เซีย จำปาทอง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เซีย-จำปาทอง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 22 Jan 2026 08:04:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เลือกตั้ง 2569 : รักชนกชี้ ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเหมือน “รัฐประหาร” ดึงบอร์ดเดิมกลับมาแสวงหาผลประโยชน์อีก https://thestandard.co/rakchanok-sso-board-election-coup/ Thu, 22 Jan 2026 08:04:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1168177

วันนี้ (22 มกราคม) พรรคประชาชน นำโดย รักชนก ศรีนอก และ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : รักชนกชี้ ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเหมือน “รัฐประหาร” ดึงบอร์ดเดิมกลับมาแสวงหาผลประโยชน์อีก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 มกราคม) พรรคประชาชน นำโดย รักชนก ศรีนอก และ เซีย จำปาทอง ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย ปารเมศ วิทยากรักสรรค์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 1 พรรคประชาชน ร่วมเดินสายรณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมโหวตไม่เห็นด้วยในการประชาพิจารณ์ของสำนักงานประกันสังคม กรณีการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่มองว่า มีสาระสำคัญเป็นการเปลี่ยนสัดส่วนคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ

 

คณะฯ เริ่มต้นกิจกรรมรณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้าบางหว้า ก่อนขึ้นขบวนรถ พร้อมชูป้ายรณรงค์และแจกแผ่นพับให้กับประชาชนที่สัญจรไปมา ก่อนที่จะลงจากขบวนรถที่สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง พร้อมกับเดินรณรงค์จากสถานีรถไฟฟ้าไปจนถึงซอยละลายทรัพย์

 

รักชนกเผยว่า การคว่ำร่างระเบียบเลือกตั้งใหม่นี้สำคัญมาก สาระสำคัญคือการรัฐประหารบอร์ดประกันสังคมผ่านระเบียบเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะบอกว่าถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายทุกประการก็ได้ แต่สาระสำคัญคือคนที่เคยอยู่ในบอร์ด ทำมาหากินในประกันสังคมมาอย่างยาวนาน วันหนึ่งเมื่อเลือกตั้งแล้วแพ้ ไม่สามารถที่จะกลับมาเข้าสู่บอร์ดประกันสังคมได้ จึงพยายามทำทุกวิถีทาง ตั้งแต่พยายามล้มการเลือกตั้ง เมื่อไม่สำเร็จก็พยายามเปลี่ยนเป็นแบบเลือก สว. พอถูกต่อต้านก็เปลี่ยนมาเป็นแบบ 1 เลือก 1 ซึ่งสาระสำคัญคือการทำลายความเป็นเอกภาพของผู้ประกันตน จาก 1 ใน 3 เหลือ 1 ใน 21

 

“ถ้าระเบียบเลือกตั้งนี้ผ่าน คนที่จะได้กลับเข้าไปจะเป็นคนเดิมๆ ที่เคยเวียนว่ายตายเกิดในบอร์ดประกันสังคม ดิฉันรับรองได้เลยว่าไม่เกิน 2 ปี จะเข็นออกมาอีก 4-5 ตึกแน่นอน ได้กลับมาทำปฏิทินประกันสังคมแบบเดิม ได้เป็นเจ้าของโรงอาหารครบทุกกระทรวงแน่นอน” รักชนกกล่าว

 

รักชนกกล่าวต่อไปว่า สำหรับคนที่อยู่ในบอร์ดประกันสังคมมาหลายสิบปี ออกมาแสดงความกังวลกับการที่ตนเปิดเผยรายชื่อ ขอถามว่าจะอายทำไม ถ้าทำประโยชน์ให้ผู้ประกันตนและนายจ้าง ถ้าทำประโยชน์ก็ไม่ต้องอาย ออกมาโฆษณาเลยว่าวันที่มีการผลักดันซื้อตึกสกายไนน์ พวกตัวเองได้ทำอะไรบ้างเพื่อขัดขวางกระบวนการซื้อตึก เอาบันทึกการประชุมออกมาบอกเลยว่าพวกตัวเองนี่แหละที่เป็นคนขวางตึกสกายไนน์ ทุกการกระทำถูกบันทึกเอาไว้ในบันทึกการประชุมหมด

 

นอกจากนี้ ยังมีความพยายามบอกว่าอย่าเอาการเมืองมายุ่งกับบอร์ดประกันสังคม แต่ขอถามกลับว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานทุกยุคทุกสมัยก็มาจากพรรคการเมืองหมดไม่ใช่หรือ พรรคการเมืองแต่งตั้งรัฐมนตรีไปนั่ง แล้วรัฐมนตรีสามารถควบคุมเสียงบอร์ดได้ 1 ใน 3 แถมยังแต่งตั้งที่ปรึกษาได้อีก 7 คน ทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมาตลอด 30 ปีตั้งแต่มีประกันสังคมคือการเมืองทั้งนั้น

 

“คนที่พูดว่าอย่าเอาการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับประกันสังคม เอาตรรกะอะไรมาใช้ ในเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงก็มาจากพรรคการเมือง และที่สำคัญมันก็ไม่ใช่กลุ่มองค์กรการเมืองหรือที่เข้าไปนั่งในบอร์ดประกันสังคม แล้วผลักดันตึกสกายไนน์ ปฏิทิน และโครงการแปลกประหลาดออกมา สิ่งนี้ไม่ใช่การเมืองหรือ” รักชนกกล่าว

 

รักชนกยังกล่าวต่อไปว่าสิ่งที่พรรคประชาชนพยายามทำคือการเติมน้ำใสเข้าไปไล่น้ำเสีย แต่จะเติมไม่สำเร็จถ้าประชาชนและผู้ประกันตนไม่ตื่นตัว ตลอดการทำงาน 2 ปีของพรรคประชาชนที่ผ่านมา ทุกคนคงเห็นแล้วว่ามีตั้งแต่การจัดกิจกรรมแฮ็กงบประมาณประกันสังคม พยายามที่จะเปิดเผยในสิ่งที่ผู้ประกันตนควรรู้มาตลอด ไม่ใช่อยากให้ยกเลิกประกันสังคม ตนยืนยันว่าอยากให้ทุกคนส่งประกันสังคม เพราะนี่คือประกันที่คุ้มที่สุดที่จะมีได้ เป็นหลังพิงสุดท้ายในวันที่เจ็บป่วย ประสบอุบัติเหตุ มีลูก หรือต้องหยุดงาน นี่จะเป็นหลังพิงสุดท้ายในวันที่ท่านทำงานไม่ไหวแล้ว

 

รักชนกกล่าวต่อไปว่าไม่ว่าทุกคนจะเลือกพรรคประชาชนหรือไม่ นี่คือเงินที่ทุกคนต้องจ่ายทุกเดือน เวลาเห็นบิลใบเสร็จเงินเดือนตัดไป 750-875 บาท ทุกคนหวังว่านี่จะเป็นหลังพิงสุดท้ายในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่เงยหน้าขึ้นมาเจอตึกสกายไนน์ เจอปฏิทิน เจอโรงอาหารที่กระทรวงแรงงาน เจอเว็บแอป 850 ล้านบาท ที่ทุกวันนี้ใช้งานไม่ได้ โอนเงินให้คนว่างงานไม่ได้

 

สุกท้ายตนขอฝากไปถึง ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าสูตร CARE ทำไมถึงไม่เอาเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเสียที มีคนที่รอใช้เงินอยู่ และฝากไปถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรื่องตึก SKYY9 ข้อเท็จจริงชัดเจนจนทิ่มตาจะบอด ทั้งประเทศรู้หมดแล้วว่ามีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เมื่อไหร่จะตั้งคณะกรรมการสอบแล้วลากคอคนผิดมาลงโทษ หรือตอนนี้จะรวมกันหมดแล้ว หรือกลัวว่าถ้ารื้อไปแล้วจะเจอคนรู้จักหรือไม่

 

“ในรัฐบาลพรรคประชาชนจะไม่มีใครสามารถเป็นเห็บหมัดกัดกินสำนักงานประกันสังคมได้อีก ถ้าพรรคประชาชนได้เข้าไปบริหาร สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนต้องได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ผลตอบแทนการลงทุนจะต้องได้มากกว่า 10 ปีเฉลี่ยที่ผ่านมา การเอาประกันสังคมออกนอกระบบราชการพรรคประชาชนทำแน่ รวมทั้งการปราบปรามการทุจริตและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น และสิ่งที่ทำไปแล้วอย่าหวังว่าในอนาคตจะรอด สิบปีที่ผ่านมาลอยหน้าลอยตาอยู่ไม่มีใครจับได้ แต่ในรัฐบาลพรรคประชาชน ถ้ามีรัฐมนตรีที่มาจากพรรคประชาชน อย่าหวังว่าจะเสวยสุขอยู่ต่อไปได้ง่ายๆ อีก” รักชนกกล่าว

 

รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 1รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 2รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 3รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 4รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 5รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 6รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 7รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 8รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 9รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 10รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 11รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 12รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 13รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 14รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 15รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 16รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 17รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 18รักชนก ศรีนอก และทีมงานพรรคประชาชน รณรงค์ที่สถานีรถไฟฟ้า 19

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

 

The post เลือกตั้ง 2569 : รักชนกชี้ ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเหมือน “รัฐประหาร” ดึงบอร์ดเดิมกลับมาแสวงหาผลประโยชน์อีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฝ่ายค้านตั้งคำถามนโยบายแรงงานวันแรก ‘ผิดหวัง–ไม่ชัด–ไม่ตรงจุด’ เซีย ชี้ พงศ์กวินต้องทำตามสัญญาหาเสียง https://thestandard.co/labor-policy-critique/ Sat, 05 Jul 2025 06:36:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1093217 labor-policy-critique

วันนี้ (5 กรกฎาคม) เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส […]

The post ฝ่ายค้านตั้งคำถามนโยบายแรงงานวันแรก ‘ผิดหวัง–ไม่ชัด–ไม่ตรงจุด’ เซีย ชี้ พงศ์กวินต้องทำตามสัญญาหาเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
labor-policy-critique

วันนี้ (5 กรกฎาคม) เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นถึงนโยบายแรงงาน 5 ข้อ ที่ พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ แถลงในวันแรกของการเข้าทำงาน 

 

โดย เซีย แสดงความผิดหวังที่นโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทยหลายอย่างไม่ถูกกล่าวถึง รวมถึงไม่มีไทม์ไลน์ที่ชัดเจนในการปรับค่าจ้างตามสัญญาหาเสียง

 

สำหรับนโยบายแรก ‘AI เพื่อยกระดับแรงงานไทย’ เซียระบุว่าจะติดตามว่าแนวทางการพัฒนาหลักสูตร AI ให้สอดคล้องกับภาคการผลิตและบริการจะมีรูปธรรมอย่างไร เนื่องจากเมื่อพิจารณารายละเอียดงบประมาณรายจ่ายปี 2569 แทบไม่พบโครงการอบรมใหม่ๆ จึงตั้งข้อสังเกตว่ารัฐมนตรีจะปรับรูปแบบการพัฒนาฝีมือแรงงานอย่างไร

 

ในประเด็น ‘การคุ้มครองแรงงานอย่างเท่าเทียม’ ที่รัฐมนตรีกล่าวว่าจะผลักดันกฎหมายคุ้มครองแรงงานใหม่ให้ครอบคลุมคนทำงานนอกระบบกว่า 21 ล้านคน เซียตั้งข้อสังเกตว่า ต้องจับตาดูว่าพรรคเพื่อไทยจะลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่พรรคประชาชนเสนอเข้าสภาแล้วหรือไม่ ซึ่งร่างดังกล่าวขยายความคุ้มครองถึงคนทำงานนอกระบบและการจ้างงานรูปแบบใหม่ เช่น ไรเดอร์และไลน์แมน

 

