อุบลราชธานี Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อุบลราชธานี/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 26 Jun 2026 04:10:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กกล. สุรนารี จัดกำลังใหม่รับมือกัมพูชา ปรับหน่วยคุมพื้นที่ชายแดน ด้านกลาโหมตั้งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ-คุมเข้มการใช้โซเชียลของกำลังพล https://thestandard.co/thai-military-reorganizes-cambodia-border/ Fri, 26 Jun 2026 04:10:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1223115 ภาพทหารกองกำลังสุรนารีประจำการบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

วานนี้ (25 มิถุนายน) พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกร […]

The post กกล. สุรนารี จัดกำลังใหม่รับมือกัมพูชา ปรับหน่วยคุมพื้นที่ชายแดน ด้านกลาโหมตั้งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ-คุมเข้มการใช้โซเชียลของกำลังพล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพทหารกองกำลังสุรนารีประจำการบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

วานนี้ (25 มิถุนายน) พ.อ.หญิง นุสรา วรภัทราทร รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมว่า พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำเรื่องความมั่นคงชายแดนเพื่อเสริมความพร้อมรบ โดยมุ่งใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ตามแนวคิด Joint All Domain Operation บูรณาการทุกมิติ (บก ทะเล อากาศ ไซเบอร์) ร่วมกับการทูตเชิงรุก

 

มีการตั้งคณะทำงานพัฒนาพื้นที่ความมั่นคงชายแดน โดยมี พล.ท. วรพจน์ แก้วพิจิตร เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ดำเนินงานตามนโยบาย ‘น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีสัญญาณโทรศัพท์’ ครอบคลุม 8 กองกำลังทั่วประเทศ โดยได้ลงพื้นที่และอนุมัติงบประมาณดำเนินการไปแล้วบางส่วน ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้ากองกำลังบูรพา-จันทบุรี-ตราด ในวันที่ 4 กรกฎาคม กองกำลังสุรนารี ในวันที่ 5 กรกฎาคม นอกจากนี้ มีการปรับพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี จากเดิม 3 หน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) เป็น 4 ฉก. ดังนี้:

 

  • ฉก.1: จ.ศรีสะเกษ (ตอนเหนือ) เช่น ซำแต, ภูมะเขือ, กันทรลักษ์
  • ฉก.2: จ.สุรินทร์-จ.บุรีรัมย์ (ช่องจอม, ปราสาทตาเมือน)
  • ฉก.3: จ.ศรีสะเกษ (ตอนใต้) อ.ขุนหาญ-อ.ภูสิงห์
  • ฉก.4 (แยกจาก ฉก.1 เดิม): จ.อุบลราชธานี (ช่องบก, ช่องอานม้า, อ.น้ำยืน)

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมได้กำชับการทำงานของ ศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารสูงสุดเป็นผู้อำนวยการ เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการแก้ปัญหาชายแดน ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมไซเบอร์

 

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำการบูรณาการทีมโฆษกกลาโหม-เหล่าทัพ จัดตั้งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ กับกระทรวงต่างๆ เพื่อสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และกำกับการใช้สื่อออนไลน์ของกำลังพลให้เหมาะสม

The post กกล. สุรนารี จัดกำลังใหม่รับมือกัมพูชา ปรับหน่วยคุมพื้นที่ชายแดน ด้านกลาโหมตั้งศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ-คุมเข้มการใช้โซเชียลของกำลังพล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เห็นชอบเสนออุทยานธรณีอุบลราชธานี ชูสามพันโบก-ซากดึกดำบรรพ์ สู่การรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก https://thestandard.co/ubon-ratchathani-geopark-unesco/ Tue, 23 Jun 2026 08:06:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1221824 ภาพสามพันโบกในอุทยานธรณีอุบลราชธานี

​วันนี้ (23 มิถุนายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำ […]

The post ครม. เห็นชอบเสนออุทยานธรณีอุบลราชธานี ชูสามพันโบก-ซากดึกดำบรรพ์ สู่การรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสามพันโบกในอุทยานธรณีอุบลราชธานี

​วันนี้ (23 มิถุนายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” เข้ารับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks) เพื่อยกระดับแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของไทยสู่สากล พร้อมสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

 

โครงการอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก มุ่งอนุรักษ์ส่งเสริมคุณค่าทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลก 229 แห่ง ใน 50 ประเทศ สำหรับประเทศไทยได้รับการรับรองแล้ว 2 แห่ง คือ อุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช ส่วนอุทยานธรณีขอนแก่นอยู่ระหว่างการพิจารณา

 

อุทยานธรณีอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ (โพธิ์ไทร, ศรีเมืองใหม่, โขงเจียม, สิรินธร) รวม 1,829 ตารางกิโลเมตร มีความโดดเด่นระดับนานาชาติจากภูมิประเทศที่ถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำโขง เช่น สามพันโบก หน้าผาสูง เสาหินเฉลียง รวมถึงเป็นแหล่งค้นพบซากดึกดำบรรพ์ยุคครีเทเชียสจำนวนมาก เช่น ไดโนเสาร์ และจระเข้โบราณ นอกจากนี้ยังมีคุณค่าด้านโบราณคดีและวิถีวัฒนธรรมริมฝั่งโขงที่เด่นชัด

 

อุทยานแห่งนี้ได้รับการรับรองเป็นอุทยานธรณีประเทศไทยเมื่อปี 2566 มีความพร้อมสูงทั้งด้านการบริหารจัดการโดย อบจ.อุบลราชธานี องค์ความรู้ และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยขั้นตอนต่อไป ประเทศไทยจะต้องแสดงความจำนงต่อยูเนสโกภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และยื่นเอกสารสมัครอย่างเป็นทางการในช่วงวันที่ 1 ตุลาคม-30 พฤศจิกายน 2569 ก่อนรับการตรวจประเมินจากผู้เชี่ยวชาญ

 

​การผลักดันสู่การเป็นอุทยานธรณีโลกในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มการรับรู้ในระดับนานาชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิชาการจากทั่วโลก ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและมรดกทางธรณีวิทยาอย่างสมดุลและยั่งยืนบนเวทีโลก

The post ครม. เห็นชอบเสนออุทยานธรณีอุบลราชธานี ชูสามพันโบก-ซากดึกดำบรรพ์ สู่การรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก appeared first on THE STANDARD.

]]>
สำรวจแนวคิดและนโยบาย ‘สมัย ละเลิศ’ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 2 ชูรื้อโครงสร้างทุจริต-แก้ปัญหาน้ำท่วม https://thestandard.co/samai-lalerd-bkk-governor-corruption-flood/ Fri, 05 Jun 2026 01:00:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1214391 สมัย ละเลิศ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 2

THE STANDARD ชวนรู้จัก สมัย ละเลิศ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง […]

The post สำรวจแนวคิดและนโยบาย ‘สมัย ละเลิศ’ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 2 ชูรื้อโครงสร้างทุจริต-แก้ปัญหาน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมัย ละเลิศ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 2

THE STANDARD ชวนรู้จัก สมัย ละเลิศ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 2 ผ่านการสัมภาษณ์ในรายการคุยกันเช้านี้ ประจำวันอังคารที่ 2 มิถุนายน 2569 ดำเนินรายการโดย นิธินาฏ ราชนิยม เพื่อแนะนำตัวและแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนามหานคร

 

สมัย ละเลิศ ปัจจุบันอายุ 55 ปี พื้นเพเป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี ย้ายเข้ามาใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครตั้งแต่อายุ 17 ปี ระบุว่าตนเองผ่านการประกอบอาชีพมาแล้วรวมทั้งสิ้น 25 อาชีพ และหากได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะถือเป็นอาชีพที่ 26 ในชีวิต

 

สำหรับจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่สนามเลือกตั้ง สมัยชี้แจงว่า เกิดจากการรับรู้ปัญหาของคนใกล้ชิดในภาคธุรกิจที่ประสบปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้วเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเฉพาะบุคคล แต่เป็นปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างที่ฝังรากในระบบของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้เงินงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ควรนำมาใช้พัฒนาเมืองสูญหายไป จึงตัดสินใจเปลี่ยนบทบาทจากอดีตผู้สังเกตการณ์ภายนอก เข้ามาเป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้างอย่างจริงจัง

 

ในด้านการบริหารและนโยบาย สมัยนำเสนอนโยบายขนาดใหญ่ 12 นโยบาย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเมืองอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายหลักในการปราบปรามการทุจริต ซึ่งประกาศว่าหากได้รับเลือกตั้ง จะเปิดเผยข้อมูลและหลักฐานขบวนการทุจริตในกรุงเทพมหานครให้ประชาชนรับทราบ พร้อมดำเนินการกับผู้กระทำผิดภายใน 100 วันแรก

 

นอกจากนี้ ยังเสนอแนวคิดการบริหารงบประมาณและแสวงหารายได้ใหม่ให้แก่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากมองว่ากรอบงบประมาณเดิมจำนวนประมาณหนึ่งแสนล้านบาทนั้นไม่เพียงพอ โดยเสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ลดการรั่วไหล และจัดตั้งบริษัทลูกในลักษณะเดียวกับบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานและแยกภารกิจออกจากระบบราชการที่มีความซับซ้อน

 

ทางด้านการสื่อสารและการเข้าถึงกลุ่มผู้ออกเสียงลงคะแนน ยอมรับว่าปัจจุบันตนเองยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเท่ากับผู้สมัครรายอื่นที่มีชื่อเสียง แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นมากกว่า โดยอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมร่วมกับทีมงานและการเปิดตัวนโยบายอย่างเป็นทางการ

 

สำหรับมาตรการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพมหานคร สมัยได้ยกประเด็นการจัดการปัญหาน้ำท่วมเป็นประเด็นสำคัญ โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ตรงที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2554 และประเมินว่ากรุงเทพมหานครยังคงมีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามด้านอุทกภัยขนาดใหญ่ที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักรับรู้ ซึ่งตนเองเตรียมที่จะนำรายละเอียดและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวไปนำเสนอต่อสาธารณะบนเวทีดีเบตและเวทีแสดงวิสัยทัศน์ในลำดับต่อไป

The post สำรวจแนวคิดและนโยบาย ‘สมัย ละเลิศ’ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 2 ชูรื้อโครงสร้างทุจริต-แก้ปัญหาน้ำท่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินมั่นใจชายแดนไทย-กัมพูชายังคุมได้ ทหารต้องอดทนอดกลั้น ย้ำไม่มีสอบนักการเมืองไทยเอี่ยวบ่อนช่องสะงำ https://thestandard.co/anutin-border-casino-politicians/ Wed, 03 Jun 2026 09:42:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1214283 อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (3 มิถุนายน) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล น […]

The post อนุทินมั่นใจชายแดนไทย-กัมพูชายังคุมได้ ทหารต้องอดทนอดกลั้น ย้ำไม่มีสอบนักการเมืองไทยเอี่ยวบ่อนช่องสะงำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (3 มิถุนายน) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ตอนนี้ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ โดยฝ่ายความมั่นคงและกองทัพสามารถดูแลแนวเขตประเทศไทยได้อย่างเต็มที่

 

ส่วนการเจรจาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอน ประเทศไทยไม่ได้มีความเดือดร้อนอะไรกับการที่เรายังไม่ได้เจรจาเรื่องเขตแดน จากการที่เรายกเลิก MOU2544 ใครจะพูดอะไรก็แล้วแต่ ขอให้เชื่อว่ารัฐบาลจะทำทุกอย่างให้ประเทศไทยอยู่บนพื้นฐานความเข้มแข็ง และไม่ก่อความเดือดร้อนใดๆ ให้กับคนในประเทศ

