เชียงใหม่ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เชียงใหม่/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 15 Aug 2026 11:29:38 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สัมผัสไอรัก ‘แม่แสนสวย-น้องแสนหวาน’ หวนสู่อ้อมกอดในรอบ 1,460 วัน ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย https://thestandard.co/mae-saen-suay-nong-saen-wan-reunion/ Sat, 15 Aug 2026 11:29:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1242381 ภาพแม่ช้าง ‘แม่แสนสวย’ และลูกช้าง ‘น้องแสนหวาน’ กำลังคลอเคลียกันอย่างอบอุ่น

วันนี้ (15 สิงหาคม) ภาพความอบอุ่นและสายใยแห่งความผูกพัน […]

The post สัมผัสไอรัก ‘แม่แสนสวย-น้องแสนหวาน’ หวนสู่อ้อมกอดในรอบ 1,460 วัน ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแม่ช้าง ‘แม่แสนสวย’ และลูกช้าง ‘น้องแสนหวาน’ กำลังคลอเคลียกันอย่างอบอุ่น

วันนี้ (15 สิงหาคม) ภาพความอบอุ่นและสายใยแห่งความผูกพันของคู่แม่ลูกช้างไทยได้กลับมาปรากฏให้เห็นอีกครั้ง เมื่อศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ได้จัดกิจกรรม ‘1,460 วันที่รอคอย แม่แสนสวย & น้องแสนหวาน Fan Meet 69’ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมสัมผัสความรักของแม่ลูกช้างที่ได้กลับมาพบกัน หลังต้องพลัดพรากจากกันไปยาวนานถึง 1,460 วัน หรือกว่า 4 ปีเต็ม

ดูภาพข่าว 

​บรรยากาศบริเวณลานโรงเรียนฝึกช้างและควาญช้างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม โดยมีกลุ่มแฟนคลับและผู้ที่ลงทะเบียนล่วงหน้าจำนวนประมาณ 40 คน ทยอยเข้าร่วมงาน ท่ามกลางความตื่นเต้นที่ได้เฝ้ารอชมช่วงเวลาสำคัญอย่างใกล้ชิด

 

​ตลอดการจัดกิจกรรม เจ้าหน้าที่ ควาญช้าง และทีมสัตวแพทย์ ได้คอยดูแลความเรียบร้อยและติดตามพฤติกรรมของช้างทั้งสองเชือกอย่างระมัดระวัง ภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานคือ ทันทีที่ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกัน ‘แม่พังแสนสวย’ ได้แสดงสัญชาตญาณความเป็นแม่อย่างเต็มเปี่ยม คอยดูแลปกป้อง ขณะที่ ‘พังแสนหวาน’ ผู้เป็นลูก ก็ไม่ยอมห่างจากแม่ โดยใช้หัวซุกคลอเคลียและใช้งวงเกี่ยวสัมผัสแม่ช้างอยู่ตลอดเวลา

 

​สำหรับ พังแสนหวาน เป็นลูกช้างเพศเมียวัย 7 ปี สูญเสียดวงตาทั้งสองข้างจากการติดเชื้อตั้งแต่เด็ก ก่อนที่เจ้าของเดิมจะประกาศขาย พระครูอ๊อด (พระครูสังฆรักษ์วีรวัฒน์) วัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ ได้เมตตาไถ่ชีวิตและนำมาดูแลฟื้นฟูที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย แม้น้องแสนหวานจะไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ด้วยความน่ารักขี้อ้อน ทำให้กลายเป็นขวัญใจที่มีแฟนคลับติดตามจำนวนมาก จนได้รับฉายาว่า ‘เถ้าแก่เนี้ยแสนหวาน’

 

​ส่วนทางด้านผู้เป็นแม่ พังแสนสวย วัย 45 ปี (เดิมชื่อ แม่พังคำมี) อดีตเคยเป็นช้างที่ผ่านการใช้งานและต้องเร่ร่อน ต่อมา พระครูอ๊อด และผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันไถ่ชีวิต พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘แม่พังแสนสวย’ รับเข้าสู่ครอบครัว ‘ช้างตระกูลแสน’ เป็นลำดับที่ 24

 

​หลังจากแม่พังแสนสวยได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณดวงตาที่จังหวัดเชียงใหม่จนอาการดีขึ้น จึงได้ถูกส่งมอบให้เป็นช้างมรดกของแผ่นดิน และย้ายมาประจำการที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เพื่อให้แม่ลูกคู่นี้ได้กลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายร่วมกันอย่างมีความสุขและปลอดภัย ถือเป็นการปิดฉาก 1,460 วันแห่งการรอคอยอย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

ภาพแม่ช้าง ‘แม่แสนสวย’ และลูกช้าง ‘น้องแสนหวาน’ กำลังคลอเคลียกันอย่างอบอุ่น 1ภาพแม่ช้าง ‘แม่แสนสวย’ และลูกช้าง ‘น้องแสนหวาน’ กำลังคลอเคลียกันอย่างอบอุ่น 2ภาพแม่ช้าง ‘แม่แสนสวย’ และลูกช้าง ‘น้องแสนหวาน’ กำลังคลอเคลียกันอย่างอบอุ่น 3ภาพแม่ช้าง ‘แม่แสนสวย’ และลูกช้าง ‘น้องแสนหวาน’ กำลังคลอเคลียกันอย่างอบอุ่น 4ภาพแม่ช้าง ‘แม่แสนสวย’ และลูกช้าง ‘น้องแสนหวาน’ กำลังคลอเคลียกันอย่างอบอุ่น 5ภาพแม่ช้าง ‘แม่แสนสวย’ และลูกช้าง ‘น้องแสนหวาน’ กำลังคลอเคลียกันอย่างอบอุ่น 6

The post สัมผัสไอรัก ‘แม่แสนสวย-น้องแสนหวาน’ หวนสู่อ้อมกอดในรอบ 1,460 วัน ที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นวัตกรรมภาคเหนือ จากทุนวิจัยสู่การใช้จริง https://thestandard.co/northern-innovation-research-real-use/ Sat, 15 Aug 2026 02:39:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1242175 ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง

ทุนวิจัยและนวัตกรรมในภาคเหนือเริ่มต่อยอดสู่ธุรกิจและบริ […]

The post นวัตกรรมภาคเหนือ จากทุนวิจัยสู่การใช้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง

ทุนวิจัยและนวัตกรรมในภาคเหนือเริ่มต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง ตั้งแต่แพลตฟอร์มดูแลผู้ป่วยไมเกรน เทคโนโลยี VR สำหรับเด็กออทิสติก ไปจนถึงหุ่นยนต์สอน Coding แต่โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือทำอย่างไรให้นวัตกรรมเหล่านี้ขยายผลได้โดยไม่หยุดอยู่เพียงต้นแบบหรือโครงการที่ได้รับทุน

 

การติดตามผลโครงการวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ภาคเหนือของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สะท้อนภาพหนึ่งของความพยายามเปลี่ยนเงินทุนวิจัยไปสู่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมีทั้งนวัตกรรมด้านสุขภาพ การศึกษา เทคโนโลยีชีวภาพ และธุรกิจที่ต่อยอดจากทรัพยากรท้องถิ่น

 

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ระบุว่า ผลการประเมินโครงการนวัตกรรมระดับภูมิภาคที่สนับสนุน SMEs สตาร์ทอัพ และวิสาหกิจเพื่อสังคมในช่วงปี 2566-2567 มีมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมกว่า 4,660 ล้านบาท

 

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ 11 จังหวัด มีผู้ประกอบการประมาณ 20 รายที่สามารถขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศได้แล้ว โดยมีมหาวิทยาลัยและหน่วยบ่มเพาะในพื้นที่ทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการและต่อยอดงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์

 

ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง 1

 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการลงทุนด้านวิจัย เพราะความท้าทายสำคัญอยู่ที่การทำให้นวัตกรรมสามารถผ่านช่วงต้นแบบไปสู่การผลิต การขยายตลาด การรับรองมาตรฐาน และการใช้งานจริงในวงกว้าง

 

หนึ่งในกรณีที่ถูกนำมาติดตามคือ แพลตฟอร์มดูแลผู้ป่วยไมเกรน ของบริษัท สไมล์ ไมเกรน จำกัด ซึ่งพัฒนาระบบติดตามข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมของผู้ป่วย เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่และระบบปรึกษาแพทย์ทางไกล เพื่อให้แพทย์สามารถติดตามอาการและปัจจัยกระตุ้นของผู้ป่วยได้ต่อเนื่องมากขึ้น

 

บริษัทระบุว่าปัจจุบันมีรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการประมาณ 40 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ 100 ล้านบาทในช่วง 3 ปี พร้อมขยายการใช้งานไปยังโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ รวมถึงตลาดต่างประเทศในเอเชีย

 

โจทย์สำคัญของนวัตกรรมสุขภาพลักษณะนี้ไม่ได้อยู่เพียงการเติบโตเชิงพาณิชย์ แต่รวมถึงการพิสูจน์มาตรฐาน ประสิทธิผล และความคุ้มค่า เพื่อเปิดทางสู่การใช้งานในระบบสาธารณสุข

 

