชีวิตอีกมากมาย ซึ่งรัฐบาลพร้อมสนับสนุนเยาวชนทุกคนในเรื่องการศึกษา การประกอบอาชีพ หรือการหางานทำใหม่ๆ ฉะนั้นปีใหม่นี้ขอให้น้องๆ ประสบความสำเร็จทุกคน อะไรที่ตั้งใจไว้ก็ขอให้ทำสำเร็จ และขอให้มีความภูมิใจในตัวเองแบบนี้ทุกๆ วัน

 

ขณะที่นิสิตชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตัวแทนเด็กและเยาวชน กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีว่า ตนได้ก้าวเข้าสู่ทำเนียบรัฐบาลในฐานะเด็กและเยาวชนไทยที่อยากรู้ว่าเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไร วันนี้ได้มาทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งในฐานะเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ 

 

ปีนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมอบคำขวัญวันเด็กที่มีความหมายลึกซึ้ง และชี้แนวทางให้เด็กๆ และตนเอง คำขวัญนี้ทำให้เราตระหนักถึงช่วงเวลาและประสบการณ์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่โตย่อมเป็นโอกาสที่ทำให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ทั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทำงานได้อย่างเข้มแข็ง และพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตในอนาคตข้างหน้า

 

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายในงานมีการจัดแสดงของขวัญที่เด็กๆ นำมามอบให้กับนายกรัฐมนตรี เช่น ภาพวาดนายกรัฐมนตรีกับเด็กๆ จากนักเรียนโรงเรียนเซนต์เอเมลี จังหวัดอุบลราชธานี, ภาพถ่ายนายกรัฐมนตรีใส่กรอบรูป พร้อมข้อความว่า หนูรักท่านนายกฯ นอกจากนี้ยังมีช่อดอกไม้และของฝากที่เป็นสินค้าขึ้นชื่อของแต่ละจังหวัดด้วย

 

เยาวชนดีเด่น

The post นายกฯ มอบโอวาทให้เยาวชนดีเด่น ขอให้ภูมิใจ รู้คุณค่าในตัวเอง เติบโตอย่างมีสติมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จวกยับ’ ซีอีโอโดนหนักหลังเยาวชนต้องจบชีวิตเพราะโซเชียลมีเดีย และ AI ยิ่งซ้ำเติม https://thestandard.co/social-media-ceo-gets-hit/ Fri, 02 Feb 2024 11:24:29 +0000 https://thestandard.co/?p=895438

สืบเนื่องจากความเสียหายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศบนโลกออ […]

The post ‘จวกยับ’ ซีอีโอโดนหนักหลังเยาวชนต้องจบชีวิตเพราะโซเชียลมีเดีย และ AI ยิ่งซ้ำเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>

สืบเนื่องจากความเสียหายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศบนโลกออนไลน์ที่เกิดขึ้นกับเยาวชนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง Facebook และ Instagram พร้อมด้วยซีอีโอจาก Snap, X, Discord และ TikTok ได้เข้าชี้แจงต่อหน้าวุฒิสภาถึงหนทางการคุ้มครองความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนต่อการถูกเอาเปรียบและล่วงละเมิดทางเพศผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นช่องทางการเสพเนื้อหาออนไลน์ที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในกลุ่มเยาวชน

 

ท่ามกลางความดุเดือดของการหารือกว่า 4 ชั่วโมง สมาชิกวุฒิสภาหลายคนตอกย้ำถึงการจัดลำดับความสำคัญที่ไม่เหมาะสมของบริษัทบิ๊กเทคที่ให้คุณค่ากับ ‘กำไร’ บริษัท มากกว่า ‘ความปลอดภัย’ ของผู้ใช้งาน หรือบางคนถึงขนาดพูดว่า “มือของพวกคุณเปื้อนเลือดไปแล้ว” และ “ชีวิตของพวกเด็กๆ คงจะต้องมีการสูญเสียอีก” กว่าบรรดาบริษัทเทคต่างๆ จะตัดสินใจลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

 

สำนักข่าว TIME รายงานว่า การแถลงถูกเปิดฉากมาด้วยวิดีโอจากวุฒิสมาชิกนามว่า ริชาร์ด เดอร์บิน จากพรรคเดโมแครต ที่ฉายภาพเกี่ยวกับเหยื่อผู้ถูกล่วงละเมิดทางเพศบนแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมทั้งครอบครัวที่ต้องสูญเสียลูกหลานของพวกเขาไปเพราะสาเหตุความเครียดจากประเด็นดังกล่าวที่นำไปสู่การจบชีวิตของเด็กผู้เป็นเหยื่อ

 

AI ป่วนโลกโซเชียล ล้ำหน้าหนทางการรับมือปัญหา

 

Washington Post ได้รายงานข้อมูลจากองค์กรคุ้มครองเด็กในสหรัฐอเมริกา (NCMEC) ที่เผยว่าในปี 2023 มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศในเด็กถึง 36 ล้านรายการ และการมาของเทคโนโลยี Generative AI ก็ดูจะยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับปัญหาที่เดิมยังไม่มีหนทางในการรับมืออย่างจริงจัง

 

ผู้ควบคุมกฎหมายทั่วโลกกำลังเจอกับสถานการณ์รูปแบบใหม่ที่น่าปวดหัวกว่าเดิม เมื่อคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กและเยาวชนถูกสร้างขึ้นโดยเทคโนโลยี AI

 

ในวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา โซชิตล์ โกเมซ นักแสดงผู้รับบท America Chavez ในภาพยนตร์เรื่อง Doctor Strange in the Multiverse of Madness เคยออกมาพูดว่าเธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงภาพล่อแหลมที่มีภาพของเธอเองซึ่งถูกสร้างโดย AI บนแพลตฟอร์ม X ได้เลย โดยเธอยังอธิบายเพิ่มว่าทั้งแม่และทีมงานของเธอพยายามหาวิธีกำจัดโพสต์ต่างๆ แล้ว แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ

 

เมื่อเทคโนโลยี AI พัฒนาเร็วขึ้นและเข้าถึงได้มากขึ้น หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบกำลังเจอกับโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายที่จะต้องปราบปรามกิจกรรมเหล่านี้ให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่ประเด็นก็กลับมาที่การหาหนทางแก้ไขให้ได้ทันเวลา

 

“ยิ่งเราปล่อยให้ปัญหาดำเนินต่อไปโดยที่วิธีป้องกันยังไม่ชัดเจน ปัญหาพวกนี้ก็จะยิ่งทวีคูณในจำนวนและความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งสุดท้ายเราก็จะอยู่ในบทบาทของผู้ไล่ตามปัญหาที่ทำได้เพียงตามปิดแผลของสิ่งที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว” แดน เซกส์ตอน หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี Internet Watch Foundation ในสหราชอาณาจักร กล่าวถึงความเร่งด่วนในการป้องกันก่อนปัญหาจะลุกลามจนสายเกินแก้

 

ในปัจจุบัน AI มีความสามารถในการใช้รูปของเยาวชนตัวจริงหรือบุคคลในจินตนาการเพื่อสร้างภาพที่มีเนื้อหาล่อแหลมได้ผ่านการคลิกไม่กี่ครั้ง โดยศูนย์สังเกตการณ์อินเทอร์เน็ตของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในสหรัฐฯ (SIO) พบว่าภาพล่อแหลมประมาณ 3,000 ภาพ ถูกใช้ในการฝึกฝนโมเดล AI ต่างๆ ที่เป็นแบบ Open Source ซึ่งทางศูนย์ยังค้นเจอหลักฐานเพิ่มเติมว่าโมเดลเหล่านี้ใช้ข้อมูลสาธารณะจากแหล่งที่มีชื่อว่า LAION-5B ซึ่งมีส่วนประกอบของภาพล่อแหลมที่ถูกดึงมาจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น X และ Reddit มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของฐานข้อมูลอีกด้วย

 

เดวิด ธีล หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ SIO อธิบายถึงเหตุผลความท้าทายของวิธีการรับมือในปัจจุบันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของภาพที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ว่า “ความยากของเรื่องนี้คือภาพใหม่ถูกสร้างและปล่อยออกมาอยู่ตลอด ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่เราสามารถชี้ชัดภาพต่างๆ ได้เพราะมันเป็นของเดิมที่ถูกใช้ซ้ำ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”

 

การแข่งกับเวลาเพื่อรับมือปัญหาภาพล่อแหลมจาก AI

 

นักพัฒนาเครื่องมือ AI ต่างให้ข้อมูลว่าสิ่งที่เขาพัฒนาขึ้นนั้นมีมาตรการป้องกันการใช้ที่ไม่ถูกต้องอยู่แล้ว เช่น DALL·E จาก OpenAI มีวิธีกีดกันไม่ให้ผู้ใช้งานสร้างภาพล่อแหลม และในฝั่งของ Stability AI ก็เพิ่งอัปเดตซอฟต์แวร์เพื่อลดโอกาสการเกิดขึ้นของเหตุการณ์แบบนี้

 

อย่างไรก็ตาม ActiveFence องค์กรรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตพบว่าผู้ใช้งานบางคนก็สามารถล่อลวงให้ระบบยอมคล้อยตามคำสั่งในท้ายที่สุดอยู่ดี แม้ว่าทางบริษัทผู้พัฒนา AI จะออกมาบอกว่าเครื่องมือของพวกเขามีมาตรการป้องกันแล้วก็ตาม

 

ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Google ได้จับมือกับองค์กรต่อต้านการค้าบริการทางเพศ Thorn ซึ่งได้พัฒนานวัตกรรมตัวหนึ่งที่เรียกว่า ‘Hash Matching’ สำหรับการตรวจจับ ลบทิ้ง และรีพอร์ตโพสต์ที่มีเนื้อหาล่อแหลม ผ่านการตรวจค้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ที่คอยหาไฟล์ผิดกฎหมายและเชื่อมโยงไปสู่ไฟล์ที่คล้ายกันเพื่อให้การพบเจอมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

อีกหนึ่งหนทางในการแก้ไขปัญหานี้ก็คือ ‘จำกัด’ การเข้าถึงเทคโนโลยี โดยผู้สนับสนุนฝั่งนี้ให้เหตุผลว่าเมื่อเราปล่อยให้เทคโนโลยีที่มีอำนาจมากขนาดนี้ไปอยู่ในมือของทุกคน มันก็หมายความว่าเราเอาเครื่องมือดังกล่าวไปให้กับผู้ไม่ประสงค์ดีด้วย ไปอยู่กับคนที่ต้องการหาผลประโยชน์จากภาพล่อแหลม

