อุบัติเหตุบนท้องถนน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อุบัติเหตุบนท้องถนน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 16 Jun 2026 06:15:52 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 ‘โตโยต้า’ ขับเคลื่อนโครงการ TRUST นำร่อง ‘ฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน [Advertorial] https://thestandard.co/toyota-trust-chachoengsao-road-safety/ Tue, 16 Jun 2026 09:00:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1217645 ภาพโครงการ TRUST ของโตโยต้า เพื่อสร้างถนนปลอดภัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา

ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ ThaiRSC เผยสถิติผู้เสียชีวิตสะสมจ […]

The post ‘โตโยต้า’ ขับเคลื่อนโครงการ TRUST นำร่อง ‘ฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพโครงการ TRUST ของโตโยต้า เพื่อสร้างถนนปลอดภัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา

ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ ThaiRSC เผยสถิติผู้เสียชีวิตสะสมจากอุบัติเหตุทางถนนในปี 2567 ที่สูงถึง 14,177 ราย ขณะที่ปี 2568 ตัวเลขลดลงเหลือ 12,537 ราย (ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า)

 

แต่ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ตัวเลขสะสมจากอุบัติเหตุทางถนนตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม 2569 กลับพบยอดผู้เสียชีวิตสะสมแล้วกว่า 5,130 ราย

 

ภาพโครงการ TRUST ของโตโยต้า เพื่อสร้างถนนปลอดภัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา 1

 

แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในการยกระดับความปลอดภัยทางถนน แต่อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการความปลอดภัยในปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

 

หลายหน่วยงานให้ความสนใจในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยบนท้องถนน หนึ่งในนั้นคือ โตโยต้า โดยโครงการ TRUST (Thailand Road Users Safety through Technology)

 

จุดเริ่มต้นมาจากการประชุม Tateshina* ที่ญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งสู่ ‘Vision Zero’ หรือเป้าหมายลดอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือศูนย์ในระดับโลกมาลงมือปฏิบัติจริง ผ่านแนวทางการใช้ข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุ 

 

นำมาสู่การผลักดันการดำเนินงานในประเทศไทยเป็นพื้นที่เป้าหมายแห่งแรก ในการยกระดับความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (TMF) และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT)

 

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ในฐานะเจ้าบ้านซึ่งมีประสบการณ์ในการส่งเสริมความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุบนท้องถนนประเทศไทย ภายใต้โครงการ ‘โตโยต้า ถนนสีขาว’ มากว่า 38 ปี ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี” ดำเนินงานครอบคลุมในทุกมิติ ได้แก่ “คน รถ ถนน” จึงเดินหน้าร่วมมือพันธมิตรมากมายทั้งภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน

 

โครงการ TRUST เฟส 1 นำร่อง จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

จังหวัดฉะเชิงเทราได้รับการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่นำร่องของโครงการ TRUST เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการได้ผสานความร่วมมือกับนักวิชาการจากศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ปัญหาในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด 

 

เพื่อให้ผลลัพธ์ครอบคลุมที่สุด โครงการได้บูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่ง (Multi-source Data Integration) ทั้งจากระบบบริหารจัดการข้อมูลอุบัติเหตุบนทางหลวง Highway Accident Information Management System (HAIMS) และฐานข้อมูลอุบัติเหตุระดับประเทศ จาก บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด (RVP) เพื่อเจาะลึกกลุ่มพื้นที่เกิดเหตุซ้ำซ้อน จนสามารถระบุ 5 จุดเสี่ยงอันตรายสูงสุด ที่มีความถี่และความรุนแรงของอุบัติเหตุระหว่างรถจักรยานยนต์และยานพาหนะอื่น

 

ภาพโครงการ TRUST ของโตโยต้า เพื่อสร้างถนนปลอดภัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา 2

 

นันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เผยว่าหัวใจสำคัญของโครงการ TRUST คือ การขับเคลื่อนแนวคิด Data-Driven มาสนับสนุนการวางแผนความปลอดภัยเชิงคาดการณ์ (proactive safety planning) โดยนำข้อมูล Probe Data จากกล่อง L-DCM ในรถยนต์โตโยต้า มาวิเคราะห์พฤติกรรมเสี่ยง เช่น การเบรกกะทันหัน การเร่งกระชาก หรือการเข้าโค้งรุนแรง ผ่านการตีค่า G-Value ด้วยเทคโนโลยี AI จาก AIT ทำให้สามารถระบุพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ เพื่อนำไปปรับปรุงและแก้ไขปัญหาเฉพาะจุด โดยเฉพาะพัฒนา ‘ถนน’ ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น 

 

นันทวัฒน์เน้นย้ำว่า โครงการให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ของผู้ใช้รถโตโยต้าเป็นอย่างมาก โดยข้อมูลที่ใช้ทั้งหมดเป็นข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous Data) จึงไม่สามารถเชื่อมโยงเพื่อระบุถึงเจ้าของรถได้

 

ภาพโครงการ TRUST ของโตโยต้า เพื่อสร้างถนนปลอดภัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา 3

 

ถอดบทเรียนพื้นที่นำร่อง ‘จุดกลับรถหน้าวัดดอนทอง’

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุร่วมกับการสำรวจภาคสนาม โครงการได้เลือก ‘จุดกลับรถหน้าวัดดอนทอง’ เป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากเป็นจุดที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุดในบรรดา 5 จุดเสี่ยงที่ศึกษา โดยลักษณะความเสี่ยงสำคัญเกิดจากการกลับรถกะทันหันเพื่อเข้าซอย ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรหลักของชุมชน

 

AIT ได้นำเทคโนโลยี Data from Sky มาวิเคราะห์ภาพวิดีโอจากโดรนผ่านค่า TTC (Time to Collision) 2.0 วินาที ร่วมกับข้อมูล Probe Data จากรถยนต์โตโยต้าในพื้นที่ ทำให้สามารถระบุปัจจัยเสี่ยงและพฤติกรรมที่นำไปสู่อุบัติเหตุได้อย่างชัดเจน

 

ปัญหาที่พบจากการวิเคราะห์ข้อมูล

  • ผู้ขับขี่มีระยะเปลี่ยนเลนเข้าสู่จุดกลับรถสั้นเกินไป ทำให้เกิดการตัดหน้ากระชั้นชิด
  • มีการใช้ความเร็วสูงก่อนเข้าสู่จุดกลับรถ ส่งผลให้เกิดการเบรกกะทันหันในช่วงเวลาเร่งด่วน
  • ทัศนวิสัยบริเวณหน้าซอยวัดดอนทองมีจำกัด ทำให้ประเมินระยะและความเร็วของรถคันอื่นได้ยาก
  • พบเหตุการณ์เฉียดอุบัติเหตุ (Near Miss) จำนวนมาก แม้ยังไม่เกิดการชนจริง

 

จากข้อมูลดังกล่าว โตโยต้าและภาคีเครือข่ายจึงดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบใน 3 มิติ ได้แก่

  1. การปรับปรุงพื้นที่ (Engineering)
  • ทาสีเครื่องหมายชะลอความเร็วบริเวณก่อนถึงจุดกลับรถ
  • จัดทำทางม้าลายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่คนเดินเท้า
  • ติดตั้งป้ายจราจร ป้ายจำกัดความเร็ว และป้ายตรวจจับความเร็วอัจฉริยะ เพื่อแจ้งเตือนผู้ขับขี่แบบเรียลไทม์

 

ภาพโครงการ TRUST ของโตโยต้า เพื่อสร้างถนนปลอดภัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา 4

 

  1. การสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัย (Education)
  • จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ ‘โตโยต้าขับขี่ปลอดภัย (Toyota Mobility Driving)’ ถ่ายทอดความรู้ภายใต้แนวคิด ‘เซฟชีวิต เซฟพลังงาน’ ให้แก่โรงเรียนพนมอดุลวิทยา โรงเรียนวัดดอนทอง และชุมชนตำบลท่าถ่าน
  • ส่งเสริมความตระหนักรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงและการใช้ถนนอย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

 

ภาพโครงการ TRUST ของโตโยต้า เพื่อสร้างถนนปลอดภัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา 5

 

  1. การติดตามและประเมินผล (Evaluation)
  • ติดตามผลหลังการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
  • ประเมินประสิทธิผลของมาตรการโดยใช้ข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์
  • ดำเนินงานร่วมกับ AIT และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อนำบทเรียนที่ได้ไปพัฒนาเป็นต้นแบบสำหรับขยายผลสู่พื้นที่อื่นในอนาคต

 

โครงการปรับปรุงจุดกลับรถหน้าวัดดอนทองได้ส่งมอบให้แก่จังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา โดยมี นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นผู้รับมอบ เพื่อเดินหน้าสร้างความปลอดภัยทางถนนให้กับชุมชนในระยะยาว

 

ภาพโครงการ TRUST ของโตโยต้า เพื่อสร้างถนนปลอดภัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา 6

 

“ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน และโครงการฯ จะนำผลลัพธ์ที่ได้ไปพัฒนาเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลสู่พื้นที่อื่น ๆ ต่อไป” นันทวัฒน์กล่าว

 

เดินหน้าโครงการ TRUST เฟส 2 ปักธงเขตจตุจักร

 

ภาพโครงการ TRUST ของโตโยต้า เพื่อสร้างถนนปลอดภัยในจังหวัดฉะเชิงเทรา 7

 

