อุดม สิทธิวิรัชธรรม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อุดม-สิทธิวิรัชธรรม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 11 Oct 2024 11:07:57 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ‘ไม่เสื่อมเสียต่อหน้าที่และเกียรติศักดิ์’ ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ปม อุดม หลังวิจารณ์คดียุบก้าวไกล https://thestandard.co/constitutional-court-judges-meeting/ Fri, 11 Oct 2024 11:07:57 +0000 https://thestandard.co/?p=994987

วันนี้ (11 ตุลาคม) เว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎรได้เผยแพร่เอกส […]

The post ‘ไม่เสื่อมเสียต่อหน้าที่และเกียรติศักดิ์’ ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ปม อุดม หลังวิจารณ์คดียุบก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 ตุลาคม) เว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎรได้เผยแพร่เอกสารประกอบการประชุมสำหรับวาระในวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ในหัวข้อ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม วาระที่ 2.2 รับทราบเรื่อง ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรับทราบข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของสภาผู้แทนราษฎรในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเกี่ยวกับการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตุลาการบนเวทีสาธารณะ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชน จนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ เพื่อส่งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของสภาผู้แทนราษฎรให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาดำเนินการต่อไป

 

สำหรับเอกสารประกอบดังกล่าวเป็นหนังสือราชการ ออกโดยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ลงวันที่ 4 ตุลาคม ส่งถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยอ้างถึงหนังสือสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ด่วนที่สุด ที่ สผ 0014/8412 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2567 มีรายละเอียดระบุว่า

 

ตามที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งสรุปประเด็นและข้อเสนอแนะการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเกี่ยวกับการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรตุลาการบนเวทีสาธารณะ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประชาชน จนนำไปสู่การตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญรับทราบ หากศาลรัฐธรรมนูญได้ปฏิบัติตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะประการได้โปรดแจ้งให้ทราบด้วยนั้น

 

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญขอเรียนว่า ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญรับทราบข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เห็นว่าการแสดงความคิดเห็นของ อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เป็นการตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกฎหมายพรรคการเมืองในการสัมมนาทางวิชาการของศาลรัฐธรรมนูญ มิได้เป็นการแสดงความคิดเห็นอันมีลักษณะเป็นการเสียดสีหรือประชดประชันพรรคการเมืองใด ที่จะส่งผลต่อความเป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณาวินิจฉัยคดี ไม่กระทบกระเทือน หรือก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากมีการเผยแพร่เนื้อหาในคลิปวิดีโอ เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ซึ่งอุดมเข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อ ‘ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560’ ภายใต้โครงการเสริมสร้างความรู้สู่ประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี

 

สำหรับหัวข้อนี้ยังมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ศ.พิเศษ ดร.จิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี, กนกวรรณ จารุจารีต ประธานเขตพัฒนาชุมชนที่ 1, จตุรงค์ นิลอนันต์ ประธานเขตพัฒนาชุมชนที่ 2, ชาญณรงค์ พรหมใจดี ประธานเขตพัฒนาชุมชนที่ 3 และ วัชรินทร์ ทับทิมทอง ประธานเขตพัฒนาชุมชนที่ 4 ดำเนินรายการโดย รศ. ดร.อัคคกร ไชยพงษ์ ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพัฒนากระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

 

ช่วงหนึ่งของการสัมมนา อุดมกล่าวว่า พรรคประชาชนต้องขอบคุณตนเองที่ทำให้พรรคได้เงินบริจาคเพิ่ม โดยกล่าวว่า “เหมือนอย่างวันนี้ เขายังมีปัญหาอยู่ พรรคคุณไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ คุณไปรับเงิน คุณออกในนามพรรคประชาชน ซึ่งคุณยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อโดยถูกต้อง ทำได้หรือไม่ในกรณีนี้ เขาบอก ผมใช้บัญชีเดิม เขาก็ต้องตรวจสอบ คุณใช้บัญชีเดิมของพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลจริงหรือเปล่า หรือคุณเปิดบัญชีใหม่

 

“จริงๆ ต้องขอบคุณผมนะ มีการยุบพรรคเขา เห็นไหมครับ เขาได้เงินตั้งกี่ล้านภายในสองวัน ถ้าไม่ยุบ เขาร้องไห้ฟรีเลยนะ ก่อนหน้านั้นเงินไม่มีนะ ต้องขอบคุณผมนะ ทำให้เขามีเงินเข้าไปตั้ง 20-30 ล้าน ใช่ไหม สมาชิกเก่าเข้าไปจดทะเบียนเป็นสมาชิกตามไปด้วย เห็นไหม ก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนตรงไหนเลย”

 

อุดมกล่าวด้วยว่า “ทุกวันนี้แล้วแต่มุมมอง คนเชียร์ก็เชียร์สุดใจขาดดิ้นโดยไม่ฟังคนอื่น ฟังสั้นๆ พอแล้ว รู้ว่าไม่ควรยุบ แต่ยุบเพราะอะไรไม่รู้ ไม่สนใจ ยุบปั๊บ อ้าว ไปเปิดพรรคใหม่ได้ ไม่ข้องใจแล้วหรือ

 

“เมื่อวานร้องไห้อยู่ พรรคเราจะไปแล้ว อย่างนู้นอย่างนี้ โอ้ 2 วันเลิก จากน้ำตาเป็นเสียงหัวเราะ ‘ยักไหล่แล้วไปต่อ’ เงิน 20 ล้าน” อุดมกล่าวติดตลกก่อนจะหัวเราะ

 

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง และมีมติโดยเสียงข้างมาก (8 ต่อ 1) วินิจฉัยให้ยุบพรรคผู้ถูกร้อง โดยอุดมเป็นหนึ่งในตุลาการเสียงข้างมาก

 

ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้องที่ดำรงตำแหน่งระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2564 – 31 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องตามมาตรา 92 วรรคสอง มีกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง

 

อ้างอิง:

 

The post ‘ไม่เสื่อมเสียต่อหน้าที่และเกียรติศักดิ์’ ที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ปม อุดม หลังวิจารณ์คดียุบก้าวไกล appeared first on THE STANDARD.

