เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์​กีรติ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เชาวฤทธิ์-ขจรพงศ์กีรติ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 21 Oct 2024 10:25:22 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘ปรีดา บุญเพลิง’ ครูไทยเพื่อประชาชน ย้ายซบ ‘กล้าธรรม’ ของนฤมล เป็น สส. คนที่ 4 ของพรรค https://thestandard.co/preeda-boonpleng-moves-to-kla-tham-party/ Mon, 21 Oct 2024 10:25:22 +0000 https://thestandard.co/?p=998557

วันนี้ (21 ตุลาคม) มีรายงานว่า ปรีดา บุญเพลิง สส. แบบบั […]

The post ‘ปรีดา บุญเพลิง’ ครูไทยเพื่อประชาชน ย้ายซบ ‘กล้าธรรม’ ของนฤมล เป็น สส. คนที่ 4 ของพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 ตุลาคม) มีรายงานว่า ปรีดา บุญเพลิง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้ย้ายมาสังกัดเป็นสมาชิกพรรคกล้าธรรม ที่มี ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหัวหน้าพรรค เพิ่มอีก 1 คน ทำให้ขณะนี้พรรคกล้าธรรมมี สส. ในสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 4 คนแล้ว

 

ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดตัว 3 สส. จากพรรคเล็ก คือ เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่, กฤดิทัช แสงธนโยธิน สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคใหม่ และ บัญชา เดชเจริญศิริกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคท้องที่ไทย

The post ‘ปรีดา บุญเพลิง’ ครูไทยเพื่อประชาชน ย้ายซบ ‘กล้าธรรม’ ของนฤมล เป็น สส. คนที่ 4 ของพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยประกาศจับมือ 6 พรรคเล็ก ดึงทุกเสียงเดินหน้าแก้วิกฤต ‘เสรีพิศุทธ์’ แนะเลี้ยงดูไพร่พลพรรค 2 ลุงหนุนตั้งรัฐบาลหลังแม่ทัพยอมแพ้ https://thestandard.co/pheu-thai-and-6-parties/ Wed, 09 Aug 2023 08:15:16 +0000 https://thestandard.co/?p=827430

วันนี้ (9 สิงหาคม) ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพ […]

The post เพื่อไทยประกาศจับมือ 6 พรรคเล็ก ดึงทุกเสียงเดินหน้าแก้วิกฤต ‘เสรีพิศุทธ์’ แนะเลี้ยงดูไพร่พลพรรค 2 ลุงหนุนตั้งรัฐบาลหลังแม่ทัพยอมแพ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 สิงหาคม) ที่รัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับตัวแทน 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, วรเชษฐ เชิดชู สส. พรรคเพื่อไทรวมพลัง, เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่, บัญชา เดชเจริญศิริกุล พรรคท้องที่ไทย และ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

 

นพ.ชลน่าน ระบุว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยได้รวบรวมเสียงเพิ่มเติม และได้รับการสนับสนุนจาก 6 พรรคการเมือง รวมเสียงโหวตได้มากกว่ากึ่งหนึ่งแล้ว คาดหวังอย่างยิ่งว่าจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ สลายขั้วการเมืองทุกฝ่าย เดินหน้าขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้ง สส. จากหลายพรรคการเมือง และเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ สามารถบริหารประเทศและเร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้โดยเร็ว ที่ขณะนี้กำลังเผชิญความเดือดร้อนรุนแรง การประวิงเวลาออกไปยิ่งทำให้เกิดความเสียหายยิ่งขึ้น ยืนยันจะทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความพิเศษ ท่ามกลางวิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชน และวิกฤตความขัดแย้งในสังคม แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีแบ่งขั้ว

 

นพ.ชลน่าน ระบุเพิ่มเติมว่า การที่จะแก้วิกฤตครั้งนี้ต้องสลายขั้วการเมือง ดึงความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่าย ทุกกลุ่มทุกคน เพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ เราทั้ง 6 พรรคและเพื่อไทยขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนมั่นใจ เราจะช่วยกันฝ่าวิกฤตให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

 

ด้านประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ระบุว่า ขอบคุณที่เชิญพรรคชาติพัฒนากล้าร่วมหารือและแถลงจัดตั้งรัฐบาล พรรคยินดีตอบรับคำเชิญในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยมี 5 เหตุผล

 

  1. พรรคเพื่อไทยมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล
  2. ขณะนี้พรรคเพื่อไทยรวบรวมเสียงเกินกึ่งหนึ่งอย่างแน่นอน ทำให้มั่นใจว่าเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
  3. ไม่มีนโยบายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขมาตรา 112
  4. มั่นใจนโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ซึ่งประสบความสำเร็จ และ
  5. เกือบ 3 เดือนเรามีรัฐบาลรักษาการ มีปัญหาเศรษฐกิจที่รอไม่ได้ เพื่อลดความกังวลใจ พรรคเห็นว่าจะต้องร่วมมือในการสนับสนุนให้จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ ชอบธรรม ตามรัฐธรรมนูญ

 

