เดินทางเข้าประเทศ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เดินทางเข้าประเทศ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 15 Mar 2025 12:12:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รัฐบาลทรัมป์เตรียมแบนพลเมืองจาก 41 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ https://thestandard.co/trump-travel-ban-41/ Sat, 15 Mar 2025 12:12:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1052606 trump-travel-ban-41

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก […]

The post รัฐบาลทรัมป์เตรียมแบนพลเมืองจาก 41 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
trump-travel-ban-41

รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาออกข้อจำกัดการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ที่ครอบคลุมพลเมืองจาก 41 ประเทศ ตามการรายงานของ Reuters ซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องดังกล่าว และอ้างบันทึกข้อความภายในที่ทางสำนักข่าวได้เห็น ขณะที่ New York Times เป็นสื่อแรกที่รายงานรายชื่อประเทศเหล่านี้

 

บันทึกข้อความภายในดังกล่าวระบุรายชื่อประเทศรวม 41 ประเทศ ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกประกอบด้วย 10 ประเทศ จะถูกระงับวีซ่าสหรัฐฯ ทุกประเภท กลุ่มที่สองประกอบด้วย 5 ประเทศ จะถูกระงับวีซ่าบางส่วน โดยมียกเว้นบางประการ ส่วนกลุ่มที่สามประกอบด้วย 26 ประเทศ จะถูกพิจารณาระงับวีซ่าบางส่วน หากรัฐบาลของประเทศเหล่านั้น “ไม่พยายามแก้ไขข้อบกพร่องภายใน 60 วัน”

 

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนามเผยว่า รายชื่อประเทศเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลง และยังไม่ได้รับการอนุมัติจากฝ่ายบริหาร ซึ่งรวมถึงมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ

 

ย้อนรอยดำรงตำแหน่งสมัยแรก

 

ความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดนี้คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในระหว่างการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปี 2018 โดยในครั้งนั้นมีการห้ามพลเมืองจาก 7 ประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมเข้าสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้ออกคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันที่ 20 มกราคม หรือตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองอย่างเป็นทางการ โดยสั่งการให้รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าสหรัฐฯ เพื่อตรวจจับภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ พร้อมสั่งการให้สมาชิกคณะรัฐมนตรีหลายคนส่งรายชื่อประเทศที่ควรระงับการเดินทางบางส่วนหรือทั้งหมดภายในวันที่ 21 มีนาคมนี้

 

คำสั่งของทรัมป์เป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามผู้อพยพที่เขาประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง โดยในการกล่าวปราศรัยครั้งหนึ่งในเดือนตุลาคม 2023 ทรัมป์ได้ประกาศว่าเขาจะจำกัดพลเมืองจากฉนวนกาซา ลิเบีย โซมาเลีย ซีเรีย เยเมน และ “ที่ใดก็ตามที่คุกคามความมั่นคงปลอดภัยของเรา”

 

สำหรับรายชื่อทั้ง 41 ประเทศที่คณะบริหารของทรัมป์กำลังพิจารณาออกคำสั่งห้ามการเดินทางฉบับใหม่ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

 

ระงับวีซ่าทั้งหมด:

 

  • อัฟกานิสถาน
  • คิวบา
  • อิหร่าน
  • ลิเบีย
  • เกาหลีเหนือ
  • โซมาเลีย
  • ซูดาน
  • ซีเรีย
  • เวเนซุเอลา
  • เยเมน

 

ระงับวีซ่าบางส่วน (วีซ่าท่องเที่ยว นักเรียน และวีซ่าอื่นๆ บางประเภท):

 

  • เอริเทรีย
  • เฮติ
  • ลาว
  • เมียนมา
  • เซาท์ซูดาน

 

ระงับวีซ่าบางส่วน หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขข้อบกพร่อง:

 

  • แองโกลา
  • แอนติกาและบาร์บูดา
  • เบลารุส
  • เบนิน
  • ภูฏาน
  • บูร์กินาฟาโซ
  • กาบูเวร์ดี
  • กัมพูชา
  • แคเมอรูน
  • ชาด
  • สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
  • โดมินิกา
  • อิเควทอเรียลกินี
  • แกมเบีย
  • ไลบีเรีย
  • มาลาวี
  • มอริเตเนีย
  • ปากีสถาน
  • สาธารณรัฐคองโก
  • เซนต์คิตส์และเนวิส
  • เซนต์ลูเซีย
  • เซาตูเมและปรินซิปี
  • เซียร์ราลีโอน
  • ติมอร์-เลสเต
  • เติร์กเมนิสถาน
  • วานูอาตู

 

ภาพ: REUTERS / Craig Hudson

อ้างอิง:

The post รัฐบาลทรัมป์เตรียมแบนพลเมืองจาก 41 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซฟไว้เลย! พาสปอร์ตไทย 2024 เข้าประเทศไหนได้บ้าง ไม่ต้องขอวีซ่า https://thestandard.co/thai-passport-2024-access/ Tue, 30 Jan 2024 03:00:50 +0000 https://thestandard.co/?p=893679 พาสปอร์ตไทย 2024

พาสปอร์ตไทย 2024 เข้าประเทศไหนได้บ้าง ไม่ต้องขอวีซ่า &n […]

The post เซฟไว้เลย! พาสปอร์ตไทย 2024 เข้าประเทศไหนได้บ้าง ไม่ต้องขอวีซ่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พาสปอร์ตไทย 2024

พาสปอร์ตไทย 2024 เข้าประเทศไหนได้บ้าง ไม่ต้องขอวีซ่า

 

พาสปอร์ตไทย ปี 2024 สามารถเดินทางเข้าได้ 82 ประเทศ/ดินแดนทั่วโลก โดยไม่ต้องมีวีซ่า และจะปรับตัวเลขเป็น 83 ประเทศ/ดินแดนในวันที่ 1 มีนาคม 2024 หลังไทย-จีนลงนามความตกลงยกเว้นตรวจลงตราซึ่งกันและกัน ไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้สูงสุดไม่เกิน 30 วัน 

 

เผยแพร่วันที่ 30 มกราคม 2024

 

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

อ้างอิง:

  • The Henley Passport Index 2024

The post เซฟไว้เลย! พาสปอร์ตไทย 2024 เข้าประเทศไหนได้บ้าง ไม่ต้องขอวีซ่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมศุลฯ ออกนโยบายใหม่อำนวยความสะดวกรับเปิดประเทศ ไม่ค้นตัวนักท่องเที่ยวใช้ของแบรนด์เนม https://thestandard.co/thai-customs-new-policy-060266/ Mon, 06 Feb 2023 01:58:33 +0000 https://thestandard.co/?p=746356

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรม […]

The post กรมศุลฯ ออกนโยบายใหม่อำนวยความสะดวกรับเปิดประเทศ ไม่ค้นตัวนักท่องเที่ยวใช้ของแบรนด์เนม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ รองอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมศุลกากรได้ออกนโยบายอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวรับการเปิดประเทศ โดยจะไม่ค้นตัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ แม้ว่าจะมีของติดตัวมาที่มีมูลค่าสูงก็ตาม

 

นโยบายการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศเป็นนโยบายของ พชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ที่ต้องการอำนวยความสะดวก ไม่สร้างภาระให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย ดังนั้นเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจะไม่มีการค้นตัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทย

 

แม้ว่านักท่องเที่ยวรายนั้นจะสะพายกระเป๋าหรูราคาแพงมูลค่าหลายแสนบาท หรือสวมนาฬิกาหรูที่มูลค่าสูงหลายล้านบาทก็ตาม หากเป็นการสวมใส่เพื่อใช้เป็นส่วนตัว ไม่ได้นำเข้าเพื่อการค้าเชิงพาณิชย์ เช่น ไม่ได้ใส่กล่องมา เป็นต้น

 

ทั้งนี้ การที่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจะดำเนินการขอค้นตัวนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ คือกรณีที่มีข้อมูลทางลับซึ่งแจ้งให้ทราบว่ามีการลักลอบนำเข้า หรือกรณีที่มีการแสดงอย่างชัดเจนว่าไม่ใช่เป็นของติดตัว เช่น สวมนาฬิกาหลายเรือนบนข้อมือ เป็นต้น

 

สำหรับระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากรในเรื่องการนำของติดตัวเข้ามาทางท่าอากาศยานนั้น ในกรณีผู้โดยสารเดินเข้าช่องไม่มีสิ่งของต้องสำแดงหรือช่องเขียว หมายถึงผู้โดยสารที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งไม่มีของต้องชำระภาษีอากร ไม่มีของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดเข้ามาพร้อมกับตน ให้เดินผ่านช่องตรวจเขียวหรือช่องไม่มีของต้องสำแดง

 

ของที่ได้รับการยกเว้นอากร เช่น ของใช้ส่วนตัวที่มีปริมาณพอสมควรสำหรับใช้ส่วนตัวและมีมูลค่ารวมทั้งหมดไม่เกิน 2 หมื่นบาท ซึ่งมิใช่ของต้องห้าม ต้องกำกัด หรือเสบียงอาหาร บุหรี่ไม่เกิน 200 มวน หรือยาสูบไม่เกิน 250 กรัม หรือน้ำหนักรวมทั้งหมดทุกประเภทไม่เกิน 250 กรัม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปริมาตรไม่เกิน 1 ลิตร และหากนำบุหรี่ ยาสูบ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้ามาเกินกว่าปริมาณที่กำหนด โปรดหย่อนใส่กล่องที่กรมศุลกากรจัดไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดี

 

อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรเน้นอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร โดยระบบบริหารความเสี่ยงที่นำมาใช้ในการคัดเลือกตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารกรณีการตรวจสัมภาระผู้โดยสารขาเข้า ณ ช่องมีสิ่งของต้องสำแดงหรือช่องแดง กรณีที่ 1 เป็นของติดตัวผู้โดยสาร ซึ่งไม่มีลักษณะเป็นเชิงการค้าและมีมูลค่าไม่เกิน 2 แสนบาท เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะคำนวณค่าภาษีอากรปากระวาง ส่วนกรณีที่ 2 เป็นของต้องห้ามและ/หรือต้องกำกัดที่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำเข้าจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ภาพ: Shutterstock

The post กรมศุลฯ ออกนโยบายใหม่อำนวยความสะดวกรับเปิดประเทศ ไม่ค้นตัวนักท่องเที่ยวใช้ของแบรนด์เนม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดมาตรการเข้าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ มีผล 10 ม.ค. 66 https://thestandard.co/measures-enter-thailand-for-foreigners/ Wed, 11 Jan 2023 07:01:30 +0000 https://thestandard.co/?p=735760

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดมาตรการสาธารณสุขใ […]

The post เปิดมาตรการเข้าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ มีผล 10 ม.ค. 66 appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดมาตรการสาธารณสุขในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้เดินทางชาวต่างชาติ (Public Health Measures for Foreign Travelers Entering Thailand) 

 

THE STANDARD เปิดมาตรการการเข้าประเทศสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post เปิดมาตรการเข้าประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ มีผล 10 ม.ค. 66 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ถอดบทเรียน ‘มาตรการรับนักท่องเที่ยว’ ของไทย ทำอย่างไรไม่ให้ ‘กลับไปกลับมา’ https://thestandard.co/thailand-travel-restrictions/ Tue, 10 Jan 2023 08:30:34 +0000 https://thestandard.co/?p=735180

กะทันหันกว่าการเปิดประเทศของจีนก็น่าจะเป็น ‘มาตรการรับน […]

The post ถอดบทเรียน ‘มาตรการรับนักท่องเที่ยว’ ของไทย ทำอย่างไรไม่ให้ ‘กลับไปกลับมา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กะทันหันกว่าการเปิดประเทศของจีนก็น่าจะเป็น ‘มาตรการรับนักท่องเที่ยว’ ของไทย เพราะสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เพิ่งออกประกาศข้อกำหนดในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2 ฉบับ โดยฉบับแรกเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 และอีกฉบับเมื่อวันที่ 7 มกราคม เพื่อแก้ไขเนื้อหาในฉบับแรกเกี่ยวกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน ก่อนที่ทั้งหมดจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 มกราคม 

 

เป็นที่เข้าใจได้ว่าประกาศทั้ง 2 ฉบับเป็นมาตรการรับมือการเปิดประเทศของจีนที่เริ่มเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา หลายประเทศก็กำหนดมาตรการรับนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมกับนักท่องเที่ยวชาวจีน ส่วนใหญ่เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคม กระทรวงสาธารณสุขแถลงยกเลิกมาตรการวัคซีนที่กพท. ออกประกาศมา มาตรการรับนักท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างไร และมีอะไรต้องทบทวนบ้าง

 

มาตรการรับนักท่องเที่ยว

 

“ปฏิบัติตามแนวทางโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง และปฏิบัติกับผู้เดินทางจากทุกประเทศอย่างเท่าเทียม” เป็นข้อสรุปจากการประชุมมาตรการรับนักท่องเที่ยวระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2566 โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน โดยมี 3 ประเด็นหลักคือ การฉีดวัคซีนโควิด การซื้อประกันสุขภาพ และการเฝ้าระวังโรค

 

ในรายละเอียดของมาตรการสำหรับนักท่องเที่ยวสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ

 

  • ระยะก่อนเข้าประเทศ: ให้นักท่องเที่ยวฉีดวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม หากมีอาการป่วยควรเลื่อนการเดินทาง และในกรณีประเทศต้นทางกำหนดให้มีผลการตรวจ RT-PCR เป็นลบก่อนกลับเข้าประเทศ ต้องซื้อประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษาโควิด
  • ระหว่างอยู่ในประเทศ: ให้นักท่องเที่ยวป้องกันตนเอง เช่น สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ/ขนส่งสาธารณะ, ล้างมือบ่อยๆ, หากมีอาการทางเดินหายใจให้ตรวจคัดกรองด้วย ATK และหากมีอาการป่วยรุนแรงขึ้นให้ไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาล
  • ระยะก่อนออกประเทศ: หากต้องการผลตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางกลับ แนะนำให้พักโรงแรมที่ผ่านมาตรฐาน SHA+ เพราะมีบริการตรวจหาโควิดโดยโรงพยาบาลที่ได้รับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

 

ส่วนมาตรการสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงสาธารณสุขจะติดตามและประเมินสถานการณ์ในช่วงไตรมาสแรกเพื่อปรับมาตรการตามความเสี่ยง เช่น อัตราการติดเชื้อสูง หรือพบเชื้อกลายพันธุ์ โดยจะมีการเฝ้าระวังโรคและจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์โรคและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีผู้เดินทางจากต่างประเทศ รวมถึงเฝ้าระวังและตรวจโควิดในน้ำเสียจากเครื่องบิน 

 

ข้อกำหนดสำหรับนักท่องเที่ยว

 

เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2566 กพท. ออกข้อกำหนดในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศจำนวน 7 ข้อ ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข (ในสังคมออนไลน์มีการแชร์สไลด์ของกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กรมควบคุมโรคควบคู่กัน) และออกประกาศอีกฉบับเพื่อแก้ไขเนื้อหาในฉบับแรกเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2566 และเริ่มใช้วันที่ 9-31 มกราคม 2566 สรุปใจความได้ดังนี้

 

  1. ผู้มีอายุ 18 ปี ต้องแสดงข้อมูลการได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือจดหมายจากแพทย์ที่รับรองว่าหายจากโควิดไม่เกิน 6 เดือน ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนต้องมีจดหมายจากแพทย์ที่ระบุเหตุผล
  2. ผู้ที่มาจากประเทศที่ต้องมีผลการตรวจหาเชื้อก่อนเดินทางกลับเข้าประเทศ ต้องมีประกันสุขภาพวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมการรักษาโควิดตลอดช่วงระยะเวลาเดินทางในประเทศไทยและบวกเพิ่มอีก 7 วัน
  3. ผู้ที่ได้รับการยกเว้นประกันสุขภาพ ได้แก่ ผู้ถือหนังสือเดินทางราชการ หนังสือเดินทางทูต และหนังสือเดินทางสหประชาชาติ
  4. ผู้ที่ได้รับการยกเว้นการตรวจเอกสารการได้รับวัคซีนและประกันสุขภาพ ได้แก่ ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย และผู้ที่เปลี่ยนเครื่องหรือต่อเครื่อง
  5. สายการบินต้องตรวจสอบเอกสารตามที่กำหนด ผู้ที่ไม่สามารถแสดงเอกสารได้อาจถูกตรวจการติดเชื้อเมื่อเดินทางมาถึง (ไม่ปฏิเสธการขึ้นเครื่อง)
  6. สายการบินต้องยึดตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เช่น ขอให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากตลอดการเดินทาง ยกเว้นช่วงรับประทานอาหารหรือในภาวะฉุกเฉิน
  7. ผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจ จะได้รับการแนะนำให้ตรวจการติดเชื้อเมื่อเดินทางมาถึง

 

ประเด็นสำคัญที่มีการแก้ไขคือข้อ 5. เพราะในประกาศฉบับแรกระบุให้สายการบินปฏิเสธการขึ้นเครื่องหากไม่สามารถแสดงเอกสารได้ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2566 สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตจึงออกมาแสดงความเห็นว่า มาตรการดังกล่าวกระทบความเชื่อมั่นของประเทศ และสร้างความเสียหายทางธุรกิจ โดยบริษัทนำเที่ยวถูกยกเลิกและต้องคืนเงินให้กับลูกค้าที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์แล้วจำนวนมาก

 

ข้อสังเกตต่อมาตรการดังกล่าว

 

มี 3 ประการคือ 1. ความไม่ครอบคลุมของมาตรการวัคซีน ไทยยกเลิกการตรวจประวัติการได้รับวัคซีนไปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 ในทางสาธารณสุขมองว่าวัคซีนป้องกันอาการรุนแรง การกำหนดให้ฉีดวัคซีนก่อนเดินทางมาอาจลดภาระด้านการรักษาของประเทศได้ แต่ควรปรับปรุงเกณฑ์การได้รับวัคซีนครบ เพราะระดับภูมิคุ้มกันลดลงตามระยะเวลา และขณะนี้ในประเทศมีการรณรงค์ถึงเข็มที่ 4 แล้ว 

 

ในทางสังคม การฉีดวัคซีนเป็น ‘ทางเลือก’ ไม่ใช่ ‘ข้อบังคับ’ ดังนั้นจึงควรกำหนดเงื่อนไขที่ครอบคลุมทั้งกรณีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบและไม่ได้รับวัคซีน โดยอาจกำหนดให้ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนตรวจหาเชื้อก่อนเดินทาง เพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อ และจูงใจให้ฉีดวัคซีนทางอ้อม ปัจจุบันสิงคโปร์ยังคงใช้มาตรการตรวจหาเชื้อก่อนเดินทาง 2 วันในผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนอยู่ ไม่ว่าจะเดินทางมาจากประเทศใดก็ตาม

