เจ-มณฑล จิรา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เจ-มณฑล-จิรา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 20 Aug 2021 11:24:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 Apple เลือกกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ 3 เปิดตัว Today at Apple Creative Studios Bangkok มอบโอกาสให้ครีเอทีฟสายดนตรีรุ่นใหม่ https://thestandard.co/apple-chooses-bkk-launched-today-at-apple-creative-studios-bangkok/ Mon, 12 Jul 2021 10:54:42 +0000 https://thestandard.co/?p=511666 Apple Creative Studios Bangkok

หลังเปิดตัวที่ลอสแอนเจลิสและกรุงปักกิ่ง ล่าสุด Apple เล […]

The post Apple เลือกกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ 3 เปิดตัว Today at Apple Creative Studios Bangkok มอบโอกาสให้ครีเอทีฟสายดนตรีรุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Apple Creative Studios Bangkok

หลังเปิดตัวที่ลอสแอนเจลิสและกรุงปักกิ่ง ล่าสุด Apple เลือกกรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งที่ 3 ในการเปิดตัวโครงการ Today at Apple Creative Studios Bangkok เพื่อมอบโอกาสให้แก่ครีเอทีฟรุ่นใหม่ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมปลายของโรงเรียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 

 

“อย่างที่ทราบกันว่าความคิดสร้างสรรค์นั้นเป็นหัวใจสำคัญของวัฒนธรรมไทย และเราเองก็มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์เข้ากับเทคโนโลยี ที่จะทำให้ไอเดียอันยอดเยี่ยมเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมา ที่ผ่านมา Today at Apple ได้รับความนิยมในกรุงเทพฯ อย่างมาก เราจึงรู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งกับการเปิดตัวโครงการที่จะสนับสนุนให้เกิดแรงบันดาลใจอันสร้างสรรค์ ผ่านการนำเสนอ Today at Apple Creative Studios ในรูปแบบ Virtual Session ที่ทำงานร่วมกับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรในเมืองไทย เพื่อช่วยให้ครีเอทีฟรุ่นใหม่ได้ค้นพบศักยภาพในตัวเอง” กล่าวโดย เดเดอร์ โอไบรอัน, รองประธานอาวุโสฝ่ายค้าปลีกและทรัพยากรบุคคลของ Apple เมื่อเราถามถึงเหตุผลที่ทาง Apple เลือกกรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้

 

Apple Creative Studios Bangkok

 

หลังจากที่ทางโครงการได้คัดเลือกน้องๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในเครือมูลนิธิโรงเรียนวันเสาร์ ที่มีความสนใจด้านดนตรีและยังขาดแคลนโอกาส จำนวน 40 คน ให้มาร่วมเวิร์กช็อปออนไลน์ตลอดระยะเวลา 14 สัปดาห์ โดยจะมีเหล่าเมนเทอร์เป็นพี่ๆ ในวงการเพลงไทย เช่น พอล สิริสันต์ กรรมการผู้จัดการ Universal Music ประเทศไทย, สามขวัญ ตันสมพงษ์ จาก What The Duck, เกริก ชาญกว้าง (NINO) มิวสิกไดเรกเตอร์, บรกรณ์ หลงสวาสดิ์ หัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์ Cat Radio รวมถึงศิลปินชื่อดัง เช่น นภ พรชำนิ, มณฑล จิรา, วิโอเลต วอเทียร์, ส้ม มารี, มอร์ วสุ, ตั้ม โมโนโทน, เล็ก Greasy Café , บอย ตรัย, Mirrr ฯลฯ มาให้ความรู้ ชี้แนะ และพัฒนาทักษะจำเป็นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการทำค่ายเพลง การแต่งเพลง การเรียบเรียงดนตรี การตัดต่อวิดีโอ การวาดภาพ และการออกแบบกราฟิก ที่ทาง Apple จะจัดส่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนรู้อย่าง iPad, Apple Pencil และหูฟัง รวมถึงจัดแอปพลิเคชันต่างๆ ให้น้องๆ ถึงบ้าน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ  

 

ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะเข้ามายกระดับและเพิ่มศักยภาพให้กับครีเอทีฟสายดนตรีรุ่นเยาว์ในเมืองไทย ให้พวกเขาได้มีโอกาสเรียนรู้และลงมือสร้างสรรค์ผลงานด้วยอุปกรณ์และแอปพลิเคชันที่ใช้กันในระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง

 

ภาพ: courtesy of Apple

The post Apple เลือกกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ 3 เปิดตัว Today at Apple Creative Studios Bangkok มอบโอกาสให้ครีเอทีฟสายดนตรีรุ่นใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Vanilla ซิงเกิลลำดับที่ 2 จาก LYRA ที่จะมาเติมเต็มความหวานด้วยเสียงร้องในแบบฉบับของ 6 สาวแห่งดวงดาว https://thestandard.co/vanilla-2nd-single-from-lyra/ Fri, 13 Nov 2020 04:21:57 +0000 https://thestandard.co/?p=420453 Vanilla ซิงเกิลลำดับที่ 2 จาก LYRA ที่จะมาเติมเต็มความหวานด้วยเสียงร้องในแบบฉบับของ 6 สาวแห่งดวงดาว

“เธอชอบไอติม Vanilla เธอชอบใช้กล้องฟิล์มถ่ายรูปฉัน เธอช […]

The post Vanilla ซิงเกิลลำดับที่ 2 จาก LYRA ที่จะมาเติมเต็มความหวานด้วยเสียงร้องในแบบฉบับของ 6 สาวแห่งดวงดาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Vanilla ซิงเกิลลำดับที่ 2 จาก LYRA ที่จะมาเติมเต็มความหวานด้วยเสียงร้องในแบบฉบับของ 6 สาวแห่งดวงดาว

“เธอชอบไอติม Vanilla เธอชอบใช้กล้องฟิล์มถ่ายรูปฉัน เธอชอบมองที่พระจันทร์ แต่ฉันชอบมองเธอ”

 

ถือเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่โชว์ศักยภาพของเหล่า 6 สาวแห่งดวงดาว LYRA ออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยมในซิงเกิลลำดับที่ 2 อย่าง Vanilla ที่พึ่งปล่อยให้เราได้รับฟังกันแบบเต็มๆ ทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิงเมื่อเที่ยงคืนของวันนี้ (13 พฤศจิกายน)

 

โดย Vanilla ยังคงได้ เจ-มณฑล จิรา และ ริชาร์ด เครเกอร์ สองโปรดิวเซอร์ที่ร่วมกันปลูกปั้นซิงเกิลเดบิวต์อย่าง LYRA กลับมานั่งแท่นโปรดิวเซอร์อีกครั้ง โดยมาในแนวเพลงป๊อป-อาร์แอนด์บี ที่แสดงพลังเสียงอันไพเราะของ 6 สมาชิกอย่าง ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล, ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา, นิว-ชัญญาภัค นุ่มประสพ และ นิกี้-วรินท์รัตน์ ยลประสงค์ ให้เราฟังกันแบบชัดๆ เสริมด้วยจังหวะชวนโยกของเบสและกลองอันโดดเด่น ก่อนที่จะแต่งเติมมิติของเพลงด้วยเสียงซินธิไซเซอร์