ด้าน พ.ต.อ. ทวี ระบุว่า พรรคประชาชาติมีการประชุมว่าเราจะโหวตให้แค่พรรคที่ 2 คือพรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้านอกไปจากนั้นไม่ใช่หลักประชาธิปไตย ส่วนการร่วมกับพรรคเพื่อไทยนั้นยังไม่ได้พูดคุยเรื่องนโยบายหรือตำแหน่งรัฐมนตรี

 

“เราจำเป็นต้องมีรัฐบาล มีความเจ็บปวดบ้างเมื่อฝ่ายประชาธิปไตยไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราผลักดันแก้รัฐธรรมนูญที่ให้เสียงประชาชนเล็กกว่า สว. ที่มีการแต่งตั้ง ซึ่งเราก็ต้องนำมาแก้ปัญหาดีกว่าปล่อยให้อันดับที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาเป็นนายกฯ” พ.ต.อ. ทวี กล่าว

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า ขอวิงวอนทุกท่าน ในตอนหาเสียงเคยพูดไว้ต้องยึดมั่น ละเมิดไม่ได้ ขอเรียนว่าการหาเสียงคือการหาเสียง ไม่ใช่นโยบายพรรคที่ถ้าหากไม่ทำถึงจะผิดสัญญา

 

“พรรครวมไทยสร้างชาติ คุณประยุทธ์ก็ไปแล้ว ไม่มีแล้วแม่ทัพ เราควรจะเอาไหม บางคนก็บอกว่าไม่ได้ แต่ผมก็เรียนว่าควรจะเลี้ยงดูไว้ หรือแม้กระทั่งพรรคพลังประชารัฐก็ดี แม่ทัพยังอยู่ แต่แม่ทัพก็ยอมแพ้ไปแล้ว เราจะเอาไพร่พลต่างๆ มาเลี้ยงดูไหม ก็ฝากเป็นข้อคิดพี่น้องประชาชนเปิดใจให้กว้าง เพื่อที่จะสนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้จัดตั้งรัฐบาลให้ได้” พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ กล่าว

 

นพ.ชลน่านยืนยันว่ามีเสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่ง และขณะแถลงข่าวมีเสียงที่รวบรวมได้ 238 เสียง ส่วนจะมีพรรคไหนมาเพิ่มเติมให้ได้เสียงเพิ่มขึ้น พรุ่งนี้จะมีการแถลงเพิ่มเติม โดยจะแจ้งสื่อมวลชนและประชาชนให้รวดเร็วที่สุด คาดว่าจะจบภายในสัปดาห์นี้

 

เมื่อถามว่าไม่เอาพรรคลุง จะมีวิธีพูดคุยกับสมาชิกหรือ สส. ที่อยู่ในพรรคเหล่านั้นอย่างไรเพื่อให้มาสนับสนุน นพ.ชลน่าน ระบุว่า เราได้ออกแถลงการณ์ไปแล้วถึงแนวทางที่จะแสวงหาการมีส่วนร่วมของ สส. และ สว. ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายให้เห็นแก่บ้านเมืองและเป็นการสลายขั้ว แก้วิกฤตได้เราก็ยินดี

 

ด้านภูมิธรรมกล่าวเสริมว่า ในช่วงบ่ายนี้เราจะมีการหารือกับพรรคก้าวไกล และพรุ่งนี้จะมีการหารือกับพรรคชาติไทยพัฒนา จะค่อยๆ ไป แต่ปัญหาขณะนี้คือความต้องการพยายามจะทำให้ทุกพรรคทุกฝ่ายทุกกลุ่มทุกคนมีการเข้าร่วม ไม่ใช่กระบวนการแย่งคนจากพรรคเหมือนในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลพิเศษในช่วงวิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตปัญหาปากท้องประชาชน และวิกฤติความขัดแย้ง เราต้องการให้รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ จากวิกฤตความขัดแย้งที่ดำเนินมากว่า 20 ปี ถ้าเป็นในส่วนของบุคคลก็ถือเป็นการร้องขอจากเรา ไม่ใช่งูเห่าทั้งสิ้น ไม่ได้อยากทำลายกระบวนการของพรรคการเมือง

 

“จากข้อจำกัด หลักการนี้จะไม่มีข้อจำกัด เพราะฉะนั้นท่านจะมามองว่าพรรคนั้นจะมาพรรคนี้จะมา อาจจะไม่ถูกต้อง อาจจะมีบางกลุ่มมา อาจจะมีบางคนมา แต่ทั้งหมดมาเพื่อวาระประเทศ เพื่อการแก้ไขปัญหาของประเทศที่กำลังเกิดขึ้นให้พ้นวิกฤตทั้งหมด” ภูมิธรรมกล่าว

 

ภูมิธรรมย้ำด้วยว่า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ทั้งจากนโยบายของฝ่ายค้านและรัฐบาล พรรคเพื่อไทยยินดีจะทำและปฏิบัติตาม แต่นโยบายใดที่กระทบกับสถาบันหลักของประเทศเราจะไม่แตะต้อง เราไม่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112