]]>
นันทนาเตรียมยื่นญัตติอภิปรายตุลาการ ชี้ สังคมเรียกร้องให้พิจารณาตนเอง https://thestandard.co/nanthana-judge-debate-motion/ Fri, 23 Aug 2024 06:38:16 +0000 https://thestandard.co/?p=974432 ตุลาการ

วันนี้ (23 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรื […]

The post นันทนาเตรียมยื่นญัตติอภิปรายตุลาการ ชี้ สังคมเรียกร้องให้พิจารณาตนเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตุลาการ

วันนี้ (23 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา ภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ เข้ายื่นหนังสือต่อ นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของ อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่กล่าวถึงการยุบพรรคก้าวไกล ในงานบรรยายเรื่อง ‘ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560’ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา

 

ภัทรพงศ์เปิดเผยว่า อุดมเป็นหนึ่งในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเป็นบุคคลที่ยุบพรรค และตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ที่แสดงความคิดเห็นไม่เหมาะสม ตนเองในฐานะประชาชนขอตั้งคำถามว่า พฤติกรรมของอุดมเหมาะสมกับการเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ และผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่

 

อีกทั้งการมายื่น สว. ในครั้งนี้ เพราะ สว. เป็นผู้ให้ความเห็นชอบในการสรรหาบุคคลมาดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ จึงอยากให้ดำเนินการตรวจสอบ หรือใช้กลไกในทางอำนาจอื่นในการตรวจสอบ โดยหลังจากนี้ก็จะไปยื่นต่อที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

 

ด้านนันทนาระบุว่า ทางกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ สว. ในการถอดถอน แต่สามารถยื่นญัตติเพื่อจะนำเรื่องดังกล่าวไปอภิปรายกันในสภา เพื่อให้เกิดการถกเถียงกันเรื่องจริยธรรมและบทบาทของตุลาการ เพื่อดำเนินการไปตามขั้นตอน โดยอาจจะยื่นตรงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการตรวจสอบจริยธรรมกันเอง โดยเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ

 

ส่วนฝั่ง สว. จะมีการยื่นญัตติด่วนเพื่อให้ถกเถียงกันเหมือนฝั่ง สส. หรือไม่นั้น นันทนายืนยันว่า จะยื่นญัตติในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แต่ขึ้นอยู่กับประธานวุฒิสภา ว่าจะวินิจฉัยเป็นญัตติด่วน หรือจะให้อภิปรายในสภาได้หรือไม่

 

ขณะที่คำพูดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนดังกล่าว ถือว่าผิดจริยธรรมหรือไม่ นันทนากล่าวว่า ถ้าจะใช้คำที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในการถอดถอน เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ต้องใช้คำว่า “วิญญูชนย่อมตระหนักได้ว่าคำกล่าวนั้น เหมาะสมหรือไม่กับสถานะที่เป็นตุลาการ”

 

นันทนาให้ความเห็นว่า หากอยู่ในสถานะที่เป็นคนให้คุณให้โทษ มีอำนาจอย่างกว้างขวาง มาแสดงบทบาทที่อาจจะไม่เป็นที่เหมาะสมในสถานะ และทำให้สังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง ถ้าเป็นการพิจารณาตนเอง ก็เป็นสิ่งที่สาธารณะชนอยากจะเรียกร้อง แต่ขึ้นอยู่กับตัวผู้ที่สื่อสารออกมาว่า จะหันกลับไปพิจารณาตนเองหรือไม่

 

สำหรับกรณีที่ สส. ระบุว่า จะต้องร่วมมือกันเพื่อช่วยกันแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระนั้น ในส่วนของ สว. จะมีการร่วมกันรวมเสียงเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นันทนาระบุว่า ส่วนตัวมีความเห็นด้วยว่าโครงสร้างที่ทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองคือรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ทำให้เกิดองค์กรอิสระที่ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน และมีขอบเขตอำนาจที่ล้นเกิน จึงต้องกลับมามองว่ารัฐธรรมนูญมีข้อบัญญัติที่มีปัญหา หากจะแก้ปัญหาที่สาเหตุ คือต้องเริ่มต้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ รวมทั้งให้ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ร่างคือ สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพื่อให้ตอบโจทย์

The post นันทนาเตรียมยื่นญัตติอภิปรายตุลาการ ชี้ สังคมเรียกร้องให้พิจารณาตนเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ดราม่าตุลาการ รธน. ประชาชนต้องขอบคุณผมที่ยุบพรรค “พูดได้ไง ต้องรับผิดชอบ” | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow210867-3/ Thu, 22 Aug 2024 04:02:52 +0000 https://thestandard.co/?p=973862 อุดม สิทธิวิรัชธรรม

ดราม่า อุดม ตุลาการ รธน. พรรคประชาชนต้องขอบคุณผมที่ยุบพ […]

The post ชมคลิป: ดราม่าตุลาการ รธน. ประชาชนต้องขอบคุณผมที่ยุบพรรค “พูดได้ไง ต้องรับผิดชอบ” | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุดม สิทธิวิรัชธรรม

