เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เซ็นทรัล-แจ้งวัฒนะ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 17 Feb 2026 05:55:19 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สนามปราบเซียนคือบทเรียนชั้นดี? LOPIA เชนซูเปอร์ฯ ยักษ์ญี่ปุ่นหวังใช้ไทยเป็นต้นแบบขยายธุรกิจทั่วเอเชีย เล็งปูพรม 4 สาขาปี’69 https://thestandard.co/lopia-japan-thailand-asia-expansion/ Tue, 17 Feb 2026 05:55:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1179253 ผู้บริหาร LOPIA ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น และภาพลักษณ์การขยายธุรกิจในประเทศไทย

ท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนแรงของธุรกิจค้าปลีกไทย ทั้งจาก […]

The post สนามปราบเซียนคือบทเรียนชั้นดี? LOPIA เชนซูเปอร์ฯ ยักษ์ญี่ปุ่นหวังใช้ไทยเป็นต้นแบบขยายธุรกิจทั่วเอเชีย เล็งปูพรม 4 สาขาปี’69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้บริหาร LOPIA ซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น และภาพลักษณ์การขยายธุรกิจในประเทศไทย

ท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนแรงของธุรกิจค้าปลีกไทย ทั้งจากผู้เล่นรายใหญ่และรายเล็ก คำถามที่น่าสนใจเหตุใด LOPIA JAPAN เชนซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่จากญี่ปุ่น จึงเลือกเข้ามาบุกตลาดประเทศไทยในช่วงเวลาที่ทุกรายต่างแย่งกำลังซื้อจากลูกค้าที่กำลังรัดเข็มขัด

 

LOPIA ประเดิมเปิดสาขาแรกในไทยอย่างเป็นทางการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ด้วยพื้นที่สาขารวม 1,000 ตารางเมตร พร้อมชูจุดแข็งด้านอาหารสดและขนมนำเข้าจากญี่ปุ่นหลายร้อยรายการ ในราคาที่ตั้งเป้าให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย

 

ฮิโตชิ มิซึโมโตะ กรรมการบริษัท LOPIA และหัวหน้าสำนักงานใหญ่ฝ่ายดูแลภูมิภาคเอเชีย เปิดเผยว่า เหตุผลหลักที่เลือกประเทศไทย เพราะมองเห็นศักยภาพกำลังซื้อของผู้บริโภคไทย แม้ยังไม่สามารถประเมินยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลได้อย่างชัดเจน แต่คาดการณ์ว่าอาจอยู่ที่ราว 1,000–5,000 บาทต่อครั้ง

 

อีกปัจจัยสำคัญคือความหลากหลายของผู้บริโภคในไทย มีทั้งคนไทย ชาวตะวันตก และชาวจีน ซึ่งสะท้อนถึงตลาดที่มีความซับซ้อนและท้าทาย หาก LOPIA สามารถสร้างความสำเร็จในตลาดที่มีความหลากหลายเช่นนี้ได้ ก็จะเป็นต้นแบบสำหรับการขยายไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย

 

อีกทั้งไทยยังมีโรงงานผลิตและแปรรูปอาหารจำนวนมาก จึงมองเห็นโอกาสในการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเฮาส์แบรนด์ เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในอนาคต

 

ในด้านกลยุทธ์สินค้า LOPIA ตั้งเป้าว่า สินค้าภายในร้านกว่า 95% จะนำเข้าจากญี่ปุ่นโดยตรง เพื่อควบคุมคุณภาพและบริหารต้นทุนให้สามารถกำหนดราคาที่แข่งขันได้ พร้อมกันนี้ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนสินค้าแบรนด์ของบริษัทเอง ทั้งอาหาร ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ให้มีสัดส่วนมากกว่า 60% ของสินค้าทั้งหมดภายในร้าน

 