 

เมื่อถามว่าจะมีโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐ มาร่วมรัฐบาลเป็นรายบุคคลหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราแสวงหาความร่วมมือจากทุกพรรคทุกฝ่ายทุกบุคคล ซึ่งการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นเอกสิทธิ์ของทุกคนที่สามารถทำได้ ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยในการร่วมรัฐบาล ส่วนทางพรรคก้าวไกลเรามีข้อจำกัดในการร่วมแม้จะมีการโหวตสนับสนุนถึง 2 ครั้ง แต่เราก็เคารพ เอกสิทธิ์ของพรรคก้าวไกล ถ้าการโหวตสามารถปิดวิกฤต ปิดจุดอ่อน เรายินดีร่วม

 

นพ.ชลน่านระบุถึงกรณีหากพรรคก้าวไกลโหวตให้พรรคเพื่อไทยอาจจะทำให้ สว. บางส่วนหาข้ออ้างไม่โหวตให้นั้นว่า แนวทางที่เราทำไม่ได้เป็นเงื่อนไขให้ สว. มีข้อกังวล เพราะเราไม่ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล และเชื่อว่า สว. จะให้เสียงสนับสนุนเราได้

 

ส่วนกระแสที่ระบุว่า สส. เพื่อไทยไม่เห็นด้วยที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลข้ามขั้วนั้น นพ.ชลน่านระบุว่า วานนี้พรรคได้มีการประชุม สส. ของพรรคและเปิดอกพูดคุย รับฟังทุกเสียงทั้งบวกและลบ ซึ่งไม่มี สส. ท่านใดที่มีแนวคิดไม่เห็นด้วย มีแค่ข้อห่วงใย โดยเฉพาะสิ่งที่เราได้ประกาศไปทำให้ต้องรับภาวะกดดันจากในพื้นที่ แต่ถึงกับย้ายฟากออกไปจากพรรคไม่มี ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเป็นเอกภาพ

 

เมื่อถามว่ามีกรณีที่มีกระแสข่าวว่า จาตุรนต์ ฉายแสง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ระบุว่าจะนำ สส. 24 คนจากพรรคเพื่อไทยย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่านระบุว่า เราก็เพิ่งทราบจากสื่อเช่นกัน แต่ไม่เคยมีการพูดคุยในส่วนนี้ และ สส. ก็ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ ขณะที่ภูมิธรรมระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (7 สิงหาคม) เวลาประมาณ 13.00 น. จาตุรนต์เข้าร่วมการประชุมและยังสนับสนุนให้เราเดินหน้าในแนวทางนี้ต่อไป พร้อมย้ำว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหานี้ เสียงที่มีปัญหามีเพียง 1-2 เสียงเท่านั้น ซึ่งตนเข้าใจว่าทุกคนมีความเจ็บปวด ถ้าอยากให้สมบูรณ์ ถ้าเราไม่มีตัวเลือกตัวเลขทางการเมืองแบบนี้ หากเราแก้ปัญหาได้ เราคงไม่เดินมาถึงจุดนี้

 

นพ.ชลน่านยังยืนยันด้วยว่ายังจะเสนอชื่อ เศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ในนามพรรคเพื่อไทย และมั่นใจว่าการโหวตจะผ่าน ไม่มีคำว่า ‘ถ้า’ ส่วนหากเสียงโหวตไม่ถึง 375 เสียงนั้นมองว่าเป็นฉากทัศน์ที่สมมติขึ้น ตนไม่อยากสมมติขณะนี้เพราะอยู่บนพื้นฐานความมั่นใจ

 

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยกลับไปง้อพรรคก้าวไกลให้โหวตโดยไม่มีร่วมรัฐบาลหรือไม่ ภูมิธรรมกล่าวว่า จุดยืนสุดท้ายที่เราตกลงกันชัดเจนหากก้าวไกลจะไปเป็นฝ่ายค้าน เพื่อไทยจะเป็นฝ่ายรัฐบาล แต่เราจะทำงานการเมืองร่วมกันในลักษณะที่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติในสภา และเราไม่เห็นด้วยกับมาตรา 112 เราพูดถึงการแบ่งหน้าที่ในการทำงาน ไม่ได้พูดเรื่องการมารวมกันเป็นรัฐบาล

 

The post เพื่อไทยประกาศจับมือ 6 พรรคเล็ก ดึงทุกเสียงเดินหน้าแก้วิกฤต ‘เสรีพิศุทธ์’ แนะเลี้ยงดูไพร่พลพรรค 2 ลุงหนุนตั้งรัฐบาลหลังแม่ทัพยอมแพ้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ รับยินดีจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ไม่ติดปมเศรษฐา-ดึงพรรคขั้วรัฐบาลเดิมร่วม เชื่อละลายความขัดแย้งได้ https://thestandard.co/chaowarit-happily-work-with-phue-thai/ Wed, 09 Aug 2023 02:49:28 +0000 https://thestandard.co/?p=827238 เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ

วันนี้ (9 สิงหาคม) เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แ […]