นอกจากนี้ เซียยังกล่าวถึงปัญหาการคุ้มครองแรงงานที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2562 ที่มีแรงงานกว่า 43,000 คนถูกเลิกจ้างแต่นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย และรัฐบาลที่ผ่านมาไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ แต่รัฐมนตรีพงศ์กวินไม่ได้กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหานี้

 

สำหรับนโยบายที่สาม ‘Learn to Earn’ ที่รัฐมนตรีจะสนับสนุนให้เยาวชนหารายได้เสริมระหว่างเรียน เซียเห็นว่าการแถลงยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม และจะติดตามการดำเนินงานต่อไป

 

ในส่วนของนโยบายที่สี่ ‘สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจด้วยการยกระดับรายได้ให้แก่แรงงานไทย’ ที่รัฐมนตรีมอบหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งยกระดับรายได้ของผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่ยังได้รับค่าจ้างไม่ถึง 400 บาทต่อวัน ซึ่งมีประมาณ 1.8 ล้านคน โดยระยะแรกจะฝึกอบรมพัฒนาทักษะ รวมถึงพัฒนากลไกค่าจ้างขั้นต่ำและโครงสร้างค่าจ้างให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว

 

เซียไม่เห็นด้วยกับตัวเลข 1.8 ล้านคน และแนะนำให้รัฐมนตรีลงพื้นที่หาข้อมูลด้วยตนเอง ไม่ใช่รับฟังจากข้าราชการเพียงอย่างเดียว เพราะอาจนำไปสู่นโยบายที่ไม่ตรงจุด นอกจากนี้ การที่รัฐบาลเพื่อไทยปรับขึ้นค่าแรงเพียงบางกิจการหรือบางพื้นที่ และ ไม่มีไทม์ไลน์ที่ชัดเจนสำหรับการปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 600 บาทต่อวันในปี 2570 ทำให้แรงงานสูญเสียความเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะทำได้จริง

 

สุดท้ายคือ นโยบาย ‘การจัดระเบียบคนทำงานต่างด้าวที่ทำงานในประเทศไทยอย่างเร่งด่วน’ เซียเห็นว่ารัฐมนตรีเข้าใจบทบาทสำคัญของแรงงานข้ามชาติในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย และจะติดตามว่าการเปิดลงทะเบียนแบบศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) รัฐมนตรีจะเอาจริงเอาจังไม่ปล่อยให้มีการเรียกรับผลประโยชน์เหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ โดยยกตัวอย่างกรณีตำรวจสอบสวนกลางเพิ่งรวบข้าราชการมหาดไทยที่กินหัวคิวบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) ซึ่งเรียกเก็บเกินค่าธรรมเนียมจริง

 

เซีย สรุปว่า วันนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าพรรคเพื่อไทยเลือกพงศ์กวินมาดำรงตำแหน่งด้วยเหตุผลใด แต่สิ่งที่พูดได้จากการแถลงนโยบายวันแรกคือ ความผิดหวังที่นโยบายหาเสียงหลายอย่างของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ถูกกล่าวถึง จึงขอฝากถึงรัฐมนตรีคนใหม่ให้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ พร้อมย้ำว่าจะติดตามอย่างใกล้ชิดว่าเมื่อร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานทุกฉบับของพรรคประชาชนเข้าสู่การพิจารณาในสภา จะได้รับการสนับสนุนจากรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยหรือไม่

The post ฝ่ายค้านตั้งคำถามนโยบายแรงงานวันแรก ‘ผิดหวัง–ไม่ชัด–ไม่ตรงจุด’ เซีย ชี้ พงศ์กวินต้องทำตามสัญญาหาเสียง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภณัฐ-สส. ปชน. รวมตัวหมอชิต 2 สร้างความเข้าใจกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ก่อนส่งประชาชนกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์ https://thestandard.co/labour-law-awareness-songkran/ Fri, 11 Apr 2025 12:27:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1063569 labour-law-awareness-songkran

วันนี้ (11 เมษายน) เวลา 16.00 น. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร […]

The post ศุภณัฐ-สส. ปชน. รวมตัวหมอชิต 2 สร้างความเข้าใจกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ก่อนส่งประชาชนกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
labour-law-awareness-songkran

วันนี้ (11 เมษายน) เวลา 16.00 น. ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือ หมอชิต 2 วันนี้ถือเป็นวันแรกก่อนจะเข้าสู่วันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ เซีย จำปาทอง สส. บัญชีรายชื่อ, ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กทม., ภัสริน รามวงศ์ สส. กทม. จากพรรคประชาชน ร่วมส่งประชาชนกลับภูมิลำเนา พร้อมทั้งแจกเอกสารและรณรงค์สร้างความเข้าใจต่อร่างแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่เสนอโดยพรรคประชาชน เช่น สิทธิ์การทำงาน 5 วัน หยุด 2 วัน เป็นต้น

 

สำหรับบรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) นั้น มีประชาชนจำนวนมากตลอดทั้งวัน ก่อนหน้านี้ สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (หมอชิต 2) โดยขณะนี้หมอชิต 2 พร้อมให้บริการ 100% มีการปรับปรุงพื้นที่จำหน่ายตั๋ว เพิ่มความเป็นระเบียบ ทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ลิฟต์ ห้องน้ำ เก้าอี้พักคอย และจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะต่างๆ ทั้ง ขสมก., MRT, รถไฟสายสีแดง และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ทำให้การเดินทางสะดวกและไร้รอยต่อ 

 

ทั้งนี้ คาดว่าตั้งแต่วันที่ 9-12 เมษายนนี้ จะมีผู้โดยสารเดินทางเฉลี่ยวันละ 120,000-130,000 คน โดยได้สั่งการให้ บขส. จัดรถโดยสารเพียงพอ ตรวจสอบความพร้อมของรถและพนักงานอย่างเข้มงวด พร้อมให้คนขับพักผ่อนอย่างเพียงพอ และไม่ทำงานเกินชั่วโมงที่กฎหมายกำหนด

 

ศุภณัฐ-สส. ปชน. รวมตัวหมอชิต 2 ศุภณัฐ-สส. ปชน. รวมตัวหมอชิต 2 ศุภณัฐ-สส. ปชน. รวมตัวหมอชิต 2 ศุภณัฐ-สส. ปชน. รวมตัวหมอชิต 2

The post ศุภณัฐ-สส. ปชน. รวมตัวหมอชิต 2 สร้างความเข้าใจกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ก่อนส่งประชาชนกลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ยืนยันไม่ได้แทรกแซงขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท รัฐบาลไม่นิ่งเฉยขึ้นค่าแรง SMEs https://thestandard.co/minimum-wage-increase-400-baht-smes-policy/ Thu, 26 Sep 2024 06:12:33 +0000 https://thestandard.co/?p=988278 ค่าแรงขั้นต่ำ

วันนี้ (26 กันยายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 2 […]

The post พิพัฒน์ยืนยันไม่ได้แทรกแซงขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท รัฐบาลไม่นิ่งเฉยขึ้นค่าแรง SMEs appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าแรงขั้นต่ำ

วันนี้ (26 กันยายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 27 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) ที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เซีย จำปาทอง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งคำถามถึงความจริงใจในการขึ้นค่าแรง 400 บาทในวันที่ 1 ตุลาคม โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ตอบ

  

พิพัฒน์ชี้แจงว่า ตนเองมีความตั้งใจตามเจตนารมณ์มาตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี และไม่ได้มีนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ แต่ตนเองยังมั่นใจและพร้อมที่จะเดินหน้านโยบายดังกล่าวต่อไป

 

พิพัฒน์ยังชี้แจงถึงกรณีที่ไม่สามารถประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดไตรภาคี) ชุดที่ 22 พิจารณาปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำได้นั้น ครั้งแรกคือเมื่อวันที่ 16 กันยายน ฝ่ายนายจ้างไม่เข้าประชุม เนื่องจากการจะประชุมไตรภาคีต้องประกอบด้วยฝ่ายนายจ้าง 5 คน ฝ่ายลูกจ้าง 5 คน และฝ่ายรัฐอีก 5 คน หากขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปก็ไม่สามารถเปิดประชุมและลงมติได้

 

ส่วนการประชุมครั้งที่ 2 ในวันที่ 20 กันยายน พิพัฒน์ไม่ได้ปฏิเสธว่าเป็นเทคนิคทางการเมือง เนื่องจากในวันดังกล่าวฝ่ายนายจ้างมาครบ 5 คน ส่วนฝ่ายลูกจ้างขาดประชุม 2 คน และตัวแทนของธนาคารแห่งประเทศไทย 1 คน ขณะเดียวกันอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่งเป็นตัวแทนของกระทรวงแรงงานก็ขาดประชุมด้วย หากมีการประชุมก็เชื่อว่าไม่สามารถโหวตได้ รวมถึงหากมีประชุมโดยขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะสร้างความเสียหายได้ แต่ขอยืนยันว่าตนเองไม่สามารถแทรกแซงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ได้

 

เซียถามต่อว่า รัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ว่าปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ถือว่าเป็นการแทรกแซงหรือไม่ นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ว่า จะปรับขึ้นค่าแรงเฉพาะผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป ทั้งนี้ในการปรับค่าแรงขั้นต่ำเมื่อเดือนเมษายนมีการปรับเฉพาะบางเขต โดยแต่ละเขตก็มีค่าแรงขั้นต่ำไม่เท่ากัน เป็นแนวคิดที่ไม่ได้สร้างความเสมอภาคให้แก่ประชาชนผู้ใช้แรงงาน มีค่าอาหาร ค่าครองชีพ ให้มีค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทให้ครบทุกพื้นที่

 

พิพัฒน์ชี้แจงว่า การให้สัมภาษณ์สื่อถือเป็นการให้นโยบายแก่ปลัดกระทรวงแรงงานในการที่จะนำเรื่องไปหารือในบอร์ดไตรภาคี หากตนเองแทรกแซงคงพูดก่อนการประชุมไปแล้ว สำหรับหลักเกณฑ์การขึ้นค่าแรงเฉพาะผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 200 คนขึ้นไป โดยไม่คำนึงถึงผู้ประกอบการขนาดเล็กนั้น เนื่องจากตนเองทราบถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ

 

ส่วนผู้ประกอบการขนาดเล็กที่มีลูกจ้างจำนวนต่ำกว่า 200 คนนั้น ครองตลาดแรงงานถึง 90% แทบจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากการต่อสู้ทางการค้าที่รุนแรง กระทรวงการคลังและกระทรวงแรงงานจะหาแนวทางในการช่วยกู้สถานะทางการเงินให้มีความแข็งแรง เพื่อรองรับการปรับค่าแรงในครั้งต่อๆ ไป โดยมองว่าหากประกาศขึ้นค่าแรง 400 บาทในเวลานี้ จะทำให้มีผู้ใช้แรงงานอีกหลายแสนชีวิตไม่มีงานทำ ซึ่งตนเองไม่พร้อมที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องดังกล่าว ทุกคนที่อยู่ในภาคแรงงานนั้นทราบดีว่าจุดที่เหมาะสมที่สุดอยู่ในจุดใด แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่มีนโยบายขึ้นค่าแรงสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กในปีนี้ โดยช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงปี 2568 จะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามข้อมูลที่อนุกรรมการไตรภาคีในแต่ละจังหวัดได้ส่งข้อมูลมา

 

เซียถามต่อว่า รัฐบาลมีแนวคิดที่จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ถึง 600 บาท ผ่านกลไกของการประชุมไตรภาคีในปี 2570 จึงอยากให้รัฐแจกแจงไทม์ไลน์การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ทราบได้หรือไม่ว่าแต่ละช่วงจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างไร

 