สำหรับกลุ่มเป้าหมาย LOPIA ไม่ได้จำกัดเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในไทย แต่ตั้งใจเจาะตลาดผู้บริโภคชาวไทยเป็นหลัก โดยนโยบายของบริษัทนั้น ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างกำไรในระยะสั้น แต่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพและรสชาติเป็นอันดับแรก ด้วยความเชื่อว่าหากผู้บริโภคได้ลิ้มลองสินค้าที่มีคุณภาพ ก็จะนำไปสู่การซื้อซ้ำและสร้างฐานลูกค้าได้ในระยะยาว

 

เมื่อถูกถามถึงเหตุผลที่เลือกเปิดสาขาแรกที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ มิซึโมโตะอธิบายว่า กลุ่มเซ็นทรัลเป็นผู้เสนอพื้นที่ชั้น G ซึ่งถือเป็นทำเลยุทธศาสตร์ที่เข้าถึงลูกค้าได้สะดวก อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับ Tops Supermarket ของกลุ่มเซ็นทรัลเองซึ่งมีโมเดลซุปเปอร์มาเก็ตกว่า 200 สาขากระจายทั่วประเทศ

 

“เรามองว่าไม่ใช่การแข่งขันโดยตรง แต่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่สามารถสร้าง Synergy ร่วมกัน และจะช่วยเพิ่มทราฟฟิกและดึงดูดลูกค้าให้ทั้งสองฝ่าย มากกว่าการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด”

 

ในระยะเริ่มต้น บริษัทจะดำเนินธุรกิจภายใต้สัญญาความร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัลตามกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนแผนขยายไปยังทำเลอื่นหลังสิ้นสุดสัญญายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการขยายสาขาเป็นสิ่งจำเป็นต่อการอยู่รอดในธุรกิจค้าปลีก เพราะยิ่งมีหลายสาขาก็จะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนได้ดี แต่ทุกการลงทุนต้องผ่านการศึกษาตลาดอย่างรอบคอบ

 

มิซึโมโตะ ยังยกตัวอย่างประสบการณ์ในไต้หวัน ซึ่งบริษัทใช้เวลากว่า 3 ปี ถึงขยายร้านได้ 9 สาขา ส่วนแผนในประเทศไทยก็จะเดินหน้าไปในทิศทางใกล้เคียงกัน และมองว่าไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ในปี 2569 จึงวางแผนขยายราว 4 สาขา และมุ่งเน้นทำเลในศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัลซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก

 

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในความท้าทายสำคัญคือกระบวนการนำเข้าอาหารจากญี่ปุ่น ซึ่งต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยที่มีความเข้มงวด พร้อมยอมรับว่าเป็นอุปสรรคที่ท้าทายที่สุดในช่วงเตรียมเปิดสาขา เนื่องจากมีขั้นตอนจำนวนมากและระยะเวลาเตรียมการค่อนข้างจำกัด

 

ผู้บริหาร LOPIA กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้การรุกตลาดไทยครั้งนี้จะต้องเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือด รวมถึงภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ยังชะลอตัว แต่บริษัทไม่ได้กังวลต่อความท้าทายดังกล่าว โดยยังคงเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า ความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ระยะยาว และศักยภาพของประเทศไทยในฐานะประตูสำคัญสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะเป็นฐานในการขยายธุรกิจในอนาคตต่อไป

 

ทั้งนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ต LOPIA JAPAN ถือเป็นธุรกิจค้าปลีกของบริษัทในเครือ OIC Group เครือที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจปศุสัตว์ ผู้ผลิตอาหาร การนำเข้า-ส่งออก และในรอบปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เครือ OIC Group สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 521,000 ล้านเยน โดยปัจจุบัน LOPIA JAPAN มีสาขาในญี่ปุ่นจำนวน 139 สาขา

