อ้วนลงพุง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อ้วนลงพุง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 13 Aug 2025 07:40:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี 2568 จากผลงานวิจัยเชื่อมโยงภาวะอ้วนลงพุงกับการเสื่อมของสมอง https://thestandard.co/cmu-researcher-abdominal-obesity-brain-degeneration/ Wed, 13 Aug 2025 07:28:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1106560 นักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันนี้ (13 สิงหาคม) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทร […]

The post นักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี 2568 จากผลงานวิจัยเชื่อมโยงภาวะอ้วนลงพุงกับการเสื่อมของสมอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันนี้ (13 สิงหาคม) ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว ผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 44 ภายในงานได้รับเกียรติจาก สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีและมอบโล่รางวัล ร่วมด้วย ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงฯ, ศาสตราจารย์ ดร. จำรัส ลิ้มตระกูล ประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น และผู้ที่ได้รับรางวัลเข้าร่วมงานแถลงข่าว

 

ศาสตราจารย์ ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล ประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น กล่าวว่า ‘การวิจัยขั้นแนวหน้า’ (Frontier Research) เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกประเทศไทย ให้ก้าวพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ยกตัวอย่างประเทศเกาหลีใต้ ที่ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงมากกว่า 5% ของ GDP และมีสิทธิบัตรมากเป็นอันดับ 4 ของโลก ส่งผลให้ GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้นกว่า 130 เท่า ภายใน 50 ปี

 

ขณะที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นเพียง 26 เท่าในช่วงเดียวกัน นอกจากนี้ จากฐานข้อมูลผู้นำการวิจัยของ ‘Nature Index Research Leaders’ ยังพบว่าไทยมีส่วนร่วมด้าน ‘การวิจัยขั้นแนวหน้า’ เพียง 10% ของประเทศสิงคโปร์ และไม่ถึง 5% ของประเทศเกาหลีใต้

 

ดังนั้น การเพิ่มร้อยละของ GDP สำหรับการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีเป้าหมายการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ที่ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ พลังงานและสิ่งแวดล้อม วัสดุขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของประเทศ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของโลกที่จัดอันดับโดย “MIT Technology Review” ที่ระบุถึง 10 เทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกในปี 2568

 

“วันนี้ โลกหมุนไปข้างหน้าด้วย Artificial intelligence (AI) พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีชีวภาพ แต่ประเทศไทยยังคงมีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (ร้อยละของ GDP) ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค ซึ่งการทำสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่หวัง ‘ผลลัพธ์ที่แตกต่าง’ จึงเป็นสิ่งที่ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ และแทบหมดหวัง หากคิดจะสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเปลี่ยนโลก ถึงเวลาแล้วที่เราต้อง ‘ทุ่มสุดตัว’ ในการลงทุนกับสมองของชาติ มุ่งเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์และวิทยาการที่เป็นแก่นสำคัญของการพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันบนเวทีโลก ให้ประเทศไทยสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” ศาสตราจารย์ ดร.จำรัส กล่าวในตอนท้าย

 

สำหรับ ผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2568 ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 400,000 บาท ได้แก่

 

 

ศาสตราจารย์ (เชี่ยวชาญพิเศษ) ดร. ทันตแพทย์หญิง สิริพร ฉัตรทิพากร ภาควิชาชีววิทยาช่องปากและวิทยาการวินิจฉัยโรคช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ หน่วยสรีรวิทยาระบบประสาท ภายใต้ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมสาขาโรคทางไฟฟ้าของหัวใจ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จากผลงานวิจัย ‘พยาธิสรีรวิทยาของระบบประสาทด้านการบกพร่องการเรียนรู้และความจำ: จากแบบจำลองสัตว์สู่การศึกษาทางคลินิก’ งานวิจัยเชิงลึกที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงผู้ป่วยทางคลินิก โดยมุ่งศึกษาพยาธิสภาพของสมองในผู้ที่มีภาวะบกพร่องด้านการเรียนรู้และความจำ หรือภาวะสมองเสื่อม ซึ่งเกิดจากสาเหตุหลากหลาย เช่น ภาวะอ้วนลงพุง ภาวะชราภาพ ภาวะหัวใจขาดเลือด และการใช้ยาเคมีบำบัด งานวิจัยยังมุ่งเน้นการค้นหาวิธีการรักษาใหม่และตัวบ่งชี้ชีวภาพ (biomarkers) ที่สามารถนำไปใช้ในทางคลินิกได้ โดยใช้หลักการวิจัยแบบองค์รวม ‘จากเซลล์สู่ผู้ป่วยทางคลินิก (cell-to-bedside)’ ซึ่งเชื่อมโยงงานวิจัยพื้นฐานด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล ระบบไฟฟ้าสมอง และกลไกการเรียนรู้และความจำ เข้ากับการประยุกต์ใช้จริงในผู้ป่วย ทำให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการป้องกันและรักษาภาวะสมองเสื่อมในอนาคต

