เงินหยวนอ่อนค่า Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เงินหยวนอ่อนค่า/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 09 Apr 2025 05:51:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 หยวนอ่อนค่าหนักสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจีนประกาศสู้จนถึงที่สุด เหตุทรัมป์ขู่เพิ่มอัตราภาษีต่อจีนเป็น 104% จับตาเงินบาทอ่อนตาม https://thestandard.co/yuan-depreciation-record-low-trump-tariffs-104-percent/ Wed, 09 Apr 2025 05:51:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1062255 กราฟแสดงการอ่อนค่าของเงินหยวนหลังทรัมป์ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนเป็น 104%

ธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณยอมให้เงินหยวนอ่อนค่า เพื่อสู้มาต […]

The post หยวนอ่อนค่าหนักสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจีนประกาศสู้จนถึงที่สุด เหตุทรัมป์ขู่เพิ่มอัตราภาษีต่อจีนเป็น 104% จับตาเงินบาทอ่อนตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟแสดงการอ่อนค่าของเงินหยวนหลังทรัมป์ประกาศเพิ่มภาษีนำเข้าจากจีนเป็น 104%

ธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณยอมให้เงินหยวนอ่อนค่า เพื่อสู้มาตรการภาษีทรัมป์เป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน ขณะที่ทางการจีนประกาศสู้จนถึงที่สุด หลังทรัมป์ขู่เพิ่มอัตราภาษีต่อจีนเป็น 104% ฉุดให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าหนักสุดประวัติการณ์ในการซื้อขายนอกประเทศ จับตา ‘เงินบาทอ่อน’ ตามเงินหยวน เหตุบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหยวนราว 71% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

 

ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำหนดอัตราอ้างอิงรายวันของเงินหยวนไว้ที่ 7.2066 หยวนต่อดอลลาร์ในวันพุธ นับเป็นการยอมทำให้หยวนอ่อนค่าลงเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน หลังจากที่ค่าเงินหยวนนอกประเทศร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ก่อตั้งตลาดนี้ในปี 2010

 

โดยการเคลื่อนไหวของธนาคารกลางจีนครั้งนี้อาจยิ่งทำให้มีการคาดการณ์ว่าธนาคารจะยอมให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงเพื่อตอบโต้ผลกระทบของภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อเศรษฐกิจของประเทศ 

 

จีนประกาศสู้จนถึงที่สุด

 

การเคลื่อนไหวของเงินหยวนยังเกิดขึ้นหลังจาก เมื่อวาน จีนประกาศสู้จนถึงที่สุดกับมาตรการภาษีใหม่ของทรัมป์

โดยคำมั่นว่าจะตอบโต้ต่อคำขู่ขึ้นภาษีรอบล่าสุด พร้อมระดมหน่วยงานรัฐเพื่อส่งสัญญาณความแข็งแกร่ง นับเป็นการยกระดับความเสี่ยงของสงครามการค้าที่อาจยืดเยื้อระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก

 

กระทรวงพาณิชย์ของจีนกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (8 เมษายน) ที่ผ่านมาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐประกาศเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมว่า “การที่สหรัฐขู่ว่าจะยกระดับภาษีต่อจีน ถือเป็นความผิดพลาดซ้ำซ้อน และหากสหรัฐยังยืนกรานเดินหน้า จีนก็จะสู้จนถึงที่สุด”

 

ปฏิกิริยานี้ของจีนเกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ขู่ว่าจะขึ้นภาษีอีก 50% สำหรับสินค้าทั้งหมดจากจีน หากปักกิ่งไม่ยอมยุติมาตรการตอบโต้ต่อภาษีที่ออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีนำเข้ารวมที่ประกาศในปีนี้พุ่งขึ้นเป็น 104% ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าจากจีนมายังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

 

ปักกิ่งเร่งสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน หลังตลาดหุ้นจีนที่จดทะเบียนในฮ่องกงร่วงหนักที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี ค.ศ. 2008 โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ผ่อนคลายนโยบายควบคุมค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าลงเพื่อกระตุ้นการส่งออก 

 

พร้อมให้คำมั่นว่าจะปล่อยกู้เพิ่มเติมเพื่อพยุงตลาด ขณะเดียวกันหัวหน้าสำนักงานวางแผนเศรษฐกิจของประเทศได้พบกับตัวแทนจากภาคเอกชนจีน รวมถึงบริษัท Goertek Inc. ผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ Apple เพื่อรับฟังและแก้ไขข้อกังวลของภาคธุรกิจ

 

สกุลเงินหยวนที่อ่อนค่าลงอาจช่วยชดเชยผลกระทบจากภาษีที่สูงขึ้นได้ มีการคาดการณ์มากขึ้นในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะช่วยสนับสนุนความต้องการพันธบัตรจีน เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีอยู่ใกล้เคียงกับระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ 

 

ทางด้านทรัมป์กล่าวว่ารัฐบาลของเขากำลัง “ไปได้ดีมาก” ในการเจรจาเบื้องต้นกับประเทศต่างๆ ที่กำลังจะเผชิญกับภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ในอัตราที่สูง

 

ทรัมป์กล่าวว่าตัวแทนจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จะบินมายังสหรัฐฯ เพื่อทำข้อตกลง อย่างไรก็ตาม ประเทศทั้ง 86 ประเทศที่จะเผชิญกับภาษีศุลกากรใหม่ที่เรียกว่าภาษีตอบโต้จะไม่สามารถยกเว้นภาษีใหม่นี้ได้ ก่อนที่ภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในเวลา 00:01 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ วันพุธนี้

 

จับตา ‘บาทอ่อน’ ตามหยวน เหตุบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับหยวนราว 71%

 

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า สำหรับค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 34.91 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 34.82 บาทต่อดอลลาร์

 

“โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง (แกว่งตัวในกรอบ 34.67-34.94 บาทต่อดอลลาร์) โดยค่าเงินบาทเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ล่าสุด ทางการสหรัฐฯ ได้เตรียมขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าจีนอีก 50% ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนจะสูงถึง 104% ซึ่งภาพดังกล่าวได้กดดันให้เงินหยวนจีน Offshore (CNH) อ่อนค่าลงต่อเนื่องชัดเจน สร้างแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาท โดยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินหยวนจีน Offshore CNH ราว 71%”

 

นอกจากนี้ เงินบาทยังถูกกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาทองคำ อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้าง หลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงบ้าง ตามการปรับเพิ่มโอกาสเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ย 4-5 ครั้ง ในปีนี้ ของผู้เล่นในตลาด ท่ามกลางความกังวลผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินยังได้ช่วยหนุนให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ทยอยแข็งค่าขึ้น ตามความต้องการถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)

 

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท Krungthai GLOBAL MARKETS คงมุมมองเดิมว่า เงินบาทมีแนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงได้ จนกว่าตลาดจะคลายกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ โดยเงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้าน 35.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก หลังบรรยากาศในตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง กดดันให้บรรดานักลงทุนต่างชาติอาจเดินหน้าขายสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะหุ้นไทยเพิ่มเติม ทั้งนี้ ควรจับตาทิศทางราคาทองคำ และเงินหยวนจีน ซึ่งเป็นสองสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินบาทเกิน 70% (30-day Correlation)

 

โดยหากราคาทองคำทยอยรีบาวด์สูงขึ้นได้บ้าง ก็อาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท ส่วนในฝั่งเงินหยวนนั้น ต้องจับตาท่าทีของทางการจีนว่าจะรับมือกับความเสี่ยงที่สหรัฐฯ เตรียมจะขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าจีนเป็น 104% (20%+34%+50%) อย่างไร นอกจากนี้ เรามองว่าบรรดาผู้เล่นในตลาดอย่างฝั่งผู้ส่งออกอาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์ หากเงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 35.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวอาจช่วยจำกัดการอ่อนค่าของเงินบาทได้ในระยะสั้น

 

อ้างอิง:

The post หยวนอ่อนค่าหนักสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจีนประกาศสู้จนถึงที่สุด เหตุทรัมป์ขู่เพิ่มอัตราภาษีต่อจีนเป็น 104% จับตาเงินบาทอ่อนตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fed ดับฝันยุคดอกเบี้ยต่ำ? ทุบสกุลเงินเอเชียอ่อนค่า เงินบาทก็ไม่รอด https://thestandard.co/fed-impact-asia-currencies/ Thu, 19 Dec 2024 12:43:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1021616

สกุลเงินเอเชียกอดคอกันอ่อนค่า โดยรูปีอ่อนค่าแตะระดับต่ำ […]

The post Fed ดับฝันยุคดอกเบี้ยต่ำ? ทุบสกุลเงินเอเชียอ่อนค่า เงินบาทก็ไม่รอด appeared first on THE STANDARD.

