เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เฉลิมพล-ศรีสวัสดิ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 29 Sep 2023 06:25:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กองบัญชาการกองทัพไทยจัดพิธีส่งมอบตำแหน่ง ‘ผู้บัญชาการทหารสูงสุด’ ให้ พล.อ. ทรงวิทย์ หนุนภักดี https://thestandard.co/rtarf-given-commander-in-chief-position-to-songwit-noonpackdee/ Fri, 29 Sep 2023 06:25:21 +0000 https://thestandard.co/?p=847923 ทรงวิทย์ หนุนภักดี

วันนี้ (29 กันยายน) ที่กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีรับม […]

The post กองบัญชาการกองทัพไทยจัดพิธีส่งมอบตำแหน่ง ‘ผู้บัญชาการทหารสูงสุด’ ให้ พล.อ. ทรงวิทย์ หนุนภักดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรงวิทย์ หนุนภักดี

วันนี้ (29 กันยายน) ที่กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีรับมอบหน้าที่และการบังคับบัญชา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระหว่าง พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ซึ่งเกษียณอายุราชการพ้นวาระตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด กับ พล.อ. ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่

 

โดยพิธีในช่วงเช้า พล.อ. เฉลิมพล นำคณะผู้บังคับบัญชาถวายพานพุ่มและจุดเครื่องทองน้อย เพื่อเป็นราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะส่งมอบวาระตำแหน่งให้ พล.อ. ทรงวิทย์ จากนั้นจึงขึ้นแท่นเข้ารับการตรวจแถวกองเกียรติยศ

 

พล.อ. เฉลิมพล ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนายในหน่วยงานสังกัดกองทัพไทย และเชื่อมั่นว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่จะสามารถปฏิบัติราชการได้อย่างดี นำกองทัพไทยเป็นหน่วยงานหลักด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง

 

ขณะที่ พล.อ. ทรงวิทย์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ ได้กล่าวขอบคุณ พล.อ. เฉลิมพล และให้คำมั่นว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดต่อไปนั้น จะร่วมกับกำลังพลทุกนายในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และช่วยเหลือประชาชนในทุกโอกาส

 

ทรงวิทย์ หนุนภักดี ทรงวิทย์ หนุนภักดี ทรงวิทย์ หนุนภักดี ทรงวิทย์ หนุนภักดี ทรงวิทย์ หนุนภักดี ทรงวิทย์ หนุนภักดี ทรงวิทย์ หนุนภักดี กองบัญชาการกองทัพไทย

The post กองบัญชาการกองทัพไทยจัดพิธีส่งมอบตำแหน่ง ‘ผู้บัญชาการทหารสูงสุด’ ให้ พล.อ. ทรงวิทย์ หนุนภักดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอร์ด 7 เสือกลาโหมยังเคาะโผทหารไม่จบ เก้าอี้ ผบ.ทร. ไม่ลงตัว ส่วนเหล่าทัพอื่นนิ่งแล้ว https://thestandard.co/ministry-of-defense-23082023/ Wed, 23 Aug 2023 12:16:48 +0000 https://thestandard.co/?p=832981 กระทรวงกลาโหม

วันนี้ (23 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประช […]

The post บอร์ด 7 เสือกลาโหมยังเคาะโผทหารไม่จบ เก้าอี้ ผบ.ทร. ไม่ลงตัว ส่วนเหล่าทัพอื่นนิ่งแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงกลาโหม

วันนี้ (23 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสร็จสิ้น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกเดินทางไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายชั้นนายพลของกระทรวงกลาโหม หรือบอร์ด 7 เสือกลาโหม เพื่อพิจารณาบัญชีการปรับย้ายนายทหารประจำปี 2566 

 

โดยมี พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ. สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และ พล.อ.อ. อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ร่วมประชุมด้วย

 

โดย พล.อ. ประยุทธ์ใช้เวลาหารือประมาณ 40 นาที ก่อนเห็นชอบตามที่เหล่าทัพเสนอ ยกเว้นเก้าอี้ ผบ.ทร. ติดปัญหา 3 แคนดิเดต คือ พล.ร.อ. สุวิน แจ้งยอดสุข ผช.ผบ.ทร. (ตท.25) น้องชาย พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข อดีต ผบ.ตร. ซึ่งถือว่าอาวุโสสูงสุด กับรุ่นพี่ ตท.23 สองคน พล.ร.อ. ชลธิศ นาวานุเคราะห์ เสธ.ทร. และ พล.ร.อ. อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ซึ่งอยู่ระหว่างการตัดสินใจของ พล.อ. ประยุทธ์

 

ส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ. ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) บุตรชายของ พล.อ. อิสระพงศ์ หนุนภักดี อดีต ผบ.ทบ. เป็น ผบ.ทสส.

 

ด้านกองทัพบก พล.อ. เจริญชัย หินเธาว์ (ตท.23) รอง ผบ.ทบ. เป็น ผบ.ทบ., พล.อ. สุขสรรค์ หนองบัวล่าง (ตท.23) ผช.ผบ.ทบ. เป็น รอง ผบ.ทบ. และ พล.ต. พนา แคล้วปลอดทุกข์ (ตท.26) แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผช.ผบ.ทบ. 

 

ขณะที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ. พันธ์ภักดี พัฒนกุล (ตท.24) ผช.ผบ.ทอ. เป็น ผบ.ทอ.

 

ในขณะที่ระดับกองทัพภาค พล.ท. ชิษณุพงศ์ รอดศิริ (ตท.26) แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็น แม่ทัพภาคที่ 1, พล.ต. บุญสิน พาดกลาง รองแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นแม่ทัพภาคที่ 2 และ พล.ต. กิตติพงศ์ ชื่นใจชน รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นแม่ทัพภาคที่ 3

 

The post บอร์ด 7 เสือกลาโหมยังเคาะโผทหารไม่จบ เก้าอี้ ผบ.ทร. ไม่ลงตัว ส่วนเหล่าทัพอื่นนิ่งแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ชัดร่วมประชุมสภาโหวตนายกฯ รอบ 3 วันที่ 27 ก.ค. ระบุขอดูภารกิจก่อน https://thestandard.co/chalermpol-unclear-joining-council-vote-pm/ Tue, 25 Jul 2023 07:30:40 +0000 https://thestandard.co/?p=821783 เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ […]

The post ผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ชัดร่วมประชุมสภาโหวตนายกฯ รอบ 3 วันที่ 27 ก.ค. ระบุขอดูภารกิจก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

วันนี้ (25 กรกฎาคม) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 5/2566 โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าภาพการประชุม  

 

มีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ. อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 

 

โดยหลังการประชุมเกือบ 2 ชั่วโมง ผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่มีการแถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่สื่อมวลชนพยายามสอบถามว่าจะเดินทางไปประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้หรือไม่ เพราะ อานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม ประกาศว่าการประชุมเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีเป็นภารกิจสำคัญ 

 

ด้าน พล.อ. เฉลิมพลระบุเพียงสั้นๆ ว่า “ดูตามภารกิจครับ” ขณะที่ ผบ.เหล่าทัพ คนอื่นได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน 

 

มีรายงานว่าในการประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ผบ.เหล่าทัพ ได้ลาประชุมระบุเหตุผลว่าติดภารกิจสำคัญ เช่น พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีภารกิจลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 

 

ส่วนการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ผบ.ทหารสูงสุด, ผบ.ทร., ผบ.ทอ. และ ผบ.ตร. เข้าร่วมการประชุม ซึ่งที่ประชุมรัฐสภามีมติ 395 ต่อ 312 ว่า การเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรีถือเป็น ‘ญัตติ’ ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2563 ข้อที่ 41 ซึ่งเมื่อรัฐสภาโหวตคว่ำชื่อของพิธาไปแล้วเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม จึงไม่สามารถเสนอชื่อเดิมให้สมาชิกรัฐสภาโหวตซ้ำได้อีกตลอดสมัยประชุมนี้

The post ผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ชัดร่วมประชุมสภาโหวตนายกฯ รอบ 3 วันที่ 27 ก.ค. ระบุขอดูภารกิจก่อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.เหล่าทัพ ติดภารกิจไม่ร่วมประชุมโหวตนายกฯ พรุ่งนี้ https://thestandard.co/choengchai-not-attending-pm-vote/ Wed, 12 Jul 2023 09:18:00 +0000 https://thestandard.co/?p=815968 ผบ

วันนี้ (12 กรกฎาคม) พล.ร.อ. เชิงชาย เชิงชมแพทย์ ผู้บัญช […]