 

หนึ่งในงานวิจัยที่โดดเด่นคือ การศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างภาวะอ้วนลงพุงกับการเสื่อมของสมอง การบริโภคอาหารไขมันสูงต่อเนื่องเป็นเวลานานทำให้เกิดการสูญเสียความสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ (gut dysbiosis) มีการกระตุ้นการอักเสบในทางเดินอาหาร การสะสมของไขมันในร่างกาย นำไปสู่ภาวะอักเสบระดับต่ำทั่วร่างกาย (systemic low-grade inflammation) ภาวะดื้อต่ออินซูลินทั้งในร่างกายและในเซลล์ประสาท ความผิดปกติของไมโทคอนเดรียในเซลล์สมอง การทำงานผิดปกติของเซลล์ไมโครเกลียในสมอง ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้และความจำ การมีภาวะอ้วนลงพุงเรื้อรังยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมของเบต้า-อะไมลอยด์ในสมอง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของภาวะสมองเสื่อม ที่สำคัญงานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า การลดภาวะอ้วนลงพุง ไม่ว่าจะโดยการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร หรือการใช้ยาต้านเบาหวาน สามารถฟื้นฟูการทำงานของสมอง และช่วยเสริมการเรียนรู้และความจำได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

 

รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2568 ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลท่านละ 100,000 บาท ได้แก่

 

  1. ดร. สมาพร ติญญนนท์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ‘ผู้พัฒนาการสังเกตการณ์และสร้างอุปกรณ์ดาราศาสตร์ เพื่อศึกษาวิวัฒนาการและการสิ้นอายุขัยของดาวฤกษ์มวลมาก’

 

  1. ดร. ศิรสิทธิ์ ศรีนวลปาน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายของจุลินทรีย์และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ‘ผู้คิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพของสาหร่ายและไซยาโนแบคทีเรียในด้านการเกษตร อาหาร พลังงานและสิ่งแวดล้อม’

 

 

The post นักวิจัยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ปี 2568 จากผลงานวิจัยเชื่อมโยงภาวะอ้วนลงพุงกับการเสื่อมของสมอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เป็นคนผอม แต่ลงพุง ลดอย่างไรถึงจะเวิร์ก? https://thestandard.co/life/skinny-with-belly-fat/ Mon, 19 Feb 2024 06:49:59 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=901742 ผอมแต่ลงพุง

อีกหนึ่งปัญหาที่หลายๆ คนต้องเผชิญคือทำไมเวลาที่ลดน้ำหนั […]

The post เป็นคนผอม แต่ลงพุง ลดอย่างไรถึงจะเวิร์ก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผอมแต่ลงพุง

อีกหนึ่งปัญหาที่หลายๆ คนต้องเผชิญคือทำไมเวลาที่ลดน้ำหนักถึงจุดหนึ่ง จนถูกทักว่าผอมแล้วผอมอีก แต่พอมาก้มดูที่พุง ก็ยังเป็นคนที่มีพุงอยู่ตลอด ไม่เคยหายไปไหน พยายามลดต่อก็ไม่มีทีท่าว่าพุงจะยุบลงสักที เพราะแม้ตัวจะผอมแต่พุงก็ยังมีอยู่ดี แล้วปัญหาแบบนี้มันเกิดจากอะไรกัน? และจะมีวิธีกำจัดพุงออกไปได้อย่างไร หมอจะพาไปค้นหาคำตอบด้วยกัน

