เกศกมล เปลี่ยนสมัย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/เกศกมล-เปลี่ยนสมัย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 04 Mar 2026 11:33:14 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เปิดคำพิพากษาศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ‘หมอเกศ’ 10 ปี ชี้แอบอ้างตำแหน่งศาสตราจารย์ จูงใจลงคะแนน สว. โดยไม่สุจริต https://thestandard.co/kaet-senator-disqualified/ Wed, 04 Mar 2026 11:33:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1184318 เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ 'หมอเกศ' ผู้ถูกศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

วันนี้ (4 มีนาคม) ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาใน […]

The post เปิดคำพิพากษาศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ‘หมอเกศ’ 10 ปี ชี้แอบอ้างตำแหน่งศาสตราจารย์ จูงใจลงคะแนน สว. โดยไม่สุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ 'หมอเกศ' ผู้ถูกศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

วันนี้ (4 มีนาคม) ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เกศกมล เปลี่ยนสมัย (ผู้คัดค้าน) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561

 

จากกรณีที่ผู้คัดค้านใช้คำนำหน้าว่า ‘ศาสตราจารย์’ ในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวตามกฎหมายไทย

 

จากการไต่สวนและตรวจสำนวน ศาลฎีกาฯ รับฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า ในการสมัครรับเลือกเป็น สว. กลุ่มที่ 19 (กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆ ในทำนองเดียวกัน) เกศกมล ได้ระบุในเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (สว. 3) ช่องประวัติการศึกษาว่า ศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และระบุในช่องประวัติการทำงานว่า ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย

 

ศาลพิเคราะห์แล้วพบว่า สถาบัน California University FCE ซึ่งผู้คัดค้านอ้างถึง เป็นเพียงสถาบันให้บริการประเมินและเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น และที่ผ่านมาไม่เคยมีบุคคลใดนำคุณวุฒิจากสถาบันดังกล่าวมายื่นเทียบกับสำนักงาน ก.พ. เพื่อเข้ารับราชการในไทย

 

นอกจากนี้ การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ศาสตราจารย์ ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน ล้วนมีขั้นตอนและระเบียบรองรับอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่พบชื่อเกศกมลในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) หรือคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) และไม่ปรากฏหลักฐานการขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแต่อย่างใด

 

ประเด็นสำคัญที่ศาลต้องวินิจฉัยคือ การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทุจริต ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตหรือเที่ยงธรรม ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 หรือไม่

 

ศาลฎีกาฯ เห็นว่า การกรอกประวัติการทำงานต้องระบุถึงงานที่กำลังทำหรือเคยทำมาแล้ว เมื่อผู้คัดค้านระบุว่าเป็น ศาสตราจารย์ จึงต้องมีประวัติการสอนหนังสือมาก่อน หากไม่เคยสอนก็ไม่อาจระบุตำแหน่งดังกล่าวได้ แม้กฎหมายจะไม่ได้ห้ามการระบุคุณวุฒิจากต่างประเทศ แต่ผู้สมัครมีหน้าที่ต้องระบุข้อมูลตามความเป็นจริง ไม่แอบอ้างเพื่อให้ผู้สมัครรายอื่นเข้าใจผิดในสาระสำคัญ

 

ศาลจึงวินิจฉัยว่า การที่เกศกมลให้ข้อมูลประวัติการทำงานไม่ตรงต่อความจริง เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครอื่นลงคะแนนให้ตน ถือเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริต ทำให้กระบวนการเลือก สว. ที่ต้องการบุคคลซึ่งมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ตรงตามความเป็นจริง ต้องเสียไป การกระทำดังกล่าวจึงไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาค

 

ศาลฎีกาฯ จึงมีคำพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของเกศกมล เปลี่ยนสมัย ผู้คัดค้าน เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษา

The post เปิดคำพิพากษาศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ‘หมอเกศ’ 10 ปี ชี้แอบอ้างตำแหน่งศาสตราจารย์ จูงใจลงคะแนน สว. โดยไม่สุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>
เส้นทาง ‘หมอเกศ’ จากตำแหน่ง สว. สู่คดีแอบอ้าง ‘ศาสตราจารย์’ https://thestandard.co/keskamol-senator-professor-fraud/ Wed, 04 Mar 2026 08:07:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1184152 ภาพ เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา ผู้ถูกตรวจสอบคดีแอบอ้างศาสตราจารย์

ย้อนเส้นทาง เกศกมล เปลี่ยนสมัย แพทย์ด้านเวชศาสตร์ที่ก้า […]

The post เส้นทาง ‘หมอเกศ’ จากตำแหน่ง สว. สู่คดีแอบอ้าง ‘ศาสตราจารย์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา ผู้ถูกตรวจสอบคดีแอบอ้างศาสตราจารย์

ย้อนเส้นทาง เกศกมล เปลี่ยนสมัย แพทย์ด้านเวชศาสตร์ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง สว. ด้วยคะแนนสูงสุดในรอบคัดเลือกระดับประเทศ ก่อนจะถูกตรวจสอบกรณีวุฒิการศึกษาที่อ้างตำแหน่ง ‘ศาสตราจารย์’ กระทั่ง กกต. มีมติส่งฟ้องศาลว่าเข้าข่ายหลอกลวงคุณสมบัติหรือไม่ จนถึงวันนี้ (4 มีนาคม) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำพิพากษาซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการตรวจสอบวุฒิการศึกษา และการอ้างตำแหน่งทางวิชาการ ในการลงสมัครตำแหน่งทางการเมืองต่อไป

 


 

ภาพ เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา ผู้ถูกตรวจสอบคดีแอบอ้างศาสตราจารย์ 1

 

ภาพประกอบ : สุภาวิดา สุขวัฒน์

The post เส้นทาง ‘หมอเกศ’ จากตำแหน่ง สว. สู่คดีแอบอ้าง ‘ศาสตราจารย์’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาคดี สว. เกศกมล 4 มี.ค. นี้ หลัง กกต. ฟ้องฐานหลอกลวงคุณสมบัติ https://thestandard.co/ketkamol-pliansamai-senator-case/ Fri, 27 Feb 2026 08:06:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1182415 แฟ้มภาพ เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา ผู้ถูก กกต. ฟ้องคดีหลอกลวงคุณสมบัติ

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ก […]

The post ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาคดี สว. เกศกมล 4 มี.ค. นี้ หลัง กกต. ฟ้องฐานหลอกลวงคุณสมบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แฟ้มภาพ เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา ผู้ถูก กกต. ฟ้องคดีหลอกลวงคุณสมบัติ

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของ เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภายหลังปรากฏข้อร้องเรียนเกี่ยวกับวุฒิการศึกษา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ในการสมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4)

 

โดย กกต. ในฐานะผู้ร้อง ได้มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของเกศกมล พร้อมส่งหนังสือลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าว

 

ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้รับคำร้องไว้พิจารณาเป็นคดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต สว 11/2568 ระหว่าง กกต. ในฐานะผู้ร้อง กับ เกศกมล เปลี่ยนสมัย ในฐานะผู้คัดค้าน

 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้ออกประกาศแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ในวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 5 ศาลฎีกา

 

อ้างอิง: https://www.supremecourt.or.th/index.php/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94/3/1144

The post ศาลฎีกานัดฟังคำพิพากษาคดี สว. เกศกมล 4 มี.ค. นี้ หลัง กกต. ฟ้องฐานหลอกลวงคุณสมบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลนัดไต่สวนพยานคดี สว. เกศกมล ฝ่ายผู้ร้องชี้มีคนเดียวในโลก ใช้เวลา 2 ปี จาก ป. โท เป็นศาสตราจารย์ https://thestandard.co/senator-kesakorn-witness-examination/ Tue, 25 Nov 2025 07:54:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1147312 ศาลนัดไต่สวนพยานคดี สว. เกศกมล ฝ่ายผู้ร้องชี้มีคนเดียวในโลก ใช้เวลา 2 ปี จาก ป. โท เป็นศาสตราจารย์

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศาลนัด […]

The post ศาลนัดไต่สวนพยานคดี สว. เกศกมล ฝ่ายผู้ร้องชี้มีคนเดียวในโลก ใช้เวลา 2 ปี จาก ป. โท เป็นศาสตราจารย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลนัดไต่สวนพยานคดี สว. เกศกมล ฝ่ายผู้ร้องชี้มีคนเดียวในโลก ใช้เวลา 2 ปี จาก ป. โท เป็นศาสตราจารย์

วันนี้ (25 พฤศจิกายน) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ศาลนัดไต่สวนพยานผู้ร้อง นัดแรกในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยตามมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 กรณี พญ. เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถูกกล่าวหาว่ากระทำการหลอกลวง ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณ อันเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 77(4) ของกฎหมายเดียวกัน

 

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณี พญ. เกศกมล ใช้ตำเเหน่งศาสตราจารย์ในการสมัครเป็น สว. โดยผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และดำเนินคดีอาญา
เนื่องจากเห็นว่า เข้าข่ายเป็นการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถหรือชื่อเสียงหรือชื่อเสียงเกียรติคุณ ตามมาตรา 77 (4) ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

 

สำหรับวันนี้เป็นการนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง จำนวน 4 ปาก ประกอบด้วยอดีตผู้สมัคร สว. 2 คน เจ้าหน้าที่สืบสวนไต่สวน สำนักงาน กกต. และปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย พญ. เกศกมล ในฐานะผู้ถูกร้อง เดินทางมาศาล

 

พยานฝ่ายผู้ร้องปากเเรก เป็นอดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 19 (กลุ่มอาชีพอิสระ) อาชีพทนายความ ได้ให้ปากคำว่า จากการตรวจสอบเอกสารของ พญ. เกศกมล ในใบสมัคร สว. 3 พบว่า ใช้คำว่าศาสตราจารย์ จึงได้ตรวจค้นข้อมูลของหน่วยงาน พบว่า ไม่มีชื่อผู้คัดค้านได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นศาสตราจารย์ และไม่พบว่า เคยเป็นอาจารย์หรือมีผลงานทางวิชาการ แต่การใช้ตำแหน่งนี้อาจทำให้ผู้มีสิทธิเลือกเข้าใจผิด

 

ขณะที่ทนายความของ พญ. เกศกมล ได้ถามซักค้านกรณีการได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์จากต่างประเทศ นำมาใช้นำหน้าได้หรือไม่ และมีกฎหมายฉบับใดที่ห้ามนำมาใช้

 

พยานฝ่ายผู้ร้องยอมรับว่า การสมัคร สว. ไม่ได้มีกรอบกำหนดในเรื่องของการใช้วุฒิการศึกษา แม้จะเป็นวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ หากจะนำมาใช้ต้องมีการเทียบ ส่วนการแนะนำตัวนั้น ระเบียบ กกต. ไม่ได้ห้ามไว้ แต่ต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมยอมรับว่า ได้มีการตรวจสอบเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาเฉพาะในประเทศไทย ไม่ได้ตรวจสอบในต่างประเทศ

 

ขณะที่พยานปากที่ 2 อาชีพทนายความ ขึ้นเบิกความต่อศาลว่า ผู้คัดค้าน ไม่มีสิทธิ์ใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ เพราะ California University เป็นเพียงหน่วยงานรับเปรียบเทียบวุฒิการศึกษาสำหรับชาวต่างชาติ และเปิดสอนระดับอนุบาล และประถมศึกษาเท่านั้น ผู้คัดค้านไม่เคยสอนหนังสือ หรือมีผลงานทางวิชาการเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

