เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เจนนิษฐ์-โอ่ประเสริฐ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 15 Jul 2025 09:41:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เรื่องสั้น 132 คำ ซิงเกิลล่าสุดจาก Greasy Cafe เพลงเศร้าแห่งการจากลาที่ได้ วอร์-เจนนิษฐ์ ร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ https://thestandard.co/greasy-cafe-new-single-132-words/ Tue, 15 Jul 2025 07:48:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1096546 Greasy Cafe

หลังจากปล่อยเพลง ‘หาย’ ผลงานที่พูดถึงการสูญเสียคนที่รัก […]

The post เรื่องสั้น 132 คำ ซิงเกิลล่าสุดจาก Greasy Cafe เพลงเศร้าแห่งการจากลาที่ได้ วอร์-เจนนิษฐ์ ร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Greasy Cafe

หลังจากปล่อยเพลง ‘หาย’ ผลงานที่พูดถึงการสูญเสียคนที่รักจากปัญหาฝุ่น PM2.5 และการผลักดัน พ.ร.บ. อากาศสะอาดไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Greasy Cafe กลับมาอีกครั้งพร้อมซิงเกิลใหม่ล่าสุด ‘เรื่องสั้น 132 คำ’ เพลงเศร้าชวนซึ้งที่ยังคงพูดถึงเรื่องราวของการสูญเสียและการจากลาที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่มีวันลืม พร้อมยังได้ วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์ และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ หรือ เจนนิษฐ์ BNK48 มาร่วมเติมเต็มอารมณ์ของบทเพลงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เตรียมพร้อมสำหรับคอนเสิร์ตใหญ่ 23 สิงหาคมนี้

 

 

เรื่องสั้น 132 คำ ผลงานซิงเกิลแรกจากอัลบั้มใหม่ของ Greasy Cafe หรือชื่อจริง เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร ศิลปินและนักแต่งเพลงที่โดดเด่นทั้งน้ำเสียง บทเพลงและเนื้อหาที่ทำงานร่วมกับค่าย Smallroom มาอย่างต่อเนื่อง และสำหรับบทเพลงความยาวทั้งสิ้นเพียง 132 คำเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก พร้อมกับความโศกเศร้าที่ถาโถมเข้ามาจนแทบไม่อยากยอมรับว่ามันคือความจริง

 

 

ในพาร์ตของมิวสิกวิดีโอยังคงสื่อสารออกมาได้อย่างแยบยลเหมือนที่แฟนเพลงได้เห็นในหลายๆ ซิงเกิลก่อนหน้าของ Greasy Cafe ทั้งในแง่ของการเล่าเรื่องที่ค่อยๆ เผยให้เห็นความสัมพันธ์ของคู่รักที่สุดแสนจะธรรมดาแต่อบอวลไปด้วยบรรยากาศของความรักสู่การพลิกผันของเรื่องราวในตอนท้ายที่พาเราดำดิ่งสู่ความเศร้าได้อย่างกลมกล่อม นอกจากนี้ยังแฝงไปด้วย ‘แง่มุมชวนคิด’ ในเรื่องของความตายและการสูญเสียที่จะพาให้เราได้ตระหนักถึงคุณค่าและความหมายของการมีชีวิตอยู่

 

 

สิ่งที่ทำให้เพลงนี้พิเศษยิ่งกว่าเพลงอื่นๆ ที่ผ่านมา คือการที่ Greasy Cafe ออกมาเปิดเผยว่า ‘เรื่องสั้น 132 คำ’ คือบทเพลงที่เขารักที่สุดในอัลบั้ม และเป็นเพลงที่ถูกเก็บไว้นานกว่า 5 ปีหลังจากแต่งเสร็จ เพื่อที่จะปล่อยออกมาให้ได้รับฟังกันในช่วงเวลาสำคัญกับคอนเสิร์ตใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับ Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE’ ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี สำหรับบัตรคอนเสิร์ต ‘Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE’ สามารถจับจองที่นั่งได้แล้ววันนี้ผ่านทางแอปพลิเคชัน The Concert และทางเว็บไซต์ https://www.theconcert.com/concert/4159

 

สำหรับบัตรคอนเสิร์ต ‘Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE’ สามารถจับจองที่นั่งได้แล้ววันนี้ผ่านทางแอปพลิเคชัน The Concert และทางเว็บไซต์ https://www.theconcert.com/concert/4159 

 

รับชมมิวสิกวิดีโอเพลง ‘เรื่องสั้น 132 คำ’ ได้ที่

 

 

The post เรื่องสั้น 132 คำ ซิงเกิลล่าสุดจาก Greasy Cafe เพลงเศร้าแห่งการจากลาที่ได้ วอร์-เจนนิษฐ์ ร่วมแสดงมิวสิกวิดีโอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
มิว ศุภศิษฏ์, เจนนิษฐ์, เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา นำทีมนักแสดงในซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน https://thestandard.co/homeroom-29-cast-leads/ Mon, 10 Mar 2025 08:21:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1050492 homeroom-29-cast-leads

TrueID ส่งตัวอย่างและโปสเตอร์ซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประก […]

The post มิว ศุภศิษฏ์, เจนนิษฐ์, เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา นำทีมนักแสดงในซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
homeroom-29-cast-leads

TrueID ส่งตัวอย่างและโปสเตอร์ซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน ซีรีส์ดราม่าระทึกขวัญที่ดัดแปลงจากซีรีส์ต้นฉบับชื่อดังจากประเทศญี่ปุ่นอย่าง Mr.Hiiragi’s Homeroom โดยในแบบฉบับของไทยได้ มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ รับบทนำในฐานะครูประจำชั้นที่ตั้งคำถามแก่เหล่านักเรียนถึงเหตุการณ์การเสียชีวิตของเพื่อนร่วมห้องของพวกเขา ที่นักเรียนทั้ง 29 คน ซึ่งนำแสดงโดยนักแสดงวัยรุ่นมากฝีมือ เช่น เจน-กุลจิราณัฐ วรรักษา, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์, พีเจ-มหิดล พิบูลสงคราม,พร้อม-ราชภัทร วรสาร, มาร์ค-ศิวัช จำลองกุล, พีค-ภีมพล พาณิชย์ธำรง, เจเจ-รัชพล พรพินิต, คิ้ว-อนงค์นาถ ยูสานนท์ และ ชาลี-ชาลีดา กิลเบิร์ต พร้อมมาถ่ายทอดเรื่องราวชวนลุ้นระทึกภายในห้องเรียนของพวกเขา กำกับซีรีส์โดย โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ และ เก้า-วิรดา คูหาวันต์

 

มิว ศุภศิษฏ์, เจนนิษฐ์, เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา นำทีมนักแสดงในซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน

มิว ศุภศิษฏ์, เจนนิษฐ์, เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา นำทีมนักแสดงในซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน

มิว ศุภศิษฏ์, เจนนิษฐ์, เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา นำทีมนักแสดงในซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน

 

เรื่องราวเริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ในวันปิดภาคเรียนของโรงเรียนอคิระวิทยา ที่มีเสียงระเบิดดังขึ้น ก่อนที่ครูวิณณ์ (มิว ศุภศิษฏ์) ครูประจำชั้นห้อง ม.6/1 จะนัดนักเรียนทั้งห้องมาถ่ายรูปรุ่นใหม่อีกครั้ง เนื่องจากมีนักเรียนในห้องคนหนึ่งเสียชีวิตไป หลังเสียงระเบิด เด็กทุกคนอยู่ในความตระหนก ครูวิณณ์จึงประกาศว่านักเรียนทั้งหมด 29 คนในห้องนี้ถูกจับเป็นตัวประกัน พร้อมกดระเบิดปิดทางเข้าออกห้องเรียนอีกครั้งเพื่อตัดขาดทุกคนจากโลกภายนอก จะไม่มีใครได้ออกไปจากที่นี่ จนกว่าจะมีใครให้คำตอบได้ว่าใครเป็นคนทำให้ เรน (เจน กุลจิราณัฐ) เพื่อนร่วมห้องพวกเขาต้องตาย

 

มิว ศุภศิษฏ์, เจนนิษฐ์, เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา นำทีมนักแสดงในซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน

มิว ศุภศิษฏ์, เจนนิษฐ์, เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา นำทีมนักแสดงในซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน

 

HOMEROOM 29 ตัวประกัน จะมีจำนวนตอนทั้งหมด 16 ตอน โดยสองผู้กำกับของเรื่องอย่าง โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ และ เก้า-วิรดา คูหาวันต์ ก็ได้ฝากถึงซีรีส์ไว้ด้วยเช่นกัน

 

“เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เราสนุกที่จะเล่ามากๆ กับประเด็นการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนและโลกไซเบอร์ ซึ่งมันคลาสสิกและยังคงสร้างความเจ็บปวดให้กันเรื่อยๆ ต่อไป จนกว่าจะเกิดคนที่เรารัก ซึ่งเบื้องหลังการทำงานเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ในทุกส่วนทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เราทำเรื่องนี้ด้วยหวังเพียงให้ใครสักคนที่ได้ดูแล้วจะรู้สึกว่า วันหนึ่งเราอาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่มีโอกาสยื้อความตายของใครบางคนไว้ได้ในวันหนึ่ง และถ้าวันนั้นมาถึง เราจะใช้กำลังทั้งหมดที่มียื้อรั้งเขาคนนั้นไว้ได้ไหม”

 

มิว ศุภศิษฏ์, เจนนิษฐ์, เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา นำทีมนักแสดงในซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน

 

สามารถติดตามรับชมซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน ได้ในวันที่ 28 มีนาคมเป็นต้นไป ทาง TrueID

 


 

The post มิว ศุภศิษฏ์, เจนนิษฐ์, เจน กุลจิราณัฐ, มิวสิค แพรวา นำทีมนักแสดงในซีรีส์ HOMEROOM 29 ตัวประกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แดนสาป (The Cursed Land) ภาพยนตร์สยองขวัญว่าด้วยคนต่างถิ่น ประวัติศาสตร์ และการอยู่ร่วมกันภายใต้ความแตกต่าง https://thestandard.co/opinion-the-cursed-land/ Fri, 12 Jul 2024 09:00:29 +0000 https://thestandard.co/?p=956914

    ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง ศาสนา หรื […]

The post แดนสาป (The Cursed Land) ภาพยนตร์สยองขวัญว่าด้วยคนต่างถิ่น ประวัติศาสตร์ และการอยู่ร่วมกันภายใต้ความแตกต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง ศาสนา หรือชาติพันธุ์ ล้วนแล้วแต่มีรากเหง้ามาจากสาเหตุหนึ่งที่คล้ายคลึงกันนั่นคือ ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน และความไม่เข้าใจที่ว่าก็ไม่ได้ส่งผลแค่การตัดสินใจเท่านั้น แต่ยังยึดโยงไปถึงภาพจำหรือทัศนคติที่มีต่อคนกลุ่มนั้น

 

เช่นเดียวกับตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง แดนสาป (The Cursed Land) อย่าง มิตร (อนันดา เอเวอริงแฮม) และ เมย์ (เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ) สองพ่อลูกที่ต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่หนองจอก ซึ่งเป็นสถานที่ที่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จนถูกขนานนามว่าเป็น ‘ดงแขก’ ทำให้ชีวิตและวัฒนธรรมที่เคยอยู่รอบตัวของพวกเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแทบจะทันที ทั้งเสียงอาซานที่ดังกึกก้องออกมาจากลำโพงเพื่อเรียกละหมาด 5 เวลา การพะว้าพะวังเรื่องสุนัข และการนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยมือ ทั้งหมดทั้งมวลอยู่นอกเหนือจิตสำนึกของการเป็นคนพุทธแทบทั้งสิ้น

 

สำหรับพวกเขา การเข้ามาอยู่ในชุมชนแห่งนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการเป็นคนนอก และมันถูกเล่าออกมาผ่านการตั้งคำถามที่เต็มไปด้วยความงุนงงของตัวละคร แต่ในขณะเดียวกันภาพยนตร์ก็นำเสนอให้เห็นว่า การเป็นคนมุสลิมก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รู้สึกแปลกแยกเสียทีเดียว เพราะหากตำแหน่งแห่งที่ของพวกเขาเปลี่ยนจากชุมชนไปเป็นสถานที่ที่ศาสนาอิสลามไม่ได้ครอบครองพื้นที่ทางวัฒนธรรม ความรู้สึกของพวกเขาก็คงไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่มิตรและเมย์กำลังเป็น

 

 

สภาพแวดล้อมของตัวละครจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพที่คู่ขนานกันของคนต่างศาสนา แต่เป็นการเชื้อเชิญให้เข้าไปสำรวจการอยู่ร่วมกันภายใต้ความเชื่อที่แตกต่างกัน และแน่นอนว่านั่นไม่ใช่เรื่องง่าย บรรยากาศของภาพยนตร์ในช่วงครึ่งแรกจึงเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนชวนอึดอัด ทั้งจากตัวของคนที่มิตรตั้งกำแพงและบ้านที่มักจะปล่อยกลิ่นอายวังเวงอยู่ตลอดเวลา

 

แต่ถึงอย่างนั้นเมย์ ผู้เป็นลูกสาว กลับเป็นตัวละครที่อยู่ตรงข้ามกับพ่ออย่างชัดเจน เด็กสาวไม่ได้มีท่าทีรังเกียจคนที่มีความเชื่อต่างจากเธอและพร้อมที่จะเรียนรู้มัน นัยหนึ่งบทบาทที่ภาพยนตร์หยิบยื่นให้กับเมย์เลยไม่ต่างอะไรกับการเป็นคนกลางที่ต้องคอยประสานรอยร้าวระหว่างพ่อของเธอกับคนในชุมชน และเมื่อมองในแง่นี้ การเป็นตัวแทนของเมย์ก็เหมือนกับการเข้าไปดูแนวคิดที่แตกต่างกันของคนสองศาสนา ที่สุดท้ายแล้วอาจลงเอยได้ทั้งการเข้าใจและไม่เข้ากันเลยก็ตาม

 

 

ถึงแม้ว่าภาพยนตร์เรื่อง แดนสาป (The Cursed Land) ผลงานการกำกับของ ต้อย-ภาณุ อารี จะดูมีเลเยอร์ที่กว้าง แต่ฉากหน้าของมันก็ยังเป็นภาพยนตร์สยองขวัญ ซึ่งแง่หนึ่งนอกจากจะช่วยเคลือบเนื้อหาให้เข้าถึงง่ายแล้ว การเลือกธีมนี้ก็ดูจะเป็นสิ่งที่เข้ากันได้ดีกับประเด็นที่ภาพยนตร์ต้องการจะสื่อ เมื่อปัญหาที่สองพ่อลูกจะต้องรับมือไม่ได้มีแค่ความเปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งเร้นลับต่างศาสนาที่อยู่ไกลจากภาพมโนทัศน์ของพวกเขา 

 

และการมาถึงของอีกหนึ่งตัวละครอย่าง บังฮีม (บรอนต์ ปาลาเร่) ก็ยิ่งสร้างความไม่น่าไว้วางใจมากขึ้น แม้ช่วงแรกบทบาทของเขาจะไม่ได้มีมากมายในเชิงคำพูด แต่สิ่งหนึ่งที่เด่นชัดออกมาผ่านการแสดงของบรอนต์คือ ทุกครั้งที่เขาปรากฏตัว มันมักจะลากคนดูและตัวละครให้รู้สึกถูกคุกคามตามไปด้วย หรืออาจพูดได้ว่า ถึงจะยังไม่เห็นผีที่เรียกว่า ‘ญิน’ ตามหลักความเชื่อของคนมุสลิม แต่การมีอยู่ของบังฮีมก็สามารถสร้างความหวาดหวั่นพรั่นพรึงได้ไม่น้อยจากอากัปกิริยาที่แปลกประหลาดของเขา 