 

ที่มาของพุงก็คือไขมัน แล้วไขมันในร่างกายคืออะไร 

ไขมันเป็นสารอาหารที่สำคัญชนิดหนึ่งของร่างกาย ทำหน้าที่ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนประกอบหนึ่งของเยื่อหุ้มเซลล์ เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮอร์โมนหลายชนิด ช่วยทำละลายให้วิตามินต่างๆ เพื่อให้ดูดซึมมาใช้ในร่างกายได้ ช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดีจากชั้นใต้ผิวหนัง และที่สำคัญยังจัดเป็นแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของร่างกายเลยทีเดียว ต้นกำเนิดของไขมันในร่างกายนั้นได้มาจากสารอาหารประเภทไขมันที่เรากินเข้าไป และยังแปลงสภาพมาจากสารอาหารอื่นๆ โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตที่เกินความจำเป็นอีกด้วย ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ถ้ามีปริมาณมากเกินที่ร่างกายจะนำไปใช้ก็จะถูกสะสมในรูปของไขมันตามส่วนต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำรองนั่นเอง



โดยตำแหน่งที่ไขมันจะไปสะสมนั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ

  1. ไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) เป็นไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ใต้ชั้นผิวหนังในบริเวณทั่วไป มักพบได้หนาแน่นที่ต้นแขน ต้นขา สะโพก และหน้าท้อง โดยทั่วไปไขมันชนิดนี้จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ แต่หากมีปริมาณมากจะส่งผลให้รูปร่างและสัดส่วนของร่างกายเปลี่ยนไปจากปกติ และมีความหย่อนคล้อยได้ง่าย โดยส่วนมากไขมันส่วนนี้จะถูกสะสมจากสารอาหารที่เรากินมากเกินไป 
  2. ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) เป็นไขมันส่วนเกินใต้ชั้นกล้ามเนื้อหน้าท้องลงไป โดยจะสะสมภายในช่องท้อง เยื่อบุช่องท้อง หรืออาจจะพอกที่อวัยวะภายในต่างๆ เช่นที่ตับ (เป็นที่มาของชื่อภาวะ ‘ไขมันเกาะตับ’ นั่นเอง) ไขมันชนิดนี้เป็น 1 ในตัวบ่งชี้ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในคนทั่วไป และส่วนมากไขมันชนิดนี้จะสะสมมากเมื่อมีอาการออกกำลังกายหรือเผาผลาญไม่เพียงพอ


พุงของเราคือไขมันส่วนไหนของร่างกาย?

พุงหรือไขมันหน้าท้องของคนเราจะประกอบด้วยไขมันใต้ผิวหนังบริเวณหน้าท้องและไขมันในช่องท้องที่หากมีปริมาณมากก็จะดันออกมาทางหน้าท้องคล้ายลูกโป่งเป็นลักษณะพุงยื่นนั่นเอง ดังนั้นคนที่พุงยื่นจึงจำเป็นต้องมีอาการคุมอาหารและออกกำลังกายเพื่อให้สามารถลดพุงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

 

ทำไมส่วนอื่นผอมแล้วยังมีพุงได้?

การลดน้ำหนักเพื่อหุ่นสวยนั้นคนส่วนมากใช้การคุมอาหาร และการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น การเดินเร็ว การวิ่ง การปั่นจักรยาน หรือการเต้นแอโรบิก เมื่อสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอเป็นหลักเดือนก็จะได้ผลดี กล่าวคือ น้ำหนักตัวลดลง ไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ก็จะเริ่มลดลง แต่พอถึงจุดหนึ่งกลับพบว่าการลดลงนั้นเริ่มเข้าสู่สภาวะคงที่ ซึ่งก็มักจะยังคงเหลือไขมันหน้าท้องทำให้เรารู้สึกรำคาญใจอยู่ ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุดังต่อไปนี้

 

