อาหารฝรั่งเศส Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อาหารฝรั่งเศส/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 02 Jul 2026 09:39:16 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสสุดล้ำใจกลางศาลาแดง กับคอนเซปต์ ‘Dine in the Kitchen’ https://thestandard.co/life/cuisine-saladaeng-dine-kitchen/ Wed, 01 Jul 2026 13:12:41 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1225720 ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร้านอาหารทั่วโลกเริ่มขยับจากการซ่ […]

The post CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสสุดล้ำใจกลางศาลาแดง กับคอนเซปต์ ‘Dine in the Kitchen’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร้านอาหารทั่วโลกเริ่มขยับจากการซ่อนครัวไว้หลังประตู สู่การเปิดพื้นที่ให้คนได้เห็นทุกขั้นตอนในหนึ่งจาน เพราะสิ่งที่สร้างคุณค่าไม่ได้อยู่ที่การเก็บสูตรลับอีกต่อไป แต่อยู่ที่ฝีมือ ความจริงใจ และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

CUISINE ร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์บิสโทรและไวน์บาร์แห่งใหม่บนชั้น 3 ของอาคารย่านศาลาแดง จึงตีความแนวคิดนี้ออกมาอย่างชัดเจน ผ่านคอนเซปต์ Nothing to Hide ที่ไม่ได้หมายถึงครัวเปิดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการเปิดเผยสูตรอาหาร วิธีปรุง และรายละเอียดของแต่ละจานในเมนู ให้ทุกคนได้อ่านราวกับกำลังเปิดตำรา ก่อนตัดสินใจสั่งอาหาร

 

ร้านนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ Morgan Danie กับ Franck Le Bayon เชฟและเจ้าของร้านผู้อยู่เบื้องหลัง iODE, Scuba และ Kras ที่อยากเปลี่ยนการกินอาหารนอกบ้านจากการนั่งรอเสิร์ฟ ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ทุกคนรู้สึกเหมือนได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมครัว จึงออกแบบพื้นที่ให้สเตชันทำอาหารโอบล้อมโต๊ะอาหารไว้ตรงกลาง พร้อมเปิดให้เห็นทุกขั้นตอน ตั้งแต่เตรียมวัตถุดิบ ปรุงอาหาร ไปจนถึงสเตชันล้างจาน โดยไม่มีฉากกั้นระหว่างเชฟกับคนกิน

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 1ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 2

 

เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่า การเลือกเปิดร้านในซอยศาลาแดงเกิดจากการมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ซึ่งเชื่อมต่อทั้งสีลมและสาทร สะดวกสำหรับคนทำงานและฟู้ดดี้ที่มองหาร้านบิสโทรคุณภาพดีในบรรยากาศสบายๆ ซึ่งยังมีไม่มากนักในละแวกนี้

 

แถมในอนาคต CUISINE ยังเตรียมต่อยอดพื้นที่ชั้นล่างของอาคารให้กลายเป็นคาเฟ่ที่เข้าถึงง่ายขึ้น เสิร์ฟแซนด์วิช กาแฟสเปเชียลตี้ น้ำผลไม้สกัด และคราฟต์เบียร์ ขณะที่ชั้น 3 จะยังคงเป็นพื้นที่สำหรับมื้อค่ำที่เต็มไปด้วยไวน์ และอาหารเหมือนเดิม

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 3ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 4ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 5ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 6

 

The Vibe

 

แม้ร้านจะใช้สเตนเลสเป็นวัสดุหลักจนชวนให้นึกถึงห้องทดลองแบบหนังไซไฟ แต่เมื่อเดินเข้ามากลับให้ความรู้สึกอบอุ่นกว่าที่คิด โต๊ะอาหารถูกจัดวางไว้กลางครัว รายล้อมด้วยเชฟที่กำลังทำงาน เสียงกระทะ เสียงพูดคุย และจังหวะการเสิร์ฟทำให้บรรยากาศมีชีวิตชีวา ราวกับกำลังนั่งอยู่ใน Kitchen Party มากกว่าร้านอาหารแบบดั้งเดิม

 

ร้านยังจัดแสงไฟสลัวช่วยเพิ่มความเป็นกันเอง ทำให้ร้านเหมาะทั้งสำหรับการนัดเพื่อนมาแชร์อาหารหลายจาน หรือจะเลือกเป็นร้านเดตในค่ำคืนสบายๆ ก็ให้บรรยากาศที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 7ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 8ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 9

 

The Taste

 

เมนูอาหารของ CUISINE เป็นแบบฝรั่งเศสสไตล์บิสโทรที่ตีความใหม่ให้ร่วมสมัย เน้นเมนูสำหรับแชร์และรสชาติที่เข้าถึงง่าย แต่ยังคงรายละเอียดในการปรุงแบบฝรั่งเศสไว้อย่างครบถ้วน ส่วนใครที่ชื่นชอบเมนูจากร้านอย่าง iODE หรือ Scuba น่าจะคุ้นเคยกับแนวทางอาหารได้ไม่ยาก

 

เปิดต่อมรับรสกับจานแรกอย่าง Oyster ‘Kys’ (420 บาท) หอยนางรมเสิร์ฟสดๆ แบบ Shucked to Order เชฟชูรสชาติอันละเอียดอ่อนด้วยน้ำส้มสายชูดอกดาวเรือง ที่หมักจากกลีบดอกดาวเรืองสดกับไวน์ขาว น้ำส้มสายชูและน้ำตาล เติมมิติความเปรี้ยวด้วยมะนาวคาเวียร์ และตัดเลเยอร์สุดท้ายด้วยน้ำมันทาร์รากอน เป็นจานที่สดชื่นและมีกลิ่นสมุนไพร

 

Chutoro (790 บาท) เมนูไฮไลต์ในหมวดจานเย็นที่สร้างความตื่นเต้นได้ดีมากๆ เชฟใช้เนื้อส่วนชูโทโร่สดพรีเมียม แล่มาในความหนาที่พอเหมาะ ท็อปด้านบนด้วยอูนิมารุฮิเดะสายพันธุ์บาฟุน เพิ่มความครีมมี่และกลิ่นอายทะเล มีซอสพิตาชิโอวาซาบิมายองเนสที่ให้ความหอมมันของถั่วคู่กับความฉุนขึ้นจมูกบางเบา ตัดมิติรสชาติด้วยความอูมามิเข้มข้นของซอสมีทจูส์และน้ำมันเนยสีน้ำตาล เป็นความขัดแย้งของรสชาติฝั่งทะเลและฝั่งบกที่เบลนด์เข้ากันได้อย่างนุ่มนวล

 

ตามด้วย Scallop (580 บาท) หอยเชลล์ฮอกไกโดสดเนื้อหวานสไลซ์บางขนาด วางเลเยอร์สลับกับหน่อไม้ฝรั่งขาว ที่มีทั้งแบบสดฝานบางและแบบหมักแลคโตเฟอร์เมนต์เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสและกรดที่ต่างกัน รองฐานด้วยซอสนาจตะไคร้ที่เคี่ยวเคียงกับหอมแดง กระเทียม ขิง ไวน์ขาว และน้ำสต็อกปลา ก่อนสเปรย์ปิดท้ายด้วยน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและเกลือเกล็ด

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 10ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 11ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 12

 

เริ่มเข้าจานหลัก Flatbread Pissaladiere (460 บาท) แฟลตเบรดอบร้อนจนขอบกรอบ ท็อปด้านบนด้วยหอมใหญ่คาราเมไลซ์ที่ผ่านการเคี่ยวอย่างช้าๆ นานเกือบชั่วโมงจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองหวานฉ่ำ ตัดรสเค็มมันนัวอย่างรุนแรงด้วยเนื้อปลาแองโชวีกองตาเบรีย มะกอกดำฉีก และน้ำมันเนยสีน้ำตาล ที่มีเสน่ห์สไตล์บิสโทรฝรั่งเศสตอนใต้

 

กุ้งลายเสือไซส์ใหญ่ 2 ตัว Tiger Prawn x2 (630 บาท) นำมาผ่าหลังรักษากระดองเพื่อเก็บรักษารสชาติ นำไปย่างไฟจนเนื้อเด้งกรอบพอดิบพอดี แล้วราดซอสเนยสีน้ำตาลเสาวรส ที่ผสมเนื้อและน้ำเสาวรสสดเข้ากับเนยจืด น้ำผึ้ง และน้ำมะนาว ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานตัดความหอมมันของเนยสีน้ำตาล เสิร์ฟพร้อมเลมอนย่างไฟชาร์โคล

 

จานนี้ค่อนข้างว้าวทีเดียว Chicken (620 บาท) นำเนื้อไก่ครึ่งตัวที่ผ่านการบ่มน้ำเกลือร่วมกับเครื่องเทศ ใบอ่าว กระเทียม หอมใหญ่ เลมอน ไลม์ และส้ม นาน 15 ชั่วโมง นำไปรมควันและย่างจนหนังกรอบแต่เนื้อข้างในยังฉ่ำ เคลือบด้วยซอสเทพาเช่รีดักชัน ที่เคี่ยวจากสับปะรดและน้ำตาลทรายแดงจนข้นหนืด เสิร์ฟคู่กับมัสตาร์ดซอสรสละมุนเข้มข้น และพริกจาลาปิโนหมัก

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 13ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 14ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 15

 

พอกำลังจะเริ่มอิ่มเชฟก็เสิร์ฟของหวานมาต่อเลย Chou “Snickers” (350 บาท) อบมาใหม่จนเนื้อฟูเบา สอดไส้พีนัทบัตเตอร์ครีมที่ตีจากครีมชีสและพีนัทบัตเตอร์จนเนียนแน่น สปูนด้วยคาราเมลพีนัทกรุบกรอบรสเข้มข้น ซ่อนไอศกรีมวานิลลาไว้ด้านใน ก่อนจะราดซอสช็อกโกแลตเข้มข้นรสชาติหวานมัน เข้มข้นสะใจ

 

ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 16ภาพบรรยากาศภายในร้าน CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสย่านศาลาแดง ที่มีโต๊ะอาหารตั้งอยู่กลางครัว 17

 

นอกจากอาหารแล้ว ไวน์ยังเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของร้าน กับลิสต์กว่า 100 เลเบลที่คัดเลือกมาเพื่อการจับคู่รสชาติอย่างตั้งใจ เสริมให้ทุกค่ำคืนเต็มไปด้วยบทสนทนาและการแชร์อาหารบนโต๊ะ มากกว่าจะเป็นการนั่งกินมื้อค่ำแบบเงียบๆ

 

Good for

 

ถ้าคุณกำลังมองหาร้านสำหรับนั่งยาวในค่ำคืนที่ไม่เร่งรีบ CUISINE คืออีกหนึ่งร้านใหม่ของย่านศาลาแดงที่ควรแวะมา ด้วยบรรยากาศไวน์บาร์ที่มีชีวิตชีวา อาหารฝรั่งเศสที่กินง่าย เหมาะกับการแชร์ และคอนเซปต์ที่ทำให้ทุกคนได้สัมผัส เหมาะทั้งสำหรับสายฟู้ดดี้ คนที่หาร้านเดต หรือมาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน

 

CUISINE BKK

 

Address: ถนนศาลาแดง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ

Open: ร้านเปิดวันจันทร์-วันพฤหัสบดี 17.30-23.00 น. และวันศุกร์-วันเสาร์ 17.30-01.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

Parking: มีบริการ Valet Parking

Booking: https://cuisinebkk.com/

Instagram: cuisine.bkk 

Budget: 700-2,500 บาทต่อคน

Map: https://maps.app.goo.gl/Nvzkv2a5EYa2euMw8

 

The post CUISINE บิสโทรฝรั่งเศสสุดล้ำใจกลางศาลาแดง กับคอนเซปต์ ‘Dine in the Kitchen’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คุยกับ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นเอกลักษณ์ด้านวัตถุดิบและฤดูกาล https://thestandard.co/life/duet-by-david-toutain-new-menu/ Wed, 01 Apr 2026 03:00:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1192881 ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล

กว่า 1 ปีแล้วที่ยอดเชฟอย่าง David Toutain (เดวิด ทูแทง) […]

The post คุยกับ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นเอกลักษณ์ด้านวัตถุดิบและฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล

กว่า 1 ปีแล้วที่ยอดเชฟอย่าง David Toutain (เดวิด ทูแทง) เปิดร้านอาหารฝรั่งเศสในรูปแบบของเขาเอง บนพื้นที่ชั้น 7 ของโรงแรมเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ (The Ritz-Carlton, Bangkok) 

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 1

 

THE STANDARD LIFE ได้พูดคุยกับเจ้าของ 2 ดาวมิชลินอย่างเชฟ David Toutain ที่บินตรงมาให้สัมภาษณ์ที่ประเทศไทย รวมถึงเชฟ Valentin Fouache (วาลองแตง ฟูอาช) ผู้ที่รับผิดชอบครัวและเมนูอาหารของ Duet by David Toutain ที่จะมาเล่าเบื้องหลังและปรัชญาอาหารที่รังสรรค์โดยใช้ “วัตถุดิบ” เป็นศูนย์กลาง

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 2

 

Duet by David Toutain ร้านอาหารที่เริ่มต้นจากวัตถุดิบ

 

ก่อนอื่นเรามาเริ่มจากตัวร้าน Duet by David Toutain กันก่อน โดยแนวคิดของร้านเริ่มต้นจากการมองว่าวัตถุดิบในแต่ละฤดูกาลคืออะไร วัตถุดิบตัวไหนอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุด และจากจุดเริ่มต้นนั้น แนวคิดของอาหาร เมนู และประสบการณ์ของร้านจึงค่อย ๆ ถูกพัฒนาขึ้นตามมา

 

เชฟ David Toutain

เชฟ David Toutain

 

Duet by David Toutain เป็นร้านอาหารที่สร้างตัวตนขึ้นจากปรัชญาเรื่องวัตถุดิบเป็นศูนย์กลาง โดยมีรากฐานจากอาหารฝรั่งเศสแบบคลาสสิก แต่ถูกตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัยของเชฟ David Toutain และเชฟ Valentin Fouache ซึ่งทำงานร่วมกันในการพัฒนาเมนูและประสบการณ์ของร้านอย่างต่อเนื่อง

 

เชฟ Valentin Fouache

เชฟ Valentin Fouache

 

เด็กที่โตในฟาร์มอยากเป็นชาวไร่ก่อนหันเหสู่การเป็นเชฟ

 

ย้อนกลับในวัยเด็กของเจ้าของร้าน Duet by David Toutain เส้นทางของ David Toutain เริ่มต้นในฟาร์มทางตอนเหนือของฝรั่งเศสในแคว้นนอร์มังดี ที่ซึ่งเขาเติบโตขึ้นท่ามกลางพืชผัก ผลผลิต และอาหารที่คุณย่าทำให้ครอบครัวกินทุกวันโดยวัตถุดิบตามฤดูกาล ทั้งนมสดจากฟาร์ม ผักจากสวนหลังบ้าน และอาหารที่ปรุงจากสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้ในช่วงเวลานั้น

 

“ตอนเด็ก ๆ ผมไม่ได้คิดว่าสิ่งเหล่านี้คือแรงบันดาลใจ มันเป็นแค่ชีวิตประจำวันของผม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความทรงจำเกี่ยวกับรสชาติและวัตถุดิบเหล่านั้นค่อย ๆ กลับมา และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่ผมทำอาหารในวันนี้” David กล่าว

 

ในวัยเด็ก David อยากเป็นชาวไร่ อยากทำงานกับธรรมชาติและวัตถุดิบ แต่เส้นทางชีวิตพาเขาเข้าสู่โรงเรียนสอนทำอาหาร แม้ช่วงแรกจะไม่ได้ชอบทำอาหาร แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อได้เข้าครัวจริง ๆ บรรยากาศ การทำงานเป็นทีม ระบบ และพลังในครัว ทำให้เขารู้ว่านี่คือโลกที่ต้องการ

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 5

 

“สิ่งที่ทำให้ผมอยากเป็นเชฟ ไม่ใช่แค่เรื่องการทำอาหาร แต่เป็นพลังของครัว การทำงานร่วมกัน และบรรยากาศของการทำงานในครัว มันเป็นโลกที่ผมอยากอยู่”

 

David ได้ทำงานกับเชฟระดับโลกหลายคนในหลายประเทศ ซึ่งแต่ละที่ก็สอนเขาคนละเรื่อง ประสบการณ์เหล่านั้นค่อยๆ หล่อหลอมให้เกิดเป็นแนวคิดด้านอาหารของเขาในปัจจุบัน ทั้งเรื่องผัก วัตถุดิบจากธรรมชาติ พืชป่า เทคนิค ความคิดสร้างสรรค์ การบริหารทีม และระบบร้านอาหาร

 

แนวคิดการใช้วัตถุดิบเป็นศูนย์กลางและเลือกสรรตามฤดูกาล

 

