เครือข่ายสลัม 4 ภาค Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เครือข่ายสลัม-4-ภาค/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 06 Oct 2025 10:13:21 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เดินขบวนคนจนเนื่องในวันอยู่อาศัยโลก เรียกร้องแก้รัฐธรรมนูญให้ที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน https://thestandard.co/poor-people-demand-housing-right/ Mon, 06 Oct 2025 10:13:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1127230 COVER - Poor People Demand Housing Right

วันนี้ (6 ตุลาคม) ขบวนคนจนเพื่อสิทธิในที่ดินและที่อยู่อ […]

The post เดินขบวนคนจนเนื่องในวันอยู่อาศัยโลก เรียกร้องแก้รัฐธรรมนูญให้ที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
COVER - Poor People Demand Housing Right

วันนี้ (6 ตุลาคม) ขบวนคนจนเพื่อสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัย ซึ่งประกอบด้วย 11 องค์กรเครือข่าย อาทิ เครือข่ายสลัม 4 ภาค และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-Move) พร้อมเครือข่ายประชาชนจากทั่วประเทศ ร่วมจัดกิจกรรมในโอกาส ‘วันอยู่อาศัยโลก’ ซึ่งองค์การสหประชาชาติกำหนดให้ตรงกับวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี

 

เวลา 07.00 น. กลุ่มผู้เข้าร่วมรวมตัวกันที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ปีนี้มีตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์จากหลายเผ่าร่วมกิจกรรม เนื่องจากเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัยมากที่สุดในประเทศ

 

อรวรรณ หาญทะเล ชาวเลกลุ่มชาติพันธุ์มอแกลน จากชุมชนบ้านทับตะวัน ตำบลบางม่วง อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา กล่าวว่า ชาวเลกำลังเผชิญความยากลำบากด้านที่อยู่อาศัย โดยประมาณ 5% ของพื้นที่ชุมชนมีข้อพิพาทกับเอกชน 90% มีข้อพิพาทกับรัฐ และอีก 5% เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยของชาวเล

 

“หลายชุมชนถูกดำเนินคดี ที่จริงแล้วชาวเลไม่ได้ต้องการเอกสารสิทธิเป็นเจ้าของที่ดิน เพียงแต่อยากมีหลักประกันว่าเรากับลูกหลานจะสามารถใช้ที่ดินดั้งเดิมของเราได้ โดยไม่มีใครเข้ามาบุกรุกหรือไล่เราออกไป” อรวรรณกล่าว

 

ต่อมา เวลา 09.00 น. ขบวนคนจนเพื่อสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัยเริ่มเดินขบวนจากลานคนเมืองไปยัง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อแสดงเจตนารมณ์เรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่วมรำลึก 49 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

 

จรัสศรี จันทร์อ้าย กรรมการบริหารสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชากรมากกว่า 5 ล้านครัวเรือนในประเทศไทยที่ยังขาดความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นผลจากโครงสร้างการพัฒนาและกติกาทางการเมืองที่ไม่เป็นธรรม

 

จรัสศรีย้ำว่า ต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจำเป็นต้องแก้ไขโดยยึด 2 เงื่อนไขหลักคือ

 

1. รัฐบาลต้องจัดทำประชามติเพื่อเปิดกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้ประชาชนเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรง

 

2. ต้องบัญญัติให้ “ที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน” เพื่อให้รัฐมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดการที่อยู่อาศัยอย่างเท่าเทียม

 

วิไลลักษณ์ เยอเบาะ กองเลขาฯ สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) กล่าวเสริมว่า การรำลึก 49 ปี 6 ตุลาคม 2519 เป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของคนเดือนตุลา เพื่อผลักดันให้เกิดรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง และสร้างสังคมที่ไม่มีใครต้องไร้บ้านหรือไร้ศักดิ์ศรี

 

ขบวนเดินเท้ามาปักหลักหน้าสำนักงานสหประชาชาติในประเทศไทย เพื่อยื่นหนังสือต่อผู้แทนโครงการตั้งถิ่นฐานมนุษย์แห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) เวลา 11.00 น. โดยมี Jing Yu รองหัวหน้าโครงการฯ เป็นผู้รับมอบ Jing Yu กล่าวว่า ในวันอยู่อาศัยโลกปีนี้ โลกกำลังเผชิญวิกฤติที่ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ หลายครอบครัวถูกบังคับให้ออกจากบ้าน เด็กต้องเรียนในค่ายผู้ลี้ภัย และชุมชนจำนวนมากอยู่อาศัยโดยปราศจากน้ำและไฟฟ้า ปี 2567 มีประชากรทั่วโลกกว่า 123 ล้านคนถูกบังคับให้ออกจากที่อยู่อาศัยของตน ส่วนอีก 3 พันล้านคนเผชิญกับการมีที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสม และกว่า 1.1 พันล้านคนอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด

 

“วิกฤติไม่จำเป็นต้องหมายถึงความสิ้นหวังเสมอไป หลายชุมชนทั่วโลกสามารถฟื้นกลับมาได้ เมื่อรัฐให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัย ที่ดิน และบริการขั้นพื้นฐาน เพราะการสร้างบ้านใหม่ ไม่ใช่แค่การสร้างอิฐและปูน แต่คือการสร้างศักดิ์ศรีและความหวัง” Jing Yu กล่าวทิ้งท้าย

