อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อุทยานประวัติศาสตร์ภูพ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 22 Feb 2025 05:29:31 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 รัฐบาลชวนคนไทยร่วมฉลอง ยูเนสโกยกย่อง ‘ภูพระบาท’ มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย https://thestandard.co/phu-phrabat-unesco-world-heritage-celebration/ Sat, 22 Feb 2025 05:29:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1044713 อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก เตรียมจัดงานฉลองวันที่ 28 กุมภาพันธ์

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจ […]

The post รัฐบาลชวนคนไทยร่วมฉลอง ยูเนสโกยกย่อง ‘ภูพระบาท’ มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก เตรียมจัดงานฉลองวันที่ 28 กุมภาพันธ์

วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ในชื่อ ‘ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี’ (Phu Phrabat, a testimony to the Sima stone tradition of the Dvaravati period) 

 

โดยเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับที่ 8 และแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 2 ของจังหวัดอุดรธานีต่อจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเมื่อพุทธศักราช 2535

 

สำหรับการประกาศดังกล่าวได้ลงนามรับรองโดย Audrey Azoulay ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองและติดตั้งตราสัญลักษณ์มรดกโลกอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี 

 

โดยภายในงานมีกิจกรรมและการแสดงมากมาย อาทิ การแสดงศิลปะพื้นบ้านจากชุมชนไทยพวน อำเภอบ้านผือ, พิธีปลูกต้นรวงผึ้งเฉลิมพระเกียรติ, พิธีติดตั้งตราสัญลักษณ์มรดกโลกและป้ายส่งเสริมการท่องเที่ยว, พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ โบราณสถานหอนางอุสา, การแสดงละครตำนานภูพระบาท เรื่อง ‘อุสา-บารส’ และ โขนรามเกียรติ์ ตอน สุครีพถอนต้นรัง

 

ศศิกานต์กล่าวต่อว่า การขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นมรดกโลกนับเป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยและประชาชนทุกคน สะท้อนถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรมไทยในระดับสากล รัฐบาลเชื่อมั่นว่าสิ่งนี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ยกระดับศักยภาพของประเทศ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

The post รัฐบาลชวนคนไทยร่วมฉลอง ยูเนสโกยกย่อง ‘ภูพระบาท’ มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยินดีต้อนรับทั่วโลกมาเยี่ยมชม ‘ภูพระบาท’ หลังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย https://thestandard.co/phu-phra-bat-world-heritage/ Sat, 27 Jul 2024 08:48:05 +0000 https://thestandard.co/?p=963872 ภูพระบาท

วันนี้ (27 กรกฎาคม)  เวลา 11.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่ […]

The post นายกฯ ยินดีต้อนรับทั่วโลกมาเยี่ยมชม ‘ภูพระบาท’ หลังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูพระบาท

วันนี้ (27 กรกฎาคม)  เวลา 11.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งช้ากว่าไทย 1.30 ชั่วโมง) ณ Bharat Mandapam International Exhibition and Convention Centre กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ผ่านระบบวีดิทัศน์ ภายหลังคณะกรรมการมรดกโลกมีมติให้ขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ ภูพระบาท เป็นมรดกโลก

 

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญว่า นายกฯ กล่าวขอบคุณคณะกรรมการมรดกโลก ศูนย์มรดกโลก และองค์กรที่ปรึกษา ที่พิจารณาขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นมรดกโลก ภายใต้ชื่อ ‘ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมา สมัยทวารวดี’ ด้วยตระหนักถึงเกณฑ์คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value: OUV) ซึ่งทำให้ในปัจจุบันไทยมีรายชื่อแหล่งมรดกโลกรวม 8 แห่ง ประกอบด้วยมรดกโลกทางวัฒนธรรม 5 แห่ง และมรดกโลกทางธรรมชาติ 3 แห่ง ทำให้จังหวัดอุดรธานีจะเป็นจังหวัดเดียวในไทยที่เป็นที่ตั้งแหล่งมรดกโลก 2 แห่ง

 

นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แหล่งมรดกโลกภูพระบาทประกอบด้วยอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท และแหล่งวัฒนธรรมสีมา เป็นตัวแทนวัฒนธรรมสีมาที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยทวารวดีที่มีอายุราวศตวรรษที่ 8 และนับเป็นแหล่งที่ตั้งแหล่งใบเสมาที่ใหญ่ที่สุดของโลก

 

ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนภูพระบาทเป็นมรดกโลกในวันนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อไทย และนำมาซึ่งผลประโยชน์ต่ออนุชนรุ่นต่อไปในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปกป้อง แหล่งมรดกโลกในทุกระดับ ตลอดจนดำเนินการยกระดับการมีส่วนร่วมในการวิจัยทางวิชาการ เพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติอีกทางหนึ่ง และนายกฯ หวังว่าจะได้ต้อนรับทุกคนในการเดินทางมาเยือนไทย เพื่อเยี่ยมชมภูพระบาทที่เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกลำดับล่าสุดของไทย