 

  1. ความไม่ชัดเจนเรื่องการรักษาและการแยกกักโรค (Isolation) ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้ระบุเรื่องการรักษาและการแยกกักชัดเจนว่า ถ้านักท่องเที่ยวตรวจพบว่าติดเชื้อจะได้รับการรักษาแบบใด และจำเป็นต้องแยกกักหรือไม่ เพราะเมื่อเทียบกับมาตรการภายในประเทศ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก และไม่จำเป็นต้องแยกกักตัวที่บ้านตลอดเวลา แต่ให้สวมหน้ากากและเว้นระยะห่าง 5 วัน

 

  1. กลไกบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากขณะนี้ไม่มี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และโควิดไม่ใช่ ‘โรคติดต่ออันตราย’ กระทรวงสาธารณสุขจึงไม่มีกลไกบังคับใช้มาตรการต่างๆ ตามกฎหมาย ข้อกำหนดนี้ให้สายการบินซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการแทน ในขณะที่เดิมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีอำนาจสั่งให้นักท่องเที่ยวกักกันโรค (Quarantine) เช่น SQ, ASQ หรือคุมไว้สังเกต (Close Observation) เช่น Sandbox, Test & Go 

 

หลักการสำหรับกำหนดนโยบาย

 

ถึงแม้กระทรวงสาธารณสุขจะยึดหลักเท่าเทียมทุกชาติ ไม่เลือกปฏิบัติเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน แต่มาตรการที่ออกมากลับมีผลกระทบเชิงลบต่อนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นด้วย ทั้งจากความฉุกละหุก และความไม่ครอบคลุมของมาตรการวัคซีน จนล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขยกเลิกการตรวจเอกสารวัคซีนแล้ว หลักการที่ควรใช้ในการกำหนดนโยบายนี้คือ แนวทางตามความเสี่ยง (Risk-based Approach)

 

ซึ่งองค์การอนามัยโลกแนะนำให้คำนึงถึงความเสี่ยง 5 ประการ ได้แก่

 

  • ระบาดวิทยาในประเทศต้นทางและปลายทาง 
  • จำนวนนักท่องเที่ยว และข้อตกลงระหว่างประเทศ
  • ศักยภาพของระบบสาธารณสุขในการตรวจและรักษาผู้ติดเชื้อ
  • มาตรการทางสาธารณสุขและสังคมในการควบคุมและป้องกันโรค
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สิทธิมนุษยชน และความเป็นไปได้ของมาตรการ

 

หากเปรียบเทียบกับต่างประเทศแล้ว (ไม่เฉพาะจีน) ไทยมีปัจจัยเหล่านี้แตกต่างกันมากก็สามารถกำหนดมาตรการตามความเสี่ยงได้ คือไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกประเทศ และคำนึงถึงวัตถุประสงค์และประสิทธิผลของมาตรการ เช่น สามารถชะลอการระบาดได้เท่าไร ทว่าหากเปรียบเทียบกันแล้วความเสี่ยงไม่ต่างกันก็ไม่จำเป็นต้องกำหนดมาตรการเพิ่ม แล้วสื่อสารความเสี่ยงกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา

 

ปัจจุบันความพร้อมด้านวัคซีนและยารักษาโรคทำให้ความเสี่ยงเมื่อ 3 ปีก่อนกับตอนนี้ต่างกันมาก ข้อมูลสายพันธุ์ที่ระบาดในจีนยังไม่พบสายพันธุ์ใหม่ ประกอบกับไทยต้องการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว รัฐบาลควรออกแบบมาตรการรับนักท่องเที่ยวตามความเสี่ยงให้ครอบคลุมเงื่อนไขที่สำคัญ และพิจารณาอย่างรอบด้านตั้งแต่ต้น รวมถึงเตรียมแผนสำรองในกรณีที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 

 

ข้อมูลเพิ่มเติม: เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 อนุทิน ชาญวีรกูล แถลงข่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีมติให้ยกเลิกการตรวจเอกสารการฉีดวัคซีนโควิดของนักท่องเที่ยว เนื่องจากประเทศไทยได้ผ่อนคลายมาตรการมาระยะหนึ่งแล้ว ยังไม่พบการระบาดของโควิดจากนักท่องเที่ยว ขณะที่คนไทยมีการฉีดวัคซีนจำนวนมากเช่นเดียวกับประเทศจีนและประเทศต่างๆ (แต่ยังไม่มีประกาศจาก กพท. อย่างเป็นทางการ)

 

อ้างอิง:

The post ถอดบทเรียน ‘มาตรการรับนักท่องเที่ยว’ ของไทย ทำอย่างไรไม่ให้ ‘กลับไปกลับมา’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กพท. แก้ข้อกำหนดต่างชาติบินเข้าไทยใหม่ ไม่มีเอกสารรับรอง มาถึงต้องตรวจโควิดที่จุดขาเข้า https://thestandard.co/thailand-travel-restrictions-080166/ Mon, 09 Jan 2023 03:56:01 +0000 https://thestandard.co/?p=734407

วานนี้ (8 มกราคม) ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทร […]

The post กพท. แก้ข้อกำหนดต่างชาติบินเข้าไทยใหม่ ไม่มีเอกสารรับรอง มาถึงต้องตรวจโควิดที่จุดขาเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (8 มกราคม) ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศเพิ่มเติม ข้อกำหนดในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อเป็นมาตรการรับมือกับการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน และข้อกำหนดในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเป็นมาตรการที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงเพื่อกำหนดวงเงินประกันให้ครอบคลุมการรักษากรณีติดเชื้อใหม่ หลังมีการออกข้อกำหนดเกี่ยวกับเอกสารรับรองที่ต้องแสดงก่อนเดินทาง ทำให้ผู้โดยสารในหลายประเทศมีปัญหา เพราะที่ผ่านมาไม่ต้องแสดง ส่งผลต่อการยกเลิกการจองเที่ยวบิน และไม่สามารถรับเงินคืนได้ กพท. จึงแก้ปัญหาดังกล่าวโดยออกข้อกำหนดซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 

  1. ผู้โดยสารอายุมากกว่า 18 ปี ต้องแสดงข้อมูลการได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม หรือจดหมายจากแพทย์ที่รับรองว่าหายจากโรคโควิดแล้วไม่เกิน 6 เดือน (180 วัน) ส่วนผู้โดยสารที่ไม่ได้รับวัคซีนต้องมีจดหมายจากแพทย์พร้อมแสดงเหตุผล

 

  1. ผู้โดยสารที่มาจากประเทศที่มีมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ติดโควิดเดินทางกลับเข้าประเทศ จะต้องมีประกันสุขภาพวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมการรักษาโควิดตลอดช่วงระยะเวลาเดินทางในประเทศไทย และบวกเพิ่มอีก 7 วัน สำหรับผู้มาประกอบภารกิจ รวมถึงลูกเรือ นักเรียน อาจจะใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงานเจ้าภาพ หรือเอกสารแสดงถึงการมีประกันรูปแบบอื่นรับรองแทน

 

  1. ผู้โดยสารที่ถือหนังสือเดินทางราชการ หนังสือเดินทางทูต และหนังสือเดินทางสหประชาชาติ ได้รับการยกเว้นข้อกำหนดประกันสุขภาพ

 

  1. ผู้โดยสารที่ถือหนังสือเดินทางไทย และผู้โดยสารที่เปลี่ยนเครื่องหรือต่อเครื่อง ได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบเอกสารการได้รับวัคซีนและข้อกำหนดประกันสุขภาพ

 

  1. สายการบินต้องตรวจสอบเอกสารตามที่กำหนด หากผู้โดยสารไม่สามารถแสดงเอกสารตามกำหนดนี้ได้ ผู้โดยสารดังกล่าวอาจจะถูกตรวจการติดเชื้อ ณ จุดขาเข้า

 

  1. สายการบินต้องยึดตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติตามคู่มือแนวทางตามความเหมาะสม เช่น ขอให้ผู้โดยสารสวมใส่หน้ากากตลอดการเดินทาง ยกเว้นช่วงรับประทานอาหาร หรือในภาวะฉุกเฉิน

 

  1. ผู้โดยสารที่มีอาการของโรคโควิดระหว่างการเดินทาง จะได้รับการแนะนำให้ตรวจการติดเชื้อเมื่อเดินทางมาถึงจุดหมาย

 

ทั้งนี้ ข้อปฏิบัติดังกล่าวเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2566 เวลา 08.00 น. ถึงวันที่ 31 มกราคม 2566 เวลา 00.59 น.