The post หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ รับยินดีจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ไม่ติดปมเศรษฐา-ดึงพรรคขั้วรัฐบาลเดิมร่วม เชื่อละลายความขัดแย้งได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ

วันนี้ (9 สิงหาคม) เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ เปิดเผยก่อนแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยว่า ได้รับการติดต่อมาจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนได้ตอบรับไปเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าไม่มีเงื่อนไข ยินดีเข้าร่วม เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด 

 

เมื่อถามว่าติดขัดอะไรหรือไม่หากเพื่อไทยจะไปขอเสียงจากพรรครัฐบาลเดิม เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ติดขัดที่พรรคเพื่อไทยจะไปขอเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม 

 

“เพื่อไทยเขาละลายพฤติกรรมความขัดแย้ง เอาศัตรูมาเป็นมิตร ก็สามารถที่จะทำได้ เพื่อให้การตั้งรัฐบาลสำเร็จลุล่วงเป็นไปด้วยดี มีเสียงสนับสนุนพอ” เชาวฤทธิ์กล่าว

 

เมื่อถามว่ามีความกังวลเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะทำให้โหวตเลือกนายกฯ ไม่ผ่านในครั้งที่ 3 นั้น เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ไม่กังวลเพราะการร้องเรียนเป็นเรื่องธรรมดา การเสียภาษีของ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ทางกรมสรรพากรมีอัตราการเสียภาษีอยู่แล้ว และคิดว่าเศรษฐาเองก็จะไม่กังวล และตนก็ไม่ติดใจในเรื่องนี้ เชื่อว่าเศรษฐามีคุณสมบัติครบถ้วน

 

เมื่อถามว่าเสียงสนับสนุนเพื่อจัดตั้งรัฐบาลครบแล้วหรือไม่ เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ตนก็หวังเสียงจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยได้ประสานอยู่ และคาดว่าน่าจะได้เสียงเพียงพอในครั้งนี้ ตนมั่นใจ และไม่ได้สอบถามว่าพรรคเพื่อไทยได้นำพรรคไหนมาเพิ่มเพราะเป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทย ในการนำพรรคไหนเข้ามาร่วมเพื่อให้การตั้งรัฐบาลสำเร็จไปได้ด้วยดี 

 

เมื่อถามถึงการที่พรรคเพื่อไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่ง สว.มองว่าอาจเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้ง สมควรแก้ไขในช่วงนี้หรือไม่ เชาวฤทธิ์กล่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญใช้เวลาแก้อย่างน้อย 2 ปี ซึ่ง สว.จะหมดวาระในวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 จึงไม่น่าจะกังวล รอจนมีผลบังคับใช้ เพราะหากแก้รัฐธรรมนูญและรอให้มีผลบังคับใช้ก็จะใช้เวลาประมาณ 3-4 ปี

 

เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลควรช่วยโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ตนเห็นว่าพรรคก้าวไกลอยากจะสอบถาม สส.ในพรรคก่อน ว่าจะมีมติสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนก็เป็นเอกสิทธิ์ของ สส.แต่ละท่าน 

 

เมื่อถามว่าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จอาจเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ และจะเกิดปัญหาในการบริหารงาน เชาวฤทธิ์กล่าวว่า ไม่ปริ่ม คาดว่าจะมีเสียง 260-270 เสียง เมื่อรัฐบาลเดิมก็มี 255-256 เสียงก็อยู่ได้ครบ 4 ปี มันอยู่ที่ สส.ในพรรคร่วมรัฐบาลจะมีความขัดแย้งกันหรือไม่

The post หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ รับยินดีจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล ไม่ติดปมเศรษฐา-ดึงพรรคขั้วรัฐบาลเดิมร่วม เชื่อละลายความขัดแย้งได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เชาวฤทธิ์ พลังสังคมใหม่ แนะพรรคแกนนำฉีก MOU เดิม ร่างฉบับใหม่ ยันไม่คิดเพื่อไทยยืมมือเพื่อนสลัดก้าวไกล https://thestandard.co/chaowalit-suggests-tearing-mou/ Wed, 26 Jul 2023 02:33:21 +0000 https://thestandard.co/?p=822098

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สม […]