การงดอาหารมากเกินไป

ทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะการขาดอาหาร (Starvation) ทำให้ยังคงเก็บสะสมพลังงานในรูปของไขมันเอาไว้เพื่อความอยู่รอด


การคุมอาหารที่ผิดวิธี

เช่น การเน้นคุมที่ปริมาณอาหารและแคลอรีน้อยๆ โดยที่ไม่ได้มีความสมดุลของชนิดสารอาหารที่กิน เช่น เน้นกินเป็นแป้ง น้ำตาล หรือไขมันเลวเป็นสัดส่วนที่มากกว่าโปรตีน ซึ่งถึงแม้ว่าปริมาณแคลอรีที่นับได้ไม่มากเกินที่เราใช้ไปในแต่ละวัน แต่ปริมาณของสารอาหารนั้นมากเกินกว่าความสามารถในการดูดซึมและนำไปใช้ จึงถูกจัดเก็บในรูปของไขมันส่วนเกินได้


การออกกำลังกายที่มากเกินไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงเวลาที่คุมอาหารอย่างเคร่งครัด การคาร์ดิโออย่างหนักนั้นจะทำให้ร่างกายมีการใช้พลังงานมากขึ้นและในเวลาเดียวกันก็ต้องใช้งานกล้ามเนื้อมากขึ้นด้วย ทำให้มีการสลายของกล้ามเนื้อเพื่อนำพลังงานมาใช้ในสัดส่วนมากขึ้น และไขมันจึงถูกใช้ไปในสัดส่วนที่น้อยลงนั่นเอง รวมถึงสาเหตุแวดล้อมอื่นๆ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การนอนหลับไม่เพียงพอ และความเครียด เป็นต้น

 

วิธีจัดการภาวะผอมลงพุง และ Skinny Fat

การจัดการภาวะผอมลงพุง และ Skinny Fat ต้องเริ่มจากการปรับวิธีการกินอาหารโดยการไม่อดอาหาร และกินอาหารที่ครบหมู่ในปริมาณสัดส่วนที่พอเหมาะ ไม่กินอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากจนเกินไป ปรับการนอนพักผ่อนให้เพียงพอต่อวัน และปรับการออกกำลังกายให้เหมาะสม

 

ทั้งนี้ แนะนำให้มีการออกกำลังกายแบบเวตเทรนนิ่งเข้ามาร่วมกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอด้วย เพื่อให้ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อที่มากขึ้น เพิ่มอัตราการเผาผลาญสารอาหารที่เรากินเข้ามาในแต่ละวัน และยังช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดี คงทนต่อการออกกำลังกายหนักๆ มากขึ้น เพื่อลดโอกาสกล้ามเนื้อสลายได้อีกด้วย

 

การออกกำลังกายเฉพาะส่วนช่วยลดสัดส่วนของส่วนนั้นได้หรือไม่?

มีความเชื่อที่ว่าหากเราต้องการลดหน้าท้องให้ออกกำลังกายเวตหน้าท้องเยอะๆ เพื่อให้มีซิกซ์แพ็กโดยไม่จำเป็นต้องเวตจุดอื่นๆ หรือคาร์ดิโอก็ได้ ความเชื่อนี้อาจจะไม่ได้ถูกต้องซะทีเดียว เนื่องจากการที่เราจะมีซิกซ์แพ็กได้นั้นจะต้องมีเปอร์เซ็นต์ของไขมันในร่างกายที่น้อย ซึ่งหมายถึงไขมันใต้ผิวหนังทุกๆ ส่วนในร่างกายก็ควรน้อยไปด้วยกัน ดังนั้นหากไม่ได้มีการคุมอาหารที่เหมาะสม และไม่ได้ออกกำลังกายคาร์ดิโอเพื่อเผาผลาญพลังงาน และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของร่างกายไม่ได้รับการเวตเทรนนิ่งด้วยแล้ว อัตราการเผาผลาญไขมันส่วนเกินก็จะน้อย ซึ่งทำให้ยังคงมีพุงหรือไขมันปกคลุมกล้ามเนื้อหน้าท้องอยู่ดี อย่างไรก็ตาม การเวตเทรนนิ่งหน้าท้องจะทำให้เมื่อเรามีอาการคุมอาหารและออกกำลังกายจนได้ผล ก็จะทำให้มีซิกซ์แพ็กที่สวยงามแน่นเฟิร์มได้นั่นเอง