ดราม่า อุดม ตุลาการ รธน. พรรคประชาชนต้องขอบคุณผมที่ยุบพรรค “ไม่รู้บทบาทตัวเอง พูดมาได้อย่างไร ต้องรับผิดชอบ”

The post ชมคลิป: ดราม่าตุลาการ รธน. ประชาชนต้องขอบคุณผมที่ยุบพรรค “พูดได้ไง ต้องรับผิดชอบ” | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
“เราก็ทำไปตามกฎหมายเขียน” คำต่อคำ ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ https://thestandard.co/constitutional-court-judge-statement/ Wed, 21 Aug 2024 10:47:27 +0000 https://thestandard.co/?p=973619 อุดม สิทธิวิรัชธรรม

ถ้อยคำของ อุดม สิทธิวิรัชธรรม 1 ใน 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมน […]

The post “เราก็ทำไปตามกฎหมายเขียน” คำต่อคำ ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุดม สิทธิวิรัชธรรม

ถ้อยคำของ อุดม สิทธิวิรัชธรรม 1 ใน 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชุดปัจจุบันได้ถูกนำเสนอออกไปเป็นวงกว้างในสื่อต่างๆ โดยเฉพาะส่วนที่ระบุว่า “พรรคประชาชนควรต้องขอบคุณผม” ที่ได้สั่งยุบพรรคก้าวไกล เพราะหลังจากก่อตั้งพรรคประชาชนก็ได้รับเงินบริจาคมากถึง 20-30 ล้านบาท

 

เมื่อวานร้องไห้อยู่ พรรคเราจะไปแล้ว อย่างนู้นอย่างนี้ โอ้ สองวันเลิก จากน้ำตาเป็นเสียงหัวเราะ ‘ยักไหล่แล้วไปต่อ’ เงิน 20 ล้าน”

 

เวลาเพียงไม่ถึงเดือน ประเทศไทยเกิดแผ่นดินไหวทางการเมืองไปแล้วถึง 2 ครั้ง และยังไม่แน่ว่าในเวลาไม่นานนี้อาจมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาก็เป็นได้

 

ขณะเดียวกัน สังคมไทยกำลังตั้งคำถามถึงอำนาจขององค์กรอิสระอย่าง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ที่นักวิชาการและนักวิเคราะห์ฟันธงไปในทิศทางที่ดูจะขยายขอบเขตของอำนาจไปมากกว่าอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจฝ่ายบริหาร ผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือกรณีคำตัดสินสั่งยุบพรรค และตัดสินให้ผู้นำฝ่ายบริหารพ้นออกจากตำแหน่ง

 

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่สั่งยุบพรรคก้าวไกลเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 เป็นมากกว่าจุดจบของพรรคการเมืองหนึ่ง

 

THE STANDARD เปิดเผยทัศนะเพิ่มเติมของ อุดม สิทธิวิรัชธรรม และ จิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะช่วยสะท้อนให้เราได้พอเห็นภาพว่าพวกเขาเหล่านี้มองประเทศของเราเหมือนหรือต่างจากเราเพียงใด

 

อุดม สิทธิวิรัชธรรม และ จิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ซ้ายและกลาง) ประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี (ขวา)

ภาพ: สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

 

‘ก้าวไกล’ ในสายตาตุลาการ

 

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยแพร่วิดีโอที่ตัดตอนจากการสัมมนาวิชาการที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการบรรยายหัวข้อ ‘ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560’ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่ง อุดม สิทธิวิรัชธรรม และ จิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมด้วย

 

ในวิดีโอดังกล่าวปรากฏถ้อยคำที่เป็นประเด็นว่า “ควรต้องขอบคุณผมที่ยุบพรรค” ที่อุดมได้กล่าวอย่างติดตลก พร้อมตั้งคำถามถึงกระบวนการเปิดบัญชีพรรคการเมืองใหม่จากพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลมาเป็นพรรคประชาชนโดยถูกต้องหรือไม่

 

THE STANDARD ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากเวทีสัมมนาวิชาการครั้งนั้นว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 2 มีมุมมองอย่างไรต่ออดีตพรรคก้าวไกล รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้

 

การเมืองใหม่แบบมีเล่ห์กลอุบาย?

 

อุดม สิทธิวิรัชธรรม ให้ความเห็นเพิ่มเติมต่อกรณียุบพรรคก้าวไกล และการก่อตั้งพรรคประชาชนขึ้นใหม่

 

“และที่ล่าสุด เอาละ ผมรับผิดชอบกับคำพูดผมต่อไปนี้ โดยส่วนตัวที่ผมเป็นเสียงข้างน้อยมาก บางทีอยู่ในเสียงข้างมาก แต่เป็นเสียงข้างน้อยในเสียงข้างมากก็มี

 

“อย่างล่าสุดยุบพรรค พวกกรรมาธิการบอกการยุบพรรคไม่ควรเกิดขึ้น มันรุนแรง มันจะทำให้สถาบันพรรคการเมืองอ่อนแอ จริงหรือ?