 

ในพาร์ตของเนื้อเพลงได้ AUTTA แรปเปอร์มากฝีมือเจ้าของบทเพลง แย้มบาน มารับหน้าที่เรียบเรียงเรื่องราวของพวกเธอให้ออกมาเป็นเนื้อร้องอันไพเราะในครั้งนี้ โดยมีเนื้อหาที่เป็นตัวแทนความรู้สึกคิดถึงใครสักคนหนึ่ง ที่เราได้ใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน และจดจำทุกช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันได้เป็นอย่างดี

 

สามารถรับฟังซิงเกิลที่ 2 Vanilla ได้แล้วทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิง

Spotify: https://open.spotify.com/artist/1Ed5dkR

Apple Music: https://music.apple.com/th/artist/lyra/1537142521?ls

JOOX: https://open.joox.com/s/rd?k=iT1t

YouTube Music: http://bit.ly/YouTubeMusicLYRA

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Vanilla ซิงเกิลลำดับที่ 2 จาก LYRA ที่จะมาเติมเต็มความหวานด้วยเสียงร้องในแบบฉบับของ 6 สาวแห่งดวงดาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
โชว์สเตจแรกของ Lyra วง T-Pop น้องใหม่ที่กล้าฉีกขนบ และพิสูจน์ว่าพวกเธอมียังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ https://thestandard.co/first-stage-show-lyra-new-t-pop/ Thu, 08 Oct 2020 08:50:58 +0000 https://thestandard.co/?p=405377 Lyra first stage show t-pop

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับผลงานเพลงแรกในชื่อเด […]

The post โชว์สเตจแรกของ Lyra วง T-Pop น้องใหม่ที่กล้าฉีกขนบ และพิสูจน์ว่าพวกเธอมียังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lyra first stage show t-pop

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับผลงานเพลงแรกในชื่อเดียวกันกับวงของ 6 สาว Lyra ที่สื่อถึงการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ โดยเนื้อหาเพลงเกี่ยวกับความรัก ความพยายาม และการเดินทางตามหาตัวตน โดยเพลงนี้เป็นเพลงสไตล์อิเล็กทรอนิกส์ป๊อป ผสมผสานกับเครื่องดนตรีไทยแบบดั้งเดิม เช่น แคน-พิณ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีจากภาคอีสาน ก่อนจะนำมาปรุงแต่งจนเกิดกลิ่นอายดนตรีที่เต็มไปด้วยความแตกต่างแต่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ชวนฟัง

 

ความ ‘ว้าว’ อีกอย่างหนึ่งของเพลงและมิวสิกวิดีโอชิ้นนี้คือการที่ทั้ง 6 สาวได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ชื่อดังของวงการเพลงอย่าง เจ-มณฑล จิรา และ ริชาร์ด เครเกอร์ ผู้อยู่เบื้องหลังศิลปินระดับโลกมากมาย และหนึ่งในสมาชิกของวงอย่าง ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร ได้ร่วมเขียนเนื้อเพลงท่อนแรปเองด้วย นอกจากนี้วงยังได้สไตลิสต์ชั้นนำอย่าง ปุ๊ก-จงกล ตั้งประดิษฐ์ และแบรนด์แฟชั่น Millin มารังสรรค์งานคอสตูมของทั้ง 6 สาวจนได้ลุคที่สดใหม่ต่างไปจากเดิม 

 

นอกจากนี้เรายังได้ร่วมสัมภาษณ์ทั้ง 6 สาวก่อนที่พวกเธอจะโชว์สเตจแรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งแฟนๆ สามารถติดตามเนื้อหาได้ทาง THE STANDARD POP เร็วๆ นี้ 

 

คลิกชมมิวสิกวิดีโอเพลง Lyra ได้จากลิงก์นี้ 

https://www.youtube.com/watch?v=nG9sdW8BJ9g 

 

 

Lyra first stage show t-pop

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post โชว์สเตจแรกของ Lyra วง T-Pop น้องใหม่ที่กล้าฉีกขนบ และพิสูจน์ว่าพวกเธอมียังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ด้วยความเคารพ อัลบั้มใหม่ภาคภาษาไทยของ เจ-มณฑล จิรา กับ 13 บทเพลงที่ตกตะกอนจากบทเรียนแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด https://thestandard.co/new-album-jay-montonn-13-songs/ Tue, 06 Oct 2020 09:08:49 +0000 https://thestandard.co/?p=404234 เจ-มณฑล จิรา อัลบั้ม ด้วยความเคารพ 13 เพลง

“อยากจะบอกให้เธอได้รู้ (ฉันยังมีความหวังอยู่ตรงนี้) วัน […]

The post ด้วยความเคารพ อัลบั้มใหม่ภาคภาษาไทยของ เจ-มณฑล จิรา กับ 13 บทเพลงที่ตกตะกอนจากบทเรียนแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ-มณฑล จิรา อัลบั้ม ด้วยความเคารพ 13 เพลง

“อยากจะบอกให้เธอได้รู้ (ฉันยังมีความหวังอยู่ตรงนี้) วันข้างหน้ายังมีแสงอยู่ (ไม่ได้หายไปไหน) ขอให้เรามีความเข้าใจ หาทางต่อไป”

 

หาทางต่อไป คือหนึ่งในบทเพลงอันลุ่มลึกที่ถูกบรรจุอยู่ใน ด้วยความเคารพ อัลบั้มภาษาไทยชุดแรกของ เจ-มณฑล จิรา ศิลปินผู้สร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการบันเทิงไทยในยุค 90 ที่เขาใช้เวลาในการปลุกปั้นมานานกว่า 15 ปี

 

สำหรับอัลบั้ม ด้วยความเคารพ ได้บรรจุ 13 บทเพลงคุณภาพที่เจลงมือเขียนเนื้อเพลงภาษาไทยซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ถนัดด้วยตัวเองทั้งหมด เพราะเขาเชื่อว่าดนตรีคือคลังของการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด โดยเจได้บอกเล่าแนวคิดของการสร้างสรรค์อัลบั้มชุดนี้เอาไว้ว่า 

 

“ผมมองว่าอัลบั้มนี้เปรียบเสมือนแบบฝึกหัดให้ผมได้เรียนรู้ ศึกษา และทดลองผ่านวิธีการที่หลากหลาย คิดและทำไปเรื่อยๆ เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนแปลงไป แฟชั่นยังเปลี่ยนแนวไปทุกเดือนเลย แนวดนตรีหรือสไตล์การทำเพลงก็ย่อมต่างกันไป 