 

ภายหลังการยื่นหนังสือ แกนนำขบวนคนจนเพื่อสิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัยประกาศว่าจะเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาลในช่วงบ่าย เพื่อขอพบ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเจรจากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อผลักดันนโยบายโฉนดชุมชน การจัดการที่ดินสาธารณะ และการแก้ไขปัญหาคนไร้บ้านและผู้เช่าห้องราคาถูก

 

CONTENT_1

 

CONTENT_2

 

CONTENT_3

 

CONTENT_4

 

CONTENT_5

 

ภาพ: เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง

The post เดินขบวนคนจนเนื่องในวันอยู่อาศัยโลก เรียกร้องแก้รัฐธรรมนูญให้ที่อยู่อาศัยเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือข่ายสลัม 4 ภาค พร้อมเครือข่ายที่อยู่อาศัย ยื่นหนังสือต่อ กทม. ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยใน กทม. https://thestandard.co/slum-network-submits-a-letter-to-bma/ Mon, 02 Oct 2023 06:05:49 +0000 https://thestandard.co/?p=849247 เครือข่ายสลัม 4 ภาค

วันนี้ (2 ตุลาคม) ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร […]

The post เครือข่ายสลัม 4 ภาค พร้อมเครือข่ายที่อยู่อาศัย ยื่นหนังสือต่อ กทม. ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยใน กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือข่ายสลัม 4 ภาค

วันนี้ (2 ตุลาคม) ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยของเครือข่ายสลัม 4 ภาค มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และเครือข่ายที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร ที่มาเรียกร้องข้อเสนอ 10 ข้อเกี่ยวกับความมั่นคงทางที่อยู่อาศัย โดยทางกลุ่มได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. 

 

ชัชชาติกล่าวแก่ผู้เข้าร่วมขบวนว่า กรุงเทพมหานครมีนโยบายในการเพิ่มโอกาสการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและหลากหลายรูปแบบให้กับประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ตลอดจนผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส และประชาชนทั่วไป ภายใต้การสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวคิดบ้านมั่นคง การพัฒนาที่อยู่อาศัยชั่วคราว การจัดทำฐานข้อมูลห้องเช่าราคาถูก และการพัฒนาที่พักให้คนไร้บ้าน โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัย ได้แก่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และการเคหะแห่งชาติ เพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเพิ่มมากขึ้น 

 

ชัชชาติกล่าวต่อว่า กิจกรรมรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลก ประจำปี 2566 เป็นกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงพลังของเครือข่ายภาคประชาชนในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง โดยเครือข่ายสลัม 4 ภาคได้มีข้อเสนอให้กรุงเทพมหานครดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนในที่ดินสาธารณะ และการพัฒนาชุมชนภายใต้โครงการบ้านมั่นคง เพื่อเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาของกลุ่มคนจนเมืองในเขตกรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเสนอให้กรุงเทพมหานครตั้งกลไกการทำงานร่วมกัน โดยมีองค์ประกอบของหน่วยงานภายในกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม ร่วมเป็นคณะทำงาน เพื่อที่ภาคประชาชนจะสามารถนำเสนอเนื้อหา แนวทางการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง พร้อมทั้งร่วมผลักดันขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครให้มีความก้าวหน้า กรุงเทพมหานครพร้อมที่จะสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาสทุกกลุ่มมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี และเข้าถึงสวัสดิการในด้านต่างๆ อย่างทั่วถึง 

 

โดยกรุงเทพมหานครจะประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการตนเองด้านที่อยู่อาศัย โดยจะดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเร่งรัดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพมหานคร เพื่อประสานการทำงานร่วมกันตามข้อเสนอของเครือข่ายสลัม 4 ภาค รวมถึงการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคีเครือข่าย ซึ่งจะทำให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยของกรุงเทพมหานครดำเนินไปด้วยความก้าวหน้า เกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทุกกลุ่มได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม บรรลุเจตนารมณ์ที่จะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคนได้อย่างแท้จริง 

 

ด้วยองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สังคมโลกและรัฐบาลนานาประเทศให้ความสำคัญและหาทางแก้ไขปัญหาการไม่มีที่อยู่อาศัย ที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคง หรืออยู่อาศัยในสภาพที่ไม่เหมาะสม รวมถึงปัญหาการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนยากจนในทุกภูมิภาคของโลก สอดคล้องกับเป้าหมายระดับสากล ได้แก่ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 11 เมืองและถิ่นฐานของมนุษย์ที่ยั่งยืน ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความครอบคลุม ปลอดภัย มีภูมิต้านทาน และยั่งยืน สอดคล้องกับวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง (New Urban Agenda) จากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยที่อยู่อาศัย (UN-Habitat) และสอดคล้องกับนโยบายระดับชาติ ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (ปี 2560-2579) ที่มีวิสัยทัศน์คือ คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (Housing for All) 

