เขื่อนไซยะบุรี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เขื่อนไซยะบุรี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 21 Nov 2019 07:19:10 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ซีเค พาวเวอร์ เผยโรงไฟฟ้าไซยะบุรี-น้ำงึม 2 ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในลาว https://thestandard.co/earthquake-shakes-thai-lao-border-2/ Thu, 21 Nov 2019 07:19:10 +0000 https://thestandard.co/?p=305954 แผ่นดินไหวในลาว

สืบเนื่องจากช่วงเช้าวันนี้เกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยมีจุดศู […]

The post ซีเค พาวเวอร์ เผยโรงไฟฟ้าไซยะบุรี-น้ำงึม 2 ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในลาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
แผ่นดินไหวในลาว

สืบเนื่องจากช่วงเช้าวันนี้เกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณประเทศลาว ซึ่งมีขนาด 6.4 ความลึก 3 กิโลเมตร พบในช่วงเวลา 06.50 น. ที่ผ่านมานั้น

 

ล่าสุด บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ออกมาระบุว่าจากการสำรวจเบื้องต้น โครงสร้างโรงไฟฟ้าไซยะบุรีและโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศลาว เมื่อเวลา 04.03 น. ของวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ตามเวลาประเทศไทย

 

ทั้งนี้โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไซยะบุรีและโรงไฟฟ้าพลังน้ำน้ำงึม 2 ยังคงเดินเครื่องผลิตและจ่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวตามสัญญาได้อย่างต่อเนื่อง

 

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทได้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์และผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้โครงสร้างและอุปกรณ์ทุกส่วนของโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

 

สำหรับโครงสร้างโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ตั้งอยู่บริเวณแขวงไซยะบุรี ในเขตประเทศลาว มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ 1,285 เมกะวัตต์ โดยมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ระยะเวลา 29 ปี จากวันเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ซึ่งเริ่มเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

แผ่นดินไหวในลาว

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ซีเค พาวเวอร์ เผยโรงไฟฟ้าไซยะบุรี-น้ำงึม 2 ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในลาว appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fair Finance Thailand และเครือข่าย จี้ 6 ธนาคารไทยหนุนเขื่อนไซยะบุรีแสดงความรับผิดชอบ https://thestandard.co/laos-dam-xayaburi/ Thu, 07 Nov 2019 04:13:41 +0000 https://thestandard.co/?p=301579

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย […]

The post Fair Finance Thailand และเครือข่าย จี้ 6 ธนาคารไทยหนุนเขื่อนไซยะบุรีแสดงความรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 พฤศจิกายน) แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย หรือ Fair Finance Thailand และองค์กรภาคประชาสังคม 32 องค์กร ร่วมกันส่งหนังสือแถลงการณ์ถึงธนาคารไทย 6 แห่ง ซึ่งประกอบไปด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์, กรุงไทย, กสิกรไทย, ธนาคารเพื่อการส่งออก (EXIM), กรุงเทพ และทิสโก้ ที่ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี และเรียกร้องให้ธนาคารแสดงความรับผิดชอบ 5 ประการ ดังนี้

 

 

1. เร่งรัดให้บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยข้อมูลสำคัญดังต่อไปนี้ต่อสาธารณะ ก่อนการขอเบิกเงินกู้ (Drawdown) งวดต่อไป 

  • ข้อมูลทางปลาผ่านของบริษัท (ชนิดพันธุ์ จำนวน) ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ถึงปัจจุบัน
  • ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำเหนือเขื่อนและใต้เขื่อน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 ถึงปัจจุบัน เนื่องจากบริษัทได้เริ่มขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยอย่างไม่เป็นทางการในเดือนเมษายน 2562 ที่ผ่านมา
  • ข้อมูลกลไกรับเรื่องร้องเรียน และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการ

 

2. ประกาศรับหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) ขององค์การสหประชาชาติ และกำหนดให้บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ในฐานะลูกหนี้ของธนาคาร ประกาศรับหลักการดังกล่าวด้วย

 

3. เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการไซยะบุรี ตามหลักการชี้แนะ UNGP

 

4. ประกาศว่าจะไม่ให้การสนับสนุนทางการเงินใดๆ แก่โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่สร้างในแม่น้ำสายหลัก (Mainstem) ของลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ที่มีแผนจะก่อสร้างในอนาคต (Exclusion List) อย่างน้อยเป็นเวลา 10 ปี ตามข้อเสนอของผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าของคณะกรรมการแม่น้ำโขง