สำหรับ David แล้ว การทำอาหารของเขาเริ่มต้นจากวัตถุดิบ โดยหน้าที่ของเชฟคือการทำให้วัตถุดิบนั้นกลายเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวมันเอง

 

แนวคิดเรื่องวัตถุดิบจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับฤดูกาล เพราะธรรมชาติจะให้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในช่วงเวลาที่เหมาะสม ฤดูกาลไม่เพียงกำหนดวัตถุดิบ แต่ยังกำหนดแรงบันดาลใจของเชฟ และทำให้เมนูของร้านเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 6

 

“สมัยเด็ก คุณย่าของผมใช้วัตถุดิบที่ดีมาก เป็นวัตถุดิบตามฤดูกาลจริง ๆ และเป็นวัตถุดิบที่มีทั้งรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ยอดเยี่ยม ผมยังจำได้ว่าบางครั้งผมเดินเข้าไปในสวนกับเธอ เพื่อไปเก็บผักขึ้นมาจากแปลงโดยตรง”

 

“มันเป็นเรื่องธรรมชาติ เหมือนการหายใจ ธรรมชาติให้วัตถุดิบที่เหมาะสมกับช่วงเวลานั้น ในฤดูใบไม้ผลิ คุณใช้หน่อไม้ฝรั่ง ในฤดูร้อน คุณใช้มะเขือเทศ ในฤดูหนาว คุณใช้วัตถุดิบอีกแบบหนึ่ง ธรรมชาติให้วัตถุดิบที่ดีที่สุดในช่วงเวลาที่มันควรจะเป็น ฤดูกาลคือแหล่งแรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุด เพราะธรรมชาติจะบอกคุณเองว่าควรทำอาหารอะไรในช่วงเวลานั้น”

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 7

 

ในขณะเดียวกัน อาหารของเขายังมีรากฐานจากอาหารฝรั่งเศสแบบคลาสสิก ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องซอส การปรุงรส การควบคุมไฟ หรือโครงสร้างของจานอาหาร สำหรับ David การจะทำอาหารแบบร่วมสมัยได้ คุณต้องมีพื้นฐานคลาสสิกที่แข็งแรงก่อน เหมือนต้นไม้ที่ต้องมีรากที่แข็งแรงก่อนจึงจะเติบโตไปในทิศทางใหม่ได้

 

ปรัญชาการรังสรรค์เมนูของ David Toutain

 

จุดตั้งต้นของ David คือวัตถุดิบและฤดูกาล ขั้นต่อมาคือการนำแนวคิดเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นจานอาหารจริง ซึ่งสำหรับทีมของ Duet by David Toutain การสร้างเมนูไม่ใช่กระบวนการที่เกิดขึ้นในวันเดียว แต่เป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ พัฒนา ผ่านการทดลอง การพูดคุย และการปรับรายละเอียดของจานซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

David Toutain อธิบายว่าการพัฒนาเมนูอาหารเป็นกระบวนการต่อเนื่อง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในคราวเดียว ร้านอาหารและเมนูจึงต้องพัฒนาและเติบโตอยู่เสมอ

 

“เราพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดหนึ่งปีที่เปิดร้าน ได้เรียนรู้จากลูกค้า ทีมงาน วัตถุดิบ และซัพพลายเออร์ จึงค่อย ๆ ปรับปรุงเมนูใหม่ทีละขั้นตอน ร้านอาหารก็เหมือนสิ่งมีชีวิตที่เติบโตและดีขึ้นเรื่อย ๆ”

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 8

 

กระบวนการทำงานระหว่าง David Toutain และ Valentin Fouache จึงเป็นการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง แม้ David จะอยู่ที่ปารีส แต่ทั้งสองคนสื่อสารกันตลอดเกี่ยวกับรสชาติ วัตถุดิบ และแนวคิดของจานอาหาร พวกเขาพูดคุยกันว่าเมนูควรพัฒนาไปในทิศทางไหน ควรเพิ่มอะไร ควรลดอะไร หรือควรปรับสมดุลของจานอย่างไร

 

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรามีปรัชญาร่วมกัน เราเข้าใจว่าเรากำลังพยายามสร้างประสบการณ์แบบไหนให้กับแขก และเราอยากให้อาหารของร้านสื่อสารอะไรออกไป David จะวางปรัชญาและทิศทางหลักของอาหาร จากนั้นหน้าที่ของเราคือการนำแนวคิดเหล่านั้นมาพัฒนาต่อ และตีความมันออกมาเป็นจานอาหารจริง” Valentin กล่าว 

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 9

 

การสร้างสรรค์จานอาหารต้องอาศัยประสบการณ์ การทำงานเป็นทีม และความเข้าใจในวัตถุดิบอย่างลึกซึ้ง โดยคำนึงถึงรสชาติ เนื้อสัมผัส อุณหภูมิ ซอส โครงสร้าง และความสมดุลขององค์ประกอบทั้งหมด

 

David อธิบายว่าเชฟมากประสบการณ์จะมี “ห้องสมุดรสชาติ” ในหัว เมื่อเห็นวัตถุดิบ จะเชื่อมโยงทันทีว่าควรจับคู่กับอะไร ปรุงแบบไหน และสร้างจานอาหารออกมาอย่างไร

 

“เมื่อคุณทำอาหารมานานพอ คุณจะมีเหมือนห้องสมุดของรสชาติอยู่ในหัว เมื่อคุณเห็นวัตถุดิบหนึ่งอย่าง คุณจะเริ่มเชื่อมโยงทันทีว่ามันเข้ากับอะไรได้บ้าง และควรปรุงอย่างไร”

 

เปิดตัวเมนูใหม่ “Signature Menu” และ “Discovery Menu

 

นอกจาก THE STANDARD LIFE จะได้สัมภาษณ์กับ 2 เชฟคนเก่งของ Duet by David Toutain แล้ว ยังได้รับข่าวดีกับ 2 เมนูใหม่อย่าง “Signature Menu” และ “Discovery Menu” ที่รังสรรค์โดย David Toutain และ Valentin Fouache 

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 10

 

Signature Menu เปรียบเหมือนการถ่ายทอดตัวตนของร้านอย่างเต็มรูปแบบ เป็นการรวบรวมเมนูซิกเนเจอร์ของร้านและวัตถุดิบตามฤดูกาลที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น นำเสนอเป็นการเดินทางของรสชาติที่สะท้อนทั้งแนวคิดของ David Toutain และการตีความของทีมครัวในกรุงเทพฯ โดยมี 3 เมนูหลักที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทน

 

“Alaskan King Crab” เสิร์ฟคู่กับคาเวียร์ Shadi Schrenki เมนูนี้โดดเด่นด้วยไข่มุกที่ให้สัมผัสของครีมสดและความเค็มแบบทะเล พร้อมกลิ่นวานิลลาและมะกรูดอ่อน ๆ ที่เข้ามาช่วยสร้างสมดุลของรสชาติได้อย่างลงตัว

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 11

 

“Brittany Blue Lobster” เป็นเมนูเด่นที่มีมาตั้งแต่เปิดให้บริการ โดยเสิร์ฟคู่กับ Épicéa หรือสนสปรูซที่ถูกตีความให้มีกลิ่นรสคล้ายซิตรัส ให้กลิ่นอายของผิวมะนาวและเรซินบางเบา เพิ่มมิติด้วยซอส Homardine Sabayon และความสดชื่นของผักตระกูล Brassica

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 12

 

“Normandy Scallop” หอยเชลล์จากนอร์มังดีย่างบนถ่านอย่างพิถีพิถันจนเนื้อนุ่ม เสิร์ฟเคียงกับดอกกะหล่ำและซอส X.O. ที่เคี่ยวจากวัตถุดิบทะเลแห้งอย่างช้าๆ จนได้รสชาติที่ลุ่มลึก ปิดท้ายรสสัมผัสที่สมบูรณ์แบบด้วยไวน์เหลือง (Vin Jaune) จากแคว้นจูรา ประเทศฝรั่งเศส

 

ขณะที่ Discovery Menu เป็นเมนูอาหารที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน สะท้อนแรงบันดาลใจของเชฟ พร้อมคงเอกลักษณ์ในการคัดสรรวัตถุดิบเป็นหลัก มอบประสบการณ์ที่กระชับยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความประณีต เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสแนวคิดของห้องอาหารในรูปแบบที่เบาสบายกว่าเดิม

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 13

 

นอกจากมื้ออาหารที่น่าประทับใจแล้ว แขกผู้มาเยือนจะได้รับประสบการณ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย Provenance cards ที่วางอยู่บนโต๊ะ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของวัตถุดิบในแต่ละจาน ทำให้ทุกคอร์สไม่ใช่แค่การรับประทาน แต่เป็นการเดินทางแห่งการค้นพบที่เริ่มต้นจากผู้ผลิต จนกระทั่งมาถึงจานอาหารตรงหน้า

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 14

 

Valentin Fouache กล่าวว่า เมนูใหม่ของร้านไม่ได้เริ่มต้นจากการคิดเมนูใหม่ทั้งหมด แต่เริ่มจากการมองย้อนกลับไปยังจานที่แขกชื่นชอบ แล้วนำจานเหล่านั้นกลับมาพัฒนาให้ลึกขึ้น เพิ่มรายละเอียด และยกระดับจานให้สมบูรณ์มากขึ้น

 

“เราไม่ได้เริ่มจากการสร้างเมนูใหม่ทั้งหมด แต่เราเริ่มจากจานที่คนชอบ แล้วกลับไปทำงานกับจานเหล่านั้นให้ลึกขึ้น เพิ่มมิติของรสชาติ และทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์มากขึ้นกว่าเดิม”

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 15ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 16

 

“จานหนึ่งที่ผมรักมากคือ Pâté en Croûte เพราะสำหรับคนฝรั่งเศสแล้ว นี่เป็นอาหารที่มีรากและมีประเพณีอยู่ในตัวสูงมาก มันเป็นจานที่มีความคลาสสิกมาก ๆ แต่สิ่งที่เราทำคือเราเอาความดั้งเดิมนั้นมาทำงานใหม่ในแบบของเรา และทำให้มันยังน่าสนใจอยู่ในบริบทร่วมสมัย สำหรับผมแล้วมันเป็นจานที่ดีมากจริง ๆ”

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 17

 

ประสบการณ์ที่สมบูรณ์ใน Duet by David Toutain

 

แม้อาหารจะเป็นหัวใจของร้าน แต่สำหรับทีมของ Duet by David Toutain แล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้อาหารคือประสบการณ์ทั้งหมดของแขกที่เข้ามาในร้าน ตั้งแต่บรรยากาศ การบริการ ไวน์ ไปจนถึงจังหวะของการเสิร์ฟอาหาร ทุกองค์ประกอบควรทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่สมบูรณ์

 

Valentin Fouache ใช้คำว่า Pleasure หรือความสุขในการอธิบายสิ่งที่ร้านต้องการมอบให้กับแขก เพราะท้ายที่สุดแล้ว ร้านอาหารไม่ควรเป็นสถานที่ที่คนมากินอาหารอย่างเดียว แต่ควรเป็นสถานที่ที่ทำให้คนรู้สึกดี และมีความสุขกับช่วงเวลาที่อยู่ตรงนั้น

 

“ร้านอาหารไม่ควรเป็นแค่สถานที่ที่คนมากินแล้วกลับ แต่ควรเป็นสถานที่ที่ทำให้คนรู้สึกดี รู้สึกสบายใจ และมีความสุขกับช่วงเวลาที่อยู่ตรงนั้น”

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 18

 

“ผมอยากชวนให้ทุกคนมาลองสัมผัสประสบการณ์ที่ Duet by David Toutain ด้วยตัวเอง เราดูแลแขกอย่างใส่ใจในทุกมิติ ทั้งอาหาร ไวน์ และบริการ เพื่อมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ เป้าหมายของเราคือการทำให้ทุกคนรู้สึกดี สบายใจ และมีความสุขกับช่วงเวลาที่อยู่กับเรา ทีมงานและผมพร้อมต้อนรับและดูแลทุกคนเสมอ” Valentin Fouache กล่าว

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 19

 

ในขณะเดียวกัน David Toutain ก็เชื่อว่า แม้ในครัวจะใช้เทคนิคและกระบวนการที่ซับซ้อนมากเพียงใด แต่แขกไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดเหล่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้สึกของแขกเมื่อได้กินอาหาร

 

“ในครัวเราใช้เทคนิคเยอะมาก แต่เราไม่อยากให้แขกคิดถึงเทคนิค เราอยากให้เขานั่งลง กิน แล้วมีความสุข ถ้าเขามีความสุข นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเรา” David Toutain กล่าว

 

ภาพ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นวัตถุดิบและฤดูกาล 20

 

สำหรับผู้ที่อยากมาสัมผัส 2 เมนูใหม่จาก Duet by David Toutain

 

Signature Menu ราคา 5,800 บาทต่อท่าน

  • เพิ่ม 3,200 บาท สำหรับ Alcohol Pairing หรือ 1,600 บาท สำหรับ Zero Proof Pairing (ราคาทั้งหมดเป็นสกุลเงินบาท และยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

 

Discovery Menu ราคา 4,500 บาทต่อท่าน

  • เพิ่ม 2,600 บาท สำหรับ Alcohol Pairing หรือ 1,200 บาท สำหรับ Zero Proof Pairing (ราคาทั้งหมดเป็นสกุลเงินบาท และยังไม่รวมค่าบริการ 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)

 

Duet by David Toutain

 

Address: ชั้น 7 โรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok

Open: ทุกวัน 17.30-22.00 น.

Dress Code: Smart Casual

The post คุยกับ 2 ยอดเชฟจากร้าน Duet by David Toutain กับ 2 เมนูใหม่ที่เน้นเอกลักษณ์ด้านวัตถุดิบและฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
การเดินทางบทแรกของ ‘Talayjai Dining’ เมื่อซีฟู้ดไทยถูกเล่าใหม่ในมุมมองแบบฝรั่งเศส https://thestandard.co/life/talayjai-dining-thai-french-seafood/ Thu, 26 Mar 2026 10:18:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1191722 จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael

เราเชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับเสน่ห์และรสชาติของ ‘ซีฟู้ดไ […]

The post การเดินทางบทแรกของ ‘Talayjai Dining’ เมื่อซีฟู้ดไทยถูกเล่าใหม่ในมุมมองแบบฝรั่งเศส appeared first on THE STANDARD.

]]>
จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael

เราเชื่อว่าทุกคนคงคุ้นเคยกับเสน่ห์และรสชาติของ ‘ซีฟู้ดไทย’ กันเป็นอย่างดี เพราะเป็นรสชาติที่ถูกปากและแทบจะอยู่ในทุกมื้อพิเศษของบ้านเรา

 

‘Talayjai Dining’ ร้านอาหารน้องใหม่ในสไตล์ Casual Dining ของเชฟคนเก่งอย่าง ‘เชฟเจมส์’ เจมมี่เจมส์ (ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ) ได้หยิบเอาวัตถุดิบโลคัลบ้านเราที่คุ้นเคยกันดีนี้มาเล่าใหม่ โดยจับมือกับ ‘เชฟ Rafael Garcia’ จาก SCUBA รังสรรค์เซ็ตเมนูสุดพิเศษ เบลนด์ความเป็นฝรั่งเศสคลาสสิกได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นอีกหนึ่งมื้อที่น่าจดจำ

 

ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นโปรเจกต์ใหญ่ ‘6 Chefs, 6 Countries’ ที่ทางร้านตั้งใจเชิญเชฟจาก 6 ประเทศ มาร่วมโชว์ฝีมือกันตลอดทั้งปี เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เราได้สัมผัสรสชาติของซีฟู้ดไทยจากครัวทั่วโลก

 

จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 1จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 2จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 3จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 4

 

ในเซ็ตเมนูพิเศษนี้ประกอบไปด้วย 2 Starters และ 2 Main Courses ที่ออกแบบมาให้กินง่ายแต่ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะคนไทยหรือคนต่างชาติก็สามารถเข้าใจเรื่องราวและมิติของรสชาติในแต่ละเมนูได้ 

เริ่มกันที่ ‘Escargots Hoi Whan (350 บาท)’ เมนูที่หยิบเอาหอยหวานของบ้านเรามาอบคลุกเคล้ากับเนยกระเทียม เสิร์ฟมาในเปลือกหอยทำให้คงกิมมิคความคลาสสิกแบบฝรั่งเศสเอาไว้ได้ครบ เมื่อกินเข้าไปคำแรกก็หอมกลิ่นเนยกระเทียมชัดเจนมาก แถมได้เท็กซ์เจอร์ความกรอบเบาๆ จากเกล็ดขนมปังมาช่วยเพิ่มความสนุกในการเคี้ยว ยิ่งถ้าบีบเลมอนลงไปสักนิด ความเปรี้ยวจะช่วยเสริมรสชาติให้กลมกล่อมและตัดเลี่ยนได้ดีมากๆ

 

จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 5จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 6