พิพัฒน์กล่าวว่า ณ วันนี้ ตนเองมีความมุ่งมั่นโดยก้าวแรกให้จบที่ 400 บาทเสียก่อน เมื่อสามารถประกาศค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทได้ ส่วนจะแจกแจงไทม์ไลน์ในการประกาศขึ้นค่าแรงอีกเมื่อไรนั้น หากตนเองจะชี้แจงไทม์ไลน์โดยไม่ดูสถานะของผู้ประกอบการหรือสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เมื่อประกาศออกไปก็เป็นเพียงลมปาก แต่หากจะทำให้สำเร็จอาจไม่ถึง 600 บาท แต่ขอให้มีความก้าวหน้าในการขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่แรงงานทุกคนต้องอยู่ให้ได้

The post พิพัฒน์ยืนยันไม่ได้แทรกแซงขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท รัฐบาลไม่นิ่งเฉยขึ้นค่าแรง SMEs appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซียและสหัสวัตรุมอภิปรายนโยบายแรงงาน ถามรัฐบาลบริหารอย่างไรให้โรงงานทยอยปิด https://thestandard.co/labor-policy-debate-factory-closures/ Fri, 13 Sep 2024 06:20:47 +0000 https://thestandard.co/?p=983142 แรงงาน

วันนี้ (13 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที […]

The post เซียและสหัสวัตรุมอภิปรายนโยบายแรงงาน ถามรัฐบาลบริหารอย่างไรให้โรงงานทยอยปิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงงาน

วันนี้ (13 กันยายน) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1 วาระคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เซีย จำปาทอง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในสัดส่วน แรงงาน อภิปรายว่า รู้สึกผิดหวังที่ยังคงไม่มีเรื่องแรงงานอยู่ใน 10 นโยบายเร่งด่วนของท่าน ทั้งที่ก่อนหน้านี้นโยบายด้านแรงงานเป็นหนึ่งในนโยบายเรือธง

 

“นอกจากเรื่องเงินดิจิทัล 10,000 บาทแล้ว ผมก็ยังไม่เห็นรัฐบาลพยายามจะทำอะไรตามที่ได้สัญญาไว้ ไม่รู้ว่าท่านลืม แกล้งลืม หรือเป็นเพราะพวกท่านเกรงใจกลุ่มนายทุน ขุนศึก หรือเจ้าสัวผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายกันแน่” เซียกล่าว

 

เซียยังตั้งคำถามด้วยว่า เหตุที่ไม่เลือกกระทรวงแรงงานไว้ในการกำกับดูแลของพรรคเพื่อไทย เพราะไม่สามารถทำตามนโยบายที่ท่านเคยหาเสียงไว้ได้ใช่หรือไม่ หรือเป็นเพราะคนมีอำนาจยิ่งใหญ่จากสวรรค์ชั้นไหนมาสั่ง หน้าตาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงออกมาเป็นเช่นนี้ แบบนี้มีแต่เจ็บ เจ๊า เจ๊ง 

 

เซียกล่าวต่อไปว่า แม้ในคำแถลงนโยบายรอบนี้จะไม่มีนโยบายเรือธงอย่างค่าจ้างขั้นต่ำ 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่าคือ หลังจาก 1 ปีเมื่อพรรคเพื่อไทยมาบริหารประเทศ หรือตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 จนถึงกรกฎาคม 2567 มีโรงงานปิดไปแล้ว 1,519 แห่ง หรือปิดตัวเพิ่มขึ้นกว่า 51.60% และมีแรงงานถูกเลิกจ้างจากการปิดโรงงานไปทั้งสิ้น 41,103 คน หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้ถึง 54.34%

 

“รัฐบาลแบบไหนกันที่หาเสียงและมีนโยบายว่าจะสร้างงานเพิ่มขึ้น แต่บริหารงานจนมีโรงงานปิดตัวลงมากมาย มีคนงานถูกเลิกจ้างเพิ่มสูงขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็คือ แรงงานที่ถูกเลิกจ้างมักจะถูกเอารัดเอาเปรียบ เงินชดเชยไม่เคยได้รับตามกฎหมาย” เซียระบุ 

 

เซียยังกล่าวถึงกรณีล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็งประกาศปิดตัวและนายจ้างก็ไม่จ่ายเงินค่าชดเชย เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ ทำให้พวกนายจ้างไม่ได้เกรงกลัวกฎหมาย เหตุการณ์เช่นนี้จึงเกิดซ้ำๆ และยังมีความล้มเหลวในการคุ้มครองแรงงานอีกมากในช่วงที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชื่อ พิพัฒน์ รัชกิจประการ

 

เซียเสนอว่าแนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากคือ ต้องยกเลิกการจ้างงานแบบเหมาช่วง และเพิ่มอำนาจต่อรองให้กับแรงงาน เช่นเดียวกับที่พรรคเพื่อไทยเคยให้คำมั่นสัญญาไว้ว่าจะส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว ก่อตั้งสหภาพแรงงานหรือองค์กรของคนทำงาน คำพูดสวยหรู ดูดี แต่ไม่ทำ 

 

นโยบายแรงงานทำได้จริงหรือ

 

ขณะที่ สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า นโยบายที่ทางรัฐบาลเสนอมานี้มีเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ และการพัฒนาทักษะแบบ Lifelong learning ซึ่งรวมถึงโครงการ OFOS (One Family One Soft Power) ด้วย ส่วนนโยบายอื่นๆ ที่เคยหาเสียงหรือพูดไว้ก็หายไป เช่น ค่าแรง 600 บาท หรือเพิ่มวันลาคลอด

 

“การจัดทำนโยบายเช่นนี้อาจแสดงถึงความคิดใหญ่ พอผมอ่านแล้ว ผมได้แต่คิดว่าคิดใหญ่ทำอะไรอะ” สหัสวัตกล่าว

 

สหัสวัตชี้ว่า แผนพัฒนาฝีมือแรงงานที่รัฐบาลจะเน้นอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น อุตสาหกรรม EV, อุตสาหกรรม Semiconductor และอุตสาหกรรม Soft Power แต่ที่พูดกว้างๆ เรื่องวัฒนธรรมยังไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักว่าจะเน้นด้านใด จึงขาดแผนที่ชัดเจนตามเป้าหมายใหญ่โตที่รัฐบาลพูด 

 

นอกจากนี้รัฐบาลก็เคยบอกว่าจะพัฒนาแรงงานด้าน EV โดยการ Reskill แรงงานที่เคยอยู่ในภาคยานยนต์สันดาป เข้ามาสู่ EV ปัจจุบันเรามีแรงงานในภาคยานยนต์อยู่ประมาณ 660,000 คน ถ้าดึงมาประมาณ 1 ใน 4 ก็จะได้ 150,000 คนแล้ว คำถามคือทำได้ง่ายๆ อย่างนั้นจริงหรือ? 

 

“จากนโยบายที่ท่านเคยเสนอคือ รัฐบาลตั้งเป้าว่าภายใน 5 ปีจะผลิตกำลังคนป้อนอุตสาหกรรม EV ให้ได้ 150,000 คน แต่ถ้าเราไปดูในงบประมาณปี 2568 ที่เพิ่งผ่านไปจะเห็นว่าตั้งเป้าพัฒนากำลังคนเข้าสู่อุตสาหกรรม EV แค่ปีละ 2,000 คน ถ้าทำแบบนี้ 5 ปีก็จะได้ 10,000 คน แล้วแบบนี้เมื่อไรจะถึง 150,000 คน”

 

ส่วนอุตสาหกรรมชิปและ Semiconductor แต่การตั้งเป้าให้เราอยู่ในอุตสาหกรรมกลางน้ำแบบนี้ ทำให้ประเทศและแรงงานของไทยวนอยู่ในกับดักที่เราเป็นมาตลอด คือเป็นบริษัท OEM ของโลกคือ เป็นโรงงานรับผลิต ไม่ได้เป็นผู้นำเทคโนโลยีการผลิตในด้านใดอย่างจริงจัง และต้องมาแข่งกันเรื่องค่าแรงถูกกับประเทศเพื่อนบ้าน แข่งกันเรื่องให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ 

 

“ถึงเวลาหรือยังที่เราจะพัฒนาฝีมือแรงงานและผู้ประกอบการของเราให้อยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็นผู้คุมตลาด” สหัสวัตระบุ

 

สำหรับโครงการ OFOS ที่ตั้งเป้าว่าจะเป็นการสร้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง สหัสวัตตั้งคำถามว่า จะหามาจากไหนบ้าง เพราะแรงงานที่อยู่ในภาคบริการ ศิลปะ-บันเทิง และนันทนาการ รวมแล้วประมาณ 3.5 ล้านคนเท่านั้น ส่วนที่จะดึงมาจากแรงงานอิสระ แต่รัฐบาลมีข้อมูลหรือสถิติไหมว่าแรงงานอิสระนั้นเป็นใครกันบ้าง 

 

“การจะฝึกทักษะคนให้ข้ามอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย และโปรแกรมของรัฐบาลก็จำกัดมาก ที่มีเสนอมาในงบประมาณมีเพียงเชฟ, มวยไทย, นวดไทย และสปาไทย เท่านั้นเอง ท่านจะให้พี่น้องที่ขับรถส่งของไปฝึกมวยไทยกันหมดหรือ แล้วอุตสาหกรรมเหล่านี้จะจ้างแรงงาน 20 ล้านคนแบบที่ท่านหวังได้จริงหรือ” สหัสวัตกล่าว

The post เซียและสหัสวัตรุมอภิปรายนโยบายแรงงาน ถามรัฐบาลบริหารอย่างไรให้โรงงานทยอยปิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดสาเหตุสภาคว่ำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานจากก้าวไกล ฉบับขึ้นค่าแรงทุกปี ลดชั่วโมงทำงาน https://thestandard.co/house-overturns-labor-protection-law/ Thu, 07 Mar 2024 08:27:06 +0000 https://thestandard.co/?p=908104

วานนี้ (6 มีนาคม) สภาผู้แทนราษฎรใช้เวลาเกือบ 9 ชั่วโมงใ […]

The post เปิดสาเหตุสภาคว่ำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานจากก้าวไกล ฉบับขึ้นค่าแรงทุกปี ลดชั่วโมงทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (6 มีนาคม) สภาผู้แทนราษฎรใช้เวลาเกือบ 9 ชั่วโมงในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ .. พ.ศ. …. จำนวน 3 ฉบับ จาก 3 ผู้เสนอ 2 พรรคการเมือง 

 

ในที่สุดสภาก็ลงมติคว่ำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เสนอโดย เซีย จำปาทอง จากพรรคก้าวไกล และรับหลักการร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2 ฉบับ คือ ฉบับพรรคก้าวไกลที่เสนอโดย วรรณวิภา ไม้สน ซึ่งมีสาระสำคัญคือการเพิ่มสิทธิวันลาคลอดเป็น 180 วัน และฉบับของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเสนอโดย วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ที่เปิดโอกาสให้แบ่งสิทธิวันลาคลอดให้คู่สมรสได้ตามสัญญาจ้าง แต่ยังคงจำนวนวันลาเท่าเดิมคือ 98 วัน

 

โดยร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฉบับแรกเสนอโดย เซีย จำปาทอง สส. บัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกล อดีตผู้ใช้แรงงาน และอดีตประธานสหภาพแรงงานกิจการปั่น-ทอแห่งประเทศไทย (พิพัฒนสัมพันธ์) ซึ่งมีสาระสำคัญในการเพิ่มสิทธิและสวัสดิภาพของผู้ใช้แรงงานในหลายประเด็น 

 

และอีกหนึ่งร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานโดยพรรคก้าวไกล ซึ่งเสนอโดย วรรณวิภา ไม้สน สส. บัญชีรายชื่อ ซึ่งเป็นปีกแรงงานของพรรค สาระสำคัญคือการให้ลาคลอดได้ 180 วัน โดยแบ่งกับคู่สมรสได้ 90 วัน