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุน ววน. ซึ่งมี นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็นประธาน เสนอให้พิจารณากลไกที่จะช่วยให้นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผ่านเกณฑ์สามารถเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นอีกขั้นของการเชื่อมงานวิจัยกับบริการสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้

 

ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง 2

 

อีกโครงการคือเทคโนโลยีเพาะเลี้ยง ไมซีเลียมสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ของบริษัท บิสท์ อินโน รีฟอร์ม จำกัด ซึ่งใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบสำหรับเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

บริษัทมีรายได้ปัจจุบันประมาณ 15 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 50 ล้านบาทภายใน 3 ปี แต่การขยายตลาดโดยเฉพาะในต่างประเทศยังขึ้นอยู่กับการทดสอบทางคลินิกและการผ่านมาตรฐานกำกับดูแล ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดสำคัญของธุรกิจที่พัฒนาจากงานวิจัยด้านสุขภาพ

 

ด้านเทคโนโลยีการศึกษา บริษัท อีซี่คิดส์ โรโบติกส์ จำกัด พัฒนา 3 in 1 EASYKIDS ROBOT KIT ชุดหุ่นยนต์สำหรับเรียนรู้ Coding สำหรับเด็กอายุ 6-18 ปี พร้อมบทเรียนออนไลน์หลายภาษา

 

ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง 3

 

ผู้ประกอบการระบุว่าปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 70 ล้านบาท และมีการใช้งานในราว 200 โรงเรียน โดยตั้งเป้าขยายไปยังโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ และตลาดผู้ปกครอง ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีการศึกษาที่พัฒนาขึ้นในประเทศเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์

 

อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านสุขภาพคือ ระบบความเป็นจริงเสมือน หรือ VR สำหรับฝึกทักษะทางสังคมของเด็กในกลุ่มออทิสติก พัฒนาโดยห้างหุ้นส่วนจำกัด เฟรนส์ ดี ดี โดยใช้สถานการณ์จำลองร่วมกับระบบติดตามการมองและการตอบสนองของผู้ใช้งาน

 

ผู้พัฒนาระบุว่ามีเด็กเข้าร่วมการฝึกแล้วมากกว่า 1,400 คน และเริ่มนำระบบไปใช้ในสถานพยาบาลบางแห่ง รวมถึงประยุกต์กับผู้ป่วยกลุ่มอื่น เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีแผนขยายการใช้งานไปยังคลินิก โรงพยาบาล และการใช้งานที่บ้าน

 

นอกจากเทคโนโลยีและสุขภาพ ยังมีโครงการ ‘มรดกอาหารเชียงใหม่ สูตรอาหารที่หายไป’ ซึ่งนำองค์ความรู้ด้านอาหารและพืชพื้นถิ่นมาต่อยอดเป็นธุรกิจ พร้อมเชื่อมกับการสร้างรายได้ในชุมชนและการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

 

ผู้ประกอบการระบุว่าปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 4.67 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 14.4 ล้านบาทภายใน 3 ปี

 

การติดตามโครงการครั้งนี้ดำเนินการร่วมกันระหว่างคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุน ววน. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งมี ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง เป็นผู้อำนวยการ โดยเป้าหมายสำคัญคือประเมินว่าเงินทุนที่ถูกส่งลงไปสามารถสร้างผลลัพธ์และผลกระทบได้จริงเพียงใด รวมถึงระบุอุปสรรคที่ทำให้งานวิจัยไม่สามารถขยายผลต่อได้

 

ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง 4

 

โจทย์ของระบบวิจัยไทยจึงไม่ได้อยู่เพียงการสร้างโครงการหรือผลิตต้นแบบใหม่ แต่คือการสร้าง เส้นทางต่อเนื่องจากทุนวิจัยไปสู่ตลาดและการใช้งานจริง

 

สำหรับผู้ประกอบการบางราย ช่องว่างดังกล่าวอาจอยู่ที่เงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจ ขณะที่บางรายติดเรื่องมาตรฐาน การทดสอบทางคลินิก การเข้าถึงตลาด หรือการเชื่อมต่อกับระบบจัดซื้อและบริการของรัฐ

 

คำถามสำคัญสำหรับกองทุน ววน. ในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่า ลงทุนไปกี่โครงการ แต่คือ มีนวัตกรรมกี่โครงการที่สามารถเติบโตต่อหลังได้รับทุน สร้างรายได้หรือผลกระทบได้จริง และลดการพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐในระยะยาว

 

หากระบบสามารถเชื่อมเงินทุนวิจัย มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และภาครัฐเข้าด้วยกันได้ งานวิจัยก็มีโอกาสเดินทางไกลกว่าห้องแล็บ และกลายเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ หรือเทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจและตอบโจทย์ประชาชนได้จริง

 

[PR NEWS]

The post นวัตกรรมภาคเหนือ จากทุนวิจัยสู่การใช้จริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เตรียมรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมขัง ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงเขตเมือง https://thestandard.co/chiang-mai-installs-water-pumps-flood/ Fri, 14 Aug 2026 09:22:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1241976 เชียงใหม่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ

วันนี้ (14 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นท […]

The post เชียงใหม่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เตรียมรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมขัง ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงเขตเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ

วันนี้ (14 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ยังบริเวณเชิงสะพานเม็งราย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เก็บภาพการติดตั้งเครื่องสูบน้ำของเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝน และลดผลกระทบจากฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตเมือง

 

ทั้งนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงแล้วรวม 5 จุด ได้แก่ บริเวณกาดก้อม, ศรีปิงเมือง, ปาล์มสปริง, ช่างเคี่ยน และบริเวณเชิงสะพานเม็งราย ซึ่งเป็นจุดที่ดำเนินการติดตั้งในวันนี้ เพื่อให้พร้อมใช้งานทันทีหากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ ในสัปดาห์หน้าเทศบาลนครเชียงใหม่มีแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมอีก 1 จุด บริเวณแยกข่วงสิงห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมขัง และรองรับสถานการณ์ฝนที่อาจมีความรุนแรงในช่วงที่เหลือของฤดูฝน

 

โดยกองช่าง เทศบาลนครเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ร่วมดำเนินการติดตั้ง โดยใช้เครื่องสูบน้ำดีเซลขนาด 25,000 ลิตรต่อนาที ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน การสัญจร และพื้นที่เศรษฐกิจในเขตเมืองเชียงใหม่

 

การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมเชิงรุกของหน่วยงานในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดระยะเวลาการเกิดน้ำท่วมขัง และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงของเทศบาลนครเชียงใหม่

The post เชียงใหม่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เตรียมรับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมขัง ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงเขตเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชียงใหม่ ร่วมจุดผางประทีป3,000 ดวงถวายเป็นพุทธบูชาน้อม รำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพันปีหลวง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ https://thestandard.co/chiang-mai-lanterns-queen-mother-2/ Thu, 13 Aug 2026 00:19:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1241280 ภาพประชาชนร่วมจุดผางประทีปจำนวนมากบริเวณลานวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ในพิธีถวายเป็นพุทธบูชาและน้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง

วันนี้ (12 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD เดินทาง […]

The post เชียงใหม่ ร่วมจุดผางประทีป3,000 ดวงถวายเป็นพุทธบูชาน้อม รำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพันปีหลวง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประชาชนร่วมจุดผางประทีปจำนวนมากบริเวณลานวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ในพิธีถวายเป็นพุทธบูชาและน้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง

วันนี้ (12 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD เดินทางไปยังวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเก็บภาพกิจกรรมเนื่องในวันแม่แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีพุทธศาสนิกชนและประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมประกอบพิธีจุดผางประทีปจำนวน 3,000 ดวง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระธาตุเจดีย์หลวง และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ดูภาพข่าว 

บรรยากาศภายในวัดมีการประกอบพิธีสวดมนต์ โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรม และร่วมจุดผางประทีปบริเวณลานด้านหน้าพระธาตุเจดีย์หลวง ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและสว่างไสวไปด้วยแสงเทียน สะท้อนถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ

 

สำหรับการจุดผางประทีปถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวล้านนา นิยมปฏิบัติเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เสริมสิริมงคลแก่ชีวิต และอุทิศส่วนกุศล โดยมักจัดขึ้นในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันสำคัญต่างๆ ซึ่งวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร ถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ประชาชนเดินทางมาร่วมประกอบพิธีดังกล่าว

 

 

ภาพประชาชนร่วมจุดผางประทีปจำนวนมากบริเวณลานวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ในพิธีถวายเป็นพุทธบูชาและน้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง 1ภาพประชาชนร่วมจุดผางประทีปจำนวนมากบริเวณลานวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ในพิธีถวายเป็นพุทธบูชาและน้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง 2ภาพประชาชนร่วมจุดผางประทีปจำนวนมากบริเวณลานวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ในพิธีถวายเป็นพุทธบูชาและน้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง 3ภาพประชาชนร่วมจุดผางประทีปจำนวนมากบริเวณลานวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ในพิธีถวายเป็นพุทธบูชาและน้อมรำลึกสมเด็จพระพันปีหลวง 4