สำหรับโครงการ TRUST เฟส 2 อยู่ระหว่างการดำเนินงานในพื้นที่เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่นและมีสถิติอุบัติเหตุสูงกว่าเขตอื่น โดยมุ่งเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกไปสู่การปฏิบัติจริงเพื่อแก้ปัญหารอบด้าน ทั้งมิติพฤติกรรมมนุษย์ โครงสร้างพื้นฐาน และยานพาหนะ พร้อมบูรณาการมาตรการแก้ไขควบคู่ไปกับกิจกรรมรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดความสูญเสียในระยะยาว

 

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ TRUST จะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมายของประเทศในการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลงให้เหลือไม่เกิน 12 คนต่อแสนประชากร ภายในปี 2570 เพื่อสร้าง ‘สังคมคนขับรถดี’ เพื่อความปลอดภัยที่ยั่งยืน” นันทวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

 

อ้างอิง

 

*การประชุม Tateshina Meeting จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2019 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและความร่วมมือระหว่างผู้บริหารในอุตสาหกรรมยานยนต์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “ลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เป็นศูนย์” การประชุมจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเทศกาลฤดูร้อน ณ วัดโชโคจิ (Shoko-ji Temple) บนภูเขา Tateshina โดยในปี 2023 ได้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการย่อยเพิ่มเติม เพื่อเสริมประสิทธิภาพของมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง

The post ‘โตโยต้า’ ขับเคลื่อนโครงการ TRUST นำร่อง ‘ฉะเชิงเทรา’ สร้างต้นแบบถนนปลอดภัยอย่างยั่งยืน [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ กำชับการรถไฟฯ-ขสมก. เยียวยาสูงสุดผู้เสียหาย รอผลสอบสวนก่อนออกมาตรการป้องกันเหตุเกิดซ้ำจุดตัดทางรถไฟ https://thestandard.co/pm-railway-bus-compensation-probe/ Sun, 17 May 2026 08:48:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1208217 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาผู้เสียหายและป้องกันเหตุรถไฟชนรถโดยสาร

ภายหลังเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลคามิลเลียน […]

The post นายกฯ กำชับการรถไฟฯ-ขสมก. เยียวยาสูงสุดผู้เสียหาย รอผลสอบสวนก่อนออกมาตรการป้องกันเหตุเกิดซ้ำจุดตัดทางรถไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาผู้เสียหายและป้องกันเหตุรถไฟชนรถโดยสาร

ภายหลังเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลคามิลเลียน จากเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟใกล้แอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม และบริษัทประกันภัย

 

 

• สั่งการรถไฟฯ และ ขสมก. เยียวยาผู้เสียหายสูงสุด

 

นายกรัฐมนตรีได้มอบแนวทางให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากการใช้บริการขนส่งสาธารณะของรัฐ ทั้ง 2 หน่วยงานจึงควรให้การดูแลและเยียวยาอย่างเต็มที่สูงสุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่ประกันหากได้มาก็เป็นการสมทบเพิ่ม

 

สำหรับเรื่องคดีความนั้น นายกรัฐมนตรีขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ซึ่งทราบว่า มีการอายัดตัวทั้งพนักงานขับรถไฟและพนักงานขับรถประจำทาง ทางการรถไฟฯ และ ขสมก. รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเร่งทำการสอบสวนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ทุกอย่างต้องดำเนินการตามกฎหมาย

 

ส่วนสภาพจิตใจของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ อนุทินกล่าวว่า ไม่มีใครมีสภาพจิตใจที่ดีสักคน เป็นเหตุที่เกิดขึ้นฉับพลันและมีความรุนแรง มีความรู้สึกบาดเจ็บทางจิตใจทุกคน ซึ่งจะต้องเยียวยา ทั้งสภาพร่างกายและทางใจด้วย โดยเฉพาะสภาพจิตใจคนขับรถโดยสารประจำทาง และพนักงานเก็บค่าโดยสารต่างมีสภาพจิตใจแย่มาก ซึ่งเขาก็รู้สึกสำนึก

 

“ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ณ ขณะนี้จะต้องทำให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ มีกำลังใจที่จะฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาก่อน ส่วนเรื่องคดีความก็เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

• รอผลการสอบสวน ก่อนเคาะมาตรการป้องกันเกิดซ้ำ

 

ขณะที่มาตรการป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยในจุดตัดรถไฟอีกหลายแห่งนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า จำเป็นต้องมีการสอบสวน ซึ่งส่วนตัวยังไม่เห็นผลการสอบสวน แต่เชื่อว่าน่าจะมีวิธีการหรือมีมาตรการที่ป้องกันอยู่แล้ว เพราะทั้งสองแยกมีรถติดตลอดเวลา ซึ่งจากการย้อนดูภาพวงจรปิดในหลายครั้งก็พบว่า รถไฟหยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวางเส้นทาง

 

อย่างไรก็ตาม ก็คงไม่สามารถปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปได้ จะต้องหาวิธีเพื่อลดจำนวนจุดตัด ซึ่งจุดที่เกิดเหตุเหลืออีกนิดเดียวก็จะถึงมักกะสันแล้ว ซึ่งเป็นปลายทาง

 

“ขอให้ผลการสอบสวนออกมาก่อน ถึงจุดหนึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนเส้นทาง หากคิดเร็วๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย 100% ไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ไม่ว่าจะมีการประมาทเลินเล่ออย่างไรก็ตาม เช่น การขุดอุโมงค์ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นแยก โดยจะต้องไปดูจุดตัด ทั้งจุดตัดเพชรบุรี นานา ก่อนถึงสถานีมักกะสัน”

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้แล้ว จึงได้ให้แนวทางการรถไฟฯ ว่าจะต้องมีการดำเนินการ จะพึ่งพาดุลยพินิจของนายสถานี หรือผู้ให้สัญญาณอย่างเดียวไม่ได้ เพราะอาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งเราจะไม่รับความเสี่ยงที่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ จำเป็นต้องมีการดำเนินการหาทางเลี่ยง

 

ส่วนตัวเลขความชัดเจนเงินเยียวยาสำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับผู้บริหารของการรถไฟฯ และ ขสมก. จะต้องชดเชย เพราะความรับผิดชอบเกิดขึ้นกับทั้งสองหน่วยงาน ก็ใช้มาตรการที่มากขึ้นเท่าที่จะสามารถทำได้

The post นายกฯ กำชับการรถไฟฯ-ขสมก. เยียวยาสูงสุดผู้เสียหาย รอผลสอบสวนก่อนออกมาตรการป้องกันเหตุเกิดซ้ำจุดตัดทางรถไฟ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รฟท.-ขสมก.-กทม. เร่งเคลียร์พื้นที่เหตุรถไฟชนรถเมล์สาย 206 ย้ำไม่โยนความผิด ให้ตำรวจชี้ขาดตามกฎหมาย เผยปมเครื่องกั้นลงไม่ได้เหตุมีรถจอดขวาง https://thestandard.co/train-bus-collision-asoke-phetchaburi-accident-summary/ Sun, 17 May 2026 01:40:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1208038 train-bus-collision-asoke-phetchaburi-accident-summary

วันนี้ (16 พฤษภาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่ […]

The post รฟท.-ขสมก.-กทม. เร่งเคลียร์พื้นที่เหตุรถไฟชนรถเมล์สาย 206 ย้ำไม่โยนความผิด ให้ตำรวจชี้ขาดตามกฎหมาย เผยปมเครื่องกั้นลงไม่ได้เหตุมีรถจอดขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
train-bus-collision-asoke-phetchaburi-accident-summary

วันนี้ (16 พฤษภาคม) สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นำคณะ แถลงข่าวสรุปภาพรวมของเหตุการณ์อุบัติเหตุระหว่างรถขนส่งสินค้า หมายเลข 2126 แหลมฉบังปลายทางบางซื่อ ประสบอุบัติเหตุชนกับรถประจำทางของ ขสมก. สาย 206 ที่บริเวณใกล้เคียงแยกอโศก-เพชรบุรี บริเวณสถานีมักกะสัน ว่า มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้บาดเจ็บ 32 ราย (สีเขียว 15 ราย สีเหลือง 15 ราย สีแดง 2 ราย) นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วยอย่างดีที่สุด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจะใช้เวลาอีก 1 ชั่วโมง ก่อนเคลื่อนย้ายรถ โดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมรถเครน และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมหัวลากมา โดยไม่เกินคืนนี้จะคืนผิวการจราจรได้

อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการและรักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขั้นตอนจากนี้ รฟท. เตรียมขยับคืนผิวจราจร ตอนนี้ รฟท. ได้ส่งผู้โดยสารจากสถานีหัวลำโพงไปส่งเรียบร้อย สาเหตุคือ เครื่องกั้นถนนที่เป็นพนักงานควบคุมไม่สามารถเอาลงได้ เนื่องจากมีรถมาจอด ปกติรถจอดไม่ได้เกิน 5 เมตร ประกอบกับมีขบวนรถมาจอดจึงไม่สามารถหยุดได้ จากนี้จะสอบสวนพนักงานขับรถ ถอดเทปความเร็วของรถ เวลารถไฟเข้าจะมีแสงเสียงเพื่อให้เจ้าหน้าที่บังคับคานขึ้นลง โดยจะต้องสอบสวนเหตุการณ์ โดยปกติถ้าคานกั้นยังไม่ลง พนักงานขับรถจะต้องจอดรอ ต้องไปดูกล่องดำซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถให้สัญญาณธงแดงหยุดรถได้
 