 

อีกทั้งในการเทียบวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก จะต้องมีวิทยานิพนธ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับ และถูกบันทึกไว้ในระบบการค้นหาของการศึกษาทั่วโลก

 

โดยตามเอกสารเทียบวุฒิการศึกษาของ พญ. เกศกมลที่นำส่ง กกต.
และจากการให้สัมภาษณ์ผ่านทางสื่อมวลชน มีรายละเอียดที่แตกต่างและเปลี่ยนไป อีกทั้งยังพบว่า เอกสารรับรองแต่ละหน้า ลายมือชื่อรับรองเอกสารไม่ใช่ลายเซ็นจริง แต่เป็นลายเซ็นจากคอมพิวเตอร์ ซึ่งเหมือนกันทุกฉบับ จะมีแตกต่างกันบ้างเรื่องความหนาและบางของลายเส้น อีกทั้งวันลงนามใบรับรอง ระบุวันที่ล่วงหน้าก่อนที่จะได้รับตัวเลขเอกสาร ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ เพราะการลงนามจะต้องกระทำเมื่อได้รับเอกสารแล้ว ไม่ใช่เป็นการลงนามไว้ล่วงหน้า

 

ต่อมา พบว่ามีการปรับแก้เอกสารเพื่อให้วันที่สอดคล้องกัน อีกทั้ง California University ให้ข้อมูลเท็จ โดยระบุในหน้าเว็บไซต์ว่า รัฐสภาไทยยอมรับการเทียบวุฒิจากมหาวิทยาลัยแล้ว และรัฐบาลไทยยังให้การยอมรับรัฐมนตรีที่เคยได้รับการเทียบวุฒิจากมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน

 

นอกจากนี้ เห็นว่า การเข้าสู่ตำแหน่งศาสตราจารย์ของ พญ. เกศกมล ภายหลังได้รับการเทียบวุฒิปริญญาโทใช้เวลาไม่ถึง 2 ปี ซึ่งทั้งโลกนี้ไม่มีใครทำได้ โดยในระยะเวลา 8 เดือน ใช้คำนำหน้าว่าดอกเตอร์ (ดร.) ต่อมาอีก 5 เดือน ใช้คำนำหน้าว่ารองศาสตราจารย์ จากนั้นอีกไม่นาน ก็ใช้คำว่าศาสตราจารย์

 

ทั้งนี้ ยังพบว่าผลงานทางวิชาการ 7 บทความที่อ้างอิงสำหรับการได้รับวุฒิการศึกษานั้น จากการตรวจสอบพบว่า มีเพียง 2 บทความเท่านั้นที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่ได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบวุฒิการศึกษาของ พญ. เกศกมล เป็นเพียงการตรวจสอบจากเว็บไซต์ของต่างประเทศ ไม่ได้ตรวจสอบจากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศโดยตรง

 

ศาลได้นัดไต่สวนพยานผู้คัดค้าน หรือพยานฝ่าย พญ. เกศกมล นัดต่อไปในวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น.

The post ศาลนัดไต่สวนพยานคดี สว. เกศกมล ฝ่ายผู้ร้องชี้มีคนเดียวในโลก ใช้เวลา 2 ปี จาก ป. โท เป็นศาสตราจารย์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พญ.เกศกมล ถึงคิวถูกเรียกแจงข้อหาคดีฮั้ว ด้าน สว. กอบ โต้ DSI ปล่อยณฐพรลอยนวล แม้มีคดีติดตัว https://thestandard.co/keskamol-senate-case/ Tue, 27 May 2025 12:01:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1079170 keskamol-senate-case

วันนี้ (27 พฤษภาคม) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสง […]

The post พญ.เกศกมล ถึงคิวถูกเรียกแจงข้อหาคดีฮั้ว ด้าน สว. กอบ โต้ DSI ปล่อยณฐพรลอยนวล แม้มีคดีติดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
keskamol-senate-case

วันนี้ (27 พฤษภาคม) ที่อาคารรัฐสภา พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา พร้อมด้วย พ.ต.อ. กอบ อัจนากิตติ สว. และโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา แถลงข่าวกรณีคดีฮั้ว สว.

 

พ.ต.อ. กอบ กล่าวว่า ในช่วงนี้มีการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง กล่าวหาฝ่ายนิติบัญญัติคือ สว. ซึ่งเป็นองค์กรและหน่วยงานที่ใช้กฎหมายแทนพี่น้องประชาชน ว่ากระทำการฮั้วการเลือกตั้ง ได้มาโดยมิชอบ จึงขอแถลงให้ทราบว่าวุฒิสมาชิกชุดปัจจุบันชุดที่ 13 ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ เราปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. และระเบียบข้อบังคับเงื่อนไขที่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด 

 

ดังนั้นการกล่าวหาว่ามีการฮั้ว สว. เป็นการใช้ถ้อยคำที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรนิติบัญญัติโดยคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไม่สำนึกนำพาในการที่จะเคารพกฎเกณฑ์กติกาในการปกครองของบ้านเมือง พยายามสร้างให้วิกฤตให้ประเทศ ทำตามกฎหมายนอกกรอบของตัวเอง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่หน่วยงานอื่น ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง 

 

พ.ต.อ. กอบ กล่าวต่อไปว่า ขณะที่มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้คือ ณฐพร โตประยูร ซึ่งทราบว่าขณะนี้มีหนังสือจากสำนักงานอัยการอย่างน้อย 2 ฉบับให้อธิบดี DSI เร่งรัดส่งตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงินไปให้พนักงานอัยการดำเนินคดี แต่ DSI กลับละเลยไม่ดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหาให้อัยการดำเนินคดี ทั้งที่ผู้ต้องหาคนนั้นลอยนวลแถลงข่าวกล่าวหาองค์กรต่างๆ ว่าเป็นผู้ต้องหา เป็นผู้กระทำผิด แม้กระทั่งเดินต่อหน้า DSI ก็ทำเป็นมองไม่เห็น 

 

สำหรับกรณีที่ณฐพรเป็นผู้ต้องหามีคดีติดตัว จะส่งผลให้เรื่องที่ยื่นไว้เป็นโมฆะหรือไม่นั้น พ.ต.อ. กอบ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับ DSI จะพิจารณา และเราคงจะยื่นเรื่องตามช่องทางที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจและหน้าที่ที่ให้ สว. ไว้โดยการยื่นผ่านองค์กรอิสระ 

 

ส่วนกรณี สว. ในบัญชีรายชื่อสำรองปล่อยคลิปที่อ้างว่าเป็นการฮั้วเลือก สว. จังหวัดนครพนมนั้น พ.ต.อ. กอบ ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละบุคคล แต่ในแง่กฎหมาย กกต. มีหน้าที่สอบสวนให้เกิดความสุจริตเที่ยงธรรม หากพบว่ามีการกระทำผิดต้องดำเนินคดีทั้ง สว. และ สว. สำรอง ก็เป็นผู้สมัคร การที่ กกต. ไม่ใช้ดุลพินิจเรียก สว. สำรอง มาให้ข้อมูล แสดงว่า กกต. เลือกปฏิบัติ

 

ส่วนที่มีการเรียกร้องให้วุฒิสภาเลื่อนวาระการเลือกบุคคลในคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในสมัยประชุมวิสามัญออกไปก่อนนั้น พ.ต.อ. กอบ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถ้ามีกฎหมายทำได้เลย แต่ถ้าไม่มีกฎหมายให้อำนาจก็ทำไม่ได้

 

ด้าน พล.ต.ต. ฉัตรวรรษ เผยว่า ได้ยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบ DSI ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ในชั้นการพิจารณาของ ป.ป.ช. เพราะมีมติรับเรื่องไว้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว จึงอยากฝากบอกว่า เรื่องที่ควรทำ มีอำนาจ แต่ไม่ทำ ไปทำเรื่องที่ไม่มีอำนาจ เช่น เรื่องฟอกเงินที่ปล่อยผู้ต้องหาลอยนวล ซึ่งจะหมดอายุความวันที่ 15 มิถุนายน แต่ DSI ไม่เร่งดำเนินการ กลับปล่อยให้ผู้ต้องหาไปลอยนวลแถลงข่าวให้ สว. เสียหาย ซึ่งเรื่องนี้อัยการสูงสุดออกหมายมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ให้ติดตามตัวและออกหมายจับ จนกระทั่งวันที่ 8 พฤษภาคม ได้เรียกไปอีกแต่ อธิบดี DSI กลับไม่ดำเนินการ ซึ่งถ้า ป.ป.ช. เรียกตนเองไปไต่สวนเพิ่มเติมในคดีที่เคยยื่นไว้ ก็จะนำประเด็นนี้เข้าไปเพิ่มเติมด้วย

 

หมอเกศยังอุบเงียบ หลังถูกเรียกชี้แจงคดีฮั้ว

 

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน (27 พฤษภาคม) มีรายงานด้วยว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกหมายเรียก สว. เข้ารับทราบ และชี้แจงข้อกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว. เป็นกลุ่มที่ 4 ในวันที่ 4 มิถุนายน 2568 โดยมีรายชื่อดังนี้ 

 

  1. ภมร เชาว์ศิริกุล กลุ่ม 20 อื่นๆ
  2. พ.ต.อ. กอบ อัจนากิตติ กลุ่ม 20 อื่นๆ
  3. จรุณ กลิ่นตลบ กลุ่ม 6 กลุ่มอาชีพทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง
  4. ประเทือง มนตรี กลุ่ม 15 กลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มอัตลักษณ์อื่น
  5. นฤพล สุคนธชาติ กลุ่ม 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา
  6. อะมัด อายุเคน กลุ่ม 16 กลุ่มศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี การแสดงและบันเทิง นักกีฬา
  7. สายฝน กองแก้ว กลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์
  8. ชาญชัย ไชยพิศ กลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์
  9. นิรุตติ สุทธินนท์ กลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์
  10. ศุภโชค ศาลากิจ กลุ่ม 17 กลุ่มประชาสังคม องค์กรสาธารณประโยชน์
  11. อารีย์ บรรจงธุรการ กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม
  12. จำลอง อนันตสุข กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน ผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม
  13. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย กลุ่ม 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
  14. ขจรศักดิ์ ศรีวิราช กลุ่ม 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
  15. เอนก วีระพจนานันท์ กลุ่ม 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
  16. วลีรักษ์ พัชระเมธาพัฒน์ กลุ่ม 20 อื่นๆ

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานอีกว่า สื่อมวลชนพยายามโทรศัพท์สอบถาม พญ.เกศกมล แต่ พญ.เกศกมล ตอบว่าไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ และขออนุญาตยังไม่ให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าว

The post พญ.เกศกมล ถึงคิวถูกเรียกแจงข้อหาคดีฮั้ว ด้าน สว. กอบ โต้ DSI ปล่อยณฐพรลอยนวล แม้มีคดีติดตัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน กกต. เผย กำลังทำคำวินิจฉัยประกอบยื่นศาลคดี สว. เกศกมล เชื่อไม่เกิน 60 วัน ส่วนการสอบสวนคดีฮั้วเลือก สว. คืบหน้าเรื่อยๆ https://thestandard.co/ect-chief-update-keskamol/ Fri, 02 May 2025 04:37:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1070469