The post นายกฯ ยินดีต้อนรับทั่วโลกมาเยี่ยมชม ‘ภูพระบาท’ หลังได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกแห่งที่ 8 ของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ความสำคัญของภูพระบาท ปัญหาของทวารวดีอีสาน และมรดกโลกที่ควรข้ามพรมแดนรัฐชาติ https://thestandard.co/the-importance-of-phu-phra-bat/ Sat, 27 Jul 2024 06:34:14 +0000 https://thestandard.co/?p=963801

ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งโบราณคดีอีกชื่อที่คนไ […]

The post ความสำคัญของภูพระบาท ปัญหาของทวารวดีอีสาน และมรดกโลกที่ควรข้ามพรมแดนรัฐชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งโบราณคดีอีกชื่อที่คนไทยหลายคนไม่ค่อยคุ้นเคย ไม่ต่างจากเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ได้รับมรดกโลกไปเมื่อไม่นานมานี้ เพราะทั้งสองแหล่งไม่อยู่ในเนื้อหาแกนหลักของประวัติศาสตร์ชาติไทย

 

อุดรธานีเป็นอู่อารยธรรมเก่าแก่สำคัญแห่งหนึ่งของไทยและโลก เชื่อว่าแทบไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จักคือบ้านเชียง เพราะอยู่ในแบบเรียน และเห็นผ่านสื่อการท่องเที่ยวต่างๆ อีกมากมาย

 

เหตุผลที่ทำให้บ้านเชียงเป็นมรดกโลกได้นั้น เพราะในยุคหนึ่งเชื่อว่าบ้านเชียงเป็นแหล่งกำเนิดโลหกรรมเก่าแก่ที่สุดของโลก มีอายุราว 6,000 ปี อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวหน้าของการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์เมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา จึงทำให้ค่าอายุลดลงเหลือเพียง 2,100 ปีก่อนคริสตกาลเท่านั้น

 

ในส่วนของภูพระบาทนั้นมีเหตุผลหลายประการที่ควรเป็นมรดกโลก และต่อให้ไม่ได้มรดกโลก ภูพระบาทก็มีความสำคัญมากในแง่ของการเป็นสถานที่ที่สะท้อนความเชื่อทางศาสนาที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ถึงประวัติศาสตร์เมื่อไม่กี่ร้อยปีมานี้ ซึ่งช่วยให้เข้าใจภูมิวัฒนธรรม (Cultural Landscape) ที่ดีมากแห่งหนึ่ง ในที่นี้ผมมีประเด็น 4 เรื่องที่คิดว่าควรกล่าวถึงและเสนอด้วยดังนี้

 

เรื่องแรก ภูพระบาทเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ก่อนรับพระพุทธศาสนา

 

ผมคิดว่าก่อนการเข้ามาของพระพุทธศาสนา คนในยุคนั้นคงมองว่าภูพระบาทเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เหตุผลเพราะบนภูพระบาทมีหินทรายธรรมชาติที่ถูกกัดเซาะจนมีลักษณะเป็นแผ่นหินที่ซ้อนอยู่บนเสาหิน รูปทรงคล้ายกับโต๊ะหรือเห็ด ในที่นี้ขอเรียกว่า ‘เสาหินรูปโต๊ะ’ และ ‘โต๊ะหิน’ ความแปลกประหลาดนี้เองคงทำให้คนในยุคนั้นคิดว่าเสาหินพวกนี้สร้างขึ้นโดยผีสางเทวดาที่มีอำนาจ

 

เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงทำให้หินรูปโต๊ะบางแห่งบนภูพระบาทมีภาพเขียนสีอยู่ด้วย ภาพเขียนสีพวกนี้ใช้สีแดงเป็นหลัก แบ่งภาพได้เป็น 2 กลุ่ม คือ ภาพวาดของสิ่งมีชีวิตเป็นภาพเหมือน และภาพวาดเชิงสัญลักษณ์

 

ภาพวาดในกลุ่มที่เป็นสิ่งมีชีวิตนี้มีภาพคน มือ และวัว ภาพมือและคนอาจบ่งบอกถึงการร่วมแรงกันทำงาน ภาพวัวอาจบ่งบอกถึงการล่าสัตว์ สังเกตได้ว่าภาพวัวที่พบที่ภูพระบาทนี้เป็นวัวแบบไม่มีหนอก แสดงว่าเป็นวัวพื้นเมือง (สายพันธุ์ทอรีน) ไม่ใช่วัวแบบอินเดีย อาจกำหนดอายุเบื้องต้นได้ว่าภาพวัวพวกนี้คงมีอายุก่อน 2,500-2,000 ปีมาแล้ว

 

ภาพเขียนสีรูปคนที่ถ้ำคน ภูพระบาท

(อ้างอิง: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), https://archaeology.sac.or.th/archaeology/502)

