เงินเฟ้อไทย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เงินเฟ้อไทย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 05 Aug 2026 05:56:48 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 1.95% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือนติด แต่แนวโน้มเริ่มชะลอ ลดความเสี่ยง Stagflation https://thestandard.co/thai-inflation-slows-stagflation-risk/ Wed, 05 Aug 2026 05:56:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1238370 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อมูลเงินเฟ้อไทยเดือนกรกฎาคมที่เพิ่มขึ้น 1.95% และเริ่มชะลอตัว

เงินเฟ้อไทยเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 1.95% YoY ขยายตัว 4 เด […]

The post เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 1.95% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือนติด แต่แนวโน้มเริ่มชะลอ ลดความเสี่ยง Stagflation appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงข้อมูลเงินเฟ้อไทยเดือนกรกฎาคมที่เพิ่มขึ้น 1.95% และเริ่มชะลอตัว

เงินเฟ้อไทยเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 1.95% YoY ขยายตัว 4 เดือนติดต่อกัน แต่ชะลอลงจากเดือนก่อนที่โต 2.42% YoY พาณิชย์คาดเงินเฟ้อเป็นบวกต่อในเดือนสิงหาคม หลังการบริโภคภาคเอกชนฟื้นขึ้น และความเชื่อมั่นภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น

 

 
 

วันนี้ (5 สิงหาคม) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ของไทย เดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 1.95% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน แต่ลดลง 0.73% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM)

 

โดยมีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีความยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง

 

ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากเครื่องประกอบอาหารบางชนิดทยอยปรับราคาสูงขึ้น ประกอบกับราคาผักสดปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งมีฐานราคาอยู่ในระดับต่ำ และได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño) สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 1.34% YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2569 ที่เพิ่มขึ้น 1.23% YoY ซึ่งเป็นผลของการบริโภคภาคเอกชน และความเชื่อมั่นภาคเอกชนที่ฟื้นตัวขึ้นในระดับหนึ่ง

 

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือน (มกราคม – กรกฎาคม) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้น 1.21% (AoA)

 

ส่องแนวโน้มเงินเฟ้อไทยเทียบอาเซียน

 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมิถุนายน 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยปรับสูงขึ้น 2.42% (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับที่ 41 จาก 140 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอยู่ในอันดับที่ 4 ของอาเซียนจาก 8 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข

 

  • 🇹🇱ติมอร์-เลสเต +0.5%
  • 🇸🇬สิงคโปร์ +1.9%
  • 🇲🇾มาเลเซีย +1.9%
  • 🇹🇭ไทย +2.24%
  • 🇮🇩อินโดนีเซีย +3.34%
  • 🇻🇳เวียดนาม +4.69%
  • 🇵🇭ฟิลิปปินส์ +6.4%
  • 🇱🇦สปป.ลาว +7.4%

 

เงินเฟ้อสิงหาคมคาดเป็นบวกต่อเนื่อง

 

แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนสิงหาคม 2569 ทาง สนค. คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่

 

(1) ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และมีการปฏิบัติการทางกำลังทหารรอบใหม่

 

(2) ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง รวมทั้งเครื่องประกอบอาหารทยอยปรับราคาสูงขึ้น

 

(3) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า

 

(4) ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมถึงความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากสภาวะเอลนีโญกำลังอ่อน (Weak El Niño) สู่สภาวะเอลนีโญกำลังแรง/กำลังแรงมาก (Strong/Very Strong El Niño)

 

สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่

 

(1) ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย

 

(2) ราคาผลไม้สดมีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดในปริมาณมาก ด้วยปัจจัยดังกล่าว

 

กระทรวงพาณิชย์ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5%-2.5% (ค่ากลาง 2.00%)

 

  • ไตรมาสที่ 1: -0.54%
  • ไตรมาสที่ 2: 2.70%
  • ไตรมาสที่ 3: 2.09% (คาดการณ์)
  • ไตรมาสที่ 4: 2.33% (คาดการณ์)

 

โอกาสเกิด Stagflation ลดลงต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ นันทพงษ์ชี้ว่า การเกิดภาวะเงินเฟ้อสูงพร้อมเศรษฐกิจชะลอตัว หรือที่เรียกว่า Stagflation นั้น มีโอกาสเกิดน้อยลงอย่างต่อเนื่องจากปัจจัยสำคัญ 3 ประการได้แก่

 

1) อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง

 

  • เมษายน 2.89%
  • พฤษภาคม 2.79%
  • มิถุนายน 2.42%
  • กรกฎาคม 1.95%

 

2) การบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัว จากจุดต่ำสุดในเดือนเมษายน

 

  • มีนาคม 4.8%
  • เมษายน 1.4%
  • พฤษภาคม 3.5%
  • มิถุนายน 4.9%

 

3) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง

 

  • เมษายน 45
  • พฤษภาคม 49.2
  • มิถุนายน 50.2
  • กรกฎาคม 51.1

 

โดยระดับ 50 คือเกณฑ์สะท้อนความเชื่อมั่นเชิงบวก

The post เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 1.95% ขยายตัวต่อเนื่อง 4 เดือนติด แต่แนวโน้มเริ่มชะลอ ลดความเสี่ยง Stagflation appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเฟ้อไทยเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 2.42% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือนติด พาณิชย์คงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีที่ 1.5% – 2.5% https://thestandard.co/thai-inflation-june-2-42-percent/ Mon, 06 Jul 2026 05:41:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1227133 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงตัวเลขเงินเฟ้อไทยเดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้น 2.42% และขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน

เงินเฟ้อไทยเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 2.42% YoY ขยายตัว 3 เ […]

The post เงินเฟ้อไทยเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 2.42% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือนติด พาณิชย์คงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีที่ 1.5% – 2.5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงตัวเลขเงินเฟ้อไทยเดือนมิถุนายนที่เพิ่มขึ้น 2.42% และขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน

เงินเฟ้อไทยเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 2.42% YoY ขยายตัว 3 เดือนติด แต่ชะลอลงจากเดือนก่อนที่โต 2.79% YoY ส่งผลให้ครึ่งปีแรกเงินเฟ้อไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.79% จากปีก่อน

 

 
 

วันนี้ (6 กรกฎาคม) ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ของไทย เดือนมิถุนายน 2569 สูงขึ้น 2.42% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) นับเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน แต่ลดลง 0.34% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM)

 

การขยายตัวของเงินเฟ้อเทียบกับปีก่อน มีปัจจัยสำคัญจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ ซึ่งส่งผลต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

 

ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นเป็นวงกว้างในอัตราที่ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออกเพิ่มขึ้น 1.23% YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2569 ที่เพิ่มขึ้น 0.92% YoY สะท้อนการทยอยส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย

 

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ไตรมาสที่ 2 ปี 2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้น 2.70% YoY และสูงขึ้น 3.08% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

 

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 6 เดือน (มกราคม – มิถุนายน) ปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนสูงขึ้น 1.08%

 

คาดเงินเฟ้อเฉลี่ยปีนี้ 1.5% – 2.5%

 

สนค.คาดการณ์เงินเฟ้อเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ 1.5% – 2.5% ค่ากลางที่ 2.0% โดยอิงสมมติฐานจากราคาน้ำมันดิบดูไบทั้งปีที่ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่ 1.5% – 2.5% อัตราแลกเปลี่ยนเงินทั้งปีที่ 32.0 – 33.0 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

 

สนค. คาดว่าแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ณ ไตรมาส 3 ปี 2569 จะเป็นบวกอย่างต่อเนื่องที่ 2.79% YoY และไตรมาส 4 ที่ 3.02% YoY ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั้งปี อยู่ที่ 1.5% – 2.5% ค่ากลางที่ 2.0% พร้อมระบุว่า ต้องคอยจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อไป

 

โดยในช่วงไตรมาส 3 มีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ดังนี้

 

  • ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวสูงกว่าปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมทั้งการปรับโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ
  • ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงเป็นวงกว้าง และมีการปรับราคาต่อจานในอัตราที่ค่อนข้างสูง แม้ว่าต้นทุนการผลิตบางประเภทจะเริ่มส่งสัญญาณราคาลดลง สะท้อนถึงภาวะค่าครองชีพที่จะสูงขึ้นอย่างถาวร
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า
  • ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้าจากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน รวมทั้งมีความเสี่ยงจากผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ

 

สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่

 

  • ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย
  • ราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานที่เข้าสู่ตลาดอย่างเพียงพอ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5% – 2.5% (ค่ากลาง 2.0%)

 

เงินเฟ้อไทยเทียบต่างประเทศ

 

ข้อมูลล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ของไทยปรับสูงขึ้น 2.79% YoY โดยอยู่ระดับต่ำอันดับที่ 44 จาก 139 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และอยู่ในอันดับที่ 5 ของอาเซียนจาก 9 ประเทศที่มีการประกาศตัวเลข ดังนี้

 

  • 🇧🇳บรูไน +0.1%
  • 🇹🇱ติมอร์-เลสเต +0.4%
  • 🇸🇬สิงคโปร์ +1.8%
  • 🇲🇾มาเลเซีย +2.0%
  • 🇹🇭ไทย +2.79%
  • 🇮🇩อินโดนีเซีย +3.08%
  • 🇻🇳เวียดนาม +5.6%
  • 🇵🇭ฟิลิปปินส์ +6.8%
  • 🇱🇦สปป.ลาว +9.0%

The post เงินเฟ้อไทยเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 2.42% ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือนติด พาณิชย์คงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปีที่ 1.5% – 2.5% appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทยเพิ่มขึ้น 2.79% ในพ.ค. ขยายตัว 2 เดือนติด https://thestandard.co/thai-inflation-may-up-2-79/ Fri, 05 Jun 2026 07:28:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1214882 ภาพกราฟิกแสดงอัตราเงินเฟ้อไทยเดือนพฤษภาคมที่ 2.79% และขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน

อัตราเงินเฟ้อไทยโตชะลอลงเหลือ 2.79% ในพฤษภาคม นับเป็นกา […]

The post อัตราเงินเฟ้อไทยเพิ่มขึ้น 2.79% ในพ.ค. ขยายตัว 2 เดือนติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงอัตราเงินเฟ้อไทยเดือนพฤษภาคมที่ 2.79% และขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน

อัตราเงินเฟ้อไทยโตชะลอลงเหลือ 2.79% ในพฤษภาคม นับเป็นการขยายตัว 2 เดือนติด กระทรวงพาณิชย์มอง ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค แต่ไม่เร่งเงินเฟ้อ

 

 
 

วันนี้ (5 มิถุนายน) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยว่า ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ในเดือนพฤษภาคม 2569 สูงขึ้น 2.79% YoY จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจายุติสงครามที่ยังยืดเยื้อ

 

ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย ซึ่งส่งผลให้ค่าครองชีพในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ราคาผักสดยังสูงกว่าปีก่อนหน้า จากฐานราคาในปีก่อนที่อยู่ในระดับต่ำ สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้น 0.92% YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนเมษายน 2569 ที่สูงขึ้น 0.83% YoY

 

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนพฤษภาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2569 ยังคงสูงขึ้น 0.17% MoM

 

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ย 5 เดือน (มกราคม – พฤษภาคม) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้น 0.82% AoA

 

เปิดแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569

 

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือนมิถุนายน 2569 สนค.คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง และยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5% – 2.5% (ค่ากลาง 2.0%) โดยคาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อรายเดือนไว้ ดังนี้

 

  • มกราคม -0.66% (ตัวเลขจริง)
  • กุมภาพันธ์ -0.88 (ตัวเลขจริง)
  • มีนาคม -0.08 (ตัวเลขจริง)
  • เมษายน 2.89% (ตัวเลขจริง)
  • พฤษภาคม 2.79% (ตัวเลขจริง)
  • มิถุนายน 3.00%
  • กรกฎาคม 3.24%
  • สิงหาคม 3.33%
  • กันยายน 3.53%
  • ตุลาคม 3.78%
  • พฤศจิกายน 3.59%
  • ธันวาคม 3.35%

 

โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในระยต่อไปสูงขึ้น ได้แก่

 

  • ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซและการเจรจาสันติภาพที่ยังคงยืดเยื้อ
  • ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงขึ้น จากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย ทั้งนี้ ราคาอาหารสำเร็จรูปเมื่อปรับราคาสูงขึ้นแล้วมักจะปรับลดลงได้ยาก จึงส่งผลให้ค่าครองชีพของราคาสินค้าในกลุ่มนี้สูงขึ้นอย่างถาวร
  • ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูง
  • ราคาผักสดที่สำคัญมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า จากฐานราคาที่ต่ำในปีก่อน

 

สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในระยะต่อไปลดลง ได้แก่

 

  • ค่ากระแสไฟฟ้าในรอบเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเล็กน้อย
  • ราคาเนื้อสัตว์มีแนวโน้มปรับลดลง จากอุปทานในตลาดที่มีเพียงพอ

 

มอง ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ไม่เร่งเงินเฟ้อ

 

สำหรับมาตรการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ สนค.คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมาตรการดังกล่าวไม่ได้ทำให้ต้นทุนสินค้าหรือบริการเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ สินค้าหลายรายการยังได้มีการปรับขึ้นราคามาก่อนแล้ว จากการส่งผ่านต้นทุนพลังงาน หากมีการปรับขึ้นราคาอีกครั้ง อาจกระทบยอดขายร้านค้าได้

 

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาผลกระทบจากมาตรการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ ในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า ไม่ได้ส่งผลให้ภาวะเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

 

ในวันเดียวกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) ในเดือนพฤษภาคม 2569 ยังคงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งอยู่ในแดน ‘ไม่เชื่อมั่น’ ที่ 49.2 นับเป็นการอยู่ในแดน ‘ไม่เชื่อมั่น’ ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน สะท้อนว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงกังวลต่อภาวะค่าครองชีพ แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะเร่งขึ้นจากระดับ 45.0 ในเดือนก่อนก็ตาม

The post อัตราเงินเฟ้อไทยเพิ่มขึ้น 2.79% ในพ.ค. ขยายตัว 2 เดือนติด appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อเม.ย. พุ่งสูงสุดรอบ 38 เดือน หลังติดลบ 12 เดือนติด ส่องเส้นทางอัตราเงินเฟ้อไทย 5 ปีย้อนหลัง https://thestandard.co/thai-inflation-april-38-month-high/ Wed, 06 May 2026 10:04:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1204436 กราฟเส้นแสดงอัตราเงินเฟ้อไทยย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2569 โดยเดือนเม.ย. 2569 พุ่งแตะ 2.89% สูงสุดรอบ 38 เดือน และกลับเข้ากรอบเป้าหมาย ธปท. ที่ 1-3%

ส่องเส้นทางอัตราเงินเฟ้อไทย 5 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่ปี 256 […]

The post อัตราเงินเฟ้อเม.ย. พุ่งสูงสุดรอบ 38 เดือน หลังติดลบ 12 เดือนติด ส่องเส้นทางอัตราเงินเฟ้อไทย 5 ปีย้อนหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟเส้นแสดงอัตราเงินเฟ้อไทยย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2569 โดยเดือนเม.ย. 2569 พุ่งแตะ 2.89% สูงสุดรอบ 38 เดือน และกลับเข้ากรอบเป้าหมาย ธปท. ที่ 1-3%