 

ส่วนที่วานนี้ (2 มิถุนายน) ทหารกัมพูชาไม่ยอมให้ทหารไทยปักเขตแดนในพื้นที่ช่องบกจังหวัดอุบลราชธานี จนเกิดการโต้เถียงกัน อนุทินกล่าวว่า ก็เป็นแบบนี้ทุกวัน เขาถึงเรียกกันว่าการยั่วยุ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของกรณีที่เรายังไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เจ้าหน้าที่และทหารใช้ความอดทนอย่างเต็มที่ เราไม่เคยเป็นฝ่ายยั่วยุ ต้องนิ่งต่อสถานการณ์ ทำให้ประเทศของเราเป็นประเทศที่เข้มแข็งและเป็นที่ยำเกรง

 

ส่วนที่ประชาชนชายแดนเริ่มหมดความอดทน และมีความกังวลต่อการยั่วยุของทหารกัมพูชา อนุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องกังวล ทุกอย่างวันนี้ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สถานการณ์ห่างกันมาก วันนี้ความสงบเกิดขึ้นตามแนวชายแดน ซึ่งตั้งแต่เราลงนามในข้อตกลงหยุดยิง เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 ก็ยังไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้วิตกกังวล

 

ส่วนที่ สวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง เปิดเผยว่า บ่อนที่ช่องสะงำ ถูกถล่มเป็นที่สุดท้ายเพราะเชื่อมโยงกับนักการเมืองไทย อนุทิน กล่าวว่า ไปฟังทุกคนแบบนี้ไม่ได้ รัฐบาลมีการข่าวของรัฐบาล มีแผนการป้องกันแนวชายแดนและป้องกันประเทศ ส่วนกองทัพก็มีความพร้อมมีความเข้มแข็ง อาวุธยุทโธปกรณ์ไม่มีขาดตกบกพร่อง และแสนยานุภาพของกองทัพไม่ได้ลดน้อยถอยลง รัฐบาลดูแค่นี้ เรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องยิบย่อยที่กุขึ้นมา ตราบใดที่ไม่ได้เกิดขึ้นในดินแดนไทย แล้วใครจะไปเดือดร้อน

 

“สิ่งที่เขาทำอยู่ฝั่งนั้นไม่ว่าจะเป็นพวกสแกมเมอร์ กองทัพเราก็จัดการเรียบวุธหมดแล้วไม่ใช่หรอ และผู้ที่เดือดร้อนก็ถูกส่งกลับประเทศของเขาไปหมดแล้ว ส่วนผู้ทำผิดก็ถูกดำเนินคดี ถูกยึดทรัพย์ไปตั้ง 3-4 หมื่นล้านแล้ว ภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ท่ามกลางคำว่า ไม่มีผลงาน ท่ามกลางคำว่าไม่ได้ทำอะไร ถ้าไปฟังเสียงลือเสียงเล่าอ้างก็ไม่ต้องทำอะไรกันพอดี” อนุทินกล่าว

 

อนุทินย้ำด้วยว่า ไม่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติมกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีนักการเมืองไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รับรองว่ามีศักยภาพดีกว่าคนที่ออกมาไลฟ์สด

 

“ของจริงเขาไม่ไลฟ์สดกันหรอก เรื่องของความมั่นคง ไม่มีใครออกมาพูดอะไร ที่ออกมาพูดออกมาไลฟ์ออกมาปั่นป่วน พวกนี้จริงๆ แล้วเป็นภัยสังคม ต้องส่งไปศรีธัญญา ส่วนจะเอายอดไลก์หรือไม่นั้น ไม่รู้เขาครับ” อนุทินกล่าว

The post อนุทินมั่นใจชายแดนไทย-กัมพูชายังคุมได้ ทหารต้องอดทนอดกลั้น ย้ำไม่มีสอบนักการเมืองไทยเอี่ยวบ่อนช่องสะงำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ทบ. ยืนยันไทยวางลวดหนามพื้นที่ช่องบกถูกต้องตามข้อตกลงร่วม หลังทหารกัมพูชาขนกำลังขัดขวาง https://thestandard.co/thai-cambodia-border-fence-2/ Tue, 02 Jun 2026 12:26:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1214056 ภาพทหารไทยกำลังวางลวดหนามบริเวณชายแดนช่องบก โดยมีทหารกัมพูชาเข้ามาขัดขวาง

วันนี้ (2 มิถุนายน) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป […]

The post โฆษก ทบ. ยืนยันไทยวางลวดหนามพื้นที่ช่องบกถูกต้องตามข้อตกลงร่วม หลังทหารกัมพูชาขนกำลังขัดขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพทหารไทยกำลังวางลวดหนามบริเวณชายแดนช่องบก โดยมีทหารกัมพูชาเข้ามาขัดขวาง

วันนี้ (2 มิถุนายน) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันนี้ กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี ขณะปฏิบัติภารกิจเฝ้าตรวจและปรับปรุงที่มั่นด้วยการวางแนวลวดหนาม เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทย บริเวณพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

 

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ฝ่ายไทยตรวจพบกำลังพลทหารกัมพูชาจำนวน 5 นายพร้อมอาวุธ เข้ามายังบริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน ก่อนจะมีการเพิ่มกำลังพลรวมเป็นประมาณ 20 นาย โดยทหารกัมพูชากลุ่มดังกล่าวได้ส่งเสียงดังและพยายามเข้าขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย

 

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารไทยได้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างรัดกุม โดยเข้าควบคุมสถานการณ์และเจรจาชี้แจงข้อเท็จจริง จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. สถานการณ์จึงคลี่คลายลง โดยกำลังทหารกัมพูชาได้ยอมถอยออกจากพื้นที่ดังกล่าว ปัจจุบันเหตุการณ์ในพื้นที่ได้กลับสู่สภาวะปกติแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม หน่วยกำลังในพื้นที่ยังคงเตรียมความพร้อมและเฝ้าตรวจความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาความมั่นคงในพื้นที่ตามกรอบข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วมอย่างเข้มงวด

 

โฆษกกองทัพบก เน้นย้ำว่า การปรับปรุงที่มั่นและวางแนวลวดหนามของทหารไทย เป็นการปฏิบัติภายในแนววางกำลังของฝ่ายไทยอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด สืบเนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่กำลังของทั้งสองฝ่ายวางอยู่ใกล้ชิดกัน ฝ่ายไทยจึงจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

The post โฆษก ทบ. ยืนยันไทยวางลวดหนามพื้นที่ช่องบกถูกต้องตามข้อตกลงร่วม หลังทหารกัมพูชาขนกำลังขัดขวาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กกต. เปิดระบบรายงานผลเลือกตั้งและประชามติอย่างเป็นทางการ หลังปิดเว็บไซต์มาตั้งแต่ 20 ก.พ. นับเป็น 99 วันหลังวันลงคะแนน https://thestandard.co/ect-election-referendum-results-reopen/ Mon, 18 May 2026 11:05:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1208534 ภาพหน้าจอระบบรายงานผลเลือกตั้งและประชามติ ECT Report 69 ของ กกต. ที่กลับมาเปิดให้ประชาชนใช้งาน

ผ่านมา 99 วัน หลังวันเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชาม […]

The post กกต. เปิดระบบรายงานผลเลือกตั้งและประชามติอย่างเป็นทางการ หลังปิดเว็บไซต์มาตั้งแต่ 20 ก.พ. นับเป็น 99 วันหลังวันลงคะแนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพหน้าจอระบบรายงานผลเลือกตั้งและประชามติ ECT Report 69 ของ กกต. ที่กลับมาเปิดให้ประชาชนใช้งาน

ผ่านมา 99 วัน หลังวันเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้ (18 พฤษภาคม) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เปิดเผยผลการเลือกตั้ง สส. และผลการออกเสียงประชามติ ‘อย่างเป็นทางการ’ ผ่านระบบแสดงผลข้อมูล (Dashboard) บนเว็บไซต์ ectreport69.ect.go.th

 

การเปิดเผยข้อมูลครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากระบบดังกล่าวถูกระงับการใช้งานไปเป็นเวลานาน และเกิดกระแสเรียกร้องจากภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569

 

ต่อมาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. ได้ปิดเว็บไซต์ ECT Report 69 ลง โดยไม่มีการแสดงผลคะแนนในรูปแบบ Dashboard ให้ประชาชนเข้าถึงได้

 

การระงับเว็บไซต์รายงานผลคะแนนส่งผลให้เครือข่ายภาคประชาชน นำโดยกลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) และกลุ่ม We Watch ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อทวงถามความโปร่งใส ปัญหาสำคัญที่ภาคประชาชนตรวจพบในช่วงที่เว็บไซต์ปิดตัวคือ การประกาศผลคะแนนรายหน่วย (แบบ 5/18) ขาดความครบถ้วน 100% โดยพบข้อมูลสูญหายในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดกาฬสินธุ์ที่ขาดข้อมูลอย่างน้อย 18 หน่วย และจังหวัดอุบลราชธานีที่ขาดข้อมูลเกือบ 100 หน่วย รวมถึงผลการออกเสียงประชามติที่ กกต. เปิดเผยเพียงคะแนนรวมระดับประเทศ แต่ไม่มีข้อมูลระดับเขตหรือหน่วยย่อยให้ตรวจสอบ

 

เครือข่ายภาคประชาชนได้เข้ายื่นจดหมายทวงถามและกดดันที่สำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เพื่อเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้ง 100% และผลประชามติรายพื้นที่ พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการนำระบบ Dashboard กลับมาใช้งานตามข้อตกลงเดิม

 

ล่าสุดในวันนี้ สำนักงาน กกต. นำระบบ ECT Report 69 กลับมาเผยแพร่บนหน้าเว็บไซต์อีกครั้ง ทำให้ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบฐานข้อมูลและผลการลงคะแนนอย่างเป็นทางการได้

The post กกต. เปิดระบบรายงานผลเลือกตั้งและประชามติอย่างเป็นทางการ หลังปิดเว็บไซต์มาตั้งแต่ 20 ก.พ. นับเป็น 99 วันหลังวันลงคะแนน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กดดัน กกต. ส่งคดีฮั้วเลือก สว. ให้ศาลชี้ขาด หากเป่าคดี เตรียมเปิดข้อมูลโชว์สาธารณะ พร้อมทวงผลเลือกตั้ง-ประชามติแบบรายเขต 100% https://thestandard.co/advocacy-group-pressures-election-commission-senate-fraud-case/ Fri, 08 May 2026 08:41:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1205147 กลุ่มภาคประชาชนยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ กกต. ให้ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. และทวงถามผลการเลือกตั้ง

ตัวแทนกลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) […]

The post กดดัน กกต. ส่งคดีฮั้วเลือก สว. ให้ศาลชี้ขาด หากเป่าคดี เตรียมเปิดข้อมูลโชว์สาธารณะ พร้อมทวงผลเลือกตั้ง-ประชามติแบบรายเขต 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มภาคประชาชนยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ กกต. ให้ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. และทวงถามผลการเลือกตั้ง

ตัวแทนกลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) หรือไอลอว์ นำโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการ iLaw, พร้อมด้วย ชยพล ดโนทัย จาก iLaw, ภัสราวลี ธนกิจพิบูลย์ผล ตัวแทนเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ (CALL) ธนาพร จฑะสมพากร และ พงศธร กันทวงศ์ ตัวแทนกลุ่ม We Watch