]]>

สกุลเงินเอเชียกอดคอกันอ่อนค่า โดยรูปีอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หยวนและเยนก็อ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน เช่นเดียวกับบาทที่อ่อนค่าอย่างรวดเร็ว หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.25% สู่ระดับ 4.25-4.50% พร้อมส่งสัญญาณว่า Fed อาจลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้าน้อยลงกว่าที่คาด เนื่องจากตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อมีเสถียรภาพ

 

ทำให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ในวันพุธที่ผ่านมา (18 ธันวาคม) ตามเวลาท้องถิ่น โดยดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี หรือตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 

 

รูปีอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

 

รูปีอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ใหม่ที่ระดับ 85 รูปีต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินเอเชียอื่นๆ หลังจาก Fed ส่งสัญญาณว่าในปีหน้าอาจลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้านี้

 

นอกจากนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอินเดียอายุ 10 ปีก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3 Basis Point สู่ระดับ 6.78% ขณะที่ดัชนี Nifty 50 ลดลง 0.6% โดยกระแสเงินไหลออกจากตลาดพันธบัตรและหุ้นก็ยังกดดันเงินรูปีด้วย

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเงินรูปีร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์หลายครั้ง ท่ามกลางการขาดดุลการค้าของอินเดียที่ขยายตัวมากกว่าที่คาดไว้ในเดือนพฤศจิกายน โดยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.78 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจอินเดียชะลอตัวลง และกดดันให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศขาดดุล

 

โดยในเดือนนี้ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ก็ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศสำหรับปีงบประมาณปัจจุบันลงเหลือ 6.6% จาก 7.2% เมื่อก่อนหน้านี้ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ธนาคารกลางอินเดียเริ่มรอบการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

 

หยวนอ่อนค่าสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน แม้ PBOC เข้าแทรกแซง

 

ขณะที่เงินหยวนอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือนที่ราว 7.28 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐในวันพฤหัสบดี (19 ธันวาคม) แม้ธนาคารกลางจีน (PBOC) จะเพิ่มการสนับสนุนสกุลเงินหยวนผ่านการกำหนดอัตราอ้างอิงประจำวัน (Daily Reference Rate) ให้กว้างขึ้น หรือยอมปล่อยให้เงินหยวนแข็งได้เกินคาด

 

เคน เฉิง หัวหน้ากลยุทธ์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเอเชียของธนาคารมิซูโฮะ กล่าวว่า “ช่องว่างในการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่กว้างขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากการอ่อนค่าของเงินตราต่างประเทศอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และความพยายามที่เพิ่มมากขึ้นของธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีนในการปกป้องสกุลเงิน”

 

BOJ สนับสนุนค่าเงินหยวนด้วยการกำหนดค่าเงินที่แข็งค่าเกินคาดมาตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งในสหรัฐฯ โดยกำหนดขอบไว้ที่ 7.2 อัตราแลกเปลี่ยนรายวัน ซึ่งจำกัดการเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวนในประเทศได้ 2% ทั้งสองด้าน นับเป็นเครื่องมือที่ BOJ ใช้บ่อยที่สุดในการจัดการสกุลเงิน

 

ก่อนหน้านี้ โจวหลาน หัวหน้าฝ่ายการเงินของธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน (PBOC) กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (13 ธันวาคม) ว่า นโยบายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะมุ่งเป้าไปที่การตอบโต้ผลกระทบจากภายนอกอย่างจริงจัง

 

การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสัญญาณว่าทางการกำลังเพิ่มการสนับสนุนเงินหยวนเมื่อเผชิญกับการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ รวมไปถึงความคาดหวังที่ว่าจีนจะยอมให้สกุลเงินอ่อนค่าลง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ด้วย

 

เงินเยนอ่อนค่าที่สุดในรอบ 5 เดือน

 

ในวันนี้ (19 ธันวาคม) ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ราว 155 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นจุดที่อ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.25% หลังจบการประชุมนโยบาย ซึ่งใช้เวลา 2 วัน

 

การตัดสินใจดังกล่าวยังเกิดขึ้นหลังจากธนาคาร Fed ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ไปสู่ระดับ 4.25-4.5% นอกจากนี้ยังส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น สะท้อนว่าส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ จะยังคงมีช่องว่างกว้างต่อไป

 

โดยในระหว่างการแถลงข่าวช่วงบ่าย ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอีก แตะระดับมากกว่า 156 เยน ซึ่งเป็นอัตราที่อ่อนค่าที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม

 

ด้าน คาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กล่าวว่า เขาต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าบริษัทต่างๆ จะปรับขึ้นค่าจ้างในการเจรจาประจำปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เรียกว่า Shunto ได้อย่างไร ทำให้ตลาดเกิดการคาดเดาว่า BOJ อาจตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมอีกครั้งในการประชุมเดือนมกราคม

 

บาทอ่อนค่าในรอบเกือบ 1 เดือน

 

วันนี้เงินบาทอ่อนค่าไปถึง 34.68 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่ามากที่สุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน หลังจากเปิดเช้านี้ที่ระดับ 34.58 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นับว่าอ่อนค่าลงหนักจากระดับปิดวันที่ผ่านมาที่ระดับ 34.21 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ 

 

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดเช้านี้ถูกกดดันโดยการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์สหรัฐและบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ หลัง Fed เดินหน้าลดดอกเบี้ย 25 BPS สู่ระดับ 4.25-4.50% ตามคาด

 

ทว่า Fed ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจดีขึ้น พร้อมทั้งปรับลดคาดการณ์แนวโน้มการลดดอกเบี้ยในปี 2025 ลง จากเดิมที่ Fed เคยประเมินไว้ว่าอาจเดินหน้าลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง (-100 BPS) เหลือเพียง 2 ครั้ง (-50 BPS) ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดหวังก่อนรับรู้ผลการประชุม Fed

 

อย่างไรก็ดี ถ้อยแถลงของประธาน Fed ในช่วง Press Conference ทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างกังวลว่า Fed อาจลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่ระบุไว้ หากคำนึงถึงผลกระทบจากการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลงหนักกว่า -2.3% ของราคาทองคำ (XAUUSD) ซึ่งถูกกดดันจากทั้งการปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์สหรัฐและบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ

 

อ้างอิง:

The post Fed ดับฝันยุคดอกเบี้ยต่ำ? ทุบสกุลเงินเอเชียอ่อนค่า เงินบาทก็ไม่รอด appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่ย้ำชัดไม่พิจารณาปรับลดค่าเงินหยวน https://thestandard.co/china-announces-monetary-policy/ Fri, 21 Jun 2024 04:42:28 +0000 https://thestandard.co/?p=947912

สถานการณ์เศรษฐกิจจีน มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับสองของโลก […]

The post จีนประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่ย้ำชัดไม่พิจารณาปรับลดค่าเงินหยวน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สถานการณ์เศรษฐกิจจีน มหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา ยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตลาดที่อยู่อาศัยอยู่ในภาวะที่ต้องกระเสือกกระสน ขณะที่ผลลัพธ์ภาคการผลิตก็ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ส่วนท่าทีนโยบายของธนาคารกลางจีนยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน สวนทางกับบรรดาธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่ที่ยังคุมนโยบายการเงินอย่างเข้มงวด

 

อย่างไรก็ตาม เงินหยวนยังไม่อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ โดยนับตั้งแต่ต้นปี ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงเพียง 2% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในอัตรารายปี และลดลงมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับเงินเยนของญี่ปุ่น ส่วนเงินวอนเกาหลีใต้ลดลง 7% และดอลลาร์ไต้หวันลดลง 5%

 

ความเคลื่อนไหวของค่าเงินหยวนที่เกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ธนาคารกลางจีนยังคงรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวนไว้อย่างมั่นคงด้วยการรักษาอัตราคงที่รายวัน และอนุญาตให้ทำการซื้อขายภายในช่วง ±2% ส่วนเงินหยวนนอกชายฝั่ง (CNH) ยังติดตามเงินหยวนบนบกอย่างใกล้ชิด 

 

ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่า ธนาคารกลางจีนไม่น่าจะยอมให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลงไปมากกว่าระดับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากจะเป็นแรงกดดันที่ไม่พึงประสงค์ต่อการค้าขายระหว่างประเทศ 

 

นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่า ทางการจีนมีแนวโน้มที่จะยังคงระมัดระวังเกี่ยวกับการอ่อนค่าของเงินหยวนอย่างกะทันหัน หรือการลดค่าเงินเพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาเกี่ยวกับการแทรกแซงค่าเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อจำกัดการส่งออกจากสหรัฐฯ และยุโรปเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ทางการจีนยังไม่มีสัญญาณว่าจีนจะขยายมาตรการผ่อนคลายหรือคลายการควบคุมทิศทางของเงินหยวนที่ชัดเจน ทำให้มีแนวโน้มที่ค่าเงินหยวนจะยังคงอ่อนค่าลงไปได้อีกครั้ง 

 

อ้างอิง:

The post จีนประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงิน แต่ย้ำชัดไม่พิจารณาปรับลดค่าเงินหยวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องสกุลเงินเอเชียใด ‘อ่อนค่า’ มากที่สุดในปีนี้ https://thestandard.co/which-asian-currency-weakened-the-most/ Thu, 18 Apr 2024 10:48:58 +0000 https://thestandard.co/?p=924226

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการแข็งค่าของดอลลาร์สหรั […]

The post ส่องสกุลเงินเอเชียใด ‘อ่อนค่า’ มากที่สุดในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ส่งสัญญาณว่าอาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้นานกว่าที่คาด และสถานการณ์ความขัดแย้งที่ร้อนระอุในตะวันออกกลาง สกุลเงินตลาดเกิดใหม่เอเชีย (Asia EM) ต่างๆ แห่อ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน

 

โดยเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์น่าตกใจในหลายสกุลเงิน ได้แก่

 

  • เยนญี่ปุ่น ที่ทะลุ 154 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าหนักสุดในรอบ 34 ปี
  • รูปีอินเดีย ที่แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
  • ดอลลาร์ไต้หวัน ที่อ่อนค่าสุดในรอบ 8 ปี
  • รูเปียห์อินโดนีเซีย ที่อ่อนค่าหลุด 16,000 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐครั้งแรกตั้งแต่ปี 2022
  • วอนเกาหลีใต้ ที่อ่อนค่าหลุด 1,400 วอนต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าหนักสุดในรอบเกือบ 4 ปี

 

โดยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา (YTD) จนถึงวันที่ 18 เมษายน จะเห็นว่าเยนญี่ปุ่นนับเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด รองลงมาคือบาทไทย

 

พูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า บาทไทยเปิดเช้านี้ที่ระดับ 36.78 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ระดับ 36.80 บาทต่อดอลลาร์ นับว่าอ่อนค่าไปราว 7% ตั้งแต่ต้นปี ยังคงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากโฟลวธุรกรรมซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว หลังราคาทองคำย่อตัวลงบ้าง เพื่อรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ ทว่าผู้เล่นในตลาดต่างยังคงต้องการซื้อทองคำอยู่ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรง รวมถึงความต้องการถือทองคำเพื่อเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อสูง

 

อนึ่ง ผู้เล่นในตลาดต่างทยอยขายเงินดอลลาร์ โดยเฉพาะในจังหวะที่เงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.85-36.90 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้เงินบาทยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าวไปได้

 

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า ปัจจัยกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่ายังคงมีอยู่ ทั้งความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ย Fed (ซึ่งจะคลี่คลายลงได้ เมื่อตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ ที่ต้องสะท้อนภาพการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจมากขึ้น) รวมถึงความกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจทวีความรุนแรงและบานปลายมากขึ้น ขณะเดียวกัน เงินบาทก็ยังคงเผชิญแรงกดดันจากแรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ และโฟลวธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ ทำให้เงินบาทยังมีโอกาสผันผวนอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 36.90 บาทต่อดอลลาร์ได้อีกครั้ง

 

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

The post ส่องสกุลเงินเอเชียใด ‘อ่อนค่า’ มากที่สุดในปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: หยวนทรุดหนัก ฟันด์โฟลวทิ้งจีนนิวไฮรอบ 8 ปี | Morning Wealth 20 ก.ย. 2566 https://thestandard.co/morning-wealth-20092023/ Wed, 20 Sep 2023 00:12:57 +0000 https://thestandard.co/?p=843585

จีนเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออกหนักสุดรอบ 8 ปี เดือนเดียวหาย […]

The post ชมคลิป: หยวนทรุดหนัก ฟันด์โฟลวทิ้งจีนนิวไฮรอบ 8 ปี | Morning Wealth 20 ก.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>

จีนเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออกหนักสุดรอบ 8 ปี เดือนเดียวหาย 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังมรสุมรุมเร้ากดดันหยวนอ่อนค่าต่อ รายละเอียดเป็นอย่างไร วิเคราะห์ ‘เก็บภาษีลงทุนนอก’ ต้องเตรียมรับมืออย่างไร

 

พูดคุยกับ ดร.สาธิต ผ่องธัญญา ผู้อำนวยการอาวุโส Wealth Planning and Family Office and Wealth Platform ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: หยวนทรุดหนัก ฟันด์โฟลวทิ้งจีนนิวไฮรอบ 8 ปี | Morning Wealth 20 ก.ย. 2566 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออกหนักสุดรอบ 8 ปี! เดือนเดียวหาย 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังมรสุมรุมเร้า กดดันหยวนอ่อนค่าต่อ https://thestandard.co/china-faces-capital-outflows/ Tue, 19 Sep 2023 08:01:11 +0000 https://thestandard.co/?p=843410 เงินหยวน

จีนกำลังเผชิญกับปัญหาเงินทุนไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบห […]

The post จีนเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออกหนักสุดรอบ 8 ปี! เดือนเดียวหาย 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังมรสุมรุมเร้า กดดันหยวนอ่อนค่าต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวน

จีนกำลังเผชิญกับปัญหาเงินทุนไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี สร้างความวิตกให้กับทางการจีน เนื่องจากเป็นแรงกดดันต่อค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าต่อเนื่อง

 

เงินหยวนกำลังถูกทุบจากหลายด้าน หลังเงินทุนหลั่งไหลออกจากตลาดการเงินของจีน ขณะที่บริษัทระดับโลกก็กำลังมองหาทางเลือกอื่นๆ นอกจากจีน และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในต่างประเทศกระทบต่อการค้าบริการของจีน (Services Trade)

 

ตามข้อมูลของทางการจีนแสดงให้เห็นว่ามีกระแสเงินทุนไหลออกจากจีนจำนวน 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม นับเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2015 โดยจำนวนนี้ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นเงินที่ไหลออกจากการลงทุนในหลักทรัพย์

 

การไหลออกของเงินทุนรอบนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยของจีนและสหรัฐอเมริกาที่กว้างขึ้น ซึ่งผลักดันให้เงินหยวนอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 ปี เมื่อวันที่ 8 กันยายน ท่ามกลางความเสี่ยงที่เงินหยวนอาจอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ทำให้ความน่าดึงดูดของตลาดลดลง และส่งผลให้เกิดการไหลออกที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งอาจทำให้ตลาดการเงินไม่มั่นคงขึ้นได้

 

นอกจากนี้รัฐบาลปักกิ่งยังเสี่ยงที่จะพลาดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ราวๆ 5% ในปีนี้ ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ย่ำแย่และการส่งออกที่ตกต่ำ โดยการถือครองพันธบัตรรัฐบาลจีนของนักลงทุนต่างชาติก็ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปีในเดือนสิงหาคมด้วย ท่ามกลางการแห่ทิ้งหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวกันด้วย ส่วนการลงทุนโดยตรง (Direct Investment) ก็ลดลงสู่การขาดดุล 1.68 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเลวร้ายสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2016

 

มากไปกว่านั้น จีนยังประสบปัญหาการขาดดุลการค้าบริการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากชาวจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางไปต่างประเทศแซงหน้าจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยือน แม้ว่าจีนจะยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับโควิดต่างๆ ไปแล้วก็ตาม

 

เงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงมากกว่า 5% ตั้งแต่ต้นปี นับเป็นสกุลเงินตลาดเกิดใหม่เอเชียที่อ่อนค่ามากที่สุด รองจากริงกิตของมาเลเซีย

 

“อย่างไรก็ตาม การไหลออกของเงินทุนอาจชะลอตัวลงบ้างเนื่องจากเศรษฐกิจจีนเริ่มแสดงสัญญาณของเสถียรภาพ แม้ว่าส่วนใหญ่การไหลออกของเงินนี้จะขึ้นอยู่กับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และจีน (PBOC) ก็ตาม” Edmund Goh ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้เอเชียของ abrdn กล่าว

 

อ้างอิง:

The post จีนเผชิญปัญหาเงินทุนไหลออกหนักสุดรอบ 8 ปี! เดือนเดียวหาย 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังมรสุมรุมเร้า กดดันหยวนอ่อนค่าต่อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หยวนอ่อนค่าหนัก อีกปัญหาซัดอสังหาจีน สูญเงินรวมกันทะลุ 1.04 แสนล้านบาทในครึ่งแรกปีนี้ https://thestandard.co/yuan-depreciates-sharply/ Tue, 19 Sep 2023 07:14:35 +0000 https://thestandard.co/?p=843387 เงินหยวน อ่อนค่า

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนสูญเงินรวมกันกว่ […]

The post หยวนอ่อนค่าหนัก อีกปัญหาซัดอสังหาจีน สูญเงินรวมกันทะลุ 1.04 แสนล้านบาทในครึ่งแรกปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวน อ่อนค่า

บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนสูญเงินรวมกันกว่า 2 หมื่นล้านหยวนแล้ว เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินหยวน โดย Evergrande, Sunac และ Country Garden เป็น 3 บริษัทที่ขาดทุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินท้องถิ่นมากที่สุด เนื่องจากมีหนี้หรือออกหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจำนวนมาก

 

Nikkei Asia รายงานว่า บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีน 24 แห่ง ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเกือบ 2.12 หมื่นล้านหยวน หรือราว 1.04 แสนล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากเงินหยวนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ทำให้แรงกดดันต่อความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มสูงขึ้น

 

โดยบริษัท China Evergrande Group กลายเป็นบริษัทที่ขาดทุนสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยนมากที่สุดในบรรดาบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนทั้งหมด ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 4.14 พันล้านหยวน เนื่องจากเงินหยวนอ่อนค่าลงเกือบ 10% ในช่วงเวลาดังกล่าว

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี (YTD) ถึงวันที่ 19 กันยายน เงินหยวนอ่อนค่าไปแล้วกว่า 5.5% และแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 16 ปี เมื่อเทียบกับดอลลาร์ เมื่อวันที่ 8 กันยายน

 

developers reported substantial forex losses อ้างอิง: Nikkei Asia

 

ขณะที่ Sunac China Holdings ซึ่งประสบกับการผิดนัดชำระ (Default) หุ้นกู้ทั้งสกุลเงินหยวนและต่างประเทศไปแล้ว มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 3.24 พันล้านหยวนในช่วงครึ่งปีแรก โดยบริษัทยังไม่ได้ชำระคืนหนี้จำนวน 1.29 แสนล้านหยวน ณ สิ้นเดือนที่ผ่านมา

 

ส่วน Country Garden Holdings มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิมากกว่า 3 พันล้านหยวน มีส่วนให้ผลขาดทุนสุทธิในครึ่งปีของบริษัทพุ่งสูงแตะระดับ 4.89 หมื่นล้านหยวน ขาดทุนมากเป็นประวัติการณ์

 

Cedric Lai นักวิเคราะห์จาก Moody’s Investors Service ในฮ่องกง กล่าวว่า การเข้าถึงเงินทุนสำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์จีนโดยทั่วไป “จะยังคงถูกจำกัด ท่ามกลางความเชื่อมั่นของตลาดที่ตกต่ำ” หลังจาก Moody’s ได้ปรับลดแนวโน้ม (Outlook) เครดิตภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนเป็นลบ (Negative) จากมีเสถียรภาพ (Stable)

 

