เกาะติดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เกาะติดวิกฤตน้ำท่วมใหญ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 07 Jan 2026 08:00:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วงตรุษจีน https://thestandard.co/lineman-hat-yai-restaurants-tourism/ Wed, 07 Jan 2026 08:00:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1162245 ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน

วานนี้ (6 มกราคม) THE STANDARD ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จั […]

The post ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วงตรุษจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน

วานนี้ (6 มกราคม) THE STANDARD ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร่วมกับ LINE MAN Wongnai เพื่อติดตามความคืบหน้าภารกิจฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองหาดใหญ่หลังวิกฤตน้ำท่วม

 

โดย LINE MAN Wongnai ได้ร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เปิด “ครัว LINEMAN สัญจร” หรือ Cloud Kitchen พื้นที่ทำกินสำเร็จรูป บริเวณลานจอดรถหน้าโรงแรมบุรีศรีภู เพื่อช่วยเหลือร้านค้า ผู้ประกอบการรายเล็กที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และยังไม่สามารถกลับมาเปิดร้านได้ ให้สามารถมีรายได้รายวัน เดินหน้าต่อได้ก่อนซ่อมแซมร้านเสร็จ ซึ่งจากฐานข้อมูล ยังมีอีกเกือบ 1,000 ร้าน ที่ยังไม่สามารถกลับมาเปิดขายได้

 

ขณะที่ผู้ประกอบการในหาดใหญ่บางรายที่เริ่มกลับมาเปิดร้านแล้ว ระบุว่า หากเทียบกับช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ยอดขายน้อยลงประมาณ 30-40% เนื่องจากกำลังซื้อของคนในพื้นที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเต็มที่ จึงมีความกังวลว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาวอาจต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี

 

ข้อมูลจากภาคธุรกิจ รายงานว่า ขณะนี้ร้านอาหารทั้งอำเภอหาดใหญ่ ส่วนมากยังกลับมาเปิดทำการไม่ได้ เนื่องจากเสียหายหนัก และการซ่อมแซมต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก ขณะที่โรงแรมสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้แล้วประมาณ 50-60%

 

อย่างไรก็ตาม ปริมาณนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่าวชาติยังไม่คึกคัก เนื่องจากร้านอาหาร สถานบันเทิง ยังไม่สามารถเปิดได้เต็มที่ ซึ่งภาคธุรกิจตั้งเป้าว่า ต้องเร่งฟื้นฟูและประชาสัมพันธ์สร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาในช่วงตรุษจีน เดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้

 

ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 1ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 2ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 3ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 4ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 5ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 6ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 7ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 8ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 9ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วง ตรุษจีน 10

The post ร้านอาหารหาดใหญ่ยังเปิดไม่ได้อีกเกือบ 1,000 ร้าน LINE MAN Wongnai ผนึกภาคเอกชนเปิดครัวสัญจร ให้ร้านเล็กมีที่ทำกิน ขณะที่ภาคธุรกิจตั้งเป้าฟื้นฟู ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ทันช่วงตรุษจีน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บันทึกจากนักข่าว ‘มหาอุทกภัยหาดใหญ่’ เมื่อคราบน้ำท่วมเลือนราง แต่หยดน้ำตายังไม่จางหาย https://thestandard.co/hat-yai-flood-2025-recovery-lessons-learned/ Thu, 01 Jan 2026 01:13:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1160566

ย้อนกลับไปในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 วันแรกของการฟื้นฟู […]

The post บันทึกจากนักข่าว ‘มหาอุทกภัยหาดใหญ่’ เมื่อคราบน้ำท่วมเลือนราง แต่หยดน้ำตายังไม่จางหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ย้อนกลับไปในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 วันแรกของการฟื้นฟูหลังทั้งเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาจมอยู่ใต้น้ำนานนับสัปดาห์ ภาพจำของศูนย์กลางการค้าที่เคยคึกคัก ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่ถูกฉาบด้วยดินโคลน รถยนต์ที่เคยวิ่งขวักไขว่กองเกยกันไม่ต่างจากของเล่น ข้าวของจากบ้านเรือนและร้านค้ากลายเป็นกองขยะส่งกลิ่นคละคลุ้ง บรรยากาศหนักอึ้งปกคลุมไปทั่วเมือง 

 

นี่คือภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นในรอบ 15 ปี ผลจากมวลน้ำมหาศาลที่เปลี่ยนเมืองในพริบตา เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่อุทกภัย แต่คือวิกฤตฉับพลันที่ทิ้งร่องรอยความสูญเสียไว้มหาศาล

 

ทีมข่าว THE STANDARD ขอพาคุณข้ามผ่านกองซากปรักหักพัง เพื่อไปสำรวจบาดแผลในใจผู้คน และถอดรหัสบทเรียนสำคัญจากโศกนาฏกรรมที่ยังไม่จบลงง่ายๆ พร้อมกับน้ำที่ลดลง

 

เพื่อให้เข้าใจขนาดของวิกฤตครั้งนี้ ตัวเลขความเสียหายอาจไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องรับฟังเสียงของผู้คนที่อยู่ใจกลางพายุ ประจักษ์พยานที่มีชีวิต เรื่องราวของพวกเขาเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ที่ฉายภาพวิกฤตอันซับซ้อน ทั้งเศรษฐกิจที่พังทลาย ระบบที่ล้มเหลว และพลังใจของมนุษย์ 

 

จากใจเจ้าของร้านหนังสือ เมื่อลมหายใจจมอยู่ใต้กองโคลน

 

ที่ร้าน ‘ชอบอ่านจัง ร้านหนังสือตามสั่ง’ ชัยณรงค์ ฉัตรศิริเวช ผู้คร่ำหวอดในวงการหนังสือกว่า 30 ปี และเป็นเจ้าของร้านที่เป็นหมุดหมายของนักอ่านหาดใหญ่มา 14 ปี ยืนมองซากหนังสือหลายหมื่นเล่มที่จมโคลน เขาเล่าว่าปีนี้น้ำมาเร็วและแรงเกินคาด วินาทีที่ฝ่ากระแสน้ำกลับมาถึงร้าน ทางเลือกเดียวคือการทิ้งทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิต ทั้งรถยนต์และบ้านพักจมอยู่ใต้น้ำ แต่สิ่งที่กระทบใจที่สุดคือชะตากรรมของร้านหนังสือ

 

เมื่อน้ำลด เขากลับมายืนในร้านอีกครั้งด้วยแววตาว่างเปล่า พูดกับเราว่า “มันตื้อ คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน” ความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท เทียบไม่ได้กับความรู้สึกที่ต้องเห็นหนังสือซึ่งเป็นเสมือนเพื่อนและครู ถูกทำลาย แต่ท่ามกลางวิกฤต เขายังมองเห็นคุณค่าในหน้ากระดาษเปื้อนโคลน และฝากข้อความไปถึงหนอนหนังสือทั้งหลายผ่านทีมข่าวว่า “หนังสือเหล่านี้ยังไม่ตาย พวกเขายังมีชีวิต… เราอยากขอให้คนที่รักหนังสือช่วยพาพวกเขาไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแทนเรา”

 

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

ภาพ : ฐานิส สุดโต

 

วิกฤตซ้อนวิกฤต เมื่อภัยธรรมชาติถูกซ้ำเติมโดยภัยมนุษย์

 

ย่านการค้าสำคัญอย่างตลาดพลาซ่าและตลาดกิมหยง เต็มไปด้วยบรรยากาศของการพยายามเริ่มต้นใหม่อย่างยากลำบาก พ่อค้าแม่ค้านำสินค้าจมน้ำมาเทขายในราคาที่ต้องตัดใจ ‘เสื้อยืด 5 บาท รองเท้า 3 คู่ 100 บาท’ หรือชุดนอนเกรดพรีเมียมที่เคยขายหลักร้อย เหลือเพียง 40 บาท ภาพแม่ค้ายืนบิดน้ำออกจากเสื้อผ้าส่งให้ลูกค้าคือความจริงที่น่าสะเทือนใจ 

 

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

ภาพ : ฐานิส สุดโต

 

แต่เคราะห์ยังไม่จบแค่นั้น หลายร้านค้าพบว่าในช่วงโกลาหล ร้านของพวกเขาไม่ได้เสียหายแค่จากน้ำ แต่ถูกมิจฉาชีพงัดแงะขโมยสินค้า นี่คือช่วงเวลาที่มวลน้ำพัดพาไปทั้งทรัพย์สินและความปลอดภัย ซ้ำเติมผู้ที่กำลังล้มให้บอบช้ำยิ่งกว่าเดิม

 

เสียงจากชุมชนย่อย เมื่อความช่วยเหลือกระจุกตัวแค่ ‘เส้นทางรับแขก’

 

ขณะที่ถนนสายหลักและย่านเศรษฐกิจได้รับการฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว ในตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่เป็นบ้านเรือนประชาชนกลับถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ชาวบ้านต้องใช้ชีวิตท่ามกลางกองขยะ ซากสัตว์ และโคลนตมที่ยังไร้การจัดการ พวกเขาพยายามขอความช่วยเหลือ แต่เครื่องจักรและกำลังคนกลับมุ่งตรงไปยังเส้นทางรับแขก หรือถนนสายหลักสำหรับผู้ใหญ่ที่มาตรวจเยี่ยม จนเกิดคำถามที่สะท้อนความน้อยเนื้อต่ำใจว่า “เส้นทางต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ สำคัญกว่าบ้านเรือนประชาชนหรือไม่?”

 

นี่ไม่ใช่แค่คำถามระบายอารมณ์ แต่สะท้อนความเข้าใจต่อระบบราชการที่ชาวบ้านเชื่อว่าหากผู้ใหญ่มาถึง ความสะอาดถึงจะตามมา เป็นเสียงเรียกร้องจากความสิ้นหวังเพื่อให้ตัวเองถูกมองเห็น

 

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

ภาพ : ฐานิส สุดโต

 

ผู้รอดชีวิตในจุดที่ลึกที่สุด กับการแบ่งปันท่ามกลางน้ำที่ยังไม่ลด

 

แม้ระดับน้ำในตัวเมืองเริ่มคลี่คลาย แต่ที่ ‘ชุมชนสะพานดำ’ วันที่ 27 พฤศจิกายน สถานการณ์ยังวิกฤต ระดับน้ำท่วมสูง 1.5-2 เมตร ประชาชนติดค้างบนชั้นสองและหลังคาบ้าน ขาดแคลนของจำเป็นอย่างเทียนไขและอาหาร แต่ท่ามกลางความ

 

ขาดแคลน เราได้เห็นภาพความเสียสละ เมื่อครอบครัวหนึ่งเลือกแบ่งข้าวกล่อง 1 กล่องทานกัน 2 คน เพื่อให้ทีมกู้ภัยมีอาหารเหลือไปแจกเพื่อนบ้านหลังถัดไป เรื่องราวนี้พิสูจน์ถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชุมชน แสงสว่างแห่งมนุษยธรรมที่ยังฉายชัดแม้ในยามมืดมนที่สุด

 

ความสุขเล็กๆ หลังน้ำลด ภารกิจแรกคือการเติมพลังใจ

 

เรื่องดูเหมือนเล็กน้อยแต่มีความหมาย เมื่อน้ำลด สิ่งแรกที่ชาวหาดใหญ่จำนวนมากทำไม่ใช่การรีบกลับไปล้างบ้าน แต่คือการต่อคิวซื้อ ‘ข้าวเหนียวไก่ทอด’ และ ‘ชาไทย’ ของโปรดคนท้องถิ่น ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวติดตลกว่า “ตอนนี้น้ำท่วมถึงไหล่ แต่ความอยากกินชาไทยมันท่วมมาถึงคอแล้ว” 

 

เรามองว่าส่งนี้ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่เป็นสัญชาตญาณของการเรียกคืนความปกติกลับมาให้เร็วที่สุด การได้ลิ้มรสชาติที่คุ้นเคยคือการเยียวยาจิตวิญญาณและยืนยันว่าชีวิตยังต้องไปต่อ

 

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

ภาพ : ฐานิส สุดโต

 

นอกเหนือจากเรื่องราวปัจเจก มหาอุทกภัยครั้งนี้ได้เผยให้เห็นความเปราะบางของโครงสร้างเมืองหาดใหญ่ในทุกมิติ ทั้งระบบสาธารณูปโภค ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม

 

อุทกภัยครั้งนี้โจมตีหัวใจของบริการสาธารณะภาคใต้ตอนล่างอย่างจัง โรงพยาบาลหาดใหญ่ เผชิญน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 15 ปี พื้นที่ชั้น 1 เสียหายทั้งหมด ประเมินมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท 

 

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

ภาพ : ฐานิส สุดโต

 

ขณะที่ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แอ่งกระทะ อาคารชั้น 1 จมมิด เสียหาย 100% คิดเป็นมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท การหยุดชะงักของเสาหลักทั้งสาธารณสุขและการศึกษา ส่งผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพชีวิตคนทั้งภูมิภาค

 

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

ภาพ : ฐานิส สุดโต

 

ซ้ำร้าย วิกฤตอาชญากรรมยังฉวยโอกาสซ้ำเติม เหตุการณ์ปล้นตู้คอนเทนเนอร์บนขบวนรถไฟ ณ สถานีรถไฟหาดใหญ่ คนร้ายงัดตู้ขโมยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กว่า 7,560 ลัง มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท สะท้อนความอุกอาจที่สั่นคลอนความเชื่อมั่น จนทางการต้องระดมกำลังตำรวจต่างถิ่นเข้ามาช่วยลาดตระเวนเพื่อกอบกู้ความรู้สึกปลอดภัย

 

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

ภาพ : ฐานิส สุดโต

 