สรุป

หากเราประสบปัญหาผอมแต่มีพุงหรือมี Skinny Fat ให้กลับมาลองดูโปรแกรมการกินและออกกำลังกายของเราว่าเข้าข่ายของสาเหตุที่ทำให้เกิด Skinny Fat ข้างต้นหรือไม่ หากพบว่ามีความเสี่ยงก็ลองปรับโปรแกรมให้ถูกต้องสมดุล ไม่มีวิธีไหนที่มากเกินไปหรือน้อยเกินไปแล้วจะดี เนื่องจากร่างกายของเราก็ต้องรักษาสมดุลของตัวเองอยู่เสมอ แต่หากพบว่าไม่เข้าข่ายในข้อไหนเลย อาจจะมาลองพิจารณาว่าเราได้ทำโปรแกรมคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดของทุกกรณี ขอให้อย่าลืมดูแลในเรื่องของการพักผ่อน รวมถึงการจัดการความเครียดให้เหมาะสม ก็จะสามารถช่วยจัดการปัญหาผอมแต่มีพุงได้อย่างยั่งยืน

The post เป็นคนผอม แต่ลงพุง ลดอย่างไรถึงจะเวิร์ก? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รู้จักภาวะ ‘อ้วนลงพุง’ ที่คนไทยกว่า 20 ล้านคนกำลังเป็นอยู่ https://thestandard.co/video-belly-fat/ Wed, 24 Mar 2021 01:00:00 +0000 https://thestandard.co/?p=467521 ชมคลิป: รู้จักภาวะ ‘อ้วนลงพุง’ ที่คนไทยกว่า 20 ล้านคนกำลังเป็นอยู่

รู้จักภาวะ ‘อ้วนลงพุง’ ที่คนไทยกว่า 20 ล้านคนกำลังเป็นอ […]

The post ชมคลิป: รู้จักภาวะ ‘อ้วนลงพุง’ ที่คนไทยกว่า 20 ล้านคนกำลังเป็นอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รู้จักภาวะ ‘อ้วนลงพุง’ ที่คนไทยกว่า 20 ล้านคนกำลังเป็นอยู่

รู้จักภาวะ ‘อ้วนลงพุง’ ที่คนไทยกว่า 20 ล้านคนกำลังเป็นอยู่

 

ตัดต่อ: อัศวพล ตุลานนท์

The post ชมคลิป: รู้จักภาวะ ‘อ้วนลงพุง’ ที่คนไทยกว่า 20 ล้านคนกำลังเป็นอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หมดยุคลงพุง เมื่อตลกหันมาปั้นซิกซ์แพ็ก https://thestandard.co/comedians-actors-get-a-six-pack/ https://thestandard.co/comedians-actors-get-a-six-pack/#respond Tue, 17 Apr 2018 08:03:25 +0000 https://thestandard.co/?p=84410

ประโยคที่ว่า ‘หล่อมักนก ตลกมักได้’ เห็นทีจะไม่พอ เพราะด […]

The post หมดยุคลงพุง เมื่อตลกหันมาปั้นซิกซ์แพ็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ประโยคที่ว่า ‘หล่อมักนก ตลกมักได้’ เห็นทีจะไม่พอ เพราะดาราตลกสมัยนี้นอกจากจะทั้งฮาทั้งเฮงแล้วยังต้องเฮลตี้อีกด้วย เพราะรอบเอวหรือพุงของคนเราเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพโดยรวมได้เป็นอย่างดี ใครห่วงยางหนา โอกาสที่จะเป็นโรคต่างๆ ก็สูงตามไปด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ต่อให้รวยล้นฟ้าหรือมีชื่อเสียงโด่งดังขนาดไหน หากยังลงทุนกับ ‘พุง’ เห็นทีชีวิตบั้นปลายจะลำบาก เหล่านี้คือตัวอย่างอันดีของการเปลี่ยนแปลงจากตลกลงพุงมาเป็นตลกสายล่ำ (ที่ยังเอิ๊กอ๊ากอารมณ์ดีไม่ต่างกับสมัยเอวหนาสักนิด)

 

หมดยุคตลกในภาพจำที่ต้องอ้วนท้วนลงพุงแล้วหรือยัง?