The post ผบ.เหล่าทัพ ติดภารกิจไม่ร่วมประชุมโหวตนายกฯ พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ

วันนี้ (12 กรกฎาคม) พล.ร.อ. เชิงชาย เชิงชมแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะสมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ว่า ในวันพรุ่งนี้มีภารกิจไปร่วมงานพิธีรำลึก ร.ศ.112 ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า โดยจะมีพิธีตั้งแต่ช่วงเช้าถึงเย็น มีการยิงปืนเสือหมอบเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการจัดตั้งป้อมพระจุลจอมเกล้าเพื่อป้องกันประเทศ ในภาวะที่ถูกรุกรานจากต่างชาติ

 

ส่วนความจำเป็นที่จะต้องไปโหวตเลือกนายกฯ ในวันพรุ่งนี้หรือไม่นั้น ก็ต้องดูก่อนว่าติดภารกิจอะไรหรือไม่

 

สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยทางน้ำในพื้นที่รัฐสภาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือนั้น ได้มีการจัดตั้งกองอำนวยการร่วมรัฐสภา และเตรียมการอพยพ ดูแลความปลอดภัยสมาชิกรัฐสภา และเจ้าหน้าที่ประจำสภา หากต้องมีการเคลื่อนย้ายทางน้ำ ซึ่งได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว 

 

ส่วนเรือที่เตรียมไว้มีทั้งในส่วนของกองทัพเรือและเรือจากภายนอก ให้เพียงพอกับจำนวนคนที่ต้องการเคลื่อนย้ายหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่ก็คาดการณ์ว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงจนถึงขั้นต้องใช้แผนการเคลื่อนย้ายทางน้ำ ซึ่งยังยึดการเคลื่อนย้ายทางบกเป็นหลัก 

 

เมื่อถามว่า พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ให้แนวทางในเรื่องการโหวตเลือกนายกฯ อย่างไรบ้าง พล.ร.อ. เชิงชายกล่าวว่า ท่านไม่ได้ให้นโยบายอะไร ไม่ได้มีการตกลงหรืออะไรทั้งสิ้น 

 

เมื่อถามว่าในวันพรุ่งนี้ ผบ.เหล่าทัพ ได้นัดหมายที่จะเข้าประชุมพร้อมกันหรือว่าติดราชการทั้งหมด พล.ร.อ. เชิงชายระบุว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละท่านที่จะพิจารณาด้วยตัวเอง พร้อมปฏิเสธแสดงความคิดเห็นในเรื่องจุดยืนไม่เลือกพรรคที่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112 

 

“ยืนยันว่าภารกิจในวันพรุ่งนี้เรากำหนดล่วงหน้าไว้นานแล้ว และกระทำกันทุกปี ซึ่งปีนี้จัดยิ่งใหญ่พอสมควรในรอบ 130 ปี ทั้งนี้ ยืนยันว่าพิธีรำลึก ร.ศ.112 ตรงกับวันที่ 13 กรกฎาคม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 และไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร ถือเป็นงานสำคัญซึ่งผมจะอยู่ในงานตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น และได้มีการยื่นใบลาไปยังประธานวุฒิสภาแล้ว”

 

จากนั้นผู้สื่อข่าวสอบถามทีเล่นทีจริงว่า ยิงปืนเสือหมอบสะเทือนถึงรัฐสภาหรือไม่ พล.ร.อ. เชิงชายหัวเราะพร้อมทั้งระบุว่า ไม่ถึงขนาดนั้น

 

ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับภารกิจในวันพรุ่งนี้ พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ติดราชการจังหวัดพิษณุโลก พล.ร.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ติดภารกิจตรวจชายแดน และ พล.อ.อ. อลงกรณ์ วัณณรถ เดินทางไปราชการที่ต่างประเทศ

The post ผบ.เหล่าทัพ ติดภารกิจไม่ร่วมประชุมโหวตนายกฯ พรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : ส.ว. สัดส่วน ผบ.เหล่าทัพ ของดออกเสียงเลือกนายกฯ ไม่ว่าแคนดิเดตมาจากพรรคไหน ย้ำจุดยืนเป็นกลางทางการเมือง https://thestandard.co/forces-senator-will-not-vote/ Tue, 16 May 2023 07:58:29 +0000 https://thestandard.co/?p=791146

วันนี้ (16 พฤษภาคม) มีรายงานข่าวการโหวตเลือกนายกรัฐมนตร […]

The post เลือกตั้ง 2566 : ส.ว. สัดส่วน ผบ.เหล่าทัพ ของดออกเสียงเลือกนายกฯ ไม่ว่าแคนดิเดตมาจากพรรคไหน ย้ำจุดยืนเป็นกลางทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 พฤษภาคม) มีรายงานข่าวการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ในสัดส่วนสมาชิกวุฒิวภา (ส.ว.) โดยตำแหน่งของผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมี พล.อ. สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ. อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

 

รายงานระบุว่า แม้ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงการรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลของพรรคการเมือง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการโหวตเลือกนายกฯ เพราะต้องผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอน ทั้งเปิดสภา เลือกประธานสภา แต่ ผบ.เหล่าทัพ มีจุดยืนในเรื่องการทำหน้าที่ ส.ว. มาตั้งแต่ประกาศไม่รับเงินเดือนมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยจะงดออกเสียงในประเด็นทางการเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาการวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง ในฐานะที่กองทัพเป็นหน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์เดียวกันของ ผบ.เหล่าทัพ และยึดปฏิบัติถือเป็นแนวทางเดียวกัน

 

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ก่อนหน้านี้ ผบ.เหล่าทัพ ก็งดออกเสียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2565 รวมถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง สำหรับการโหวตเลือกนายกฯ ครั้งนี้ ไม่ว่าจะชื่อแคนดิแดตนายกฯ จะเป็นของพรรคการเมืองใดก็ตาม ผบ.เหล่าทัพ ก็งดออกเสียง

The post เลือกตั้ง 2566 : ส.ว. สัดส่วน ผบ.เหล่าทัพ ของดออกเสียงเลือกนายกฯ ไม่ว่าแคนดิเดตมาจากพรรคไหน ย้ำจุดยืนเป็นกลางทางการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดบัญชีทรัพย์สิน พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. ทรัพย์สินรวม 31 ล้าน ไม่มีหนี้ หลังดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี https://thestandard.co/open-assets-of-general-chalermpol/ Fri, 20 Jan 2023 09:14:06 +0000 https://thestandard.co/?p=739835

วันนี้ (20 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม […]

The post เปิดบัญชีทรัพย์สิน พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. ทรัพย์สินรวม 31 ล้าน ไม่มีหนี้ หลังดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (20 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ในรายของ พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กรณีทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ 

 

โดย พล.อ. เฉลิมพล พร้อมด้วย บุษกร ศรีสวัสดิ์ คู่สมรส แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 31,622,003 บาท ไม่มีหนี้สิน แบ่งเป็นทรัพย์สินของ พล.อ. เฉลิมพล 14,400,847 บาท ประกอบด้วย 

 

  • เงินฝาก 4 บัญชี รวม 2,179,306 บาท 
  • เงินลงทุน 2,452,685 บาท 
  • ที่ดิน 53,750 บาท ในพื้นที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี 
  • สิทธิและสัมปทาน 9,324,605 บาท โดยเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตรวม 12 รายการ 
  • ทรัพย์สินอื่น 390,500 บาท 

 

ทรัพย์สินคู่สมรส 17,221,155 บาท ประกอบด้วย 

  • เงินฝาก 4 บัญชี รวม 2,969,100 บาท 
  • ที่ดิน 9,333,055 บาท 7 รายการ ซึ่งระบุว่าได้รับมรดกมาทั้งหมด โดยเป็นที่ดินในพื้นที่ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร, อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และที่ได้รับมาล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 เป็นที่ดิน 2 ไร่เศษ ในพื้นที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี มูลค่า 3,360,000 บาท 
  • โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 2,000,000 บาท โดยเป็นบ้าน 2 ชั้นในพื้นที่ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร 
  • ยานพาหนะ รถยนต์ยี่ห้อ BMW 1 คัน มูลค่า 1,500,000 บาท ทรัพย์สินอื่น 1,419,000 บาท 

 

ส่วนทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจของ พล.อ. เฉลิมพลและคู่สมรส เช่น อาวุธปืนขนาด .45 อาวุธปืนขนาด .357 และอาวุธปืนขนาด 9 มม. รวม 6 กระบอก ของ พล.อ. เฉลิมพล นอกนั้นเป็นทรัพย์สินของคู่สมรส สร้อยคอทองคำประดับเพชร สร้อยคอทองคำขาวจี้เพชร นาฬิกาข้อมือ 2 เรือน แหวนทองประดับเพชร สร้อยคอทับทิมสยาม และชุดสร้อยคอทองคำพร้อมต่างหู 