และเมื่อน้ำลด สิ่งที่ปรากฏแทนที่คือ ภูเขาขยะ ปริมาณมหาศาลกว่า 25,000 ตัน ใน 10 อำเภอ ซากเฟอร์นิเจอร์และขยะเน่าเสียกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค กรมควบคุมมลพิษต้องเร่งจัดการร่วมกับเอกชนเพื่อแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง นี่คือสมรภูมิรบระลอกใหม่ที่ชาวหาดใหญ่ต้องเผชิญ

 

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

ภาพ : ฐานิส สุดโต

 

จากบทเรียนสู่วาระการฟื้นฟูที่ต้อง ‘สมน้ำสมเนื้อ’

 

ความเสียหายครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่ถูกขยายผลด้วยความล้มเหลวในการจัดการ หาดใหญ่ในฐานะหัวใจเศรษฐกิจภาคใต้ กำลังต้องการแผนฟื้นฟูที่จริงจังและ ‘สมน้ำสมเนื้อ’ กับความสูญเสีย

 

จุดที่เจ็บปวดที่สุดคือ ระบบเตือนภัย ชาวบ้านสะท้อนว่าที่ไม่อพยพแต่แรกเพราะเชื่อคำยืนยันว่า “เอาอยู่” แต่เมื่อน้ำทะลักเข้าท่วมรุนแรง การแจ้งเตือนอพยพกลับมาช้าเกินไป ซ้ำด้วยระบบสื่อสารที่ล่มทำให้ประชาชนถูกตัดขาด นี่คือการพังทลายของความไว้วางใจระหว่างรัฐและประชาชนที่ต้องเร่งกู้คืน

 

น้ำท่วมหาดใหญ่ 2568

ภาพ : ฐานิส สุดโต

 

แม้ภารกิจล้างเมืองจะดำเนินต่อไป แต่บาดแผลทางเศรษฐกิจและจิตใจจะยังคงอยู่ อนาคตของพวกเขาขึ้นอยู่กับว่าภาครัฐจะถอดบทเรียนจากโศกนาฏกรรมนี้ได้จริงหรือไม่ เพราะเมื่อคราบน้ำจางไป สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นคือ ‘ความหวัง’ และการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงคราบน้ำตาที่ไม่มีวันจางหาย

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 


 

The post บันทึกจากนักข่าว ‘มหาอุทกภัยหาดใหญ่’ เมื่อคราบน้ำท่วมเลือนราง แต่หยดน้ำตายังไม่จางหาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
หาดใหญ่เคลียร์ ‘ภูเขาขยะ’ สะพานดำ สำเร็จ เร่งรับมือ ‘ฝุ่น’ https://thestandard.co/hat-yai-successfully-cleared-mountain/ Mon, 15 Dec 2025 14:00:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1155095 หาดใหญ่เคลียร์ ‘ภูเขาขยะ’ สะพานดำ สำเร็จ เร่งรับมือ ‘ฝุ่น’

เช้าวันนี้ (15 ธันวาคม) ภาพภูเขาขยะมหึมาที่เคยบดบังทัศน […]

The post หาดใหญ่เคลียร์ ‘ภูเขาขยะ’ สะพานดำ สำเร็จ เร่งรับมือ ‘ฝุ่น’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หาดใหญ่เคลียร์ ‘ภูเขาขยะ’ สะพานดำ สำเร็จ เร่งรับมือ ‘ฝุ่น’

เช้าวันนี้ (15 ธันวาคม) ภาพภูเขาขยะมหึมาที่เคยบดบังทัศนียภาพและปล่อยกลิ่นเหม็นรบกวนบริเวณสี่แยกสะพานดำ ใจกลางเมือง หาดใหญ่ หายไปจนกลายเป็นพื้นที่โล่ง

 

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา (อบจ.สงขลา) ร่วมกับเทศบาลนครหาดใหญ่และกำลังพลจากกองทัพบก (มณฑลทหารบกที่ 42 และกรมการทหารช่าง) ระดมกำลังเคลียร์พื้นที่สำเร็จตามเป้าหมาย ปลดล็อกโซนเศรษฐกิจสำคัญให้กลับมาสะอาดตาอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม ภารกิจยังไม่จบ ขยะที่เก็บรวบรวมได้จากในเมืองจะถูกย้ายไปยังจุดพักใหม่ เพื่อลดความแออัดในเขตเมือง

 

จุดพักขยะแห่งใหม่: ลานถนนสาครมงคล

 

จุดพักขยะแห่งใหม่ตั้งอยู่บริเวณลานถนนสาครมงคล (ตรงข้ามสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2) ซึ่งอยู่เยื้องกับวัดหาดใหญ่ใน แต่อยู่คนละฝั่งคลอง โดยพื้นที่ด้านหนึ่งติดกับคลองอู่ตะเภา

 

การย้ายจุดพักขยะมาที่นี่แม้จะช่วยลดผลกระทบต่อการจราจรในเขตเมืองหลัก แต่รถบรรทุกขนขยะยังคงต้องวิ่งผ่านซอยเล็กในชุมชน ซึ่งอาจสร้างความไม่สะดวกให้กับชาวบ้านในพื้นที่

 

ภาคประชาสังคมส่งกำลังใจและขอบคุณชาวสาครมงคลและพื้นที่ใกล้เคียงที่ยอมรับผลกระทบชั่วคราว เพื่อให้ภารกิจกำจัดขยะและฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ดำเนินต่อไปได้

 

แพทย์เตือน: ‘น้ำลด ฝุ่นตลบ’ ห้ามประมาท

 

แม้ขยะจะถูกขนย้ายออกไปแล้ว แต่ยังคงเหลือ ‘มลพิษจากฝุ่น’ ไว้ให้ต้องเฝ้าระวัง

 

นพ.วรสิทธิ์ ศรศรีวิชัย จากมูลนิธิสุขภาพภาคใต้ และสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แจ้งว่า พื้นที่บริเวณสะพานดำยังคงมีค่าฝุ่น PM2.5 และ PM10 สูงมากจากการฟุ้งกระจายของดินโคลนแห้ง

 

คำแนะนำด้านสุขภาพเร่งด่วน

 

  • สวมหน้ากากอนามัยทันที: ประชาชนควรปฏิบัติตัวเหมือนช่วงโควิดระบาด สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้านหรืออยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่น

 

  • ระวังโรคเลปโตสไปโรสิส (โรคฉี่หนู): แม้สถานการณ์จะผ่านจุดวิกฤตไปแล้วและมียาป้องกันสำรองเพียงพอ แต่ผู้ที่ต้องล้างบ้านและสัมผัสโคลนควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

  • เร่งล้างเมือง: ภารกิจด่วนของเทศบาลคือการฉีดล้างถนนและกำจัดโคลนออกจากพื้นผิวถนน เพื่อลดการเกิดฝุ่นซ้ำ

 

ผู้ประกอบการร้อง: ตลาดเปิดแล้ว แต่ ‘ทุนหาย’ วอนรัฐเร่งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

 

ในมิติเศรษฐกิจ ดลภัทร มณีแสง หัวหน้ากลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ของสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ ระบุว่า ขณะนี้ตลาดสดพลาซ่ากลับมาเปิดให้บริการแล้ว แต่บรรยากาศยังไม่คึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้ากลับมาขายของเพียง 20% สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะกลัวน้ำท่วมซ้ำ แต่เป็นเพราะ ‘ไม่มีเงินทุนหมุนเวียน’ เพื่อซื้อสินค้ามาสต็อกใหม่

 

ข้อเรียกร้องถึงภาครัฐ

 

1. เร่งสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan): ผู้ประกอบการรายย่อยไม่ต้องการวงเงินกู้สูง ขอเพียงประมาณ 300,000 บาทต่อราย เพื่อให้ทันหมุนเวียนสินค้าในช่วงเทศกาลปีใหม่และตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง

 

2. เร่งประเมินความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยา: ปัจจุบันการประเมินความเสียหายบ้านเรือนคืบหน้าไปยังไม่ถึง 20% (จากทั้งหมด 70,000 หลัง ประเมินได้เพียง 10,000 กว่าหลัง) เทศบาลนครหาดใหญ่จึงเตรียมพิจารณาแนวทาง ‘ชุมชนประเมินเอง-นายกเทศมนตรีเซ็นรับรอง’ เพื่อให้เงินเยียวยาถึงมือประชาชนโดยเร็ว

 

ก้าวต่อไป: Big Cleaning Day รวมพลังกู้เมือง

 

หาดใหญ่กำลังเตรียมเข้าสู่โหมดฟื้นฟูเต็มรูปแบบ ในวันที่ 19 ธันวาคมนี้ อาสาสมัครจากมูลนิธิกระจกเงากว่า 700-800 คน จะเดินทางมาสมทบกำลัง และในวันที่ 20-21 ธันวาคม จะมีการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ครั้งใหญ่ โดยความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา

 

วันนี้หาดใหญ่อาจยังไม่กลับมาสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่การเคลียร์พื้นที่สะพานดำสำเร็จเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการเริ่มต้นใหม่ ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วนและความเสียสละของคนในชุมชน

 

หาดใหญ่เคลียร์ ‘ภูเขาขยะ’ สะพานดำ สำเร็จ เร่งรับมือ ‘ฝุ่น’ 1

สี่แยกสะพานดำ วันที่ 15 ธันวาคม 2568 

หลังจากเคลียร์ภูเขาขยะออกไปแล้ว

 

หาดใหญ่เคลียร์ ‘ภูเขาขยะ’ สะพานดำ สำเร็จ เร่งรับมือ ‘ฝุ่น’ 2

สี่แยกสะพานดำ วันที่ 15 ธันวาคม 2568

 

สี่แยกสะพานดำ วันที่ 15 ธันวาคม 2568

 

จุดพักขยะลานถนนสาครมงคล วันที่ 14 ธันวาคม 2568

 

หาดใหญ่เคลียร์ ‘ภูเขาขยะ’ สะพานดำ สำเร็จ เร่งรับมือ ‘ฝุ่น’ 5

‘ภูเขาขยะ’ ที่จุดพักขยะสี่แยกสะพานดำ วันที่ 8 ธันวาคม 2568

The post หาดใหญ่เคลียร์ ‘ภูเขาขยะ’ สะพานดำ สำเร็จ เร่งรับมือ ‘ฝุ่น’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อภิสิทธิ์’ ลงพื้นที่สุรินทร์ เยี่ยมผู้ประสบภัยชายแดน ซึ้งน้ำใจไทยไม่ทิ้งกัน ฝากส่งกำลังใจถึงชาวหาดใหญ่ https://thestandard.co/abhisit-surins-relief-hatyai/ Sat, 13 Dec 2025 09:20:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1154326 ​ อภิสิทธิ์ ลงพื้นที่สุรินทร์ เยี่ยมผู้ประสบภัยชายแดน ซึ้งน้ำใจไทยไม่ทิ้งกัน ฝากส่งกำลังใจถึงชาวหาดใหญ่

วันนี้ (13 ธันวาคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประช […]

The post ‘อภิสิทธิ์’ ลงพื้นที่สุรินทร์ เยี่ยมผู้ประสบภัยชายแดน ซึ้งน้ำใจไทยไม่ทิ้งกัน ฝากส่งกำลังใจถึงชาวหาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
​ อภิสิทธิ์ ลงพื้นที่สุรินทร์ เยี่ยมผู้ประสบภัยชายแดน ซึ้งน้ำใจไทยไม่ทิ้งกัน ฝากส่งกำลังใจถึงชาวหาดใหญ่

วันนี้ (13 ธันวาคม) อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำทีมคณะกรรมการบริหารพรรค ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน

 

จากการลงพื้นที่เยี่ยมโรงพยาบาลและศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยหลายแห่ง อภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ตนตั้งใจน กำลังใจของคนทั้งประเทศมามอบให้แก่พี่น้องชาวสุรินทร์ โดยสถานการณ์ปัจจุบันพบว่ายังมีผู้อพยพเข้ามาเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าชาวบ้านในศูนย์พักพิงยังต้องเผชิญกับความยากลำบากไปอีกระยะหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานราชการ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ ได้ระดมความช่วยเหลือและดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง ส่วนทหารที่ได้รับบาดเจ็บนั้นยังมีขวัญและกำลังใจที่ดีเยี่ยม

 

อภิสิทธิ์ ได้กล่าวถึงความประทับใจที่เกิดขึ้นระหว่างการลงพื้นที่ว่า ได้สัมผัสถึงความมีน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ของคนไทย แม้ชาวสุรินทร์จะกำลังเผชิญภัยสงคราม แต่กลับฝากความห่วงใยไปยังพี่น้องชาวอำเภอหาดใหญ่ที่กำลังฟื้นฟูบ้านเรือนจากภัยพิบัติ

 

​อภิสิทธิ์ ได้เชิญชวนพี่น้องคนไทยร่วมส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยสามารถบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน หรือสนับสนุนด้านอาหาร ผ่านทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พี่น้องชาวสุรินทร์สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

The post ‘อภิสิทธิ์’ ลงพื้นที่สุรินทร์ เยี่ยมผู้ประสบภัยชายแดน ซึ้งน้ำใจไทยไม่ทิ้งกัน ฝากส่งกำลังใจถึงชาวหาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้แล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน เร่งแก้ปัญหากลุ่มโอนไม่สำเร็จ พร้อมย้ำหลักเกณฑ์จ่ายเหมา 9,000 บาท https://thestandard.co/government-flood-relief-transfers-9000/ Sat, 13 Dec 2025 08:35:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1154294 รัฐบาลโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้แล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน เร่งแก้ปัญหากลุ่มโอนไม่สำเร็จ พร้อมย้ำหลักเกณฑ์จ่ายเหมา 9,000 บาท