 

ตามมาด้วย ‘Somtum Niçoise (350 บาท)’ เมนูนี้เป็นการทวิสต์สลัดนิซัวส์ของฝรั่งเศสให้เข้ากับส้มตำแบบไทยๆ โดยมีพระเอกคือท้องปลาทูน่าเนื้อแน่น เสิร์ฟมาพร้อมผักคอส เส้นมะละกอกรอบๆ มะกอก แองโชวี่ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ก่อนจะราดด้วยเดรสซิ่งน้ำยำส้มตำไทย กินแล้วได้ความหวานนำอมเปรี้ยวเบาๆ ช่วยรีเฟรชความสดชื่นให้ไปต่อจานหลักได้สบายๆ

 

มาถึงคิวของจานเมนกันบ้างกับ ‘Siam Scallops Gratiné (480 บาท)’ จานนี้บอกเลยว่าใครที่เป็นสายชีสต้องเลิฟมาก เพราะพอกัดเข้าไปคำแรก กลิ่นชีสจากซอสมอร์เนย์ก็หอมตีขึ้นมาชัดเจนมากๆ ตัวซอสมีความครีมมี่นัวเนียนเข้ากับหอยเชลล์เนื้อเด้ง เป็นเมนูที่รสชาติค่อนข้างเข้มข้น แอบมีความเผ็ดเบาๆ จากพริกกรอบ และได้กลิ่นอโรมาของใบมะกรูดที่เข้ามาช่วยบาลานซ์ไม่ให้เลี่ยนจนเกินไป เราชอบมาก

 

จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 7จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 8

 

เช่นเดียวกันกับจานสุดท้ายของเซ็ตนี้ อย่าง ‘Talayjai Bouillabaisse (950 บาท)’ ซุปซีฟู้ดสไตล์ฝรั่งเศสตอนใต้ที่เชฟได้เบลนด์ความหอมมันของกะทิและกระเทียมเจียวสไตล์ไทย ลงไปในน้ำซุปเข้มข้น 

 

บอกเลยว่าสิ่งที่เด่นที่สุดต้องยกให้ ‘ปลาเก๋า’ ชิ้นโตที่เชฟทำหนังมาได้กรอบสุดๆ ส่วนหอยแมลงภู่ก็แย่งซีนไม่แพ้กันเพราะไซส์ใหญ่มาก กินคู่กับขนมปังกรอบที่ทาซอสรูย (Rouille) เนื้อเนียนคล้ายมูส พอตักทุกอย่างกินพร้อมกันแล้ว ตัวซอสจะเข้าไปช่วยเพิ่มความนัวและชูรสชาติให้กลมกล่อมขึ้น ถือเป็นจานหลักที่ปิดท้ายได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 9จานอาหารซีฟู้ดไทยผสมผสานฝรั่งเศสจาก Talayjai Dining โดยเชฟเจมส์และเชฟ Rafael 10

 

Good for

 

ใครที่กำลังมองหาประสบการณ์ไดนิ่งใหม่ๆ และอยากลองซีฟู้ดไทยในสไตล์โมเดิร์นขึ้น เหมาะมากสำหรับการชวนแก๊งเพื่อนมาจอยมื้อเย็นแบบแฮงก์เอาต์ หรือจะควงคนรู้ใจมาดินเนอร์เดตก็ตอบโจทย์สุดๆ เพราะไวบ์ร้านมีความ Casual เป็นกันเอง นั่งกินดื่มและคุยกันได้แบบสบายๆ

 

สำหรับเซ็ตเมนูสเปเชียล French-Thai Twist นี้ จัดเสิร์ฟระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม 2026 นี้เท่านั้น! สามารถ Walk-in มาที่ร้านได้เลย หรือจะสำรองที่นั่งผ่าน LINE Official Account ของ Talayjai Dining ก็ได้เช่นเดียวกัน

 

TALAYjai DINING

 

Open: เปิดทุกวัน วันอาทิตย์ – พฤหัสบดี เวลา 11.00-22.00 น. และ วันศุกร์ – เสาร์ เวลา 11.00-23.00 น.

Contact: Talayjai Dining  

Address: ตั้งอยู่ในโครงการเดอะกลาส มาร์เก็ต บางนา 

Budget: 1000-1500++ บาท

 

The post การเดินทางบทแรกของ ‘Talayjai Dining’ เมื่อซีฟู้ดไทยถูกเล่าใหม่ในมุมมองแบบฝรั่งเศส appeared first on THE STANDARD.

]]>
Vivin Suk 22 บิสโทรฝรั่งเศสจากวัตถุดิบไทยในอดีตเกสต์เฮาส์ใจกลางสุขุมวิท https://thestandard.co/life/vivin-suk22-french-bistro-thai-ingredients-suk11/ Mon, 10 Nov 2025 00:00:42 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1141280

ก่อนบ้านไม้เก่าอายุหลายสิบปีใจกลางสุขุมวิทหลังนี้จะกลาย […]

The post Vivin Suk 22 บิสโทรฝรั่งเศสจากวัตถุดิบไทยในอดีตเกสต์เฮาส์ใจกลางสุขุมวิท appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก่อนบ้านไม้เก่าอายุหลายสิบปีใจกลางสุขุมวิทหลังนี้จะกลายมาเป็น ‘VIVIN Suk 22’ ร้านชำและบิสโทรสไตล์ฝรั่งเศสใช้แต่วัตถุดิบไทย ที่นี่เคยเป็นเกสต์เฮาส์ชื่อ Suk 11 เมื่อสองสามีภรรยา นิโคลัสและซาแมนธา เจ้าของร้าน VIVIN ซึ่งมีสาขาแรกอยู่ในย่านอโศก เข้ามาปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นร้านอาหาร พวกเขาจึงตั้งใจตกแต่ง VIVIN แห่งที่ 3 ให้มีกลิ่นอายของเจ้าของเดิมด้วย ด้านในร้านจึงไม่ปรับเปลี่ยนอะไรมาก เพียงแค่มีโต๊ะที่นั่งเพิ่มขึ้น มีห้องครัว และมีชั้นวางสินค้าออร์แกนิกที่ทุกอย่างนำมาจากผู้ผลิตทั่วประเทศไทย

 

แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน

 

ร้านมีทั้งหมด 3 ชั้น ด้านล่างเป็นโซนร้านชำและมีพื้นที่นั่งกินอาหาร ส่วนชั้น 2 เป็นโต๊ะใหญ่สำหรับมาหลายคน ทุกคนจะเห็นว่ามีของตกแต่งไทยๆ วางอยู่มากมาย ซึ่งทั้งหมดเป็นของเดิมจากเกสต์เฮาส์ ตั้งแต่รูปปั้นไปจนถึงชั้นหนังสือเลย ส่วนชั้นสุดท้ายมีโต๊ะสำหรับกินอาหารเช่นกัน พร้อมกับระเบียงเผื่อใครอยากนั่งกินอาหารไป อ่านหนังสือไป พร้อมชมบรรยากาศซอยสุขุมวิทที่พลุกพล่านด้วย

 

แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน

 

อาหารเป็นสไตล์บิสโทรที่มีกลิ่นอายยุโรปและใช้วัตถุดิบจากที่เราเห็นในร้าน ที่นี่จะเด่นเป็นพิเศษสำหรับเมนูโคลด์คัตและชีสที่ทุกอย่างผลิตในประเทศไทย ส่วนเมนูแนะนำที่ต้องลอง เริ่มจาก Kai Kata “Shakshuka-Style” (360-380 บาท) ไข่กระทะสไตล์ตะวันออกกลางที่มีให้ชิมเฉพาะสาขานี้เท่านั้น แตกต่างจากไข่กระทะไทยๆ ที่เราคุ้นเคยตรงใส่สมุนไพร มะเขือเทศ และชีสริคอตต้ามาพร้อมไข่ลวกเยิ้มๆ

 

แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน

 

Fluffy Omelette (420 บาท) ไข่เจียวฟูๆ นุ่มๆ เมนูซิกเนเจอร์ของ VIVIN ที่จะยกมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ จานสลัดก็ไม่ควรพลาด เพราะร้านนี้ใช้วัตถุดิบสดใหม่และออร์แกนิก เราแนะนำให้ลอง Grilled halloumi & watermelon (390 บาท) สลัดผักร็อกเก็ตที่มาพร้อมชีสนมแพะย่างและแตงโม กินแล้วสดชื่นและเข้ากันดีอย่างไม่น่าเชื่อ 

 

แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน

 

อีกเมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วต้องลองคือแซนด์วิชที่แบ่งกินได้หลายคน เมนูแนะนำคือ JEEN’S PORCHETTA (290-490 บาท) แซนด์วิชหมูอบสไตล์อิตาลี ประกบมาพร้อมผัก พริกดอง และซอส มีให้เลือกทั้งไซส์ 25 ซม. หรือขนาดใหญ่ 50 ซม.

 

Flank (200 กรัม / 790 บาท) จานนี้เราแนะนำให้สายเนื้อมาลอง เป็นสเต๊กเนื้อสไตล์ฝรั่งเศสที่ย่างและแล่เสิร์ฟบางกำลังดี ร้านเสิร์ฟระดับมีเดียมแรร์ทำให้ยังคงนุ่มชุ่มฉ่ำ

 

แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน แปลงโฉม Suk 11 สู่ VIVIN Suk 22: บิสโทรฝรั่งเศสใจกลางสุขุมวิท ใช้แต่วัตถุดิบไทยล้วน

 

ปิดท้ายด้วยของหวาน เราชอบ Egg custard classic (180 บาท) คัสตาร์ดเนื้อแน่นหวานหอมกำลังดี เมนูนี้ใช้ไข่ออร์แกนิกด้วย และ Choco & Macadamia brownie (280 บาท) บราวนีที่ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนเนย เนื้อจึงหอมและฉ่ำ จับคู่กับไอศกรีม (+80 บาท) เพิ่มได้ด้วย

 

🧀 Vivin Suk 22

  • Open: เปิดทุกวัน 11.00-21.00 น. ⏰
  • Address: ร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 22 📍
  • Contact: สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ VIVIN – café grocery bistro 📞

The post Vivin Suk 22 บิสโทรฝรั่งเศสจากวัตถุดิบไทยในอดีตเกสต์เฮาส์ใจกลางสุขุมวิท appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (2 – 8 ตุลาคม 2568) https://thestandard.co/life/calendar-2-8-october-2568/ Thu, 02 Oct 2025 08:53:45 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1125663 CALENDAR

สัปดาห์นี้เราอยากชวนทุกคนออกมาใช้ชีวิตช่วงต้นเดือนให้สน […]

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (2 – 8 ตุลาคม 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
CALENDAR

สัปดาห์นี้เราอยากชวนทุกคนออกมาใช้ชีวิตช่วงต้นเดือนให้สนุกสุดๆ กับกิจกรรมสบายๆเพลินๆ  ไม่ว่าจะเป็น เทศกาลดูหนัง มื้อค่ำโดยเชฟมิชลิน หรืออีเวนต์ที่จะช่วยเพิ่ม Heart Rate ด้วยปาร์ตี้มันๆ งานวิ่งการกุศล ซึ่งทั้งหมดนี้รอให้ทุกคนมาสนุกเต็มที่ไปด้วยกัน

 

สำหรับใครที่อยากลองทำอะไรใหม่ๆ สนุกไม่เหมือนใคร รีบมาดูกิจกรรมที่เราลิสต์มาให้ในสัปดาห์นี้กันเลย!

 

 

Bangkok International Film Festival 2025

 

กลับมาอีกครั้ง! กับนิทรรศการ International Film Festival 2025 ที่รวมภาพยนตร์ระดับนานาชาติมาในกรุงเทพฯ หนังคุณภาพกว่า 200 เรื่องจาก 40 ประเทศ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมไฮไลต์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมพิเศษอย่าง Film Market, เวิร์กช็อป, Project Market และ ประกวดหนังสั้นรางวัลพระสุรัสวดี 

 

ใครที่เป็นคอหนังพลาดไม่ได้ แล้วมาเจอกันที่งานนี้เลย

 

When: วันนี้-15 ตุลาคม 2568

Where: Paragon Cineplex at Siam Paragon / SF World Cinema at CentralWorld / House Samyan at Samyan Mitrtown /  Lido Cinema at Lido Connect / Major Cineplex Sukhumvit Ekkamai

More Info: BKKIFFofficial

 

CALENDAR

 

Rin & Roll

 

รสชาติสุราท้องถิ่นทั่วไทยจะเป็นอย่างไรนะ? ‘Rin & Roll’ งานรวมภูมิปัญญาสุราท้องถิ่นไทยจากทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่และปราชญ์ชาวบ้านมานำเสนอเครื่องดื่มหลากประเภท ทั้งสาโท รัมไทย จินไทย เบียร์ ไวน์ และสุราท้องถิ่น พร้อมอาหารนานาชาติและค็อกเทลพิเศษที่สร้างสรรค์ร่วมกับบาร์ในพื้นที่

 

ใครที่เป็นสายดื่ม ต้องมาที่นี่เลย! บัตรราคา 500 บาท พร้อมกับรับแก้วเทสติงและเครดิต 200 บาทใช้ในงานได้เลย

 

When: วันที่ 3-5 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-23.00 น.

Where: The Corner House ชั้น 2, ถนนเจริญกรุง, ย่านตลาดน้อย

More Info: The Corner House Bangkok

 

 

Musclecars

มาขยับร่างกายให้สนุกสุดเหวี่ยงไปกับ Musclecars (Brandon Weems & Craig Handfield) พร้อมดีเจคู่จากบรูคลิน ที่นำเสียงเฮาส์นิวยอร์กสุดคลาสสิก ผสมจังหวะลึกๆ อย่างโซลฟูล และชวนทีมดีเจจากกรุงเทพฯ พี่น้อง Seelie และ Mr Mowgli กับ Brent Burns มาสร้างบรรยากาศด้วยแนวดนตรีสุดมันส์

 

เปิดให้ซื้อบัตรได้แล้วที่ Ticketmelon โดยบัตร Early Bird 400 บาท / Online 500 บาท / Walk-in 700 บาท แล้วมาสนุกไปด้วยกัน!

 

When: วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป 

Where: SIWILAI RADICAL CLUB, ทองหล่อ

More Info: SIWILAI RADICAL CLUB

 

 

Road to Give 2025

 

รีเฟรชร่างกายเติมพลังใจ ไปกับงานวิ่ง ‘Road to Give 2025’ ที่พร้อมมอบรอยยิ้มแสนสดใสให้กับเด็กๆ เพราะงานวิ่งครั้งนี้รายได้ทั้งหมดจะต่อโอกาสและความหวังให้กับน้องๆ มูลนิธิ Mercy Centre ที่ดูแลเด็กกำพร้าและโรงเรียนอนุบาลย่านคลองเตย และ Operation Smile Thailand เพื่อมอบการผ่าตัดฟรีแก่เด็กที่มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ 

 

ซึ่งในทุกๆ ก้าวจะเป็นพลังเปลี่ยนชีวิตให้น้องมีอนาคตที่สดใสกว่าเดิม แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเรื่องราวแห่งการให้ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

 

ขอเชิญทุกคนมาร่วมวิ่งด้วยหัวใจ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การวิ่ง แต่คือการ

 

When: วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 เวลา 04.30-09.00 น. 

Where: Stadium One, Chulalongkorn University

More Info: Road To Give Bangkok

 

 

It’s Ok to be Artist 

 

ชวนทุกคนมาเปิดใจดูงานศิลปะสุดยูนีกกับนิทรรศการ ‘It’s Ok to be Artist’ ที่รวมพลังศิลปินออทิสติกกว่า 30 คน มาถ่ายทอดเรื่องราวและตัวตนผ่านงานศิลปะสุดสร้างสรรค์ พร้อมกับเติมสีสันและแรงบันดาลใจไปกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ อย่างคุณเขื่อน ภัทรดนัย, คุณเตยยี่ ประภัสสร และคุณแอนดี้ วรกันต์ 

 

ถ้าใครพร้อมแล้วก็มาร่วมแบ่งปันรอยยิ้มและสัมผัสพลังศิลปะที่สร้างจากหัวใจไปด้วยกัน

 

When: วันที่ 4-18 ตุลาคม 2568 เวลา 10.00-20.00 น. 

Where: ชั้น 1, River City Bangkok

More Info: River City Bangkok

 

 

JAMFEST 2025

 

ใครที่เป็นสายคอนต้องมางานนี้เลย! JAMFEST 2025 เฟสติวัลสุดยิ่งใหญ่ ที่มาพร้อมไลน์อัปสุดปังจาก 12 ศิลปินชั้นนำของไทย อาทิ BOWKYLION, JAYLERR, LIPTA, MAIYARAP, MIRRR, MUSKETEERS, NO ONE ELSE, POLYCAT, PRU, PURPEECH, SCRUBB, YOURMOOD ที่พร้อมให้ผู้คนมา ‘แจม’ เสียงเพลง ศิลปะ และสไตล์ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์แฟชั่นและคอมมูนิตีมาร่วมสร้างสีสันอีกมากมาย 

 

สามารถซื้อบัตรได้ที่ Eventpop ในราคา 699 บาทหรือ Group Ticket ราคา 2,999 บาท (ได้รับบัตร 5 ใบ) 

 

When: วันที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 15.00-23.00 น.