 

“เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเพลงไหนที่ทำออกมาแล้วจะดัง จะถูกใจคนฟัง อาจจะต้องทำเพลงอีกสิบอีกร้อยเพลงไปเรื่อยๆ ก็ได้ ถึงจะค้นพบว่าซิงเกิลที่หนึ่งร้อยของเรามีคนเปิดฟังนะ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผมยังคงต้องค้นหาคำตอบไปเรื่อยๆ เหมือนกัน เพราะเพลงมันเกิดจากความรัก ความสัมพันธ์ เรื่องราวชีวิตเหมือนๆ กันทั้งนั้น 

 

“และบางครั้งเมื่อเพลงที่ร้อยของเราโดนใจคนฟัง มันก็สามารถทำให้เขาย้อนกลับไปฟังเพลงก่อนหน้าของเราอีก 90 กว่าเพลงก็เป็นได้ เพื่อเข้าถึงสไตล์ความเป็นตัวเรา และเห็นคุณค่าจากกระบวนการความคิดที่เราอยากผลักดันมันออกมา เราแค่ต้องเปิดความคิดอีกมุมมองหนึ่งเพื่อเข้าไปเรียนรู้มันแค่นั้นเอง เพราะดนตรีคือคลังความรู้ที่ผมไม่เคยเบื่อ มันท้าทายตัวผมมาตลอดจนถึงวันนี้” 

 

เจ-มณฑล จิรา

 

โดยเนื้อหาของ 13 บทเพลงในอัลบั้มชุดนี้คือเรื่องราวที่ตกตะกอนมาจากประสบการณ์ชีวิตของเจและจากการศึกษาชีวิตของคนอื่นรอบๆ ตัว เสมือนว่าเป็นไดอะรีสั้นๆ เรื่องหนึ่งซึ่งมีส่วนผสมของแนวดนตรีที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งโฟล์ก อัลเทอร์เนทีฟ และป๊อป

 

อีกทั้งยังมีการผสมผสานเครื่องดนตรีจากชนเผ่าที่มีกลิ่นอายแบบเวิลด์มิวสิก และเสริมด้วยซาวด์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มให้ทุกบทเพลงมีเอกลักษณ์และมิติที่หลากหลายยิ่งขึ้น 

 

โดย หาทางต่อไป คือหนึ่งบทเพลงที่เป็นไฮไลต์ของอัลบั้มนี้ ซึ่งมีส่วนผสมระหว่างแนวเพลงโฟล์กและอัลเทอร์เนทีฟ โดยถือเป็นบทเพลงเปี่ยมไปด้วยความหวังที่จะมาเติมเต็มพลังชีวิตของทุกคน เพราะทุกเส้นทางย่อมมีแสงสว่างที่คอยส่องนำทางให้เราเสมอ ขอเพียงแค่ก้าวต่อไปอย่างเข้าใจ

 

ร่วมออกเดินทางเพื่อสำรวจเรื่องราวแห่ง ‘การเรียนรู้’ ของเจผ่าน 13 บทเพลงจากอัลบั้ม ด้วยความเคารพ ได้ที่ https://montonn.lnk.to/DuayKwamKaoropID

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ด้วยความเคารพ อัลบั้มใหม่ภาคภาษาไทยของ เจ-มณฑล จิรา กับ 13 บทเพลงที่ตกตะกอนจากบทเรียนแห่งการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
SC Asset ชวน เจ-มณฑล จิรา คัดสรรเพลงเติมสุขขณะอยู่บ้าน กับ ‘Songs from Home Collection’ ครั้งแรกของอสังหาฯ ไทยที่ทำเพลย์ลิสต์บน Spotify [Advertorial] https://thestandard.co/sc-asset-songs-from-home-collection/ Sun, 03 May 2020 10:46:51 +0000 https://thestandard.co/?p=360207

ล่าสุด SC Asset ยังเติมไอเดียใหม่ๆ ให้กับทุกคน เพื่ออยู […]

The post SC Asset ชวน เจ-มณฑล จิรา คัดสรรเพลงเติมสุขขณะอยู่บ้าน กับ ‘Songs from Home Collection’ ครั้งแรกของอสังหาฯ ไทยที่ทำเพลย์ลิสต์บน Spotify [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ล่าสุด SC Asset ยังเติมไอเดียใหม่ๆ ให้กับทุกคน เพื่ออยู่บ้านอย่างเป็นสุข ด้วยการเปิดตัวเพลย์ลิสต์เพลงผ่าน Spotify ออกมาทั้งหมด 6 เพลย์ลิสต์ เพื่อให้คุณได้ฟังขณะทำงานอยู่ที่บ้าน โดยการสร้างเพลย์ลิสต์แบบนี้ถือว่าน่าสนใจมากๆ และยังถือว่าเป็นแง่มุมใหม่ๆ ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยจะลองมอบประสบการณ์ทางดนตรีให้กับผู้อยู่อาศัยและทุกๆ คน ให้มีความสุขกับการได้ฟังเพลงที่ SC Asset เลือกให้ เพื่อให้คุณปรับตัวขณะอยู่บ้าน และมีความสุขในทุกๆ วัน ตามแคมเปญ #StayatHomeforGoodMornings

 

 

 

เพลย์ลิสต์ที่จัดทำโดย SC Asset นี้มีถึง 6 เพลย์ลิสต์ ที่จะทยอยปล่อยออกมา โดย 2 ใน 6 เพลย์ลิสต์นี้ ได้ศิลปินและดีเจมากความสามารถอย่าง เจ-มณฑล จิรา มาร่วมคัดสรรเพลงด้วย ในเพลย์ลิสต์ที่ชื่อว่า ‘Songs Before Zoom’ และ ‘Afternoon Deep Work’

 

เพลย์ลิสต์แรกที่เจ มณฑล คัดสรรเพลงมาชื่อว่า Songs Before Zoom ชื่อเพลย์ลิสต์ก็บอกกันตรงๆ ว่าเป็นเพลงสำหรับการเตรียมพร้อมในช่วงเช้าก่อนเริ่มประชุม เหมาะไว้ฟังตั้งแต่ลุกขึ้นจากเตียง ทำกิจกรรมยามเช้า ออกกำลังกาย หรือเดินเล่นเบาๆ รวมถึงอาบน้ำอาบท่าในช่วงเช้า ซึ่งเป็นเพลงที่รวบรวมความรู้สึกของการ Discovery ที่พร้อมจะค้นหาสิ่งใหม่ในทุกๆ เช้า

 

 

 