วันนี้ (2 พฤษภาคม) อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการกา […]

The post ประธาน กกต. เผย กำลังทำคำวินิจฉัยประกอบยื่นศาลคดี สว. เกศกมล เชื่อไม่เกิน 60 วัน ส่วนการสอบสวนคดีฮั้วเลือก สว. คืบหน้าเรื่อยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (2 พฤษภาคม) อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงมติเสียงข้างมากของที่ประชุม กกต. ให้ส่งศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิการเลือกตั้ง พร้อมให้ดำเนินคดีอาญาต่อ ศ. ดร.พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ด้วยสาเหตุว่า เชื่อว่ามีการกระทำเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการเลือก สว. มาตรา 77 (4) คือการหลอกลวงหรือการจูงใจให้ผู้อื่นเชื่อว่าเชื่อในคุณสมบัติ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ชื่อเสียง เกียรติยศ 

 

อิทธิพรระบุว่า กระบวนส่งเรื่องจะดำเนินการหลังจากมีมติในวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา จะเข้าสู่การทำคำวินิจฉัย ซึ่งมีทั้งหมด 6 ประเด็น อาจต้องใช้ระยะเวลา ซึ่งกำหนดกรอบเวลาในการทำคำวินิจฉัยคือ 60 วัน และเชื่อว่าไม่น่าจะเกินจากนั้น โดยจะนำคำวินิจฉัยประกอบการยื่นคำร้องต่อศาล เมื่อยื่นไปแล้วศาลจะใช้เวลาพิจารณาตามกระบวนการ

 

สำหรับกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เริ่มจำลองเหตุการณ์การเลือก สว. ระดับประเทศ เพื่อประกอบสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. นั้น ประธาน กกต. ระบุว่า ตามกระบวนการการให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน แต่ละฝ่ายต่างมีคณะทำงานสืบสวนของแต่ละหน่วยงาน ในส่วนของ กกต. ก็มีโครงสร้างซึ่งมีเจ้าหน้าที่ DSI ร่วมด้วย เชื่อว่าการบูรณาการทำงานร่วมกันจะเป็นประโยชน์

 

ขณะที่การสอบสวนในฝั่ง กกต. จะเน้นประเด็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หรือไม่ ส่วนการสอบสวนของ DSI เป็นการสอบสวนว่ามีการกระทำผิดกฎหมายอื่นที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต. หรือไม่ โดยการสอบสวนของฝั่ง กกต. มีความคืบหน้าเรื่อยๆ และคณะเจ้าหน้าที่สืบสวนไต่สวนจะมีกรอบเวลาในการดำเนินการ

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้องสอบพยานจำนวนมาก การที่มองว่ามีการสมคบคิดร่วมมือกันเป็นกลุ่ม จึงต้องสอบผู้เกี่ยวข้องทุกคนเพราะเรื่องนี้เป็นการดำเนินคดีทางยุติธรรมที่มีโทษทางอาญา จะด่วนสรุปโดยปราศจากพยานหลักฐานที่ชัดเจนไม่ได้ ทำให้ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่ก็มีความคืบหน้าไปตามลำดับ และไม่สามารถแทรกแซงได้

 

ส่วนกังวลหรือไม่หากท้ายที่สุดการดำเนินคดีอาจทำให้การเลือก สว. ที่ผ่านมาเป็นโมฆะ อิทธพรระบุว่า เราพยายามจัดกระบวนการเลือกอย่างเต็มที่ตามกฎหมาย และถกในที่ประชุมกันมามาก จึงต้องตัดสินใจดำเนินการ ซึ่งวิธีการดังกล่าว กกต. เห็นว่าเป็นไปตามกฎหมายแล้ว หากหลังจากนั้นมีจุดใดที่เป็นขั้นตอนกลไกซึ่งเห็นว่าไม่ถูกต้อง ก็เป็นเรื่องของกระบวนการนั้น

The post ประธาน กกต. เผย กำลังทำคำวินิจฉัยประกอบยื่นศาลคดี สว. เกศกมล เชื่อไม่เกิน 60 วัน ส่วนการสอบสวนคดีฮั้วเลือก สว. คืบหน้าเรื่อยๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน สว. ระบุ ยังไม่ทราบรายละเอียด กกต. ชงเพิกถอนสิทธิ สว. เกศกมล ปัดตอบกระทบงานสภา https://thestandard.co/revoking-senator-keskamol-rights-impact-parliament/ Thu, 01 May 2025 06:09:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1070152 มงคล สุระสัจจะ

วันนี้ (1 พฤษภาคม) มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้สัมภ […]

The post ประธาน สว. ระบุ ยังไม่ทราบรายละเอียด กกต. ชงเพิกถอนสิทธิ สว. เกศกมล ปัดตอบกระทบงานสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
มงคล สุระสัจจะ

วันนี้ (1 พฤษภาคม) มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

 

ประธานวุฒิสภากล่าวว่า ยังไม่ได้รับแจ้งเรื่องจาก กกต. และยังไม่แน่ใจในขั้นตอนว่า กกต. จำเป็นต้องส่งเรื่องแจ้งมายังประธานวุฒิสภาด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ ตนยังไม่ได้มีการพูดคุยกับแพทย์หญิงเกศกมลเกี่ยวกับประเด็นนี้แต่อย่างใด โดยทราบรายละเอียดของข่าวเท่าๆ กับที่สื่อมวลชนได้รับทราบ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณา ซึ่งจะส่งผลให้แพทย์หญิงเกศกมลต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ สว. ชั่วคราว จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของวุฒิสภาหรือไม่ มงคลตอบเพียงว่า “ยังไม่ทราบ เพราะเรื่องยังไม่เกิดขึ้น” และ “เหตุยังไม่เกิด”

 

เมื่อถูกถามถึงความกังวลต่อสถานการณ์ภาพรวมของวุฒิสภา ซึ่งอาจมีการสอบสวนในประเด็นอื่น เช่น การฮั้วเลือก สว. ควบคู่ไปด้วย หรือการประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้ มงคลยังคงตอบในลักษณะเดิมว่า ยังไม่สามารถให้ความเห็นได้ เนื่องจากเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบดังกล่าวยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง

The post ประธาน สว. ระบุ ยังไม่ทราบรายละเอียด กกต. ชงเพิกถอนสิทธิ สว. เกศกมล ปัดตอบกระทบงานสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. มีมติส่งเรื่อง สว. เกศกมล ให้ศาลฎีกา เหตุอ้างวุฒิการศึกษาด็อกเตอร์โดยไม่มีหลักฐาน เข้าข่ายหลอกลวง https://thestandard.co/ect-keskamol-fake-degree-court/ Wed, 30 Apr 2025 06:50:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1069828

วันนี้ (29 เมษายน) มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเล […]

The post กกต. มีมติส่งเรื่อง สว. เกศกมล ให้ศาลฎีกา เหตุอ้างวุฒิการศึกษาด็อกเตอร์โดยไม่มีหลักฐาน เข้าข่ายหลอกลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 เมษายน) มีรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้พิจารณาและมีมติให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา ตามมาตรา 62 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 เพื่อวินิจฉัยสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พญ. ศ. ดร.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กรณีกระทำการหลอกลวงให้ผู้อื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถหรือชื่อเสียงเกียรติคุณตามมาตรา 77 (4) ของกฎหมายเดียวกัน

 

สืบเนื่องจากกรณีที่แจ้งว่ามีคุณสมบัติด็อกเตอร์ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย California University ในการยื่นสมัคร สว. ตามที่คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็นว่า การจะใช้คำนำหน้าด็อกเตอร์ จะต้องไปเรียนจริงและเรียนจบ ได้รับวุฒิบัตรมาแล้ว อีกทั้ง California University เป็นมหาวิทยาลัยที่ใช้วิธีให้ส่งรายงานและการเทียบโอนเกรด ซึ่งยังไม่ได้มีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไทย

 

อย่างไรก็ตาม พญ. ศ. ดร.เกศกมลยังถูกร้องในเรื่องการฮั้วเลือก สว. ซึ่ง กกต. ยังไม่ได้พิจารณา คาดว่าจะถูกรวมพิจารณากับกรณีที่ กกต. มีการตั้งคณะกรรมการร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สอบกระบวนการฮั้วเลือก สว. ทั้งหมด ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปที่ พญ.เกศกมล แต่เจ้าตัวไม่รับโทรศัพท์ และไม่สามารถติดต่อได้ 

 

สำหรับมาตรา 77 (4) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำการหลอกลวง บังคับขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคามใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของผู้สมัครใด เพื่อให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี โดยหากศาลฎีกาประทับรับฟ้อง พญ. ศ. ดร.เกศกมล จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สว. ไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

The post กกต. มีมติส่งเรื่อง สว. เกศกมล ให้ศาลฎีกา เหตุอ้างวุฒิการศึกษาด็อกเตอร์โดยไม่มีหลักฐาน เข้าข่ายหลอกลวง appeared first on THE STANDARD.

]]>
พญ.เกศกมล ไม่กังวล หลัง กกต. จ่อเรียกสอบปมวุฒิการศึกษา ขอสังคมให้กำลังใจ เหตุ สว. ตั้งใจทำงาน https://thestandard.co/senator-katekamonl-education-qualification-investigation/ Wed, 19 Mar 2025 08:51:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1053901 พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณี กกต.เตรียมเรียกสอบปมวุฒิการศึกษา

วันนี้ (19 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย […]

The post พญ.เกศกมล ไม่กังวล หลัง กกต. จ่อเรียกสอบปมวุฒิการศึกษา ขอสังคมให้กำลังใจ เหตุ สว. ตั้งใจทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกรณี กกต.เตรียมเรียกสอบปมวุฒิการศึกษา

วันนี้ (19 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมเรียกสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบวุฒิการศึกษา และในสำนวนดังกล่าวมี 2 ข้อหาด้วยกัน คือฝ่าฝืนมาตรา 77 (1) และมาตรา 77 (4) หลอกให้คนอื่นหลงเชื่อ

 

พญ.เกศกมล เปิดเผยว่า ขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้เรียกสอบเพิ่มเติม ไม่ได้มีการแจ้งอะไรมา แต่ กกต. ได้ส่งหนังสือสอบถามมา จึงได้ชี้แจงกลับไปแล้ว ทั้งนี้ ไม่ได้กังวล และขอกำลังใจด้วย เพราะตนเองมั่นใจในความยุติธรรมและ กกต. ทั้ง 7 ท่าน ซึ่งหากเรียกไปสอบถามก็พร้อมจะนำหลักฐานไปชี้แจง

 

สำหรับกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีฐานฟอกเงินนั้น พญ.เกศกมล ย้ำว่า ไม่กังวลเลย แม้ DSI จะเรียก สว. มาสอบปากคำทีละคนภายใน 3 เดือน พร้อมชี้แจงต่อสังคมที่ยังสงสัยเรื่องที่มาของ สว. ชุดนี้ ว่ามีการฮั้ว โดยระบุว่า ไม่มีอะไรผิดปกติ หรือผิดทางด้านไหน 

 

“อยากให้ทุกคนเข้าใจ และคอยให้กำลังใจพวกเราด้วย เพราะ สว. ตั้งใจทำงาน และทำทุกอย่างเพื่อประชาชน ซึ่งมาถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมายทุกประการ” พญ.เกศกมล กล่าว 

 