วันนี้ (13 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำส […]

The post รัฐบาลโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้แล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน เร่งแก้ปัญหากลุ่มโอนไม่สำเร็จ พร้อมย้ำหลักเกณฑ์จ่ายเหมา 9,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้แล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน เร่งแก้ปัญหากลุ่มโอนไม่สำเร็จ พร้อมย้ำหลักเกณฑ์จ่ายเหมา 9,000 บาท

วันนี้ (13 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนในการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 ในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่า ล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 13 ธันวาคม 2568 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และธนาคารออมสิน ได้ดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนไปแล้วรวม 11 ครั้ง

 

ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา, ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, ยะลา, สตูล และสุราษฎร์ธานี โดยมียอดรวมผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้วจำนวน 1,071,755 ครัวเรือน คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 9,645,795,000 บาท

 

สำหรับรายละเอียดการกระจายความช่วยเหลือในรายจังหวัด พบว่าจังหวัดสงขลามีผู้ได้รับเงินเยียวยาสูงสุดจำนวน 334,671 ครัวเรือน โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่มีจำนวนถึง 160,694 ครัวเรือน รองลงมาคือจังหวัดนครศรีธรรมราช 215,055 ครัวเรือน จังหวัดพัทลุง 92,375 ครัวเรือน จังหวัดปัตตานี 86,275 ครัวเรือน จังหวัดนราธิวาส 74,642 ครัวเรือน จังหวัดยะลา 65,918 ครัวเรือน จังหวัดสตูล 25,625 ครัวเรือน จังหวัดตรัง 8,540 ครัวเรือน และจังหวัดสุราษฎร์ธานี 7,960 ครัวเรือน

 

อย่างไรก็ตาม ยังพบว่ามีกลุ่มเป้าหมายที่โอนเงินไม่สำเร็จอีกจำนวน 17,019 ครัวเรือน เนื่องจากบัญชีธนาคารมีความไม่ปกติและบางส่วนอยู่ระหว่างรอการปรับปรุงข้อมูล ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

 

สิริพงศ์ ยังได้กล่าวเน้นย้ำถึงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาในครั้งนี้ว่า เป็นการจ่ายแบบเหมาจ่ายในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยครอบคลุมผู้ประสบภัยใน 4 รูปแบบ ได้แก่

 

1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วันแต่ทรัพย์สินเสียหาย
2. กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วันขึ้นไป
3. กรณีที่อยู่อาศัยถูกน้ำล้อมรอบจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติเกิน 7 วัน
4. กรณีที่พักอาศัยในอาคารสูงซึ่งน้ำท่วมไม่ถึงห้องพัก แต่ได้รับผลกระทบจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป

 

ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วในการรับเงินช่วยเหลือ รัฐบาลขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ดำเนินการ ให้เร่งติดต่อธนาคารใดก็ได้เพื่อผูกบัญชีพร้อมเพย์ กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน

 

โดยประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะและสิทธิการรับเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2568 ได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ https://flood68.disaster.go.th/Dashboard/BoardHelpRegister เพียงระบุหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน

The post รัฐบาลโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมใต้แล้วกว่า 1 ล้านครัวเรือน เร่งแก้ปัญหากลุ่มโอนไม่สำเร็จ พร้อมย้ำหลักเกณฑ์จ่ายเหมา 9,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอนามัยเตือน ค่าฝุ่น-ก๊าซแอมโมเนียกองขยะน้ำท่วมหาดใหญ่พุ่งสูงกระทบสุขภาพหนัก แนะประชาชน-จนท. ป้องกันเข้ม https://thestandard.co/hatyai-flood-garbage-dust-ammonia-warning/ Sat, 13 Dec 2025 03:33:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1154208 กรมอนามัยเตือน ค่าฝุ่น-ก๊าซแอมโมเนียกองขยะน้ำท่วมหาดใหญ่พุ่งสูงกระทบสุขภาพหนัก แนะประชาชน-จนท. ป้องกันเข้ม

วานนี้ (12 ธันวาคม) พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอน […]

The post กรมอนามัยเตือน ค่าฝุ่น-ก๊าซแอมโมเนียกองขยะน้ำท่วมหาดใหญ่พุ่งสูงกระทบสุขภาพหนัก แนะประชาชน-จนท. ป้องกันเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมอนามัยเตือน ค่าฝุ่น-ก๊าซแอมโมเนียกองขยะน้ำท่วมหาดใหญ่พุ่งสูงกระทบสุขภาพหนัก แนะประชาชน-จนท. ป้องกันเข้ม

วานนี้ (12 ธันวาคม) พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของทีม SEhRT ในการฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่หลังน้ำท่วมและตรวจคุณภาพอากาศเบื้องต้นในพื้นที่โดยรอบจุดพักขยะชั่วคราวแยกสะพานดำ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 จำนวน 10 จุด พบว่า มีความเข้มข้นของค่าฝุ่น PM10 สูง ค่าเฉลี่ย 1 ชั่วโมง ถึง 2,840 µg/m³ ความเข้มข้นฝุ่น PM2.5 บางจุดเฉลี่ย 1 ชั่วโมง 38 µg/m³ และความเข้มข้นก๊าซแอมโมเนีย

 

ทั้งนี้ พบมีค่าสูงสุดที่ตรวจวัดได้ 16 ppm ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองตา จมูก คอ และระบบทางเดินหายใจ และพบกลิ่นขยะค่อนข้างแรง ทั้งนี้ การที่ค่าฝุ่นและก๊าซเหล่านี้สูง เกิดจากกองขยะที่นำมาสะสมจำนวนมาก ส่วนใหญ่ผสมกับดินโคลนที่แห้งหลังน้ำลด รวมถึงการเคลื่อนย้ายและกำจัดขยะที่ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้น ซึ่งทีม SEhRT ของกรมอนามัย ยังคงต้องเฝ้าระวังในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 

“การสัมผัสฝุ่นและก๊าซเหล่านี้อาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยฝุ่น PM 10 ส่งผลให้มีอาการไอ แสบคอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ผื่นคัน หรือการติดเชื้อผิวหนังจากสิ่งสกปรก ผู้ที่เป็นโรคทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ จะทำให้อาการกำเริบได้ อันตรายจากก๊าซแอมโมเนีย ส่งผลให้แสบตา แสบจมูก แสบคอ ไอ แน่นหน้าอก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคประจำตัว เช่น หอบหืด ภูมิแพ้ โรคปอด และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบริเวณกองขยะ พนักงานเก็บกวาด ควรต้องระวังเป็นพิเศษ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

 

ขณะที่ นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมอนามัย จึงขอให้ประชาชนที่อยู่ใกล้จุดพักขยะชั่วคราวสะพานดำ และในรัศมี 100 เมตร และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ดูแลและป้องกันสุขภาพตนเอง ดังนี้ 1. สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากาก N95 และแว่นตาเมื่ออยู่กลางแจ้งหรือใกล้กองขยะ 2. ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 8–10 แก้ว เพื่อลดการระคายเคืองคอ 3. หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกอาคาร หากไม่จำเป็น โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง 4. หากมีอาการตาแดง ระคายเคืองตา ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือล้างตา หลีกเลี่ยงการขยี้ตา หากมีผื่นคัน ให้รีบอาบน้ำและใช้ครีมบรรเทาอาการ 5. หากมีอาการไอ หายใจลำบาก ผื่นลุกลาม หรือแสบตารุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที

 

สำหรับการดูแลบ้านเรือนหลังน้ำลด ให้ปิดประตู-หน้าต่างในช่วงกลางวันเพื่อลดฝุ่นเข้าบ้าน ทำความสะอาดภายในด้วยวิธีเช็ดถูด้วยผ้าชุบน้ำ หลีกเลี่ยงการกวาดที่ทำให้ฝุ่นฟุ้ง สวมหน้ากากเมื่อทำความสะอาดบ้าน เพื่อป้องกันฝุ่น เชื้อรา และเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อน สำหรับผู้ปฏิบัติงานเก็บขยะ/เคลียร์พื้นที่ต้องสวม PPE และหน้ากาก N95 ตลอดเวลาปฏิบัติงาน หลีกเลี่ยงการยืนเหนือลมกองขยะ หลังงานเสร็จควรรีบอาบน้ำ ให้สะอาด หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอแสบคอ แสบตา หรือผื่นคัน ให้หยุดงานและพบแพทย์

 

“กรมอนามัยขอเน้นย้ำว่า แม้น้ำจะลดลงแล้ว แต่อันตรายด้านสุขภาพจากฝุ่นและก๊าซรอบกองขยะยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ความเสี่ยงสูง เช่น จุดพักขยะชั่วคราวและพื้นที่ใกล้ชุมชน พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชนในช่วงฟื้นฟูหลังน้ำท่วม” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

The post กรมอนามัยเตือน ค่าฝุ่น-ก๊าซแอมโมเนียกองขยะน้ำท่วมหาดใหญ่พุ่งสูงกระทบสุขภาพหนัก แนะประชาชน-จนท. ป้องกันเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเผยฟื้นฟูหาดใหญ่คืบหน้า 83% ขนขยะทิ้งแล้ว 9.5 หมื่นตัน ย้ำจบภารกิจตามเป้า 14 วัน https://thestandard.co/hatyai-flood-recovery-progress-83percent/ Fri, 12 Dec 2025 11:19:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1154096 รัฐบาลเผยฟื้นฟูหาดใหญ่คืบหน้า 83% ขนขยะทิ้งแล้ว 9.5 หมื่นตัน ย้ำจบภารกิจตามเป้า 14 วัน

วันนี้ (12 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำส […]

The post รัฐบาลเผยฟื้นฟูหาดใหญ่คืบหน้า 83% ขนขยะทิ้งแล้ว 9.5 หมื่นตัน ย้ำจบภารกิจตามเป้า 14 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเผยฟื้นฟูหาดใหญ่คืบหน้า 83% ขนขยะทิ้งแล้ว 9.5 หมื่นตัน ย้ำจบภารกิจตามเป้า 14 วัน

วันนี้ (12 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าปฏิบัติการฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามข้อสั่งการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าขณะนี้ภาพรวมการดำเนินงานมีความคืบหน้าไปอย่างมาก โดยข้อมูลล่าสุด (ณ วันที่ 11 ธันวาคม) การฟื้นฟูพื้นที่สำเร็จไปแล้วกว่า 83.55%

 

สรุปผลปฏิบัติการ 11 วัน (1-11 ธันวาคม) เจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนระดมกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้มียอดสะสมดังนี้:

 

  • ขยะที่กำจัดแล้ว: รวมทั้งสิ้น 95,307 ตัน (เฉพาะวันที่ 11 ธันวาคม ขนย้ายได้ 9,796 ตัน)
  • ถนนที่ทำความสะอาดแล้ว: รวมระยะทาง 329.44 กิโลเมตร

 

เพื่อให้การทำงานเป็นระบบและรวดเร็ว ได้มีการแบ่งพื้นที่รับผิดชอบออกเป็น 4 โซนหลัก โดยมีความคืบหน้าสะสมดังนี้:

 

1. โซนที่ 1 (หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา): ขนย้ายขยะแล้ว 18,730 ตัน และทำความสะอาดถนนแล้ว 74.92 กม.
2. โซนที่ 2 (กองทัพภาคที่ 4): รับบทหนักสุด ขนย้ายขยะแล้วถึง 37,780 ตัน และทำความสะอาดถนนได้ระยะทางสูงสุด 124.58 กม.
3. โซนที่ 3 (กระทรวงมหาดไทย): ขนย้ายขยะแล้ว 21,462 ตัน และทำความสะอาดถนนแล้ว 71.88 กม.
4. โซนที่ 4 (กระทรวงคมนาคม): ขนย้ายขยะแล้ว 17,335 ตัน และทำความสะอาดถนนแล้ว 58.064 กม.

 

สิริพงศ์ ย้ำว่า รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าภารกิจนี้จะบรรลุเป้าหมาย 7 วันประชาชนต้องได้กลับบ้าน 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด โดยทุกหน่วยงานยังคงเร่งเครื่องทำงานแข่งกับเวลา เพื่อคืนพื้นที่และวิถีชีวิตปกติสุขให้กับชาวหาดใหญ่โดยเร็วที่สุด

The post รัฐบาลเผยฟื้นฟูหาดใหญ่คืบหน้า 83% ขนขยะทิ้งแล้ว 9.5 หมื่นตัน ย้ำจบภารกิจตามเป้า 14 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิ่งของจำเป็นเร่งด่วน กู้วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ https://thestandard.co/hatyai-flood-urgent-supplies/ Thu, 11 Dec 2025 10:43:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1153629 สิ่งของจำเป็นเร่งด่วน กู้วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่

War Room ภาคประชาชน โดยมูลนิธิกระจกเงา และภาคีทุกภาคส่ว […]

The post สิ่งของจำเป็นเร่งด่วน กู้วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิ่งของจำเป็นเร่งด่วน กู้วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่

War Room ภาคประชาชน โดยมูลนิธิกระจกเงา และภาคีทุกภาคส่วน กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมหาดใหญ่และหลายจังหวัดในภาคใต้ ทั้งในช่วงน้ำท่วมและระยะฟื้นฟูหลังน้ำลด

 

ขณะนี้ยังขาดแคลน ‘สิ่งของจำเป็น’ จำนวนมาก ทั้งอุปกรณ์กำจัดขยะ และของใช้พื้นฐานในการดำรงชีพ

 

หากคุณสามารถช่วยได้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ล้วนมีความหมายกับผู้คนที่กำลังเริ่มต้นใหม่

 

📍สถานที่รับบริจาค: มูลนิธิกระจกเงา
191 ซอยวิภาวดี 62 (แยก 4-7) เขตหลักสี่ กทม.