Where: UOB LIVE Bangkok ชั้น 6, EMSPHERE

More Info: Jameson Connects

 

 

The Twelve-Hand Dinner

 

มาสัมผัสช่วงเวลาอันแสนพิเศษไปกับดินเนอร์มื้อหรู 6 คอร์ส ‘The Twelve-Hand Dinner’ โดยทีมเชฟมากประสบการณ์ อย่าง เชฟแฟรงค์ เทรเพส์ช, เชฟชัชษร, เชฟโอมาร์, เชฟซาวาดะ, เชฟสลาโวเมียร์ และเชฟไซม่อน จะมาถ่ายทอดแรงบันดาลใจและความเชี่ยวชาญเฉพาะตัว ผ่านเมนูที่ผสมผสานรสชาติจากหลายวัฒนธรรมในรูปแบบร่วมสมัย

 

โดยมื้อนี้ 6 คอร์ส ราคา 3,500++ บาท หรืออาหารพร้อมเครื่องดื่ม ราคา 4,500++ บาท

 

When: วันที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป 

Where: ห้องอาหารเฟลอริช โรงแรมสินธร เคมปินสกี้, ลุมพินี, กรุงเทพฯ

More Info: Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok 

 

 

Côte by Mauro Colagreco

 

ดื่มด่ำรสชาติอาหารฝรั่งเศสและอิตาลีในมื้อค่ำที่บินตรงถึงกรุงเทพฯ โดยเจ้าของห้องอาหารมิชลิน 3 ดาว ‘เชฟเมาโร โคลาเกรคโค’ พร้อมกับผู้ช่วยทั้งสองจากฝรั่งเศสและดูไบ มาร่วมรังสรรค์เมนูระดับไฟน์ไดน์นิ่งครั้งแรกร่วมกับหัวหน้าเชฟของโค้ท

 

อาหารมีให้เลือก 7 คอร์ส และ 9 คอร์ส ในราคา 7,500++ และ 8,500++ บาทต่อคน และมีไวน์แพร์ริง ราคา 4,500++ บาทต่อคน 

 

When: วันที่ 7-12 ตุลาคม 2568 

Where: โรงแรมคาเพลลา, สาทร, กรุงเทพฯ

More Info: Capella Bangkok

The post CALENDAR: กิจกรรมน่าสนใจสัปดาห์นี้ (2 – 8 ตุลาคม 2568) appeared first on THE STANDARD.

]]>
Bisou Bangkok ร้านอาหารฝรั่งเศสไวบ์เซ็กซี่ในย่านหลังสวน https://thestandard.co/life/bisou-bangkok/ Fri, 26 Sep 2025 06:09:00 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1123296 บรรยากาศ Bisou Bangkok ร้านอาหารฝรั่งเศสไวบ์เซ็กซี่ ย่านหลังสวน

นี่คือร้านที่กลับมากี่ครั้งก็ต้องติดใจทุกครั้ง เพราะทั้ […]

The post Bisou Bangkok ร้านอาหารฝรั่งเศสไวบ์เซ็กซี่ในย่านหลังสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศ Bisou Bangkok ร้านอาหารฝรั่งเศสไวบ์เซ็กซี่ ย่านหลังสวน

นี่คือร้านที่กลับมากี่ครั้งก็ต้องติดใจทุกครั้ง เพราะทั้งอาหารและบรรยากาศของ ‘Bisou Bangkok’ มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครจริงๆ ทั้งขี้เล่น เซ็กซี่ และน่ากินไปเสียหมด อีกทั้งตอนนี้ร้านเปิดครบรอบ 2 ปีแล้ว พร้อมมีชื่ออยู่บนลิสต์ร้านแนะนำจากมิชลินไกด์ในปีล่าสุดด้วย นี่จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกคนควรแวะไปชิมเมนูใหม่ของ Bisou กันให้ไว

 

 

Bisou เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีความโมเดิร์นแต่สบายๆ ไม่ต้องนั่งตัวเกร็งเหมือนร้านฝรั่งเศสหรูๆ ที่นี่แฝงด้วยกลิ่นอายเซ็กซี่ตามคอนเซ็ปต์ร้าน จุดไฮไลต์คืออ่างแช่ไวน์ที่ตั้งรอตั้งแต่หน้าทางเข้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหากมาที่นี่ต้องสั่งไวน์มาจิบคู่กับอาหารด้วยนะ ส่วนเมนูเป็นอาหารฝรั่งเศสแนวบิสโทรที่เหมาะสั่งมากินด้วยกัน พร้อมจับมือจ้องตาใต้แสงไฟและบรรยากาศสนุกๆ ที่โรแมนติก

 

 

เมนูที่เราได้ลองอย่างเช่น French Toast Black Truffle (390 บาท/ชิ้น) ทรัฟเฟิลโทสต์ที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ไม่ควรพลาด แต่ถ้าใครไม่ชอบความครีมมี่หรือกลิ่นทรัฟเฟิล ให้สั่ง Wagyu Beef Tartar Bite (220 บาท/ชิ้น) โทสต์ทาร์ทาร์เนื้อวากิวที่เราเองก็ติดใจไม่เบา

 

Sea Bream Ceviche (220 บาท) เหมาะเป็นของกินเล่นเริ่มต้นมื้อ เพราะมีความสดชื่น จับคู่กับไวน์แล้วเข้ากัน เช่นเดียวกับ Red Endive Salad (690 บาท) สลัดผักสีแดงที่มาพร้อมองุ่นและชีส กินทุกอย่างพร้อมกันแล้วเข้ากันสุดๆ

 

 

จานหลักเราชอบ Hanger Steak (1,725 บาท) ที่เชฟทำเนื้อได้สุกนุ่มกำลังดีทุกคำ บอกเลยว่าสายเนื้อต้องติดใจจนอยากกลับมาซ้ำ แต่ถ้าใครอยากกินปลามากกว่า แนะนำให้ลอง Monkfish Tail (990 บาท) เนื้อปลาส่วนหางที่มาพร้อมซอสรสชาติกลมกล่อมสไตล์อาหารฝรั่งเศส

 

ส่วนใครเป็นสายคาร์บผู้ชื่นชอบแป้ง ร้านมีเมนูพาสต้าด้วย อย่างเช่น Ravioles du Dauphiné (690 บาท) ที่เสิร์ฟราวิโอลีสอดไส้ทั้งชิ้นมาบนกระทะพร้อมผักร็อคเกต จานนี้ให้กิน 2-3 ก็อิ่ม หลังจากนั้นปิดจบด้วยของหวานอย่าง Cherry Vacherin (450 บาท) ที่ตอนแรกคิดว่าอาจหนักไปสักหน่อย แต่พอได้ชิมรสชาติกลับสดชื่น ปิดท้ายมื้อได้อย่างพอดี เป็นเมนูเมอแรงก์กับครีมสดและเชอร์รี แนะนำให้กินทุกอย่างพร้อมกันจะสัมผัสได้ถึงรสนุ่มละมุน เบา และสดชื่น 

 

 

Bisou Bangkok

Open: ทุกวัน เวลา 17.30-24.00 น.

Address: ซอยหลังสวน ชิดลม

Budget: 1,500-5,000 บาท

The post Bisou Bangkok ร้านอาหารฝรั่งเศสไวบ์เซ็กซี่ในย่านหลังสวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซีพีเอฟ ส่งซาลามีสัญชาติฝรั่งเศส เสิร์ฟใน 7-Eleven จับลูกค้าตลาดพรีเมียม https://thestandard.co/7-eleven-bucher-french-salami/ Thu, 24 Jul 2025 02:31:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1099073 ซาลามี Bucher จากฝรั่งเศสในแพ็กเกจพร้อมวางขาย 7-Eleven

ซีพีเอฟ เปิดตัว ‘Bucher Salami & Chorizo’ ซาลามีพรี […]

The post ซีพีเอฟ ส่งซาลามีสัญชาติฝรั่งเศส เสิร์ฟใน 7-Eleven จับลูกค้าตลาดพรีเมียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซาลามี Bucher จากฝรั่งเศสในแพ็กเกจพร้อมวางขาย 7-Eleven

ซีพีเอฟ เปิดตัว ‘Bucher Salami & Chorizo’ ซาลามีพรีเมียมนำเข้าจากฝรั่งเศส เตรียมจำหน่ายครั้งแรกใน 7-Eleven บางสาขา เริ่ม 31 ก.ค. 68 นี้

 

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ผู้ผลิตภายใต้แบรนด์บุชเชอร์ (Bucher) เปิดตัวสินค้าใหม่ Bucher Rosette Salami และ Bucher Chorizo ซาลามีแท้สูตรต้นตำรับจากประเทศฝรั่งเศส นำเข้าจากผู้ผลิตชื่อดัง Montagne Noire โดยตรง ภายใต้ความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย

 

สิ่งที่น่าสนใจของผลิตภัณฑ์ใหม่ในซีรีส์ Classic French salami มีความโดดเด่นด้วยรสชาติต้นตำรับแบบฝรั่งเศสแท้ (Authentic Taste) เสิร์ฟในรูปแบบ Grab & Go เน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ชื่นชอบรสชาติระดับพรีเมียมในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย

 

เบื้องต้นจะวางจำหน่ายครั้งแรกใน 7-Eleven เฉพาะบางสาขา เน้นตลาดท่องเที่ยว หัวเมืองหลัก เช่น ภูเก็ต พัทยา ย่านที่พักอาศัยที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก

 

เรียกได้ว่าการเปิดตัวในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของ Bucher ในการยกระดับอาหารกลุ่ม Cold Cuts ให้เข้าถึงคนไทยมากขึ้น และถือเป็นครั้งแรกที่ซาลามีแท้จากฝรั่งเศสถูกนำมาจำหน่ายในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven

The post ซีพีเอฟ ส่งซาลามีสัญชาติฝรั่งเศส เสิร์ฟใน 7-Eleven จับลูกค้าตลาดพรีเมียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชิม ‘หน่อไม้ฝรั่งขาว’ จากรสมือเชฟกิโยม ที่ Palmier by Guillaume Galliot 25-27 เม.ย. นี้ เท่านั้น https://thestandard.co/life/palmier-white-asparagus-menu/ Fri, 25 Apr 2025 09:27:16 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1068220 palmier-white-asparagus-menu

ฤดูหน่อไม้ฝรั่งขาวเวียนมาอีกครั้ง และ ‘Palmier by Guill […]

The post ชิม ‘หน่อไม้ฝรั่งขาว’ จากรสมือเชฟกิโยม ที่ Palmier by Guillaume Galliot 25-27 เม.ย. นี้ เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
palmier-white-asparagus-menu

ฤดูหน่อไม้ฝรั่งขาวเวียนมาอีกครั้ง และ ‘Palmier by Guillaume Galliot’ ห้องอาหารสไตล์ฝรั่งเศสในบรรยากาศสบายๆ แบบ Brasserie ย่อมไม่พลาดวัตถุดิบเด็ดประจำฤดูกาล ปล่อยเมนูเด็ด 4 จานใหม่ที่เสิร์ฟหน่อไม้ฝรั่งขาวในรูปแบบต่างๆ 

 

Palmier by Guillaume Galliot Palmier by Guillaume Galliot Palmier by Guillaume Galliot Palmier by Guillaume Galliot Palmier by Guillaume Galliot Palmier by Guillaume Galliot

 

โดยเมนูทั้งหมดเป็นแบบ A La Carte โดยมีวัตถุดิบไฮไลต์คือหน่อไม้ฝรั่งจากแคว้นวาลเดอลัวร์ ซึ่งหาได้ยากและมีกลิ่นอายของฤดูกาลชัดเจน ได้แก่ 

 

  • หน่อไม้ฝรั่งขาวเวลูเตกับโฟมเบคอนและส้มสด
  • หน่อไม้ฝรั่งขาวกับหอยตลับฝรั่งเศส และซอสครีมผักชีลาว
  • หน่อไม้ฝรั่งขาวตุ๋นสไตล์โพรวองซ์กับซอสมูสเซอลีน
  • หน่อไม้ฝรั่งเขียวกับเห็ดมอเรล แฮมแห้ง มินต์ และซอสไวน์เหลือง

 

Palmier by Guillaume Galliot

 

และเพื่อจานแห่งฤดูกาลเลอค่าสมฉายา ‘Royal Vegetable’ ของหน่อไม้ฝรั่งขาว ทางห้องอาหารจึงจัดอีเวนต์พิเศษ เชิญ เชฟกิโยม กาลิโอ เชฟใหญ่ประจำ Palmier by Guillaume Galliot และเฮดเชฟห้องอาหาร Caprice (มิชลิน 3 ดาว) ที่ Four Seasons Hotel Hong Kong ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการใช้วัตถุดิบอย่างเรียบง่าย แต่นำเสนอได้อย่างลึกซึ้ง มาเข้าครัวปรุงทุกจานให้แก่นักชิมที่สั่งจานหน่อไม้ฝรั่งขาว ระหว่างวันที่ 25-27 เมษายน 2568 เป็นเวลา 3 วัน 

 

ใครที่สนใจเชิญได้ที่ Palmier by Guillaume Galliot, Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River เวลา 11.30-14.30 น. (มื้อกลางวัน) และเวลา 18.00-22.30 น. (มื้อเย็น) 

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: www.fourseasons.com/bangkok/dining/restaurants/palmier-by-guillaume-galliot 

 

ภาพ: พลอยจันทร์ สุขคง, Palmier by Guillaume Galliot

The post ชิม ‘หน่อไม้ฝรั่งขาว’ จากรสมือเชฟกิโยม ที่ Palmier by Guillaume Galliot 25-27 เม.ย. นี้ เท่านั้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
Duet by David Toutain ห้องอาหารฝรั่งเศสที่นำเสนอความสดใหม่ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ https://thestandard.co/life/duet-by-david-toutain/ Tue, 28 Jan 2025 07:00:29 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1035181

นี่อาจจะเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่นักชิมหลายคนเฝ้ารอมากที […]

The post Duet by David Toutain ห้องอาหารฝรั่งเศสที่นำเสนอความสดใหม่ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นี่อาจจะเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่นักชิมหลายคนเฝ้ารอมากที่สุด เพราะผู้อยู่เบื้องหลังคือเชฟชาวฝรั่งเศส เดวิด ทูแทง (David Toutain) เจ้าของร้านอาหาร 2 ดาวมิชลินในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้รางวัล MICHELIN Green Star ควบคู่ด้วย โดยเชฟบินมาเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ที่ประเทศไทยในชื่อว่า ‘Duet by David Toutain’ อยู่ในโรงแรมใหม่ที่กำลังฮอตสุดๆ ไม่แพ้กันอย่าง The Ritz-Carlton, Bangkok

 

 

The Vibe

 

Duet by David Toutain เป็นร้านไฟน์ไดนิ่งในกลาสเฮาส์ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 7 ของโรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok และด้วยความที่ร้านอยู่ด้านนอก จึงมาพร้อมพื้นที่นั่งชมวิวเมืองแบบไร้สิ่งบดบัง เผื่อว่าใครอยากมานั่งชิลๆ ชมพระอาทิตย์ตกก่อนถึงเวลาดินเนอร์

 

ส่วนพื้นที่รับประทานอาหารด้านในแบ่งเป็น 2 ฝั่ง สามารถรับได้ประมาณ 32 ที่นั่งต่อคืน

 

 

The Taste

 

Duet by David Toutain มีเชฟเดวิดเป็นผู้ดูแลเมนูอาหารทั้งหมด ทว่าผู้ที่จะยืนประจำครัวแห่งนี้และทำงานร่วมกับเชฟเดวิดคือ เชฟวาลองแตง ฟูอาช (Valentin Fouache) พ่อครัวชาวฝรั่งเศสที่อยู่ในประเทศไทยมาสักพัก เขาจะรับหน้าที่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสสมัยใหม่ในรูปแบบ Duet ให้ทุกคนชิมผ่านเมนู 6 และ 8 คอร์ส ที่มีวัตถุดิบอย่างผักและสมุนไพรเป็นไฮไลต์ ที่นี่จึงมีรูปวัตถุดิบประจำคอร์สโชว์บนการ์ดให้ทุกคนได้ทำความรู้จักด้วย

 

 

คืนนี้เราได้ชิมอาหาร 8 คอร์สที่มีสีสันและรสชาติเป็นเอกลักษณ์มาก แต่ละจานมีความเรียบง่าย ทว่ารสชาติโดดเด่นน่าสนใจ อย่างเช่นเมนูรสชาติสดชื่นก่อนเริ่มคอร์สอาหาร เป็นถั่วที่โชว์ความสดใหม่และปลุกให้เราอยากชิมจานถัดไป