 

 

ว่าไปแล้ว ‘ญิน’ ที่เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของภาพยนตร์ ก็ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีชั้นเชิง มันไม่ได้จำกัดกรอบอยู่แค่การเป็นผีในรูปแบบของความเชื่อที่ต่างกันทางศาสนา แต่ยังยึดโยงไปถึงประวัติศาสตร์ของประเทศสยามและปาตานี ที่ในทางหนึ่งชะตากรรมของผู้คนในยุคนั้นต่างก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวดมากมาย และบาดแผลเหล่านี้เองก็ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความทะเยอทะยานของคนทำที่เข้าใจว่าตัวเองกำลังเล่าเรื่องอะไรอยู่ ไม่มากไม่น้อย มันเลยสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า นี่เป็นภาพยนตร์ที่กล้าหาญในการนำเสนอจริงๆ 

 

แกนหลักที่ผู้กำกับและคนเขียนบทอยากจะทำจึงถูกสอดแทรกเข้ามาในเนื้อหา เหมือนเป็นภาพสะท้อนของอดีตอันเลือนรางที่ยังคงฝังแน่นอยู่ตามพื้นดิน และมันถูกบอกเล่าออกมาพร้อมๆ กับอาการที่ดูหนักข้อขึ้นทุกวันของมิตร ผู้ที่ทั้งถูกรุมเร้าด้วยญินและความรู้สึกผิดบาปของตัวเอง

 

 

ด้วยเหตุนี้ เงื่อนไขที่ภาพยนตร์ใช้ในการขมวดปมของตัวละครเลยไม่ได้ดูต่างไปจากภาพยนตร์ในแนวเดียวกัน แต่ความลึกจริงๆ ของมันไม่ใช่การคลี่คลายปัญหา หากแต่เป็นการย้อนกลับไปสำรวจต้นตอที่เผยให้เห็นถึงความขมขื่นของชาวมุสลิมในเหตุการณ์ต่างๆ ราวกับเป็นภาพความขัดแย้งที่ซ้อนทับกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 

 

ตรงส่วนนี้ยิ่งทำให้ภาพยนตร์ขยับจากการตีความผีในอีกฝั่งของศาสนา มาเป็นการสำรวจความเปราะบางของมนุษย์ในแง่ของอารมณ์และความทรงจำ และปัจจัยที่รองรับทางลงนี้ได้อย่างพอดิบพอดีก็คือ ‘บ้าน’ ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาพยนตร์ให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงท้ายของเรื่อง เพราะ

 

การกลับบ้านอาจไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องของคนเป็น แต่รวมไปถึงคนที่ถูกพลัดพรากจากบ้านเกิดด้วย

 

นอกจากเนื้อหาที่มีความลุ่มลึกแล้ว องค์ประกอบอีกอย่างหนึ่งที่โดดเด่นของภาพยนตร์ก็คือเสียงและดนตรีที่ซึมลึกอยู่ในทุกอณูของงาน ที่ถึงแม้จะดูเรียบง่าย แต่มันกลับแฝงไปด้วยความสยดสยองภายใต้กลิ่นอายของความเป็นพื้นบ้าน และที่สำคัญคือ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่การที่คนดูเห็นหรือไม่เห็นญิน แต่เป็นเสียงเท้าที่เดินดังกึกก้องอยู่ในบ้าน ฉะนั้นเสียงจึงกลายเป็นสิ่งที่เกื้อหนุนจินตนาการของคนดูอย่างมาก ไม่แพ้กับงานภาพและการจัดแสงภายในฉาก

 

แต่สำหรับเงาที่เป็นองค์ประกอบในการสร้างความอกสั่นขวัญแขวนกลับเป็นสิ่งที่ดูจะช่วยและทำร้ายภาพรวมของภาพยนตร์ในเวลาเดียวกัน ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะคนดูสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่านั่นคือ CG ไม่ใช่เงาที่เกิดจากการถ่ายทำจริง และเมื่อเป็นแบบนั้นความหลอนของมันจึงถูกลดหลั่นตามไปด้วย

 

 

ในส่วนของนักแสดงเอง การได้ อนันดา เอเวอริงแฮม มารับบทนำ ก็ยังคงเป็นคนที่เชื่อมั่นในฝีไม้ลายมือได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมิตรเป็นเหมือนแก้วที่พร้อมจะแตกอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ ตอนที่ภาพยนตร์เฉลยความผิดบาปของเขา มันกลับไม่ได้ทรงพลังอย่างที่ควรจะเป็น ซึ่งสวนทางกับการแสดงของอนันดาที่ทำราวกับว่าความทุกข์นั้นหนักหนาพอที่จะกัดกินชีวิตของตัวละคร 

 

ส่วนเมย์ที่นำแสดงโดย เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ แม้บทบาทจะถูกวางเอาไว้ในฐานะลูก แต่ความห่างเหินระหว่างพ่อกับเธอก็ทำให้ช่องว่างความสัมพันธ์ของพวกเขาดูเว้าแหว่งในหลายๆ มิติ และนั่นก็ส่งผลให้ภาพรวมของทั้งสองคนเป็นเหมือนตัวแทนของคนต่างศาสนามากกว่าที่จะเป็นพ่อลูก 

 

และคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ บรอนต์ ปาลาเร่ ลูกครึ่งไทย-มาเลเซียที่พลังด้านการแสดงของเขามีเสน่ห์อย่างเหลือล้น ที่สำคัญคาแรกเตอร์ของบังฮีมก็ดูจะเข้ากันได้ดีกับบรอนต์ราวกับถูกเขียนออกมาเพื่อเขาจริงๆ (ซึ่งก็เป็นแบบนั้น) ทั้งการแสดงสีหน้าที่นิ่งเรียบ ไปจนถึงการพูดเรื่องต่างๆ ด้วยท่าทีแบบกึ่งเล่นกึ่งจริง ก็ยิ่งทำให้ตัวละครของบรอนต์เป็นที่ชื่นชอบของคนดูอย่างรวดเร็ว และถ้าถามว่าในภาพยนตร์เรื่องนี้ใครจะเป็นคนที่ถูกจดจำมากที่สุด เชื่อได้ว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีชื่อของ บรอนต์ ปาลาเร่ อย่างไม่ต้องสงสัย

 

 

แต่อีกคนที่ทาบรัศมีความเจิดจรัสมาติดๆ ก็คือ สีดา พัวพิมล นักแสดงรุ่นใหญ่ที่ครั้งนี้ได้แปลงโฉมตัวเองกลายเป็น ไซหนับ หมอผีที่ในภาพยนตร์นอกจากจะเป็นกุญแจสำคัญในการอธิบายเรื่องราวทั้งหมดแล้ว เธอยังต้องพูดภาษามลายูติดต่อกันหลายประโยคด้วย และถึงแม้บทบาทของไซหนับจะไม่ได้เยอะเหมือนกับคนอื่นๆ แต่การได้เห็นสีดาเปลี่ยนสำเนียงการพูดของตัวเองในหลากหลายรูปแบบ ก็ทำให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพที่มากไปด้วยประสบการณ์ของเธอจริงๆ 

 

ว่าไปแล้วอีกสองคนที่ขาดไม่ได้เลยก็คือนักแสดงสมทบชาวมาเลเซียอย่าง ฟรีเดาส์ คารีม และ ฮาน ซาลีนี ที่เป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนเรื่องราวช่วงย้อนอดีต เพราะหากไม่มีการแสดงของพวกเขาหรือเป็นคนอื่น อารมณ์ที่ภาพยนตร์ส่งต่อมาถึงคนดูจะไม่สามารถสำแดงพลังได้เท่าที่มันเป็นอยู่เลย และสิ่งนั้นก็คือการถ่ายทอดความเจ็บช้ำของตัวละครออกมาได้อย่างน่าสงสารจับใจ โดยที่กำแพงภาษาไม่อาจขวางกั้นความแหลกสลายระหว่างพวกเขากับคนดูได้

 

 

ในภาพรวมถึงจะมีจุดที่ติดขัดอยู่บ้าง แต่ภาพยนตร์เรื่อง แดนสาป (The Cursed Land) ก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่ามันไม่ใช่แค่ภาพยนตร์สยองขวัญทั่วไปเหมือนตามท้องตลาด แต่เป็นภาพยนตร์ที่แฝงไปด้วยพื้นหลังทางการเมือง ประวัติศาสตร์ และแนวคิดเชิงปรัชญา ของการอยู่ร่วมกันภายใต้ความแตกต่างของศาสนา ที่ในทางหนึ่งนอกจากจะพาคนดูไปสำรวจความเชื่อของชาวมุสลิมแล้ว มันยังเป็นบันทึกที่เผยให้เห็นถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับพวกเขาด้วย 

 

พอมองในมุมนี้แล้ว ความหมายของภาพยนตร์เรื่องนี้อาจเป็นได้หลายสิ่งอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแน่ๆ คือ การดูหมิ่นศาสนาอิสลาม

 

แดนสาป (The Cursed Land) เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่าง แดนสาป (The Cursed Land) ได้ที่: https://youtu.be/sm7Pt_DyRB8

 

The post แดนสาป (The Cursed Land) ภาพยนตร์สยองขวัญว่าด้วยคนต่างถิ่น ประวัติศาสตร์ และการอยู่ร่วมกันภายใต้ความแตกต่าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดผลงานภาพยนตร์-ซีรีส์ของ ‘เจนนิษฐ์’ จากไอดอลสาวสู่นักแสดงสาวมากฝีมือ https://thestandard.co/movie-series-of-jennis/ Tue, 04 Jul 2023 09:55:50 +0000 https://thestandard.co/?p=812205 เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

วันที่ 4 กรกฎาคม คือวันที่ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ นักแสดง […]

The post เปิดผลงานภาพยนตร์-ซีรีส์ของ ‘เจนนิษฐ์’ จากไอดอลสาวสู่นักแสดงสาวมากฝีมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

วันที่ 4 กรกฎาคม คือวันที่ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ นักแสดงสาวมากความสามารถก้าวเข้าสู่วัย 23 ปีอย่างสมบูรณ์

 

เจนนิษฐ์ คือนักแสดงสาวที่แจ้งเกิดกับวงการอย่างเต็มตัวในฐานะหนึ่งในสมาชิกไอดอลชื่อดังของไทยอย่าง BNK48 ก่อนที่ปัจจุบันจะผันมารับหน้าที่เป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว

 

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจนนิษฐ์สร้างผลงานทางการแสดงผ่านภาพยนตร์-ซีรีส์ รวมถึงละครไว้ไม่น้อย และมักจะแสดงให้เห็นอยู่เสมอว่าเธอมีทักษะด้านการแสดงที่เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด และถ่ายทอดออกมาได้ดีในทุกผลงานที่ได้รับโอกาสในงานแสดงต่างๆ

 

โดยหนึ่งในบทบาทที่การันตีฝีมือให้เธอเป็นอย่างดีคงหนีไม่พ้นผลงานภาพยนตร์อย่าง Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า ที่เข้าฉายเมื่อปี 2562 ผลงานการกำกับของ คงเดช จาตุรันต์รัศมี งานแสดงที่พาให้บทบาทของ ‘ซู’ คว้ารางวัลการแสดงจาก 5 เวทีใหญ่มาแล้ว

 

และเร็วๆ นี้ เธอกำลังมีผลงานแสดงเรื่อง The Cursed Land จากค่ายเนรมิตรหนัง ฟิล์ม ออกมาให้แฟนๆ ได้รับชมกันอีกด้วย 

 

THE STANDARD POP ขอถือโอกาสนี้ร่วมอวยพรวันเกิดให้กับ ‘เจนนิษฐ์’ ผ่านการย้อนชมผลงานการแสดงที่เธอได้รังสรรค์เอาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

 

ภาพประกอบ:กันยกร กาญจนวิไล

The post เปิดผลงานภาพยนตร์-ซีรีส์ของ ‘เจนนิษฐ์’ จากไอดอลสาวสู่นักแสดงสาวมากฝีมือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“จะมีที่ไหนในโลกที่เราจะเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่” Faces of Anne กับคำถามว่าโลกอนุญาตให้เราเป็นตัวเองได้แค่ไหน https://thestandard.co/spotlight-faces-of-anne/ Tue, 31 Jan 2023 10:21:15 +0000 https://thestandard.co/?p=744273

*หมายเหตุ: บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์ […]

The post “จะมีที่ไหนในโลกที่เราจะเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่” Faces of Anne กับคำถามว่าโลกอนุญาตให้เราเป็นตัวเองได้แค่ไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>

*หมายเหตุ: บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์ Faces of Anne (2022) 

 

 

 

“จะมีที่ไหนในโลกที่เราจะเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่” 

 

หนึ่งในประโยคจากภาพยนตร์ Faces of Anne (2022) ที่เราหยิบยกมากล่าวถึงนี้อาจไม่ได้เป็นประโยคที่ตัวละครเอ่ยออกมาเองอย่างตรงตัว แต่เป็นประโยคที่ปรากฏในสมุดเล่มหนึ่งที่แอนขีดเขียนลงไปเพื่อระบายความรู้สึก ซึ่งหากเราลองตีความให้แอนเป็นตัวละครที่สะท้อนภาพของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน ประโยคสั้นๆ ประโยคนี้ก็อาจเป็นข้อความสำคัญที่ภาพยนตร์ต้องการให้ทุกคนได้ยินเสียงของพวกเขาและเธอ

 

 

โดยตลอดระยะเวลาร่วม 2 ชั่วโมง Faces of Anne ได้สอดแทรกฉากเล็กๆ น้อยๆ ที่ชวนให้เราขบคิดและตีความอยู่หลายจุด ตั้งแต่ฉากกองถ่ายภาพยนตร์ที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นอย่างไม่มีคำอธิบาย โทรศัพท์มือถือที่เมื่อแอนหยิบขึ้นมาแล้วใบหน้าของเธอจะเปลี่ยน หรือบทสนทนาระหว่างแอนและจิตแพทย์ที่พยายามช่วยแอนในการตามหา ‘ตัวตนจริงๆ’ ของเธอ 

 

ซึ่งสิ่งละอันพันละน้อยเหล่านี้ต่างก็ทำหน้าที่ขับเน้นประเด็นสำคัญของเรื่องให้เราเห็นอย่างเด่นชัด นั่นคือสภาพแวดล้อมที่กลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังเผชิญส่งผลต่อสภาพจิตใจของพวกเขาขนาดไหน ทั้งการดำเนินชีวิตอยู่ร่วมกับโซเชียลมีเดียที่เราจะได้เห็นไลฟ์สไตล์ของคนอื่นที่อาจจะดูดีกว่าตนเอง การเห็นภาพความสำเร็จของผู้คนเหล่านั้น การให้ความสนใจกับยอดไลก์ ยอดแชร์ต่างๆ จนสิ่งเหล่านี้ค่อยๆ ก่อร่างความคิดที่ทำให้เราอยากจะเป็นให้ได้แบบคนอื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ และบางครั้งมันก็กลายเป็นว่าเราอาจจะกำลัง ‘แสดง’ เป็นใครบางคนที่ ‘ไม่ใช่ตัวเอง’ เพื่อให้คนอื่นยอมรับและชื่นชม