​
ด้าน กิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบุว่า ขสมก. เป็นรถโดยสารประจำทางมาจอด ณ จุดเกิดเหตุ ความรับผิดชอบของ ขสมก. ทำประกันกับเมืองไทยประกันภัย และประกันภัยบุคคลภายนอก กรณีเสียชีวิต 1.5 ล้านบาท ผู้ประสบภัย 8 หมื่น – 5 แสนบาท โดยจะเร่งรัดเยียวยาพี่น้องที่ประสบภัย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ให้แนวทางเยี่ยม ให้กำลังใจ และแสดงความรับผิดชอบ
 
สิริพงศ์กล่าวเสริมด้วยว่า การสอบสวนแบ่งเป็น 3 ส่วน ทั้งรถไฟเรื่องไม้กั้น การขับรถของ ขสมก. ส่วนของ พ.ร.บ.จราจร เป็นเรื่องของคดีที่ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เข้าใจความกังวลของประชาชน แต่ยืนยันเต็มที่ว่าเราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนในการใช้รถสาธารณะ ไม่ใช่เกิดเหตุแล้วมาดำเนินการ ยืนยันว่าตรวจเข้มเรื่องความปลอดภัยมาโดยตลอด รวมถึงใบขับขี่สาธารณะ แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นต้องหาคนผิดให้ได้ ต่อจากนี้จะบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นและรุนแรงมากขึ้นเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงความเข้มข้นในการดำเนินการ ทั้งนี้ได้ให้โจทย์กับผู้ว่าการฯ ในการจัดการบริเวณที่เกิดเหตุรวมถึงทุกพื้นที่อื่นๆ
 
​”ไม่มีโยนว่าใครผิด รถไฟผิดตรงไหน รถเมล์ผิดตรงไหน กระทรวงไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าใครผิด ตำรวจมีหน้าที่สรุปสำนวนว่าใครผิดใครถูกแล้วดำเนินการไปตามนั้น” สิริพงศ์ กล่าว
 

​ด้าน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในส่วนผู้เสียชีวิต 8 ท่านยังไม่มีรายชื่อชัดเจนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันชัดเจน หากใครเป็นญาติของผู้เสียชีวิต หรือยังไม่ได้กลับบ้านที่โดยสารรถเมล์สาย 206 บางนา-บางเขน ขอให้ติดต่อผู้อำนวยการเขตราชเทวี เบอร์ 063 918 7654

The post รฟท.-ขสมก.-กทม. เร่งเคลียร์พื้นที่เหตุรถไฟชนรถเมล์สาย 206 ย้ำไม่โยนความผิด ให้ตำรวจชี้ขาดตามกฎหมาย เผยปมเครื่องกั้นลงไม่ได้เหตุมีรถจอดขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากอุบัติเหตุบนถนนสู่คดีความมั่นคงข้ามชาติ เปิดคลังแสง-แผนวินาศกรรมผ่าน AI ‘หมิงเฉิน ซัน’ https://thestandard.co/china-man-arms-ai-plot-thailand/ Sat, 09 May 2026 04:38:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1205363 ภาพข่าว ชายต่างชาติถูกควบคุมตัว พร้อมอาวุธปืนและวัตถุระเบิด

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำใ […]

The post จากอุบัติเหตุบนถนนสู่คดีความมั่นคงข้ามชาติ เปิดคลังแสง-แผนวินาศกรรมผ่าน AI ‘หมิงเฉิน ซัน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพข่าว ชายต่างชาติถูกควบคุมตัว พร้อมอาวุธปืนและวัตถุระเบิด

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี โดยมี หมิงเฉิน ซัน สัญชาติจีน เป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนผิดกฎหมายภายในยานพาหนะ นำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ดังกล่าว

 

ผลการตรวจค้นพบอาวุธสงครามจำนวนมากที่ถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระบบ อาทิ ปืนเล็กยาวจู่โจมแบบ M4 และปืนพกสั้น Glock ซึ่งมีการซีลป้องกันความชื้นพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ยังพบเครื่องกระสุนขนาด 5.56 มม. (หัวกระสุนสีเขียวที่ใช้ในภารกิจทางทหาร) และขนาด 9 มม. รวมกว่า 1,000 นัด

 

จากการตรวจสอบโดยละเอียด เจ้าหน้าที่พบวัตถุระเบิดแรงสูงชนิด C-4 น้ำหนักรวมประมาณ 4.8 กิโลกรัม พร้อมระเบิดชนิดขว้างและระเบิดกับดักจากหลายสัญชาติ เช่น รัสเซีย เกาหลี และเมียนมา ประเด็นสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงให้ความสนใจคือการตรวจพบเสื้อเกราะกันกระสุนที่ถูกดัดแปลงติดตั้งระเบิด C-4 เชื่อมต่อกับระบบจุดชนวนด้วยรีโมตคอนโทรลในลักษณะอุปกรณ์ระเบิดพลีชีพ

 

แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธโดยอ้างว่าจัดเตรียมไว้เพื่อพยายามฆ่าตัวตายจากอาการป่วยทางจิต แต่เมื่อพิจารณาจากหลักฐานแวดล้อม ทั้งการติดตั้งอุปกรณ์ตัดสัญญาณสื่อสาร (Jammer) และลักษณะการประกอบระเบิด เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่าเป็นการเตรียมการเพื่อก่อวินาศกรรมในพื้นที่ยุทธศาสตร์

 

ข้อมูลจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พบประวัติการใช้งาน ChatGPT เพื่อสืบค้นข้อมูลเชิงเทคนิคเกี่ยวกับอานุภาพทำลายล้างของระเบิด C-4 และแนวทางการวางแผนก่อเหตุอย่างเป็นขั้นตอน นอกจากนี้ยังพบหลักฐานวิดีโอที่ระบุว่า หมิงเฉิน ซัน เคยเข้ารับการฝึกฝนยุทธวิธีทางทหารและการใช้อาวุธสงครามอย่างชำนาญในค่ายฝึกหน่วยรบพิเศษ (BHQ) ประเทศกัมพูชา พฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงขีดความสามารถในการปฏิบัติการระดับมืออาชีพ ซึ่งขัดแย้งกับการกล่าวอ้างเรื่องอาการป่วยทางจิตอย่างมีนัยสำคัญ

 

กระบวนการตรวจสอบสถานะบุคคลพบความผิดปกติหลายประการ โดยผู้ต้องหาถือครองพาสปอร์ตถึง 3 สัญชาติ และครอบครองบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ที่ออกโดยที่ทำการปกครองในพื้นที่ภาคเหนือ ก่อนจะย้ายที่อยู่เข้าสู่กรุงเทพมหานครเมื่อปลายปี 2566

 

นอกจากนี้ยังพบการใช้สิทธิวีซ่า Thailand Elite ในการเดินทางเข้า-ออกระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสถานะทางทะเบียนราษฎรและวีซ่าพำนักระยะยาวนี้เองที่เป็นปัจจัยเอื้อให้ผู้ต้องหาสามารถแฝงตัวเพื่อจัดตั้งคลังอาวุธในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญได้โดยไม่ถูกตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐในระยะแรก

 

วันนี้ (9 พฤษภาคม) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ยกระดับการสืบสวนเป็นกรณีความมั่นคงระดับชาติ โดยมอบหมายให้หน่วยข่าวกรองและชุดสืบสวนตรวจสอบเส้นทางการเงินและรหัสลับที่พบในสมุดบันทึก เพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติหรือกลุ่มอิทธิพลนอกราชอาณาจักร

The post จากอุบัติเหตุบนถนนสู่คดีความมั่นคงข้ามชาติ เปิดคลังแสง-แผนวินาศกรรมผ่าน AI ‘หมิงเฉิน ซัน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เจาะลึกเบื้องหลังระบบ Proactive Care ในรถยนต์ BMW https://thestandard.co/bmw-proactive-care-intelligent-service-system/ Tue, 21 Apr 2026 12:00:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1200268 bmw-proactive-care-intelligent-service-system

BMW รถที่ฉลาดพอจะดูแลตัวเองได้ วันนี้พามาเจาะลึกระบบเบื […]

The post ชมคลิป: เจาะลึกเบื้องหลังระบบ Proactive Care ในรถยนต์ BMW appeared first on THE STANDARD.

]]>
bmw-proactive-care-intelligent-service-system

BMW รถที่ฉลาดพอจะดูแลตัวเองได้ วันนี้พามาเจาะลึกระบบเบื้องหลังที่ช่วยลดความเสี่ยงบนท้องถนนให้คุณ พร้อมทำความรู้จักกับ Proactive Care บริการหลังการขายที่เปลี่ยนจากการตั้งรับเป็นการเข้าหาลูกค้าทันทีผ่านระบบอัจฉริยะ

 

BMW #ProactiveCare #ConnectedDrive

The post ชมคลิป: เจาะลึกเบื้องหลังระบบ Proactive Care ในรถยนต์ BMW appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปสถิติสงกรานต์ 69 สองวันแรก อุบัติเหตุ 317 ครั้ง ยอดเสียชีวิต 71 ราย https://thestandard.co/songkran-2026-accident-fatalities/ Sun, 12 Apr 2026 05:53:01 +0000 https://thestandard.co/?p=1197359 อินโฟกราฟิก สรุป สถิติอุบัติเหตุ สงกรานต์ 2569 สองวันแรก เสียชีวิต 71 ราย บาดเจ็บ 317 ราย

วันนี้ (12 เมษายน) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรว […]

The post สรุปสถิติสงกรานต์ 69 สองวันแรก อุบัติเหตุ 317 ครั้ง ยอดเสียชีวิต 71 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อินโฟกราฟิก สรุป สถิติอุบัติเหตุ สงกรานต์ 2569 สองวันแรก เสียชีวิต 71 ราย บาดเจ็บ 317 ราย