ถึงแม้จะมีมาตรการช่วยเหลือล่าสุด แต่ Moody’s คาดว่า ยอดขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศจีนจะลดลงอีก เนื่องจากความกังวลของผู้ซื้อบ้านยังคงอยู่

 

อ้างอิง: 

The post หยวนอ่อนค่าหนัก อีกปัญหาซัดอสังหาจีน สูญเงินรวมกันทะลุ 1.04 แสนล้านบาทในครึ่งแรกปีนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สื่อนอกเผย แบงก์ชาติจีนเข้าดูแลเงินหยวนติดต่อกันถึง 54 วัน เพื่อชะลอการอ่อนค่าที่เข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี https://thestandard.co/pboc-yuan-support-54-straight-days/ Thu, 07 Sep 2023 05:33:39 +0000 https://thestandard.co/?p=838562

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำลั […]

The post สื่อนอกเผย แบงก์ชาติจีนเข้าดูแลเงินหยวนติดต่อกันถึง 54 วัน เพื่อชะลอการอ่อนค่าที่เข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) กำลังใช้ความพยายามอย่างหนักในการต่อสู้กับการอ่อนค่าของสกุลเงินหยวนที่เข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 16 ปี โดยในช่วงที่ผ่านมา PBOC ได้กำหนดอัตราอ้างอิง หรือ Midpoint ของเงินหยวนให้อยู่ในจุดที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ถึง 54 วันติดต่อกัน แต่ดูเหมือนว่ามาตรการดังกล่าวจะยังไม่มีประสิทธิภาพมากนัก

 

ปัจจุบันเงินหยวนยังถูกควบคุมอย่างใกล้ชิดโดยทางการจีน ซึ่งเปิดให้เคลื่อนไหวยืดหยุ่นตามกลไกตลาดได้ไม่เกิน 2% ทั้งในฝั่งอ่อนค่าและแข็งค่าต่อวัน โดยในแต่ละวัน PBOC จะมีการประกาศ Midpoint ออกมาเพื่อใช้เป็นอัตราอ้างอิง

 

แม้จะมีการกำหนด Midpoint ให้สูงขึ้น แต่การอ่อนค่าของเงินหยวนก็ยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีหลายครั้งที่เงินหยวนอ่อนค่าลงไปแตะเพดานในฝั่งอ่อนค่าที่ 2% ด้วยแรงกดดันที่เกิดจากความแตกต่างของดอกเบี้ยและนโยบายการเงินระหว่างจีนและสหรัฐฯ

 

Wei Liang Chang นักกลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจมหภาคของ DBS Bank ระบุว่า การปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่ามากเกินไปอาจทำให้สกุลเงินในเอเชียอื่นๆ อ่อนค่าลงตาม นำไปสู่กระแสเงินทุนไหลออก และจะทำให้ภาคการส่งออกของจีนได้รับประโยชน์จากเงินหยวนที่อ่อนค่าไม่มาก

 

นับจากต้นปีที่ผ่านมา เงินหยวนอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐไปแล้วถึง 6% ซึ่งถือเป็นเงินสกุลหลักอื่นๆ ที่อ่อนค่าลงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2% โดยในช่วงเช้าของวันนี้ (7 กันยายน) เงินหยวนมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 7.32 หยวนต่อดอลลาร์

 

Brad Bechtel นักวิเคราะห์ของ Jefferies ระบุว่า การที่เงินหยวนยังเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 7.30 หยวนต่อดอลลาร์ สะท้อนว่าแรงกดดันในฝั่งอ่อนค่ายังอยู่ในระดับสูง และเชื่อว่า PBOC จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการอ่อนค่าอย่างรุนแรง ซึ่งจะส่งผลต่อเสถียรภาพในระยะยาวของเงินสกุลหยวนที่จีนมีเป้าหมายจะยกสถานะให้เป็นสกุลเงินกลางในการค้าขายและเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีความสำคัญมากขึ้นของโลกในอนาคต

 

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งก็เชื่อว่าจีนอาจจะยอมปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าต่อไปอีกระยะหนึ่งโดยไม่ใช้มาตรการแทรกแซงที่รุนแรง

 

อ้างอิง:

The post สื่อนอกเผย แบงก์ชาติจีนเข้าดูแลเงินหยวนติดต่อกันถึง 54 วัน เพื่อชะลอการอ่อนค่าที่เข้าใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
จีนประกาศตรึงอัตราแลกเปลี่ยนรายวัน หวังสกัดเงินหยวนที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง https://thestandard.co/china-freeze-on-daily-exchange-rate/ Fri, 18 Aug 2023 10:47:28 +0000 https://thestandard.co/?p=830816 เงินหยวนอ่อน

ทางการจีนประกาศใช้มาตรการที่แข็งขันที่สุดอย่างการกำหนดอ […]

The post จีนประกาศตรึงอัตราแลกเปลี่ยนรายวัน หวังสกัดเงินหยวนที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวนอ่อน

ทางการจีนประกาศใช้มาตรการที่แข็งขันที่สุดอย่างการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนรายวัน เพื่อรับมือกับเงินหยวนที่อ่อนค่าลง หลังจีนพยายามที่จะกอบกู้ความเชื่อมั่นในตลาดที่ได้รับผลกระทบจากตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าผิดหวังและความเสี่ยงด้านสินเชื่อที่สูงขึ้น

 

ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนรายวันโดยตรึงไว้ที่ 7.2006 หยวนต่อดอลลาร์ ห่างจากค่าเฉลี่ยตามความเห็นของเทรดเดอร์และนักวิเคราะห์ที่ 7.3047 หยวนต่อดอลลาร์ นับเป็นช่องว่างที่กว้างที่สุดตั้งแต่ที่ Bloomberg เริ่มการสำรวจในปี 2018

 

ในสัปดาห์ที่ผ่านมาทางการจีนพยายามยับยั้งการอ่อนค่าของเงินหยวนอย่างต่อเนื่อง แต่ความพยายามนั้นก็ไม่เป็นผล ทำให้สัปดาห์นี้ทางการจีนได้แจ้งธนาคารของรัฐให้เพิ่มมาตรการแทรกแซง และ PBOC กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จะป้องกันการเคลื่อนย้ายของเงินทุนที่มากเกินไปอย่างเด็ดขาด

 

นับเป็นเวลาหลายปีที่ทางการจีนแสดงความอ่อนไหวต่อการแกว่งตัวของเงินหยวนเป็นอย่างมาก นี่จึงอาจเป็นชนวนให้เกิดการเก็งกำไรที่มาพร้อมกับค่าเงินที่อ่อนค่าอย่างน่าแปลกใจเหมือนเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เป็นช่วงที่ตลาดเผชิญกับภาวะตลาดหมีอย่างระดับรุนแรง ซึ่งเป็นทิศทางที่ตลาดในขณะนี้กำลังมุ่งหน้าไป จีนกำลังเผชิญความเสี่ยงจากเงินทุนที่ไหลออกและค่าเงินที่อ่อนค่ามากขึ้น

 

เพื่อกู้วิกฤตดังกล่าว PBOC มีแผนที่จะเริ่มต้นด้วยการจัดการเงินหยวนอย่างเข้มงวดด้วยการตรึงอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจำกัดการเคลื่อนไหวรายวันของสกุลเงินไว้ที่ระดับ 2% หากตลาดยังคงพยายามที่จะอ่อนค่าเงินหยวนต่อไป PBOC อาจเลือกใช้เครื่องมือเชิงรุกที่รุนแรงมากขึ้น เช่น การอัดฉีดสภาพคล่องเงินดอลลาร์ หรือการยกระดับต้นทุนการซื้อ-ขายระยะสั้นด้วยเงินหยวนในตลาดสัญญาซื้อ-ขายล่วงหน้า (Futures) 

 

หลังจากการตรึงในวันนี้ เงินหยวนในประเทศแข็งค่าประมาณ 0.1% ในขณะที่สกุลเงินหยวนอ้างอิงในต่างประเทศอยู่ที่ 7.30 ต่อดอลลาร์ 

 

นอกเหนือจากการแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน ทางการจีนยังเรียกร้องให้ธนาคารตรวจสอบว่าบริษัทในท้องถิ่นกำลังเก็งกำไรในสกุลเงินหยวนหรือไม่

 

แม้เงินหยวนจะเริ่มขยับขึ้นจากจุดต่ำสุด แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่าเงินหยวนจะยังคงเผชิญกับแรงกดดันในระยะยาวต่อไป เนื่องจากการเติบโตที่ซบเซาของประเทศและนโยบายการเงินที่ไม่ตรงกับสหรัฐฯ ช่องว่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของจีนกับพันธบัตรสหรัฐฯ เกือบแตะระดับที่กว้างที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งเป็นผลดีต่อสหรัฐฯ มากกว่า

 

ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่น่าผิดหวัง ทั้งยอดการใช้จ่ายและราคาที่อยู่อาศัย ประกอบกับวิกฤตการณ์ที่ลุกลามในภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ส่งผลให้นักลงทุนไม่กล้าใช้เงินหยวน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ PBOC เพื่อกระตุ้นการเติบโตจึงยิ่งเพิ่มความตึงเครียดต่อเงินหยวนมากขึ้น

 

อ้างอิง:

The post จีนประกาศตรึงอัตราแลกเปลี่ยนรายวัน หวังสกัดเงินหยวนที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวนอ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดของปี หลังเศรษฐกิจจีนเผชิญข่าวร้ายไม่หยุด https://thestandard.co/yuan-falls-this-years-low/ Mon, 14 Aug 2023 07:36:46 +0000 https://thestandard.co/?p=829089

เงินหยวนอ่อนค่าใกล้แตะระดับต่ำสุดของปีนี้ หลังเศรษฐกิจจ […]

The post เงินหยวนอ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดของปี หลังเศรษฐกิจจีนเผชิญข่าวร้ายไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