 

 

คอร์สแรกคือเมนู Tarragon เป็นเมนูหอยนางรมรสชาติสดชื่นจากกีวีและใบทาร์รากอนหอมๆ ตามด้วย Shiro Kyoto Miso ทูน่ากับมะเขือยาวราดซอสมิโซะขาวจากเกียวโต เพิ่มเนื้อสัมผัสด้วยมันฝรั่งกรอบด้านนอก 

 

 

XO Sauce เมนูสแกลลอปกับดอกกะหล่ำที่ปรุงด้วยซอสสูตรลับเฉพาะ เราชอบการจับคู่วัตถุดิบในจานนี้ เพราะแปลกใหม่แต่เข้ากันดี

 

 

Panang จานนี้เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากเมนูพะแนง จึงเสิร์ฟฟัวกราส์พร้อมซอสเสาวรสและพืชหัวชิ้นพอดีคำ

 

เมนูต่อมา Dill ด้านล่างเป็นอาร์ติโชกผสมดิลเพสโต้และงาดำ เชฟให้ชิมโฟมอาร์ติโชกด้านบนก่อน หลังจากนั้นใช้ช้อนตักครีมสีดำด้านล่าง

 

 

ก่อนเมนคอร์สเป็นเมนู Epicea ล็อบสเตอร์ราดซอส 2 แบบกับบรอกโคลินี จานนี้รสชาติดีจนอยากชิมอีก โดยเฉพาะเนื้อล็อบสเตอร์ที่นุ่ม หอม มีรสชาตินุ่มนวล

 

 

เข้าสู่เมนคอร์สด้วย Tamarind เนื้อพิราบที่นุ่มละมุนไม่เคยเจอที่ไหน กินพร้อมซอสรสเปรี้ยวจากมัลเบอร์รี เป็นจานที่เราชอบที่สุดในม้ือนี้เลย

 

 

หลังจากนั้นตามด้วยคอร์สชีสที่ต้องมีตามธรรมเนียมอาหารฝรั่งเศส เชฟเสิร์ฟ Fig Leaves ขนมปังเนื้อแน่นที่ท็อปด้วยบลูชีสและใบฟิก เราที่ชอบความหอมของบลูชีสอยู่แล้วจึงชอบเมนูนี้ที่ช่วยล้างปากก่อนขนมหวานที่เชฟเสิร์ฟ Coriander สับปะรดราดซอสวานิลลากับไอศกรีมผักชี ข้างๆ กันมีโดนัทให้กินอีกหนึ่งคำด้วย

 

 

Good for

 

Duet by David Toutain เป็นร้านที่นักชิมต้องมาลองให้ได้แบบไม่ต้องสงสัย เราว่านี่คืออาหารฝรั่งเศสแนวใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีให้เห็นในกรุงเทพฯ คือการเน้นชูวัตถุดิบธรรมชาติ ปรุงแต่งกำลังพอดี และกินจบคอร์สแล้วไม่อิ่มแน่นจนไม่เอ็นจอย 

 

อีกอย่างที่นี่มาพร้อมวิวและบรรยากาศที่สวยสุดๆ ถ้าอยากพาใครมานั่งดินเนอร์แบบได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกด้วย ที่นี่ควรอยู่ในลิสต์นะ โดยร้านเปิดให้จองที่นั่งได้แล้ว สามารถจองโต๊ะได้ที่ https://www.ritzcarlton.com/en/hotels/bkkrb-the-ritz-carlton-bangkok/dining/

 


 

Duet by David Toutain

Open: ทุกวัน เวลา 18.00-22.00 น. 

Contact: @duetbydavidtoutain

Address: ชั้น 7 โรงแรม The Ritz-Carlton, Bangkok

Budget: 6 คอร์ส 4,800++ บาท และ 8 คอร์ส 5,800++ บาท

The post Duet by David Toutain ห้องอาหารฝรั่งเศสที่นำเสนอความสดใหม่ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Stage สาทรโฉมใหม่ ไฟน์ไดนิ่งฝรั่งเศสที่มาแล้วเหมือนได้ดูโชว์ https://thestandard.co/life/stage-sathorn-fine-dining-french-experience/ Mon, 16 Dec 2024 09:55:02 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1020100

หลังจากสร้างความประทับใจให้เหล่าฟู้ดดี้ที่ชอบอาหารฝรั่ง […]

The post Stage สาทรโฉมใหม่ ไฟน์ไดนิ่งฝรั่งเศสที่มาแล้วเหมือนได้ดูโชว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังจากสร้างความประทับใจให้เหล่าฟู้ดดี้ที่ชอบอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์นมากว่า 4 ปี วันนี้ Stage (สตาช) ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยของ เชฟเจย์-สายนิสา แสงสิงแก้ว กลับมาอีกครั้งในโฉมใหม่ที่ย่านสาทร พร้อมยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหารให้พิเศษยิ่งขึ้น

 

ต้องบอกว่าเราติดตาม Stage มาตั้งแต่อยู่เอกมัย เมื่อย้ายมาสู่บ้านใหม่ สถานที่ใหม่ แถมยังมาพร้อมคอนเซปต์อาหารที่เป็นแนวเชฟส์เทเบิลเต็มรูปแบบก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะเมนูก็แทบจะยกใหม่หมด เรียกได้ว่าเป็นยุคใหม่ของ Stage เลย

 

STAGE

STAGE

 

The Vibe 

Stage ตั้งอยู่ในบ้านเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ในซอยสาทร 9 รั้วเดียวกับร้านในเครืออย่าง COPINE (โคปีน) ที่เป็น All Day Dining โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาร์เคดในยุโรป ภายใต้ฝีมือของ Tastespace.co ภายในร้านตกแต่งด้วยโทนสีน้ำเงินเข้มอันเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ผสานความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์โทนสีทองและหินอ่อน สร้างบรรยากาศแบบ Modern Subtle Luxury ที่ผสมผสานความเป็น Art Deco ได้อย่างลงตัว ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ครัวเปิด (Open Kitchen) ที่เชื่อมต่อกับ Counter Seat ที่เป็นตัวยู 12 ที่นั่ง ทำให้เราสามารถชมการทำงานของทีมเชฟผ่านกระจกใสได้เลย ถือเป็นการสร้างประสบการณ์แบบเชฟส์เทเบิลที่ทั้งเอ็กซ์คลูซีฟและเป็นส่วนตัว ซึ่งเราค่อนข้างชอบการจัดพื้นที่ลักษณะนี้ เพราะให้ความรู้สึกที่ใหม่ดี เหมือนดูโชว์ไปพลางๆ

 

STAGE

STAGE

 

The Taste

รอบนี้ Stage นำเสนอ Modern French เช่นเคย แต่มาในเทสติ้งเมนูจำนวน 8 คอร์ส แต่ละคอร์สใช้เทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสดั้งเดิมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ที่ร่วมสมัย โดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมทั้งจากในประเทศและทั่วโลก รวมถึงการให้ความสำคัญกับวัตถุดิบตามฤดูกาล และความยั่งยืนด้วยแนวคิด Zero Waste ที่ทำให้แต่ละจานมีความซับซ้อนทางรสชาติ แต่กลมกล่อมลงตัว

 

STAGE

 

เราชื่นชอบหลายจาน ไล่มาตั้งแต่ปลาไหลสไตล์ฝรั่งเศสท็อปด้วยคาเวียร์ มีกิมมิกที่เป็นซอร์เบตซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากคลาสสิกค็อกเทล สามารถคลุกกินพร้อมกับปลาไหล หรือกินตบท้ายก็ตัดเลี่ยนได้ดี

 

รวมถึงจานข้าวฮางงอกผัดซอส XO และแฮมไอเบริโก หอมมัน กินคู่กับก้ามปูที่เพิ่มรสชาติด้วยเกลซน้ำจิ้มซีฟู้ดด้านบน เสิร์ฟพร้อมซุปปู จานนี้หลายคนขอเติมข้าว

 

ปลาไหล

ปลาไหล

 

ข้าวฮางงอกผัดซอส XO

ข้าวฮางงอกผัดซอส XO

 

อีกจานที่หลายคนชอบคือ Duck & Foie Gras Pithivier ที่ตัวแป้งบางร่อนกำลังดี กินคู่กับเป็ดและตับห่านที่มีความชุ่มฉ่ำ ถือเป็นจานที่กินแล้วฟิน ส่วนเมนคอร์สอีกเมนูคือสเต็กเนื้อ Furano A4 มาพร้อมซอส Bordelais เห็ดมอเรล และมันฝรั่งบด

 

Duck & Foie Gras Pithivier

Duck & Foie Gras Pithivier 

 

สเต็กเนื้อ Furano A4

สเต็กเนื้อ Furano A4 

 

ส่วนจานล้างปากเป็นขนมที่ทำจากผลฟิกเปรี้ยวอมหวานและชีสเค้กหอมมัน ซึ่งเราว่าขนมหวานของที่นี่รสชาติดี มีความครีเอทีฟ ทำได้ดีทั้งกับ Copine และ Stage ฝากไว้หน่อยว่าไวน์แพริ่งของร้านน่าสนใจทีเดียว หลายตัวเสริมรสชาติอาหารได้ดีมาก ดังนั้นถ้าใครเป็นสายไวน์ก็อยากให้มาลองกัน 

 

ฟิกและชีสเค้ก

ฟิกและชีสเค้ก

 

Good for 

 

สำหรับคนที่คิดถึงรสชาติอาหารของ Stage หรือกำลังมองหาร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งใหม่ๆ ในย่านสาทร ที่ทั้ง Refine และครีเอทีฟ ไม่ได้ฝรั่งเศสจ๋า จำนวนคอร์สกำลังดีไม่มากไป เราว่า Stage เหมาะมากเลยทีเดียว

 

Stage

Location: ซอยสาทร 9 ที่เดียวกับ Copine

Open: วันจันทร์-พฤหัสบดี (ช่วง Soft Opening) เวลา 18.00-22.00 น.

Budget: Tasting Menu 8 คอร์ส 4,800++ บาท Wine Pairing: 6 แก้ว 2,900++ บาท

Contact: 08 8958 6444 @stagebkk

Map: https://maps.app.goo.gl/QUvkYZTvQvXLbGAWA 

 

อ่านบทความฉบับเต็มต่อได้ที่: 

 

ภาพ: Stage, ภัทรศยา เชาว์รัศมีกุล

The post Stage สาทรโฉมใหม่ ไฟน์ไดนิ่งฝรั่งเศสที่มาแล้วเหมือนได้ดูโชว์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Le Normandie เข้าสู่บทใหม่ด้วยการนำทีมครัวโดย Alex Dilling จากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ https://thestandard.co/life/le-normandie-alex-dilling/ Mon, 07 Oct 2024 04:00:40 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=992263

อย่างที่หลายคนรู้กันว่าตอนนี้ห้องอาหารฝรั่งเศสในตำนานอย […]

The post Le Normandie เข้าสู่บทใหม่ด้วยการนำทีมครัวโดย Alex Dilling จากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>

อย่างที่หลายคนรู้กันว่าตอนนี้ห้องอาหารฝรั่งเศสในตำนานอย่าง Le Normandie ได้เข้าสู่บทใหม่อีกครั้งแล้ว ด้วยการนำทีมครัวโดย เชฟ ALex Dilling เชฟชื่อดังจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ผู้เป็นเจ้าของร้านอาหาร Alex Dilling at Hotel Café Royal ซึ่งคว้าดาวมิชลิน 2 ดวงมาได้ทันทีหลังจากเปิดให้บริการเพียง 6 เดือน

 

โดยการมีเชฟมาป๊อปอัพชั่วคราวของ Le Normandie ครั้งนี้จะไม่เหมือนครั้งก่อน เพราะเป็นการร่วมมือกันระหว่างห้องอาหารและทีมเชฟ ALex ที่มาพร้อมมือขวา เชฟ George Kay ผู้ที่จะมาช่วยนำทีมที่นี่ เพื่อเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์ในสไตล์ของเชฟ ALex Dilling

 

 

เมนูที่เริ่มเสิร์ฟตอนนี้เป็น Tasting Menu เราได้ลองชิมมื้อกลางวัน 7 คอร์ส ซึ่งนับว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ที่น่าสนใจ เพราะแน่นอนว่ารูปแบบอาหารเปลี่ยนไปจากครั้งก่อนๆ และดูน่าสนุกขึ้นด้วย โดยหลังจากเมนู Canapés ของกินเล่น 3 คำ ก็เริ่มคอร์สแรกคือ Krystal Caviar ด้านล่างเป็นกุ้งหวาน ท็อปด้วยคาร์เวีย สโมกครีม และแครกเกอร์กรอบๆ ให้กินคู่กัน เราชอบเมนูนี้มาก อยากให้ทุกคนได้ลอง

 

Japanese Sea Bream เนื้อปลาซีบรีมจากญี่ปุ่นที่เสิร์ฟแบบกัซปาโช ด้านบนเป็นมะเขือเทศอบแห้ง ส่วนข้างๆ เป็นซอสนมควาย

 

 

ต่อจาก Smoked Chicken ไก่กับแบล็กทรัฟเฟิลและซอสอัลบูเฟรา (Sauce Albufera) ที่เป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของเชฟและรสชาติดีมาก ก็มาถึง Scottish Blue Lobster “Ballotine” บลูล็อบสเตอร์กับแครอตพิวเร และซอสทำจากเห็ดผสมเครื่องเทศ

 

เมนคอร์สของมื้อนี้คือ Suckling Pig ที่ตรงกลางเป็นแบล็กพุดดิ้ง ส่วนด้านล่างเป็นแตงกวาดอง ซาลามีชนิดพิเศษ พริกไทยเขียว เสิร์ฟพร้อม Mac & Cheese ในเวอร์ชันใหม่สไตล์เชฟ ALex Dilling

 

 

สุดท้ายเป็นของหวาน Coconut Vacherin ที่มาในรูปทรงกลมสีขาว เมื่อเคาะจนช็อกโกแลตด้านนอกแตกออกจะพบมะพร้าวหลายๆ เท็กซ์เจอร์ พร้อมไอศกรีมมะพร้าวและพานาคอตต้า

 

ถ้าใครเป็นคนรักอาหารฝรั่งเศส เราว่านี่คืออีกโอกาสที่ไม่ควรพลาด เพราะโดยรวมแล้วรสชาติทุกเมนูค่อนข้างลงตัว เราไม่เจอจานไหนรสชาติโดดจนเกินไป และยังเป็นรสชาติที่คนไทยเข้าใจง่ายด้วย

 

เมนูของเชฟ Alex Dilling จะเสิร์ฟถึงวันที่ 31 มกราคม 2568 เท่านั้น โดยห้องอาหารเปิดให้บริการทุกวันพุธ-อาทิตย์ ทั้งมื้อกลางวัน เวลา 12.00-15.30 น. และมื้อเย็น เวลา 18.30-23.30 น. เมนูมีให้เลือกตั้งแต่ 3 คอร์ส ราคา 3,800++ บาท, 4 คอร์ส ราคา 6,500++ บาท และ 7 คอร์ส ราคา 8,000++ บาท พร้อมชีสและไวน์แพริ่งให้เลือกเพิ่มเติม

 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Le Normandie

The post Le Normandie เข้าสู่บทใหม่ด้วยการนำทีมครัวโดย Alex Dilling จากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jaja Bistrot ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ทำจากความทรงจำ นึกถึงรสมือคุณยาย https://thestandard.co/life/jaja-bistrot/ Sat, 29 Jun 2024 10:00:14 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=951714 Jaja Bistrot

ร้านนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและน่ารัก เพราะตอนเราถามเชฟม […]

The post Jaja Bistrot ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ทำจากความทรงจำ นึกถึงรสมือคุณยาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
Jaja Bistrot

ร้านนี้เต็มไปด้วยความอบอุ่นและน่ารัก เพราะตอนเราถามเชฟมาร์ก เชฟชาว ฝรั่งเศส ผู้อยู่และทำอาหารในประเทศไทยมานานกว่าสิบปี ว่า Jaja ชื่อร้านนี้อ่านว่าอย่างไรและมีที่มาจากไหน เชฟมาร์กบอกกับเราว่า “ฌาฌ่า เป็นชื่อเล่นของคุณยายผมเอง เพราะผมทำร้านนี้ด้วยความคิดถึงรสมือคุณยาย”

 

Jaja Bistrot ร้านอาหารฝรั่งเศสน้องใหม่ในบ้านเต่า (Baan Turtle) ซอยสวนพลู จึงเป็นร้านอาหารที่เกิดจากความทรงจำในวัยเด็กของเชฟที่เคยกินอาหารฝีมือคุณยายบ่อยเป็นว่าเล่น และหลังจากบินมาทำอาหารในร้านดังๆ ในเมืองไทย จนตอนนี้ออกมาเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง เขาจึงอยากดึงความทรงจำเหล่านั้น รวมถึงสูตรอาหารที่คุณยายเคยทำให้กินตอนเด็ก มาแปลงโฉมใหม่ให้ดูทันสมัย พร้อมเสิร์ฟให้ทุกคนชิมได้ในร้านนี้