อีกกลุ่มคือภาพวาดเชิงสัญลักษณ์ ที่น่าสนใจคือกู่นางอุสาและโนนสาวเอ้ ซึ่งวาดเป็นภาพลายเส้นที่เราไม่สามารถเข้าใจความหมายได้ ข้อมูลทางชาติพันธุ์ของชาวแซน (San) ในแอฟริกาอธิบายว่า ภาพเขียนสีเป็นวิธีการจับพลังงานในอีกโลกหนึ่งที่อยู่หลังผนังหิน ซึ่งผู้ที่เห็นนั้นก็คือหมอผีที่จับสิ่งนั้นขึ้นมา แล้วเอาพลังที่กลายเป็นภาพนั้นมารักษาผู้ป่วย ขอฝน หรือล่าสัตว์

 

ภาพเขียนสีใกล้กับกู่นางอุสา

 

แต่ที่น่าสนใจด้วยคือ ภาพลายเส้นบนภูพระบาทที่กู่นางอุสาและโนนสาวเอ้นี้ ผมเชื่อว่าอาจมีความสัมพันธ์กับลวดลายสีแดงบนภาชนะดินเผาในวัฒนธรรมบ้านเชียง เพราะทำเป็นลายเส้นคดโค้งขนานกันไปมา ภาพพวกนี้จึงอาจสื่อถึงพลังงานบางอย่าง อาจเป็นขวัญ มิ่ง หรือแนน

 

ปรากฏการณ์วาดภาพเขียนสีบนเสาหินหรือโต๊ะหินคล้ายกันนี้พบได้หลายที่ เช่น ในอินเดีย จีน และอีกหลายประเทศ นอกจากเทคนิคการเขียนสียังพบเทคนิคการใช้หินกะเทาะลงไปให้เป็นรูปลอย (Petroglyph) ซึ่งเท่าที่เห็นในไทยอย่างหลังจะไม่นิยมสักเท่าไร เหตุผลของการวาดภาพลงบนหินพวกนี้ ถ้าดูจากข้อมูลชาติพันธุ์ของชนเผ่าในปัจจุบันก็อาจสอดคล้องกับแนวคิดของชาวแซนคือ ภาพวาดบนหินคือการดึงพลังจากอีกโลกหนึ่งมายังโลกปัจจุบัน

 

สำหรับปกติแล้วหินตั้งที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์จะสร้างขึ้นด้วยหลายวัตถุประสงค์ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น เป็นสถานที่ฝังศพผู้นำ หรือเป็นสถานที่รำลึกถึงบรรพบุรุษ ในกรณีของหินธรรมชาติที่มนุษย์ให้ความหมายใหม่นั้นเป็นเรื่องยากที่จะสันนิษฐาน แต่ก็อาจเกี่ยวข้องกับการรำลึกถึงบรรพบุรุษเช่นกัน กรณีของเสาหินหรือโต๊ะหินที่ภูพระบาทอาจถูกใช้สำหรับการรำลึกถึงบรรพบุรุษ (Memorial Place) หรือมองว่าเป็นวัตถุที่ใช้สื่อกับอีกโลกหนึ่ง

 

เรื่องที่สอง การผสมผสานความเชื่อเดิมเข้ากับพระพุทธศาสนา

 

ความเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 12-13 เมื่อมีการรับศาสนาพุทธเข้ามา ส่งผลทำให้มีการสร้าง ‘เสมา’ หรือ ‘สีมา’ ขึ้น ตามความหมายเสมาคือเขตหรือแดนที่พระสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรม ขนาดเล็กสุดต้องไม่น้อยกว่าพระสงฆ์ 21 รูปสำหรับนั่งทำพิธีได้ ซึ่งในพระวินัยปิฎกกำหนดให้เสมาเป็น ‘นิมิต’ (สัญลักษณ์) มี 8 อย่าง ได้แก่ ภูเขา ศิลา ป่าไม้ ต้นไม้ จอมปลวก หนทาง แม่น้ำ และน้ำนิ่ง

 

ใบเสมาจึงตรงกับนิมิตประเภทศิลา แต่จะเห็นได้ว่าในพระวินัยปิฎกก็ไม่ได้ระบุว่าต้องทำเป็นรูปร่างหน้าตาแบบใด แต่ปรากฏว่าในอีสานและเขตลุ่มน้ำโขงเช่นในเวียงจันทน์และสะหวันนะเขตนิยมทำเป็นรูปใบเสมารูปทรงคล้ายใบไม้แหลม ธรรมเนียมการทำใบเสมาแบบนี้ไม่พบในอินเดียและลังกา ดังนั้นจึงเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น

 

เท่าที่มีการสำรวจใบเสมาที่พบในเขตลุ่มน้ำชี มูล และโขง (พบมากที่สุดในลุ่มน้ำชี) พบว่าแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก คือ แบบใบแหลม แบบแท่ง (มีทั้งทรงกระบอกกลมและทรงเหลี่ยม) และแบบหินธรรมชาติ