เงินหยวนอ่อนค่าใกล้แตะระดับต่ำสุดของปีนี้ หลังเศรษฐกิจจีนเผชิญข่าวร้ายไม่หยุด ด้าน HSBC มองแง่ดีว่า การอ่อนค่าของหยวนเร็วๆ นี้อาจช่วยหนุนเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวได้

 

เงินหยวนที่ซื้อ-ขายนอกประเทศจีนอ่อนค่ามากถึง 0.3% ในวันจันทร์ (14 สิงหาคม) อยู่ที่ราว 7.2785 หยวนต่อดอลลาร์ ไม่ไกลระดับต่ำสุดของปีนี้ที่ 7.2857 หยวนต่อดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน ทำให้ตั้งแต่ต้นปี (YTD) หยวนอ่อนค่าลงแล้วประมาณ 5% นับเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในเอเชียรองจากเยนของญี่ปุ่น

 

การอ่อนค่าของเงินหยวนเร่งตัวขึ้นหลังข้อมูลทางเศรษฐกิจประจำเดือนกรกฎาคมสร้างความผิดหวังให้กับตลาดเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะยอดสินเชื่อในประเทศที่ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี การลดลงของเงินเฟ้อผู้ผลิตและผู้บริโภคพร้อมๆ กัน และการส่งออกที่หดตัวหนักสุดในรอบกว่า 3 ปี

 

อย่างไรก็ตาม การอ่อนค่าของเงินหยวนเร็วๆ นี้อาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางจีน (PBOC) ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อชะลอการอ่อนค่า 

 

นักลงทุนต่างจับตาตัวเลขเศรษฐกิจจีนประจำเดือนกรกฎาคมเพิ่มเติม ที่มีกำหนดจะเปิดเผยในวันอังคาร (15 สิงหาคม) ได้แก่ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ไปจนถึงรายงานการดำเนินการรายเดือนของธนาคารกลาง (PBOC) สำหรับสินเชื่อครบกำหนดไถ่ถอนมูลค่า 4 แสนล้านหยวน ซึ่งจะให้สัญญาณบางอย่างเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายของจีนว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมหรือไม่

 

ขณะที่นักวิเคราะห์ของ HSBC Holdings Plc ระบุว่า หากภาคส่วนอื่นๆ อาทิ รัฐบาลท้องถิ่น ซึ่งมีหนี้สูง พ่ายแพ้ต่อความพยายามในการลดภาระหนี้ (Deleveraging) เศรษฐกิจจีนแผ่นดินใหญ่อาจได้รับผลกระทบมากขึ้นและยาวนานขึ้น อย่างไรก็ดี “การอ่อนค่าของเงินหยวนมีแนวโน้มที่จะเป็นทั้งผลลัพธ์ของปัญหาและส่วนหนึ่งของหนทางแก้ปัญหาได้”

 

อ้างอิง:

The post เงินหยวนอ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดของปี หลังเศรษฐกิจจีนเผชิญข่าวร้ายไม่หยุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารใหญ่สี่แห่งในจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากดอลลาร์ หวังสกัดการอ่อนค่าของเงินหยวน https://thestandard.co/china-big-4-banks-to-cut-dollar-deposit-rates/ Thu, 08 Jun 2023 05:22:35 +0000 https://thestandard.co/?p=800670

Bloomberg ได้รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า ธนาคารพาณ […]

The post ธนาคารใหญ่สี่แห่งในจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากดอลลาร์ หวังสกัดการอ่อนค่าของเงินหยวน appeared first on THE STANDARD.

]]>

Bloomberg ได้รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าววงในว่า ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่สี่แห่งของจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาที่ความต้องการสกุลเงินของสหรัฐฯ ในภาคธนาคารยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าที่สุดในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา

 

เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารขนาดใหญ่สี่แห่ง ประกอบด้วย Industrial and Commercial Bank of China, Bank of China, Agricultural Bank of China และ China Construction Bank ได้ปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อข้ามคืนที่มีหลักประกันของสหรัฐฯ ทั้งลูกค้าองค์กรและรายย่อย โดยที่ธนาคารสาขาต่างจังหวัดบางแห่งเสนอเงินฝากประมาณ 5.7% ให้กับลูกค้ารายใหญ่ลดลงจาก 6% ในก่อนหน้านี้

 

เงินหยวนอ่อนค่าลง 3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้ เนื่องจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นจากมาตรการทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขณะที่จีนยังคงดำเนินนโยบายแบบผ่อนปรน การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในครั้งนี้แม้จะจำกัดอยู่ในขอบเขตแต่ก็บ่งชี้ว่าทางการจีนกำลังพยายามจัดการกับการอ่อนค่าของสกุลเงินในประเทศ

 

Tommy Xie นักเศรษฐศาสตร์จาก Oversea-Chinese Banking เปิดเผยว่า การลดลงของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากดอลลาร์เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อสกัดผลกระทบของเงินหยวนจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะขัดขวางการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ใช้เงินกู้สกุลหยวนที่ต้นทุนถูกกว่าเพื่อเป็นทุนในการซื้อเงินดอลลาร์

 

ธนาคารกลางจีนประกาศเมื่อเดือนที่แล้วว่าจะควบคุมสถานการณ์การเก็งกำไรค่าเงิน และมองหาวิธีการเสริมสร้างการจัดการเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์ โดย ณ สิ้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา สกุลเงินต่างประเทศที่ถือครองในระบบธนาคารของจีนมีมูลค่ารวมกว่า 8.82 แสนล้านดอลลาร์

 

ถึงกระนั้น Craig Chan นักยุทธศาสตร์ของ Nomura Holdings ระบุในรายงานว่า การลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์ในประเทศจีนอาจยิ่งผลักดันให้นักลงทุนสะสมสกุลเงินต่างประเทศหลัก เพื่อรักษารายได้จากการเทรดสกุลเงินมากขึ้น และนั่นอาจเพิ่มแรงกดดันด้านดุลการชำระเงินที่ติดลบในปัจจุบันของจีน

 

อ้างอิง:

The post ธนาคารใหญ่สี่แห่งในจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากดอลลาร์ หวังสกัดการอ่อนค่าของเงินหยวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
หยวนอ่อนค่า! แตะระดับจิตวิทยา หลังตัวเลขเศรษฐกิจจีนออกมาต่ำกว่าคาด https://thestandard.co/yuan-depreciates-to-psychological-level/ Wed, 17 May 2023 03:17:26 +0000 https://thestandard.co/?p=791453 เงินหยวนอ่อนค่า

ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่เพิ่งเปิดเผยออกมาในสัปดาห์นี้ได้สร้ […]

The post หยวนอ่อนค่า! แตะระดับจิตวิทยา หลังตัวเลขเศรษฐกิจจีนออกมาต่ำกว่าคาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวนอ่อนค่า

ตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่เพิ่งเปิดเผยออกมาในสัปดาห์นี้ได้สร้างความผิดหวังให้ตลาด ส่งให้เงินหยวนอ่อนค่าหนักแตะระดับจิตวิทยาที่ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อเทียบกับเงินบาท หยวนอ่อนค่าแตะระดับ 4.875 บาทต่อหยวน อ่อนค่าสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

 

วันนี้ (17 พฤษภาคม) เงินหยวนที่ซื้อขายในต่างประเทศ (Offshore Yuan) อ่อนค่าแตะระดับจิตวิทยาที่ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ราว 7.0076 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อเทียบกับเงินบาท หยวนอ่อนค่าแตะระดับ 4.875 บาทต่อหยวน นับเป็นระดับที่อ่อนค่าสุดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

 

การอ่อนค่าวันนี้เกิดขึ้นหลังจากทางการจีนเปิดเผยตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก และการลงทุนถาวร (Fixed Investment) ของจีนเติบโตในอัตราช้ากว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้หลายฝ่ายออกมาเรียกร้องมาตรการกระตุ้นเชิงนโยบายมากขึ้น เพื่อหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ 

 

นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากข้อมูลที่อยู่อาศัยในเชิงบวกของสหรัฐฯ ได้ช่วยหนุนดอลลาร์สหรัฐให้แข็งค่าด้วย

 

Hao Zhou หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Guotai Junan Securities (Hong Kong) Ltd. ระบุว่า คาดว่าเงินหยวนจะอ่อนค่าลง เนื่องจากตัวเลขทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย

 

ธนาคารกลางจีนกำหนดอัตราอ้างอิงของเงินหยวนไว้ที่ 6.9748 ต่อดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ ซึ่งสอดคล้องกับค่ากลางที่ประมาณการไว้ที่ 6.9743 ในการสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์และผู้ค้าของ Bloomberg

 

ทั้งนี้ ในรายงานนโยบายการเงินรายไตรมาส ซึ่งเปิดเผยออกมาในสัปดาห์นี้ ธนาคารกลางจีนเตรียมปล่อยให้ตลาดมีบทบาทมากขึ้นในอัตราแลกเปลี่ยน และทำให้เงินหยวนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็รักษาค่าเงินโดยพื้นฐานให้มีเสถียรภาพ

 

นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเงินหยวนจะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในช่วง 12 เดือนข้างหน้า แม้กระทั่งความคาดหวังถึงเศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่งจะลดลง จากการสำรวจความคิดเห็นผู้จัดการกองทุนในเอเชียของ Bank of America 


 

บทความที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post หยวนอ่อนค่า! แตะระดับจิตวิทยา หลังตัวเลขเศรษฐกิจจีนออกมาต่ำกว่าคาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
แบงก์ชาติจีนปรับระดับอ้างอิงค่าเงินหยวนอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือน หวั่นฉุดสกุลเงินในภูมิภาคอ่อนค่าตาม https://thestandard.co/chinese-yuan-pboc-midpoint-rate/ Mon, 27 Feb 2023 10:30:02 +0000 https://thestandard.co/?p=756143