วันนี้ (12 เมษายน) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานแถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ประจำวันที่ 11 เมษายน 2569 ของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ซึ่งเป็นวันที่ 2 ของการรณรงค์ ‘ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ’ โดยเกิดอุบัติเหตุ 208 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 185 คน ผู้เสียชีวิต 50 ราย

 

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 12 ครั้ง น่าน 10 ครั้ง แพร่ สุราษฎร์ธานี และหนองคาย จังหวัดละ 8 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 14 คน น่าน และสุราษฎร์ธานี 10 คน หนองคาย 9 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา และพิษณุโลก จังหวัดละ 3 ราย

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 45.71 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.76 และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 19.05 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 61 โดยส่วนใหญ่เกิดบนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 48.56 เป็นเส้นทางตรง ร้อยละ 79.05 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 09.01–12.00 น. ร้อยละ 21.90

 

พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ประสบอุบัติเหตุสูงสุด คือ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ร้อยละ 62.71 แบ่งเป็น ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 56.78 และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ร้อยละ 5.93

 

ทั้งนี้ สรุปสถิติรวม 2 วัน (10-11 เมษายน 2569) ของการรณรงค์ พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 344 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 71 ราย

 

จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ น่าน 17 ครั้ง ลำปาง 16 ครั้ง สงขลา และสุพรรณบุรี จังหวัดละ 13 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ น่าน และลำปาง 17 คน สุพรรณบุรี และสุราษฎร์ธานี 14 คน และตรัง 12 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี และพิษณุโลก 4 ราย กรุงเทพมหานคร จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยนาท นครปฐม นครราชสีมา ลำปาง และอุบลราชธานี จังหวัดละ 3 ราย

 

ทั้งนี้ จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในปี 2569 เมื่อเทียบกับปี 2568 (ข้อมูลสะสม 2 วัน) พบว่าลดลง โดยในปี 2568 มีผู้เสียชีวิต 81 ราย ขณะที่ปี 2569 มีผู้เสียชีวิต 71 ราย ลดลงร้อยละ 12.35 เช่นเดียวกับจำนวนอุบัติเหตุสะสม โดยปี 2568 เกิดอุบัติเหตุ 473 ครั้ง ส่วนปี 2569 เกิดอุบัติเหตุสะสม 344 ครั้ง ลดลงร้อยละ 27.27

 

นพ.โสภณ ระบุว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้เสียชีวิต เสียชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาล สะท้อนถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุ ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และการไม่สวมหมวกนิรภัย

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางถึงภูมิลำเนาแล้ว ขณะที่บางส่วนยังอยู่ระหว่างการเดินทางและท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ และบางพื้นที่เริ่มมีการเล่นน้ำสงกรานต์แล้ว ศปถ. จึงได้ประสานจังหวัดและกรุงเทพมหานครให้ตรวจตราพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ เพื่อความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและประชาชน พร้อมติดป้ายเตือนในพื้นที่เล่นน้ำ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ผ่านเส้นทาง รวมถึงบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกับผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

 

นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมไม่ให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามการเร่ขายในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ สถานที่ท่องเที่ยว และบริเวณจัดงานรื่นเริง

The post สรุปสถิติสงกรานต์ 69 สองวันแรก อุบัติเหตุ 317 ครั้ง ยอดเสียชีวิต 71 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์ 10 เม.ย. เสียชีวิต 20 ราย ศปถ. กางแผนรับมือจราจรหนาแน่น สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น https://thestandard.co/songkran-road-accidents-deaths/ Sat, 11 Apr 2026 08:36:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1197114 ภาพถนนที่มีรถยนต์จำนวนมากและการบังคับใช้กฎหมายจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันนี้ (11 เมษายน) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ. […]

The post เปิดสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์ 10 เม.ย. เสียชีวิต 20 ราย ศปถ. กางแผนรับมือจราจรหนาแน่น สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพถนนที่มีรถยนต์จำนวนมากและการบังคับใช้กฎหมายจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันนี้ (11 เมษายน) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2569) พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นรวมทั้งสิ้น 135 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 132 คน และมีผู้เสียชีวิต 20 ราย โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนด และการตัดหน้ากระชั้นชิด

 

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของ ศปถ. พบว่า

 

  • รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด โดยส่วนใหญ่มักเกิดบนเส้นทางตรงและถนนทางหลวง
  • ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ 15.01 – 18.00 น. ขณะที่กลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 60 – 69 ปี

 

ข้อมูลระดับจังหวัด

 

  • จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด: ตรัง และสงขลา (จังหวัดละ 8 ครั้ง)
  • จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด: ตรัง (9 คน)
  • จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปราจีนบุรี และสงขลา (จังหวัดละ 2 ราย)
  • จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์): มีจำนวนทั้งสิ้น 59 จังหวัด

 

สำหรับสถานการณ์การเดินทางในวันนี้ ศปถ. ประเมินว่าถนนสายหลักที่มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคต่างๆ จะมีปริมาณรถหนาแน่นในทุกเส้นทาง เนื่องจากประชาชนกำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวไปยังต่างจังหวัด ซึ่งอาจส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นบางช่วง ศปถ. จึงได้ประสานงานไปยังทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะบนถนนสายหลักและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด

 

พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำการใช้กลไกท้องถิ่น ท้องที่ ตลอดจนอาสาสมัครประจำด่านชุมชน และ ด่านครอบครัว เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปราม และตักเตือนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงในระดับพื้นที่อย่างใกล้ชิด

 

เจ้าหน้าที่จะให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายต่อพฤติกรรมเสี่ยงหลัก ได้แก่ การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด, ดื่มแล้วขับ, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ขับรถย้อนศร, ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร, ไม่มีใบอนุญาตขับขี่, แซงในที่คับขัน, ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ, ใช้รถจักรยานยนต์ที่ไม่ปลอดภัย และการบรรทุกผู้โดยสารท้ายกระบะ

 

ในส่วนของระบบขนส่งสาธารณะ ศปถ. ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดูแลผู้โดยสารที่อาจตกค้างในสถานีขนส่ง พร้อมตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถโดยสาร โดยพนักงานขับรถและพนักงานประจำรถต้องมีปริมาณแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพสารเสพติดให้โทษหรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ห้ามบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนที่นั่งที่กำหนด และให้กวดขันจับกุมการใช้รถตู้ส่วนบุคคลที่ลักลอบประกอบการขนส่งผู้โดยสารโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเด็ดขาด

The post เปิดสถิติอุบัติเหตุสงกรานต์ 10 เม.ย. เสียชีวิต 20 ราย ศปถ. กางแผนรับมือจราจรหนาแน่น สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ ตร. สิ้นสุดมาตรการผ่อนผันเตือนก่อนปรับ เตรียมจับ-ปรับจริง 10 ข้อหาหลักจราจร https://thestandard.co/april-1-traffic-enforcement/ Sat, 28 Mar 2026 02:17:23 +0000 https://thestandard.co/april-1-traffic-enforcement/ ตำรวจเตรียมบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก เริ่ม 1 เม.ย. นี้ (ภาพประกอบ)

วันนี้ (28 มีนาคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำร […]

The post ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ ตร. สิ้นสุดมาตรการผ่อนผันเตือนก่อนปรับ เตรียมจับ-ปรับจริง 10 ข้อหาหลักจราจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเตรียมบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก เริ่ม 1 เม.ย. นี้ (ภาพประกอบ)

วันนี้ (28 มีนาคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) เปิดเผยถึงแนวทางการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน ตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้มอบนโยบายในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นเป้าหมายสำคัญในการลดอุบัติเหตุ บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม และเสริมสร้างวินัยจราจรให้กับประชาชน

 

สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ศจร.ตร. ได้กำหนดแผนการปฏิบัติงานออกเป็น 3 ระยะ ซึ่งในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของระยะที่ 1 ภายใต้มาตรการเตือนก่อนปรับ ที่มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์และตักเตือนเพื่อให้ประชาชนเกิดการรับรู้ด้านกฎหมายจราจร โดยนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา พบว่ามีการออกใบว่ากล่าวตักเตือนผ่านระบบจัดการใบสั่งจราจร (PTM) ไปแล้วถึง 196,028 ครั้ง ซึ่งมาตรการผ่อนผันเชิงรณรงค์นี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มีนาคม 2569

 

หลังจากพ้นระยะเวลาการตักเตือนดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะยกระดับการปฏิบัติงานเข้าสู่ระยะที่ 2 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทั่วประเทศจะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและเด็ดขาด โดยเฉพาะในกลุ่มความผิด 10 ข้อหาหลัก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อป้องปรามการกระทำผิดอย่างจริงจัง

 

พล.ต.อ.สำราญ ได้กล่าวย้ำเตือนในตอนท้าย โดยขอให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกันตรวจสอบและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ช่วงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ และเพื่อร่วมกันสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย ลดการสูญเสียบนท้องถนนร่วมกัน

 

สำหรับ 10 ข้อหาหลักจราจร คือมาตรการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกวดขันเพื่อลดอุบัติเหตุ ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด, ย้อนศร, ฝ่าไฟแดง, แซงที่คับขัน, ไม่มีใบขับขี่, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย, ไม่สวมหมวกนิรภัย, เมาแล้วขับ, มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย และใช้มือถือขณะขับรถ

The post ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้ ตร. สิ้นสุดมาตรการผ่อนผันเตือนก่อนปรับ เตรียมจับ-ปรับจริง 10 ข้อหาหลักจราจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
4 ปีโศกนาฏกรรม ‘หมอกระต่าย’ แม่โพสต์จี้รัฐเลิกแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เผยสถิติคนหยุดรถให้คนข้ามมีแค่ 13% https://thestandard.co/4rd-anniversary-dr-rabbit-road-safety-thailand/ Wed, 21 Jan 2026 06:44:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1167699 4rd-anniversary-dr-rabbit-road-safety-thailand

วันนี้ (21 มกราคม) ถือเป็นวันครบรอบ 4 ปี ของเหตุการณ์โศ […]

The post 4 ปีโศกนาฏกรรม ‘หมอกระต่าย’ แม่โพสต์จี้รัฐเลิกแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เผยสถิติคนหยุดรถให้คนข้ามมีแค่ 13% appeared first on THE STANDARD.