 

อย่างไรก็ตาม พล.อ. เฉลิมพลยังแจ้งอีกว่า มีรายได้ต่อปีจากเงินเดือนข้าราชการทหารรวม 1,580,553 บาท รายจ่ายต่อปี 970,000 บาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว ค่ากรมธรรม์ประกันชีวิต เงินบริจาค ท่องเที่ยว และซื้อกองทุน ส่วนคู่สมรสไม่ได้แจ้งรายได้ โดยมีรายจ่ายต่อปี 142,000 บาท

 

ทั้งนี้ สำหรับ พล.อ. เฉลิมพล ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมยุทธการทหารบก ระหว่างปี 2560-2561 ดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการทหารบก ระหว่างปี 2561-2562 ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ในปี 2562 ก่อนจะดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ระหว่างปี 2562-2563 และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดตั้งแต่ปี 2563 – ปัจจุบัน

The post เปิดบัญชีทรัพย์สิน พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.ทสส. ทรัพย์สินรวม 31 ล้าน ไม่มีหนี้ หลังดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพอากาศจัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล พร้อมสร้างขวัญและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในกองทัพฯ https://thestandard.co/royal-thai-air-force-allegiance/ Wed, 18 Jan 2023 14:21:04 +0000 https://thestandard.co/?p=739116

วันนี้ (18 มกราคม) พล.อ.อ. อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทห […]

The post กองทัพอากาศจัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล พร้อมสร้างขวัญและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในกองทัพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 มกราคม) พล.อ.อ. อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย ประจำปี 2566 ในส่วนของกองทัพอากาศ ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช

 

โดยกองทัพอากาศได้จัดกำลังพลสวนสนาม จำนวน 5 กองพัน ได้แก่

 

  1. กองพันนักเรียนนายเรืออากาศ กรมนักเรียนนายเรืออากาศ รักษาพระองค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช
  2. กองพันนักเรียนจ่าอากาศ โรงเรียนจ่าอากาศ กรมยุทธศึกษาทหารอากาศ
  3. กองพันทหารอากาศโยธิน กรมทหารอากาศโยธิน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน
  4. กองพันทหารต่อสู้อากาศยาน กรมทหารต่อสู้อากาศยาน รักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน
  5. กองพันปฏิบัติการพิเศษ กรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน

 

พร้อมทั้งจัดเครื่องบินขับไล่แบบที่ 19/ก (F-16) จากฝูงบิน 103 กองบิน 1 และเครื่องบินโจมตีและธุรการแบบที่ 2 (AU-23) จากฝูงบิน 501 กองบิน 5 บินผ่านบริเวณพิธี

 

นอกจากนี้นายทหารชั้นสัญญาบัตร นายทหารชั้นประทวน และทหารกองประจำการ ที่ยังไม่เคยเข้าร่วมพิธี ได้เข้าปฏิญาณตนในพิธีครั้งนี้ด้วย ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่บุคคลซึ่งเข้ามารับราชการทหารจะต้องเข้าร่วมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล จึงจะถือว่าเป็นทหารโดยสมบูรณ์

 

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารอากาศได้อ่านโอวาทของ พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เนื่องในวันกองทัพไทย ความตอนหนึ่งว่า “วันกองทัพไทย เป็นวันสำคัญของคนไทย ได้ร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณถึงวีรกรรมความกล้าหาญของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทรงกระทำยุทธหัตถี ได้รับชัยชนะประกาศอิสรภาพ มีเอกราชในราชอาณาจักรจนเป็นผืนแผ่นดินประเทศไทยมาถึงจวบจนทุกวันนี้ ในวันนี้ทหารทุกเหล่าทัพจะต้องเข้าร่วมการประกอบพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล อันถือเป็นเครื่องหมายแทนองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นจอมทัพและเป็นหลักชัยอยู่ท่ามกลางทหารทั้งปวง ขอให้ทหารทุกท่านจงยึดมั่นและรักษาคำสัตย์ปฏิญาณที่ได้ให้ไว้โดยเคร่งครัดและมั่นคง ปฏิบัติหน้าที่ในความรับผิดชอบอย่างดีที่สุด กองทัพไทยมีหน้าที่ปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นปัจจัยสำคัญของบ้านเมืองที่ทหารจักต้องรักษาไว้เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ ต้องดูแลช่วยเหลือประชาชน พัฒนาและแก้ไขปัญหาของชาติ เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ให้มีความถูกต้อง ด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจ มีความรักสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีระเบียบวินัย และมีจิตอาสาในการทำความดี พร้อมทั้งพัฒนาตนเองให้มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้มีศักยภาพ พร้อมสนับสนุนการดำเนินภารกิจของกองทัพไทยให้บรรลุความสำเร็จ และสร้างเสริมประเทศชาติให้มีความผาสุก ร่มเย็น สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคงต่อไป”

 

กองทัพอากาศในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพไทย ได้ปฏิบัติภารกิจมาอย่างต่อเนื่องในการเตรียมกำลังกองทัพอากาศเพื่อปกป้องราชอาณาจักร และดำเนินการเกี่ยวกับการใช้กำลังกองทัพอากาศตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม โดยได้ดำเนินนโยบายเพื่อพัฒนาสู่กองทัพอากาศที่มีคุณภาพ ประกอบด้วย คนคุณภาพ การข่าวที่มีคุณภาพ กำลังรบทางอากาศที่มีคุณภาพ การส่งกำลังบำรุงที่ลื่นไหล เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย การช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถ ข้าราชการมีความสุขด้วยระบบสวัสดิการที่มีคุณภาพและมีสิ่งแวดล้อมที่ดี

 

การเตรียมกำลังของกองทัพอากาศเป็นไปเพื่อพัฒนาศักยภาพในการป้องกันประเทศและรักษาความมั่นคงของชาติ เพื่อดำเนินภารกิจการป้องกันทางอากาศและการปฏิบัติการทางอากาศด้วยแนวคิดการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางได้อย่างยั่งยืน ทำให้เป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาคได้อย่างสมบูรณ์

 

ปี พ.ศ. 2566 กองทัพอากาศยังคงมุ่งมั่นที่จะสานต่อการพัฒนาทุกด้านอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสร้างขวัญและยกระดับคุณภาพชีวิตของข้าราชการกองทัพอากาศให้สามารถใช้ความสุขเป็นพลังขับเคลื่อนในการทำงาน เพื่อพัฒนากองทัพอากาศให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนและยึดมั่นตามหลักปฏิบัติ สานต่อ สร้างขวัญ พัฒนา

 

 

The post กองทัพอากาศจัดพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล พร้อมสร้างขวัญและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในกองทัพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทบ. นำถวายสัตย์ต่อธงชัยเฉลิมพลในวันกองทัพบก ทหารต้องรักษาสัจจะ ปกป้องชาติ ค้ำจุนราชบัลลังก์ https://thestandard.co/army-allegiance-chaichalermpol-flag/ Wed, 18 Jan 2023 13:33:40 +0000 https://thestandard.co/?p=739078

วันนี้ (18 มกราคม) ที่ลานอเนกประสงค์ ศูนย์การทหารม้า จั […]

The post ผบ.ทบ. นำถวายสัตย์ต่อธงชัยเฉลิมพลในวันกองทัพบก ทหารต้องรักษาสัจจะ ปกป้องชาติ ค้ำจุนราชบัลลังก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 มกราคม) ที่ลานอเนกประสงค์ ศูนย์การทหารม้า จังหวัดสระบุรี พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลของหน่วยทหาร เนื่องในโอกาสวันกองทัพบกและวันกองทัพไทย

 

พล.อ. ณรงค์พันธ์ได้ตรวจพลสวนสนาม และทำพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล พร้อมนำกล่าวว่า “ข้าพเจ้า ขอกระทำสัตย์ปฏิญาณว่า ข้าพเจ้า จักยอมตาย เพื่ออิสรภาพ และความสงบแห่งประเทศชาติและประชาชน ข้าพเจ้า จักอยู่ในศีลธรรมของศาสนาและจรรยาบรรณ ข้าพเจ้า จะเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ข้าพเจ้า จักรักษาไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้าพเจ้า จักเชื่อถือผู้บังคับบัญชาและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งจักปกครองแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความยุติธรรม ข้าพเจ้า จะไม่แพร่งพรายความลับของราชการทหารเป็นอันขาด”