 

ทว่าในอีกฟากหนึ่งที่สนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างกว้างขวาง (Open Source) กลับโต้ว่า การจำกัดการเข้าถึงเฉพาะกลุ่มคนเป็นเพียงวิธีการแก้ปัญหาในรูปแบบของการตอบสนองตามสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นตอ ซึ่งวิธีที่คนกลุ่มนี้เสนอคือการให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรการป้องกันตั้งแต่ต้นทางแทนที่จะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

 

อย่างไรก็ดี ประเด็นนี้ไม่ใช่เหรียญสองด้าน แต่เป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนและยังเป็นที่ถกเถียงกันถึงความชัดเจนของวิธีแก้ไข ความถูกต้องทางศีลธรรม และโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม

 

“ปัญหาภาพล่อแหลมนี้ไม่มีแนวโน้มว่าจะชะลอตัวลงเลย ดังนั้นเวลาเหลือไม่มากแล้ว เราจึงควรใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มีเพื่อรับมือกับมัน ซึ่งจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันกับภาครัฐในเชิงกฎหมายและความร่วมมือจากบริษัทเทคโนโลยี” รีเบคก้า พอร์ตนอฟฟ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

ภาพ: Tom Williams / Getty Images, ricochet64 / Getty Images

อ้างอิง:

The post ‘จวกยับ’ ซีอีโอโดนหนักหลังเยาวชนต้องจบชีวิตเพราะโซเชียลมีเดีย และ AI ยิ่งซ้ำเติม appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จะไม่ยอมถูกกระทำ เพราะถ้าฉันเป็นผู้กระทำ ตัวฉันจะปลอดภัย’ ความรุนแรงในเด็กที่มีได้ตั้งแต่เกิด https://thestandard.co/violence-in-juvenile/ Mon, 29 Jan 2024 10:32:00 +0000 https://thestandard.co/?p=893473 ความรุนแรงในเด็ก

เป็นเพียงการหยอกล้อ ทะเลาะวิวาท หรือความกดดันของคนที่ถู […]

The post ‘จะไม่ยอมถูกกระทำ เพราะถ้าฉันเป็นผู้กระทำ ตัวฉันจะปลอดภัย’ ความรุนแรงในเด็กที่มีได้ตั้งแต่เกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความรุนแรงในเด็ก

เป็นเพียงการหยอกล้อ ทะเลาะวิวาท หรือความกดดันของคนที่ถูกรังแกมาอย่างต่อเนื่อง ยังไม่มีการสรุปถึงมูลเหตุ แรงจูงใจที่เกิดขึ้นจากผู้ก่อเหตุที่เป็นเพียงนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เขตสวนหลวง ซึ่งนำไปสู่การจบชีวิตของเพื่อนนักเรียนด้วยกันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ (29 มกราคม) 

 

หากนับรวมไปถึงการจับกลุ่มกันก่อเหตุอุกอาจทำร้ายบุคคลซึ่งไร้ทางสู้ที่จังหวัดสระแก้ว และการบุกเดี่ยวยิงผู้บริสุทธิ์กลางศูนย์การค้าใจกลางกรุงเทพฯ ผู้ต้องหาในทุกคดีที่กล่าวมานี้ล้วนแล้วแต่เป็นเพียง ‘ผู้เยาว์’ หรือเป็นเด็กและเยาวชน กลุ่มคนที่สังคมคาดหวังให้พวกเขากลายเป็นอนาคตของชาติ

 

พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 กำหนดนิยามของเด็กคือ มีอายุไม่เกิน 15 ปีบริบูรณ์ ส่วนเยาวชนมีอายุเกิน 15 ปีบริบูรณ์ แต่ยังไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ซึ่งจะมีผลต่อโทษจากการลงมือกระทำความผิดด้วย

 

THE STANDARD พูดคุยกับ ‘พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ’ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งนับวันตัวผู้ก่อเหตุมักจะเป็นเพียงผู้เยาว์

 

ต้นเหตุความรุนแรง 4 ส่วน

 

สำหรับความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเด็กที่นับวันสังคมมองว่าตัวผู้กระทำมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ พญ.วิมลรัตน์ กล่าวว่า ที่เป็นเช่นนี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ 

 

อันดับแรกคือ ตัวของเด็กเองที่อยู่ในภาวะเจ็บป่วย ทำให้พวกเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

 

เรื่องนี้เป็นปัจจัยในตัวของเขาเอง เช่น เรื่องการจัดการอารมณ์ ซึ่งเด็กแต่ละคนมีการจัดการ รับมือกับอารมณ์แตกต่างกัน เป็นไปได้ที่เด็กบางคนใจร้อนมาตั้งแต่เกิด ขณะที่เด็กอีกคนเกิดมาก็ใจเย็นเลย 

 

ปัจจัยที่สองคือ เรื่องครอบครัว พญ.วิมลรัตน์ กล่าวว่า สถานภาพครอบครัวปัจจุบันมีสถานะหย่าร้างสูง มีความรุนแรงเกิดขึ้นในครอบครัว ซึ่งการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กเรียนรู้ว่าเวลาเกิดปัญหา เขาสามารถใช้ความรุนแรงตอบโต้ได้ 

 

ความรุนแรงปัจจุบันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการทำร้ายร่างกาย ใช้คำหยาบด่าทอ ปัจจุบันที่เราเจอมากคือความรุนแรงทางด้านจิตใจ การเปรียบเทียบ การคาดหวัง และการด้อยค่า 

 

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยที่สามคือ ความรุนแรงในโรงเรียนและชุมชน ซึ่งการที่เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน พวกเขามีโอกาสที่จะมีพฤติกรรมตามสภาพนั้น เช่น บางครั้งต้องไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่มีแต่การรังแกกัน มีการใช้ความรุนแรง มีการใช้สารเสพติด 

 

“สิ่งแวดล้อมจะทำให้เด็กคิดได้ว่า แทนที่ฉันจะเป็นผู้ถูกกระทำ ตัวฉันสามารถเป็นผู้กระทำเองได้ เพื่อความปลอดภัย” พญ.วิมลรัตน์ กล่าว

 

อีกส่วนที่ พญ.วิมลรัตน์ มองว่ามีผลต่อความรุนแรงในเด็กอย่างมากคือ เรื่องของสื่อ เพราะเด็กสมัยนี้มีโอกาสได้เรียนรู้จากโลกออนไลน์ หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น การที่เด็กได้เจอความคิดเห็นที่เข้ามาสนับสนุนความรุนแรงก็กลายเป็นว่าเด็กมองว่าการใช้ความรุนแรงเป็นเรื่องที่ถูก

 

ความรุนแรงไม่มีเงื่อนไข ‘ป่วย’ หรือ ‘ไม่ป่วย’ ทางจิต

 

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวว่า เรื่องของความรุนแรงบนโลกนี้เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน และสามารถเกิดจากคนที่ไม่มีอาการป่วยทางจิตเวชมากกว่าคนที่มีอาการป่วย เพียงแต่สังคมอาจจะให้ความสนใจในกรณีที่มีผู้ป่วยเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

ความรุนแรงสังเกตได้ตั้งแต่เกิด

 

“พ่อแม่สามารถสังเกตอาการป่วยของโรคได้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าลูกเป็นอะไร โรคบางอย่างเริ่มได้ตั้งแต่เกิด สามารถสังเกตได้ตั้งแต่เกิดพัฒนาการ การควบคุมอารมณ์ ซนมากจนเกินไป โมโหร้ายจนเกินไป พ่อแม่จะต้องสังเกตว่ามากเกินกว่าเด็กทั่วไป ไม่สามารถอยู่กับใครได้หรือไม่” พญ.วิมลรัตน์ กล่าว

 

พญ.วิมลรัตน์ อธิบายต่อว่า การสังเกตเมื่อลูกโตขึ้น ดูได้จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น เก็บตัวมากขึ้น, พูดคำหยาบ, ชอบใช้ความรุนแรงเข้ามาจัดการปัญหา และการใช้สารเสพติด หากพ่อแม่สังเกตเห็นแล้วว่าลูกมีพฤติกรรมหรืออารมณ์ที่แปลกไปจากเดิม พ่อแม่ก็จะต้องเริ่มทำอะไรบางอย่างทันที

 

โดยสิ่งที่พ่อแม่ทำได้เลยคือ การพูดคุยระหว่างกัน รับฟังปัญหาซึ่งกันและกัน หากเราพูดกับลูกไปเลยว่า “ไปทำอะไรมา ทำไมถึงเป็นแบบนี้” ลูกจะรู้สึกว่ายังไม่ได้อธิบายอะไรก็ผิดแล้ว เพราะฉะนั้นพ่อแม่ต้องฟังก่อนว่าช่วงนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงแสดงออกแบบนี้ ต้องเริ่มต้นด้วยความรู้สึกเป็นห่วง

 

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าเราเริ่มเห็นข้อมูลว่ามีเด็กอายุน้อยลงเกี่ยวข้องกับความรุนแรง มีการใช้สารเสพติด จากเมื่อก่อนจะพบปัญหานี้ในเด็กโตเท่านั้น เรื่องการมีแฟน มีเพศสัมพันธ์ เด็กบางคนเริ่มมีตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา จากเมื่อก่อนเราอาจจะพบว่าเรื่องเหล่านี้เริ่มต้นที่วัยมัธยมศึกษาเป็นต้นไป

 

สถิติ ‘เด็ก’ ก่อเหตุ

 

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้รวบรวมรายงานสถิติคดีประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พบว่า ช่วงวัยที่ก่อคดีมากที่สุดคือ มัธยมศึกษา 6,306 คดี คิดเป็น 51.72% รองลงมาคือ ประถมศึกษา 2,142 คดี คิดเป็น 17.57%

 

เป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมากถึง 4,885 คดี ตามมาด้วยคดีเกี่ยวกับทรัพย์ 1,828 คดี และชีวิตและร่างกาย 1,695 คดี ซึ่งการลงโทษใช้วิธีนำตัวผู้ทำผิดไปฝึกและอบรม 2,594 คดี มีเพียง 24 คดีเท่านั้นที่ถูกตัดสินจำคุก

 

ข้อมูลอีกส่วนที่น่าสนใจคือ ในบรรดาเด็กที่กระทำผิด มีมากถึง 9,239 รายที่ครอบครัวแยกกันอยู่ มีเพียง 3,820 รายเท่านั้นที่อยู่กับบิดามารดา 