]]>
4rd-anniversary-dr-rabbit-road-safety-thailand

วันนี้ (21 มกราคม) ถือเป็นวันครบรอบ 4 ปี ของเหตุการณ์โศกนาฏกรรมทางถนนที่ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถูกรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชนขณะเดินข้ามทางม้าลาย บริเวณหน้าสถาบันไตภูมิราชนครินทร์ ถนนพญาไท เมื่อปี 2565

 

ล่าสุดวันนี้ รัชนี สุภวัตรจริยากุล มารดาของหมอกระต่าย ได้ออกมาเคลื่อนไหวโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘Rabbit Crossing ทางกระต่าย’ ซึ่งเป็นเพจที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนและสานต่อเจตนารมณ์ของบุตรสาว โดยระบุข้อความว่า

 

“ความหวังและรอยยิ้มที่หายไปบนทางม้าลาย

 

ครอบครัวเราใฝ่ฝันที่จะเห็นหมอกระต่ายเป็นจักษุแพทย์ที่ดีและทำคุณประโยชน์กับประเทศชาติ ฝันนั้นชัดเจนขึ้นเมื่อเห็นลูกสู้อุตสาหะเล่าเรียนจนจบในสาขาย่อยที่ลูกชอบ แม่ดีใจที่ได้เห็นลูกมีครู อาจารย์ และเพื่อนๆ ที่รัก เมตตาและให้คำแนะนำกันมาได้อย่างสม่ำเสมอ

 

แต่แล้วเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 เวลาบ่ายประมาณ 3 โมงกว่า ลูกถูกรถบิ๊กไบค์ชนเสีย ขณะข้าม #ทางม้าลาย หน้ารพ.สถาบันไตภูมิราชนครินทร์ซึ่งอยู่ใจกลางกทม. ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจขับรถผิดกฎหมายหลายกระทง ด้วยความเร็ว 128 กม/ชม.ในเขตชุมชนหนาแน่น ชนลูกบนทางม้าลายขณะที่เหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็ถึงฝั่งที่ปลอดภัย ความใฝ่ฝันที่ลูกอยากถ่ายทอดความรู้ทางการแพทย์….ดับวูบไปในพริบตา มีเพียงความเศร้าโศกเจ็บช้ำกับครอบครัวเราเรื่อยมา

 

สถานการณ์ความปลอดภัยทางถนนในประเทศเราที่ผ่านมาและในปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤติอย่างยิ่ง ตามข้อมูลของ WHO อุบัติเหตุทางถนนของเราสูงสุดในเอเชียและสูงเป็นอันดับ 9 ของโลก จำนวนผู้เสียชีวิตเกือบ 18,000 คน ต่อปีหรือ 50 คน ต่อวัน ยอดผู้เสียชีวิตขณะเดินข้ามถนนก็สูงกว่าปีละ 500 คน โดยพื้นที่เสี่ยงสูงสุดอยู่ในกทม.ปัญหาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวในการบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยทางถนนของภาครัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน

 

วันที่ 21 มกราคม 2569 นี้ ครบรอบ 4 ปีของการเสียชีวิตของ #หมอกระต่าย ในคราวนั้นมีผู้ประมาณการสูญเสียต่อประเทศชาติไว้ 880 ล้านบาท ปัจจุบันอุบัติเหตุทางถนนยังคงทำให้ประเทศไทยมีมูลค่าการสูญเสียประมาณ 5.9 แสนล้านบาทต่อปี(คิดเป็นร้อย 3.3 ของ GDP) การลดอุบัติเหตุทางถนนยังห่างไกลเป้าหมายอีกมาก สะท้อนว่าปัญหาอุบัติเหตุทางถนนยังต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งทุกวันนี้มีคนผ่าฝืนไฟสัญญาณข้ามทางม้าลายใน กทม. สูงถึงหลักแสนต่อเดือน ในปี 2566 พบว่ามีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้นที่หยุดรถให้คนข้าม เป็นพฤติกรรมทำผิดซ้ำซากไม่เกรงกลัวกฎหมาย เรื่องการขับรถเร็วกว่ากฎหมายกำหนดก็มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ

 

     เราอยากเห็นนโยบายลดอุบัติเหตุทางถนนจากรัฐบาลเป็นเรื่องสำคัญเสียที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรับปรุงทางกายภาพของถนนให้ถูกหลักสากล การลดความเร็วในเขตเมือง การบังคับใช้กฎหมายในระบบขนส่งและการจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้ถนนอย่างจริงจังโดยเฉพาะคนเดินเท้า การมาทำกิจกรรมรณรงค์ในวันนี้เชื่อว่าทุกคนคงเหน็ดเหนื่อย โดยเฉพาะผู้สูญเสียที่จะต้องเป็นการย้ำเตือนโชคชะตากันเรื่อยไป

 

ที่ผ่านมาคุณพ่อได้อุทิศตัวสานต่อเจตนารมณ์การเป็นจักษุแพทย์ของหมอกระต่าย โดยเป็นจักษุแพทย์อาสาร่วมกับมูลนิธิรามาธิบดีและสำนักพระคลังข้างที่ ออกหน่วยผ่าตัดต้อกระจกทั่วประเทศ เดือนหน้าพ่อจะไปรับรางวัลจักษุแพทย์ดีเด่นระดับเอเชียแปซิฟิก สุดท้ายนี้คุณพ่อฝากบทกลอนถึงประชาชนทุกคนดังนี้

 

​​”กี่ล้านหยดน้ำตามารินหลั่ง​​

กี่แสนครั้งไห้เทวษถวิลหา

​ได้กอดแก้วพลันกลับไกลลับตา​​

ไร้ถ้อยคำอำลาแสนอาลัย

​ไฟไหม้ฟางสว่างวาบแล้วดับมอด​​

บอกจะถอดบทเรียนเปลี่ยนแก้ไข

​เป็นนิมิตหมายถนนคนปลอดภัย​​

โอ้..ผ่านไปอีกหลายครา..แค่คารม

​ทุกเลือดเนื้อเกื้อหนุนมีคุณค่า​​​

หนึ่งชีวิตหลายชีวามาขื่นขม

​คืนถนนปลอดภัยให้คนชม​​​

ค่าควรสมนามเลื่องเมืองอมร”

 

​หวังเป็นอย่างยิ่งว่า…เราทุกคนจะมีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางถนน ไม่ใช่เฉพาะแค่วันนี้แต่เป็นในทุกๆวัน 

รัชนี สุภวัตรจริยากุล (แม่หมอกระต่าย)”

 

อ้างอิง : https://www.facebook.com/share/p/1BggPJKiri/

The post 4 ปีโศกนาฏกรรม ‘หมอกระต่าย’ แม่โพสต์จี้รัฐเลิกแก้ปัญหาแบบไฟไหม้ฟาง เผยสถิติคนหยุดรถให้คนข้ามมีแค่ 13% appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอง ผบ.ตร. เผยสถิติอุบัติเหตุปีใหม่ 4 วัน เสียชีวิต 171 ราย จับกุมเมาแล้วขับกว่า 1.5 หมื่นคดี พร้อมสั่งคุมเข้มเส้นทางรับประชาชนเดินทางกลับกรุงฯ https://thestandard.co/deputy-national-police-chief-reveals/ Sat, 03 Jan 2026 07:19:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1161118 รอง ผบ.ตร. เผยสถิติอุบัติเหตุปีใหม่ 4 วัน เสียชีวิต 171 ราย จับกุมเมาแล้วขับกว่า 1.5 หมื่นคดี พร้อมสั่งคุมเข้มเส้นทางรับประชาชนเดินทางกลับกรุงฯ

วันนี้ (3 มกราคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรว […]

The post รอง ผบ.ตร. เผยสถิติอุบัติเหตุปีใหม่ 4 วัน เสียชีวิต 171 ราย จับกุมเมาแล้วขับกว่า 1.5 หมื่นคดี พร้อมสั่งคุมเข้มเส้นทางรับประชาชนเดินทางกลับกรุงฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รอง ผบ.ตร. เผยสถิติอุบัติเหตุปีใหม่ 4 วัน เสียชีวิต 171 ราย จับกุมเมาแล้วขับกว่า 1.5 หมื่นคดี พร้อมสั่งคุมเข้มเส้นทางรับประชาชนเดินทางกลับกรุงฯ

วันนี้ (3 มกราคม) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของวันหยุดยาวที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพมหานคร ซึ่งคาดการณ์ว่าการจราจรจะหนาแน่นในหลายเส้นทางหลัก

 

จากการรวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 4 วันแรกของเทศกาล (30 ธันวาคม 2568 – 2 มกราคม 2569) พบข้อมูลดังนี้:

 