 

 

รวมถึงประเด็นของการ ‘ตามหาตัวตน’ ของคนรุ่นใหม่ ที่สภาพแวดล้อมหลายๆ อย่างบีบบังคับให้พวกเขาและเธอต้อง ‘รีบ’ ตามหาตัวเองให้เจอเพื่อให้เท่าทันคนอื่นๆ ตั้งแต่ความชื่นชอบของตัวเองคืออะไร ความฝันของตัวเองคืออะไร และ ‘คุณค่า’ ของเราคืออะไร ซึ่งหลายครั้งก็สร้างความสับสนและกดดันให้กับตัวเราเองไปพร้อมกัน

 

อีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ภาพยนตร์พยายามนำเสนอคือ ความคิดเห็นของผู้คนรอบข้างที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของพวกเขาและเธอไม่แพ้กัน ทั้งการต้องเผชิญกับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามจากผู้คนบนโซเชียลมีเดียที่ไม่เคยเห็นหน้าหรือรู้จักกันมาก่อน โดยเฉพาะการมา ‘กำหนด’ และ ‘ตัดสิน’ ภาพลักษณ์และความงามของเราเสียอย่างนั้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างบาดแผลให้กับจิตใจของใครหลายคนอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น 

 

รวมไปถึงแรงกดดันจากผู้คนรอบข้างที่พยายามจะ ‘กำหนด’ คุณค่าให้เราเดินตามเส้นทางที่เขาขีดเขียนไว้ให้ หรือไม่ก็ต้องเผชิญกับ ‘ความคาดหวัง’ จากผู้คนที่มากจนเกินไป จนกลายเป็นการสร้างแรงกดดันให้กับพวกเขาโดยไม่รู้ตัว

 

 

บางที Faces of Anne อาจไม่ได้พยายามทำหน้าที่สะท้อนภาพความรู้สึกของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันต่างๆ ดังที่เรากล่าวไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่ตั้งคำถามต่อผู้ชมทุกคนด้วยว่า สังคมในตอนนี้เปิดพื้นที่ให้พวกเขาเหล่านั้นได้ ‘ใช้เวลา’ ในการค้นหาคุณค่าของตัวเอง และได้ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองอย่าง ‘มีความสุข’ มากพอหรือยัง

 

“จะมีที่ไหนในโลกที่เราจะเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่” 

 

สามารถรับชม Faces of Anne ได้แล้วทาง Netflix

 


บทความที่เกี่ยวข้อง: 

The post “จะมีที่ไหนในโลกที่เราจะเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่” Faces of Anne กับคำถามว่าโลกอนุญาตให้เราเป็นตัวเองได้แค่ไหน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รีแคปชีวิต 2022 กับ 4 สาว อร, เนย, ก่อน และ ตาหวาน ก่อนออกผจญภัยสู่การเดินทางครั้งใหม่ของชีวิต https://thestandard.co/orn-noey-korn-tarwaan-bnk48/ Thu, 05 Jan 2023 01:50:53 +0000 https://thestandard.co/?p=732979 BNK48

นับตั้งแต่ 19 สาวสมาชิกรุ่น 1 หมดสัญญากับ BNK48 ไปเมื่อ […]

The post รีแคปชีวิต 2022 กับ 4 สาว อร, เนย, ก่อน และ ตาหวาน ก่อนออกผจญภัยสู่การเดินทางครั้งใหม่ของชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK48

นับตั้งแต่ 19 สาวสมาชิกรุ่น 1 หมดสัญญากับ BNK48 ไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2022 จากที่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวอดีตสมาชิกทั้งหมดผ่านโซเชียลมีเดีย พบว่าแต่ละคนได้เริ่มออกเดินทางสู่ชีวิตบนเส้นทางใหม่กันไปบ้างแล้ว 

 

ตั้งแต่ ‘คุณไข่’ ไข่มุก-วรัทยา ดีสมเลิศ เปิดร้านค้ากระเป๋าแฮนด์เมดในชื่อ ‘wendy shop’ และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ที่นอกจากจะยังเปิดคอนแทครับงานในวงการบันเทิง ยังผันตัวเพิ่มอาชีพเสริมเป็นช่างสัก และมีชื่อร้านน่ารักๆ ว่า ‘anonimousse’ (แอโนนิมูส)

 

BNK48

 

ขณะที่ 4 สาว อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ, เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล, ตาหวาน-อิสราภา ธวัชภักดี และ ก่อน-วฑูศิริ ภูวปัญญาสิริ ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมแฟนมีตเล็กๆ ในชื่อ ‘Meet Me’ เพื่อมอบของขวัญให้กับแฟนคลับเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ และใช้ช่วงเวลาตลอดช่วงเย็นวันนั้นในการทำกิจกรรมแจกของและพูดคุยกับแฟนคลับ ที่อบอวลไปด้วยความสนุกสนานและประทับใจส่งท้ายปี

 

BNK48

 

และเป็นอีกครั้งที่ THE STANDARD POP ได้มีโอกาสแวะเวียนไปสวัสดีปีใหม่ พร้อมเก็บบทสัมภาษณ์ของทั้ง 4 สาว ที่สรุปชีวิตช่วงปี 2022 ไปจนถึงแพลนอนาคตปี 2023 มาฝากแฟนคลับของพวกเธอได้อ่าน เผื่อจะช่วยให้หายคิดถึงกันในระยะนี้ได้บ้าง

 

BNK48

 

ย้อนทบทวนความทรงจำกับ ‘สเตจอำลาเธียเตอร์’ การใช้นามสกุล BNK48 ครั้งสุดท้าย

เนย: ความรู้สึก ณ ตอนนั้นเหมือนคนอกหัก รู้สึกอึมครึม เพราะรู้อยู่ในใจว่าสเตจวันนั้นคือครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ คือก่อนหน้านั้นเราขึ้นคอนเสิร์ต BNK48 1st Generation Concert “Dan D’1ion” เราไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย แต่ว่าวันนั้นมันเป็นวันหมดสัญญาของพวกเราจริงๆ เราจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้อีก 

 

ช่วงแรกที่เราบูมกันก่อนขึ้นเพลง Shonichi น้ำตาก็คือมาเลย เพราะมันเป็นการบูมครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ ช่วงแรกๆ มันก็สนุก แต่พอสเตจใกล้จบมันอึมครึมกับตัวเอง มันรู้สึกเหมือนอกหัก แต่เราก็พยายามจะเก็บโมเมนต์ดีๆ ในวันนั้นไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้อยู่ในความทรงจำไปนานๆ

 

ตาหวาน: ของตาหวานคล้ายกับเนย เพราะเราต่างก็รู้ว่าสเตจในวันที่ 21 ธันวาคม จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ ที่เราจะได้มีโอกาสมองจากเวทีลงไปเจอแฟนคลับทุกคน ส่วนสเตจจบมันคือสัญญาณว่าเราจะได้ขึ้นกับเพื่อนๆ ครั้งสุดท้ายแล้ว เพราะที่ผ่านมาเราหลอกตัวเองมาตลอด ตั้งแต่งานจับมือ งานเปิดตัวเพลง จนถึงงานคอนเสิร์ตใหญ่ ว่ามันจะยังมีวันที่พวกเราจะได้เจอกันอีก 

 

แต่พอถึงวันนั้นจริงๆ ช่วงเช้าวันนั้นจำได้ว่ามันหวิวๆ วันนั้นพ่อเปิดเพลงในรถผ่านวิทยุ แล้วเพลงที่เราได้ยินมันบังเอิญว่าเป็นเพลงที่สื่อถึงความทรงจำ ความผูกพัน ทำให้เรานั่งน้ำตาไหลในรถอยู่พักใหญ่ๆ เลย เพราะมันพาให้เราได้นั่งนึกถึงทุกอย่างที่พวกเราทำมาด้วยกันกับเพื่อน ในหัวจะนึกอยู่ตลอดว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้อำลาเวทีกับเพื่อนๆ ทุกคน

 

ก่อน: ตื่นขึ้นมาวันนั้นก็คิดอยู่กับตัวเองว่ามันคือวันสุดท้ายแล้วเหรอที่เราจะได้ใช้นามสกุลของ BNK48 ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น 6 ปี จะบอกว่านานก็ไม่นาน จะบอกว่าสั้นก็ไม่เชิง เพราะมันเป็นห้วงเวลาที่นำพาให้พวกเราได้ผ่านอะไรมาเยอะมากๆ พอถึงวันนั้นจริงๆ มันพาให้เราไปนึกถึงวันแรกที่เข้ามา ได้มองเห็นว่าเด็กคนนั้นที่ขี้แย ทำอะไรไม่เป็น กลายมาเป็นฉันในวันนี้ที่เติบโตขึ้นเยอะกว่าเดิม 

 

และวันนั้นมันก็เต็มไปด้วยบรยากาศเคว้งคว้าง จากวันที่เราเคยอยู่ด้วยกันในนาม BNK48 มาตลอดหลายปี จะมีความสุขหรือล้มลุกคลุกคลานก็ยังมีเพื่อนๆ คอยอยู่เคียงข้าง มันเลยแอบคิดอย่างใจหายว่าต่อไปจะมีใครอยู่เป็นเพื่อนเราอีกมั้ย พูดตรงๆ กลัวไม่มีเพื่อน (หัวเราะ) แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกภูมิใจที่เราฝ่าฟันอะไรมาเยอะ จนถึงกลายมาเป็น ‘ก่อน’ ที่เติบโตและแข็งแกร่งในวันนี้

 

อร: ตัวอรค่อยๆ เก็บโมเมนต์ช่วงไตรมาสสุดท้ายของวงมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว พอถึงวันนั้นก็บอกกับตัวเองว่ามาถึงจุดสิ้นสุดแล้วนะ ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกโหวงเหวงมากเท่าไรนัก เพราะเรารู้ว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องมาถึง เราเลยเตรียมใจมาไว้ก่อนแล้ว แต่โมเมนต์ที่ชวนนึกเสียดายที่สุดคือตอนมองลงไปเวทีแล้วเจอคนดู มันทำให้เราคิดว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกับโมเมนต์แบบนี้อีกมั้ย 

 

ช่วงเพลง Sakura อรเลยเดินมองไปรอบๆ เวที เพื่อเก็บบรรยากาศ เพราะในอนาคตเราจะไม่ได้มาขึ้นเธียเตอร์อีกแล้วแน่ๆ ในพาร์ตที่เป็นเมมเบอร์ อนาคตอาจจะขึ้น แต่อาจจะเป็นพาร์ตที่ไม่ได้เป็นเมมเบอร์แล้ว ไม่ได้ใส่ชุดเซ็มแล้ว ซึ่งเราอยู่กับมันมา 6 ปี เหมือนเราเรียน ม.1-6 ทุกอย่างกำลังเดินหน้าสู่การเริ่มต้นใหม่ มันมีความตื่นเต้นรออยู่ในโลกด้านนอก มันเป็นความรู้สึกเสียดายสิ่งเก่า ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ 

 

วันนั้นมันเลยไม่ได้เศร้าอะไรมากมาย เต็มที่ก็เสียดายกับบางอย่างที่เราจะไม่ได้กลับไปทำอะไรแบบนั้นแล้ว เช่น โมเมนต์ที่เราจะได้มานั่งกินข้าว ซ้อมเต้น ร้องเพลง อยู่ด้วยกัน 

 

BNK48

 

ความรู้สึกหลังจากไม่มีนามสกุล BNK48 ต่อท้ายชื่อ

 

ก่อน: รู้สึกเป็นก่อนที่โตขึ้นแบบไม่มี BNK48 มาต่อท้ายชื่อ เหมือนอย่าง 6 ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นเราไม่มีและก็เป็นเด็กธรรมดา แต่ตอนนี้กลับมาไม่มีอีกครั้งแต่เป็นเด็กที่โตขึ้น ก็ยังแอบคิดอยู่ว่าชีวิตเราจะเป็นอย่างไรต่อ เพราะเป็นคนขี้กังวลด้วย แต่ว่าพอมันผ่านมาได้สักพักหนึ่ง ก็คิดว่านี่แหละคือสิ่งที่เราต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้ แม้ลึกๆ จะกังวลอยู่นิดหน่อย เพราะเราเป็นคนที่ชอบวางแพลนอนาคต แต่บางทีมันก็มีบางอย่างที่ยากเกินเราจะควบคุม แต่เราก็พร้อมที่จะฝ่าฟันมันต่อไป

 

เนย: ของหนูถือว่ายังไม่ได้เติบโต แต่รู้สึกว่าจะต้องพยายามเติบโตด้วยตัวเองให้ได้ เหมือนที่ผ่านมาทุกอย่างถูกเซ็ตไว้หมดแล้ว ถ้าวงมีงาน ชื่อเราก็จะถูกใส่ไว้ในตารางงานตามงานต่างๆ ที่มีเข้ามา ทุกอย่างมันมีคนจัดการให้ 

 

แต่พอเราออกมาเราเหมือนเด็กตัวน้อยๆ ที่ยังไม่เคยได้มีประสบการณ์ลองทำงานด้วยตัวเองสักเท่าไร ตอนออกมาตอนแรกมันรู้สึกโหวงๆ นะ ปกติตื่นมาจะมีตารางงานคอยกำหนดทิศทางชีวิตเราในแต่ละวัน แต่อันนี้มันไม่มี ทำให้เราต้องเริ่มคิดแล้วว่าเราอยากจะทำอะไร อยากลองทำอะไรด้วยตัวเอง มันก็เลยเป็นช่วงเวลาที่มีอะไรให้คิดเยอะมาก ทำให้ช่วงหลายวันที่ผ่านมามันเป็นความรู้สึกโหวงๆ แหละ แต่เราต้องเติบโตด้วยตัวเองให้ได้ เราต้องเป็นผู้ใหญ่ได้แล้ว ซึ่งตามอายุจริงๆ เราคือผู้ใหญ่วัยทำงานแล้ว เพียงแต่ตอนอยู่ในวงจะมีคนคอยคุม คอยดูแล ซึ่งมันถึงเวลาที่เราต้องโตได้แล้ว 

 

ตาหวาน: ช่วงหลายวันที่ผ่านมามันมีหลายสิ่งที่ทำให้รู้สึกยังไม่ชิน เพราะเราอยู่กับสิ่งที่เรียกว่า BNK48 มา 6 ปี มันเป็นชีวิตประจำวันของเรามาตลอดที่เวลาตื่นเช้ามาต้องเช็กปฏิทิน เข้าไลน์เพื่อดูงาน แต่ตอนนี้ชีวิตเราเริ่มเข้าสู่ภาวะที่ไม่ได้เจอเพื่อน ไม่ได้เจอใครแล้วจริงๆ มันก็รู้สึกโหวงเหวง เพราะเราชินกับชีวิตประจำวันเดิมๆ ที่ทำมาตลอด 6 ปี มันเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับว่าตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะต้องเติบโต เพราะเราคือคนตัดสินใจที่จะก้าวออกมาเอง เพราะฉะนั้นเราต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่เราเลือก ในสิ่งที่เราตัดสินใจ และลงมือทำมันให้ดีที่สุด 

 