 

จากนั้น พล.อ. ณรงค์พันธ์กล่าวให้โอวาทว่าวันที่ 18 มกราคมของทุกปี ถือเป็นวันกองทัพไทยและวันกองทัพบก นับเป็นวันที่มีความสำคัญและมีความหมายยิ่งของคนไทยทั้งชาติ ที่ได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และบรรพชนทหารกล้า ที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญ สละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยให้เป็นมรดกของชนรุ่นหลังมาจนถึงทุกวันนี้ อันเป็นแบบอย่างที่เหล่าทหารทั้งหลายควรยึดถือ และตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่มีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการดำรงไว้ซึ่งความผาสุกของประชาชน

 

สำหรับทหารใหม่ทุกนาย นับเป็นโอกาสสำคัญที่ได้กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งแสดงถึงการเป็นทหารอย่างสมบูรณ์และพร้อมทำหน้าที่ทหารของชาติ ที่จะต้องเสียสละ ประโยชน์ส่วนตน เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม ตลอดจนอุทิศกำลังกาย กำลังใจ ปกป้องประเทศชาติ ค้ำจุนราชบัลลังก์ และเป็นที่พึ่งหวังของประชาชนในทุกโอกาส จึงขอให้ทุกท่านได้ยึดมั่นและรักษาสัจจะวาจาที่ได้ให้ไว้อย่างเคร่งครัด ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ในการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเข้มแข็ง เป็นทหารอาชีพที่มีเกียรติ ศักดิ์ศรี มีความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจ ตั้งมั่นอยู่ในระเบียบวินัย ซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ พร้อมทำความดีช่วยเหลือผู้อื่น ร่วมมือร่วมใจกันเสริมสร้างกองทัพให้มีความก้าวหน้าเป็นปึกแผ่น สามารถยืนหยัดได้อย่างสง่างามและเป็นกำลังหลักด้านความมั่นคงที่มีศักยภาพของประเทศชาติสืบไป

 

จากนั้น พล.อ. ณรงค์พันธ์ได้อ่านสาส์นของ พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และปิดท้ายด้วยการสวนสนามของกำลังพล ประกอบด้วยกรมสวนสนาม จำนวน 4 กรม 16 กองพัน จัดกำลังจากกรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 และกรมทหารปืนใหญ่ที่ 71 โดยมี พล.ต. ณัฐเดช จันทรางศุ ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ เป็นผู้บังคับกองผสม ซึ่งปีนี้ไม่มีการสวนสนามยานยนต์ แต่มีการนำรถถัง รถเกราะมาตั้งโชว์ในงาน

 

 

The post ผบ.ทบ. นำถวายสัตย์ต่อธงชัยเฉลิมพลในวันกองทัพบก ทหารต้องรักษาสัจจะ ปกป้องชาติ ค้ำจุนราชบัลลังก์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชการ-เอกชนเข้าลงนามถวายพระพรพร้อมแจกันดอกไม้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน https://thestandard.co/government-private-sector-signing-the-blessing/ Fri, 16 Dec 2022 11:01:17 +0000 https://thestandard.co/?p=724687

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยา […]

The post ราชการ-เอกชนเข้าลงนามถวายพระพรพร้อมแจกันดอกไม้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 ธันวาคม) ที่อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตัวแทนคณะบุคคล หน่วยงานราชการ เอกชน และภาคประชาชน ร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

 

เช่น หม่อมหลวงสราลี กิติยากร พระมาตุจฉาในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ, พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี, ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะผู้บริหารพรรค, จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี, พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมภริยา, พล.อ. เจริญชัย หินเธาว์ ผู้ช่วยบัญชาการทหารบก พร้อมภริยา, ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ชลรัศมี งาทวีสุข ผู้ประกาศข่าวและพิธีกรรายการ

 

โดยมีการถวายแจกันดอกไม้หน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พร้อมลงนามถวายพระพร ขอให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน

 

องค์ภา

The post ราชการ-เอกชนเข้าลงนามถวายพระพรพร้อมแจกันดอกไม้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประวิตร ถกฝ่ายมั่นคง ตั้งกองฯ รักษาความปลอดภัย APEC ขณะที่ ผบ.ตร. ย้ำยอมไม่ได้ หากใครคิดจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ https://thestandard.co/prawit-discusses-security-apec/ Mon, 14 Nov 2022 06:32:19 +0000 https://thestandard.co/?p=708712

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่ […]

The post ประวิตร ถกฝ่ายมั่นคง ตั้งกองฯ รักษาความปลอดภัย APEC ขณะที่ ผบ.ตร. ย้ำยอมไม่ได้ หากใครคิดจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร เดินทางมาเป็นประธานเปิดกองอำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจร เพื่อเตรียมการจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC และการประชุมที่เกี่ยวข้องปี 2565 

 

โดยมี พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) รวมถึงผู้แทนเหล่าทัพ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข ผู้บัญชาการตำรวจทั่วประเทศ และผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวม 27 หน่วย เข้าร่วมรับฟังด้วย 

 

พล.อ. ประวิตรกล่าวในที่ประชุมวันนี้ เป็นการเปิดกองอำนวยการร่วมเพื่อติดตามสถานการณ์ และความพร้อมในการปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติตามแผนฯ และให้หน่วยที่เกี่ยวข้องได้รายงานความพร้อมในการเตรียมการปฏิบัติตามที่ได้รับมอบหมาย 

 

ขณะเดียวกัน ในที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาในด้านความพร้อมด้านการจราจร และการบริหารจัดการขบวนรถ ด้านความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข และด้านความพร้อมด้านการต่อต้านการก่อการร้าย รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์

 

พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานเตรียมการปฏิบัติในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย และร่วมกันปฏิบัติงานตามแผนของกองอำนวยการร่วมฯ รวมทั้ง ติดตาม กำกับดูแล การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยของการประชุมฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยสูงสุด 

 

ด้าน พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวว่า กองอำนวยการร่วมฯ จะมีการประชุมติดตามสถานการณ์ทุกวันในเวลา 09.00 น. โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลความปลอดภัยและการจราจร ด้านการบริหารจัดการดูแลการชุมนุม นายกรัฐมนตรีได้มีประกาศพื้นที่ห้ามชุมนุม คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โรงแรมที่พักทั้ง 19 แห่ง สถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองของผู้นำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานได้สะดวกตลอดช่วงการประชุมในวันที่ 14-19 พฤศจิกายนนี้ 

 

ทั้งนี้ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทุกฝ่าย แม้การชุมนุมจะเป็นสิทธิกระทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ตลอดจนสุขอนามัยของประชาชน หรือความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ และไม่กระทบกระเทือนสิทธิคนอื่น ผู้กระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายทุกราย และมีโทษหนักถึงจำคุก 

 

พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์กล่าวต่อไปว่า เราจะยอมให้ใครมาสร้างความเสียหายให้กับประเทศไม่ได้โดยเด็ดขาด พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามยุทธวิธี เป็นขั้นเป็นตอนตามระดับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น หากจะมีการยื่นข้อเรียกร้อง หรือแสดงความคิดเห็นต่างๆ กระทรวงการต่างประเทศได้จัดสถานที่สำหรับการยื่นหนังสือไว้แล้วที่กระทรวงการต่างประเทศ และสถานกงสุลที่แจ้งวัฒนะ รวมทั้งการขอให้ใช้สิทธิในการชุมนุม ขอให้ไปยื่นขอตามสถานที่ที่ได้จัดไว้ให้ หากมีการชุมนุมก็ต้องมีการแจ้งการชุมนุม 

 

ด้านการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางเข้าประจำการในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน โดยมีการระดมกำลังตำรวจทั้งประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 35,000 นาย เพื่อระวังป้องกันตัวผู้นำ ตลอดจนสถานที่พัก ที่ประชุม ที่จัดงานเลี้ยงรับรอง และเส้นทางทุกสายที่มีขบวนรถผู้นำผ่าน 

 

รวมทั้งระดมชุดปฏิบัติการพิเศษ สายตรวจรถยนต์จากตำรวจภูธรภาค 1, 2 และ 7 เข้ามาช่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยในการเฝ้าระวังเหตุ และป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ตั้งจุดตรวจจุดสกัดครอบคลุมทุกสถานที่ 29 จุด และพื้นที่ต่างจังหวัดทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งจัดกำลังเฝ้าระวังบุคคลเป้าหมายที่อาจมีความเคลื่อนไหว และบุคคลตามหมายจับทุกรายอีกด้วย หากมีการละเมิดกฎหมายก็จะดำเนินคดีทันที 