The post เชียงใหม่ ร่วมจุดผางประทีป3,000 ดวงถวายเป็นพุทธบูชาน้อม รำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระพันปีหลวง เนื่องในวันแม่แห่งชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ยืนยันดูมวยกับ ‘เศรษฐา’ ไม่มีการเมือง ชี้รู้จักกันตั้งแต่เรียนต่างประเทศ https://thestandard.co/anutin-srettha-watch-boxing-no-politics/ Tue, 11 Aug 2026 07:23:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1240760 อนุทิน ชาญวีรกูล และ เศรษฐา ทวีสิน ขณะร่วมชมการแข่งขันมวย

วันนี้ (11 สิงหาคม) เวลา 12.50 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายก […]

The post อนุทิน ยืนยันดูมวยกับ ‘เศรษฐา’ ไม่มีการเมือง ชี้รู้จักกันตั้งแต่เรียนต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล และ เศรษฐา ทวีสิน ขณะร่วมชมการแข่งขันมวย

วันนี้ (11 สิงหาคม) เวลา 12.50 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการไปร่วมชมการชกมวยที่เวทีราชดำเนิน ร่วมกับเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า ไปดูมวยเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว โดยยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมือง ซึ่งตนไปดูเพื่อเปิดหูเปิดตาเกี่ยวกับธุรกิจใหม่ที่เปลี่ยนจากการพนันอย่างเดียวมาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ให้นักท่องเที่ยว และเป็นการโชว์ศิลปะไทย

 

ทั้งมองว่าบรรยากาศรู้สึกดี ไม่อึดอัดและอันตรายเหมือนเมื่อก่อน และนักท่องเที่ยวก็เต็มหมดทุกรอบ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจริงๆ ดูแล้วเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลง และดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ทางผู้จัดเสนอมาว่า หากเราสามารถจัดกิจกรรมแบบนี้ไปจังหวัดใหญ่ เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ หากทำได้ก็ดี แต่ต้องให้การท่องเที่ยวและกีฬาส่งเสริมด้วย ซึ่งตนมองว่าโอเคหากทำได้

 

ส่วนเรื่องนี้จะเป็นผลมาจากปฏิญญาโมนาโกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า “มีแต่ปฏิญญามอคโคน่าแก้ง่วง บ่ายๆ ก็ง่วง” ก่อนยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่มี พร้อมถามผู้สื่อข่าวกลับว่า เศรษฐาจะมาเกี่ยวอะไรกับการเมืองตอนนี้ ซึ่งวันที่ดูมวย เป็นวันที่ตนไปงานศพพ่อตาของเศรษฐามา จึงได้ชวนกันมาดูมวย ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น ไม่มีการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

 

ส่วนหลังจากนี้จะมีการชวนไปไหนอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าตนกับเศรษฐาไม่ได้เพิ่งมารู้จักเมื่อตอนทำงานเป็นลูกน้องท่านอยู่ในคณะรัฐมนตรี แต่รู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ต่างประเทศด้วยกันแล้ว และไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด ตอนที่อยู่กับเศรษฐาก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกันเลย

 

The post อนุทิน ยืนยันดูมวยกับ ‘เศรษฐา’ ไม่มีการเมือง ชี้รู้จักกันตั้งแต่เรียนต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อถนนกลายเป็นรันเวย์ ‘แยกรินคำ’ จัด LANNA HAUTE COUTURE กลางสายฝน https://thestandard.co/lanna-haute-couture-rinkham-chiang-mai/ Sun, 09 Aug 2026 02:21:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1239947 นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่

วานนี้ (8 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที […]

The post เมื่อถนนกลายเป็นรันเวย์ ‘แยกรินคำ’ จัด LANNA HAUTE COUTURE กลางสายฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่

วานนี้ (8 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่บริเวณสี่แยกรินคำ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เก็บภาพบรรยากาศแฟชั่นโชว์ ‘LANNA HAUTE COUTURE’ ภายใต้แนวคิด ‘When the Streets Become Couture’ ซึ่งเปลี่ยนทางม้าลายหน้าศูนย์การค้า MAYA Lifestyle Shopping Center, Chiangmai ให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่นร่วมสมัย ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก

 

กิจกรรมดังกล่าวจัดโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ โดยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมชมโดยรอบ ขณะที่นายแบบและนางแบบกว่า 40 ชีวิต ร่วมถ่ายทอดผลงานจาก 6 ดีไซเนอร์ชั้นนำของภาคเหนือ นำเสนอผ้าทอพื้นถิ่น ศิลปะ และอัตลักษณ์ล้านนาผ่านการแสดงรูปแบบ Flashmob

 

แม้ฝนจะตกต่อเนื่องตลอดการจัดงาน แต่กลับสร้างภาพบรรยากาศที่แปลกตาและน่าจดจำ โดยกิจกรรมครั้งนี้ถูกระบุว่าเป็นการจัดแฟชั่นโชว์บนทางม้าลายครั้งแรกของภาคเหนือและประเทศไทย

 

LANNA HAUTE COUTURE เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘Amazing Thailand: What Does Thailand Feel Like?’ ที่ ททท. มุ่งสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ผ่านการผสานศิลปะ วัฒนธรรมร่วมสมัย และพื้นที่สาธารณะ เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของเชียงใหม่สู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

 

สำหรับสี่แยกรินคำถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเชียงใหม่ เป็นจุดเชื่อมระหว่างศูนย์การค้า MAYA Lifestyle Shopping Center โครงการ Think Park และย่านนิมมานเหมินท์ จึงมีผู้คนสัญจรอย่างคึกคักตลอดทั้งวัน และได้รับการขนานนามในโลกโซเชียลว่า ‘แยกชิบูย่าเมืองไทย’

 

การเปลี่ยนทางม้าลายกลางเมืองให้เป็นรันเวย์ ท่ามกลางสายฝน จึงไม่เพียงสร้างสีสันให้กับพื้นที่ แต่ยังเป็นการผสานวิถีชีวิตคนเมืองเข้ากับศิลปะและวัฒนธรรมล้านนา สร้างภาพจำใหม่ให้กับเชียงใหม่ในมุมที่แตกต่างออกไป

 

นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่ 1นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่ 2นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่ 3นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่ 4นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่ 5นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่ 6นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่ 7นายแบบนางแบบเดินแฟชั่นโชว์ LANNA HAUTE COUTURE บนทางม้าลายกลางสายฝนที่แยกรินคำ เชียงใหม่ 8

The post เมื่อถนนกลายเป็นรันเวย์ ‘แยกรินคำ’ จัด LANNA HAUTE COUTURE กลางสายฝน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกาะติด ICOMOS ลงพื้นที่ ‘วัดอุโมงค์’ ประเมินคุณค่าล้านนา ดันเชียงใหม่สู่มรดกโลกปี 2570 https://thestandard.co/icomos-chiang-mai-world-heritage/ Fri, 07 Aug 2026 03:33:51 +0000 https://thestandard.co/icomos-chiang-mai-world-heritage/ คณะผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ลงพื้นที่ตรวจประเมินวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่

วานนี้ (6 สิงหาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ติ […]

The post เกาะติด ICOMOS ลงพื้นที่ ‘วัดอุโมงค์’ ประเมินคุณค่าล้านนา ดันเชียงใหม่สู่มรดกโลกปี 2570 appeared first on THE STANDARD.

]]>
คณะผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ลงพื้นที่ตรวจประเมินวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่

วานนี้ (6 สิงหาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่ติดตามบรรยากาศ ที่ วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในการตรวจประเมินวันที่ 2 ของคณะผู้เชี่ยวชาญจาก สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ซึ่งอยู่ระหว่างการประเมินแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่ (ระหว่างวันที่ 4-8 สิงหาคม)

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปเพื่อประกอบการพิจารณาเสนอชื่อ ‘อนุสรณ์สถาน แหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา’ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ องค์การยูเนสโก (UNESCO)

 

สำหรับการลงพื้นที่ในวันที่ 6 สิงหาคม Mr. Sharif Shams Imon ผู้เชี่ยวชาญจาก ICOMOS ได้เข้าตรวจประเมินวัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในเขตอรัญญิก บริเวณเชิงดอยสุเทพ และเป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนวิถีพุทธศาสนาฝ่ายอรัญวาสี รวมถึงสถาปัตยกรรมล้านนาได้อย่างชัดเจน

 

ผู้เชี่ยวชาญและคณะได้เข้าหารือกับ พระครูสมุห์บุญเลิศ ชยวํโส เจ้าอาวาสวัดอุโมงค์ และผู้แทนชุมชน ก่อนจะเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด ทั้งอาคารโบราณ อุโมงค์โบราณ เจดีย์ และภูมิทัศน์ธรรมชาติที่รายล้อมวัด

 

จากการติดตามพบว่า ผู้เชี่ยวชาญได้ใช้เวลาพิจารณารายละเอียดของโบราณสถานในหลายจุด พร้อมสอบถามข้อมูลจากพระสงฆ์ ผู้ดูแลพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของประวัติศาสตร์ การอนุรักษ์ การบริหารจัดการพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการประเมินทั้งคุณค่าเชิงกายภาพ และบริบทการใช้ประโยชน์ของแหล่งมรดกที่ยังมีชีวิต (Living Heritage) ที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

 