 

 

The Vibe

 

Jaja Bistrot อยู่ในซอยสวนพลู 2 ด้านใน Baan Turtle ที่รวมร้านอาหารโดยเชฟฝีมือดีไว้มากมาย แต่หลังจากร้าน Keller ย้ายโลเคชันใหม่ พื้นที่ชั้นล่างตรงนี้จึงว่างอยู่ เชฟมาร์กจึงพา Jaja Bistrotเข้ามาเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์นในบรรยากาศสบายๆ ที่แวะมาได้ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น

 

ด้านในยังมีเค้าโครงเดิมจากร้านเก่าอยู่ แต่บรรยากาศรวมๆ เราว่าดูเป็นกันเอง แต่ละโต๊ะมีความเป็นส่วนตัว และเชื่อว่าตอนมื้อค่ำบรรยากาศน่าจะโรแมนติกมากแน่ๆ

 

Jaja Bistrot

 

The Taste

 

อาหารส่วนใหญ่เป็นสไตล์ฝรั่งเศส เชฟบอกว่าเขาทำตามรสชาติที่จำได้ตอนเด็ก หรือบางจานก็เป็นสูตรของคุณยายที่เขานำมาทำใหม่ให้ดูทันสมัยขึ้น และเสิร์ฟให้ทุกคนสั่งในรูปแบบอะลาคาร์ต ใครอยากแวะมากินอาหารเบาๆ จับคู่ไวน์ หรือมานั่งกินมื้อใหญ่กับเพื่อนหรือครอบครัวก็ได้ทั้งนั้น เพราะเมนูของที่นี่แบ่งเป็นประเภทไว้ให้แล้ว

 

เริ่มจากหมวด Starter เมนูแนะนำคือ Sea Bass Ceviche (480 บาท) เชฟบอกว่าได้แรงบันดาลใจมาจากต้มข่าด้วย เซวิเชจานนี้จึงมีทั้งความสดชื่น เปรี้ยว และครีมมี่นิดๆ กินคู่กับชิปส์กรอบๆ

 

 

Slow-Cooked Egg (390 บาท) ใครชอบกินเห็ดเราว่าต้องชอบจานนี้ เพราะเสิร์ฟเห็ดมาพร้อมไข่ลวกเยิ้มๆ และซอสสไตล์ยุโรป เวลากินให้คลุกทุกอย่างให้เข้ากัน แนะนำให้ลองกินพร้อมขนมปังที่ร้านเสิร์ฟให้ดู

 

Beef Tataki Mosaic (580 บาท) เมนูซิกเนเจอร์ที่ผสมกันระหว่างทาร์ทาร์เนื้อและการ์ปัชโชเนื้อ จึงกลายเป็นเมนูที่เต็มไปด้วยรสชาติ เพราะเชฟนำเนื้อไปหมักซอสเทอริยากิด้วย ก่อนจะนำมาเซียร์กระทะ ห่อสาหร่าย และท็อปด้วยซอสมายองเนส เมล็ดมัสตาร์ดดอง และหอมดอง

 

Jaja Bistrot Jaja Bistrot

 

อาหารจานหลักมีให้เลือกทั้ง From the Sea ที่มีวัตถุดิบจากทะเล โดยเชฟแนะนำเมนู Fregola Sarda (550 บาท) พาสต้าชิ้นจิ๋วสไตล์อิตาเลียนที่นำมาเสิร์ฟคล้ายรีซอตโต เวลาเคี้ยวจึงมีความหนึบ เข้ากับซอสมะเขือเทศผสมชีสและเนื้อหอย

 

ส่วน From the Land แนะนำให้สั่ง Lamb Rack (850 บาท) เนื้อแกะนุ่มๆ จับคู่กับแครอต หรือ Roasted Chicken (690 บาท) ซึ่งเป็นเมนูแนะนำ เป็นไก่อบเนื้อนุ่มสีสวย ที่มาพร้อมข้าวโพดกับซอสสไตล์ยุโรป

 

ปิดท้ายด้วยของหวาน เราอยากให้ทุกคนได้ลอง Banoffee (320 บาท) เป็นบานอฟฟี่เสิร์ฟแบบใหม่ที่เราชอบที่สุดตอนนี้ เพราะเชฟทำแยกองค์ประกอบ กินแต่ละส่วนรวมกันแล้วได้รสชาติแบบใหม่ดี หรือใครจะลองกินแยกทีละส่วนดูก็ได้ เพราะช็อกโกแลตในจานนี้เข้มข้นและกลมกล่อม ถูกใจสายช็อกโกแลตแน่นอน

 

 

Good for

 

เราชอบความอบอุ่นและเป็นกันเองของ Jaja Bistrotแถมที่นี่ยังเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่เสิร์ฟสไตล์อะลาคาร์ตอีก ถ้าใครอยากหาร้านบรรยากาศดีในโอกาสพิเศษ หรือแค่อยากแวะมานั่งกินมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นสบายๆ แบบสั่งได้ตามใจ ที่นี่เป็นอีกร้านที่เราอยากให้มาลอง

 

Jaja Bistrot

Address: Baan Turtle ซอยสวนพลู 2

Open: วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.30-21.00 น.

Contact: Jaja Bistrot

Budget: 1,000-2,000 บาท

Map: 

 

The post Jaja Bistrot ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ทำจากความทรงจำ นึกถึงรสมือคุณยาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: รีวิวอาหารฝรั่งเศสมิชลินสตาร์ วิวแม่น้ำเจ้าพระยา Blue by Alain Ducasse | THE STANDARD LIFE [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/life/blue-by-alain-ducasse-review/ Fri, 31 May 2024 10:13:58 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=939848

วันนี้เราขอพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ร้านอาหารระดับมิชลินส […]

The post ชมคลิป: รีวิวอาหารฝรั่งเศสมิชลินสตาร์ วิวแม่น้ำเจ้าพระยา Blue by Alain Ducasse | THE STANDARD LIFE [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้เราขอพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ กับอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยในแบบฉบับไฟน์ไดนิ่งที่ Blue by Alain Ducasse (บลู บาย อลัง ดูคาส) ซึ่งเป็นหนึ่งในร้านอาหารของเชฟชาวฝรั่งเศสชื่อดังระดับโลก เจ้าของสถิติหนึ่งในเชฟที่ได้รับดาวมิชลินสตาร์มากที่สุดในโลกอย่างเชฟ Alain Ducasse ร้านแรกและร้านเดียวในประเทศไทย ณ ไอคอนสยาม และอีกไฮไลต์ที่เราไม่อยากให้คุณพลาดเลยคือการดื่มด่ำประสบการณ์การรับประทานอาหารท่ามกลางวิวหลักล้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา หากดูจบแล้วสนใจอยากไปลิ้มลองรสชาติ สามารถติดต่อจองได้ที่เว็บไซต์หรือเบอร์โทรศัพท์ของร้านที่เราทิ้งไว้ด้านล่าง ขอให้รับประทานอาหารให้อร่อย Enjoy กับมื้อสุดพิเศษของคุณ Bon Appétit

 

Open: ทุกวัน เวลา 12.00-21.00 น. (ยกเว้นวันอังคารและพุธ ให้บริการเฉพาะ Afternoon Tea และมื้อเย็น)
Afternoon Tea เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 14.00-17.00 น.
Location: ICONSIAM ชั้น 1 โซน ICONLUXE
Facebook: Blue by Alain Ducasse
Website: www.blue-alainducasse.com
Tel.: 06 5731 2346

The post ชมคลิป: รีวิวอาหารฝรั่งเศสมิชลินสตาร์ วิวแม่น้ำเจ้าพระยา Blue by Alain Ducasse | THE STANDARD LIFE [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
Palmier by Guillaume Galliot ร้านอาหารฝรั่งเศสไวบ์สนุก เหมาะกับการสังสรรค์ https://thestandard.co/life/palmier-by-guillaume-galliot/ Sun, 26 May 2024 02:00:15 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=937563

นี่เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีจริตในแบบที่เราชอบ เพราะมา […]

The post Palmier by Guillaume Galliot ร้านอาหารฝรั่งเศสไวบ์สนุก เหมาะกับการสังสรรค์ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นี่เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีจริตในแบบที่เราชอบ เพราะมาในแนว Brasserie เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสต้นตำรับท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ที่ไม่ขึงขังจริงจังจนเกินไป แถมเมนูของ Palmier by Guillaume Galliot (ปามมิเย่ บาย กิโยม กาลิโอ) ยังเข้าใจง่ายและกินสนุก สามารถสั่งมาแชร์กับเพื่อนๆ ร่วมโต๊ะได้อีกด้วย 

 

บรรยากาศภายในและภายนอกร้าน

 

เชฟกิโยม กาลิโอ

 

Palmier by Guillaume Galliot ได้เชฟระดับมิชลินสตาร์ 3 ดาวถึง 6 ปีซ้อนอย่าง เชฟกิโยม กาลิโอ ที่ประจำอยู่ที่ห้องอาหาร Caprice ของโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ฮ่องกง มาดูแลอย่างใกล้ชิด

 

โดยเชฟเลือกใช้วัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วโลกมาปรุงเป็นเมนูสุดคลาสสิก ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัยเด็กและธรรมเนียมในครอบครัวของเชฟ อาหารแต่ละจานจึงมีความดั้งเดิมที่ตรงไปตรงมา และมีรสชาติในแบบที่เราถวิลหา

 

วันนั้นเราได้ลองฟัวกราส์โทสต์ที่มาในขนาดพอดีคำ หอยทากอบมาพร้อมซอสกระเทียมและพาร์สลีย์ หอยนางรมสดใหม่ บีฟทาร์ทาร์ที่ใช้เนื้อวากิวจากออสเตรเลียที่มีรสชาติเข้มข้น ส่วนจานหลักเราลองเป็นบอสตันล็อบสเตอร์ที่มาพร้อม Gnocchi เหมาะสำหรับ 2 คน

 

 

และอย่างที่บอกว่า Palmier by Guillaume Galliot มาในท่าทีที่ผ่อนคลาย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องจับคู่อาหารกับไวน์ฝรั่งเศสเสมอไป (แต่ต้องบอกว่าที่นี่จะมีลิสต์ไวน์ฝรั่งเศสเยอะมาก) เพราะร้านอาหารแห่งนี้ยังมีค็อกเทลบาร์ไว้บริการ สามารถสั่งมาดริงก์ระหว่างมื้ออาหาร หรือจะย้ายไปนั่งด้านนอกเพื่อชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาไปพลางๆ ก็ถือเป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยทีเดียว

 

 

Palmier by Guillaume Galliot เปิดให้บริการแล้วที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ สำหรับมื้อกลางวัน และบรันช์ในวันอาทิตย์ เวลา 11.30-14.30 น. และมื้อเย็น ตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการสำรองที่นั่งติดต่อได้ที่ 0 2032 0885

 

ภาพ: Palmier by Guillaume Galliot

The post Palmier by Guillaume Galliot ร้านอาหารฝรั่งเศสไวบ์สนุก เหมาะกับการสังสรรค์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดประสบการณ์ Fine Dining แบบ Sustainable! ที่ Amber ฮ่องกง https://thestandard.co/life/sustainable-fine-dining-amber-hong-kong/ Thu, 18 Apr 2024 00:09:25 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=923888

เปิดประสบการณ์อร่อยแบบ Sustain ที่ฮ่องกง   ถ้าใครก […]

The post เปิดประสบการณ์ Fine Dining แบบ Sustainable! ที่ Amber ฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>

เปิดประสบการณ์อร่อยแบบ Sustain ที่ฮ่องกง

 

ถ้าใครกำลังมองหาร้านอาหารดีๆ สำหรับเป็นมื้อพิเศษให้กับตัวเอง บอกเลยว่าร้านนี้ไม่ควรพลาด ที่นี่คือ Amber ร้านอาหารใน The Landmark Mandarin Oriental, Hong Kong ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสที่ได้รางวัล 2 ดาวมิชลิน ที่พิเศษไปกว่านั้นคือที่นี่เป็นร้านอาหารที่เลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดีมาก และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ใช้วัตถุดิบที่ก่อคาร์บอนน้อยที่สุด แถมยังลดการใช้ผลิตภัณฑ์จากนม หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากพืชแทน แต่ทำรสชาติให้ออกมาไม่ต่างจากนมเลย ทำให้ที่นี่ได้รับรางวัลอีก 1 ดาวมิชลินรักษ์โลกไปด้วย

 

 

The Vibe

 

พอบอกว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสระดับ 2 ดาวมิชลิน หลายคนคงคิดว่าต้องเกร็ง และเป็นทางการมากแน่ๆ แต่ความจริงที่นี่เขาตกแต่งให้ดูอบอุ่นและผ่อนคลายมากขึ้น ด้วยโทนสีที่มีความเป็นธรรมชาติ และดีไซน์ที่ใช้รูปทรงแบบออร์แกนิก ทำให้ลูกค้าแต่ละโต๊ะนั่งกินได้แบบผ่อนคลาย ไม่เกร็งมาก และที่ชอบอีกอย่างคือ แต่ละโต๊ะจะหันหน้าออกจากกัน ถึงแม้ว่าพื้นที่ร้านจะไม่ได้ใหญ่มาก แต่ก็สามารถมอบความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้าได้

 

The Taste

 

การที่ร้านนี้ได้รางวัลการันตีเป็นดาวมิชลินรักษ์โลก ทำให้รู้เลยว่าเขาใส่ใจและตั้งใจที่จะทำร้าน Fine Dining ที่ Sustainable จริงๆ โดยร้านจะเลือกใช้วัตถุที่คุณภาพดี และต้องมั่นใจว่าวัตถุดิบนั้นปล่อยคาร์บอนให้กับโลกน้อยที่สุด

 

 

และอีกหนึ่งความตั้งใจของร้านคือ การไม่ใช้ Dairy Product อย่าง ครีม นม และ เนย ในการปรุงอาหาร แต่เปลี่ยนไปใช้ ถั่ว ข้าว และนมจากถั่ว ที่สามารถให้ความมันแทนได้ นอกจากนี้เขายังลดการใช้เกลือ และหันมาใช้โซเดียมธรรมชาติจากสาหร่ายอีกด้วย เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

 

 

คอร์สอาหารของร้านมีให้เลือกทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็น ซึ่งเราลองเลือกแบบมื้อเที่ยง 6 คอร์ส ซึ่งวัตถุดิบค่อนข้างจะหลากหลาย มีทั้งหอย ฟัวกราส์ เนื้อ A5 โดยเมนูที่ห้ามพลาดของร้านนี้คือ Aka Uni ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับมูส เติมความสดชื่นด้วยล็อบสเตอร์ เยลลี่ และปิดท้ายด้วยคาเวียร์ วิธีการกินคือต้องตักให้ครบทุกเลเยอร์ และวางบนแผ่นสาหร่ายทอด คุณจะได้เจอกับรสชาติที่หวาน มัน เค็ม และมีความสดชื่นเล็กๆ จากเยลลี่ ทางร้านบอกว่านี่ถือเป็นเมนูระดับไอคอนิกของร้านเลย

 

 

นอกจากจะได้กินอาหารแล้ว ลูกค้าจะได้เปิดประสบการณ์บุกหลังครัวของร้าน พร้อมดูเชฟทำอาหารแบบสดๆ และจะได้กินหนึ่งคอร์สในนั้นด้วย! 

 

Good for

 

ใครที่มีแพลนจะไปเที่ยวฮ่องกง แล้วอยากหาร้านอาหารเพื่อเป็นมื้อพิเศษสักหนึ่งมื้อ ร้านนี้เหมาะสุดๆ เราแอบสังเกตว่าที่นั่งหลายๆ โต๊ะเหมาะกับไป 2 คน เพราะฉะนั้นที่นี่เหมาะกับเป็นร้านสำหรับเดตมาก และใครที่กินอาหารมังสวิรัติ เขามีเมนูสำหรับมังสวิรัติด้วย

 

ใครสนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

www.mandarinoriental.com/en/hong-kong/the-landmark/dine/amber

 

Amber 

Open: ทุกวัน เวลา 12.00-13.45 น. และ 18.00-00.00 น.
Address: The Landmark Mandarin Oriental, Hong Kong

Budget: เริ่มต้นที่ 928 ดอลลาร์ฮ่องกง

Facebook: The Landmark Mandarin Oriental, Hong Kong

Instagram: @mo_landmarkhk

Map:

 

 

 

ภาพ: วริทธิ์ ลิ้มเจริญ

The post เปิดประสบการณ์ Fine Dining แบบ Sustainable! ที่ Amber ฮ่องกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เผยเมนูสุดท้ายก่อนร้านอาหารฝรั่งเศส Stage ย้ายโลเคชันใหม่! https://thestandard.co/life/final-menu-stage-new-location/ Thu, 22 Feb 2024 06:14:07 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=902985 Restaurant Stage

แม้ว่าเราจะต้องพบกับการปิดร้านของ Stage ในไม่ช้า แต่ไม่ […]

The post เผยเมนูสุดท้ายก่อนร้านอาหารฝรั่งเศส Stage ย้ายโลเคชันใหม่! appeared first on THE STANDARD.