ส่องเส้นทางอัตราเงินเฟ้อไทย 5 ปีย้อนหลัง (ตั้งแต่ปี 2564-2569) พบว่า ในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนเมื่อปี 2565 อัตราเงินเฟ้อไทยเคยพุ่งทะลุกรอบเป้าหมายเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนจะเคลื่อนไหวต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยเฉลี่ยต่อเนื่องในช่วงปี 2566-2568 ท่ามกลางภาวะที่ราคาพลังงานโลกลดลงและผู้ประกอบการไทยเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นจากสินค้าราคาถูกที่นำเข้าจากต่างประเทศ

 

 
 

อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดสงครามในตะวันออกกลางในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปไทยกลับมาพลิกบวก 2.89% ในเม.ย.ปี 2569 สูงสุดในรอบ 38 เดือน นับเป็นการกลับมาแดนบวกครั้งแรกในรอบ 12 เดือน และถือเป็นการกลับมาอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 1-3% ครั้งแรกในรอบ 14 เดือน

 

ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2565 เงินเฟ้อไทยพุ่งทะลุกรอบเป้าหมาย

 

โดยจะเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 2565 พุ่งสูงเกินกรอบเป้าหมาย โดยเคยไปแตะระดับ 7.86% ในสิงหาคมปี 2565 เนื่องมาจาก ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกปรับตัวสูงขึ้นมาก ส่งผลต่อเนื่องให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ ก๊าซหุงต้ม และค่าไฟฟ้าปรับขึ้นตามไปด้วย

 

ในปี 2569 นอกเหนือจากปัจจัยด้านอุปทานจากต่างประเทศ (Global supply shocks) ไทยยังเจอปัจจัยด้านอุปทานในประเทศ (Domestic supply shocks) จากโรคระบาดในสุกรทำให้ปริมาณอุปทานลดลงและราคาเนื้อสุกรเพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ ราคาอาหารสดหมวดอื่นๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนของราคาอาหารสัตว์และราคาปุ๋ย

 

หลังจบสงครามในช่วงปี 2566-2567 เงินเฟ้อไทยต่ำกรอบ ‘ยาวนาน’

 

อย่างไรก็ตาม หลังจบสงคราม ไทยกลับเผชิญภาวะเงินเฟ้อต่ำต่อเนื่องและเฉลี่ยหลุดกรอบล่างของเป้าหมายเงินเฟ้อ ในช่วงปี 2566-2567 โดยสาเหตุที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุในจดหมายเปิดผนึก ว่ามาจากรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เช่น การลดค่าไฟฟ้า และการลดราคาน้ำมันผ่านการลดภาษีสรรพสามิตและกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมไปถึงแรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปทาน (Cost-push inflation) ที่ลดลงและผลของฐานที่สูงในปีก่อนหน้า

 

ทั้งนี้ ธปท.มีข้อตกลงในการออกจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเคลื่อนไหวออกนอกกรอบเป้าหมายนโยบายการเงิน รวมถึงแนวทางการดำเนินนโยบายเพื่อนำอัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่เป้าหมาย และระยะเวลาที่คาดว่าจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย

 

ในปี 2568 เงินเฟ้อไทยต่ำต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะสินค้าต่างประเทศทะลัก

 

สำหรับในช่วงปี 2568 อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยของไทยยังหลุดกรอบล่างของเป้าหมายเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง โดยธปท.ชี้แจงในจดหมายเปิดผนึกว่า มีสาเหตุมาจาก การลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก มาตรการดูแลค่าครองชีพของภาครัฐ ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ราคาอาหารสดขยายตัวในระดับต่ำ ท่ามกลางภาวะผู้ประกอบการไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้มากนัก

 

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างในภาคการผลิต โดยเฉพาะการต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นจากสินค้าราคาถูกที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการแข่งขันลดลงและปรับขึ้นราคาสินค้าได้ยาก

 


 

กราฟเส้นแสดงอัตราเงินเฟ้อไทยย้อนหลัง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2569 โดยเดือนเม.ย. 2569 พุ่งแตะ 2.89% สูงสุดรอบ 38 เดือน และกลับเข้ากรอบเป้าหมาย ธปท. ที่ 1-3% 1

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post อัตราเงินเฟ้อเม.ย. พุ่งสูงสุดรอบ 38 เดือน หลังติดลบ 12 เดือนติด ส่องเส้นทางอัตราเงินเฟ้อไทย 5 ปีย้อนหลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทยสูงขึ้น 2.80% ในเม.ย. สูงสุดรอบ 38 เดือน ผลจากสงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง https://thestandard.co/thai-inflation-april-highest-38-months/ Wed, 06 May 2026 07:01:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1204294 ภาพกราฟิกแสดงอัตราเงินเฟ้อไทยพุ่ง 2.80% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงสุดรอบ 38 เดือน มีข้อความระบุว่า "สงครามดัน อัตราเงินเฟ้อไทย สูงสุดรอบ 38 เดือน! เพิ่มขึ้น 2.80% ในเม.ย."

อัตราเงินเฟ้อไทยในเมษายน 2569 พลิกบวก 2.80% YoY สูงสุดใ […]

The post อัตราเงินเฟ้อไทยสูงขึ้น 2.80% ในเม.ย. สูงสุดรอบ 38 เดือน ผลจากสงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงอัตราเงินเฟ้อไทยพุ่ง 2.80% ในเดือนเมษายน ซึ่งสูงสุดรอบ 38 เดือน มีข้อความระบุว่า "สงครามดัน อัตราเงินเฟ้อไทย สูงสุดรอบ 38 เดือน! เพิ่มขึ้น 2.80% ในเม.ย."

อัตราเงินเฟ้อไทยในเมษายน 2569 พลิกบวก 2.80% YoY สูงสุดในรอบ 38 เดือน จากผลของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คาดเงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่ 1.5% – 2.5% ยันไทยมีความเสี่ยง แต่ยังไม่เข้า Stagflation

 

 
 

วันนี้ ( 6 พฤษภาคม) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ในเดือนเมษายน 2569 สูงขึ้น 2.89% YoY สูงที่สุดในรอบ 38 เดือน จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย รวมถึงราคาผักสดปรับสูงขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้น 0.83% YoY เร่งตัวขึ้นจากเดือนมีนาคม 2569 ที่สูงขึ้น 0.57% YoY

 

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ย 4 เดือน (มกราคม – เมษายน) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้น 0.32% AoA

 

คาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569

 

สนค.แบ่งคาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 ไว้ 2 กรณี แบ่งตามสมมติฐานตามการปรับตัวของราคาพลังงาน ซึ่งได้รวมผลของมาตรการภาครัฐ เช่น โครงการ คนละครึ่ง พลัสไว้แล้วทั้ง 2 กรณี

 

โดยกรณีที่ 1 คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบจะปรับตัวสูงถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นาน 2 เดือน ในเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม ก่อนจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลังจากนั้น ทำให้การส่งผ่านต้นทุนมายังราคาอาหารจานเดียวอยู่ที่ 3% และมีแนวโน้มเงินเฟ้อทั้งปีที่ 1.5% – 2.5%

 

ส่วนกรณีที่ 2 คาดว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบจะปรับตัวสูงถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นาน 3 เดือน ในเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ก่อนจะปรับลดลงมาอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลังจากนั้น ทำให้การส่งผ่านต้นทุนมายังราคาอาหารจานเดียวอยู่ที่ 6% และมีแนวโน้มเงินเฟ้อทั้งปีที่ 2.5% – 3.5%

 

ปิดประมาณการเงินเฟ้อรายเดือนปี 2569

 

ทั้งนี้ สนค. อิงกรณีที่ 1 เป็นกรณีฐาน โดยคาดการณ์แนวโน้มเงินเฟ้อรายเดือนไว้ ดังนี้

 

  • มกราคม -0.66% (ตัวเลขจริง)
  • กุมภาพันธ์ -0.88 (ตัวเลขจริง)
  • มีนาคม -0.08 (ตัวเลขจริง)
  • เมษายน 2.89% (ตัวเลขจริง)
  • พฤษภาคม 3.06%
  • มิถุนายน 3.27%
  • กรกฎาคม 3.49%
  • สิงหาคม 3.58%
  • กันยายน 3.78%
  • ตุลาคม 4.05%
  • พฤศจิกายน 3.85%
  • ธันวาคม 3.60%

 

สำหรับอัตราเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดย สนค.คาดว่าจะอยู่ที่ 3.06% ซึ่งสูงกว่ากรอบเป้าหมายนโยบายการเงินที่ 1% – 3% นันทพงษ์กล่าวว่า เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น กับต้นทุนการขนส่งที่ไม่สามารถยับยั้งไว้ได้ จนถูกส่งผ่านไปยังราคาวัตถุดิบ

 

ส่วนอัตราเงินเฟ้อในเดือนตุลาคมที่พุ่งสูงถึง 4.05% นันทพงษ์ระบุว่า เป็นผลของฐานเงินเฟ้อในเดือนตุลาคมปีก่อนที่อยู่ในระดับต่ำ แม้แนวโน้มเงินเฟ้อในช่วงปลายปีจะเติบโตใกล้เคียงกันก็ตาม

 

เดือนเมษายน คนไทยค่าโดยสารพุ่ง 8.82%

 

จากรายการสินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนเมษายน พบว่า อาหารพร้อมทานมีราคาสูงขึ้น 2.51% น้ำมันเชื้อเพลิง มีราคาสูงขึ้น 30.23% และค่าโดยสารสาธารณะ มีราคาสูงขึ้น 8.82% หากแบ่งประเภทค่าโดยสารสาธารณะ จะได้ดังนี้

 

  • ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก 1 / รถสองแถว เพิ่มขึ้น 9.24%
  • ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพิ่มขึ้น 4.94%
  • ค่าโดยสารเรือ เพิ่มขึ้น 11.14%
  • ค่าโดยสารรถตู้ ระหว่างอำเภอ เพิ่มขึ้น 3.26%
  • ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศชั้น 1 เพิ่มขึ้น 6.68%
  • ค่าโดยสารรถตู้ระหว่างจังหวัด เพิ่มขึ้น 10.12%
  • ค่าโดยสารเครื่องบิน (ต่างประเทศ) เพิ่มขึ้น 24.09%

 

ส่วนรายการที่ได้รับผลกระทบไม่มากได้แก่ เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ราคาสูงขึ้น 1.35% เครื่องประกอบอาหาร ราคาลดลง 4.66% สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด ราคาสูงขึ้น 0.04% ค่าของใช้ส่วนบุคคล ราคาลดลง 2.33%

 

สำหรับสินค้าในกลุ่มอาหารจานเดียว ซึ่งประกอบด้วย อาหารจานเดียว 7 รายการ ได้แก่ ข้าวผัด ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า ข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดกะเพรา พบว่า อาหารจานเดียวในกลุ่มราคาระดับต่ำ (31-40 บาท) มีการปรับราคาสูงขึ้น 20.64% ระดับกลาง (41-50 บาท) มีการปรับราคาสูงขึ้น 13.36% และระดับสูง (51-60 บาท) มีการปรับราคาสูงขึ้น 16.16%

 

ทั้งนี้ นันทพงษ์ชี้ว่า ราคาอาหารยังไม่นับรวม อาหารฟาสต์ฟูด และอาหารที่บริการผ่านรถรับส่งเดลิเวอรี เนื่องจากยังไม่มีการขึ้นราคา และมีการออกโปรโมชันดูแลผู้บริโภค

 

ไทยมีความเสี่ยง แต่ยังไม่เข้า Stagflation

 

สำหรับความกังวลเรื่อง เศรษฐกิจชะลอตัว แต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) นันทพงษ์ ชี้ว่า ไทยมีความเสี่ยง แต่ยังไม่เข้าสู่ภาวะ Stagflation โดยพาสำรวจ 3 องค์ประกอบของ Stagflation เทียบสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ซึ่งประกอบด้วย

 

  • เศรษฐกิจหยุดชะงัก (Stagnation) ซึ่งเป็นภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำหรือหยุดชะงักยาวนาน
  • ภาวะเงินเฟ้อสูง (Inflation) โดยมีราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ภาวะว่างงานสูง หรือการจ้างงานลดลง

 

เมื่อเทียบกับเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 นันทพงษ์ชี้ว่า การส่งออกยังคงเติบโต 17.8% เช่นกันกับการบริโภคภาคเอกชนที่ยังเติบโต 4.7% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 12.4% ด้วยแรงหนุนจากการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ส่วนอัตราว่างงานในเดือนมีนาคม อยู่ที่ 0.96% เท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยระยะต่อไปยังคงมีแนวโน้มชะลอลง จากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่ออุปสงค์จากต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้การส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยวชะลอลง ประกอบกับอุปสงค์ในประเทศที่มีแนวโน้มต่ำลง จากการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น

 

“ดังนั้น เมื่อถามว่ามีสิทธิเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือไม่ ก็มีความเสี่ยง แต่ ณ ปัจจุบันยังไม่เป็นอย่างนั้น” นันทพงษ์กล่าว

 

เชื่อคนละครึ่งช่วยหนุนกำลังซื้อคนไทย

 

เมื่อถูกถามถึง ภาวะกำลังซื้อคนไทยในปัจจุบัน สนค. ชี้ว่า การบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสแรกของปียังคงเป็นบวก แต่ต้องจับตาดูผลกระทบต่อไปว่าจะมีการชะลอตัวลงมากน้อยเพียงใดหลังจากนี้ อย่างไรก็ตาม สนค.คาดว่า มาตรการคนละครึ่งระยะ 4 เดือน ที่รัฐบาลเตรียมไว้ จะช่วยหนุนการบริโภคภาคเอกชนได้

 

นันทพงษ์กล่าวว่า ผู้บริโภคในปัจจุบัน ทำให้ร้านค้าหรือผู้ประกอบการไม่อาจส่งผ่านต้นทุนราคาได้ง่าย จนอาจส่งผลให้กิจการมีกำไรน้อยลง ด้วยเหตุนี้ มาตรการภาครัฐจึงมีความสำคัญในการช่วยกระตุ้นการบริโภคของภาคเอกชนได้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ

 

“ตอนนี้ ผู้บริโภค หรือประชาชนทั่วไปมักคิดเยอะเวลาใช้จ่าย สะท้อนได้ตามข่าวต่างๆ ว่า ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ หรือร้านอาหาร ตอนนี้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่กลับปรับราคาขึ้นได้ยาก ก็เป็นส่วนที่ทำให้กำไรน้อยลง มาตรการภาครัฐจึงมีความสำคัญที่จะช่วยกระตุ้น โดยเฉพาะจังหวัดต่างๆ รวมถึงการท่องเที่ยว” นันทพงษ์กล่าว

The post อัตราเงินเฟ้อไทยสูงขึ้น 2.80% ในเม.ย. สูงสุดรอบ 38 เดือน ผลจากสงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงานพุ่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทยมี.ค. ติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ทิ้งทวนก่อนรับแรงกระแทกสงคราม พาณิชย์คาดเงินเฟ้อจ่อพีคในไตรมาส 2 https://thestandard.co/thailand-inflation-negative-q2-peak/ Tue, 07 Apr 2026 12:26:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1195568 กราฟแสดงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไทยและผลกระทบจากราคาน้ำมัน

อัตราเงินเฟ้อไทยมีนาคม 2569 ติดลบ 12 เดือนติด ทิ้งทวนก่ […]