 

รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. ให้ศาลชี้ขาด พร้อมทวงถามการเปิดเผยผลคะแนนการเลือกตั้ง สส. อย่างเป็นทางการครบ 100% และผลการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

ครบรอบ 3 เดือนตั้งแต่การเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมาเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ เครือข่ายฯ ได้เดินทางมาที่สำนักงาน กกต. ในวันนี้ (8 พฤษภาคม) เพื่อทวงถามความคืบหน้า ชยพลระบุว่า แม้จะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว 90 วัน แต่ กกต. ยังไม่สามารถประกาศผลคะแนนรายหน่วย (แบบ 5/18) ได้ครบถ้วน โดยพบว่าในจังหวัดกาฬสินธุ์ขาดข้อมูลอย่างน้อย 18 หน่วย และอุบลราชธานีขาดข้อมูลเกือบ 100 หน่วย

 

รวมถึงระบบแสดงผลข้อมูล (Dashboard) ที่ยังไม่มีการรายงานผลตามที่เคยระบุไว้ นอกจากนี้ ในส่วนของผลการออกเสียงประชามติ กกต. เปิดเผยเพียงคะแนนรวมระดับประเทศ คือคะแนนเห็นชอบ 21.6 ล้านเสียง และไม่เห็นชอบ 11.2 ล้านเสียง แต่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลระดับเขตหรือหน่วยย่อยในแต่ละจังหวัด ซึ่งเครือข่ายประชาชนมองว่าข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญในการแสดงเจตจำนงของประชาชนในแต่ละพื้นที่ และสมควรได้รับการเปิดเผยเพื่อความโปร่งใส

 

ด้านภัสราวลีกล่าวเชื่อมโยงปัญหาที่เกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยระบุว่า กกต. มีที่มาจาก สว. ซึ่งขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน พร้อมกล่าวถึงผลการทำประชามติที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่คณะรัฐมนตรียังไม่ได้นำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของสภาผู้แทนราษฎรชุดก่อนกลับมาพิจารณาต่อ ซึ่งอาจทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดความล่าช้า

 

ภัสราวลีเน้นย้ำว่า ปัญหาด้านการเลือกตั้งและความไม่โปร่งใสมีต้นตอมาจากรัฐธรรมนูญปี 2560 และกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องมีความชอบธรรมและให้ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง

 

จากนั้น ยิ่งชีพได้ทวงถามความคืบหน้าของคดีฮั้ว สว. พร้อมแสดงข้อกังวลเกี่ยวกับที่มาของ กกต. ชุดปัจจุบันบางรายที่มาจาก สว. ชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว ว่าอาจส่งผลให้คดีถูกปัดตก

 

ยิ่งชีพเสนอให้ กกต. ส่งสำนวนคดีความหนากว่า 80,000 หน้าให้ศาลพิจารณาวินิจฉัย และระบุว่าหาก กกต. ยืนยันที่จะล้มคดี ภาคประชาชนจะใช้ช่องทางกฎหมายเอาผิด และจะเปิดเผยสำนวนคดีให้ประชาชนร่วมพิจารณา

 

ในช่วงท้าย เครือข่ายฯ ได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ‘ตัดโบว์’ สีฟ้า เพื่อเรียกร้องให้ กกต. เริ่มรายงานผลการเลือกตั้ง สส. แบบ 100% รวมถึงเปิดเผยผลการออกเสียงประชามติแบบรายเขต

 

กลุ่มภาคประชาชนยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ กกต. ให้ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. และทวงถามผลการเลือกตั้ง 1กลุ่มภาคประชาชนยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ กกต. ให้ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. และทวงถามผลการเลือกตั้ง 2กลุ่มภาคประชาชนยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ กกต. ให้ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. และทวงถามผลการเลือกตั้ง 3กลุ่มภาคประชาชนยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ กกต. ให้ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. และทวงถามผลการเลือกตั้ง 4กลุ่มภาคประชาชนยื่นหนังสือเรียกร้องต่อ กกต. ให้ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. และทวงถามผลการเลือกตั้ง 5

The post กดดัน กกต. ส่งคดีฮั้วเลือก สว. ให้ศาลชี้ขาด หากเป่าคดี เตรียมเปิดข้อมูลโชว์สาธารณะ พร้อมทวงผลเลือกตั้ง-ประชามติแบบรายเขต 100% appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล’ นั่งหัวหน้าพรรคไทรวมพลังคนใหม่ ขณะกังฟูขยับเป็นเลขาฯ พรรค https://thestandard.co/jittrawan-thai-ruam-phalang-leader/ Wed, 15 Apr 2026 03:57:52 +0000 https://thestandard.co/jittrawan-thai-ruam-phalang-leader/ จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล หัวหน้าพรรคไทรวมพลังคนใหม่ และ วสวรรธน์ พวงพรศรี เลขาธิการพรรค

การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของพรรคไทรวมพลังในการประชุมใหญ […]

The post ‘จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล’ นั่งหัวหน้าพรรคไทรวมพลังคนใหม่ ขณะกังฟูขยับเป็นเลขาฯ พรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล หัวหน้าพรรคไทรวมพลังคนใหม่ และ วสวรรธน์ พวงพรศรี เลขาธิการพรรค

การปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของพรรคไทรวมพลังในการประชุมใหญ่วิสามัญของพรรค เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา ในวาระการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส. อุบลราชธานี เขต 9 เป็นหัวหน้าพรรคไทรวมพลังคนใหม่

 

ขณะที่ วสวรรธน์ พวงพรศรี สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคคนก่อนหน้า และถือเป็นหัวหน้าพรรคคนแรกนับตั้งแต่การก่อตั้งพรรคการเมืองนี้ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคนใหม่

 

ตามขัอบังคับของพรรค ตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองโดยหลัก จะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี โดยเมื่อครบวาระแล้ว จะต้องมีการพิจารณาเลือกตั้งใหม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมใหญ่ฯ ว่าจะแต่งตั้งกรรมการบริหารพรรคคนใด

 

สำหรับ จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล หรือ ‘มาดามกบ’ เป็นภรรยาของ สมศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ ‘เสี่ยบู๊’ อดีต สว. นครราชสีมา ปี 2549 ซึ่งเป็นน้องชายของ วีระศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ ‘กำนันป้อ’ อดีตนักการเมืองแกนนำบ้านใหญ่ทางการเมืองตระกูลหวังศุภกิจโกศล กล่าวคือจิตรวรรณคือน้องสะใภ้ของวีระศักดิ์ และโดยศักดิ์แล้ว วสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ ‘กังฟู’ ก็ถือเป็นหลานชายของจิตรวรรณอีกที

 

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแกนนำพรรคครั้งนี้ สอดคล้องกับที่มาที่ไปของพรรคไทรวมพลัง ก่อนหน้านี้เป็นที่ทราบกันว่า ‘กำนันป้อ วีระศักดิ์’ ถอยออกมาจากหน้าฉากการเมือง แต่ยังร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยสนับสนุนผู้สมัคร สส. ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา จนได้มากถึง 12 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งปี 2566 โดยมี สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ลูกสาว เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย

 

ในปีเดียวกันนั้น จิตรวรรณได้ก่อตั้งพรรค ‘เพื่อไทรวมพลัง’ โดยมีวสวรรธน์เป็นหัวหน้า และตนเองเป็นที่ปรึกษาพรรค ส่งผู้สมัคร สส. อุบลราชธานี เพียง 2 เขต และคว้าชัยชนะถล่มทลายมาทั้ง 2 เขตดังกล่าว

 

ต่อมาพรรคเพื่อไทรวมพลังเปลี่ยนชื่อเป็น ‘ไทรวมพลัง’ และเป็นที่จับตามากขึ้นในการเลือกตั้งปี 2569 คว้า สส. ได้รวม 6 ที่นั่ง แบ่งเป็น สส. แบบแบ่งเขต 5 ที่นั่ง และ สส. แบบบัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง

 

อย่างไรก็ตาม ในสมการการจัดตั้งรัฐบาลที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เทียบเชิญ 6 เสียงของพรรคไทรวมพลังมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ แต่ สส. ทั้ง 6 คน ของพรรคไทรวมพลัง ก็ได้ขานชื่อสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี อย่างพร้อมเพรียง โดยวสวรรธน์ได้กล่าวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า “เคารพฉันทามติประชาชนให้แก้ปัญหาชายแดน”

 

การมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคของจิตรวรรณในครั้งนี้ จึงมีความสำคัญในแง่ของการก้าวเข้ามาลงสนามการเมืองหน้าฉากอย่างชัดเจน

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคไทรวมพลังได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ทั้งหมด 12 ตำแหน่ง ประกอบด้วย

 

  • จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็นตำแหน่งหัวหน้าพรรค
  • พิมพกาญจน์ พลสมัคร เป็นตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ลำดับที่ 1
  • สมศักดิ์ บุญประชม เป็นตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ลำดับที่ 2
  • สิทธิชัย กอแก้ว เป็นตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ลำดับที่ 3
  • วสวรรธน์ พวงพรศรี เป็นตำแหน่งเลขาธิการพรรค
  • กิตติกร เชิดชู เป็นตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค
  • มาลี บุญเรือง เป็นตำแหน่งเหรัญญิกพรรค
  • วรางคณา สำราญสุข เป็นตำแหน่งนายทะเบียนสมาชิกพรรค
  • ณรงค์ชัย วีระกุล เป็นตำแหน่งโฆษกพรรค
  • บรรหาร ศรีบุระ เป็นตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค
  • วีระนันท์ ทัศศรี เป็นตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค
  • เหมชาติ เชื้อโชติ เป็นตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค

 

อ้างอิง: https://www.facebook.com/share/p/1EFaidXKcJ/

The post ‘จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล’ นั่งหัวหน้าพรรคไทรวมพลังคนใหม่ ขณะกังฟูขยับเป็นเลขาฯ พรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่วยค่าน้ำมันหรือวัฒนธรรมองค์กร? สรุปปมเปิดโปง ‘พ.ต.ท.’ สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถผู้เสียหายแลกทำคดี ช่วงวิกฤตน้ำมันแพง https://thestandard.co/ubon-ratchathani-police-extortion-fuel/ Wed, 08 Apr 2026 08:51:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1195859 ภาพประกอบข่าวการเปิดโปง พ.ต.ท. สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถเงินค่าน้ำมันจากผู้เสียหาย

วิกฤตศรัทธาของประชาชนต่อวงการสีกากีถูกจุดติดขึ้นอีกครั้ […]

The post ส่วยค่าน้ำมันหรือวัฒนธรรมองค์กร? สรุปปมเปิดโปง ‘พ.ต.ท.’ สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถผู้เสียหายแลกทำคดี ช่วงวิกฤตน้ำมันแพง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวการเปิดโปง พ.ต.ท. สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถเงินค่าน้ำมันจากผู้เสียหาย

วิกฤตศรัทธาของประชาชนต่อวงการสีกากีถูกจุดติดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ‘พนักงานสอบสวน’ ยศพันตำรวจโท ในจังหวัดอุบลราชธานี ถูกเปิดโปงว่ามีพฤติกรรมเรียกรับเงินค่าน้ำมันและค่าดำเนินการจากผู้เสียหายหลายรายเพื่อแลกกับการปฏิบัติหน้าที่

 

 
 

คำถามสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ พฤติกรรมอ้าง ‘น้ำมันแพง-งบหมด’ เพื่อรีดไถประชาชน เป็นปรากฏการณ์เฉพาะกิจในยุคน้ำมันแพง หรือเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้พรมมาอย่างยาวนานในองค์กรนี้ ?