อร: ส่วนตัวเป็นคนที่ทุกคนในบริษัทหรือคนในวงจะคาดหวังว่าเป็นคนที่เตรียมพร้อมที่สุดในการออกมาผจญโลกกว้าง แต่สนามจริงก็คือสนามจริง มันมีความกังวลในนั้นเสมอ พูดตรงๆ มันกังวลในพาร์ตที่แบบ…ใน BNK48 เราก็สู้กันเอง สนามมันก็มีอยู่แค่นั้น แต่ออกไปข้างนอกมันคือสนามจริงที่กว้างมากและมีคนเก่งอยู่รายล้อม 

 

แต่สิ่งหนึ่งที่ชุบชูใจเราคือการที่เรามีคนรอบตัวที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือคนรอบข้างที่รู้สึกว่าพวกเขาคือทีมเวิร์กที่ดีของเรา การมีแฟนคลับผู้เป็นคนซัพพอร์ตที่ดีมันทำให้หนูมั่นใจที่จะเดินต่อไปในวงการนี้ เลยรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าที่จะได้ออกไปเผชิญกับชีวิตจริงแล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย และอยากให้กำลังใจเพื่อนทุกคน รวมถึงตัวเอง 

 

ในวงเราอาจจะใช้ความพยายามไปแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ข้างนอกมันต้องใช้ 300 เปอร์เซ็นต์ ต้องสู้ยิบตาและอยู่ให้ได้ เพราะนี่คือชีวิตจริง คือ Survivor Game ของจริงที่ไม่มีค่ายมาครอบ ขณะที่เราต้องจัดการชีวิตตัวเอง ดูแลแฟนคลับ มันเป็นอะไรที่ใหม่หมด เพราะเราไม่เคยต้องมาดูแลเอง ต้องรับรู้ดีเทลเองทุกอย่าง เลยแอบตื่นเต้น ปนเครียด เพราะส่วนตัวเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ (Perfectionist) รู้สึกน้อยหน้าใครไม่ได้ อยากให้ทุกอย่างที่ลงมือทำเป็นไปตามแผน แต่สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้ในหลายวันมานี้ สิ่งที่รับมือยากมากที่สุดคือ ‘ผู้คน’ ดังนั้นถ้าเรารับมือกับคนอื่นไม่ได้ ให้หันมาจัดการกับตัวเองก็พอ

 

BNK48

 

ถอดบทเรียนชีวิตจากปี 2022

อร: รู้สึกว่าเราให้กำลังใจคนอื่นเยอะแล้ว เราควรให้กำลังใจตัวเอง ไม่ว่าอะไรก็ตาม ‘เมตตาตัวเอง’ คำนี้เหมือนจะเหมาะกับพัศชนันท์มากในตอนนี้ หนูรู้สึกว่าถึงเวลาที่เราต้องเมตตาตัวเองบ้าง ไม่งั้นเราจะรับมือทุกอย่างไม่ได้จริงๆ หรือต้องปล่อยจอยกับชีวิตมากขึ้น อยากทำอะไรก็ทำ

 

ก่อน: 2022 เป็นปีที่หนูร้องไห้บ่อยมาก หนูร้องไห้กับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ บ่อยมาก ก่อนหน้านี้หนูพยายามจะเป็นคนที่เข้มแข็ง บอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้ เป็นคนที่เกลียดเวลาตัวเองร้องไห้ เกลียดโมเมนต์เวลาร้องไห้ 

 

แต่หลังๆ มานี้ก็รู้สึกว่าร้องออกมาบ้างเถอะ เพราะมุมหนึ่งการร้องไห้มันไม่ได้บ่งบอกว่ามันไม่ดี หรือเราเป็นคนอ่อนแอ แต่แค่ถึงจุดหนึ่งเราต้องได้ปลดปล่อย และให้เวลากับตัวเองได้ระบายสิ่งที่ติดอยู่ในความรู้สึกออกมาบ้าง 

 

สิ่งที่ทำให้หนูเสียน้ำตาหนักมากที่สุดคือ ตอนที่เราสูญเสียน้องเม่น (ชื่อ โกกิ) ตอนนั้นก็อยู่กับพี่อร เพราะน้องเม่นเป็นสัตว์เลี้ยงตัวแรกที่หนูเลี้ยง หนูก็พยายามดูแลเขาอย่างดีมาโดยตลอด และวันหนึ่งเขาก็ป่วย มันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้ดูแลเขาเต็มที่หรือเปล่า หลังจากนั้นเราก็ไปใช้ชีวิตตามปกติ จนวันหนึ่งเราไปออกทริปกับเพื่อนๆ สุดท้ายก่อนก็เก็บความรู้สึกไม่ไหว ปล่อยโฮออกมาเต็มที่ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองร้องไห้เหมือนคนบ้าเลย

 

BNK48

 

เนย: ของหนูอาจจะไม่ขอสรุป 2022 แต่ขอสรุปในภาพรวมในรอบหลายปี สิ่งที่หนูตกตะกอนได้คือ บางครั้งเราต้องเลือกแคร์เฉพาะคนที่ควรแคร์ เพื่อนรอบข้างน่าจะรู้ว่าเราเป็นคนที่พยายามจะแคร์ทุกคน เก็บทุกอย่างที่เจอมาคิดตลอด แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งไม่ดีก็ตาม และการมาอยู่ในวงนี้มันทำให้เราได้เจออะไรทำนองนี้เยอะมาก ยิ่งเมื่อก่อนจะเป็นคนที่ไม่เข้มแข็งต่อสิ่งเหล่านี้เลย แต่พออยู่มาเรื่อยก็ทำให้คิดได้ว่าเราควรแคร์เฉพาะคนที่ให้ใจกับเรา แคร์เฉพาะคนที่ดีกับเรา 

 

ตอนแรกก็เหมือนจะทำไม่ค่อยได้ เพราะสุดท้ายเวลาเจออะไรไม่ดีก็จะเก็บมาคิดอยู่ดี แต่พอโตขึ้นก็รู้สึกว่าทำได้เยอะขึ้น และคิดว่าจะนำคตินี้มาเป็นปณิธานในการดำรงชีวิตจากนี้ด้วย ส่วนที่ผ่านมาก็ยกให้เป็นบทเรียนให้เรารู้ว่าไม่ควรไปเสียเวลากับคำพูดของคนอื่นเยอะไป อย่าไปให้ค่ากับสิ่งที่เป็นพลังงานลบต่อชีวิตเรานักเลย หนูรู้สึกว่านี่แหละ สิ่งสำคัญที่เราควรทำมันให้ได้ 

 

ตาหวาน: สำหรับหนูปี 2022 ถือเป็นปีแห่งการเติบโต เพราะเป็นปีที่ได้ลงมือทำอะไรหลายอย่างที่ไม่เคยทำด้วย และหลายอย่างที่ทำก็เป็นสิ่งใหม่ที่ท้าทาย ตั้งแต่ต้นปีเราก็ได้จัดงานแฟนมีตชราไลน์ ระหว่างทำโปเจกต์นี้ก็ได้เรียนรู้และลงมือทำมากขึ้น ต่อมาเป็น GE 3 ก็ได้ติดเป็น 1 ในคามิ 7 ซึ่งมันพาให้เราได้เรียนรู้งานที่หลากหลายขึ้นตอนไปที่ญี่ปุ่น รวมถึงงานที่รู้สึกสนุกมากๆ คืองาน TIF Tokyo Idol Festival 2022 ที่ได้ไปแสดงคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ที่ญี่ปุ่น ไปจนถึงเรื่องของทีม NV ที่ถึงเวลาผลัดเปลี่ยนตำแหน่งกัปตันทีม คอนเสิร์ต และงานเพลงเดี่ยวที่ได้ออกช่วงท้ายปี 

 

มันเลยทำให้ตลอดทั้งปี 2022 เป็นปีที่เราได้ทำงานและรู้สึกเติบโตขึ้นจากเดิมมากๆ อะไรที่เป็นสิ่งดีๆ ก็เก็บเอาไว้ ส่วนที่ไม่ดีก็จำไว้เป็นจุดแก้ไขปรับปรุงกันไป เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะทำให้เราพัฒนาและเติบโตกับการทำงานในอนาคตแน่นอน 

 

BNK48

 

ลองตัดเกรดความเติบโต ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา

 

ตาหวาน: หนูให้ 8/10 หนูว่าเราได้ให้พลังและเวลาของชีวิตเยอะอยู่กับการเป็น BNK48 

 

เนย: หนูให้ 9/10 เลย เพราะรู้สึกว่าเราทุ่มเทกับการใช้ชีวิตกับตรงนี้มาอย่างเต็มที่แล้วตอนที่อยู่ใน BNK48 คือไม่ได้เป็นคนที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่เป็นคนที่เติบโตกว่าเดิมมาก ให้ใจกับหลายๆ อย่างภายใต้นามสกุล BNK48 

 

ก่อน: ให้ 8/10 หนูว่าถ้าหนูไม่ได้สมัครเข้ามาเป็น BNK48 คงไม่เป็นก่อนอย่างในวันนี้แน่ๆ ที่หนูตัดไป 2 คะแนน เพราะบางอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่เราวางเอาไว้ 

 

อร: ให้ 9.5/10 ที่เว้นไว้บ้างเพราะเรายังมีความเป็นเด็กอยู่ แต่ภาพรวมเราเติบโตขึ้นมากทั้ง IQ และ EQ รู้สึกโตขึ้นจริงๆ ถึงบางครั้งเราจะไม่ยอมรับว่าเราโตขึ้น แต่ทุกคนก็มักจะเป็นกระจกสะท้อน ให้เห็นว่าเราเติบโตและเป็นอรที่ดีขึ้นได้มากกว่าเดิม ถึงตอนนี้จะยังไม่ได้ดีอะไรนัก แต่เราก็จะพยายามไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นอรที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน

 

BNK48

 

เป้าหมายปี 2023 หรืออนาคตนับจากนี้

 

ก่อน: อยากลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยลองมาก่อน เพราะอยากให้ทุกคนจดจำก่อนในแบบใหม่ ที่ไม่ใช่ก่อน BNK48 แต่เป็น ก่อน วฑูศิริ ที่เป็นนักแสดง หรือเป็นแนวแฟชั่นนิสต้า ก็อยากที่จะลองเดินทางไปสู่เวย์เหล่านั้นบ้าง และอยากไปเที่ยวด้วยเพราะเป็นคนชอบเที่ยวมากๆ

 

อร: ปีนี้หนูคิดว่าจะเปิดค่าย แต่จะยังไม่พูดชื่อบริษัท แต่คิดว่าเป็นชื่อบริษัทที่เหมาะสมกับคนอย่างเรา (หัวเราะ) มันคือชื่อที่สื่อถึงตัวตนอย่างเรา ซึ่งก็หวังว่าเราจะค่อยๆ เติบโตต่อไปเรื่อยๆ 

 

และอีกอย่างที่อยากทำคือ อยากไปเที่ยว หนูอยากไปเที่ยวต่างประเทศ อยากไปสวิตเซอร์แลนด์ หนูรู้สึกอยากทำอะไรที่ตามใจตัวเองมากขึ้นบ้าง อยากเป็นอรที่มีความสุขมากๆๆๆๆๆ อยู่วงการบันเทิงต่อไป และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

 

ตาหวาน: ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเรามาทางสายร้องเพลง ก็อยากจะทำงานตรงนี้ต่อไป ยังอยากอยู่ในวงการบันเทิงต่อ ที่ไม่ใช่แค่การร้องเพลง ส่วนนี้ถือเป็นเป้าหมายหลัก ส่วนอีกอย่างคืออยากพาครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศ เพราะตอนอยู่ในวงเราก็ไม่สามารถพาเขาไปเที่ยวไหนได้ และก็อยากร้องเพลงคัฟเวอร์ลง YouTube บ้าง

 

เนย: ที่คิดไว้คืออยากลองทำช่อง YouTube ที่ไม่ใช่เน้นหารายได้จาก YouTube คือหนูแค่อยากไปเที่ยว อยากหาของกิน ถ่ายคลิปเป็น Vlog ให้ทุกคนได้ดู สร้างความสุข ได้ทำคอนเทนต์ที่อยากทำ สบายใจที่จะทำ เพราะเราอยู่ในจุดที่สามารถเลือกเองได้แล้ว 

 

และจากที่ฟังตาหวานพูดมา อีกสิ่งที่อยากทำคือให้เวลากับครอบครัว แม่หนูเป็นคนที่อยากไปเที่ยวหลายที่มาก แต่เมื่อก่อนเราไม่สามารถพาไปได้เลย ด้วยตารางงานของวงที่มันไม่แน่นอน ทำให้แพลนโปรแกรมล่วงหน้าไม่ได้ แต่ในปี 2023 ที่เราเริ่มมีเวลาแล้ว ก็คิดว่าน่าจะได้ไปเที่ยวด้วยกันมากขึ้น และเอาจริงๆ ไม่ได้มีแพลนอะไรที่ชัดเจนมาก แต่ถ้ามีโอกาสได้ทำสิ่งที่รักหรือชอบเราจะรับมันมาทำให้ดีที่สุด

 

คำอวยพรถึงแฟนคลับผู้เป็นที่รัก ที่ซัพพอร์ตมาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

 

BNK48

 

เนย: อยากให้เขาได้มีความสุข…แค่นั้นเลย ด้วยความที่แฟนคลับของเราแต่ละคนมีเรื่องที่ต้องเผชิญกันตามบริบทที่แตกต่างกันไป จะเรื่องงานหรืออะไรก็ตาม มันมีความเครียด และแต่ก่อนเรายังมีช่วงเวลาที่มอบความสุขให้กับเขาได้เยอะ อย่างงานจับมือ หรือตามอีเวนต์ต่างๆ แต่ ณ ตอนนี้เราแทบไม่มีโอกาสได้เจอกับพวกเขาแล้ว อย่างงานวันนี้ที่เราจัดขึ้นมา ก็เพียงเพราะแค่เราอยากเจอพวกเขาเท่านั้นเอง 

 

เรายังอยากเป็นส่วนหนึ่งที่มอบความสุขให้กับเขาเหมือนเดิม แต่โอกาสมันน้อยลงมากๆ ที่เราจะได้เจอกับพวกเขาบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน เลยอยากให้ชีวิตในแต่ละวันของเขาประสบพบแต่ความสุข อยากให้เขามีความสุขในการทำสิ่งที่รัก หรือถ้าเขาเศร้าก็อยากบอกว่าเราจะเป็นกำลังใจให้เขาอยู่เสมอ ถึงเราจะเจอกันน้อยลง แต่เนยจะยังเป็นความสุขให้ทุกคนอยู่ตรงนี้เหมือนเดิม

 

BNK48

 

ก่อน: หนูรู้สึกว่าที่ผ่านมาแฟนคลับจะคอยเข้ามาบอกเราว่า “ก่อนสู้ๆ นะ” ทั้งที่แต่ละคนมีความทุกข์บางอย่างอยู่ในใจ มีความเครียดบ้าง หรือไปเจออะไรมาที่ทำให้ไม่แฮปปี้ แต่เขาก็ยังคงให้เวลากับเรา เดินมาหากัน มามอบกำลังใจกัน ซึ่งตัวหนูก็พยายามส่งต่อความรู้สึกและกำลังใจดีๆ กลับไปให้แฟนคลับของก่อนเสมอ 

 

แต่ ณ วันนี้เราอาจจะไม่ได้ทำอย่างนั้นได้บ่อยเหมือนตอนอยู่ BNK48 ซึ่งหนูก็กลัวที่จะไม่ได้มอบความสุขให้พวกเขาอีก ก็อยากจะบอกกับทุกคนที่อ่านข้อความนี้ว่า “สู้ๆ ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาอะไรก็ตาม แต่คุณจะผ่านมันไปให้ได้ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้มากๆ ถ้าเจอเรื่องไม่ดีก็จงปล่อยวางนะทุกคน ออกไปใช้ชีวิตของตัวเองให้สนุก”