]]>
Restaurant Stage

แม้ว่าเราจะต้องพบกับการปิดร้านของ Stage ในไม่ช้า แต่ไม่ต้องเสียใจ เพราะ Stage ไม่ได้หายไปไหนถาวร แต่พวกเขากำลังทำร้านใหม่ในสถานที่ใหม่ ที่น่าจะพร้อมเสร็จปีนี้ 

 

Restaurant Stage

 

แต่สำหรับคนที่หลงใหลในสไตล์ Casual Fine Dining ของฝีมือ เชฟเจย์-สายนิสา แสงสิงแก้ว (Chef Patron) และทีมงาน ไม่ต้องห่วง เพราะคุณยังสามารถสนุกกับการชิมเมนูที่นี่จนกว่าร้านจะปิดไปในเดือนมีนาคม 2567 (แต่ Playroom บาร์ชั้นบนยังคงเปิดให้บริการตามปกติ)

 

โดยเทสติ้งเมนูสุดท้าย Stage Last Menu ที่ทางร้านนำเสนอเป็นการนำเมนูคลาสสิกของอาหารฝรั่งเศส ที่หลายคนคุ้นเคยมาตีความใหม่ในแบบฉบับของ Stage ที่มีลูกเล่น เติมความสนุก และพลิกแพลงจานคลาสสิกให้มีความใหม่และร่วมสมัย แต่ยังคงไว้ด้วยวัตถุดิบประจำฤดูกาลชั้นดี และเทคนิคจากครัวฝรั่งเศส 

 

Restaurant Stage

 

มื้อนี้เราจึงมีโอกาสได้เห็นจานอย่าง Bouillabaisse ซุปทะเลใส่หอยเชลล์ Coq au Vin จานไก่สุดคลาสสิก หรือล็อบสเตอร์ที่มาพร้อมซอสสามสี ส่วนจานหลักมีให้เลือกระหว่างเนื้อและปลา แล้วแต่ว่าวันนั้นคุณอยู่ในมู้ดไหน โดยรวมแล้วแต่ละเมนูเชฟเจย์ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้ดีเช่นเคย แต่ละเมนูใส่ความครีเอทีฟและคัดสรรวัตถุดิบมาใช้ได้อย่างน่าสนใจ 

 

Restaurant Stage Restaurant Stage

 

นอกจากนี้ อย่าลืมที่จะลองของหวานอย่าง Rhubarb Clafoutis และ Signature Dessert Trolley ที่มีมาตั้งแต่เปิดร้านจนถึงเทสติ้งเมนูสุดท้าย อย่าพลาดโอกาสในการสนุกกับประสบการณ์กินอาหารที่หาได้ที่ Stage!

 

Restaurant Stage

 

ราคาอยู่ที่ 7 คอร์ส ราคา 3,500++ บาท ส่วน ‘STAGE Experience’ 10 คอร์ส ราคา 4,900++ บาท (ไวน์แพริ่ง 3 แก้ว 1,700++ บาท / 6 แก้ว 3,200++ บาท)

 

ใครสนใจตอนนี้ยังพอมีเวลา โทรไปจองได้ที่ 0 2002 5253 และ 08 3623 4444

The post เผยเมนูสุดท้ายก่อนร้านอาหารฝรั่งเศส Stage ย้ายโลเคชันใหม่! appeared first on THE STANDARD.

]]>
อบอุ่น มีสีสัน แปลกใหม่ ฤดูหนาวของ Den Kushi Flori ไฟน์ไดนิ่งของเสียบไม้ที่ควรลอง https://thestandard.co/life/den-kushi-flori/ Thu, 15 Feb 2024 03:23:31 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=900116

ถ้าให้เปรียบเทียบกับครั้งแรกที่เราได้ชิมอาหารของ ‘Den K […]

The post อบอุ่น มีสีสัน แปลกใหม่ ฤดูหนาวของ Den Kushi Flori ไฟน์ไดนิ่งของเสียบไม้ที่ควรลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าให้เปรียบเทียบกับครั้งแรกที่เราได้ชิมอาหารของ ‘Den Kushi Flori’ เมื่อตอนเปิดใหม่ๆ เราว่าครั้งนี้เชฟทำเมนูได้น่าสนใจขึ้น สนุกขึ้น และแปลกใหม่ขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย จึงไม่แปลกใจที่ Den Kushi Flori จะมีชื่ออยู่บนลิสต์ร้านแนะนำโดย MICHELIN Guide อย่างรวดเร็ว ทั้งที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อกลางปีที่แล้วนี้เอง

 

วันนี้เราจึงอยากพาทุกคนไปชิมเมนูฤดูหนาวของ Den Kushi Flori ซึ่งนำโดยเชฟซูซูมุ ชิมิสึ เฮดเชฟจากสาขาญี่ปุ่นที่บินมาประจำการอยู่ที่นี่ โดยเมนูรอบนี้เชฟเสิร์ฟทั้งหมด 7 คอร์ส ขอบอกก่อนว่าเราชอบทุกเมนู เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ทุกคนตั้งตารอทุกจาน

 

 

แต่ก่อนเสิร์ฟจานแรกวันนี้ เชฟมีแฮมญี่ปุ่นที่ดรายเอจเอง 3 ปีมาให้ชิมด้วย ถ้าใครอยากลองบ้างสามารถสั่งเพิ่มได้ในราคา 590 บาท

 

เข้าสู่คอร์สแรก ‘Ikura • Terrine’ เทอร์รีนผักไทยกับไข่ปลาแซลมอน ข้างๆ กันมีวาซาบิจากชิซึโอกะ เป็นจานผักที่เรียกทั้งความสดชื่นและชวนหิว

 

‘Shrimp • Tom Kha Kai’ จานนี้เราว่าแปลกแต่สนุก เชฟทำต้มข่าไก่ในสไตล์ของร้านเอง ด้วยการเสียบเนื้อไก่นุ่มๆ ไว้ด้านบน ส่วนรสชาติซุปจะเข้มข้น ใส่เห็ดป่าและบอลกุ้งฉ่ำๆ มีแคนดี้มะขามให้กินคู่กันด้วย

 

 

หลังจาก ‘Scallop • Truffle’ มูสสแกลลอปกับพุดดิ้งเต้าหู้ถั่วเหลืองเนื้อเนียนนุ่มเสิร์ฟอุ่นๆ ก็มาถึง ‘Duck • Bok Choy’ เชฟเสิร์ฟเนื้อเป็ดฝรั่งเศสแบบสึคุเนะ ราดด้วยซอส 3 สี ทำจากดาชิ บ๊อกฉ่อย และเรดไวน์ผสมฟัวกราส์ 

 

‘Abalone Pumpkin & Potato’ เป็นอีกจานที่เราชอบมาก โดยเฉพาะมันหวานนุ่มๆ กับฟักทองเทมปุระที่เป็นเครื่องเคียง

 

ไฮไลต์ของ Den Kushi Flori อยู่ที่เมนคอร์ส รอบนี้เชฟเสิร์ฟเป็น ‘Beef Tongue Gobo’ ข้าวหน้าลิ้นวัวชิ้นหนาๆ ที่นุ่มละลายในปาก กินคู่กับข้าวอบรากบัวผสมโกโบ และซอสที่ได้แรงบันดาลใจมาจากน้ำจิ้มข้าวหมก เป็นอีกเมนูที่เชื่อว่าทุกคนต้องชอบเหมือนกัน

 

 

‘Dessert’ มีให้เลือกเหมือนเดิม ระหว่างพุดดิ้งกับโมจิถั่วแดง แต่เชฟบอกว่าพอหลายคนมาบ่อยๆ เข้าก็กลัวเบื่อ ตอนนี้จึงมีโมจิถั่วแดงไส้ผลไม้ให้เลือกด้วย

 

แต่ถ้าใครยังไม่เคยมาที่นี่เลย เราแนะนำให้สั่งทั้ง 2 เมนูแบบครึ่งๆ ชอบอันไหนมากกว่ารอบหน้าค่อยว่ากัน

 

Den Kushi Flori Bangkok อยู่ชั้น LG อาคารเอราวัณ แบงค็อก เปิดให้บริการทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น ทุกวันพุธ-จันทร์ เวลา 12.00-15.00 น. และ 18.00-21.30 น. โดยมีให้เลือกระหว่าง 5 คอร์ส 2,800++ บาท และ 7 คอร์ส 3,500++ บาท

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post อบอุ่น มีสีสัน แปลกใหม่ ฤดูหนาวของ Den Kushi Flori ไฟน์ไดนิ่งของเสียบไม้ที่ควรลอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จากไฟน์ไดนิ่งสู่บิสโทร Maison Philippe ความอร่อยตำรับฝรั่งเศสแท้ที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม https://thestandard.co/life/maison-philippe/ Mon, 25 Dec 2023 10:42:56 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=880810

หากคุณเคยแวะเวียนไปลิ้มรสความอร่อยสไตล์ฝรั่งเศสที่ ‘Phi […]

The post จากไฟน์ไดนิ่งสู่บิสโทร Maison Philippe ความอร่อยตำรับฝรั่งเศสแท้ที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>

หากคุณเคยแวะเวียนไปลิ้มรสความอร่อยสไตล์ฝรั่งเศสที่ ‘Philippe’ ซอยสุขุมวิท 39 โดยเชฟรุ่นเก๋าอย่าง Philippe Peretti คงจะคุ้นเคยดีกับความอร่อยตำรับฝรั่งเศสแท้ท่ามกลางบรรยากาศอันหรูหราที่แสนจะเหมาะกับการดื่มด่ำในโอกาสพิเศษ ทว่าวันไหนที่คุณแค่โหยหารสมือเชฟแต่ไม่อยากคว้าสูทหรือชุดสวยหรูมาใส่ แค่อยากอิ่มเอมกับรสชาติฝรั่งเศสดั้งเดิมแบบไม่ต้องมีพิธีรีตอง เสื้อยืดกางเกงขาสั้นได้ชิลๆ เราแนะนำให้ลองแวะไปเช็กอินกันที่ ‘Maison Philippe’ การเดินทางบทใหม่ของเชฟ Philippe ในเวอร์ชันบิสโทรด้วยบรรยากาศใหม่ที่อบอุ่น สบาย เป็นกันเอง ราคาเข้าถึงง่ายกว่าเดิม แถมยังมีโซน Mini Grocery ให้ช้อปความอร่อยฝีมือเชฟติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย

 

 


 

The Vibe

 

Maison Philippe ปักหลักอยู่ในซอยสุขุมวิท 39 โครงการ Living At Citi Resort ใกล้ทางออกฝั่งถนนเพชรบุรี ใครขับรถมาก็สามารถจอดหน้าร้านได้เลย บรรยากาศในร้านแคชวล เป็นกันเอง โดยมีทั้งหมดสองชั้น ซึ่งหากคุณนั่งชั้นล่างก็จะสามารถมองเชฟทำอาหารเพลินๆ ได้อีกด้วย

 

 

อย่างที่บอกว่าร้านนี้มีโซนให้ช้อปของติดไม้ติดมือกลับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเบเกอรี โซนของแห้ง และที่พลาดไม่ได้คือ Soup Stew, Pasta Sauce และ Pate ที่จะทำให้มื้อที่บ้านพิเศษยิ่งขึ้น

 

 

The Taste

 

อาหารที่นี่จะมีให้เลือกทั้งสำหรับ All Day Breakfast, Set Menu (850 บาทต่อเซ็ต) และ À la carte โดยในส่วนของเซ็ตเมนูจะมีให้เลือกสองแบบ Set 1 จะเป็นจานเนื้อจับคู่กับสลัด ขนมหวาน และเครื่องดื่ม ส่วน Set 2 จะเลือกได้ทั้ง Appetizer, Main Course, ของหวาน และเครื่องดื่ม ด้วยความที่เราไปช่วงสาย เลยขอเป็น Set Menu และ À la carte พร้อมกาแฟให้สดชื่นตื่นไปตลอดวัน

 

ก่อนที่อาหารจานแรกมาเสิร์ฟทางร้านก็จะมีการเสิร์ฟขนมปังบาแกตต์มาให้รองท้องกันก่อน ปาดกินกับเนยฝรั่งเศสฉ่ำๆ ยิ่งอร่อย

 

 

เริ่มกันที่ Chicken Egg ‘Bio’ Mimosa with Crab (320 บาท) ไข่ต้มท็อปด้วยไก่และปูเนื้อแน่น ปรุงรสด้วยสมุนไพรพร้อมมิโมซาโรยหน้า ถือเป็นการกดปุ่มเรียกน้ำย่อยในกระเพาะได้เป็นอย่างดี

 

 

ต่อด้วย Duck Fig Paté Maison (450 บาท) ตับเป็ดบดผสมลูกฟิก ซึ่งเสิร์ฟแบบเย็นมาพร้อมกับขนมปังกรอบ จุดเด่นของตับเป็ดที่นี่คือจะมีเท็กซ์เจอร์ชิ้นเนื้อและลูกฟิกให้เคี้ยวเพลินๆ ปาดกินกับขนมปังยิ่งอร่อยเพลินไปอีกแบบ

 

 

Onion Soup in Puff (580 บาท) พูดคำว่าอร่อยไม่หยุด ยกสิบนิ้วให้ก็คงไม่พอสำหรับจานนี้ อร่อยไร้ที่ติ อร่อยทุกอณูตั้งแต่ตัวแป้งพัฟฟ์ด้านบนและซุปหัวหอมที่เข้มข้น หวานเค็มกลมกล่อมด้วยองค์ประกอบที่ลงตัวระหว่างคาราเมล กอมเตชีสรสถั่ว เห็ดกิโรลล์ และไก่รมควันเนื้อนุ่ม

 

 

ยิ่งกินกับพัฟฟ์ยิ่งทวีความอร่อยเป็นเท่าตัว หากเคยลองซุปหัวหอมที่ไหนแล้วรู้สึกว่าไม่อร่อย จืดชืดเจือจาง อยากให้มาลองที่นี่จริงๆ

 

 

ก่อนที่กระเพาะจะเริ่มให้สัญญาณว่าอิ่ม เซ็ตเมนูแรกของเราก็มาเสิร์ฟ Beef Steak with French Fries and Green Salad สเต๊กเนื้อความสุกแบบมีเดียมแรร์ เสิร์ฟมาพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์และสลัด เนื้อทำออกมาได้นุ่ม ไม่เหนียว ยิ่งกินกับหอมผัดหวานๆ ที่เสิร์ฟมาด้วยยิ่งเข้ากัน

 

 

ต่อด้วยเซ็ตเมนูที่สองที่เราเลือกเป็น Shrimp Avocado Salad Cocktail Sauce และ Roasted Seabass Filet Three Peppers Sauce

 

 

ซึ่งถ้าใครที่ชอบอะโวคาโดอยู่แล้วก็คงแฮปปี้กับสลัดจานนี้ อะโวคาโดเสิร์ฟมาพร้อมกับกุ้งสดตัวโต ราดเดรสซิ่งฉ่ำๆ กินเพลิน

 

 

ในส่วนของปลานั้นก็ต้องขอปรบมือให้อีกเช่นกัน ความอร่อยอยู่ที่หนังปลากรอบๆ ด้านบน ตัดกับเท็กซ์เจอร์ความนุ่มแน่นและสดของเนื้อปลา ยิ่งกินกับซอสพริกไทยยิ่งอร่อย

 

 

ตบท้ายด้วยของหวานสองจานจากแต่ละเซ็ต Bread Pudding Vanilla Cream Sauce และ Apple Tarte ใครที่ไม่ชอบของหวานที่หวานแสบคอจนเกินไป เราอยากให้ได้ลองขนมที่นี่ อย่างตัวเบรดพุดดิ้งจะมีเนื้อที่นุ่มละมุน แทรกไปด้วยผลไม้พอให้เคี้ยวสนุก

 

 

ในขณะที่ทาร์ตแอปเปิ้ลอุ่นๆ มีความหอมอร่อยจากตัวแป้งพาย ตัดรสเปรี้ยวหวานกำลังดีของแอปเปิ้ล ตักกินกับไอศกรีมวานิลลาหวานเย็นชื่นใจตาตื่น

 

 

ในส่วนของเครื่องดื่มเองก็เรียกว่าจัดเต็มเรื่องไวน์ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 850 บาท ไปจนถึง 10,000 บาท เรียกว่าตอบโจทย์การสังสรรค์ในมื้อค่ำอย่างแน่นอน

 

Good for

 

อารมณ์ไหนที่อยากเอ็นจอยอาหารฝรั่งเศสก็แวะมาได้เลยที่ Maison Philippe อาหารค่อนข้างเข้าใจง่าย และบรรยากาศเองก็อบอุ่น สบาย เหมาะทั้งสำหรับครอบครัว คนรัก และก๊วนเพื่อน ซึ่งถ้าใครอยากนัดสังสรรค์แบบไพรเวต ที่นี่ก็มีโซนรองรับเช่นกัน

 


 

Maison Philippe

 

Open: เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. (รับออร์เดอร์สุดท้ายเวลา 21.30 น.)