 

ทั้งนี้ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค เลขานุการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และเครือข่ายที่อยู่อาศัยกรุงเทพมหานคร มีข้อเสนอต่อกรุงเทพมหานคร ดังนี้ 

 

  1. ให้กรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานในการขอใช้ที่ดินสาธารณะและที่ดินของหน่วยงานกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ชุมชนจัดสร้างที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีโครงการบ้านมั่นคงของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเข้ามาสนับสนุน
  2. กรุงเทพมหานครต้องหยุดการใช้กฎหมาย ปว.44 ที่มาจากอำนาจเผด็จการ และลิดรอนสิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรม และให้มีกระบวนการยกเลิกกฎหมาย ปว.44 นี้
  3. ให้มีมาตรการที่ชัดเจนให้ชุมชนสามารถปรับปรุงสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัยที่เดิมได้ โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้ ต้องเป็นชุมชนที่ไม่ปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลอง หรืออยู่ในสภาพที่ขัดขวางการระบายน้ำ และมีพื้นที่ในการปรับปรุงจัดผังการอยู่อาศัยใหม่ให้เป็นระเบียบ ไม่ขัดขวางการระบายน้ำ เป็นชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสื่อมสภาพแล้ว ไม่สามารถใช้ในการระบายน้ำได้ ให้ชุมชนสามารถจัดผังการอยู่อาศัยในพื้นที่เดิม
  4. ในกรณีชุมชนที่ไม่สามารถอยู่ที่เดิมได้ ให้กรุงเทพมหานครขอใช้ที่ดินสาธารณะในเมืองเพื่อเป็นพื้นที่รองรับการย้ายไปสร้างชุมชนใหม่
  5. ให้กรุงเทพมหานครสนับสนุนและสำรวจชุมชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่สาธารณะริมคลองในเขตกรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาคีองค์กรชุมชน สถาบันพัฒนาองค์ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ได้ข้อมูลชุมชนที่ชัดเจนเพื่อใช้ในการแก้ปัญหา
  6. ให้ชุมชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครสามารถจดแจ้งชุมชนได้ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยและแรงงานที่ใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครได้เข้าถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตพื้นฐาน และกรุงเทพมหานครสามารถนำข้อมูลใช้ในการทำแผนการพัฒนาเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  7. ให้มีนโยบายการเก็บภาษีแบบรายแปลงย่อยตามการอยู่อาศัยจริง หรือตามทะเบียนบ้านของผู้เข้าร่วมโครงการ
  8. จัดทำข้อมูลชุมชนในโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่กรุงเทพมหานครร่วมกัน (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กรุงเทพมหานคร และองค์กรชุมชน)
  9. ต้องการการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานครในการอำนวยการการจัดสร้างที่อยู่อาศัยในโครงการบ้านมั่นคง และการพัฒนาสาธารณูปโภค
  10. ให้แจ้งนโยบายการสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงและประสานงานกับสำนักงานเขต ให้มีการสนับสนุนและมีแผนการพัฒนาโครงการบ้านมั่นคงในพื้นที่ร่วมกันระหว่างองค์กรชุมชน สำนักงานเขต และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

 

The post เครือข่ายสลัม 4 ภาค พร้อมเครือข่ายที่อยู่อาศัย ยื่นหนังสือต่อ กทม. ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยใน กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือข่ายสลัม 4 ภาค-มวลชนผู้สูงวัย ชุมนุมหน้ากระทรวงการคลัง คัดค้านตัดเบี้ยผู้สูงอายุ https://thestandard.co/slum-network-4-sectors-assembly-17082023/ Thu, 17 Aug 2023 09:54:08 +0000 https://thestandard.co/?p=830433 เครือข่ายสลัม 4 ภาค

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่กระทรวงการคลัง เครือข่ายสลัม 4 ภ […]

The post เครือข่ายสลัม 4 ภาค-มวลชนผู้สูงวัย ชุมนุมหน้ากระทรวงการคลัง คัดค้านตัดเบี้ยผู้สูงอายุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือข่ายสลัม 4 ภาค

วันนี้ (17 สิงหาคม) ที่กระทรวงการคลัง เครือข่ายสลัม 4 ภาค พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ และเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (We Fair) กลุ่มประชาชนผู้สูงวัย ร่วมกันชุมนุมเพื่อคัดค้านกรณีตัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

 

โดยในแถลงการณ์และข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลระบุว่า ในห้วงยามที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงเป็นรัฐบาลรักษาการ และอยู่ในช่วงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้ออกหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2566 โดยเพิ่มคุณสมบัติการเป็นผู้ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ และใช้เป็นเงื่อนไขในการรับเบี้ยยังชีพ

 

โดยทางกลุ่มมีข้อเรียกร้องร่วมกันดังนี้

  1. กระทรวงมหาดไทย ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 แล้วกลับไปใช้ระเบียบเดิม ซึ่งคงสิทธิถ้วนหน้า โดยไม่ต้องพิสูจน์ความยากจน และตัดสิทธิการรับสวัสดิการซ้ำซ้อนไว้แล้ว

 