 

5. ประกาศรับชุดหลักการอีเควเตอร์ (Equator Principles) มาตรฐานสากลของการปล่อยสินเชื่อโครงการขนาดใหญ่

 

 

อย่างไรก็ตาม แนวร่วมการเงินที่เป็นธรรมประเทศไทย คาดหวังและเชื่อมั่นว่า การดำเนินการตามข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อข้างต้นนั้น นอกจากจะช่วยให้ธนาคารรับมือกับความเสี่ยงทางสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG Risks) อันอาจเกิดจากโครงการไซยะบุรีในอนาคตได้แล้ว จะยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบทางสังคม และเปิดศักราชใหม่ให้กับวงการธนาคารพาณิชย์ไทย ให้ก้าวเข้าสู่ ‘การธนาคารที่ยั่งยืน’ อย่างเป็นรูปธรรม สมดังเจตนารมณ์ที่ธนาคารแทบทุกแห่งได้ประกาศต่อสาธารณะ

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post Fair Finance Thailand และเครือข่าย จี้ 6 ธนาคารไทยหนุนเขื่อนไซยะบุรีแสดงความรับผิดชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สะท้อนมุมมองทั้งสองด้านของ ‘เขื่อนไซยะบุรี’ แหล่งพลังงานสำคัญแห่งใหม่หรือศัตรูร้ายแห่งลุ่มแม่น้ำโขง https://thestandard.co/xayaburi-dam/ Wed, 30 Oct 2019 12:32:50 +0000 https://thestandard.co/?p=299539 เขื่อนไซยะบุรี

เมื่อวานนี้ (29 ตุลาคม) มีการรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่าง […]

The post สะท้อนมุมมองทั้งสองด้านของ ‘เขื่อนไซยะบุรี’ แหล่งพลังงานสำคัญแห่งใหม่หรือศัตรูร้ายแห่งลุ่มแม่น้ำโขง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เขื่อนไซยะบุรี

เมื่อวานนี้ (29 ตุลาคม) มีการรายงานข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศถึงกรณีการเปิดเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกบนแม่น้ำโขงตอนล่างอย่าง ‘เขื่อนไซยะบุรี’

 

โดยผู้พัฒนาโครงการคือ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ที่เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่ช่วงปี 2553 ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 9 ปี ซึ่งเขื่อนแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างทางกั้นแม่น้ำโขง แขวงไซยะบุรี ห่างจากแขวงหลวงพระบางประมาณ 80 กิโลเมตร มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดย 95% จะส่งออกให้กับไทย และส่วนที่เหลือสำหรับใช้ในลาว โดยส่วนที่จะขายให้กับไทยมีอัตราเฉลี่ยยูนิตละ 2 บาท 

 

มูลค่าโครงการของเขื่อนไซยะบุรีอยู่ที่ 4,470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (134,876 ล้านบาท) โดย ซีเค พาวเวอร์ บริษัทในเครือของ ช.การช่าง บริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของไทย และได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากหลายธนาคารและสถาบันการเงินของไทยเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเขื่อนแห่งนี้ โดยประเด็นที่น่าสนใจคือการมาของเขื่อนไซยะบุรีแห่งนี้ได้สร้างข้อถกเถียงทางวิชาการไว้ไม่น้อย 

 

บ้างก็ว่าเขื่อนไซยะบุรีเต็มไปด้วยข้อดี เพราะเขื่อนแห่งนี้จะเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าที่สำคัญในอนาคต ขณะที่บางส่วนก็มองสวนทาง โดยเชื่อว่าเขื่อนไซยะบุรีเต็มไปด้วยข้อเสีย โดยเฉพาะผลกระทบต่อชีวิตประชาชนแถบลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้นทางออกที่ดีของข้อพิพาทนี้คือการศึกษาผลดีและเสียไปพร้อมๆ กันว่าแต่ละมุมเป็นอย่างไร

 

เขื่อนไซยะบุรี

 

มองเขื่อนไซยะบุรีในมุมบวก แหล่งพลังงานไฟฟ้าสำคัญของภูมิภาค โครงการมั่นใจ ศึกษาผลกระทบดีแล้ว

สำหรับมุมบวกหรือด้านดีๆ จากการมาของเขื่อนไซยะบุรีแห่งนี้เป็นข้อมูลที่ได้จากเว็บไซต์บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ที่งัดจุดเด่นของเขื่อนโดยระบุว่าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีแห่งนี้ก่อสร้างในรูปแบบ Run-of-River ซึ่งมีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเท่ากับปริมาณน้ำที่ไหลออกจากโครงการ ดังนั้นจึงไม่มีการกักเก็บน้ำหรือเบี่ยงน้ำออกจากแม่น้ำโขง 