  • สถิติความสูญเสีย: มีผู้เสียชีวิตรวม 171 ราย และผู้บาดเจ็บ 956 ราย ซึ่งภาพรวมถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
  • การจับกุม 10 ข้อหาหลัก: มีการจับกุมผู้กระทำผิดรวม 313,622 ราย
  • คดีเมาแล้วขับ: จับกุมรวม 15,404 ราย โดยในจำนวนนี้มี ผู้กระทำผิดซ้ำฐานเมาแล้วขับ (ภายในระยะเวลา 2 ปี) จำนวน 100 ราย ซึ่งจะต้องระวางโทษหนักขึ้นตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 – 100,000 บาท และถูกศาลสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

 

นอกจากการดูแลการจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ใช้มาตรการตั้งด่านตรวจและจุดสกัดเพื่อป้องกันอาชญากรรมควบคู่กันไป โดยสถิติในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1-9 ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 1 มกราคม 2569 สามารถจับกุมการกระทำผิดกฎหมายอื่นๆ ได้แก่ คดียาเสพติด 213 คดี, การลักลอบเข้าเมือง 25 คดี, อาวุธปืนและวัตถุระเบิด 20 คดี และจับกุมบุคคลตามหมายจับได้ 15 ราย

 

พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า ได้กำชับให้ตำรวจทางหลวงและตำรวจจราจรทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 โดยเน้นการปฏิบัติแบบ พุ่งเป้า ไปที่จุดเสี่ยง จุดตัด และเส้นทางที่มีปริมาณรถหนาแน่น รวมถึงการตรวจสอบความพร้อมของผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะและรถส่วนตัว เพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด

 

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร กล่าวเน้นย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปกป้องชีวิตของประชาชน จึงขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนเตรียมความพร้อมของร่างกายและยานพาหนะ สวมหมวกนิรภัย คาดเข็มขัดนิรภัย และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามเส้นทางหรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197, สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 หรือสายด่วน 191 และ 1599

The post รอง ผบ.ตร. เผยสถิติอุบัติเหตุปีใหม่ 4 วัน เสียชีวิต 171 ราย จับกุมเมาแล้วขับกว่า 1.5 หมื่นคดี พร้อมสั่งคุมเข้มเส้นทางรับประชาชนเดินทางกลับกรุงฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอนโธนี โจชัว ประสบอุบัติเหตุรถชนในไนจีเรีย โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่เจ้าตัวบาดเจ็บเล็กน้อย https://thestandard.co/anthony-joshua-was-involved-car/ Tue, 30 Dec 2025 02:17:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1159894 แอนโธนี โจชัว ประสบอุบัติเหตุรถชนในไนจีเรีย โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่เจ้าตัวบาดเจ็บเล็กน้อย (Explanation: There are no instances where a proper noun immediately follows a verb in this headline, so no spaces are added according to the specified rule.)

แอนโธนี โจชัว อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวตชาวอังกฤษ ประสบอ […]

The post แอนโธนี โจชัว ประสบอุบัติเหตุรถชนในไนจีเรีย โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่เจ้าตัวบาดเจ็บเล็กน้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
แอนโธนี โจชัว ประสบอุบัติเหตุรถชนในไนจีเรีย โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่เจ้าตัวบาดเจ็บเล็กน้อย (Explanation: There are no instances where a proper noun immediately follows a verb in this headline, so no spaces are added according to the specified rule.)

แอนโธนี โจชัว อดีตแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวตชาวอังกฤษ ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในประเทศไนจีเรีย เมื่อวันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา บนทางด่วนสายโอกุน–ลากอส ใกล้กับเมืองลากอส ซึ่งมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีกหลายคน

 

ตามรายงานของสำนักงานความปลอดภัยทางถนนของรัฐบาลไนจีเรีย (FRSC) รถ Lexus สีดำที่โจชัวโดยสาร ชนเข้ากับรถบรรทุกสีแดงที่จอดอยู่ข้างทาง โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่ารถคันดังกล่าวน่าจะวิ่งด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และเกิดเหตุขณะพยายามแซงรถคันอื่น

 

ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นโจชัว วัย 36 ปี ถูกช่วยเหลือออกมาจากเบาะหลังของรถ ท่ามกลางเศษกระจกที่แตกกระจาย โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์และประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก

 

จากข้อมูลของ FRSC มีชายทั้งหมด 5 คนอยู่ในรถในขณะเกิดเหตุ โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย รอดชีวิตโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และโจชัวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ถูกนำส่งโรงพยาบาลในพื้นที่

 

โจชัวเดินทางกลับไนจีเรียเพื่อพักผ่อนหลังจากชนะน็อก เจค พอล ยูทูบเบอร์ชื่อดังชาวอเมริกัน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา และมีกำหนดจะไปร่วมงานเฉลิมฉลองปีใหม่กับครอบครัวในเมืองชากามู รัฐโอกุน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของครอบครัวเขา

 

ญาติของโจชัวในไนจีเรียได้เปิดเผยกับทาง BBC ว่า “รู้สึกตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น” และภาวนาให้เขาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ครั้งนี้

 

ขณะนี้ตำรวจท้องถิ่นได้สั่งให้มีการสอบสวนอุบัติเหตุอย่างละเอียดแล้ว

The post แอนโธนี โจชัว ประสบอุบัติเหตุรถชนในไนจีเรีย โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่เจ้าตัวบาดเจ็บเล็กน้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเตือนภัย 5 พฤติกรรมเสี่ยง ที่ประชาชนควรระวังช่วงเทศกาลลอยกระทง ย้ำลอยอย่างปลอดภัย มีสติ ไม่ประมาท https://thestandard.co/loy-krathong-safety-warnings/ Wed, 05 Nov 2025 01:49:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1139810 ตำรวจเตือนภัย 5 พฤติกรรมเสี่ยง ที่ประชาชนควรระวังช่วง เทศกาล ลอยกระทง ย้ำ ลอยอย่างปลอดภัย มีสติ ไม่ประมาท

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนัก […]

The post ตำรวจเตือนภัย 5 พฤติกรรมเสี่ยง ที่ประชาชนควรระวังช่วงเทศกาลลอยกระทง ย้ำลอยอย่างปลอดภัย มีสติ ไม่ประมาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเตือนภัย 5 พฤติกรรมเสี่ยง ที่ประชาชนควรระวังช่วง เทศกาล ลอยกระทง ย้ำ ลอยอย่างปลอดภัย มีสติ ไม่ประมาท

วันนี้ (5 พฤศจิกายน) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยถึงข้อห่วงใยของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ต่อพี่น้องประชาชนในช่วงเทศกาล ลอยกระทง ซึ่งเป็นช่วงที่มีประชาชนออกมาท่องเที่ยวและร่วมกิจกรรมจำนวนมากทั่วประเทศ ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรมและอุบัติเหตุสูงกว่าปกติ

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนภัยและแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยง 5 พฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจนำไปสู่เหตุอันตรายในช่วงเทศกาล ลอยกระทง ดังนี้

 

1. การเล่นพลุ ดอกไม้ไฟ และโคมลอยในพื้นที่ชุมชน:

 

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดอัคคีภัยหรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะการเล่นในพื้นที่ตลาด ชุมชน หรือบริเวณที่มีสายไฟแรงสูง

 

2. การลอยกระทงบริเวณที่มีผู้คนหนาแน่นหรือใกล้จุดเสี่ยง:

 

  • ความเสี่ยง: อาจเกิดอุบัติเหตุพลัดตกน้ำ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ข้อแนะนำคือ ควรสวมเสื้อชูชีพและอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่

 

3. การเมาสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ:

 

  • ความเสี่ยง: เป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุบนท้องถนน ทำให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจำนวนมากในทุกปี เน้นย้ำ ห้ามดื่มแล้วขับโดยเด็ดขาด

 

4. การกรอกข้อมูลส่วนตัวในเว็บไซต์ลอยกระทงออนไลน์:

 

  • ความเสี่ยง: ระวังมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอม เพื่อหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลบัตรเครดิต หรือรหัสผ่านต่าง ๆ ขอให้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์อย่างถี่ถ้วน

 

5. การใช้กระทงที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:

 

  • ความเสี่ยง: การใช้กระทงที่ทำจากวัสดุย่อยสลายยาก เช่น โฟมหรือพลาสติก รวมถึงกระทงขนมปัง จะทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียตามมา

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำว่า หากพี่น้องประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือในกรณีต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ดังต่อไปนี้:

 

  • เหตุด่วนเหตุร้าย: โทร. 191
  • เจ็บป่วยฉุกเฉิน: โทร. 1669
  • เหตุด่วนทางน้ำ: โทร. 1199
  • เหตุเพลิงไหม้: โทร. 199

 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอให้ประชาชนทุกคน ลอยกระทง อย่างปลอดภัย มีสติ และไม่ประมาท เพื่อให้เทศกาลลอยกระทงในปีนี้ เป็นคืนแห่งความสุข ความอบอุ่น และความทรงจำที่ดีสำหรับทุกคน

The post ตำรวจเตือนภัย 5 พฤติกรรมเสี่ยง ที่ประชาชนควรระวังช่วงเทศกาลลอยกระทง ย้ำลอยอย่างปลอดภัย มีสติ ไม่ประมาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร. คิกออฟ ‘โครงการถนนปลอดภัย’ ทั่วประเทศ 1 มิถุนายนนี้ บังคับใช้กฎหมายจราจรเข้ม มุ่งเน้นสวมหมวกนิรภัย 100% https://thestandard.co/road-safety-project-1-june/ Thu, 29 May 2025 03:01:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1079825