 

กลุ่มหินธรรมชาตินี้น่าสนใจ เพราะอาจมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมหินตั้งที่เป็นความเชื่อดั้งเดิมในภูมิภาคนี้ เห็นได้จากในเขตเมืองซำเหนือ ประเทศลาว ซึ่งทำเป็นหินตั้งแผ่นแบนปลายแหลม ปัจจุบันคนพื้นเมืองในพื้นที่ยังบูชากันอยู่โดยถือว่าเป็นการบูชาเทพฮัตอัง (Hat Ang) ผู้มีหน้าที่ในการปกป้องผืนดิน (เจ้าที่)

 

หินตั้งที่เมืองซำเหนือ ประเทศลาว

(อ้างอิง: The Megalithic Portal, https://www.megalithic.co.uk/article.php?sid=46097)

 

ในไทยพบเช่นกันที่แหล่งโบราณคดีบ้านวังประจบ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ที่ผู้เขียนขุดค้นและกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ได้ 2,500 ปีมาแล้ว ก็พบหินบางก้อนที่ทำเป็นแผ่นปลายเกือบแหลมเช่นกัน ถึงอย่างนั้นยังไม่มีหลักฐานทางตรงที่บ่งบอกว่าใบเสมาพัฒนามาจากหินตั้งสมัยก่อนประวัติศาสตร์โดยตรง เพราะรูปแบบของหินตั้งในลาวและในไทยไม่วางในตำแหน่ง 8 ทิศ แต่ทั้งหมดวางเป็นกลุ่มเท่านั้น

 

หากต้องการเข้าใจความเชื่อเรื่องการทำแผ่นหินล้อมรอบแกนหินแล้ว ปัจจุบันยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทำประเพณีแบบนี้อยู่ในลาวคือ กลุ่มชาติพันธุ์ ‘บรู’ พูดภาษาตระกูลออสโตรเอเชียติก (มอญ-เขมร) ที่แขวงสะหวันนะเขต ซึ่งอธิบายว่าหินตรงกลางคือแกนของใจบ้าน หรือก็คือแกนกลางของจักรวาล

 

การปักหินตั้งของชาวบรู

(อ้างอิง: บูร เที่ยงคำ / Facebook, https://www.facebook.com/100038449034718/posts/1069310354360589/?mibextid=oFDknk&rdid=arE4FDssJc4992Uz)

 

ดังนั้นด้วยการที่มีประเพณีการทำใบเสมาปักล้อมรอบเสาหินรูปโต๊ะอย่างเป็นระเบียบทั้ง 8 ทิศบนภูพระบาท ซึ่งพบที่หอนางอุสา กู่นางอุสา ถ้ำฤๅษี เพิงหินนกกระทา คอกม้าน้อย วัดลูกเขย ถ้ำพระ และลานหินมณฑลพิธี ย่อมสะท้อนความสำคัญอย่างยิ่งยวดของภูพระบาทในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และสะท้อนการผสมผสานความเชื่อใหม่เข้ากับความเชื่อเก่า ซึ่งทำให้นึกถึงสังคมไทยทุกวันนี้ที่มีแกนความเชื่อแบบ ‘พุทธปนผี’

 

เป็นไปได้ว่าเสาหินรูปโต๊ะนี้คือรูปแบบหนึ่งของเจดีย์ ดังเห็นได้จากโบราณสถานบางในเมืองวัฒนธรรมเสมา เช่น ที่พระธาตุยาคูที่เมืองฟ้าแดดสงยางที่กาฬสินธุ์ หรือเจดีย์บางองค์ที่เมืองเสมา นครราชสีมา ก็พบว่ามีการใช้ใบเสมาปักล้อมรอบ ดังนั้นเสาหินรูปโต๊ะจึงอาจเป็นการผสมความเชื่อเดิมแล้วสมมติให้กลายเป็นเจดีย์ภายใต้ความเชื่อแบบพุทธ

 

นอกเหนือไปจากใบเสมาที่ปักล้อมรอบเสาหินรูปโต๊ะแล้ว ยังพบว่าเพิงผาบางแห่งมีการแกะสลักรูปพระพุทธรูปทั้งประทับนั่งและยืน โดยเฉพาะประทับยืนที่ทำวิตรรกมุทราสองพระหัตถ์นั้นจะพบว่าเป็นรูปแบบร่วมกับพระพุทธรูปในศิลปะทวารวดีจากภาคกลาง อีกทั้งยังพบพระพุทธรูปศิลปะเขมร ล้านช้าง และสืบเนื่องมาจนถึงรัตนโกสินทร์อีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ส่วนศีรษะจะหักหายไป หลักฐานนี้จึงสะท้อนความต่อเนื่องของการใช้พื้นที่ภูพระบาทในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ได้เป็นอย่างดี

 

พระพุทธรูปแบบทวารวดีและเขมรที่แกะสลักอยู่บริเวณโขดหิน

 