The post สนามปราบเซียนคือบทเรียนชั้นดี? LOPIA เชนซูเปอร์ฯ ยักษ์ญี่ปุ่นหวังใช้ไทยเป็นต้นแบบขยายธุรกิจทั่วเอเชีย เล็งปูพรม 4 สาขาปี’69 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ’ โฉมใหม่ อัปเดตแบรนด์-เติมแม็กเน็ต ดึงลูกค้ากำลังซื้อสูง ตั้งเป้าทราฟฟิกพุ่ง 60,000 คนในปี 68 https://thestandard.co/central-chaengwattana-new-look-2024/ Mon, 09 Dec 2024 09:31:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1017689 ‘เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ’ โฉมใหม่

CPN เผยโฉม ‘เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ’ งัดจุดเด่นดีไซน์ ‘The L […]

The post ‘เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ’ โฉมใหม่ อัปเดตแบรนด์-เติมแม็กเน็ต ดึงลูกค้ากำลังซื้อสูง ตั้งเป้าทราฟฟิกพุ่ง 60,000 คนในปี 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ’ โฉมใหม่

CPN เผยโฉม ‘เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ’ งัดจุดเด่นดีไซน์ ‘The Life Extraordinaire’ อัปเดตแบรนด์-เติมแม็กเน็ตใหม่ ดึงลูกค้ากำลังซื้อสูง คาดหลังรีโนเวตแล้วเสร็จในไตรมาส 2/68 จะมีทราฟฟิกเพิ่มเป็น 60,000 คน จากปัจจุบันมีอยู่ 40,000 คน

 

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ.เซ็นทรัล พัฒนา กล่าวว่า ในปี 2568 เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ จะได้รับการพลิกโฉมในคอนเซปต์ The Life Extraordinaire (Affluent | Vibrant | Art) โดยการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับทั้ง Brand Mix และปรับโฉมคอนเซปต์ใหม่ทั้งหมดของ Central Group ออกแบบ Customer Journey & Experience ใหม่ และ Total Redesign ทั้งหมด

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ต้องยอมรับว่าแจ้งวัฒนะเรียกได้ว่าเป็น Rising Star ของนนทบุรี เนื่องจากเป็นย่านที่เติบโตและเปลี่ยนผ่านจากย่านชานเมืองสู่ New CBD ประชากรเติบโตเทียบเท่าย่านพระราม 9 และเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูงกว่าย่านอื่นๆ ในนนทบุรี โดยเป็นครอบครัวกำลังซื้อสูงและมีหมู่บ้านชาวต่างชาติ Expat

 

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีโครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นกว่า 300% แวดล้อมด้วยออฟฟิศของภาครัฐและเอกชน คาดว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะมีจำนวนพนักงานออฟฟิศเพิ่มขึ้น 300,000 คน และมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึง

 

ทั้งหมดจะช่วยให้เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ มีทราฟฟิกดีทุกวันทั้งวันธรรมดาและวันหยุดจากกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ในวันธรรมดาจะมีกลุ่มพนักงานออฟฟิศจากบริษัทเอกชนและหน่วยงานรัฐ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ถือเป็น High Frequency Shoppers และในช่วงวันหยุดจะเป็น Quality Shoppers ทั้งกลุ่มครอบครัวและ Expat ซึ่งเป็น The 1 Exclusive หรือกลุ่ม Wealth กว่า 10,000 คน

 

สะท้อนจากยอดใช้จ่ายมากกว่าที่อื่นถึง 25 เท่า ปัจจุบันมีทราฟฟิกประมาณ 40,000 คนต่อวัน และคาดว่าเมื่อการรีโนเวตเสร็จสมบูรณ์ในไตรมาส 2/68 จะมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นเป็น 60,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 20%

 

นอกจากนี้ยังเพิ่มพื้นที่คอมมูนิตี้และไลฟ์สไตล์ เช่น การอัปเกรด Tops เป็น Tops Food Hall ในปีหน้า พร้อมเพิ่มแบรนด์แฟชั่นและกีฬาอินเตอร์เนชันแนล รวมทั้งมีแจ้งวัฒนะ ฮอลล์ เพื่อรองรับอีเวนต์ตลอด 365 วัน