 

จนถึงวันนี้แม้ตัวเลขอายุผู้กระทำผิดจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากสมัยอดีตที่ผู้ทำผิดมักเป็นเด็กโตหรือวัยรุ่นแล้วเท่านั้น ในความเปลี่ยนแปลงนี้มีเงื่อนไขหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปคือ การตัดไฟแต่ต้นลมด้วยสถาบันครอบครัวที่มีส่วนอย่างมากในการช่วยลด ปรับ ดูแล และควบคุมความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเด็กได้ดีที่สุด

The post ‘จะไม่ยอมถูกกระทำ เพราะถ้าฉันเป็นผู้กระทำ ตัวฉันจะปลอดภัย’ ความรุนแรงในเด็กที่มีได้ตั้งแต่เกิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ปกครองชวนลูกๆ ร่วมกิจกรรม ‘เทศกาลเล่นอิสระ’ ครั้งแรกของประเทศไทย ที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย https://thestandard.co/lets-play-festival-bangkok/ Sun, 19 Nov 2023 12:02:51 +0000 https://thestandard.co/?p=867395 เทศกาลเล่นอิสระ

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ทีมช่างภาพ THE STANDARD ได้เก็บภา […]

The post ผู้ปกครองชวนลูกๆ ร่วมกิจกรรม ‘เทศกาลเล่นอิสระ’ ครั้งแรกของประเทศไทย ที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทศกาลเล่นอิสระ

วันนี้ (19 พฤศจิกายน) ทีมช่างภาพ THE STANDARD ได้เก็บภาพบรรยากาศกิจกรรมงาน ‘เทศกาลเล่นอิสระ Let’s play Festival’ จัดขึ้นในวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2566 ที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย เพื่อให้เด็กๆ ทุกคนเข้าถึงการเล่นอิสระ และสังคมตระหนักถึงโอกาสในการเล่นอย่างอิสระของเด็ก

 

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และเครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก โดยภายในงานแบ่งเป็นกิจกรรม 3 เพลิน 

 

  1. เพลินเล่น ลานเล่นอิสระมุมต่างๆ, เล่นผจญภัย, เล่นป่ายปีน, เล่นในบ้าน, เล่นในสวน, เล่นน้ำ, เล่นที่สูง, เล่นอุปกรณ์รอบตัว Loose Parts ที่เด็กๆ และครอบครัวสามารถเข้ามาเล่นได้ โดยมีผู้อำนวยการเล่น (Play Worker) พร้อมให้การพูดคุย ให้ความรู้อย่างใกล้ชิด โดยเครือข่ายเล่นเปลี่ยนโลก ประกอบด้วยมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.), มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา (มยพ.), กลุ่มไม้ขีดไฟ และมูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.), โรงเล่น พิพิธภัณฑ์เล่นได้ และกลุ่ม We are happy 

 

  1. เพลินรู้ กับกิจกรรมเวิร์กช็อปสำหรับเด็กและครอบครัว เช่น การเป็น Play Worker, มินิเวิร์กช็อป, พลังการเล่น, การทำของเล่นออโตเมตา และ Kids Camp 

 

  1. ฟังเพลิน กับดนตรี นิทาน และทอล์กจากภาคีเครือข่ายฯ แลกเปลี่ยนความสำคัญและผลลัพธ์ของการเล่น ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น.

 

 

The post ผู้ปกครองชวนลูกๆ ร่วมกิจกรรม ‘เทศกาลเล่นอิสระ’ ครั้งแรกของประเทศไทย ที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์วิทยาลัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยูนิเซฟ จับมือ พม. และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยฯ เปิดตัวแคมเปญ #สงสัยไว้ก่อน ต้านภัยล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ในเด็กและเยาวชน https://thestandard.co/unicef-online-safety/ Tue, 07 Nov 2023 05:24:12 +0000 https://thestandard.co/?p=863240 เด็กและเยาวชน

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและ […]

The post ยูนิเซฟ จับมือ พม. และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยฯ เปิดตัวแคมเปญ #สงสัยไว้ก่อน ต้านภัยล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ในเด็กและเยาวชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เด็กและเยาวชน

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ #สงสัยไว้ก่อน เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรู้จัก ‘คิดทบทวนให้ถี่ถ้วน’ ก่อนจะโพสต์ภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลส่วนตัวบนพื้นที่ออนไลน์ โดยแคมเปญนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากการล่วงละเมิดและแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์ หลังจากที่รายงานการศึกษาล่าสุดชี้ให้เห็นว่า เด็กในประเทศไทยจำนวนมากกำลังตกเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดและการแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์

 

จากรายงาน หยุดยั้งอันตรายในประเทศไทย (Disrupting Harm in Thailand Report) ซึ่งจัดทำโดยยูนิเซฟ ร่วมกับเอ็คแพทฯ และอินเตอร์โพล พบว่าในปี 2021 มีเด็กไทยอายุ 12-17 ปี กว่า 400,000 คน หรือเกือบ 1 ใน 10 คน เคยตกเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดและแสวงประโยชน์ทางเพศผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดขึ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ และรูปแบบการล่วงละเมิดที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ คือ การที่ภาพหรือคลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาทางเพศของเด็กถูกนำไปเผยแพร่ส่งต่อโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม และมีการแบล็กเมลหรือข่มขู่ให้เด็กมีสัมพันธ์ทางเพศ

 

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า “แคมเปญนี้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนที่เราทุกคนต้องร่วมกันแก้ปัญหาการขู่กรรโชกทางเพศเด็กทางออนไลน์ ซึ่งเราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์ และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน กระทรวง พม. มุ่งส่งเสริมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยแก่เด็กและเยาวชน ขณะเดียวกันเรายังมีการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการให้บริการด้านการคุ้มครองเด็ก รวมถึงการตอบสนองต่อรายงานการล่วงละเมิดและละเลยเด็ก เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อมีเหตุจำเป็นเกิดขึ้น เด็กและเยาวชนจะสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้อย่างทันท่วงที”

 

แคมเปญ #สงสัยไว้ก่อน เปิดตัวด้วยคลิปวิดีโอความยาว 1 นาที ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า แม้มิตรภาพใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์จะน่าตื่นเต้น แต่ก็อาจมาพร้อมความเสี่ยงและอันตรายได้เช่นกัน

 

ด้าน คยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “อาชญากรรมแบบต่างๆ ที่เรายกมาพูดถึงในแคมเปญนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ทุกวันในประเทศไทย ทั้งกับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย แต่ปัญหานี้มักไม่ถูกรายงาน เนื่องจากเด็กๆ มักกลัวเกินกว่าที่จะเล่าปัญหานี้ให้ใครฟัง 

 

“เราทุกคนต้องทำงานร่วมกันเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากประสบการณ์เลวร้ายนี้ หน่วยงานทุกภาคส่วน ตั้งแต่หน่วยงานด้านการคุ้มครองเด็ก ตลอดจนฝ่ายบังคับใช้กฎหมายและบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง โดยเราเริ่มต้นได้จากการเสริมสร้างความตระหนักรู้ในกลุ่มเด็กและผู้ปกครองให้พวกเขาเข้าใจถึงความเสี่ยง และระแวดระวังในการส่งต่อข้อมูลหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นบนโลกออนไลน์ รวมถึงมีทักษะในการหลบเลี่ยงหรือตอบสนองเมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงหรือตกเป็นเหยื่อของภัยออนไลน์ต่างๆ ด้วย”

 

นอกจากคลิปวิดีโอเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้เรื่องภัยออนไลน์แล้ว แคมเปญนี้ยังให้ความรู้และเคล็ดลับต่างๆ แก่เด็กและผู้ปกครอง เพื่อที่จะสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เกิดการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาภัยออนไลน์ และสนับสนุนให้เด็กๆ ขอความช่วยเหลือเมื่อพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงหรือเป็นผู้เสียหายจากการล่วงละเมิดทางเพศและแสวงประโยชน์ทางเพศทางออนไลน์

 

รายงานหยุดยั้งอันตรายในประเทศไทยพบว่า เด็กที่เป็นผู้เสียหายจากเหตุการล่วงละเมิดทางเพศทางออนไลน์จำนวนมากไม่ทราบว่าจะต้องแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน โดยมีเด็กผู้ประสบเหตุเพียง 1 ใน 3 คนเท่านั้นที่ไปแจ้งตำรวจ เด็กหลายคนโทษตัวเองและคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเอง รายงานฉบับนี้ยังพบอีกว่า ในหลายกรณีผู้ก่อเหตุมักเป็นคนที่เด็กรู้จักอยู่แล้ว  

 

รศ.จุมพล รอดคำดี ประธานเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยฯ กล่าวเสริมว่า “หากเราส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อดิจิทัล (Digital Literacy) และทักษะความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence) ให้แก่เด็กและเยาวชน พวกเขาก็จะสามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ และเข้าใจถึงผลกระทบจากพฤติกรรมออนไลน์ของพวกเขาได้ เครือข่ายฯ หวังว่าแคมเปญนี้จะมีส่วนช่วยผลักดันเชิงนโยบายให้มีการออกกฎหมายที่เข้มแข็งขึ้น เพื่อรับมือปัญหาภัยออนไลน์ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นอีกด้วย”

 

ขณะที่ นวลพรรณ ล่ำซำ หรือมาดามแป้ง ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ได้แสดงการสนับสนุนแคมเปญนี้อย่างเต็มที่ และเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ร่วมมือกันเพื่อคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์

 

“ภัยออนไลน์สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน ทุกที่ และทุกเวลา เราต้องคิดไว้เสมอว่าเด็กๆ กำลังเผชิญหน้ากับอาชญากรมืออาชีพซึ่งมีประสบการณ์สูงในการล่อลวงเด็ก ดังนั้นเราจึงต้องพัฒนาทักษะและความรู้ของทุกฝ่าย รวมทั้งตัวเด็กเองด้วย เพื่อคุ้มครองพวกเขาจากภัยต่างๆ บนโลกออนไลน์ นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือร่วมใจกันอย่างจริงจัง และยกให้ประเด็นการคุ้มครองเด็กเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนของทุกคน”

 