 

ด้านการจราจรที่อาจส่งผลกระทบกับประชาชนในช่วงที่มีการประชุม เนื่องจากจะมีการปิดถนนรัชดาภิเษกช่วงหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (แยกอโศกมนตรี-แยกพระรามที่สี่) และถนนดวงพิทักษ์ รวมถึงสถานี MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ 16-19 พฤศจิกายน ทั้งนี้ ยังไม่มีความกังวลเนื่องจากในห้วงดังกล่าวรัฐบาลได้ประกาศเป็นวันหยุดราชการ และได้จัดให้มีรถรับ-ส่ง Shuttle Bus จำนวน 6 คัน คาดว่าเพียงพอสำหรับรับ-ส่งประชาชนที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว 

 

ส่วนมาตรการอำนวยความสะดวกในการตรวจคนเข้าเมือง ตร. โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ให้เต็มทุกช่องตรวจ ช่องตรวจอัตโนมัติ (Auto Channel) และจัดชุดช่วยเหลือประชาชน นักท่องเที่ยว แนะนำช่วยเหลือในเรื่องการตรวจคนเข้าเมือง ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับกับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามามากขึ้น 

 

ด้าน พล.อ. ประวิตรกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้ทำงานให้กับใครคนใดคนหนึ่ง เราไม่ได้ทำงานให้กับรัฐบาล แต่เราทำเพื่อประเทศชาติ ให้กับคนไทยทุกคน ขอให้คนไทยร่วมเป็นเจ้าภาพ ร่วมสังเกตการณ์หากมีเหตุใดเหตุหนึ่ง ขอให้ช่วยกันแจ้งเบาะแสให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบ ได้ที่สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

The post ประวิตร ถกฝ่ายมั่นคง ตั้งกองฯ รักษาความปลอดภัย APEC ขณะที่ ผบ.ตร. ย้ำยอมไม่ได้ หากใครคิดจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดพยักหน้ายืนยันไม่มีปฏิวัติ ย้ำกองทัพไม่ยุ่งการเมือง เป็นหน่วยงานภายใต้รัฐบาล https://thestandard.co/politics-revolution/ Tue, 11 Oct 2022 07:14:20 +0000 https://thestandard.co/?p=694330 เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

วันนี้ (11 ตุลาคม) พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการ […]

The post ผู้บัญชาการทหารสูงสุดพยักหน้ายืนยันไม่มีปฏิวัติ ย้ำกองทัพไม่ยุ่งการเมือง เป็นหน่วยงานภายใต้รัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

วันนี้ (11 ตุลาคม) พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพนัดแรก หลังมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ-ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติชุดใหม่ ซึ่งเป็นเตรียมทหารรุ่น 22 ทั้งหมด ยกเว้นผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่เป็นเตรียมทหารรุ่น 21 โดยทั้งหมดจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายน ปี 2566 ถึงแนวโน้มการเมืองหลังจบการประชุม APEC ที่รัฐบาลอาจยุบสภาแล้วมีการเลือกตั้งใหม่ ในจุดยืนและนโยบายของกองทัพว่า ความชัดเจนของกองทัพปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่กำหนดไว้ ความชัดเจนมีกำหนดอยู่ในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดส่วนราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 ดังนั้นหน่วยงานทหารทั้งกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ เราก็ยึดถือตามที่กระทรวงกลาโหมมีอำนาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ ซึ่งก็ออกมาเป็นพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการของแต่ละเหล่าทัพ อันนั้นคือหน้าที่ที่เรามี โดยไม่ต้องมีใครสั่ง เราเป็นเครื่องมือหน่วยงานของรัฐบาลที่เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารประเทศ เราก็ปฏิบัติหน้าที่ตามนโยบายของกระทรวงกลาโหมและรัฐบาล เพราะฉะนั้นเมื่อถามถึงเรื่องการเมือง ก็เป็นเรื่องการบริหารประเทศของฝ่ายการเมือง ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามา และจัดตั้งรัฐบาลในด้านการเมือง ซึ่งเราก็ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลที่มาจากการเมือง ทหารเราก็มีความเกี่ยวพันกับการเมือง เพราะเราเป็นองค์กรเหมือนกับส่วนราชการอื่น แต่เราไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง การดำเนินการทางการเมืองเป็นเรื่องของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องว่าจะดำเนินการอย่างไร

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าวันนี้ผู้บัญชาการเหล่าทัพอยู่กันครบ สามารถให้ความสบายใจในปีหน้าได้หรือไม่หากมีการเปลี่ยนขั้วการเมืองและมีการชุมนุม บทบาทของกองทัพเป็นอย่างไร พล.อ. เฉลิมพลกล่าวว่า ในส่วนของทหารมีบทบาทตามขอบเขตอยู่แล้ว ประเทศเราพัฒนามาไกลมากแล้วก็ต้องให้ประชาชนช่วยกันดูเรื่องการดำเนินการทางการเมืองต่างๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาของประเทศเป็นไปในแนวทางทางการเมือง ซึ่งตนเชื่อว่าความคาดหวังของทุกคนต้องการเห็นพัฒนาการของประเทศเรา ให้เป็นไปในรูปแบบภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เราต้องการเห็นอย่างนั้น ทหารก็ต้องการเห็นอย่างนั้น ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม หรือในทางการเมืองต่างๆ จะเป็นอย่างไร ทหารก็ทำหน้าที่ของเราเท่านั้นเอง ก็ขอให้มีความเชื่อมั่นได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าให้ความเชื่อมั่นได้หรือไม่ว่าจะไม่มีการปฏิวัติ พล.อ. เฉลิมพล พยักหน้าและยิ้ม พร้อมกล่าวว่า “ครับผม”

 

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวได้ถาม พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ว่าทหารจะขยับหรือไม่ ผบ.ทบ. เอานิ้วชี้ไปที่ศีรษะพร้อมบอกว่า “ในหัวมีแต่ประชาชน ช่วยเหลือประชาชน ตอนนี้คิดถึงประชาชนก่อน”

 

พล.อ. ณรงค์พันธ์ยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำว่า จะไปให้กำลังใจกำลังพลและเจ้าหน้าที่ ตอนนี้ทหารลงไปดูแลช่วยเหลือประชาชนพื้นที่ริมน้ำเจ้าพระยา ส่วนกองทัพเรือดูที่ฝั่งธนบุรี เชื่อมั่นว่าความสามัคคีจะทำให้รอดพ้นทุกอย่าง

The post ผู้บัญชาการทหารสูงสุดพยักหน้ายืนยันไม่มีปฏิวัติ ย้ำกองทัพไม่ยุ่งการเมือง เป็นหน่วยงานภายใต้รัฐบาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ย้ำจุดยืนกองทัพ ปกป้องสถาบัน มิยอมให้กลุ่มบุคคลใดล่วงเกิน ดำรงความสำคัญความเป็นชาติไทย https://thestandard.co/commander-in-chief-repeat-soldier-standpoint/ Tue, 10 May 2022 00:37:24 +0000 https://thestandard.co/?p=626566 ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

วันนี้ (9 พฤษภาคม) พล.ท. ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เจ้ […]

The post ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ย้ำจุดยืนกองทัพ ปกป้องสถาบัน มิยอมให้กลุ่มบุคคลใดล่วงเกิน ดำรงความสำคัญความเป็นชาติไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา

วันนี้ (9 พฤษภาคม) พล.ท. ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร ในฐานะโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า จากการที่แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ได้มีการนำเสนอโฆษณาด้านการตลาด (Content) ในลักษณะที่หมิ่นเหม่ ก้าวล่วงสถาบันนั้น 

 

พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีความกังวลต่อเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้สร้างผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนชาวไทย 

 

ในขณะเดียวกันกองทัพก็มีจุดยืนในด้านการพิทักษ์ ปกป้อง และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะมิยอมให้กลุ่มบุคคลใดกระทำการล่วงเกินสถาบันสูงสุดของประเทศโดยเด็ดขาด

 

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทยได้ชี้แจงกำลังพลให้ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมทหาร คือยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งจักต้องพิทักษ์ รักษา ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์และเชิดชูรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ดำรงความสำคัญของความเป็นชาติไทย และการจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์อันเป็นสถาบันที่เคารพสูงสุดของประเทศชาติ