 

สำหรับการกำจัดขยะ

 

  • บิ๊กแบ็กขนาดใหญ่
  • Doxycycline (ยาป้องกันโรคฉี่หนู)
  • ถุงมือยางหนา (คลุมถึงข้อศอก)
  • หน้ากากกันฝุ่น N95 (หรือรุ่นอื่นก็ได้)
  • รองเท้าบูทกันน้ำ

 

สำหรับการดำรงชีพ

 

  • ที่นอน • หมอน • มุ้ง
  • กระเบื้อง / ประตูทนน้ำ / หน้าต่าง / ไม้หน้าสาม / หลังคา
  • หลอดไฟ
  • เตาแก๊สปิ๊กนิก • หม้อหุงข้าว 2 ลิตร • กระทะไฟฟ้า
  • พัดลม

 

สถานที่รับบริจาค

 

มูลนิธิกระจกเงา
191 ซอยวิภาวดี 62 (แยก 4-7)
ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

 

สิ่งของจำเป็นเร่งด่วน กู้วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ 1

The post สิ่งของจำเป็นเร่งด่วน กู้วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หาดใหญ่หลังน้ำท่วมยังไม่จบ ภาคประชาชน-เอกชน เร่งฟื้นเมือง-เศรษฐกิจ ก่อนทุกอย่างสายเกินไป https://thestandard.co/hat-yai-flood-recovery-urgent-action/ Thu, 11 Dec 2025 10:20:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1153599 หาดใหญ่หลังน้ำท่วมยังไม่จบ ภาคประชาชน-เอกชน เร่งฟื้นเมือง-เศรษฐกิจ ก่อนทุกอย่างสายเกินไป

วานนี้ (10 ธันวาคม) THE STANDARD ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ […]

The post หาดใหญ่หลังน้ำท่วมยังไม่จบ ภาคประชาชน-เอกชน เร่งฟื้นเมือง-เศรษฐกิจ ก่อนทุกอย่างสายเกินไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
หาดใหญ่หลังน้ำท่วมยังไม่จบ ภาคประชาชน-เอกชน เร่งฟื้นเมือง-เศรษฐกิจ ก่อนทุกอย่างสายเกินไป

วานนี้ (10 ธันวาคม) THE STANDARD ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เก็บข้อมูล War Room ภาคประชาชน และประชุมร่วมกับตัวแทนเอกชน ภาคธุรกิจ หอการค้า และผู้ประกอบการในหาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่ได้สะท้อนสถานการณ์จริงหลังน้ำลดว่า ‘วิกฤตเพิ่งเริ่มต้น’ ทั้งด้านขยะ ภาพลักษณ์เมือง เศรษฐกิจ SME หนี้ครัวเรือน และความเสี่ยงทางสุขภาพ 

 

ขณะที่หลายฝ่ายมองภาพตรงกันว่า หากไม่ระดมสรรพกำลังช่วยเหลือทันที เมืองเศรษฐกิจอันดับหนึ่งภาคใต้ ‘อาจล้มทั้งระบบ’ และนี่คือข้อเท็จจริงจากการลงพื้นท่ี เพื่อส่งเสียงต่อไปยังภาคีเครือข่าย ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้

 

กวาดล้างเมืองคืบเพียง 40% ขยะล็อตใหม่ผุดกว่า 700 จุด  ซอยเล็กยังไร้กำลังคน

 

War Room รายงานสถานการณ์ล่าสุดว่า การกำจัดขยะและโคลนหลังน้ำท่วมคืบหน้าเพียง 40% โดยหลายชุมชนยังทยอยนำขยะล็อต 2-3 ออกจากบ้าน ทำให้เกิดจุดร้องขอกว่า 600- 700 จุดทั่วเมือง

 

บางโซน เช่น โซน 3 ที่แม้จะคืบหน้า 80% แต่ยังมีซอยเล็กจำนวนมากที่ติดค้าง ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่เข้าถึงยาก ขาดเครื่องจักรขนาดเล็ก เพราะงานในซอยเล็กต้องใช้ อาสาสมัครและคนเดินเท้า เป็นหลัก ทำให้กระบวนการช้ากว่าที่ภาครัฐประเมินไว้มาก

ขณะเดียวกัน ขยะใหม่ยังถูกนำออกมาอย่างต่อเนื่อง เพราะประชาชนจำนวนมากเพิ่งเริ่มล้างบ้างตัวเลขเสร็จภายใน 14 วัน อาจไม่สอดคล้องกับของจริงในพื้นที่

 

ขาดอุปกรณ์เร่งด่วน: กระสอบ 100,000 ใบ–Big Bag 5,000 ใบ หน้ากาก N95-รองเท้าบูทยังไม่พอ

ทีมภาคประชาชนเร่งขอกระสอบและอุปกรณ์เพื่อรองรับการเก็บขยะในซอยแคบ

 

  • ต้องการกระสอบเพิ่ม 100,000 ใบ, Big Bag 5,000 ใบ

  • อุปกรณ์เร่งด่วน: หน้ากาก N95, ถุงมือยาง, รองเท้าบูท, แว่นกันฝุ่น

  • ยาปฏิชีวนะ Doxycycline (ยากันฉี่หนู) และของใช้จำเป็น เช่น เตาแก๊สปิกนิก-หม้อหุงข้าว ยังขาดแคลน

เตือนฝุ่นพิษหลังโคลนแห้ง อาจหนักกว่าแม่สาย 10- 15 เท่า ขณะที่รถน้ำ อบจ. ไม่พอ

 

  • ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เมื่อโคลนเริ่มแห้ง เมืองจะเผชิญฝุ่นปนเชื้อโรค หนักกว่าที่ อ.แม่สาย หลายเท่า และอาจลากนาน กว่า 2 เดือน

 

  • ปัจจุบันรถน้ำ อบจ.มีเพียง 20 คัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการฉีดพ่นทั้งเมือง

 

  • วิกฤตกลุ่มเปราะบาง: 200,000 ประชากรแฝง อย่างน้อย 50,000 คนต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

 

  • ชุมชนริมราง-คลองหวะ และหลายชุมชนเสียหายหนัก หลายครอบครัวต้องเช่าที่อยู่ใหม่ทันที ขณะที่การเข้าถึงความช่วยเหลือจากรัฐยังล่าช้ามาก

 

ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองที่กำลัง ‘หยุดหายใจ’ ผู้ประกอบการเตือนตรงกัน ‘ถ้าไม่เติมสภาพคล่อง ตอนนี้จะไม่เหลืออะไรให้ฟื้น’

 

ธุรกิจ SME – ร้านอาหาร – ตลาดกิมหยง สาหัสมาก: หนี้เก่าปี 53 ยังไม่หมด สต็อกจมรอบใหม่

 

ผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมากกำลังเผชิญจุดตัดสินใจยุบกิจการ

 

  • เจ้าของร้านเก่าแก่หลายรายเสียหายซ้ำสอง บางรายระบุว่า “ไม่มีบ้านอยู่แล้ว และไม่คิดจะเริ่มใหม่”

  • กลุ่ม baby boomer จำนวนมากลังเลว่าจะกลับมาเปิดร้านหรือไม่

  • ธุรกิจในตลาดกิมหยงหลายแห่งหันไปทำออนไลน์แทน ส่งผลให้แรงงานในเมืองตกงานจำนวนมาก

 

ข้อเสนอภาคเอกชน: Soft Loan 1.5% ยาว 3-5 ปี เงินกู้ไร้หลักประกัน ตลาดลดราคากระตุ้นกำลังซื้อ

 

ผู้ประกอบการเสนอเร่งมาตรการทางการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้ธุรกิจล้มเป็นโดมิโน

 

  • Soft Loan ดอกเบี้ย 1.5% เทียบเท่า 3 จังหวัดชายแดนใต้

  • เงินกู้ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน

  • ตลาดนัดราคาพิเศษ–CSR จากบริษัทใหญ่ เพื่อให้คนในพื้นที่ซ่อมบ้าน–ซ่อมร้านได้ทัน

  • เสนอ “คูปองบริจาค” ให้คนทั่วประเทศซื้อ เพื่อหมุนเงินในพื้นที่หาดใหญ่โดยตรง

 

ภาคการท่องเที่ยววิกฤตหนักสุด: นักท่องเที่ยวมาเลเซียยกเลิกการเดินทางจำนวนมาก

 

หาดใหญ่มีห้องพัก 20,000 ห้อง เปิดให้บริการจริงเหลือเพียง 5,000 ห้อง ผู้ประกอบการตั้งเป้า ‘เปิดให้ครบก่อนปีใหม่’ เพื่อให้เมืองกลับมามีรายได้

แต่ภาพลักษณ์เมืองที่เต็มไปด้วยโคลน-ขยะ ทำให้นักท่องเที่ยวมาเลเซียถอยทันที

 

ข้อเสนอเร่งด่วน:

 

  • เคลียร์ทางหลักให้สะอาดที่สุดก่อนตรุษจีน

  • ให้สายการบิน – ททท. ตรึงราคาตั๋ว

  • ดึง influencer คนหาดใหญ่ช่วยโปรโมต

  • จัดขบวนรถไฟพิเศษ Big Cleaning Day” เพื่อดึงอาสา- ท่องเที่ยวเข้าพื้นที่พร้อมกัน

ภาคประชาชนสะท้อนเสียงจริงจากพื้นที่

 

“อย่าคิดว่ามันจบแล้ว นี่อาจจะเป็นวิกฤตหลังวิกฤต ถ้าหาดใหญ่ไม่เหมือนเดิม เมืองอาจกลับมาไม่ได้อีกเลย”

 

“95% ของเมืองเสียหาย คนมองว่าจบแล้ว แต่เรายังยืนไม่ได้”

 

“หาดใหญ่ที่รุ่งเรือง 30-40 ปี พัดไปกับน้ำหมดแล้ว”

 

“เราเสียภาษี แต่สิ่งที่ได้กลับมามันน้อยเกินไป”

 

โจทย์ใหญ่: ฟื้นเมือง ฟื้นคน ฟื้นเศรษฐกิจ

 

ทีม War Room เสนอ 3 กรอบงานหลักในเฟสฟื้นฟู

 

1)ฟื้นเมือง (Restart the City)

 

  • เก็บขยะ 
  • ลดฝุ่น 
  • ซ่อมถนน 
  • ตั้งคลังเก็บวัสดุซ่อมบ้านส่วนกลาง

 

2)ฟื้นเศรษฐกิจ (Restart & Reimagine Hatyai)

 

  • จับคู่ภาคธุรกิจใหญ่กับฐาน SME 
  • เร่งสภาพคล่อง soft loan มาตรการ matching เมือง

 

3)ฟื้นคน การศึกษา สุขภาพจิต

  • ป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา
  • เยียวยาจิตใจหลังน้ำท่วม
  • รับมือโรคฉี่หนู โรคทางเดินหายใจ PTSD

 

สารสื่อสารที่หาดใหญ่ต้องการให้ประเทศไทยได้ยิน

 

“ช่วยลงมาฟื้นฟู ช่วยให้เรายืนได้อีกครั้ง อย่าคิดว่ามันจบแล้ว เพราะเราอาจไม่ฟื้นกลับมาเหมือนเดิม”

 

นี่คือเสียงร้องของเมืองเศรษฐกิจอันดับหนึ่งภาคใต้ ที่วันนี้กำลังอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างการฟื้นตัว กับการหายไปจากแผนที่เศรษฐกิจไทย

The post หาดใหญ่หลังน้ำท่วมยังไม่จบ ภาคประชาชน-เอกชน เร่งฟื้นเมือง-เศรษฐกิจ ก่อนทุกอย่างสายเกินไป appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลรายงานยอดโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้แล้วกว่า 700,000 ครัวเรือน วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท https://thestandard.co/flood-relief-payment-6000-million-thb-south/ Thu, 11 Dec 2025 07:13:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1153510 รัฐบาลรายงานยอดโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้แล้วกว่า 700,000 ครัวเรือน วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท

วันนี้ (11 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำส […]

The post รัฐบาลรายงานยอดโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้แล้วกว่า 700,000 ครัวเรือน วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลรายงานยอดโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้แล้วกว่า 700,000 ครัวเรือน วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท

วันนี้ (11 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2568 แบบเหมาจ่ายในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท ใน 4 รูปแบบ ดังนี้

 

1. ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย
2. ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกิน 7 วันขึ้นไป
3. ที่อยู่อาศัยประจำที่ถูกน้ำล้อมรอบจนส่งผลกระทบทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป
4. ที่อยู่อาศัยประจำในอาคารสูงที่น้ำท่วมไม่ถึงชั้นที่ผู้ประสบภัยพักอาศัย แต่ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ ติดต่อกันเกิน 7 วันขึ้นไป

 

ข้อมูล ณ ปัจจุบัน (11 ธันวาคม 2568) รัฐบาลโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และธนาคารออมสิน ได้โอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว 10 ครั้ง (1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ธันวาคม 2568) ใน 9 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย สงขลา ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สตูล และสุราษฎร์ธานี จำนวน 730,932 ครัวเรือน รวม 6,578,388,000 บาท

 

โดยที่จังหวัดสงขลา 252,202 ครัวเรือน (เฉพาะ อ.หาดใหญ่ 148,653 ครัวเรือน) จังหวัดตรัง 287 ครัวเรือน จังหวัดนครศรีธรรมราช 215,055 ครัวเรือน จังหวัดนราธิวาส 7,224 ครัวเรือน จังหวัดปัตตานี 72,105 ครัวเรือน จังหวัดพัทลุง 5,413 ครัวเรือน จังหวัดยะลา 2,423 ครัวเรือน จังหวัดสตูล 25,625 ครัวเรือน และ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1,945 ครัวเรือน โอนเงินไม่สำเร็จจำนวน 28,455 ครัวเรือน