 

ขณะที่พรรคภูมิใจไทยก็เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานเช่นเดียวกัน โดย วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส. สตูล ซึ่งลุกขึ้นเสนอหลักการต่อที่ประชุม สาระสำคัญคือการให้กฎหมายคุ้มครองแรงงานครอบคลุมไปถึงคนงานภาครัฐที่จ้างเหมาบริการโดยให้สิทธิไม่น้อยกว่ากฎหมายแรงงาน รวมถึงขยายสิทธิวันลาคลอดให้สามารถแบ่งคู่สมรสได้ตามสัญญาจ้าง แต่ยังคงวันลาเท่าเดิมคือ 98 วัน

 

เซีย จำปาทอง เสนอกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ‘ต้องไม่มีคนทำงานหนักแต่จนลง’ 

 

เซีย จำปาทอง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ใช้เวลา 25 นาทีอธิบายหลักการของร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานของตนเองที่เสนอต่อสภา โดยเขาเรียกร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า ‘กฎหมายเปลี่ยนชีวิตคนทำงาน’ ซึ่งเขาอธิบายเพิ่มเติมว่า คือการทำงาน พักผ่อน และใช้ชีวิตของแรงงาน

 

เซียกล่าวถึงค่าจ้างขั้นต่ำในทุกจังหวัดของประเทศไทยขณะนี้ ยังไม่มีจังหวัดใดแตะ 400 บาท ซึ่งไม่พอกับการดำรงชีวิต พร้อมระบุว่า หากมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราแบบที่ผ่านมาคือระดับ 2-16 บาท ต้องปรับอีกอย่างน้อย 24 ครั้ง หรือราวปีละ 8 ครั้ง ถึงจะแตะ 600 บาทในปี 2570 ตามที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้

 

“เพราะค่าจ้างที่ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงทำให้แรงงานต้องทำงานอย่างหนัก” เซียกล่าว พร้อมกล่าวต่อว่า ปัจจุบันแรงงานหากทำงานในบริษัทใดแล้วไม่มี OT หรือค่าล่วงเวลา เขาจะลาออกไปหางานใหม่ที่มี OT เพราะปัจจุบันเพียงแค่ค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ต้องหาเงินให้ได้มากพอมาใช้จ่ายในครอบครัว

 

สำหรับประเด็นสำคัญในร่างกฎหมายฉบับนี้ เช่น

 

  • การปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทุกปี
  • ขยายความคุ้มครองไปถึงฟรีแลนซ์ ไรเดอร์ และลูกจ้างภาครัฐ
  • เปลี่ยนการจ้างงานแบบรายวันเป็นรายเดือน
  • กำหนดชั่วโมงการทำงานเป็น 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และวันหยุดสัปดาห์ละ 2 วัน
  • ลาพักร้อนได้ 10 วันต่อปี สะสมวันลาได้ไม่เกิน 1 ปี
  • ห้ามเลือกปฏิบัติไม่ว่ากรณีใด ทั้งเพศ ศาสนา เชื้อชาติ ตั้งแต่การเริ่มคัดคนเข้าทำงาน
  • ลาไปดูแลครอบครัวและคนใกล้ชิดได้ไม่เกิน 15 วันต่อปี

 

วรรณวิภาเสนอเพิ่มสิทธิวันลาคลอด 180 วัน 

 

วรรณวิภา ไม้สน สส. บัญชีรายชื่อ ปีกแรงงานของพรรคก้าวไกล เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานอีกหนึ่งฉบับ โดยมีสาระสำคัญ 2 ข้อหลักคือ เพิ่มการครอบคลุมของกฎหมายนี้ไปถึงหน่วยงานของรัฐ และการเพิ่มสิทธิวันลาคลอดจาก 98 วัน เป็น 180 วัน และแบ่งสิทธิให้คู่สมรสลาได้ 90 วัน

 

วรรณวิภากล่าวว่า สาเหตุที่ต้องยื่นแก้ไขเพิ่มสิทธิวันลาคลอดเป็น 180 วัน ก็มาจากองค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟ แนะนำว่าทารกควรได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน เพราะจะช่วยพัฒนาการเจริญเติบโตทางสมองของทารกอย่างเต็มที่ และได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเหมาะสม เติบโตสมวัย มีภูมิต้านทาน ลดโอกาสการติดเชื้อ และลดการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ 

 

วรรณวิภากล่าวต่อว่า ทุกครั้งที่จะมีการเพิ่มสิทธิวันลาคลอดก็จะมีคนออกมาแสดงความเห็นต่างๆ นานา ทั้งบอกว่าลูกจ้างหญิงจะโดนเลิกจ้าง ย้ายฐานการผลิต หรือห่วงว่าคนจะแห่กันท้อง

 

“การที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีลูก ไม่ใช่แค่เพิ่มวันลาคลอดแล้วจะแห่กันลา แห่กันมีลูก การตัดสินใจมีลูกสักคนประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่าง” วรรณวิภากล่าว

 

ก้าวไกลประสานเสียงสนับสนุน

 

ตลอดระยะเวลาการเปิดอภิปรายร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานทั้ง 3 ฉบับ สส. ก้าวไกลต่างอภิปรายสนับสนุน ยกเหตุผลความจำเป็นที่ต้องผลักดันร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยอัตราส่วนในการอภิปรายคือ สส. พรรคฝ่ายค้าน 3 คน ก่อนสลับมา สส. พรรคฝ่ายรัฐบาล 1 คน

 

อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่เสนอโดยเซีย ซึ่งจะครอบคลุมแรงงานสร้างสรรค์ที่ปัจจุบันไม่ได้ถูกคุ้มครองตามกฎหมายนี้

 

ขณะที่ ศิริโรจน์ ธนิกกุล สส. สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล อดีตไรเดอร์ อภิปรายสนับสนุนถึงเนื้อหาร่างกฎหมายดังกล่าวว่า จะทำให้พี่น้องเพื่อนไรเดอร์ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ซึ่งปัจจุบันไรเดอร์ถูกมองเป็นพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกจ้าง

 

ด้าน สหัสวัต คุ้มคง กล่าวถึงกฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ครอบคลุมแรงงานทุกคน แม้กระทั่งลูกจ้างแม่บ้านในรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน และกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับนี้ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุด

 

“เราถูกค่อนขอดว่าวิธีคิดแบบนี้คือคนขี้เกียจ คนไม่รู้จักประหยัดอดออม วิธีคิดแบบนี้ไม่ใช่วิธีคิดที่ใหม่” สหัสวัตกล่าว

 

สหัสวัตกล่าวว่า การทำงานหนักหากเราอยากสร้างฐานะหรือความมั่นคงมันควรเป็นทางเลือก ไม่ใช่ข้ออ้างกดขี่แรงงาน แล้วหากมองว่าการทำงานหนักแล้วรวย แรงงานแบกหามและชาวประมงคงเป็นเศรษฐีไปหมดแล้ว

 

ภูมิใจไทยประสานเสียงถล่มร่างฯ เซีย จำปาทอง มองเป็น ‘ลูกกวาดอาบยาพิษ’

 

สส. พรรคภูมิใจไทยหลายคนอภิปรายคัดค้านร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับเซียอย่างต่อเนื่อง​ โดยเฉพาะ กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ที่นิยามว่านี่อาจเป็น ‘ลูกกวาดอาบยาพิษ’

 

แม้กรวีร์จะมองว่าทุกพรรคการเมืองเห็นไม่ต่างกัน เราอยากจะเพิ่มการคุ้มครองสิทธิ อยากเห็นสวัสดิการของแรงงานที่ดีมากขึ้น อยากเห็นคุณภาพชีวิตของแรงงานให้ดีมากกว่านี้ 

 

กรวีร์กล่าวว่า เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย เราอยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เสรีนิยม รัฐมีหน้าที่ในการสนับสนุน ในการกำกับดูแลเพื่อที่จะให้หน่วยงานต่างๆ ขับเคลื่อนและเดินไปตามกลไกของตลาด เราไม่ได้อยู่ในระบบสังคมนิยมที่รัฐนั้นเป็นเจ้าของ และเป็นผู้รับผิดชอบผลกำไรหรือขาดทุนของการผลิตทั้งหมดอยู่แต่เพียงรัฐเดียว 

 

กรวีร์ชี้แจงว่า จากที่ฟังการนำเสนอทั้งหมดแล้ว อาจฟังแล้วดูดีเป็นประโยชน์กับลูกจ้างทั้งประเทศ แต่ข้อกังวลคือสิ่งเหล่านี้อาจเป็น ‘ลูกกวาดที่อาบยาพิษ’ เพราะหากมีกฎหมายฉบับนี้ อะไรจะเกิดขึ้นกับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย SMEs ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อมาตรการเหล่านี้ออกมาจะเป็นภาระและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ถ้าผู้ประกอบการไปต่อไม่ไหวแล้วถ้าเขาต้องปิดกิจการ และหากว่ากิจการเสียหายแล้วไม่สามารถที่จะจ้างแรงงานได้เลยแม้แต่คนเดียว กรณีวีร์ตั้งคำถามว่า ‘อะไรจะเกิดขึ้น’

 

ขณะที่ ธนยศ ทิมสุวรรณ สส. เลย พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า การแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิแรงงานฉบับของพรรคก้าวไกล จะทำให้เหลือวันทำงานลดลง 32% จากเดิม 289 วัน เป็นเหลือเพียง 218 วัน 

 

ธนยศระบุว่า จำนวนวันทำงานที่ลดลงนี้จะส่งผลกระทบในหลายด้าน โดยเฉพาะต้นทุนของนายจ้างที่ต้องจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถผลิตได้เท่าเดิม

เพื่อไทยแจงเหตุไม่รับร่างเพราะต้องการสร้างสมดุลทุกภาคส่วน

 

แม้ในช่วงการอภิปราย สส. พรรคเพื่อไทยหลายคนอภิปรายมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ทว่าเมื่อลงมติ กลับลงมติไม่เห็นชอบกับร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับก้าวไกลที่เสนอโดยเซีย

 

วันนี้ (7 มีนาคม) ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะวิปรัฐบาล ชี้แจงว่าการที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่รับร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับเซียนั้น ผู้แทนจากพรรคร่วมรัฐบาลได้มีการอภิปรายชัดเจน ว่า ร่างดังกล่าวจะสร้างผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและภาคการผลิตมากขึ้น 30% และอาจส่งผลให้บริษัทขนาดเล็กต่างๆ ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันล้มตายลง ซึ่งจะเกิดผลในทางกลับกัน 

 

โดยอาจสร้างผลลบทำให้พี่น้องแรงงานจำนวนมากไม่สามารถหางานได้ หรือต้องถูกเลิกจ้างแทน กฎหมายที่คาดหวังจะยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานอาจซ้ำเติมสถานการณ์ให้ย่ำแย่ลงแทน

 

“พรรคเพื่อให้ความสำคัญกับประชาชนทุกภาคส่วน เรามีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะผลักดันการปรับขึ้นค่าแรงตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กันและสมดุลกับทุกฝ่าย ภายใต้เป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีขึ้น จะเลือกคิดเพียงมิติใดมิติหนึ่งเท่านั้นไม่ได้” ชนินทร์กล่าว

 

The post เปิดสาเหตุสภาคว่ำร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานจากก้าวไกล ฉบับขึ้นค่าแรงทุกปี ลดชั่วโมงทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลเชื่อ นักการเมืองแฝงตัวเป็นกลุ่มเดียวกับนายทุน เตรียมผลักดันสิทธิแรงงานต่อ หลังร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานถูกตีตก https://thestandard.co/move-forward-continues-labor-rights/ Thu, 07 Mar 2024 06:00:55 +0000 https://thestandard.co/?p=908343 แรงงาน

วันนี้ (7 มีนาคม) ที่รัฐสภา พรรคก้าวไกลปีก แรงงาน นำโดย […]