  1. คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ต้องออกมาปกป้องสิทธิของผู้สูงอายุทุกคน ไม่ให้ถูกลิดรอนต่ำลงไปกว่าที่เคยเป็น ด้วยการไม่สนองตอบต่อหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566

 

  1. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องมีบทบาทสำคัญในการยกระดับการเปลี่ยนเบี้ยยังชีพให้เป็นระบบบำนาญถ้วนหน้า ด้วยการออกเป็นกฎหมายรองรับ ไม่ใช่ใช้หลักนโยบายการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามมติคณะรัฐมนตรี

 

  1. กระทรวงการคลัง ทำหน้าที่ของตัวเองในการศึกษาตัดงบรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และหาแหล่งรายได้ใหม่ๆ เข้ารัฐ เพื่อเพิ่มรายได้มาเติมเต็มการจัดสวัสดิการให้กับประชาชนแบบถ้วนหน้า เช่น การศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการจัดเก็บภาษีความมั่งคั่ง ภาษีลาภลอย ภาษีกำไรจากการซื้อขายหุ้น 

 

  1. รัฐบาลใหม่ ต้องผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเรื่องรัฐสวัสดิการเป็นสิทธิแบบถ้วนหน้าบรรจุในกฎหมายให้ชัดเจน

The post เครือข่ายสลัม 4 ภาค-มวลชนผู้สูงวัย ชุมนุมหน้ากระทรวงการคลัง คัดค้านตัดเบี้ยผู้สูงอายุ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนตั้งใจท้องเพื่อทำแท้ง” หลายเครือข่ายแสดงออกหน้าสภา หนุนยกเลิกกฎหมายอาญาเอาผิดทำแท้ง https://thestandard.co/no-woman-get-pregnant-for-an-abortion/ Wed, 23 Dec 2020 06:33:29 +0000 https://thestandard.co/?p=434980 “ไม่มีผู้หญิงคนไหนตั้งใจท้องเพื่อทำแท้ง” หลายเครือข่ายแสดงออกหน้าสภา หนุนยกเลิกกฎหมายอาญาเอาผิดทำแท้ง

วันนี้ (23 ธันวาคม) ที่หน้าอาคารรัฐสภา กลุ่มทำทาง ร่วมก […]

The post “ไม่มีผู้หญิงคนไหนตั้งใจท้องเพื่อทำแท้ง” หลายเครือข่ายแสดงออกหน้าสภา หนุนยกเลิกกฎหมายอาญาเอาผิดทำแท้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนตั้งใจท้องเพื่อทำแท้ง” หลายเครือข่ายแสดงออกหน้าสภา หนุนยกเลิกกฎหมายอาญาเอาผิดทำแท้ง

วันนี้ (23 ธันวาคม) ที่หน้าอาคารรัฐสภา กลุ่มทำทาง ร่วมกับเครือข่ายสนับสนุนทางเลือกของผู้หญิงท้องไม่พร้อม มูลนิธิมานุษยะ เฟมินิสต์ปลดแอก กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี เครือข่ายสลัม 4 ภาค องค์กรกองทุนเพื่อการทำแท้งอย่างปลอดภัย (SAAF) ทำกิจกรรมหน้ารัฐสภา โดยมีการปราศรัยถึงการขอให้แก้ไขกฎหมายทำแท้ง มาตรา 301 ‘ไม่มีผู้หญิงคนไหนตั้งใจท้องเพื่อทำแท้ง’ และทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ‘กฎหมายทำแท้งฆ่าผู้หญิง และการแสดงสีดาลุยไฟ’ สืบเนื่องจากการประชุมวันนี้ จะมีการพิจารณาลงมติร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาของคณะรัฐมนตรี และร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลที่เสนอมายังสภาฯ 

 

ต่อมาตัวแทนกลุ่มทำทาง ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.กรุงเทพมหานครเขต 7 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะทำงานด้านสตรีของพรรค 

 

กุลกานต์ ดีเสียง ผู้ประสานงานกลุ่มทำทาง กล่าวว่า ขอเสนอให้ยกเลิกมาตรา 301 ที่ให้บุคคลที่ทำแท้งมีความผิดและมีโทษอาญา ยังแก้ไขมาตรา 305 เพื่อเอื้อให้แพทย์สามารถยุติการตั้งครรภ์อายุ 24 สัปดาห์ และมากกว่า 24 สัปดาห์กรณีจำเป็น ด้วยชี้แจงเหตุผลว่า เพื่อให้ผู้หญิงมีสิทธิได้เข้าถึงบริการที่มีความปลอดภัย 

 

ด้าน นิศารัตน์ จงวิศาล ผู้ให้คำปรึกษากลุ่มทำทาง กล่าวว่าตัวเลขจำนวน 24 สัปดาห์นั้นมาจากข้อมูลวิจัย แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งกฎหมายเดิมไม่ได้อนุญาตให้ทำแท้ง และผลักให้เกิดการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย 

 