 

เริ่มต้นจากคลิปแฉ ‘หมูเฟิร์น’

 

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ หมูเฟิร์น หรือ ชลธิชา ธาราโรจน์ อินฟลูเอนเซอร์ ตัดสินใจออกมาแผยแพร่คลิปวิดีโอแฉพฤติกรรมของร้อยเวร สภ.ม่วงสามสิบ หลังจากเธอตกเป็นผู้เสียหายถูกโจรขึ้นบ้านพัก แต่เมื่อแจ้งความกลับได้รับคำตอบจากตำรวจว่า “ต้องจ่ายค่าน้ำมัน 1,000 บาท” เจ้าหน้าที่จึงจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุให้

 

คลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียล และกลายเป็นตัวจุดประกายให้ผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่เคยถูกกระทำในลักษณะเดียวกันทยอยออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม โดยพบว่าพนักงานสอบสวนรายดังกล่าว (ยศ พ.ต.ท.) มีพฤติกรรมรีดไถเป็นประจำ ซึ่งประกอบด้วยเหยื่ออีกอย่างน้อย 3 ราย ได้แก่:

 

  • เหยื่อรายที่ 2 (คดีมิจฉาชีพหลอกลงทุน): ถูกเรียกเก็บค่าน้ำมัน 3,000 บาท อ้างเป็นค่าเดินทางนำตัวผู้ต้องหาส่งศาล และเรียกขอส่วนแบ่งเพิ่มอีก 50,000 บาท หากติดตามเงินคืนได้ จนผู้เสียหายต้องไปหยิบยืมเงินสดมาจ่ายให้ก่อน 1,500 บาท
  • เหยื่อรายที่ 3 (คดีฉ้อโกง): แม่ค้าขายเนื้อถูกเรียกเก็บค่าเอกสาร 500 บาท และร้อยเวรยังอาศัยจังหวะที่ทราบอาชีพผู้เสียหาย เอ่ยปากขอเนื้อวัว 1 กิโลกรัมไปบริโภคฟรี โดยให้ตำรวจอีกนายตามไปรับถึงบ้าน
  • เหยื่อรายที่ 4 (คดีไฟแนนซ์รถยนต์): ถูกเรียกค่าดำเนินการสูงถึง 10,000 บาท อ้างเป็นค่าไกล่เกลี่ยและถอนหมายจับ โดยเหยื่อรายนี้ได้เก็บหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอขณะเจรจาไว้ได้อย่างชัดเจน

 

สั่งเด้งเข้ากรุ-ตั้งกรรมการสอบสวน

 

ภายหลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ พ.ต.อ. คนองฤทธิ์ ดาราช ผูกก.สภ.ม่วงสามสิบ ได้ลงพื้นที่เพื่อกราบขอโทษผู้เสียหายด้วยตนเอง ขณะที่ พล.ต.ต. ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ ผบก.ภ.จว.อุบลราชธานี ได้ลงนามในคำสั่งด่วนให้พนักงานสอบสวนรายดังกล่าวไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี (ศปก.บก.ภ.จว.อุบลราชธานี) ทันที เพื่อป้องกันการแทรกแซงพยานหลักฐาน

 

สำหรับการดำเนินการทางกฎหมายและวินัย

 

  • การตั้งคณะกรรมการสอบสวน: ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยต้องสรุปผลให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน
  • การดำเนินคดีอาญา: พฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์) ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต และ มาตรา 157 (ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) โดยเตรียมส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ

 

คำยืนยันจาก ตร. ”งบน้ำมันมีเพียงพอ”

 

จากข้ออ้างเรื่องน้ำมันแพงและงบประมาณไม่เพียงพอ พล.ต.ท. ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ยืนยันตรงว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการจัดสรรงบประมาณค่าน้ำมันเชื้อเพลิงลงไปยังสถานีตำรวจทุกแห่งอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติน้ำมันแพงที่ผ่านมาได้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมไปแล้ว

 

“องค์กรตำรวจไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่เรียกเก็บเงินจากประชาชน ข้ออ้างเรื่องน้ำมันขาดแคลนจึงฟังไม่ขึ้น และเป็นการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต”

 

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการกำกับดูแลบุคลากร โดยเฉพาะในระดับสถานีตำรวจที่ใกล้ชิดประชาชนที่สุด ซึ่งตามกฎหมายอาญาแล้ว การกระทำของตำรวจรายนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรง

 

  • มาตรา 149: โทษจำคุก 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต ปรับ 100,000 – 400,000 บาท หรือประหารชีวิต
  • มาตรา 157: โทษจำคุก 1-10 ปี หรือปรับ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

บทเรียนจาก สภ.ม่วงสามสิบ จึงเป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของตรวจสอบโดยภาคประชาชน และความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นที่ต้องไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง บนความเดือดร้อนของประชาชน

The post ส่วยค่าน้ำมันหรือวัฒนธรรมองค์กร? สรุปปมเปิดโปง ‘พ.ต.ท.’ สภ.ม่วงสามสิบ รีดไถผู้เสียหายแลกทำคดี ช่วงวิกฤตน้ำมันแพง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทบ. ลงพื้นที่เนิน 469-741 อุบลราชธานี ให้กำลังใจกำลังพล ย้ำเสริมความพร้อมพิทักษ์อธิปไตย https://thestandard.co/army-chief-visits-ubon-troops-border/ Sat, 04 Apr 2026 11:14:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1194749 ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ที่ปฏิบัติภารกิจแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดอุบลราชธานี

วันนี้ (4 เมษายน) พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก […]

The post ผบ.ทบ. ลงพื้นที่เนิน 469-741 อุบลราชธานี ให้กำลังใจกำลังพล ย้ำเสริมความพร้อมพิทักษ์อธิปไตย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ที่ปฏิบัติภารกิจแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดอุบลราชธานี

วันนี้ (4 เมษายน) พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่กองกำลังสุรนารี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

 

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นภารกิจวันที่ 2 โดยได้เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการมัฆวาน บริเวณเนิน 469 ซึ่งใช้กำลังจากกองพันทหารม้าที่ 210 และฐานปฏิบัติการบริเวณเนิน 741 ซึ่งใช้กำลังจากกองพันทหารราบที่ 602 ภายใต้หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 6

 

ผู้บัญชาการทหารบกได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงการปฏิบัติงานตามพันธกิจหลักของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก โดยหน่วยในพื้นที่ได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับส่วนราชการในพื้นที่ และใช้กลไกคณะทำงานในระดับต่างๆ ในการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดน ป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

 

ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้มอบนโยบายให้หน่วยในพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ปฏิบัติภารกิจด้วยความรอบคอบ ไม่ประมาท และทบทวนกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ชายแดน รวมถึงข้อตกลงและหลักกติกาสากลอย่างเคร่งครัด

 

พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำให้ทุกหน่วยเสริมสร้างความพร้อมด้านกำลังพล สิ่งอุปกรณ์ และยุทโธปกรณ์ ให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ควบคู่กับการดูแลสิทธิและสวัสดิการของกำลังพล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

 

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลปัจจัยพื้นฐานของกำลังพลแนวหน้า ทั้งการปรับปรุงฐานปฏิบัติการ และพัฒนาเส้นทางคมนาคมให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ เพื่อเอื้อต่อการปฏิบัติงาน ภายใต้มาตรการความปลอดภัยสูงสุด

 

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมของกองทัพบกในการดูแลความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

 

ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ที่ปฏิบัติภารกิจแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดอุบลราชธานี 1ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ที่ปฏิบัติภารกิจแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดอุบลราชธานี 2ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ที่ปฏิบัติภารกิจแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดอุบลราชธานี 3ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ที่ปฏิบัติภารกิจแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดอุบลราชธานี 4ผบ.ทบ. ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ที่ปฏิบัติภารกิจแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในจังหวัดอุบลราชธานี 5

The post ผบ.ทบ. ลงพื้นที่เนิน 469-741 อุบลราชธานี ให้กำลังใจกำลังพล ย้ำเสริมความพร้อมพิทักษ์อธิปไตย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทยมีมติให้ สส. ดูแลค่าอาหารตัวเองวันประชุมสภา ย้ำไม่ขัดข้องหากมีการเสนอให้ยกเลิก https://thestandard.co/bhumjaithai-mps-pay-meals-parliament/ Tue, 24 Mar 2026 11:24:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1190769 โฆษกพรรคภูมิใจไทยแถลงข่าวหลังประชุม มีมติให้ สส. ดูแลค่าอาหารตัวเองวันประชุมสภา

ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะยื่นญัตติด่วนในเรื่องดั […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทยมีมติให้ สส. ดูแลค่าอาหารตัวเองวันประชุมสภา ย้ำไม่ขัดข้องหากมีการเสนอให้ยกเลิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกพรรคภูมิใจไทยแถลงข่าวหลังประชุม มีมติให้ สส. ดูแลค่าอาหารตัวเองวันประชุมสภา

ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะยื่นญัตติด่วนในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน และจะมีตัวแทน สส. ของพรรคเข้าร่วมอภิปราย เพื่อสะท้อนข้อเสนอและแนวทางแก้ไขสถานการณ์พลังงานที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

 

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังได้รับหนังสือจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเข้าใจว่าเป็นหนังสือที่ส่งถึงทุกพรรคการเมือง เพื่อขอความเห็นกรณีมีสมาชิกหารือในที่ประชุมเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารให้ สส. โดยประเด็นนี้เคยมีการเสนอมาก่อนแล้วโดย อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่สภาชุดที่ผ่านมา

 

ในการประชุมวันนี้ พรรคภูมิใจไทยจึงหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหารือ และมีมติยืนยันว่า พรรคจะดูแลค่าใช้จ่ายด้านอาหารของสมาชิกเองในช่วงการประชุมสภา

 

โดยไม่ติดขัดหากจะมีการยกเลิกการจัดเลี้ยงอาหารจากส่วนกลาง พร้อมย้ำว่า ที่ผ่านมา สส. ของพรรคส่วนใหญ่นำอาหารมารับประทานกันเองอยู่แล้ว จึงไม่เคยมีปัญหาในเรื่องนี้ ส่วนประเด็นการลดจำนวนผู้ช่วย สส. และการตัดบำเหน็จบำนาญอดีตสมาชิกรัฐสภา ไม่ได้มีการหารือในที่ประชุมแต่อย่างใด

 

เมื่อถูกถามถึงแนวทางการปฏิบัติตัวของ สส. ที่อาจได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี โฆษกพรรคภูมิใจไทยระบุว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องดังกล่าว โดยการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านงานสภาเท่านั้น และยังไม่มีการหารือถึงไทม์ไลน์การจัดตั้งรัฐบาลใหม่

 

ก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้กล่าวในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 9 มีนาคม โดยเสนอแนวทางการทำงานของ สส. ว่า สส. ทุกคนมีเงินเดือน 113,560 บาท เหตุใดจึงต้องใช้งบประมาณภาษีประชาชนในการจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน และตั้งคำถามว่าเหตุใด สส. จึงไม่จัดการค่าอาหารด้วยตนเอง

 