ส่วนอีกเพลย์ลิสต์ชื่อว่า Afternoon Deep Work เป็นเพลย์ลิสต์ที่เหมาะกับช่วงบ่ายที่คุณอาจต้องการการจดจ่อกับงาน งานที่ต้องการการวิเคราะห์ หรือต้องใช้โฟกัสหนักๆ เพราะในหนึ่งวันเราต่างมีกิจกรรมเยอะมากที่ต้องทำแตกต่างกัน ต้องปรับอารมณ์ขึ้นลง และดนตรีที่เปิดเป็นแบ็กกราวด์นี้ก็จะทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น ปรับเปลี่ยนอารมณ์ไปตามกิจกรรมได้อย่างน่าสนใจ

 

 

นอกจากนี้ยังมีเพลย์ลิสต์ฟังสบายๆ บน Spotify ไว้เติมความสุข ฟังตอนอยู่บ้านอีกมากมายจาก SC Asset เช่น WFH Ikigai เพลงสามัญประจำการทำงานที่บ้านที่ฟังสบายๆ และเพลย์ลิสต์ที่เราชอบอีกอันอย่าง Homecoming Sunset เพลย์ลิสต์สำหรับอารมณ์สบาย เพื่อช่วงเวลาผ่อนคลายในยามพระอาทิตย์ตกดิน ชมความสวยงามจากระเบียงบ้านของคุณเอง และคิดเสียว่าเหมือนคุณเพิ่งเลิกงาน ก็ทำให้การอยู่บ้านมีอารมณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น และมีความรู้สึกสุขใจไปด้วย

 

คุณสามารถฟังเพลย์ลิสต์ Songs from Home Collection จาก SC Asset ได้แล้ววันนี้ผ่านทาง Spotify ที่ https://spoti.fi/2SlTsxJ 

 

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

 

The post SC Asset ชวน เจ-มณฑล จิรา คัดสรรเพลงเติมสุขขณะอยู่บ้าน กับ ‘Songs from Home Collection’ ครั้งแรกของอสังหาฯ ไทยที่ทำเพลย์ลิสต์บน Spotify [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
20 พฤศจิกายน 2521 – วันเกิด เจ-มณฑล จิรา ‘ไอคอน’ แห่งยุค 90 ผู้ไม่เคยถูกกาลเวลาทำร้าย https://thestandard.co/poponthisday20112521/ Wed, 20 Nov 2019 07:42:34 +0000 https://thestandard.co/?p=305979 เจ-มณฑล จิรา

ถ้าไม่เปิดเข้าไปดูในวิกิพีเดีย มีใครรู้บ้างไหมว่า เจ-มณ […]

The post 20 พฤศจิกายน 2521 – วันเกิด เจ-มณฑล จิรา ‘ไอคอน’ แห่งยุค 90 ผู้ไม่เคยถูกกาลเวลาทำร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ-มณฑล จิรา

ถ้าไม่เปิดเข้าไปดูในวิกิพีเดีย มีใครรู้บ้างไหมว่า เจ-มณฑล จิรา เด็กหนุ่มที่เคยเป็นหนึ่งใน ‘ไอคอน’ แห่งยุค 90 เพิ่งจะมีอายุครบ 41 ปีในวันนี้! 

 

เจเกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2521 ที่ประเทศฮ่องกง ย้ายกลับมาที่ประเทศไทยตอนอายุ 9 ขวบ และถูกคุณพ่อส่งเข้าประกวดโดมอนมินิ (เวทีเฟ้นหานายแบบรุ่นเด็กของโดมอน แมน) พร้อมกับน้องชาย แดน-ดนัย จิรา ปรากฏว่าเจคว้ารางวัลชนะเลิศมาได้ (ส่วนน้องชายได้ที่ 2!) 

 

กลายเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในวงการบันเทิงจากการถ่ายแบบกับแบรนด์เสื้อผ้าโดมอน ลงปกนิตยสาร หยุดรับงานเพราะจัดฟันไปช่วงหนึ่ง และกลับมารับงานโฆษณาอีกครั้งตอนอายุ 13 โดยมีโฆษณาโคโลญจน์ความยาว 30 วินาที (แถมโดนเสื้อคลุมหน้าไว้เกือบครึ่งเรื่อง) แต่ด้วยบุคลิกลูกครึ่งหล่อใสตามพิมพ์นิยมเมื่อ 30 ปีก่อน ทำให้เจแจ้งเกิดกลายเป็นดาราเด็กขวัญใจคนทั้งประเทศแบบเต็มตัว 

 

เจเริ่มต้นรับงานในวงการบันเทิงมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการบินไปเรียนต่อที่แคลิฟอร์เนีย กลับมารับและเล่นเกมโชว์ (ช่วงหนึ่งเจได้ฉายาว่าเจ้าพ่อเกมโชว์ เพราะทำแจ็กพอตแตกไปหลายรายการ) ช่วงปิดเทอม 

 

เมื่อเรียนจบกลับมาออกอัลบั้มเดี่ยวที่ชื่อ J มีเพลงฮิตคือ ไม่เกี่ยวกับฟ้า พร้อมกับรับงานแสดงภาพยนตร์และละคร มีผลงานเรื่อง ถนนนี้หัวใจข้าจอง, วันไฟวัยฝัน, หนึ่งใจของใบจักร, สายธารหัวใจ และบท เอกพล ตัวร้ายในละคร ลูกผู้ชายหัวใจเพชร ผลงานมาสเตอร์พีซ ก่อนที่เขาจะหยุดรับงานแสดง และกลับมาอีกครั้งใน ดวงอันตราย และ เราสองสามคน ในปี 2553 

 

ช่วงเรียนต่อระดับปริญญาตรีสาขาเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส เจสะสมประสบการณ์และเรียนรู้ด้านดนตรีไปพร้อมๆ กัน และมีโอกาสได้ทำงานเบื้องหลังด้านซาวด์เอฟเฟกต์ร่วมกับสตูดิโอดังในฮอลลีวูดอย่าง Paramount, Sony, Columbia, Walt Disney และ Fox สะสมประสบการณ์ด้วยการเป็นดีเจตามงานต่างๆ และเริ่มทำวงดนตรีชื่อ Kenna ที่มีโอกาสได้เล่นเปิดคอนเสิร์ตให้กับ จัสติน ทิมเบอร์เลก มาแล้ว 

 

เจเป็นโปรดิวเซอร์ฝีมือดีที่เคยทำเพลงให้กับ จอนนี่ อันวา, วง Moderndog, Slot Machine, 25 Hours, ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ ฯลฯ เปิดสตูดิโอและค่ายเพลง สมุทรปราการ ซาวด์ (Samutprakarn Sound) และเริ่มทำงานเบื้องหลังอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2551

 

รวมทั้งบทบาทสำคัญในการเป็นหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งเทศกาล Wonderfruit ที่ผสมผสานแนวคิด ‘รักษ์โลก’ ธรรมชาติ ศิลปะ และเทศกาลดนตรีระดับโลกไว้ด้วยกัน และล่าสุดเขายังมีคิวขึ้นคอนเสิร์ต Cat Expo 6 ที่เขาจะขึ้นไปโชว์เพลงจากอัลบั้มเดี่ยวภาษาไทยในรอบ 22 ปีให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงกันในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 