เรื่องที่สาม ใบเสมาพวกนี้ไม่ใช่ ‘ทวารวดีอีสาน’

 

ใบเสมาพวกนี้เดิมทีเรียกว่า ‘ใบเสมาทวารวดีอีสาน’ เพราะเชื่อว่าเป็นของอิทธิพลทางศิลปะและการเมืองของอาณาจักรทวารวดีในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ส่งขึ้นไปยังอีสาน เหตุผลที่คิดเช่นนั้นเพราะข้อจำกัดขององค์ความรู้ในยุคหนึ่งและเกิดจากมุมมองทางประวัติศาสตร์ที่ส่งผ่านจากยุคอาณานิคมที่ทำให้กำหนดลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นแกนของอำนาจทางการเมือง วัฒนธรรม และศาสนา ดังนั้นเมื่อรูปแบบศิลปกรรมของเสมาพวกนี้คล้ายกับทวารวดีในภาคกลาง จึงนำไปสู่ชื่อเรียกเช่นนั้น

 

กู่นางอุสาจะเห็นใบเสมาล้อมรอบ

 

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเอกสารท้องถิ่นและเอกสารจีน รวมถึงหลักฐานอื่นๆ ประกอบ พบว่าในเอกสารจีนสมัยราชวงศ์ถังระบุว่าพื้นที่บริเวณนี้เป็นรัฐชื่อ ‘เหวินตาน’ (文單) ซึ่งได้ส่งบรรณาการไปยังจีนใน ค.ศ. 656-661, 717, 753, 771 และ 798 สะท้อนว่าเหวินตานเป็นรัฐอิสระ ไม่ใช่ทวารวดีจากภาคกลาง

 

ดร.สตีเฟ่น เมอร์ฟีย์ จากมหาวิทยาลัยลอนดอน เสนอว่า เมืองศูนย์กลางของเหวินตานน่าจะเป็นเมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งนักประวัติศาสตร์ชาวญี่ปุ่น ทาซึโอะ โฮชิโน (Tatsuo Hoshino) ยืนยันว่าเหวินตานไม่ใช่เวียงจันทน์ตามที่เคยเชื่อกัน นักภาษาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส มิเชล เฟอร์ลัส (Michel Ferlus) เสนอว่า ‘เหวินตาน’ มาจากสันสกฤตว่า ‘มลูตาละ’ แปลว่า เมืองน้ำตาลโตนด

 

ใบเสมาปักล้อมรอบเจดีย์ที่เมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์

 

ในขณะที่ใบเสมาในกลุ่มภูพระบาทนั้น ดร.สตีเฟ่น เมอร์ฟีย์ เสนอว่าอาจเป็นกลุ่มเมืองที่ในเอกสารจีนเรียกว่า ‘เต้าหมิง’ (道明) ซึ่งอาจมาจากภาษาตระกูลไท/ไตว่า ‘ท้าวเมือง’ ได้หรือไม่ และในเอกสารจีนระบุว่าเต้าหมิงเป็นเมืองในเครือข่ายของเหวินตาน

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องมีการศึกษาในเชิงภาษาศาสตร์เพิ่ม เพราะในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7-8 คนที่พูดภาษาในตระกูลไท/ไตยังไม่เคลื่อนย้ายลงมา อีกทั้งในภาพใหญ่ในช่วงเวลาระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 7-12 ดังกล่าว พบเฉพาะจารึกภาษามอญโบราณ ภาษาเขมรโบราณ สันสกฤต และบาลีเท่านั้น

 

ถ้าข้อสันนิษฐานเรื่องตำแหน่งของเต้าหมิงถูกต้อง ภูพระบาทอาจเป็นศูนย์กลางของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรมลูตาละก็เป็นไปได้

 

ดังนั้นเราควรเรียกวัฒนธรรมการทำใบเสมานี้ว่า ‘วัฒนธรรมเสมา’ หรือ ‘วัฒนธรรมสีมา’ อาจจะมีความเหมาะสมกว่า หรืออาจมีคำบ่งบอกเชิงพื้นที่ เช่น ‘วัฒนธรรมเสมาอีสาน’ หรือ ‘วัฒนธรรมเสมาลุ่มน้ำโขง’ ซึ่งจะช่วยทำให้เรามองภาพที่ใหญ่ขึ้น

 

คำถามว่าทำไมวัฒนธรรมใบเสมาจึงแพร่กระจายในเขตลุ่มน้ำโขง-อีสาน เหตุผลหลักน่าจะเป็นเพราะบริเวณดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการค้าทางบกที่เดินทางตัดจากจีนเข้าสู่เวียดนามแล้วผ่านภาคอีสาน จากนั้นผ่านลงไปในลุ่มน้ำเจ้าพระยาแล้วข้ามไปยังทะเลอันดามันนั่นเอง

 