 

 

จตุรงค์ โพธาราม

จตุรงค์ มกจ๊ก ที่เรารู้จักกันรายนี้ถือเป็นผู้นำของตลกสายออกกำลังกาย เพราะเขาเป็นนักแสดงตลกคนแรกๆ ที่หันมาฟิตเฟิร์มอย่างจริงจัง หลังตื่นมาตอนเช้าแล้วคิดได้ว่าอยากอยู่กับครอบครัวไปนานๆ จากน้ำหนักตัว 80 กิโลกรัม จตุรงค์เริ่มลองผิดลองถูกออกกำลังกายด้วยตัวเอง แต่ผลลัพธ์ยังไม่ดีเท่าที่ควร จึงจ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวมาช่วยจับท่า หลังจากนั้นเขาจึงฝึกเองจนน้ำหนักลดลงไปกว่า 15 กิโลกรัม (จากเทปสัมภาษณ์ช่วงปลายปี 2557) ซึ่งเมื่อเทียบกับปัจจุบันแล้ว ลุงรงค์ของคนในวงการฟิตยิ่งกว่าเดิม ทุกวันนี้เขาออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 90 นาที เคล็ดลับอยู่ที่พกเสื้อผ้าและรองเท้าออกกำลังกายติดรถไว้เลย ล่าสุดปีที่แล้วตลกรุ่นเก๋ายังนำทีมดาราวิ่งเก็บตกให้พี่ตูนในโครงการก้าวคนละก้าว (ลืมบอกไปว่าปีนี้เขาอายุ 55 ปี!) และหากคลิกเข้าไปดูไอจี @Jaturong_p จะเห็นว่าเขามักโพสต์ให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายอยู่เสมอ

 

เคล็ดลับน่าขโมยไปใช้: เตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์ออกกำลังกายติดรถหรือออฟฟิศไว้เลย  

 

 

โก๊ะตี๋ อารามบอย

หลังมีลุงรงค์เป็นไอดอล โก๊ะตี๋เผยหุ่นใหม่ให้เห็นตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังหมอยื่นคำขาดว่าถ้ายังปล่อยให้อ้วนลงพุงอยู่อย่างนี้ เห็นทีโรคจะถามหา ได้ยินดังนั้น โก๊ะตี๋ของเราจึงเกิดแรงบันดาลใจอยากทำเพื่อแม่ บวกกับกำลังอินเลิฟและวางแผนแต่งงานปีนี้ เขาเลยฮึดออกกำลังกายและคุมอาหาร อาศัยเข้าร่วมโปรแกรมลดหุ่นของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเจ้าหนึ่งจนน้ำหนักหายไปร่วม 20 กิโลกรัม ปัจจุบันน้ำหนักตัวยังไม่โยโย่กลับมา เพราะเขาทั้งยกเวตและคาร์ดิโอด้วยการวิ่ง รวมถึงเตะฟุตบอลกับเพื่อนทีม Aramboy ที่เขาสังกัดอยู่ และถ้าสังเกตดู โก๊ะตี๋มักโพสต์คลิปปลุกใจตัวเองให้ออกกำลังกายในไอจี @kootee เสมอ นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนผูกติดกับการออกกำลังกาย

 

เคล็ดลับน่าขโมยไปใช้: ตั้งจุดหมาย รักษาวินัย และสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองไม่ละทิ้งการออกกำลังกาย  

 

 