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดอัตราอ้างอิงเฉลี่ยค่าเงินหยว […]

The post แบงก์ชาติจีนปรับระดับอ้างอิงค่าเงินหยวนอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือน หวั่นฉุดสกุลเงินในภูมิภาคอ่อนค่าตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดอัตราอ้างอิงเฉลี่ยค่าเงินหยวนเทียบเงินดอลลาร์สหรัฐ (Daily Midpoint) ลงมาอยู่ที่ 6.9572 หยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อนราว 0.91% และเป็นระดับที่อ่อนค่าสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2022

 

การปรับอัตราอ้างอิงค่าเงินหยวนของ PBOC เกิดขึ้นหลังจากเงินดอลลาร์ทำสถิติแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ออกมาร้อนแรงกว่าคาด ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงของสหรัฐฯ ยังทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ซึ่งจะยิ่งทำให้ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างจีนและสหรัฐฯ ถ่างกว้างมากขึ้น 

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

ในช่วงต้นเดือนธันวาคม อัตราอ้างอิงเฉลี่ยค่าเงินหยวนเคยอยู่ที่ระดับสูงกว่า 7 หยวนต่อดอลลาร์ แต่มุมมองเชิงบวกของตลาดต่อการเปิดประเทศของจีน และแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในขณะนั้นที่บ่งชี้ว่ากำลังเข้าสู่ขาลง ทำให้เงินหยวนทยอยแข็งค่าขึ้น จนกระทั่งข้อมูลเงินเฟ้อล่าสุดของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้ตลาดเริ่มเปลี่ยนมุมมองอีกครั้ง 

 

ในสัปดาห์นี้ตลาดจะรอจับตาภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนหลังการผ่อนคลายมาตรการ Zero-COVID โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน ทั้งในภาคการผลิตและภาคการบริการมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ระดับ 50.2 จุด และ 53.5 จุด ตามลำดับ

 

อัตราเงินเฟ้อของจีนยังคงอยู่ในระดับต่ำหลังการเปิดประเทศ ทำให้ PBOC ยังมีพื้นที่ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อยู่ อย่างไรก็ดี โจทย์ใหญ่ของ PBOC คือการรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจและควบคุมการอ่อนค่าของเงินหยวน ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของจีนอยู่ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ความน่าดึงดูดของเงินหยวนมีจำกัด

 

รุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ประเมินว่า การอ่อนค่าของเงินหยวนจะส่งผลกระทบให้สกุลเงินเอเชียอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ รวมถึงเงินบาทอ่อนลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าเงินบาทจะอ่อนค่าได้ไม่เกินระดับ 35.50 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากปัจจุบันตลาดได้รับข่าวการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ไปพอสมควรแล้ว

 

“ข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ ขณะที่เงินบาทก็อ่อนค่าสูงสุดในรอบ 9 สัปดาห์ คงต้องติดตามดูตัวเลขในเดือนกุมภาพันธ์ หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอลง การแข็งค่าของดอลลาร์ก็น่าจะหมดรอบ เพราะมีความเป็นไปได้ที่ตัวเลขที่ออกมาดีในเดือนมกราคม อาจเป็นผลมาจากปัจจัยชั่วคราว เช่น สภาพอากาศที่ไม่หนาวรุนแรง” รุ่งกล่าว

 

ทั้งนี้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยายังประเมินว่า ค่าเงินบาทในช่วงกลางปีจะกลับมาแข็งค่าสู่ระดับ 33-34 บาทต่อดอลลาร์ และจะแข็งค่าต่อเนื่องสู่ระดับ 32-33 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงปลายปี ตามการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวไทยที่จะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลต่อเนื่อง

 

อ้างอิง:

The post แบงก์ชาติจีนปรับระดับอ้างอิงค่าเงินหยวนอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือน หวั่นฉุดสกุลเงินในภูมิภาคอ่อนค่าตาม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวน อ่อนค่าหนักแตะ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ คาดมีโอกาสร่วงลงอีก เหตุวิตกกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจ https://thestandard.co/yuan-depreciates-241065/ Tue, 25 Oct 2022 02:52:37 +0000 https://thestandard.co/?p=699583 เงินหยวนอ่อนค่า

Bloomberg รายงานว่า ค่า เงินหยวน นอกประเทศจีนอ่อนค่าลงผ […]

The post เงินหยวน อ่อนค่าหนักแตะ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ คาดมีโอกาสร่วงลงอีก เหตุวิตกกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวนอ่อนค่า

Bloomberg รายงานว่า ค่า เงินหยวน นอกประเทศจีนอ่อนค่าลงผ่านระดับ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ หลังจากการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์และกระแสทุนไหลออกจากการเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

 

ทั้งนี้ ค่าเงินหยวนลดลงมาอยู่ที่ 7.3098 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตลอดกาลนับตั้งแต่หน่วยเริ่มซื้อขายในปี 2010 เนื่องจากการต่ออำนาจของรัฐบาลประธานาธิบดีสีจิ้นผิง คือการยืนยันว่าจีนจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย Zero-COVID แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็ตาม


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 ค่าเงินหยวนยังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันให้ปรับตัวร่วงลงอีก เนื่องจากการที่ Fed เดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย เสี่ยงทำให้ทุนไหลออกจากตลาดจีน บวกกับการที่ธนาคารกลางจีนประกาศยุติการตรึงค่าเงินหยวนอย่างต่อเนื่องในวันจันทร์ (24 ตุลาคม) ซึ่งถือเป็นสัญญาณหนุนค่าเงินหยวนให้อ่อนค่า

 

จากผลการสำรวจของ Bloomberg เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพบว่า ผู้ค่าเงินหยวนประมาณ ครึ่งหนึ่งที่เข้าร่วมตอบแบบสอบถามคาดการณ์ว่า ค่าเงินหยวนปีนี้มีสิทธิอ่อนค่าแตะระดับ 7.4 หรือ 7.5 หยวนต่อดอลลาร์ ขณะที่ประมาณ 10% มองว่าเงินหยวนมีโอกาสแตะ 7.25 หยวนต่อดอลลาร์ 

 

ทั้งนี้ ค่าเงินหยวนในตลาดนอกประเทศจีนถือเป็นสกุลเงินที่มีผลงานแย่ที่สุดในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ของเอเชียเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) ขณะที่ค่าเงินหยวนในประเทศจีนก็ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี 

 

วันเดียวกัน กรมศุลกากรจีนเปิดเผยข้อมูลการส่งออกของประเทศประจำเดือนกันยายนที่ผ่านมา พบว่า การค้าต่างประเทศของจีนขยายตัว 8.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งของจีน แม้จะเผชิญกับปัจจัยท้าทายต่างๆ ท่ามกลางอุปสงค์ในต่างประเทศที่อ่อนตัวลงอันเนื่องมาจากภาวะถดถอยทั่วโลก และความท้าทายภายในประเทศจากการฟื้นตัวจากการระบาดของโควิด และนโยบาย Zero-COVID

 

บรรดาผู้เชี่ยวชาญชาวจีนตั้งข้อสังเกตว่า การฟื้นตัวของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกจะสร้างความมั่นใจให้กับโลกในช่วงเวลาที่ปั่นป่วนในปัจจุบัน แต่ก็เตือนให้จีนเตรียมพร้อมเผชิญกับภาวะแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 4 ที่อาจก่อให้เกิดความท้าทายมากขึ้นต่อการส่งออกของประเทศ 

 

รายงานของกรมศุลกากรจีนระบุว่า การค้ารวมของจีนมีมูลค่า 3.81 ล้านล้านหยวนในเดือนกันยายน โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 10.7% ที่ 2.19 ล้านล้านหยวน และการนำเข้าเพิ่มขึ้น 5.2% ขณะที่ยอดเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น 29.9% อยู่ที่ 573,570 ล้านหยวน 

 

ในกรณีที่คิดเป็นเงินดอลลาร์ มูลค่าการค้าจีนเพิ่มขึ้น 3.4% โดยการนำเข้าเติบโต 0.3% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนสิงหาคม และการส่งออกเพิ่มขึ้น 5.7% ลดลงจากการเติบโต 7% ในเดือนสิงหาคม

 

Bai Ming รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยตลาดระหว่างประเทศ สถาบันการค้าระหว่างประเทศและความร่วมมือทางเศรษฐกิจของจีน กล่าวว่า การเติบโตของการส่งออกที่ชะลอตัวสะท้อนผลกระทบของอุปสงค์ที่ลดลงในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ในขณะที่อัตราการนำเข้าที่สม่ำเสมอบ่งชี้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศค่อนข้างคงที่ โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล กระนั้น การส่งออกก็ยังถูกจำกัดเพราะมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ 

 

ในมุมมองของ Bai Ming สถานการณ์การค้าต่างประเทศของจีนโดยรวมยังคงทรงตัวในช่วง 9 เดือนแรกของปี แม้ว่าอัตราการเติบโตจะเห็นสัญญาณชะลอตัวตั้งแต่เดือนสิงหาคม ท่ามกลางสภาพแวดล้อมภายนอกที่ซับซ้อน

 

ทั้งนี้ ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี มูลค่าการค้าทั้งหมดของจีนปรับตัวแตะระดับ 31.11 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% จากปีก่อนหน้า โดยการส่งออกเพิ่มขึ้น 13.8% สู่ระดับ 17.67 ล้านล้านหยวน ขณะที่การนำเข้ารวม 13.44 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 5.2% และยอดเกินดุลการค้าแตะ 4.23 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 53.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี

 