The post เชาวฤทธิ์ พลังสังคมใหม่ แนะพรรคแกนนำฉีก MOU เดิม ร่างฉบับใหม่ ยันไม่คิดเพื่อไทยยืมมือเพื่อนสลัดก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ที่รัฐสภา เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้แก้ไขข้อตกลงร่วมกัน หรือ MOU ของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ว่า MOU ดังกล่าวที่ทำกันครั้งแรกมี 23 ข้อ ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคก้าวไกล และทั้ง 8 พรรคก็สนับสนุนให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี และตอนนี้พรรคก้าวไกลต้องส่งไม้ต่อให้กับพรรคเพื่อไทย ถ้าจะแก้ไขต้องให้พรรคเพื่อไทยทำใหม่ ซึ่งจะทำหรือไม่ทำก็เป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล อาจไปนำพรรคอื่นมาร่วมหรือจะยังยึดมั่นใน 8 พรรคร่วมฯ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การฉีก MOU เดิมและร่างใหม่จะกระทบความสัมพันธ์ของ 8 พรรคร่วมฯ หรือไม่ เชาวฤทธิ์บอกว่า ประเด็นนี้อยู่ที่พรรคเพื่อไทยว่าจะเอาร่างเดิมมาแก้ไขหรือไม่ โดยสนับสนุนนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย และเอาพรรคเดิมมาเป็นแนวร่วม ทุกอย่างยังเหมือนเดิมอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนข้อความ แต่สิ่งที่ตัวเองเสนอ เพราะใน MOU ที่ตัวเองได้อ่านเป็นของพรรคก้าวไกลทั้งหมด จึงต้องมีการส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ฉะนั้นแล้วพรรคเพื่อไทยจึงต้องทำใหม่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะนำข้อเสนอนี้มาหารือในที่ประชุม 8 พรรคร่วมฯ หรือไม่ เชาวฤทธิ์บอกว่า ต้องหารืออยู่แล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากเสียงของพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล 312 เสียงไม่พอที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี จะหาเสียงสนับสนุนจากพรรคใดมาเพิ่มเติมหรือไม่ เชาวฤทธิ์ตอบว่า อยู่ที่พรรคเพื่อไทย เพราะทั้ง 8 พรรคมอบหมายให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการประสานกับพรรคการเมืองอื่น พร้อมย้ำว่า เป็นพรรคไหนก็ได้ ไม่ได้ติดใจ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองว่าการหารือกับพรรคอื่นๆ ที่ผ่านมาเป็นการยืมมือเพื่อนเพื่อผลักพรรคก้าวไกลไปเป็นฝ่ายค้าน เชาวฤทธิ์บอกว่า คงไม่เป็นอย่างนั้น เพราะพรรคเพื่อไทยก็เชิญพรรคต่างขั้วมาปรึกษาหารือ หาทางออก เพื่อขอคำแนะนำเท่านั้น

The post เชาวฤทธิ์ พลังสังคมใหม่ แนะพรรคแกนนำฉีก MOU เดิม ร่างฉบับใหม่ ยันไม่คิดเพื่อไทยยืมมือเพื่อนสลัดก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : พิธาประกาศตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน เป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน ตั้งทีมเจรจารายละเอียดพร้อมเปิด MOU ร่วมรัฐบาล 22 พ.ค. นี้ https://thestandard.co/pita-announces-peoples-government/ Thu, 18 May 2023 06:57:25 +0000 https://thestandard.co/?p=792238

วันนี้ (18 พฤษภาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าว […]

The post เลือกตั้ง 2566 : พิธาประกาศตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน เป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน ตั้งทีมเจรจารายละเอียดพร้อมเปิด MOU ร่วมรัฐบาล 22 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 พฤษภาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง, ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม และ เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์​กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ แถลงข่าวประกาศตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน ซึ่งจากผลการเลือกตั้งที่ไม่เป็นทางการ มีจำนวนผู้แทนราษฎรรวมกันทั้งสิ้น 313 คน

 

พิธากล่าวว่า พวกเราทุกพรรคขอขอบคุณทุกเสียงที่ประชาชนมอบให้ เสียงของประชาชนทุกเสียงคือเสียงแห่งความหวัง คือเสียงแห่งการเปลี่ยนแปลง รัฐบาลชุดใหม่จะทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ต่ออำนาจของประชาชน และเราจะเป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน

 

ทุกพรรคขอประกาศจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชนร่วมกัน ด้วยความเคารพในฉันทมติของประชาชน ดังนี้

 

  1. ทุกพรรคเห็นชอบที่จะสนับสนุนหัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ตามเสียงข้างมากจากผลการเลือกตั้งของประชาชน

 

  1. ทุกพรรคจะร่วมกันจัดทำข้อตกลงร่วม (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแสดงถึงแนวทางการทำงานร่วมกัน และวาระร่วมของทุกพรรค และจะแถลงต่อสาธารณะในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ เพื่อแก้ไขวิกฤตการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ

 

  1. ทุกพรรคจะจัดตั้งคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อจากรัฐบาลเดิมได้แบบไร้รอยต่อ

 

หลังจากนั้นเปิดให้สื่อมวลชนถามคำถาม โดยพิธาให้ความเชื่อมั่นว่าการจัดตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชนจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนและโดยราบรื่น จำนวน 313 เสียง มีความเพียงพอและเป็นความปกติของระบอบประชาธิปไตย

 

ขณะนี้ คณะทำงานทั้ง 2 ทีม ได้แก่ คณะเจรจาและคณะเปลี่ยนผ่านอำนาจ ได้เตรียมการวางแผนในหลายรูปแบบว่าจะมีฉากทัศน์ใดเกิดขึ้นบ้าง แต่ละฉากทัศน์จะบริหารจัดการอย่างไร เพื่อลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงพิจารณาว่าจุดยืนและนโยบายของทุกพรรคการเมือง จะทำงานร่วมกันอย่างไรโดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง กระบวนการทั้งหมดจะคำนึงถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและการมีส่วนร่วมของทุกพรรคการเมือง เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จลุล่วง ทุกพรรคการเมืองสามารถสานต่อนโยบายที่ได้สัญญาไว้กับประชาชน