ประเทศไทยได้จัดตั้งเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยฯ ขึ้นในเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยเป็นโครงสร้างความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและรับมือกับความเสี่ยงและภัยออนไลน์ต่างๆ เครือข่ายฯ นี้นำโดยกระทรวง พม. มีสมาชิกจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ หน่วยงานภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ตัวแทนเด็กและเยาวชน องค์การระหว่างประเทศ รวมถึงยูนิเซฟ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัย รัฐบาลไทยยังได้กำหนดให้วันอังคารที่สองของเดือนกุมภาพันธ์เป็นวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัย ซึ่งตรงกับวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัยสากลด้วย

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ #สงสัยไว้ก่อน www.unicef.org/thailand/th/onlinesafety

ชมวิดีโอ 1 นาที 

 

@unicefthailandจะเป็นมิตรที่น่าไว้ใจ หรือกลับกลายเป็นมิจฉาชีพ มิตรภาพบนโลกออนไลน์ ควรตั้งข้อสงสัยอยู่เสมอ​ #สงสัยไว้ก่อนอย่าเพิ่งไว้ใจ #สงสัยให้แจ้งทันที​ #UNICEFThailand #สงสัยให้แจ้ง #สงสัยไว้ก่อน

♬ original sound – UNICEF Thailand

 

 

แฟ้มภาพ: Ozrimoz / Shutterstock

อ้างอิง:

  •  องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

The post ยูนิเซฟ จับมือ พม. และเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยฯ เปิดตัวแคมเปญ #สงสัยไว้ก่อน ต้านภัยล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ในเด็กและเยาวชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ล้ำเส้นเกินไป? จากจดหมายขอโทษถึงคำขู่ฆ่า เปิดเบื้องลึกกรณีอื้อฉาวของ Balenciaga วิกฤตนี้ต้องลงทางไหนถึงเจ็บน้อยที่สุด? https://thestandard.co/balenciaga-bdsm-advert/ Thu, 15 Dec 2022 04:09:29 +0000 https://thestandard.co/?p=723993

Gabriele Galimberti เป็นช่างภาพหนุ่มหน้าเข้มผู้กดชัตเตอ […]

The post ล้ำเส้นเกินไป? จากจดหมายขอโทษถึงคำขู่ฆ่า เปิดเบื้องลึกกรณีอื้อฉาวของ Balenciaga วิกฤตนี้ต้องลงทางไหนถึงเจ็บน้อยที่สุด? appeared first on THE STANDARD.

]]>

Gabriele Galimberti เป็นช่างภาพหนุ่มหน้าเข้มผู้กดชัตเตอร์ถ่ายภาพเด็กหญิงตัวน้อยกำลังอุ้มตุ๊กตาหมีที่สวมโซ่ แส้ กุญแจมือ รวมถึงอุปกรณ์พันธนาการในธีม BDSM หรือ S&M สำหรับแคมเปญโฆษณาล่าสุดที่ Balenciaga เพิ่งระงับไป วันนี้ Galimberti เชื่อว่าความล่าช้าของแบรนด์ในการขอโทษเป็นตัวการสำคัญที่นำไปสู่ผลเสียอื่นตามมา ตัวอย่างเช่นคำขู่ฆ่าหลายพันข้อความที่เขาได้รับมา

 

Galimberti ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Guardian ว่า ทั้งที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่ใช้ในภาพ แต่ตัวเขาได้รับข้อความข่มขู่ เช่น “เรารู้ว่าแกอยู่ที่ไหน”, “เรากำลังจะมาฆ่าแกและลูกเมียแก”, “เราจะเผาบ้านแก”, “แกต้องฆ่าตัวตายไปซะ ไอ้พวกชอบใคร่เด็ก” โดยบอกว่ากว่า 90% ของข้อความมาจากผู้คนที่โกรธแค้นในสหรัฐฯ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

Galimberti ย้ำว่าตัวเขาทำงานกับภาพเด็กที่ถือตุ๊กตาหมีในชุดอุปกรณ์พันธนาการเท่านั้น แต่ไม่รวมแคมเปญ adidas x Balenciaga ที่มีกระเป๋าถือวางอยู่บนเอกสารระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคดีภาพล่วงละเมิดเยาวชน อย่างไรก็ตาม แคมเปญทั้งสองมักถูกแชร์ร่วมกันบน Twitter ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า Galimberti ทำงานกับทั้ง 2 แคมเปญ เมื่อหลายสื่อนำภาพของทั้ง 2 แคมเปญจากโซเชียลมีเดียมาเผยแพร่พร้อมกัน ดังนั้นเพื่อปกป้องตัวเอง Galimberti จึงต้องฟ้องร้องสื่อใหญ่ 4 แห่งในเวลานี้

 

รายงานของ The Guardian สะท้อนว่าช่างภาพอย่าง Galimberti ไม่ค่อยใส่ใจในรูปลักษณ์ของสิ่งที่จะถ่ายในช่วงก่อนถ่ายทำ ด้วยความที่เป็นช่างภาพสารคดี จึงถ่ายภาพสิ่งที่พบเห็นโดยอัตโนมัติ ตรงนี้ Galimberti บอกว่าถ้าห้องเป็นสีแดงหรือสีเหลือง ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรในความคิดของเขา

 

ความเห็นนี้ถูกนำไปเชื่อมกับแถลงการณ์ที่เผยแพร่บน Instagram เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ซึ่ง Balenciaga กล่าวว่ากำลังดำเนินการทางกฎหมายกับทุกฝ่ายที่รับผิดชอบในการสร้างฉาก รวมถึงรายการที่ไม่ได้รับอนุญาตสำหรับการถ่ายภาพแคมเปญฤดูใบไม้ผลิ 2023 ของบริษัท โดยเวลานั้น Galimberti ได้โพสต์ข้อความตอบกลับ ปฏิเสธว่าเขาไม่มีส่วนในการตัดสินใจเกี่ยวกับวัตถุในภาพ

 

จนเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2022 ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์อย่าง Demna ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอโทษและรับผิดชอบต่อภาพดังกล่าว แต่ Galimberti มองว่าจดหมายนี้ไม่มีผล เพราะความล่าช้าของ Balenciaga กำลังนำไปสู่ความเสียหายมากขึ้น โดยที่ผ่านมา Galimberti เล่าว่าได้เขียนอีเมลถึง Balenciaga ทุกวัน วันละ 2, 3 หรือ 4 ฉบับ เพื่อบอกว่ามีคนกำลังตามล่าเขาและครอบครัว แต่ Balenciaga กลับแนะนำให้ตั้งค่าบัญชี Instagram เป็นแบบส่วนตัวเพื่อจำกัดข้อความ

 

 

เบื้องหลังหลายซ้อน

Galimberti ยังเล่าถึงการทำงานที่เข้มงวดในกองถ่ายกับทีมงานของ Balenciaga ว่าดำเนินการขั้นแรกโดยให้ถ่ายภาพหุ่นจำลองในภาพทดสอบ ก่อนที่นางแบบเด็กจะถูกถ่ายภาพในท่าทางที่กำหนด โดย Galimberti เล่าว่าเมื่อถ่ายภาพบางส่วนแล้วจะมีการส่งต่อจากกล้องไปยัง ‘คอมพิวเตอร์ของใครบางคน’ จากนั้นจะส่งภาพถ่ายเหล่านี้ไปยัง ‘คนที่สำนักงานใหญ่ของ Balenciaga’ ซึ่งเมื่อได้รับคำตอบตกลง ทีมถ่ายทำจะเปลี่ยนหุ่นให้เป็นนางแบบเด็กตัวจริง 

 

Galimberti ไม่ทราบว่าคนที่อนุมัติรูปถ่ายทั้งหมดคือ Demna หรือไม่ และยืนยันว่าไม่ได้พบหรือพูดคุยกับนักออกแบบเลย นอกจากนี้ นางแบบเด็กที่ใช้ในการถ่ายทำคือบุตรหลานของพนักงาน Balenciaga ซึ่งติดตามไปในการถ่ายทำ จุดนี้ Galimberti กล่าวว่าผู้ปกครองของเด็กที่ถือตุ๊กตาหมีนั้นไม่ได้กังวลใจ และเมื่อทุกคนเห็นกระเป๋าเหล่านั้น ต่างบอกว่าเป็นการตกแต่งสไตล์พังก์ (Punk) ไม่มีใครกล่าวถึง BDSM สักคน

 

Galimberti เผยว่าตัวเขาเชื่อใจใน Balenciaga เต็มที่ และในเวลานั้นก็ไม่เห็นสิ่งใดผิดปกติ ขณะเดียวกันนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ Galimberti ทำงานในแคมเปญแฟชั่น หลังจากที่สร้างชื่อใน 2 โปรเจกต์ภาพชุดที่เป็นไวรัลทั้ง Toy Stories ซึ่งแสดงถึงเด็กที่ล้อมรอบด้วยของเล่น และภาพชุด The Ameriguns ซึ่งเปิดตัวในปี 2020 ด้วยภาพถ่ายชาวอเมริกันกับอาวุธปืนส่วนตัว จุดนี้ Galimberti เล่าว่า ในเวลานั้นผู้คนก็กล่าวหาว่า Galimberti เป็นบุคคลเกลียดปืน ซึ่งแม้เขาจะต่อต้านปืนจริง แต่การล่วงละเมิดเด็กนั้นเป็นข้อหาที่เขารับไม่ได้

 

Galimberti เล่าด้วยว่าเขารับงานของ Balenciaga เพราะค่าจ้างที่คิดเป็น 20 เท่าของค่าจ้างสำหรับงานสารคดี อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ถูกต่อต้าน ตัวเขาสูญเสียงานรวมถึงโปรเจกต์กับ National Geographic และงานนิทรรศการที่กำลังจะจัดขึ้นอย่างน่าเสียดาย

 

ขอโทษช้าเกิน?