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่ามีนายทุนพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง สว. บางกลุ่มนั้น พญ.เกศกมล ระบุว่า ไม่ทราบ และคิดว่าไม่เป็นความจริง ก่อนยืนยันว่า ในกลุ่มก๊วนของตนไม่ได้อยู่ในกลุ่ม สว.ค่ายสีน้ำเงิน ทุกคนมาถูกต้องตามกฎหมาย จึงอยากให้ประชาชนทุกคนเข้าใจ และให้กำลังใจพวกเราทุกคนด้วย 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีกลุ่ม สว. 105 คน ไปยื่นเอาผิด พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พญ.เกศกมล ระบุสั้นๆ ว่า ขอให้สื่อมวลชนไปลองตรวจสอบดู พร้อมย้ำว่า ว่าพวกเราทำตามกระบวนการตามกฎหมาย และทำตามสิ่งที่ถูกต้อง

The post พญ.เกศกมล ไม่กังวล หลัง กกต. จ่อเรียกสอบปมวุฒิการศึกษา ขอสังคมให้กำลังใจ เหตุ สว. ตั้งใจทำงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เกศกมล และคู่สมรส แจ้งทรัพย์สินรวม 126 ล้าน เปิดรายได้เป็นแพทย์แขวนป้ายคลินิกความงาม 2.1 แสนต่อปี https://thestandard.co/keskamol-declares-assets/ Fri, 24 Jan 2025 07:33:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1034001 บัญชีทรัพย์สิน หมอเกศ

วันนี้ (24 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม […]

The post สว. เกศกมล และคู่สมรส แจ้งทรัพย์สินรวม 126 ล้าน เปิดรายได้เป็นแพทย์แขวนป้ายคลินิกความงาม 2.1 แสนต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
บัญชีทรัพย์สิน หมอเกศ

วันนี้ (24 มกราคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีเข้ารับตำแหน่ง สำหรับข้อมูลของ เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ ‘หมอเกศ’ กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 แจ้งสถานภาพสมรสกับ อนุสรณ์ หนังสือ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2550 และมีบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่เปิดเผยชื่อและอายุรวม 4 คน 

 

เกศกมลแจ้งมีทรัพย์สินรวม 126,804,479 บาท มีหนี้สินรวม 43,211,671 บาท แบ่งเป็นทรัพย์สินของเกศกมล 86,815,845 บาท ประกอบด้วยเงินฝาก 22 บัญชี รวม 1,329,669 บาท เงินให้กู้ยืม 800,000 บาท ที่ดิน  41 แปลงในจังหวัดเพชรบุรีและนนทบุรี รวมมูลค่า 54,898,870 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวน 12 หลัง เป็นบ้านและตึกแถวรวมมูลค่า 22,550,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 5,508,367 บาท โดยเป็นเงินประกันชีวิตและการผ่อนชำระที่ดิน-สิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่น 1,728,938 บาท 

 

ขณะที่คู่สมรสแจ้งทรัพย์สินรวม 39,985,138 บาท นอกจากนี้แจ้งว่าบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีบัญชีเงินฝาก 4 บัญชี รวม 3,495 บาท

 

เกศกมลแจ้งว่ามีหนี้สิน 23,708,290 บาท แบ่งเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 146,503 บาท เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 6 บัญชี รวม 6,517,286 บาท หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 17,044,500 บาท 

 

นอกจากนี้เกศกมลแจ้งว่ามีรายได้ต่อปีรวม 782,800 บาท เป็นรายได้จากการเป็นแพทย์แขวนป้ายประจำคลินิกเสริมความงาม 210,000 บาทต่อปี รายได้จากเงินเดือน สว. 567,800 บาทต่อปี รายได้จากค่าเช่าที่ 5,000 บาทต่อปี ขณะที่คู่สมรสมีรายได้จากการขายรถมือสอง 6,000,000 บาทต่อปี

 

ส่วนรายจ่ายต่อปี รวม 476,800 บาท แบ่งเป็นค่าโทรศัพท์ 52,800 บาท ค่าไฟฟ้า 250,000 บาท ค่าน้ำประปา 12,000 บาท ค่าเล่าเรียนบุตร 78,000 บาท ค่าผ่อนชำระที่ดิน 84,000 บาท 

 

สำหรับทรัพย์สินอื่นที่น่าสนใจ ส่วนใหญ่เป็นสร้อยคอทองคำและสร้อยข้อมือทอง เช่น สร้อยคอทองคำฝังเพชร 1 เส้น มูลค่า 150,000 บาท, สร้อยข้อมือทองคำฝังเพชร 1 เส้นมูลค่า 120,000 บาท, นาฬิกา Rolex Datejust 1 เรือน มูลค่า 250,000 บาท, กำไลทองคำฝังเพชร Bulgari 1 วง มูลค่า 95,000 บาท, กระเป๋าเสื้อผ้า Louis Vuitton 1 ใบ ราคา 40,000 บาท, นาฬิกา TAG Heuer คิงไซส์ ก้างปลา 1 เรือน ราคา 30,000 บาท

The post สว. เกศกมล และคู่สมรส แจ้งทรัพย์สินรวม 126 ล้าน เปิดรายได้เป็นแพทย์แขวนป้ายคลินิกความงาม 2.1 แสนต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. อยู่ระหว่างรวมพยานในคำร้องแพทองธารและพรรคเพื่อไทย ใกล้พิจารณาปมสอบวุฒิ ‘สว. เกศกมล’ https://thestandard.co/ect-paetongtarn-senator-case/ Thu, 14 Nov 2024 06:03:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1008485 กกต. แพทองธาร

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการ […]

The post กกต. อยู่ระหว่างรวมพยานในคำร้องแพทองธารและพรรคเพื่อไทย ใกล้พิจารณาปมสอบวุฒิ ‘สว. เกศกมล’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. แพทองธาร

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคำร้องให้ยุบพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า อยู่ในกระบวนการ เมื่อพูดถึงความยุติธรรมก็มีขั้นตอนให้โอกาสคนมาชี้แจง ซึ่งกำลังอยู่ในชั้นรวบรวมพยานหลักฐานที่ต้องสอบให้ครบจนสิ้นกระแสความและให้โอกาสทั้งสองฝ่าย ไม่อาจบอกได้ว่าต้องใช้เวลากี่วัน เพราะตั้งแต่ตั้งคณะกรรมการสอบขึ้นมาก็ยังไม่ได้มีการรายงานเพื่อขอขยายเวลา

 

ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงความคืบหน้าคุณสมบัติของ ทนายตั้ม-ษิทรา เบี้ยบังเกิด ในฐานะตัวสำรองสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ลำดับที่ 4 ของกลุ่มที่ 17 อยู่ในกระบวนการ เมื่อมีคนร้องในเรื่องลักษณะต้องห้ามความเป็น สว. ถ้าดูจากข่าวก็ต้องดูเรื่องเงื่อนเวลา เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อกฎหมายถือว่ายังมีคุณสมบัติและยังอยู่ในบัญชีสำรอง ยังไม่มีลักษณะต้องห้ามจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ไม่ว่าศาลชั้นไหนก็แล้วแต่

 

สำหรับความคืบหน้ากรณีคุณสมบัติของ เกศกมล เปลี่ยนสมัย แสวงกล่าวว่า สำนักงานเสนอให้ กกต. พิจารณาแล้ว ซึ่งในการพิจารณามีคำร้องอยู่หลายข้อกล่าวหา สำนักงานมีการแยกข้อกล่าวหาเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น โดยแยกเป็นคณะกรรมการสอบสวนหลายคณะ และเมื่อถึงขั้นตอนการพิจารณาต้องมาพร้อมกันทุกสำนวน ซึ่งขณะนี้ กกต. เร่งนำขึ้นมาพิจารณาภายในสิ้นเดือนนี้ 

 

ส่วนคำร้องเกี่ยวกับ สว. คนอื่นๆ ยังมีทั้งเรื่องคุณสมบัติและการฮั้ว เรากำลังตรวจสอบอยู่ บางเรื่องมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลา เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัด เมื่อกฎหมายเขียนไว้ชัดคนทำงานก็จะทำงานยาก เพราะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

 

ส่วนคำร้องที่ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นให้มีการตรวจสอบความเหมาะสมกรณีนายกรัฐมนตรีทำท่ามินิฮาร์ทในระหว่างการถ่ายภาพหมู่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น แสวงกล่าวว่า เมื่อมีการร้องเข้ามา กกต. ก็จะต้องนำมาพิจารณาดูก่อน ซึ่งกรณีคำร้องของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่มาร้องเกี่ยวกับกฎหมายพรรคการเมืองและกฎหมายเลือกตั้งมีจำนวนมาก 

 

แสวงระบุว่า กกต. อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมในเรื่องพวกนี้ แต่ถ้าจะมาร้องควรมีข้อมูลมากกว่านี้ ไม่ใช่เป็นการตั้งคำถาม ส่วนมากคำร้องทุกเรื่องเป็นการตั้งคำถาม ซึ่งอาจเพื่อหลบเลี่ยงการฟ้องร้องกลับ แม้สำนักงานไม่เคยทิ้ง แต่ก็ต้องทำงานเข้มงวดขึ้น ซึ่งในส่วนรูปแบบของคำร้อง อยากให้ผู้ร้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงว่ามีหรือไม่ ผิดกฎหมายมาตราใด ไม่ใช่แค่ผิดหรือไม่

 

พร้อมกันนี้ แสวงยังกล่าวถึงการร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการร่วม 2 สภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ว่านัดหมายในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ หากตนไม่ติดภารกิจใดก็จะเข้าร่วมให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ

The post กกต. อยู่ระหว่างรวมพยานในคำร้องแพทองธารและพรรคเพื่อไทย ใกล้พิจารณาปมสอบวุฒิ ‘สว. เกศกมล’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส.-สว. รุมถ่ายรูปคู่ ‘เกศกมล’ หลังจบการประชุมร่วมของรัฐสภาครั้งแรก https://thestandard.co/mps-senate-keskamol-photos/ Thu, 29 Aug 2024 07:55:14 +0000 https://thestandard.co/?p=977022

วันนี้ (29 สิงหาคม) เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับการประชุมร่ว […]

The post สส.-สว. รุมถ่ายรูปคู่ ‘เกศกมล’ หลังจบการประชุมร่วมของรัฐสภาครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 สิงหาคม) เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรก ในวาระการพิจารณากรอบความร่วมมือของสหภาพยุโรปกับราชอาณาจักรไทย (Thailand-EU Comprehensive Partnership and Cooperation Agreement: Thai-EU PCA) ซึ่งท้ายที่สุดมติที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับร่างกรอบความตกลงฯ ตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปิดประชุมเวลา 13.14 น. 