ในด้านผลิตภัณฑ์ การส่งออกผลิตภัณฑ์เครื่องกลและไฟฟ้ามีมูลค่ารวม 10.04 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10% คิดเป็นสัดส่วน 56.8% ของการส่งออกทั้งหมด ขณะที่การส่งออกยานยนต์แข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยเพิ่มขึ้น 67.1% สู่ระดับ 259,840 ล้านหยวน และการส่งออกโทรศัพท์มือถือ วงจรรวม และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ยังคงเติบโตในระดับสูง

 

Tian Yun อดีตรองผู้อำนวยการ Beijing Economic Operation Association กล่าวว่า จีนกำลังดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของตนอย่างต่อเนื่อง และการส่งออกไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยผลิตภัณฑ์ราคาถูกที่มีอัตรากำไรต่ำอีกต่อไป

 

Tian ระบุว่า ข้อมูลที่ออกใหม่ยังสะท้อนว่าโมเมนตัมของการอัปเกรดของเศรษฐกิจจีนไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หรือความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน

 

ภูมิภาคอาเซียนยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ของจีนในช่วง 9 เดือนแรก คิดเป็น 15.1% ของการค้าต่างประเทศทั้งหมดของจีน คิดเป็นมูลค่าการค้ารวม 4.7 ล้านล้านหยวน ตามด้วยสหภาพยุโรปที่ 9% หรือ 4.23 ล้านล้านหยวน และสหรัฐอเมริกาที่ 8% หรือ 3.88 ล้านล้านหยวน 

 

ส่วนอันดับ 4 คือ เกาหลีใต้ โดยมีการค้าทวิภาคีเพิ่มขึ้น 7.1% เป็น 1.81 ล้านล้านหยวน ส่วนการค้ากับบรรดาประเทศตามแผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง เพิ่มขึ้น 20.7%

 

การค้ากับรัสเซียเพิ่มขึ้น 32.5% ในช่วงเก้าเดือนแรก โดยการนำเข้าจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 51.6% ขณะที่การค้ากับรัสเซียเพิ่มขึ้น 32.5% ในช่วงเก้าเดือนแรก โดยการนำเข้าจากรัสเซียเพิ่มขึ้น 51.6%

 

แม้ว่าตัวเลขการค้าของจีนจะสดใส แต่บรรดาหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เหมือนจะไม่ได้สดใสตามไปด้วย โดยมีรายงานว่า หุ้นของบรรดาบริษัทจีนในตลาดสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างรวดเร็วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) หลังจากที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเดินหน้ากระชับอำนาจได้อย่างรัดกุม สั่นคลอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งมองว่าการกุมอำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดทำให้หุ้นของบริษัทจีนไม่น่าลงทุน 

 

ทั้งนี้ Invesco Golden Dragon China ETF ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของดัชนี Nasdaq Golden Dragon China ร่วงลง 14.5% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009 โดย ETF ร่วงลงมากกว่า 20% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) 

 

รายงานระบุว่า หุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Alibaba ลดลงแล้วมากกว่า 12% หลังจากก่อนหน้านี้ลดลงไปมากกว่า 19% จนระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ด้าน Tencent Music Entertainment ปรับตัวลดลง 5% เทียบกับการลดลงก่อนหน้านี้ที่ 18% หรือหุ้นของ Pinduoduo ปิดตลาดลดลง 24.6% หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตกลงไป 34% เมื่อวานนี้ (24 ตุลาคม)

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงสามารถปูทางสู่การเป็นผู้นำในสมัยที่ 3 ได้อย่างราบรื่น และเดินหน้าตอกย้ำความมั่นคงทางการแต่งตั้งคณะกรรมการประจำ Politburo ซึ่งเป็นวงจรหลักของอำนาจในพรรคคอมมิวนิสต์จีน

 

รายงานระบุว่า ภายใต้การนำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง จีนได้ดำเนินการตามนโยบายที่มีกฎระเบียบที่เข้มงวดในภาคเทคโนโลยีในด้านต่างๆ ตั้งแต่การปกป้องข้อมูลไปจนถึงการควบคุมวิธีการใช้อัลกอริทึม

 

ความเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตของจีนที่ชะลอตัวลง ยังเป็นผลจากการที่ผู้นำจีน ยังคงยึดมั่นในนโยบาย Zero-COVID ที่เข้มงวด แม้ว่าโลกส่วนใหญ่ได้เปิดเศรษฐกิจแล้วก็ตาม

 

Mark Schilsk นักวิเคราะห์ตลาดกล่าวว่า หุ้นจีนไม่น่าลงทุนอีกต่อไป โดยดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2009 ขณะที่ดัชนี  Shanghai Composite และดัชนี Shenzhen Component ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ต่างปรับตัวประมาณ 2%

 

Marko Kolanovic นักยุทธศาสตร์ระดับแนวหน้าของ Wall Street จาก J.P. Morgan  เชื่อว่าการเทขายออกในหุ้นจีนนั้นขาดการเชื่อมต่อจากปัจจัยพื้นฐาน ลดโอกาสในการซื้อ

 

อ้างอิง:

The post เงินหยวน อ่อนค่าหนักแตะ 7.3 หยวนต่อดอลลาร์ คาดมีโอกาสร่วงลงอีก เหตุวิตกกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ชี้ ‘หยวน’ อ่อนค่าคุกคามชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ หวั่นจุดชนวนสงครามค่าเงินรอบใหม่ https://thestandard.co/morning-wealth-05092022-3/ Mon, 05 Sep 2022 08:00:15 +0000 https://thestandard.co/?p=676333 ค่าเงินหยวน

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำหลายสำ […]

The post ชมคลิป: ชี้ ‘หยวน’ อ่อนค่าคุกคามชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ หวั่นจุดชนวนสงครามค่าเงินรอบใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าเงินหยวน

ผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำหลายสำนักออกมาแสดงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ค่าเงินหยวน ที่อ่อนค่าลงอย่างหนักขณะนี้กำลังกลายเป็นภัยเสี่ยงคุกคามการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย ลาตินอเมริกา และแอฟริกา ติดตามรายละเอียดได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: ชี้ ‘หยวน’ อ่อนค่าคุกคามชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ หวั่นจุดชนวนสงครามค่าเงินรอบใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิเคราะห์ชี้ เงินหยวนอ่อนค่าคุกคามชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ หวั่นจุดชนวนสงครามค่าเงินอีกระลอก https://thestandard.co/weakening-yuan-emerging-economies/ Mon, 05 Sep 2022 01:53:45 +0000 https://thestandard.co/?p=676255 ค่าเงินหยวน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำห […]

The post นักวิเคราะห์ชี้ เงินหยวนอ่อนค่าคุกคามชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ หวั่นจุดชนวนสงครามค่าเงินอีกระลอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ค่าเงินหยวน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญและนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำหลายสำนักต่างแสดงความเห็นไปในทางเดียวกันว่า ค่าเงินหยวน ที่อ่อนค่าลงอย่างหนักในห้วงเวลานี้ กำลังกลายเป็นภัยเสี่ยงคุกคามการเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย ลาตินอเมริกา และแอฟริกา

 

ความเห็นครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ไม่กี่เดือนก่อนหน้าเงินหยวนเพิ่งจะได้รับการยอมรับในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ที่ช่วยเป็นเกราะกำบังปกป้องบรรดานักลงทุนจากปัญหาความตึงเครียดขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเงินเฟ้อ

 

รายงานระบุว่า เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกส่งสัญญาณชะลอตัวอย่างชัดเจน และฉุดให้ค่าเงินอ่อนค่าลงจนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี ทำให้ Goldman Sachs Group Inc ยัน SEB AB ออกมาคาดการณ์ว่า เงินหยวนอ่อนค่าจะส่งผลกระทบภาคการส่งออกของนานาประเทศ ตลอดจนเสี่ยงที่จะจุดชนวนให้เกิดสงครามค่าเงินที่หลายประเทศแข่งกันลดค่าเงิน เพื่อสร้างความได้เปรียบในตลาดส่งออก

 

Per Hammarlund หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดเกิดใหม่ของธนาคาร Skandinaviska Enskilda Banken กล่าวว่า ด้วยแนวโน้มที่ค่าเงินหยวนที่เดินหน้าอ่อนค่าลงเรื่อยๆ ทำให้หลายประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน และเกรงว่าหากค่าเงินหยวนยังอ่อนค่าต่อไป จะทำให้ประเทศในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่แข่งกันลดค่าเงิน จุดชนวนกลายเป็นสงครามค่าเงินระลอกใหม่

 

ด้านผู้จัดการการเงินของ Societe Generale SA, Nomura Holdings Inc. และ Credit Agricole CIB ประเมินว่า ค่าเงินหยวนจะอ่อนค่าลงอย่างหนักจนกระทั่งเลยแนวจิตวิทยาที่ 7 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐภายในปีนี้

 

ทั้งนี้ ค่าเงินหยวนปรับตัวอ่อนค่าลงเป็นเดือนที่ 6 ต่อเนื่องกันในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นับเป็นการปรับลดค่าเงินหยวนที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคม ปี 2018 โดยมีสาเหตุฉุดค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าจากนโยบาย Zero COVID, วิกฤตอสังหาริมทรัพย์, เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว และอัตราเงินเฟ้อขยับขึ้น ซึ่งแม้ว่าทางธนาคารกลางจีนจะเร่งดำเนินการดันให้ค่าเงินหยวนขยับขึ้น แต่การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐก็ทำให้การดำเนินการต่างๆ ของธนาคารกลางจีนไม่ได้ผล

 