 

สำหรับความเห็นของ ส.ว. หลายคนที่ออกมาแสดงจุดยืนว่าจะโหวตนายกฯ ตามเสียงข้างมากของสภาผู้แทนราษฎรนั้น พิธากล่าวว่าขอขอบคุณ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใคร แต่เป็นเรื่องของระบบ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด

 

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงจุดยืนในการแก้ไข ม.112 พิธาระบุว่า จุดยืน ม.112 ในช่วงก่อนเลือกตั้งมีการดีเบตและพูดคุยกันเยอะแล้ว มีความชัดเจนครบแล้ว ซึ่งแต่ละพรรคได้พูดถึงจุดยืนร่วมกันแล้ว

 

ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทยออกแถลงการณ์ว่าไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีที่มีนโยบายแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา ม.112 นั้น มองว่าเป็นเรื่องของภูมิใจไทย เพราะพรรคที่อยู่ตรงนี้มีเอกภาพ มีจุดยืนในการจัดตั้งรัฐบาล

 

ทั้งนี้ไม่มีความห่วงใย ตอนนี้กำลังจัดทำ 2 คณะ คือคณะกรรมการที่จะใช้ร่วมรัฐบาล และคณะกรรมการที่เปลี่ยนผ่านอำนาจ และการแถลงข่าววันนี้ไม่ได้มีเนื้อหา MOU เพราะจะแถลงวันที่ 22 พฤษภาคม แต่มาแถลงหลังหารือกันเมื่อวาน ส่วนเรื่อง ม.112 ขอให้รอฟังรายละเอียดวันที่ 22 พฤษภาคมนี้

 

ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีถ้าเสียงโหวตในสภาแล้วไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นจะทำอย่างไร พิธาตอบว่า เนื่องจากขณะนี้มีกรรมการ 2 คณะ และได้วางแนวทางไว้หลายรูปแบบ เพื่อลดความเสี่ยงในการจัดตั้งรัฐบาล และไม่ได้กังวลใจ พร้อมยืนยันว่าคะแนนโหวตจะผ่านแน่นอน    

 

ส่วนการทำความเข้าใจกับ ส.ว. ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการที่ตั้งมา

 

ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีพรรคอื่นมาร่วมอีกหรือไม่นั้น พิธาตอบว่า ขึ้นอยู่คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นจะเป็นผู้พิจารณา โดยจะพิจารณาในเรื่องจุดยืน นโยบาย ที่ทำร่วมกัน ซึ่งจะเอาประชาชนมาเป็นที่ตั้ง และต้องคำนึงถึงเสถียรภาพของรัฐบาล โดยตนเองก็ไว้วางใจคณะกรรมการ ซึ่งเป็นตัวแทนของทุกพรรค เป็นการทำงานแบบทีมเวิร์ก

 

พิธายังบอกอีกว่า 313 เสียงเป็นไปตามระบบประชาธิปไตยที่เพียงพอ การตามหาอีก 60 กว่าเสียงยังไม่ได้เป็นเรื่องที่จะต้องทำในตอนนี้ และย้ำว่ายังมั่นใจว่าจะจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยจะมีตัวเลขที่เหมาะสม และมีเสถียรภาพ หาจุดตรงกลางให้ได้ และพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยยืนยันจะเหนียวแน่นกลมเกลียวไม่ปล่อยมือกันแน่นอน

 

ส่วนเนื้อหา MOU นั้น จะเป็นหลักการจะทำให้มีความครอบคลุมมิติการเมือง ปากท้อง และมิติของประเทศ

 

พิธายังตอบคำถามเรื่องการจัดสรร ตกลงเก้าอี้รัฐมนตรีด้วยว่า ครั้งนี้ไม่ได้เป็นการพูดคุยเรื่องของเก้าอี้ว่าต้องได้กระทรวงไหน แต่เอาวาระของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง และเอาปัญหาประชาชนมาเป็นตัวตั้ง แล้วค่อยมาดูว่ากระทรวงไหนจะทำงานร่วมกันให้เป็นเอกภาพได้ ทำงานเป็นองคาพยพเดียวกันได้เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดคุย และคงจะมีอัปเดตความคืบหน้าทุกๆ สัปดาห์ จนกว่าจะตั้งรัฐบาลได้ เพราะถ้าเอากระทรวงเป็นตัวตั้งก็ไม่มีประโยชน์อะไร

 

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการร้องเรียนคุณสมบัติของตัวพิธาที่เกิดขึ้นว่าอาจจะมีเสียงแตก กังวลหรือไม่ พิธาตอบว่า ไม่กังวล แต่ก็ไม่ประมาท เพราะการเมืองต้องเตรียมตัวว่ามีมิติไหนบ้าง และการเป็นบุคคลสาธารณะก็ต้องพร้อมให้ตรวจสอบและพร้อมเตรียมรับผลกระทบเหล่านั้น