 

“ยุบ 3 วัน ตั้งพรรค แต่ไม่ใช่ตั้งพรรคใหม่ คุณไปสวมรอยส่งคนไปฝังอยู่ในพรรคเก่า นี่หรือคือวิธีการดำเนินการทางพรรคการเมืองโดยสุจริตและชอบธรรม จริงหรือ ใช่ไหม ผมถามแค่นี้

 

“ท่านคิดดู ไอ้การที่เราเห็นถึงขนาดนี้ คุณไปบอกคุณใสซื่อบริสุทธิ์ ผมจะทำพรรคการเมืองแบบคนรุ่นใหม่ พวกคนรุ่นเก่า บ้านใหญ่ บ้านนู้น อูยแย่ ผมจะต้องทำอย่างอื่น ไอ้ที่คุณทำนี่ใช่หรือเปล่า พูดอย่างสุภาพนะครับ เขาเรียกว่ายุทธวิธี พูดอย่างหยาบก็คือเล่ห์กลอุบาย

 

“แล้วถามว่าในการที่ศาลรัฐธรรมนูญสามารถมองเข้าไปลึกซึ้ง เห็นถึงเบื้องลึกของคุณที่แท้จริง แล้วเราชี้ออกมาเป็นจุดๆ ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำ ที่คุณอ้างกันอยู่ ในที่สุดมันจะไปสู่อะไร มันไม่ใช่การคาดเดา มันเป็นสิ่งที่เห็นแล้ว

 

“รัฐธรรมนูญบอกเลยว่า ‘อาจจะ’ ท่านไม่ใช่บอกว่าทำแล้วค่อยทำ มันไม่มีเวลาให้เขามาทำหรอก มันสายเสียแล้ว รัฐธรรมนูญเลยออกเรื่องนี้มา มาตรา 49 ขึ้นมาเพื่อปกป้องสถาบันในการปกครองระบอบประชาธิปไตย

 

“นี่คือการปกป้องระบอบประชาธิปไตยนะ ไม่ใช่การปกป้องพระมหากษัตริย์โดยตรงอย่างนั้นนะ เป็นการปกป้องการปกครองระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

 

“เพราะการปกครองระบอบประชาธิปไตยเนี่ยมีหลายประเภท แต่ประเทศเราจะเอาแบบที่ว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข การที่คุณไปทำอะไรก็ตาม ในที่สุดแล้วมันอาจนำการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเป็นพระประมุขในระบอบนี้ มันก็ไม่สามารถเรียกว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อาจเป็นระบอบประชาธิปไตย ระบอบประธานาธิบดี ระบอบพ่อข้าเป็น ลูกข้าเป็น น้องเขยข้าเป็น ก็ได้

 

“จริงอยู่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบางอย่างที่ผมไม่เห็นด้วย ไม่ใช่ผมเห็นด้วยหมดนะทุกประการ แต่เมื่อผมมาทำหน้าที่นี้ ก็เป็นหน้าที่ผมต้องทำตามที่เขาเขียนไว้ แต่ท่านไปดูเถิด ผมเขียนบางมาตราในเรื่องซึ่งบางคนจะรู้เลยว่าผมมองระบอบเราอย่างไร ไอ้คำว่า ‘นายกฯ ควรจะแค่ 8 ปี’ แล้วพอแล้ว

 

“ถามจุดยืนตัวผม วิธีการทำ การที่คุณจะได้นายกฯ 8 ปี มันสำคัญว่าเขาปกครองได้ดีไหม ถ้าดี มากกว่า 8 ปี เราก็ให้เป็น เห็นไหมครับบางเทศบาลในสมัยก่อนเป็นกันยาวนาน สมัยผมเด็กๆ เห็นคนนี้เป็นนายกฯ จนผมโต เขาก็ยังเป็นนายกฯ อยู่ ถ้าเขาไม่ดีจริงเขาก็ไม่ได้เป็น แต่ท่านบอก พอคุณเป็นแค่ 8 ปีพอ 4 ปีพอ เขาก็ต้องหยุด จริงอยู่เขาอาจจะมีลูกหลานสืบต่อได้

 

“แต่เบื้องหลังที่แท้จริง ถ้าผมมีเงิน ผมเป็นนายทุน ผมไม่ต้องลงไปเป็นนายกฯ เองหรอก ผมปั้นคนนี้เป็น ผมคุมอยู่ได้ ทำไป 8 ปีหยุด แล้วปั้นคนนี้ต่อ ผิดไหม ถ้าทำได้ ไปอ่านของผมครับ คำวินิจฉัยส่วนตัวในเรื่องนายกฯ ประยุทธ์ 8 ปี ผมเขียนไว้ ผมไม่ได้ด่าใคร แต่อ่านแล้วอาจรู้ว่าผมเหน็บลึกๆ”

 

คนที่ 5, 6 และ 7 นับจากทางซ้าย จิรนิติ หะวานนท์, อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ

ภาพ: สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

 

ไม่รู้สึกร้อนหนาว ไม่ห่วงอนาคต

 

ต่อมา จิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แสดงความเห็นส่วนตัวต่อความกดดันในบทบาทตุลาการ

 

“พอมาอยู่ศาลรัฐธรรมนูญถึงได้รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องเอาคนแก่ๆ มาเป็นตุลาการ เพราะคนพวกนี้ไม่มีอนาคต คือจบจากนี้คือจบแล้ว ไม่อยากจะเป็นโน่นเป็นนี่ เขาจะชอบเอาอะไรมาล่อ โดยส่วนตัวไม่มีความต้องการอะไรมากกว่านี้ นอกจากปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น มันผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนกระทั่งมันไม่รู้สึกร้อนหนาวแล้ว

 

“เราก็ทำไปตามว่ากฎหมายเขียนอย่างนี้ ฉันต้องตัดสินอย่างนี้แหละ แค่นั้น ถ้าไม่อยากให้ฉันตัดสินอย่างนี้ก็ไปเขียนกฎหมายมาใหม่ ก็ว่าไป ถ้ากฎหมายนั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

 