The post อัตราเงินเฟ้อไทยมี.ค. ติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ทิ้งทวนก่อนรับแรงกระแทกสงคราม พาณิชย์คาดเงินเฟ้อจ่อพีคในไตรมาส 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟแสดงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไทยและผลกระทบจากราคาน้ำมัน

อัตราเงินเฟ้อไทยมีนาคม 2569 ติดลบ 12 เดือนติด ทิ้งทวนก่อนรับแรงกระแทกสงคราม! กระทรวงพาณิชย์คาดอัตราเงินเฟ้อเดือนหน้าจ่อดีดกลับมาเป็นบวก โดยอาจทะลุ 2% ในเม.ย. พร้อมปรับขึ้นคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทั้งปี 2569 เป็น 2.0% (ค่ากลาง) ขณะที่ KResearch คาดเงินเฟ้อไทยทั้งปีนี้อยู่ที่ 3.4% ชี้สาเหตุที่ต่ำกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน แม้ราคาพลังงานในประเทศจะสูงกว่าในปี 2565 มาจากบริบทเศรษฐกิจไทยมีความต่างกัน

 

วันนี้ (7 เมษายน) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์เผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline Inflation) ในเดือนมีนาคม 2569 ลดลง 0.08%YoY นับเป็นการติดลบเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อเดือนมีนาคมนับว่า ติดลบน้อยลง เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ติดลบถึง -0.88%YoY

 

นันทพงษ์กล่าวต่อว่า แม้จะมีสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเร่งตัวสูงขึ้น แต่สาเหตุที่อัตราเงินเฟ้อไทยยัง ‘ติดลบ’ เนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้

 

  • ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศยังถูกจำกัดการปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการตรึงราคาในช่วงครึ่งเดือนแรก
  • รัฐมีมาตรการปรับลดค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งยังคงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ
  • สินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต็อกเดิมจึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคามากนักในเดือนมีนาคม โดยราคาสินค้าต่างๆ เริ่มประกาศปรับขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นไป

 

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก สูงขึ้น 0.57% YoY เร่งตัวขึ้นเล็กน้อยจากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่สูงขึ้น 0.56% YoY

 

ทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ยไตรมาสแรกของปี 2569 เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ติดลบ 0.54% YoY และเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ลดลง 0.16% QoQ

 

เตรียมรับมือ! ตั้งแต่เดือนหน้า เงินเฟ้อจ่อดีดแตะ 2%

 

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 นันทพงษ์คาดว่า จะกลับมาเป็นบวกอย่างมี ‘นัยสำคัญ’ และน่าจะเป็นช่วงเงินเฟ้อสูงสุดของปี โดยตั้งแต่เดือนเมษายนอาจเห็นตัวเลขอัตราเงินเฟ้อขึ้นไปแตะระดับเกิน 2%

 

โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ผลักดันระดับราคาให้ปรับสูงขึ้น ในไตรมาสที่ 2 ได้แก่

 

{{LISTSTART}}ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้น{{LISTITEM}}ราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตลดลงในบางช่วง
{{LISTITEM}}ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น{{LISTITEM}}ค่าโดยสารทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ
{{LISTITEM}}แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น{{LISTEND}}

 

อย่างไรก็ตาม อาจยังมีปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงอยู่บ้าง ในไตรมาสที่ 2 ได้แก่ (1) ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า (2) ราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ

 

ราคาน้ำมันพุ่งมีผลต่ออัตราเงินเฟ้ออย่างไร

 

นันทพงษ์อธิบายต่อเกี่ยวกับผลกระทบของราคาน้ำมันต่ออัตราเงินเฟ้อ โดยระบุว่า ปัจจุบัน ราคาพลังงานมีสัดส่วนน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้ออยู่ ประมาณ 7% โดยน้ำมันดีเซลเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหมวดพลังงาน โดยมีสัดส่วนน้ำหนักในตะกร้าเงินเฟ้อ 2.58% ส่วนเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และ E20 มีน้ำหนักอยู่ที่ 0.15% 2.3% 1.64% และ 0.4% ตามลำดับ

 

โดยตามการคำนวณของกระทรวงพาณิชย์พบว่า การขึ้นราคาดีเซลทุก 1 บาทจะกระทบอัตราเงินเฟ้อ 0.075% ส่วนการขึ้นราคาทุก 1 บาทของน้ำมันเบนซิน 95 แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 และ E20 จะกระทบอัตราเงินเฟ้อ 0.003% 0.10% 0.046% และ 0.012% ตามลำดับ

 

กราฟแสดงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไทยและผลกระทบจากราคาน้ำมัน 1

 

นันทพงษ์ยังยกตัวอย่างฉากทัศน์ หากราคาน้ำมันในเดือนเมษายน 2569 เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ ‘ปัจจุบัน’ (ณ วันที่ 6 เมษายน 2569 ได้แก่ ดีเซลอยู่ที่ 50.54 บาทต่อลิตร เบนซิน 95 อยู่ที่ 52.54 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 43.95 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 43.58 บาทต่อลิตร และ E20 38.95 บาทต่อลิตร) ‘ไปตลอดทั้งเดือน’ จะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อ 2.14%

 

กราฟแสดงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไทยและผลกระทบจากราคาน้ำมัน 2

 

เปิด 2 ฉากทัศน์แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไปของกระทรวงพาณิชย์

 

นันทพงษ์กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 จากเดิมระหว่าง 0.0 – 1.0% (ค่ากลาง 0.5%) เป็นระหว่าง 1.5 – 2.5% (ค่ากลาง 2.0%) พร้อมแบ่งการประเมินเป็น 2 ฉากทัศน์ (Scenario) โดยมีตัวแปรสำคัญคือ ทิศทางราคาน้ำมัน และ ระยะเวลาที่ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับสูง

 

โดยกรณีที่ 1: อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์อยู่ที่ 1.5 – 2.5%

 

  • สถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 2 เดือน แล้วหลังจากนั้นปรับตัวลดลง
  • โดยราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบทั้งปีอยู่ที่ 79.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (เดือนเม.ย.-พ.ค. อยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากนั้น 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)
  • ส่วนราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 33.90 บาทต่อลิตร (เดือนเม.ย.-พ.ค. อยู่ที่ 44.24 บาทต่อลิตร หลังจากนั้น 32.25 บาทต่อลิตร)
  • ส่วนค่าไฟเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 3.90 บาทต่อหน่วย (เดือนพ.ค.-ส.ค. อยู่ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย เดือนก.ย.-ธ.ค. อยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย)
  • อาหารจานเดียวปรับขึ้น 3%

 

กรณีที่ 2: อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์อยู่ที่ 2.5 – 3.5%

 

  • เป็นกรณีที่สถานการณ์ลากยาว โดยราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในระดับสูงอย่างยืดเยื้อ กินเวลาประมาณ 3 เดือน
  • โดยราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบทั้งปีอยู่ที่ 88.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (เดือนเม.ย.-มิ.ย. อยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากนั้น 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)
  • ส่วนราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 35.78 บาทต่อลิตร (เดือนเม.ย.-มิ.ย. อยู่ที่ 44.24 บาทต่อลิตร หลังจากนั้น 32.25 บาทต่อลิตร)
  • ส่วนค่าไฟเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 3.93 บาทต่อหน่วย (เดือนพ.ค-ธ.ค. อยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย)

 

กราฟแสดงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไทยและผลกระทบจากราคาน้ำมัน 3

 

KResearch คาดเงินเฟ้อไทยทั้งปี 3.4% ยังต่ำกว่าช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนเหตุบริบทเศรษฐกิจไทยต่างกัน

 

ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) คาด ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% จากราคาพลังงานในประเทศที่ยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ที่อาจเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น

 

โดย KResearch ยังมองว่าราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในเดือนเม.ย. มีโอกาสปรับขึ้นเป็น 52.5 บาทต่อลิตร และทั้งปี 2569 ราคาเฉลี่ยอาจสูงกว่า 40 บาทต่อลิตร นอกจากนี้ ราคาวัตถุดิบสำคัญ เช่น ปุ๋ยและเม็ดพลาสติก ก็มีแนวโน้มปรับตัวสูง และยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าในระยะข้างหน้า

 

นอกจากนี้ ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น (second-round effect)

 

อย่างไรก็ดี แม้ราคาพลังงานในประเทศจะสูงกว่าในปี 2565 ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่อัตราเงินเฟ้อในปี 2569 คาดว่าจะไม่เร่งตัวไปสูงถึงระดับสูงสุด 7.9% YoY ในช่วงเดือนส.ค. 2565 เนื่องจากบริบททางเศรษฐกิจแตกต่างกัน โดยในปี 2565 เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวจากโควิด-19 ทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานเร่งตัว ขณะที่ปี 2569 เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว จึงคาดว่าแรงส่งจากผลกระทบทางอ้อมอาจไม่มากเท่า

 

 

The post อัตราเงินเฟ้อไทยมี.ค. ติดลบติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ทิ้งทวนก่อนรับแรงกระแทกสงคราม พาณิชย์คาดเงินเฟ้อจ่อพีคในไตรมาส 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงพาณิชย์คาดเงินเฟ้อไทยปี 69 กลับเข้าสู่กรอบ 1% – 3% หลังติดลบ 11 เดือนติด จากภาวะสงครามดันราคาน้ำมันสูง https://thestandard.co/thai-inflation-2026-oil-war/ Thu, 05 Mar 2026 05:44:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1184543 กราฟแสดงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไทยปี 2569 ที่คาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย หลังติดลบต่อเนื่อง 11 เดือน จากผลกระทบราคาน้ำมันและสงคราม

กระทรวงพาณิชย์เผย เงินเฟ้อปี 2569 มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ก […]

The post กระทรวงพาณิชย์คาดเงินเฟ้อไทยปี 69 กลับเข้าสู่กรอบ 1% – 3% หลังติดลบ 11 เดือนติด จากภาวะสงครามดันราคาน้ำมันสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟแสดงแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไทยปี 2569 ที่คาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย หลังติดลบต่อเนื่อง 11 เดือน จากผลกระทบราคาน้ำมันและสงคราม

กระทรวงพาณิชย์เผย เงินเฟ้อปี 2569 มีแนวโน้มกลับเข้าสู่กรอบ 1% – 3% หลังติดลบ 11 เดือนติดในเดือนกุมภาพันธ์ บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้นจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง หวั่นราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นมอบหมายพาณิชย์จังหวัดคุมเข้มสกัดร้านค้าฉวยจังหวะขึ้นราคา

 

วันนี้ (5 มีนาคม) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อไทยปี 2569 มีแนวโน้มกลับเข้าสู่กรอบ 1% – 3% บนสมมติฐานราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นตามภาวะสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง

 

โดย สนค. คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อไทยจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับ สหรัฐฯ และอิสราเอล แบ่งเป็น 3 ฉากทัศน์ ดังนี้

 

1.ราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ 1.0% – 2.0% ส่วนราคาอาหารสำเร็จรูปจะเพิ่มขึ้น 10% ครอบคลุม 10% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

 

2.ราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ 2.0% – 3.0% ส่วนราคาอาหารสำเร็จรูปจะเพิ่มขึ้น 10% ครอบคลุม 20% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

 

3.ราคาน้ำมันดิบดูไบ อยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั้งปีจะสูงกว่า 3.0% ส่วนราคาอาหารสำเร็จรูปจะเพิ่มขึ้น 10% ครอบคลุมมากกว่า 50% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

 

โดย นันทพงษ์ชี้ว่า จะต้องจับตามองราคาสินค้าอาหารสำเร็จรูป และอาหารร้านจานด่วน ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน ซึ่งทางสนค. ได้มอบหมายพาณิชย์จังหวัดให้ควบคุมอย่างระมัดระวัง ไม่ให้มีการขึ้นราคาเกินความเหมาะสม

 

ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (Headline CPI) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ลดลง 0.88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) นับเป็นการลดลง 11 เดือนติดต่อกัน และเป็นการติดลบที่หนักสุดในรอบ 25 เดือน

 

โดยมีปัจจัยหลักจาก

 

  • การลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ซึ่งราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.)
  • ค่ากระแสไฟฟ้าปรับลดลงตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ
  • ราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด

 

ขณะที่ราคาสินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมอาหารสดและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.56% YoY ชะลอตัวลงจากเดือนมกราคม 2569 ที่สูงขึ้น 0.60% YoY

 

ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2569 ลดลง 0.24% (MoM)

 

เปิดแนวโน้มเงินเฟ้อเดือนมีนาคม

 

สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปประจำเดือนมีนาคม 2569 สนค.คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้ความไม่สงบและความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลต่อหลายปัจจัยที่สนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่

 

(1) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น

 

(2) ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่คาดว่าอุณหภูมิจะสูงกว่าปีก่อนหน้า

 

(3) ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569 และ (4) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

 

สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่

 

(1) ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม – เมษายน 2569 มาอยู่ที่ 9.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหน่วย

 

(2) การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง

 

(3) ราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า จากอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า

 

เงินเฟ้อไทยกลับมารั้งบ๊วยอาเซียน

 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมกราคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลง 0.66% (YoY) โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 5 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สปป.ลาว)

 

  • 🇹🇭ไทย -0.66%
  • 🇧🇳บรูไน -0.2%
  • 🇹🇱ติมอร์-เลสเต 1.2%
  • 🇰🇭กัมพูชา 1.26%
  • 🇸🇬สิงคโปร์ 1.4%
  • 🇲🇾มาเลเซีย 1.6%
  • 🇵🇭ฟิลิปปินส์ 2.0%
  • 🇻🇳เวียดนาม 2.53%
  • 🇮🇩อินโดนีเซีย 3.55%
  • 🇱🇦สปป.ลาว 5.1%

 

เปิด 3 เหตุผลไทยยังไม่เข้าสู่เงินฝืด

 

แม้อัตราเงินเฟ้อในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ยังติดลบ 11 เดือนติดต่อกัน และเป็นการติดลบที่หนักสุดในรอบ 25 เดือน นันทพงษ์ยังคงยืนยันว่าไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากการเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ต้องมีเงื่อนไข 3 ประการด้วยกันได้แก่

 

1. เงินเฟ้อต่ำติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน

 

2. มีอัตราการว่างงานในระดับสูง

 

3. มีอัตราการเติบโตของ GDP ที่ติดลบ

The post กระทรวงพาณิชย์คาดเงินเฟ้อไทยปี 69 กลับเข้าสู่กรอบ 1% – 3% หลังติดลบ 11 เดือนติด จากภาวะสงครามดันราคาน้ำมันสูง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดแถลงการณ์ฉบับเต็ม! ทำไมกนง.มีมติลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.00% ต่อปี ต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี https://thestandard.co/mpc-interest-rate-cut-reasons/ Wed, 25 Feb 2026 07:58:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1181619 ภาพประกอบการแถลงมติลดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

กนง.มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25 […]

The post เปิดแถลงการณ์ฉบับเต็ม! ทำไมกนง.มีมติลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.00% ต่อปี ต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบการแถลงมติลดอัตราดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)

กนง.มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี เนื่องจากมองว่า เศรษฐกิจไทยยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึง อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้น สินเชื่อรวมยังหดตัวต่อเนื่อง เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น อีกทั้งสภาพคล่องของ SME และครัวเรือนยังตึงตัว

 

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์) ดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. โดยระบุว่า คณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ทั้งนี้ 2 เสียง เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% ต่อปี

 

สำหรับสาเหตุที่กนง.มีมติลดอัตราดอกเบี้ยลง ได้แก่ เศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึงในปี 2569 และ 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

 

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม รวมถึงแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่มีจำกัดตามเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวต่อเนื่อง เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น อีกทั้งสภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนยังตึงตัว

 

“กรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.00% เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและยังช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือนเพิ่มเติม และเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น” แถลงการณ์ระบุ

 

เปิดเหตุผลคณะกรรมการอีก 2 ท่านไม่โหวตลดดอกเบี้ย

 

ขณะที่กรรมการ 2 ท่านเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% โดยเห็นว่านโยบายการเงินปัจจุบันยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ และการลดดอกเบี้ยที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจ

 

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลาง รวมทั้งขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัดภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูง และเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงสะท้อนถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า โดยเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำจากปัจจัยเชิงโครงสร้างไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยนโยบายการเงินเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องผสมผสานนโยบายหลายด้านเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ รวมทั้งมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดอื่น

 

กนง. มอง ‘เศรษฐกิจ’ อย่างไร?