 

รัฐบาลขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน ติดต่อธนาคารใดก็ได้ เพื่อผูกบัญชีโดยเร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็วที่สุด และประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยช่วงฤดูฝน ปี 2568 ผ่านช่องทาง https://flood68.disaster.go.th/Dashboard/BoardHelpRegister โดยระบุหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนในการตรวจสอบ

The post รัฐบาลรายงานยอดโอนเงินเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้แล้วกว่า 700,000 ครัวเรือน วงเงินกว่า 6,000 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปภ. มั่นใจฟื้นฟูหาดใหญ่เสร็จตามเป้า ‘7 วันกลับบ้าน 14 วันสะอาด’ เตรียมส่งมอบพื้นที่สัปดาห์นี้ ขณะที่พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูเพิ่มมากขึ้น https://thestandard.co/hat-yai-restoration-leptospirosis-rise/ Thu, 11 Dec 2025 06:33:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1153491 ปภ. มั่นใจฟื้นฟูหาดใหญ่เสร็จตามเป้า ‘7 วันกลับบ้าน 14 วันสะอาด’ เตรียมส่งมอบพื้นที่สัปดาห์นี้ ขณะที่พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูเพิ่มมากขึ้น

วันนี้ (11 ธันวาคม) ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันแ […]

The post ปภ. มั่นใจฟื้นฟูหาดใหญ่เสร็จตามเป้า ‘7 วันกลับบ้าน 14 วันสะอาด’ เตรียมส่งมอบพื้นที่สัปดาห์นี้ ขณะที่พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูเพิ่มมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปภ. มั่นใจฟื้นฟูหาดใหญ่เสร็จตามเป้า ‘7 วันกลับบ้าน 14 วันสะอาด’ เตรียมส่งมอบพื้นที่สัปดาห์นี้ ขณะที่พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูเพิ่มมากขึ้น

วันนี้ (11 ธันวาคม) ธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือเยียวยาในพื้นที่ภาคใต้

 

ธีรพัฒน์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, ตรัง และสงขลา โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ภารกิจฟื้นฟูมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 74.68% จากการระดมกำลังพลเกือบ 3,000 นาย และเครื่องจักรกลกว่า 500 รายการ เพื่อขนย้ายขยะกว่า 8 หมื่นตัน และทำความสะอาดถนนไปแล้วเกือบ 300 กิโลเมตร

 

ธีรพัฒน์ กล่าวว่าจะเสร็จสิ้นตามข้อสั่งการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีฯ และคาดว่าจะมีการ ประกาศลดระดับภัยเป็นระดับ 2 พร้อมส่งมอบพื้นที่ให้จังหวัดสงขลาบริหารจัดการต่อได้ภายในสัปดาห์นี้

 

สำหรับการบริหารจัดการขยะมหาศาลหลังน้ำลด ทางจังหวัดได้เร่งเดินเครื่องเตาเผาขยะเต็มกำลัง พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อเพื่อลดกลิ่นเหม็นและป้องกันน้ำเสียไหลลงแหล่งน้ำ ส่วนด้านสาธารณสุข พบว่าขณะนี้มีผู้ป่วยโรคฉี่หนู เพิ่มมากขึ้น จึงได้เร่งกระจายยา Doxycycline หน้ากากอนามัย และยารักษาโรคน้ำกัดเท้าให้ประชาชน พร้อมส่งทีม MCATT ดูแลสุขภาพจิตผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

 

อธิบดี ปภ. ได้แจ้งเตือนสภาพอากาศในช่วงวันที่ 11-16 ธันวาคม คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคใต้ โดยแบ่งช่วงเวลาดังนี้:

 

  • 11-12 ธันวาคม: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช (ฝนหนัก) / พัทลุง, สงขลาตอนบน (ปานกลาง-หนัก)
  • 13-16 ธันวาคม: สงขลา (ฝนหนัก)
  • หลัง 14 ธันวาคม: กลุ่มฝนเคลื่อนตัวลงสู่ ยะลา, ปัตตานี, นราธิวาส

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าลักษณะฝนจะเป็นกลุ่มที่เคลื่อนตัวผ่านไป ไม่ตกแช่เหมือนครั้งก่อน จึงไม่น่าห่วงเรื่องน้ำท่วมหนัก แต่อาจมีน้ำท่วมขังจากการอุดตันของท่อระบายน้ำ ทั้งนี้ ปภ. เตรียมพร้อมระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ไปยังโทรศัพท์มือถือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงทันทีหากพบอันตราย

The post ปภ. มั่นใจฟื้นฟูหาดใหญ่เสร็จตามเป้า ‘7 วันกลับบ้าน 14 วันสะอาด’ เตรียมส่งมอบพื้นที่สัปดาห์นี้ ขณะที่พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูเพิ่มมากขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงขลาถกรับมือฝนหนักรอบใหม่ 11-18 ธ.ค. คาดจัดการได้ พร้อมกำชับท้องถิ่นเดินหน้าเยียวยา เฝ้าระวังโรคฉี่หนู https://thestandard.co/songkhla-rain-response-dec2025/ Thu, 11 Dec 2025 02:14:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1153370 สงขลา ถกรับมือฝนหนักรอบใหม่ 11-18 ธ.ค. คาดจัดการได้ พร้อมกำชับท้องถิ่นเดินหน้าเยียวยา เฝ้าระวังโรคฉี่หนู

วานนี้ (10 ธันวาคม) รัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัด […]

The post สงขลาถกรับมือฝนหนักรอบใหม่ 11-18 ธ.ค. คาดจัดการได้ พร้อมกำชับท้องถิ่นเดินหน้าเยียวยา เฝ้าระวังโรคฉี่หนู appeared first on THE STANDARD.

]]>
สงขลา ถกรับมือฝนหนักรอบใหม่ 11-18 ธ.ค. คาดจัดการได้ พร้อมกำชับท้องถิ่นเดินหน้าเยียวยา เฝ้าระวังโรคฉี่หนู

วานนี้ (10 ธันวาคม) รัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พร้อมด้วย พล.ต. ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 42 เข้าร่วมการประชุม เพื่อเตรียมการรับมือกรณีฝนอาจตกหนักในระลอกใหม่ รวมถึงหารือเรื่องการปรับลดระดับสถานการณ์เป็นระดับ 2 เพื่อให้อำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้ามาดำเนินการต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในการประชุม ศูนย์อุตุนิยมวิทยารายงานคาดการณ์สภาพอากาศช่วงกลางเดือนธันวาคม โดยระบุว่าในวันที่ 11-12 ธันวาคม จะได้รับอิทธิพลจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ส่งผลให้บางพื้นที่อาจมีฝนตกหนัก แต่จังหวัดสงขลาจะมีฝนอยู่ในระดับปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณอำเภอระโนด

 

ส่วนช่วงเฝ้าระวังสำคัญคือวันที่ 14-17 ธันวาคม ซึ่งอาจมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางในพื้นที่อำเภอเทพา สะบ้าย้อย นาทวี และหาดใหญ่ คาดการณ์ปริมาณฝนสะสมราว 50-60 มิลลิเมตร ซึ่งยังสามารถบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้นหลังวันที่ 17-18 ธันวาคม โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ที่คาดว่าจะเข้าสู่เขตปลอดภัย

 

ด้านสถานการณ์น้ำในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังในจุดลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง รวมถึงผลกระทบจากน้ำทะเลหนุน โดยจังหวัดสงขลาได้ติดตามระดับน้ำในคลองสายหลักอย่างต่อเนื่อง พบว่าระดับน้ำในคลอง ร.1 ลดลงแล้วประมาณ 1.6 เมตร แสดงให้เห็นถึงการระบายน้ำที่ดีขึ้น พร้อมประเมินว่า หากปริมาณฝนที่ตกลงมาไม่เกิน 250 มิลลิเมตร จังหวัดยังสามารถบริหารจัดการน้ำได้

 

ขณะเดียวกัน อำเภอระโนดรายงานว่า แม้น้ำลดลงต่อเนื่อง แต่พบปัญหาน้ำเน่าเสียจากการท่วมขังเป็นเวลานาน ทำให้อำเภอจัดซื้อหัวเชื้อ EM แจกจ่ายประชาชนโดยด่วน พร้อมให้สำนักงานสาธารณสุขเข้าดูแลด้านสุขอนามัย ส่วนประชาชนที่เคยอพยพได้ทยอยเดินทางกลับสู่ที่พักแล้ว สะท้อนถึงแนวโน้มสถานการณ์ที่ดีขึ้น

 

สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมช่วงวันที่ 11-18 ธันวาคม จังหวัดสงขลาได้กำหนดแผนเผชิญเหตุไว้ชัดเจน โดยจะไม่รอให้ระดับน้ำสูงขึ้นก่อน แต่ให้หน่วยงานดำเนินการอพยพกลุ่มเปราะบางออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที พร้อมแบ่งพื้นที่รับมือสถานการณ์ออกเป็น 4 เขตปฏิบัติการ และกำหนดโครงสร้างการบัญชาการ 2 ระดับ คือ ระดับอำเภอในช่วงสถานการณ์เริ่มต้น และระดับผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่อสถานการณ์ทวีความรุนแรง คาดว่าการปรับลดระดับภัยเข้าสู่ระดับ 2 อาจเกิดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคมนี้

 

ในช่วงการฟื้นฟูหลังสถานการณ์น้ำลด จังหวัดสงขลาได้เร่งดำเนินการบริหารจัดการขยะและสิ่งปฏิกูลที่ตกค้างในเขตเมืองหาดใหญ่ เพื่อคืนความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับพื้นที่ โดยระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการขนย้ายขยะไปยังจุดพักรอการกำจัด ณ โรงกำจัดขยะเกาะแต้วอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูพื้นที่สาธารณะและจุดสำคัญในเขตเมืองให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคมนี้

 

ส่วนมาตรการเยียวยา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้เน้นย้ำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง เร่งรัดการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลผู้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 9,000 บาทต่อครัวเรือน การช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือน ไม่เกิน 49,500 บาท และเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 2,000,000 บาท ให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามกรอบเวลาที่กำหนด เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

 

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาเร่งยกระดับมาตรการเฝ้าระวังโรคติดต่อหลังน้ำลด โดยเฉพาะ โรคเลปโทสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน และพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มประชาชนที่มีการลงน้ำหรือสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง โดยล่าสุดจังหวัดสงขลารายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีก 1 ราย

The post สงขลาถกรับมือฝนหนักรอบใหม่ 11-18 ธ.ค. คาดจัดการได้ พร้อมกำชับท้องถิ่นเดินหน้าเยียวยา เฝ้าระวังโรคฉี่หนู appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่คืบหน้า 70% รัฐบาลมั่นใจตามเป้า 14 วันเมืองสะอาด พร้อมสั่งรับมือฝนระลอกใหม่ภาคใต้ 11-16 ธ.ค. นี้ https://thestandard.co/hatyai-flood-recovery-update/ Wed, 10 Dec 2025 07:03:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1153188 ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่คืบหน้า 70% รัฐบาลมั่นใจตามเป้า 14 วันเมืองสะอาด พร้อมสั่งรับมือฝนระลอกใหม่ภาคใต้ 11-16 ธ.ค. นี้

วันนี้ (10 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำส […]

The post ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่คืบหน้า 70% รัฐบาลมั่นใจตามเป้า 14 วันเมืองสะอาด พร้อมสั่งรับมือฝนระลอกใหม่ภาคใต้ 11-16 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่คืบหน้า 70% รัฐบาลมั่นใจตามเป้า 14 วันเมืองสะอาด พร้อมสั่งรับมือฝนระลอกใหม่ภาคใต้ 11-16 ธ.ค. นี้

วันนี้ (10 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ตามเป้าหมายการฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้ภารกิจ 7 วันกลับบ้าน 14 วันเมืองสะอาด ตามข้อสั่งการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 9 ธันวาคม) การดำเนินงานมีความคืบหน้าไปแล้วมากกว่า 70% โดยสามารถขนย้ายขยะไปทิ้งแล้วถึง 71,336 ตัน และทำความสะอาดถนนไปแล้ว 254.98 กิโลเมตร จากเป้าหมายทั้งหมด 394.3 กิโลเมตร

 

สิริพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์ในระยะถัดไป รัฐบาลได้กำชับให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ 9 จังหวัด (ภาคใต้ 8 จังหวัด และภาคกลาง 1 จังหวัด) ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 11 – 16 ธันวาคม โดยแบ่งช่วงการเฝ้าระวังดังนี้:

 

  • ​​ ● 11 – 12 ธันวาคม : ฝนตกหนักหลายพื้นที่บริเวณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ส่วนพื้นที่ที่ต้องระวังฝนตกหนักมาก ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง และสงขลา
  • ​​ ● 13 – 16 ธันวาคม : ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่อง บริเวณ จ.นครศรีธรรมราช, พัทลุง, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส

 

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยายืนยันว่า ลักษณะฝนที่จะตกในรอบนี้ ไม่มีลมร่องมรสุมเข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนรอบที่ผ่านมา โดยพายุจะเคลื่อนผ่านแล้วเคลื่อนตัวออกไป ทำให้ฝนที่ตกจะไม่ใช่ลักษณะการตกแช่และตกสะสมเหมือนเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งก่อน