หากมองย้อนไปถึงโพสต์ของ Demna เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Balenciaga บอกในบัญชี Instagram ของตัวเอง โดยใช้คำว่า “ขออภัยเป็นการส่วนตัว” สำหรับการเลือกแนวคิดทางศิลปะที่ไม่ถูกต้อง มีการใช้คำว่า “ผมต้องรับผิดชอบเอง” และการยอมรับว่า “เป็นสิ่งไม่เหมาะสมที่จะให้เด็กน้อยโปรโมตสิ่งของที่ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา”

 

หัวเรือใหญ่ดีไซเนอร์ Balenciaga เสริมว่า แม้ว่าจะพยายามสร้างงานที่กระตุ้นความคิด แต่ Demna ก็ไม่เคยตั้งใจที่จะทำเรื่องเลวร้ายอย่างการล่วงละเมิดเด็ก โดยบอกว่าตัวเขาจำเป็นต้อง ‘เรียนรู้จากเรื่องนี้’ และขอให้ทุกคนเห็นความมุ่งมั่นของ Balenciaga ในการดำเนินการในอนาคต

 

“ไม่เพียงแต่เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่คล้ายคลึงกันในอนาคตเท่านั้น แต่ยังต้องรับผิดชอบในการปกป้องสวัสดิภาพเด็กในทุกวิถีทางที่เราสามารถทำได้”

 

ในวันเดียวกัน Balenciaga ก็ประกาศที่ Instagram ของแบรนด์เพื่อยืนยันว่าแบรนด์จะถอนฟ้องคดีมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ เป็นการตัดสินใจที่จะไม่ดำเนินคดีกับช่างภาพและทีมครีเอทีฟของแคมเปญอื้อฉาวอีกต่อไป โดยแถลงการณ์ย้ำคำขอโทษของ Balenciaga ว่า “เราต้องการเรียนรู้ ช่วยเหลือ และมีส่วนร่วมในการปกป้องเยาวชน”

 

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Balenciaga เคยออกแถลงการณ์บน Instagram แสดงความรับผิดชอบในการหาตัวคนผิดเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ด้วยการบอกว่าสิ่งของทั้งหมดที่รวมอยู่ในการถ่ายทำนี้ จัดทำโดย ‘บุคคลที่สาม’ สำหรับกรณีของแคมเปญ adidas x Balenciaga ที่มีกระเป๋าถือวางอยู่บนเอกสารระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคดีภาพล่วงละเมิดเยาวชนนั้น 

 

มีการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าอุปกรณ์ประกอบฉากเหล่านี้เป็นเอกสารจำลอง แต่เมื่อเอกสารกลายเป็นเอกสารทางกฎหมายที่แท้จริงโดยไม่ได้รับการอนุมัติ แบรนด์จึงขอยอมรับว่าเป็นผลมาจากความประมาทเลินเล่อ ซึ่ง Balenciaga ได้ยื่นเรื่องเพื่อดำเนินการสอบสวนภายใน โดย Balenciaga จะมีแผนปฏิบัติการด้านอื่นที่จะทำคู่ไปด้วย นั่นคือการวางรากฐานกับองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก เพื่อมุ่งยุติการล่วงละเมิดและการแสวงประโยชน์จากเด็กอย่างยั่งยืน

 

 

แถลงการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่คุณแม่ลูก 4 อย่าง Kim Kardashian ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแคมเปญ Balenciaga ใน Instagram Stories เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ว่า เธอพยายามทำความเข้าใจด้วยตัวเองว่าความไม่เหมาะสมนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หลังจากยอมอดทนรอในช่วง 2-3 วันก่อนหน้านี้เพื่อหาโอกาสพูดคุยกับทีมงาน แต่ที่สุดแล้วก็ทนไม่ไหว เพราะเธอหวั่นไหวกับ ‘ภาพที่รบกวนจิตใจ’ ของแคมเปญนี้ โดยกล่าวว่า “ความปลอดภัยของเด็กต้องได้รับการพิจารณาอย่างสูงสุด” และความพยายามใดๆ ก็ตามที่จะทำให้ ‘การล่วงละเมิดเด็กในรูปแบบใดก็ตาม’ เป็นเรื่องปกตินั้นไม่ควรมีที่ยืนในสังคม

 

สาว Kardashian ยังเชื่อว่าทีม Balenciaga เข้าใจถึงความรุนแรงของสถานการณ์นี้ แต่เธอขอกลับมาประเมินความสัมพันธ์กับแบรนด์ Balenciaga อีกครั้ง โดยจะพิจารณาจากความตั้งใจของแบรนด์ว่าจะยอมรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นหรือไม่

 

ที่มาความวุ่นวาย

การโพสต์ของ Kardashian เกิดขึ้นในช่วง 10 วันหลังจากวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ Balenciaga เริ่มปล่อยแคมเปญโปรโมตสินค้ากลุ่มของขวัญซึ่งถ่ายทำโดย Gabriele Galimberti วัตถุประสงค์ของแคมเปญคือเพื่อโปรโมตกล่องสุ่มของ Balenciaga ซึ่งมีทั้งชามอาหารสำหรับสุนัขดีไซน์แหวกแนว เชิงเทียนที่มีรูปร่างเหมือนกระป๋องเบียร์ รวมถึงสิ่งของที่ไม่เข้ากันอีกหลายชิ้น อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายที่ตั้งใจให้มองเป็นเรื่องตลกขบขันอย่างภาพเด็กน้อยกำลังถือตุ๊กตาหมีที่สวมเครื่องพันธนาการ ทั้งปลอกคอพร้อมตัวล็อกและสายรัดหนังนั้น มีนัยสื่อได้ถึงการมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก ซึ่งเป็นความหมายร้ายแรงที่นำไปสู่ความกังวลเป็นพิเศษ

 

ในโฆษณาอีกชิ้นของ Balenciaga ยิ่งรุนแรงไม่แพ้กัน เพราะหนึ่งในภาพจากแคมเปญฤดูใบไม้ผลิปี 2023 ซึ่งเตรียมเผยแพร่ในอีก 5 วันถัดมานั้นมีภาพกระเป๋าถือใบหนึ่งวางอยู่บนกองกระดาษ ปรากฏว่าหนึ่งในกระดาษนั้นเป็นเอกสารที่อ้างถึงคดีของศาลสูงสหรัฐฯ เกี่ยวกับภาพอนาจารเด็ก ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความคิดเชื่อมโยงกัน เกิดเป็นภาพลบที่นำไปสู่การเรียกร้องให้ร่วมกันคว่ำบาตร Balenciaga ในวงกว้าง

 

กระแสคว่ำบาตร Balenciaga รอบนี้น่าสนใจเพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Demna ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Balenciaga ได้สร้างชื่อเสียงจากการดึงดูดความสนใจของชาวโลกครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยการตลาดที่แปลกประหลาด แหวกแนว และมักทำให้ประทับใจได้อย่างจริงจัง ซึ่งในบางกรณี Balenciaga ถือเป็นตัวอย่างที่พิสูจน์ได้ดีว่า กระแสข่าวลบสามารถใช้เป็นกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ที่ประสบความสำเร็จได้

 

อย่างไรก็ตาม แคมเปญล่าสุดของ Balenciaga อาจจะเข้าข่าย ‘เล่นเกินเส้น’ ไป และการต่อต้าน Balenciaga ครั้งนี้ก็ร้ายแรงมากที่สุดในรอบหลายปี Balenciaga รู้ดีและเลือกที่จะไม่โอบรับความขัดแย้งอย่างที่ทำเป็นประจำ แต่ลุกขึ้นมาออกมาตรการควบคุมความเสียหาย ทั้งการลบรูปภาพออกจากทุกแพลตฟอร์ม การขออภัยที่ Instagram Stories (ในวันที่ 22 พฤศจิกายน) เพื่อจัดการกับกระแสต่อต้านอย่างเป็นทางการ 

 

Balenciaga ขออภัยอย่างจริงใจสำหรับทุกความผิดจากแคมเปญวันหยุดของแบรนด์ พร้อมกับเห็นด้วยว่ากระเป๋าตุ๊กตาหมีของแบรนด์นั้นไม่ควรให้นางแบบเด็กน้อยเป็นผู้นำเสนอในแคมเปญนี้ ขณะเดียวกันก็ได้กล่าวขอโทษสำหรับเอกสารที่เป็นปัญหา โดยยืนยันว่า Balenciaga ให้ความสำคัญกับปัญหาอย่างจริงจัง และกำลังดำเนินการทางกฎหมาย พร้อมกับประณามการล่วงละเมิดเด็กทุกรูปแบบ 

 

 

ลงแบบไหนเจ็บน้อยที่สุด 

ถึงแม้จะยกเลิกแคมเปญและขอโทษ แต่โลกยังไม่พร้อมที่จะให้อภัย นอกจากนี้ แถลงการณ์ของ Balenciaga ยังจุดประกายความโกรธแค้นมากขึ้น เนื่องจากมีบางกลุ่มวิจารณ์แบรนด์ว่าเบี่ยงเบนความรับผิดชอบด้วยการหาเรื่องฟ้องร้องบริษัทโปรดักชันที่อยู่เบื้องหลังอย่าง North Six และผู้ออกแบบฉาก Nicholas Des Jardins ในข้อหาเพิ่มเอกสารลงในการถ่ายทำโดยปราศจากความรู้หรือการอนุญาต ในขณะที่บางกลุ่มมองว่านี่อาจเป็นแผนการตลาดอีกแบบหนึ่งของ Balenciaga ก็ได้

 

Louis Pisano ผู้ทรงอิทธิพลด้านแฟชั่นจุดประเด็นว่า Balenciaga ดูถูกชาวโลก เนื่องจากเชื่อว่าแคมเปญอื้อฉาวนั้นผ่านความเห็นชอบจากคนหลายคนรวมถึง Demna แต่ Balenciaga กำลังพยายามจับแพะรับบาปด้วยการค้นหา ‘ฝ่ายที่รับผิดชอบ’ ซึ่งเมื่อมีกระแสคว่ำบาตรมากขึ้น หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามว่านี่เป็นอุบัติเหตุจริงหรือ? เพราะท้ายที่สุดแล้ว Balenciaga กลับได้แสงสปอตไลต์ และเติบโตจากความโกลาหลที่ (อาจ) ถูกสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน

 

ก่อนหน้านี้ Balenciaga ถูกจับตามองเพราะไอเดียการจัดงานแฟชั่นโชว์ในสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่ เช่น พายุหิมะจำลอง บ่อโคลน และตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก เคยร่วมมือกับแฟรนไชส์การ์ตูน เช่น The Simpsons และเกมดังอย่าง Fortnite ในขณะเดียวกันก็เคยออกสินค้าที่เน้นการออกแบบที่ไม่มีใครทำ ตั้งแต่รองเท้าผ้าใบขาดวิ่น ไปจนถึงกระเป๋าหรูรูปถุงขยะ

 

สำหรับกรณีล่าสุด มีบางทฤษฎีเชื่อว่า Balenciaga กำลังทำการทดลองทางสังคม เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า Demna สามารถสานความหมายที่ล้ำลึกและแสบคันลงไปในงาน ทำให้บางคนรู้สึกยากที่จะเชื่อว่านี่คือการก้าวพลาด ไม่ใช่การทำอะไรก็ได้ที่จะดึงให้ Balenciaga ได้ขึ้นพาดหัวข่าว