The post ‘เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ’ โฉมใหม่ อัปเดตแบรนด์-เติมแม็กเน็ต ดึงลูกค้ากำลังซื้อสูง ตั้งเป้าทราฟฟิกพุ่ง 60,000 คนในปี 68 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชาวบางนา, ปิ่นเกล้า, แจ้งวัฒนะ และเชียงใหม่ เตรียมตัว! CPN เทงบหมื่นล้านยกเครื่องศูนย์การค้าครั้งใหญ่ https://thestandard.co/cpn-makes-major-renovations-to-shopping-center/ Sun, 15 Sep 2024 08:14:29 +0000 https://thestandard.co/?p=983834

ต่อไปชาวบางนา, ปิ่นเกล้า, แจ้งวัฒนะ และเชียงใหม่ ก็จะไม […]

The post ชาวบางนา, ปิ่นเกล้า, แจ้งวัฒนะ และเชียงใหม่ เตรียมตัว! CPN เทงบหมื่นล้านยกเครื่องศูนย์การค้าครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ต่อไปชาวบางนา, ปิ่นเกล้า, แจ้งวัฒนะ และเชียงใหม่ ก็จะไม่น้อยหน้าใครๆ อีกแล้ว เพราะศูนย์การค้าใกล้บ้านกำลังจะได้รับการรีโนเวตครั้งใหญ่ภายใต้งบกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 ไปจนถึงไตรมาสแรกปี 2569

 

“ปกติ CPN ใช้งบลงทุนเฉลี่ยปีละ 1-2 หมื่นล้านบาทอยู่แล้ว” ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล Chief Development and Commercial Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือ CPN กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH “สำหรับการรีโนเวต 4 ศูนย์การค้าดังกล่าวเราใช้งบกว่าหมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับโครงการใหม่ที่กระบี่อีก 4.5 พันล้านบาท รวมแล้วเราใช้เงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท”

 

ถึงที่ผ่านมาเราจะเห็นเซ็นทรัล บางนา หรือ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า มีการรีโนเวตอยู่เรื่อยๆ “แต่นั่นเป็นเพียงการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งครั้งนี้เป็นการปรับปรุงใหญ่ที่จะเกิดขึ้นทุกๆ 7 ปี ซึ่งโดยปกติแล้วจะเปลี่ยนไปจากเดิมมากกว่า 50%”

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

เหตุผลที่เลือก 4 ศูนย์การค้านี้มาเป็นเพราะ เซ็นทรัล บางนา และ เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เป็น 2 ย่านที่ประชากรมีกำลังซื้อสูง แวดล้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัยลักชัวรี ซึ่ง CPN เห็นกำลังซื้อที่ชัดเจน จากการวิเคราะห์ด้วย AI Data-Driven Insights ของ The 1 ว่า 2 สาขานี้ติดอันดับ Top 10 Best Performances ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล

 

โดยมีจำนวนการมาใช้บริการของสมาชิก The 1 ในระดับสูง และมี Affluents Members มากกว่าพื้นที่อื่นถึง 1.5 เท่า และในด้านยอด Spending นั้นติดอันดับท็อปๆ ของ CPN รวมไปถึงเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ที่โครงสร้างเมืองขยายรองรับการเติบโตเทียบเท่าย่าน New CBD และ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ที่เมืองเติบโตด้วย Mega Projects และ Tourist Influx

 

เริ่มด้วย เซ็นทรัล บางนา CPN ระบุว่า ‘Always the Place’ ของคนในย่าน มีความเติบโตชัดเจน เป็น High Quality Catchment Area แวดล้อมด้วยโครงการที่อยู่อาศัยกว่า 9 แสนยูนิต และเป็น Luxury Residence กว่า 5,000 ยูนิต มีโรงเรียนนานาชาติระดับ Top-tier กว่า 20 แห่ง ประชากรมีรายได้สูงกว่า Bangkok CBD บางย่าน