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่สงขลาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมแผนป้องกันและรับมือกับฝนที่จะตกในพื้นที่ภาคใต้ โดยได้สั่งการให้จังหวัดสำรวจความพร้อมของศูนย์พักพิงชั่วคราว ทั้งระบบน้ำ ไฟฟ้า จำนวนที่รองรับผู้อพยพ

 

รวมถึงจัดหาศูนย์พักพิงสำรองหากจำเป็นต้องขยายพื้นที่ นอกจากนี้ยังให้เตรียมสิ่งของสำรอง ทั้งน้ำดื่ม อาหาร ยารักษาโรค เครื่องนอน และตรวจสอบยืนยันตัวบุคคลผู้ประสานงานประจำศูนย์ฯ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีระบบหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

The post ฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่คืบหน้า 70% รัฐบาลมั่นใจตามเป้า 14 วันเมืองสะอาด พร้อมสั่งรับมือฝนระลอกใหม่ภาคใต้ 11-16 ธ.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.อุตสาหกรรม บินหาดใหญ่ คืนรอยยิ้มให้เด็กๆ ฟื้นโรงเรียนและครอบครัวหลังน้ำท่วม https://thestandard.co/deputy-minister-hat-yai-flood-relief/ Wed, 10 Dec 2025 03:14:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1153060 รมช.อุตสาหกรรม บินหาดใหญ่ คืนรอยยิ้มให้เด็กๆ ฟื้นโรงเรียนและครอบครัวหลังน้ำท่วม

วานนี้ (9 ธันวาคม) จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช […]

The post รมช.อุตสาหกรรม บินหาดใหญ่ คืนรอยยิ้มให้เด็กๆ ฟื้นโรงเรียนและครอบครัวหลังน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.อุตสาหกรรม บินหาดใหญ่ คืนรอยยิ้มให้เด็กๆ ฟื้นโรงเรียนและครอบครัวหลังน้ำท่วม

วานนี้ (9 ธันวาคม) จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นำทีมตรวจราชการและร่วมกิจกรรม Big Cleaning Day ‘ล้างโคลน ล้างใจ ขจัดคราบอุทกภัย คืนรอยยิ้มสู่ชุมชน’ มุ่งฟื้นฟูพื้นที่รอบนิคมฯ และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะโรงเรียนและเด็กนักเรียนในพื้นที่หาดใหญ่ ให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตและเรียนหนังสือได้อย่างปกติเร็วที่สุด

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีภาดาท์ วรกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พีรวัส สมวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และคณะทำงาน ร่วมติดตามสถานการณ์ ณ สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา

 

รมช.อุตสาหกรรม บินหาดใหญ่ คืนรอยยิ้มให้เด็กๆ ฟื้นโรงเรียนและครอบครัวหลังน้ำท่วม 1

 

จ่าเอก ยศสิงห์ ได้ทำพิธีปล่อยขบวนรถและทีม Big Cleaning Day ลงพื้นที่ทำความสะอาดโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม และชุมชนใกล้เคียงที่ยังมีคราบดินโคลนและสิ่งสกปรกหลงเหลืออยู่จากอุทกภัย พร้อมมอบปลั๊กสามตา แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) เครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็น รวมถึงถุงยังชีพ ส่งต่อถึงมือประชาชน นักเรียน และผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

 

ในโอกาสนี้ รมช.อุตสาหกรรมยังได้รับฟังรายงานความเสียหายจากอุทกภัยต่อสถานศึกษา 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดเจริญราษฎร์ และโรงเรียนวัดหูแร่ อำเภอหาดใหญ่ พร้อมสั่งการให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย “ระดมทรัพยากรอย่างสุดความสามารถ” เพื่อเร่งฟื้นฟูโรงเรียน ทั้งด้านระบบไฟฟ้า ห้องเรียน อุปกรณ์การเรียน และสภาพแวดล้อมในโรงเรียนให้กลับมาพร้อมเปิดสอนได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ

 

รมช.อุตสาหกรรม บินหาดใหญ่ คืนรอยยิ้มให้เด็กๆ ฟื้นโรงเรียนและครอบครัวหลังน้ำท่วม 2

 

“เด็กๆ คือหัวใจของการฟื้นฟูครั้งนี้ เราไม่ได้แค่ล้างโคลนจากพื้นถนน แต่กำลังช่วยล้างความกังวลของพ่อแม่ และคืนรอยยิ้มให้ลูกหลานที่หาดใหญ่ กระทรวงอุตสาหกรรมและการนิคมฯ จะสนับสนุนเต็มกำลัง ทั้งการทำความสะอาด การซ่อมแซม และการจัดหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เพื่อให้เด็กๆ กลับไปเรียนได้ดีที่สุด” จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าวให้กำลังใจครู นักเรียน และชุมชน

 

รมช.อุตสาหกรรมย้ำว่า การฟื้นฟูต้องเดินหน้าอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ ภายใต้นโยบาย ‘อุตสาหกรรมพึ่งพาได้’ ที่ไม่เพียงดูแลโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังต้องยืนเคียงข้างชุมชนรอบพื้นที่อุตสาหกรรมในทุกวิกฤต เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า เมื่อเกิดภัย กระทรวงอุตสาหกรรมจะไม่ทอดทิ้ง และจะเดินหน้าฟื้นฟูจนชุมชนกลับมายิ้มได้อีกครั้ง

 

รมช.อุตสาหกรรม บินหาดใหญ่ คืนรอยยิ้มให้เด็กๆ ฟื้นโรงเรียนและครอบครัวหลังน้ำท่วม 3

The post รมช.อุตสาหกรรม บินหาดใหญ่ คืนรอยยิ้มให้เด็กๆ ฟื้นโรงเรียนและครอบครัวหลังน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. อนุมัติค่าปลงศพน้ำท่วมใต้เพิ่ม 8 จังหวัด-จ่ายเยียวยา 9,000 บาทถ้วนหน้า พร้อมแจกเพิ่มตามขั้นบันได สูงสุด 20,000 บาท https://thestandard.co/cabinet-approves-9000-flood-compensation/ Tue, 09 Dec 2025 07:52:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1152757 ครม. อนุมัติค่าปลงศพน้ำท่วมใต้เพิ่ม 8 จังหวัด-จ่ายเยียวยา 9,000 บาทถ้วนหน้า พร้อมแจกเพิ่มตามขั้นบันได สูงสุด 20,000 บาท

วันนี้ (9 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำ […]

The post ครม. อนุมัติค่าปลงศพน้ำท่วมใต้เพิ่ม 8 จังหวัด-จ่ายเยียวยา 9,000 บาทถ้วนหน้า พร้อมแจกเพิ่มตามขั้นบันได สูงสุด 20,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. อนุมัติค่าปลงศพน้ำท่วมใต้เพิ่ม 8 จังหวัด-จ่ายเยียวยา 9,000 บาทถ้วนหน้า พร้อมแจกเพิ่มตามขั้นบันได สูงสุด 20,000 บาท

วันนี้ (9 ธันวาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย ขออนุมัติงบประมาณเยียวยาค่าปลงศพน้ำท่วมภาคใต้ เพิ่มอีก 8 จังหวัด นอกเหนือจากจังหวัดสงขลา ซึ่งงบประมาณจะนำมาจาก 2 แหล่ง ได้แก่ กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี 164 ล้านบาท และงบกลางนายกรัฐมนตรี 164 ล้านบาท โดยการจ่ายเงินค่าปลงศพจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการจังหวัดพิจารณา ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด

 

นอกจากนั้น ที่ประชุม ครม. ยังอนุมัติงบประมาณตามที่กระทรวงมหาดไทย ขอรับการสนับสนุนงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเพิ่มเติม สำหรับอุทกภัยทั้งประเทศ นอกจากจะเยียวยาทุกครัวเรือน 9,000 บาทแล้ว ยังจะมีการเยียวยาเพิ่มเติมตามขั้นบันได

 

เช่น น้ำท่วมเกิน 30 วัน ได้รับเพิ่ม 5,000 บาท, เกิน 60 วันได้รับ 10,000 บาท, เกิน 90 วันได้รับ 15,000 บาท และเกิน 120 วัน ได้รับ 20,000 บาท ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการเปิดจ่ายทั้งหมด 1,526,274 ครัวเรือน รวมเป็นเงินกว่า 12,192 ล้านบาท และต้องจ่ายเพิ่มเติม

 

ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยจึงขอรับงบประมาณสนับสนุนอีกกว่า 14,000 ล้านบาท พร้อมปรับหลักเกณฑ์ผู้ประสบปัญหาอุทกภัย จากเดิมที่ต้องได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดจากผู้นำชุมชน หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่หากรายใดไม่ได้รับการรับรองจะต้องจัดการประชาคม ดังนั้น จึงมีการตัดขั้นตอนการทำประชาคมออก เพื่อลดความยุ่งยาก ใช้เพียงการรับรองเพียงขั้นตอนเดียว

 

โฆษกรัฐบาลยังเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ผลกระทบน้ำท่วมเยียวยาโดยเฉพาะภาคใต้ หลังรับทราบว่าประชาชนที่มาลงระบบออนไลน์ยังไม่ได้รับความสะดวก เนื่องจากมีการดำเนินการที่ล่าช้าจึงได้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เร่งแก้ไขปรับปรุงระบบการจ่ายเงินให้กับประชาชนให้เร็วที่สุด

The post ครม. อนุมัติค่าปลงศพน้ำท่วมใต้เพิ่ม 8 จังหวัด-จ่ายเยียวยา 9,000 บาทถ้วนหน้า พร้อมแจกเพิ่มตามขั้นบันได สูงสุด 20,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง https://thestandard.co/pheu-thai-hat-yai-flood-recovery/ Sun, 07 Dec 2025 05:46:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1152016 เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง

วันนี้ (7 ธันวาคม) ที่ชุมชนโคกสมาน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัด […]

The post เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง

วันนี้ (7 ธันวาคม) ที่ชุมชนโคกสมาน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส. เชียงใหม่ หัวหน้าพรรค ร่วมกับ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ร่วมกันติดตามสถานการณ์ฟื้นฟูพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ พร้อมให้กำลังใจผู้ประสบภัยและอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชน

 

ช่วงหนึ่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะ ได้เดินเยี่ยมเยือนตามบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนในชุมชนโคกสมาน พบว่าบ้านเรือนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ชาวบ้านต่างเล่าเหตุการณ์นาทีชีวิตในการเผชิญเหตุอุทกภัย ซึ่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้ให้กำลังใจ พร้อมยืนยันจะทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

 

จุลพันธ์กล่าวว่า ภารกิจของวันนี้เป็นการทำงานร่วมกันกับพรรคประชาชาติ โดยที่ผ่านมาทั้งสองพรรคได้เข้าช่วยเหลือในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เกิดเหตุ จะเห็นจากการระดมสิ่งของเครื่องใช้หรืออาหารในการยังชีพมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ภายหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในช่วงนี้จึงอยู่ในช่วงเร่งฟื้นฟูเพื่อให้ชาวบ้านได้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ที่ผ่านมาทั้งสองพรรคได้ร่วมกันส่งอาสาสมัครเข้ามาในพื้นที่แล้วจำนวนหลายร้อยคน โดยมีอาสาสมัครบางส่วนมาจากสามจังหวัดชายแดนใต้

 

ทั้งนี้ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ความเห็นต่อการบริหารจัดการของรัฐบาลว่า ในช่วงวิกฤตที่ผ่านถือว่าการสื่อสารในการรับมือของรัฐบาลเป็นไปด้วยความล้มเหลว ไม่ควรให้เกิดสภาวะที่ประชาชนเกิดความสงสัย ควรมีความชัดเจนในการพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต เพื่อให้ญาติพี่น้องได้นำไปทำพิธีตามหลักศาสนา

 

ขณะเดียวกัน สภาพบ้านเรือนในพื้นที่เสียหายอย่างหนัก จุลพันธ์มองว่า นายกรัฐมนตรีต้องเร่งสั่งการเยียวยาให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งหาดใหญ่ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจสำคัญของประเทศ เนื่องจากได้รับความนิยมทั้งจากคนไทยและต่างประเทศ รัฐบาลควรเร่งออกแพ็กเก็จในการกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวอย่างเร็วที่สุด

 

“เราเห็นกองขยะสูงเท่าตึกสามชั้น ตรงจุดนี้กำลังของประชาชนและอาสาสมัครคงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีหน่วยงานรัฐระดมกำลังเข้ามาบูรณาการช่วยเหลืออย่างจริงจัง หากปล่อยแบบนี้คาดว่าอีก 2 เดือนกลับมา ก็ยังจะเห็นภูเขาขยะเท่าตึกสองสามชั้นเหมือนเดิม” จุลพันธ์กล่าว

 

ด้าน พ.ต.อ. ทวีกล่าวเสริมว่า ทั้งสองพรรคได้ร่วมกันทำงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงนี้เรายึดถือภารกิจว่าจะทำให้แต่ละซอยกลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว จากการรับฟังเสียงชาวบ้านพบว่าเจอปัญหาการบริหารจัดการของภาครัฐ ทำให้เกิดผลกระทบทั้งการสัญจรและสุขอนามัย

 

ในส่วนการระดมอาสาสมัคร จะมีเยาวชนจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ เข้ามาฟื้นฟูในพื้นที่อีกร่วม 500 คน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีสะท้อนให้เห็นความมีน้ำใจและความสามัคคีกัน ซึ่งที่ผ่านมาเวลาเกิดเหตุอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัด ประชาชนหาดใหญ่ก็จะระดมกำลังกันไปช่วยเหลือมาโดยตลอด

 

ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจในจุดที่ 1 พรรคเพื่อไทยจะเดินทางลงพื้นที่ไปยังสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประธานและคณะกรรมการอิสลาม จากนั้นจะเดินทางไปพบปะและให้กำลังใจผู้ประสบอุทกภัย ที่โรงแรมสิงห์โกลเด้นเพลส

