อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อาสาสมัครสาธารณสุขประจ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 09 Apr 2026 05:52:53 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อภิสิทธิ์มองนโยบายรัฐบาลขาดหัวใจที่คำนึงถึงประชาชน วิธีบริหารที่ผ่านมาทำให้ไม่เชื่อว่าจะสำเร็จได้ https://thestandard.co/abhisit-slams-government-policy/ Thu, 09 Apr 2026 05:48:37 +0000 https://thestandard.co/abhisit-slams-government-policy/ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลในรัฐสภา

การอภิปรายของแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านในวาระการแถลงนโยบายขอ […]

The post อภิสิทธิ์มองนโยบายรัฐบาลขาดหัวใจที่คำนึงถึงประชาชน วิธีบริหารที่ผ่านมาทำให้ไม่เชื่อว่าจะสำเร็จได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำลังอภิปรายเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลในรัฐสภา

การอภิปรายของแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านในวาระการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภาดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เคยเป็นทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 และอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกในนามพรรค

 

เขาเริ่มต้นโดยกล่าวว่า ปกติแล้วเรามี 3 เรื่องใหญ่ที่คาดหวังจากการแถลงนโยบายของรัฐบาล คือ เป็นความคาดหวังของประชาชนที่สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลาย ว่านโยบายที่หาเสียงจะเป็นนโยบายของรัฐบาล ปรากฏอยู่ในคำแถลงของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เป็นโอกาสของนายกรัฐมนตรีในการสร้างความหวัง ฉายภาพทิศทางของประเทศ และเป็นเอกสารที่รัฐสภาจะใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลต่อไป

 

อภิสิทธิ์ชี้ว่า ในส่วนของการสร้างความหวังไม่ได้เกิดขึ้น บางนโยบายในการหาเสียงหายไป หรือไม่สามารถผูกมัดตนเองได้เท่ากับในการหาเสียง และมีการพูดถึงนโยบายที่ไม่ปรากฏในคำแถลง

 

เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ ที่ไม่ยอมส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ใช้หาเสียง วันนี้ไม่ยอมมาแถลงกับสภาฯ แต่ไปพูดที่กระทรวง เพราะเป็นโครงการที่ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและผลกระทบต่อระบบนิเวศ บางกลุ่มที่ไม่รู้จะถูกลืมหรือเปล่า เช่น อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

 

ขณะที่ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เขียนถึงเพียงสั้นๆ ทั้งที่ความจริงสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นที่สมาชิกของเราในห้องนี้ถูกเพิ่งลอบยิง และมีคำถามว่าเกี่ยวข้องกับความมั่นคงหรือไม่

 

“นโยบายที่ท่านเขียน ผมใช้คำว่า เขียนอีก ก็ถูกอีก เพราะเขียนในสิ่งที่คนไม่โต้แย้ง แต่ไม่มีเรื่องรูปธรรม ไม่มีกรอบเวลาชัดเจน ไม่มีตัวชี้วัดที่เราจะใช้ในการตรวจสอบ” อภิสิทธิ์กล่าว

 

กรีดรัฐบาลทำนโยบายแบบ “หัวใจไม่อยู่กับประชาชน”

 

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่า รัฐบาลจะไม่สามารถบรรลุตามเป้าหมายที่เขียนไว้ในนโยบายได้ เพราะดูจากวิธีบริหารของ ครม. ที่ผ่านมา และยังดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ และอีกเหตุผลคือ เป็นนโยบายที่ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่มีความรู้สึก จิตใจ และหัวใจของประชาชนอยู่ในการเขียน นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นปัจจัยให้นโยบายสำเร็จ

 

อภิสิทธิ์กล่าวถึงนโยบายบางอย่างที่รัฐบาล “กล้าเขียน” อย่างการปราบปรามสแกมเมอร์อย่างเข้มข้น หรือการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอต่อการใช้ของประเทศ ไม่มีใครในประเทศจะบอกว่ารัฐบาลสร้างปัญหานี้ขึ้นมา แต่สิ่งที่เขาตำหนิเกิดจากการบริหารราชการที่ผิดพลาด การไม่ยอมให้ภาคส่วนอื่นๆ นอกจากประชาชนรับภาระ และความไม่ชอบมาพากล การแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบ

 

อภิสิทธิ์ยกตัวอย่างกองทุนน้ำมันเพื่อใช้ซื้อเวลาเผื่อราคาน้ำมันลดลง ต้นทุนอื่นจะได้ไม่เพิ่มขึ้น และซื้อเวลาเพื่อให้รัฐบาลเตรียมตัวช่วยผู้ได้รับผลกระทบ แต่รัฐบาลนี้ผลาญเงิน 4 หมื่นล้านจากประชาชน โดยไม่ได้เตรียมมาตรการรองรับ และในที่สุดก็ปล่อยให้ราคาทุกอย่างสูงขึ้นไปแล้ว ไม่ทราบว่าสายไปหรือเปล่าที่จะแก้ปัญหา ท่านพูดได้อย่างไรว่า ประสบความสำเร็จในการบริหารความขาดแคลน

 

“นอกเหนือจากการบริหารผิดพลาดตรงนี้แล้ว ที่ผมใช้คำว่า หัวใจท่านไม่อยู่กับประชาชน ขนาดคนไปทำงานกับท่านสัปดาห์เดียวออกมาต่อว่าฝ่ายค้านว่า พูดเรื่องราคาน้ำมันเป็นเรื่องเชย ผมจะเชยต่อไปครับ และผมเชื่อว่าคนทั้งประเทศก็จะเชยกับผม เพราะยุคนี้ไม่คาดหวังจะเก๋ไก๋หรูหราอีกต่อไปแล้วครับ” อภิสิทธิ์กล่าว

 

หวังนายกฯ นำจิตวิญญาณแบบ ‘เชลล์ชวนชิม’ มาใส่ในนโยบายบ้าง

 

อภิสิทธิ์กล่าวต่อไปว่า นอกจากจะไม่ให้รัฐบาลและภาคธุรกิจรับภาระเท่าที่ควร ยังต้องไปไล่ตามจับไอ้โม่ง คำพูดของนายกรัฐมนตรีที่สวยหรู ไม่มีใครจะดีไปกว่าประชาชน แต่ความสวยหรูนั้นไม่เจ็บเท่าวันที่ท่านพูดว่า มีแต่ประชาชนที่กักตุนน้ำมัน ท่านจงไปหาผู้กักตุนที่แท้จริงและดำเนินการ

 

เช่นเดียวกับเรื่องทุนเทาและสแกมเมอร์ อภิสิทธิ์ระบุว่า เมื่อตนเองยื่นข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การดำเนินการตามหลังต่างประเทศเสมอ คนอดสงสัยไม่ได้ว่ามีบุคคลในแวดวงอำนาจของรัฐบาลอยู่ในกระบวนการนี้ ซึ่งต้องถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพราะเป็นผู้ดำเนินการสอบเรื่อง MOU และสแกนม่านตา แต่วันนี้ผู้เกี่ยวข้องมีภาพความสัมพันธ์กับนักฟอกเงินระดับโลก ก็ยังนั่งอยู่ด้านบนได้ จะให้เชื่อได้อย่างไร

 

อภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงรองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นประธานศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แม้ท่านไม่ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านก็ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้แทนของธุรกิจโรงกลั่น ชี้แจงแต่ละครั้งก็มองแต่ในมุมของธุรกิจ

 

ทั้งนี้ อภิสิทธิ์กล่าวถึงนโยบายด้านการเกษตร สิ่งที่หล่นหายไปคือการสร้างหลักประกันให้ผู้ที่จะต้องสูญเสียจากความเปลี่ยนแปลง และต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของตลาดและวิกฤตที่จะเกิดขึ้น ตนเองไม่ก้าวล่วงว่าพรรคไหนจิตวิญญาณหายหรือไม่หาย แต่นโยบายหายจริงๆ ประกันรายได้หรือประกันกำไรเกษตรกรตามนโยบายของพรรคท่าน หายไปไหน ค่าแรงขั้นต่ำเองก็ไม่มีในกระทรวงแรงงาน คำว่าสวัสดิการหายากมากในนโยบายนี้

 

“การขาดจิตใจที่คำนึงถึงผลกระทบและความรู้สึกของประชาชน ทำให้นโยบายนี้ไม่ได้สร้างความหวังและทิศทางให้คนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมอยากให้จิตวิญญาณของท่านนายกฯ เวลาท่านไปทำคอนเทนท์สไตล์เชลล์ชวนชิม มาอยู่ในนโยบายฉบับนี้บ้าง” อภิสิทธิ์กล่าว

 

หากรัฐบาลแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว จะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณ

 

อภิสิทธิ์ทิ้งท้ายว่า เรื่องที่ตนเองไม่มั่นใจในความสำเร็จของนโยบายคือสิ่งที่เขียนไว้ในหน้าแรก คือไม่มั่นใจว่าการบริหารด้วยหลักนิติธรรมและบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคจะเป็นจริง ตนเองจะจับตาดูตั้งแต่เรื่องเขากระโดงและคดีฮั้ว สว. ซึ่งความจริงพรรคเพื่อไทยก็พูดไว้เยอะ ขอให้ช่วยตามไปดูด้วย รวมถึงที่เขียนว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับคู่สัญญาของรัฐที่ทำให้สาธารณะเสียหาย ทั้ง ตึก สตง., พระราม 2 และจังหวัดนครราชสีมา แต่ท่านอย่าลืมคู่สัญญาของอาคารรัฐสภาแห่งนี้ที่มีปัญหาเยอะแยะด้วย ตนเองจะจับตาดูว่าทำจริงหรือไม่

 

“ผมยังแปลกใจว่า ก่อนหน้าจะได้รายชื่อ ครม. ชุดปัจจุบัน มีการพูดถึงบุคคลท่านหนึ่งทำนองว่า เขาไม่ผ่านคุณสมบัติ ที่จริงสถานะเขาคือถูกกล่าวโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน บนนั้นหลายคนครับ รวมทั้งท่านนายกฯ ด้วย นั่งบนนั้นไม่ได้” อภิสิทธิ์กล่าวพร้อมผายมือไปยังที่นั่งของ ครม. ในห้องประชุม

 

อภิสิทธิ์ระบุอีกว่า ก่อนหน้าการแถลงนโยบาย ต้องผ่านขั้นตอนสำคัญคือการถวายสัตย์ วันนั้นมีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ถ้าท่านจะทำตามคำปฏิญาณที่ทำต่อหน้าพระพักตร์ได้ ผลลัพธ์จะต้องเกิดกับประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ประชาธิปไตยต้องงอกงามไพบูลย์อยู่บนวิถีทางที่ถูกต้อง และต้องทำให้ประเทศมีความมั่นคงเป็นปึกแผ่น

 

“รัฐบาลทุกชุดเข้ามาบริหาร ต้องมีทั้งความสำเร็จและล้มเหลว เข้าใจกันได้ แต่สิ่งที่ให้อภัยกันไม่ได้คือ ถ้าแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว เข้าพวก และไม่เคารพในกระบวนการของกฎหมายและประชาธิปไตย กราบเรียนเตือนท่านว่า ถ้าท่านเห็นประชาชนเป็นเพียงทางผ่านสู่อำนาจ เห็นประชาธิปไตยเป็นเพียงพิธีกรรม เห็นประเด็นเรื่องความมั่นคงและจริยธรรมเป็นเพียงการหาเสียงหรือเครื่องมือทางการเมือง ท่านจะไม่ได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณตนที่ท่านให้ไว้ต่อหน้าพระพักตร์ และทุกคนในประเทศจะบอกว่า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” อภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย

The post อภิสิทธิ์มองนโยบายรัฐบาลขาดหัวใจที่คำนึงถึงประชาชน วิธีบริหารที่ผ่านมาทำให้ไม่เชื่อว่าจะสำเร็จได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เร่งรับมือโครงสร้างประชากร หลังยอดเด็กเกิดใหม่ร่วงเหลือ 4.5 แสนคน ดันนโยบายดูแลทารกครบวงจร https://thestandard.co/public-health-birth-rate-decline/ Sun, 05 Apr 2026 05:40:47 +0000 https://thestandard.co/public-health-birth-rate-decline/ ภาพประกอบแสดงสถานการณ์เด็กเกิดใหม่ลดลงและนโยบายดูแลประชากรของกระทรวงสาธารณสุข

วันนี้ (5 เมษายน) พัฒนา พร้อมพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรว […]

The post สธ. เร่งรับมือโครงสร้างประชากร หลังยอดเด็กเกิดใหม่ร่วงเหลือ 4.5 แสนคน ดันนโยบายดูแลทารกครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงสถานการณ์เด็กเกิดใหม่ลดลงและนโยบายดูแลประชากรของกระทรวงสาธารณสุข

วันนี้ (5 เมษายน) พัฒนา พร้อมพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพเชิงรุกของประเทศ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรที่กำลังเผชิญกับสภาวะสังคมเกิดน้อยควบคู่ไปกับวิกฤตกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ที่น่ากังวล โดยประเทศไทยมีจำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงเหลือเพียงประมาณ 454,006 คน ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ส่งผลให้อัตราการเจริญพันธุ์รวม (TFR) ลดลงมาอยู่ที่ 0.93 ซึ่งต่ำกว่าระดับทดแทนประชากร ในขณะเดียวกัน สถิติด้านสาธารณสุขกลับพบว่าคนไทยกำลังเผชิญภาระจากโรค NCDs อย่างหนัก โดยมีผู้ป่วยสะสมมากกว่า 14 ล้านคน และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงกว่า 400,000 รายต่อปี

 

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการประชุมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกรมอนามัยว่า จากสถานการณ์เด็กเกิดน้อย ส่งผลให้คุณภาพประชากร กลายเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ กระทรวงสาธารณสุขจึงมุ่งเน้นแนวคิดสร้างเด็กไทยให้มีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างเสริมสุขภาพในทุกช่วงวัย เพื่อลดความเสี่ยงจากโรค NCDs ในระยะยาว

 

ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงหลักของโรค NCDs ล้วนมาจากพฤติกรรมสุขภาพที่สะสมมาตั้งแต่วัยเยาว์ ได้แก่:

 

  • พฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior): กลุ่มวัยเรียนและวัยรุ่นมีพฤติกรรมเนือยนิ่งสูงถึง 14.3 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่วัยทำงานและผู้สูงอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 13.6 ชั่วโมงต่อวัน
  • โภชนาการที่ไม่เหมาะสม: การบริโภคผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปัจจุบันมีคนไทยที่มีภาวะน้ำหนักเกิน (BMI เกินเกณฑ์) มากกว่า 9.2 ล้านคน

 

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และสร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพระดับชาติที่สูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท

 

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า กรมอนามัยได้เน้นย้ำแนวคิดการเกิดอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งดูแลสุขภาพอย่างครบวงจรตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ระหว่างตั้งครรภ์ การคลอด ไปจนถึงเด็กปฐมวัย (อายุ 0–5 ปี) เพื่อเร่งแก้ไข 3 ความท้าทายหลัก ได้แก่ การคลอดก่อนกำหนด ภาวะโลหิตจาง และพัฒนาการล่าช้า ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมองและศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในระยะยาว

 

พร้อมกันนี้ กรมอนามัยยังเดินหน้าบูรณาการนโยบายด้านสุขภาพภายใต้แนวคิด Active Living in Healthy Cities เพื่อสร้างระบบนิเวศสุขภาพ (NCDs Ecosystem) ที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชน ผ่านมาตรการสำคัญ อาทิ: ส่งเสริมแนวคิดขยับมาก กินดี ในชีวิตประจำวัน,พัฒนาโครงการโรงอาหารสุขภาพ (Healthy Canteen) และการจัดอาหารกลางวันในโรงเรียน (Thai School Lunch), รณรงค์ลดการบริโภคน้ำตาล, ยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านเครือข่ายระดับพื้นที่ ทั้งโรงพยาบาลชุมชน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

 

อธิบดีกรมอนามัย กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงสาธารณสุขยังได้พัฒนาระบบป้องกันและควบคุมโรคผ่านศูนย์ NCDs Prevention Center ซึ่งจะเน้นการคัดกรองความเสี่ยงเชิงรุก และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายที่จะลดกลุ่มเสี่ยงโรค NCDs ลงให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 เพื่อให้คนไทยมีสุขภาพดีในทุกช่วงวัย และพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยได้อย่างยั่งยืน

The post สธ. เร่งรับมือโครงสร้างประชากร หลังยอดเด็กเกิดใหม่ร่วงเหลือ 4.5 แสนคน ดันนโยบายดูแลทารกครบวงจร appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. ยกระดับสู้ฝุ่น PM2.5 วิกฤต 11 จังหวัด เร่งแจกมุ้งสู้ฝุ่น-คัดกรองกลุ่มเปราะบางทะลุ 1.6 ล้านราย https://thestandard.co/moph-pm25-crisis-thailand/ Thu, 02 Apr 2026 06:05:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1193963 ภาพบรรยากาศเมืองที่มีฝุ่น PM2.5 หนาแน่นจนบดบังทัศนียภาพ

วันนี้ (2 เมษายน) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรว […]

The post สธ. ยกระดับสู้ฝุ่น PM2.5 วิกฤต 11 จังหวัด เร่งแจกมุ้งสู้ฝุ่น-คัดกรองกลุ่มเปราะบางทะลุ 1.6 ล้านราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบรรยากาศเมืองที่มีฝุ่น PM2.5 หนาแน่นจนบดบังทัศนียภาพ

วันนี้ (2 เมษายน) พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ล่าสุดว่า ขณะนี้พบหลายพื้นที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีแดง) รวม 11 จังหวัด ได้แก่ น่าน, พะเยา, ลำปาง, ลำพูน, เชียงราย, เชียงใหม่, แพร่, แม่ฮ่องสอน, บึงกาฬ, นครพนม และหนองคาย

 

โดยพบค่าฝุ่นพุ่งสูงสุดถึง 293.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสถานการณ์วิกฤตดังกล่าวได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบางกว่า 1.6 ล้านราย ประกอบด้วย เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจและโรคหัวใจ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อผลกระทบด้านสุขภาพสูงกว่าประชาชนทั่วไป

 

ด้าน แพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แม้ปัจจุบันจะยังไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง แต่แนวโน้มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเฉียบพลันกำลังเพิ่มสูงขึ้น ทางกระทรวงฯ จึงได้สั่งการให้พื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะ 9 จังหวัดภาคเหนือ เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเข้มข้น

 

  • สนับสนุนอุปกรณ์คุ้มครองสุขภาพ: ดำเนินการกระจายมุ้งสู้ฝุ่น และสนับสนุนการจัดทำห้องปลอดฝุ่นในครัวเรือนสำหรับกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงแล้ว 2,523 ชุด พร้อมแจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่นให้ประชาชนกว่า 1,948,741 ชิ้น
  • ขยายเครือข่ายพื้นที่ปลอดภัย: จัดตั้งห้องปลอดฝุ่นในสถานบริการสาธารณสุข 1,359 ห้อง และขยายความร่วมมือไปยังโรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รวมอีก 993 ห้อง
  • ลงพื้นที่คัดกรองสุขภาพ: ระดมกำลัง อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อดูแลกลุ่มเสี่ยงสะสมกว่า 4,776,159 ราย และดำเนินการคัดกรองสุขภาพเชิงรุกไปแล้วกว่า 30,000 ราย

 

นอกจากนี้ สธ. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ในระดับจังหวัด เพื่อเฝ้าระวัง แจ้งเตือน และประสานการช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด หากประชาชนมีอาการผิดปกติ เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หรือระคายเคืองรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ หรือขอรับคำปรึกษาผ่านสายด่วนกรมอนามัย 1478 ทันที

 

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวย้ำถึงแนวทางการปฏิบัติตัวสำหรับกลุ่มเปราะบางว่า ขอให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันตนเองขั้นสูงสุด โดยหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิดในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากาก N95 และสวมใส่ให้กระชับใบหน้า

 

สำหรับเด็กเล็กควรงดกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด ขณะที่หญิงตั้งครรภ์ต้องลดการสัมผัสฝุ่นเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ ส่วนผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคประจำตัว ต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดและรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ พร้อมแนะนำให้ทุกครอบครัวปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในที่พักอาศัยให้เป็นพื้นที่ปลอดฝุ่น ด้วยการปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เปิดใช้งานเครื่องฟอกอากาศ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นควันสะสมภายในบ้านอย่างเคร่งครัด

The post สธ. ยกระดับสู้ฝุ่น PM2.5 วิกฤต 11 จังหวัด เร่งแจกมุ้งสู้ฝุ่น-คัดกรองกลุ่มเปราะบางทะลุ 1.6 ล้านราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 5 แนวทางยกระดับการสื่อสารวิกฤตพลังงาน ดึงสติสังคมสู้สงครามข้อมูล https://thestandard.co/energy-crisis-communication/ Mon, 16 Mar 2026 12:51:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1188256 ภาพกราฟิกแสดง 5 แนวทางยกระดับการสื่อสารวิกฤตพลังงานและการรับมือสงครามข้อมูล

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิห […]

The post เปิด 5 แนวทางยกระดับการสื่อสารวิกฤตพลังงาน ดึงสติสังคมสู้สงครามข้อมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดง 5 แนวทางยกระดับการสื่อสารวิกฤตพลังงานและการรับมือสงครามข้อมูล

ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาน้ำมันโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การสื่อสารของภาครัฐกลายเป็นอาวุธสำคัญในการประคองความเชื่อมั่นของประชาชน

 

รศ.ประไพพิศ มุทิตาเจริญ อาจารย์ประจำคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันรัฐบาลดำเนินการสื่อสารในภาวะวิกฤตได้ค่อนข้างดี โดยเฉพาะการจัดตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเอกภาพของข้อมูล ป้องกันปัญหา ‘ข้อมูลตีกัน’ จนสร้างความสับสน

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อยกระดับการรับมือให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รศ. ประไพพิศ ได้เสนอ 5 กลเม็ดเด็ด เพื่อเปลี่ยนผ่านสังคมจาก ‘ความกลัว’ ไปสู่ ‘ความเข้าใจ’ ดังนี้

 

1. เปลี่ยนคำคุณศัพท์ เป็น หลักฐานเชิงประจักษ์ เลิกใช้คำที่จับต้องไม่ได้อย่าง ‘มีเพียงพอ’ หรือ ‘ไม่ต้องกังวล’ แต่ควรเปลี่ยนเป็น Dashboard ที่สรุปข้อมูลตัวเลขชัดเจน เช่น ปริมาณสำรองน้ำมันเหลือใช้ได้อีกกี่วัน หรือแผนการจัดหาสำรองจากแหล่งอื่น

 

“ในการสื่อสารเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤต การให้ความจริงเชิงตรรกะจะช่วยดึงสติของสังคมจากการใช้อารมณ์กลับมาสู่เหตุผล ลดขนาดของปัญหาที่ถูกขยายให้ใหญ่เกินจริงลงมาอยู่กับความเป็นจริงได้” รศ.ประไพพิศกล่าว

 

2. อุดรอยรั่วการสื่อสารส่วนกลางสู่ส่วนภูมิภาค ความเชื่อมั่นจะพังทลายทันที หากส่วนกลางบอกว่าน้ำมันพอ แต่หน้าปั๊มในพื้นที่กลับติดป้าย ‘น้ำมันหมด’ รัฐบาลต้องวางระบบข้อมูลให้เป็นเนื้อเดียวกันตั้งแต่นโยบายจนถึงหอกระจายข่าวในชุมชน เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกที่อาจขยายวงกว้าง

 

3. สื่อสารให้ชัดเจนและตรงกลุ่ม

 

  • คนเมือง: เน้นความชัดเจนเรื่องราคาสินค้าและทิศทางเศรษฐกิจ
  • เกษตรกร: เน้นราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ค่าขนส่ง และมาตรการเยียวยา โดยใช้เครือข่าย อสม. และหอกระจายข่าวเป็นกระบอกเสียงเชิงรุก

 

4. รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าคุมเกมอยู่ผ่านการกระทำที่มากกว่าความคาดหวัง เช่น การปราบปรามการกักตุนสินค้าอย่างจริงจัง หากจำเป็นต้องขึ้นราคาตามตลาดโลก ก็ต้องรีบสื่อสารพร้อมมาตรการช่วยเหลือทันที เพื่อลดผลกระทบต่อปากท้องประชาชน

 

5. รัฐบาลต้องสร้างพลังให้ประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของทางออก ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าเขาสามารถช่วยชาติได้ โดยผู้นำต้องทำเป็นตัวอย่าง เช่น การลดรถขบวน หรือมาตรการ Work From Home โดยรัฐควรมีตัวเลขสนับสนุนว่า ‘การที่คุณลดเดินทาง 1 ครั้ง ช่วยประเทศประหยัดน้ำมันได้เท่าไร’ เพื่อเปลี่ยนความกังวลให้กลายเป็นความร่วมมือที่ทรงพลัง

 

รศ. ประไพพิศ ย้ำว่าการสื่อสารในภาวะวิกฤตไม่ใช่แค่การบอกเล่าข้อเท็จจริง แต่คือการบริหารจัดการ ‘ความรู้สึก’ ของผู้คน หากรัฐบาลสามารถพิสูจน์ความจริงผ่านข้อมูลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ วิกฤตพลังงานครั้งนี้อาจกลายเป็นโอกาสในการสร้างความไว้วางใจที่ยั่งยืนระหว่างรัฐและประชาชน

The post เปิด 5 แนวทางยกระดับการสื่อสารวิกฤตพลังงาน ดึงสติสังคมสู้สงครามข้อมูล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เผยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ต้นปี 69 ดีขึ้น ยอดผู้ป่วยลดลง สั่งจับตาเหนือ-อีสาน พร้อมงัด 4 มาตรการคุมเข้ม https://thestandard.co/pm2-5-dust-health-measures/ Sat, 28 Feb 2026 08:19:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1182782 ภาพเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันและฝุ่น PM 2.5

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยรายงาน […]

The post สธ. เผยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ต้นปี 69 ดีขึ้น ยอดผู้ป่วยลดลง สั่งจับตาเหนือ-อีสาน พร้อมงัด 4 มาตรการคุมเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเมืองที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันและฝุ่น PM 2.5

วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เผยรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในช่วงเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ซึ่งสอดคล้องกับสถิติผู้ป่วยจากมลพิษทางอากาศที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ยังคงกำชับให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อาจมีค่าฝุ่นสูงขึ้น

 

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ ครั้งที่ 2/2569 ว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 พบว่ามีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยค่าเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 ในปี 2569 อยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งลดลงร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับปี 2568 (ที่มีค่าเฉลี่ย 31 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) สะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์จากการบูรณาการมาตรการควบคุมและลดแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ ข้อมูลการเฝ้าระวังผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ในเดือนมกราคม 2569 พบว่ามีจำนวน 252 ราย ซึ่งลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับทิศทางคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น

 

ด้าน แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวเสริมว่า สธ. ได้เร่งขับเคลื่อน 4 มาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างเข้มข้น เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ

 

  • จัดตั้งห้องปลอดฝุ่น: จำนวน 8,351 ห้อง ครอบคลุมพื้นที่ 74 จังหวัดทั่วประเทศ
  • เพิ่มการเข้าถึงบริการทางการแพทย์: เปิดคลินิกมลพิษ จำนวน 309 แห่ง และมีสถานบริการสาธารณสุขที่รองรับระบบนัดหมายผ่านแอปพลิเคชัน หมอพร้อม จำนวน 905 แห่ง
  • ดูแลกลุ่มเปราะบางเชิงรุก: ส่งทีมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) ลงพื้นที่เคาะประตูเยี่ยมบ้าน เพื่อดูแลเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว พร้อมสนับสนุนมุ้งสู้ฝุ่น ให้ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ จำนวน 450 ชุด
  • สนับสนุนอุปกรณ์และให้ความรู้: แจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่นจำนวน 804,154 ชิ้น พร้อมเปิดสายด่วนให้คำปรึกษา จัดสัมมนาวิชาการ และแจ้งเตือนความเสี่ยงด้านสุขภาพให้แก่ประชาชน

 

อธิบดีกรมอนามัย เน้นย้ำในช่วงท้ายว่า แม้ภาพรวมจะดีขึ้น แต่ขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะพื้นที่ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สภาพอากาศอาจเอื้อให้ฝุ่นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์แบบรายวัน ทั้งข้อมูลค่าฝุ่น PM 2.5 จุดความร้อน (Hotspots) และปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา

 

ทั้งนี้ หากพบว่าค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงจนอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ หรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้พิจารณาเปิด ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข (PHEOC) ทันที เพื่อเตรียมความพร้อมในทุกระดับและปกป้องสุขภาพของประชาชนอย่างทันท่วงที

The post สธ. เผยสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ต้นปี 69 ดีขึ้น ยอดผู้ป่วยลดลง สั่งจับตาเหนือ-อีสาน พร้อมงัด 4 มาตรการคุมเข้ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ขึ้นรถขอบคุณชาวปราจีนบุรี เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด สัญญาคนละครึ่งพลัสทำแน่ จ่อเดินสายขอบคุณโหวตเตอร์ทั่วประเทศ ครบ สส. 175 คน https://thestandard.co/anutin-thank-prachinburi-voters/ Tue, 10 Feb 2026 13:43:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1177172 อนุทิน ชาญวีรกูล บนรถแห่ขอบคุณประชาชน ที่จังหวัดปราจีนบุรี

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แล […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ขึ้นรถขอบคุณชาวปราจีนบุรี เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด สัญญาคนละครึ่งพลัสทำแน่ จ่อเดินสายขอบคุณโหวตเตอร์ทั่วประเทศ ครบ สส. 175 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล บนรถแห่ขอบคุณประชาชน ที่จังหวัดปราจีนบุรี

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางถึงที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ปราจีนบุรี เพื่อพบปะกับประชาชน เป็นการแสดงความขอบคุณหลังจากชนะการเลือกตั้งที่จังหวัดปราจีนบุรีอย่างถล่มทลาย ยกจังหวัด

 

ทันทีที่เดินทางถึง อนุทินได้ทักทายอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ที่มารอรับ จากนั้นได้โบกมือทักทายกลุ่มเด็กนักเรียน ซึ่งเด็ก ๆ ได้ทักทายนายกฯ และตะโกนบอกว่าเป็น FC นายกฯ โดยหนึ่งในกลุ่มเด็กได้สวมแจ็กเก็ตพรรคภูมิใจไทยมารับนายกฯ พร้อมบอกว่าเป็นเสื้อที่ช่วยหาเสียง จากนั้นได้ถ่ายภาพร่วมกัน ซึ่งมีเด็กอีกหลายคนมาขอถ่ายภาพและขอลายเซ็นนายกรัฐมนตรี

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

จากนั้น มีนักเรียนชายชื่อ เด็กชายรัฐศาสตร์ แม่นปืน หยิบกระดาษจากสมุดนักเรียนมาขอลายเซ็น โดยนายอนุทินได้เซ็นชื่อบนกระดาษว่า “สำหรับน้องรัฐศาสตร์ แม่นปืน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี 10 กุมภาพันธ์ 69”

 

ภายหลังได้เข้าพบกับกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณที่มาให้การต้อนรับ และตั้งใจมาขอบคุณพี่น้องชาวปราจีนบุรี พร้อมถือโอกาสเข้าพบกลุ่ม อบจ., อสม. และผู้นำท้องถิ่น

 

ช่วงหนึ่ง อนุทินกล่าวถึงโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ว่า เสียดายที่ยุบสภาเร็วไปหน่อย เพราะอยากอนุมัติคนละครึ่งเฟส 2 ให้ทันก่อนเทศกาลตรุษจีน แต่ยืนยันว่าหากได้กลับมาบริหารประเทศ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังชื่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส คนละครึ่งพลัสเฟส 2 จะมาแน่นอน

 

ขณะที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้พื้นที่นี้จะไม่เดือดร้อนเท่าใดนัก แต่จังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดชายแดน และเชื่อว่าหลายคนที่นี่น่าจะมีญาติอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว จากนี้รัฐบาลจะเร่งสะสางปัญหาต่างๆ พร้อมยืนยันกับทุกคนในห้องนี้ด้วยความภาคภูมิใจว่า ได้นำดินแดนและสิ่งที่เป็นของเรากลับคืนมาแล้ว พื้นที่ที่เคยถูกเข้ามาครอบครองหรือยึดเป็นที่พักอาศัย ได้ผลักดันออกไปเรียบร้อย ทุกตารางนิ้วเป็นของประเทศไทยโดยสมบูรณ์

 

จากนี้ต่อไปต้องเร่งพัฒนาพื้นที่ ไม่ให้เป็นดินแดนที่ใครเข้าไปทำอะไรไม่ได้ แต่ต้องเป็นดินแดนที่มีความปลอดภัย ประชาชนสามารถเข้าไปประกอบอาชีพได้ตามปกติ สะดวก และปลอดภัย

 

ส่วนเรื่องการเปิด-ปิดด่าน อนุทินยืนยันว่า จะยังไม่เปิด เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้วประเทศไทยได้ประโยชน์มากกว่า อย่างน้อยในระยะสั้นและระยะกลาง โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตร ส่วนจะเปิดด่านเมื่อใด ก็ต่อเมื่อประเทศไทยมั่นใจว่าประเทศที่มีปัญหาด้วยนั้นสิ้นความเป็นภัยต่อความเป็นไทย

 

ระหว่างนั้นมี อสม. เดินเข้ามาหานายกรัฐมนตรี ทวงถามเรื่องกฎหมาย อสม. นายอนุทินถึงกับหยุดฟังและกล่าวด้วยอารมณ์ขันว่า ตกใจนึกว่ามาทวงค่า อสม. ก่อนรับปากว่าจะนำเรื่องนี้ไปเสนอ เพราะหากเป็นรัฐบาลก็จะมีเสียงข้างมากในสภา และผลักดันกฎหมาย อสม. ดังกล่าว พร้อมระบุว่า คงไม่มีนายกฯ คนไหนให้ประชาชนมายืนสั่งการแบบนี้ พร้อมย้ำว่าตอนหาเสียงก็พูดอยู่ว่า “อสม.พ่อ อนท.” ดังนั้นรับทราบ ไม่ต้องห่วง

 

อนุทินย้ำด้วยว่า หากตนได้เป็นหัวหน้ารัฐบาล จะไม่มีการเล่นพรรคเล่นพวก หากพรรคร่วมรัฐบาลเสนอสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และไม่ทำให้บ้านเมืองเดือดร้อน ไม่ผิดกฎหมาย ตนไม่กังวลว่าใครจะได้คะแนน หากเป็นโครงการดี ๆ ก็พร้อมสนับสนุน และต้องคำนึงถึงวินัยทางการเงินการคลัง เช่น กรณีน้ำท่วม แม้ต้องจ่ายค่าเยียวยาจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ต้องจ่าย ซึ่งหัวหน้ารัฐบาลต้องใจกว้างพอ

 

จากนั้นอนุทิน พร้อมด้วย ทรงศักดิ์ ทองศรี, ไตรศุลี ไตสรณกุล และว่าที่ สส.ปราจีนบุรี 3 เขต ขึ้นรถแห่ขอบคุณคะแนนเสียงพี่น้องประชาชน จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ไปรอบตลาดเมืองปราจีนบุรี

 

ระหว่างทางมีชาวบ้านออกมาทักทาย เปิดกระจกรถโบกมือให้ตลอดเส้นทาง โดยอนุทินได้โบกมือทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับ พร้อมเต้นตามจังหวะเพลงหาเสียงของพรรคอย่างสนุกสนาน