 

บทสรุปว่า Balenciaga จะลงจากวิกฤตนี้ด้วยท่าไหนจึงจะเจ็บน้อยที่สุด คำตอบคือการรอให้เวลาเป็นตัวตัดสินว่า Balenciaga สามารถออกแอ็กชันได้อย่างถูกใจผู้บริโภคหรือไม่ เพราะตำรา Crisis Management ย้ำว่าการออกมาขอโทษนั้นไม่พอ แต่จะต้องทำงานถึงระดับโครงสร้าง เพื่อให้ผู้บริโภคสัมผัสได้ว่า Balenciaga ไม่เฟก

 

และพร้อมที่จะยืนหยัดเพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของเด็กทุกคน

 

ภาพ: Mike Kemp / In Pictures via Getty Images, Pierre Suu / GC Images, Asanka Ratnayake / Getty Images

อ้างอิง:

The post ล้ำเส้นเกินไป? จากจดหมายขอโทษถึงคำขู่ฆ่า เปิดเบื้องลึกกรณีอื้อฉาวของ Balenciaga วิกฤตนี้ต้องลงทางไหนถึงเจ็บน้อยที่สุด? appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินระบุ อาจมีการเซ็ตภาพเด็กสูบกัญชา หวังผลบางอย่าง ให้ตำรวจขยายผลจับกุมคนให้เด็กสูบ พร้อมสวนกลับ ปชป. https://thestandard.co/children-smoking-marijuana/ Fri, 02 Dec 2022 09:07:54 +0000 https://thestandard.co/?p=719169 อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (2 ธันวาคม) นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส. ระยอง พรร […]

The post อนุทินระบุ อาจมีการเซ็ตภาพเด็กสูบกัญชา หวังผลบางอย่าง ให้ตำรวจขยายผลจับกุมคนให้เด็กสูบ พร้อมสวนกลับ ปชป. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (2 ธันวาคม) นพ.บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส. ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่พบภาพเด็กอายุ 9 ขวบมั่วสุมสูบกัญชา ในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ว่าภาพที่เกิดขึ้นเป็นเพราะ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกระทรวงเพื่อปลดล็อกกัญชาให้เข้าถึงอย่างแพร่หลาย ทำให้เยาวชนเข้าถึงกัญชาได้โดยง่ายนั้น

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามอนุทิน ซึ่งได้ให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า “นี่เป็นปัญหาเด็กเร่ร่อน พวกเขาใช้อย่างอื่นที่อันตรายมากมาตลอดอยู่แล้ว ซึ่งควรเดือดร้อนมานานแล้ว ขอแนะนำ ส.ส. ประชาธิปัตย์ที่ตั้งคำถามมา ไปหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ของพรรคเลยครับ”

 

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุขจะมีการดำเนินการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ อนุทินตอบว่า “ผมจะสั่งการแจ้งให้ท่านรัฐมนตรีช่วยสาธิต ซึ่งกำกับดูแลกรมการแพทย์แผนไทยฯ ได้กำชับให้กรมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ถือว่าเรื่องนี้ผ่านขั้นตอนที่เป็นนโยบายมาแล้วคือการปลดล็อกกัญชา ดังนั้น การควบคุมการใช้กัญชาภายใต้กรมการแพทย์แผนไทยฯ ถือเป็นเรื่องการปฏิบัติ ซึ่งกรมนี้ผมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำกับดูแลนานแล้ว”

 

พร้อมทิ้งท้ายว่า “ดังนั้น ผู้ที่ชอบนำเรื่องมาเปิดเผยก็น่าจะมีความสะดวกในการที่จะติดต่อแจ้งเรื่องต่างๆ ไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยโดยตรงเพราะอยู่พรรคเดียวกัน”

 

ต่อมาอนุทินให้สัมภาษณ์ที่จังหวัดแพร่ โดยระบุว่า เป็นพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายแน่นอน เยาวชนได้ของมาอย่างไร ตำรวจต้องขยายผลไปจับกุมผู้ให้ของ ต่อให้อยู่ในครอบครัวก็ต้องจัดการ เพราะกฎหมายห้ามเด็กเข้าถึง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ภาพที่ออกมามันน่าสงสัยว่ามีการเซ็ตกันขึ้นมา เพื่อหวังผลอะไรบางอย่าง แต่เท่าที่เห็นคือผิดกฎหมายแน่นอน

 

“กระทรวงสาธารณสุข รัฐบาล ผู้ที่ร่างกฎหมายตอนนี้ ไม่มีใครให้นำไปใช้เพื่อการสูบเสพ พี้ ปุ๊น เราไม่สนับสนุน เราให้ใช้เพื่อการแพทย์ สุขภาพ เศรษฐกิจ การผลิตต้องได้มาตรฐาน ถ้าเป็นไปตามกรอบนี้ประโยชน์จะตกกับประชาชนและประเทศชาติ” อนุทินกล่าว

The post อนุทินระบุ อาจมีการเซ็ตภาพเด็กสูบกัญชา หวังผลบางอย่าง ให้ตำรวจขยายผลจับกุมคนให้เด็กสูบ พร้อมสวนกลับ ปชป. appeared first on THE STANDARD.

]]>
Kim Kardashian ออกมาประณามโฆษณาของ Balenciaga ที่ใช้เด็กเล็กถ่ายแบบอย่างไม่เหมาะสม https://thestandard.co/kim-kardashian-balenciaga-bdsm/ Mon, 28 Nov 2022 05:08:35 +0000 https://thestandard.co/?p=716523

ไม่ใช่แค่เพียงโลกออนไลน์และสื่อที่กำลังติดตามข่าวแคมเปญ […]

The post Kim Kardashian ออกมาประณามโฆษณาของ Balenciaga ที่ใช้เด็กเล็กถ่ายแบบอย่างไม่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่ใช่แค่เพียงโลกออนไลน์และสื่อที่กำลังติดตามข่าวแคมเปญช่วงเทศกาลของ Balenciaga ที่ใช้เด็กเล็กถ่ายรูปกับตุ๊กตาหมีใส่สายรัดแบบ BDSM พร้อมกับมีการใช้เอกสารเกี่ยวกับสื่อลามกในเด็กเป็นพร็อพประกอบฉากเท่านั้น ทางฝั่ง Kim Kardashian หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ร่วมงานกับแบรนด์มาหลายครั้ง ก็ออกมาแสดงท่าที่ประณามแคมเปญดังกล่าวด้วยเช่นกัน

 

โดย Kim Kardashian ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทาง Twitter และ Instagram Stories เพียงไม่กี่วันหลังมีกระแสโจมตีแบรนด์ และมีการเรียกร้องจากโลกออนไลน์ให้เธอออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

 

“ฉันเงียบมาหลายวันแล้ว ไม่ใช่เพราะว่าฉันไม่รู้สึกรังเกียจหรือโกรธเรื่องแคมเปญล่าสุดของ Balenciaga แต่เพราะฉันอยากคุยกับทีมของแบรนด์ด้วยตัวเอง เพื่อให้รู้ว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้อย่างไร”

 

และคุณแม่ลูก 4 วัย 42  ปี ยังกล่าวต่ออีกว่า “ความปลอดภัยของเด็กต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง การกระทำใดก็ตามที่พยายามทำให้ความรุนแรงต่อเด็กกลายเป็นเรื่องปกติจะต้องไม่มีที่ยืนในสังคมนี้

 

“ขอบคุณ Balenciaga ที่ลบภาพแคมเปญทั้งหมดนี้ออก หลังจากที่ได้พูดคุยกับแบรนด์แล้ว ฉันเชื่อว่าแบรนด์จะรับมือกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และจะออกมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก” และทิ้งท้ายว่าจะทบทวนความสัมพันธ์กับ Balenciaga ในอนาคต และจะจับตาความรับผิดชอบของแบรนด์ต่อไป

 

ส่วนเรื่องคดีความ Balenciaga ได้ฟ้องร้องบริษัทโปรดักชันของแคมเปญนี้ที่ชื่อว่า North Six และผู้ออกแบบฉาก Nicholas Des Jardins พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวน 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 869 ล้านบาท 

 

ภาพ: Kim Kardashian

อ้างอิง:

The post Kim Kardashian ออกมาประณามโฆษณาของ Balenciaga ที่ใช้เด็กเล็กถ่ายแบบอย่างไม่เหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Balenciaga ออกมาขอโทษหลังถูกโจมตีเพราะใช้เด็กเล็กถ่ายแคมเปญคู่กับสายรัด BDSM https://thestandard.co/balenciaga-apologizes-about-campaign/ Thu, 24 Nov 2022 09:33:58 +0000 https://thestandard.co/?p=714970

Balenciaga ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ หลังเจอกระแ […]

The post Balenciaga ออกมาขอโทษหลังถูกโจมตีเพราะใช้เด็กเล็กถ่ายแคมเปญคู่กับสายรัด BDSM appeared first on THE STANDARD.