คณะผู้เชี่ยวชาญได้พิจารณาประเมินพื้นที่ตามหลักเกณฑ์สำคัญของ ICOMOS อย่างเคร่งครัด ได้แก่

 

  • คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล
  • ความแท้จริง
  • ความครบถ้วนสมบูรณ์

 

การเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกของจังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วนหลัก ได้แก่

 

  • กลุ่มโบราณสถานภายในเขตเมืองเชียงใหม่
  • กลุ่มแหล่งมรดกในเขตอรัญญิก บริเวณเชิงดอยสุเทพ (รวมถึงวัดอุโมงค์)
  • วัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด)

 

ทั้งนี้ การตรวจประเมินภาคสนามของคณะผู้เชี่ยวชาญจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ก่อนที่ทาง ICOMOS จะนำข้อมูลไปจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกของ UNESCO ใช้ประกอบการพิจารณาประกาศขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการในปี 2570 ต่อไป

 

คณะผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ลงพื้นที่ตรวจประเมินวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ 1คณะผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ลงพื้นที่ตรวจประเมินวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ 2คณะผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ลงพื้นที่ตรวจประเมินวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ 3คณะผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ลงพื้นที่ตรวจประเมินวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ 4คณะผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ลงพื้นที่ตรวจประเมินวัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ 5

The post เกาะติด ICOMOS ลงพื้นที่ ‘วัดอุโมงค์’ ประเมินคุณค่าล้านนา ดันเชียงใหม่สู่มรดกโลกปี 2570 appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE LONG DISTANCE RELATIONSHIP บทเรียนจาก จิม วอล์มสลีย์ กับการวิ่งระยะไกลที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ดี https://thestandard.co/jim-walmsley-long-distance-relationship/ Wed, 05 Aug 2026 10:47:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1238605 ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก

ในกีฬาที่ต้องวิ่ง 170 กิโลเมตร สิ่งที่ จิม วอล์มสลีย์ พ […]

The post THE LONG DISTANCE RELATIONSHIP บทเรียนจาก จิม วอล์มสลีย์ กับการวิ่งระยะไกลที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก

ในกีฬาที่ต้องวิ่ง 170 กิโลเมตร สิ่งที่ จิม วอล์มสลีย์ พูดถึงมากที่สุดไม่ใช่สถิติหรือชัยชนะ แต่เป็นความสัมพันธ์

 

ก่อน UTMB Mont-Blanc 2026 THE STANDARD SPORT ได้คุยกับเขาจากแคมป์นักกีฬา HOKA ที่ Saint-Gervais ประเทศฝรั่งเศส และพบว่าคำตอบแทบทุกข้อวนกลับมาที่เรื่องเดียวกัน การอยู่กับกีฬานี้ให้ได้นานที่สุด

 

THE LONG DISTANCE RELATIONSHIP

 

และสำหรับนักวิ่งไทย เขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องบินไปชาโมนิกซ์เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกีฬานี้ ให้หา UTMB ของตัวเองที่ใกล้บ้านก่อน ส่วนตัวเขาเองก็ยังอยากมาแข่งที่ไทยสักครั้ง และจับตาสนามเชียงใหม่ปลายปีอยู่เสมอ

 

อ่านทั้งหมดในภาพ 👉

 

ภาพ: HOKA

 

ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 1ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 2ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 3ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 4ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 5ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 6ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 7ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 8ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 9ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 10ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 11ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 12ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 13ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 14ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 15ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 16ภาพ จิม วอล์มสลีย์ นักวิ่งอัลตราเทรลระดับโลก 17

The post THE LONG DISTANCE RELATIONSHIP บทเรียนจาก จิม วอล์มสลีย์ กับการวิ่งระยะไกลที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เดินหน้าสู่มรดกโลก ทส. นำทีมผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจความพร้อม ‘เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา’ ลุ้นผลพิจารณาปีหน้า https://thestandard.co/chiang-mai-world-heritage-icomos-inspection/ Wed, 05 Aug 2026 08:58:36 +0000 https://thestandard.co/chiang-mai-world-heritage-icomos-inspection/ เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ลงพื้นที่ตรวจประเมินแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (5 สิงหาคม) รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธ […]

The post เดินหน้าสู่มรดกโลก ทส. นำทีมผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจความพร้อม ‘เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา’ ลุ้นผลพิจารณาปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ลงพื้นที่ตรวจประเมินแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (5 สิงหาคม) รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมกว่า 80 คน ได้ลงพื้นที่ประชุมชี้แจงและติดตามการประเมินแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม อนุสรณ์สถาน และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของ ‘เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา’ อย่างเป็นทางการ

 

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญภายหลังจากจังหวัดเชียงใหม่ได้ยื่นเอกสารเสนอชื่อเพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก โดยมี มร.ชารีฟ ชัมส์ อิมอน (Sharif Shams Imon) ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) จากสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประเมินคุณลักษณะของแหล่งที่มีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value: OUV)

 

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความครบถ้วนสมบูรณ์ ความเป็นของแท้ดั้งเดิม (Authenticity) รวมถึงประสิทธิภาพด้านการอนุรักษ์และแผนการบริหารจัดการ เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปประกอบการพิจารณาการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ซึ่งมีกำหนดเข้าสู่วาระการพิจารณาขององค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2570

 

สำหรับการเสนอขึ้นทะเบียน ‘เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา’ ในครั้งนี้ ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักที่สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่

 

  • องค์ประกอบที่ 1: เมืองเชียงใหม่และโบราณสถานสำคัญ ครอบคลุมทั้งพื้นที่ภายในและนอกเมือง ประกอบด้วย คูเมืองและกำแพงเมืองเชียงใหม่, วัดเชียงมั่น, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และวัดสวนดอก พระอารามหลวง
  • องค์ประกอบที่ 2: แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในเขตอรัญญิก ตั้งอยู่นอกเมืองทางด้านตะวันตก บริเวณเชิงดอยและบนดอยสุเทพ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ประกอบด้วย วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม) และวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
  • องค์ประกอบที่ 3: แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมวัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือนอกเมืองเชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและได้รับการยกย่องให้เป็น ‘พุทธคยาแห่งเมืองเชียงใหม่’

 

อย่างไรก็ตามองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าอันโดดเด่นของเมืองเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์วัฒนธรรม ในฐานะอดีตราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนา ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของพัฒนาการทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน และคู่ควรกับการได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกเพื่อส่งต่อคุณค่าระดับสากลนี้สู่คนรุ่นหลังต่อไป

The post เดินหน้าสู่มรดกโลก ทส. นำทีมผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจความพร้อม ‘เชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา’ ลุ้นผลพิจารณาปีหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมิน ‘วัดเจดีย์หลวง’ หนึ่งในแหล่งเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก https://thestandard.co/icomos-chedi-luang-world-heritage/ Tue, 04 Aug 2026 12:20:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1238133 ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมินวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (4 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที […]

The post ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมิน ‘วัดเจดีย์หลวง’ หนึ่งในแหล่งเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมินวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (4 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามการปฏิบัติภารกิจวันแรกของ Mr. Sharif Shams Imon ผู้เชี่ยวชาญจากสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ประเทศบังกลาเทศ ซึ่งเริ่มการตรวจประเมินทางเทคนิคแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 4-8 สิงหาคม เพื่อประกอบการพิจารณาเสนอชื่อ ‘อนุสรณ์สถาน แหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา’ ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก (UNESCO)

ดูภาพข่าว 

การลงพื้นที่ในวันแรก ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจเยี่ยมภายในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของแหล่งมรดกที่เสนอขึ้นทะเบียน โดยตรวจประเมินบริเวณวิหารหลวงและองค์พระธาตุเจดีย์หลวง เพื่อพิจารณาคุณค่าด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมล้านนา ความแท้จริง (Authenticity) และความสมบูรณ์ (Integrity) ของโบราณสถาน ตลอดจนแนวทางการอนุรักษ์และการบริหารจัดการพื้นที่ตามหลักเกณฑ์ของ ICOMOS และ UNESCO

 

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังได้หารือกับคณะสงฆ์และผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ศาสนสถาน การดูแลโบราณสถาน และการรักษาสมดุลระหว่างการใช้พื้นที่ประกอบศาสนกิจในชีวิตประจำวันกับการอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการประเมินแหล่งมรดกที่ยังมีชีวิต (Living Heritage)

 

อย่างไรก็ตาม การตรวจประเมินครั้งนี้ครอบคลุมองค์ประกอบของแหล่งมรดกทั้ง 8 แห่ง ประกอบด้วย วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง, วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม), วัดสวนดอก พระอารามหลวง, วัดเชียงมั่น, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร และแนวคูเมืองกับกำแพงเมืองเชียงใหม่

 

โดยผลการลงพื้นที่จะถูกนำไปจัดทำรายงานเสนอ ICOMOS ก่อนส่งความเห็นต่อคณะกรรมการมรดกโลกของ UNESCO เพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนในลำดับต่อไป

 

 

ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมินวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 1ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมินวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 2ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมินวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 3ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมินวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 4ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมินวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 5ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมินวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ 6