The post ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ย้ำจุดยืนกองทัพ ปกป้องสถาบัน มิยอมให้กลุ่มบุคคลใดล่วงเกิน ดำรงความสำคัญความเป็นชาติไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศห้ามชุมนุม-มั่วสุม เสี่ยงแพร่โควิด ทั่วราชอาณาจักร มีผล 1 พ.ย. รับการเปิดประเทศ https://thestandard.co/the-gov-gazette-published-announcement-prohibiting-gatherings-and-gatherings/ Fri, 29 Oct 2021 07:46:51 +0000 https://thestandard.co/?p=553711 เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

วันนี้ (29 ตุลาคม) เว็บไซต์ราชกิจจานุบกษาเผยแพร่ประกาศห […]

The post ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศห้ามชุมนุม-มั่วสุม เสี่ยงแพร่โควิด ทั่วราชอาณาจักร มีผล 1 พ.ย. รับการเปิดประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

วันนี้ (29 ตุลาคม) เว็บไซต์ราชกิจจานุบกษาเผยแพร่ประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 13) มีเนื้อหาดังนี้

 

ตามที่รัฐบาลได้ออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564 และคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 18/2564 ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เรื่อง พื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องมีการฟื้นฟูประเทศเพื่อประโยชน์ด้านการใช้ชีวิตความเป็นอยู่และด้านเศรษฐกิจแก่ประชาชน เห็นควรให้มีการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้ามาจากต่างประเทศได้มากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและการจ้างงานในภาพรวมของประเทศ

 

แม้ว่าที่ผ่านมาภาพรวมของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายสาธารณสุขสามารถควบคุมและจำกัดขอบเขตพื้นที่การแพร่ระบาดของโรคได้ รวมทั้งรัฐบาลได้เตรียมความพร้อม โดยประสานความร่วมมือกับประเทศต้นทาง และบูรณาการการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนในการกำหนดมาตรการรองรับ เพื่อให้การปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ควบคู่กับการกำหนดมาตรการทางด้านสาธารณสุขเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ให้ประชาชนมีความปลอดภัย รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ภายในประเทศ อันจะส่งผลให้การขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและสังคมสามารถดำเนินการควบคู่กับมาตรการด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

อาศัยอำนาจตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3 และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2563 ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ 3 (6) และข้อกำหนด คำสั่ง ประกาศ ที่เกี่ยวข้อง จึงให้ปฏิบัติดังนี้

 

  1. ให้ยกเลิกประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่อง ห้ามการชุมนุมการทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564

 

  1. ห้ามมิให้มีการมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่โรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน หรือการกลั่นแกล้งเพื่อแพร่โรค ณ ที่ใดๆ ทั่วราชอาณาจักร

 

  1. ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น โดยให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564 และข้อกำหนด (ฉบับที่ 35) ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

 

ทั้งนี้ ในเรื่องมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง ให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 35) ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564

 

  1. ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง ที่ได้มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดให้เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น โดยให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 30) ลงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564 และข้อกำหนด (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

 

ทั้งนี้ ในเรื่องมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ให้ดำเนินการตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 36) ลงวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2564

 

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ต้องรับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ในกรณีที่มีการออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับใหม่ ให้ประกาศฉบับนี้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดฉบับใหม่ดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

 

ประกาศ ณ วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564

 

พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง

 

อ้างอิง:

The post ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศห้ามชุมนุม-มั่วสุม เสี่ยงแพร่โควิด ทั่วราชอาณาจักร มีผล 1 พ.ย. รับการเปิดประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เช็กด่านตรวจก่อนล็อกดาวน์คืนนี้ หลังประกาศเคอร์ฟิว-คุมเข้มการเดินทาง 10 จังหวัด https://thestandard.co/tonight-10-provinces-strict-lockdown-checklist/ Mon, 12 Jul 2021 01:50:24 +0000 https://thestandard.co/?p=511316 ล็อกดาวน์

วานนี้ (11 กรกฎาคม) พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชากา […]

The post เช็กด่านตรวจก่อนล็อกดาวน์คืนนี้ หลังประกาศเคอร์ฟิว-คุมเข้มการเดินทาง 10 จังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ล็อกดาวน์

วานนี้ (11 กรกฎาคม) พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) ได้แถลงข่าว ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายตามมาตรการที่กำหนด ได้กำหนดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดนครปฐม และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส โดยมีการดำเนินการดังนี้

 

  • จัดชุดตรวจ สายตรวจร่วม และชุดลาดตระเวนร่วม เพื่อบังคับใช้มาตรการห้ามออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ของวันถัดไป เว้นแต่เป็นผู้ได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนดหรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นรายกรณี

 

นอกจากนั้นยังมีการจัดตั้งจุดตรวจเพื่อคัดกรองผู้เดินทางเข้าออกจังหวัดอย่างเข้มงวด ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานครจัดตั้งจุดตรวจ จำนวน 88 จุด จังหวัดปริมณฑล จำนวน 20 จุด และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 39 จุด

 

โดยการดำเนินการดังกล่าวในวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 นั้น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการโดยให้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตให้น้อยที่สุด

 

  • ในส่วนพื้นที่จังหวัดชายแดนนั้นจะมีการเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จัดกำลังในการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจพื้นที่ โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ และเสริมประสิทธิภาพการเฝ้าตรวจด้วยการวางเครื่องกีดขวางและการใช้เครื่องมือพิเศษสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมาย ตลอดจนการดำเนินมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด

 

สำหรับในส่วนพื้นที่ถัดจากแนวชายแดนนั้นจะใช้กองกำลังป้องกันชายแดนร่วมกับฝ่ายปกครอง ทำการสำรวจตรวจสอบหมู่บ้านตามแนวชายแดนที่เป็นพื้นที่พักรอของผู้ลักลอบเข้าเมืองและจัดตั้งจุดตรวจร่วมกับส่วนราชการ เครือข่ายภาคประชาชน และผู้นำหมู่บ้าน

 

โดยในห้วงที่ผ่านมาแม้ว่าจะจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายพร้อมทั้งผู้นำพาได้เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังคงพบการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) จะเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายมากขึ้น

 

The post เช็กด่านตรวจก่อนล็อกดาวน์คืนนี้ หลังประกาศเคอร์ฟิว-คุมเข้มการเดินทาง 10 จังหวัด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตั้งจุดตรวจเข้มโควิด กทม. 88 จุด ปริมณฑล 20 จุด 4 จังหวัดภาคใต้ 39 จุด เลี่ยงเดินทางข้ามจังหวัด ห้ามออกนอกบ้าน 3 ทุ่มถึงตี 4 เริ่มคืนนี้ https://thestandard.co/intense-examination-checkpoints-in-bangkok-perimeters-and-4-southern-provinces/ Sun, 11 Jul 2021 07:14:35 +0000 https://thestandard.co/?p=511163 จุดตรวจ โควิด

วันนี้ (11 กรกฎาคม) ในการแถลงสถานการณ์โควิดประจำวัน โดย […]

The post ตั้งจุดตรวจเข้มโควิด กทม. 88 จุด ปริมณฑล 20 จุด 4 จังหวัดภาคใต้ 39 จุด เลี่ยงเดินทางข้ามจังหวัด ห้ามออกนอกบ้าน 3 ทุ่มถึงตี 4 เริ่มคืนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุดตรวจ โควิด

วันนี้ (11 กรกฎาคม) ในการแถลงสถานการณ์โควิดประจำวัน โดยศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) เปิดเผยว่า หลังมีประกาศมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวจาก ศบค. ในพื้นที่ 10 จังหวัดสีแดงเข้ม หรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ศปม. จึงมีการดำเนินการตามประกาศดังกล่าวดังนี้

 

ตั้งจุดตรวจเพื่อบังคับใช้มาตรการห้ามออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่เป็นผู้ได้รับการยกเว้นตามข้อกำหนด หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่เป็นรายกรณี นอกเหนือจากห้วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน จะเป็นการตรวจตามมาตรการป้องกันและตรวจคัดกรองการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดอย่างเข้มงวด ประกอบด้วย 

 

  • ในพื้นที่ กทม. ตั้งจุดตรวจ 88 จุด 
  • ปริมณฑล (ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) ตั้งจุดตรวจ 20 จุด
  • 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา นราธิวาส ยะลา ปัตตานี) ตั้งจุดตรวจ 39 จุด

 

จึงขอให้พี่น้องประชาชนชะลอหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่จำเป็น 

 

นอกจากนั้นยังจัดชุดตรวจ สายตรวจร่วม และชุดลาดตระเวนร่วมในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เพื่อตรวจและกวดขันตามมาตรการที่กำหนด รวมทั้งบังคับใช้มาตรการห้ามจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน และรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค 