ส่วนร่างที่กำหนดอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ยุติการตั้งครรภ์นั้นก็ได้อ้างอิงว่า ตามสถิติมีร้อยละ 20 ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ต้องทำแท้ง นั่นหมายความว่าเป็นการผลักให้คนที่อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์นี้ไปทำแท้งไม่ปลอดภัย และอาจนำมาสู่การสูญเสียต่อชีวิต 

 

พร้อมย้ำว่าเมื่อมีโอกาสแก้กฎหมายแล้ว เครือข่ายจึงเสนอแก้เป็น 24 สัปดาห์ เพื่อให้ผู้หญิงเหล่านั้นมีทางออกได้ ที่สำคัญมองเห็นเจตนาดีในการแก้ไขกฎหมาย จึงขอทำให้ดีที่สุดเพื่อคุ้มครองผู้หญิง

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post “ไม่มีผู้หญิงคนไหนตั้งใจท้องเพื่อทำแท้ง” หลายเครือข่ายแสดงออกหน้าสภา หนุนยกเลิกกฎหมายอาญาเอาผิดทำแท้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุชา รับข้อเรียกร้องเครือข่ายสลัม 4 ภาค ย้ำรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ นัดประชุมถกปัญหาภายในตุลาคมนี้ https://thestandard.co/anoocha-nakhasai-requested-help-from-4-slum-networks/ Mon, 05 Oct 2020 07:31:20 +0000 https://thestandard.co/?p=403759 อนุชา รับข้อเรียกร้องเครือข่ายสลัม 4 ภาค ย้ำรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ นัดประชุมถกปัญหาภายในตุลาคมนี้

วันนี้ (5 ตุลาคม) ที่บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ (Unit […]

The post อนุชา รับข้อเรียกร้องเครือข่ายสลัม 4 ภาค ย้ำรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ นัดประชุมถกปัญหาภายในตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุชา รับข้อเรียกร้องเครือข่ายสลัม 4 ภาค ย้ำรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ นัดประชุมถกปัญหาภายในตุลาคมนี้

วันนี้ (5 ตุลาคม) ที่บริเวณหน้าองค์การสหประชาชาติ (United Nations) อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนในนามรัฐบาลรับมอบหนังสือข้อเรียกร้องจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก 5 ตุลาคม 2563 ซึ่งเครือข่ายสมาชิกประกอบด้วย ศูนย์รวมพัฒนาชุมชน กลุ่มพัฒนาชุมชนใต้สะพาน เครือข่ายชุมชนริมทางรถไฟสายใต้-ตะวันตก เครือข่ายสลัมพระราม 3 เครือข่ายคนไร้บ้าน เครือข่ายชุมชนเพื่อการพัฒนา เครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ เครือข่ายพัฒนาสิทธิชุมชนภาคใต้ และชุมชนอื่นๆ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยฝ่ายการเมือง รัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี, ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วย 

 

สำหรับการเดินทางมายื่นข้อเรียกร้องของเครือข่ายสลัม 4 ภาค มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนข้อเรียกร้องของภาคประชาชนในเรื่องการปฏิรูปที่ดินเมืองเพื่อสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยของคนจน พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนจนเมืองให้ดีขึ้น และร่วมผลักดันเชิงนโยบายที่เป็นธรรมทางสังคม โดยทางกลุ่มมีการยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกเป็นประจำทุกปี และเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้ส่งหนังสือเรียนนายกรัฐมนตรีเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการให้เป็นรูปธรรม 4 ข้อคือ

 

  1. หยุดข่มขู่คุกคามประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหว แสดงความเห็นทางการเมืองในรูปแบบต่างๆ

 

  1. ให้มีกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยึดโยงการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุดคือ การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากทั่วประเทศ 

 

  1. ให้นำเอานโยบายโฉนดชุมชนและนโยบายธนาคารที่ดินกลับมาเป็นนโยบายการแก้ปัญหาของประชาชนผู้ไร้ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ทั้งนี้นโยบายทั้งสองประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดยุทธศาสตร์และทิศทางในการบริหารด้วย

 

  1. ให้นำร่างพระราชบัญญัติบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. … ของภาคประชาชน ที่ผ่านการล่ารายชื่อครบ 10,000 รายชื่อ นำเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรทันทีที่มีการเปิดประชุมสภา 

 

ภายหลังการรับข้อเรียกร้อง อนุชากล่าวว่า กรณีที่เครือข่ายฯ เรียกร้องให้เกิดการจัดสรรที่ดินทำกินอย่างเป็นธรรมนั้น รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนในฐานะรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเคยอาศัยอยู่ต่างจังหวัด มีความเข้าใจสภาพปัญหานี้เป็นอย่างดี และเห็นความไม่เป็นธรรมในสังคม จึงขอให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะพยายามแก้ปัญหานี้ให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ลดความเหลื่อมล้ำให้กับประชาชน ส่วนกรณีประชาชนออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ยืนยันรัฐบาลไม่ได้คุกคามเพราะเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ละเมิดเสรีภาพ สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม 

 