“เพราะฉะนั้นหากถามว่ารู้สึกกดดันอะไรไหม ผมไม่กดดัน ชิลๆ ตอนนี้อยู่ดีๆ ผมดังในชั่วข้ามคืนเลย แล้วก็มีคนกลุ่มที่มาถามอยู่นั่นว่าเป็นอย่างไร ผมบอกไม่ต้องมาถามหรอก ตอนนี้กำลังดูซีรีส์จีนอยู่

 

“ผมไม่รู้สึกอะไร เพราะมันผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ แล้วก็ไม่มีอนาคตอะไรที่จะต้องไปต่อจากนี้แล้ว จบวาระก็โอเค ฉันก็กลับบ้าน นอนละ”

The post “เราก็ทำไปตามกฎหมายเขียน” คำต่อคำ ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รังสิมันต์ชี้ การยุบพรรคไม่ใช่เรื่องตลกที่จะพูดเล่นได้ คำพูดถากถางสะท้อนว่าไม่เคารพอำนาจประชาชน https://thestandard.co/dissolving-a-party-is-no-joke/ Wed, 21 Aug 2024 09:14:42 +0000 https://thestandard.co/?p=973594

วันนี้ (21 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา รังสิมันต์ โรม สส. แ […]

The post รังสิมันต์ชี้ การยุบพรรคไม่ใช่เรื่องตลกที่จะพูดเล่นได้ คำพูดถากถางสะท้อนว่าไม่เคารพอำนาจประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 สิงหาคม) ที่อาคารรัฐสภา รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่าพรรคประชาชนควรขอบคุณที่ยุบพรรค เพราะทำให้เงินบริจาคเพิ่มขึ้น 20-30 ล้านบาท

 

รังสิมันต์ระบุว่า ต้องบอกว่าการยุบพรรคการเมืองใน พ.ศ. นี้ ไม่มีสังคมไหนยอมรับ โดยเฉพาะสังคมที่เจริญแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเวลาที่เราไปพูดคุยกับพรรคการเมืองและนักการเมืองในต่างประเทศที่เป็นต้นแบบประชาธิปไตยและอยู่ระหว่างการพัฒนาประชาธิปไตย เพราะการพัฒนาประชาธิปไตยคือการพัฒนาบ้านเมืองให้มีความเจริญ ทุกคนล้วนแปลกใจที่การยุบพรรคโดยเฉพาะพรรคก้าวไกลเกิดขึ้น

 

รังสิมันต์ชี้ว่า นี่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก แต่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มีพรรคการเมืองจำนวนมากที่ถูกยุบ ไม่มีใครยอมรับและเข้าใจได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นประเด็นซึ่งนำมาสู่การยุบพรรค ทั้งนโยบาย หรือการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ก็ล้วนเป็นสิ่งที่น่าจะสามารถทำได้ ดังนั้นการยุบพรรคแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะยอมรับ

 

เมื่อการยุบพรรคเกิดขึ้นแล้ว ประชาชนที่เขามีความเห็นใจต่อเราก็ได้สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของพรรคประชาชนจำนวนมาก หลายคนก็บริจาคเงินกันมา การดำเนินการเช่นนี้คือการดำเนินการโดยภาคประชาชนที่รู้สึกว่านี่เป็นพรรคการเมืองที่เขาเป็นเจ้าของ เป็นพรรคการเมืองที่เขาให้การสนับสนุน และอยากจะผลักดันให้พรรคการเมืองนี้สามารถกลับมาตั้งหลักได้อย่างภาคภูมิ ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนได้โดยเร็วที่สุด

 

“แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับความเสียหายของการยุบพรรคนั่นมากกว่าเยอะ แต่ประชาชนก็ทำในสิ่งที่พอจะทำได้ในการสนับสนุนพวกเรา นี่จึงไม่ใช่เรื่องตลกหรือเรื่องที่จะสามารถนำมาพูดเล่นกันได้ว่าการยุบพรรคทำให้พรรคประชาชนมีรายได้ 20 ล้านบาท การยุบพรรคก้าวไกลทำให้นักการเมืองที่มีคุณภาพที่ควรจะเป็นอนาคตของประเทศต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง การยุบพรรคทำให้เพื่อน สส. ที่อยู่ในบัญชีรายชื่ออื่นๆ ไม่มีสิทธิอีกต่อไป”

 

รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่า การยุบพรรคทำให้เราต้องแสวงหาสมาชิกกันใหม่ การยุบพรรคทำให้ประชาชนจำนวนมากที่เป็นสมาชิกของเราถูกตัด ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่ความเสียหายของพรรคก้าวไกล แต่เป็นความเสียหายของประชาชนที่เขาอยากจะเห็นการเมืองที่ต่อสู้กันด้วยนโยบาย ต่อสู้กันทางความคิด การใช้กฎหมายในการยุบพรรคต่างๆ เป็นสิ่งที่ควรจะหมดไปได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่ยังเป็นอยู่ และค่อนข้างจะตกใจกับความคิด เพราะเมื่อได้อ่านดูแล้วมีความรู้สึกว่าคนที่สั่งให้ยุบพรรคไม่ได้รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเลย และออกจะเป็นไปในโทนทีเล่นทีจริง ทำให้ยิ่งรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

 

ส่วนเรื่องวุฒิภาวะ เข้าใจว่าอุดมจบนิติศาสตร์และมีความเข้าใจทางด้านกฎหมาย แต่ปกติคนที่เป็นศาลควรตัดสินคดีโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานที่เป็นกลาง ไม่ใช่เอาตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคดีที่ตัวเองตัดสิน หากเรามองด้วยท่าทีเช่นนี้ก็จะทำให้เกิดคำถามว่าการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญตั้งอยู่บนความเป็นกลางจริงหรือไม่ ตั้งอยู่บนพื้นฐานพยานหลักฐานหรือไม่ ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ทำให้พรรคก้าวไกลได้โอกาสในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่หรือไม่