 

จากนั้น อนุทินลงจากรถแห่พบปะประชาชนบริเวณตลาดคนเดินเมืองปราจีนบุรี มีประชาชนจำนวนมากขอถ่ายรูปและมอบดอกกุหลาบเพื่อเป็นกำลังใจอย่างคึกคัก โดยมีเด็กคนหนึ่งนำกระดาษที่เขียนข้อความว่า “ภูผารักนายกฯ อนุทิน” มามอบให้ ก่อนที่อนุทินจะลงลายมือชื่อคืนให้กับเด็กคนดังกล่าว ขณะที่ประชาชนบางรายจอดรถลงมาขณะขับผ่านขบวนแห่ของนายอนุทินเพื่อขอถ่ายภาพ

 

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนรายหนึ่งกล่าวว่า “เก่งมาก ภูมิใจไทยจงเจริญ” พร้อมทวงถามโครงการนโยบายคนละครึ่งพลัส เฟส 2

 

จากนั้น อนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินขอบคุณประชาชนว่า จังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดแรกที่มาเยือน และจะหาเวลาให้เร็วที่สุดไปขอบคุณพี่น้องประชาชน โหวตเตอร์ของพรรคภูมิใจไทยทั่วประเทศ ไม่จำเป็นต้องได้ยกจังหวัด โดยตั้งใจจะไปขอบคุณให้ครบทุกคน ทั้ง 175 คน

 

ส่วนกรณีที่มีประชาชนอวยพรให้ “ภูมิใจไทยจงเจริญ” และบอกว่า “เก่งมาก” อนุทินระบุว่า ตนขอพูดว่า “อามะ ภันเต” ขอน้อมรับไว้ด้วยความเป็นสิริมงคล พร้อมระบุว่าประชาชนใจดีมากที่ได้ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย และเมื่อมาเจอก็อวยพรให้เจริญรุ่งเรือง ซึ่งพรรคจะเจริญได้ก็ต่อเมื่อประชาชนเจริญรุ่งเรือง นี่คือคำสั่งของประชาชนที่พรรคภูมิใจไทยต้องนำไปปฏิบัติโดยเร็วที่สุด

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทิน ขึ้นรถขอบคุณชาวปราจีนบุรี เลือกภูมิใจไทยยกจังหวัด สัญญาคนละครึ่งพลัสทำแน่ จ่อเดินสายขอบคุณโหวตเตอร์ทั่วประเทศ ครบ สส. 175 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : อนุทินลุยหาเสียงพิษณุโลก คึกคัก ชูดันราคาข้าวสูง ศุภจีเปิดตลาดโลก ย้ำแก้น้ำท่วมต้องสร้างระบบ https://thestandard.co/anutin-campaign-phitsanulok-rice-floods/ Wed, 04 Feb 2026 01:32:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1173411 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคึกคัก

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) ที่บึงตะเครง อำเภอบางระกำ จังหวัด […]

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินลุยหาเสียงพิษณุโลก คึกคัก ชูดันราคาข้าวสูง ศุภจีเปิดตลาดโลก ย้ำแก้น้ำท่วมต้องสร้างระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคึกคัก

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) ที่บึงตะเครง อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนมารอให้กำลังใจอย่างเนืองแน่น โดยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วย จักษ์ พันธ์ชูเพชร เขต 1, ปรานอม หลิมประเสริฐ เขต 2, พงษ์มนู ทองหนัก เขต 3, นิยม ช่างพินิจ เขต 4 และจุติ ไกรฤกษ์ เขต 5

 

อนุทิน กล่าวถึงความผูกพันกับจังหวัดพิษณุโลกว่า ตนเดินทางมากราบสักการะสมเด็จพระพุทธชินราชอยู่เสมอ และพกพระสมเด็จพระพุทธชินราชใบเสมาติดตัวเป็นประจำ พร้อมย้ำว่าพิษณุโลกไม่ใช่เมืองผ่าน แต่เป็นเมืองแห่งศักยภาพ สามารถยกระดับเป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อภาคเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้ หากมีการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบคมนาคมอย่างจริงจัง

 


รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/


 

อนุทิน ยังกล่าวถึงนโยบายด้านสาธารณสุข โดยย้ำว่าการฟอกไตฟรีในทุกระบบได้นำกลับมาแล้ว หลังจากเคยถูกยกเลิกไป พร้อมตั้งคำถามว่า “ไม่รู้ว่าหัวใจทำด้วยอะไร” โดยย้ำว่าเรื่องสุขภาพต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำๆ หยุดๆ เพราะเข้าใจถึงความทุกข์ของผู้ป่วยโรคไต ที่มีค่าใช้จ่ายรวมค่าเดินทางสูงถึงเดือนละ 10,000–20,000 บาท

 

พร้อมระบุว่า จากนี้มองไปถึงการจัดตั้งศูนย์ฟอกไตในทุกตำบล ขอให้ประชาชนไว้ใจและให้โอกาสทำงาน นอกจากนี้ ยังชื่นชมบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ที่เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชน และตั้งเป้าปรับเพิ่มค่าตอบแทนให้เหมาะสม โดยเปิดเผยว่า ในสมัยที่ปรับค่าตอบแทนเป็น 2,000 บาท ขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และมีจุติ นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งถือว่าเป็นทีมที่ทำงานเป็น และเชื่อว่าสามารถทำได้สำเร็จอีกครั้ง

 

ด้านความมั่นคง อนุทิน ระบุว่า ประเทศต้องเสริมความเข้มแข็งของกองทัพ เพื่อไม่ให้ถูกรุกราน พร้อมผลักดันนโยบาย “รั้วของชาติ” และโครงการทหารอาสา ซึ่งจะมีเงินเดือน ได้รับการฝึกวินัยทหาร ควบคู่กับการฝึกวิชาชีพ เพื่อให้สามารถนำทักษะไปประกอบอาชีพได้หลังปลดประจำการ

 

ส่วนปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก อนุทิน กล่าวว่า ถึงเวลาเลิกคิดแบบเดิมที่น้ำท่วมแล้วต้องจ่ายเงินเยียวยาทุกปี แต่ควรนำงบประมาณไปสร้างระบบระบายน้ำ ระบบกักเก็บน้ำ และฟลัดเวย์อย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน พร้อมย้ำว่า หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะสามารถบูรณาการการทำงานของทุกกระทรวงได้อย่างเต็มที่ แก้ปัญหาได้จริง ไม่ติดขัดเหมือนที่ผ่านมา

 

ในประเด็นราคาข้าว อนุทิน ระบุว่า ชาวพิษณุโลกจำนวนมากเป็นชาวนา พรรคภูมิใจไทยต้องการให้ราคาข้าวสูงขึ้นอย่างเป็นธรรม โดยมีศุภจี สุธรรมพันธุ์ ช่วยผลักดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก เนื่องจากประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหาร ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปราะบาง พร้อมย้ำว่าผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรค คือกลไกสำคัญในการสะท้อนเสียงชาวนาและขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลจริง

 