ด้านสุภรณ์เปิดเผยว่า ภายในเดือนตุลาคม 2563 จะมีการประชุมเพื่อแก้ปัญหาตามที่เครือข่ายสลัม 4 ภาคเสนอ ซึ่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการกำกับติดตามการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของมวลชน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post อนุชา รับข้อเรียกร้องเครือข่ายสลัม 4 ภาค ย้ำรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ นัดประชุมถกปัญหาภายในตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือข่ายสลัม 4 ภาค ชี้ ‘เราไม่ทิ้งกัน’ เสมือนการชิงโชค แนะรัฐใช้แนวทาง ‘สวัสดิการถ้วนหน้า’ ช่วยเหลือคนเดือดร้อน https://thestandard.co/government-remedies-5000-baht-like-a-sweepstakes/ Fri, 17 Apr 2020 08:21:00 +0000 https://thestandard.co/?p=355102

วันนี้ (17 เมษายน) กลุ่มตัวแทนจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค ปร […]

The post เครือข่ายสลัม 4 ภาค ชี้ ‘เราไม่ทิ้งกัน’ เสมือนการชิงโชค แนะรัฐใช้แนวทาง ‘สวัสดิการถ้วนหน้า’ ช่วยเหลือคนเดือดร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 เมษายน) กลุ่มตัวแทนจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค ประกอบด้วย สมบุญ คงคา ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค, นุชนารถ แท่นทอง ที่ปรึกษาเครือข่ายสลัม 4 ภาค, เนืองนิช ชิดนอก กรรมการบริหารเครือข่ายสลัม 4 ภาค และ นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ โครงการรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ออกแถลงการณ์พร้อมสะท้อนปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนที่ได้รับผลกระทบหนักจากวิกฤตโควิด-19 ผ่านงานเสวนา ‘เสียงจากผู้ไม่มีกิน’ เพื่อมุ่งหวังให้รัฐบาลแก้วิกฤตโควิด-19 ด้วยสวัสดิการถ้วนหน้าที่คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างไม่มีเงื่อนไข

 

โดยในแถลงการณ์ระบุว่า จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผนวกรวมกับวิกฤตการณ์ความเหลื่อมล้ำทางสังคมในช่วงก่อนหน้า พบว่าคนไทยอยู่ใต้เส้นความยากจน 6.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านคน หนี้สินครัวเรือน 13.23 ล้านล้านบาท คิดเป็น 79.1% ของ GDP เมื่อเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 จึงเป็นสถานการณ์วิกฤตซ้อนวิกฤตอันเผยให้เห็นถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน 

 

ในขณะที่คนระดับบนสามารถกักตัวรักษาระยะทางสังคมได้อย่างไม่เป็นทุกข์ร้อน แต่คนชั้นล่างซึ่งเป็นคนหาเช้ากินค่ำ แรงงานนอกระบบ 21.21 ล้านคน พนักงานบริการในร้านค้าและตลาด 7.75 ล้านคน แรงงานภาคเกษตร 10.58 ล้านคน แรงงานในระบบประกันสังคม 16.45 ล้านคน ล้วนได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มคนกลุ่มแรกที่สูญเสียช่องทางหารายได้ ขาดรายได้จากการหยุดงาน การถูกเลิกจ้าง จากข้อมูลการสำรวจ ‘คนจนเมืองในภาวะวิกฤตโควิด-19’ คนจนในเขตเมืองมีรายได้ลดลงโดยเฉลี่ย 70.84% โดยในจำนวนนี้มีรายได้ลดลงเกือบทั้งหมด 60.24% มีรายได้ลดลงราวครึ่งหนึ่ง 31.21% จนอาจกล่าวได้ว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ ‘คนไม่มีกินกำลังจะอดตาย’

 

โดยเครือข่ายสลัม 4 ภาคเห็นว่า มาตรการเยียวยาความเดือดร้อนวิกฤตการณ์โควิด-19 มาตรการเราไม่ทิ้งกันนั้นเป็นเสมือนการลงทะเบียนชิงโชค วาทกรรมคำโฆษณาสวยหรู โดยใช้แนวทาง ‘การสงเคราะห์’ ได้ทอดทิ้งและกีดกันผู้คนจำนวนมาก เกิดข้อผิดพลาดจากระบบปัญญาประดิษฐ์ โดยขาดการตระหนักว่าฐานข้อมูลไม่ทันสมัยและมีต้นทุนของรัฐในการคัดกรอง ทำให้คนหาเช้ากินค่ำ ฟรีแลนซ์ แม่ค้าพ่อค้า มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ พนักงานบริการ เกษตรกร คนพิการ เข้าไม่ถึงสิทธิการช่วยเหลือ 

 

ดังนั้นแล้วรัฐจึงต้องปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทาง ‘สวัสดิการถ้วนหน้า’ เพื่อช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ที่เดือดร้อนอย่างรวดเร็ว ดังเช่นหลายประเทศได้ดำเนินการในแนวทางนี้ อาทิ สิงคโปร์ ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เครือข่ายสลัม 4 ภาค มีข้อเสนอดังต่อไปนี้

 