]]>

Balenciaga ออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ หลังเจอกระแสตีกลับเพราะใช้เด็กเล็กถ่ายภาพแคมเปญคอลเล็กชันสำหรับช่วงเทศกาลวันหยุดคู่กับสายรัด BDSM และเอกสารทางกฎหมายเกี่ยวกับสื่อลามกเด็ก

 

โดยภาพที่ออกมาเผยให้เห็นเด็กกำลังถือกระเป๋าตุ๊กตาหมีที่ถูกรัดด้วยสายรัด Harness แบบ BDSM สีดำที่รัดทั้งตัวและแขน ซึ่งปรากฏครั้งแรกในแฟชั่นโชว์คอลเล็กชัน Spring/Summer 2023 เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ครั้งนั้นถูกถือโดยนายแบบที่บรรลุนิติภาวะแล้ว ซึ่งทางแบรนด์แฟชั่นจากฝรั่งเศสได้ออกมาขอโทษผ่าน Instagram Stories และได้ดำเนินการถอดภาพแคมเปญชุดนี้ออกทั้งหมดทุกช่องทางทันที

 

“เราขออภัยอย่างสุดซึ้งกับกรณีภาพแคมเปญคอลเล็กชันวันหยุดที่ไม่สมควร กระเป๋าตุ๊กตาหมีของเราไม่ควรถูกจับคู่กับเด็กเล็กในแคมเปญนี้จริงๆ”

 

และนอกจากตุ๊กตาหมีสายรัดแล้ว ยังมีภาพของกองเอกสารความเห็นของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ต่อคดีสื่อลามกเด็ก (Child Pornography) เมื่อปี 2008 ที่กองอยู่กับกระเป๋ารุ่น Hourglass สีดำที่ทำร่วมกับ adidas ซึ่งทางแบรนด์ก็ได้ชี้แจงในส่วนนี้ว่า

 

“เราขออภัยที่นำเสนอเอกสารที่สร้างความไม่พอใจในแคมเปญของเรา เราจะเข้มงวดกับเหตุการณ์ครั้งนี้ และได้ใช้ข้อกฎหมายดำเนินการกับฝ่ายที่รับผิดชอบและเป็นต้นเหตุของการถ่ายภาพแคมเปญคอลเล็กชัน Spring 2023 ที่ใช้เอกสารที่ไม่ได้รับการอนุมัติ เราขอประณามการล่วงละเมิดในเด็กทุกรูปแบบ และเราสนับสนุนความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของเด็ก”

 

สำหรับภาพแคมเปญช่วงเทศกาลวันหยุดนี้นอกจากกระเป๋าตุ๊กตาหมีแล้ว ยังมีสินค้าอื่นๆ ที่ Balenciaga ทำออกมาใหม่สำหรับเป็นของขวัญในช่วงส่งท้ายปี ทั้งชามข้าวสัตว์เลี้ยง เซ็ตน้ำชา แก้วน้ำ เทียนไข ผ้าเช็ดตัว และอีกมากมาย

 

ภาพ: Jeremy Moeller / Getty Images

 

อ้างอิง:

The post Balenciaga ออกมาขอโทษหลังถูกโจมตีเพราะใช้เด็กเล็กถ่ายแคมเปญคู่กับสายรัด BDSM appeared first on THE STANDARD.

]]>
มาร่วมใช้พลังของสื่อในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้มีคุณภาพ ผ่านการขอรับทุนสนับสนุนประจำปี 2566 จากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/thairath-media/ Thu, 20 Oct 2022 02:00:22 +0000 https://thestandard.co/?p=697351 ไทยรัฐ

“เราอยากให้มีสื่อดีๆ โดยเฉพาะสื่อสำหรับเด็ก ซึ่งการจะมี […]

The post มาร่วมใช้พลังของสื่อในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้มีคุณภาพ ผ่านการขอรับทุนสนับสนุนประจำปี 2566 จากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยรัฐ

“เราอยากให้มีสื่อดีๆ โดยเฉพาะสื่อสำหรับเด็ก ซึ่งการจะมีได้นั้นต้องมีการลงทุนลงแรง ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาตินั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะว่าใครที่ทำสื่อเกี่ยวกับเด็กมักอยู่ไม่ได้ มีผลประกอบการที่ขาดทุนหรือทำไปสักพักต้องปิดตัวเอง อันมาจากต้นทุนที่สูง จึงไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน” ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ได้กล่าวถึงที่มาของกองทุนฯ ที่ได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2558

 

ไทยรัฐ

สร้างระบบนิเวศสื่อที่ดีของไทย

ปัจจุบันสื่อต่างๆ มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้และพฤติกรรมของเด็กและเยาวชนมากขึ้น ทว่าสื่อที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชนมีจำนวนน้อย การผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์มีข้อจำกัดหลายประการ ทั้งไม่เป็นที่นิยมของผู้ผลิตและสนับสนุนการผลิตสื่อ ทำให้ขาดเงินทุนในการผลิตและการเผยแพร่สื่อที่มีคุณภาพ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ในการผลิต การพัฒนา และการเผยแพร่สื่อที่มีคุณภาพและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

 

นอกจากมีภารกิจที่ส่งเสริมสื่อสำหรับเด็กแล้ว ดร.ธนกรกล่าวต่อว่า กองทุนฯ ยังมีภารกิจอื่นๆ ที่ต้องทำด้วย ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ส่งเสริมสนับสนุนให้มีสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์, ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่จะมาผลิตสื่อ, ส่งเสริมทักษะการรู้เท่าทันสื่อ โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน คนในครอบครัว ทำอย่างไรให้มีพฤติกรรมการเปิดรับสื่อได้ถูกต้องเหมาะสม และมีองค์ความรู้ในการรับมือกับข้อมูลเท็จต่างๆ, ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา วิจัย ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ รวมไปถึงเปิดโอกาสและสร้างความร่วมมือกับประชาชน สนับสนุนภาคีเครือข่ายในการร่วมกันสร้างและขับเคลื่อนให้มีสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

 

ไทยรัฐ

 

“เราคาดหวังว่ากองทุนฯ จะสามารถสร้างระบบนิเวศสื่อที่ดีของไทย โดยทำให้ประชาชนมีทักษะ องค์ความรู้ ความสามารถในการวิเคราะห์ แยกแยะในการรับสื่อได้ มากไปกว่านั้นต้องการให้มีสื่อดีๆ จำนวนมากขึ้น จากทั้งผู้ผลิตหน้าใหม่หรือมืออาชีพ ให้หันมาผลิตสื่อที่สร้างสรรค์” ดร.ธนกรกล่าวพร้อมกับย้ำว่า “เราไม่คาดหวังให้มีสื่อดีๆ เกิดขึ้นได้เลยถ้าเราไม่ลงมือทำ ดังนั้นกองทุนฯ จึงต้องเข้ามาส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ”

 

ที่ผ่านมากองทุนฯ ได้ดำเนินการภารกิจผ่าน 2 ลักษณะคือ การดำเนินการผ่านกองทุนฯ เอง ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่กำลังเข้าสู่ยุทธศาสตร์ 5 ปี ระยะที่ 2 และการดำเนินการผ่านการให้ทุน ซึ่งจะมีงบประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี 

 

“การให้ทุนนั้นเราหวังว่าจะดึงดูดคนที่มีความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์ จินตนาการ พลัง แรงบันดาลใจ ที่อยากจะสร้างสรรค์สื่อดีๆ แต่ไม่มีทุน ได้มีโอกาสได้เข้ามาทำงานร่วมกับกองทุนฯ นอกจากนี้กองทุนฯ ยังหวังที่จะเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างสื่อสร้างสรรค์และปลอดภัย”

 

การให้ทุนนั้นดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 หากรวมถึงปี 2566 เป็นเวลา 7 ปีติดต่อกันแล้ว โดยแต่ละปีมีผู้ยื่นขอรับทุนประมาณ 1,000 ราย ซึ่งจะมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกราว 10% หรือ 100 รายที่จะได้รับทุนไป

 

ไทยรัฐ

เปิดรับการเสนอประจำปี 2566 

ตอนนี้กองทุนฯ ได้เปิดรับข้อเสนอโครงการประจำปี 2566 โดยแบ่งการให้ทุนออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

 

1. การให้ทุนประเภทเปิดรับทั่วไป (Open Grant) ที่ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้รับสื่อเฉพาะ 4 กลุ่ม ได้แก่

  • กลุ่มเด็กและเยาวชน
  • กลุ่มผู้สูงอายุ
  • กลุ่มคนพิการและผู้ด้อยโอกาส
  • กลุ่มประชาชนทั่วไป

 

2. การให้ทุนประเภทเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Grant) ที่มีขอบเขตการสนับสนุนในหัวข้อ ดังนี้

  • ชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) กับมิติทางสังคม
  • พหุวัฒนธรรมและความหลากหลายทางสังคม
  • ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ และการเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์
  • การสร้างมูลค่าจากประเด็นเชิงวัฒนธรรม (Soft Power) เช่น วิถีชีวิต ชุมชน ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น เกร็ดประวัติศาสตร์ การท่องเที่ยว และอาหาร
  • การเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และการลดช่องว่างระหว่างวัย
  • การรับมือกับข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) ประทุษวาจา (Hate Speech) และการระรานในโลกออนไลน์ (Cyberbullying)
  • การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

 

3. การให้ทุนประเภทความร่วมมือ (Collaborative Grant) ซึ่งมีหัวข้อที่เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชาชน การเฝ้าระวังสื่อที่ไม่ปลอดภัยและไม่สร้างสรรค์ หรือการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

 

“ผมเชื่อในพลังของสื่อ ซึ่งสื่อนั้นขับเคลื่อนสังคมโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นการทำให้มีสื่อที่มีคุณภาพออกมามากๆ จะเป็นสิ่งหนึ่งที่เข้ามาช่วยส่งเสริมคุณภาพของสังคมไทย”

 

ไทยรัฐ

กระตุ้น Soft Power หยิบเรื่องราวของไทยมาเล่าให้ก้องโลก 

หากมองเข้าไปในประเด็นที่กองทุนฯ กำลังเปิดรับ หนึ่งในหัวข้อที่น่าสนใจคือ การส่งเสริม Soft Power ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยกำลังให้ความสำคัญมากๆ 

 

ผลสำรวจของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) พบว่า คนไทยอยากใช้กลยุทธ์ Soft Power เพื่อเข้ามาส่งเสริมในการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ภาพลักษณ์ เพื่อสร้างพลังของประเทศ 

 

โดย 73.2% บอกว่าควรนำเสนออาหารและเครื่องดื่ม รองลงมา 59.1% คือการบริการที่ยิ้มแย้มแจ่มใส และ 56.8% คือการเผยแพร่ศิลปะและวรรณกรรม 

 

ขณะที่รัฐบาลนั้นก็กำลังส่งเสริมเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจาก Soft Power ได้เข้ามาส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จนสามารถเกิดผลเป็นรูปธรรม อันได้แก่ การสร้างรายได้จากสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม อาทิ สินค้าวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์กว่า 1.45 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.9 ของ GDP 

 

การส่งออกอาหารไทยกว่า 1.1 ล้านล้านบาท คิดเป็นอันดับ 13 ของโลก, ผ้าไทยกว่า 8.5 พันล้านบาท, ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนไทย (CCPOT) ประมาณ 700 ล้านบาท, อุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทย สร้างรายได้ราว 2 แสนล้านบาทต่อปี เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ในปี 2564 จำนวน 5 พันล้านบาท 

 

นอกจากนี้ U.S. News จัดให้ไทยเป็นประเทศที่ร่ำรวยด้านมรดกวัฒนธรรมเป็นลำดับที่ 7 ของโลก รวมไปถึงการที่ไทยเป็นประเทศที่มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมเป็นลำดับที่ 5 ของโลก

 

ไทยรัฐ

 

ดร.ธนกรกล่าวต่อว่า ไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่เยอะมาก ทั้งความคิด ความเชื่อ เรื่องเล่า ซึ่งสิ่งที่กองทุนฯ อยากเห็นคือ การหยิบมาปรุงแต่งให้กลมกล่อม ซึ่งจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะเข้ามาผลักดันให้ Soft Power เป็นที่ก้องโลก

 

“กองทุนฯ ถือเป็นโอกาสสำหรับทุกคนที่จะได้แสดงความสามารถ นำเสนอสิ่งดีๆ ที่คาดหวัง และโอกาสที่จะได้สร้างสรรค์ชิ้นงานที่มีคุณภาพ ตลอดจนสร้างสิ่งที่เป็นทั้งคุณค่าและมูลค่าให้กับสังคมไทย” ดร.ธนกรกล่าวย้ำ

 

ไทยรัฐ

 

สำหรับการเปิดรับข้อเสนอโครงการหรือกิจกรรมเพื่อขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ประจำปี 2666 สามารยื่นได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2665 ภายในเวลา 16.30 น.