 

ดังนั้นปริมาณน้ำที่ไหลผ่านโครงการจะเป็นไปตามปริมาณน้ำตามธรรมชาติ เพราะไม่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เหมือนเขื่อนประเภทกักเก็บที่มีอ่างเก็บน้ำทั่วๆ ไป ซึ่งการก่อสร้างจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงสูงขึ้นเฉพาะบริเวณที่ตั้งโครงการไปถึงตอนใต้ของเมืองหลวงพระบาง โดยมีระดับน้ำใกล้เคียงกับระดับน้ำสูงสุดในฤดูน้ำหลากตามธรรมชาติ ส่วนตอนล่างของแม่น้ำโขงจะมีระดับน้ำปกติตามธรรมชาติ

 

ต่อมาคือหน้าที่หลักของเขื่อนนี้อย่างกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยโครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีมีกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ และสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ 7,370 ล้านหน่วยต่อปี 

 

ภายในโรงไฟฟ้าจะมีกังหันน้ำผลิตไฟฟ้ารวม 7 ชุด แต่ละชุดมีกำลังการผลิต 175 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าส่งผ่านระบบส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ เพื่อเชื่อมโยงกับระบบสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และมีชุดกังหันน้ำผลิตไฟฟ้าอีก 1 ชุด กำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ ที่จะผลิตและจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบส่งไฟฟ้าขนาด 115 กิโลโวลต์ในลาว

 

เขื่อนไซยะบุรี

 

นอกจากนี้ยังมีการรองรับปัญหาที่ประชาชนหลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วง โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ โดยแบ่งออกเป็นหลายๆ ด้านดังนี้ 

 

ทรัพยากรปลา: โครงการได้มีการออกแบบระบบทางปลาผ่านเพื่อลดผลกระทบที่อาจมีต่อปลาอพยพตามธรรมชาติ ระบบนี้ได้ออกแบบให้ปลาสามารถอพยพทวนน้ำและตามน้ำได้ตลอดทุกฤดูกาล รวมทั้งมีการจัดตั้งสถานีจัดการด้านทรัพยากรประมงสำหรับเพาะพันธุ์ปลา เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรปลาในแม่น้ำโขง

 

นอกจากนี้ยังได้เลือกใช้กังหันน้ำที่เป็นมิตรกับปลา ซึ่งปลาที่ผ่านกังหันน้ำจะมีอัตราการรอดชีวิตสูงกว่ากังหันน้ำผลิตไฟฟ้าแบบทั่วไป โดยกังหันที่ใช้ในโครงการมีจำนวนใบพัดน้อยและหมุนช้า ทำให้ปลาที่ผ่านเข้ามาสามารถผ่านออกไปได้อย่างปลอดภัย และมีโอกาสน้อยที่จะบาดเจ็บหรือตาย

 

เขื่อนไซยะบุรี

 

การระบายตะกอน: โครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีเป็นแบบ Run-of-River จึงไม่มีการเก็บกักตะกอน ดังนั้นโครงการจึงไม่มีผลกระทบต่อการระบายตะกอนและธาตุอาหารที่มากับกระแสน้ำ ซึ่งเน้นการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศวิทยาแหล่งน้ำธรรมชาติ 

 

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการระบายตะกอนท้องน้ำ ทางโครงการได้ออกแบบประตูระบายตะกอน (Low Level Outlet) สำหรับระบายตะกอนท้องน้ำโดยเฉพาะ

 

การเดินเรือ: แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำที่สำคัญมากของภูมิภาค แต่ในช่วงฤดูแล้ง ลำน้ำโขงตอนใต้เมืองหลวงพระบางจนถึงที่ตั้งโครงการ ระดับน้ำจะต่ำ มีเกาะแก่งมากมาย เรือใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีจึงออกแบบให้มีทางเดินเรือขนาดกว้าง 12 เมตร ยาว 700 เมตร เพื่อรองรับการคมนาคมและขนส่งทางเรือ สามารถรองรับเรือขนส่งสินค้าขนาด 500 ตันได้ 2 ลำพร้อมกัน

 

เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์ การคมนาคมทางน้ำจากหลวงพระบางจนถึงที่ตั้งโครงการจะเป็นไปได้อย่างสะดวกตลอดปี อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมด้านการค้า การท่องเที่ยว เศรษฐกิจ และสังคมของอนุภาคลุ่มน้ำโขงโดยรวม

 

การกัดเซาะของตลิ่ง: เนื่องจากโครงการมีลักษณะเป็นแบบ Run-of-River จึงมีการปล่อยให้น้ำที่ไหลเข้าและออกมีปริมาณเท่ากันกับน้ำที่ไหลอยู่ในแม่น้ำโขงตามธรรมชาติทั้งในฤดูแล้งและฤดูน้ำหลาก

 

เมื่อโครงการดำเนินการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ น้ำด้านเหนือจะถูกรักษาให้มีระดับคงที่เพื่อหลีกเลี่ยงการกัดเซาะตลิ่ง อย่างไรก็ดี ในระยะแรกที่ระดับน้ำสูงขึ้นอาจมีผลกระทบต่อตลิ่งบ้างเล็กน้อย

 

เขื่อนไซยะบุรี

 

ศึกษาด้านลบของ ‘เขื่อนไซยะบุรี’

THE STANDARD ได้สัมภาษณ์ ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา (สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หลังเขื่อนไซยะบุรีเปิดทำการเป็นวันแรก

 

โดย ดร.ไชยณรงค์ เล่าให้ฟังว่าผลกระทบแรกที่ได้เห็นหลังจากเขื่อนสร้างเสร็จจนถึงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่มีการเริ่มทดลองเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าและเริ่มควบคุมน้ำคือการขึ้นลงของน้ำในแม่น้ำโขงที่ไม่เป็นไปตามกลไกธรรมชาติในแบบที่ควรจะเป็น และเป็นเหตุให้น้ำในลุ่มแม่น้ำโขงเริ่มแห้ง 

 

อีกหนึ่งผลกระทบที่ตามมาคือการทำให้วงจรชีวิตของสัตว์น้ำไม่มีระบบนิเวศที่ดีเหมือนเดิม และไม่ดีพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ในแม่น้ำโขงต่อไปเท่าสมัยก่อน จึงทำให้มีปลา กุ้ง และหอยจำนวนไม่น้อยที่รับมือกับผลกระทบนี้ไม่ทัน เช่น หนีปริมาณน้ำที่น้อยลงเพื่อไปอาศัยอยู่ในน้ำลึกไม่ทัน ส่งผลให้สัตว์น้ำเหล่านั้นอาจต้องตายค้างอยู่ตามหาดที่แห้งแล้งไปอย่างไม่จำเป็น

 

“ถึงตอนนี้มีสัตว์น้ำที่ตายไปแล้วไม่น้อย และกำลังจะเป็นผลกระทบที่รุนแรงต่อห่วงโซ่อาหารสัตว์น้ำในแม่น้ำโขง เพราะส่วนใหญ่ปลาจำพวกนี้จะกินพืช ปะปนไปกับปลาที่กินเนื้อ ซึ่งปลาที่กินเนื้อก็จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด ฉะนั้นปัจจัยแรกสุดคือปลาจำพวกหลังจะได้รับอาหารที่น้อยลง”

 

นอกจากนี้การที่ปริมาณน้ำลดลงยังเป็นการกระตุ้นให้ปลาจำนวนไม่น้อยต้องอพยพไปทางตอนบนของแม่น้ำ ซึ่งมีปริมาณน้ำที่มากพอจะมาหากินและมาวางไข่อยู่ต่อไปได้ แต่ทั้งนี้ก็ยังพบว่าปลาบางส่วนก็ยังอยู่ในภาวะหรือสถานการณ์ที่ไม่พร้อมวางไข่ บวกกับการที่ต้องเสี่ยงถูกชาวบ้านจับก่อนวัยอันควร ฉะนั้นปัญหาระยะยาวของเรื่องนี้อาจถึงขั้นที่ปลาบางสายพันธุ์จะสูญพันธุ์ไปจากแม่น้ำโขง

 

เขื่อนไซยะบุรี

 