The post กพท. แก้ข้อกำหนดต่างชาติบินเข้าไทยใหม่ ไม่มีเอกสารรับรอง มาถึงต้องตรวจโควิดที่จุดขาเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดนยกระดับมาตรการสกัดผู้อพยพตามแนวชายแดน แต่ผ่อนปรนให้เข้าประเทศแบบถูกกฎหมายได้ 3 หมื่นคนต่อเดือน https://thestandard.co/joe-biden-border-immigrant/ Fri, 06 Jan 2023 04:05:27 +0000 https://thestandard.co/?p=733469 โจ ไบเดน

วานนี้ (5 มกราคม) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา […]

The post ไบเดนยกระดับมาตรการสกัดผู้อพยพตามแนวชายแดน แต่ผ่อนปรนให้เข้าประเทศแบบถูกกฎหมายได้ 3 หมื่นคนต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โจ ไบเดน

วานนี้ (5 มกราคม) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะขยายขอบเขตการใช้นโยบายด้านการข้ามพรมแดนที่ออกในยุคของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถขับไล่ผู้อพยพจากคิวบา นิการากัว และเฮติ ที่ถูกจับ ณ บริเวณพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโกกลับประเทศได้

 

แต่ในขณะเดียวกันนั้น สหรัฐฯ จะอนุญาตให้ผู้อพยพที่มาจากสามประเทศดังกล่าว รวมถึงเวเนซุเอลา ราว 30,000 คนต่อเดือน สามารถเดินทางเข้าประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายผ่านทางเครื่องบิน โดยต้องมีผู้สนับสนุนจากสหรัฐฯ และผ่านการตรวจสอบประวัติแล้ว

 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า นโยบายแบบสองระบบที่ออกมานั้นมีขึ้นเพื่อพยายามลดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากพรรครีพับลิกันซึ่งกำลังโจมตีไบเดนอย่างหนัก หลังจากมีผู้อพยพจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ที่ข้ามพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกอย่างผิดกฎหมาย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการเอาใจสมาชิกพรรคเดโมแครตและบรรดาผู้สนับสนุนที่มองว่าการใช้กฎหมาย Title 42 ซึ่งอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถขับไล่ผู้อพยพที่ถูกควบคุมตัวบริเวณชายแดนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้ทำเรื่องขอลี้ภัย เป็นกฎหมายที่ขัดขวางไม่ให้ผู้ลี้ภัยได้ใช้สิทธิ์ใช้เสียงของตัวเอง

 

ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ทำเนียบขาว ไบเดนระบุว่า “กระบวนการใหม่นี้เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย และมีมนุษยธรรม” พร้อมส่งสารไปยังผู้อพยพจากคิวบา นิการากัว และเฮติ ที่ไม่มีผู้สนับสนุนจากสหรัฐฯ ว่า “อย่าเพิ่งไปปรากฏตัวที่ชายแดน”

 

แผนการใหม่ของสหรัฐฯ นี้เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลที่ต้องการลดจำนวนผู้อพยพที่มากเป็นประวัติการณ์ โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประจำชายแดนสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีผู้อพยพมากถึง 82,000 คนจาก 4 ประเทศข้างต้น ที่พยายามเข้ามาในสหรัฐฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ผ่านเส้นทางชายแดนเม็กซิโก

 

“การกระทำเหล่านี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขระบบตรวจคนเข้าเมืองของเราได้ทั้งหมด” ไบเดนกล่าว “แต่ก็อาจช่วยได้มาก”

 

เจย์ ทิมมอนส์ ประธานสมาคมผู้ผลิตแห่งชาติ ขานรับการประกาศของไบเดน แต่กล่าวย้ำว่า การปฏิรูปรัฐสภายังมีความจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘เมื่อสหรัฐฯ มีตำแหน่งงานว่าง 779,000 ตำแหน่ง และเรามีชาวอเมริกันไม่เพียงพอที่จะเติมเต็มตำแหน่งงานว่างเหล่านี้’

 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2022 ศาลสูงสหรัฐฯ มีมติ 5 ต่อ 4 ให้คงนโยบายด้านการข้ามพรมแดน หรือ Title 42 ตามคำร้องของอัยการรัฐฝั่งรีพับลิกัน หลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นเคยมีคำสั่งออกมาว่าให้ยกเลิกการใช้ Title 42 ในวันที่ 21 ธันวาคม โดยตัวแทนจาก 19 รัฐโต้แย้งว่า การยกเลิกนโยบายดังกล่าวอาจทำให้ยอดผู้อพยพเข้าสหรัฐฯ ที่มีมากอยู่แล้วล้นทะลักไปมากกว่าเดิม จนกระทบกับทรัพยากรของแต่ละรัฐที่ผู้อพยพย้ายเข้าไปอาศัย ซึ่งหมายความว่าสหรัฐฯ จะใช้ Title 42 ต่อไปจนกว่าจะมีการตัดสินขั้นสุดท้าย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นภายในเดือนมิถุนายน 2023

 

ภาพ: Drew Angerer / Getty Images

อ้างอิง:

The post ไบเดนยกระดับมาตรการสกัดผู้อพยพตามแนวชายแดน แต่ผ่อนปรนให้เข้าประเทศแบบถูกกฎหมายได้ 3 หมื่นคนต่อเดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดมาตรการใหม่เดินทางเข้า ‘ฮ่องกง’ จากประเทศไทย (ตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2022 เป็นต้นไป) https://thestandard.co/thailand-to-hong-kong-14122022/ Wed, 14 Dec 2022 13:39:12 +0000 https://thestandard.co/?p=723828

ทางการฮ่องกงเริ่มยกเลิกมาตรการสังเกตการณ์ทางการแพทย์ (M […]

The post เปิดมาตรการใหม่เดินทางเข้า ‘ฮ่องกง’ จากประเทศไทย (ตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2022 เป็นต้นไป) appeared first on THE STANDARD.

]]>

ทางการฮ่องกงเริ่มยกเลิกมาตรการสังเกตการณ์ทางการแพทย์ (Medical Surveillance) ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (14 ธันวาคม 2022) พร้อมยกเลิก ‘ระบบ 0+3’ ที่เคยจำกัดการเข้าถึงพื้นที่บางแห่งของผู้เดินทางเข้าฮ่องกงในช่วง 3 วันแรก แม้จะมีผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นลบก็ตาม ทำให้ผู้ที่เดินทางเข้าฮ่องกงนับจากวันนี้เป็นต้นไปและมีผลตรวจหาเชื้อ ‘เป็นลบ’ จะไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของรหัสสุขภาพ Amber Code ในช่วง 3 วันแรกที่เดินทางเข้าฮ่องกงอีกต่อไป และจะได้รับรหัสสุขภาพ Blue Code แทน ซึ่งทำให้สามารถเข้าใช้บริการในสถานที่ต่างๆ ทั่วเกาะฮ่องกงได้อย่างอิสระ

 

นอกจากนี้ การเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ ในฮ่องกงก็ไม่จำเป็นต้องสแกน QR Code ด้วยแอปพลิเคชัน ‘Leave Home Safe’ อีกต่อไป แต่ยังจะต้องแสดงหลักฐานด้านวัคซีนสำหรับการเข้าไปในสถานที่บางแห่ง รวมถึงร้านอาหาร

 

ผู้เดินทางเข้าฮ่องกงยังจำเป็นต้องตรวจเชื้อแบบ PCR ทั้งที่สนามบินและในวันที่ 3 ที่อยู่ในฮ่องกง รวมถึงตรวจเชื้อแบบ Rapid Antigen Test (RAT) เป็นเวลา 5 วัน ในกรณีผู้ที่มีผลการตรวจหาเชื้อ ‘เป็นบวก’ จะได้รับรหัสสุขภาพ Red Code และจำเป็นต้องกักตัวตามปกติ แต่จะไม่มีการให้สวมใส่สายรัดข้อมืออิเล็กทรอนิกส์แล้ว โดยสามารถเดินทางออกจากสถานที่แยกกักในวันที่ 5 ได้ หากมีผลตรวจหาเชื้อเป็นลบ 2 วันติดต่อกัน 

 

โดยการปรับเปลี่ยนมาตรการรรับมือโควิดบริเวณแนวพรมแดนนี้ มีขึ้นเพื่อรองรับการหลั่งไหลของผู้คนจำนวนไม่น้อยที่จะเดินทางเข้าฮ่องกง ก่อนเทศกาลตรุษจีนในปี 2023 จะมาถึง

 

 

เผยแพร่: 14 ธันวาคม 2022

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

อ้างอิง:

The post เปิดมาตรการใหม่เดินทางเข้า ‘ฮ่องกง’ จากประเทศไทย (ตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2022 เป็นต้นไป) appeared first on THE STANDARD.

]]>
สถานทูตไทยอัปเดตมาตรการใหม่ พร้อมคำแนะนำก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น https://thestandard.co/japan-immigration-measure/ Wed, 05 Oct 2022 03:05:32 +0000 https://thestandard.co/?p=691124 เดินทางเข้าญี่ปุ่น

วานนี้ (4 ตุลาคม) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว อัปเด […]

The post สถานทูตไทยอัปเดตมาตรการใหม่ พร้อมคำแนะนำก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดินทางเข้าญี่ปุ่น

วานนี้ (4 ตุลาคม) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว อัปเดตมาตรการใหม่ หลังได้รับแจ้งจากกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นว่า ทางการญี่ปุ่นได้ปรับมาตรการเดินทางสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่เวลา 00.00 น. ของวันที่ 11 ตุลาคม 2565 ดังนี้

 

  1. ‘ยกเลิก’ การกรอกในระบบ Entrants, Returnees Follow-up System (ERFS) ซึ่งเดิมหน่วยงานผู้รับในญี่ปุ่นจะต้องเป็นผู้กรอกให้ในกรณีชาวต่างชาติเดินทางเข้าญี่ปุ่น รวมทั้ง ‘ยกเลิก’ ข้อกำหนดให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นระยะสั้นต้องจัดกำหนดการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวเท่านั้น 

 

  1. ‘กลับมาใช้’ แนวทางการเดินทางเข้าญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตราตามมาตรการเดิมที่เคยมีอยู่ (Visa Exemption Arrangements) ซึ่งก่อนสถานการณ์โควิด-19 ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทยเคยได้รับการยกเว้นไม่ต้องตรวจลงตรา สำหรับการเดินทางเพื่อพำนักระยะสั้น 15 วัน

 