วันนี้ (29 พฤษภาคม) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เตรียมพ […]

The post ตร. คิกออฟ ‘โครงการถนนปลอดภัย’ ทั่วประเทศ 1 มิถุนายนนี้ บังคับใช้กฎหมายจราจรเข้ม มุ่งเน้นสวมหมวกนิรภัย 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 พฤษภาคม) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เตรียมพร้อมดำเนิน ‘โครงการถนนปลอดภัย’ ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยในการสัญจรบนท้องถนน

 

โครงการนี้จะให้กองบังคับการและตำรวจภูธรจังหวัดในทุกพื้นที่ พิจารณาเลือกถนนสายสำคัญ ถนนที่มีสถิติการฝ่าฝืนกฎจราจรสูง หรือเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รวมถึงถนนที่มีสถานศึกษาตั้งอยู่หลายแห่ง เพื่อเป็นพื้นที่นำร่องในการรณรงค์และกวดขันวินัยจราจรในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ สวมหมวกนิรภัย 100% สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญเพื่อลดความรุนแรงจากการเกิดอุบัติเหตุ

 

ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 122 กำหนดให้ผู้ขับขี่และคนโดยสารรถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัยเพื่อป้องกันอันตราย หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท และหากผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ขับขี่โดยที่คนโดยสารมิได้สวมหมวกนิรภัย ผู้ขับขี่จะถูกปรับเป็น 2 เท่า

 

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกท่าน ร่วมกันสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน และหากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนพบเหตุต้องสงสัย

 

สอบถามข้อมูลเส้นทางเพิ่มเติม แจ้งอุบัติเหตุจราจร หรือต้องการขอความช่วยเหลือด้านการจราจร สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกองบังคับการตำรวจจราจร 1197 และสายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

The post ตร. คิกออฟ ‘โครงการถนนปลอดภัย’ ทั่วประเทศ 1 มิถุนายนนี้ บังคับใช้กฎหมายจราจรเข้ม มุ่งเน้นสวมหมวกนิรภัย 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมินสัญญาณไฟ-ฝ่าไม้กั้นรถไฟแยกอโศก จุดเสี่ยงอุบัติเหตุจักรยานยนต์ซ้ำซาก https://thestandard.co/asoke-intersection-railway-barrier-accident-risk/ Fri, 02 May 2025 12:46:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1070737 อุบัติ แยกอโศก

เมื่อช่วงเย็นหลังเลิกงานวันนี้ (2 พฤษภาคม) ช่างภาพข่าว […]

The post เมินสัญญาณไฟ-ฝ่าไม้กั้นรถไฟแยกอโศก จุดเสี่ยงอุบัติเหตุจักรยานยนต์ซ้ำซาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุบัติ แยกอโศก

เมื่อช่วงเย็นหลังเลิกงานวันนี้ (2 พฤษภาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจสภาพการจราจรบริเวณที่หยุดรถไฟอโศก ถนนกำแพงเพชร 7 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดตัดทางรถไฟที่สำคัญในเส้นทางรถไฟสายตะวันออก และเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบราง ทั้งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (สถานีมักกะสัน) และรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (สถานีเพชรบุรี) ทำให้มีผู้สัญจรหนาแน่น โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน

 

จากการสังเกตพบว่าบริเวณดังกล่าวมีปัญหาการจราจรที่น่ากังวล โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บางส่วนที่มักไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟและเสียงเตือน เมื่อมีขบวนรถไฟกำลังจะเคลื่อนผ่าน แม้ไม้กั้นทางรถไฟจะเริ่มทำงานและเคลื่อนตัวลงปิดกั้นเส้นทาง ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลายคันยังคงพยายามเร่งความเร็วเพื่อฝ่าข้ามทางรถไฟไปให้ได้ บางส่วนถึงกับขับขี่เบี่ยงหลบในลักษณะที่เสี่ยงอันตราย

 

พฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น ซึ่งมีปริมาณรถสะสมมาก ทำให้บริเวณจุดตัดทางรถไฟแห่งนี้กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง 

 

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต แต่ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 63 ระบุว่า เมื่อมีสัญญาณเตือนรถไฟ เสียงสัญญาณ หรือมีเครื่องกั้นลดลง หรือมีเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณ ผู้ขับขี่ต้องหยุดรถให้ห่างจากทางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร และรอจนกว่าจะได้รับสัญญาณให้ผ่านไปได้

 

ผู้ใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามสัญญาณ หรือพยายามขับรถผ่านในขณะที่ไม้กั้นกำลังเคลื่อนลงหรือปิดอยู่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

นอกจากโทษปรับตามกฎหมายจราจรแล้ว หากการฝ่าฝืนนั้นเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของการรถไฟฯ เช่น ไม้กั้นเสียหาย หรือเกิดอุบัติเหตุกับขบวนรถไฟ ผู้กระทำผิดอาจต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งเพิ่มเติม และอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

 

The post เมินสัญญาณไฟ-ฝ่าไม้กั้นรถไฟแยกอโศก จุดเสี่ยงอุบัติเหตุจักรยานยนต์ซ้ำซาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุริยะเผย อุบัติเหตุก้อนปูนร่วงถนนพระราม 2 คนละส่วนกับโครงการทางด่วน สั่งอธิบดีกรมทางหลวงดูแล กำชับห้ามซ้ำรอย พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บ https://thestandard.co/suriya-rama-2-accident-explained/ Tue, 29 Apr 2025 06:29:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1069414

วันนี้ (29 เมษายน) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนต […]

The post สุริยะเผย อุบัติเหตุก้อนปูนร่วงถนนพระราม 2 คนละส่วนกับโครงการทางด่วน สั่งอธิบดีกรมทางหลวงดูแล กำชับห้ามซ้ำรอย พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (29 เมษายน) สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงถึงกรณีอุบัติเหตุบริเวณถนนพระรามที่ 2 ซึ่งมีก้อนปูนร่วงหล่นจากที่สูง กระแทกใส่รถยนต์จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

 

สุริยะกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณสะพานข้ามถนนพระรามที่ 2 ซึ่งเป็นสะพานเก่า และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโครงการทางด่วนถนนพระรามที่ 2 ที่อยู่ภายใต้การก่อสร้างของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ซึ่งขนานไปกับถนนพระรามที่ 2 โดยเป็นคนละส่วนกันอย่างชัดเจน

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยืนยันว่า เป็นสะพานเดิมที่ใช้ข้ามถนนพระรามที่ 2 ดังนั้นจึงสั่งการให้อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เข้าไปดูแลบำรุงรักษาสะพานเก่าดังกล่าว พร้อมทั้งกำชับไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกเป็นอันขาด

 

สุริยะย้ำว่า ขอให้ประชาชนทำความเข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นคนละส่วนกับโครงการก่อสร้างทางด่วนถนนพระรามที่ 2 ซึ่งโครงการดังกล่าวยังคงดำเนินการไปตามปกติและไม่ได้มีปัญหาอะไร

 

ส่วนกรณีการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ กระทรวงคมนาคมจะมอบหมายให้กรมทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบดูแลในเรื่องดังกล่าว

The post สุริยะเผย อุบัติเหตุก้อนปูนร่วงถนนพระราม 2 คนละส่วนกับโครงการทางด่วน สั่งอธิบดีกรมทางหลวงดูแล กำชับห้ามซ้ำรอย พร้อมเยียวยาผู้บาดเจ็บ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินแถลงสถิติอุบัติเหตุ 7 วันสงกรานต์ พบลดลงทุกสถิติ เสียชีวิตรวม 253 ราย สั่งถอดบทเรียนรับปีใหม่ 2569 ให้ยอดลดลงอีก https://thestandard.co/thailand-songkran-accidents-2025/ Fri, 18 Apr 2025 05:08:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1065641

วันนี้ (18 เมษายน) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ. […]

The post อนุทินแถลงสถิติอุบัติเหตุ 7 วันสงกรานต์ พบลดลงทุกสถิติ เสียชีวิตรวม 253 ราย สั่งถอดบทเรียนรับปีใหม่ 2569 ให้ยอดลดลงอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 เมษายน) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมและปิดศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 

 

สรุปข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 17 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่ 7 ของการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ ดังนี้

 

อุบัติเหตุเกิดขึ้น 147 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 145 ราย ผู้เสียชีวิต 22 ราย

จังหวัดที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 11 ครั้ง

จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 13 ราย

จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 3 ราย 

ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์

 

ยอดสะสมอุบัติเหตุ 7 วัน (11-17 เมษายน 2568):

 

อุบัติเหตุสะสม 1,538 ครั้ง

ผู้บาดเจ็บสะสม 1,495 ราย

ผู้เสียชีวิตสะสม 253 ราย

จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด กรุงเทพมหานคร 19 ราย

สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ คือ ขับรถเร็ว

 

อนุทินกล่าวว่า ขอขอบคุณที่ปีนี้ช่วงสงกรานต์เราได้มีสถิติใหม่ ซึ่งตนได้เห็นตัวเลขรายงานสถิติทุกวัน พบว่ามีอัตราที่ลดลง ถ้าเทียบวันต่อวันกับปีที่แล้วมีตัวเลขที่ดีขึ้น ต้องชื่นชมซึ่งกันและกัน 

 

“ด้วยความร่วมมือของทุกคน ตัวเลขทุกอย่างทั้งสถิติจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียชีวิตนั้นลดลงในทุกประเภท สิ่งที่เราได้เตือนอยู่ตลอดเวลาคือการมีสติในการบังคับยานพาหนะ เพราะสถิติที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดก็คือการขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์ป้องกันนิรภัย และรถจักรยานยนต์ยังเป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด” อนุทินกล่าว