 

ถึงแม้เวลามีคนถามถึงเคล็ดลับรักษาความเป็นเด็กหนุ่มตลอดกาล แล้วเจมักจะตอบอยู่เสมอว่า เป็นเพราะเขากินมังสวิรัติตั้งแต่อายุ 16 ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ และเล่นโยคะ

 

แต่เราเชื่อว่าอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญก็คือ ‘หัวใจ’ แห่งความเป็นเด็กที่ยังสนุกสนานกับการทำในสิ่งที่รัก พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ที่ทำให้ตัวเลขของอายุและกาลเวลาไม่สามารถทำร้ายผู้ชายคนนี้ได้จริงๆ

 

ภาพ: montonnjira/Instagram

The post 20 พฤศจิกายน 2521 – วันเกิด เจ-มณฑล จิรา ‘ไอคอน’ แห่งยุค 90 ผู้ไม่เคยถูกกาลเวลาทำร้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘รักษ์อาหาร’ แคมเปญดีๆ ที่มองว่าปัญหาอาหารเหลือทิ้งคือเรื่องใหญ่ และคนไทยต้องช่วยกัน [Advertorial] https://thestandard.co/asiola/ https://thestandard.co/asiola/#respond Mon, 07 May 2018 04:33:49 +0000 https://thestandard.co/?p=86950

คำว่า ‘ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว’ และความเชื่อฝังหัวที่ว่าป […]

The post ‘รักษ์อาหาร’ แคมเปญดีๆ ที่มองว่าปัญหาอาหารเหลือทิ้งคือเรื่องใหญ่ และคนไทยต้องช่วยกัน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

คำว่า ‘ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว’ และความเชื่อฝังหัวที่ว่าประเทศไทยของเราเป็นดินแดนแห่งอาหารที่แสนอุดมสมบูรณ์ ทำให้หลายครั้ง หลายคนเผลอลืมตัว ไม่ให้ความสำคัญกับทุกมื้ออาหาร และปล่อยทิ้งขว้างจนอาหารดีๆ กลายเป็น ‘ขยะ’ ไปอย่างน่าเสียดาย โดยที่ไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยว่ายังมีคนไทยมากถึง 10.6% ที่ต้องทรมานจากความหิวโหย และต้องทุกข์กับสภาวะขาดสารอาหารที่ไร้ทางแก้

 

ยังดีที่มีคนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันในชื่อ Thai SOS กับภารกิจ ‘รักษ์อาหาร’ ทำหน้าที่เป็นคนกลางออกเดินทางรับอาหารเหลือสภาพดีที่รอวันลงไปนอนอยู่ที่ก้นถังขยะ ทั้งจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร โรงแรม ฯลฯ และส่งมอบอาหารเหล่านั้นต่อให้กับคนที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงอาหารดีๆ เหมือนกับคนอื่น แต่ปัญหามีอยู่ว่าคนไทยทิ้งอาหารมากเกินไปจนรถเพียง 2 คันที่ Thai SOS มีนั้นไม่เพียงพอที่จะส่งต่ออาหารทั้งหมดได้ภายใน 1 วัน

 

Photo: asiola.co.th

 

จึงเกิดเป็นแคมเปญดีๆ ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Thai SOS, SC Asset บริษัทผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ยึดหลัก Co-Creation for Good Mornings เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของลูกบ้านให้ทุกๆ เช้าที่ตื่นขึ้นมาเป็นวันที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และ Asiola คลาวด์ฟันดิ้งแพลตฟอร์มใหม่ที่ช่วยระดมทุนจากผู้ที่สนใจอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นนำไปซื้อรถคันใหม่ เพื่อขยายขอบเขตในการปฏิบัติภารกิจของ Thai SOS ให้มากขึ้นกว่าเดิม

 

เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาอาหารเหลือทิ้งที่มากขึ้นทุกวัน THE STANDARD มีโอกาสนั่งคุยกับ 3 ผู้บริหารของ Asiola อย่าง จอน ลอร์, คริส ฮวง, เจ-มณฑล จิรา และ จูล-โฉมชฎา กุลดิลก Head of Corporate Brand บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งมอบความคิดดีๆ ในการสร้างสรรค์และร่วมกันแก้ปัญหาอาหารเหลือที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นทุกวันให้ต่อไป

 

 

คำว่าคลาวด์ฟันดิ้งยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่มากในประเทศไทย อยากให้ขยายความก่อนว่าสิ่งที่ Asiola กำลังทำอยู่ในตอนนี้คืออะไร

เจ: Asiola เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีไอเดียอยากทำโปรเจกต์อะไรขึ้นมาสักอย่าง เช่น สร้างสิ่งของ งานศิลปะ อาหาร งานอีเวนต์ ฯลฯ อาจจะเป็นโครงการส่วนตัวหรือโครงการที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมก็ได้ เมื่อได้เป็นแคมเปญมาแล้ว Asiola จะเป็นเหมือนมาร์เก็ตเพลส เปิดให้ผู้ที่สนใจอยากจะเห็นแคมเปญนั้นเกิดขึ้นจริงมาระดมทุนกัน เพื่อให้เจ้าของไอเดียได้มีโอกาสนำไปสร้างสรรค์ผลงานต่อไป ตอนนี้ Asiola เปิดมาเป็นปีที่ 2 ในปี 2017 เรามี 30 แคมเปญที่ได้รับเงินตามเป้าที่ต้องการ ถือว่ามีอัตราความสำเร็จค่อนข้างสูงถ้าเทียบกับแพลตฟอร์มทั่วไป และตอนนี้ภายใน 1 เดือนจะมีอีกประมาณ 30 แคมเปญที่เข้ามาร่วมพัฒนาโปรเจกต์กับเรา น่าจะเป็นคลาวด์ฟันดิ้งแพลตฟอร์มที่มีแคมเปญเยอะที่สุดในประเทศไทย

 

อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนที่เข้ามาระดมทุนกับ Asiola มีอัตราความสำเร็จในการระดมทุนมากกว่าคลาวด์ฟันดิ้งอื่นๆ