  1. ผู้เดินทางเข้าญี่ปุ่น ‘ไม่ต้อง’ ตรวจโควิด-19 เมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่น หากแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนตามบัญชีการใช้ในกรณีฉุกเฉินขององค์การอนามัยโลก (WHO) ครบ 3 เข็ม หรือผลตรวจโควิด-19 ที่เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น ทั้งนี้ ยกเว้นแนวปฏิบัติดังกล่าวในกรณีที่ผู้เดินทางมีอาการบ่งชี้ว่าอาจติดโควิด-19

 

  1. ‘ยกเลิก’ การกำหนดจำนวนผู้ที่เดินทางเข้าญี่ปุ่น 50,000 คนต่อวัน

 

  1. เปิดให้เที่ยวบินและเรือขนส่งระหว่างประเทศสามารถกลับมาดำเนินการที่ท่าอากาศยานและท่าเรือของญี่ปุ่นได้เช่นเคย หากท่าอากาศยานและท่าเรือดังกล่าวมีความพร้อมแล้ว 

 

ดังรายละเอียดปรากฏตามเอกสารกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นที่แนบมาพร้อมนี้ และสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น https://www.mofa.go.jp/ca/fna/page4e_001053.html

 

นอกจากนี้สถานทูตยังได้จัดทำข้อมูลแนะนำการเตรียมตัวก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว การเก็บหนังสือเดินทางและถ่ายสำเนาอย่างน้อย 1 ชุดหากเกิดกรณีฉุกเฉิน ควรทำประกันการเดินทาง เพื่อลดภาระทางการเงินหากเกิดอุบัติเหตุ ไม่รับฝากสิ่งผิดกฎหมาย การไม่นำยาและสมุนไพรบางชนิด รวมทั้งกัญชาและกัญชงเข้ามาญี่ปุ่น การไม่ขับขี่ยานพาหนะโดยไม่มีใบอนุญาต 

 

รวมถึงไม่อยู่ในญี่ปุ่นนานเกินกว่าที่ทางการญี่ปุ่นอนุญาต (Overstay) ซึ่งถือว่าทำผิดกฎหมายการเข้าเมืองญี่ปุ่น โดยหากอยู่เกินกว่า 15 วันกรณีเข้ามาเที่ยวญี่ปุ่นโดยไม่ต้องขอวีซ่า จะต้องมอบตัวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ญี่ปุ่น เพื่อรอการเนรเทศกลับประเทศไทย

 

ในกรณีฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ได้ทางหมายเลขโทรศัพท์ Hotline +8190 4435 7812

 

แฟ้มภาพ: Chanchai Duangdoosan / Shutterstock

อ้างอิง: 

  • สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 在東京タイ王国大使館 (@rtejapan)

The post สถานทูตไทยอัปเดตมาตรการใหม่ พร้อมคำแนะนำก่อนเดินทางเข้าญี่ปุ่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนเตรียมผ่อนคลายมาตรการสกัดโควิด จ่อเปิดทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวชมพื้นที่ตามแนวชายแดนได้ https://thestandard.co/china-to-lessen-zero-covid/ Wed, 21 Sep 2022 02:48:54 +0000 https://thestandard.co/?p=684501

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (19 กันยายน) รัฐบาลจีนได้ออกร่า […]

The post จีนเตรียมผ่อนคลายมาตรการสกัดโควิด จ่อเปิดทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวชมพื้นที่ตามแนวชายแดนได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (19 กันยายน) รัฐบาลจีนได้ออกร่างกฎเกณฑ์ใหม่ ที่เอื้อให้ชาวต่างชาติบางส่วนสามารถเดินทางเข้าประเทศเพื่อมาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวตามแนวชายแดนจีนได้ง่ายขึ้น

 

กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีน เปิดเผยว่า กรุ๊ปทัวร์ท่องเที่ยวที่มีบริษัททัวร์ดูแลนั้นจะสามารถเดินทางเข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ตามแนวชายแดนของประเทศได้ โดยสามารถเลือกพอร์ตการเดินทางเข้าและออกประเทศได้อย่างยืดหยุ่น แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการเปิดเผยสถานที่และกำหนดวันที่แน่ชัด

 

นับตั้งแต่ต้นปี 2020 จีนได้ปิดพรมแดนไม่ให้นักท่องเที่ยวจากต่างชาติเข้ามาในประเทศ เพื่อหวังสกัดการแพร่ระบาดของโควิดในกลุ่มชาวต่างชาติ โดยอนุญาตให้แค่ประชาชนบางส่วนที่สามารถเข้ามาได้เท่านั้น เช่น ชาวต่างชาติที่มีวีซ่าทำงาน

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จีนได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการบางส่วนแล้ว ตั้งแต่การเปิดเส้นทางบินตรงระหว่างจีนและประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น เพื่อเปิดทางให้นักเรียนจากต่างชาติที่มีใบอนุญาตถูกต้องสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ อีกทั้งยังมีการปรับลดมาตรการกักตัวสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศด้วย

 

อนึ่ง จีนมีพรมแดนติดกับ 14 ประเทศ ซึ่งรวมถึงรัสเซีย มองโกเลีย เมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม โดยที่ผ่านมานั้นจีนมักจะเจอกับผู้ติดเชื้อโควิดที่เชื่อมโยงกับพลเมืองที่เดินทางเข้า-ออกข้ามพรมแดน หรือไม่ก็เป็นผู้ติดเชื้อซึ่งมาจากประเทศที่กล่าวไปข้างต้น แต่การตัดสินใจครั้งล่าสุดของรัฐบาลนั้น จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง โดยมีเขตชายแดนเป็นพื้นที่นำร่องก่อน ซึ่งต้องรอดูกันว่าจีนจะประกาศกำหนดการอย่างเป็นทางการเมื่อใด

 

แฟ้มภาพ: Zhou Changguo / VCG via Getty Images

อ้างอิง:

The post จีนเตรียมผ่อนคลายมาตรการสกัดโควิด จ่อเปิดทางให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวชมพื้นที่ตามแนวชายแดนได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. ปลดโรคโควิดออกจากโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวเข้าประเทศไทย https://thestandard.co/covid-forbidden-disease-outlander/ Tue, 20 Sep 2022 08:41:42 +0000 https://thestandard.co/?p=684231 คนต่างด้าว

วันนี้ (20 กันยายน) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนาย […]

The post ครม. ปลดโรคโควิดออกจากโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวเข้าประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คนต่างด้าว

วันนี้ (20 กันยายน) รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร หรือเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร 

 

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมร่างกฎกระทรวงกำหนดโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวฯ พ.ศ. 2563 โดยยกเลิกโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด ออกจากการเป็นโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา 12 (4) หรือเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามมาตรา 44 (2) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

 

ส่วนโรคต้องห้ามอื่นๆ ยังคงกำหนดไว้ตามเดิม ดังนี้ 

 

1. โรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักร คือ 

  • โรคเรื้อน
  • วัณโรคในระยะอันตราย
  • โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
  • โรคยาเสพติดให้โทษ
  • โรคซิฟิลิสในระยะที่ 3 

 

2. โรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร คือ 

  • โรคเรื้อน
  • วัณโรคในระยะอันตราย
  • โรคเท้าช้าง
  • โรคยาเสพติดให้โทษ
  • โรคพิษสุราเรื้อรัง
  • โรคซิฟิลิสในระยะที่ 3 

 

ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

The post ครม. ปลดโรคโควิดออกจากโรคต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวเข้าประเทศไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญี่ปุ่นเตรียมเปิดให้เที่ยวแบบไม่มีไกด์ งดตรวจ PCR ล่วงหน้า แต่ยังคงขอวีซ่าอยู่ https://thestandard.co/japan-to-allow-non-guided-group-tours/ Wed, 31 Aug 2022 06:34:09 +0000 https://thestandard.co/?p=674392 ญี่ปุ่น

หลังกระแสนิยมเข้าประเทศไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากนักท่อ […]

The post ญี่ปุ่นเตรียมเปิดให้เที่ยวแบบไม่มีไกด์ งดตรวจ PCR ล่วงหน้า แต่ยังคงขอวีซ่าอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ญี่ปุ่น

หลังกระแสนิยมเข้าประเทศไม่เป็นไปตามเป้า เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่นิยมและเพลิดเพลินกับการเที่ยวผ่านไกด์ทัวร์อย่างที่คาดการณ์ไว้ ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นจำต้องปรับกลยุทธ์ใหม่อย่างเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ

 

จากข่าวต่างๆ ที่ปล่อยออกมาตลอดทั้งสัปดาห์ วันนี้มีการยืนยันจากรัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายการเปิดประเทศใหม่ที่ผ่อนปรนมากขึ้น โดยวันนี้ (31 สิงหาคม) นายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ ให้สัมภาษณ์ว่า ญี่ปุ่นจะยกเลิกการทดสอบ PCR ก่อนเดินทางมาถึง สำหรับนักเดินทางที่ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 3 เข็ม ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายนเป็นต้นไป และเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าประเทศจากเดิมวันละ 20,000 คน เป็นวันละ 50,000 คน

 

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังอนุญาตให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเที่ยวในญี่ปุ่นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีไกด์ได้ แต่เมื่อบวกกับเงื่อนไขการเข้าประเทศเดิมหมายความว่า ขั้นตอนการเข้าประเทศยังจำเป็นต้องผ่านบริษัทไกด์ทัวร์อยู่ดี ทำให้เกิดประเด็นถกเถียงว่า การท่องเที่ยวแบบไม่มีทัวร์ไกด์ตามกฎเกณฑ์ล่าสุดนั้นนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องซื้อแพ็กเกจทัวร์หรือไม่? และทางญี่ปุ่นใช้เกณฑ์ใดในการพิจารณาสิ่งที่ถือเป็นแพ็กเกจทัวร์