 

“หรือสุดท้ายการตัดสินคดีนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นศัตรูของพรรคก้าวไกล หรือของความเชื่อบางอย่างไปแล้ว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ผมคิดว่ากฎหมายของเราจะมีปัญหามาก และจะทำลายความศรัทธาของพี่น้องประชาชนมากขึ้นไปอีก” รังสิมันต์กล่าว

 

ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นในวันนี้จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไรบ้าง รังสิมันต์กล่าวว่า ก็คงจะเกิดคำถามจากพี่น้องประชาชนจำนวนมากว่า ตกลงแล้วการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร และคำถามในลักษณะนี้ก็ทำให้วงการกฎหมายกลัวกันมาก เพราะตัดสินกันไม่จบ เนื่องจากตัดสินแล้วไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ และเชื่อว่าตอนนี้สังคมก็กำลังมีคำถามนี้ ซึ่งจะนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในทางการเมือง และทำให้การเมืองขาดเสถียรภาพ เหมือนประเทศที่ไร้วิญญาณ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศให้มีความเติบโต คงแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะนักลงทุนที่ไหนจะอยากมาลงทุน เพราะฉะนั้นคนที่เกี่ยวข้องกับการทำลายเสถียรภาพทางการเมืองก็ควรเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบกับความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้น

 

ส่วนกรณีที่มีนิสิต นักศึกษา ของบางสถาบันเรียกร้องให้ถอดถอนชื่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนออกจากการเป็นอาจารย์พิเศษนั้น รังสิมันต์มองว่า เรื่องการตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวพันกับเรื่องการเมือง ไม่ใช่แค่เรื่องทางกฎหมาย ไม่เหมือนกับศาลอื่นๆ ต้องยอมรับว่าเรื่องในลักษณะนี้หรือเรื่องจริยธรรมเป็นสิ่งที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

 

แน่นอนว่าประชาชนจำนวนมากมองว่าพรรคก้าวไกลไม่ควรจะถูกยุบ เพราะการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีการแก้ไขมาก่อน และไม่มีอะไรที่เขียนว่าห้ามแก้ ซึ่งเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็ทำให้เกิดคำถามตามมา ยิ่งไปกว่านั้นการตัดสินมติ 9 ต่อ 0 ทำให้เกิดคำถามเรื่องความโปร่งใสในการตัดสิน เพราะหากเทียบกับการตัดสินอื่นๆ ยากมากที่จะหาฉันทมติแบบนี้ คงมีประชาชนส่วนหนึ่งที่รู้สึกว่าอยากจะทำอะไรที่สามารถทำได้ และเป็นภาพสะท้อนจากนิสิต นักศึกษา ที่ไปเข้าชื่อถอดถอน

 

ส่วนกรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า พรรคควรขอบคุณ รังสิมันต์หัวเราะก่อนจะกล่าวว่า เราคงขอบคุณไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรพูดคุยกันแบบจริงจังดีกว่า การใช้ประโยคแบบเยาะเย้ยถากถางเป็นการพูดที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพในอำนาจของประชาชนเลย และเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายในสังคมต้องให้ความสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเป็นองค์กรอะไรก็แล้วแต่ หรือจะมีที่มาอย่างไรตามรัฐธรรมนูญ แต่ตนอยากให้ทุกคนเคารพในอำนาจสูงสุดที่เป็นของประชาชน

 

“อย่างน้อยมีความเคารพกันบ้าง ผมเข้าใจเกมการเมือง ผมเข้าใจเรื่องความพยายามที่จะทำลายพรรคก้าวไกลจากฝ่ายต่างๆ แต่ผมยืนยันว่า ไม่ว่าท่านจะรู้สึกอย่างไร ไม่ว่าท่านจะชอบหรือไม่ชอบพรรคก้าวไกล แต่ช่วยเคารพอำนาจของประชาชนบ้าง อย่าให้การใช้นิติสงครามเป็นเรื่องปกติในสังคมเลย” รังสิมันต์กล่าว

The post รังสิมันต์ชี้ การยุบพรรคไม่ใช่เรื่องตลกที่จะพูดเล่นได้ คำพูดถากถางสะท้อนว่าไม่เคารพอำนาจประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกล่าวติดตลก “พรรคประชาชนต้องขอบคุณผม” ที่ยุบพรรค ทำให้ได้เงินบริจาคถึง 20 ล้าน https://thestandard.co/thai-judge-party-dissolution-comment/ Wed, 21 Aug 2024 05:26:45 +0000 https://thestandard.co/?p=973459 อุดม สิทธิวิรัชธรรม

วันนี้ (21 สิงหาคม) มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาป […]

The post ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกล่าวติดตลก “พรรคประชาชนต้องขอบคุณผม” ที่ยุบพรรค ทำให้ได้เงินบริจาคถึง 20 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อุดม สิทธิวิรัชธรรม

วันนี้ (21 สิงหาคม) มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีเนื้อหาประมาณ 3 นาที โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง และตั้งค่าการเข้าถึงแบบสาธารณะที่บุคคลทั่วไปรับชมได้

 

สำหรับเนื้อหาในคลิปวิดีโอดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่ง อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมการสัมมนาทางวิชาการในหัวข้อ ‘ศาลรัฐธรรมนูญกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560’ ภายใต้โครงการเสริมสร้างความรู้สู่ประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี 