 

BNK48

 

ตาหวาน: อยากให้ทุกคนได้เอ็นจอยกับชีวิต อะไรที่ไม่ได้ทำในปี 2022 เมื่อขึ้นปี 2023 ก็อยากทุกคนได้มีความสุขและได้ลงมือทำในสิ่งที่รัก รักตัวเองให้เยอะๆ พักผ่อนให้เยอะๆ ด้วย และอาจจะมีวันที่เจองานหนักหรืออะไรที่ไม่เป็นใจ ตาหวานก็อยากจะเป็นกำลังใจอยู่ตรงนี้ให้ทุกคนเหมือนเดิม อาจจะไม่ได้เจอกันบ่อย แต่ถ้ามีงานที่ทำให้เราได้พบกันก็จะคอยอัปเดตเสมอเผื่อทุกคนจะเวียนมาพบปะและมาให้กำลังใจกัน อยากให้ทุกคนมีความสุขมากๆ ในชีวิต พบเจอสิ่งดีๆ แล้วพบกันนะคะ

 

BNK48

 

อร: อรจะพยายามมีกิจกรรมที่ทำให้ได้เจอกับแฟนคลับบ่อยๆ ไม่ได้อยากให้ห่างหายกันไป พยายามทำให้เราได้มาเจอกัน ให้พวกเราได้เข้าถึงกันมากขึ้น ขอบคุณที่คอยซัพพอร์ตกันมาตลอดหลายปี หนูเชื่อว่าทุกคนจะยังรักและหวังดีกับเราเสมอ หนูรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่หันไปเจอแฟนคลับทุกคน อยากจะจับมือแฟนคลับและเดินต่อไปด้วยกันจนสุดเส้นทาง ก็ขอบคุณที่เข้ามาเป็นความทรงจำที่ดีของเรา ซึ่งเราก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแฟนคลับ ดีใจที่ได้เจอทุกคน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอนาคตเราจะได้เจอกันอีก

The post รีแคปชีวิต 2022 กับ 4 สาว อร, เนย, ก่อน และ ตาหวาน ก่อนออกผจญภัยสู่การเดินทางครั้งใหม่ของชีวิต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ไม่เคยรู้สึกเหงาขนาดนี้มาก่อนในชีวิต! JENNIS | I WAS, I AM, I WILL EP.4 https://thestandard.co/i-was-i-am-i-will-ep-4/ Sat, 03 Dec 2022 06:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=719392 ณขณะเหงา ในบท

เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ มาเยือน I WAS, I AM, I WILL จากผลง […]

The post ชมคลิป: ไม่เคยรู้สึกเหงาขนาดนี้มาก่อนในชีวิต! JENNIS | I WAS, I AM, I WILL EP.4 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณขณะเหงา ในบท

เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ มาเยือน I WAS, I AM, I WILL จากผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดของเธอที่ชื่อว่า #ณขณะเหงา ในบท ‘ใยไหม’ สาวมั่นที่แสนโดดเดี่ยว คราวนี้เธอแวะมาเปิดเผยทุกเรื่องที่เธออยากเล่าแบบสนุกๆ แต่จับใจ ทั้งเรื่องเปลี่ยนสีผมไปมาระหว่างถ่ายทำงานแสดงพร้อมๆ กัน นิยายรักเล่มแรกที่เธอซื้อ รวมไปถึงน้ำตาแห่งความเหงาที่เธอบอกว่า เกิดมา 22 ปี ไม่เคยเหงาเท่าช่วงนี้มาก่อน!

The post ชมคลิป: ไม่เคยรู้สึกเหงาขนาดนี้มาก่อนในชีวิต! JENNIS | I WAS, I AM, I WILL EP.4 appeared first on THE STANDARD.

]]>
The Cheese Sisters ความสัมพันธ์ของหญิงสาว 4 คู่ ที่หวานบ้างขมบ้าง แต่ภาพรวมยังไม่กลมกล่อม https://thestandard.co/the-cheese-sisters/ Fri, 25 Nov 2022 03:00:46 +0000 https://thestandard.co/?p=715146

The Cheese Sisters ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากค่าย iAM FILM […]

The post The Cheese Sisters ความสัมพันธ์ของหญิงสาว 4 คู่ ที่หวานบ้างขมบ้าง แต่ภาพรวมยังไม่กลมกล่อม appeared first on THE STANDARD.

]]>

The Cheese Sisters ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจากค่าย iAM FILMs และ Studio Commuan ที่นำกระบวนการทำชีสมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของหญิงสาว 4 คู่ โดยได้ 8 สมาชิก BNK48 และ CGM48 มาร่วมรับบทนำ ได้แก่ น้ำหนึ่ง-มิลิน ดอกเทียน และ เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล ในพาร์ต Dairy Farmer, ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ในพาร์ต Cheese Maker, วี-วีรยา จาง และ ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา ในพาร์ต Deliver, มามิ้งค์-มาณิฌา เอี่ยมดิลกวงศ์ และ คนิ้ง-วิทิตา สระศรีสม ในพาร์ต Baker

 

ด้านรายชื่อทีมผู้กำกับที่จะมาร่วมปรุงแต่งรสชาติครั้งนี้ นำโดย มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จาก ดิว ไปด้วยกันนะ (2562), อั้ม-ณัฐพงษ์ อรุณเนตร จากซีรีส์ ทริอาช The Series (2565), ตั๊ก-ฉันทนา ทิพย์ประชาชาติ จากซีรีส์ หน่าฮ่าน เดอะ ซีรีส์ (2565), นัทสอ-สรวิชญ์ เมืองแก้ว มือเขียนบทจาก ดิว ไปด้วยกันนะ และ ตู้-อัศฎา ลิขิตบุญมา จาก Self เราเห็นนาย

 

 

เริ่มต้นที่พาร์ต Dairy Farmer ในพาร์ตนี้จะเล่าเรื่องราวของ เฟิร์น (เนย) หญิงสาวที่สูญเสียพ่อไปอย่างกะทันหัน เธอจึงต้องขึ้นมาเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องดูแลฟาร์มโคนมต่อจากพ่อ พร้อมทั้งยังต้องจัดการกับปัญหาหนี้ก้อนโตไปพร้อมกัน โดยมี ฝน (น้ำหนึ่ง) เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง 

 

จุดเด่นข้อหนึ่งของพาร์ต Dairy Farmer ที่ผู้เขียนคิดว่าผู้กำกับและทีมสร้างนำเสนอออกมาได้น่าสนใจมากๆ คือปมปัญหาที่ตัวละครเฟิร์นต้องแบกรับ ทั้งเหตุผลที่ทำให้เฟิร์นอยากจะสานต่อฟาร์มโคนมของพ่อที่ทำให้เราเข้าใจเธอเป็นอย่างดี รวมถึงเงื่อนไขและภาระหน้าที่ต่างๆ ที่บีบบังคับให้เฟิร์นต้องตัดสินใจ ก็มีน้ำหนักมากพอที่ทำให้การตัดสินใจของเธอยากขึ้นกว่าเดิม จนทำให้เราสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักหน่วงที่เฟิร์นต้องเผชิญได้เป็นอย่างดี 

 

ขณะเดียวกัน จุดที่เราแอบเสียดายในพาร์ตนี้ เห็นจะเป็นวิธีการคลายปมปัญหาของเฟิร์นที่ดูกำกวมและเรียบง่ายเกินไปสักหน่อย ไม่ได้มีการฉายภาพให้เราเข้าใจอย่างชัดเจนนักว่าสุดท้ายแล้ว เฟิร์นสามารถแก้ไขปัญหาที่ถูกปูเอาไว้ในตอนแรกได้สำเร็จหรือไม่ และการตัดสินใจของเธอมันส่งผลต่อคนรอบข้างอย่างไร เช่นเดียวกับปมปัญหาของตัวละครฝนที่ถูกปูเอาไว้ได้น่าสนใจมากๆ แต่ผู้กำกับและทีมสร้างก็ไม่ได้พาเราไปสำรวจเรื่องราวของฝนมากนัก จนทำให้เราแอบเสียดายเรื่องราวของเธออยู่เช่นกัน

 

 

ต่อเนื่องกันที่พาร์ต Cheese Maker เล่าเรื่องราวของ ไอริน (เจนนิษฐ์) สาววัยทำงานที่ดูจะไม่ค่อยมีความสุขกับการดำเนินชีวิตของตัวเองเท่าไรนัก เธอจึงตัดสินใจออกเดินทางไปพักผ่อนจิตใจในโฮมสเตย์เล็กๆ แห่งหนึ่ง และนั่นก็ทำให้เธอได้มาพบกับ นาว (ปัญ) หญิงสาวที่คอยช่วยพ่อและแม่ดูแลโฮมสเตย์แห่งนี้ เรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงเริ่มต้นขึ้น 

 

หากนับรวมทั้ง 4 พาร์ต ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า Cheese Maker คือพาร์ตที่นำเสนอเรื่องราวออกมาได้ ‘กลมกล่อม’ มากที่สุด แม้ว่าในพาร์ตนี้จะมีจุดสังเกตในแง่ของการดำเนินเรื่องที่เรียบง่าย จนทำให้เราคาดเดาเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบได้ไม่ยาก 

 

แต่ขณะเดียวกัน ผู้กำกับก็สามารถปรุงแต่งรสชาติของความโรแมนติก-คอเมดี้ออกมาได้อย่างพอเหมาะ โดยเฉพาะคาแรกเตอร์กวนๆ ขี้เล่นของนาวที่สร้างเสียงหัวเราะให้เราได้เสมอ รวมถึงความคิดและความรู้สึกของไอรินที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากตอนต้นเรื่อง ก็ทำให้ธีมหลักของเรื่องอย่างความสัมพันธ์และการเติบโตมีความชัดเจนมากขึ้นอีกด้วย 

 

 

สลับมาที่พาร์ต Deliver บอกเล่าเรื่องราวของ ปราง (วี) พนักงานขนส่งชีสสาว ที่บังเอิญมาเจอกับ มิว (ฟ้อนด์) เพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมานาน มิวได้ขอให้ปรางช่วยพาเธอไปส่งที่สถานีรถไฟ เพื่อย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้จะไม่ราบรื่นเท่าไรนัก 

 

จุดเด่นข้อหนึ่งของ Deliver ที่โดดเด่นมากๆ เห็นจะเป็นการแสดงของสองนักแสดงนำอย่างวีและฟ้อนด์ ที่ถ่ายทอดมวลความรู้สึกของตัวละครออกมาได้อย่างแจ่มชัด ทั้งความรู้สึกหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต ความสับสนในจิตใจของตัวละคร และความเจ็บปวดของการจากลา  

 

อย่างไรก็ตาม จุดสังเกตของ Deliver ที่เราแอบเสียดายคือ กลวิธีนำเสนอที่ไม่สามารถชวนให้เรารู้สึกร่วมไปกับตัวละครเท่าไรนัก โดยเฉพาะปมปัญหาของทั้งคู่ที่ดูรวบรัดและคลุมเครือพอสมควร ในแง่หนึ่งอาจเป็นเพราะด้วยระยะเวลาในการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างจำกัด จึงทำให้ผู้กำกับไม่สามารถพาเราไปทำความรู้จัก และสำรวจเรื่องราวความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้อย่างลงลึก จนส่งผลให้ในช่วงสุดท้าย เรากลับไม่รู้สึกอินกับบทสรุปของทั้งคู่เท่าไรนัก

 

 

ปิดท้ายด้วยพาร์ต Baker เล่าเรื่องราวของ แพท (มามิ้งค์) หญิงสาวเจ้าของร้านคาเฟ่ที่ชื่นชอบความสงบสุข แต่เธอกลับต้องมารับมือกับ เมจิ (คนิ้ง) เด็กสาวข้างบ้านที่ขอให้เธอช่วยสอนทำเค้กให้ ชีวิตที่แสนวุ่นวายของแพทจึงเริ่มต้นขึ้น 

 

Baker ดูจะเป็นพาร์ตที่ขับเน้นไปในทางคอเมดี้มากกว่าพาร์ตอื่นๆ แต่ด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่เรารู้สึกว่าผู้กำกับและทีมสร้างยังนำเสนอออกมาได้ไม่กลมกล่อมเท่าไรนัก จึงทำให้ในพาร์ตนี้มีความขาดๆ เกินๆ อยู่พอสมควร 

 

เริ่มต้นด้วยการกระทำหลายๆ อย่างของตัวละครดูไม่สมเหตุสมผล เช่น ในฉากเล็กๆ ที่แพทกำลังต้อนรับลูกค้าอยู่ เธอก็เดินเข้ามาแทรกบทสนทนาเอาดื้อๆ แถมแพทก็เลือกที่จะหันมาสนใจเมจิ และมองข้ามลูกค้าคนก่อนหน้าไปเสียอย่างนั้น รวมไปถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่ดูรวบรัดตัดตอนไปพอสมควร จึงส่งผลให้เราไม่มีความรู้สึกร่วมไปกับเรื่องราวของพวกเธอได้อย่างที่ควรจะเป็น

 

 

เมื่อเราลองมองภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นส่วนๆ ผู้เขียนคิดว่าเรื่องราวในแต่ละพาร์ตก็มีจุดเด่นที่เราชื่นชอบ และข้อสังเกตที่เรารู้สึกเสียดายแตกต่างกันไป แต่หากลองถอยมามองในภาพรวมทั้งหมด เรารู้สึกว่า The Cheese Sisters มีความโดดเด่นมากๆ ในแง่ของไอเดียตั้งต้น อย่างการนำขั้นตอนของการทำชีสมาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวการเติบโตของตัวละครที่ต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย รวมถึงปมปัญหาต่างๆ ของตัวละครที่ถูกปูมาได้อย่างน่าสนใจ

 

แต่ด้วยองค์ประกอบหลายๆ ส่วนที่อาจจะยังดูขาดๆ เกินๆ อยู่สมควร เราจึงรู้สึกว่าชีสก้อนนี้ยังดูไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างที่ผู้สร้างต้องการนำเสนอ จนทำให้เราแอบคิดว่า บางทีหาก The Cheese Sisters ถูกนำเสนอในรูปแบบของซีรีส์ที่มีพื้นที่ และเวลาให้ผู้กำกับได้พาผู้ชมไปสำรวจเรื่องราวของตัวละครต่างๆ อย่างเต็มที่ ก็อาจจะดูเหมาะสมและน่าติดตามมากกว่าหรือเปล่า  

 

รับชมตัวอย่าง The Cheese Sisters ได้ที่ 

 

 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ภาพ: iAM FILMs

The post The Cheese Sisters ความสัมพันธ์ของหญิงสาว 4 คู่ ที่หวานบ้างขมบ้าง แต่ภาพรวมยังไม่กลมกล่อม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เอม ภูมิภัทร & เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ | SHADOW OF DOUBT | POP FASHION FILM https://thestandard.co/shadow-of-doubt-vdo/ Mon, 21 Nov 2022 12:40:04 +0000 https://thestandard.co/?p=713177

SHADOW OF DOUBT ได้เวลาเปิดตัว FASHION FILM ชิ้นแรกของ […]

The post ชมคลิป: เอม ภูมิภัทร & เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ | SHADOW OF DOUBT | POP FASHION FILM appeared first on THE STANDARD.