 

ในการนี้ คณะกรรมการบริหารพรรค, สส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ร่วมลงพื้นที่ด้วย เช่น ทพญ. ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ นายทะเบียนพรรค,
อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส. แบบบัญชีรายชื่อ กรรมการบริหารพรรค, ตรีชฎา ศรีธาดา ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. เพชรบูรณ์ เขต 3 พรรคเพื่อไทย และตัวแทนผู้เข้าร่วมโครงการ Pheu Thai Young Professionals Program (YPP)

 

เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง 1
เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง 2
เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง 3
เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง 4
เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง 5
เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง 6
เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง 7
เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง 8

The post เพื่อไทยผนึกประชาชาติ ติดตามการฟื้นฟูหาดใหญ่ เร่งส่งอาสาสมัครเข้าช่วยต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ พาทีมคมนาคมร่วมถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ ชูแผนวงแหวน-คลองระบายน้ำ แก้ปัญหาเมืองเสี่ยงน้ำท่วม https://thestandard.co/transport-hatyai-flood-lesson/ Sat, 06 Dec 2025 12:42:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1151957 พิพัฒน์ พาทีมคมนาคมร่วมถอดบทเรียนน้ำท่วม หาดใหญ่ ชูแผนวงแหวน-คลองระบายน้ำ แก้ปัญหาเมืองเสี่ยงน้ำท่วม

วันนี้ (6 ธันวาคม) ที่ห้องประชุมต้นปาล์ม ศูนย์ป้องกันแล […]

The post พิพัฒน์ พาทีมคมนาคมร่วมถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ ชูแผนวงแหวน-คลองระบายน้ำ แก้ปัญหาเมืองเสี่ยงน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ พาทีมคมนาคมร่วมถอดบทเรียนน้ำท่วม หาดใหญ่ ชูแผนวงแหวน-คลองระบายน้ำ แก้ปัญหาเมืองเสี่ยงน้ำท่วม

วันนี้ (6 ธันวาคม) ที่ห้องประชุมต้นปาล์ม ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เข้าร่วมการประชุมวิชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช่วย)โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมกับ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลการจัดทำแผนป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

 

พิพัฒน์เปิดเผยว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในอำเภอหาดใหญ่ครั้งล่าสุด ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าระบบระบายน้ำเดิมของเมืองไม่เพียงพอรองรับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไป โดยน้ำได้หลากเข้าสู่เขตเมืองพร้อมกันถึง 3 ทิศทาง ได้แก่

 

1. ทิศตะวันออกจากเขาคอหงส์-เขาน้ำกระจาย
2. ทิศตะวันตกจากอำเภอรัตภูมิ ผ่านคลอง ร.1 คลอง ร.3 คลอง ร.5 และคลองหวะ
3. ทิศใต้จากอำเภอสะเดา ผ่านคลองทุ่งหมอ-คลองทุ่งวัด

 

ขณะที่ทางระบายน้ำออกเมืองมีเพียงเส้นทางเดียว คือ การไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาทางทิศเหนือผ่านคลองอู่ตะเภา ทำให้ระดับน้ำในคลองหลักสูงกว่าตลิ่ง 2–3 เมตร สถานีสูบน้ำไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และเกิดน้ำท่วมรุนแรงในเขตเมืองชั้นในอย่างที่ปรากฏ

 

พิพัฒน์ กล่าวว่า จากการมอบหมายของนายกรัฐมนตรี ตนเอง และบวรศักดิ์ ได้ร่วมกันถอดบทเรียนเชิงลึกที่สงขลา-หาดใหญ่ จึงได้พาทีมผู้บริหารกระทรวงคมนาคมลงพื้นที่สำรวจทั้งต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวงชนบท อธิบดีกรมเจ้าท่า อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมประชุมหารือในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นและนักวิชาการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

“เราไม่ได้มองแค่งานฟื้นฟูหลังน้ำลด แต่ต้องมองให้ครบทั้งโครงสร้างน้ำและโครงสร้างทาง ลึกไปถึงผังเมืองระยะ 20–30 ปีข้างหน้า เมืองหาดใหญ่ต้องไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำอีก” พิพัฒน์กล่าว

 

สำหรับ แนวทางระยะสั้น กระทรวงคมนาคมจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ อาทิ ขยายความกว้างและความลึกของคลองหลักรอบเมือง ได้แก่ คลอง ร.1, ร.3, ร.5, คลองเตย, คลองหวะ, ติดตั้งและปรับปรุงประตูน้ำ–สถานีสูบน้ำในจุดยุทธศาสตร์ และเปิดทางให้น้ำบางส่วนไหลออกทางคลอง ร.5 เพื่อเพิ่มทิศทางระบายน้ำลงทะเลสาบสงขลา ไม่ให้กระจุกอยู่ที่คลองอู่ตะเภาเพียงเส้นเดียว

 

ขณะเดียวกัน แนวทางระยะยาว จะใช้การก่อสร้างถนนวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ของกระทรวงคมนาคมเป็นโครงสร้างหลักในการจัดการน้ำ ควบคู่กับการจราจร โดยออกแบบถนนวงแหวนให้ ไม่กลายเป็นกำแพงกั้นน้ำ แต่ทำหน้าที่เป็นแนวระบายออกจากเมือง ผ่านการสร้างคลองระบายน้ำคู่ขนานตลอดแนววงแหวน ความกว้างประมาณ 50 เมตร ลึก 4-5 เมตร พร้อมระบบประตูน้ำและสถานีสูบน้ำเป็นช่วง ๆ เพื่อผลักดันน้ำออกสู่ทะเลสาบสงขลาอย่างรวดเร็ว

 

“ถนนวงแหวนเส้นใหม่ จะไม่ใช่แค่ช่วยแก้รถติด แต่จะช่วยแก้น้ำท่วมไปพร้อมกัน เมื่อน้ำมาจากสามทิศ ทางออกต้องมากกว่าหนึ่งทิศ และต้องวางไว้ตั้งแต่วันนี้ในแบบถาวร” นายพิพัฒน์ย้ำ

 

พิพัฒน์ยังเสนอให้โครงการดังกล่าวเป็น โครงการบูรณาการระดับชาติ ที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างน้อย 3–4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงคมนาคม (ถนนวงแหวนและท่าเรือ)

 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กรมชลประทาน), กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงให้สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เข้ามารับผิดชอบจัดทำ แผนแม่บทระบบน้ำของเมืองหาดใหญ่อย่างครบวงจร

The post พิพัฒน์ พาทีมคมนาคมร่วมถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่ ชูแผนวงแหวน-คลองระบายน้ำ แก้ปัญหาเมืองเสี่ยงน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก https://thestandard.co/anutin-satun-flood-govt-fault/ Sat, 06 Dec 2025 12:15:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1151946 อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก

วันนี้ (6 ธันวาคม) ที่จังหวัดสตูล เวลา 14.15 น. อนุทิน […]

The post อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก

วันนี้ (6 ธันวาคม) ที่จังหวัดสตูล เวลา 14.15 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์มายังค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ จังหวัดสตูล จากนั้นนายกรัฐมนตรีนั่งรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กง 3333 สตูล เดินทางต่อไปตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล และชุมชนชนาธิป เพื่อเยี่ยมเยียนผู้ประสบอุทกภัยและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนจำนวน 200 ถุง

 

เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงตลาดสดเทศบาลเมืองสตูล ได้เดินดูร้านค้าข้าว ซึ่งมีโกดังเก็บข้าวและได้รับความเสียหายจนข้าวเน่าเสีย นอกจากนี้ได้มีประธานหมู่บ้าน เจ้าของกิจการโรงแรม และประชาชนร้องเรียนเรื่องประตูระบายน้ำคลองมำบังที่อยู่ใกล้กับตลาดสด ซึ่งช่วงที่ฝนตกหนักมีน้ำไหลเข้าคลองมำบังจำนวนมาก แต่น้ำไม่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ เพราะประตูระบายน้ำดังกล่าวขวางทางน้ำ

 

จากนั้น สัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ได้พานายกรัฐมนตรีไปดูประตูระบายน้ำดังกล่าว พร้อมบอกว่า ไม่มีประโยชน์ทำให้น้ำท่วม ต้องรื้อทิ้ง ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า เทศบาลต้องไปปรึกษากันว่ามีประโยชน์หรือไม่ ถ้าไม่มีประโยชน์ก็เอาออก แต่ต้องไปทำประชาพิจารณ์ก่อน

 

จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวพบปะประชาชนที่มารอต้อนรับว่า ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่มารอนานแล้ว ตนมาจากหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่มีภัยน้ำท่วมเยอะเหมือนกัน ซึ่งระบบต่างๆ ที่ทำให้น้ำท่วมต้องทำให้สมบูรณ์ และทำให้ความเดือดร้อนพ้นไปได้เร็วที่สุด เมื่อสักครู่นายกเทศมนตรี นายกอบจ. ได้พาไปดูประตูน้ำคลองมำบัง โดยนายกรัฐมนตรีได้ถามประชาชนว่า เอาหรือไม่เอา ซึ่งประชาชนได้บอกว่า ไม่เอา

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เดี๋ยวจะให้นายกอบจ.ไปทำประชาพิจารณ์ แล้วพี่น้องประชาชนก็ไปให้ความเห็นว่า ถ้าไม่เอาก็จะรื้อทิ้ง แต่เราต้องฟังด้วยว่า มันมีประโยชน์อะไรหรือไม่ เมื่อกี้คุณลุงคนหนึ่งก็บอกว่า จะสร้างเป็นสะพานคนข้าม แต่ไปๆ มาๆ ทำไมเป็นสะพานที่มีประตูน้ำก็ไม่รู้ แต่ต่อให้มีหรือไม่มี ถ้าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร มันเสียหมดแล้ว มันใช้การไม่ได้แล้ว ถ้ามันกั้นน้ำไว้แบบนี้ ก็มีโอกาสทำให้น้ำไม่ระบาย น้ำก็เข้ามาท่วมในตัวเทศบาล

 

“ผมขอชื่นชมและเป็นกำลังใจในความอดทนของประชาชนที่เจอเรื่องอุทกภัยน้ำท่วม แต่เราก็จะไม่ทิ้งกัน ที่จังหวัดสตูลนี้ ประชาชนก็มีบุญคุณกับเรามากมายเลือกสส.ให้ตน 2 คน เขาต้องทำประโยชน์ให้กับประชาชน โดยให้เขามารับฟังปัญหาต่างๆ วันนี้ได้มาเห็นประชาชนที่มีขวัญกำลังใจที่ดีอยู่ เรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ป่วยการที่จะไปคิดถึง เราต้องมองไปข้างหน้า” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เดี๋ยวรัฐบาลจะมีแผนดำเนินการ เพื่อการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำซาก รัฐบาลก็ไม่ไหวที่จะทนเห็นสภาพแบบนี้ทุกปี จ่ายค่าทำโครงการสร้างประตูน้ำ แก้มลิง เพื่อป้องกันน้ำ แต่เผลอๆ จ่ายเงินค่าเยียวยาให้กับประชาชนมากกว่าพวกโครงการป้องกันน้ำเสียอีก ตนคิดว่าเมื่อทุกคนได้เห็นในสภาพนี้แล้ว ก็จะเร่งดำเนินการให้มีโครงการที่จะทำให้น้ำไม่ท่วมอีก วันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลได้ประกาศภัยพิบัติแล้ว ก็ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยา 9,000 บาทเบื้องต้นก่อน โดยจะมีเงินเยียวยาอย่างอื่นตามมาอีกก็ขอให้ไปดำเนินการให้เรียบร้อย

 

“ผมไม่ทราบจะพูดอย่างไร คนไหนรู้สึกขุ่นข้องหมองใจ ขัดเคืองใจ รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ก็ต้องบอกว่าเป็นความผิดของรัฐบาล เพราะเมื่อประชาชนเดือดร้อนเมื่อไหร่ รัฐบาลหนีความผิดไม่ได้ ก็ขอให้ประชาชนให้อภัยพวกเราด้วย เราก็จะตั้งใจทำงานดำเนินการโครงการทั้งหลายเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนอีก ขอบคุณที่มาพบกันในวันนี้ ก็ได้นำเอาข้าวของยังชีพมาฝากทุกท่านด้วย แต่อย่าลืมไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยาให้เรียบร้อย ขอให้ทุกคนโชคดีและขอให้สุขภาพแข็งแรง”
นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

จากนั้น เวลา 15.15 น. นายกรัฐมนตรี และคณะ เดินทางถึงโรงเรียนคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เพื่อมอบถุงยังชีพ 800 ชุด ให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมกล่าวว่า วันนี้มึน เพราะว่าเป็นหวัด รับประทานยาแก้หวัดมา อาจจะจำชื่อตำบลผิดไปบ้าง แต่จำพี่น้องจังหวัดสตูลได้ทุกคน เพราะคนสตูลเป็นผู้ที่ตนถือว่ามีบุญคุณกับตนเกือบ 10 ปีแล้ว ที่เราได้รู้จักกันทั้ง พิบูลย์ รัชกิจประการ (โกโต) และวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ (โกแพ) ได้นำตนมาที่จังหวัดสตูลหาเสียง มาพบปะกับพี่น้องประชาชนที่จังหวัดสตูลเป็นครั้งแรกที่ตนได้มาที่จังหวัดนี้

 