The post ก้าวไกลเชื่อ นักการเมืองแฝงตัวเป็นกลุ่มเดียวกับนายทุน เตรียมผลักดันสิทธิแรงงานต่อ หลังร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานถูกตีตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงงาน

วันนี้ (7 มีนาคม) ที่รัฐสภา พรรคก้าวไกลปีก แรงงาน นำโดย เซีย จำปาทอง สส. บัญชีรายชื่อ, วรรณวิภา ไม้สน สส. บัญชีรายชื่อ, สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี พร้อมด้วย สส. ของพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน ฉบับก้าวไกล ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่รับหลักการในวาระแรกเมื่อวานนี้

 

โดยเซียกล่าวว่า ตนในฐานะเป็นผู้ใช้แรงงานมา 30 ปี และในฐานะที่ตนเป็นผู้เสนอร่างฉบับนี้ รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกฎหมายนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนทำงานในประเทศนี้ให้ดีขึ้น และสามารถลืมตาอ้าปากได้ในหลักการทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต และยังขยายความคุ้มครองและรูปแบบการจ้างงาน รวมถึงพี่น้องไรเดอร์ ฟรีแลนซ์ และแรงงานอิสระ แต่กลับไม่ได้รับความเห็นชอบจากมติที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร 

 

เซียกล่าวอีกว่า รู้สึกเสียดายที่ประเทศของเราเสียโอกาส และท้ายที่สุดตนรู้สึกผิดหวังที่บรรดาผู้แทนของประชาชนทั้งหลายมองข้ามการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทำงาน ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่พยายามช่วยบรรดานายทุน เจ้าของกิจการที่จะได้รับผลกระทบจากร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ด้วยการคว่ำร่างกฎหมายตั้งแต่ในวาระแรก 

 

เชื่อคว่ำร่างกฎหมายเหตุขั้วการเมืองตรงข้ามทำลายความเชื่อมั่นต่อแรงงาน

 

เซียกล่าวว่า การคว่ำร่างกฎหมายนี้อาจเป็นเรื่องขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่ต้องการทำลายชื่อเสียงความเชื่อมั่นของชนชั้นแรงงานที่มีต่อพรรคก้าวไกล โดยไม่สนใจว่าเนื้อหาของกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตพี่น้องแรงงานอย่างไร ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แตะต้องกองทัพ สถาบันฯ หรือฝั่งอำนาจนิยม แม้กระทั่งการแลกเปลี่ยนในสังคมออนไลน์ และเท่าที่เราเห็น ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลจำนวนมากที่ทำหน้าที่บริหารก็ยังเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่อาจจะดูเล็กน้อย แต่สำหรับคนทำงานกว่าครึ่งค่อนประเทศนั้นเป็นเรื่องใหญ่หลวงที่จะพลาดโอกาสที่ดีจากกฎหมายฉบับนี้

 

“ชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็เพื่อรับใช้ชนชั้นนั้น แม้ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับนี้จะไม่ผ่านการพิจารณาในวาระที่ 1 ผมก็จะผลักดันกฎหมายที่เปลี่ยนชีวิตคนทำงานเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์, พ.ร.บ.ประกันสังคม ที่จะช่วยเพิ่มอำนาจการต่อรองและดูแลคนทำงานในประเทศนี้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” เซียกล่าว

 

เซียกล่าวอีกว่า แม้ร่างกฎหมายของตนไม่ผ่านในวาระรับหลักการ แต่ยังมีกฎหมายคุ้มครองแรงงานอีกฉบับที่เสนอโดยวรรณวิภา สส. ของพรรคก้าวไกล ที่มีมติรับหลักการในวาระแรก และผ่านเข้าไปในชั้นกรรมาธิการ ที่มีความแตกต่างกันเกี่ยวกับการลาคลอด 180 วัน และการคุ้มครองลูกจ้างของรัฐ จึงหวังว่าในชั้นกรรมาธิการจะมีการพูดคุยในรายละเอียด และผลักดันให้แรงงานมีสิทธิลาคลอดได้ 180 วัน 

 

เมื่อถามว่า ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ของเซีย ฝ่ายรัฐบาลมองว่าสุดโต่งเกินไป จะทำให้ระบบ SMEs ล้มนั้น เซียกล่าวว่า เรามีมาตรการที่ดูแลพี่น้อง SMEs อยู่หลายเรื่อง แต่ด้วยเงื่อนไขของกฎหมายที่วางกรอบกำหนดไม่ให้มีโอกาสเข้าถึงสิทธิด้านต่างๆ เช่น การปรับค่าจ้างขั้นต่ำที่เป็นไปได้ยากมาก หากฝ่ายการเมืองไม่เห็นด้วย เป็นต้น

 

แยกเสนอกฎหมาย หวั่นโดนปัดตก

 

ขณะที่วรรณวิภากล่าวว่า สาเหตุที่พรรคก้าวไกลแยกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เป็น 2 ฉบับ เพราะมีประสบการณ์จากพรรคอนาคตใหม่ที่ถูกตีตกทั้งฉบับ รอบนี้จึงแยกเป็นร่างที่เกี่ยวกับการเงินและไม่เกี่ยวกับการเงิน ซึ่งหลังจากนี้ในชั้นกรรมาธิการก็ต้องไปต่อสู้กันเรื่องสิทธิลาคลอด ซึ่งตนเขียนขอบเขตของคนใช้แรงงานไว้กว้างมาก เพื่อให้ครอบคลุมแรงงานทุกประเภท

 

เชื่อนักการเมืองเป็นกลุ่มเดียวกับนายทุน

 

ด้าน สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี กล่าวว่า การทำงาน การพักผ่อน เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน กฎหมายของพวกเราไม่ได้ก้าวหน้าเกินไปเลย คนคนหนึ่งที่เกิดมาไม่ควรมีโอกาสใช้ชีวิตหรือพักผ่อนเหรอ คนที่กล่าวว่ากฎหมายของเราก้าวหน้าเกินไป หัวจิตหัวใจของเขาทำด้วยอะไร ถึงไม่เห็นความเป็นมนุษย์ แล้วจะมาบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ส่งผลกระทบต่อ SMEs ตนขอย้ำว่าเลิกมุดหัวอยู่หลัง SMEs ต้นทุนแรงงานเป็นเพียงต้นทุนส่วนหนึ่งของ SMEs ลองไปดูว่าต้นทุนส่วนอื่นมีอะไรบ้าง การจัดการค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นอย่างไรบ้าง

 

“เวลาที่แรงงานเรียกร้องสิทธิขึ้นมา คุณก็ได้แต่โหน SMEs เอา SMEs เป็นเกราะกำบัง เป็นพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ วันนี้พวกเราพรรคก้าวไกลได้กระชากหน้ากากนักการเมืองบางกลุ่มที่แฝงตัวเป็นหนึ่งเดียวกับนายทุน ขัดขวางสิทธิประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ วันนี้เห็นแล้วว่านักการเมืองบางกลุ่มเกาะกินเป็นหนึ่งเดียวกับนายทุนอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน” สหัสวัตกล่าว

 

‘ชนินทร์’ ชี้ ไม่รับ 1 ฉบับ หวั่นกระทบเศรษฐกิจ บริษัทเล็กปรับตัวไม่ทัน

 

ด้าน ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวถึงการที่พรรคร่วมรัฐบาลไม่รับอีกร่างนั้น ผู้แทนจากพรรคร่วมรัฐบาลได้อภิปรายชัดเจนว่า ร่างดังกล่าวจะสร้างผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจและภาคการผลิตมากขึ้น 30% และอาจส่งผลให้บริษัทขนาดเล็กต่างๆ ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทันล้มตายลง ซึ่งจะเกิดผลในทางกลับกัน โดยอาจสร้างผลลบทำให้พี่น้องแรงงานจำนวนมากไม่สามารถหางานได้ หรือต้องถูกเลิกจ้างแทน กฎหมายที่คาดหวังจะยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน อาจซ้ำเติมสถานการณ์ให้ย่ำแย่ลงแทน 

 

“พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน เรามีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะผลักดันการปรับขึ้นค่าแรงตามอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กัน และสมดุลกับทุกฝ่าย ภายใต้เป้าหมายที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องประชาชนดีขึ้น จะเลือกคิดเพียงมิติใดมิติหนึ่งเท่านั้นไม่ได้” ชนินทร์กล่าว

 

The post ก้าวไกลเชื่อ นักการเมืองแฝงตัวเป็นกลุ่มเดียวกับนายทุน เตรียมผลักดันสิทธิแรงงานต่อ หลังร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานถูกตีตก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลหวังสภารับหลักการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานทั้ง 2 ฉบับ https://thestandard.co/mfp-hope-for-labor-protection-act/ Wed, 06 Mar 2024 00:16:07 +0000 https://thestandard.co/?p=907686

วานนี้ (5 มีนาคม) เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส […]

The post ก้าวไกลหวังสภารับหลักการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานทั้ง 2 ฉบับ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (5 มีนาคม) เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ประชุมสภาจะพิจารณาร่างกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน ของพรรคก้าวไกลในวันนี้ (6 มีนาคม) ว่าร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานของพรรคก้าวไกลที่จะเข้าสภามี 2 ฉบับ ฉบับแรกเสนอแก้ไขเกี่ยวกับสภาพการทำงาน ตนเป็นผู้เสนอ ไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกปี การลดชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 

 

นอกจากนี้ยังเพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปี 10 วันต่อปีสะสมได้ การห้ามเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน การขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบนแพลตฟอร์มให้เข้ามาอยู่ภายใต้เงื่อนไขการจ้างงานของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น อีกฉบับเสนอโดย วรรณวิภา ไม้สน สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอแก้ไขเกี่ยวกับสิทธิลาคลอดเพิ่มจาก 98 วันในกฎหมายปัจจุบัน เป็น 180 วัน 

 

เซียกล่าวต่อว่า การพิจารณาร่างกฎหมายนี้มีความสำคัญ แรงงานกลุ่มต่างๆ ทั่วประเทศคอยติดตามอยู่ ทั้งนี้ เราทราบว่าพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทยก็เสนอร่างคุ้มครองแรงงานด้วย จึงหวังว่าที่ประชุมสภาจะรับหลักการทุกร่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ที่หาเสียงเกี่ยวกับเรื่องแรงงานในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไว้เยอะมาก เช่น การปรับค่าจ้างขั้นต่ำ หวังว่าจะรับหลักการกฎหมายของก้าวไกล มีความเห็นแตกต่างอย่างไรก็ไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ

The post ก้าวไกลหวังสภารับหลักการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานทั้ง 2 ฉบับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เซีย’ ขอนายกฯ ทำตามสัญญานโยบายแรงงานที่หาเสียงไว้ อย่ากะล่อนเหมือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังได้เป็นรัฐบาลแล้วละเลย https://thestandard.co/parliament-policy-120966-7/ Tue, 12 Sep 2023 03:50:37 +0000 https://thestandard.co/?p=840566 เซีย จำปาทอง

วันนี้ (12 กันยายน) ที่รัฐสภา เซีย จำปาทอง สส. พรรคก้าว […]

The post ‘เซีย’ ขอนายกฯ ทำตามสัญญานโยบายแรงงานที่หาเสียงไว้ อย่ากะล่อนเหมือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังได้เป็นรัฐบาลแล้วละเลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เซีย จำปาทอง

วันนี้ (12 กันยายน) ที่รัฐสภา เซีย จำปาทอง สส. พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นอภิปรายโดยระบุว่า ผิดหวังที่ไม่มีนโยบายด้านแรงงาน ซึ่งการแช่แข็งการขึ้นค่าแรงเนื่องจากสถานการณ์โควิด และมีการปรับขึ้นเพียงแค่ 10 บาทนั้น ถือว่าไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ขณะเดียวกันการคุ้มครองแรงงานถือว่าล้าสมัย ทั้งกฎหมายแรงงานที่มีการบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2541 การเลือกปฏิบัติในการจ้างงาน เวลาทำงานที่มากเกินไป และปัญหาอื่นๆ ที่รัฐบาลต้องแก้ไข 