Address: ซอยสุขุมวิท 39 โครงการ Living At Citi Resort ใกล้ทางออกฝั่งถนนเพชรบุรี

Tel: 0 2123 8713

Website: https://maisonphilippebkk.com/

Facebook: https://www.facebook.com/maisonphilippebkk

Instagram: https://www.instagram.com/maisonphilippebkk/

Budget: เริ่มต้นที่ 320 บาท

Map: https://maps.app.goo.gl/Wy7rkoxSGWZkCdKy8

 

The post จากไฟน์ไดนิ่งสู่บิสโทร Maison Philippe ความอร่อยตำรับฝรั่งเศสแท้ที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชิมรสชาติฝรั่งเศสร่วมสมัยที่วิลลาริมทะเล L’Arôme by the sea https://thestandard.co/life/larome-by-the-sea/ Sat, 01 Jul 2023 07:27:16 +0000 https://thestandard.co/?p=810332

ไม่นานหลังจากที่มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประกาศรุดหน้าสู่จ […]

The post ชิมรสชาติฝรั่งเศสร่วมสมัยที่วิลลาริมทะเล L’Arôme by the sea appeared first on THE STANDARD.

]]>

ไม่นานหลังจากที่มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประกาศรุดหน้าสู่จังหวัดภูเก็ต เราเห็นสีสันและความเคลื่อนไหวในวงการอาหารเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ใครไปใครมาภูเก็ตต้องแวะกินเฉพาะร้านอาหารท้องถิ่น ตอนนี้ต้องเผื่อบางมื้อไว้ให้อาหารแนวอื่นบ้างแล้ว

 

ท่ามกลางร้านอาหารและรีสอร์ตริมอ่าวกะหลิม ป่าตอง ที่กลับมาคึกคักอีกครั้งหลังโควิด มีอาคารสามชั้นสีขาวหลังหนึ่งหันหน้าสู่ทะเล ที่มุ่งมั่นนำเสนอรสชาติฝรั่งเศสร่วมสมัย ประกอบกับการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่มีข้อได้เปรียบเรื่องความสดใหม่ ผสมผสานกับเทคนิคการครัวแบบตะวันตก และรังสรรค์ออกมาเป็นเทสติ้งเมนู ที่นำเสนอความสวยงามของท้องทะเลผ่านการตีความอาหารในรูปแบบฝรั่งเศสร่วมสมัย จากฝีมือและประสบการณ์ของเชฟยานนิค ฮอลเลนสไตน์ ซึ่งอาคารที่ว่ามีชื่อว่า L’Arôme by the sea (ลาโรม บาย เดอะ ซี)

 

ภาพ: Laromebythesea Ambience23

 

The Vibe

 

ด้วยความที่ตั้งอยู่ริมหาด บรรยากาศโดยรวมของ L’Arôme by the sea จึงค่อนข้างโรแมนติกและมีมู้ดที่เปลี่ยนไปตามแสงของพระอาทิตย์ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินขึ้นมาบริเวณร้านจะสังเกตได้ถึงโทนสีฟ้าอ่อน และเฟอร์นิเจอร์สีน้ำเงินซึ่งดูกลมกลืนไปกับน้ำทะเลตรงหน้า

 

 

ก่อนดินเนอร์หากยังไม่โพล้เพล้นัก ลองแวะขึ้นไปจิบเรียกน้ำย่อยสักแก้วบนรูฟท็อป นั่งชิลและชมพระอาทิตย์ตกดิน ก่อนที่จะลงมาที่ห้องอาหาร ซึ่งเราแนะนำให้จองโต๊ะริมกระจกเพราะเป็นมุมที่บรรยากาศดีที่สุดของร้าน

 

 

The Taste

 

เมื่อได้ที่แล้วก็เริ่มดินเนอร์กันได้เลย เนื่องจากเป็นร้านอาหารฝรั่งเศส เมนูที่เสิร์ฟจึงอิงกับวัตถุดิบตามฤดูกาล และช่วงนี้เพิ่งเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนในยุโรป เพราะฉะนั้นอาหารและวัตถุดิบจึงมีความสด รสชาติดีเยี่ยม และด้วยความชอบออกทะเลเพื่อตกปลาของเชฟยานนิค จึงไม่ต้องแปลกใจหากบางวันจะมี Catch of the Day หรือซีฟู้ดจากทะเลอันดามันมาอยู่ในเทสติ้งเมนูนี้

 

ก่อนจะถึงคอร์สแรกเชฟมีของกินเล่น 4 คำ เพื่อให้ผู้มาเยือนเตรียมตัวสำหรับดินเนอร์ที่กำลังจะมา เริ่มตั้งแต่คำแรก หอยนางรมที่เชฟทำเปลือกหอยขึ้นใหม่จากมันฝรั่ง และตกแต่งให้มีมิติคล้ายเปลือกหอยจริง และสามารถกินได้จริง ส่วนด้านในเป็นเนื้อหอยนางรมฝรั่งเศสผสมหอยตลับท้องถิ่นในน้ำสต็อกซีฟู้ดผสมไวน์ขาว ต่อด้วยทาร์ตข้าวเหนียวดำหน้าสลัดปูใส่ฟิงเกอร์ไลม์ ส้มโอ คอมบุ กับคาเวียร์ 

 

 

ทาร์ตปลาซาร์ดีนอันดามันดองกับพริกหวาน และคำสุดท้ายเป็นคัสตาร์ดดอกกะหล่ำใส่เนื้อภูเก็ตล็อบสเตอร์รมควัน แครอตม่วง และหน่อไม้ฝรั่ง

 

 

คอร์สแรกเริ่มต้นด้วยทูน่าจากทะเลอันดามันที่เชฟยานนิคคัดมาเฉพาะส่วนท้อง นำไปรมควันกาบมะพร้าว เสิร์ฟคู่กับแตงโมและรูบาร์บฝรั่งเศส เคเปอร์เบอร์รี และรูบาร์บดาชิ อีกตัวเป็นกุ้งแดงจากสเปนกับซัมเมอร์สลัด กินกับคีเฟอร์มูส ซึ่งได้มาจากการหมักโยเกิร์ต

 

 

ต่อด้วยคอร์สฟัวกราส์จี่กระทะร้อน เสิร์ฟพร้อมกับสับปะรดบาร์บีคิวและคัสตาร์ดฟัวกราส์ ส่วนใครที่ไม่กินฟัวกราส์สามารถเปลี่ยนเป็นหนวดหมึกยักษ์ย่างจากเกาะราชาใหญ่ เชฟจับคู่กับมะเขือเทศเชียงใหม่ย่างถ่าน มะเขือเทศดอง ใบมะเดื่อ และพริกหวานกงฟีต์

 

 

ขยับไปที่จานปลา เชฟใช้ปลาค็อดจากบริตตานีแต่นำไปดรายเอจ 3 วัน เพื่อให้เนื้อมีความนุ่มและรสชาติดีขึ้น แล้วค่อยนำไปทอดในเนยรมควัน

 

 

จานหลักของค่ำคืนนี้มีให้เลือกระหว่างเป็ดกับเนื้อ เชฟเลือกใช้เป็ดจากระยอง ย่างจนหนังกรอบและโรยพริกไทยสีชมพู กินกับซอสจูส์จากเป็ด และเชอร์รีไทยกับบีทรูทอบเกลือทะเล ส่วนเนื้อใช้วากิว A3 จากไซตามะ ย่างด้วยไม้ถ่านขาวบินโจตัน กินกับข้าวโพด 3 สไตล์ที่มีทั้งพิวเร ข้าวโพด และยอดอ่อนข้าวโพด

 

 

ปิดท้ายด้วย Pre-Dessert เพื่อเตรียมตัวก่อนที่จะไปของหวาน จานนี้เป็นกรานิต้าโหระพาไทย กินกับซอร์เบต์จิงเจอร์เบียร์ ส่วนของหวานตบท้ายจริงๆ เป็นทาร์ตช็อกโกแลตภูเก็ตราดโกโก้ร้อน เนื้อในผสมส้ม ถั่วแมคาเดเมีย และซีบัคธอร์น ได้หลายรสชาติในคำเดียว

 

 

Good For

 

ใครที่กำลังแพลนไปภูเก็ตหรือหาทริปเซอร์ไพรส์เนื่องในโอกาสพิเศษพอดี เราแนะนำให้หาเวลาสักมื้อมาเยือน L’Arôme by the sea เพราะนอกจากอาหารจะรสชาติดีเยี่ยมแล้ว วิวติดทะเลหลักล้านและบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกแบบนี้เป็นสิ่งที่ร้านอาหารมิชลินสองดาวในกรุงเทพฯ ก็มอบให้คุณไม่ได้

 

 


 

L’Arôme by the sea (ลาโรม บาย เดอะ ซี)

 

Open: เปิดทุกวัน เวลา 16.00-23.00 น.

Address: 247 ถนนพระบารมี ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

Tel: 06 5239 2111

Budget: 4,000-5,000 บาท

Website: https://en.laromegroup.com/laromebythesea

Map: https://goo.gl/maps/Nc5YMcVekP7vze1i7

 

 

The post ชิมรสชาติฝรั่งเศสร่วมสมัยที่วิลลาริมทะเล L’Arôme by the sea appeared first on THE STANDARD.

]]>
รสชาติของฤดูใบไม้ผลิจาก Elements, Inspired by Ciel Bleu โชว์ความสดใสผ่านวัตถุดิบประจำฤดูกาล https://thestandard.co/life/elements-inspired-by-ciel-bleu-4/ Sat, 27 May 2023 02:30:55 +0000 https://thestandard.co/?p=795865 Elements Inspired by Ciel Bleu

เราชอบความเบาสไตล์อาหารฝรั่งเศส-ญี่ปุ่นของ ‘Elements, I […]

The post รสชาติของฤดูใบไม้ผลิจาก Elements, Inspired by Ciel Bleu โชว์ความสดใสผ่านวัตถุดิบประจำฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
Elements Inspired by Ciel Bleu

เราชอบความเบาสไตล์อาหารฝรั่งเศส-ญี่ปุ่นของ ‘Elements, Inspired by Ciel Bleu’ เพราะทุกครั้งที่กลับมา ทั้งสีสันและการผสมผสานวัตถุดิบฝีมือเชฟเจอราร์ด ฮอร์คาโญ ทำให้เราประทับใจได้เสมอ โดยครั้งนี้เรามาเยี่ยมเยียนพร้อมชิมคอร์สเมนูปัจจุบัน ‘Spring Guestronomic Set Journey’ ที่เชฟใส่ความเป็นตัวเองลงไปมากขึ้นกว่าหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา 

 

เพราะเชฟได้เดินทางไปตามหาวัตถุดิบเองถึงประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะได้พบกับชาวประมงท้องถิ่น และนำสิ่งต่างๆ มาเป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์รสชาติของฤดูใบไม้ผลิ

 

 

The Vibe

 

Elements เป็นห้องอาหาร 1 ดาวมิชลินในโรงแรม The Okura Prestige Bangkok เราชอบบรรยากาศครัวเปิดที่มากี่ครั้งก็เงียบสงบ ชวนนั่งมองทีมเชฟเตรียมอาหารก่อนจะเดินมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ ส่วนที่นั่งจะมีให้เลือกหลายส่วน ทั้งโซนไพรเวตที่ให้ความเป็นส่วนตัวและโต๊ะสำหรับมาเป็นคู่หรือเป็นกลุ่ม

 

 

The Taste

 

วันนี้เราได้ลองคอร์สเมนู Mizu จับคู่กับอีกไฮไลต์ของห้องอาหารอย่างคอมบูชาแพริ่ง ซึ่งหากใครสังเกตก็จะเห็นโหลคอมบูชาที่ห้องอาหารหมักเองตั้งอยู่ตรงทางเข้าด้วย โดยเชฟจะเริ่มเสิร์ฟจากของกินเล่น 4 คำ ก่อนเข้าสู่เมนูแรก Aged Sashimi Duo ใช้ปลาฮามาจิและทูน่า ท็อปด้วยอูนิ และมีรสสดชื่นจากมะเขือเทศ เมนูนี้เป็นหนึ่งในไฮไลต์ของซีซันนี้เลย ข้างๆ กันมีใบชิโซะเทมปุระกับฮามาจิทาร์ทาร์ ทั้งหมดจิบคู่กับคอมบูชาแตงโม

 

หลังจาก Smoked Eel ก็ตามด้วย Hokkaido Hotate Tartare หอยเชลล์กับซอสดาชิผสมอัลมอนด์ ขึ้นฉ่าย และรูบาร์บดอง เชฟนำสแกลลอปไปหมักเกลือและรมควัน ก่อนนำมาขูดโรยด้านบนเพิ่มความอูมามิ

 

รอบนี้เชฟมีเมนูพิเศษที่ไม่มีในคอร์ส ซึ่งเชฟจะเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ เราได้ลองเนื้อปูยักษ์ญี่ปุ่นกับมะเขือเทศเชียงใหม่ ก่อนตามด้วยเมนู North Sea Langoustine ยกให้เป็นอีกไฮไลต์ของมื้อนี้ เพราะเชฟผสมซอส 2 รสชาติเข้าด้วยกันคือ ยูซุและแซฟฟรอน กินแล้วเข้ากับเนื้อกุ้งหอมๆ และคอมบูชาเมลอน

 

 

Kinmedai Binchotan เป็นจานที่เราชอบที่สุด เชฟนำปลาไปทอดก่อนจะย่างด้วยถ่านบินโจตัน เสิร์ฟกับข้าวโพดย่าง หอยนางรมเทมปุระ และสตรอว์เบอร์รีดอง จิบคู่กับคอมบูชาสตรอว์เบอร์รี รสชาติเข้ากันดีมาก 

 

หลังจาก White Asparagus จะเข้าสู่เมนคอร์สที่มีให้เลือก 3 อย่างตามวัตถุดิบในแต่ละวัน เราโชคดีที่วันนั้นมีเนื้อลูกแกะไอบีเรียกับซอสถั่วสองสี เลยจิ้มเมนูนี้ แพริ่งกับคอมบูชาราสป์เบอร์รี

 

แต่หากเป็นเมนคอร์สประจำจะให้เลือกระหว่าง ‘เป็ดบาบารี’ กับซอสบีทรูทและฟัวกราส์ จิบคู่คอมบูชาแครอต และ ‘เนื้อวากิว A5’ กับกราแตงมันฝรั่งและซอสพลัม จิบคู่กับคอมบูชาบีทรูท

 

ปิดท้ายด้วยของหวานที่เมนูซิกเนเจอร์ Binchotan ยังคงมีอยู่เช่นเดิม แต่หากใครอยากลองเมนูประจำซีซันนี้ให้เลือก Yotsuboshi Strawberry ชีสเค้กญี่ปุ่นกับลิ้นจี่และสปาร์กลิงสาเก

 

 

 

Good For

 

ด้วยบรรยากาศ รสชาติ และสถานที่ของ Elements, Inspired by Ciel Bleu ที่นี่จึงเหมาะกับการมาในโอกาสพิเศษ ไม่ว่าจะมากับครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก 

 

สำหรับคอร์สเมนูนี้จะเหมาะกับคนที่ชอบความสดชื่นเป็นพิเศษ แต่ยังคงมีรสชาติกลมกล่อม ไม่เลี่ยนหรือหนักครีม และยิ่งจับคู่กับคอมบูชาแพริ่งจะทำให้คิดถึงฤดูใบไม้ผลิที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา

 

Elements, Inspired by Ciel Bleu 

Open: เปิดวันพุธ-อาทิตย์ เวลา 18.00-22.30 น.

Address: ชั้น 25 โรงแรม The Okura Prestige Bangkok

Contact: Elements, Inspired by Ciel Bleu

Budget: Mizu 8 คอร์ส ราคา 6,200++ บาท, Chikyu 6 คอร์ส ราคา 4,800++ บาท และ Ku-Ki 4 คอร์ส ราคา 4,100++ บาท (คอมบูชาแพริ่ง 1,500++ บาท)

Map: 

 


 

The post รสชาติของฤดูใบไม้ผลิจาก Elements, Inspired by Ciel Bleu โชว์ความสดใสผ่านวัตถุดิบประจำฤดูกาล appeared first on THE STANDARD.

]]>