]]>

SHADOW OF DOUBT ได้เวลาเปิดตัว FASHION FILM ชิ้นแรกของ THE STANDARD POP ที่ได้สองนักแสดงรุ่นใหม่ เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ จากละครดราม่าเข้มข้น ณ ขณะเหงา (The Broken Us) ที่กำลังออนแอร์ทางช่อง Thai PBS มาร่วมงานในครั้งนี้ นอกจากทั้งสองคนจะเต็มไปด้วยผลงานบนเส้นทางบันเทิงโดดเด่นมาตลอดปี ทั้งคู่ยังฉายทั้งเสน่ห์และความสามารถด้านการแสดงให้ได้เห็นในผลงานชิ้นนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม

The post ชมคลิป: เอม ภูมิภัทร & เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ | SHADOW OF DOUBT | POP FASHION FILM appeared first on THE STANDARD.

]]>
SHADOW OF DOUBT เอม ภูมิภัทร-เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ กับ Fashion Set ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก https://thestandard.co/shadow-of-doubt-photo-album/ Mon, 21 Nov 2022 12:35:18 +0000 https://thestandard.co/?p=713114

เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ กำลังมีผ […]

The post SHADOW OF DOUBT เอม ภูมิภัทร-เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ กับ Fashion Set ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก appeared first on THE STANDARD.

]]>

เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ กำลังมีผลงานการแสดงร่วมกันในละครดราม่าเข้มข้น ณ ขณะเหงา (The Broken Us) ที่กำลังออนแอร์ทางช่อง Thai PBS แต่ที่มากไปยิ่งกว่านั้นคือเครดิตการทำงานในฐานะ ‘นักแสดง’ ที่ทำให้เราเชื่อใจได้แน่ๆ ว่าผลงานของพวกเขาทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จะสร้างความประทับใจให้กับคนดูไม่แง่ใดก็แง่หนึ่ง 

 

เช่นเดียวกับ SHADOW OF DOUBT งานแฟชั่นเซ็ตที่ทั้งสองคนไม่ได้เพียงแต่พรีเซนต์ความสวยงามของเสื้อผ้า หากแต่ได้ดึงเอาอารมณ์และความรู้สึกด้านงานแสดงมามาสวมทับไว้ในได้อย่างโดดเด่น น่าประทับใจ

 

คลิกเพื่อชม POP FASHION FILM เอม ภูมิภัทร & เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ | SHADOW OF DOUBT ได้ที่ YouTube

 

 

นายแบบ: เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ

นางแบบ: เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ 

ภาพ: สลัก แก้วเชื้อ

สไตลิสต์: ศิรินันท์ ทวีพัฒน์ 

ผู้ช่วยสไตลลิสต์: ฐิติกร หอมหวล

แต่งหน้า: ชวิกา เหลี่ยวไชยพันธุ์

เสื้อผ้า: Greyhoundoriginal, Club21thailand

The post SHADOW OF DOUBT เอม ภูมิภัทร-เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ กับ Fashion Set ที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึก appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำหนึ่งเนย-ปัญเจนนิษฐ์-วีฟ้อนด์-คมิ้ง ถ่ายทอดความสัมพันธ์ของหญิงสาว 4 คู่ใน The Cheese Sisters https://thestandard.co/the-cheese-sisters-48group/ Fri, 04 Nov 2022 04:26:26 +0000 https://thestandard.co/?p=704224

The Cheese Sisters ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก iAM FILMS แล […]

The post น้ำหนึ่งเนย-ปัญเจนนิษฐ์-วีฟ้อนด์-คมิ้ง ถ่ายทอดความสัมพันธ์ของหญิงสาว 4 คู่ใน The Cheese Sisters appeared first on THE STANDARD.

]]>

The Cheese Sisters ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก iAM FILMS และ Studio Commuan ที่นำแสดงโดย 8 สมาชิกจากไอดอลกรุ๊ป BNK48 และ CGM48 ได้ปล่อยตัวอย่างล่าสุดออกมาให้แฟนๆ ได้เตรียมความพร้อม ก่อนไปร่วมลุ้นกันว่าเรื่องราวความรักของหญิงสาว 4 คู่ครั้งนี้จะ ‘หวาน’ หรือ ‘ขม’ พร้อมกัน 24 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

 

สำหรับ The Cheese Sisters จะแบ่งเนื้อหาของภาพยนตร์ออกเป็น 4 พาร์ต ตามกระบวนการทำชีส ประกอบด้วย Dairy Farmer จะว่าด้วยเรื่องราวการทำฟาร์มนมวัวสำหรับทำชีส, Cheese Maker เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตชีส, Deliver เล่าเกี่ยวกับขั้นตอนการขนส่งชีส และ Baker กับเรื่องราวการทำขนม ณ ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง 

 

 

ควบคู่ไปกับเรื่องราวความสัมพันธ์ของหญิงสาว 4 คู่ ที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของหญิวสาวที่ต้องรับช่วงต่อฟาร์มนมต่อจากพ่อผู้ล่วงลับ หญิงสาวที่เริ่มออกเดินทางเพื่อใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง หญิงสาวที่ได้มากลับมาเจอกับความรักครั้งเก่า และหญิงสาวที่กำลังแอบรักใครอีกคน 

 

 

ภาพยนตร์นำแสดงโดย 8 สมาชิกจาก BNK48 และ CGM48 ประกอบด้วย น้ำหนึ่ง-มิลิน ดอกเทียน และ เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล ในพาร์ต Dairy Farmer, ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ในพาร์ต Cheese Maker, วี-วีรยา จาง และ ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา ในพาร์ต Deliver และ มามิ้งค์-มาณิฌา เอี่ยมดิลกวงศ์ และ คนิ้ง-วิทิตา สระศรีสม ในพาร์ต Baker 

 

 

ด้านทีมผู้กำกับมากฝีมือที่จะมาร่วมปรุงแต่งรสชาติ นำโดย มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จาก ดิว ไปด้วยกันนะ (2562), อั้ม-ณัฐพงษ์ อรุณเนตร จากซีรีส์ ทริอาช The series (2565), ตั๊ก-ฉันทนา ทิพย์ประชาชาติ จากซีรีส์ หน่าฮ่าน เดอะ ซีรีส์ (2565) พร้อมด้วยสองผู้กำกับรุ่นใหม่จาก Studio Commuan อย่าง นัทสอ-สรวิชญ์ เมืองแก้ว มือเขียนบทจาก ดิว ไปด้วยกันนะ และ ตู้-อัศฎา ลิขิตบุญมา จาก Self เราเห็นนาย 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

The post น้ำหนึ่งเนย-ปัญเจนนิษฐ์-วีฟ้อนด์-คมิ้ง ถ่ายทอดความสัมพันธ์ของหญิงสาว 4 คู่ใน The Cheese Sisters appeared first on THE STANDARD.

]]>
Faces of Anne ลึกลับชวนติดตาม และพื้นที่โชว์ฝีมือของ ‘นักแสดงหญิง’ ที่ฝากความหวังไว้กับพวกเธอได้ https://thestandard.co/faces-of-anne-review/ Tue, 11 Oct 2022 13:51:10 +0000 https://thestandard.co/?p=694576

Faces of Anne คือภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่องล่าสุดจากค่าย M […]

The post Faces of Anne ลึกลับชวนติดตาม และพื้นที่โชว์ฝีมือของ ‘นักแสดงหญิง’ ที่ฝากความหวังไว้กับพวกเธอได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Faces of Anne คือภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่องล่าสุดจากค่าย M Pictures ผ่านวิสัยทัศน์ของสองผู้กำกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี จาก Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า (2562) และ ปอม-ราสิเกติ์ สุขกาล หนึ่งในผู้กำกับจาก Five to Nine (2558) พร้อมได้ 10 นักแสดงหญิงมากฝีมือมาร่วมรับบทนำ ได้แก่ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ, วี-วิโอเลต วอเทียร์, อิ้งค์-วรันธร เปานิล, มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร, ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์, ก้อย-อรัชพร โภคินภากร, นาน่า-ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ (เจนนิษฐ์ BNK48) และ มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์ (มิวสิค BNK48)

 

ภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของกลุ่มตัวละครหญิงที่ถูกจับตัวมายังสถานที่ปริศนาแห่งหนึ่งเพื่อทำการทดลองบางอย่าง โดยความแปลกประหลาดครั้งนี้คือพวกเธอทุกคนต่างมีชื่อว่า ‘แอน’ อีกทั้งใบหน้าของพวกเธอจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นคนอีกคน พวกเธอจึงต้องหาทางหลบหนีออกจากสถานที่ดังกล่าว พร้อมกับตามหาความจริงของเหตุการณ์ทั้งหมด แต่ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ง่ายขนาดนั้น เมื่อพวกเธอต้องหลบหนีจากการตามล่าของปีศาจนาม Vetigo ที่จะปรากฏตัวขึ้นทุกคืน

 

 

สิ่งที่โดดเด่นมากๆ ของ Faces of Anne คือการปูเรื่องราวในช่วง 10 นาทีแรกของเรื่องที่สร้างความน่าติดตามให้เราได้อย่างอยู่หมัด โดยบอกเล่าผ่านสายตาของหญิงสาวคนหนึ่งที่ตื่นขึ้นมาในสถานที่ปริศนา แถมเธอยังจำเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้อีกต่างหาก มีเพียงอย่างเดียวที่เธอรู้คือเธอและผู้หญิงคนอื่นต่างมีชื่อว่า ‘แอน’ นั่นจึงทำให้ผู้ชมจะได้ประสบพบเจอและรับรู้ข้อมูลต่างๆ ไปพร้อมกับตัวละครดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น เธอเป็นใคร, ที่นี่ที่ไหน, ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่, หมอและพยาบาลเหล่านี้ต้องการอะไร และทำไมถึงมีผู้หญิงที่ชื่อ ‘แอน’ เหมือนเธอ

 

ขณะเดียวกัน เมื่อเรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ เราก็จะได้รับเบาะแสต่างๆ ที่ผู้กำกับและทีมสร้างค่อยๆ สอดแทรกเข้ามาทีละนิดทีละหน่อย เพื่อให้เราได้ร่วมกันตีความเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปพร้อมกับตัวละคร กล่าวคือ Faces of Anne อาจเปรียบได้กับจิ๊กซอว์ภาพหนึ่ง ที่ผู้กำกับและทีมสร้างจะค่อยๆ ยื่นชิ้นส่วนต่างๆ มาให้เราได้ประกอบเรื่องราวให้สมบูรณ์ แต่จิ๊กซอว์ชิ้นต่างๆ จะถูกประกอบเข้าด้วยกันอย่างหลวมๆ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้ตีความเรื่องราวในแบบฉบับของตัวเองอีกด้วย

 

 

ซึ่งนอกจากพล็อตเรื่องที่แข็งแรงมากๆ อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่สร้างความน่าสนใจให้กับภาพยนตร์คืองานโปรดักชันอันแปลกตา ทั้งการออกแบบฉากหลังของเรื่อง การใช้แสงสีที่ช่วยเสริมความน่าฉงนสงสัยให้กับสถานที่ดังกล่าว ดนตรีประกอบที่ปลุกเร้าให้เราเห็นถึงความไม่ปลอดภัย จังหวะการตัดต่อที่เสริมความลึกลับซับซ้อนให้กับเรื่องราวมากยิ่งขึ้น ไปจนถึงรูปแบบของการ ‘เปลี่ยนใบหน้า’ จากใบหน้าหนึ่งไปอีกใบหน้าหนึ่ง ที่นำเสนอออกมาได้อย่าง ‘บิดเบี้ยว’ ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เราได้เป็นอย่างดี

 

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ Faces of Anne ที่สร้างความฮือฮาแก่ผู้ชมตั้งแต่ตัวอย่างคือรายชื่อนักแสดงนำทั้ง 10 คนที่มาสวมบทเป็น ‘แอน’ ซึ่งต่างก็เป็นนักแสดงหญิงที่เคยพิสูจน์ฝีมือการแสดงให้ทุกคนได้ชมมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ออกแบบ จาก ฉลาดเกมส์โกง (2560), วี จาก ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ (2558), เจนนิษฐ์ จาก Where We Belong ฯลฯ รวมถึงนักแสดงสมทบอีกหลายคนที่มาร่วมสวมบทเป็น ‘แอน’ เช่น โจ้-พลอยยุคล โรจนกตัญญู จาก กระสือสยาม (2562), แป๋ม-ไปรยา สังขจินดา จาก 4Kings (2564), แพรวา-แพรรุจิรา โกมลารชุน ศิลปินจากค่าย Kiddo Records ฯลฯ

 

ซึ่งนักแสดงทุกคนต่างทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘แอน’ ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเธอต้องมาสวมบทเป็น ‘ตัวละครตัวเดียวกัน’ แต่พวกเธอก็สามารถถ่ายทอดคำพูดและอากัปกิริยาต่างๆ ออกมา จนทำให้เราเชื่ออย่างสนิทใจว่าพวกเธอกำลังสวมบทเป็น ‘แอน’ คนเดียวกันอยู่

 

 

สำคัญที่สุด ภายใต้เรื่องราวการเอาชีวิตรอดสุดระทึก ปริศนาต่างๆ ที่ชวนให้เราหาคำตอบตลอดทั้งเรื่อง งานสร้างอันโดดเด่น และการแสดงอันยอดเยี่ยมของทีมนักแสดงทุกคน Faces of Anne ยังมาพร้อมกับ ‘หัวใจสำคัญ’ ของเรื่องที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้ชมได้ไม่ยาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้คนรอบข้าง เผชิญกับความคาดหวัง การถูกเปรียบเทียบ และปัญหาอีกมากมายที่ค่อยๆ สร้างบาดแผลทางจิตใจแก่พวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว

 

เราจึงอาจตีความได้ในแง่มุมหนึ่งว่า Faces of Anne อาจกำลังชวนให้เราลองหยิบประเด็นดังกล่าวขึ้นมาพูดคุย ขบคิด เพื่อช่วยกันหาทางออกของปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการรักษาบาดแผลทาง ‘จิตใจ’ ที่ใครหลายคนอาจกำลังมองข้ามไป

 

 

ในภาพรวมแล้ว เราขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่า Faces of Anne คือภาพยนตร์ไทยอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ชมไม่ควรพลาด ด้วยรูปแบบการนำเสนอที่สลับซับซ้อน ชวนให้เราติดตามได้ตั้งแต่ต้นจนจบ งานโปรดักชันที่ถูกสร้างสรรค์มาได้อย่างละเมียดละไม รวมถึงการแสดงของทีมนักแสดงทุกคนที่ต่างก็ถ่ายทอดบทบาทของ ‘แอน’ ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

 

Faces of Anne มีกำหนดเข้าฉายวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

 

 

รับชมรายการ ON THAT DAY EP.19 มิวสิค เจนนิษฐ์ ความผูกพัน การจากลา ในวันที่ไม่มี BNK48 ต่อท้ายชื่อ ได้ที่นี่

 

 

 

ภาพ: M Pictures

The post Faces of Anne ลึกลับชวนติดตาม และพื้นที่โชว์ฝีมือของ ‘นักแสดงหญิง’ ที่ฝากความหวังไว้กับพวกเธอได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจการเดินทางในฐานะไอดอลของ ‘ลูกพี่’ เจนนิษฐ์ BNK48 https://thestandard.co/jennis-oprasert-bnk48/ Tue, 11 Oct 2022 10:01:03 +0000 https://thestandard.co/?p=694413 เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ได้ประกาศ […]