 

ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม พบว่า มี สส. และ สว. จำนวนมาก ร่วมถ่ายภาพกับ ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. คนดัง จำนวนมาก เช่น อดิศร เพียงเกษ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, ทศพร เสรีรักษ์ สส. จังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย, จีรเดช ศรีวิราช สส. จังหวัดพะเยา พรรคพลังประชารัฐ, พชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย

 

The post สส.-สว. รุมถ่ายรูปคู่ ‘เกศกมล’ หลังจบการประชุมร่วมของรัฐสภาครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เปรมศักดิ์ เสนอเพิ่มคณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภา ไม่ได้เพื่อแบ่งเก้าอี้ แต่ให้ สว. ได้ทำงานด้านที่สนใจ https://thestandard.co/premsak-senate-standing-committee/ Tue, 30 Jul 2024 05:31:12 +0000 https://thestandard.co/?p=964794 เปรมศักดิ์ คณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภา

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุ […]

The post สว. เปรมศักดิ์ เสนอเพิ่มคณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภา ไม่ได้เพื่อแบ่งเก้าอี้ แต่ให้ สว. ได้ทำงานด้านที่สนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปรมศักดิ์ คณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภา

วันนี้ (30 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มการสาธารณสุข แถลงข่าวเรื่องการเสนอญัตติขอเพิ่มจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภา จากเดิม 20 คณะ เป็น 28 คณะ

 

นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า สว. ทั้ง 200 คน มีความตั้งใจ แต่เพิ่งมาใหม่ จึงไม่รู้จะดำเนินการทางการเมืองอย่างไร แต่เวลาไม่รอท่า หากไม่มีคณะกรรมาธิการสามัญฯ มาทำงาน จะเสียกลไกของสภาสูง จึงเสนอยกร่างข้อบังคับให้เพิ่มจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญฯ เป็นทั้งหมด 28 คณะ

 

เนื่องจากเห็นว่าหลายคณะกรรมาธิการสามัญฯ นำภาระงานหลายอย่างมารวมอยู่ด้วยกัน จึงยกร่างแก้ให้แยกคณะกรรมาธิการสามัญฯ ด้านเศรษฐกิจออกเป็นคณะกรรมาธิการสามัญฯ เศรษฐกิจ 1 คณะ เพื่อดูแลเศรษฐกิจในภาพรวมทั้งไทยและต่างประเทศ และแยกเป็นคณะกรรมาธิการสามัญฯ ก และสถาบันการเงิน อีก 1 คณะ

 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้แยกคณะกรรมาธิการสามัญฯ การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมองว่าเป็นการรวมงานคนละอย่างมาไว้ด้วยกัน เมื่อเชิญปลัดกระทรวงมาชี้แจงก็มีทั้งปลัดสายท่องเที่ยวและปลัดสายกีฬา ทำให้การตรวจสอบกระท่อนกระแท่น จึงเสนอยกร่างให้แยกออกเป็น 2 คณะกรรมาธิการ คือ คณะกรรมาธิการสามัญฯ การท่องเที่ยว เพราะ สว. ชุดนี้ก็มาจากกลุ่มอาชีพท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก และมีคณะกรรมาธิการสามัญฯ การกีฬา อีก 1 คณะ

 

รวมถึงคณะกรรมาธิการสามัญฯ เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ก็เสนอให้แยกเป็นคณะกรรมาธิการสามัญฯ การกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 1 คณะ และแยกคณะกรรมาธิการสามัญฯ การตำรวจ อีก 1 คณะ เพราะลำพังเรื่องตำรวจก็มีปัญหามากมายที่ประชาชนได้รับผลกระทบ

 

นพ.เปรมศักดิ์ สรุปว่า การเพิ่มคณะกรรมาธิการสามัญฯ ขึ้นมาเป็น 28 คณะ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบรัฐบาล เพราะหากไปหวังพึ่ง 38 คณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ตนเองเห็นว่าหากรัฐมนตรีของพรรคตนเองอยู่กระทรวงใด พรรคการเมืองนั้นก็จะส่งคนไปรับตำแหน่งในกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง แล้วจะตรวจสอบได้อย่างไร

 

“กระบวนการตรวจสอบของ สว. น่าจะตรงไปตรงมามากกว่า และยังเสนอยกร่างให้มีกรรมาธิการได้คณะละ 8-18 คน หากมีภาระงานมากก็สามารถเชิญบุคคลภายนอกมาเป็นอนุกรรมาธิการได้ด้วย ในร่างข้อบังคับนี้เปิดให้มีอนุกรรมาธิการได้ไม่เกิน 5 อนุกรรมาธิการต่อ 1 คณะกรรมาธิการสามัญฯ และให้มีอนุกรรมาธิการได้ 12 คน”

 

ส่วนที่หลายคนมองว่าการเพิ่มจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญฯ จะเป็นการเพิ่มงบประมาณด้วยนั้น นพ.เปรมศักดิ์ ชี้ว่า งบประมาณของ สว. เล็กน้อย ทั้งสองสภาใช้งบเพียงเล็กน้อยในการทำงาน เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ใช้สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่ามีความไม่ชอบมาพากลกว่าหรือไม่

 

นพ.เปรมศักดิ์ ยังเน้นย้ำว่า สว. แต่ละคนมีที่มาอย่างไรไม่สำคัญ ที่สำคัญกว่าคือ อีก 5 ปี จะขับเคลื่อนอย่างไรให้เรียกความเชื่อมั่นของประชาชน ขอให้กรรมาธิการปลดล็อกการทำงาน ไม่ควรล็อกไปทั้งหมด ตั้งแต่ล็อกผลการเลือก สว. ระดับประเทศที่เมืองทองธานี ยังมาล็อกเก้าอี้ประธานกรรมาธิการอีก ขอให้สมาชิกคำนึงถึงคำปฏิญาณที่จะทำงานให้ประชาชน ให้วางคนในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ผิดฝาผิดตัว

 

นพ.เปรมศักดิ์ ยังชี้แจงว่า การตรวจสอบของฝ่ายค้านเวลานี้เริ่มอ่อนแรงแล้ว ยิ่งมีประเด็นเรื่องยุบพรรคเข้ามาอีก ขณะที่ สว. ยังมีความกระฉับกระเฉง และการตรวจสอบรัฐบาลก็เป็นหน้าที่ของ สว. ตามรัฐธรรมนูญ พร้อมย้ำว่า ตนเองเป็น สว. สีขาว ไม่เหมือน สว. คนอื่นที่อาจมองว่าเพิ่มจำนวนคณะกรรมาธิการสามัญฯ ขึ้นมาเพื่อแบ่งเก้าอี้กัน

 

ส่วน สว. ชุดที่แล้วซึ่งมีสมาชิกถึง 250 คน แต่ก็มีคณะกรรมาธิการสามัญฯ น้อยกว่า นพ.เปรมศักดิ์ มองว่าคณะกรรมาธิการสามัญฯ ของ สว. ชุดที่แล้วมีจำนวนพอดี หรืออาจน้อยเกินไปด้วยซ้ำ แต่ สว. ชุดปัจจุบันมีที่มาหลากหลาย ควรมีโอกาสได้ทำงานในคณะกรรมาธิการสามัญฯ ที่ตนเองมีความถนัดหรือสนใจ ซึ่งตนเองถือเป็นหัวใจของการทำงานในวุฒิสภา

 

ขณะที่กรณีของ ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. กลุ่มอิสระ ที่มีประเด็นเรื่องวุฒิการศึกษา จะมีการตั้งกลไกมาตรวจสอบ สว. กันเองหรือไม่ นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น แต่เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนรับฟังความเห็นของประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว ขอให้ถึงเวลาก็อาจมีคนเสนอให้ตรวจสอบ เพราะหากปล่อยประเด็นที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเอาไว้ สภาก็ไม่อาจเป็นที่เชื่อถือได้

The post สว. เปรมศักดิ์ เสนอเพิ่มคณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภา ไม่ได้เพื่อแบ่งเก้าอี้ แต่ให้ สว. ได้ทำงานด้านที่สนใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เกศกมล ทำหน้าที่สำคัญ นั่งเป็นกรรมการนับคะแนน-ขานชื่อเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 https://thestandard.co/keskamol-23072024/ Tue, 23 Jul 2024 12:31:45 +0000 https://thestandard.co/?p=961800

วันนี้ (23 กรกฎาคม) ที่ห้องประชุมจันทรา ในการประชุมวุฒิ […]

The post สว. เกศกมล ทำหน้าที่สำคัญ นั่งเป็นกรรมการนับคะแนน-ขานชื่อเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 กรกฎาคม) ที่ห้องประชุมจันทรา ในการประชุมวุฒิสภาชุดที่ 13 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 ที่มี พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี สมาชิกวุฒิสภาผู้มีอาวุโสสูงสุดในสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว เพื่อเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 โดยมีผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งสิ้น 4 คน คือ บุญส่ง น้อยโสภณ, ดร.ปฏิมา จีระแพทย์, ทพ.พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต และ อังคณา นีละไพจิตร โดยทั้ง 4 คนจะต้องแสดงวิสัยทัศน์คนละ 5 นาที ตามลำดับ

 

ล่าสุดเวลา 18.05 น. ผลการลงคะแนนการเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 มีรายละเอียดดังนี้

  1. บุญส่ง น้อยโสภณ ได้ 167 คะแนน
  2. ดร.ปฏิมา จีระแพทย์ ได้ 4 คะแนน
  3. ทพ.พงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต ได้ 8 คะแนน และ
  4. อังคณา นีละไพจิตร ได้ 18 คะแนน

และมีผู้งดออกเสียงทั้งสิ้น 2 คน

 

อย่างไรก็ตาม ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. คนดัง ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำหน้าที่เป็นกรรมการนับคะแนน รวมถึงเป็นคนที่ขานชื่อนับคะแนนในการเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ในครั้งนี้ด้วย

 

The post สว. เกศกมล ทำหน้าที่สำคัญ นั่งเป็นกรรมการนับคะแนน-ขานชื่อเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเดชาชี้แจงแทน ‘สว. เกศกมล’ เอี่ยว 3 มหาวิทยาลัย ปมวุฒิปริญญาเอก-อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย https://thestandard.co/decha-keskamol-3-universities/ Wed, 17 Jul 2024 12:29:11 +0000 https://thestandard.co/?p=959336 ทนายเดชา สว. เกศกมล

วันนี้ (17 กรกฎาคม) เวลา 18.07 น. เฟซบุ๊ก ‘ทนายคลายทุกข […]

The post ทนายเดชาชี้แจงแทน ‘สว. เกศกมล’ เอี่ยว 3 มหาวิทยาลัย ปมวุฒิปริญญาเอก-อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเดชา สว. เกศกมล

วันนี้ (17 กรกฎาคม) เวลา 18.07 น. เฟซบุ๊ก ‘ทนายคลายทุกข์’ ซึ่งเป็นบัญชีผู้ใช้ของ เดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความส่วนตัวของ ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้โพสต์ข้อความซึ่งระบุว่าเป็นคำชี้แจงของ ศ. ดร. พญ.เกศกมล ที่ต้องการชี้แจงประเด็นต่างๆ ใน 3 ประเด็นดังนี้

 

ในประเด็นแรก เดชาระบุว่า ศ. ดร. พญ.เกศกมล ไม่เคยพูดหรือบอกว่าจบการศึกษาในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พูดแต่ว่ากำลังศึกษาอยู่เท่านั้น

 

ประเด็นต่อมาที่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์นั้น ศ. ดร. พญ.เกศกมล ไปร่วมงานซ้อมดับเพลิงจริง และได้คุยกับรองอธิการบดีเรื่องจะไปสอนที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์จริง แต่หลังจากนั้นได้ปรึกษาหารือกัน ภายหลังไม่สามารถไปร่วมงานได้ เนื่องจากมีความไม่ลงตัวของระยะเวลาและกฎเกณฑ์การเข้าเป็นอาจารย์สอนของมหาวิทยาลัย จึงไม่ได้ไปสอน