1. มาตรการเยียวยาความเดือดร้อนพื้นฐาน 5,000 บาท ให้ใช้ระบบถ้วนหน้า สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เพื่อให้มาตรการครอบคลุมคนทุกกลุ่ม สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนได้อย่างถ้วนหน้าทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร แรงงานนอกระบบ แรงงานในระบบ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา จำนวนประมาณ 50 ล้านคน ซึ่งจะใช้เงินราว 250,000 ล้านบาท หรือการใช้มาตรการจ่ายเงินรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า 

 

โดยใช้เส้นความยากจน ประมาณ 3,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ใช้งบประมาณ 300,000 ล้านบาท เป็นเงินกึ่งหนึ่งของงบประมาณที่ตั้งไว้ 600,000 ล้านบาท ทั้งนี้ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยและมีสวัสดิการรองรับ เช่น ข้าราชการและรัฐวิสาหกิจชั้นสูง ส.ส., ส.ว. ให้งดรับสิทธิ์นี้ได้ ส่วนผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้แก่ นักเรียน ควรสนับสนุนค่าอุปกรณ์การศึกษาจากงบประมาณรายหัว เพื่อใช้ในการเรียนที่บ้านในช่วงการเลื่อนเปิดเทอม กรณีนิสิตนักศึกษา ควรลดค่าหน่วยกิตการศึกษา ค่าหอพักมหาวิทยาลัย

 

2. ลดค่าบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน 50% อย่างน้อย 3 เดือน ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าเช่าบ้าน ค่าทางด่วน ค่าโดยสาร ค่าโทรศัพท์ รวมทั้งการงดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าจำเป็นพื้นฐานอย่างน้อย 6 เดือน ส่วนกรณีชุมชนที่ใช้มิเตอร์รวมให้แจ้งที่สำนักงานไฟฟ้า หรือสำนักงานประปาในพื้นที่ เพื่อขอรับส่วนลดดังกล่าว

 

3. ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดให้สถาบันการเงินงดชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอย่างแท้จริงอย่างน้อย 3 เดือน ยุติการคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อและที่อยู่อาศัย 12 เดือน ลดดอกเบี้ยหนี้สินเกษตรกร หนี้การศึกษา กยศ. หนี้สินเชื่อผู้ประกอบการ SME

 

4. ผ่อนปรนให้มีการเปิดพื้นที่ค้าขายหรือเปิดตลาด จะทำให้คนเดือดร้อนสามารถประกอบอาชีพและมีความปลอดภัย โดยเข้มงวดในการจัดการจัดพื้นที่ระยะห่างเพื่อดูแลสถานการณ์การแพร่ระบาด เช่น การสวมหน้ากากอนามัย มีเจลหรือแอลกอฮอล์ล้างมืออย่างทั่วถึง ฯลฯ ทั้งนี้รัฐควรออกมาตรการสนับสนุนในการเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างชุมชนด้วย

 

5. ให้รัฐบาลออกประกาศห้ามเจ้าของที่ดิน หน่วยงานรัฐ ไล่รื้อประชาชนออกจากที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย กรณีที่ดินหน่วยงานรัฐขอให้ยุติการเก็บค่าเช่าที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ยุติการดำเนินคดีที่ดินและที่อยู่อาศัย ทั้งนี้เคยเกิดกรณีดังกล่าวขึ้นแล้ว จากกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทยปิดประกาศไล่รื้อชุมชนแออัดริมทางรถไฟในจังหวัดตรัง เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งที่อยู่ในระหว่างการเจรจาและมีข้อตกลงร่วมกับรัฐบาล

 

6. การออกมาตรการดูแลและเยียวยางบประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท ในส่วน พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อเยียวยาดูแลเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท มีงบประมาณสำหรับฟื้นฟูและเยียวยา 400,000 ล้านบาท ภาคประชาชนควรมีส่วนร่วม เพื่อให้การดำเนินงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ เครือข่ายสลัม 4 ภาค เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยใช้กลไกผ่านทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นกลไกที่มีส่วนร่วมจากภาคประชาชนทั้งคนจนเมือง และคนจนชนบท และมีหลักประกันการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผู้รับความเดือดร้อนได้โดยตรง

 

7. รัฐควรพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมให้เป็นระบบถ้วนหน้า เพียงพอต่อการดำรงชีพโดยใช้เกณฑ์เส้นความยากจน เพื่อแก้ไขปัญหาครัวเรือนประสบภาวะฝืดเคือง การเพิ่มเงินในส่วนนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระของครัวเรือนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ได้แก่

  • เงินสนับสนุนเด็กเล็ก 0-6 ปี 3.53 ล้านคน จำนวน 600 บาท 
  • เบี้ยคนพิการ 2.02 ล้านคน จำนวน 800 บาท 
  • เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 11.13 ล้านคน จำนวน 600-1,000 บาท 
  • สร้างระบบประกันสังคมถ้วนหน้า โดยจูงใจแรงงานนอกระบบเข้ามาเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 โดยจ่ายสมทบให้เป็นเวลา 3 เดือน

 

สุดท้ายเครือข่ายสลัม 4 ภาค เชื่อว่า การดำเนินนโยบายตามแนวทาง ‘สวัสดิการถ้วนหน้า’ จะเป็นมาตรการที่ยั่งยืนในการสร้างหลักประกันให้ประชาชนผ่านพ้นวิกฤตนี้ และเอื้อให้ประชาชนทุกชนชั้นที่มีความสามารถและความสร้างสรรค์ มีโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเอง เครือข่ายสลัม 4 ภาคจึงขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนมาร่วมกันสู้เพื่อผ่านวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้ 