 

เซียกล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกสิ้นปีจะได้ยินข่าวบางโรงงานได้โบนัส ซึ่งมาจากอำนาจการต่อรองและการรวมตัวของแรงงาน แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้โบนัส เนื่องจากกฎหมายลิดรอนสิทธิของแรงงาน ในประเทศไทยมีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจที่รวมตัวกัน 45 แห่งเท่านั้น ขณะที่เอกชนมีเพียง 1,427 แห่ง ซึ่งถือว่ายังไม่ครอบคลุม แม้จะมีการยื่นหนังสือมาหลายครั้ง แต่รัฐยังไม่ให้การรับรอง ค้างจ่ายกองทุนประกันสังคม 7 หมื่นกว่าล้านบาท และยังไม่มีการจัดตั้งบอร์ดประกันสังคม แม้จะผ่านมา 2 ปีกว่า ซึ่งแรงงานไม่ว่าไทยหรือต่างด้าวควรจะต้องมีสิทธิเลือกบอร์ดประกันสังคมของตัวเอง พอกันทีกับการได้บอร์ดไม่ดี หนี้ไม่จ่าย เงินหาย ไม่ได้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

 

เซียยังกล่าวถึงคำสัญญาที่พรรคเพื่อไทยให้ไว้กับแรงงานในวันแรงงานแห่งชาติที่ผ่านมาว่า จะยกระดับรายได้ของพี่น้องประชาชนทั้งระบบ ผ่าน 2 นโยบาย คือ ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน และเงินเดือนปริญญาตรี 20,000 บาทต่อเดือน ภายในปี 2570 นอกจากนี้ยังเสนอเพิ่มเงินดิจิทัล 10,000 บาท ยกระดับแรงงานทั้งระบบ ส่งเสริม 30 บาทรักษาทุกโรค และคุ้มครองสิทธิแรงงาน สิทธิการลาคลอด ทำกฎหมายให้ทันสมัย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมีเพียงนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท และยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรคเท่านั้น

 

“นายกฯ ครับ ก่อนหน้านี้ท่านออกแถลงการณ์ด่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาว่าละเลยการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงาน แช่แข็งค่าจ้าง ไม่ให้สิทธิในการรวมตัว ท่านอุตส่าห์กระเสือกกระสนดิ้นรนจนได้เป็นรัฐบาล ท่านก็ละเลยเช่นเดียวกับรัฐบาลที่ผ่านมา ท่านก็ไม่สนใจแรงงาน เช่นเดียวกับรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจเขาทำ หรือท่านศีลเสมอกัน ถึงจับมือกอดคอหัวร่อตั้งรัฐบาลกันได้ เรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกฯ และพรรคเพื่อไทย ท่านอย่าได้คิดลบนโยบายออกจากเพจของพรรคท่าน อย่าทำเหมือนพรรคการเมืองบางพรรคที่หาเสียงไว้ปี 2562 ก็ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท พอทำไม่ได้ มีคนถามมากๆ มีคนรอมากๆ ก็แอบไปลบออกจากเพจพรรค มันจะว้าวุ่นเอานะ” เซียกล่าว

 

เซียยังกล่าวกับนายกฯ ด้วยว่า ขอให้ท่านทำตามสัญญาตามที่หาเสียงไว้ ขออย่าปัดตก โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงขั้นต่ำที่เป็นผลงานของพรรคเพื่อไทยที่หลายฝ่ายถามว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ แม้จะเคยทำได้จริงในการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ แล้วใครสั่งให้ท่านถอนนโยบายออกจากนโยบาย ท่านทำเองหรือกลุ่มทุนผูกขาดที่เริ่มร่วมโต๊ะเมื่อปลายเดือนสิงหาคมขอร้องท่าน หรือรัฐมนตรีแรงงานกดหัวท่าน ขออย่ายอมให้รัฐมนตรีขี่คอกดหัวเด็ดขาด 

 

ขณะเดียวกันเซียยังสอบถามนายกฯ ด้วยว่า การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยเร็วที่สุดจะเกิดขึ้นเมื่อไร ขอให้ประกาศให้ชัด พี่น้องแรงงานจะได้สบายใจ ถ้าท่านยังไม่มีความชัดเจน อาจจะมีคนกล่าวว่าท่านกะล่อนหลอกลวงเหมือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นโยบายด้านแรงงานไม่ได้ใช้งบประมาณมากมาย แต่ใช้เพียงความกล้าหาญในการปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ทำตามที่หาเสียงไว้ก็จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานได้

The post ‘เซีย’ ขอนายกฯ ทำตามสัญญานโยบายแรงงานที่หาเสียงไว้ อย่ากะล่อนเหมือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังได้เป็นรัฐบาลแล้วละเลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกล ยื่นกฎหมายเปลี่ยนประเทศเข้าสภาอีก 4 ชุด ‘ปฏิรูประบบภาษี-ปฏิรูปที่ดิน-คืนชีวิตชาวประมง-คุ้มครองสิทธิแรงงาน’ https://thestandard.co/mfp-law-to-change/ Thu, 24 Aug 2023 10:46:16 +0000 https://thestandard.co/?p=833414

วันนี้ (24 สิงหาคม) ที่รัฐสภา สส. พรรคก้าวไกล นำโดย เซี […]

The post ก้าวไกล ยื่นกฎหมายเปลี่ยนประเทศเข้าสภาอีก 4 ชุด ‘ปฏิรูประบบภาษี-ปฏิรูปที่ดิน-คืนชีวิตชาวประมง-คุ้มครองสิทธิแรงงาน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (24 สิงหาคม) ที่รัฐสภา สส. พรรคก้าวไกล นำโดย เซีย จำปาทอง สส. บัญชีรายชื่อ, พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ และ ศักดินัย นุ่มหนู สส. ตราด พร้อมด้วย สส. พรรคก้าวไกลในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลและทำการประมง ร่วมแถลงข่าวเสนอร่างกฎหมายเปลี่ยนประเทศ จำนวน 4 ชุด รวม 10 ฉบับ ได้แก่ ชุดกฎหมายปฏิรูประบบภาษี 3 ฉบับ, ชุดกฎหมายปฏิรูปที่ดิน 2 ฉบับ, ชุดกฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงาน 4 ฉบับ และชุดกฎหมายคืนชีวิตชาวประมง 1 ฉบับ 

 

พริษฐ์กล่าวว่า ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าพรรคก้าวไกลทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์และพร้อมทำงานเชิงรุก คือไม่เพียงแต่ตรวจสอบทักท้วงการทำงานของรัฐบาลที่เราคิดว่าไม่ตอบโจทย์ประเทศ แต่จะทำงานเชิงรุกในการผลักดันวาระการเปลี่ยนแปลงที่เราได้นำเสนอต่อพี่น้องประชาชนผ่านกลไกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งวิธีหนึ่งที่สามารถผลักดันวาระการเปลี่ยนแปลงได้ คือการเสนอชุดกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภา 

 

“จำนวน สส. ก้าวไกล 150 คน หากกฎหมายที่เราเสนอได้รับความเห็นชอบจาก สส. อีก 100 คนขึ้นไป จะทำให้กฎหมายนั้นผ่านสภา นโยบายหลายอย่างที่เราสื่อสารกับพี่น้องประชาชนจะเป็นจริงได้ แม้พรรคก้าวไกลไม่ได้มีอำนาจฝ่ายบริหาร” พริษฐ์ระบุ 

 

พริษฐ์กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลได้ยื่นชุดกฎหมายเปลี่ยนประเทศอย่างต่อเนื่อง วันนี้ยื่นเพิ่มเติมอีก 4 ชุด คือ 1. ชุดปฏิรูประบบภาษี ให้รัฐหารายได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการเก็บภาษีที่ดินแบบรวมแปลง 2. ชุดปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวาระการปฏิรูปที่ดินที่พรรคเสนอในช่วงการเลือกตั้ง หนึ่งในนั้นคือร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนดอย่างเป็นธรรม โดยวันนี้เสนอร่างกฎหมายเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีร่างกฎหมายปฏิรูปที่ดินฉบับอื่นๆ ที่จะเสนอในครั้งต่อไป 3. ชุดกฎหมายเกี่ยวกับการประมง ซึ่งพรรคก้าวไกลเสนอตั้งแต่สภาชุดที่แล้วแต่ค้างการพิจารณาอยู่ ดูแนวโน้มว่า ครม. ชุดใหม่จะยืนยันร่างดังกล่าวไม่ทัน เราจึงยื่นร่างกฎหมายประมงเข้าสู่สภาอีกครั้ง และ 4. ชุดคุ้มครองสิทธิแรงงาน 

 

ด้าน ศักดินัย นุ่มหนู กล่าวถึงชุดกฎหมายประมงว่า ในสภาชุดที่แล้วได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาปัญหาของพี่น้องชาวประมง จนถึงวันนี้ความเดือดร้อนยังไม่คลี่คลาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องยื่นกฎหมายเข้าไปใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ปัญหาของพี่น้องประมงทั้ง 22 จังหวัดทั่วประเทศได้รับการดูแลแก้ไข โดยในแง่กระบวนการ พี่น้องชาวประมงได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในร่างกฎหมายฉบับนี้ 

 

ขณะที่ เซีย จำปาทอง กล่าวว่า พรรคก้าวไกลมีความตั้งใจผลักดันกฎหมายที่เราได้นำเสนอต่อประชาชน แม้ไม่ได้เป็นรัฐบาล เพื่อให้พี่น้องแรงงานมีสิทธิในการรวมตัว การเจรจาต่อรอง มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีค่าจ้างที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ มีชั่วโมงการทำงานน้อยลง และผู้สูงอายุจะมีหลักประกันรายได้อย่างเพียงพอ โดยกฎหมายเหล่านี้พี่น้องแรงงานได้มีส่วนร่วมในการเสนอตั้งแต่ต้น และขอยืนยันว่าพรรคก้าวไกลจะผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อทำให้เรื่องเหล่านี้เป็นจริง

 

จากนั้นเครือข่ายผู้ใช้แรงงานกลุ่มต่างๆ ซึ่งร่วมการแถลงข่าว ได้กล่าวสนับสนุนชุดกฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงานของพรรคก้าวไกล โดยตัวแทนจากสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างระบุว่า กฎหมายเดิม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ มีมาตั้งแต่ พ.ศ. 2518 ไม่สอดคล้องกับการจ้างงานในปัจจุบัน ร่างกฎหมายสหภาพแรงงานที่เสนอในวันนี้จึงมีความสำคัญ พูดถึงประชาธิปไตยในที่ทำงาน ทำให้คนทำงานมีสิทธิในการรวมตัวเป็นสหภาพ มีอำนาจในการต่อรอง 

 

ขณะที่ตัวแทนกลุ่มแรงงานนอกระบบ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ.บำนาญถ้วนหน้าของพรรคก้าวไกล โดยชี้ว่าเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปัจจุบัน ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ไม่สามารถสร้างความมั่นคงในชีวิต บำนาญถ้วนหน้าของพรรคก้าวไกลจะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน ส่วนตัวแทนแรงงานจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวสนับสนุนนโยบายลาคลอด 180 วัน ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูสุขภาพของผู้หญิง สอดคล้องกับหลักสากลขององค์การอนามัยโลก