 

ประเด็นสุดท้าย กรณีการโพสต์เฟซบุ๊กถึงการไปติวที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จนเกิดความเข้าใจผิดว่าเรียนหรือจบการศึกษาจากสถาบันดังกล่าวนั้น ในความเป็นจริงโพสต์ว่าไปติวที่นิด้าเท่านั้น เพราะมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ให้นักศึกษาไปติวเพื่อเตรียมนำเสนอหัวข้องานวิจัยที่ออกซ์ฟอร์ด ซึ่งออกซ์ฟอร์ดร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในการนำเสนอหัวข้องานวิจัยเท่านั้น ไม่ใช่การสอบจบปริญญาเอกอย่างที่เข้าใจผิด

 

อ้างอิง: 

The post ทนายเดชาชี้แจงแทน ‘สว. เกศกมล’ เอี่ยว 3 มหาวิทยาลัย ปมวุฒิปริญญาเอก-อาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘นิด้า’ ออกเอกสารชี้แจง ‘สว. เกศกมล’ ไม่เคยเรียนปริญญาเอก ไม่ได้จบ ดร. ตามที่เป็นข่าว https://thestandard.co/nida-keskamon-phd-issue-documents/ Wed, 17 Jul 2024 00:40:40 +0000 https://thestandard.co/?p=958854 เกศกมล

วานนี้ (16 กรกฎาคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า […]

The post ‘นิด้า’ ออกเอกสารชี้แจง ‘สว. เกศกมล’ ไม่เคยเรียนปริญญาเอก ไม่ได้จบ ดร. ตามที่เป็นข่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกศกมล

วานนี้ (16 กรกฎาคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงจากกรณี ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดอันดับหนึ่ง ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องวุฒิการศึกษา และมีการเปิดเผยไทม์ไลน์การศึกษาว่า เธอเคยโพสต์เฟซบุ๊ก แฮชแท็ก #Nida พร้อมระบุว่า ‘ติวเข้มการนำเสนอหัวข้อวิจัยดุษฎีนิพนธ์’

 

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ชี้แจงโดยระบุข้อความว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลในข่าวออนไลน์และสื่อต่างๆ ขอชี้แจงให้ทราบว่า บุคคลที่ปรากฏในข่าว มิได้กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก หรือจบการศึกษาในระดับปริญญาเอก จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

 

อ้างอิง: 

The post ‘นิด้า’ ออกเอกสารชี้แจง ‘สว. เกศกมล’ ไม่เคยเรียนปริญญาเอก ไม่ได้จบ ดร. ตามที่เป็นข่าว appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เกศกมล ปมวุฒิการศึกษา ต้องเลิกหนี กล้าเผชิญความจริง เปิดข้อกฎหมาย อาจจบไม่สวย https://thestandard.co/key-messages-senator-elect-keskamol/ Tue, 16 Jul 2024 13:52:15 +0000 https://thestandard.co/?p=958807 สว. เกศกมล

สมาชิกวุฒิสภา ‘สว.’ ชุดที่ 13 จำนวน 200 คน จากจำนวนผู้ส […]

The post สว. เกศกมล ปมวุฒิการศึกษา ต้องเลิกหนี กล้าเผชิญความจริง เปิดข้อกฎหมาย อาจจบไม่สวย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เกศกมล

สมาชิกวุฒิสภา ‘สว.’ ชุดที่ 13 จำนวน 200 คน จากจำนวนผู้สมัคร 48,117 คน เข้าสภาและรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดการที่จะประชุมนัดแรกในวันอังคารที่ 23 กรกฎาคม โดยมีวาระที่สำคัญคือ การเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา

 

ขณะที่การทำหน้าที่ สว. ชุดใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่กลับไม่ใช่สิ่งที่สังคมโฟกัสมากที่สุด เนื่องจากโฟกัสของคนส่วนใหญ่ไปอยู่ตกที่ ‘เกศกมล เปลี่ยนสมัย’ เพราะเธอคือบุคคลที่ได้คะแนนจากการเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดที่ 13 สูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศด้วยคะ 79 เสียง และมีโปรไฟล์ชีวิตที่เขียนระบุไว้ในเอกสารแนะนำตัวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่าง ‘เวอร์วัง’ ที่เป็นทั้งศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ และแพทย์หญิง จนถูกสังคมจับตามองถึงความเป็นได้

 

เกศกมลเขียนโปรไฟล์ของตนเองไว้ในใบ สว. 3 ว่า ปัจจุบันอายุ 45 ปี ประกอบอาชีพแพทย์และนักธุรกิจ มีวุฒิการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก จำนวนหลายใบ ทั้งจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ รวมถึงมีตำแหน่งทางวิชาการที่เป็นถึง ‘ศาสตราจารย์’

 


 

เอกสารแนะนำตัวในการลงสมัคร สว. ของเกศกมล ที่ส่งให้ กกต.

มีการระบุรายละเอียดอย่างชัดเจนว่า มีวุฒิการศึกษาในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก จำนวนหลายใบ

ทั้งจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ รวมถึงมีตำแหน่งทางวิชาการเป็นถึง ‘ศาสตราจารย์’

 


 

ปริญญาตรี

  • หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (วิทยาลัยแพทยศาสตร์) มหาวิทยาลัยรังสิต

 

ปริญญาโท

  • หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารจัดการองค์การ มหาวิทยาลัยเกริก

 

ปริญญาเอก

  • สาขาวิชาการจัดการและพัฒนาทรัพยากร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
  • บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Philosophy (PhD) Associate Professor in Business Administration) California University
  • รัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Political Science) California University
  • ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ UIPM University International

 

จากโปรไฟล์ข้างต้นนั้น ทำให้ ‘เกศกมล’ ถูกสังคมจับตามอง โดยเฉพาะการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก California University เนื่องจากสถาบันดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเพียงสถาบันออกใบเทียบวุฒิเท่านั้น

 

รวมถึงการใช้ตำแหน่ง ‘ศาสตราจารย์’ ซึ่งเป็นตำแหน่งทางวิชาการที่ได้จากต่างประเทศมาใช้ในประเทศไทย จนมีนักวิชาการหลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ตำแหน่งศาสตราจารย์ที่เธอได้มาจากต่างประเทศนั้น ไม่สามารถใช้ในประเทศไทยได้

 

เนื่องจากตำแหน่ง ‘ศาสตราจารย์’ ถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติที่แสดงถึงความเป็นผู้มีความรู้สูง และมีผลงานด้านการศึกษา ซึ่งต้องผ่านการกลั่นกรองและประเมินผลงานอย่างเคร่งครัดและเข้มงวดในความถูกต้องของวิชา

 

ทำให้การแต่งตั้งตำแหน่ง ‘ศาสตราจารย์’ ในประเทศไทยต้องผ่านกระบวนการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย (ก.ม.) และทบวงมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ให้ความเห็นชอบ จากนั้นนำการแต่งตั้งเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผ่านไปโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์

 

แม้จะถูกสังคมโจมตีอย่างหนัก แต่ ‘เกศกมล’ ให้สัมภาษณ์อย่างเป็นทางการกับสื่อมวลชนครั้งแรก และครั้งเดียวในวันที่เธอเข้าไปรับเอกสารรับรองการเป็น สว. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม เกี่ยวกับวุฒิการศึกษาของเธอว่า เรื่องดังกล่าวนี้เธอถูกตรวจสอบตั้งแต่การเลือกตั้งรอบการเลือกในระดับอำเภอ รวมถึงได้ชี้แจงเป็นเอกสารทั้งหมดแล้ว

 

ขณะเดียวกันปริญญาที่ได้จาก California University นั้นล้วนเป็นของจริงทั้งสิ้น เป็นมหาวิทยาลัยที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่มหาวิทยาลัยห้องแถว และเตรียมให้ทีมทนายดำเนินคดีกลุ่มหมิ่นประมาทเธอทุกคน

 


 

เกศกมล เปลี่ยนสมัย สวมชุดสีเหลือง เข้ารายงานตัวเป็น สว.

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 


 

จากนั้น 1 วัน หลังการรายงานตัว ‘เกศกมล’ ยังแจ้งหมายข่าวกับสื่อมวลชนว่า เธอพร้อมด้วยทนายความส่วนตัวและอาจารย์ที่ปรึกษาทั้งสองคน จะร่วมแถลงข่าวชี้แจงประเด็นวุฒิการศึกษาที่สำนักงานกฎหมายทนายเดชาย่านรามอินทรา ในช่วงคำ่ของเย็นวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม แต่เมื่อถึงเวลาพบว่า เกศกมลไม่ได้ร่วมวงแถลงข่าวครั้งนี้ โดยได้รับแจ้งว่ามีอาการป่วย และออกจากสำนักงานกฎหมายทนายเดชาหลังการแถลงได้ไม่นาน นับเป็นการหนีหน้าสื่อมวลชนครั้งแรก

 

สำหรับสาระสำคัญในการแถลงของทีมทนายและอาจารย์ที่ปรึกษาของเกศกมลนั้น ยืนยันว่าเอกสารวุฒิการศึกษาของเกศกมลเป็นของจริงทั้งหมด ถูกต้องตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ส่วนตำแหน่งทางวิชาการ คำว่า ‘ศาสตราจารย์’ ก็สามารถใช้ในประเทศไทยได้ แม้ California University จะไม่ได้รับรองจาก ก.พ. หรือกระทรวง อว. ก็ตาม และตำแหน่งศาสตราจารย์ที่จบจากต่างประเทศไม่จำเป็นต้องขอโปรดเกล้าฯ

 


 

เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา

เพื่อยื่นเอกสารเกี่ยวกับการรายงานตัว สว. เพิ่มเติมอีกครั้ง

แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 


 

จากนั้นในวันที่ 15 กรกฎาคม ‘เกศกมล’ ปรากฏตัวที่อาคารรัฐสภา ในการรายงานตัวต่อเลขาธิการสำนักงานวุฒิสภาเป็นวันสุดท้ายเพื่อยื่นเอกสารเพิ่มเติม รวมถึงได้รับบัตรประจำตัว สว. เป็นครั้งแรก โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน รวมถึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ออกจากพื้นที่ จากนั้นไม่นานเธอก็เดินทางกลับออกจากรัฐสภาไป ซึ่งนับเป็นการหลบหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งที่ 2

 

ประสานเสียง ‘ไม่เคยรับรอง’ California University

 

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม มีรายงานข่าวว่า หน้าแรกของเว็บไซต์ California University เขียนระบุว่า รัฐสภาไทยยอมรับปริญญาบัตรของ California University ว่ามีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่าปริญญาบัตรที่ออกโดยมหาวิทยาลัยของรัฐในประเทศไทยทุกประการ

 

พร้อมระบุอีกว่า ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จบปริญญาเอกด้านรัฐประศาสนศาสตร์ โดยเทียบเท่าปริญญาของ California University เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2014 โดยได้รับการยืนยันรับรองจากรัฐสภาไทย หลังจากผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์และสืบสวนสอบสวนแล้วเช่นกัน

 


 

หน้าแรกบนเว็บไซต์ California University

เขียนระบุว่า รัฐสภาไทยยอมรับปริญญาบัตรของ California University ว่ามีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่าปริญญาบัตรที่ออกโดยมหาวิทยาลัยของรัฐในประเทศไทยทุกประการ

 


 

ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐสภาไทย, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), สำนักงาน ก.พ. ต่างก็ชี้แจงว่า ไม่เคยรับรองวุฒิการศึกษา รวมถึงรับรองสถาบัน California University แห่งนี้

 

ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะกระทรวงที่กำกับดูแลการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบ ยังไม่มีผู้มายื่นขอเทียบคุณวุฒิจาก California University

 

ส่วนตำแหน่งศาสตราจารย์ก็จะต้องทำเรื่องขอตำแหน่งทางวิชาการ เริ่มตั้งแต่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ มาเป็นศาสตราจารย์ ซึ่งจะมีขั้นตอนการยื่นผ่านมหาวิทยาลัยในประเทศไทย แล้วจะต้องส่งเรื่องมายังกระทรวง อว. เพื่อขอโปรดเกล้าฯ

 

ศุภมาสกล่าวต่อว่า ตำแหน่งนี้กระทรวงจะมีคณะกรรมการและขั้นตอนอยู่แล้ว สำหรับ Professor ที่ต้องการเข้ามาสอนหรือว่าบรรยายในประเทศไทย ผู้ที่ต้องทำการตรวจสอบจะเป็นมหาวิทยาลัยนั้นๆ ไม่ใช่ทางกระทรวง

 

ฉะนั้นในกรณีเกศกมล เรื่องจะไม่มาถึงกระทรวง อว. แต่เมื่อเห็นกรณีศึกษาเช่นนี้ น่าจะต้องกลับไปทบทวนบทบาทของกระทรวง กรณี Professor ที่รับรองจากต่างประเทศ และต้องการมาทำงานในประเทศไทย อาจต้องส่งมาให้กระทรวง อว. รับทราบและช่วยตรวจสอบ เพราะถือเป็นปัญหาสังคมและเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซีเรียส

 

ขณะที่ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรุ่นพี่กล่าวว่า เกศกมลไม่ควรออกมาโต้ อาจารย์ผู้รับผิดชอบที่เป็นเจ้าของโครงการควรรับผิดชอบลูกศิษย์ และเชื่อว่าลูกศิษย์ที่เข้าใจเองว่า California University คือ สถาบันที่ได้รับการรับรองถือเป็นผู้ถูกกระทำ เพราะอาจารย์รับค่าหน่วยกิต แล้วมาตั้งโครงการที่ไม่ได้มาตรฐานให้ลูกศิษย์เดือดร้อน จึงควรออกมารับผิดชอบเรื่องนี้ 

 

เจาะลึก ‘วุฒิการศึกษา’ วุฒิสภาชุดที่ 13

 

สำหรับคุณสมบัติการลงสมัคร สว. ชุดที่ 13 นี้ ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 (พ.ร.ป.สว.) ซึ่งมีคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด, อายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี, มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในด้านที่สมัครไม่น้อยกว่า 10 ปี โดยกฎหมายไม่ได้กำหนดว่า สว. ต้องจบการศึกษาระดับใด

 

ทั้งนี้ จากข้อมูลของบีบีซีไทยที่เจาะลึกข้อมูลของ สว. ทั้ง 200 คน รายงานว่า สว. ชุดนี้มีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทในสัดส่วนมากที่สุด 71 คน (คิดเป็น 35.5%) รองลงมาคือ ปริญญาตรี 67 คน (คิดเป็น 33.5%), ปริญญาเอก 35 คน (คิดเป็น 17.5%), มัธยมศึกษาและเทียบเท่า 14 คน (คิดเป็น 7%) และประถมศึกษา 4 คน (คิดเป็น 2%)

 

ส่วนที่เหลือเป็นวุฒิการศึกษาอื่นๆ อีกประมาณ 4.5% มีวุฒิการศึกษาตามใบประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.), วิทยาลัยครู, วิทยาลัยเทคนิค/วิทยาลัยเทคโน, การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) เป็นต้น

 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น แม้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. จะไม่ได้มีการระบุถึงการศึกษาขั้นต่ำไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นบุคคลที่ลงสมัครเลือก สว. ไม่ว่าจะเรียนจบหรือไม่จบ หากมีคุณสมบัติครบตามที่กฎหมายระบุก็สามารถดำรงตำแหน่งได้ เป็นเหตุให้คนในสังคมส่วนใหญ่ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีโปรไฟล์สูงลิ่ว จนทำให้เกิดคำครหาซื้อวุฒิการศึกษา

 


 

เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา

เพื่อยื่นเอกสารเกี่ยวกับการรายงานตัว สว. เพิ่มเติมอีกครั้ง แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 


 

เปิดกฎหมาย ‘เกศกมล’ อาจจบไม่สวย

 

อย่างไรก็ตาม ในมาตรา 75 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. บัญญัติว่า หากเอกสารหรือหลักฐานที่ใช้ประกอบการสมัครรับเลือก สว. ผู้ที่รับรองหรือลงลายมือชื่อเป็นพยานที่ใช้ประกอบการสมัครเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี

 

มากไปกว่านั้น หากการเลือก สว. ครั้งที่ผ่านมา ‘เกศกมล’ ใช้วุฒิการศึกษาที่ระบุว่าจบจากมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา รวมถึงมีตำแหน่งทางวิชาการนำมาประกอบในใบ สว. 3 เพื่อจูงใจโน้มน้าวให้ผู้สมัคร สว. เลือกตนเอง

 

ตามมาตรา 62 ในกฎหมายดังกล่าว เมื่อ กกต. ประกาศผลการเลือกตามมาตรา 42 วรรคสองแล้ว ถ้ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำการอันเป็นการทุจริต หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม

 

ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น และเมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาแล้ว ผู้นั้นก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถ้าศาลมีคำสั่งพิพากษาว่ามีความผิดก็จะพ้นความเป็น สว.

 


 

เกศกมล เปลี่ยนสมัย นั่งอยู่บนรถยนต์ส่วนตัว หลังนัดแถลงข่าวใหญ่

แต่ไม่ร่วมการแถลงข่าว ที่สำนักงานกฎหมายทนายเดชา

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 


 

เลิกหนี กล้าเผชิญความจริง

 

กระนั้น กว่าที่กระบวนการร้องเรียนจะเดินทางไปถึงศาลฎีกา เพื่อให้พิจารณากรณีดังกล่าวนี้ ‘เกศกมล’ ในฐานะบุคคลที่ได้รับคะแนนจากการเลือก สว. มาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 79 คะแนน จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น สว. ผู้ทรงเกียรติเข้าไปทำหน้าที่ในสภาสูง ต้องเลิกหนีและกล้าที่จะเผชิญความเป็นจริง

 

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 สว. ชุดใหม่มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 5 ปี ต่อให้วันนี้หรือพรุ่งนี้ ‘เกศกมล’ ก็ยังเลือกไม่ออกมาชี้แจงเปิดความเป็นจริงให้สังคมทราบ ทำความจริงให้ปรากฏ ไม่แสดงความจริงใจ และความโปร่งใส ยังเลือกที่จะหนีสื่อไปเรื่อยๆ สุดท้ายเกศกมลจะเป็นเพียง สว. ผู้กลายเป็น ‘ตำบลกระสุนตก’ ที่ไม่มีใครโฟกัสการทำงาน แต่สนใจแค่เรื่องราวดราม่าไปวันๆ ซึ่งไม่ได้สร้างประโยชน์ใดๆ ให้กับประชาชนและประเทศชาติเสียเลย

 

อ้างอิง:

The post สว. เกศกมล ปมวุฒิการศึกษา ต้องเลิกหนี กล้าเผชิญความจริง เปิดข้อกฎหมาย อาจจบไม่สวย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญาร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรมร้ายแรง ‘สว. เกศกมล’ ปมใช้วุฒิ ดร. จาก California University ใส่ในคุณสมบัติ อาจจูงใจให้คนเข้าใจผิด https://thestandard.co/sonthiya-nacc-petition-senator-ketkamon/ Tue, 16 Jul 2024 06:45:46 +0000 https://thestandard.co/?p=958564 สนธิญา สวัสดี California University

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ […]

The post สนธิญาร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรมร้ายแรง ‘สว. เกศกมล’ ปมใช้วุฒิ ดร. จาก California University ใส่ในคุณสมบัติ อาจจูงใจให้คนเข้าใจผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
สนธิญา สวัสดี California University

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา ร้องเรียนให้สอบการกระทำผิดจริยธรรมร้ายแรงของ ศ. ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สว. คะแนนอันดับ 1 ที่มีปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษา ระบุว่า อาจเป็นวุฒิที่จ่ายเงินซื้อมาและไม่ได้มีการรับรองในไทย

 

สนธิญากล่าวว่า เรื่องวุฒิการศึกษาที่ได้มาจาก California University FCE ซึ่งเป็นบริษัทที่รับเทียบโอนคุณวุฒิ ไม่ได้มีการรับรองตำแหน่งทางวิชาการตามกฎหมายไทย วันนี้จึงมายื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรง เพราะการที่นำวุฒิดังกล่าวไปใส่ในใบข้อมูลคุณสมบัติ สว. 2 หรือ สว. 3 กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง สว. ถือว่าผิด พ.ร.ป.มาตรา 77(4) จูงใจให้บุคคลเข้าใจผิดในคุณสมบัติ

 

ขณะนี้ตนกำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทในประเทศไทย ซึ่งได้สอบถามทาง กกต. ว่าสามารถใส่คุณสมบัติส่วนนี้ได้หรือไม่ ทาง กกต. ได้ตอบกลับว่า ไม่สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นต้องย้อนกลับไปพิจารณาว่าการที่ พญ.เกศกมล นำวุฒิการศึกษาใส่ไปในลักษณะนี้เจตนาเป็นอย่างไรและได้ประโยชน์หรือไม่ และทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาได้ข้อมูลว่ามีผู้สมัคร สว. ลงคะแนนเลือก ศ. ดร. พญ.เกศกมล เพราะเห็นว่ามีคุณสมบัติทางการศึกษาเหมาะที่จะเป็นสมาชิกวุฒิสภา

 

สนธิญากล่าวว่า ถ้าวุฒิการศึกษาที่จบมาจากต่างประเทศของ ศ. ดร. พญ.เกศกมล ใช้ในทางส่วนตัวสามารถทำได้ แต่เมื่อใดที่นำไปใช้ประโยชน์ในทางราชการจะถือว่าขัดต่อกฎหมายแน่นอน

 

สิ่งสำคัญคือ คุณวุฒิตำแหน่งศาสตราจารย์ได้มาอย่างไม่ถูกต้อง ทางการไทยไม่รับรอง แต่กลับนำไปใช้ในการเลือก สว. แค่นี้ก็ถือว่าไม่ถูกต้องแล้ว ขณะเดียวกันทนายความและกลุ่มคนที่ไปแถลงข่าวชี้แจงกรณีดังกล่าว หากมีความชัดเจนว่าสิ่งที่แถลงข่าวไม่เป็นความจริง ก็จะเข้าข่ายนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งตนเตรียมจะร้องกองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบเอาผิดเรื่องนี้ภายในสัปดาห์หน้า

 

ขณะเดียวกันในส่วนของการร้อง ป.ป.ช. วันนี้ นอกจากจะให้ตรวจสอบจริยธรรมร้ายแรง ก็จะนำหลักฐานที่มีส่งให้ทาง ป.ป.ช. ไต่สวนพิจารณาวินิจฉัยและส่งศาลฎีกา ซึ่งส่วนตัวมองว่าวันนี้หาก ศ. ดร. พญ.เกศกมล ลาออกจากการเป็น สว. สถานการณ์ต่างๆ น่าจะคลี่คลาย