นอกจากนี้ ยังระบุว่า จากการศึกษาข้อมูลของรัฐสภาหลายประเทศ พบว่า สส. ต้องรับผิดชอบค่าอาหารเอง พร้อมเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และเพิ่มความเชื่อมั่นจากประชาชน

 

อีกทั้งยังเสนอให้ทบทวนจำนวนผู้ช่วย สส. จากปัจจุบัน 8 คน โดยเปรียบเทียบกับหลายประเทศที่มีเพียง 1-3 คน พร้อมระบุว่าหากลดจำนวนผู้ช่วยเหลือ 3 คน จะสามารถประหยัดงบประมาณได้ราว 540 ล้านบาทต่อปี และเสนอให้ทบทวนกองทุนบำนาญ สส. ซึ่งใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนด้วย

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว หลัง เลือกตั้ง 2569 : อัปเดตข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ และ ผลการเลือกตั้ง 2569
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ภูมิใจไทยมีมติให้ สส. ดูแลค่าอาหารตัวเองวันประชุมสภา ย้ำไม่ขัดข้องหากมีการเสนอให้ยกเลิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เพื่อไทยสัมมนาติวเข้ม สส.รับเปิดสภาฯ จุลพันธ์สยบรอยร้าวโผ ครม. ย้ำเป้าหมายพาเพื่อนกลับสภา 150 ที่นั่ง https://thestandard.co/pheu-thai-mps-julapun-cabinet-reconciliation/ Tue, 24 Mar 2026 06:23:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1190600 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค

วันนี้ (24 มีนาคม) พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมโครงการเสริมศั […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เพื่อไทยสัมมนาติวเข้ม สส.รับเปิดสภาฯ จุลพันธ์สยบรอยร้าวโผ ครม. ย้ำเป้าหมายพาเพื่อนกลับสภา 150 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค

วันนี้ (24 มีนาคม) พรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรมโครงการเสริมศักยภาพ สส. และบุคลากรทางการเมือง ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วย แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แกนนำและ สส. เข้าร่วมอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำหน้าที่นิติบัญญัติและการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเข้มแข็ง

 

จุลพันธ์กล่าวบรรยายก่อนการประชุมเพื่อปลุกใจสมาชิกพรรค โดยเฉพาะ สส. ใหม่ ให้วางเป้าหมายเส้นทางการเมืองของตนเองให้ชัดเจน พร้อมเน้นย้ำเรื่องความสามัคคีภายในพรรคเพื่อเป้าหมายใหญ่ในอนาคต

 

“ในช่วงบ่ายนี้คงเป็นกิจกรรมที่ละลายพฤติกรรม เพื่อให้พวกเรามีความรักความสามัคคีกัน เพราะเราอีก 4 ปีข้างหน้า 74 คนของเรา คงต้องทำงานกันอย่างเข้มแข็ง และมีความสามัคคีเพื่อที่จะขับเคลื่อนพรรค และหวังว่าครั้งถัดไป จาก 74 คนนะได้เป็น 150 คน เป็นสิ่งที่พวกเราตั้งหวัง และพาเพื่อนของพวกเรากลับมาสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง” จุลพันธ์กล่าว

 

สำหรับการขับเคลื่อนงานกฎหมาย จุลพันธ์กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมรุกหนักในสมัยประชุมนี้ โดยยื่นกฎหมายเข้าสู่สภาไปแล้ว 10 ฉบับ และมีแผนจะยื่นเพิ่มให้ครบ 47 ฉบับ มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ และลดอุปสรรคจากกฎระเบียบของภาครัฐ เพื่อสร้างรายได้และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

 

ส่วนวิกฤตพลังงานและผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง จุลพันธ์ยืนยันว่าพรรคมีความพร้อมในการอภิปรายและเสนอญัตติ โดยมองว่าปัญหาเรื่องการจัดสรรน้ำมันและราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่พุ่งสูงขึ้นเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ สส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต้องร่วมกันสะท้อนปัญหาไปยังรัฐบาล เพื่อเตรียมมาตรการรับมือและป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับค่าครองชีพของประชาชน

 

ด้านกระแสข่าวความขัดแย้งเรื่องการจัดสรรตำแหน่งใน ครม. อนุทิน 2 จุลพันธ์ยืนยันว่า ในที่ประชุมไม่มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือ และสมาชิกทุกคนยังคงมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีสมาชิกที่มีอารมณ์ผิดแผกแตกต่าง ทุกคนพร้อมเดินหน้าไม่ว่าจะการจัดสรรตำแหน่งของพรรคจะเป็นอย่างไร เพราะทุกคนรู้ ว่า โอกาสครั้งหน้ายังมี และเน้นในเรื่องประโยชน์ที่พรรคสามารถขับเคลื่อนได้ในการเข้าร่วมรัฐบาลเป็นหลัก พร้อมยืนยันว่า ไม่มีปัญหาใดๆ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้า สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รองหัวหน้าพรรคเดินทางมาร่วมงานด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับความกังวลต่อกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาคดีบุกรุกที่ดินสาธารณะในจังหวัดอุบลราชธานี โดยเดินเข้าสู่งานสัมมนาทันที

 

ทั้งนี้ การสัมมนาครั้งนี้จึงถือเป็นการจัดทัพภายในของพรรคเพื่อไทย เพื่อยกระดับการทำงานนิติบัญญัติให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกับการละลายพฤติกรรมเพื่อลดแรงกระเพื่อมจากการจัดสรรอำนาจ และมุ่งเป้าไปที่การทำงานเพื่อประชาชนตามนโยบายที่พรรคได้ประกาศไว้

 

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 1นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 2นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 3นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 4นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 5นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 6นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 7นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 8นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 9นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 10นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 11นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมกิจกรรมสัมมนา สส. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค 12

 

ภาพ: พรรคเพื่อไทย

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว หลัง เลือกตั้ง 2569 : อัปเดตข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ และ ผลการเลือกตั้ง 2569
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เพื่อไทยสัมมนาติวเข้ม สส.รับเปิดสภาฯ จุลพันธ์สยบรอยร้าวโผ ครม. ย้ำเป้าหมายพาเพื่อนกลับสภา 150 ที่นั่ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สุดาวรรณบอกแอบเครียด หลัง DSI ออกหมายเรียกปมรุกหาดสวนยา ยืนยันซื้อขายถูกต้องตามกฎหมาย https://thestandard.co/sudawan-dsi-had-suan-ya-encroachment/ Sat, 21 Mar 2026 07:42:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1189865 ภาพถ่าย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.พรรคเพื่อไทย ขณะให้สัมภาษณ์ประเด็นถูก DSI ออกหมายเรียก

วันนี้ (21 มีนาคม) สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายช […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดาวรรณบอกแอบเครียด หลัง DSI ออกหมายเรียกปมรุกหาดสวนยา ยืนยันซื้อขายถูกต้องตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพถ่าย สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.พรรคเพื่อไทย ขณะให้สัมภาษณ์ประเด็นถูก DSI ออกหมายเรียก

วันนี้ (21 มีนาคม) สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียกให้รับทราบข้อกล่าวหากรณีบุกรุกที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ หาดสวนยา ตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ตนเป็นกรรมการบริษัท จึงมีการฟ้องในนามที่เป็นกรรมการบริษัท ทั้งนี้ เวลาทำอะไรตนก็ซื้อขายอย่างถูกต้องทางกฎหมายอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คงต้องดูในรายละเอียดและชี้แจงกันไป ซึ่งเรื่องเหล่านี้สามารถอธิบายได้อยู่แล้ว

 

ส่วนจะมีการเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อไหร่นั้น สุดาวรรณกล่าวว่า ตนขอเลื่อนออกไปก่อน เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่ทราบว่าวันไหนจะมีอะไรบ้าง ซึ่งยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจนว่าจะเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาเมื่อไหร่ คงต้องมีการนัดอีกครั้ง

 

เมื่อถามว่า คดีออกมาในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง มีความหนักใจอะไรหรือไม่ สุดาวรรณกล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ตนเห็นหน้าตัวเองทั้งวัน หากจะบอกว่าไม่มีอะไรก็ไม่ได้ เพราะก็เป็นข่าวใหญ่ ก็แอบเครียดนิดหนึ่ง แต่พร้อมที่จะเดินหน้าตามกระบวนการทางกฎหมายและคงต้องมีการทำไปตามขั้นตอน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว หลัง เลือกตั้ง 2569 : อัปเดตข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ และ ผลการเลือกตั้ง 2569
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : สุดาวรรณบอกแอบเครียด หลัง DSI ออกหมายเรียกปมรุกหาดสวนยา ยืนยันซื้อขายถูกต้องตามกฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อดีต สส. พรรคประชาชน เผยประสบการณ์ถูกทาบทามเป็น ‘งูเห่า’ ข้อเสนอสูงสุด 80 ล้าน พร้อมรถหรู https://thestandard.co/thai-mp-defector-80m-offer/ Fri, 20 Mar 2026 07:24:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1189528 ภาพ คำพอง เทพาคำ อดีต สส. พรรคประชาชน เปิดเผยประสบการณ์ถูกทาบทามให้เป็น ‘งูเห่า’ ด้วยข้อเสนอสูงสุด 80 ล้านบาท

คำว่า ‘งูเห่า’ ที่ใช้เรียกขานเป็นศัพท์ทางการเมือง สำหรั […]

The post อดีต สส. พรรคประชาชน เผยประสบการณ์ถูกทาบทามเป็น ‘งูเห่า’ ข้อเสนอสูงสุด 80 ล้าน พร้อมรถหรู appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ คำพอง เทพาคำ อดีต สส. พรรคประชาชน เปิดเผยประสบการณ์ถูกทาบทามให้เป็น ‘งูเห่า’ ด้วยข้อเสนอสูงสุด 80 ล้านบาท

คำว่า ‘งูเห่า’ ที่ใช้เรียกขานเป็นศัพท์ทางการเมือง สำหรับแทน สส. ที่ลงคะแนนโหวตสวนทางกับมติของพรรค หรือแปรพักตร์ไปสังกัดพรรคการเมืองขั้วตรงข้าม โดยมักถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์เป็นเงินทอง หรือตำแหน่งต่างๆ

 

ล่าสุดเมื่อ 19 มีนาคมที่ผ่านมา คำพอง เทพาคำ อดีต สส. พรรคประชาชน ได้เปิดเผยประสบการณ์ส่วนตัวผ่านโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถึงพฤติกรรม ‘การซื้องูเห่า’ หรือการเสนอให้ สส. ทำข้อตกลงย้ายฝั่งทางการเมือง โดยแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ต่างๆ ซึ่งเขาได้พบ

 

คำพองเผยว่า ตลอดการทำหน้าที่ สส. 2 สมัย มีการติดต่อทาบทามเสนอผลประโยชน์ให้มากถึง 7 ครั้ง ครั้งแรกด้วยตัวเลข 3 ล้านบาท และครั้งที่สอง มีการยกระดับข้อเสนอเป็นเงิน 30 ล้านบาท พร้อมพ่วงเงินเดือนให้อีกเดือนละ 2 แสนบาท และยังเสนอตำแหน่ง ‘ขุนพลอีสาน’ โดยการทาบทามครั้งนี้ถึงขั้นมีการบุกไปเจรจากันถึงที่บ้านพักของคำพองในจังหวัดอุบลราชธานี

 

ความพยายามซื้อตัวครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง ก่อนที่จะมีการโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และโหวตเลือก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี คำพองถูกติดต่ออีก โดยได้รับข้อเสนอเป็นเงิน 20 ล้านบาท