The post ผู้เชี่ยวชาญ ICOMOS ตรวจประเมิน ‘วัดเจดีย์หลวง’ หนึ่งในแหล่งเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาคประชาชนยื่นแถลงการณ์ถึง ‘มิน อ่อง หล่าย’ หน้ากงสุลเมียนมา เชียงใหม่ เรียกร้องหยุดทำลาย-ร่วมปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน https://thestandard.co/min-aung-hlaing-myanmar-chiang-mai-rivers/ Mon, 03 Aug 2026 06:48:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1237553 กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน

วันนี้ (3 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD เดินทางไ […]

The post ภาคประชาชนยื่นแถลงการณ์ถึง ‘มิน อ่อง หล่าย’ หน้ากงสุลเมียนมา เชียงใหม่ เรียกร้องหยุดทำลาย-ร่วมปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน

วันนี้ (3 สิงหาคม) ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD เดินทางไปยังสถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประจำจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเก็บภาพการจัดกิจกรรม ‘ร่วมแสดงเจตนารมณ์ปกป้องแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี’ ซึ่งจัดขึ้นบริเวณหน้าสถานกงสุลฯ

ดูภาพข่าว 

บรรยากาศการจัดกิจกรรม มีกลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวกันที่วัดสันติธรรม ก่อนเคลื่อนขบวนมายังหน้าสถานกงสุลฯ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรช้างเผือกประมาณ 20 นาย ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบ

 

เมื่อมาถึงด้านหน้ากงสุลฯ ได้มีการแสดงเชิงสัญลักษณ์ โดยนำขวดน้ำที่ระบุว่าเป็นน้ำปนเปื้อนจากแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบเช่น แม่น้ำกก , แม่น้ำรวก, แม่น้ำสาย และ แม่น้ำโขง มาใช้ประกอบการแสดง

 

ผ่านตัวแทนที่สวมหน้ากากของ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา และ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งยื่นขวดน้ำให้กันไปมาเพื่อสื่อถึงการผลักภาระความรับผิดชอบ ก่อนที่ขวดน้ำจะตกลงสู่พื้น

 

จากนั้น ผู้ชุมนุมได้อ่านแถลงการณ์ถึง พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เพื่อเรียกร้องให้ยุติการทำลายสิ่งแวดล้อม พร้อมแสดงความรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนและระบบนิเวศของลุ่มน้ำข้ามพรมแดน

 

ภายหลังการอ่านแถลงการณ์ ตัวแทนผู้จัดกิจกรรมได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้อง โดยมี พ.ต.อ.เสวก ชูศิริ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับหนังสือแทน

 

การรวมตัวครั้งนี้ เป็นการเคลื่อนไหวของเครือข่ายภาคประชาชนและภาคประชาสังคมเข้าร่วม เนื่องจากมีความกังวลต่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง แม่น้ำสาละวิน และแม่น้ำกระบุรี ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญของชุมชนทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

 

 

กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 1กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 2กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 3กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 4กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 5กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 6กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 7กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 8กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 9กลุ่มนักกิจกรรมรวมตัวหน้าสถานกงสุลเมียนมา เชียงใหม่ ยื่นแถลงการณ์ปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน 10

The post ภาคประชาชนยื่นแถลงการณ์ถึง ‘มิน อ่อง หล่าย’ หน้ากงสุลเมียนมา เชียงใหม่ เรียกร้องหยุดทำลาย-ร่วมปกป้องลุ่มน้ำข้ามพรมแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธศาสนิกชนเนืองแน่นวัดเจดีย์หลวง ร่วมเวียนเทียน-จุดผางประทีป เนื่องในวันอาสาฬหบูชา https://thestandard.co/asalha-puja-wat-chedi-luang-chiang-mai/ Thu, 30 Jul 2026 00:22:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1236240 พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา

วันนี้ (29 กรกฎาคม) บรรยากาศการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำค […]

The post พุทธศาสนิกชนเนืองแน่นวัดเจดีย์หลวง ร่วมเวียนเทียน-จุดผางประทีป เนื่องในวันอาสาฬหบูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา

วันนี้ (29 กรกฎาคม) บรรยากาศการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ‘วันอาสาฬหบูชา’ ประจำปี 2569 ที่ วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีพุทธศาสนิกชนชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาร่วมประกอบพิธีทางศาสนาและสัมผัสวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเนืองแน่น

ดูภาพข่าว 

ตลอดช่วงเย็นและค่ำที่ผ่านมา ประชาชนและนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศได้ทยอยเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมภายในวัดอย่างต่อเนื่อง โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การร่วมทำบุญ การสวดมนต์สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การจุดผางประทีป เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และการร่วมพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ

 

การจัดกิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะเป็นการส่งเสริมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาแล้ว ยังถือเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ซึ่งสามารถดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ให้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ในวันสำคัญทางศาสนาได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

สำหรับวันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเพ็ญ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ถือเป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นวันที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แก่ปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี

 

เหตุการณ์ดังกล่าวยังผลให้พระอัญญาโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระโสดาบัน และขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา อันเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้องค์ประกอบของพระรัตนตรัย อันได้แก่ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ บังเกิดขึ้นอย่างครบบริบูรณ์

 

 

พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา 1พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา 2พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา 3พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา 4พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา 5พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา 6พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา 7พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวร่วมเวียนเทียนและจุดผางประทีปที่วัดเจดีย์หลวงในวันอาสาฬหบูชา 8

The post พุทธศาสนิกชนเนืองแน่นวัดเจดีย์หลวง ร่วมเวียนเทียน-จุดผางประทีป เนื่องในวันอาสาฬหบูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธศาสนิกชนเนืองแน่นเชียงใหม่ ร่วมสืบสานประเพณี ‘เป็งปุ๊ด’ ตักบาตรเที่ยงคืนล้านนาครั้งเดียวในรอบปี https://thestandard.co/peng-pud-midnight-alms-chiang-mai/ Wed, 29 Jul 2026 03:37:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1236055 พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่

บรรยากาศประเพณีตักบาตรเที่ยงคืน หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่ […]

The post พุทธศาสนิกชนเนืองแน่นเชียงใหม่ ร่วมสืบสานประเพณี ‘เป็งปุ๊ด’ ตักบาตรเที่ยงคืนล้านนาครั้งเดียวในรอบปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่

บรรยากาศประเพณีตักบาตรเที่ยงคืน หรือที่ชาวล้านนาเรียกว่าประเพณี ‘เป็งปุ๊ด’ ประจำปี 2569 ณ วัดอุปคุต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่บันทึกภาพคลื่นมหาชน ทั้งชาวเชียงใหม่ ตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ทยอยเดินทางมาร่วมทำบุญกันตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา

 

เนื่องจากการจัดงานประเพณีในปีนี้ตรงกับช่วงวันหยุดยาว ประกอบกับเป็นโอกาสที่จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบปี ส่งผลให้บริเวณวัดอุปคุตและพื้นที่โดยรอบมีผู้คนเดินทางมารวมตัวกันอย่างหนาแน่น ทำให้สภาพการจราจรเคลื่อนตัวได้ช้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่เทศกิจจากเทศบาลนครเชียงใหม่ จึงต้องดำเนินการปิดการจราจรชั่วคราวบริเวณถนนท่าแพและถนนช้างคลาน ในช่วงเวลาที่มีการทำบุญตักบาตร เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานอย่างใกล้ชิด

 

สำหรับบรรยากาศการจัดงานนั้น เริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 28 กรกฎาคม โดยมีประชาชนนำข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม มาจับจองพื้นที่ทั้งภายในวัดและตลอดแนวเส้นทางรับบิณฑบาตจนเต็มพื้นที่ ก่อนที่กิจกรรมทางศาสนาจะเริ่มต้นขึ้นในเวลาประมาณ 22.00 น. ด้วยการเจริญพระพุทธมนต์ของพระสงฆ์และสามเณร กระทั่งเข้าสู่เวลา 00.00 น. พระสงฆ์และสามเณรจึงได้ออกเดินบิณฑบาต ท่ามกลางประชาชนและนักท่องเที่ยวที่รอร่วมทำบุญอย่างเนืองแน่นทั่วทั้งบริเวณวัดและตลอดแนวถนนสายสำคัญ

 

ประเพณีเป็งปุ๊ด เป็นประเพณีสำคัญที่ชาวล้านนาปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยจะจัดขึ้นเฉพาะในคืนวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) ที่ตรงกับวันพุธเท่านั้น คำว่า ‘เป็ง’ หมายถึงวันเพ็ญหรือพระจันทร์เต็มดวง ส่วน ‘ปุ๊ด’ หมายถึงวันพุธ ซึ่งในแต่ละปีอาจเกิดขึ้นเพียง 1-2 ครั้ง หรือบางปีอาจไม่มีวาระดังกล่าวเลย ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา เชื่อกันว่า พระอุปคุต ซึ่งเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา จะขึ้นจากสะดือทะเลในคืนเป็งปุ๊ดเพื่อแปลงกายเป็นสามเณรมาโปรดสัตว์ ผู้ใดที่ได้ร่วมทำบุญตักบาตรในคืนดังกล่าวจะได้รับความเป็นสิริมงคล โชคลาภ และความเจริญรุ่งเรือง