“ต่อมาคือเรื่องของต้นไม้หรือพืชพันธุ์ต่างๆ เช่น ป่าไคร้ หรือต้นไคร้ ที่ชาวบ้านมักเรียกติดปากว่าป่าน้ำท่วม (มีระบบนิเวศคล้ายกับป่าชายเลนพื้นที่ทะเล) ซึ่งปัจจุบันเริ่มไม่มีน้ำให้ท่วม เพราะปกติแล้วป่าเหล่านี้จะมีน้ำท่วมถึง 6 เดือน ทำให้ป่าเหล่านี้ไม่ตาย พอถึงหน้าแล้ง ป่าเหล่านี้ก็จะเขียวชอุ่มเหมือนเดิม โดยพื้นที่เหล่านี้มักเป็นที่อนุบาลของสัตว์น้ำในป่าเป็นส่วนใหญ่ แต่พอสถานการณ์น้ำเริ่มลดลงก็พบว่าป่าน้ำท่วมได้เสียหายไปแล้วกว่า 50% ของเขตแดนไทย-ลาว”

 

เมื่อระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป ผู้ที่ได้รับผลกระทบต่อมาคือประชากรแถบลุ่มแม่น้ำโขงเองที่ปีนี้อาจจะมีปลาให้จับเยอะ แต่ปีหน้าอาจไม่มีให้จับเลยก็ได้ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่บึงกาฬ หนองคาย อาจจะวางเครื่องมือประมงไม่ได้ เนื่องจากน้ำแห้งจนไม่สามารถวางเครื่องมือประมงได้ ดังนั้นความมั่นคงทางด้านโภชนาการของประชาชนในพื้นที่จะถือเป็นอีกหนึ่งผลกระทบที่จะรุนแรงมากขึ้นในอนาคต 

 

นอกจากนี้ชุมชนสองฝั่งโขงยังต้องอาศัยใช้น้ำจากแม่น้ำโขงเป็นแหล่งน้ำสายหลักในการทำน้ำประปาหรืออุปโภคบริโภค และการที่น้ำมีปริมาณลดลงทำให้ชาวบ้านบางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำไม่พอใช้ ชาวบ้านบางส่วนจำเป็นต้องต่อท่อลงกลางแม่น้ำให้ลึกกว่าเดิม เพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำที่พอใช้อย่างในปัจจุบัน

 

เขื่อนไซยะบุรี

 

อีกทั้งยังกระทบต่อเรื่องของเศรษฐกิจ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่มีรายได้จากแม่น้ำโขง เมื่อการทำประมงไม่ได้ก็จะทำให้ไม่มีรายได้เข้ามา ซึ่งจะกระทบสุดๆ กับคนที่ใช้แม่น้ำโขงเป็นฐานทรัพยากร รวมถึงเมื่อถูกควบคุมน้ำจากเขื่อนจะส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวหรือหาดตามแม่น้ำหายไป ซึ่งตรงนี้ถือเป็นการกระทบต่อภาพของเศรษฐกิจอยู่พอสมควร

 

“เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อไปอีกเรื่อยๆ เพราะเขื่อนไม่ได้คำนึงถึงการปล่อยน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ โดยสิ่งสำคัญก็คือหลังจากนี้มันจะเกิดภาวะน้ำแห้งแล้งและการผันผวนอย่างหนัก เพราะการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนขึ้นอยู่กับความต้องการผลิตกระแสไฟฟ้า เพราะฉะนั้นการผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนไซยะบุรีจะทำให้น้ำในแม่น้ำโขงขึ้นและลงอย่างรวดเร็ว ไม่เป็นไปตามกลไกธรรมชาติ ดังนั้นวงจรชีวิตของสัตว์น้ำและระบบนิเวศจะได้รับผลกระทบจากตรงนี้ค่อนข้างรุนแรงมาก และอาจส่งผลให้วิถีชีวิตชาวบ้านต้องเปลี่ยนไปเลยก็ได้” ดร.ไชยณรงค์กล่าว

 

ในวันที่เขื่อนไซยะบุรีเริ่มเดินเครื่องเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าส่งให้คนไทยจำนวนมากได้ใช้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจยังไม่ชัดเจนนัก แต่หลังจากนี้คงต้องจับตาดูต่อไปว่าสิ่งที่เราได้จากเขื่อนแห่งนี้จะคุ้มค่าไหมเมื่อเทียบกับสิ่งที่จะต้องสูญเสียไปในอนาคต ซึ่งสิ่งเหล่านั้นอาจจะหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ รวมไปถึงวิถีชีวิตของคนลุ่มน้ำโขงที่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล

 