The post สำรวจการเดินทางในฐานะไอดอลของ ‘ลูกพี่’ เจนนิษฐ์ BNK48 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

วันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ได้ประกาศจบการศึกษาจากวง BNK48 ภายหลังจากการแสดงสเตจ Saishuu Bell ga Naru ณ เธียเตอร์ BNK48 The Campus

 

THE STANDARD POP ถือโอกาสชวนแฟนๆ มาร่วมย้อนชมการเดินทางบนเส้นทางสายไอดอลของ ‘ลูกพี่’ ที่คอยส่งมอบกำลังใจให้กับแฟนๆ ในฐานะสมาชิกวง BNK48 รุ่นที่ 1 เสมอมา

 

สามารถรับชมรายการ ON THAT DAY EP.19 มิวสิค เจนนิษฐ์ ความผูกพัน การจากลา ในวันที่ไม่มี BNK48 ต่อท้ายชื่อ ได้ที่นี่ 

 

 

เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post สำรวจการเดินทางในฐานะไอดอลของ ‘ลูกพี่’ เจนนิษฐ์ BNK48 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ประกาศจบการศึกษาจาก BNK48 https://thestandard.co/jennis-bnk48-graduated/ Sun, 09 Oct 2022 03:12:59 +0000 https://thestandard.co/?p=693286 เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

วันนี้ (8 ตุลาคม) เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ได้ประกาศจบการศึ […]

The post เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ประกาศจบการศึกษาจาก BNK48 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ

วันนี้ (8 ตุลาคม) เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ได้ประกาศจบการศึกษาจาก BNK48 ภายหลังจากแสดงสเตจ Saishuu Bell ga Naru ณ เธียเตอร์ BNK48 The Campus

 

โดยหลังจากนี้เจนนิษฐ์จะยังคงทำกิจกรรมในฐานะสมาชิกวง BNK48 จนถึงช่วงปลายเดือนธันวาคมปีนี้ ส่วนการแสดงสเตจจบการศึกษา ทางวงจะประกาศให้แฟนๆ ได้ติดตามอีกครั้งในภายหลัง

 

THE STANDARD POP ขอร่วมส่งกำลังใจให้กับเจนนิษฐ์สำหรับการเดินทางครั้งใหม่ที่เธอเลือกเดิน และขอขอบคุณสำหรับความสุขและกำลังใจที่คอยส่งมอบให้กับแฟนคลับเสมอมา

 

อ้างอิง:

The post เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ประกาศจบการศึกษาจาก BNK48 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับตาเคมีการแสดง เอม ภูมิภัทร-เจนนิษฐ์ ในละคร ณ ขณะเหงา เรื่องราวของคนแตกสลายในเมืองใหญ่ 30 ต.ค. นี้ https://thestandard.co/the-broken-us/ Fri, 07 Oct 2022 09:28:33 +0000 https://thestandard.co/?p=692784 ณ ขณะเหงา

“พังแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ถ้าเราแตกสลายอยู่ข้างๆ กัน” &nbsp […]

The post จับตาเคมีการแสดง เอม ภูมิภัทร-เจนนิษฐ์ ในละคร ณ ขณะเหงา เรื่องราวของคนแตกสลายในเมืองใหญ่ 30 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณ ขณะเหงา

“พังแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ถ้าเราแตกสลายอยู่ข้างๆ กัน”

 

30 ตุลาคมนี้ พบกับ ณ ขณะเหงา (The Broken Us) ละครดราม่าอบอุ่นหัวใจจาก Thai PBS ว่าด้วยเรื่องราวของคนเหงาที่บังเอิญมาพบกันในเมืองใหญ่ และบาดแผลที่ซุกซ่อนในจิตใจของทุกตัวละคร นำแสดงโดย เอม-ภูมิภัทร ถาวรศิริ, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ (เจนนิษฐ์ BNK48), ต๊งเหน่ง-รัดเกล้า อามระดิษ และ แม็ค-ณัฐพัชร์ นิมจิรวัฒน์ และกำกับโดย เก้า- วิรดา คูหาวันต์

 

 

บทประพันธ์และบทโทรทัศน์โดย จารุนันท์ พันธชาติ, มินตา ภณปฤณ, นีลชา เฟื่องฟูเกียรติ และ กมลสรวง อักษรานุเคราะห์ เล่าเรื่องของ ซัน (เอม ภูมิภัทร) ชายหนุ่มวัย 30 ปี มีภาวะ Asperger’s Syndrome ซึ่งเป็นความผิดปกติทางระบบประสาทที่ทำให้ไม่สามารถควบคุมและรับรู้อารมณ์ความรู้สึก เขาจึงกลายเป็นคนที่ดูเฉยชากับทุกสิ่งทุกอย่าง

 

ในวัยเด็กซันเคยมีครอบครัวที่อบอุ่น กระทั่งเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ เขากับน้องสาวจึงกลายเป็นเด็กกำพร้าและเติบโตมาด้วยกันสองคน หลังจากน้องสาวกับสามีย้ายไปต่างประเทศ ซันจึงรู้สึกว่าตัวเองได้ทำหน้าที่โดยสมบูรณ์แล้ว เมื่อไม่มีเหตุผลในการมีชีวิตอยู่ ก็ถึงเวลาที่ชีวิตอันว่างเปล่าของเขาควรจะจบลง

 

แต่แผนการจากไปของซันกลับล้มเหลวอีกครั้งเพราะการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ ลุงหมอก (พ่ออี๊ด-สุประวัติ ปัทมสูต) เจ้าของร้านกาแฟและห้องสมุดชื่อ Tiny Butterfly ทำให้ซันได้เจอกับลูกค้าประจำร้านอย่าง ใยไหม (เจนนิษฐ์) สาวนักวางแผนการเงินวัย 20 ปลายๆ ที่ภายนอกดูเป็นคนมั่นใจ ไม่ชอบความสัมพันธ์แบบผูกมัด แต่ลึกๆ แล้วเธอมีอดีตเรื่องครอบครัวและเพื่อนสนิทที่เป็นบาดแผลอยู่ในใจ

 

และยังได้เจอกับ ต่อ (แม็ค ณัฐพัชร์) เด็กหนุ่มอายุ 16 ปี ที่อยู่ในระหว่างการค้นหาอัตลักษณ์ทางเพศและอนาคตของตัวเอง เขาทะเลาะกับที่บ้านก่อนจะหนีมากรุงเทพฯ ตัวคนเดียว จนมาเจอกับร้านของลุงหมอกและได้พักอาศัยอยู่ที่นั่นก่อนที่ลุงหมอกจะเสียชีวิตลง

 

พวกเขาจับพลัดจับผลูไปช่วยจัดการงานศพให้กับชายไร้ญาติอย่างลุงหมอก ขณะที่ เจ๊เมี่ยง (ต๊งเหน่ง รัดเกล้า) หญิงหม้ายเจ้าของตึกที่ลุงหมอกเช่าก็ได้ยื่นคำขาดให้ต่อย้ายออกจากร้าน ต่อที่ยังเป็นผู้เยาว์จึงขอร้องให้ซันช่วยทำสัญญาเช่าร้าน Tiny Butterfly โดยมีใยไหมที่ปรึกษาด้านการเงินของเจ๊เมี่ยงเป็นพยานในการทำสัญญา ความสัมพันธ์ของผู้คนที่เดียวดายและแตกสลายทั้ง 4 คน จึงได้ผูกพันกันมากขึ้นจากร้านแห่งนี้

 

 

ผู้สร้างเผยว่า ณ ขณะเหงา จะเป็นเสมือนคู่มือการจัดการความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีของคนในสังคม ให้มีความเคารพ ให้เกียรติ ยอมรับความแตกต่างซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังหวังว่าละครเรื่องนี้จะช่วยกันป้องกัน ดูแล และเฝ้าระวังเพื่อไม่ให้ใครต้องจากไปก่อนเวลาอันควร

 

ณ ขณะเหงา

 

ณ ขณะเหงา เริ่มตอนแรก 30 ตุลาคมนี้ และออนแอร์ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15-21.10 น. ทาง Thai PBS ช่องหมายเลข 3 พร้อมรับชมย้อนหลังทาง www.VIPA.me

The post จับตาเคมีการแสดง เอม ภูมิภัทร-เจนนิษฐ์ ในละคร ณ ขณะเหงา เรื่องราวของคนแตกสลายในเมืองใหญ่ 30 ต.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: วันที่ไม่มี BNK48 ต่อท้าย มิวสิค-เจนนิษฐ์ | ON THAT DAY EP.19 https://thestandard.co/on-that-day-music-jennis-bnk48/ Thu, 06 Oct 2022 15:49:12 +0000 https://thestandard.co/?p=692329

รายการ On That Day EP.19 THE STANDARD POP ชวนทุกคนย้อนเ […]

The post ชมคลิป: วันที่ไม่มี BNK48 ต่อท้าย มิวสิค-เจนนิษฐ์ | ON THAT DAY EP.19 appeared first on THE STANDARD.

]]>

รายการ On That Day EP.19 THE STANDARD POP ชวนทุกคนย้อนเวลากลับไปสำรวจทุกเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในทุกช่วงชีวิต ไปพร้อมกับ มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์ และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ 

 

เริ่มต้นตั้งแต่นิสัยการเล่นโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนแปลงไป, จุดเริ่มต้นการเป็น BNK48, การเติบโต, ความเปลี่ยนแปลง, มิตรภาพ, การแข่งขัน, ความผิดหวัง, การจากลากับเพื่อนๆ ที่เติบโตมาด้วยกัน Faces of Anne ผลงานล่าสุดที่ทั้งคู่เล่นด้วยกัน และเตรียมเข้าฉายในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ 

 

ไปจนถึงอนาคตในวันที่ไม่มีนามสกุล BNK48 ต่อท้าย

The post ชมคลิป: วันที่ไม่มี BNK48 ต่อท้าย มิวสิค-เจนนิษฐ์ | ON THAT DAY EP.19 appeared first on THE STANDARD.

]]>
Faces of Anne เผยตัวอย่างล่าสุดที่มาพร้อมฉากไล่ล่าของปีศาจทวีความระทึก! https://thestandard.co/faces-of-anne-teaser/ Tue, 27 Sep 2022 14:47:45 +0000 https://thestandard.co/?p=687680 Faces of Anne

“นี่ไม่ใช่เวลาจะเล่นบทเป็นคนดี”   ยิ่งทวีความน่าติ […]

The post Faces of Anne เผยตัวอย่างล่าสุดที่มาพร้อมฉากไล่ล่าของปีศาจทวีความระทึก! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Faces of Anne

“นี่ไม่ใช่เวลาจะเล่นบทเป็นคนดี”

 

ยิ่งทวีความน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ Faces of Anne ภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่องล่าสุดจากสองผู้กำกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี จาก Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า (2562) และ ปอม-ราสิเกติ์ สุขกาล หนึ่งในผู้กำกับจาก Five to Nine (2558) ที่ล่าสุดได้มีการปล่อยตัวอย่างเต็มออกมาให้ผู้ชมได้อุ่นเครื่อง ก่อนไปร่วมติดตามการเอาชีวิตรอดของ ‘แอน’ พร้อมกันวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Faces of Anne

Faces of Anne

 

โดยในตัวอย่างล่าสุดได้เผยรายละเอียดของภาพยนตร์ให้เราได้ชมเพิ่มเติม นั่นคือการปรากฏตัวของปีศาจนาม Vetigo ที่จะปรากฏตัวขึ้นทุกคืน เพื่อออกตามล่ากลุ่มหญิงสาวที่ทุกคนต่างมีชื่อว่า ‘แอน’ ที่ถูกจับตัวมาทำการทดลองในสถานที่ปริศนา อีกทั้งใบหน้าของพวกเธอจะเปลี่ยนแปลงไปทุกๆ 2 นาที กลุ่มหญิงสาวจึงต้องออกตามหาตัวจริงของ ‘แอน’ เพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานที่แห่งนี้ไปให้ได้ 

 

Faces of Anne

Faces of Anne

 

สำหรับรายชื่อนักแสดงที่จะมาสวมบทเป็น ‘แอน’ ต่างก็เป็นนักแสดงหญิงรุ่นใหม่ที่น่าจับตามอง นำโดย ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง และ อุ้ม-อิษยา ฮอสุวรรณ จาก ฉลาดเกมส์โกง (2560), วี-วิโอเลต วอเทียร์ จาก One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ (2565), อิ๊งค์-วรันธร เปานิล จาก Snap แค่…ได้คิดถึง (2558), มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร จาก แสงกระสือ (2562)

 

ปันปัน-สุทัตตา อุดมศิลป์ จาก เมย์ไหน..ไฟแรงเฟร่อ (2558), ก้อย-อรัชพร โภคินภากร จาก รัก-ออกแบบไม่ได้ (2559), นาน่า-ศวรรยา ไพศาลพยัคฆ์ จาก ฉลาดเกมส์โกง (2563), เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ (เจนนิษฐ์ BNK48) และ มิวสิค-แพรวา สุธรรมพงษ์ (มิวสิค BNK48) จาก Where We Belong

 

รับชมตัวอย่างเต็มได้ที่นี่

 

The post Faces of Anne เผยตัวอย่างล่าสุดที่มาพร้อมฉากไล่ล่าของปีศาจทวีความระทึก! appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปัญ และ เจนนิษฐ์ ประกาศยุติบทบาทการเป็นสมาชิกวง VYRA https://thestandard.co/punsikorn-and-jennis-stop-being-vyra-member/ Mon, 01 Aug 2022 00:35:45 +0000 https://thestandard.co/?p=660923 VYRA

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร แล […]

The post ปัญ และ เจนนิษฐ์ ประกาศยุติบทบาทการเป็นสมาชิกวง VYRA appeared first on THE STANDARD.