เรื่องที่สี่ มรดกโลกมักถูกขีดขั้นด้วยเส้นพรมแดนของรัฐชาติสมัยใหม่

 

ความจริงแล้วนอกเหนือไปจากภูพระบาทยังมีแหล่งโบราณคดีที่คล้ายกันอีก 2 แห่งอยู่ในประเทศลาว ได้แก่ ด่านสูง ซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปจากภูพระบาทราว 45 กิโลเมตร และวังช้าง ซึ่งอยู่ทางเหนือของด่านสูงราว 35 กิโลเมตร ทั้งที่ด่านสูงและวังช้างต่างมีการสลักพระพุทธรูปในศิลปะแบบวัฒนธรรมเสมาหรือเรียกแบบเก่าคือแบบทวารวดีด้วยกันทั้งคู่ อาจกำหนดอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17

 

พระพุทธรูปแกะสลักที่แหล่งโบราณคดีวังช้าง ประเทศลาว

(อ้างอิง: https://www.atlasobscura.com/places/vang-sang-buddhas)

 

ประเด็นของข้อมูลข้างต้นนี้ทำให้เห็นปัญหาของการเสนอมรดกโลกที่เส้นพรมแดนของรัฐชาติสมัยใหม่ได้กลายมาเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการเข้าใจภาพกว้างของวัฒนธรรมเสมาและการสลักพระพุทธรูปหินบนเสาหินและโต๊ะหินบนภูเขาที่พบร่วมกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว)

 

จากการสนทนากับ ดร.สตีเฟ่น เมอร์ฟีย์ ก็มองว่าถ้าในเชิงอุดมคติแล้ว หากมีการเสนอร่วมกันระหว่างไทยกับลาวก็จะช่วยทำให้เราเห็นเครือข่ายของพระยุคโบราณที่เป็นพระป่าหรืออรัญวาสี และเข้าใจการแพร่กระจายของศาสนาพุทธยุคต้นที่เข้าไปยังพื้นที่ตอนในของแผ่นดินมากขึ้น

 

ในความเห็นของผู้เขียนคิดว่าแม้ว่าการเสนอมรดกโลกภายใต้แนวคิดที่เสนอร่วมกันระหว่างสองประเทศอาจจะเป็นเรื่องยากภายใต้เงื่อนไขหลายๆ อย่าง อย่างน้อยที่สุดถ้าหากมีการนำเสนอข้อมูลของทางฝั่งลาวไปพร้อมกันด้วยก็จะเป็นเรื่องดีที่ช่วยสร้างบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวให้ดีมากยิ่งขึ้น

 

คำอธิบายภาพเปิด: หอนางอุสา ภูพระบาท

อ้างอิง:

  • Ferlus, Michel. 2012. “Linguistic evidence of the trans-peninsular trade route from North Vietnam to the Gulf of Thailand (3rd-8th centuries),” Mon-Khmer Studies. 41, pp.10-19
  • Hoshino, Tatsuo. 1986. Pour une histoire medieval du Moyen Mekong. Bangkok: Duang Kamol.
  • Murphey, Stephen. 2010. The Buddhist boundary markers of northeast Thailand and central Laos, 7th-12th Centuries CE: towards an understanding of the archaeological, religious and artistic landscapes of the Khorat Plateau. PhD Thesis, SOAS, University of London.
  • กรมศิลปากร. 2533. ศิลปะถ้ำ “กลุ่มบ้านผือ” จังหวัดอุดรธานี. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. 
  • พิพัฒน์ กระแจะจันทร์. 2550. รายงานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีนายเสียน (เขาฝาง 2) บ.วังประจบ ต.วังประจบ อ.เมือง จ.ตาก. เสนอต่อองค์การบริหารส่วนตำบลวังประจบและสำนักงานศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร.
  • พิพัฒน์ กระแจะจันทร์. 2559. “การเคลื่อนย้ายของวัฒนธรรมกับโลงหินและหินตั้งที่ตำบลวังประจบ จังหวัดตาก,” วารสารเมืองโบราณ. 42, 2 (เม.ย.-มิ.ย.), น.145-159.

The post ความสำคัญของภูพระบาท ปัญหาของทวารวดีอีสาน และมรดกโลกที่ควรข้ามพรมแดนรัฐชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มรดกโลกแห่งใหม่ของไทย https://thestandard.co/phu-phra-bat-historical-park/ Sat, 27 Jul 2024 06:17:44 +0000 https://thestandard.co/?p=963793

องค์การยูเนสโกประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศา […]

The post รู้จักอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มรดกโลกแห่งใหม่ของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

องค์การยูเนสโกประกาศรับรองการขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขือน้ำ ตำบลเมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เป็นแหล่งมรดกโลกประเภทภูมิทัศน์วัฒนธรรม ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยถือเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 5 ของไทยต่อจากเมืองโบราณศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ และส่งผลให้จังหวัดอุดรธานีเป็นจังหวัดแรกของไทยที่มีแหล่งมรดกโลก 2 แห่งต่อจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง

 

สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) เสนอขึ้นทะเบียนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นมรดกโลก ภายใต้เกณฑ์การนำเสนอคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลคือ เกณฑ์ข้อที่ 3 และข้อที่ 5 ในกลุ่มภูมิทัศน์วัฒนธรรม และเสนอให้ขึ้นทะเบียนภายใต้ชื่อใหม่ ‘ภูพระบาท ประจักษ์พยานแห่งวัฒนธรรมสีมาสมัยทวารวดี’ โดยพื้นที่ซึ่งถูกเสนอประกอบด้วย 2 พื้นที่ คือ

 

1. อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

2. แหล่งวัฒนธรรมสีมา

 

สำหรับอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มีความโดดเด่นด้านหลักฐานทางโบราณคดีและร่องรอยกิจกรรมมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ราว 2,500-3,000 ปี เช่น ภาพเขียนสีโบราณ 54 แห่ง

 

นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการดัดแปลงหินธรรมชาติให้เป็น ‘สีมา’ ห้อมล้อมลานพิธีสำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา สำหรับผู้คนตั้งแต่สมัยทวารวดี เขมร ล้านช้าง และรัตนโกสินทร์ ถือเป็นแหล่งวัฒนธรรมสีมาซึ่งหาได้ยาก และมีความสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

อ้างอิง:

– สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กรมศิลปากร

อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท

The post รู้จักอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท มรดกโลกแห่งใหม่ของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูพระบาท ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก https://thestandard.co/phu-phra-bat-as-a-world-heritage-site-by-unesco/ Sat, 27 Jul 2024 06:05:39 +0000 https://thestandard.co/?p=963786

คณะกรรมการมรดกโลกประกาศว่า อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทท […]

The post ภูพระบาท ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก appeared first on THE STANDARD.

]]>

คณะกรรมการมรดกโลกประกาศว่า อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทที่จังหวัดอุดรธานี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอย่างเป็นทางการในระหว่างการประชุมครั้งที่ 46 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียวันนี้ (27 กรกฎาคม) ประกอบด้วยตัวอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทและแหล่งวัฒนธรรมสีมาในวัดพระพุทธบาทบัวบาน ซึ่งอยู่ภายในเขตอุทยานพื้นที่ 3,662 ไร่

 

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว หัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก กล่าวกับ THE STANDARD ว่า ภูพระบาทเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนกลับไปถึงวัฒนธรรมทวารวดีเมื่อ 1,300 ปีก่อน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งศาสนสถาน-พุทธศาสนาแหล่งแรกๆ และยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมสีมา ซึ่งหาได้ยากและมีความสมบูรณ์ที่สุดในภูมิภาค

 

สีหศักดิ์กล่าวว่า เวลานี้ภูพระบาทไม่ใช่แค่มรดกของไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นมรดกโลก ซึ่งการได้ขึ้นทะเบียนครั้งนี้ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย เป็นเกียรติภูมิของประเทศ และเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ

 

ในส่วนของประโยชน์ที่ไทยจะได้รับนั้น สีหศักดิ์กล่าวว่า ไทยจะได้ประโยชน์ในด้านการท่องเที่ยว โดยเชื่อว่าจะมีคนมาเที่ยวมากขึ้น ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ และเมื่อเป็นมรดกโลกแล้ว ก็จะเป็นความรับผิดชอบที่เราต้องช่วยกันดูแลอนุรักษ์ให้ดีเพื่อคนรุ่นปัจจุบันและคนรุ่นหลัง

 

นอกจากภูพระบาทแล้ว ยังมีสถานที่อีกหลายแห่งที่อยู่ในบัญชีชั่วคราวรอการพิจารณาและเสนออย่างเป็นทางการ เช่น วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่สีหศักดิ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือความพร้อมของไทยด้วย ซึ่งจะต้องจัดลำดับให้ดี จากนั้นก็ต้องมีการเตรียมการที่ดี เพราะการยื่นเอกสารมีความสำคัญ ต้องมีความละเอียดและแม่นยำ

 

ภูพระบาทตั้งอยู่บนภูเขาภูพระบาทในอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี โดยจากการสำรวจทางโบราณคดี พบร่องรอยของมนุษย์ตั้งแต่สมัย 2,000-3,000 ปีก่อน ซึ่งก็คือภาพเขียนสีหลายแห่ง นอกจากนี้ยังมีเสาหินและเพิงหิน และพบการดัดแปลงหินเป็นหลักสีมาล้อมศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ของผู้คนในวัฒนธรรมทวารวดี เขมร ล้านช้าง และรัตนโกสินทร์ โดยกรมศิลปากรได้พัฒนาพื้นที่และประกาศให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ‘ป่าเขือน้ำ’ เมื่อปี 2524

 

โดยภูพระบาทถือเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมลำดับที่ 5 ของไทยที่รับรองโดยยูเนสโก