 

ส่วนผลโหวตของ ส.ว. ก็เป็นเรื่องยินดี หากจะมีการโหวตให้ไม่ว่าจะเป็นตนเองหรือไม่ใช่ตนเอง แต่เป็นการเห็นถึงระบบประชาธิปไตยที่มีอำนาจสูงสุด

 

โดยหลังจากพิธาตอบคำถามเสร็จสิ้น แกนนำของแต่ละพรรคก็ได้พูดถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาล

 

เริ่มที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว กล่าวยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงสนับสนุนให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย และร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลแห่งความหวัง ความฝันให้ประชาชน ก่อนระบุว่าจะให้ตนพูดอีกกี่ร้อยครั้งก็จะยืนยันแบบนี้ 

 

นพ.ชลน่านบอกถึงแนวทางการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล ว่าทุกเรื่องจะนำมาประกอบทั้งหมด อีกทั้งเงื่อนไขหลักยกเป็นหน้าที่ให้พรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอ ส่วนจุดใดร่วมกันได้ไม่ได้ หรือจุดใดต้องแก้ไข คงจะต้องมีการหารือกันก่อน ส่วนประเด็น ม.112 ที่หลายคนมองจะเป็นเงื่อนไขสำคัญในการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล นพ.ชลน่านบอกว่า เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่คงจะมีการพูดคุยกัน แต่หากมีการลงนามข้อสรุปกันแล้ว ถือว่าทุกคนทุกพรรคเห็นทางออกร่วมกันได้

 

นพ.ชลน่านยังยืนยันจะทำภารกิจให้สำเร็จคือการผลักดันคะแนนเสียงในรัฐสภาให้ถึง 376 เสียง ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพรรคใดพรรคหนึ่ง เราต้องช่วยกันเพื่อจัดตั้งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีของประชาชน

 

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุว่า พรรคไทยสร้างไทยได้พูดเป็นสัญญาประชาคม ว่าสนับสนุนให้ทุกฝ่ายเดินตามครรลองประชาธิปไตย เมื่อพรรคก้าวไกลได้ฉันทมติจากประชาชน พรรคไทยสร้างไทยยังย้ำว่า ยืนยันตั้งแต่วันแรกว่าจะยกมือสนับสนุนให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี 

 

ส่วนข้อตกลงเรื่องนโยบายยังไม่ได้เริ่มนับ 1 หลังจากนี้จะตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยขอยืนยันว่าการทำนโยบายจะทำเพื่อประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญกว่าการแบ่งกระทรวง เพราะตนเป็นคนหนึ่งที่มองว่าหากเป็นรัฐบาลเพื่อแบ่งกระทรวงในการทำมาหากินก็ไม่จำเป็นต้องมาเป็นรัฐบาล แต่มุ่งหมายทำเพื่อประชาชน ต้องการให้ประเทศไทยไปยืนอยู่บนแผนที่โลกให้ได้

 

สำหรับจุดยืน ม.112 นั้น พรรคไทยสร้างไทยชัดเจนว่าต้องรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ดังนั้น การจะทำอะไรให้สถาบันฯ เสื่อมเสียนั้นต้องปกป้อง ส่วนการที่มีผู้มีอำนาจมาใช้ ม.112 กลั่นแกล้ง ทำลายบุคคล ต้องนำมาพิจารณา เพื่อปกป้องสถาบันฯ ไม่ให้ใครนำไปเป็นอำนาจทำร้ายคนอื่น

 

ส่วนการจะลงรายละเอียดของจุดยืนแต่ละพรรคต้องคุยกัน ไม่ใช่เพียง ม.122 แต่ทุกนโยบาย

 

ด้าน วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ระบุว่า พรรคประชาชาติเราเคารพในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนคนไทยทุกคน การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประชาชนได้มอบและให้ความไว้วางใจและพรรคก้าวไกลมีเสียงข้างมากที่สุดของพรรคการเมืองทุกพรรค ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ประชาชนต้องการผู้นำรัฐบาลที่มาจากพรรคก้าวไกล และด้วยความเคารพคะแนนเสียงของประชาชน พรรคประชาชาติจึงขอสนับสนุนพิธาในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรคประชาชาติยินดีให้ความร่วมมือจัดตั้งรัฐบาลของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ให้สำเร็จ และอยากเรียกร้องทุกฝ่ายให้ความเคารพต่อการตัดสินใจของประชาชนในประเทศนี้ ถ้าเราไม่เคารพเสียงการตัดสินใจของประชาชน เราก็จะติดกับดักปัญหาเดิมๆ ที่ไม่สามารถจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสง่างาม

 