The post ก้าวไกล ยื่นกฎหมายเปลี่ยนประเทศเข้าสภาอีก 4 ชุด ‘ปฏิรูประบบภาษี-ปฏิรูปที่ดิน-คืนชีวิตชาวประมง-คุ้มครองสิทธิแรงงาน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. ก้าวไกล ค้านปรับเกณฑ์จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ ทำระบบสวัสดิการไทยถอยหลัง เตรียมยื่นกฎหมายบำนาญถ้วนหน้า ไม่ต้องพิสูจน์ความจน https://thestandard.co/mfp-objection-criteria-paying-elderly/ Thu, 17 Aug 2023 05:17:13 +0000 https://thestandard.co/?p=830289 เบี้ยผู้สูงอายุ

วันนี้ (17 สิงหาคม) สส. ก้าวไกล นำโดย เซีย จำปาทอง สส. […]

The post สส. ก้าวไกล ค้านปรับเกณฑ์จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ ทำระบบสวัสดิการไทยถอยหลัง เตรียมยื่นกฎหมายบำนาญถ้วนหน้า ไม่ต้องพิสูจน์ความจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เบี้ยผู้สูงอายุ

วันนี้ (17 สิงหาคม) สส. ก้าวไกล นำโดย เซีย จำปาทอง สส. บัญชีรายชื่อ แถลงคัดค้านกรณีระเบียบกระทรวงมหาดไทยปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แก้คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเบี้ย ‘ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพ’ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติกำหนด

 

เซียกล่าวว่า กรณีระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 ที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลเห็นว่าเป็นการหมุนกงล้อระบบสวัสดิการย้อนกลับ จากที่ไทยควรก้าวไปสู่การมีระบบสวัสดิการถ้วนหน้า กลับไปสู่ระบบสงเคราะห์ ที่ต้องพิสูจน์ความจนให้ได้สิทธิมา เป็นแนวทางที่ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างไม่น่าให้อภัย และไม่น่าเกิดขึ้นในยุคโลกาภิวัตน์ที่ให้คุณค่ากับสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม

 

ปัญหาและข้อกังวลต่อกฎเกณฑ์จากระเบียบฉบับนี้ มีการประเมินกันว่าจะมีผู้สูงอายุที่หลุดออกจากระบบ ไม่ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุประมาณ 6 ล้านคน เพราะที่ผ่านมาฐานข้อมูลของบัตรคนจนมีปัญหาความไม่เที่ยงตรง มีคนจนประมาณ 46% ที่ไม่ได้รับบัตรดังกล่าว ดังนั้น พรรคก้าวไกลเห็นว่าต้องมีการให้สวัสดิการแบบถ้วนหน้า ไม่ต้องมาเสียเวลาพิสูจน์ความจนเพื่อจะรับเงิน 600 บาท หรือหากคิดรายวัน ประมาณ 20 บาทต่อวันเท่านั้น

 

“พรรคก้าวไกลขอคัดค้านการออกระเบียบดังกล่าว และขอยืนยันในสิ่งที่เราได้หาเสียงไว้ คือการสร้างสวัสดิการถ้วนหน้าซึ่งได้มีการพิสูจน์มาแล้วหลายที่ในโลกว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ พรรคก้าวไกลเชื่อว่าสวัสดิการถ้วนหน้าไม่ได้มีราคาแพง ไม่เป็นภาระงบประมาณ เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้โดยตรง” เซียระบุ

 

เซียกล่าวต่อว่า พรรคก้าวไกลเตรียมยื่นร่าง พ.ร.บ.บำนาญถ้วนหน้า โดยมาตรา 5 ของร่างฉบับนี้จะระบุให้บุคคลทุกคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ต้องได้รับบำนาญแห่งชาติโดยไม่ตัดสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุที่ได้รับบำนาญตามกฎหมายอื่นหรือตามมติคณะรัฐมนตรี และจะต้องมีการกำหนดอัตราบำนาญแห่งชาติใหม่ทุก 3 ปี

 

รวมถึงทุกคนต้องได้รับบำนาญต่อเดือนไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจนของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือตามที่พรรคก้าวไกลเคยหาเสียงไว้ คือประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ หากมีการปรับเส้นความยากจน เงินบำนาญนี้ก็ต้องปรับขึ้นด้วยเช่นกัน

 

“พรรคก้าวไกลเห็นว่าการยื่นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นก้าวแรกสู่สวัสดิการถ้วนหน้า และประเทศไทยจะเดินหน้าสู่รัฐสวัสดิการ ด้วยการมี Universal Basic Income ให้ทุกคนอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ต้องพิสูจน์ความจนอีกต่อไป” เซียกล่าว

The post สส. ก้าวไกล ค้านปรับเกณฑ์จ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ ทำระบบสวัสดิการไทยถอยหลัง เตรียมยื่นกฎหมายบำนาญถ้วนหน้า ไม่ต้องพิสูจน์ความจน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : พิธานำคณะก้าวไกลหารือสหภาพแรงงาน ขอบคุณชาวสมุทรปราการกับชัยชนะยกจังหวัด ให้คำสัญญาจะดูแลในฐานะนายกฯ คนที่ 30 https://thestandard.co/pita-move-forward-labour-union/ Fri, 26 May 2023 14:04:36 +0000 https://thestandard.co/?p=795844

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ที่สำนักงานเทศบาลบางเสาธง จังหวัดสม […]

The post เลือกตั้ง 2566 : พิธานำคณะก้าวไกลหารือสหภาพแรงงาน ขอบคุณชาวสมุทรปราการกับชัยชนะยกจังหวัด ให้คำสัญญาจะดูแลในฐานะนายกฯ คนที่ 30 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 พฤษภาคม) ที่สำนักงานเทศบาลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พร้อมว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ด้านแรงงานของพรรค นำโดย เซีย จำปาทอง เข้าร่วมประชุมพบปะเครือข่ายสหภาพแรงงานและผู้ใช้แรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งหมด 45 องค์กร กว่า 200 คน เพื่อแลกเปลี่ยนพูดคุยเรื่องนโยบายแรงงาน

 

โดยพิธากล่าวว่า การเซ็น MOU ของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด 8 พรรค ในข้อที่ 19 เป็นการคุ้มครองสิทธิแรงงาน รวมถึงให้ความเป็นธรรมในการจ้างงาน สามารถทำให้ค่าแรงสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น เพราะเป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลตั้งแต่จัดตั้งมาสมัยอดีตพรรคอนาคตใหม่ ทั้งก่อนหาเสียง ระหว่างหาเสียง หรือหลังหาเสียง จะบรรจุความเดือดร้อนและปัญหาของพี่น้องแรงงานเข้าไปอยู่ใน MOU จัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว

 

พิธากล่าวต่อไปว่า สาเหตุที่มาหาทุกคนวันนี้ก็เพื่อมาสื่อสารเรื่องการทำตามสัญญากับพี่น้องประชาชน ที่จะทำเป็นแบบแพ็กเก็จ ไม่ใช่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง และการเดินหน้าพบปะพูดคุยกับหลายฝ่าย เช่น ที่สภาอุตสาหกรรม และเครือข่ายเยาวชน ส่วนสัปดาห์หน้าจะไปพบสภาหอการค้า ภาคการท่องเที่ยว และ SMEs เพื่อจะให้เห็นภาพรวมทั้งหมดถึงความจำเป็นในการต่อสู้เพื่อพี่น้องแรงงานทุกสหภาพ ให้เห็นถึงความจำเป็นของการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท

 

“พรรคก้าวไกลต้องดูแลแรงงาน และ SMEs คู่ขนานกัน เช่น รัฐบาลช่วยอุดหนุนประกันสังคม 6 เดือนแรก ผลกระทบจากค่าแรงที่ขึ้นสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า 2 ปี และย้ำว่าเราต้องมองทั้งระบบ ยังมีมาตรการลดภาษีจาก 20% เป็น 15% หรือจาก 15% เป็น 10% หรือหวย SMEs หากซื้อของมีใบเสร็จครบ 500 บาทจะเป็นหวยรัฐบาล” พิธากล่าว

 

พิธากล่าวต่อไปว่า การขึ้นค่าแรง 450 บาทไม่ได้ขึ้นกันเอง แต่เป็นการนำเอาตัวเลขค่าเงินเฟ้อ อัตราเติบโตทางเศรษฐกิจมาคำนวณ ซึ่งที่ขึ้น 450 บาทไม่ได้นั่งเทียนเขียน และไม่ได้เอามาไว้หาเสียงอย่างเดียว พรรคเขียนอย่างยุติธรรมที่สุดที่ทุกท่านควรจะได้ตัวเลขนี้ ซึ่งค่าแรง 450 บาทจะสามารถปรับขึ้นได้ภายใน 100 วันแรกของการเป็นรัฐบาล และขณะนี้ยังมีเวลาที่เหลืออยู่ก่อนที่จะจัดตั้งรัฐบาล จึงต้องเดินหน้าพูดคุยทั้งในไทยและต่างประเทศ

 

จากนั้นพิธาพร้อมด้วยว่าที่ ส.ส. เขตสมุทรปราการ ทั้ง 8 เขต ขอบคุณประชาชนชาวสมุทรปราการ หลังชนะเลือกตั้งยกจังหวัด พร้อมปราศรัยระบุว่า ขอให้สัญญากับทุกท่านว่าพวกเราก้าวไกลรวมพลังกันจะไม่ทำให้ผิดหวัง วันนี้กลับมาที่สมุทรปราการ เคยสัญญาไว้อย่างไร หลังเลือกตั้งก็มาทำตามสัญญาอย่างนั้น ตนเองได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่น้องแรงงานจากหลากหลายสหภาพ แม้วันนี้ยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเต็มตัว แต่ก็เดินหน้าทำงานรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนแรงงาน

 

พิธายังกล่าวอีกว่า จังหวัดสมุทรปราการจะน่าอยู่มากกว่านี้ถ้าอุตสาหกรรมที่มีอยู่เป็นอุตสาหกรรมที่ดูแลสิ่งแวดล้อมให้กับลูกหลานของพวกเรา ดังนั้นถ้าเราเป็นรัฐบาลเมื่อไร ขอเวลาผลักดัน พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม การจัดการมลพิษ และขยะของโรงงาน

 

“ผมอยากให้สมุทรปราการเป็นเมืองสุขภาพที่ดีด้วย พรรคจะดูแลทั้งพี่น้องที่อยู่ในอุตสาหกรรมสาธารณสุข แพทย์และพยาบาลที่ทำงานอย่างหนักจาก 100 ชั่วโมง จะเหลือเพียง 60 ชั่วโมง กระทรวงสาธารณสุขไม่ใช่แค่สุขภาพกายดีแต่สุขภาพใจดีด้วย ไม่ใช่แค่เรื่องการรักษา แต่เป็นเรื่องการป้องกัน” พิธากล่าว

 

พิธากล่าวต่อไปว่า ต้องแบบนี้เท่านั้นจึงจะสามารถทำให้พี่น้องชาวสมุทรปราการรู้สึกว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่น่าอยู่ และคุ้มกับความไว้วางใจที่พ่อแม่พี่น้องเคยให้พรรคก้าวไกลชนะในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และนี่คือการบ้านของว่าที่ ส.ส. ทั้ง 8 คน 8 เขต ที่จะไปดูแลพี่น้องแรงงาน ไปดูปัญหาสิ่งแวดล้อมที่นี่ นี่คือคำสัญญาของพิธา นายกรัฐมนตรีคนที่ 30

 

โดยหลังปราศรัยจบ พิธาแจกลายเซ็น ถ่ายรูปร่วมกับประชาชน ก่อนจะเดินทางกลับ

 

The post เลือกตั้ง 2566 : พิธานำคณะก้าวไกลหารือสหภาพแรงงาน ขอบคุณชาวสมุทรปราการกับชัยชนะยกจังหวัด ให้คำสัญญาจะดูแลในฐานะนายกฯ คนที่ 30 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : วิโรจน์เฉลยคลิปตั้งคำถามทหารหายไปไหน บอกไม่ได้หาย แค่ออกมารัฐประหาร ย้ำนโยบายทหารเปลี่ยนจากเกณฑ์เป็นสมัครใจ https://thestandard.co/wiroj-mfp-080566/ Tue, 09 May 2023 02:19:03 +0000 https://thestandard.co/?p=787249 วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