ขณะเดียวกันค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดย Goldman และ Societe Generale กล่าวว่า ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงจะฉุดให้เงินวอนเกาหลีใต้, เงินดอลลาร์ไต้หวัน, เงินบาทไทย, เงินริงกิตมาเลเซีย และเงินแรนด์แอฟริกาใต้ ลดลงไปด้วย ขณะที่ SEB มองว่า เงินเปโซเม็กซิกัน, ฟอรินต์ฮังการี, ลิวโรมาเนีย และลีราตุรกี จะเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุด

 

Phoenix Kalen หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Societe Generale กล่าวว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าและการเงินระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เติบโตแน่นแฟ้นมากขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งความเชื่อมโยงที่ฝังลึกนี้ทำให้เป็นเรื่องยากที่ตลาดเกิดใหม่เหล่านี้จะแยกตัวออกจากจีน

 

อ้างอิง:

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

The post นักวิเคราะห์ชี้ เงินหยวนอ่อนค่าคุกคามชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ หวั่นจุดชนวนสงครามค่าเงินอีกระลอก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุจีนเป็นประเทศปั่นค่าเงิน หลังลดค่าเงินหยวนต่ำสุดในรอบ 10 ปี เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีทรัมป์ https://thestandard.co/china-currency-manipulator-donald-trump/ Tue, 06 Aug 2019 03:04:52 +0000 https://thestandard.co/?p=276502

คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตีตราจีนเป็น ‘ปร […]

The post รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุจีนเป็นประเทศปั่นค่าเงิน หลังลดค่าเงินหยวนต่ำสุดในรอบ 10 ปี เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีทรัมป์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตีตราจีนเป็น ‘ประเทศปั่นค่าเงิน’ หลังธนาคารกลางจีน (PBoC) ปล่อยให้เงินหยวนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ ซึ่งถูกเพ่งเล็งว่าเป็นเครื่องมือของรัฐบาลจีนในการตอบโต้มาตรการภาษีของทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

 

ทรัมป์ระบุในทวิตเตอร์ว่า ที่ผ่านมาจีนใช้มาตรการลดค่าเงินหยวนเพื่อขโมยธุรกิจและโรงงานของสหรัฐฯ ส่งผลให้ชาวอเมริกันตกงานเป็นจำนวนมาก และกดดันค่าแรงให้ต่ำลง รวมถึงราคาพืชผลทางการเกษตร ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรชาวอเมริกัน แต่เขาจะไม่ปล่อยให้จีนทำเช่นนั้นอีกแล้ว

 

ทั้งนี้หลังจากที่ทรัมป์รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2017 เขาพยายามหลีกเลี่ยงการตราหน้าจีนว่าเป็นประเทศที่ควบคุมค่าเงินมาตลอด โดยในรายงานสถานการณ์การควบคุมค่าเงินของประเทศคู่ค้าที่จัดทำขึ้นทุกๆ 2 ปีฉบับล่าสุด กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็ไม่ได้ระบุว่าจีนเป็นประเทศปั่นค่าเงินอย่างเป็นทางการ 

 

แต่กระนั้นหลังจากที่แบงก์ชาติจีนได้กำหนดค่ากลาง หรืออัตราอ้างอิงเงินหยวนรายวันใหม่ ซึ่งทำให้ค่าเงินร่วงลงหลุดกรอบ 7 หยวนต่อ 1 เหรียญสหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ได้บีบให้สหรัฐฯ ต้องออกมาเคลื่อนไหว

 

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า ธนาคารกลางจีนยอมรับอย่างเปิดเผยว่า พวกเขามีประสบการณ์ที่กว้างขวางในการควบคุมค่าเงินหยวน อีกทั้งมีเครื่องมือพร้อม และจะดำเนินมาตรการแทรกแซงที่จำเป็นต่อตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศ

 

ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์มองว่า การลดค่าเงินหยวนเป็นหนึ่งในทางเลือกที่จีนอาจพิจารณาใช้กับสหรัฐฯ เพราะหากตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีอาจกดดันสหรัฐฯ ได้ไม่มากนัก เนื่องจากจีนมียอดนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ น้อยกว่ายอดส่งออก ดังนั้นจึงไม่สามารถแลกหมัดกับสหรัฐฯ ด้วยมาตรการภาษีโดยตรงได้ ส่วนการลดค่าเงินครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี 10% กับสินค้าจีนมูลค่า 3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยทรัมป์ให้เหตุผลว่า จีนไม่ทำตามสัญญาในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

 

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคณะเจรจาของจีนและสหรัฐฯ ไม่สามารถทำข้อตกลงยุติสงครามการค้ากันได้ และได้กำหนดวันเจรจารอบใหม่เป็นช่วงต้นเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่ไม่เป็นมิตรต่อกัน ทำให้เกิดความกังวลว่าสองฝ่ายจะเดินหน้าเจรจากันต่อได้หรือไม่ ท่ามกลางสงครามการค้าที่มีแนวโน้มยืดเยื้ออีกหลายปี

 

ภาพ: ShutterStock

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุจีนเป็นประเทศปั่นค่าเงิน หลังลดค่าเงินหยวนต่ำสุดในรอบ 10 ปี เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีทรัมป์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธนาคารกลางจีนมั่นใจคุมเสถียรภาพเงินหยวนได้ หลังอ่อนค่าแตะระดับ 7 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ https://thestandard.co/chinas-yuan-breaches-critical-level-of-7-to-the-dollar/ Tue, 06 Aug 2019 02:37:47 +0000 https://thestandard.co/?p=276497 เงินหยวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ส.ค. […]

The post ธนาคารกลางจีนมั่นใจคุมเสถียรภาพเงินหยวนได้ หลังอ่อนค่าแตะระดับ 7 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวน

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ส.ค.) ธนาคารกลางของจีนเน้นย้ำว่าธนาคารฯ มีความมั่นใจ และความสามารถในการรักษาอัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวนให้มีเสถียรภาพ

 

ธนาคารประชาชนจีน (PBoC) หรือธนาคารกลางของจีนชี้ว่า การอ่อนค่าของสกุลเงินหยวน ซึ่งอยู่ที่ 7 หยวนต่อ 1 เหรียญสหรัฐในวันจันทร์ มีปัจจัยมาจากลัทธิกระทำเพียงฝ่ายเดียว และลัทธิกีดกันทางการค้า รวมถึงแผนการปรับขึ้นภาษีศุลกากรกับสินค้านำเข้าจากจีน

 

อย่างไรก็ดี แม้จะอ่อนค่าลง แต่สกุลเงินหยวนยังคงทรงตัวอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินต่างๆ

 

“ธนาคารฯ มีประสบการณ์ ความมั่นใจ และความสามารถในการรักษาอัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวนให้มีเสถียรภาพอยู่ในระดับสมเหตุสมผลและสมดุล” แถลงการณ์ของธนาคารฯ ระบุ

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ธนาคารกลางจีนมั่นใจคุมเสถียรภาพเงินหยวนได้ หลังอ่อนค่าแตะระดับ 7 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เงินหยวนอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี นักลงทุนวิตกสงครามการค้า-สัญญาณชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน https://thestandard.co/chinas-currency-just-hit-its-lowest-level-in-a-decade/ https://thestandard.co/chinas-currency-just-hit-its-lowest-level-in-a-decade/#respond Tue, 30 Oct 2018 09:27:27 +0000 https://thestandard.co/?p=139607

สกุลเงินหยวนของจีน (เหรินหมินปี้) อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำส […]

The post เงินหยวนอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี นักลงทุนวิตกสงครามการค้า-สัญญาณชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>

สกุลเงินหยวนของจีน (เหรินหมินปี้) อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี หรือนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกในปี 2008 ท่ามกลางกระแสวิตกของนักลงทุนว่าเงินหยวนอาจมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีก ด้วยแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ได้แก่ การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด), การส่งสัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และสงครามการค้าที่มีทีท่ายืดเยื้อ

 

เงินหยวนอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 6.97 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราเอเชียเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2008 และเมื่อเทียบกับต้นปีจะพบว่า เงินหยวนอ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 9% เมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐ

 

เควิน ไล นักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารเพื่อการลงทุน Daiwa Capital Markets ในฮ่องกงให้ความเห็นกับ CNN ว่า นักลงทุนจะรู้สึกว่าหลุดออกจาก Comfort Zone หากเงินหยวนอ่อนค่าทะลุแนวต้าน 7 หยวนต่อ 1 ดอลลาร์ ซึ่งจะเห็นว่า นักลงทุนจำนวนมากเริ่มแห่เทขายเงินหยวนจากแรงกดดันดังกล่าวแล้ว

 

การร่วงลงของเงินหยวนอาจสร้างความปั่นป่วนในระบบเศรษฐกิจและตลาดเงินของจีนเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2015 และ 2016 ซึ่งครั้งนั้นได้เกิดกระแสโจมตีค่าเงินหยวน เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าเงินหยวนจะอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลจีนต้องทุ่มเม็ดเงินหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อพยุงค่าเงินหยวนในเวลานั้น

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย Capital Economics มองว่า เวลานี้รัฐบาลจีนอาจไม่วิตกเรื่องการไหลออกของเงินทุนมากเท่ากับเรื่องที่เงินหยวนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง

 

นักวิเคราะห์ระบุว่า ท่ามกลางความตึงเครียดของสงครามการค้าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จีนอาจพยายามหลีกเลี่ยงการยั่วยุสหรัฐฯ เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรก่อนหน้าการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสีจิ้นผิงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บนเวทีซัมมิต G20 ที่ประเทศอาร์เจนตินาในเดือนหน้า

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post เงินหยวนอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี นักลงทุนวิตกสงครามการค้า-สัญญาณชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/chinas-currency-just-hit-its-lowest-level-in-a-decade/feed/ 0