เจ: อาจจะเป็นเพราะจำนวนแคมเปญของเรายังน้อย เราใช้เวลาในการเลือกแคมเปญที่น่าสนใจและมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ เมื่อเลือกได้แล้ว เราจะมาช่วยสร้างเครื่องมือต่างๆ ที่จะมาใช้ทำการตลาดเพื่อหาคนมาสนับสนุน ทั้งการทำวิดีโอพรีเซนต์ การเขียนเรื่อง เลือกรูป การวางตารางการผลิต การนำเงินทุนไปใช้ให้มีประสิทธิภาพที่สุด Asiola ไม่ใช่แค่ปล่อยให้เขาระดมทุนเอง แต่จะช่วยในการพัฒนาค่อนข้างเยอะ ซึ่งเราเริ่มทำตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถึงขั้นตอนการผลิต จนโครงการเสร็จสมบูรณ์ เพราะเราต้องมั่นใจว่าเมื่อเขาได้ทุนไปแล้ว ทุนก้อนนั้นจะไม่หายตัวไปเลย เราต้องช่วยเขาบริหารจัดการเงินทุน คอยติดตามผลเรื่อยๆ ว่าเขากำลังดำเนินการไปสู่เป้าหมายที่ได้สัญญากับผู้ร่วมลงทุนไว้ได้จริงๆ หรือเปล่า

 

ถ้าเจ้าของโปรเจกต์ไม่สามารถทำตามที่สัญญาเอาไว้ได้ หรือทำออกมาแล้วคุณภาพไม่ดีพอ Asiola ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบด้วยหรือเปล่า

เจ: มีด้วยครับ แต่เป็นลักษณะของการพยายามเลือกแคมเปญและเจ้าของแคมเปญที่พอจะยืนยันได้ว่าเขาจะสามารถทำตามสิ่งที่สัญญาได้จริงๆ และอย่างที่บอกคือพยายามร่วมมือกับเขาเพื่อพัฒนาโปรเจกต์ให้ดีที่สุด ถ้าไปดูแพลตฟอร์มใหญ่เจ้าอื่นๆ เขาบอกว่าจะไม่รับผิดชอบเลย ปล่อยให้เจ้าของแคมเปญดำเนินการ แต่เพราะเราเพิ่งเริ่มต้น แคมเปญของเรายังน้อย เราต้องสร้างความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม Asiola ให้มากที่สุด เราเลยต้องเข้าไปดูทั้งหมด ดูไปจนถึงกระบวนการจัดส่งว่าถึงมือผู้สนับสนุนจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นงานอีเวนต์ก็ต้องไปดูว่าผู้สนับสนุนได้ไปร่วมงานและมีความสุขกับงานได้อย่างที่เขาคาดหวังจริงๆ

 

 

ผู้ที่เข้ามาสนับสนุนแคมเปญต่างๆ ของ Asiola จะได้รับอะไรตอบแทน

เจ: เหมือนกับ Kickstarter หรือคลาวด์ฟันดิ้งแพลตฟอร์มอื่นๆ เราจะมีของตอบแทนให้กับคนที่มาสนับสนุนแตกต่างกันไปในแต่ละแคมเปญ ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าของโปรเจกต์มีอะไรมาตอบแทนคนที่มาสนับสนุน อาจจะเป็นสิ่งของ หมวกแก็ป เสื้อยืด แก้วน้ำ การได้พูดคุยกับคนสร้างแคมเปญ ยกตัวอย่าง ผมเคยทำแคมเปญ Techno Pizza Party by Montonn Jira ที่ชวนคนมาระดมทุน แล้วพอสำเร็จ คนที่สนับสนุนก็จะได้มากินพิซซ่า ฟังเพลง ปาร์ตี้ไปด้วยกัน ส่วนถ้าเป็นแคมเปญเพื่อช่วยเหลือสังคม อันนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าสิ่งตอบแทนที่เขาได้รับก็คือการช่วยพัฒนาสังคมที่เราอยู่ร่วมกันให้ดีขึ้น เขาจะได้เห็นการพัฒนาของแคมเปญนั้นๆ ว่ามีผลกับสิ่งแวดล้อมของเขาอย่างไรบ้าง

 

จูล: ต้องบอกว่าตอนแรกที่ SC Asset มาร่วมกับ Asiola ก็เพราะคอนเซปต์การสนับสนุนแคมเปญเพื่อสังคมแบบที่เจบอกเลยนะ เรารู้สึกว่า Asiola แตกต่างกับคลาวด์ฟันดิ้งแพลตฟอร์มอื่นๆ เพราะเขามีโปรเจกต์ที่ต้องการทำให้สังคมดีขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เรามองว่ามันเป็นเรื่องของการสร้าง ‘คอมมูนิตี้’ ร่วมกัน ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่ SC Asset ให้ความสำคัญมาตลอดอยู่แล้ว

 

เจ: ตอนแรกที่เราเริ่มทำ Asiola จริงๆ มันเป็นแพลตฟอร์มสำหรับนักดนตรีหรือศิลปินโดยเฉพาะ คนที่ไม่อยากทำงานกับค่าย แต่ยังมีกลุ่มแฟนเบสที่ใหญ่ เราก็ทำหน้าที่เป็นส่วนกลางที่ทำให้พวกเขาได้เชื่อมต่อกันโดยตรง นักดนตรีได้ทำผลงานเพลง ส่วนคนฟังก็ได้ฟังเพลง ได้สิ่งของ ได้ดูคอนเสิร์ตจากศิลปินที่เขาสนับสนุน

 

แต่เราก็เห็นว่าวงการในเมืองไทยค่อนข้างเล็ก ถ้าทำแบบนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน เลยขยายมาด้านศิลปะอื่นๆ แฟชั่น อาหาร แต่ยังยึดแบบเดิมคือดึงคนที่มีชื่อเสียง มีกลุ่มที่พร้อมสนับสนุนจำนวนมาก แต่พอทำจริงๆ กลายเป็นว่าคนมาสนับสนุนตรงนั้นไม่มากเท่าไร เพราะเขาคงเห็นว่าศิลปินพวกนี้มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ทำไมยังต้องการความช่วยเหลือทางด้านการเงินอีก

 

ทำให้เราเห็นอีกด้านเพิ่มเติมว่ามันมีแคมเปญเล็กๆ ที่รวมกลุ่มคนที่เราไม่รู้จักมาก่อน แต่มีคนช่วยระดมทุนให้ถึงเป้าเร็วมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแคมเปญเกี่ยวกับสังคม เป็นคอมมูนิตี้เล็กๆ ที่เราไม่รู้ว่ามีมาก่อนด้วยซ้ำ ในปีที่ผ่านมา Asiola เลยเริ่มหันมาดูพวกแคมเปญที่เรียกว่าการสร้างสรรค์เพื่อช่วยเหลือสังคมที่สองสิ่งนี้ไปด้วยกันได้ดี และมีคนสนใจค่อนข้างมาก

 

 

แคมเปญใดบ้างที่รู้สึกว่าน่าสนใจเป็นพิเศษ ตอบโจทย์ทั้งในด้านการสร้างสรรค์และสร้างประโยชน์ให้กับสังคม