The post สนธิญาร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรมร้ายแรง ‘สว. เกศกมล’ ปมใช้วุฒิ ดร. จาก California University ใส่ในคุณสมบัติ อาจจูงใจให้คนเข้าใจผิด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.อว. ยืนยัน ไม่เคยรับรองวุฒิจาก California University ชี้ตำแหน่งศาสตราจารย์ต้องมีมหาวิทยาลัยเทียบให้ สว. เกศกมล ไม่มีสิทธิ์ใช้กรอกเอกสารในไทย https://thestandard.co/supamas-california-university-qualifications-degree/ Tue, 16 Jul 2024 04:29:00 +0000 https://thestandard.co/?p=958465 อว. California University

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศุภมาส อิศรภักดี ร […]

The post รมว.อว. ยืนยัน ไม่เคยรับรองวุฒิจาก California University ชี้ตำแหน่งศาสตราจารย์ต้องมีมหาวิทยาลัยเทียบให้ สว. เกศกมล ไม่มีสิทธิ์ใช้กรอกเอกสารในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อว. California University

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณี พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ใช้วุฒิจาก California University สมัครสมาชิกวุฒิสภาว่า กรณีนี้ต้องแบ่งเป็นสองเรื่องคือ การเทียบวุฒิระดับปริญญาเอก ไม่ว่าจะจบในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท หรือปริญญาเอก หากจบในประเทศไทย อว. ต้องเป็นผู้รับรองตั้งแต่เริ่มทำหลักสูตรอยู่แล้ว แต่หากเป็นวุฒิการศึกษาหรือหลักสูตรที่จบจากต่างประเทศ และประสงค์จะนำกลับมาใช้ในประเทศไทย จะต้องมายื่นเรื่องขอเทียบคุณวุฒิกับกระทรวง เนื่องจากมีมหาวิทยาลัยในความดูแลมากกว่า 10,000 แห่ง เราไม่สามารถไปขึ้นบัญชีได้ทั้งหมด 

 

ศุภมาสกล่าวอีกว่า แต่ในกรณีของ California University จากการตรวจสอบพบว่ายังไม่มีผู้มายื่นขอเทียบคุณวุฒิ จึงยังไม่เคยรับรองวุฒิให้ ต้องรอให้มีผู้มายื่นเรื่องก่อนจึงจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและสอบทานเหมือนกับมหาวิทยาลัยอื่นในต่างประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และจีน ว่าสามารถเทียบกับปริญญาตรี โท และเอก ของไทยได้หรือไม่ 

 

ส่วนตำแหน่งศาสตราจารย์ ศุภมาสกล่าวว่า จะต้องทำเรื่องขอตำแหน่งทางวิชาการ เริ่มตั้งแต่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ มาเป็นศาสตราจารย์ ซึ่งจะมีขั้นตอนการยื่นผ่านมหาวิทยาลัยในประเทศไทย แล้วจะต้องส่งเรื่องมายัง อว. เพื่อขอโปรดเกล้าฯ ในตำแหน่งนี้ ซึ่งเราจะมีคณะกรรมการและขั้นตอนอยู่แล้ว 

 

ศุภมาสกล่าวอีกว่า สำหรับ Professor ที่ต้องการเข้ามาสอนหรือบรรยายในประเทศไทย ผู้ที่ต้องตรวจสอบจะเป็นมหาวิทยาลัยนั้นๆ ไม่ใช่กระทรวง เช่น หาก Professor จากประเทศจีนต้องการมาสอนที่มหาวิทยาลัยเกริกในประเทศไทย ก็เป็นหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเกริกที่จะต้องเทียบตำแหน่ง Professor กับศาสตราจารย์ในประเทศไทย ซึ่งแต่ละประเทศจะมีขั้นตอนและกระบวนการแตกต่างกันไป ฉะนั้นในกรณี พญ.เกศกมล เรื่องจะไม่มาถึง อว. แต่เมื่อเห็นกรณีศึกษาเช่นนี้ น่าจะต้องกลับไปทบทวนบทบาทของกระทรวง กรณี Professor ที่รับรองจากต่างประเทศและต้องการมาทำงานในประเทศไทย อาจต้องส่งมาให้ อว. รับทราบและช่วยตรวจสอบ เพราะถือเป็นปัญหาสังคมและเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซีเรียส 

 

เมื่อถามว่า เคยมีคนนำวุฒิจาก California University มาให้ อว. เทียบวุฒิหรือไม่ ศุภมาศกล่าวว่า “ยังไม่มีนะคะ จากข้อมูลที่หามา ซึ่งเช็กจากทางกระทรวงยังไม่เคยมีคนมาขอเทียบเลย”

 

ส่วนจะเป็นข้อยืนยันว่าอาจไม่ใช่วุฒิปริญญาเอกจริงๆ ใช่หรือไม่ ศุภมาสกล่าวว่า ปริญญาเอกนี้ชอบหรือไม่ชอบ ใช่หรือไม่ใช่ ผู้ที่จะต้องสืบหาความจริงจะต้องเป็นกระทรวงของสหรัฐอเมริกา หรือผู้ที่มีหน้าที่อนุมัติเกี่ยวกับหลักสูตรของสหรัฐอเมริกา ส่วนหน้าที่ของ อว. มีเอกสารมาจริงหรือไม่นั้นเราไม่รู้ แต่อาจช่วยพิสูจน์ แต่หน้าที่หลักต้องเป็นประเทศต้นทาง และเมื่อได้รับเอกสารมา อว. มีหน้าที่ทำตามกระบวนการ เพื่อดูว่าสามารถเทียบวุฒิได้หรือไม่ ซึ่งในหลายมหาวิทยาลัยที่มีผู้ยื่นเทียบวุฒิแล้วจะสามารถทำเรื่องได้สั้นลง เพราะมีมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ถ้ายังไม่เคยมีอาจต้องใช้เวลาสักพัก

 

เมื่อถามว่า เคยมีกรณีจบปริญญาโท ปริญญาตรี จากต่างประเทศ แต่มาเทียบวุฒิแล้วไม่ได้มาตรฐานของไทยหรือไม่ ศุภมาสกล่าวว่า มีกรณีที่เทียบไม่ได้ หากมาตรฐานไม่ตรงกัน อาจเป็นเรื่องของจำนวนหน่วยกิตหรือจำนวนวิทยานิพนธ์ ซึ่งปริญญาตรีจะต้องมี 120 หน่วยกิต ขณะเดียวกันถ้าจำนวนหน่วยกิตไม่ถึง เมื่อไปเทียบกับต่างประเทศก็อาจไม่ได้เหมือนกัน ซึ่งเกิดได้ในทุกกรณี ดังนั้นต้องให้ อว. ทำเรื่องยื่นคุณวุฒิให้ การเทียบวุฒิจึงมีคำตอบทั้งผ่านและไม่ผ่าน

 

เมื่อถามว่า หากไม่ผ่านจะต้องกลับไปใช้วุฒิของประเทศไทยหรือไม่ ศุภมาสกล่าวว่า วุฒิปริญญาตรี โท และเอก จากต่างประเทศที่มีอยู่ก็จะใช้กับประเทศไทยไม่ได้ แต่อาจใช้กับประเทศต้นทางได้ 

 

เมื่อถามว่า ตำแหน่งศาสตราจารย์ของ พญ.เกศกมล ปัจจุบันยังไม่พิสูจน์ทราบว่าเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยใด ตำแหน่งศาสตราจารย์ที่อ้างว่ามีอยู่นั้นสามารถใช้กรอกข้อมูลต่างๆ ในไทยได้หรือไม่ ศุภมาสกล่าวว่า “น่าจะยังใช้ไม่ได้ จะใช้ได้ในกรณีที่มหาวิทยาลัยไทยเป็นผู้เทียบให้ แต่จะไม่เหมือนกับเรื่องปริญญาที่ อว. เป็นผู้เทียบให้ ตำแหน่ง Professor มหาวิทยาลัยนั้นๆ ที่เขาจะมาทำงาน มารับเงินเดือน จะเป็นผู้เทียบให้” 

 

เมื่อถามว่า หากมีการใช้ตำแหน่งศาสตราจารย์ในไทย โดยที่ยังไม่มีมหาวิทยาลัยใดเทียบให้ มีความผิดหรือไม่ ศุภมาศกล่าวว่า ยังไม่แน่ใจข้อกฎหมาย ขอกลับไปศึกษาดูก่อน

The post รมว.อว. ยืนยัน ไม่เคยรับรองวุฒิจาก California University ชี้ตำแหน่งศาสตราจารย์ต้องมีมหาวิทยาลัยเทียบให้ สว. เกศกมล ไม่มีสิทธิ์ใช้กรอกเอกสารในไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. เกศกมล เข้าสภา-รับบัตรประจำตัว แต่ยังหนีสื่อต่อเนื่อง https://thestandard.co/senator-ketkamon-enters-parliament-identification-card/ Mon, 15 Jul 2024 07:44:40 +0000 https://thestandard.co/?p=957979 เกศกมล เข้าสภา

วันนี้ (15 กรกฎาคม) เวลา 13.38 น. ที่รัฐสภา ศ.ดร. พญ.เก […]

The post สว. เกศกมล เข้าสภา-รับบัตรประจำตัว แต่ยังหนีสื่อต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เกศกมล เข้าสภา

วันนี้ (15 กรกฎาคม) เวลา 13.38 น. ที่รัฐสภา ศ.ดร. พญ.เกศกมล เปลี่ยนสมัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เดินทางเข้ามายื่นเอกสารเกี่ยวกับการรายงานตัวต่อสำนักงาน เลขาธิการวุฒิสภา เพิ่มเติมอีกครั้ง หลังจากเข้ารายงานตัวในวันแรกเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา รวมถึงได้รับบัตรประจำตัว สว. เป็นครั้งแรก 

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาได้แจ้งว่า ศ.ดร. พญ.เกศกมล ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน รวมถึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ออกจากพื้นที่ จากนั้นไม่นาน ศ.ดร. พญ.เกศกมล เดินทางกลับออกจากรัฐสภาไป ซึ่งเป็นการหลบหน้าสื่อมวลชนเป็นครั้งที่ 2 สืบเนื่องจากการแถลงของ เดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ พร้อมด้วย ดร.ณัฐวัชร จันทโรธรณ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก และ ดร.สุขุมพงศ์ ชาญนุวงศ์ เดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมาย 

 

อย่างไรก็ตาม ศ.ดร. พญ.เกศกมล เป็น สว. จากที่สมัครในกลุ่ม 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ของประเทศด้วยคะแนน 79 เสียง และขณะนี้ถูกสังคมจับจ้องให้ความสนใจ โดยเฉพาะกรณีวุฒิการศึกษาที่จบจาก California University ว่ามหาวิทยาลัยดังกล่าวไม่ได้จัดการเรียนการสอนและไม่ออกใบปริญญา แต่ทำหน้าที่ประเมินวุฒิการศึกษาของคนที่จบจากต่างประเทศ และออกวุฒิบัตรเทียบเท่าให้เท่านั้น

 

 

The post สว. เกศกมล เข้าสภา-รับบัตรประจำตัว แต่ยังหนีสื่อต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>