 

ทั้งนี้เครือข่ายสลัม 4 ภาค และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ขอขอบพระคุณทุกท่านทั้งบุคคล และองค์กร ที่มีส่วนร่วมในการบริจาคทั้งเงินและสิ่งของให้กับผู้ได้รับผลกระทบในชุมชนแออัดและคนไร้บ้าน 

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post เครือข่ายสลัม 4 ภาค ชี้ ‘เราไม่ทิ้งกัน’ เสมือนการชิงโชค แนะรัฐใช้แนวทาง ‘สวัสดิการถ้วนหน้า’ ช่วยเหลือคนเดือดร้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อัศวิน’ รับข้อเรียกร้องสลัม 4 ภาค ยืนยันอะไรทำได้จะทำให้ดีที่สุด https://thestandard.co/four-regions-slum-network/ Mon, 07 Oct 2019 06:42:23 +0000 https://thestandard.co/?p=293288 อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (7 ตุลาคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการ […]

The post ‘อัศวิน’ รับข้อเรียกร้องสลัม 4 ภาค ยืนยันอะไรทำได้จะทำให้ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (7 ตุลาคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับหนังสือเรื่องข้อเสนอภาคประชาชนเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกจาก สมบุญ คงคา ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค และเครือข่ายฯ จำนวน 300 คน ซึ่งมีข้อเรียกร้องต่อกรุงเทพมหานคร ดังนี้ 

 

1. ให้กรุงเทพมหานครออกแบบบ้านคนจน ใช้ปลูกสร้างในโครงการบ้านมั่นคง ราคาไม่เกิน 150,000 บาท เพื่อให้คนจนมีที่อยู่อาศัยมั่นคง

 

2. ให้กรุงเทพมหานครลงทะเบียนชุมชนที่มีจำนวนไม่ถึงเกณฑ์ 100 หลังที่อยู่ในโครงการบ้านมั่นคง

 

โดยเครือข่ายสลัม 4 ภาคคาดหวังว่ากรุงเทพมหานครซึ่งเป็นจังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นและมีผู้ไร้ความมั่นคงในที่อยู่อาศัยจำนวนมาก จะให้ความสำคัญต่อประชาชนที่ไร้ที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยตามที่รัฐบาลได้ประกาศไว้เป็นนโยบายตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปีให้เกิดเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน 

.

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวว่า กรุงเทพมหานครพร้อมให้การดูแลและแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนทุกด้าน ทุกกลุ่ม ขณะนี้ได้รับหนังสือจากตัวแทนเครือข่ายฯ แล้ว สำหรับข้อเรียกร้องที่ยื่นมาจะนำไปศึกษาและหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาว่าสามารถให้ความช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด และจะนัดหารือกับผู้แทนอีกครั้ง 

 

โดยยืนยันว่าตนมาจากรากหญ้าเช่นเดียวกับประชาชน สิ่งใดที่ทำให้ได้จะทำให้แน่นอนและจะทำให้ดีที่สุด ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ‘อัศวิน’ รับข้อเรียกร้องสลัม 4 ภาค ยืนยันอะไรทำได้จะทำให้ดีที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร้องรัฐบาลจัดการปัญหาที่อยู่อาศัย https://thestandard.co/worldhabitatday2017/ https://thestandard.co/worldhabitatday2017/#respond Mon, 06 Nov 2017 09:02:12 +0000 https://thestandard.co/?p=41124

         เครือข่ายสลัม 4 ภาคจา […]

The post เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร้องรัฐบาลจัดการปัญหาที่อยู่อาศัย appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

 

     เครือข่ายสลัม 4 ภาคจากทั่วประเทศรวมตัวกันเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก (World Habitat Day 2017) ซึ่งถูกเลื่อนจากทุกปีที่จะจัดงานในช่วงวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม ตามการกำหนดขององค์การสหประชาชาติ

 


     โดยได้ยื่นหนังสือต่อผู้แทนองค์การสหประชาชาติเพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ปัญหานโยบายต่างๆ ที่ส่งผลกระทบกับคนจนในด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เพื่อให้คนจนได้มีหลักประกันในการดำเนินชีวิตอย่างมั่นคง ปกติสุข และมีความยั่งยืน อีกทั้งเรียกร้องต่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้ดำเนินการแก้ปัญหา

 


     การเคลื่อนไหวยื่นข้อเสนอครั้งนี้ กลุ่มเครือข่ายยกผลกระทบจากโครงการและนโยบายของรัฐทั้งทวงคืนผืนป่า การจัดระเบียบชุมชนริมคลอง และโครงการพัฒนาคมนาคมระบบรางที่ทำให้คนจนในเมืองกว่า 17,000 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบ มาชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไข

 

The post เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร้องรัฐบาลจัดการปัญหาที่อยู่อาศัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/worldhabitatday2017/feed/ 0