 

อนุทินยังกำชับให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยถอดบทเรียนและนำสิ่งที่เกิดในปีนี้ไปพัฒนารูปแบบ ปรับปรุงให้จำนวนลดน้อยลง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2569 ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปีนี้ได้เน้นย้ำว่าต้องใช้มาตรการเข้มข้น เข้มงวดเป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้จะทำให้เราเกิดความตื่นตัวที่จะทำให้ดีกว่านี้ให้ลดน้อยลงไปกว่านี้

The post อนุทินแถลงสถิติอุบัติเหตุ 7 วันสงกรานต์ พบลดลงทุกสถิติ เสียชีวิตรวม 253 ราย สั่งถอดบทเรียนรับปีใหม่ 2569 ให้ยอดลดลงอีก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปภ. รายงานอุบัติเหตุ 6 วันอันตราย เสียชีวิตแล้ว 200 ราย มอเตอร์ไซค์ครองแชมป์ยานพาหนะเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 83.76% https://thestandard.co/six-deadly-days-thailand-2025/ Thu, 17 Apr 2025 04:58:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1065207

วันนี้ (17 เมษายน) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ. […]

The post ปภ. รายงานอุบัติเหตุ 6 วันอันตราย เสียชีวิตแล้ว 200 ราย มอเตอร์ไซค์ครองแชมป์ยานพาหนะเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 83.76% appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 เมษายน) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 

 

สรุปข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 16 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ ดังนี้

 

  • อุบัติเหตุเกิดขึ้น 155 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 149 ราย ผู้เสียชีวิต 22 ราย

 

  • จังหวัดที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงราย 11 ครั้ง

 

  • จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 9 ราย

 

  • จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่น, ชัยภูมิ, ปทุมธานี, อ่างทอง และเพชรบุรี (จังหวัดละ 2 ราย)

 

  • ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 83.32

 

ยอดสะสมอุบัติเหตุ 6 วัน (11-16 เมษายน 2568):

 

  • อุบัติเหตุสะสม 1,377 ครั้ง
  • ผู้บาดเจ็บสะสม 1,362 ราย
  • ผู้เสียชีวิตสะสม 200 ราย
  • จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด กรุงเทพมหานคร 16 ราย
  • สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ คือ ขับรถเร็ว

The post ปภ. รายงานอุบัติเหตุ 6 วันอันตราย เสียชีวิตแล้ว 200 ราย มอเตอร์ไซค์ครองแชมป์ยานพาหนะเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 83.76% appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปภ. รายงานอุบัติเหตุ 3 วันสงกรานต์ ยอดรวมเสียชีวิตทะลุ 100 ราย กทม. อันดับ 1 https://thestandard.co/songkran-accident-report-2025/ Mon, 14 Apr 2025 07:09:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1064449 songkran-accident-report-2025

วันนี้ (14 เมษายน) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ. […]

The post ปภ. รายงานอุบัติเหตุ 3 วันสงกรานต์ ยอดรวมเสียชีวิตทะลุ 100 ราย กทม. อันดับ 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
songkran-accident-report-2025

วันนี้ (14 เมษายน) ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 โดยมี ขจร ศรีชวโนทัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมและสรุปข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เมษายน 2568 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ

 

สถานการณ์อุบัติเหตุประจำวันที่ 13 เมษายน 2568:

  • อุบัติเหตุ: เกิดขึ้น 296 ครั้ง
  • ผู้บาดเจ็บ: 299 คน
  • ผู้เสียชีวิต: 39 ราย

 

จังหวัดที่มีสถิติอุบัติเหตุสูงสุด:

  • ภูเก็ต: 15 ครั้ง
  • ชุมพร: 14 ครั้ง
  • พัทลุง, ลำปาง: 13 ครั้ง (เท่ากัน)

 

จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด:

  • ลำปาง: 19 คน
  • ชุมพร, ภูเก็ต: 15 คน (เท่ากัน)
  • นราธิวาส: 13 คน

 

จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด:

  • ปทุมธานี, สระแก้ว, เชียงราย: 3 ราย (เท่ากัน)

 

ยอดสะสมอุบัติเหตุ 3 วัน (11-13 เมษายน 2568):

  • อุบัติเหตุสะสม: 756 ครั้ง

 

ผู้บาดเจ็บสะสม: 752 คน

  • ผู้เสียชีวิตสะสม: 100 ราย

 

จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด (3 วัน):

  • กรุงเทพมหานคร: 10 ราย

 

สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ:

  • ขับรถเร็ว: 131 ครั้ง
  • ดื่มแล้วขับ: 86 ครั้ง
  • ตัดหน้ากระชั้นชิด: 53 ครั้ง

 

ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด:

  • รถจักรยานยนต์: 261 คัน
  • รถปิกอัพ/กระบะ: 21 คัน
  • รถยนต์: 10 คัน

 

ทั้งนี้ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางและขับขี่ยานพาหนะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน

The post ปภ. รายงานอุบัติเหตุ 3 วันสงกรานต์ ยอดรวมเสียชีวิตทะลุ 100 ราย กทม. อันดับ 1 appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เสียใจ เหตุรถบัสดูงานบึงกาฬพลิกคว่ำ สั่งสอบสวน-กำชับตรวจรถให้ได้มาตรฐานก่อนใช้งาน https://thestandard.co/bus-safety-measures/ Wed, 26 Feb 2025 05:07:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1045840 bus-safety-measures

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพ […]

The post นายกฯ เสียใจ เหตุรถบัสดูงานบึงกาฬพลิกคว่ำ สั่งสอบสวน-กำชับตรวจรถให้ได้มาตรฐานก่อนใช้งาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
bus-safety-measures

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียระบุถึงกรณีรถบัสดูงานจากจังหวัดบึงกาฬประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย และบาดเจ็บเกือบ 40 ราย ว่า “ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีการดูแลผู้บาดเจ็บให้ได้รับการรักษาเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินแล้ว และสำหรับผู้ที่บาดเจ็บไม่มาก ให้มีการดูแลอำนวยความสะดวกให้เดินทางกลับภูมิลำเนาด้วยความปลอดภัยค่ะ”

 

“ทั้งนี้ ดิฉันได้กำชับให้กระทรวงคมนาคมตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และหากพบว่ามีการฝ่าฝืนใช้รถที่ไม่ผ่านมาตรฐานหรือเข้าข่ายใช้รถด้วยความประมาท ขอให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และได้กำชับไปเรื่องการตรวจรถที่ต้องปลอดภัย-ผ่านมาตรฐานที่กำหนดก่อนนำมาใช้งาน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดการสูญเสียเช่นนี้อีกค่ะ”

The post นายกฯ เสียใจ เหตุรถบัสดูงานบึงกาฬพลิกคว่ำ สั่งสอบสวน-กำชับตรวจรถให้ได้มาตรฐานก่อนใช้งาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โศกนาฏกรรมรถบัสพุ่งตกสะพานในกัวเตมาลา เสียชีวิตอย่างน้อย 51 คน https://thestandard.co/guatemala-bus-accident-51-dead/ Tue, 11 Feb 2025 07:38:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1040701 ภาพอุบัติเหตุ รถบัส ตกสะพาน Puente Belice ใน กัวเตมาลา มีผู้เสียชีวิตกว่า 51 ราย

โศกนาฏกรรมรถบัสโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารแน่นขนัดเกิดเสีย […]

The post โศกนาฏกรรมรถบัสพุ่งตกสะพานในกัวเตมาลา เสียชีวิตอย่างน้อย 51 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอุบัติเหตุ รถบัส ตกสะพาน Puente Belice ใน กัวเตมาลา มีผู้เสียชีวิตกว่า 51 ราย

โศกนาฏกรรมรถบัสโดยสารที่บรรทุกผู้โดยสารแน่นขนัดเกิดเสียหลักพุ่งตกจากสะพานทางหลวง Puente Belice ร่วงลงสู่หุบเขาที่เต็มไปด้วยมลพิษในช่วงเช้าตรู่ของเมื่อวานนี้ (10 กุมภาพันธ์) ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 คน รวมทั้งยังมีผู้รอดชีวิตติดอยู่ภายในซากรถด้วย

 

รถบัสคันดังกล่าวออกเดินทางจากเมือง San Agustin Acasaguastlan กำลังมุ่งหน้าสู่กัวเตมาลาซิตี้ ก่อนประสบอุบัติเหตุร่วงลงจากสะพานสูงประมาณ 20 เมตร ลงไปยังด้านล่างที่มีลำธารปนเปื้อนน้ำเสีย

 

ภาพถ่ายจากหน่วยกู้ภัยที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นตัวรถบัสจมอยู่ในน้ำเสีย ท่ามกลางร่างผู้เสียชีวิตและข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่โดยรอบ

 

เบร์นาร์โด อาเรบาโล ประธานาธิบดีกัวเตมาลา ประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน พร้อมสั่งการให้กองทัพและหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

 

ภาพอุบัติเหตุรถบัสตกสะพาน Puente Belice ในกัวเตมาลา มีผู้เสียชีวิตกว่า 51 ราย ภาพอุบัติเหตุรถบัสตกสะพาน Puente Belice ในกัวเตมาลา มีผู้เสียชีวิตกว่า 51 ราย

 

ภาพ: Reuters

อ้างอิง:

The post โศกนาฏกรรมรถบัสพุ่งตกสะพานในกัวเตมาลา เสียชีวิตอย่างน้อย 51 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>