 

ต่อมาการติดต่อครั้งที่ 4 จำนวนเงินเพิ่มเป็น 40 ล้านบาท และครั้งที่ 5 มีการเสนอเงิน 30 ล้าน พร้อมระบุเงื่อนไขชัดเจนว่า ให้ไปรับเงินที่กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ราบ 11) โดยจะมีรถตู้ขับมารับไปถึงที่

 

จากนั้นภายหลังช่วงที่มีการยุบพรคอนาคตใหม่ คำพองได้รับข้อเสนอสูงที่สุดเป็นเงินถึง 80 ล้านบาท พร้อมด้วยรถยนต์หรูป้ายแดงอีก 1 คัน

 

ตามด้วยครั้งที่ 7 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการยุบพรรคก้าวไกล ก็ยังคงมีการเสนอผลประโยชน์เป็นตัวเลข “15 กิโล” ซึ่งเป็นคำศัพท์แวดวงการเมืองที่ใช้แทนจำนวนเงิน 15 ล้านบาท

 

คำพองได้เปิดโปงถึงวิธีการเหล่านี้ว่า ทุกครั้งที่มีการติดต่อเข้ามา มักจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครื่องมือ โดยผ่านทางคนรู้จัก เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งอดีตเพื่อนร่วมงาน เพื่อให้การเจรจาดูเป็นกันเองและปฏิเสธได้ยาก อย่างไรก็ตาม มีการเข้ามาติดต่อแบบสายตรงถึงตัวเขาเองในครั้งที่ 2 ครั้งที่ 6 และครั้งที่ 7

 

การเปิดเผยเรื่องราวขบวนการ ‘ซื้องูเห่า’ เกิดขึ้นภายหลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี สส. พรรคประชาชน 1 คน คือ สุริยา วงศ์อารีย์ สส. อุดรธานี เขต 7 พรรคประชาชน โหวตสวนมติพรรค เห็นชอบให้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี

 

สำหรับ คำพอง เทพาคำ ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. แบบบัญชีรายชื่อ ต่อเนื่องมาตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล จนถึงพรรคประชาชน และยังเป็น 1 ใน 44 สส. อดีตพรรคก้าวไกล ที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูล ส่วนการเลือกตั้งครั้งเมื่อปี 2569 ล่าสุดได้เว้นวรรคไม่ลงสมัคร สส. ต่อ ในอดีตเขาเคยทำงานคลุกคลีกับชุมชนในฐานะนักพัฒนาชุมชนและผู้อำนวยการกองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี

The post อดีต สส. พรรคประชาชน เผยประสบการณ์ถูกทาบทามเป็น ‘งูเห่า’ ข้อเสนอสูงสุด 80 ล้าน พร้อมรถหรู appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI แจ้งข้อหา ‘สุดาวรรณ-กำนันป้อ-ครอบครัว’ ปมบุกรุกที่สาธารณะขุดบ่อน้ำโรงงานแป้งมันที่อุบลฯ https://thestandard.co/dsi-sudawan-kamnan-po-land-encroachment-ubon/ Fri, 20 Mar 2026 04:19:13 +0000 https://thestandard.co/dsi-sudawan-kamnan-po-land-encroachment-ubon/ ภาพประกอบข่าว DSI แจ้งข้อหา สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล, กำนันป้อ และ ยลดา หวังศุภกิจโกศล กรณีบุกรุกที่สาธารณะเพื่อขุดบ่อน้ำให้โรงงานแป้งมัน ที่จังหวัดอุบลราชธานี

วันนี้ (20 มีนาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียก […]

The post DSI แจ้งข้อหา ‘สุดาวรรณ-กำนันป้อ-ครอบครัว’ ปมบุกรุกที่สาธารณะขุดบ่อน้ำโรงงานแป้งมันที่อุบลฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าว DSI แจ้งข้อหา สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล, กำนันป้อ และ ยลดา หวังศุภกิจโกศล กรณีบุกรุกที่สาธารณะเพื่อขุดบ่อน้ำให้โรงงานแป้งมัน ที่จังหวัดอุบลราชธานี

วันนี้ (20 มีนาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกหมายเรียก วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ กำนันป้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา และสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมการบริษัท แป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และประมวลกฎหมายที่ดิน กรณีบุกรุกที่สาธารณประโยชน์หาดสวนยา ตำบลศรีวิเชียร อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขุดบ่อกักเก็บน้ำของโรงงานเนื้อที่กว่า 16 ไร่

 

ทั้งนี้ คดีนี้เป็นการขยายผลจากคดีพิเศษที่ 154/2562 ซึ่งใช้เวลาสอบสวนนานกว่า 6 ปี โดยพบหลักฐานว่าบริษัทเอกชนดังกล่าวได้ขุดบ่อน้ำจำนวน 3 บ่อในที่ดินของรัฐ ทำประโยชน์ในที่สาธารณประโยชน์ และมีการออกหนังสือแสดงสิทธิที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายในที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนให้การช่วยเหลือในการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ แม้ก่อนหน้านี้ผู้ถูกกล่าวหาจะพยายามยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเพื่อประวิงเวลา แต่ล่าสุดพนักงานสอบสวน DSI และอัยการมีมติร่วมกันให้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

 

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 20 มีนาคม 2569 กำนันป้อได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน DSI ณ ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ โดยระบุสั้นๆ ว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ส่วนรายละเอียดการชี้แจงจะให้ข้อมูลภายหลังเสร็จสิ้นขั้นตอน ขณะที่ ยลดาได้ส่งเอกสารขอเลื่อนการเข้าพบ และในส่วนของสุดาวรรณยังไม่ได้ปรากฏตัว โดยระบุว่าอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภาฯ ซึ่งมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครอง

 

สำหรับฐานความผิดที่พนักงานสอบสวนแจ้งต่อกลุ่มผู้ต้องหา ประกอบด้วย การร่วมกันบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐและที่ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 และ 83 กรณีทำให้เสียหายหรือทำลายทรัพย์สินสาธารณะ ซึ่งหลังจากนี้ DSI จะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการต่อไป

The post DSI แจ้งข้อหา ‘สุดาวรรณ-กำนันป้อ-ครอบครัว’ ปมบุกรุกที่สาธารณะขุดบ่อน้ำโรงงานแป้งมันที่อุบลฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วงหมอลำวิกฤต น้ำมันแพง-ขาดแคลน กระทบเดินสายทั่วประเทศ https://thestandard.co/molam-troupes-fuel-crisis/ Thu, 19 Mar 2026 07:59:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1189155 วงหมอลำเผชิญวิกฤตน้ำมันแพงและขาดแคลนกระทบการเดินสายแสดง

ผู้บริหารวงหมอลำชื่อดังออกมาให้สัมภาษณ์สะท้อนวิกฤตน้ำมั […]

The post วงหมอลำวิกฤต น้ำมันแพง-ขาดแคลน กระทบเดินสายทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
วงหมอลำเผชิญวิกฤตน้ำมันแพงและขาดแคลนกระทบการเดินสายแสดง

ผู้บริหารวงหมอลำชื่อดังออกมาให้สัมภาษณ์สะท้อนวิกฤตน้ำมันที่กำลังลุกลาม กระทบต่อการดำเนินงานของวงหมอลำทั่วประเทศอย่างหนัก ทั้งด้านต้นทุน เวลา และความต่อเนื่องของการแสดง วอนภาครัฐเร่งเข้ามาดูแลอย่างเร่งด่วน

 

วันนี้ (19 มีนาคม) สุมิตรศักดิ์ พลล้ำ หรือ ‘พ่อเปีย’ หัวหน้าวงระเบียบวาทะศิลป์ และประธานภาคีหมอลำแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ THE STANDARD ว่า วงหมอลำถือเป็นหนึ่งในอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากต้องใช้รถจำนวนมากในการเดินสายแสดงทั่วประเทศตลอดทั้งปี โดยแต่ละครั้งต้องใช้ขบวนรถทั้งรถบรรทุกและรถบัสรวมกว่า 25 คัน สำหรับขนอุปกรณ์เวที แสง สี เสียง และทีมนักแสดง

 

วงหมอลำเผชิญวิกฤตน้ำมันแพงและขาดแคลนกระทบการเดินสายแสดง 1

 

“ต้นทุนหลักของเราคือน้ำมัน ทั้งการเดินทางและการปั่นไฟระหว่างการแสดง ซึ่งต้องใช้เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่ถึง 2 เครื่อง คิดเป็นค่าน้ำมันคืนละ 6,000-7,000 บาท แต่ปัจจุบันกลับหาน้ำมันเติมได้ยาก และหลายปั๊มก็ไม่สามารถจ่ายน้ำมันในปริมาณที่เราต้องการได้” พ่อเปียกล่าว

 

ด้านภักดี พลล้ำ หรือ ‘พ่อเอ๊ะ’ เสริมว่า ปัญหาไม่ได้มีแค่ราคาที่สูงขึ้น แต่รวมถึงการขาดแคลนและข้อจำกัดในการเติมน้ำมัน โดยระบุว่า การเดินทางในระยะ 200-300 กิโลเมตร บางช่วงแทบไม่มีปั๊มให้บริการ หรือหากมีก็ต้องต่อคิวยาว และถูกจำกัดวงเงินเติมเพียง 500-1,000 บาทต่อคัน

 

“ปกติรถหนึ่งคันต้องเติมครั้งละ 3,000-4,000 บาท เพื่อให้วิ่งได้ต่อเนื่อง แต่ตอนนี้ต้องแวะเติมหลายรอบ พอรวมกับขบวนรถกว่า 25 คัน ทำให้เสียเวลามาก กระทบเวลาแสดงโดยตรง” พ่อเอ๊ะกล่าว

 

นอกจากนี้ พ่อเปียยังสะท้อนอีกว่า ในบางพื้นที่ที่ไม่สามารถหาน้ำมันจากปั๊มหลักได้ จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ค้ารายย่อย ซึ่งขายในราคาสูงกว่าปกติถึง 5-6 บาทต่อลิตร โดยยกตัวอย่างล่าสุดที่ต้องซื้อน้ำมันในราคาลิตรละ 37.50 บาท ระหว่างเดินทางไปแสดงที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี

 

ขณะที่ครูปราณี พระจันทร์ ผู้จัดการและครูฝึกวงหมอลำรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ ยืนยันว่า วงของตนก็เผชิญปัญหาไม่ต่างกัน ทั้งการหาน้ำมันยาก และการถูกจำกัดปริมาณการเติม ส่งผลกระทบต่อการเดินสายแสดงแทบทุกวัน

 

วงหมอลำเผชิญวิกฤตน้ำมันแพงและขาดแคลนกระทบการเดินสายแสดง 2

 

“หมอลำไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่คืออาชีพของคนจำนวนมาก ทั้งนักแสดง ทีมงาน และครอบครัวที่อยู่เบื้องหลัง วันนี้ทุกคนได้รับผลกระทบหมดทุกวง” ครูปราณีกล่าว

 

ในช่วงท้าย ตัวแทนทั้ง 3 ท่าน ได้ร่วมกันวิงวอนไปยังรัฐบาล ให้เร่งแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำมันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการกระจายน้ำมันและควบคุมราคา เพื่อไม่ให้ผลกระทบหนักไปมากกว่านี้

 