นอกจากนี้ อนุทิน ยังยืนยันว่า นโยบายคนละครึ่งพลัส จะเดินหน้าทันที หากพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล โดยไม่ใช่การแจกเงินเปล่า แต่เป็นการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจากหลายหมู่บ้านในอำเภอบางระกำและพื้นที่ใกล้เคียงทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง บางส่วนสวมเสื้อสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย ถือป้ายให้กำลังใจ และโบกธงพรรคต้อนรับคณะหาเสียงอย่างอบอุ่น

 

ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านในพื้นที่ต่างเข้ามาทักทาย จับมือ และขอถ่ายภาพเซลฟี่กับอนุทินอย่างเป็นกันเอง สะท้อนความใกล้ชิดระหว่างผู้สมัครกับประชาชน โดยมีเสียงตะโกนเชียร์ขอให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความคาดหวัง

 

ตลอดการปราศรัย ประชาชนมีปฏิกิริยาตอบรับเป็นระยะ ทั้งเสียงปรบมือ เสียงโห่ร้องเห็นด้วย และเสียงตะโกนสนับสนุนนโยบาย โดยเฉพาะประเด็นราคาข้าว การแก้ปัญหาน้ำท่วม และนโยบายคนละครึ่งพลัส สะท้อนว่าประเด็นปากท้องและคุณภาพชีวิตยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนให้ความสนใจ บรรยากาศโดยรวมจึงเป็นไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น

 

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคึกคัก 1อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคึกคัก 2อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคึกคัก 3อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดพิษณุโลก ท่ามกลางประชาชนที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจอย่างคึกคัก 4
 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : อนุทินลุยหาเสียงพิษณุโลก คึกคัก ชูดันราคาข้าวสูง ศุภจีเปิดตลาดโลก ย้ำแก้น้ำท่วมต้องสร้างระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ถึงสระแก้ว ขอโทษประชาชนที่ทำไม่ถูกใจ พร้อมขอบคุณให้ความร่วมมือ ไม่ห่วงหน้า-พะวงหลัง ย้ำไม่ประมาท รักสงบ แต่ถ้ามีรบเมื่อไร เราไม่ถอย https://thestandard.co/sakaeo-border-pm-statement/ Mon, 26 Jan 2026 09:06:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1169628 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว

วันนี้ (26 มกราคม) เวลา 13.40 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกร […]

The post นายกฯ ถึงสระแก้ว ขอโทษประชาชนที่ทำไม่ถูกใจ พร้อมขอบคุณให้ความร่วมมือ ไม่ห่วงหน้า-พะวงหลัง ย้ำไม่ประมาท รักสงบ แต่ถ้ามีรบเมื่อไร เราไม่ถอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว

วันนี้ (26 มกราคม) เวลา 13.40 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางถึงเทศบาลตำบลตาพระยา จังหวัดสระแก้ว เพื่อพบปะและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ภายหลังจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ร่วมด้วย

 

เมื่อเดินทางถึง ปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว รายงานภาพรวมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ โดยนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามประชาชนที่บ้านเสียหายอย่างหนักทั้ง 3 หลัง ซึ่งถือภาพถ่ายบ้านของตัวเอง ถูกลูกหลงจากเหตุการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่สระแก้ว

 

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กองทุนผู้ประสบภัยสำนักนายกรัฐมนตรีได้จ่ายเงินเยียวยาแล้ว แต่อันนี้เป็นเงินเยียวยาในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ต้องสนับสนุนค่าซ่อมแซมบ้านให้กลับมาในสภาพเดิม และให้เร่งจ่ายเงินเยียวยา โดยนายกรัฐมนตรี ได้หันไปสอบถามกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ว่างบประมาณได้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครบ 100% แล้วหรือไม่ ทางผู้ว่าฯ สระแก้ว ยืนยันว่า ผ่านครบหมดแล้ว พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า เงินในส่วนนี้เป็นอำนาจของนายอำเภอในการจ่ายค่าเยียวยาซ่อมแซมบ้าน ทุกคนจะได้รับเงินค่าซ่อมแซมบ้านตามความเสียหายมูลค่าจริง โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ในบ้านตอนเกิดเหตุ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังสอบถามว่าเกิดเหตุตอนไหน ชาวบ้านบอกว่า เดือนธันวาคม 2567

 

จากนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวพูดคุยกับประชาชนว่า วันนี้ตนตั้งใจที่จะมาพบกับทุกคน โดยผู้ว่าฯ สระแก้ว ได้แจ้งให้ตนได้มา เพราะถึงเวลาแล้วที่ต้องมาพบกับประชาชน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทั้งหลายน่าจะอยู่ในสภาวะที่ควบคุมได้แล้ว มีความปลอดภัย

 

ตนเชื่อว่าความอดทนอดกลั้นของพวกเราไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ทุกคนต้องอพยพออกไปยังศูนย์อพยพ แน่นอนว่ารัฐจะต้องจัดการเรื่องการดูแลให้ประชาชนที่อพยพออกไปได้รับความสะดวกสบายได้มากที่สุด แต่มีอุปสรรคอยู่บ้าง รัฐบาลเข้าใจดีในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นหัวหน้ารัฐบาล ต้องขอบคุณในความร่วมมือในความอดทนของประชาชนทุกคน ในส่วนที่เป็นประชาชนก็ให้ความร่วมมือ ไปปลอดภัย

 

ส่วนที่เป็นเจ้าหน้าที่ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์กรส่วนท้องถิ่น ก็ต้องขอขอบคุณมาก ๆ ที่ทุกคนได้ให้การอำนวยความสะดวกให้ความดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด ในขณะที่ต้องไปหลบภัย ตนเข้าใจถึงความรู้สึกของประชาชนทุกคน เมื่อได้กลับมาเห็นสภาพบ้านที่ถูกทำลายโดยอาวุธหนัก

 

รัฐบาลต้องขอโทษทุกคนด้วยที่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น รัฐบาลมีความเสียใจ และไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าประชาชน ด้วยความร่วมมือความอดทนและความเสียสละของประชาชนทั้งหลายเหล่านี้ทำให้รัฐบาลกองทัพและตำรวจฝ่ายปกครองสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ถ้าหากจะใช้คำว่าถ้าเปรียบเทียบว่า นี่คือการรบประชาชนทำให้ผมรบชนะ ทำให้อธิปไตยของประเทศไม่ถูกคุกคาม ทำให้ดินแดนของแผ่นดินของเราไม่ต้องเสียไปให้กับฝ่ายตรงข้าม ตรงนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ทราบว่าจะขอบคุณอย่างไร

 

เพราะพวกเรานอกจากจะทำหน้าที่ดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัยแล้ว พวกผมทุกคนในที่นี้ทราบดีมาก การศึก การต่อสู้ความเป็นประเทศไทย ศักดิ์ศรีที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของไทยก็แพ้ไม่ได้เช่นกัน คำว่าแพ้ไม่เคยปรากฏอยู่ในความรู้สึกส่วนใดของพวกเรา ยิ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเช่นนี้ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เราทำหน้าที่ปกป้องอย่างเต็มความสามารถ เพราะรู้ว่าประชาชนปลอดภัยแล้ว เวลาเรามีข้อขัดแย้งกับใครก็ตาม ถ้าเราในฐานะรัฐไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเราก็จะชนะได้ยากและควบคุมสถานการณ์ได้ยาก