 

จากศักยภาพจึงทรานส์ฟอร์มสู่ New Masterplanning ขยายเป็นโครงการมิกซ์ยูสยิ่งใหญ่ของย่านบนพื้นที่ 55 ไร่ โดยเฟสแรกจะโฟกัสในส่วนศูนย์การค้า เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า Upper Class มากขึ้น โดยจะเพิ่ม Accessible Luxury Brands และมี Upper Lifestyle Brands, Brand Anchors บนพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร และการปรับโฉมใหม่ทั้งหมดของธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัล โดยจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2569

 

ขณะที่ ‘เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า’ แลนด์มาร์กและเมืองหลวงของฝั่งธนบุรี และ Meeting Point ของฐานลูกค้ากลุ่มครอบครัวมีกำลังซื้อ นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลชั้นนำ ปัจจุบันใน Catchment Area มีประชากรหนาแน่นถึง 3,000,000 คน ราคาที่ดินเติบโตสูง และใกล้โครงข่าย Skytrain Major Interchange ที่ทำให้การเดินทางเชื่อมต่อไปย่านสำคัญอื่นๆ อย่างสีลม สาทร และเยาวราชได้ง่าย

 

การรีโนเวตจึงจะเพิ่ม Gastronomy Hub ครบที่สุดในย่านกรุงเทพฯ ตะวันตก ร้านอาหารกว่า 200 แบรนด์, Key Anchor ที่แข็งแรงหลายแบรนด์ ทั้ง Fashion & Sport พร้อมเพิ่ม Affordable Luxury Brands รวมถึงศูนย์กลางการเรียนรู้ และพัฒนา Multi-Intelligence Skills มากกว่า 50 สถาบันสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2568

 

ด้าน ‘เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ’ ถูก CPN มองว่า เป็นย่านที่เติบโตและเปลี่ยนผ่านจากย่านชานเมืองสู่ New CBD จำนวนประชากรเติบโตเทียบเท่าย่านพระราม 9 และเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูงกว่าย่านอื่นๆ ในนนทบุรี โดยเป็นครอบครัวกำลังซื้อสูง และหมู่บ้านชาวต่างชาติ Expat ที่มีจำนวนมาก โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โครงการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นกว่า 300% แวดล้อมด้วยออฟฟิศของภาครัฐและเอกชน ซึ่งคาดว่าในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะมีจำนวน Office Workers เพิ่มขึ้น 300,000 คน รวมถึงมี New Connectivity ของรถไฟฟ้าสายสีชมพู

 

จุดนี้เองทำให้มีทราฟฟิกดีทุกวันทั้งวันธรรมดาและวันหยุด จากกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ในวันธรรมดาจะมีกลุ่มพนักงานออฟฟิศจากบริษัทเอกชนและหน่วยงานรัฐ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ถือเป็น High Frequency Shoppers และในช่วงสุดสัปดาห์จะเป็น Quality Shoppers ทั้งกลุ่มครอบครัวและ Expat ซึ่งเป็น The 1 Exclusive หรือกลุ่ม Wealth กว่า 10,000 คน และมียอด Spending มากกว่าที่อื่นถึง 25 เท่า

 

การปรับปรุงจึงจะทำในส่วนของห้างเซ็นทรัลที่มีดีไซน์โมเดิร์น, Tops Food Hall กับสินค้าระดับท็อป และ Variety of Fashion Brand ตลอดจน New Anchor ต่างชาติที่มีแบรนด์ครบทุกไลฟ์สไตล์ ทั้ง Beauty, Food, Fresh Market และเปิด Bounce, HarbourLand, JOYLIDAY รวมพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ซึ่งเตรียมพบโฉมใหม่ในไตรมาส 2 ปี 2568