จูล: เราคิดว่าเวลาเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ไปให้กับอะไรบางอย่าง บางอย่างนั้นมันควรจะมีอิมแพกต์กับเราไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยเฉพาะในชีวิตประจำวัน หรือสิ่งที่เป็นความทุกข์ที่ต้องเจอ อย่างแคมเปญ Universal Connections (Spiritual Fractal) ที่เข้าใจความทุกข์ของคนกรุงเทพฯ ที่เบื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS เลยทำการระดมทุนเพื่อเปลี่ยนโฆษณาให้กลายเป็นศิลปะบนรถไฟฟ้าแทน  

 

เจ: เราทำให้รถไฟฟ้าหนึ่งขบวนกลายเป็น Art Exhibition ที่เคลื่อนตัวได้ นั่นคือครั้งแรกที่เราเริ่มต้น ไอเดียอาจจะหลุดโลก มีความแปลก แต่มาจากความตั้งใจที่จะทำให้บนรถไฟฟ้าไม่ต้องมีโฆษณามารบกวน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่มีคนพูดถึงกันเยอะ

 

จูล: ที่แคมเปญนี้เกิดขึ้นได้ ไม่ได้เกิดจากแค่ Asiola หรือ BTS มันเกิดจากหลายๆ คนที่มีความทุกข์จากโฆษณาบนรถไฟฟ้าและอยากเห็นงานศิลปะบนรถไฟฟ้ามาร่วมมือกัน เลยเป็นที่มาของการร่วมมือกันระหว่าง SC Asset กับ Asiola ในครั้งนี้

 

 

ตอนนี้เรามองว่าพอโลกเปลี่ยนแปลงไปมากขึ้น การสร้างบ้านหรือพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องพัฒนาสังคมไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่ง SC Asset พยายามพัฒนาเรื่อง Neighborhood Community มานานมากแล้ว เราเข้าใจว่าการพัฒนาตรงนี้จะไม่มีทางสำเร็จเลยถ้าเราทำอยู่คนเดียว เพราะคำว่า Community ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันมีสังคม มีชุมชน มีผู้คนอื่นๆ อีกมากมายที่ไม่ใช่แค่ SC Asset ก็เลยมาคุยกับเจว่าจะทำโปรเจกต์อะไรร่วมกันให้ตรงกับคอนเซปต์ Co-creation for Good Mornings เพื่อที่จะมาพัฒนาทำให้วันพรุ่งนี้ของทุกๆ คนดีขึ้นไปพร้อมๆ กัน

 

ทำไมจึงเลือก ‘รักษ์อาหาร’ ของ Thai SOS มาเป็นแคมเปญแรกในการร่วมมือกันครั้งนี้

เจ: นอกจากฝั่ง Asiola เราเป็นผู้จัดเทศกาลที่ชื่อ Wonderfruit ที่ได้ทำงานร่วมกับ Thai SOS ที่เข้ามาดูแลในเรื่อง Food Watse คอยจัดการเรื่องอาหารที่เหลือจากเทศกาลให้เรา ซึ่งทาง Thai SOS มีโปรเจกต์ที่ทำอยู่ก่อนแล้ว คือเขาจะไปรวบรวมอาหารที่เหลือจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร โรงแรม ฯลฯ ที่ยังมีสภาพดีอยู่เพื่อมอบให้กับคนที่ไม่มีโอกาสได้กินอาหารดีๆ แต่ปัญหาคือทาง Thai SOS เขามีรถที่ใช้ดำเนินการแค่คันเดียว แต่จำนวนอาหารที่เหลือและจำนวนคนที่ต้องการมีเยอะมากจนเขาไม่สามารถรวบรวมและเอาไปแจกได้ทั้งหมด ซึ่งพอได้คุยกับจูลก็รู้ว่า SC Asset ได้คุยกับทาง Thai SOS อยู่แล้ว เลยเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะมาร่วมกันช่วยแคมเปญของ Thai SOS เพื่อให้เขาไปช่วยคนอื่นต่อ และเราจะไม่ใช่แค่ส่งมอบอาหารให้คนที่ด้อยโอกาส แต่เราจะทำให้คนทั่วไปตระหนักถึงปัญหา ‘อาหารเหลือ’ ให้มากขึ้นด้วย

 

จูล: ด้วยความเป็นผู้หญิงก็จะเข้าใจปัญหาอาหารล้นตู้เย็นอยู่แล้ว จากการเก็บข้อมูลลูกบ้านของ SC Asset ก็ยิ่งทำให้รู้ว่าการกำจัดขยะคือปัญหาใหญ่ของทุกครอบครัว โดยเฉพาะอาหารเหลือที่ยังกินได้ แต่ก็เสียดายที่ต้องทิ้งไปเปล่าๆ มันคือความทุกข์อย่างหนึ่งของลูกบ้าน โดยเฉพาะคนที่เป็นแม่บ้านที่ต้องซื้ออาหารให้ลูก ให้สามี แล้วก็เก็บไว้จนเต็มตู้เย็น พอไปอ่านเจอโปรเจกต์ Thai SOS ก็คิดว่าน่าจะตอบโจทย์การแก้ปัญหาเรื่องนี้ของเราได้เลย

 

 

อย่างที่เจบอกว่าปัญหาของเขาคือไม่มีรถพอที่จะวิ่งรับอาหารทั้งหมด เพราะคนไทยทิ้งอาหารเยอะมากจริงๆ ก็เลยคุยกันว่าเรามาทำแคมเปญนี้ด้วยกันดีกว่า เพราะเป็นแคมเปญที่ถ้าทำสำเร็จ ทุกคนจะได้ผลประโยชน์ร่วมกันจริงๆ ตอนนี้ SC Asset ก็เริ่มด้วยการเอาตู้เย็นใหญ่ๆ มาวางไว้ที่ส่วนกลาง แล้วให้ลูกบ้านเอาอาหารที่เหลือมาเก็บไว้ในนี้ ทางหนึ่งลูกบ้านก็จะลดพื้นที่ในตู้เย็นของตัวเอง อีกทางหนึ่ง Thai SOS ก็จะได้มาเก็บอาหารจากตรงนี้ได้เลย ตอนนี้เราเริ่มทดลองกับหมู่บ้านที่อยู่ในโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ต่อไปถ้าทางใต้หรือทางเหนือสนใจก็สามารถพัฒนาต่อไปได้ นี่คือตัวอย่างของแคมเปญที่เพิ่งเริ่มต้น ท้ายที่สุดในปีนี้เราวางแผนไว้ว่าจะทำแคมเปญใหญ่ร่วมกันอีก 2 แคมเปญ กำลังอยู่ในช่วงเก็บข้อมูลอยู่ว่ามีปัญหาอะไรบ้างที่ลูกบ้านเผชิญอยู่ แล้วเราจะสามารถคิดแคมเปญเพื่อแก้ปัญหาให้เขาได้ต่อไป

 