 

อย่างไรก็ดี การประกาศล่าสุดถือเป็นข่าวดีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตั้งตารอเที่ยวญี่ปุ่น เพราะแค่ลดขั้นตอนการตรวจ PCR ล่วงหน้าก่อนเข้าประเทศก็ลดขั้นตอนต่างๆ ได้เยอะพอควร

 

ภาพ: Getty image / Jackyenjoyphotography

อ้างอิง:

The post ญี่ปุ่นเตรียมเปิดให้เที่ยวแบบไม่มีไกด์ งดตรวจ PCR ล่วงหน้า แต่ยังคงขอวีซ่าอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เคาะยกเว้นให้ต่างชาติเข้าไทยทางอากาศ ไม่ต้องกรอกใบ ตม.6 ชั่วคราว ลดความแออัด-ประหยัดงบประมาณ https://thestandard.co/except-for-foreigners-entering-thailand-by-air/ Tue, 14 Jun 2022 08:39:19 +0000 https://thestandard.co/?p=641660 ต่างชาติเข้าไทย

วันนี้ (14 มิถุนายน) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนั […]

The post ครม. เคาะยกเว้นให้ต่างชาติเข้าไทยทางอากาศ ไม่ต้องกรอกใบ ตม.6 ชั่วคราว ลดความแออัด-ประหยัดงบประมาณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต่างชาติเข้าไทย

วันนี้ (14 มิถุนายน) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ได้เห็นชอบในหลักการดำเนินการยกเว้นรายการของคนต่างด้าวซึ่งเดินทางเข้าในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร (แบบ ตม.6) เฉพาะกรณีการเดินทางผ่านท่าอากาศยานเป็นการชั่วคราว จากนั้นจะประเมินผลระยะหนึ่งเพื่อพิจารณาดำเนินการในแนวทางที่เหมาะสมต่อไป ส่วนกรณีการกรอกและยื่นใบ ตม.6 ของคนไทยได้ยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2560 โดยคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 42/2560 

 

อย่างไรก็ตาม การกรอกและยื่นแบบ ตม.6 สำหรับการเดินทางทางบก (รถยนต์ รถไฟ) และทางน้ำ (เรือ) คงให้ดำเนินการต่อไป เพราะมีจำนวนไม่มากอย่างมีนัยสำคัญเหมือนช่องทางท่าอากาศยาน และยังคงเป็นประโยชน์ในด้านการป้องกันอาชญากรรมและการติดตามตัว

          

สำหรับการยกเว้นการกรอกและยื่นแบบ ตม.6 เป็นการชั่วคราวสำหรับชาวต่างชาติ เฉพาะผู้เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานนี้ เนื่องจากเป็นช่องทางที่เวลานี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังต้องมีการตรวจคัดกรองตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด โดยจะมีการตรวจคัดกรองเมื่อผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศลงจากอากาศยานใน 2 ส่วน คือตรวจแบบ ตม.6 โดยด่านตรวจคนเข้าเมือง และตรวจข้อมูลการรับวัคซีน คัดกรองโรค โดยด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้มีจำนวนผู้เดินทางสะสมมากบริเวณหน้าด่านในช่วงเวลาเที่ยวบินหนาแน่น 

          

ไตรศุลีกล่าวว่า การยกเว้นการกรอกและยื่นแบบ ตม.6 สำหรับชาวต่างชาติ จะทำให้การตรวจลงตราหน้าด่านเป็นไปอย่างรวดเร็ว และลดปัญหาความแออัดของผู้โดยสาร และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของท่าอากาศยานซึ่งเป็นประตูด่านแรกที่สะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสามารถประหยัดงบประมาณสำหรับการจัดพิมพ์แบบ ตม.6 ซึ่งปัจจุบันมีการพิมพ์ในราคาแผ่นละ 0.70 บาท ซึ่งหากมีการจัดพิมพ์ตามปกติที่ 65 ล้านใบ จะคิดเป็นงบประมาณจัดพิมพ์ที่ 45.5 ล้านบาท  

          

สำหรับการจัดเก็บและตรวจสอบข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลกายภาพของผู้เดินทางเข้าประเทศนั้น สามารถจัดเก็บผ่านระบบไบโอเมตริกซ์ และในส่วนของข้อมูลด้านการท่องเที่ยวสามารถเก็บจากข้อมูลของผู้ประกอบการท่องเที่ยวและสายการบินได้

 

ทั้งนี้ ภายหลังจาก ครม. ให้การอนุมัติในหลักการครั้งนี้แล้ว กระทรวงมหาดไทยจะได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการออกประกาศให้เป็นไปตามกฎหมายและเกิดผลในทางปฏิบัติโดยเร็วต่อไป

The post ครม. เคาะยกเว้นให้ต่างชาติเข้าไทยทางอากาศ ไม่ต้องกรอกใบ ตม.6 ชั่วคราว ลดความแออัด-ประหยัดงบประมาณ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกตรวจผลโควิดผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเครื่องบิน เริ่ม 12 มิ.ย. นี้ https://thestandard.co/us-to-cancel-coronavirus-testing-for-travelers-arriving-by-plane/ Sat, 11 Jun 2022 02:41:36 +0000 https://thestandard.co/?p=640675 สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกตรวจผลโควิด

สหรัฐอเมริกาตัดสินใจยกเลิกข้อกำหนดให้นักเดินทางทุกคนที่ […]

The post สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกตรวจผลโควิดผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเครื่องบิน เริ่ม 12 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกตรวจผลโควิด

สหรัฐอเมริกาตัดสินใจยกเลิกข้อกำหนดให้นักเดินทางทุกคนที่เดินทางเข้าประเทศโดยเครื่องบิน ซึ่งรวมถึงพลเมืองอเมริกัน ต้องแสดงผลการตรวจเชื้อโควิดเป็นลบก่อนขึ้นเครื่อง ทั้งนี้จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งในเช้าวันศุกร์ ตามเวลาสหรัฐฯ

 

ปีที่แล้วศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) กำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ต้องมีผลตรวจโควิดเป็นลบ ซึ่งเป็นหนึ่งในความพยายามเพื่อลดการแพร่ระบาดในประเทศ

 

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวจะหมดอายุลงในวันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2022 เวลา 00:01 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ของ CDC พิจารณาแล้วเห็นว่าปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนและยารักษาโควิดอย่างแพร่หลาย

 

อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่กล่าวว่า CDC จะทบทวนการตัดสินใจดังกล่าวอีกครั้งใน 90 วัน โดยอาจนำมาตรการตรวจโควิดก่อนเดินทางกลับมาบังคับใช้ใหม่ หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับสายพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น

 

มาตรการตรวจโควิดก่อนออกเดินทางถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในเดือนมกราคม 2021 ในขณะที่ยังมีชาวอเมริกันไม่ถึง 10% ที่ได้รับการฉีดวัคซีน และผู้ติดเชื้อรายใหม่กำลังพุ่งสูงทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง

 

ต่อมาในเดือนธันวาคม 2021 ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสายพันธุ์โอมิครอน CDC จึงได้เพิ่มความเข้มงวดของมาตรการดังกล่าว ด้วยการกำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ต้องแสดงผลตรวจเป็นลบภายใน 24 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง จากเดิมกำหนดให้แสดงผลการตรวจภายใน 3 วัน

 

แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ด้วยอัตราการฉีดวัคซีนที่สูงขึ้น และผู้ติดเชื้อมีอาการไม่รุนแรงมากเหมือนเมื่อครั้งระบาดระลอกแรกๆ ส่งผลให้ตัวแทนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเพิ่มแรงกดดันให้ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยกเลิกข้อกำหนดดังกล่าว

 

ที่ผ่านมามาตรการตรวจโควิดก่อนเดินทางสำหรับผู้โดยสารเที่ยวบินขาเข้าสหรัฐฯ สร้างความไม่พอใจให้กับบรรดานักท่องเที่ยวและนักเดินทางธุรกิจที่ต้องเปลี่ยนแผนในนาทีสุดท้าย เมื่อผลตรวจโควิดออกมาเป็นบวก

 

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่า การตัดสินใจยกเลิกมาตรการดังกล่าวเป็นเครื่องพิสูจน์ความพยายามของไบเดนในการต่อสู้กับไวรัสอย่างจริงจัง

 

การตัดสินใจยกเลิกมาตรการตรวจโควิดก่อนเดินทางยังนับเป็นข่าวดีสำหรับไบเดน ในช่วงเวลาที่ฝ่ายบริหารกำลังประสบปัญหาในหลายด้าน และคาดว่าจะได้รับการแซ่ซ้องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งพยายามโน้มน้าวฝ่ายบริหารให้ลดความเข้มงวดในการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

 

ภาพ: Spencer Platt / Getty Images

อ้างอิง:

The post สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกตรวจผลโควิดผู้เดินทางเข้าประเทศด้วยเครื่องบิน เริ่ม 12 มิ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนกรย้ำ 1 มิ.ย. นี้ เลิกกักตัว คนไทยไม่ต้องลงทะเบียน Thailand Pass ชี้รัฐบาลปรับมาตรการตลอด ไม่ละเลยการท่องเที่ยว https://thestandard.co/1-june-end-of-quarantine/ Sun, 29 May 2022 06:51:12 +0000 https://thestandard.co/?p=635282 Thailand Pass