แจ๊ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์

สมัยยังจัดรายการอยู่กับ วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา แจ๊ค แฟนฉัน เป็นคนหนึ่งที่โดนขู่อยู่เสมอว่าถ้าไม่ลดน้ำหนักจะโดนปลดออกจากรายการ ประโยคนี้เองได้กลายมาเป็นแรงกระตุ้นให้เขาลดน้ำหนักลงกว่า 26 กิโลกรัมในเวลาเพียง 2 เดือน จากเดิมอยู่ที่ 130 กิโลกรัม เทคนิคอยู่ที่การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร ตอนนั้นเขาต้องตื่นมาวิ่งทุกเช้าตั้งแต่ตี 5 มีเทรนเนอร์ส่วนตัวคอยประกบติด ช่วงแรกเน้นการเบิร์นไขมันรอบพุงออกไปให้มากที่สุด บางวันออกกำลังกายทั้งเช้าและเย็น จากนั้นหันมาปรับพฤติกรรมการกิน เลิกกินมื้อดึก งดของทอดๆ มันๆ เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู หมูกระทะ ฯลฯ อาศัยว่ามีวู้ดดี้คอยจัดแจงเรื่องอาหาร ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้น่าประทับใจ นอกจากจะได้หุ่นใหม่แล้ว โรคอ้วนอย่างเบาหวาน ความดันโลหิต หรือคอเลสเตอรอลก็ลดลงตามไปด้วย แม้หลังๆ น้ำหนักจะกลับมาบ้าง แต่ก็ยังไม่พีกสุดเท่าสมัยนั้น

 

เคล็ดลับน่าขโมยไปใช้: เริ่มต้นด้วยการศึกษาและเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด

 

 

ตี๋ ดอกสะเดา

ด้วยวัยเลข 5 การลดน้ำหนักหรือปั้นซิกซ์แพ็กจึงไม่ง่ายเหมือนคนหนุ่ม แต่ตี๋ ดอกสะเดา ที่เราคุ้นเคยในคนร่างบางก็ทำให้เห็นแล้วว่าต่อให้วัยจะ 50 แต่ก็ยังฟิตได้ กิจกรรมที่เขาชอบทำ ได้แก่ ยกเวตเพิ่มความแข็งแรง และฝึกฟังก์ชันนัลเทรนนิ่งเพิ่มสมรรถภาพทางกาย ส่วนการเผาผลาญไขมัน เขาเลือกการต่อยมวยไทยที่สามารถรีดไขมันจนเห็นซิกซ์แพ็กปังๆ แม้ยามใส่เสื้อ

 

เคล็ดลับน่าขโมยไปใช้: ให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยการยกเวต และความแข็งแรงของปอดและหัวใจด้วยคาร์ดิโอ

 

 

เสนาหอย-เกียรติศักดิ์ อุดมนาค

เจ้าของตำนานลดหุ่นหวังพิชิตใจสาว จุดเริ่มต้นของรายนี้ค่อนข้างโรแมนติก เพราะเขาตั้งใจลดน้ำหนักเพื่อจีบสาว แต่สุดท้ายแล้วแม้ความสัมพันธ์จะไม่เดินหน้า แต่เสนาหอยก็ได้พิสูจน์แล้วว่าหากคุณมีความมุมานะ การลดความอ้วนไม่ใช่เรื่องยาก จากที่เคยอ้วนลงพุงจนเป็นซิกเนเจอร์ ตอนนี้เสนาหอยต้องทิ้งเสื้อผ้าไปหลายชิ้นเพราะหลวมโพรก เขาเคยเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้เกลียดการเข้าฟิตเนสและแอนตี้คนมีกล้าม เพราะตอนนั้นเขาอ้วน แต่พอได้มาลองออกกำลังกายจริงๆ กลับติดใจ สำหรับเขา ช่วงที่ยากที่สุดคือการดึงตัวเองให้ไปฟิตเนส

 

เคล็ดลับน่าขโมยไปใช้: สร้างเป้าหมายและแรงผลักดันให้หันมาดูแลตัวเอง

 

 