จอห์น: Asiola เชื่อว่าถ้าเราสามารถรวมแนวคิดทางธุรกิจเข้ากับสังคม บวกกับความคิดสร้างสรรค์ได้เมื่อไร สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือโอกาส ไม่ใช่โอกาสของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นโอกาสของทุกคนที่จะได้เติบโตและพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ไปพร้อมๆ กัน นี่คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แคมเปญระดมทุนเพื่อช่วยเหลือสังคมสามารถประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต เพราะนี่คือการระดมทุนเพื่อแก้ปัญหาที่ตัวเขาเจอจริงๆ วัตถุประสงค์มันขยายจากแค่แบรนด์หรือบุคคลไปเป็นวัตถุประสงค์เพื่อ ‘ผู้คน’ จริงๆ

 

 

ตามปกติเวลาแบรนด์ทำ CSR หรือกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ก็จะตั้งงบประมาณขึ้นมาแล้วโยนลงไปเพื่อนำไปพัฒนาส่วนต่างๆ ในสังคม ทำไม SC Asset จึงเลือกใช้วิธีการระดมทุนผ่านคลาวด์ฟันดิ้งแพลตฟอร์มที่มีความยุ่งยากมากกว่าวิธีเดิมอยู่มากพอสมควร

จูล: หลักการอย่างแรกในการทำ CSR คือความยั่งยืน ตามปกติเวลาแบรนด์จะทำอะไรดีๆ ให้สังคม แบรนด์ก็จะครีเอตขึ้นมาแล้วทำไปเลยบนความคิดที่ว่าเรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ทำเป็นเรื่องดี คนก็คงอยากได้ล่ะมั้ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การทำแบบนั้นเราไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันเกิดประโยชน์กับคนที่ได้รับจริงๆ หรือเปล่า แต่การระดมทุนแบบนี้ สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือคนที่เข้ามาสนับสนุนเขาตระหนักรู้ได้แน่ๆ ว่าสิ่งนั้นมันเป็นปัญหากับเขาจริงๆ เขาเลยยินดีที่จะลงเงินร่วมกับเรา พอเป็นการร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาแล้วจะเกิดความเหนียวแน่น เกิดความตระหนักรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพราะถ้าเราสร้างอะไรบางอย่างเพื่อแก้ปัญหา วันหนึ่งเราหยุดทำ ปัญหานั้นก็จะไม่มีวันแก้ไขได้แล้ว

 

ยกตัวอย่างแคมเปญนี้ ถ้าเราโยนเงินลงไปเลย ซื้อรถมา 3 คัน วิ่งรับส่งอาหารไปเรื่อยๆ ถามว่าง่ายไหม ง่ายนะ แต่ถ้าวันหนึ่งเราไม่ทำจะเกิดอะไรขึ้น พอทุกคนรู้ถึงปัญหา เขาก็จะรู้ว่า อ๋อ ที่จริงจุดเริ่มต้นมันอยู่ที่เราเหลือทิ้งอาหารกันเยอะเกินไป ถ้าอยากลดปัญหาขยะล้นโลกให้ได้ก็ต้องเริ่มจากช่วยกันลดการทิ้งอาหารให้ได้มากที่สุด ซึ่งนั่นจะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุดตามหลักของการทำ CSR จริงๆ

 

พบปัญหาอะไรบ้างจากการทำคลาวด์ฟันดิ้งแพลตฟอร์มในเมืองไทยมาเป็นเวลา 2 ปี

เจ: อย่างแรกคือความเข้าใจในการทำคลาวด์ฟันดิ้งกับทางฝั่งผู้ที่จะเข้ามาสนับสนุน เพราะต้องยอมรับว่าวิธีนี้อาจทำให้คนไม่มั่นใจที่จะเข้ามามอบเงินให้เท่าไร ลองคิดง่ายๆ ในการซื้อขายตามปกติ จ่ายเงินไปแล้วได้ของเลย กับการจ่ายเงินไปแล้วต้องรออีก 2-3 เดือน คนที่มาสนับสนุนต้องมีความเชื่ออย่างมากเลยนะระหว่างรอเวลาดำเนินการตรงนั้น ถือว่าเป็นคอนเซปต์ใหม่ที่เราต้องทำความเข้าใจให้กับคนอื่นๆ ต่อไป ให้เขาเห็นวิธีการ เห็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลังจากแคมเปญต่างๆ เสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว ให้เขารู้สึกว่าการระดมทุนเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญ และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไปพร้อมๆ กันได้  

 

จอห์น: ส่วนทางฝั่งเจ้าของแคมเปญจะมีบางส่วนที่มีไอเดียน่าสนใจ แต่ไม่กล้าเข้ามาเสนอโปรเจกต์กับเรา เพราะกลัวว่าถ้าระดมทุนไม่สำเร็จหรือมีคนสนใจไม่มากพอแล้วจะถือว่าเป็นความล้มเหลว ซึ่งในความคิดของผม ไม่มีไอเดียไหนที่จะล้มเหลวนะครับ ต่อให้ไม่มีคนสนับสนุน แคมเปญนั้นไม่ได้พัฒนาต่อจริงๆ แต่อย่างน้อยมันก็ประสบความสำเร็จในแง่ที่คุณสามารถเอาไปเรียนรู้ต่อได้ว่าควรจะพัฒนาหรือแก้ไขอย่างไรต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นยืนยันว่าทุกแคมเปญประสบความสำเร็จหมด เพียงแค่คุณกล้าและสามารถคิดไอเดียดีๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนสังคมไปในทางที่ดีขึ้นมาได้ แค่นั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

 

เป้าหมายต่อไปในอนาคตของ Asiola คืออะไร

เจ: เราอยากให้มีคนเข้ามาร่วมแคมเปญกับเราเยอะๆ เพราะเราเข้าใจดีว่าการไปทำเรื่องกู้เงินจากธนาคารเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคนที่มีไอเดียใหม่ๆ ผมไม่ได้บอกว่าการกู้เงินจากธนาคารเป็นวิธีที่ไม่ดีนะครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีโอกาสสูงที่เจ้าของไอเดียจะถูกปฏิเสธโดยที่ยังไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรด้วยซ้ำ Asiola เลยอยากเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่มีไอเดียน่าสนใจ และอยากพัฒนาให้เกิดขึ้นได้จริงๆ สามารถมาขายงาน เสนอโปรเจกต์ เพื่อหาผู้สนับสนุนที่มีความคิดเหมือนๆ กัน และสร้างเป็นสังคมของคนที่อยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้ขยายตัวมากขึ้นต่อไปในอนาคต

 

 

The post ‘รักษ์อาหาร’ แคมเปญดีๆ ที่มองว่าปัญหาอาหารเหลือทิ้งคือเรื่องใหญ่ และคนไทยต้องช่วยกัน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/asiola/feed/ 0