“วันนี้ไม่ใช่แค่วงหมอลำ แต่ทุกภาคส่วนกำลังได้รับผลกระทบ เราขอความเห็นใจและขอให้รัฐเร่งเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาปัญหาของพี่น้องประชาชน” พ่อเปียกล่าวทิ้งท้าย

The post วงหมอลำวิกฤต น้ำมันแพง-ขาดแคลน กระทบเดินสายทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ชัยชนะนำ 6 สส. เขตประชาธิปัตย์ รายงานตัวก่อนหัวหน้าพรรค ด้านพรรคเล็กทยอยเข้ารัฐสภา https://thestandard.co/democrat-mps-report-parliament/ Thu, 05 Mar 2026 04:59:37 +0000 https://thestandard.co/?p=1184496 ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า

วันนี้ (5 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา บรรยากาศการายงานตัวของ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยชนะนำ 6 สส. เขตประชาธิปัตย์ รายงานตัวก่อนหัวหน้าพรรค ด้านพรรคเล็กทยอยเข้ารัฐสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า

วันนี้ (5 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา บรรยากาศการายงานตัวของ สส. ชุดที่ 27 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 เริ่มคึกคักขึ้นภายหลังเมื่อวานนี้ (4 มีนาคม) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้รับรองผลการเลือกตั้ง สส. เพิ่มเติม ทั้งในระบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขต จนขณะนี้รับรองผลไปครบ 499 คน จากทั้งหมด 500 คน ทำให้ สส. ทยอยเดินทางมารายงานตัวที่อาคารรัฐสภาในวันนี้

 

เมื่อเวลา 9.30 น. พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย ชัยชนะ เดชเดโช สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย สส. แบบแบ่งเขต ของประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่ง จำนวน 6 คน เดินทางเข้ารายงานตัว ประกอบด้วย พิทักษ์เดช เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช เขต 3, กนกพร เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช เขต 4, ทรงศักดิ์ มุสิกอง สส. นครศรีธรรมราช เขต 1, สมชาติ ประดิษฐพร สส. สุราษฎร์ธานี เขต 4, จอมไกร สวัสดิ์วงศ์ สส. นครศรีธรรมราช เขต 6 และ กาญจน์ ตั้งปอง สส. ตรัง เขต 4

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

อย่างไรก็ตาม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีกำหนดการนัดหมายสื่อมวลชนว่า จะนำ สส. ของพรรค เข้ารายงานตัวโดยพร้อมเพรียงกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (6 มีนาคม) ที่อาคารรัฐสภา

 

ในเวลาใกล้เคียงกัน วสวรรธน์ พวงพรศรี สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง นำทีม สส. เขต 5 คน ได้แก่ ณรงค์ชัย วีระกุล สส. อุบลราชธานี เขต 2, พิมพกาญจน์ พลสมัคร สส. อุบลราชธานี เขต 3, จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.อุบลราชธานี เขต 9 และ สมศักดิ์ บุณประชม สส.อุบลราชธานี เขต 10 เข้ารายงานตัวแล้วเช่นกัน ยกเว้นวสวรรธน์เองที่จะมารายงานตัวในภายหลังอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ ยังมี สส. พรรคการเมืองขนาดเล็ก ทยอยเดินทางมารายงานตัวที่อาคารรัฐสภา หลังจากช่วงเช้าวันนี้ได้เดินทางไปรับหนังสือรับรองจากสำนักงาน กกต. อาทิ สุรทิน พิจารณ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่, พงษ์ฐวัฒน์ เตชะเดชเรืองกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย, อชินาธิรัตน์ ฉัตรทวีวรชัย สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย, ราเชน ตระกูลเวียง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคทางเลือกใหม่, อภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน และ นวินดา สวัสดิ์เดชดี สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคใหม่

 

ขณะที่ ประภัตร โพธสุธน สส. สุพรรณบุรี เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ก็ได้เดินทางมาที่รัฐสภาแล้วเช่นกัน ขณะพรรคภูมิใจไทยมีกำหนดการมารายงานตัวที่รัฐสภาในช่วงบ่ายวันนี้ นำโดยอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

 

โดยสรุปในช่วงเช้า มี สส. มารายงานตัวแล้ว 21 คน รวมทั้งหมด 156 คน จากจำนวน 499 คน ตามที่ กกต. ประกาศรับรอง

 

ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า 1ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า 2ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า 3ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า 4ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า 5ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า 6ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า 7ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า 8ชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำ สส. เข้ารายงานตัวต่อรัฐสภา พร้อม สส. พรรคเล็กที่ทยอยเข้า 9
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยชนะนำ 6 สส. เขตประชาธิปัตย์ รายงานตัวก่อนหัวหน้าพรรค ด้านพรรคเล็กทยอยเข้ารัฐสภา appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : โฆษกภูมิใจไทย ย้ำพรรค รอ กกต. รับรองผลตามขั้นตอน ชี้ปมศาลปกครองมีคำสั่งรับคำฟ้องระงับผลเลือกตั้งจากเหตุคิวอาร์โค้ด เป็นหน้าที่ กกต. ต้องชี้แจง https://thestandard.co/bhumjaithai-ect-election-certify-qr-code/ Sat, 14 Feb 2026 08:06:59 +0000 https://thestandard.co/?p=1178483 แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการรอ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) แนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ สส.อุ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : โฆษกภูมิใจไทย ย้ำพรรค รอ กกต. รับรองผลตามขั้นตอน ชี้ปมศาลปกครองมีคำสั่งรับคำฟ้องระงับผลเลือกตั้งจากเหตุคิวอาร์โค้ด เป็นหน้าที่ กกต. ต้องชี้แจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองและการรอ กกต. รับรองผลเลือกตั้ง

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) แนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันที่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนออกมาเรียกร้องภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่ความกังวลว่าสถานการณ์จะบานปลาย โดยระบุว่า ปัจจัยหลักในขณะนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทย แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะสามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้เมื่อใด

 

แนน กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 กกต. ใช้ระยะเวลาในการรับรอง สส. อย่างเป็นทางการประมาณ 36 วัน ซึ่งในขณะนี้พรรคภูมิใจไทยอยู่ในสถานะ ผู้เล่น ในสนามเลือกตั้ง จึงทำได้เพียงรอติดตามว่าขั้นตอนต่อไปในแต่ละส่วนจะเป็นอย่างไร โดยต้องแยกแยะระหว่างหน้าที่ของ กกต., ส่วนงานอื่นๆ และกระบวนการยื่นคำร้องเรียนต่างๆ ออกจากกัน ในฐานะว่าที่ สส. ขณะนี้ยังไม่สามารถให้คำตอบใดๆ ได้ ต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

เมื่อถามถึงความกังวลต่อกลุ่มมวลชนที่ออกมาเคลื่อนไหว แนน กล่าวว่า ประชาชนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ ตามที่เห็นสมควร การจะให้ทุกคนมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันย่อมเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการยื่นคำร้องหรือการตัดสินวินิจฉัยใดๆ จะต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเป็นสำคัญ

 

สำหรับกรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับคำฟ้องขอให้ระงับการรับรองผลการเลือกตั้ง จากประเด็นปัญหาคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้งนั้น โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่โดยตรงของ กกต. ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้งที่จะต้องเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม พรรคการเมืองในฐานะผู้เล่นไม่ใช่กรรมการ จึงต้องรอฟังคำชี้แจงและผลวินิจฉัย

 

ทั้งนี้ จากการติดตามข่าวสารพบว่าประเด็นลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในการเลือกตั้งปี 2566 ดังนั้นบทสรุปจะเป็นอย่างไรต้องขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลและคำชี้แจงของ กกต. ต่อไป

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : โฆษกภูมิใจไทย ย้ำพรรค รอ กกต. รับรองผลตามขั้นตอน ชี้ปมศาลปกครองมีคำสั่งรับคำฟ้องระงับผลเลือกตั้งจากเหตุคิวอาร์โค้ด เป็นหน้าที่ กกต. ต้องชี้แจง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : We Watch แถลงผลจับตาเลือกตั้ง-ประชามติ พบ 8 ปัญหา บัตรเขย่ง-เจ้าหน้าที่ผิดพลาด-ซื้อเสียง ชี้ประชาชนกว่า 57% ไม่พอใจการทำงาน กกต. https://thestandard.co/we-watch-election-referendum-problems/ Tue, 10 Feb 2026 07:01:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1176912 We Watch สรุปรายงานจับตาเลือกตั้ง พบ 8 ปัญหา และประชาชนไม่พอใจ กกต.

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) เครือข่ายภาคประชาชนสังเกตการณ์กา […]

The post เลือกตั้ง 2569 : We Watch แถลงผลจับตาเลือกตั้ง-ประชามติ พบ 8 ปัญหา บัตรเขย่ง-เจ้าหน้าที่ผิดพลาด-ซื้อเสียง ชี้ประชาชนกว่า 57% ไม่พอใจการทำงาน กกต. appeared first on THE STANDARD.

]]>
We Watch สรุปรายงานจับตาเลือกตั้ง พบ 8 ปัญหา และประชาชนไม่พอใจ กกต.

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) เครือข่ายภาคประชาชนสังเกตการณ์การเลือกตั้ง (We Watch) นำโดย พงษ์ศักดิ์ จันทร์อ่อน ผู้อำนวยการ We Watch และคณะทำงาน แถลงข่าวสรุปสถานการณ์ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการออกเสียงประชามติ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งได้ระดมอาสาสมัครกว่า 16,360 คน สังเกตการณ์ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ พบข้อบกพร่องร้ายแรงหลายประการที่สะท้อนถึงความไม่โปร่งใสและไร้ประสิทธิภาพ

 

We Watch ยังเปิดเผยข้อมูลสถิติผู้มาใช้สิทธิประมาณ 34.9 ล้านคน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือพบ ‘บัตรเสีย’ ในสัดส่วนที่สูง เฉลี่ยถึงร้อยละ 8.3 ของบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 รูปแบบ นอกจากนี้ จากการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนหน้าหน่วยเลือกตั้ง พบว่าร้อยละ 57.6 ไม่พึงพอใจการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งสอดคล้องกับปัญหาหน้างานที่อาสาสมัครพบเจอ

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

จากการสังเกตการณ์ We Watch สรุปปัญหาสำคัญ 8 ประเด็น ได้แก่

 

1. หน่วยเลือกตั้งไม่พร้อม: สถานที่คับแคบ แสงสว่างไม่พอ และไม่มีทางลาดสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ ทำให้เกิดอุบัติเหตุในบางพื้นที่

 

2. ละเมิดสิทธิลงคะแนนลับ: คูหาไม่มีฉากกั้นหลัง หรือจัดวางโต๊ะเจ้าหน้าที่ใกล้เกินไปจนมองเห็นการกาบัตร

 

3. ข้อมูลผู้มีสิทธิมั่ว: พบชื่อผู้เสียชีวิตในบัญชี หรือตรวจสอบสิทธิออนไลน์มีชื่อแต่หน้าหน่วยไม่มี โดยเฉพาะกรณีรายชื่อหายทั้งจังหวัดที่เชียงใหม่และกาฬสินธุ์

 

4. เอกสารล่องหนและบัตรเขย่ง: หลายหน่วยไม่ปิดประกาศผลคะแนน หรือเก็บกลับเร็วผิดปกติ พบปัญหาจำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ (บัตรเขย่ง) อย่างชัดเจนในพื้นที่ พิจิตร เขต 1, สกลนคร และบุรีรัมย์ เขต 1

 