โจนาห์ ฮิลล์

ย้ายมาดูฝั่งต่างประเทศกันบ้างกับดาราตลก โจนาห์ ฮิลล์ ที่เปลี่ยนรูปร่างได้น่าประทับใจที่สุด จากเดิมที่คนรู้จักเขาในภาพพ่อหนุ่มหัวหยิกร่างยักษ์ แต่ปัจจุบันดาวดังจาก The Wolf of Wall Street ลดไซส์ลงกว่าครึ่ง วิธีของเขาคือปรึกษานักโภชนาการเพื่อให้คำแนะนำเรื่องการกินอย่างถูกวิธี ซึ่งเขาค้นพบว่าอาหารที่เวิร์กสุดๆ ได้แก่ อาหารญี่ปุ่น นอกจากนี้เขาต้องเลิกแตะเบียร์ และจดบันทึกว่าแต่ละวันกินอะไรเข้าไปบ้าง เพื่อให้นักโภชนาการตรวจเช็กว่ามีอะไรนอกลู่นอกทางไปบ้างไหม หลังๆ บทที่โจนาห์ได้รับจึงไม่ค่อยตลกเท่าไร หรือเป็นเพราะได้หุ่นเฟี้ยวขนาดนั้นเลยอยากเบนเข็มบ้างก็ไม่รู้

 

เคล็ดลับน่าขโมยไปใช้: ควบคุมอาหารโดยอิงจากหลักโภชนาการที่ถูกต้อง และจดไดอะรีสิ่งที่กินเข้าไป

 

 

แซค กาลิเฟียนาคิส

อีกคนที่ลดน้ำหนักจนจำแทบไม่ได้ เมื่อนักแสดงจาก The Hangover อย่าง แซค กาลิเฟียนาคิส เปลี่ยนหุ่นตัวเองครั้งแรกในปี 2014 เริ่มจากการเลิกดื่มแอลกอฮอลล์ แม้วอดก้าและไส้กรอกจะเป็นเมนูโปรดของเขาก็ตาม นอกจากนี้เขายังเลิกกินฟาสต์ฟู้ดและอาหารที่โฆษณาทางทีวี เปลี่ยนมากินธัญพืชและอาหารที่เป็นมิตรกับรอบพุงแทน ทีเด็ดอยู่ที่การทำคาร์ดิโอเพราะแซคเลือกที่จะคาร์ดิโอด้วยกิจกรรมที่เขาชอบ ได้แก่ การวิ่งบนลู่ การจ๊อกกิ้ง และการปั่นจักรยานซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำให้เขากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง นักแสดงวัย 49 ปีกล่าวว่าไม่จำเป็นต้องทำเหมือนที่คนโน้นคนนี้บอก การทำในสิ่งที่ชอบต่างหากที่จะทำให้คุณยึดติดกับมันได้ง่ายและทำอย่างสม่ำเสมอ นั่นต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญ

 

เคล็ดลับน่าขโมยไปใช้: หากิจกรรมที่ตนเองชอบเพื่อให้ไม่เบื่อ

 

 

เซธ โรเกน

เมื่อปี 2008 นักแสดงตลก วัย 36 ปี เซธ โรเกน จาก The 40-Year-Old Virgin และ Superbad ทำน้ำหนักหายไปถึง 40 ปอนด์ หรือราวๆ เกือบ 20 กิโลกรัม เพื่อรับบทในภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เขาหยอดว่า ‘ทำไปเพื่อเงิน’ วิถีการลดน้ำหนักของเซธที่จ้างเทรนเนอร์ส่วนตัวนั้นเน้น 5 ปัจจัยด้วยกันคือ กินอาหารที่ดี โดยแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ 5 มื้อต่อวัน ให้ระบบเผาผลาญทำงานตลอดวัน โดยเน้นอาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตต่ำ เขายังเรียกเหงื่อโดยแบ่งการออกกำลังกายเป็น 5 แบบในเวลา 5 นาทีสลับกันภายใน 5 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งเน้นยกเวตด้วยดัมเบล รวมถึงคาร์ดิโอ

 

เคล็ดลับน่าขโมยไปใช้: ความสม่ำเสมอของการออกกำลังกายและการใส่ใจในอาหารที่กินนั้นสำคัญเสมอ

 

Photos: Instagram @hoysaranair, @jackfanchan, @jaturong_p, @teedoksadao, @kootee

อ้างอิง:

The post หมดยุคลงพุง เมื่อตลกหันมาปั้นซิกซ์แพ็ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/comedians-actors-get-a-six-pack/feed/ 0