วันนี้ (29 พฤษภาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post ธนกรย้ำ 1 มิ.ย. นี้ เลิกกักตัว คนไทยไม่ต้องลงทะเบียน Thailand Pass ชี้รัฐบาลปรับมาตรการตลอด ไม่ละเลยการท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thailand Pass

วันนี้ (29 พฤษภาคม) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้ ไทยจะปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศอีกครั้งตามมติ ศบค. โดยยกเลิกการกักตัวทุกรูปแบบ สำหรับคนไทยไม่ต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass และไม่ต้องตรวจโควิดก่อนเข้าประเทศ แต่ชาวต่างชาติยังต้องลงทะเบียนในระบบดังกล่าว โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนตามข้อกำหนดให้แนบหลักฐานวัคซีนพร้อมเอกสารประกันสุขภาพวงเงินขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกรณีที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือรับวัคซีนไม่ครบตามข้อกำหนด ให้แสดงหลักฐานการตรวจโควิดได้ทั้งแบบ ATK หรือ RT-PCR ที่ออกภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ขณะที่จุดผ่านแดนทางบกทุกจุดก็จะเปิดภายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้เช่นกัน

 

“รัฐบาลโดย ศบค. ได้ปรับมาตรการเดินทางเข้าประเทศตามสถานการณ์มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้ได้ยกเลิก Test & Go ไปแล้ว ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก โดยสถิติผู้เดินทางเข้าประเทศในเดือนพฤษภาคม 2565 เฉลี่ยถึงวันละ 20,000 คน ทั้งหมดนี้จึงไม่ตรงกับสิ่งที่ฝ่ายค้านพยายามพูดว่ารัฐบาลละเลยภาคการท่องเที่ยว

 

“นอกจากนี้ จากแนวโน้มการฟื้นตัวที่เริ่มเห็นชัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงคาดการณ์ว่าในช่วงโลว์ซีซัน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2565 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยไม่น้อยกว่า 5 แสนคนต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากตลาดระยะใกล้ ส่วนช่วงไฮซีซันซึ่งตรงกับไตรมาสที่ 4 ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2565 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 1 ล้านคนต่อเดือน เพิ่มตลาดระยะไกลทั้งยุโรปและอเมริกา และหวังจะเห็นนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาไทยช่วงปลายปีนี้และต่อเนื่องไปถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2566 ซึ่งจะส่งผลให้ตลอดปี 2565 มีโอกาสสูงที่นักท่องเที่ยวจะมาไทย 7-10 ล้านคน สร้างรายได้รวม 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นการฟื้นตัว 50% เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนวิกฤตโควิด” ธนกรกล่าว

The post ธนกรย้ำ 1 มิ.ย. นี้ เลิกกักตัว คนไทยไม่ต้องลงทะเบียน Thailand Pass ชี้รัฐบาลปรับมาตรการตลอด ไม่ละเลยการท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมควบคุมโรค เริ่มคัดกรอง ‘โรคฝีดาษลิง’ ในนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยแล้ว https://thestandard.co/ddc-moph-screening-for-monkeypox-among-tourists-entering-thailand/ Wed, 25 May 2022 03:50:02 +0000 https://thestandard.co/?p=633465 คัดกรองโรคฝีดาษลิง

วันนี้ (25 พฤษภาคม) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบ […]

The post กรมควบคุมโรค เริ่มคัดกรอง ‘โรคฝีดาษลิง’ ในนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
คัดกรองโรคฝีดาษลิง

วันนี้ (25 พฤษภาคม) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรมควบคุมโรค โดยกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เริ่มให้บริการคัดกรองโรคฝีดาษลิงสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศผ่านระบบ Thailand Pass ซึ่งจะช่วยให้ตรวจจับกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็วขึ้น และป้องกันการแพร่ระบาดในประเทศ หลังพบการแพร่ระบาดในหลายประเทศ และสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ 

 

โดยการเฝ้าระวังโรคภายในประเทศ คือเน้นการติดตามเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ประเทศในแถบทวีปแอฟริกากลาง เช่น ไนจีเรีย และคองโก และประเทศในยุโรปที่มีการแพร่ระบาดภายในประเทศแล้ว ซึ่งเมื่ออยู่ที่สนามบินในประเทศต้นทางอาจจะยังไม่แสดงอาการ แต่เมื่อมาถึงประเทศไทย อาจมีอาการได้ ซึ่งการคัดกรองจะดูว่ามีไข้ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียส หรือประวัติมีไข้ร่วมกับมีอาการหนึ่งอาการ ได้แก่ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และต่อมน้ำเหลืองโต ประกอบกับมีผื่นกระจายตามลำตัว มีลักษณะเป็นตุ่มนูน ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง หรือตุ่มตกสะเก็ด และเดินทางมาจากหรืออาศัยอยู่ในประเทศที่มีการรายงานการระบาดของโรคฝีดาษลิงในประเทศภายใน 21 วัน พร้อมทั้งแจกบัตรเตือนสุขภาพ (Health Beware Card) เป็น QR Code ให้ผู้ที่มีอาการดังกล่าวสแกนเข้าระบบเพื่อรายงานอาการป่วย ซึ่งหลักๆ ในบัตรจะระบุว่า หากมีอาการ เช่น ไข้ มีตุ่ม ให้รายงานเข้าระบบและรีบไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด รวมถึงแจ้งประวัติการเดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย

 

สำหรับการป้องกันโรคฝีดาษลิงให้ปฏิบัติดังนี้

 

  1. กรณีมีการเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องทำการคัดกรองและเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน หากมีอาการเจ็บป่วยให้รีบไปพบแพทย์ทันที

 

  1. ไม่นำสัตว์ป่ามาเลี้ยงหรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศโดยไม่มีการคัดกรอง และทำการแยกกักเพื่อมิให้ผู้ป่วยมีการแพร่กระจายเชื้อ

 

  1. หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือสัตว์ป่า

 

  1. หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ

 

  1. หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ติดเชื้อ 

The post กรมควบคุมโรค เริ่มคัดกรอง ‘โรคฝีดาษลิง’ ในนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเผย สถานการณ์โควิดไทยยังทรงตัว ชี้การผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศผ่านมา 2 วัน ยังไม่พบข้อติดขัด https://thestandard.co/anutin-covid-situation-in-thailand-is-still-stable/ Mon, 02 May 2022 10:26:19 +0000 https://thestandard.co/?p=623764 อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (2 พฤษภาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและร […]

The post อนุทินเผย สถานการณ์โควิดไทยยังทรงตัว ชี้การผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศผ่านมา 2 วัน ยังไม่พบข้อติดขัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (2 พฤษภาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังจากประเทศไทยผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศมากขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยยกเลิกระบบ Test & Go ให้ผู้ที่มีประวัติฉีดวัคซีนโควิดและประกันสุขภาพสามารถเข้าประเทศได้ โดยตรวจ ATK ด้วยตนเองและรายงานผลผ่าน QR Code ใน Thailand Pass แต่หากไม่มีประวัติการฉีดวัคซีน ต้องมีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง หรือหากไม่มีผลตรวจ RT-PCR ต้องเข้ารับการกักตัว 5 วัน ซึ่งผ่านมา 2 วัน พบว่าสถานการณ์เป็นไปด้วยดี โดยได้รับข้อมูลจาก นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค พบว่าขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าประเทศไทยผ่าน Thailand Pass และทยอยเข้าประเทศจำนวนมาก เมื่อมาถึงแล้วสามารถเดินทางออกจากสนามบินได้โดยไม่มีข้อติดขัดใดๆ

 

อนุทินกล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์โรคโควิดของประเทศไทย ขณะนี้อยู่ในระดับทรงตัว การติดเชื้อรายใหม่ลดลง ผู้ป่วยอาการรุนแรงและเสียชีวิตเริ่มมีแนวโน้มลดลง เห็นได้จากการใช้ช่วยเครื่องหายใจ การใช้ห้อง ICU และยาต้านไวรัสในแต่ละวันที่เริ่มลดลง ถือเป็นแนวโน้มที่ดีและน่าจะผ่านวิกฤตการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังช่วงสงกรานต์ไปได้ โดยกระทรวงสาธารณสุขยังเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้วยมาตรการ 3 พอ คือ ‘หมอพอ เตียงพอ และยาพอ’ อยู่เสมอ

 

ส่วนการเดินหน้าเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นไม่ได้ประกาศวันเวลาที่ชัดเจน แต่ใช้การดำเนินชีวิตให้ไปถึงจุดที่เรามั่นใจ ควบคู่ไปกับการให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่กับโควิดที่จะเป็นโรคประจำถิ่นได้ รู้วิธีป้องกันและดูแลตัวเองให้ปลอดภัย เช่น การสวมหน้ากากอนามัยยังมีความจำเป็น เนื่องจากช่วยป้องกันการติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ ขณะเดียวกัน จะมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะเพื่อทยอยผ่อนคลายมากขึ้น ให้ประชาชนสามารถดำเนินชีวิต ประกอบอาชีพและเลี้ยงดูตนเองได้ ช่วยลดความกดดันจากภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น

The post อนุทินเผย สถานการณ์โควิดไทยยังทรงตัว ชี้การผ่อนคลายมาตรการเข้าประเทศผ่านมา 2 วัน ยังไม่พบข้อติดขัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยกเลิก Test & Go วันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นายกฯ ขออย่าฉวยโอกาสเรื่องราคา คาดวันนี้มี 96 ไฟลต์เข้าไทย https://thestandard.co/cancel-first-day-of-test-and-go/ Sun, 01 May 2022 10:42:52 +0000 https://thestandard.co/?p=623576 ยกเลิก Test & Go