5. เจ้าหน้าที่ (กปน.) สับสน: ไม่ตรวจสอบบัตรประชาชน วินิจฉัยบัตรดี/บัตรเสียผิดพลาด แม้มีการทักท้วงจากผู้สังเกตการณ์

 

6. กีดกันภาคประชาชน: ห้ามถ่ายภาพขณะนับคะแนนและขอดูเอกสาร ทั้งที่ กกต. มีหนังสืออนุญาตให้ทำได้หากอยู่นอกเส้นกั้น

 

7. ทุจริตซื้อเสียง: พบพฤติการณ์ให้ถ่ายรูปบัตรที่กาแล้วแลกเงิน 1,000 บาท ที่อุบลราชธานี เขต 7 และกรณีเจ้าหน้าที่พยายามหย่อนบัตรเพิ่มที่พะเยา

 

8. ปัญหาไฟดับและนับคะแนน: กรณีชลบุรี เขต 1 ที่ไฟดับและผลคะแนนไม่ตรงกับบัตร ซึ่งภาคประชาชนได้ร้องเรียนแล้ว

 

พงษ์ศักดิ์ระบุเพิ่มเติมว่า ได้ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนต่อ กกต. 3 ข้อ คือ 1. ต้องเปิดเผยคะแนนดิบและจำนวนบัตรที่มีปัญหาให้ตรวจสอบได้ทันที 2. เร่งสอบสวนและลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตหรือข่มขู่ผู้สังเกตการณ์ และ 3.ออกระเบียบคุ้มครองผู้สังเกตการณ์ให้ชัดเจน

 

ในช่วงถาม-ตอบ ตัวแทน We Watch ยังย้ำถึงกรณีชลบุรี เขต 1 ที่มีปัญหาไฟดับและคะแนนไม่ตรงว่า กกต.กลาง ต้องรีบวินิจฉัยสั่งการ เพราะ กกต. จังหวัดไม่มีอำนาจเปิดหีบ พร้อมยืนยันว่าประชาชนทั่วไปมีสิทธิถ่ายภาพบรรยากาศการนับคะแนนได้ตามกฎหมาย หากไม่รบกวนการปฏิบัติงาน

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : We Watch แถลงผลจับตาเลือกตั้ง-ประชามติ พบ 8 ปัญหา บัตรเขย่ง-เจ้าหน้าที่ผิดพลาด-ซื้อเสียง ชี้ประชาชนกว่า 57% ไม่พอใจการทำงาน กกต. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : ชัยชนะจากกระแสชาตินิยม ภูมิใจไทยกวาด 33 จาก 45 เขตเลือกตั้งใน 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา https://thestandard.co/key-messages-bhumjaithai-nationalism/ Tue, 10 Feb 2026 05:14:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1176865 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในอิริยาบถหาเสียงและลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารชายแดน รวมถึงภาพแสดงความยินดีหลังทราบผลการเลือกตั้ง.

ไม่มีใครปฏิเสธว่า ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่า […]

The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยชนะจากกระแสชาตินิยม ภูมิใจไทยกวาด 33 จาก 45 เขตเลือกตั้งใน 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในอิริยาบถหาเสียงและลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารชายแดน รวมถึงภาพแสดงความยินดีหลังทราบผลการเลือกตั้ง.

ไม่มีใครปฏิเสธว่า ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ได้ถูกนำมาใช้ในเกมการเมืองเพื่อปลุกกระแสชาตินิยมอย่างเข้มข้น และอารมณ์ความรู้สึกดังกล่าวได้ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชน เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์อย่างเห็นได้ชัดที่สุด

 

จังหวัดของไทยที่มีพื้นที่ติดกับพรมแดนกัมพูชา ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ต่างถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นฐานเสียง ‘สีน้ำเงิน’ ของพรรคภูมิใจไทย โดยสามารถครองพื้นที่ไปได้มากกว่า 3 ใน 4 ของพื้นที่ชายแดนทั้งหมด

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในอิริยาบถหาเสียงและลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารชายแดน รวมถึงภาพแสดงความยินดีหลังทราบผลการเลือกตั้ง. 1

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ที่ฐานปฏิบัติการพื้นที่บ้านคลองแผง จังหวัดสระแก้ว
ให้กำลังใจทหารถึงฐานปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชา
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2 สัปดาห์ก่อนมีการเลือกตั้ง

 

ในระดับพรรคการเมือง ความขัดแย้งครั้งนี้ยังส่งผลต่อคะแนนนิยมของแต่ละพรรคแตกต่างกันไป พรรคเพื่อไทยเสียแต้มจากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ ‘หลานกับอังเคิล’ ขณะที่พรรคประชาชน เสียคะแนนจากวลี “ทหารมีไว้ทำไม” ในทางตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยกลับเป็นฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากกระแสชาตินิยมและบรรยากาศทางการเมืองที่เน้นประเด็นความมั่นคง

 

ในเชิงโครงสร้างทางการเมือง พื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัดนี้ ยังมีน้ำหนักเชิงตัวเลขอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากรวมกันมีเขตเลือกตั้งถึง 45 เขต โดยแยกเป็น อุบลราชธานี 11 เขต ศรีสะเกษ 9 เขต สุรินทร์ 8 เขต บุรีรัมย์ 10 เขต สระแก้ว 3 เขต จันทบุรี 3 เขต และตราด 1 เขต

 

จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พบว่า พรรคภูมิใจไทยสามารถครองพื้นที่ชายแดนได้เกือบทั้งหมด รวม 34 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้ 4 ที่นั่ง พรรคไทรวมพลัง ได้ 4 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 2 ที่นั่ง และพรรคกล้าธรรม 1 ที่นั่ง

 

หากมองลึกลงไปในรายละเอียดของแต่จังหวัดจะพบว่า จังหวัดอุบลราชธานี (11 เขตเลือกตั้ง) เดิมพรรคเพื่อไทย 4 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 3 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 ที่นั่ง พรรคไทยสร้างไทย 1 และพรรคประชาธิปัตย์ 1 ที่นั่ง โดยในครั้งนี้พรรคไทยรวมพลังได้ 4 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 2 ณรงค์ชัย วีระกุล, เขต 3 พิมพกาญจน์ พลสมัคร, เขต 9 จิตรวัน หวังศุภกิจโกศล และเขต 10 สมศักดิ์ บุญประชม

 

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ได้ 4 ที่นั่ง เขต 5 สุทธิชัย จรูญเนตร เขต 7 สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เขต 8 แนน บุณย์ธิดา สมชัย และเขต 11 ตวงทิพย์ จินตะเวช ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ 3 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 1 วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์, เขต 4 กิตติ์ธัญญา วาจาดี และเขต 6 ธัญธารีย์ สันตพันธุ์

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในอิริยาบถหาเสียงและลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารชายแดน รวมถึงภาพแสดงความยินดีหลังทราบผลการเลือกตั้ง. 2

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
ระหว่างช่วยหาเสียงที่จังหวัดศรีสะเกษ
เพื่อช่วยวิสุทธิ์ชาติ ปัญญาทรงรุจิ
แต่สุดท้ายพ่ายให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย

 

จังหวัดศรีสะเกษ (9 เขตเลือกตั้ง) เดิมพรรคเพื่อไทยครองพื้นที่อยู่ 7 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 2 ที่นั่ง แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้ 7 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 1 สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ, เขต 2 ศุภกิจ ศรีหาภาค, เขต 3 ธนา กิจไพบูลย์ชัย, เขต 4 ชิตพล ไตรสรณกุล, เขต 5 จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล, เขต 8 อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ และเขต 9 วิทวัส ไตรสรณกุล ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ 2 ที่นั่ง เขต 6 วีระพล จิตสัมฤทธิ์ และ เขต 7 วิลดา อินฉัตร

 

จังหวัดสุรินทร์ (8 เขตเลือกตั้ง) พรรคภูมิใจไทยกวาดทั้ง 8 เขต ได้แก่ เขต 1 เบญญา มุ่งเจริญพร, เขต 2 ณัฎฐพล จรัสรพีพงษ์, เขต 3 ผกามาศ เจริญพันธ์, เขต 4 สุรีย์ ธรรมมาตร, เขต 5 ภุชงค์ สุภัควรางกูร, เขต 6 ล้ำเลิศ พัวพัฒนาโชติ, เขต 7 เรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ และเขต 8 ปทิดา ตันติรัตนานนท์

 

จังหวัดบุรีรัมย์ (10 เขตเลือกตั้ง) บ้านครูใหญ่เนวิน พรรคภูมิใจไทยได้ครบทั้ง 10 เขต ได้แก่ เขต 1 สนอง เทพอักษรณรงค์, เขต 2 ณัฐธิดา เล็กอุดากร, เขต 3 อดิพงษ์ ฐิติพิทยา, เขต 4 ชนกันต์ ทิมาตฤกะ, เขต 5 โสภณ ซารัมย์, เขต 6 ศักดิ์ ซารัมย์, เขต 7 พรชัย ศรีสุริยัณโยธิน, เขต 8 ไตรเทพ งามกมล, เขต 9 รุ่งโรจน์ ทองศรี และเขต 10 จักรกฤษณ์ ทองศรี

 

จังหวัดสระแก้ว (3 เขตเลือกตั้ง) พรรคพลังประชารัฐได้ 2 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 1 บดี เทียนทอง และเขต 2 ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรค ส่วนพรรคกล้าธรรมได้ 1 ที่นั่ง คือ เขต 3 สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ปาดเอาชนะ สรวงศ์ เทียนทอง แชมป์เก่าไป 4,678 คะแนน

 

จังหวัดจันทบุรี (3 เขตเลือกตั้ง) พรรคภูมิใจไทยสามารถแย่งชิงพื้นที่จากพรรคประชาชนได้ทั้งหมด คือ เขต 1 พล.ต.ท. สุรพล วิรัตน์โยสิน, เขต 2 คัมภีร์ ชื่นบาน และเขต 3 ชรัต เนรัญชร พรรคภูมิใจไทย

 

เช่นเดียวกับจังหวัดตราด (1 เขตเลือกตั้ง) พิชานนท์ อิงประสาร จากพรรคภูมิใจไทย มีชัยชนะเหนือผู้สมัครจากพรรคประชาชน คือ พรรณเศรษฐ์ นุ่มหนู บุตรชายของศักดินัย นุ่มหนู เจ้าของพื้นที่เดิม

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในอิริยาบถหาเสียงและลงพื้นที่ให้กำลังใจทหารชายแดน รวมถึงภาพแสดงความยินดีหลังทราบผลการเลือกตั้ง. 3

อนุทิน ในอิริยาบถสบายๆ หลังทราบว่าพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ปรากฏการณ์เปลี่ยนสีการเมืองในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาชี้ชัดว่ากระแสชาตินิยม จากข้อพิพาทชายแดนถูกแปรเป็นทุนทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ยังพลิกพื้นที่เดิมของหลายพรรคให้กลายเป็นฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยในหลายเขต

 

ขณะเดียวกัน ความสูญเสียคะแนนของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจากกรณีคลิปเสียงและวาทกรรมเกี่ยวกับกองทัพ ตอกย้ำว่า อารมณ์การเมือง มีอิทธิพลต่อผลเลือกตั้งในยามวิกฤตมากกว่านโยบายเชิงโครงสร้าง

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : ชัยชนะจากกระแสชาตินิยม ภูมิใจไทยกวาด 33 จาก 45 เขตเลือกตั้งใน 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา appeared first on THE STANDARD.

]]>