 

สำหรับจังหวัดอื่นๆ นั้นได้จัดตั้งจุดตรวจเพื่อคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้า-ออกจังหวัด โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจาก กทม. และปริมณฑล จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อติดตามและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด 

 

โดย ศปม. ได้เริ่มจัดตั้งจุดตรวจ ชุดตรวจ และสายตรวจร่วม และชุดลาดตระเวนร่วมตั้งแต่บัดนี้ ในขั้นต้นจะเป็นการตรวจการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค การชี้แจงทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ก่อนที่จะบังคับใช้มาตรการตามข้อกำหนดในวันที่ 12 กรกฎาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่จะยึดหลักความเข้มงวดในการบังคับใช้มาตรการ และจะดำเนินการต่อผู้ละเมิดมาตรการอย่างเด็ดขาด สำหรับพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปซึ่งได้ปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอาจได้รับผลกระทบบ้าง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการโดยให้มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตให้น้อยที่สุด 

 

ในบริเวณพื้นที่ชายแดนได้มีการเข้มงวดกวดขันการป้องกันและปราบปรามการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลักลอบขนส่งยาเสพติดและสินค้าผิดกฎหมายต่างๆ ตลอดจนการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด โดยใช้กองกำลังป้องกันชายแดนในการจัดตั้งจุดตรวจจุดสกัด การลาดตระเวน โดยเฉพาะช่องทางธรรมชาติ โดยวางเครื่องกีดขวางและใช้เครื่องมือพิเศษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น กล้องวงจรปิด กล้องตรวจการเวลากลางคืน อากาศยานไร้คนขับ และโดรน โดยทั้งได้รับความร่วมมือจากชุมชนเข้มแข็งบริเวณชายแดนในการให้เบาะแสข่าวสารต่อเจ้าหน้าที่ 

 

นอกจากนั้นยังได้ร่วมกับฝ่ายปกครองทำการสำรวจและตรวจสอบหมู่บ้านตามแนวชายแดน มีการปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งจะเป็นที่พักรอของผู้ลักลอบเข้าเมือง ร่วมกับส่วนราชการเครือข่ายภาคประชาชน ในการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ทั้งแบบประจำที่และไม่ประจำที่ ลาดตระเวนเส้นทางตลอดแนวชายแดนและเส้นทางที่ใช้ในการลักลอบเข้าสู่พื้นที่ตอนใน 

 

โดยประชาชนสามารถร้องเรียนการมั่วสุม การกระทำผิด พ.ร.ก. การไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และการตรวจของเจ้าหน้าที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สายด่วน 1111, 191, 1599 และ 1138 การดำเนินการของเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องได้รับการร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

The post ตั้งจุดตรวจเข้มโควิด กทม. 88 จุด ปริมณฑล 20 จุด 4 จังหวัดภาคใต้ 39 จุด เลี่ยงเดินทางข้ามจังหวัด ห้ามออกนอกบ้าน 3 ทุ่มถึงตี 4 เริ่มคืนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทหารสูงสุด สั่ง ‘ทหาร-ตร.’ คุม ‘แคมป์คนงาน-ไซต์ก่อสร้าง’ ใน กทม.-ปริมณฑล หวังคุมแรงงานไม่ให้เคลื่อนย้าย https://thestandard.co/workers-camp-construction-site-not-to-move-order/ Sat, 26 Jun 2021 12:19:30 +0000 https://thestandard.co/?p=505252 โควิด

วันนี้ (26 มิถุนายน) พล.ต. ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ร […]

The post ผบ.ทหารสูงสุด สั่ง ‘ทหาร-ตร.’ คุม ‘แคมป์คนงาน-ไซต์ก่อสร้าง’ ใน กทม.-ปริมณฑล หวังคุมแรงงานไม่ให้เคลื่อนย้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
โควิด

วันนี้ (26 มิถุนายน) พล.ต. ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วนผ่านระบบ VTC 

 

โดยสั่งการให้หน่วยขึ้นตรงศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) บูรณาการการจัดกำลังสนับสนุนและประสานการปฏิบัติกับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ในการสนธิกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ให้มีความเข้มงวดกวดขันในการปฏิบัติภารกิจควบคุมแคมป์คนงาน และไซต์งานก่อสร้างในพื้นที่ 

 

รวมทั้งการควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา, ยะลา, ปัตตานี และนราธิวาส) โดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้ (26 มิถุนายน 2564) เป็นต้นไป 

 

สำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีกรุงเทพมหานครร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงเหล่าทัพ รับผิดชอบ โดยมีศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร เป็นผู้วางแผนการปฏิบัติ  

 

ในส่วนของจังหวัดในเขตปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม มีกระทรวงมหาดไทย (จังหวัด), ตำรวจภูธรจังหวัด และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก รับผิดชอบ  

 

ในด้านการควบคุมการเคลื่อนย้ายในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค โดยมีกระทรวงมหาดไทย (จังหวัด), ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตำรวจภูธร จังหวัด), ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพบก และศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงกองทัพเรือ รับผิดชอบ 

 

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะสามารถจำกัดกลุ่มแรงงานซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงให้อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานในทุกกรณี อันจะส่งผลให้การควบคุมโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด เป็นไปตามกรอบแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่มีความสำคัญเร่งด่วน และเพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงภาวะปกติโดยเร็วที่สุดต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ผบ.ทหารสูงสุด สั่ง ‘ทหาร-ตร.’ คุม ‘แคมป์คนงาน-ไซต์ก่อสร้าง’ ใน กทม.-ปริมณฑล หวังคุมแรงงานไม่ให้เคลื่อนย้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมส่งทหารคุมแคมป์แรงงาน สกัดการเคลื่อนย้ายป้องกันโควิด-19 https://thestandard.co/chalermpol-srisawat-controlling-labor-camp-on-coronavirus-spreading/ Thu, 10 Jun 2021 07:47:40 +0000 https://thestandard.co/?p=498610 ทหารคุมแคมป์แรงงาน

วันนี้ (10 มิถุนายน) พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาก […]

The post ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมส่งทหารคุมแคมป์แรงงาน สกัดการเคลื่อนย้ายป้องกันโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารคุมแคมป์แรงงาน

วันนี้ (10 มิถุนายน) พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) กล่าวถึงกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประสานหน่วยงานความมั่นคงให้ส่งกำลังทหาร ตำรวจ คุมเข้มแคมป์คนงานก่อสร้างใน กทม. หลังพบว่ายังมีการเคลื่อนย้ายว่า เป็นภาพรวมของนโยบายว่าเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงจะเข้าไปดูแลในการควบคุม ตั้งแต่การตั้งจุดตรวจ การตรวจสถานที่ต่างๆ

 

ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน หลังจากมีการตรวจแคมป์คนงานที่เป็นคลัสเตอร์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังมีการเคลื่อนย้ายกันออกไป ทั้งนี้ต้องไปดูว่า ศบค. ได้กำหนดแคมป์คนงานในแต่ละพื้นที่เอาไว้อย่างไร

 

สำหรับแนวทางปฏิบัติหากมีกรณีเช่นนี้ เราจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจแคมป์แรงงาน จะต้องได้รับการควบคุมแบบไหน การเข้าออกสามารถเล็ดลอดออกจากพื้นที่ได้หรือไม่ จำเป็นต้องมีเครื่องกีดขวางมากั้นช่องโหว่ที่ยังปิดไม่ได้หรือไม่ เช่น รั้วลวดหนาม

 

โดยประสานกับผู้ประกอบการที่ดูแลพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบโดย 

  1. จัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเข้า-ออก และพิจารณาเป็นกรณีไปหากจำเป็นต้องเข้า-ออก
  2. ลาดตระเวนในพื้นที่เพื่อให้ไม่ให้มีการลักลอบ 

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารจะเป็นส่วนเสริม และใช้สารวัตรทหาร (สห.) ในการปฏิบัติงาน ยกเว้นกรณีมีแคมป์แรงงานหลายแห่งที่ต้องควบคุม จำเป็นต้องใช้กำลังทหาร ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแคมป์แรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของเหล่าทัพใด ก็จะประสานเหล่าทัพนั้นส่งกำลังทหารไปดูแล