]]>
VYRA

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร และ เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ ได้ประกาศยุติบทบาทการเป็นสมาชิกวง VYRA ภายในงาน LYRA Exclusive Party – Galaxy แห่งความคิดถึง ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ณ SF Cinema MBK Center 

 

ด้านสมาชิกวงอีก 3 คน ได้แก่ นิกี้-วรินท์รัตน์ ยลประสงค์, ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา และ นิว-ชัญญาภัค นุ่มประสพ จะยังคงดำเนินกิจกรรมในฐานะสมาชิก VYRA ต่อไป รวมถึงทางวงจะมีการคัดเลือกสมาชิกใหม่ผ่านการออดิชัน 

 

สำหรับวง VYRA มีชื่อเดิมว่า LYRA คือวงเกิร์ลกรุ๊ปที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง BNK48 และ Universal Music Thailand ประกอบด้วยสมาชิกยุคแรกเริ่มจำนวน 6 คนด้วยกันได้แก่ ปัญ, เจนนิษฐ์, นิกี้, ฟ้อนด์, นิว และ เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในปี 2563 ด้วยซิงเกิลเดบิวต์อย่าง LYRA  

 

ต่อมา เนยได้ประกาศยุติบทบาทการเป็นสมาชิกวง LYRA ในปี 2564 จึงทำให้ทางค่ายตัดสินใจเปลี่ยนชื่อวงเป็น VYRA และดำเนินกิจกรรมของวงต่อด้วยสมาชิก 5 คน พร้อมกับซิงเกิลใหม่ที่ชื่อว่า ต๊ะต่อนยอน…Hurry Up! ที่ได้ศิลปินชื่อดังอย่าง ซันนี่-เกวลิน บุญศรัทธา (Sunnee) มาร่วมฟีเจอริง

The post ปัญ และ เจนนิษฐ์ ประกาศยุติบทบาทการเป็นสมาชิกวง VYRA appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK48 เผยทีเซอร์แรก Cheese Sisters กับเรื่องราวความรักและการทำชีสของหญิงสาว 4 คู่ ที่ครบรสทั้งสุข ทุกข์ และเติบโต https://thestandard.co/bnk48-first-cheese-sisters-teaser/ Fri, 29 Jul 2022 07:26:23 +0000 https://thestandard.co/?p=660313 BNK48

“ทุกรสชาติ…มีเรื่องราว”   หลังปล่อยให้แฟนๆ ต […]

The post BNK48 เผยทีเซอร์แรก Cheese Sisters กับเรื่องราวความรักและการทำชีสของหญิงสาว 4 คู่ ที่ครบรสทั้งสุข ทุกข์ และเติบโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
BNK48

“ทุกรสชาติ…มีเรื่องราว”

 

หลังปล่อยให้แฟนๆ ตั้งตารอกันเสียนาน ในที่สุด BNK48 ก็ได้เวลาปล่อยทีเซอร์แรกของภาพยนตร์โรแมนติกเรื่องใหม่ Cheese Sisters ออกมาให้ทุกคนได้เห็นโฉมแรกของ 6 สมาชิก ได้แก่ น้ำหนึ่ง-มิลิน ดอกเทียน, เนย-กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล, ปัญ-ปัญสิกรณ์ ติยะกร, เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ, วี-วีรยา จาง, ฟ้อนด์-ณัฐทิชา จันทรวารีเลขา และ 2 สมาชิกจาก CGM48 มามิ้งค์-มาณิฌา เอี่ยมดิลกวงศ์ และ คนิ้ง-วิทิตา สระศรีสม ที่จะมาถ่ายทอดเรื่องราวความรักของหญิงสาว 4 คู่ผ่านกระบวนการผลิตชีสที่ครบรสทั้งสุข ทุกข์ และเติบโต โดยภาพยนตร์กำหนดเข้าฉายภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ 

 

สำหรับเนื้อหาคร่าวๆ ของภาพยนตร์ที่เปิดเผยออกมาในงาน We Talk To You 2022-2023 Cheese Sisters จะแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 เรื่องราวตามกระบวนการทำชีส ประกอบด้วย 

 

  • ส่วนที่ 1 จะว่าด้วยเรื่องราวการทำฟาร์มนมวัวสำหรับทำชีส นำแสดงโดยน้ำหนึ่งและเนย 
  • ส่วนที่ 2 เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับขั้นตอนการผลิตชีส นำแสดงโดยปัญและเจนนิษฐ์  
  • ส่วนที่ 3 เล่าเกี่ยวกับขั้นตอนการขนส่งชีส นำแสดงโดยวีและฟ้อนด์ 
  • ส่วนที่ 4 กับเรื่องราวการทำขนม ณ ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง นำแสดงโดยมามิ้งค์และคนิ้ง ซึ่งถือเป็นผลงานการแสดงครั้งแรกของทั้งคู่อีกด้วย 

 

โดย Cheese Sisters คือภาพยนตร์ที่บริษัท iAM ค่ายผู้ดูแลไอดอลกรุ๊ป BNK48 และ CGM48 ได้จับมือร่วมกับ Studio Commuan ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในภาพยนตร์คอเมดี้เรื่อง ผ้าผีบอก มารับหน้าที่ดูแลการผลิต พร้อมด้วยทีมผู้กำกับมากฝีมือมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราว นำโดย มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล จาก ดิว ไปด้วยกันนะ (2562), อั้ม-ณัฐพงษ์ อรุณเนตร จากซีรีส์ ทริอาช The series (2565), ตั๊ก-ฉันทนา ทิพย์ประชาชาติ จากซีรีส์ หน่าฮ่าน เดอะ ซีรีส์ (2565) พร้อมด้วยสองผู้กำกับรุ่นใหม่จาก Studio Commuan อย่าง นัทสอ-สรวิชญ์ เมืองแก้ว มือเขียนบทจาก ดิว ไปด้วยกันนะ และ ตู้-อัศฎา ลิขิตบุญมา จาก Self เราเห็นนาย 

 

รับชมทีเซอร์ได้ที่

 

The post BNK48 เผยทีเซอร์แรก Cheese Sisters กับเรื่องราวความรักและการทำชีสของหญิงสาว 4 คู่ ที่ครบรสทั้งสุข ทุกข์ และเติบโต appeared first on THE STANDARD.

]]>
School Tales The Series เผยตัวอย่างเต็ม และเรื่องย่อ 8 ตำนานสยองในรั้วโรงเรียน 10 ส.ค. นี้ ดูได้ทาง Netflix https://thestandard.co/school-tales-the-series/ Wed, 20 Jul 2022 06:23:23 +0000 https://thestandard.co/?p=656300 School Tales The Series

‘เพราะทุกโรงเรียน มีเรื่องเล่า’   Netflix ปล่อยตัว […]

The post School Tales The Series เผยตัวอย่างเต็ม และเรื่องย่อ 8 ตำนานสยองในรั้วโรงเรียน 10 ส.ค. นี้ ดูได้ทาง Netflix appeared first on THE STANDARD.

]]>
School Tales The Series

‘เพราะทุกโรงเรียน มีเรื่องเล่า’

 

Netflix ปล่อยตัวอย่างเต็มและเรื่องย่ออย่างเป็นทางการของ School Tales The Series โรงเรียนผีมีอยู่ว่า ซีรีส์สยองขวัญเรื่องล่าสุดที่จะพาผู้ชมไปสำรวจเรื่องเล่าสุดสยองในรั้วโรงเรียน ผ่าน 8 เรื่องสั้นที่ดัดแปลงมาจาก 8 คอมิกสุดหลอน และคับคั่งไปด้วยทัพนักแสดงรุ่นใหม่ที่จะมาร่วมท้าพิสูจน์ 10 สิงหาคมนี้ 

 

 

เริ่มต้นด้วย 7 โมงพิศวง กับเรื่องเล่าขานของห้องเรียนแห่งหนึ่งที่ทุกๆ 7 โมงเช้า จะมีใครบางคนเขียนชื่อหนังสือไว้บนกระดานดำ และหากใครไม่หยิบหนังสือเล่มนั้นติดตัวมาด้วย คนคนนั้นจะต้องตาย จึงเป็นเหตุให้ คิว เด็กหนุ่มที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียนที่สุดต้องรีบมาโรงเรียนให้ทันก่อน 7 โมง เพื่อบอกชื่อหนังสือให้เพื่อนในห้องรู้ คิวจึงต้องหาวิธีแก้ไขอาถรรพ์ดังกล่าวไปพร้อมกับตามหาตัวจริงของคนที่เขียนชื่อหนังสือบนกระดานดำ 

 

นำแสดงโดย เค เลิศสิทธิชัย จาก DEEP โปรเจกต์ลับ หลับ เป็น ตาย (2564), ปีโป้-ณัชพัณณ์ ปรมะเจริญโรจน์ จาก Hormones The Next Gen (2557), แคร์-ปาณิสรา ริกุลสุรกาน จาก เพื่อน..ที่ระลึก (2560) และกำกับโดย ธนดล นวลสุทธิ์ จาก ตายโหงตายเฮี้ยน (2557) 

 

 

ต่อเนื่องกันด้วย แรงสาปแช่ง ว่าด้วยเรื่องราวของ เพลง หญิงสาวที่ค้นพบความลับเกี่ยวกับคำสาปแช่งในกล่องปริศนา ซึ่งระบุเงื่อนไขไว้ว่า ‘เกลียดใคร…ให้เขียนชื่อคนนั้น ใต้ฝ่าตีน’ เธอจึงตัดสินใจใช้คำสาปนี้กับนักเรียนหญิงคนหนึ่ง จนทำให้ผู้หญิงคนนั้นเสียชีวิตไปจริงๆ เพลงจึงเริ่มถลำลึกลงไปกับสิ่งที่เธอค้นพบมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อาจหันหลังกลับ 

 

นำแสดงโดย เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ หรือ เจนนิษฐ์ BNK48 จาก Where We Belong ที่ตรงนั้น มีฉันหรือเปล่า (2562), มาร์ค-ศิวัช จำลองกุล จาก บังเอิญรัก Love By Chance (2561) และกำกับโดย พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว จาก ลองของ (2548)  

 

 

สวย ว่าด้วยเรื่องราวของ ดาว นักเรียนหญิงสวยสุดเพอร์เฟกต์ที่โดดเด่นในทุกๆ ด้าน จนทำให้ทุกคนต่างยกให้เธอเป็นดาวโรงเรียน แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อจู่ๆ เอมอร นักเรียนใหม่ที่หน้าตาแสนจะธรรมดา แต่เพียงชั่วข้ามคืนเอมอรกลับสวยผิดหูผิดตา แย่งความสนใจทุกอย่างไปจากเธอ ดาวกำลังจะกลายเป็นคนที่ถูกลืม เธอจะต้องรู้ความลับความสวยข้ามคืนของเอมอรให้ได้ แม้จะต้องแลกกับอะไรก็ยอม 

 

นำแสดงโดย ใยไหม-ชินารดี อนุพงษ์ภิชาติ จาก ลิขิตเสน่หา (2554), เอมี่-ทสร กลิ่นเนียม จาก เด็กใหม่ ซีซัน 2 (2564) กำกับโดย ทรงศักดิ์ มงคลทอง จาก ผีจ้างหนัง (2550)

 

 

นิทานอีศพ เล่าถึง สายป่าน นักเรียนสาวที่มักจะชอบแอบไปนั่งในห้องสมุดเพื่อหลบหนีจากเพื่อนๆ ที่ชอบรังแกเธอ แต่แล้ววันหนึ่งสายป่านบังเอิญเจอ ‘นิทานอีศพ’ หนังสืออาถรรพ์ที่ถูกเก็บอยู่ชั้นในสุดของห้องสมุด และเป็นเหตุให้วิญญาณร้ายที่สิงอยู่ในหนังสือเล่มนี้ถูกปลดปล่อยออกมา 

 

นำแสดงโดย อร-พัศชนันท์ เจียจิรโชติ หรือ อร BNK48 จาก Love Pharmacy ร้านยารักษารัก (2564) และ ฟ้า-ษริกา สารทศิลป์ศุภา จาก ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (2562) กำกับโดย นัฐพงศ์ วงษ์กวีไพโรจน์ จาก My Hero วีรบุรุษสุดที่รัก มนตราลายหงส์ (2560) และ พุฒิพงศ์ สายศรีแก้ว

 

 

หัวครูวัยวรรณ ว่าด้วยเรื่องราวของ ทิม และ ปิ๊ง สองเพื่อนสนิทที่ถูก ครูวัยวรรณ ยึดโทรศัพท์ของตนเองไป แต่เรื่องราวกลับไม่จบแค่นั้น เมื่อจู่ๆ ก็มีคนพบศพของครูวัยวรรณถูกฝังอยู่หลังโรงเรียน แถมหัวของครูวัยวรรณยังหายไปอย่างเป็นปริศนาอีกต่างหาก ทิมและปิ๊งจึงตัดสินใจออกค้นหาโทรศัพท์ที่ถูกยึดไปกลับคืนมา โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะพวกเขากำลังถูกผีครูวัยวรรณตามล่า

 

นำแสดงโดย ปิงปอง-ธงชัย ทองกันทม จาก ไดอารีตุ๊ดซี่ส์ เดอะ ซีรีส์ (2559), การ์โตว์-ปัณณวิชญ์ พัฒนศิริ จาก The Tuxedo สูทรักนักออกแบบ (2565), ยูโร-วรัชธิปต์ กิตติสิริไพศาล จาก ภูผาผีคุ้ม (2564) และกำกับโดย ภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ จาก พี่นาค (2562)

 

 

สูตรลับร้านป้าจง ว่าด้วยเรื่องราวของ ป้าจง ที่เปิดร้านอาหารในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งทำอาหารอร่อยจนขายดิบขายดีกว่าร้านอื่นๆ กระทั่งวันหนึ่ง ก้อง ยูทูเบอร์ประจำโรงเรียนกลับสังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่างของป้าจง เขาจึงตัดสินตามหาความจริงของสูตรลับที่ป้าจงพยายามปิดบังให้ทุกคนใรโรงเรียนรับรู้ 

 

นำแสดงโดย ต้นหน ตันติเวชกุล จาก Mother Gamer เกมเมอร์ เกมแม่ (2563) และกำกับโดย ทรงศักดิ์ มงคลทอง

 

 

พรต้องสาป เล่าเรื่องราวของ กร นักเรียนหนุ่มที่มักจะถูกเพื่อนกลั่นแกล้งอยู่เสมอ วันหนึ่งกรถูกบังคับให้เดินทางไปยังห้องพยาบาลเก่าในตึกร้างที่มีตำนานเล่าขานว่า ‘ถ้าใครไปอธิษฐานขออะไร…เรื่องที่ขอจะเป็นจริง’ เพื่อไปอธิษฐานให้กลุ่มเพื่อนนิสัยเสียสอบปลายภาคผ่าน แต่เมื่อกรเดินทางไปถึงห้องพยาบาลเก่า เขากลับพบความจริงบางอย่างที่ไม่มีใครเคยรับรู้มาก่อน 

 

นำแสดงโดย เฟียต-พัทธดนย์ จันทร์เงิน จาก The Gifted นักเรียนพลังกิฟต์ (2561), ฝน-นลินทิพย์ เพิ่มภัทรสกุล จาก The Deadline เดอะเดดไลน์ (2561) และกำกับโดย ศนิพงศ์ สุทธิพันธุ์ มือเขียนบทจาก พี่นาค 2 (2563)

 

 

และปิดท้ายด้วย เดินล่าท้าผี ว่าด้วยเรื่องราวของ บอย และ ตั้ม สองเพื่อนซี้ที่ตัดสินไลฟ์เพื่อท้าพิสูจน์เรื่องเล่าสุดสยองของโรงเรียนให้ทุกคนเห็นว่า ‘ผีไม่มีจริง’ แต่เมื่อพวกเขาเริ่มสำรวจสถานที่ดังกล่าวลึกขึ้นเรื่อยๆ มันก็ยิ่งนำพาให้พวกเขามาพบเจอกับเหตุการณ์ประหลาดที่ไม่มีใครคาดคิด 

 

นำแสดงโดย เซ้นต์-ศุภพงษ์ อุดมแก้วกาญจนา จาก บังเอิญรัก Love By Chance, ชิม่อน-วชิรวิชญ์ เรืองวิวรรธน์ จาก The Gifted Graduation (2563) และกำกับโดย ธนดล นวลสุทธิ์ จาก ตายโหงตายเฮี้ยน (2557)

 

เตรียมเก็บกระเป๋า แล้วไปร่วมท้าพิสูจน์กับ 8 เรื่องเล่าสุดสยองในรั้วโรงเรียนพร้อมกันใน School Tales The Series โรงเรียนผีมีอยู่ว่า 10 สิงหาคมนี้ ทาง Netflix 

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่ 

 

 

ภาพ: Netflix 

The post School Tales The Series เผยตัวอย่างเต็ม และเรื่องย่อ 8 ตำนานสยองในรั้วโรงเรียน 10 ส.ค. นี้ ดูได้ทาง Netflix appeared first on THE STANDARD.

]]>