วานนี้ (8 พฤษภาคม) คาราวานก้าวไกลสายตะวันออก นำโดย วิโร […]

The post เลือกตั้ง 2566 : วิโรจน์เฉลยคลิปตั้งคำถามทหารหายไปไหน บอกไม่ได้หาย แค่ออกมารัฐประหาร ย้ำนโยบายทหารเปลี่ยนจากเกณฑ์เป็นสมัครใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

วานนี้ (8 พฤษภาคม) คาราวานก้าวไกลสายตะวันออก นำโดย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, เบญจา แสงจันทร์ และ เซีย จำปาทอง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ เปิดเวทีปราศรัยจุดสุดท้ายที่ตลาดดีมาร์เก็ต (อมตะเฟส 10) อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี

 

โดยวิโรจน์กล่าวปราศรัยว่า กระแสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากพรรคก้าวไกลซึ่งกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ เกิดจากยุทธศาสตร์แช่แข็งชาติ 20 ปี แล้วประชาชนไม่สามารถทนกับสภาพที่ถูกขังและถูกแช่แข็งนี้ได้ ทนเห็นตัวเองแก่ลงทุกวันในประเทศที่สิ้นหวังเช่นนี้ไม่ได้ ในวันนี้ไม่มีอะไรหยุดยั้งก้าวไกลได้อีกแล้ว

 

วิโรจน์กล่าวต่อไปว่า เมื่อถามว่าทำไมคนอำเภอพานทอง คนจังหวัดชลบุรี และคนทั้งประเทศเชื่อใจก้าวไกล ตนมองว่าเป็นเพราะคนอื่นเลือกจะอ้อมค้อม แต่ก้าวไกลเลือกที่จะตรงไปตรงมา ชัดเจน และความชัดเจนที่พูดกี่คนก็ตรงกัน คือ มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา

 

วิโรจน์ยังถามประชาชนว่าจะเลือกก้าวไกลเพื่อไปสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี หรือจะเลือกกินข้าวไข่ต้มกับน้ำปลา พร้อมกล่าวต่อว่า ล่าสุดมีพรรคหนึ่งออกคลิปมาคิดว่ามีความคิดสร้างสรรค์ ขอถามตอนนี้ว่าจะเอาประเทศแบบลุงเหมือนเดิม หรือว่าจะเอาประเทศที่เปลี่ยนใหม่ไม่เหมือนเดิมแบบก้าวไกล

 

ในคลิปยังมีฉากไข่พะโล้ อยากถามว่าบ้านในคลิปนั้นกินแต่ไข่พะโล้เท่านั้นหรือ หรือว่าเอาไข่ต้มหนึ่งซีกนั้นมาทำไข่พะโล้ แต่ถ้าเลือกก้าวไกลจะได้กินหลายอย่าง ได้กินข้าวด้วยกันในครอบครัวอย่างมีความสุข

 

“ในคลิปยังตั้งคำถามทหารหายไปไหน ก็อยากจะบอกว่าเป็นเพราะมันออกมาทำรัฐประหารไง” วิโรจน์กล่าว

 

วิโรจน์กล่าวต่อไปว่า พรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคก้าวไกลยืนยันมาตลอดว่าต้องการให้เกิดการสมัครทหารแบบเต็มใจ ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่วันนี้มาบิดเบือนว่าเรายกเลิกทหาร สมควรแล้วกับมันสมอง 80,000 เซลล์

 

“ไม่อยากจะด่าไปมากกว่านี้ เพราะอีก 6 วัน 6 คืน ก็จะเห็นคนคนนี้ออกจากทำเนียบรัฐบาลแล้ว” วิโรจน์กล่าว

 

วิโรจน์ยังกล่าวด้วยว่า ก้าวไกลไม่ได้บอกว่าเราไม่ต้องการทหาร เราแค่ไม่ต้องการนายพลที่ออกมาทำรัฐประหาร ไม่อยากเห็นทหารชั้นผู้น้อยลงเรือหลวง แล้วสังคมตั้งคำถามว่าทำไมถึงมีเสื้อชูชีพไม่พอ รวมถึงกรณีที่นำนายทหารชั้นผู้น้อยไปให้เมียน้อย ส.ว. ซ้อม ซึ่งกรณีนี้ได้เงียบหายไป แล้วยังพบชื่อเมียน้อยคนนี้มีชื่อในกำลังพลสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

 

“ทหารผีแบบนี้เราไม่เอา เพราะกินแรงทหารหาญที่ปฏิบัติหน้าที่ ฝากถึงคนที่มี 80,000 เซลล์ คนที่ก้าวไกลเป็นศัตรูด้วยคือทหารนายพลที่เอารัดเอาเปรียบ กดขี่นายทหารชั้นผู้น้อย” วิโรจน์กล่าว

 

วิโรจน์ยังได้ตั้งคำถามว่า กรณีเรือดำน้ำที่ซื้อมาแล้วไม่มีเครื่องยนต์ ตั้งใจจะลวงลุงพาขึ้นเรือดำน้ำแล้วจมลงไปพร้อมกันหรือไม่ ถ้าหากเป็นเช่นนั้นก็ขออนุโมทนาด้วย แล้วจะเอา F-16 บินลอยอังคารให้

 

“วันนี้ วันที่ 8 พฤษภาคม ยังเป็นวันครบรอบ 11 ปีที่อากงอำพล ตั้งนพกุล (ผู้ต้องหาคดี ม.112) เสียชีวิต โดยมีข้อครหา ข้อกังวลที่ไม่เป็นธรรมด้านสิทธิเสรีภาพ ผมต้องขอรำลึกถึงอากง และขอยืนยันว่าเราจะไม่ยอมให้เหตุการณ์ที่คนหนึ่งคนต้องถูกกระทำอย่างมีข้อสงสัยว่าได้รับการดูแลในเรื่องสิทธิเสรีภาพอย่างสมควรหรือไม่ พรรคก้าวไกลถึงบอกว่า การเมืองจึงต้องดี ปากท้องถึงจะดี ประชาชนถึงจะมีอนาคต” วิโรจน์กล่าว

 

วิโรจน์กล่าวปิดท้ายว่า ก้าวไกลพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ขอให้ก้าวไกลโอบรับความฝันของทุกคน และเป็นแกนนำรัฐบาล มี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วเราจะมีความฝันและความหวังไปด้วยกัน

The post เลือกตั้ง 2566 : วิโรจน์เฉลยคลิปตั้งคำถามทหารหายไปไหน บอกไม่ได้หาย แค่ออกมารัฐประหาร ย้ำนโยบายทหารเปลี่ยนจากเกณฑ์เป็นสมัครใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกลส่งประชาชนกลับบ้านพร้อมแคมเปญ ‘ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ เชิญชวนคนในครอบครัวเทคะแนนเสียงให้ https://thestandard.co/move-forward-songkran-2566/ Wed, 12 Apr 2023 14:31:54 +0000 https://thestandard.co/?p=776450

วันนี้ (12 เมษายน) ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการส […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกลส่งประชาชนกลับบ้านพร้อมแคมเปญ ‘ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ เชิญชวนคนในครอบครัวเทคะแนนเสียงให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (12 เมษายน) ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประกอบด้วย เซีย จำปาทอง, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี และ วรรณวิภา ไม้สน ร่วมสวัสดีปีใหม่ไทยประชาชนที่เดินทางมายังบริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 พร้อมเชิญชวนประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ ร่วมแคมเปญ ‘ภารกิจแห่งจักรวาล: ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ ด้วยการเชิญชวนคนในครอบครัวหรือคนที่บ้านให้กาพรรคก้าวไกล

 

พริษฐ์กล่าวว่า หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ คือการชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล เนื่องจากการลงพื้นที่หาเสียงในช่วงที่ผ่านมา ได้เห็นแนวร่วมพรรคก้าวไกลอยู่ในทุกๆ บ้าน เป็นคนที่มีความคิดความฝันตรงกับพรรค อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากเห็นนโยบายของพรรคเกิดขึ้น จึงอยากให้แนวร่วมพรรคก้าวไกลได้ชวนคนทั้งบ้านหันมาเลือกพรรคก้าวไกลยกบ้าน เพื่อให้ความต้องการนั้นเป็นจริง

 

สำหรับแคมเปญชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล ประกอบด้วย 5 ภารกิจ ได้แก่

 

  1. ส่งต่อข้อมูลนโยบายพรรคให้เพื่อนและญาติในรูปแบบแผ่นพับออนไลน์
  2. เปลี่ยนเฟรมรูปโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดียให้เป็นเฟรม กา x ก้าวไกล
  3. สร้างป้ายหาเสียงผ่านเว็บไซต์และแชร์ให้ทั้งโลกได้รู้
  4. ท้าประลองกับที่บ้านว่าใครรู้ลึกรู้จริงเกี่ยวกับนโยบายพรรคก้าวไกล
  5. ใช้โซเชียลมีเดียปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ ช่วยกันแชร์และเชียร์พรรคก้าวไกล

 

นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมของปีกแรงงาน พรรคก้าวไกล นำโดย เซีย จำปาทอง ผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4 ในฐานะตัวแทนผู้ใช้แรงงาน ที่ร่วมพูดคุยกับประชาชนที่เดินทางกลับบ้าน เพื่อนำเสนอนโยบายของปีกแรงงานจากพรรคก้าวไกลด้วย

 

ทั้งนี้ แคมเปญ ‘ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ ได้กระจายการประชาสัมพันธ์ไปตามจุดต่างๆ ที่มีพี่น้องประชาชนเดินทางอย่างคึกคัก นอกจากที่ขนส่งหมอชิต 2 แล้ว ยังมีที่ขนส่งสายใต้ นำโดย รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล ที่แนะนำแคมเปญให้ประชาชนที่รอเดินทางกลับภูมิลำเนา ได้รับการตอบรับอย่างดี หลายคนสะท้อนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ค่อนข้างสับสนเรื่องหมายเลขผู้สมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขต รังสิมันต์จึงแนะนำเว็บไซต์ของพรรคก้าวไกลที่ระบุข้อมูลผู้สมัครทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมแจกแผ่นพับอธิบายถึงภารกิจต่างๆ ในแคมเปญ ย้ำว่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็เลือกก้าวไกลได้ หากเห็นด้วยกับแนวทางและนโยบายของพรรค ขอให้ช่วยเชิญชวนครอบครัวและคนที่บ้านให้กาก้าวไกลทั้ง 2 ใบ

 

อีกจุดหนึ่งคือท่ารถตู้รังสิต นำโดย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส. ปทุมธานี พรรคก้าวไกล ประชาสัมพันธ์แคมเปญให้ประชาชนที่รอเดินทางกลับบ้าน พบว่ามีเสียงตอบรับดี ประชาชนให้กำลังใจ โดยตนได้แนะนำว่า แคมเปญนี้มีหลายอุปกรณ์เป็นตัวช่วย สำหรับใครที่ชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล และอยากช่วยพวกเราเพิ่มคะแนนเสียง สามารถใช้แผ่นพับนโยบาย ใช้การออกแบบป้ายหาเสียง หรือการเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ในโซเชียลมีเดีย เพื่อเชิญชวนคนในครอบครัวและคนใกล้ตัวมาเลือกพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งครั้งนี้

 

The post เลือกตั้ง 2566 : ก้าวไกลส่งประชาชนกลับบ้านพร้อมแคมเปญ ‘ชวนทั้งบ้านกาก้าวไกล’ เชิญชวนคนในครอบครัวเทคะแนนเสียงให้ appeared first on THE STANDARD.

]]>