 

ภาพ: สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

The post ภูพระบาท ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลุ้น! ภูพระบาทเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย https://thestandard.co/phu-phrabat-thailand-new-cultural-heritage/ Wed, 24 Jul 2024 10:04:06 +0000 https://thestandard.co/?p=962372 ภูพระบาท

วันนี้ (24 กรกฎาคม) สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่า […]

The post ลุ้น! ภูพระบาทเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูพระบาท

วันนี้ (24 กรกฎาคม) สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมศิลปากรส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 46 ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 21-31 กรกฎาคม 2567 เนื่องจากมีวาระประชุมเพื่อรับรองอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม คาดว่าจะนำเข้าพิจารณาในวันที่ 26 หรือ 27 กรกฎาคม 2567

 

สุดาวรรณระบุอีกว่า จากศักยภาพของภูพระบาทและการเตรียมข้อมูลที่สมบูรณ์ของคณะทำงานในการนำเสนอ เชื่อมั่นว่าภูพระบาทจะได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกแห่งใหม่อย่างแน่นอน ซึ่งทางกรมศิลปากรจะถ่ายทอดบรรยากาศส่งตรงจากประเทศอินเดีย และจัดงานแถลงผลการประกาศ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ให้ได้ร่วมลุ้นไปพร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก กรมศิลปากร ขอเชิญชวนชาวไทยร่วมส่งกำลังใจช่วยเชียร์ให้ภูพระบาทได้รับการรับรองเป็นมรดกโลก อันจะทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียงและเป็นเกียรติภูมิที่สำคัญบนเวทีโลกต่อไป

 

‘ภูพระบาท’ แหล่งวัฒนธรรมโบราณ

 

ทั้งนี้ อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทตั้งอยู่บนภูเขาที่ชื่อว่า ภูพระบาท ในเขตพื้นที่เมืองพาน อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาภูพาน ซึ่งเป็นเทือกเขาหินทราย อยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดอุดรธานี สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง มีพืชพรรณธรรมชาติประเภทไม้เนื้อแข็งขึ้นปกคลุม

 

จากการสำรวจทางโบราณคดีที่ผ่านมาได้พบว่าบนภูพระบาทแห่งนี้ปรากฏร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ กำหนดอายุได้ราว 2,500-3,000 ปีมาแล้ว ค้นพบภาพเขียนสีมากกว่า 54 แห่งบนภูเขา นอกจากนี้ ยังพบการดัดแปลงเพิงหินธรรมชาติให้กลายเป็นศาสนสถานของผู้คนในวัฒนธรรมทวารวดี เขมร ล้านช้าง และรัตนโกสินทร์ ตามลำดับ ซึ่งร่องรอยหลักฐานทางโบราณคดีเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคมของมนุษย์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

 

กรมศิลปากรจึงดำเนินการขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ขนาดพื้นที่ 3,430 ไร่ จากกรมป่าไม้ โดยได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน และพัฒนาจนกลายเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาทอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2535

The post ลุ้น! ภูพระบาทเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ของไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
มรดกโลกของไทยมีอะไรบ้าง https://thestandard.co/world-heritage-sites-in-thailand/ https://thestandard.co/world-heritage-sites-in-thailand/#respond Fri, 31 Aug 2018 10:36:10 +0000 https://thestandard.co/?p=117819

ยูเนสโก (UNESCO) ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของสหประชาชาติท […]

The post มรดกโลกของไทยมีอะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยูเนสโก (UNESCO) ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของสหประชาชาติที่ทำหน้าที่ในการพิจารณาและขึ้นทะเบียนสถานที่สำคัญ โบราณวัตถุ รวมถึงภูมิปัญญาและวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ให้เป็นแหล่งมรดกโลก ความทรงจำแห่งโลก รวมถึงมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้

 

ปัจจุบันประเทศไทยมีสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้วทั้งหมด 5 แห่ง โดย ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งล่าสุดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2005 ซึ่งเว็บไซต์ของยูเนสโกระบุว่า ขณะนี้ไทยมีสถานที่ที่ขึ้นอยู่ในรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) จำนวน 6 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่ถูกเสนอชื่อให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยมีกลุ่มป่าแก่งกระจาน เป็น (ว่าที่) มรดกโลกทางธรรมชาติเพียงแห่งเดียวที่ผ่านการขึ้นบัญชีเบื้องต้นนี้

 

ที่ผ่านมาไทยยังไม่เคยได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (Intangible Cultural Heritage) เลย ซึ่งทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ยื่นเสนอให้มีการพิจารณาโขน (Khon, Masked Dance Drama in Thailand) และนวดแผนโบราณของไทย เตรียมขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้นี้ ในปี 2018 และ 2019 ตามลำดับ

 

The post มรดกโลกของไทยมีอะไรบ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/world-heritage-sites-in-thailand/feed/ 0