 

สำหรับหัวข้อนี้ยังมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ศ.พิเศษ ดร.จิรนิติ หะวานนท์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี, กนกวรรณ จารุจารีต ประธานเขตพัฒนาชุมชนที่ 1, จตุรงค์ นิลอนันต์ ประธานเขตพัฒนาชุมชนที่ 2, ชาญณรงค์ พรหมใจดี ประธานเขตพัฒนาชุมชนที่ 3 และ วัชรินทร์ ทับทิมทอง ประธานเขตพัฒนาชุมชนที่ 4 ดำเนินรายการโดย รศ. ดร.อัคคกร ไชยพงษ์ ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพัฒนากระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

 

ช่วงหนึ่งของการสัมมนา อุดมกล่าวว่า พรรคประชาชนต้องขอบคุณตนเองที่ทำให้พรรคได้เงินบริจาคเพิ่ม โดยกล่าวว่า “เหมือนอย่างวันนี้ เขายังมีปัญหาอยู่ พรรคคุณไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อ คุณไปรับเงิน คุณออกในนามพรรคประชาชน ซึ่งคุณยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อโดยถูกต้อง ทำได้หรือไม่ในกรณีนี้ เขาบอก ผมใช้บัญชีเดิม เขาก็ต้องตรวจสอบ คุณใช้บัญชีเดิมของพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลจริงหรือเปล่า หรือคุณเปิดบัญชีใหม่ 

 

“จริงๆ ต้องขอบคุณผมนะ มีการยุบพรรคเขา เห็นไหมครับ เขาได้เงินตั้งกี่ล้านภายในสองวัน ถ้าไม่ยุบ เขาร้องไห้ฟรีเลยนะ ก่อนหน้านั้นเงินไม่มีนะ ต้องขอบคุณผมนะ ทำให้เขามีเงินเข้าไปตั้ง 20-30 ล้าน ใช่ไหม สมาชิกเก่าเข้าไปจดทะเบียน เป็นสมาชิกตามไปด้วย เห็นไหม ก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนตรงไหนเลย”

 

อุดมกล่าวด้วยว่า “ทุกวันนี้แล้วแต่มุมมอง คนเชียร์ก็เชียร์สุดใจขาดดิ้นโดยไม่ฟังคนอื่น ฟังสั้นๆ พอแล้ว รู้ว่าไม่ควรยุบ แต่ยุบเพราะอะไรไม่รู้ ไม่สนใจ ยุบปั๊บ อ้าว ไปเปิดพรรคใหม่ได้ ไม่ข้องใจแล้วหรือ 

 

“เมื่อวานร้องไห้อยู่ พรรคเราจะไปแล้ว อย่างนู้นอย่างนี้ โอ้ สองวันเลิก จากน้ำตาเป็นเสียงหัวเราะ ‘ยักไหล่แล้วไปต่อ’ เงิน 20 ล้าน” อุดมกล่าวติดตลกก่อนจะหัวเราะ

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง และมีมติโดยเสียงข้างมาก (8 ต่อ 1) วินิจฉัยให้ยุบพรรคผู้ถูกร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) และวรรคสอง โดยอุดมเป็นหนึ่งในตุลาการเสียงข้างมาก

 

ศาลรัฐธรรมนูญยังมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคผู้ถูกร้องที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2564 – 31 มกราคม 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการกระทำอันเป็นเหตุให้ยุบพรรคผู้ถูกร้องตามมาตรา 92 วรรคสอง มีกำหนดเวลาสิบปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคผู้ถูกร้อง

 

อ้างอิง: 

The post ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกล่าวติดตลก “พรรคประชาชนต้องขอบคุณผม” ที่ยุบพรรค ทำให้ได้เงินบริจาคถึง 20 ล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดมติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ 4 เศรษฐาขาดคุณสมบัติ หลุดตำแหน่งนายกฯ https://thestandard.co/5-4-srettha-pm-disqualification/ Wed, 14 Aug 2024 09:30:03 +0000 https://thestandard.co/?p=970921

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก (5 ต่อ 4) วินิจฉัยว่า […]

The post เปิดมติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ 4 เศรษฐาขาดคุณสมบัติ หลุดตำแหน่งนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก (5 ต่อ 4) วินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) เนื่องจากไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง อันมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (5)

 

เมื่อความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) แล้ว รัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) โดยให้ให้นำมาตรา 168 วรรคหนึ่ง (1) มาใช้บังคับกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งต่อไป

 

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 5 คน คือ ปัญญา อุดชาชน, อุดม สิทธิวิรัชธรรม, วิรุฬห์ แสงเทียน, จิรนิติ หะวานนท์ และบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ เห็นว่า ความเป็นรัฐมนตรีของเศรษฐา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบ มาตรา 160 (4) และ (5)

 

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 4 คน คือ นครินทร์ เมฆไตรรัตน์, นภดล เทพพิทักษ์, อุดม รัฐอมฤต และสุเมธ รอยกุลเจริญ เห็นว่า ความเป็นรัฐมนตรีของเศรษฐา นายกรัฐมนหรื ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5)

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เปิดมติตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 ต่อ 4 เศรษฐาขาดคุณสมบัติ หลุดตำแหน่งนายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สว. 67 : ศาลชี้กฎหมายว่าด้วยการเลือก สว. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่เสี่ยงเกิดความเสียหายร้ายแรง https://thestandard.co/senator-faultless-in-the-constitution-2567/ Wed, 05 Jun 2024 08:40:18 +0000 https://thestandard.co/?p=941509

วันนี้ (5 มิถุนายน) ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ศาลป […]

The post สว. 67 : ศาลชี้กฎหมายว่าด้วยการเลือก สว. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่เสี่ยงเกิดความเสียหายร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 มิถุนายน) ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาคดีที่ศาลปกครองกลางส่งคำโต้แย้งผู้ฟ้องคดี (วิเตือน งามปลั่ง) ในคดีหมายเลขดำที่ 899/2567 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 เรื่องการเลือก สว. หรือไม่ เนื่องจากไม่มีมาตรการป้องกันการฮั้วในการเลือก สว.