ตนและคณะได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่ เนื่องจากทราบว่ามีเหตุการณ์น้ำท่วม และความเดือดร้อน กับประชาชน โชคดีที่สตูลระบายน้ำได้เร็วกว่าอำเภอหาดใหญ่ แต่ก็ได้เห็นความเสียหายมากมายเพราะระดับน้ำเข้ามาค่อนข้างมาก เราจะหาวิธีที่จะเร่งช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ที่ประสบภัยให้เร็วที่สุด ทั้งเยียวยา ทั้งเงินที่นำมาให้ยืมเพื่อฟื้นฟูกิจการของตนเอง และเงินที่จะไปซ่อมแซมบ้านเรือน ทรัพย์สินสิ่งของต่างๆ ที่เกิดความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า เมื่อเช้า มาตรวจเยี่ยมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และหลังเที่ยงมาหาประชาชนที่จังหวัดสตูล ซึ่งได้เห็นว่าความเสียหาย เพราะสตูลพื้นที่เล็กกว่า แต่ความเสียหายก็ถือว่าทุกครัวเรือนเช่นกัน ทางรัฐบาลเร่งที่จะนำความช่วยเหลือให้ประชาชน วันนี้ตนมาตนเอาทีมงานมาด้วย เพราะทีมงานเหล่านี้ จะเป็นผู้ที่จะกลับไปช่วยตนในการคิดในการช่วยเหลือต่างๆ และอนุมัติความช่วยเหลือต่างๆ มาถึงประชาชน ทั้งนี้ ทีมงานที่มาวันนี้ทุกคน มาเพื่อช่วยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นไปอีก

 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวต่อว่า ตอนนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว เชื่อว่าตนมีความตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาในระยะยาวให้กับประชาชน สมัยก่อนตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พยายามที่จะดูแลสวัสดิภาพของอสม.ทั้งหลาย และในรัฐบาลที่แล้วตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็เห็นความทุกข์ความสุขของพี่น้องประชาชน ก็พยายามที่จะนำโครงการต่างๆมาแก้ไข

 

วันนี้ตนมาเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วจะใช้ประสบการณ์จากที่เป็นรัฐมนตรีหลายกระทรวง พยายามที่จะเข้าใจปัญหาของประชาชนปัญหาของจังหวัด และสนับสนุนทั้งโครงการต่างๆ การลงทุนเพื่อให้เกิดความสะดวกความปลอดภัยของประชาชนตนก็มีหน้าที่ทำให้มันเกิดขึ้นโดยเร็ว

 

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ถ้าจะถามว่าใช้เงินมากไหม ในการสร้างเขื่อนป้องกันน้ำ ก็มีค่าเท่ากันเพราะมันต้องใช้ เผลอๆใช้เงินน้อยกว่าที่ต้องเอาเงินมาเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประชาชนได้คนละ 9,000 บาท แต่เมื่อเทียบกับความสูญเสียที่ได้เจอ ซึ่งตนเจอใครก็บอกเติม 0 อีก 2 ตัวก็ยังไม่คุ้ม ขอให้เชื่อมั่นว่าในพื้นที่จังหวัดสตูล มีสส.ที่เข้มแข็งอยู่แล้ว สามารถที่จะปกป้องงบประมาณต่างๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับประชาชนในจังหวัดสตูล เขาสามารถเป็นผู้แทนคนจังหวัดสตูล และทำให้มันเกิดขึ้นได้ ส่วนโครงการผนังกั้นน้ำ ทราบว่า ถูกบรรจุในงบประมาณปี 2570 แล้ว

 

“วันนี้มาเพื่อให้กำลังใจ ที่สตูลคงไม่มีอะไรหนักหนาไปมากกว่านี้แล้ว นอกจากฝนจะตกอีก ซึ่งจะมีการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก และนำของมาเยี่ยม ขอให้มั่นใจว่าเราจะไม่มีวันทอดทิ้งกัน คนสตูลให้ผู้แทนยกจังหวัดกลับพรรคที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค ต้องถือว่ามีความผูกพัน มีพันธะที่จะต้องรับผิดชอบ คุณภาพชีวิตของประชาชนชาวสตูลให้มากที่สุด ขอให้มีกำลังใจ ขอให้มีความสุขในช่วงสิ้นปี สิ่งที่ดีเลวร้าย ก็ขอให้มันผ่านพ้นไปและขอให้ทุกคนช่วยกัน เพื่อทำให้ความทุกข์ของประชาชนมลายหายสิ้นไปให้ได้มากที่สุด” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

สำหรับพื้นที่ตำบลคลองขุด มีประชาชนได้รับเดือดร้อน 1,700 ครัวเรือน มีน้ำท่วมขังประมาณ 7 วัน การเกิดอุทกภัยในครั้งนี้ ได้รับความเสียหาย 100% ความเสียหายในครั้งนี้ทำให้ทรัพย์สินในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชน หรือแม้แต่บ้านพักของราชการ ได้รับความเสียหายทั้งหมดไม่เว้นแต่โรงเรียนที่ได้รับความเสียหายด้วย

 

อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก

The post อนุทินพบประชาชน-สำรวจความเสียหายน้ำท่วมสตูล รับเป็นความผิดรัฐบาล ลุยแก้น้ำท่วมซ้ำซาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สำรวจความเสียหายตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้นเมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ https://thestandard.co/pm-orders-hatyai-trash-clearance/ Sat, 06 Dec 2025 07:14:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1151854 นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ

วันนี้ (6 ธันวาคม) ที่ตลาดกิมหยง ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวั […]

The post นายกฯ สำรวจความเสียหายตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้นเมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ

วันนี้ (6 ธันวาคม) ที่ตลาดกิมหยง ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และ Big Cleaning ฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่ หลังเกิดมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ พร้อมกล่าวถึงกรณีการจัดการขยะกว่า 150,000 ตัน ว่า จะต้องใช้เวลาจัดการ 1 เดือน ซึ่งกระบวนการขณะนี้คือการขนขยะออกจากเมืองก่อน และขอให้ประชาชนที่ทำความสะอาดบ้านนำขยะออกมากองไว้ด้านหน้า ก่อนขนออกนอกพื้นที่

 

ส่วนปัญหาขยะที่ส่งกลิ่นเหม็น นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องเร่งดำเนินการนำไปเผา ส่วนขยะใดที่ฝังกลบได้ก็จะนำไปฝังกลบ พร้อมย้ำว่าสิ่งสำคัญคือการนำขยะออกไปให้ได้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้มีพื้นที่เตรียมรองรับขยะไว้อยู่

 

“มันไม่มีทางที่จะได้อะไรเพอร์เฟคหมด ควรนำขยะออกมาจากสถานที่สำคัญ หรือสถานที่อันตรายที่อาจก่อให้เกิดโรคกับชาวบ้าน”

 

ส่วนกำหนดการฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่ภายใน 14 วัน นั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หมายความว่าถนนหนทางจะต้องไปมาหาสู่กันได้ 7 วัน ให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้ก่อน ตอนนี้ถือว่ากลับเข้ามากันแล้ว น้ำประปาและไฟฟ้ามาถึงบ้านทุกหลังแล้ว ขณะนี้ในศูนย์พักพิงเหลือเพียงแต่ประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง ประมาณ 30 คน พร้อมกล่าวต่อว่า (จากกำหนด 14 วัน) ขณะนี้เหลือ 7 วัน ต้องเร่งดำเนินการทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานมาช่วยกัน อาจจะเกิดปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน มีการกำชับอย่างไรบ้างนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาจจะมีอารมณ์นิดหน่อย แต่ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาช่วยนำน้ำเย็นเข้ารด พร้อมย้ำว่าไม่มีเหตุการณ์ปะทะรุนแรงอะไร ตนเข้าใจเจตนารมณ์ของพวกเขาดี พวกเขามาช่วยทุกคนทำดีหมด มาช่วยเหลือประชาชน ตนยังบอกอีกว่าใครจะบ่นก็ให้เขาบ่น

 

ส่วนความกังวลที่จะมีบุคคลฉวยโอกาสนำความเดือดร้อนของประชาชนมาหาผลประโยชน์นั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่มี การทำความสะอาดบ้านเมืองเป็นหน้าที่ของราชการ รัฐบาลไม่ได้บอกให้ประชาชนรับผิดชอบในการทำความสะอาด ทุกอย่างเป็นภาระของราชการ ในการลงพื้นที่ผู้สื่อข่าวก็จะเห็นว่ามีกำลังพล บุคลากรของรัฐ ระดมทรัพยากรมาที่นี่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า อีก 7 วันจะครบ กำหนด 14 วัน ขณะนี้ยังมีสิ่งใดที่ขาดแคลนอยู่บ้าง นายกรัฐมนตรีระบุว่า อีก 7 วัน คือการคืนความเป็นเมืองปกติ รัฐบาลยังต้องไปติดตามเงินช่วยเหลือที่ค้าง แม้ว่าขณะนี้จะจ่ายไปได้มากแล้ว แต่ยังทราบว่ามีประชาชนส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ โดยเฉพาะที่ลงทะเบียนผ่านออนไลน์ ได้ช้ากว่าออนไซด์เสียอีก ซึ่งจะต้องมีการอนุมัติต่อไปอีกสองขั้นตอน พร้อมระบุว่า แบบนี้ไม่ถูกต้อง ต้องทำให้ออนไลน์รวดเร็วกว่า ทุกอย่างต้องขอผ่านออนไลน์ได้ และต้องเร่งดำเนินการ สัปดาห์หน้าจบแน่นอน และต้องขออภัยในความล่าช้า

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า เม็ดเงินเยียวยาถูกโอนมาให้พื้นที่แล้ว โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ จะมีการเพิ่มวงเงินให้บุคคลที่ตกสำรวจในพื้นที่สงขลาและใกล้เคียง สำหรับการเยียวยาบ้านเช่า ผู้เช่าจะได้รับเงินเยียวยา แต่เจ้าของบ้านจะได้รับเงินค่าซ่อมแซม รัฐบาลแยกประเภทไปหมดแล้ว

 

สำหรับแผนการฟื้นฟูภาคธุรกิจ จะมีการจัดหาสินเชื่อระยะสั้น สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย รายละ 100,000 บาท โดยไม่คิดดอกเบี้ย สิ่งที่ต้องทำหลังจากการลงพื้นที่วันนี้คือ การให้ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เร่งดำเนินการจ่ายค่าประกันภัยให้กับประชาชน ส่วนทรัพย์สินที่เสียหาย และจะต้องหาทางเยียวยาในรูปแบบการยกเว้นภาษี หรือมาตรการอื่นๆ

 

ส่วนการเตรียมรับมือฝนในสัปดาห์หน้านั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า อย่าให้มามาก ถ้ามาบ้างก็ช่วยชำระล้างบ้านเมือง และกำชับให้ระมัดระวังอย่างเต็มที่

 

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้เดินไปให้กำลังใจกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่เดินมาจากทั่วประเทศ พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วย

 

นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 1
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 2
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 3
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 4
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 5
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 6
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 7
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 8
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 9
นายกฯ สำรวจความเสียหาย ตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้น เมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ 10

The post นายกฯ สำรวจความเสียหายตลาดกิมหยง สั่งเคลียร์ขยะแสนตัน พ้นเมืองหาดใหญ่ ยันพื้นที่รองรับเพียงพอ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100% https://thestandard.co/police-clear-hat-yai-traffic/ Sat, 06 Dec 2025 06:41:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1151829 ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่ หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100%

วันนี้ (6 ธันวาคม) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บ […]

The post ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่ หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100%

วันนี้ (6 ธันวาคม) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการระดมรถยกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล จำนวน 40 คัน ปฏิบัติการร่วมกับรถยกของตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อเปิดเส้นทางการจราจรใน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายหลังจากประสบอุทกภัย ขณะนี้สามารถเคลียร์รถทั้งหมดได้เรียบร้อย 100% และเปิดเส้นทางการจราจรได้เต็มรูปแบบแล้ว

 

สามารถยกรถที่จอดกีดขวางการจราจรเพื่อเปิดเส้นทางในเบื้องต้น จำนวน 650 คัน มีเจ้าของรถมาเคลื่อนย้ายรถคืนไปเป็นส่วนใหญ่ แต่คงเหลืออีกจำนวนมากที่ยังคงกีดขวางการจราจร ซึ่งต่อมา ผบ.ตร. ได้สั่งการส่งรถยกจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลอีก 40 คัน มาสนับสนุนการปฏิบัติ ระหว่างวันที่ 3-5 ธันวาคม 2568 สามารถยกรถรวม 343 คัน แบ่งเป็น การยกรถเข้าไปเก็บรักษาในลานจอดที่จัดไว้ จำนวน 135 คัน (คืนให้เจ้าของแล้ว 50 คัน คงเหลือ 85 คัน) และการยกรถส่งถึงบ้านหรืออู่ซ่อมรถตามที่ประชาชนร้องขออีก 208 คัน

 

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวว่า สำหรับรถที่ยกมาเก็บไว้เพื่อรอเจ้าของรถมาติดต่อรับคืนนั้น จะนำไปเก็บรักษาไว้ ณ ลานจอดรถตำรวจภูธรภาค 9 โดยได้จัดเจ้าหน้าที่พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยในการดูแลรถทุกคันอย่างเข้มงวด

 

ทั้งนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของรถ หรือผู้ครอบครองรถในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอรับคืนได้ และหากต้องการให้ช่วยยกรถ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบริการให้ทุกท่านฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย โดยติดต่อได้ที่ สภ.หาดใหญ่ หรือทางหมายเลขโทรศัพท์ 091-2345651 ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568

 

ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่ หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100% 1
ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่ หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100% 2
ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่ หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100% 3
ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่ หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100% 4
ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่ หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100% 5

The post ตำรวจระดมเคลียร์รถในพื้นที่หาดใหญ่ เปิดเส้นทางจราจร 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>