เขื่อนไซยะบุรี

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

The post สะท้อนมุมมองทั้งสองด้านของ ‘เขื่อนไซยะบุรี’ แหล่งพลังงานสำคัญแห่งใหม่หรือศัตรูร้ายแห่งลุ่มแม่น้ำโขง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สทนช. ส่งหนังสือด่วนถึงลาว ชะลอทดสอบเขื่อนไซยะบุรี จนกว่าจีนปล่อยน้ำเพิ่ม คาด 3 วันระดับน้ำโขงจะเข้าสู่ภาวะปกติ https://thestandard.co/xayaburi-dam-tests-effect-mekong-river-water-level/ Sun, 21 Jul 2019 05:07:25 +0000 https://thestandard.co/?p=271930 เขื่อนไซยะบุรี

สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาต […]

The post สทนช. ส่งหนังสือด่วนถึงลาว ชะลอทดสอบเขื่อนไซยะบุรี จนกว่าจีนปล่อยน้ำเพิ่ม คาด 3 วันระดับน้ำโขงจะเข้าสู่ภาวะปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เขื่อนไซยะบุรี

สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เผยว่า ปัจจัยที่ทำให้ระดับน้ำโขงลดลงมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา พบว่าเกิดจาก 3 ปัจจัยหลักคือ 

 

1. ปริมาณฝนที่ตกลงมาต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ ทั้งที่ประเทศจีน ลาว และฝั่งไทย 

 

2. เขื่อนจิ่งหงของจีนปรับลดการระบายน้ำ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรน้ำแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ ลงวันที่ 3 ก.ค. 2562 แจ้งเปลี่ยนแปลงการระบายน้ำจากเขื่อนจิ่งหง ในช่วงวันที่ 9-18 ก.ค. 2562 เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาสายส่งไฟฟ้าโรงผลิตพลังน้ำ 

 

สทนช. ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 8 จังหวัดริมโขง ได้แก่ เชียงราย เลย นครพนม มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. 2562 

 

ปัจจุบันระดับน้ำโขงที่มาจากเขื่อนจิ่นหง ณ สถานีเชียงแสน จ.เชียงราย อยู่ที่ 2.1 เมตร จากระดับน้ำก่อนจีนปรับลดการระบายอยู่ที่ 2.69 เมตร 

 

3. การทดสอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของเขื่อนไซยะบุรีของลาว ซึ่งเป็นเขื่อนทดน้ำ ได้เริ่มทำการทดสอบในช่วงระหว่างวันที่ 15-29 ก.ค. 2562 จะทำให้ระดับน้ำโขงสูงขึ้น และลดลงอย่างรวดเร็ว 

 

เมื่อวันที่ 9-17 ก.ค. 2562 ทางเขื่อนได้ทำการกักเก็บน้ำบางส่วนเพื่อดำเนินการทดสอบระบบ จึงทำให้ระดับน้ำโขงฝั่งไทยลดลง และหลังจากวันที่ 17 ก.ค. 2562 จึงทำการทดสอบเครื่องปั่นไฟ ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงบริเวณท้ายเขื่อนไซยะบุรีลงมา มีระดับสูงขึ้น 40-50 ซม.

 

จาก 3 ปัจจัยข้างต้นส่งผลให้ระดับน้ำโขงลดลง และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่มีระดับน้ำลดลงจากก่อนทดสอบกว่า 1 เมตร 

 

สทนช. จึงได้เร่งประสานอย่างไม่เป็นทางการกับเจ้าหน้าที่ของลาว และทำหนังสือด่วนผ่านคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติลาว เพื่อให้ลาวพิจารณาชะลอการทดสอบระบบดังกล่าวออกไปประมาณ 2-3 วัน เพื่อรอให้น้ำที่ระบายเพิ่มขึ้นจากเขื่อนจิ่งหงไหลลงมาถึงก่อน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน ระหว่างวันที่ 18-20 ก.ค. 2562 สถานการณ์ของระดับน้ำโขงจะเข้าสู่ภาวะปกติ

 

สถานการณ์ของระดับน้ำบริเวณด้านท้ายเขื่อนไซยะบุรีลงมา พบว่า สถานการณ์ทุกสถานีระดับน้ำต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และค่าต่ำสุดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ระดับค่าความแตกต่างของระดับน้ำก่อนลดการระบาย กับระดับน้ำที่ต่ำสุดในช่วงลดการระบาย -1.79 เมตร ซึ่งลดต่ำลงในรอบ 28 ปี

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post สทนช. ส่งหนังสือด่วนถึงลาว ชะลอทดสอบเขื่อนไซยะบุรี จนกว่าจีนปล่อยน้ำเพิ่ม คาด 3 วันระดับน้ำโขงจะเข้าสู่ภาวะปกติ appeared first on THE STANDARD.

]]>