 

ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.thaimediafund.or.th/download/tmf2023mgrants/ และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 0 2273 0226-9 ในวันและเวลาราชการ

 

อ้างอิง:

The post มาร่วมใช้พลังของสื่อในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้มีคุณภาพ ผ่านการขอรับทุนสนับสนุนประจำปี 2566 จากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
แนวทางดูแล ‘เด็กเล็ก’ ที่มีความเสี่ยงภาวะเครียดหลังเหตุรุนแรง https://thestandard.co/stress-child-care/ Fri, 07 Oct 2022 08:11:14 +0000 https://thestandard.co/?p=692694 เด็กเล็ก

จากกรณีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำ […]

The post แนวทางดูแล ‘เด็กเล็ก’ ที่มีความเสี่ยงภาวะเครียดหลังเหตุรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เด็กเล็ก

จากกรณีคนร้ายเข้าไปก่อเหตุกราดยิงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู วานนี้ (6 ตุลาคม) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เบื้องต้นเสียชีวิตแล้ว 37 ราย 

 

และจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างผลกระทบทางด้านสภาวะทางจิตใจต่อผู้เผชิญเหตุโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงได้รับแผลทางใจได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ จึงจำเป็นต้องให้การดูแลเป็นพิเศษ

 

ล่าสุดกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาประชาสัมพันธ์ถึงผู้ใหญ่ทุกคน เพื่อแนะนำแนวทางการดูแลจิตใจ ‘เด็กเล็ก’ ที่มีความเสี่ยงภาวะเครียดหลังเหตุรุนแรง ให้ทราบถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรปฏิบัติต่อเด็กๆ โดยหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถปรึกษาได้ทางสายด่วนจิตแพทย์ โทร. 1323

 

เด็กเล็ก

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post แนวทางดูแล ‘เด็กเล็ก’ ที่มีความเสี่ยงภาวะเครียดหลังเหตุรุนแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเผย เตรียมออกประกาศให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าถึงกัญชา https://thestandard.co/anutin-reveals-marijuana-controlled-herb-announce/ Thu, 16 Jun 2022 06:34:21 +0000 https://thestandard.co/?p=642634 อนุทิน ชาญวีรกูล

วานนี้ (15 มิถุนายน) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีแล […]

The post อนุทินเผย เตรียมออกประกาศให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าถึงกัญชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล

วานนี้ (15 มิถุนายน) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ‘ปลดล็อกกัญชาเสรี สร้างเศรษฐกิจ สร้างสุขภาพ’ ในพิธีรับมอบตำรับยากัญชาของหมอพื้นบ้านให้เป็นตำรับยาแผนไทยของชาติ โดยยืนยันว่าการปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา มุ่งใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ สุขภาพ และเศรษฐกิจ ซึ่งอธิบายด้วยคำจำกัดความอยู่แล้วว่าไม่มีเสรีกัญชาเพื่อสันทนาการ การสูบ และการเสพ 

 

ทั้งนี้ สิ่งที่เป็นปัญหาของการใช้ในขณะนี้คือ การเสพ และการใช้เกินจากระดับที่ปลอดภัย ซึ่งกัญชาไม่ต่างกับพืชหรือยาอื่นๆ ที่ต้องมีการใช้อย่างเหมาะสม หากใช้เกินความจำเป็นหรือเกินระดับความปลอดภัยก็เป็นอันตรายได้ แต่หากใช้ตามที่แพทย์สั่งจ่ายหรือแนะนำ ยังไม่พบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบ สำหรับร่าง พ.ร.บ.กัญชา ที่ผ่านการรับหลักการของสภาแล้วนั้น คณะกรรมาธิการที่แต่งตั้งขึ้นทั้งจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ผู้ทรงคุณวุฒิ และข้าราชการประจำ ได้รับฟังทุกฝ่าย ทุกข้อเสนอแนะ และทุกข้อกังวล เพื่อกลั่นกรองแก้ไขเพิ่มเติมจนทุกฝ่ายเห็นชอบเพื่อกลับมานำเสนอสภาชุดใหญ่ เพื่อให้กฎหมายมีประสิทธิภาพ และลดความกังวลของประชาชนมากที่สุด โดยเชื่อว่าจะรักษาสมดุลระหว่างโอกาสของประชาชนและรักษาสิทธิ เสรีภาพ ความปลอดภัยของประชาชนให้ได้มากที่สุดตามเจตนารมณ์

 

อนุทินกล่าวต่อไปว่า ส่วนข้อกังวลเรื่องการใช้กัญชาในเด็ก เยาวชน และพื้นที่สาธารณะ ขณะนี้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดกลิ่นและควันกัญชาเป็นเหตุรำคาญ ลงในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะช่วยควบคุมการใช้ในพื้นที่สาธารณะ ดังนั้นโรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งเข้าข่ายเป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่จำเป็นต้องออกประกาศเพิ่มเติม 

 

นอกจากนี้ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อยู่ระหว่างการประชุมร่วมกับ นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เพื่อพิจารณาออกแนวทางการควบคุมเพื่อคลายความกังวลในส่วนนี้ โดยจะออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 กำหนดกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ซึ่งจะกำหนดอายุ กลุ่มคน และสถานที่ในการใช้ เช่น ผู้ที่จะเข้าถึงกัญชาได้ต้องมีอายุมากกว่า 20 ปีขึ้นไป และไม่ใช่สตรีตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร เป็นต้น โดยหลังจากนำเสนอปลัดกระทรวงสาธารณสุขแล้ว จะยกร่างเพื่อเสนอให้ตนพิจารณาลงนามโดยเร็วที่สุด เชื่อว่าจะช่วยควบคุมระหว่างยังไม่มีกฎหมายกัญชาออกมาได้

The post อนุทินเผย เตรียมออกประกาศให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าถึงกัญชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประยุทธ์ห่วงเด็ก-เยาวชน กำชับหน่วยงานให้ความรู้คุณและโทษของกัญชา ย้ำปลดล็อกเพื่อประโยชน์การแพทย์ https://thestandard.co/children-youth-and-marijuana-concern/ Thu, 16 Jun 2022 03:55:51 +0000 https://thestandard.co/?p=642550 เด็ก-เยาวชน

วันนี้ (16 มิถุนายน) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนาย […]

The post ประยุทธ์ห่วงเด็ก-เยาวชน กำชับหน่วยงานให้ความรู้คุณและโทษของกัญชา ย้ำปลดล็อกเพื่อประโยชน์การแพทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เด็ก-เยาวชน

วันนี้ (16 มิถุนายน) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสื่อสาร ทำความเข้าใจกับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ถึงการใช้กัญชาที่ถูกต้อง รวมไปถึงอันตรายและโทษของกัญชาหากถูกนำไปใช้ผิดวิธีหรือมากเกินความจำเป็น รวมทั้งการสนับสนุนให้สถานศึกษาทุกระดับเป็นพื้นที่ปลอดกัญชา

 

พล.อ. ประยุทธ์ยังย้ำถึงการปลดล็อกกัญชาเพื่อ 3 วัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ และเพื่อประโยชน์ทางด้านสุขภาพ และขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวในช่วงสุญญากาศทางกฎหมายระหว่างรอร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. …. ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการเร่งรัดในกรรมาธิการ โดยกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งประชุมพิจารณาให้กัญชาเป็น ‘สมุนไพรควบคุม’ ป้องกันการเข้าถึงของเยาวชน

 

ธนกรกล่าวต่อไปว่า นายกรัฐมนตรียังฝากขอความร่วมมือร้านค้า ร้านอาหาร-เครื่องดื่มที่นำส่วนของกัญชามาใช้ในการทำ ประกอบ หรือปรุงอาหาร ต้องแจ้งข้อมูล ปริมาณการใช้ เพื่อให้ผู้บริโภครับทราบเพื่อความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค หลีกเลี่ยงการส่งกระทบต่อสุขภาพที่จะตามมา

 

โดยภายหลังที่กัญชาได้พ้นจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5 เป็นต้นมา ปรากฏว่าในช่วงระยะเวลา 6 วันที่ผ่านมา มีการจดแจ้งในเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ‘ปลูกกัญ’ เพื่อการปลูกมากถึง 37 ล้านครั้ง และมีผู้ได้รับการจดแจ้งแล้วกว่า 7 แสนราย อย่างไรก็ตาม การปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดมีเจตนารมณ์ที่สำคัญเพื่อการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพ

 

“กระทรวงสาธารณสุข กรมอนามัย ได้ออกข้อแนะนำในการใช้กัญชาและกัญชง ให้ระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากบริโภคอย่างไม่เหมาะสม และห้ามจำหน่ายแก่บุคคล 3 กลุ่ม ได้แก่ เด็กและเยาวชน สตรีมีครรภ์ มารดาที่ให้นมบุตร เพื่อคุ้มครองไม่ให้กลุ่มเปราะบางเหล่านี้เกิดผลข้างเคียง เด็กและเยาวชนที่มีโอกาสเสพติดมากกว่าผู้ใหญ่ และยังส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของสมอง ระดับสติปัญญา ขณะที่ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร สารสกัดจากกัญชาอาจส่งผลต่อเด็กในครรภ์หรือทารกได้” ธนกรกล่าว

The post ประยุทธ์ห่วงเด็ก-เยาวชน กำชับหน่วยงานให้ความรู้คุณและโทษของกัญชา ย้ำปลดล็อกเพื่อประโยชน์การแพทย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>