 

เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราวในช่วงปลายปี แต่อีกส่วนหนึ่งจากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการลงทุนและการส่งออกสินค้า ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจปี 2569 และ 2570

 

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยแม้การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มดีกว่าที่ประเมินไว้ แต่กระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นสำคัญและสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจลดลงกว่าในอดีต ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากปี 2568 ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณปี 2570 และการปรับตัวของ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน การเข้าถึงสินเชื่อ และการแข็งค่าของเงินบาท

 

กนง. มอง ‘อัตราเงินเฟ้อ’ อย่างไร?

 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 และ 2570 มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม และถูกกดดันเพิ่มเติมจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่ประเมินไว้จากช่วงครึ่งแรกของปี 2570 เป็นช่วงครึ่งหลังของปี อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจากที่ประเมินไว้เช่นกันและทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ

 

ทั้งนี้ ความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอยู่ในระดับต่ำสะท้อนจากราคาสินค้าและบริการที่ไม่ได้ปรับลดลงเป็นวงกว้าง โดยอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางปรับลดลงบ้างแต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอย่างใกล้ชิด

 

กนง. มองเป็น ‘ภาวะสินเชื่อ’ อย่างไร?

 

อัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินและตลาดการเงินโดยรวมปรับลดลงตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน

 

อย่างไรก็ดี ต้นทุนการกู้ยืมของ SMEs ที่มีความเสี่ยงสูงยังปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้รายใหม่และลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามการส่งผ่านของนโยบายการเงินและการขยายตัวของสินเชื่อ รวมทั้งสนับสนุนให้มีมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง

 

กนง. มองเป็น ‘อัตราแลกเปลี่ยน’ อย่างไร?

 

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับแข็งค่าตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ และปัจจัยเฉพาะของไทย โดยการแข็งค่าของเงินบาทซ้ำเติมภาวะการเงินของผู้ส่งออกโดยเฉพาะสินค้าที่มีการแข่งขันด้านราคาสูงและอัตรากำไรต่ำ

 

คณะกรรมการฯ กังวลต่อเงินบาทที่มีสัญญาณแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน จึงเห็นควรให้ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประเมินประสิทธิผลและความเพียงพอของมาตรการเกี่ยวกับธุรกรรมทองคำและธุรกรรมทางการเงินอื่นที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

 

คณะกรรมการฯ กังวลต่อเงินบาทที่มีสัญญาณแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน จึงเห็นควรให้ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด รวมทั้งประเมินประสิทธิผลและความเพียงพอของมาตรการเกี่ยวกับธุรกรรมทองคำและธุรกรรมทางการเงินอื่นที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

 

“ภายใต้กรอบการดำเนินนโยบายการเงินที่มีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่กับดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาเสถียรภาพระบบการเงิน คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงอยู่ในระดับผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า อีกทั้งสนับสนุนให้เงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะปานกลาง ในขณะเดียวกัน ควรติดตามนัยของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำต่อการสะสมความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลาง และให้ความสำคัญกับขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัด” แถลงการณ์ทิ้งท้าย

 

อ้างอิง

The post เปิดแถลงการณ์ฉบับเต็ม! ทำไมกนง.มีมติลดดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.00% ต่อปี ต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทสรุป! อัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปี 2568 อยู่ที่ -0.14% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง ‘ภาวะเงินฝืด’ ในปี 2569 https://thestandard.co/thai-inflation-negative-deflation-watch/ Wed, 07 Jan 2026 13:10:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1162549 บทสรุป อัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปี 2568 อยู่ที่ -0.14% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง ‘ภาวะเงินฝืด’ ใน ปี 2569

เปิดบทสรุป อัตราเงินเฟ้อไทย (CPI) ทั้งปี 2568 อยู่ที่ - […]

The post บทสรุป! อัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปี 2568 อยู่ที่ -0.14% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง ‘ภาวะเงินฝืด’ ในปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทสรุป อัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปี 2568 อยู่ที่ -0.14% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง ‘ภาวะเงินฝืด’ ใน ปี 2569

เปิดบทสรุป อัตราเงินเฟ้อไทย (CPI) ทั้งปี 2568 อยู่ที่ -0.14% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังพบ CPI ติดลบ 9 เดือนติดต่อกัน ท่ามกลางการลดลงของสินค้ากลุ่มพลังงาน ราคาผักผลไม้สด และราคาของใช้ส่วนบุคคลที่ปรับตัวต่ำต่อเนื่อง ทำให้ในช่วงสิ้นปีนี้ ไทยกลายเป็นประเทศที่อัตราเงินเฟ้อต่ำสุดในอาเซียน ด้านกระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง ‘ภาวะเงินฝืด’ ในปี 2569

 

วันนี้ (6 มกราคม) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (Headline CPI) เดือนธันวาคม 2568 ลดลง 0.28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) นับเป็นการลดลง 9 เดือนติดต่อกันแล้ว

 

โดยปัจจัยสำคัญมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่

 

  • ค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง ตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก
  • รวมถึงมติของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ในการปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล
  • ราคาสินค้าในกลุ่มของใช้ส่วนบุคคลยังปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ

 

อย่างไรก็ตาม นันทพงษ์ ยังกล่าวว่า ราคาสินค้าในกลุ่มอาหาร และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น จากการสูงขึ้นของราคาผักสด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสำเร็จรูป ส่วนราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

ทั้งนี้ ราคาพลังงานครองสัดส่วนในตระกล้าเงินเฟ้อราว 13% ขณะที่ราคาอาหารสดครองสัดส่วนในตระกล้าเงินเฟ้อกว่า 17% ตามการคำนวนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

 

สำหรับ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมอาหารและพลังงาน พบว่า มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 0. 59% (YoY) ชะลอตัวลงจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่สูงขึ้น 0.66% (YoY)

 

สรุป! ตัวเลข ‘อัตราเงินเฟ้อทั่วไป’ ตลอดปี 2568

 

มกราคม 2568: 1.32%

 

กุมภาพันธ์ 2568: 1.08%

 

มีนาคม 2568: 0.84%

 

เมษายน 2568: -0.22%

 

พฤษภาคม 2568: -0.57%

 

มิถุนายน 2568: -0.25%

 

กรกฎาคม 2568: -0.7%

 

สิงหาคม 2568: -0.79%

 

กันยายน 2568: -0.72%

 

ตุลาคม 2568: -0.76%

 

พฤศจิกายน 2568: -0.49%

 

ธันวาคม 2568: -0.28%

 

‘อัตราเงินเฟ้อทั่วไป’ ทั้งปี 2568 ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี

 

สนค. ยังเปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ยทั้งปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 ลดลง 0.14% (AoA) นับเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี หรือตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 โดยมีปัจจัยสำคัญจาก

 

  • การปรับตัวลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง และค่ากระแสไฟฟ้า ตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก
  • มาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ
  • ราคาผักสดและผลไม้สดปรับลดลงจากปริมาณผลผลิตที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
  • ราคาของใช้ส่วนบุคคลที่ลดลงจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญบางกลุ่มปรับราคาสูงขึ้น อาทิ อาหารสำเร็จรูป ปลาและสัตว์น้ำ และเครื่องประกอบอาหาร

 

กระทรวงพาณิชย์ติดตาม ‘ความเสี่ยงภาวะเงินฝืด’ แนะภาครัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นอุปสงค์

 

โดยนันทพงษ์ระบุว่า ความเสี่ยงภาวะเงินฝืดยังเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปในปี 2569 เพราะแม้ดัชนีราคาพื้นฐาน (Core CPI) จะยังเป็นบวก แต่ไม่ได้มาจากอุปสงค์เสมอไป แต่มาจากโครงสร้างอุปทานเป็นหลักในบางครั้ง พร้อมแนะภาครัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นอุปสงค์ ป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวจนเกิดภาวะเงินฝืด

 

“ดังนั้น สิ่งที่สำคัญมากที่สุดในการประคับประคองอัตราเงินเฟ้อ ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว คือ การกระตุ้นอุปสงค์ ซึ่งสามารถทำได้ผ่านการเร่งออกมาตรการภาครัฐต่างๆ เช่น การกระตุ้นการบริโภค การเร่งใช้จ่ายเงินของภาครัฐ การกระตุ้นการท่องเที่ยว และการลงทุน เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวจนเกิดภาวะเงินฝืด” นันทพงษ์กล่าว

 

เปิด ‘แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ’ ในระยะข้างหน้า

 

สนค.คาดว่าแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 จะยังคงลดลง อยู่ระหว่าง -0.5% ถึง 0.0% (ค่ากลาง -0.25%) โดยมีปัจจัยสำคัญจากฐานราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับอุปสงค์ทางเศรษฐกิจยังอ่อนแอ เนื่องจากไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงการเลือกตั้ง

 

อย่างไรก็ตาม สินค้าบางชนิดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด จากผลผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งนี้ สนค.คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในระยะต่อไป จากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ภายหลังการเลือกตั้ง การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ

 

สำหรับทั้งปี 2569 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในช่วง 0.0% ถึง 1.0% (ค่ากลาง 0.5%) ปรับตัวสูงขึ้นจากปี 2568 ที่ลดลง 0.14% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นภายใต้นโยบายรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องปรับตัวสูงขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

 

  • ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า
  • การแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องและเร็วกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค
  • การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในระดับต่ำ
  • ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่และหลายมิติ
  • ความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อรายได้เป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสำคัญ

 

ส่อง เงินเฟ้อทั่วไป ไทย vs. ต่างประเทศ

 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนพฤศจิกายน 2568 ติดลบ 0.49% (YoY) เมื่อเทียบกับเขตเศรษฐกิจต่างๆ พบว่าอยู่ต่ำเป็นอันดับที่ 7 จาก 132 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนจาก 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (ได้แก่ บรูไน สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สปป.ลาว และติมอร์-เลสเต)

 

🇹🇭ไทย -0.49%

 

🇧🇳บรูไน -0.1%

 

🇰🇷เกาหลีใต้ 0.24%

 

🇯🇵ญี่ปุ่น 0.29%

 

🇨🇳จีน 0.7%

 

🇮🇳อินเดีย 0.71%

 

🇹🇱ติมอร์-เลสเต 1.2%

 

🇸🇬สิงคโปร์ 1.2%

 

🇲🇾มาเลเซีย 1.4%

 

🇵🇭ฟิลิปปินส์ 1.5%

 

🇮🇩อินโดนีเซีย 2.72%

 

🇻🇳เวียดนาม 3.58%

 

🇱🇦สปป.ลาว 4.8%

 


 

บทสรุป อัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปี 2568 อยู่ที่ -0.14% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง ‘ภาวะเงินฝืด’ ใน ปี 2569 1บทสรุป อัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปี 2568 อยู่ที่ -0.14% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง ‘ภาวะเงินฝืด’ ใน ปี 2569 2บทสรุป อัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปี 2568 อยู่ที่ -0.14% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง ‘ภาวะเงินฝืด’ ใน ปี 2569 3

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post บทสรุป! อัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปี 2568 อยู่ที่ -0.14% ติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง ‘ภาวะเงินฝืด’ ในปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงพาณิชย์มองปม ‘สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา’ จะเพิ่มการผลิตน้ำมันในระยะยาว อาจกดเงินเฟ้อไทย ‘ต่ำลง’ ในอนาคต https://thestandard.co/us-venezuela-oil-thai-inflation/ Wed, 07 Jan 2026 12:38:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1162537 กระทรวงพาณิชย์ มอง ปม ‘สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา’ จะเพิ่มการผลิตน้ำมันในระยะยาว อาจกด เงินเฟ้อไทย ‘ต่ำลง’ ในอนาคต

กระทรวงพาณิชย์ มองปมสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา อาจกดเงินเฟ้อไทย […]

The post กระทรวงพาณิชย์มองปม ‘สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา’ จะเพิ่มการผลิตน้ำมันในระยะยาว อาจกดเงินเฟ้อไทย ‘ต่ำลง’ ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
กระทรวงพาณิชย์ มอง ปม ‘สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา’ จะเพิ่มการผลิตน้ำมันในระยะยาว อาจกด เงินเฟ้อไทย ‘ต่ำลง’ ในอนาคต

กระทรวงพาณิชย์ มองปมสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา อาจกดเงินเฟ้อไทย ‘ต่ำลง’ จากปริมาณการผลิตน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว

 

วันนี้ (6 มกราคม) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ มองว่า ในระยะต่อไปอีก 3-5 ปีข้างหน้า หากสหรัฐฯ สามารถเพิ่มอุปทานหรือปริมาณการผลิตน้ำมันในระยะยาวได้สำเร็จ อาจกดเงินเฟ้อไทยต่ำลง จากราคาพลังงานที่ต่ำลง

 

อย่างไรก็ตาม นันทพงษ์ชี้ว่าการดำเนินการฟื้นฟูกิจการน้ำมันของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 ปี ทำให้ผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อจะยังไม่เกิดขึ้นในระหว่างนี้

 

ส่วนผลกระทบด้านเศรษฐกิจในระยะสั้น นันทพงษ์ระบุว่ายังคงมีจำกัด เนื่องจากการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลามีปริมาณน้อยกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต่ำกว่า 1% ของการผลิตทั่วโลก ขณะที่ส่งออกน้ำมันมีมูลค่า 55.9 ล้านดอลลาร์ สัดส่วนเพียง 0.01% ของการค้าทั้งหมดของไทย

 

ทองคำอาจพุ่งต่อ บาทส่อแข็งค่า ฉุดเงินเฟ้อไทยต่ำลง

 

ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลให้นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เช่น ทองคำ เพิ่มขึ้นแทนการถือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ฉุดเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลต่อเนื่องทำให้อัตราเงินเฟ้อของไทยต่ำลง

 

อย่างไรก็ตาม นันทพงษ์ระบุว่าความผันผวนของตลาดการเงินจะเกิดขึ้นในระยะสั้น และการแข็งค่าของสกุลเงินบาทในระยะยาวยังคงขึ้นอยู่กับผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เป็นหลัก

 

กนง.-Fed จ่อลดดอกเบี้ย เพิ่มการบริโภค

 