จึงอยากให้ทุกฝ่ายทั้ง ส.ส., ส.ว. และข้าราชการ คำนึงถึงพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดว่าเขาตัดสินใจอย่างไร และต้องการอะไร เพื่อเราจะได้เดินไปข้างหน้าไปด้วยกัน เพราะปัญหาวิกฤตของประเทศมีมากมายทั้งระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก จึงไม่อาจอยู่กับปัญหาเดิมๆ ได้ เราจะรักใครชอบใคร แต่เราต้องรักประชาชน ถ้าเราไม่รักประชาชนปัญหาเดิมๆ ก็จะกลับมาอีก และอยากให้ประชาชนให้กำลังใจพวกเรา เพื่อให้พวกเราทำงานให้กับประเทศ เพื่อให้รอดพ้นกับวิกฤตในครั้งนี้ให้ได้

 

และที่พิธาพูดเป็นสิ่งที่เราตัดสินใจร่วมกัน แม้วันนี้จะยังไม่มีรายละเอียดที่ตัดสินใจร่วมกัน แต่วันที่ 22 พฤษภาคม ท่านจะเห็นแสงที่จะก้าวไปข้างหน้า และขอฝากความหวังนี้ให้กับทุกคน

 

ขณะที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า เวลาลงไปหาเสียงก็จะบอกว่าให้ประชาชนเลือกพรรคเสรีรวมไทยทั้งคนทั้งพรรค เพื่อที่จะรวมตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาบริหารประเทศชาติ ซึ่งขณะนี้ผลการเลือกตั้งก็ออกมาแล้วว่าพี่น้องประชาชนสนับสนุนพรรคก้าวไกลมาบริหารประเทศ โดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นตนจะเปลี่ยนคำพูดหรือคิดอย่างอื่นก็คงเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ต้องยืนยันตามเจตนารมณ์ของตนและพี่น้องประชาชนที่จะให้พรรคที่มีเสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาล โดยหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ 

 

วันนี้มาแสดงตัวตนต่อหน้าสื่อมวลชนว่าพรรคเสรีรวมไทยสนับสนุนก้าวไกล และให้พิธาเป็นนายกฯ วันนี้ต้องการแค่มาประกาศจุดยืนร่วมกันทั้ง 8 พรรค เพื่อสนับสนุนพิธาเป็นนายกฯ เท่านั้น ประเด็นอื่นยังไม่ถึงเวลาที่จะชี้แจง แม้จะจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันแล้ว เราก็ต้องทำงานร่วมกัน แต่ในบางประเด็นที่ไม่ตรงกันต้องคุยกัน

 

The post เลือกตั้ง 2566 : พิธาประกาศตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน เป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน ตั้งทีมเจรจารายละเอียดพร้อมเปิด MOU ร่วมรัฐบาล 22 พ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : เสียงที่ 311! พรรคพลังสังคมใหม่ ตอบรับคำเชิญร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล https://thestandard.co/plung-sungkom-mai-accept-move-forward-invitation/ Wed, 17 May 2023 12:00:02 +0000 https://thestandard.co/?p=791751

วันนี้ (17 พฤษภาคม) เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์​กีรติ หัวหน้าพรรค […]

The post เลือกตั้ง 2566 : เสียงที่ 311! พรรคพลังสังคมใหม่ ตอบรับคำเชิญร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 พฤษภาคม) เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์​กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถูกชักชวนให้เข้าร่วมรัฐบาลของพรรคก้าวไกล ว่าตนได้รับการติดต่อมาจากรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ชักชวนให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล 

 

โดยเชาวฤทธิ์กล่าวว่า ตนได้ตอบตกลงพร้อมที่จะเข้าร่วมรัฐบาล เพราะมองว่าจะเป็นโอกาสในการเข้าไปแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่พบว่าขณะนี้ผลิตผลทางการเกษตร เช่น ลำไย มะม่วง มีผลผลิตออกมาจำนวนมาก และราคาตกต่ำ ต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ชาวสวน

 

เชาวฤทธิ์กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านั้นคนของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ได้เข้ามาพบปะและพูดคุยในฐานะที่ตนเป็นคนจังหวัดน่านเช่นเดียวกัน ซึ่งการพูดคุยคือการชักชวนให้มาทำงานร่วมกัน ตนมองว่าเป็นสิ่งที่ดีและพร้อมร่วมทำงานด้วย 

 

ทั้งนี้ จังหวัดน่าน มีว่าที่ ส.ส. 4 คน คือ ส.ส. เขตจากพรรคเพื่อไทย 3 คน และ ส.ส. บัญชีรายชื่อจากพรรคพลังสังคมใหม่ 1 คน ซึ่งเชาวฤทธิ์ยืนยันว่า ในการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ ตนพร้อมสนับสนุนพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นก้าวไกลก็ได้ หรือเป็นพรรคเพื่อไทยก็ดี

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเดิมพรรคก้าวไกลรวมกับอีก 5 พรรคจะมีที่นั่ง 310 เสียง ล่าสุดมีเสียงตอบรับจากหัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ ซึ่งเป็นพรรคที่ 6 เพิ่มเติม ทำให้ขณะนี้พรรคก้าวไกลสามารถรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้ 311 เสียง

The post เลือกตั้ง 2566 : เสียงที่ 311! พรรคพลังสังคมใหม่ ตอบรับคำเชิญร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>