 

สุดท้าย ‘เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต’ โดยปักหมุดใจกลางเมือง ใกล้สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วด้วย Mega Projects ของภาครัฐ และแผนเตรียมรับนโยบายเมืองแห่ง Creative Economy Hub ปี 2571 อีกทั้งมี Emerging Demand เพิ่มขึ้นจาก Catchment Area ที่ขยายครอบคลุมประชากรกว่า 2,000,000 คนในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง โครงการที่อยู่อาศัยโตขึ้นกว่า 34% Luxury Hotels ที่เพิ่มมากขึ้น แวดล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติและมหาวิทยาลัย และมี Tourist Influx ล้นหลาม โตขึ้น 300% จากปี 2562

 

การรีโนเวตครั้งนี้ถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรอบหลายสิบปี โดยจะสร้างให้เป็น New Masterplanning กว่า 100 ไร่ ทั้งศูนย์การค้า, Convention Hall, Tourist Hub และ Multi-Generation Space รวมถึง Go Wholesale แห่งแรกในภาคเหนือที่เปิดให้บริการแล้ว ตลอดจนเติมเต็มแบรนด์ใหม่อีกมากกว่า 50% โดยจะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2569

 

ตัวเชียงใหม่ยังมีแผนทำโรงแรมและที่อยู่อาศัยด้วย เพราะยังมีพื้นที่เหลืออยู่ แต่ตอนนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาว่าจะทำออกมาในรูปแบบไหน

 

“เซ็นทรัล บางนา มีทราฟฟิกเฉลี่ย 50,000 คนต่อวัน, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า 70,000 คน, เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ 40,000 คน และ เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต 40,000 คน” ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer กล่าว “เราตั้งเป้าว่าหลังรีโนเวตจะทำให้ทราฟฟิกเพิ่มเฉลี่ย 20-30% โดยตอนนี้ลูกค้าใช้เวลาอยู่ในศูนย์การค้าเฉลี่ย 2.30 ชั่วโมง”

 

นอกจากการรีโนเวตแล้วยังมีอีก 1 โครงการใหม่คือ ‘เซ็นทรัล กระบี่’ โครงการมิกซ์ยูสบนพื้นที่ 114 ไร่ ประกอบด้วย ศูนย์การค้า (มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 47,500 ตารางเมตร) เตรียมเปิดให้บริการไตรมาส 3 ปี 2568 และในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาทั้งบ้านระดับพรีเมียม คอนโดมิเนียม และโรงแรม

 

เหตุผลที่เลือกกระบี่มาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ทั้งรายได้จากการท่องเที่ยวลำดับที่ 6 ของประเทศ และลำดับที่ 3 ของภาคใต้ มีการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวที่ชัดเจน ในปี 2566 ทำรายได้ 52,500 ล้านบาท และมีจำนวนนักท่องเที่ยวกลับมาแล้วกว่า 4,000,000 คน อีกทั้งมีแผนขยายสนามบินนานาชาติที่จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ 8,000,000 ล้านคนต่อปี

 

เป็นจังหวัดกำลังซื้อสูงมี GPP Per Capita ที่ 190,573 บาทต่อปี คิดเป็นอันดับที่ 4 ของภาคใต้ และการใช้จ่ายต่อครัวเรือนที่สูงติด Top 5 ของประเทศ รวมถึง High-Quality Catchment Area ประมาณ 480,000 คน จากในเมืองกระบี่ และผู้อยู่อาศัยในโครงการบ้านและคอนโดราคาสูงตั้งแต่ 2-10 ล้านบาท ที่มีรวมกว่า 1,000 ยูนิตด้วยกัน

 

The post ชาวบางนา, ปิ่นเกล้า, แจ้งวัฒนะ และเชียงใหม่ เตรียมตัว! CPN เทงบหมื่นล้านยกเครื่องศูนย์การค้าครั้งใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>