วันนี้ (1 พฤษภาคม) เป็นวันแรกของการยกเลิกระบบ Test &amp […]

The post ยกเลิก Test & Go วันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นายกฯ ขออย่าฉวยโอกาสเรื่องราคา คาดวันนี้มี 96 ไฟลต์เข้าไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยกเลิก Test & Go

วันนี้ (1 พฤษภาคม) เป็นวันแรกของการยกเลิกระบบ Test & Go สำหรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย สำหรับรัฐบาลมองว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาคการท่องเที่ยวที่จะฟื้นตัว สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับประชาชน ส่งผลต่อเศรษฐกิจของไทยให้ขยายตัวตามไปด้วย เพราะภาคการท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศ

 

ขณะที่ ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีขอความร่วมมือทุกคนร่วมกันต้อนรับ สร้างความประทับใจ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ตามที่ทุกคนมุ่งหวังไว้ อะไรที่เป็นผลกระทบที่ไม่ดีต่อนักท่องเที่ยวขอให้ทุกคนอย่าทำ โดยเฉพาะการฉวยโอกาสเรื่องราคา ขอให้ช่วยกันรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยว ช่วยกันสร้างความเชื่อมั่น สร้างความปลอดภัย ให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอุ่นใจเหมือนอยู่บ้านของตัวเอง

 

ขณะที่วันนี้ ชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ได้ลงพื้นที่ท่าอากาศยานนานานชาติสุวรรณภูมิ (สนามบินสุวรรณภูมิ) เพื่อติดตามการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ในวันแรกของการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมี นิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.), กิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.), พล.อ. ณรงค์ พฤกษารุ่งเรือง หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงประจำท่าอากาศยาน (ศปม.ทย.) หรือ EOC คณะผู้บริหาร ทอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและรับการตรวจความพร้อม

 

สำหรับกระบวนการผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ โดยเริ่มตรวจความเรียบร้อยของการคัดแยกผู้โดยสารตั้งแต่ลงจากอากาศยาน ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 

 

  1. กลุ่มผู้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือผู้ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับแล้วแต่ยังไม่ครบตามเกณฑ์แต่มีผลตรวจ RT-PCR 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางมาประเทศไทย 

 

  1. กลุ่มที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนแล้วแต่ยังไม่ครบตามเกณฑ์และไม่มีผลตรวจ RT-PCR จากนั้นตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของจุดคัดกรองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 จุดตรวจศุลกากร และการให้บริการของตัวแทนโรงแรม AQ ณ โถงผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศช่องทางออก C (Exit C) บริเวณชั้น 2 ประตู 10 อาคารผู้โดยสาร 

 

สำหรับเที่ยวบินขาเข้าระหว่างประเทศเที่ยวบินแรกในวันนี้ที่เดินทางเข้ามาถึง และเริ่มดำเนินกระบวนการเข้าราชอาณาจักรตามข้อกำหนดใหม่ คือ เที่ยวบินที่ 6E077 ของสายการบิน IndiGo Airlines เดินทางมาจากท่าอากาศยานเนทาจิ ซับฮาส จันทรา โบเซ เมืองโกลกาตา ประเทศอินเดีย ถึงสนามบิน เวลา 01.15 น. โดยในวันนี้ได้ประมาณการเที่ยวบินขาเข้าระหว่างประเทศรวมทั้งสิ้น 96 เที่ยวบิน และผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศรวมทั้งสิ้น 16,868 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2565)

The post ยกเลิก Test & Go วันแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย นายกฯ ขออย่าฉวยโอกาสเรื่องราคา คาดวันนี้มี 96 ไฟลต์เข้าไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยกเลิก Test & Go ตั้งแต่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป เข้าประเทศไทยใช้แค่ผลตรวจ ATK และวัคซีนครบโดส https://thestandard.co/cancel-test-and-go-travel-to-thailand/ Fri, 22 Apr 2022 11:36:24 +0000 https://thestandard.co/?p=620266 เดินทางเข้าไทย

ถือเป็นข่าวดีมากสำหรับนักเดินทางตัวยงที่ไม่ใช่แค่เฉพาะช […]

The post ยกเลิก Test & Go ตั้งแต่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป เข้าประเทศไทยใช้แค่ผลตรวจ ATK และวัคซีนครบโดส appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดินทางเข้าไทย

ถือเป็นข่าวดีมากสำหรับนักเดินทางตัวยงที่ไม่ใช่แค่เฉพาะชาวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักเดินทางชาวไทยด้วย ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2565 เป็นต้นไป นักเดินทางที่เข้าประเทศไทยสามารถเข้าประเทศได้โดยไม่จำเป็นต้องกักตัวอีกต่อไป ใช้เพียงแค่หลักฐานการฉีดวัคซีนครบโดสเท่านั้นก็สามารถเข้าประเทศได้

 

วันนี้ (22 เมษายน) หลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งที่ 7/2565 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนในประเด็นต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการผ่อนคลายมาตรการในการเข้าประเทศ ยกเลิกมาตรการ Test & Go และเปลี่ยนเป็นใช้แค่การตรวจด้วย ATK โดยมีการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์การเข้าประเทศดังนี้

 

  1. ผู้เข้าประเทศจะต้องลงทะเบียนผ่านระบบ Thailand Pass ก่อนเข้าประเทศ โดยผู้ฉีดวัคซีนต้องแสดงหลักฐานการฉีดครบโดสและประกันภัย ขณะที่ผู้ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้ไม่ครบโดสต้องแสดงหลักฐานการจองที่พักแบบ AQ และประกันภัย
  2. ต้องมีประกันภัยที่ครอบคลุมการรักษาโควิดขั้นต่ำจำนวน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ 
  3. ผู้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ยกเลิกการตรวจเมื่อมาถึง และแนะนำให้ตรวจ ATK ด้วยตนเอง หากพบเชื้อให้เข้ารับการรักษาตามกระบวนการ
  4. ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้ไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด แสดงผลตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางถึงประเทศในระบบ Thailand Pass ไม่จำเป็นต้องกักตัว หรือกักตัวตามระบบ AQ โดยตรวจ RT-PCR วันที่ 4-5 แนะนำให้ตรวจ ATK ด้วยตนเอง หากติดเชื้อให้เข้ารักษาตามระบบ
  5. กรณีเป็นผู้เสี่ยงสูงแนะนำให้กักตัว 5 วันและสังเกตอาการ 5 วัน ตรวจ ATK วันที่ 5 และ 10 หลังสัมผัสผู้ติดเชื้อ

 

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเดินทางในประเทศหรือนอกประเทศ นักเดินทางสมควรดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโควิดมากที่สุด สวมหน้ากากอนามัย งดอยู่ในที่ที่ผู้คนแออัด และล้างมือให้บ่อยครั้งเท่าที่ทำได้ เพราะแม้ว่าการเข้าประเทศจะไม่ได้เข้มงวดเท่าเดิม แต่การไม่ติดเชื้อโควิดถือเป็นเรื่องดีที่สุด

 

ภาพ: Shutterstock

The post ยกเลิก Test & Go ตั้งแต่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไป เข้าประเทศไทยใช้แค่ผลตรวจ ATK และวัคซีนครบโดส appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาลเผย ตัวเลขผู้โดยสารเดินทางเข้าไทยหลัง 1 เม.ย. เพิ่มขึ้น 65.97% ชี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อนโยบายของรัฐบาล https://thestandard.co/number-of-passengers-traveling-to-thailand/ Thu, 07 Apr 2022 07:27:26 +0000 https://thestandard.co/?p=615257 passengers

วันนี้ (7 เมษายน) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรั […]

The post โฆษกรัฐบาลเผย ตัวเลขผู้โดยสารเดินทางเข้าไทยหลัง 1 เม.ย. เพิ่มขึ้น 65.97% ชี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อนโยบายของรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
passengers

วันนี้ (7 เมษายน) ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ภายหลังจาก ศบค. ได้ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยยกเลิกการตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นมา ซึ่งทางบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ได้รายงานว่า จากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้มีจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 11,623 คน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม ที่มีจำนวนผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศเฉลี่ยวันละ 7,003 คน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 65.97 ส่วนของเที่ยวบินขาเข้าระหว่างประเทศ มีจำนวนเฉลี่ยวันละ 141 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากเดือนมีนาคม ที่เฉลี่ยวันละ 137 เที่ยวบิน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.92 และคาดว่าจากนี้ไปจะมีผู้โดยสารระหว่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

 

“ภายหลังจาก ศบค. ผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าราชอาณาจักรตั้งแต่ 1 เมษายน ส่งผลให้มีจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศเดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากเดือนก่อนหน้า กล่าวได้ว่านักท่องเที่ยวเชื่อมั่นในนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของไทยกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 

 

“ขณะที่การกระตุ้นการท่องเที่ยวในระดับพื้นที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ให้ความสำคัญโดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและประเมินสถานการณ์ระดับพื้นที่ รวมถึงพิจารณาการขยายพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวเพิ่มเติม โดยให้ค่อยๆ พิจารณาจากรายจังหวัด ขยับเป็นรายอำเภอ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป ให้ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้ ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุข” ธนกรกล่าว

The post โฆษกรัฐบาลเผย ตัวเลขผู้โดยสารเดินทางเข้าไทยหลัง 1 เม.ย. เพิ่มขึ้น 65.97% ชี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่อนโยบายของรัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>