 

พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่ 1พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่ 2พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่ 3พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่ 4พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่ 5พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่ 6พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่ 7พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร่วมตักบาตรเที่ยงคืนประเพณี 'เป็งปุ๊ด' ที่วัดอุปคุต เชียงใหม่ 8

The post พุทธศาสนิกชนเนืองแน่นเชียงใหม่ ร่วมสืบสานประเพณี ‘เป็งปุ๊ด’ ตักบาตรเที่ยงคืนล้านนาครั้งเดียวในรอบปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงไทย SEA V.League 2026 https://thestandard.co/thai-women-volleyball-sea-vleague/ Tue, 28 Jul 2026 02:40:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1235761 ภาพอินโฟกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงไทยในศึก SEA V.League 2026

🏐🇹🇭 โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงไทย SEA V.League 2026   อ […]

The post โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงไทย SEA V.League 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงไทยในศึก SEA V.League 2026

🏐🇹🇭 โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงไทย SEA V.League 2026

 

อีกหนึ่งรายการสำคัญที่แฟนวอลเลย์บอลจะได้ติดตามฟอร์มของทีมชาติไทย ก่อนเดินหน้าสู่ 2 ภารกิจใหญ่ของปี นั่นคือ วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่จะแข่งขันระหว่าง 21-30 สิงหาคม และ เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนกันยายน

 

ภาพอินโฟกราฟิกโปรแกรมการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงไทยในศึก SEA V.League 2026 1

The post โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงไทย SEA V.League 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติปลื้มวัดพระมหาธาตุขึ้นทะเบียนมรดกโลก ย้ำเป็นความสำเร็จร่วม 5 รัฐบาล บอกคนวิจารณ์ควรมีวุฒิภาวะ อย่ามองเป็นเรื่องการเมือง https://thestandard.co/suchart-wat-phra-mahathat-world-heritage/ Mon, 27 Jul 2026 04:12:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1235461 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (27 กรกฎาคม) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรว […]

The post สุชาติปลื้มวัดพระมหาธาตุขึ้นทะเบียนมรดกโลก ย้ำเป็นความสำเร็จร่วม 5 รัฐบาล บอกคนวิจารณ์ควรมีวุฒิภาวะ อย่ามองเป็นเรื่องการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

วันนี้ (27 กรกฎาคม) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณียูเนสโกประกาศ ‘วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร’ จังหวัดนครศรีธรรมราช ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม ว่า เรื่องนี้เป็นข่าวดีของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งถือเป็นความยิ่งใหญ่ของมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศชาติ โดยการยื่นขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น มีคณะกรรมการจากหลายประเทศร่วมพิจารณา ซึ่งประเทศไทยมีตน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมด้วย

 

สุชาติกล่าวอีกว่า การที่ขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร นั้นดำเนินการมา 5 รัฐบาลแล้ว ตั้งแต่ปี 2562 พร้อมย้ำว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ ไม่ได้บอกว่ามาสำเร็จในยุคเราเป็นรัฐบาล แต่ต้องที่ผ่านมาที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพราะต้องหาเหตุและผลมาประกอบ ซึ่งวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร มีอายุมาประมาณ 1,500 ปี มีโบราณวัตถุรวม 32,000 ชิ้น เราจะต้องถ่ายภาพทั้ง 32,000 ชิ้น ส่งการบ้านให้กับองค์กรยูเนสโกด้วย รวมถึงให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาตรวจสอบที่ประเทศไทย

 

ดังนั้น การเอาอารยธรรมเก่าแก่ต่างๆ ของประเทศไทยขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้นทำได้ยากมาก ซึ่ง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญ โดยส่งตนเองเป็นคณะผู้แทนเดินทางไปร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม

 

สุชาติยังเปิดเผยว่า หลังจากนี้เตรียมผลักดัน 7 วัดสำคัญ ร่วมกับคูเมืองและกำแพงเมืองเชียงใหม่ รวมเป็น 8 แหล่งวัฒนธรรม ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งตนได้ไปศึกษาว่าประเทศที่มีการขอขึ้นทะเบียนมีลักษณะคล้ายแบบนี้ คือ ที่หลวงพระบาง สปป.ลาว แต่ทั้งนี้ต้องเกิดจากความร่วมมือของประชาชนในท้องถิ่น ไม่ใช่เพียงแค่ทางกระทรวง หรือรัฐบาลทำให้ฝ่ายเดียว เหมือนที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหารมีชาวบ้าน และผู้นำท้องที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่ในขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาตรวจสถานที่ในเร็วๆ นี้ ก็ต้องเตรียมข้อมูลและประสานกับชาวบ้าน

 

สุชาติกล่าวต่อว่า เรื่องนี้อาจจะมีบางคนไม่ยินดีด้วย ซึ่งมองว่าไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแบบนี้ เราต้องมีวุฒิภาวะ อย่าเอาเรื่องความดีใจของคนไทยทั้งประเทศมาเป็นเรื่องการเมือง เราทำมา 5 รัฐบาลแล้ว ถ้าวันนี้ทำเรื่องสำคัญ ยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลก แล้วอีก 5-6 ปี คุณเป็นรัฐบาลจะปฏิเสธหรือไม่ ท่านต้องมีใจเป็นกลาง และมีหัวใจของความเป็นคนไทยด้วย อยากจะเตือนความคิดความอ่านของคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะถ้าหากได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ต่างประเทศก็อยากมาตามสถานที่ที่ขึ้นมรดกโลก สามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาได้

The post สุชาติปลื้มวัดพระมหาธาตุขึ้นทะเบียนมรดกโลก ย้ำเป็นความสำเร็จร่วม 5 รัฐบาล บอกคนวิจารณ์ควรมีวุฒิภาวะ อย่ามองเป็นเรื่องการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัส ‘สามล้อถีบเชียงใหม่’ ชมเสน่ห์เมืองเก่า มรดกท้องถิ่นที่เหลือไม่ถึง 50 คัน https://thestandard.co/chiang-mai-trishaw-heritage-tourism/ Fri, 24 Jul 2026 07:15:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1234607 สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ

ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่บริเวณประตูท่าแพ อ […]

The post ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัส ‘สามล้อถีบเชียงใหม่’ ชมเสน่ห์เมืองเก่า มรดกท้องถิ่นที่เหลือไม่ถึง 50 คัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ

ช่างภาพทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่บริเวณประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เก็บภาพบรรยากาศโปรแกรมพานักท่องเที่ยวสัมผัสวิถีท้องถิ่นด้วยการนั่ง ‘สามล้อถีบ’ หรือสามล้อปั่น ยานพาหนะดั้งเดิมที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวเชียงใหม่และภาคเหนือ ซึ่งปัจจุบันเหลือให้เห็นเพียงไม่กี่คัน

ดูภาพข่าว 

ผู้ขับสามล้อรายหนึ่งเปิดเผยว่า จำนวนสามล้อถีบในจังหวัดเชียงใหม่ลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากผู้คนหันไปใช้ยานพาหนะที่สะดวกกว่า อีกทั้งคนรุ่นใหม่ไม่นิยมประกอบอาชีพนี้ ทำให้ปัจจุบันคาดว่ามีสามล้อถีบเหลืออยู่ไม่เกิน 50 คัน แม้จะยังมีบางครอบครัวสืบทอดอาชีพจากรุ่นสู่รุ่นก็ตาม

 

ปัจจุบันมีผู้ขับสามล้อรุ่นใหม่อายุน้อยที่สุดเพียง 16 ปี ขณะที่รูปแบบการให้บริการก็เปลี่ยนไป จากเดิมที่รับส่งผู้โดยสารประจำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุเดินทางไปตลาดหรือวัด ปัจจุบันการพานักท่องเที่ยวชมเมืองกลายเป็นรายได้สำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพยังคงดำรงอยู่

 

ด้าน สัมพันธ์ เวชสนิท มัคคุเทศก์นำเที่ยว กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่นิยมใช้บริการส่วนใหญ่มาจากประเทศในยุโรป เช่น เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก และอิตาลี โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดฤดูร้อนของยุโรป เส้นทางท่องเที่ยวเริ่มจากประตูท่าแพ ผ่านรอบคูเมือง ก่อนปิดท้ายด้วยการสักการะวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

 

อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ขับสามล้อที่ลดลง ทำให้บางช่วงไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพียงพอ หากไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอด อาชีพสามล้อถีบซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่และภาคเหนือ อาจค่อยๆ เลือนหายไปในอนาคต

 

 

สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ 1สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ 2สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ 3สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ 4สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ 5สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ 6สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ 7สามล้อถีบพร้อมนักท่องเที่ยวปั่นชมเมืองเก่าเชียงใหม่ บริเวณประตูท่าแพ 8

The post ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัส ‘สามล้อถีบเชียงใหม่’ ชมเสน่ห์เมืองเก่า มรดกท้องถิ่นที่เหลือไม่ถึง 50 คัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
THE BARISTRO คาเฟ่ลูกรักชาวเชียงใหม่ สู่สาขาใหม่ใจกลางทองหล่อ https://thestandard.co/life/the-baristro-thonglor-cafe/ Mon, 20 Jul 2026 12:37:46 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1233047 ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ

ถ้าพูดถึงร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่หลายคนต้องแวะทุกครั้งเมื่อ […]

The post THE BARISTRO คาเฟ่ลูกรักชาวเชียงใหม่ สู่สาขาใหม่ใจกลางทองหล่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ

ถ้าพูดถึงร้านกาแฟหรือคาเฟ่ที่หลายคนต้องแวะทุกครั้งเมื่อไปเชียงใหม่ ชื่อของ The Baristro น่าจะอยู่ในลิสต์แรกๆ ของใครหลายคนแน่นอน ล่าสุดได้เปิดสาขาแรกในกรุงเทพฯ แล้วที่ Market Place Thonglor พร้อมพาบรรยากาศที่หลายคนคุ้นเคย

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา The Baristro โดย ต่อ-ธนิต สุวณิชย์ ที่เติบโตจากร้านกาแฟเล็กๆ ในเชียงใหม่ จนกลายเป็นหนึ่งในร้านสเปเชียลตี้คอฟฟี่ที่ได้รับความนิยมที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยการคัดเลือกเมล็ดกาแฟอย่างจริงจัง คั่วกาแฟเอง และออกแบบแต่ละสาขาให้มีคาแรกเตอร์แตกต่างกัน ทำให้หลายคนไม่ได้แวะมาเพียงเพื่อดื่มกาแฟ แต่ยังแวะมาเพื่อสัมผัสบรรยากาศของร้านในแต่ละโลเคชันด้วย

 

แม้ว่าในกรุงเทพฯ จะมีร้านกาแฟสเปเชียลตี้เปิดใหม่แทบทุกเดือน แต่การมาของ The Baristro ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะนี่ไม่ใช่แบรนด์หน้าใหม่ หากเป็นหนึ่งในร้านที่มีบทบาทสำคัญต่อวัฒนธรรมคาเฟ่ของเชียงใหม่ และเป็นหมุดหมายที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติแวะเวียนกันไปนานหลายปี

 

ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ 1ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ 2ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ 3ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ 4

 

บรรยากาศของสาขาทองหล่อยังคงรักษาลายเซ็นของแบรนด์ไว้ด้วยงานออกแบบสไตล์โมเดิร์น มินิมัลใช้โทนสีอ่อน กระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติ และเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่าย ทำให้ร้านดูโปร่ง นั่งสบาย

 

ส่วนเมนูของสาขานี้ยังคงให้ความสำคัญกับกาแฟเป็นหลัก โดยมีเมล็ดกาแฟสเปเชียลตี้ให้เลือกหลากหลายคาแรกเตอร์ทั้งจากไทยและต่างประเทศ ควบคู่ไปกับบาร์มัทฉะขนาดเล็ก เครื่องดื่ม Non-Coffee และเบเกอรี่อบสดใหม่ทุกวัน โดยมีแก้วไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด อย่าง Iced Americano (95 บาท) กาแฟดำเย็นที่สะท้อนคาแรกเตอร์สะอาด สดชื่น รสชาติสมดุล ดื่มง่ายได้ในทุกวัน

 

Aerocano (125 บาท) เมนูทวิสต์ไอเดียใหม่ที่ผสานเอสเปรสโซเข้ากับไมโครโฟมเนียนละเอียดด้วยเทคนิคเฉพาะ จนได้เนื้อสัมผัสนุ่มฟูคล้ายการดื่ม Nitro Cold Brew แต่ยังคงความเข้มข้นชัดเจนตามแบบฉบับเอสเปรสโซ

 

Soft Matcha (185 บาท) เมนูซิกเนเจอร์สำหรับคนรักชาเขียว มัทฉะเข้มข้นเสิร์ฟมาพร้อมซอฟต์ครีมเนื้อเนียนนุ่ม หอมมัน หวานกำลังดี

 

ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ 5ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ 6

 

Baristro Beer (140 บาท) เมนูขายดีที่ครองใจทุกเพศทุกวัย ดึงความหวานหอมสดชื่นของน้ำเก๊กฮวยมาจับคู่กับท็อปเลเยอร์ครีมชีสรสเค็มมันนัว เกิดเป็นมิติรสชาติใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์

 

Pink Panther (145 บาท) เครื่องดื่มม็อกเทลสีชมพูสดใส เบลนด์รสชาติของสาลี่ สตรอว์เบอร์รี และกลิ่นหอมละมุนของกุหลาบเข้าไว้ด้วยกัน ช่วยรีเฟรชร่างกายได้เป็นอย่างดี

 

ส่วนเบเกอรี่อบสดใหม่กลิ่นหอมฟุ้ง อย่าง Almond Croissant (140 บาท) ครัวซองต์เนยสดผิวนอกกรอบ สอดไส้อัลมอนด์ครีมเนื้อเนียน และ Sweet Potato Bun (80 บาท) ขนมปังมันม่วงเนื้อนุ่มหนึบสไตล์เกาหลี สอดไส้มันหวานญี่ปุ่นรสหวานธรรมชาติ

 

ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ 7ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ 8ภาพบรรยากาศร้าน THE BARISTRO สาขาทองหล่อ 9

 

THE BARISTRO thonglor

Location: ชั้น 2 โครงการ Market Place ทองหล่อ

Open: เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น.

Website: The Baristro 

Budget: ราคา 200-500 บาท ต่อคน

 

 

 

ภาพ: The Baristro

 

The post THE BARISTRO คาเฟ่ลูกรักชาวเชียงใหม่ สู่สาขาใหม่ใจกลางทองหล่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอง ผบ.ตร. นำกำลัง 250 นาย ลุยค้น 18 จุดเชียงใหม่ กวาดล้างทุนต่างชาตินอมินีฮุบที่ดิน เสียหายกว่า 633 ล้านบาท https://thestandard.co/police-chiang-mai-foreign-nominee-land/ Mon, 20 Jul 2026 03:46:13 +0000 https://thestandard.co/police-chiang-mai-foreign-nominee-land/ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติการตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (20 กรกฎาคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำ […]

The post รอง ผบ.ตร. นำกำลัง 250 นาย ลุยค้น 18 จุดเชียงใหม่ กวาดล้างทุนต่างชาตินอมินีฮุบที่ดิน เสียหายกว่า 633 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติการตรวจค้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (20 กรกฎาคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 และ พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รองผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 5 ตำรวจสืบสวนจังหวัดเชียงใหม่ บูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมที่ดิน รวมกว่า 250 นาย เปิดปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติ เฟส 5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยนำหมายค้นเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 18 จุด ใน 31 คดี ซึ่งพบมูลค่าความเสียหายสูงถึง 633 ล้านบาท

 

พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการขยายผลการปราบปรามธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมายภายใต้แนวทาง เกาะพะงันโมเดล โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 33,144 แห่ง พบว่ามีบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นชาวต่างชาติ 4,741 แห่ง และเข้าข่ายการใช้ตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี จำนวน 1,591 ราย ก่อนจะทำการคัดกรองเชิงลึกจนเหลือกลุ่มเป้าหมายหลัก 31 บริษัท

 

ซึ่งแบ่งเป็นบริษัทที่ต้องสงสัยว่าใช้คนไทยถือหุ้นแทน 16 บริษัท และบริษัทที่ชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดพร้อมทั้งมีการถือครองที่ดินอีก 15 บริษัท โดยพบการถือครองที่ดินรวม 29 แปลง เนื้อที่กว่า 20 ไร่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 633 ล้านบาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 22 ราย ประกอบด้วยสัญชาติไทย 2 ราย เมียนมา 7 ราย อินเดีย 3 ราย อังกฤษ 1 ราย และจีน 9 ราย ซึ่งในเบื้องต้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้แล้ว 5 ราย แบ่งเป็นชาวอินเดีย 2 ราย และเมียนมา 3 ราย

 

สำหรับคดีสำคัญในการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ คือการตรวจสอบหมู่บ้าน ก.12 ในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลไชยสถาน อำเภอสารภี ซึ่งพบว่ามีนิติบุคคลต่างชาติใช้คนไทยถือหุ้นแทนจำนวน 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท เจิง และ บริษัท สมาร์ท ที่ปรากฏชื่อนาย ร. สัญชาติไทย เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการผู้มีอำนาจ ทว่าจากการตรวจสอบพบว่านาย ร. ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564 และมีกำหนดพ้นโทษในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2580

 

ซึ่งการจดทะเบียนเกิดขึ้นหลังจากที่นาย ร. ถูกพิพากษาจำคุกแล้ว โดยนาย ร. ให้การว่าถูกเพื่อนผู้ต้องขังชักชวนร่วมลงทุนและขอนำเอกสารส่วนตัวไปจดทะเบียนตั้งบริษัทโดยที่ตนไม่เคยได้รับผลตอบแทนใด ๆ และไม่ทราบเรื่องการเป็นกรรมการบริษัท

 