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมส่งทหารคุมแคมป์แรงงาน สกัดการเคลื่อนย้ายป้องกันโควิด-19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เรียกผู้บัญชาการทหารสูงสุด ถกความพร้อมโรงพยาบาลสนาม ห่วงชายแดนไทย-มาเลเซีย หลังคนไทยแห่กลับ https://thestandard.co/clearing-hospital-readiness-190464/ Mon, 19 Apr 2021 10:11:51 +0000 https://thestandard.co/?p=477291 เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

วันนี้ (19 เมษายน) พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการ […]

The post นายกฯ เรียกผู้บัญชาการทหารสูงสุด ถกความพร้อมโรงพยาบาลสนาม ห่วงชายแดนไทย-มาเลเซีย หลังคนไทยแห่กลับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

วันนี้ (19 เมษายน) พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (หน.ศปม.) เปิดเผยถึงการหารือกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันนี้ว่า นายกรัฐมนตรีได้สอบถามผลการปฏิบัติงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) และโรงพยาบาลสนามในภาพรวมว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีปัญหาใดๆ เช่น การจัดจุดตรวจคัดกรองเพิ่มเติม เป็นต้น ซึ่งที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค. ชุดใหญ่) ได้มอบหมายให้ ศบค. ชุดเล็ก ที่มี พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในการควบคุมการปฏิบัติและการเพิ่มมาตรการต่างๆ โดยที่ประชุม ศบค. ได้เน้นการขอความร่วมมือประชาชน โดยยังไม่อยากให้มีข้อบังคับใดๆ ขึ้นมา เพราะเกรงว่าจะเกิดกระแสต่อต้านจากกลุ่มต่างๆ ขึ้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีห่วงใยพื้นที่แนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เพราะมีคนไทยเดินทางกลับมาเยอะผ่านช่องทางต่างๆ จึงห่วงจำนวนคนที่กลับเข้ามาจะไม่เพียงพอในการรองรับ

เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองมีข้อเสนอให้หั่นงบกองทัพ 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อมาหนุนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 พล.อ. เฉลิมพล กล่าวว่า แนวทางการปฏิบัติยังไม่มีอะไร เพราะงบประมาณในปี 2564 ทางกองทัพได้นำงบมาช่วยเหลือปัญหาโควิด-19 ไปเยอะ พร้อมย้ำว่ากองทัพไม่มีการเบิกใช้งบกลางในการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ในส่วนงบประมาณกองบัญชาการกองทัพไทยในปี 2565 ถูกตัดไป 11 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเยอะพอสมควร แต่กองทัพก็อยู่ได้ ในส่วนเหล่าทัพยังไม่มีการตัดยอดเงินในโครงการที่ไม่ได้เป็นงบผูกพัน ซึ่งตนเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

 

พิสูจน์อักษร: ชฎานิสภ์ นุ้ยฉิม

The post นายกฯ เรียกผู้บัญชาการทหารสูงสุด ถกความพร้อมโรงพยาบาลสนาม ห่วงชายแดนไทย-มาเลเซีย หลังคนไทยแห่กลับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’ https://thestandard.co/army-commander-meeting-emphasized-the-mission-of-protecting-preserving/ Mon, 05 Oct 2020 07:49:33 +0000 https://thestandard.co/?p=403771 ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’

วันนี้ (5 ตุลาคม) กองบัญชาการกองทัพไทยจัดการประชุมผู้บั […]

The post ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’

วันนี้ (5 ตุลาคม) กองบัญชาการกองทัพไทยจัดการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 โดยมี พล.อ. เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมประชุม

 

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายทหารและนายตำรวจ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ รวมทั้งผู้ที่ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564

.

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้มอบนโยบายแก่เหล่าทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยยึดถือกรอบแนวทางตามนโยบายของรัฐบาลและนโยบายของกระทรวงกลาโหม เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมยึดหลัก ‘กองทัพไทยพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย และน้อมนำแนวทางพระราชทานมาดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน’ โดยมีการดำเนินงานใน 6 ด้าน ได้แก่ 

 

  1. การพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดำรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ตลอดจนดำเนินการตามแนวทางพระราชทาน ‘สืบสาน รักษาต่อยอด’ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 

  1. การป้องกันประเทศ มีขีดความสามารถและความพร้อมในการป้องกันประเทศและรักษาผลประโยชน์ของชาติในทุกมิติ ตลอดจนการปฏิบัติการร่วมระหว่างเหล่าทัพอย่างเป็นปึกแผ่น โดยมุ่งสู่การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง

 

  1. การรักษาความมั่นคงของรัฐ สนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ รวมทั้งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ โดยยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดยผนึกกำลังทุกภาคส่วนภายใต้นโยบาย ‘รวมไทยสร้างชาติ’

 

  1. การสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน มิตรประเทศ นานาชาติ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ อย่างสมดุล ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศโดยรวม

 

  1. การพัฒนาประเทศ ป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ และช่วยเหลือประชาชน ในการดูแลสร้างโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกล ยากลำบาก และทุรกันดาร ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้เป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง มีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศต่อไป

 

  1. การบริหารจัดการกองทัพ ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ยึดมั่นตามสายการบังคับบัญชา เพื่อความเป็นปึกแผ่นของกองทัพไทย และดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ใช้แนวทางการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และหลักธรรมาภิบาล ให้เป็นที่เชื่อมั่นศรัทธาของประชาชน

 

สำหรับการจัดส่งกำลังทหารไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในสาธารณรัฐเซาท์ซูดาน ถือเป็นภารกิจที่สำคัญของกองทัพไทย อันเป็นไปตามพันธกรณีที่มีต่อสหประชาชาตินั้น กองทัพไทยได้กำหนดมาตรการป้องกันและให้ความรู้แก่กำลังพลทุกนาย ให้มีความระมัดระวังในการปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด 

 

รวมทั้งให้เพิ่มความเข้มงวดในด้านมาตรการสุขอนามัยในการป้องกันตนเอง หากต้องปฏิบัติงานนอกค่าย เช่น ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะปฏิบัติงานนอกพื้นที่ จัดระบบพื้นที่กันชนเพื่อมิให้ประชาชนเข้ามาปฏิสัมพันธ์ในพื้นที่ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งได้จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตนเอง (Face Shield และหน้ากากอนามัย) อย่างเพียงพอ 

 

ส่วนการส่งกำลังพลของกองทัพบกไปร่วมการประเมินผลการฝึก ณ ศูนย์การเตรียมความพร้อมร่วม (Joint Readiness Training Center: JRTC) Fort Polk รัฐลุยเซียนา สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 3 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2563 จำนวน 189 นายนั้น เป็นไปตามพันธกรณีกับกองทัพมิตรประเทศ 

 

ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของกำลังพลเป็นรายบุคคลและเป็นหน่วย โดยมาตรการก่อนระหว่างและหลังการฝึกนั้นกองทัพไทยได้ดำเนินการอย่างรัดกุมให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาระยะห่างการสัมผัสระหว่างบุคคล และการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน

 

รวมถึงมาตรการเฝ้าระวังและเฝ้าสังเกตอาการระหว่างการฝึกอีกด้วย ทั้งนี้ กองทัพบกสหรัฐฯ ก็มีความตระหนักเช่นเดียวกับฝ่ายไทย โดยกำหนดให้กำลังพลสหรัฐฯ ทุกนายต้องผ่านการกักกันโรคก่อนการฝึกและผ่านการตรวจเชื้อผลเป็นลบก่อนการฝึก 72 ชั่วโมง และวางมาตรการระหว่างการฝึกที่เป็นไปตามมาตรฐานทางสาธารณสุข 

 

ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมั่นใจว่า กำลังพลที่เดินทางไปร่วมปฏิบัติภารกิจทุกนายมีความพร้อมทั้งด้านสมรรถภาพร่างกายและมีมาตรฐานในการป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างรอบคอบ รัดกุม เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติและกระทรวงสาธารณสุขทุกประการ 

 

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการดำรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า พัฒนากองบัญชาการกองทัพไทยให้มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วม 3 เหล่าทัพ เพื่อให้เป็นกองทัพชั้นนำในภูมิภาค มีนวัตกรรมทันสมัย สามารถปฏิบัติการร่วมอย่างมีประสิทธิภาพทุกมิติ อันจะนำไปสู่ความสำเร็จ เพื่อประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

 

ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ4

ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ3

ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ2

ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ1

ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

ภาพ: ชาติกล้า สำเนียงแจ่ม

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ประชุม ผบ. เหล่าทัพชุดใหม่นัดแรก ย้ำ ภารกิจพิทักษ์ รักษา ปกป้อง เทิดทูนพระมหากษัตริย์องค์จอมทัพไทย ขับเคลื่อน ‘รวมไทย สร้างชาติ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>