 

นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางยังส่งคำโต้แย้งของผู้ฟ้องคดีทั้งห้า ประกอบด้วย ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากจังหวัดนครศรีธรรมราช, จังหวัดสระบุรี, จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดราชบุรี ในคดีหมายเลขดำที่ 912/2567 เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา 212 ว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 36 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 เกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 เรื่องการเลือก สว. หรือไม่

 

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า เมื่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองคดีโต้แย้งพร้อมด้วยเหตุผลว่าบทบัญญัติดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีโดยมติเสียงข้างมาก (4 ต่อ 1) (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย คือ อุดม สิทธิวิรัชธรรม) มีคำสั่งรับคำร้องทั้งสองไว้พิจารณาว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามาตราดังกล่าว ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่

 

โดยผู้ฟ้องคดียื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งมาตรการ หรือวิธีการใดๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ายังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง

 

อีกทั้งหากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นว่าจะเกิดความเสียหายดังกล่าว ย่อมมีหน้าที่และอำนาจที่จะดำเนินการได้ตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่กำหนดมาตรการหรือวิธีการใดๆ เป็นการชั่วคราวก่อนการวินิจฉัย

 

ห้ามผู้บริหารท้องถิ่นลง สว. ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

 

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังพิจารณาวินิจฉัยคดีที่ศาลจังหวัดนครนายกส่งคำโต้แย้งของจำเลย ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (24) ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามว่าผู้ลงรับสมัคร สว. ต้องไม่เป็นผู้บริหารท้องถิ่น เว้นแต่ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับถึงวันรับสมัคร ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง เรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลหรือไม่

 

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 14 (24) ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง

The post สว. 67 : ศาลชี้กฎหมายว่าด้วยการเลือก สว. ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่เสี่ยงเกิดความเสียหายร้ายแรง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมพิจารณาคดีข้อบังคับการประชุมรัฐสภาขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ยันคดี ‘พิธา’ ทำตามหลักฐานของคดี ไม่ข้ามขั้นตอน https://thestandard.co/constitutional-court-trial-pita-case/ Tue, 25 Jul 2023 10:50:12 +0000 https://thestandard.co/?p=821983 วรวิทย์ กังศศิเทียม

วันนี้ (25 กรกฎาคม) วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรร […]

The post ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมพิจารณาคดีข้อบังคับการประชุมรัฐสภาขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ยันคดี ‘พิธา’ ทำตามหลักฐานของคดี ไม่ข้ามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
วรวิทย์ กังศศิเทียม

วันนี้ (25 กรกฎาคม) วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่มีการดำเนินคดีกับพรรคก้าวไกล ในเรื่องการล้มล้างการปกครอง คดีการครอบครองหุ้นสื่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล รวมถึงคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า มติของที่ประชุมรัฐสภาในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีซ้ำเป็นญัตติขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น คดีไหนจะนำมาพิจารณาก่อน

 

โดยวรวิทย์ระบุว่า ในเรื่องกระบวนการผู้ตรวจการแผ่นดินเพิ่งส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์เข้ามา เจ้าหน้าที่รับแล้ว อยู่ในกระบวนการที่เจ้าหน้าที่ต้องพิจารณาภายใน 2 วัน และจะเสนอตุลาการคณะเล็กพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับ ซึ่งคณะตุลาการคณะเล็กพิจารณาไปเลยก็ได้หรือจะเสนอเข้าสู่คณะใหญ่ก็ได้ภายใน 7 วัน ซึ่งเราต้องทำตามขั้นตอน

 

“ศาลรัฐธรรมนูญจะพูดอะไรก็กลัวกระสุนตก จะพิจารณาเดี๋ยวก็หาว่าจะช่วยใครหรือไม่ พิจารณาช้าก็หาว่าดึงเรื่อง เพราะฉะนั้นก็เดินตามกติกาของกฎหมายที่เขียนไว้ คงไม่เร็วกว่านี้และไม่ช้ากว่านี้” วรวิทย์กล่าว

 

ด้าน อุดม สิทธิวิรัชธรรม ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแต่ละคดีซึ่งไม่สามารถกำหนดได้ ขึ้นอยู่กับประเด็นและขอเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ละประเด็นไม่เหมือนกัน ถ้าคดีที่ตกจะจบเร็ว แต่ถ้าเป็นเรื่องข้อเท็จจริงจะต้องไต่สวนและมีรายละเอียดจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าจะหยิบเรื่องไหนขึ้นมาทำก่อน ขึ้นอยู่กับสำนักงานว่าเรื่องไหนพร้อมก่อนก็นำหยิบขึ้นมาพิจารณาก่อน ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ แต่กระบวนการตรวจสอบก็ดำเนินการต่อเนื่องทุกกรณี

The post ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมพิจารณาคดีข้อบังคับการประชุมรัฐสภาขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ยันคดี ‘พิธา’ ทำตามหลักฐานของคดี ไม่ข้ามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>