ส่วนอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยมีแนวโน้มปรับลดลงตามผลประชุม Fed ทำให้ภาระดอกเบี้ยของไทยต่ำลง ส่งผลบวกต่อการบริโภคที่เพิ่มขึ้น และมีส่วนช่วยให้เงินเฟ้อขยายตัวเพิ่มขึ้นได้

 

สนค.ระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้มั่นผู้บริโภคมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น จากการเลือกตั้ง และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทำให้การใช้จ่ายของประชาชนจะปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน

 

ทั้งนี้ Fed คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะปรับตัวดีขึ้นเป็นขยายตัว 2.3% ในปี 2026 จากระดับ 1.7% ในปี 2025 ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวดีขึ้นด้วยเช่นกันโดยลดลงมาเหลือ 4.4% ในปี 2026 จาก 4.5% ในปี 2025

 

เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้น แนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจึงอาจน้อยลง โดย สนค.คาดการณ์ว่า Fed จะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปี 2026 จากปีก่อนที่ลด 3 ครั้ง

 

ภาพ: vectorfusionart/Shutterstock

The post กระทรวงพาณิชย์มองปม ‘สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา’ จะเพิ่มการผลิตน้ำมันในระยะยาว อาจกดเงินเฟ้อไทย ‘ต่ำลง’ ในอนาคต appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม.คงเป้าเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ที่ 1-3% ย้ำนโยบายการเงินยืดหยุ่น พร้อมรับมือความเสี่ยงโลก https://thestandard.co/cabinet-inflation-target-2026-1-3/ Tue, 30 Dec 2025 11:00:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1160228 ครม.คงเป้าเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ ที่ 1-3% ย้ำนโยบายการเงินยืดหยุ่น พร้อมรับมือความเสี่ยงโลก

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป้าหมายนโยบายการเงินประจำปี 256 […]

The post ครม.คงเป้าเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ที่ 1-3% ย้ำนโยบายการเงินยืดหยุ่น พร้อมรับมือความเสี่ยงโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม.คงเป้าเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ ที่ 1-3% ย้ำนโยบายการเงินยืดหยุ่น พร้อมรับมือความเสี่ยงโลก

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป้าหมายนโยบายการเงินประจำปี 2569 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยกำหนดกรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไว้ที่ร้อยละ 1–3 พร้อมรับทราบข้อตกลงร่วมกันระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลาง

 

ทั้งนี้ ครม. ระบุว่า แนวโน้มเงินเฟ้อในระยะต่อไปยังมีความไม่แน่นอนสูง จากทิศทางเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และ การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง หากอัตราเงินเฟ้อเคลื่อนไหวออกนอกกรอบเป้าหมาย เห็นควรให้ กนง. เร่งพิจารณามาตรการแก้ไข รายงานผลต่อคณะรัฐมนตรี และสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สาธารณชนอย่างต่อเนื่อง

 

ก่อนหน้านี้ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะประธาน กนง. ได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 และเห็นชอบร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงินดังกล่าว ก่อนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีหนังสือถึงกระทรวงการคลัง เพื่อขอให้ลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการ

 

สาระสำคัญของข้อตกลงระบุว่า รัฐบาลและ กนง. เห็นพ้องกำหนดกรอบเงินเฟ้อทั่วไปที่ร้อยละ 1–3 เป็นเป้าหมายนโยบายการเงินระยะปานกลาง โดยในปี 2569 จะดูแลให้อัตราเงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่กรอบดังกล่าว พร้อมป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืดหรือเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง ทั้งนี้ กนง. มองว่ากรอบดังกล่าวมีความเหมาะสมและยืดหยุ่นเพียงพอ รองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและด้านอุปทาน

 

การดำเนินนโยบายการเงินจะยังคงยึดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting) โดยมุ่งรักษาเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพ และดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน ซึ่งหัวใจสำคัญคือการยึดเหนี่ยวความคาดหวังเงินเฟ้อของประชาชนและภาคธุรกิจไม่ให้ผันผวนมากเกินไป

 

และในระยะข้างหน้า กระทรวงการคลังและ ธปท. จะประสานการดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดย กนง. จะใช้เครื่องมือที่หลากหลาย ทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการทางการเงิน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้และสนับสนุนการปล่อยสินเชื่อใหม่

 

ด้านการติดตามผล กนง. จะจัดทำรายงานผลการดำเนินนโยบายการเงินทุก 6 เดือน เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเผยแพร่รายงานนโยบายการเงินเป็นรายไตรมาส เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและการรับรู้ของสาธารณชน

 

นอกจากนี้ หากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 12 เดือนย้อนหลัง หรือประมาณการ 12 เดือนข้างหน้า เคลื่อนไหวออกนอกกรอบเป้าหมาย กนง. จะออกจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อชี้แจงสาเหตุ แนวทางแก้ไข และระยะเวลาที่คาดว่าเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย รวมถึงจะรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ หากเงินเฟ้อยังอยู่นอกกรอบต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในปี 2569 จะอยู่ในระดับต่ำ และมีแนวโน้มทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะปานกลางในปี 2570 อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน การแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงขึ้น การทวนกระแสโลกาภิวัตน์ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างใกล้ชิด

 

สำหรับกรณีมีเหตุจำเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและ กนง. สามารถตกลง

 

ร่วมกันเพื่อปรับเปลี่ยนเป้าหมายนโยบายการเงินได้ ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา

 

ทั้งนี้ การกำหนดกรอบเงินเฟ้อที่ร้อยละ 1–3 คาดว่าจะช่วยพยุงเสถียรภาพด้านราคา สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยตามศักยภาพ และสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสาธารณชนในระยะต่อไป

The post ครม.คงเป้าเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 ไว้ที่ 1-3% ย้ำนโยบายการเงินยืดหยุ่น พร้อมรับมือความเสี่ยงโลก appeared first on THE STANDARD.

]]>
InnovestX เปิด 7 ความเสี่ยง ‘การเมืองไทย’ ที่จะกระทบเศรษฐกิจไทย ปี 69 พร้อมคาดปีหน้า GDP ไทยโตต่ำเพียง 1.4% https://thestandard.co/innovestx-thai-politics-7-risks/ Tue, 16 Dec 2025 08:22:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1155361 InnovestX เปิด 7 ความเสี่ยง ‘การเมืองไทย’ ที่จะกระทบ **เศรษฐกิจไทย** ปี 69 พร้อมคาดปีหน้า GDP ไทยโตต่ำเพียง 1.4%

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ดร.ปิยศักดิ์ มาน […]

The post InnovestX เปิด 7 ความเสี่ยง ‘การเมืองไทย’ ที่จะกระทบเศรษฐกิจไทย ปี 69 พร้อมคาดปีหน้า GDP ไทยโตต่ำเพียง 1.4% appeared first on THE STANDARD.

]]>
InnovestX เปิด 7 ความเสี่ยง ‘การเมืองไทย’ ที่จะกระทบ **เศรษฐกิจไทย** ปี 69 พร้อมคาดปีหน้า GDP ไทยโตต่ำเพียง 1.4%

ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนก้าวเข้าสู่ปีใหม่ ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ Head of Economic Research ทีมวิจัยเศรษฐกิจและฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) มาฉายภาพความเสี่ยงและโอกาสที่รออยู่ในปีหน้า ซึ่งบรรยากาศการลงทุนเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งวัฏจักรเศรษฐกิจขาลง และปัจจัยการเมืองทั้งในและต่างประเทศ

 

ดร.ปิยศักดิ์ ให้ความเห็นว่าโมเมนตัมของวัฏจักรเศรษฐกิจโลกเริ่มเป็นขาลงชัดเจน โดยเฉพาะใน 3 ประเทศหลัก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และไทย สำหรับสหรัฐฯ ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ขณะที่จีน ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและยอดค้าปลีกต่างออกมาน่าผิดหวัง

 

สำหรับประเทศไทย สัญญาณการชะลอตัวมีความชัดเจนมาก โดยโมเมนตัม GDP ลดลงต่อเนื่องและไตรมาส 4 ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวเพียง 0% InnovestX ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเติบโตเพียง 1.4% เท่านั้น โดยไตรมาส 1 ปีหน้าอาจขยายตัวเพียง 0.4% ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา เนื่องจากภาคการลงทุนติดลบและการส่งออกยังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า

 

ความเสี่ยงนโยบายการเงินโลก และ ‘Fiscal Dominance’ จากสหรัฐฯ

 

ดร.ปิยศักดิ์ วิเคราะห์ว่าแม้นโยบายการเงินโลกจะเป็นขาลง (ดอกเบี้ยลด) แต่ปีหน้าจะเห็นความแตกต่าง (Divergence) มากขึ้น ญี่ปุ่นมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย ยูโรโซนอาจหยุดลดดอกเบี้ย ในขณะที่สหรัฐฯ (Fed) อาจลดดอกเบี้ยได้ไม่เยอะเท่าที่คาด

 

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ “ความเป็นอิสระของเฟด” ภายใต้อิทธิพลของ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ หากได้กลับมามีอำนาจ โดยมีการเก็งกันว่าผู้ท้าชิงประธานเฟดคนใหม่อาจเป็นบุคคลที่ทรัมป์สั่งการได้ เช่น Kevin Warsh หรือ Kevin Hassett หากเฟดถูกแทรกแซงให้ลดดอกเบี้ยหรือทำ QE เพื่อสนับสนุนนโยบายการคลัง (Fiscal Dominance) จะทำให้ดอลลาร์เสี่ยงต่อการเสื่อมค่าอย่างรุนแรง (Dollar Debasement) ซึ่งอาจเห็นดัชนีดอลลาร์ (DXY) ร่วงลงต่ำกว่า 80 จุด และจะส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรุนแรงตามไปด้วย

 

การเมืองไทย 7 ความเสี่ยง และกับดักงบประมาณล่าช้า

 

ปัจจัยในประเทศที่ InnovestX ให้ความสำคัญสูงสุดคือ “การเมือง” โดยเฉพาะประเด็นการยุบสภาและการเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบผ่าน 7 ความเสี่ยงหลัก ได้แก่

 

  1. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชะงัก เช่น โครงการอย่าง ‘ช้อปดีมีคืน’ หรือมาตรการคนละครึ่งอาจถูกยกเลิกหรือชะลอไป
  2. FDI ชะลอตัว เพราะนักลงทุนต่างชาติรอความชัดเจนจากรัฐบาลใหม่
  3. สถานการณ์ชายแดน โดยหากมีความรุนแรงอาจกระทบต่อการจัดการเลือกตั้ง
  4. งบประมาณปี 2570 ล่าช้า เพราะกระบวนการจัดทำงบประมาณอาจสะดุด หากการจัดตั้งรัฐบาลกินเวลานาน
  5. การเจรจาการค้า ส่งผลให้การเจรจา FTA หรือข้อตกลงต่างๆ ต้องหยุดชะงักเพราะไม่มีสภา
  6. โครงการเมกะโปรเจกต์แช่แข็ง: เช่น รถไฟความเร็วสูง หรือ Land Bridge ต้องรอรัฐบาลใหม่
  7. วินัยการคลัง ซึ่งรัฐบาลใหม่อาจเพิ่มการขาดดุลการคลัง ซึ่งเสี่ยงต่ออันดับความน่าเชื่อถือ

 

ดร.ปิยศักดิ์ ประเมินฉากทัศน์ (Scenario) ว่าหากเป็นรัฐบาลขั้วเดิม การจัดตั้งรัฐบาลจะไม่ล่าช้ามาก แต่หากมีการข้ามขั้ว หรือฝ่ายค้านชนะถล่มทลาย อาจทำให้กระบวนการจัดทำงบประมาณล่าช้าไป 3-6 เดือน ซึ่งจะกระทบต่อ GDP ประมาณ 0.5-0.8%

 

InnovestX เปิด 7 ความเสี่ยง ‘การเมืองไทย’ ที่จะกระทบ **เศรษฐกิจไทย** ปี 69 พร้อมคาดปีหน้า GDP ไทยโตต่ำเพียง 1.4% 1

ภาพ: วิกฤตการเมืองไทย 5 ทางออกที่เป็นไปได้ และ 7 ความเสี่ยงเศรษฐกิจ

 

แนวโน้มค่าเงินบาทและเงินเฟ้อ

 

ในส่วนของค่าเงินบาท InnovestX มองว่ายังมีแนวโน้ม “แข็งค่า” ต่อเนื่อง โดยมีโอกาสเห็นระดับ 31 บาทกว่าๆ สาเหตุหลักมาจากปริมาณเงิน (Money Supply) ของไทยที่เติบโตต่ำมากเมื่อเทียบกับโลก และโครงสร้างเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยไตรมาส 2 ปีหน้า บาทอาจอ่อนค่าลงชั่วคราวจากการลดดอกเบี้ยของไทย (คาดว่า กนง. จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีหน้า ช่วงเดือนเมษายนและสิงหาคม) ก่อนจะกลับมาแข็งค่าในช่วงปลายปี

 

ด้านเงินเฟ้อไทย อยู่ในภาวะที่น่ากังวล โดยมีแนวโน้มติดลบไปจนถึงครึ่งปีหน้า จากปัจจัยเชิงโครงสร้าง สังคมสูงวัย และการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีน (เงินฝืด)

 

บทสรุปสำหรับนักลงทุน ปีแห่งการ ‘เก็บคอ-งอเข่า’

 

ดร.ปิยศักดิ์ ทิ้งท้ายด้วยคำแนะนำสำหรับภาคธุรกิจและนักลงทุนว่า ปีหน้าเป็นปีที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือใช้กลยุทธ์ “เก็บคอ-งอเข่า” เนื่องจากความเสี่ยงรอบด้านทั้งเศรษฐกิจโลกชะลอตัว สงครามค่าเงิน และความไม่แน่นอนทางการเมืองไทย การทำธุรกิจและการลงทุนจึงต้องเน้นความปลอดภัยและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

The post InnovestX เปิด 7 ความเสี่ยง ‘การเมืองไทย’ ที่จะกระทบเศรษฐกิจไทย ปี 69 พร้อมคาดปีหน้า GDP ไทยโตต่ำเพียง 1.4% appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทยเดือน พ.ย. ลดลง 0.49% ติดลบ 8 เดือนติด พาณิชย์คาดทั้งปีติดลบ 0.10% ก่อนเร่งตัวเป็น 0.5% ในปี 2569 https://thestandard.co/thai-inflation-negative-eight-forecast/ Wed, 03 Dec 2025 05:56:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1150964 อัตราเงินเฟ้อไทยเดือน พ.ย. ลดลง 0.49% ติดลบ 8 เดือนติด พาณิชย์คาดทั้งปีติดลบ 0.10% ก่อนเร่งตัวเป็น 0.5% ในปี 2569

เงินเฟ้อไทยติดลบ 8 เดือนต่อเนื่องในเดือนพฤศจิกายน 2568 […]

The post อัตราเงินเฟ้อไทยเดือน พ.ย. ลดลง 0.49% ติดลบ 8 เดือนติด พาณิชย์คาดทั้งปีติดลบ 0.10% ก่อนเร่งตัวเป็น 0.5% ในปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทยเดือน พ.ย. ลดลง 0.49% ติดลบ 8 เดือนติด พาณิชย์คาดทั้งปีติดลบ 0.10% ก่อนเร่งตัวเป็น 0.5% ในปี 2569