นอกจากนี้ ยังมีกรณีของบริษัท โก้ ที่ปรากฏชื่อนาย ส. สัญชาติไทย เป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งเจ้าตัวสารภาพว่าเคยรับจ้างนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ด้วยเงิน 7,000 บาท เพื่อมอบสำเนาบัตรประชาชนและลงลายมือชื่อในเอกสารที่สำนักงานที่ดินโดยไม่ทราบเรื่องการตั้งบริษัท รวมถึงกรณีบริษัท แมน ที่มีชื่อนาง ช. สัญชาติไทย เป็นผู้ถือหุ้น โดยนาง ช. ระบุว่าตนเพียงแค่เคยส่งสำเนาเอกสารให้นายจ้างชาวต่างชาติเพื่อทำเรื่องประกันสังคมก่อนที่บริษัทดังกล่าวจะปิดกิจการไป

 

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว และจะเดินหน้าขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ทั้งผู้จัดตั้ง ผู้สนับสนุน และผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริง เพื่อกวาดล้างเครือข่ายธุรกิจผิดกฎหมายและปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายจัดระเบียบการลงทุนในจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ

 

อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นนอมินีและสร้างการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม ภายใต้การเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องสามารถลงทุนได้ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ พ.ศ. 2542

 

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายนอมินีทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสการกระทำผิดของกลุ่มทุนต่างชาติในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือผ่านสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

The post รอง ผบ.ตร. นำกำลัง 250 นาย ลุยค้น 18 จุดเชียงใหม่ กวาดล้างทุนต่างชาตินอมินีฮุบที่ดิน เสียหายกว่า 633 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สุขสมรวย’ สั่งตรวจด่วน ปมยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านดอยหล่อกว่า 60 ล้านบาท ย้ำคนผิดต้องถูกดำเนินคดี ไม่มีละเว้น https://thestandard.co/doi-lo-fund-embezzlement-probe/ Sun, 19 Jul 2026 06:04:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1232412 สุขสมรวย วันทนีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (19 กรกฎาคม) สุขสมรวย วันทนีกุล รัฐมนตรีประจำสำน […]

The post ‘สุขสมรวย’ สั่งตรวจด่วน ปมยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านดอยหล่อกว่า 60 ล้านบาท ย้ำคนผิดต้องถูกดำเนินคดี ไม่มีละเว้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุขสมรวย วันทนีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (19 กรกฎาคม) สุขสมรวย วันทนีกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีการยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล้านบาทว่า ได้สั่งการให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ หรือ สทบ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน พร้อมย้ำว่า หากพบผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ไม่มีการละเว้น

 

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขาเขต 1 พบข้อมูลว่า มีการนำเงินจากกองทุนหมู่บ้านหลายแห่งในพื้นที่ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โดยมีพฤติการณ์นำเงินของสมาชิกไปปล่อยกู้ต่อ คิดดอกเบี้ย และหมุนเวียนเงินนอกระบบ ส่งผลให้สมาชิกกองทุนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง

 

เบื้องต้น มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินคดีตามกฎหมาย และติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี

 

สุขสมรวยกล่าวว่า ขณะนี้ สทบ. อยู่ระหว่างบูรณาการการทำงานร่วมกับตำรวจ อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งสืบสวน สอบสวน ขยายผล และตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด หากพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หรือพบการกระทำทุจริตในส่วนอื่น จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

 

“คนทำผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ไม่มีการละเว้น โดยจะต้องเร่งติดตามเงินของสมาชิกกองทุนกลับคืนมา และตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเงินถูกนำไปใช้ที่ใด และมีใครเกี่ยวข้องบ้าง” สุขสมรวยกล่าว

 

ทั้งนี้ สทบ. ยืนยันว่าจะเดินหน้าคุ้มครองผลประโยชน์ของสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน โดยยึดหลักความโปร่งใสและเป็นธรรม พร้อมเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและสมาชิกกองทุนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

The post ‘สุขสมรวย’ สั่งตรวจด่วน ปมยักยอกเงินกองทุนหมู่บ้านดอยหล่อกว่า 60 ล้านบาท ย้ำคนผิดต้องถูกดำเนินคดี ไม่มีละเว้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
วธ. กางแผนรับยูเนสโก ‘ซาบีดา’ นำทีมลุยเชียงใหม่ เช็กความพร้อมดันนครหลวงล้านนาขึ้นแท่นมรดกโลก https://thestandard.co/sabida-chiang-mai-unesco-heritage/ Sat, 18 Jul 2026 10:15:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1232269 ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระท […]

The post วธ. กางแผนรับยูเนสโก ‘ซาบีดา’ นำทีมลุยเชียงใหม่ เช็กความพร้อมดันนครหลวงล้านนาขึ้นแท่นมรดกโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่

วันนี้ (18 กรกฎาคม) ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่, ชินณวุฒิ วิลยาลัย รองอธิบดีกรมศิลปากร ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

 

เพื่อติดตามความคืบหน้าและประเมินความพร้อมในการเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา (Monuments, Sites and Cultural Landscape of Chiang Mai, Capital of Lanna) ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก (UNESCO)

 

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะทำงานได้ตรวจเยี่ยมโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง อาทิ ประตูท่าแพ ประตูช้างเผือก ประตูเชียงใหม่ ประตูสวนดอก แจ่งศรีภูมิ แจ่งหัวลิน แจ่งก๊ะต๊า วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และวัดเชียงมั่น เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดรองรับการลงพื้นที่ตรวจประเมินทางเทคนิค (Technical Evaluation Mission) ของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) ซึ่งเป็นองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ที่มีกำหนดเดินทางมาประเมินในช่วงระหว่างวันที่ 3-8 สิงหาคม 2569 นี้

 

ความคืบหน้าและเป้าหมายการขึ้นทะเบียนมรดกโลก นางสาวซาบีดา เปิดเผยว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้มุ่งเน้นติดตามความพร้อมในทุกมิติ ทั้งด้านการอนุรักษ์ การบริหารจัดการพื้นที่ การนำเสนอข้อมูล และการบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ซึ่งการประเมินของ ICOMOS ถือเป็นด่านสำคัญในกระบวนการพิจารณา

 

โดยที่ผ่านมา โครงการนี้มีความคืบหน้าตามลำดับ นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเอกสารเสนอขึ้นทะเบียนฯ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 และทางการไทยได้ยื่นเอกสารเสนอชื่อ (Nomination Dossier) ต่อศูนย์มรดกโลก ณ กรุงปารีส อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการมรดกโลกในการประชุมสมัยสามัญประจำปี 2570 (ราวเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม 2570)

 

สำหรับการเสนอขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ ประเทศไทยได้ชู คุณค่าโดดเด่นระดับสากล (Outstanding Universal Value : OUV) ตามเกณฑ์มรดกโลก 2 ประการ ได้แก่

 

  1. เกณฑ์ข้อ (ii) พัฒนาการเมืองเชียงใหม่ที่แสดงถึงการรับส่งอิทธิพลทางพุทธศาสนากับอาณาจักรอื่น ๆ
  2. เกณฑ์ข้อ (iii) เมืองเชียงใหม่และสถาปัตยกรรมในแต่ละยุคสมัย ซึ่งเป็นตัวแทนอารยธรรมล้านนาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19-20

 

3 กลุ่มพื้นที่ประวัติศาสตร์สำคัญ พื้นที่ที่ได้รับการเสนอชื่อขึ้นทะเบียน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักที่สะท้อนพัฒนาการด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปกรรม ผังเมือง และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนาได้อย่างสมบูรณ์ ประกอบด้วย:

 

  1. กลุ่มกำแพงเมือง คูเมือง และแจ่งเมือง: รวมกำแพงเมือง 5 ประตู (ช้างเผือก, ท่าแพ, เชียงใหม่, สวนปรุง, สวนดอก) แจ่งเมือง 4 แจ่ง (ศรีภูมิ, ก๊ะต๊ำ, กู่เฮือง, หัวลิน) และวัดสำคัญ ได้แก่ วัดเชียงมั่น วัดเจดีย์หลวง วัดพระสิงห์ และวัดสวนดอก
  2. กลุ่มวัดอุโมงค์สวนพุทธธรรม และวัดพระธาตุดอยสุเทพ
  3. กลุ่มวัดเจ็ดยอด

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวทิ้งท้ายว่า ภายหลังการตรวจประเมินภาคสนาม ประเทศไทยจะต้องเตรียมตอบข้อซักถามและจัดส่งข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมตามกรอบเวลาที่ ICOMOS กำหนด โดยกระทรวงวัฒนธรรมและกรมศิลปากร พร้อมให้การสนับสนุนจังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด และทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง

 

“การผลักดันเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา สู่การเป็นแหล่งมรดกโลก จะไม่ใช่เพียงการเสนอขึ้นทะเบียนโบราณสถาน แต่เป็นการยืนยันคุณค่าของอารยธรรมล้านนาที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทย ต่อยอดการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน และยกระดับประเทศไทยบนเวทีวัฒนธรรมโลก” ซาบีดา กล่าว

 

ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่ 1ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่ 2ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่ 3ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่ 4ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่ 5ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่ 6ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโบราณสถานในจังหวัดเชียงใหม่ 7

The post วธ. กางแผนรับยูเนสโก ‘ซาบีดา’ นำทีมลุยเชียงใหม่ เช็กความพร้อมดันนครหลวงล้านนาขึ้นแท่นมรดกโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>