เงินเฟ้อไทยติดลบ 8 เดือนต่อเนื่องในเดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ -0.49% โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคาพลังงานที่ปรับลงทั่วโลก คาดแนวโน้มเงินเฟ้อทั้งปีอยู่ระหว่าง -0.05% ถึง -0.15% ก่อนจะเร่งตัวขึ้นในปี 2569 เป็น 0.0% ถึง 1.0%

 

วันนี้ (3 ธันวาคม) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (Headline CPI) เดือนพฤศจิกายน 2568 เท่ากับ 100.15 เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งเท่ากับ 100.64 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ลดลง 8 เดือนติดต่อกัน

 

โดยราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อติดลบในเดือนที่ผ่านมา พร้อมด้วยปัจจัยอื่นๆ ดังนี้

 

  • ค่ากระแสไฟฟ้าครัวเรือน และน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปรับลดลงตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก
  • มาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ

 

ขณะที่สินค้าในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากลดลงต่อเนื่องมา 3 เดือน จากการสูงขึ้นของราคาผักสด อาหารสำเร็จรูป และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมอาหารและพลังงาน พบว่า มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.66% (YoY) เร่งตัวขึ้นเล็กน้อยจากเดือนตุลาคม 2568 ที่สูงขึ้น 0.61% (YoY)

 

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 11 เดือน (มกราคม – พฤศจิกายน) ของปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ลดลง 0.12%

 

ทั้งนี้ สนค. ประเมินว่า แนวโน้มภาวะเงินเฟ้อปี 2568 จะอยู่ที่ -0.15% ถึง -0.05% ซึ่งมีค่ากลางอยู่ที่ -0.10% นับเป็นการติดลบครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยมีปัจจัยจาก ราคาพลังงานในตลาดโลก และมาตรการภาครัฐ ขณะที่ผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ กระทบต่ออัตราเงินเฟ้อเพียง 0.01% ถึง 0.05% เท่านั้น

 

เปิดแนวโน้มเงินเฟ้อปี 2569

 

ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ว่าแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2569 จะอยู่ระหว่าง 0.0% – 1.0% (ค่ากลางที่ 0.5%) โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่

 

(1) ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากนโยบายรักษาเสถียรภาพของราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ ประกอบกับเกษตรกรมีแนวโน้มลดปริมาณการเพาะปลูกสินค้าที่ราคาต่ำในปีก่อนหน้า ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรบางประเภทจะเข้าสู่ตลาดน้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น

 

(2) ภาคการท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวประมาณ 34.9 ล้านคน (เพิ่มขึ้นจาก 33.4 ล้านคน ในปี 2568) และมีรายได้จากการท่องเที่ยวรวมอยู่ที่ 2.79 ล้านล้านบาท ทำให้สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องอาจปรับราคาสูงขึ้น

 

ขณะที่ปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่

 

(1) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับลดลง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปี 2568

 

(2) ภาครัฐมีแนวโน้มดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่ากระแสไฟฟ้าครัวเรือน ค่าโดยสารสาธารณะ และการตรึงราคาก๊าซ LPG

 

(3) เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำเพียง 1.7% ในปี 2569 ต่ำกว่าปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 2.0% และเป็นการขยายตัวต่ำกว่า 3.0% เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ทำให้อุปสงค์ภายในประเทศอ่อนแอ และขาดแรงส่งไปยังเงินเฟ้อด้านอุปสงค์

 

(4) มีแนวโน้มนำเข้าเงินเฟ้อต่ำจากต่างประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศสำคัญขยายตัวในระดับต่ำ ส่งผลให้มีการผลิตและการส่งออกสินค้าที่ราคาลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับเงินบาทที่แข็งค่าจะทำให้ไทยนำเข้าสินค้าราคาต่ำ โดยเฉพาะเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

 

เงินเฟ้อไทยรั้งบ๊วยอาเซียน 4 เดือนติด

 

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลง 0.76%YoY อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 3 จาก 132 เขตเศรษฐกิจที่มีการประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนจาก 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข ดังนี้ บรูไน, ติมอร์-เลสเต, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และสปป.ลาว

 

  • 🇹🇭ไทย -0.76%
  • 🇧🇳บรูไน 0.1%
  • 🇹🇱ติมอร์-เลสเต 0.9%
  • 🇸🇬สิงคโปร์ 1.2%
  • 🇲🇾มาเลเซีย 1.3%
  • 🇵🇭ฟิลิปปินส์ 1.7%
  • 🇮🇩อินโดนีเซีย 2.86%
  • 🇻🇳เวียดนาม 3.25%
  • 🇱🇦สปป.ลาว 4.0%

The post อัตราเงินเฟ้อไทยเดือน พ.ย. ลดลง 0.49% ติดลบ 8 เดือนติด พาณิชย์คาดทั้งปีติดลบ 0.10% ก่อนเร่งตัวเป็น 0.5% ในปี 2569 appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 7 เดือนติด ลดลง 0.76% ในเดือน ต.ค. https://thestandard.co/october-thai-inflation-negative/ Wed, 05 Nov 2025 05:49:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1139889 อัตราเงินเฟ้อไทย ติดลบ 7 เดือนติด ลดลง 0.76% ในเดือน ต.ค.

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการส […]

The post อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 7 เดือนติด ลดลง 0.76% ในเดือน ต.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทย ติดลบ 7 เดือนติด ลดลง 0.76% ในเดือน ต.ค.

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (Headline CPI) เดือนตุลาคม 2568 เท่ากับ 100.00 ลดลง 0.76% (YoY) นับเป็นการปรับตัวลดลง 7 เดือนติดต่อกัน

 

โดยสาเหตุที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเดือนที่ผ่านมาติดลบมาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้
มาตรการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนของภาครัฐ ผ่านโครงการ Quick Big Win

 

สถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก ที่ส่งผลให้ราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานลดลง ทั้งค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิง

 

โดยสินค้าสำคัญที่ราคาลดลง ได้แก่ เนื้อสุกร ไข่ไก่ ผักสด และผลไม้สด จากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งของใช้ส่วนบุคคล จากการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ที่หักอาหารสดและพลังงานออกแล้ว ยังสูงกว่าปีก่อนหน้า 0.61% YoY ชะลอลงจากเดือนกันยายน 2568 ที่สูงขึ้น 0.65% YoY

 

ขณะที่ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ย 10 เดือน (มกราคม – ตุลาคม) ของปี 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ลดลง 0.09% (AoA)

 

เปิดแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไป

 

นันทพงษ์ กล่าวต่อว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤศจิกายน 2568 คาดว่าจะยังคงลดลง

 

โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่

  1. ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกลุ่มประเทศโอเปกพลัสปรับเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านโครงการ Quick Big Win ส่งผลให้สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (OFFO) ปรับลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนฯ และทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลลดลงมาอยู่ที่ 30.94 บาทต่อลิตร
  2. ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนกันยายน – ธันวาคม 2568 มาอยู่ที่ 15.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย
  3. ราคาผักสดและผลไม้สดต่ำกว่าปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก จากผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก รวมทั้งฐานราคาผักสดในปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับสูง
  4. ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมีแนวโน้มปรับลดราคาห้องพัก เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของภาครัฐ (ณ วันที่ 21 ต.ค. 2568) โดยเฉพาะมาตรการหักลดหย่อนภาษีค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวภายในประเทศสูงสุด 20,000 บาท

 

สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่

  1. การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวมีแนวโน้มทำให้ค่าโดยสารเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้น
  2. ราคาสินค้าเกษตรและเครื่องประกอบอาหารบางชนิดมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า เช่น กะทิสำเร็จรูป กาแฟสำเร็จรูป เกลือป่น และน้ำมันพืช เป็นต้น

 

“ด้วยปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2568 อยู่ที่ 0.0%” นันทพงษ์กล่าว

The post อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 7 เดือนติด ลดลง 0.76% ในเดือน ต.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wisesight เผยคนรุ่นใหม่วัย 25-34 ปี เร่งวางแผนเกษียณไว หนีความเหนื่อยล้า เปิดโอกาสทองให้ธุรกิจประกันชีวิตและสถาบันการเงิน ชี้คนกลัวเงินเฟ้อและค่ารักษาตอนแก่ https://thestandard.co/wisesight-new-gen-early-retirement/ Wed, 29 Oct 2025 07:09:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1136982 Wisesight เผยคนรุ่นใหม่วัย 25-34 ปี เร่งวางแผนเกษียณไว หนีความเหนื่อยล้า **เปิด**โอกาสทองให้ **ธุรกิจประกันชีวิตและสถาบันการเงิน** **ชี้**คนกลัวเงินเฟ้อและค่ารักษาตอนแก่

ในยุคที่โลกของการทำงานหมุนเร็วและเหนื่อยกว่าที่เคย ‘การ […]

The post Wisesight เผยคนรุ่นใหม่วัย 25-34 ปี เร่งวางแผนเกษียณไว หนีความเหนื่อยล้า เปิดโอกาสทองให้ธุรกิจประกันชีวิตและสถาบันการเงิน ชี้คนกลัวเงินเฟ้อและค่ารักษาตอนแก่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Wisesight เผยคนรุ่นใหม่วัย 25-34 ปี เร่งวางแผนเกษียณไว หนีความเหนื่อยล้า **เปิด**โอกาสทองให้ **ธุรกิจประกันชีวิตและสถาบันการเงิน** **ชี้**คนกลัวเงินเฟ้อและค่ารักษาตอนแก่

ในยุคที่โลกของการทำงานหมุนเร็วและเหนื่อยกว่าที่เคย ‘การเกษียณไว’ กลายเป็นความฝันใหม่ของคนวัยทำงานจำนวนมาก ก่อนหน้านี้อาจจะเป็นความคิดของคนวัย 40–50 ปี แต่ปัจจุบัน จากคำสนทนาบทโซเชียลมีเดีย ทำให้เรารู้ว่ากลุ่มคนที่พูดคุยเรื่องนี้ เริ่มวางแผนตั้งแต่อายุน้อยลงเรื่อยๆ และเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตว่า “จะต้องทำงานหนักไปถึงเมื่อไรถึงจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่อยากเป็น”

 

เพื่อสำรวจปรากฏการณ์นี้ ทีม Wisesight Research ได้วิเคราะห์ข้อมูล Social Listening ระหว่างเดือนมกราคม–กันยายน 2025 พบว่ามีการพูดถึงการเกษียณไว และ FIRE (Financial Independence, Retire Early) รวมกันกว่า 23,024 ข้อความ เพิ่มขึ้นประมาณ 14% จากปีก่อน โดยจำนวนการพูดถึงเกิดขึ้นสม่ำเสมอทุกเดือน และจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงที่มีคนดังประกาศเกษียณ หรือมีคอนเทนต์เกี่ยวกับอิสรภาพในการใช้ชีวิต

 

ความฝัน ‘เกษียณตอนอายุ 45’ ไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ แต่เกิดจากความต้องการอิสระและความยั่งยืนในชีวิต เสียงของผู้คนในโลกออนไลน์สะท้อนถึงความเหนื่อยล้าทางใจ และความไม่มั่นคงของรายได้ทางเดียวจากการทำงานในระบบ การเกษียณที่คนรุ่นใหม่พูดถึงจึงหมายถึงการเลิกทำงานประจำ หรือเลิกทำงานที่ทำอยู่เพื่อไปทำอย่างอื่นที่มีอิสระมากขึ้น

 

เมื่อเจาะลึกถึงเหตุผลที่อยากเกษียณไวมากที่สุด พบว่าคือการอยากมีอิสระทางการเงิน (53%) ตามมาด้วยอยากมีอิสระทางเวลา ได้ทำในสิ่งที่รัก ไม่ผูกติดกับระบบออฟฟิศ (26%) นอกจากนี้ยังอยากใช้ชีวิตแบบสมดุล ได้กลับมาดูแลสุขภาพกายและใจ (11%) และความเหนื่อยล้าจากงานประจำ (10%) โพสต์ส่วนใหญ่ที่ลงรายละเอียดการวางแผนนั้นเป็นไปในโทนบวก สะท้อนถึงแรงบันดาลใจในการสร้างอนาคตที่ดีขึ้น

 

กลุ่มคนที่พูดถึงเรื่องนี้มากที่สุดคือวัยทำงาน ช่วงอายุ 25–34 ปี (49%) รองลงมาคือกลุ่ม First jobber ช่วงอายุ 18-24 ปี (24%) และช่วงอายุ 35–44 ปี (18%) เมื่อจำแนกตามอาชีพ พบว่าส่วนใหญ่คือ พนักงานออฟฟิศ บริษัทเอกชน หรือข้าราชการ ที่ทำงานประจำ (85%) ตามมาด้วยฟรีแลนซ์ หรือครีเอเตอร์ (12%) และเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก (3%)

 

คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะชื่นชอบเพจหรืออินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงินส่วนบุคคล การลงทุน และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต พวกเขายังมีการตั้ง Community ใน X (Twitter) เพื่อพูดคุยกันเรื่อง FIRE หรือการวางแผนทางการเงินเพื่อเกษียณไวโดยเฉพาะ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่คือความเคลื่อนไหวที่จริงจัง ไม่ใช่แค่การบ่นลอยๆ

 

เสียงในโลกโซเชียลยังชี้ให้เห็นว่า คนจำนวนมากเริ่ม ‘ลงมือวางแผนเกษียณ’ อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น รูปแบบที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ การออมอัตโนมัติ (45%) เช่น บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง หรือออมกับกองทุนรวม ตามมาด้วย การซื้อประกัน (23%) การลงทุนในหุ้นและคริปโตฯ (20%) และการมีอาชีพเสริม (10%) เช่น ขายของออนไลน์ หรือสร้างคอนเทนต์

 

อย่างไรก็ตาม แม้หลายคนจะพูดถึงการเกษียณไวอย่างมีแรงบันดาลใจ แต่อีกด้านในโซเชียลยังเต็มไปด้วยเสียงของความกังวล โดยความรู้สึกเชิงลบที่พบมากที่สุดคือ กลัวเงินไม่พอใช้ (71%) เนื่องจากยังมีภาระหนี้สิน มีครอบครัวที่ต้องดูแล และปัญหาเงินเฟ้อที่บั่นทอนเงินเก็บ

 

ความกังวลรองลงมาคือ กลัวไม่มีงานรองรับหลังเกษียณ (23%) เพราะกังวลว่าบริษัทส่วนใหญ่ไม่รับคนอายุ 35 ขึ้นไปเข้าทำงาน ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี มีข่าวการ Layoff บ่อยครั้ง และการที่ AI อาจเข้ามาทำงานแทนคนได้ นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องกลัวค่ารักษาแพงตอนแก่ (6%)

 

กระแส ‘เกษียณไว’ นี้ กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้กับหลายธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับ การเงิน, สุขภาพ, และไลฟ์สไตล์หลังเกษียณ หมวดธุรกิจที่ถูกพูดถึงควบคู่กับการวางแผนเกษียณมากที่สุด ได้แก่ บริษัทประกันชีวิตและประกันสุขภาพ (48%) ตามด้วย ธนาคารและสถาบันการเงิน (24%)

 

นอกจากกลุ่มการเงินแล้ว ธุรกิจบริการสุขภาพและฟิตเนส (13%) และ การท่องเที่ยว หรือ Wellness Retreat (9%) ก็ถูกพูดถึงด้วยเช่นกัน สะท้อนว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้วางแผนแค่เรื่องเงิน แต่ยังวางแผนเรื่องสุขภาพและการใช้ชีวิตไปพร้อมกันด้วย

 

คีย์เวิร์ดใหม่ที่เริ่มปรากฏบ่อยขึ้น เช่น Wellness Living, Health is the new Wealth, Passive Health Plan, และ ‘Luxury ไม่ใช่ของแพง แต่คือ อิสระในการใช้ชีวิต’ สะท้อนแนวโน้มว่า การเกษียณจะกลายเป็น lifestyle choice มากกว่าช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตแบบเดิม

 

สรุปได้ว่า การเกษียณไวไม่ใช่แค่ความฝัน แต่คือ การนิยามแบบชีวิตใหม่ เสียงในโลกโซเชียลกำลังบอกเราว่า คนรุ่นใหม่ไม่ได้หนีงาน แต่กำลังหาชีวิตที่สมดุล พวกเขาอยากใช้เวลาในวัยกลางคนอย่างมีคุณค่า และพร้อมจะลงทุนทั้งเงินและเวลาเพื่อไปถึงจุดนั้น การเกษียณไว คือการเกษียณจากความเหนื่อย เพื่อเริ่มต้นใช้ชีวิตในแบบที่เลือกเอง

 

ภาพ: aslysun / Shutterstock

The post Wisesight เผยคนรุ่นใหม่วัย 25-34 ปี เร่งวางแผนเกษียณไว หนีความเหนื่อยล้า เปิดโอกาสทองให้ธุรกิจประกันชีวิตและสถาบันการเงิน ชี้คนกลัวเงินเฟ้อและค่ารักษาตอนแก่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทย ‘รั้งท้าย’ อาเซียน พาณิชย์ยืนยัน ‘ไทยไม่เข้าข่ายเงินฝืด’ https://thestandard.co/thai-cpi-negative6months-notdeflation/ Mon, 06 Oct 2025 07:22:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1127072 Thai-CPI-Negative6Months-NotDeflation

อัตราเงินเฟ้อไทย (CPI) ประจำเดือนกันยายน 2568 ยังคงติดล […]

The post อัตราเงินเฟ้อไทย ‘รั้งท้าย’ อาเซียน พาณิชย์ยืนยัน ‘ไทยไม่เข้าข่ายเงินฝืด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Thai-CPI-Negative6Months-NotDeflation

อัตราเงินเฟ้อไทย (CPI) ประจำเดือนกันยายน 2568 ยังคงติดลบ 6 เดือนติดต่อกัน โดยลดลง 0.72% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังยืนยันว่า ไทยยังไม่เข้าสู่ ‘ภาวะเงินฝืด’ 

 

แม้ว่า อัตราเงินเฟ้อไทยในสิงหาคม 2568 ต่ำเป็นอันดับ 9 จาก 140 เขตเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีการประกาศตัวเลข และ ‘ต่ำสุด’ ในกลุ่มประเทศอาเซียนจาก 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข และต่ำกว่า ‘บรูไน’ ซึ่งเป็นประเทศผลิตน้ำมันเสียอีก

 

สำหรับภาพรวมเงินเฟ้อไทยทั้งปีนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับลดคาดการณ์ลงมาอยู่ที่ ระดับ 0.0% จากเดิมที่อยู่ระหว่าง 0.0% – 1.0% (ค่ากลาง 0.5%) ซึ่งนับว่า ต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งอยู่ในระดับ 1-3%

 

สรุป อัตราเงินเฟ้อ อาเซียน ในสิงหาคม 2568

  • 🇹🇭ไทย -0.79%
  • 🇧🇳บรูไน -0.4%
  • 🇸🇬สิงคโปร์ 0.5%
  • 🇲🇾มาเลเซีย 1.3%
  • 🇵🇭ฟิลิปปินส์ 1.5%
  • 🇰🇭กัมพูชา 1.79%
  • 🇮🇩อินโดนีเซีย 2.31%
  • 🇻🇳เวียดนาม 3.24%
  • 🇱🇦สปป.ลาว 5.0%

 


 

อัตราเงินเฟ้อไทย ‘รั้งท้าย’ อาเซียน พาณิชย์ยืนยัน ‘ไทยไม่เข้าข่ายเงินฝืด’

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

The post อัตราเงินเฟ้อไทย ‘รั้งท้าย’ อาเซียน พาณิชย์ยืนยัน ‘ไทยไม่เข้าข่ายเงินฝืด’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 5 เดือนติด -0.79% ใน ส.ค. หนักสุดรอบ 19 เดือน พาณิชย์มั่นใจยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด https://thestandard.co/thai-inflation-negative-5-months/ Thu, 04 Sep 2025 10:21:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1115540

อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 5 เดือนต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม โด […]

The post อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 5 เดือนติด -0.79% ใน ส.ค. หนักสุดรอบ 19 เดือน พาณิชย์มั่นใจยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด appeared first on THE STANDARD.

]]>

อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 5 เดือนต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม โดยลดลง 0.79%YoY ต่ำสุดในรอบ 19 เดือน ยันไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวก และการลดลงของราคามาจากอุปทานเป็นหลัก ขณะที่กำลังซื้อและอุปสงค์มีผลน้อยกว่า

 

วันนี้ (4 กันยายน) ณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (Headline CPI) เดือนสิงหาคม 2568 เท่ากับ 100.14 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งเท่ากับ 100.94 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง หรือ ‘ติดลบ’ 0.79%YoY

 

โดยมาจากปัจจัยหลัก ดังนี้

 

  • การลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะผักสด ผลไม้สด และไข่ไก่ เนื่องจากอุปทานในตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มพลังงานจากการลดลงของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง
  • ตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก และค่ากระแสไฟฟ้าจากมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมอาหารและพลังงาน พบว่า มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.81% (YoY) แต่ชะลอลงจากเดือนกรกฎาคม 2568 ที่สูงขึ้น 0.84%YoY

 

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 8 เดือน (มกราคม-สิงหาคม) ของปี 2568 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 สูงขึ้น 0.08% (AoA)

 

ยันไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด

 

ณัฐิยายืนยันว่า ไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เพราะอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังมีการปรับตัวเป็นบวก โดยเสริมว่าภาวะเงินเฟ้อที่ปรับลดลงมาจากปัจจัยฝั่งอุปทานมากกว่าฝั่งอุปสงค์ ขณะที่ปัจจัยด้านกำลังซื้อและอุปสงค์มีผลกระทบน้อยกว่า

 

คาดเงินเฟ้อไทยยังคงลดลงต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม สนค. คาดการณ์ว่าแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกันยายนปี 2568 จะยังคงลดลง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่

 

  • ภาครัฐยังคงดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2568 มาอยู่ที่ 15.72 สตางค์ต่อหน่วย ส่งผลให้อัตราค่ากระแสไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.94 บาทต่อหน่วย
  • ราคาผักสดและผลไม้สดอยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ทำให้ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบมากขึ้น
  • การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และสภาวะการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูง

 

สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่

 

ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดและเครื่องประกอบอาหารที่มีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า เช่น เนื้อสุกร มะขามเปียก กะทิสำเร็จรูป กาแฟ เกลือป่น และน้ำมันพืช เป็นต้น

 

อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องติดตามคือ ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกอาจมีความผันผวนจากสถานการณ์ที่ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานของตลาดโลก

 

ทั้งปีเสี่ยงเฟ้อต่ำแค่ 0.1%

 

ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ายังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2568 อยู่ระหว่าง 0.0-1.0% (ค่ากลาง 0.5%) และจะมีการปรับคาดการณ์ใหม่อีกครั้งหลังจบไตรมาส 3

 

โดยคาดว่าไตรมาส 4 จะติดลบ 0.24%YoY ซึ่งดีกว่าอัตราเงินเฟ้อไตรมาส 3 ที่คาดว่าจะติดลบ 0.66% แต่ยังต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้เดือนก่อน ซึ่งคาดว่าเงินเฟ้อจะกลับมาพลิกบวกในไตรมาส 4 ทำให้อัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปีเสี่ยงโตต่ำแค่ระดับ 0.1%

 

เงินเฟ้อไทยต่ำสุดในอาเซียน

 

โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลง 0.7%YoY อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 7 จาก 138 เขตเศรษฐกิจที่มีการประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนจาก 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, เวียดนาม และ สปป.ลาว)

 

  • 🇹🇭ไทย -0.7%
  • 🇧🇳บรูไน -0.2%
  • 🇸🇬สิงคโปร์ 0.6%
  • 🇵🇭ฟิลิปปินส์ 0.9%
  • 🇲🇾มาเลเซีย 1.2%
  • 🇰🇭กัมพูชา 1.66%
  • 🇮🇩อินโดนีเซีย 2.37%
  • 🇻🇳เวียดนาม 3.19%
  • 🇱🇦สปป.ลาว 5.3%

The post อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 5 เดือนติด -0.79% ใน ส.ค. หนักสุดรอบ 19 เดือน พาณิชย์มั่นใจยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด appeared first on THE STANDARD.

]]>
KResearch เตือนไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด จับตาเงินเฟ้ออาจลดลงแบบวงกว้าง Krungthai ห่วงสินค้าต่างประเทศทะลัก ท่ามกลางบาทแข็ง https://thestandard.co/thailand-risks-deflation-kresearch/ Sun, 10 Aug 2025 11:18:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1105954

KResearch เตือนไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด จับตาเงินเฟ้ […]

The post KResearch เตือนไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด จับตาเงินเฟ้ออาจลดลงแบบวงกว้าง Krungthai ห่วงสินค้าต่างประเทศทะลัก ท่ามกลางบาทแข็ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

KResearch เตือนไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด จับตาเงินเฟ้ออาจลดลงแบบขยายวงกว้าง (Broad-based แต่ยังคงมุมมองเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 0.3% ขณะที่ Krungthai COMPASS มองทิศทางเงินเฟ้อของไทยจ่อแผ่วลง จากการไหลบ่าของสินค้านำเข้าราคาถูก ท่ามกลางเงินบาทแข็งค่าทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง พร้อมจับตาการเปิดตลาดสินค้าให้สหรัฐฯ อาจทำให้สินค้าทะลักมากขึ้น รวมถึงการไหลเข้าของสินค้าส่งออกจากประเทศอื่นๆ ที่โดนภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ

 

KResearch เตือนเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด ยังคงมุมมองเงินเฟ้อทั้งปีที่ 0.3%

 

ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อไทยใน 7 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ในระดับต่ำที่ 0.21%YoY ยังมีความเสี่ยงของสภาวะเงินฝืด จากการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีนในหมวดเครื่องแต่งกาย ของใช้ส่วนตัว และของตกแต่งบ้าน สะท้อนผ่านราคาในประเทศที่ติดลบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจกดดันเงินเฟ้อให้ลดลงแบบขยายวงกว้าง (Broad-based) มากขึ้นได้

 

อย่างไรก็ตาม KResearch ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อไทยอยู่ที่ 0.3% ในปี 2568 โดยไตรมาสที่ 3 คาดว่าจะยังติดลบต่อเนื่อง ขณะที่ในไตรมาส 4 คาดว่าเงินเฟ้ออาจพลิกกลับมาเป็นบวกได้ โดยราคาสินค้าเกษตรอาจปรับเพิ่มขึ้น จากปัจจัยฐานต่ำของราคาเนื้อหมู ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตอาหารสำเร็จรูปปรับเพิ่มขึ้น

 

ขณะที่ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาอาจกระทบพื้นที่เพาะปลูกผลไม้ในบริเวณดังกล่าวบ้างเล็กน้อย รวมถึงยังต้องจับตาผลกระทบจากอุทกภัยที่อาจมีผลต่อผลผลิตเกษตรกรรมในไตรมาสที่ 4/2568

 

บทวิเคราะห์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกระทรวงพาณิชย์รายงาน อัตราเงินเฟ้อไทยในเดือนกรกฎาคม ติดลบ 4 เดือนต่อเนื่อง โดยลดลง 0.7% YoY ต่ำสุดในรอบ 17 เดือน

 

เตือนเงินเฟ้อไทยจ่อแผ่วต่อเนื่อง จากการไหลบ่าสินค้านำเข้าราคาถูก

 

ขณะที่ Krungthai COMPASS มองทิศทางเงินเฟ้อของไทยในระยะข้างหน้ามีแรงส่งที่แผ่วลง ส่วนหนึ่งจากการไหลบ่าของสินค้านำเข้าซึ่งราคาลดต่ำลง หนุนให้คนไทยใช้จ่ายซื้อสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศ

 

โดยสินค้าจากจีนมีส่วนแบ่งในมูลค่าการนำเข้าของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในเดือน มิ.ย. 2568 อยู่ที่ราว 30.9% รองลงมา ได้แก่ ASEAN9 (16.3%) และสหรัฐฯ (5.8%) เป็นต้น โดยแรงผลักดันที่สำคัญคือ การแสวงหาตลาดทดแทนการส่งออกไปสหรัฐฯ ก่อให้เกิดกระแสไหลบ่าของสินค้าจีนอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่สงครามการค้ารอบแรก

 

โดยหากเจาะเฉพาะกลุ่มสินค้าเพื่อการอุปโภคบริโภค จะพบว่า การนำเข้าสินค้าหมวดดังกล่าวจากจีน มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ไทยนำเข้าจากจีนคิดเป็นสัดส่วนราว 42% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมด สะท้อนการพึ่งพาสินค้าจีนเพื่อใช้สอยในชีวิตประจำวันสูงกว่าเมื่อเทียบกับแหล่งนำเข้าจากประเทศอื่น ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการแข่งขันด้านราคากับผู้ประกอบการในประเทศ

 

เงินบาทแข็งช่วยลดต้นทุนนำเข้า

 

Krungthai COMPASS ยังมองว่า ดัชนีราคาสินค้านำเข้ายังอยู่ในช่วงปรับตัวลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาท ตามกระแสปรับลดสัดส่วนการถือครองดอลลาร์สหรัฐฯ ของนักลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย เอื้อให้ต้นทุนการนำเข้าถูกลง และช่วยลดทอนค่าใช้จ่ายในการผลิตสินค้าและบริการ

 

จับตาสินค้าสหรัฐฯ และประเทศอื่น (ที่โดนภาษี) จ่อเข้าไทยมากขึ้น

 

Krungthai COMPASS ระบุอีกว่า จับตาการเปิดตลาดสินค้านำเข้าให้สหรัฐฯ รวมถึงการไหลทะลักของสินค้าส่งออกจากประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นช่องทางกระจายสินค้าที่โดนภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ โดยการเปิดตลาดสินค้านำเข้าของไทยให้กับสหรัฐฯ หลายรายการ ในระยะสั้นอาจเพิ่มความรุนแรงของสงครามราคาเพื่อแข่งกับผู้ประกอบการไทย ประกอบกับหลายประเทศ จำเป็นต้องแสวงหาตลาดใหม่ทดแทนการส่งออกไปสหรัฐฯ และยังต้องเผชิญกับการตีตลาดของสินค้าราคาถูกจากจีน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ จะเพิ่มความเสี่ยงด้านต่ำต่ออัตราเงินเฟ้อของไทยต่อไป

The post KResearch เตือนไทยเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด จับตาเงินเฟ้ออาจลดลงแบบวงกว้าง Krungthai ห่วงสินค้าต่างประเทศทะลัก ท่ามกลางบาทแข็ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัตราเงินเฟ้อไทยลดลง 4 เดือนติด -0.70% ลบหนักสุดรอบ 17 เดือน จับตาผลกระทบภาษีทรัมป์ https://thestandard.co/inflation-hits-17-month-low-0-70/ Wed, 06 Aug 2025 05:51:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1104279

อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 4 เดือนต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน โ […]

The post อัตราเงินเฟ้อไทยลดลง 4 เดือนติด -0.70% ลบหนักสุดรอบ 17 เดือน จับตาผลกระทบภาษีทรัมป์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 4 เดือนต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน โดยลดลง 0.7% YoY ต่ำสุดในรอบ 17 เดือน กระทรวงพาณิชย์คงคาดการณ์เงินเฟ้อตลอดทั้งปีที่ 0.5% ยันไทยไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด มองกำลังซื้อและอุปสงค์ยังไม่มีปัญหา พร้อมจับตาผลกระทบจากนโยบายการค้าสหรัฐฯ ต่ออัตราเงินเฟ้อไทย

 

วันนี้ (6 สิงหาคม) พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (Headline CPI) เดือนกรกฎาคม 2568 เท่ากับ 100.15 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งเท่ากับ 100.86 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.70% (YoY) นับว่า ติดลบหนักสุดในรอบ 17 เดือน หรือตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2567 ซึ่งตอนนั้นอัตราเงินเฟ้อไทย -0.77% YoY

 

โดยมาจากปัจจัยหลัก ดังนี้

 

  • การลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาสินค้าในกลุ่มผักสด ผลไม้สด และของใช้ส่วนบุคคล
  • การลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิง ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และค่ากระแสไฟฟ้าตามมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ

 

สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมอาหารและพลังงาน พบว่า มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.84% (YoY) แต่ชะลอลงจากเดือนมิถุนายน 2568 ที่สูงขึ้นร้อยละ 1.06 (YoY)

 

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 7 เดือน (มกราคม – กรกฎาคม) ของปี 2568 เทียบกับช่วงเดียวกันของ ปี 2567 สูงขึ้น 0.21% (AoA)

 

ยันไทยยังไม่เข้าสู่ ‘ภาวะเงินฝืด’ ชี้เป็นผลจากต้นทุนที่ลดลง

 

โดยพูนพงษ์ยืนยันว่า ไทยไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากสาเหตุที่อัตราเงินเฟ้อลดลงเดือนนี้มาจากราคาพลังงานเชื้อเพลิง ต่างๆ ทั้งน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล รวมถึงค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ในเดือนกรกฎาคม 2568 ต่ำลง 6 บาท เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคมปีก่อน

 

ส่วนอีกปัจจัยมาจากราคาผักสด และผลไม้สด ที่มีราคาลดลง 22 จากทั้งหมดรายการ 32 รายการ โดยชี้ว่า ผลกระทบของลานีญาที่ทำให้ปริมาณฝนมีมากกว่าปกติ ผลผลิตทางการเกษตรจึงมีปริมาณมากในปีนี้

 

พร้อมกันนี้ พูนพงษ์ย้ำว่า ภาวะเงินเฟ้อที่ลดลงในเดือนกรกฎาคมไม่ได้เป็นผลมาจากปัจจัยด้านอุปสงค์ หรือความต้องการซื้อสินค้าและบริการ จึงยืนยันได้ว่าไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด

 

เปิดแนวโน้มเงินเฟ้อไทยระยะต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม พูนพงษ์ คาดการณ์ว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคม 2568 คาดว่าจะอยู่ระดับใกล้เคียงกับเดือนกรกฎาคม 2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่

 

  • ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างอ่อนแอ และความตึงเครียดจากความขัดแย้งของประเทศผู้ผลิตน้ำมันอยู่ในระดับจำกัด

 

  • ภาครัฐยังคงดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2568 ลง 17 สตางค์ ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.98 บาทต่อหน่วย

 

  • ราคาผักสดและผลไม้สดอยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย ทำให้ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบมากขึ้น

 

  • ค่าบริการด้านการท่องเที่ยวปรับตัวลดลง ตามสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยชั่วคราวต่าง ๆ ประกอบกับผู้ประกอบการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อตอบรับโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่ง

 

สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับสูงขึ้น ได้แก่

 

  • ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดและเครื่องประกอบอาหารมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า เช่น เนื้อสุกร มะพร้าว มะขามเปียก กาแฟ เกลือป่น และน้ำมันพืช เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หลายสินค้ามีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะราคาน้ำมันพืช และเนื้อสุกร

 

  • อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ (Reciprocal Tariffs) ต่อประเทศคู่ค้าต่าง ๆ มีความชัดเจนมากขึ้น โดยเป็นอัตราที่ต่ำกว่าครั้งก่อนหน้า ซึ่งจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกทยอยปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ค่อย ๆ ปรับตัวสูงขึ้น

 

จับตาผลกระทบต่อเงินเฟ้อจากภาษีทรัมป์

 

สำหรับผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ต่ออัตราเงินเฟ้อไทย หลังสหรัฐฯ ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากไทยที่อัตรา 19% นั้น พูนพงษ์ประเมินว่า การที่ไทยได้อัตราภาษีใกล้เคียงกับ 5 ประเทศเพื่อนบ้าน จึงคาดว่า จะไม่มีความได้เปรียบ-เสียเปรียบที่ต่างกันมาก และยังคาดว่า จะมีผลกระทบในเชิงบวกต่อภาวะเงินเฟ้อเล็กน้อย โดยยังต้องจับตาการเจรจา ซึ่งยังดำเนินต่อไป เพื่อรอดูรายละเอียดเพิ่มเติม

 

นอกจากนี้ ยังต้องรอพิจารณาจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากจีนระบายสินค้าเข้าสู่ตลาดไทยมากขึ้นด้วย ว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าประเภทต่างๆ ของไทยมากน้อยเพียงใด

 

พาณิชย์จ่อปรับคาดการณ์เงินเฟ้ออีกครั้งหลังไตรมาส 3

 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2568 อยู่ระหว่าง 0.0 – 1.0% (ค่ากลาง 0.5%) ภายใต้สมมติฐานที่ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปี 2568 อยู่ที่ 1.3-2.3% โดยไตรมาส 3 อาจติดลบที่ 0.5% ก่อนปรับเป็นบวกในไตรมาส 4 พร้อมทั้งมองว่า คาดการณ์ดังกล่าวยังเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และชี้ว่าจะมีการทบทวนอีกครั้งเมื่อสิ้นสุดไตรมาส 3

 

เงินเฟ้อไทยรองบ๊วยอาเซียน

 

โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมิถุนายน 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลง 0.25% (YoY) อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 10 จาก 140 เขตเศรษฐกิจที่มีการประกาศตัวเลข และต่ำสุดเป็นอันดับสองของกลุ่มประเทศอาเซียนจาก 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา อินโดนีเซีย เวียดนาม สปป.ลาว)

 

  • 🇧🇳บรูไน -0.6%
  • 🇹🇭ไทย -0.25%
  • 🇸🇬สิงคโปร์ 0.8%
  • 🇲🇾มาเลเซีย 1.1%
  • 🇵🇭ฟิลิปปินส์ 1.4%
  • 🇰🇭กัมพูชา 1.59%
  • 🇮🇩อินโดนีเซีย 1.87%
  • 🇻🇳เวียดนาม 3.57%
  • 🇱🇦สปป.ลาว 7.2%

The post อัตราเงินเฟ้อไทยลดลง 4 เดือนติด -0.70% ลบหนักสุดรอบ 17 เดือน จับตาผลกระทบภาษีทรัมป์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินเฟ้อไทยติดลบ 3 เดือนต่อเนื่อง ลดลง 0.25% ในเดือน มิ.ย. ยังรั้งท้ายอาเซียน กระทรวงพาณิชย์ย้ำ ยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด https://thestandard.co/thai-inflation-drops-0-25-in-june/ Mon, 07 Jul 2025 11:47:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1093915

อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 3 เดือนต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน โ […]

The post เงินเฟ้อไทยติดลบ 3 เดือนต่อเนื่อง ลดลง 0.25% ในเดือน มิ.ย. ยังรั้งท้ายอาเซียน กระทรวงพาณิชย์ย้ำ ยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด appeared first on THE STANDARD.

]]>

อัตราเงินเฟ้อไทยติดลบ 3 เดือนต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน โดยลดลง 0.25% YoY กระทรวงพาณิชย์คงคาดการณ์เงินเฟ้อตลอดทั้งปี 0.5% แม้เดือนหน้าจ่อติดลบเป็นเดือนที่ 4 พร้อมยืนยัน ไทยไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด ด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือน ยังมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด

 

วันนี้ (7 กรกฎาคม) พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย (Headline CPI) เดือนมิถุนายน 2568 เท่ากับ 100.42 เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งเท่ากับ 100.67 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง หรือ ‘ติดลบ’ 0.25% (YoY) โดยมาจากปัจจัยหลัก ดังนี้

 

การลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง และค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลจากความตึงเครียดของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง
การลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสดหลายรายการ โดยเฉพาะไข่ไก่ ผักสด และผลไม้สด ที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก

 

อย่างไรก็ดี พูนพงษ์กล่าวว่า ยังมีราคาสินค้าอาหารบางชนิดที่ปรับตัวสูงขึ้น อาทิ เนื้อสุกร และอาหารสำเร็จรูป สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก

 

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมอาหารและพลังงาน พบว่า มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.06% (YoY) แต่ชะลอลงจากเดือนพฤษภาคม 2568 ที่สูงขึ้น 1.09%

 

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป ในไตรมาสที่ 2 ปี 2568 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567 ลดลง 0.35% (YoY) และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ลดลง 0.17% (QoQ)

 

สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเฉลี่ย 6 เดือน (มกราคม-มิถุนายน) ของปี 2568 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 สูงขึ้น 0.97% (AoA)

 

ยันไทยยังไม่เข้าสู่ ‘ภาวะเงินฝืด’ คาดไตรมาส 4 เงินเฟ้อพลิกบวก

 

โดยพูนพงษ์ยืนยันว่า ไทยไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากสาเหตุที่อัตราเงินเฟ้อลดลงเดือนนี้มาจากราคาพลังงานเชื้อเพลิง ซึ่งมีน้ำหนักถึง 12.9% ของตะกร้าเงินเฟ้อ และราคาอาหารผัก ซึ่งคิดเป็น 4.5% ของน้ำหนักตะกร้าเงินเฟ้อ ‘ลดลง’ เป็นหลัก นอกจากนี้ ยังชี้ว่า สินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อส่วนใหญ่ยังเป็นบวก

 

โดยจากรายการสินค้าและบริการในตะกร้าเงินเฟ้อทั้งสิ้น 464 รายการในเดือนมิถุนายน 2568 เทียบกับเดือนมิถุนายน 2567 พบว่า มีราคาสินค้า 227 รายการ ‘ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น’ ได้แก่ เนื้อสุกร ปลานิล ปลาทู ผักชี ผักบุ้ง น้ำมันพืช กะทิสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน-เย็น) ขนมหวาน ค่าเช่าบ้าน ค่าแต่งผมชาย เป็นต้น

 

สำหรับสินค้า 59 รายการที่ ‘มีราคาคงเดิม’ ได้แก่ ค่าเบี้ยประกันทรัพย์สิน ค่าบริการขนขยะ ค่าน้ำประปา ค่าโดยสารรถแท็กซี่ ค่าภาษีรถยนต์ประจำปี ค่าโดยสารรถไฟ ค่าเบี้ยประกันคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (พรบ.) หนังสือพิมพ์ เป็นต้น

 

ส่วนสินค้า 178 รายการที่มี ‘การปรับราคาลดลง’ ได้แก่ ไก่ย่าง ไข่ไก่ มะเขือเทศ ขิง ต้นหอม กะหล่ำปลี ทุเรียน ส้มเขียวหวาน มะม่วง ค่ากระแสไฟฟ้า แชมพู น้ำมันเชื้อเพลิง (แก๊สโซฮอล์และดีเซล) เป็นต้น

 

เปิดแนวโน้มเงินเฟ้อไทยระยะต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม พูนพงษ์ คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อไทยในเดือนกรกฎาคมน่าจะยังติดลบอยู่ เป็นเดือนที่ 4 นอกจากนี้ แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาสที่ 3 ปี 2568 ก็คาดว่า จะอยู่ระดับใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ซึ่งเฉลี่ยติดลบ ก่อนคาดว่า อัตราเงินเฟ้อจะกลับมาพลิกบวกในไตรมาส 4 โดยปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ‘ลดลง’ ในไตรมาสที่ 3 ได้แก่

 

ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางผ่อนคลายลง หลังจากมีการทำข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของความขัดแย้ง
ภาครัฐมีแนวโน้มดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนพฤษภาคม – สิงหาคม 2568 ลง 17 สตางค์ ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.98 บาทต่อหน่วย
ฐานราคาผักสดในปีก่อนหน้าที่อยู่ระดับสูง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ขณะที่ในปี 2568 สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกมากขึ้น ทำให้ผลผลิตเข้าสู่ระบบมากขึ้น
การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

 

พาณิชย์คงคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี

 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2568 อยู่ระหว่าง 0.0 – 1.0% (ค่ากลาง 0.5%) ภายใต้สมมติฐานที่ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปี 2568 อยู่ที่ 1.3-2.3% ขณะที่คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบดูไบทั้งปีไว้ที่กรอบ 63-73 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินทั้งปี คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 33.5-34.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

 

พร้อมทั้งมองว่า คาดการณ์ดังกล่าวยังเป็นอัตราที่สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจะมีการทบทวนอีกครั้ง

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือน ยังมีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินฝืด

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อไทยในเดือนมิ.ย. ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่ -0.25% โดยยังมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด โดยถูกกดดันจากด้านอุปทานเป็นสำคัญ อาทิ ราคาพลังงาน ผักและผลไม้สด

 

นอกจากนี้ มองไปยังไตรมาส 3 ปีนี้ ยังคาดว่า เงินเฟ้อไทยอาจหดตัวต่อเนื่อง แต่จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาสสุดท้ายของปี

 

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อไทยทั้งปีนี้ อยู่ที่ 0.3% โดยมีปัจจัยกดดันจากแนวโน้มราคาพลังงานโลกที่ลดลง การนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีน และเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว ซึ่งกระทบอุปสงค์ในประเทศให้ลดลง กดดันภาพรวมเงินเฟ้อไทยอีกที

 

เงินเฟ้อไทยยังต่ำสุดในอาเซียน

 

โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลง 0.57% (YoY) อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 6 จาก 137 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียนจาก 8 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม สปป.ลาว)

 

  • 🇧🇳บรูไน -0.5%
  • 🇹🇭ไทย -0.57%
  • 🇸🇬สิงคโปร์ 0.8%
  • 🇮🇩อินโดนีเซีย 1.6%
  • 🇲🇾มาเลเซีย 1.2%
  • 🇵🇭ฟิลิปปินส์ 1.3%
  • 🇻🇳เวียดนาม 3.24%
  • 🇱🇦สปป.ลาว 8.3%

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เงินเฟ้อไทยติดลบ 3 เดือนต่อเนื่อง ลดลง 0.25% ในเดือน มิ.ย. ยังรั้งท้ายอาเซียน กระทรวงพาณิชย์ย้ำ ยังไม่เข้าสู่ภาวะเงินฝืด appeared first on THE STANDARD.

]]>