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนจึงขอแสดงความชื่นชมขอขอบคุณและขออภัยในสิ่งที่ก่อให้เกิดความไม่ถูกใจ เสียอารมณ์ เสียความรู้สึกและเสียใจที่พวกท่านได้มี รัฐบาลก็พยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้มีการเยียวยาพ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน แต่พวกเราทราบดีว่าเยียวยาเท่าไหร่ ต่อให้พวกเราไม่สูญเสียอะไร แต่ก็เสียความรู้สึกและเสียกำลังใจ เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้ทำหน้าที่สุดความสามารถ เพื่อจัดงบประมาณมาเยียวยา เพื่อเยาวชนอย่างน้อยก็รู้สึกดี แต่ดีเล็กน้อยไม่ได้ดีใจ แต่ดีที่เห็นว่าอย่างน้อยสิ่งที่พยายามเพื่อมาเยียวยา เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างขวัญกำลังใจให้กับประชาชนได้รับการดำเนินการแล้วด้วยการเยียวยาที่นำเงินมาเป็นรายครอบครัว

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วนคนบ้านเรือนเสียหายจะเร่งดำเนินการในส่วนของกระทรวงให้มีงบซ่อมแซมเบื้องต้นที่ 49,000 บาท และในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีมีงบประมาณของท่าน ตามค่าใช้จ่ายจริง เพราะต่อให้คนที่จะมาซ่อมจะประเมินเท่าไหร่เราก็จะมีตัวแทนของกรมโยธาธิการจังหวัดมาร่วมกันและนำค่าใช้จ่ายนั้นมาพูดคุยกับผู้รับเหมาด้วยเพื่อนำเสนอให้รัฐดำเนินการจัดสรรงบประมาณการซ่อมแซมบ้านให้กับประชาชนทุกคน

 

จากที่เห็นสภาพบ้านของประชาชน 3 หลังแล้ว แต่เขายังมีรอยยิ้มให้กับรัฐบาลก็ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไร โชคดีมากที่ได้ให้ความร่วมมือในการออกมายังศูนย์อพยพ จากจังหวัดที่จัดเตรียมไว้ให้นึกสภาพรูปแล้วหากประชาชนยังอยู่ในบ้าน ก็ไม่รู้ว่าพวกเราจะต้องเสียใจกันอีกมากเท่าไหร่ ใครจะรบก็รบไป ฝ่ายชำนาญการทำเอกสารต่าง ๆ ในการเจรจา ทำให้เขายอมรับว่า ถ้าจะสู้เขาจะเจอแบบนี้ จะเอาหรือไม่ จะถอนหรือไม่ จะถอยไหม

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เราทุกคนมีความห่วงใยและปรารถนาดีกับทุกคน ต่อจากนี้ตนจะไปตรวจดูสภาพในพื้นที่เพราะยังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ เรื่องที่ต้องให้เกิดความมั่นใจว่าดินแดนของเราได้รับการควบคุมสถานการณ์อย่างเรียบร้อย ต้องไม่ให้เกิดความสูญเสียใด ๆ เพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะชีวิตของพี่น้องทหารหาญที่คอยตรึงกำลังอยู่ แม้พวกเราจะกลับมาบ้าน ผ่านปีใหม่และจะเข้าช่วงตรุษจีน สงกรานต์ เราขอคำยืนยันว่า ฝ่ายความมั่นคงของประเทศยังคอยดูแลปกป้องอธิปไตย และสร้างความมั่นใจว่าประชาชนทั้งหลายต้องได้รับความปลอดภัย

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า สำหรับ อสม. ขอบคุณที่ให้การดูแลด้านสุขภาพเบื้องต้นในช่วงที่เกิดเหตุ นี่คือกลุ่มคนสำคัญที่คอยดูแลเยียวยาจิตใจ เป็นเพื่อนปลอบขวัญกำลังใจกับประชาชน ตนขอใช้คำเดิม ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมาก่อน ไม่เคยมอง อสม. เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเท่านั้น ทุกคนมีประสบการณ์เยอะแยะตั้งแต่สมัยโควิด สำหรับตนท่านคือหมอคนแรกของประชาชน ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปในการดูแลเยียวยาจิตใจ สุขภาพพื้นฐานเบื้องต้นของประชาชน สำหรับองค์กรส่วนท้องถิ่น

 

ขอบคุณที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน ตนได้รับรายงานมาตลอดว่าท่านทุ่มเทเสียสละ ออกไปดูไปสร้างความมั่นใจ ดูแลพื้นที่ให้ประชาชนที่อพยพออกไปได้รับความสะดวกให้มากที่สุด จำนวนผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. นายกเทศบาลทุกที่ที่ไป ตนมาที่นี่เพราะช่วงที่เกิดเหตุต้องดูทั้งแนว พวกตนต้องไปปักหลักอยู่แถวอีสานใต้ มอบหมายให้ฝ่ายกองทัพภาคที่หนึ่งและผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดูแลประชาชนตรงนี้อย่างสุดกำลังความสามารถ

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ส่วน ชรบ. ตนรับทราบว่าพวกท่านเฝ้าหมู่บ้าน เฝ้าครัวเรือนบ้านพักอาศัยให้กับประชาชนทุกคน พวกเขาควรได้รับความขอบคุณจากตัวผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ขอบคุณในความสนับสนุนและความร่วมมือที่พวกท่านทำในนามของรัฐบาลให้กับประชาชนทุกคน จากนี้ไป ขอให้พวกเรามั่นใจว่าท่านจะได้รับความปลอดภัย แต่เราต้องไม่ประมาท

 

“เราไม่ได้ประมาท เรารักสงบ แต่ถ้ามีการรบเมื่อไร เราได้พิสูจน์ให้ท่านเห็นแล้วว่า พวกเราก็ไม่เคยที่จะถอย ไม่เคยคิดที่จะให้เขาคุกคามเราฝ่ายเดียว ขอให้ประชาชนทุกคนมั่นใจใช้ชีวิตจากนี้ไปด้วยความปกติ วางแผนอะไรไว้ก็ทำไป มีปัญหาติดขัดให้แจ้งนายอำเภอ แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด เราจะเข้าดูแลเยียวยาประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับ ชรบ. เราได้มีการจัดสรรงบประมาณลงที่หมู่บ้านละ 5,000 บาทต่อเดือน งวดแรกจะเริ่มจ่ายตั้งแต่เดือนมกราคม เงินเหล่านี้ไม่ได้ตกอยู่ที่คน แต่เป็นกองทุนสะสมไว้เวลาตั้งด่าน จุดตรวจ จุดสกัด เป็นค่าอาหารให้เพิ่มเติมขึ้นมา ค่าอุปโภคบริโภค เราเพิ่มงบประมาณให้กับทุกคน ขอให้บริหารจัดการให้ดีไม่ใช่เงินจำนวนมากแต่ก็จะมาอำนวยความสะดวกให้ภารกิจของท่านได้คล่องตัวมากขึ้น

 

ในส่วนของหมู่บ้านผู้ใหญ่บ้านเราได้มีการจัดสรรงบประมาณที่หมู่บ้านละ 5,000 บาทต่อเดือน จากนี้ไปงวดแรกจะเริ่มจ่ายตั้งแต่เดือน มกราคมนี้ ซึ่งเงินจะไม่ได้ตกไปที่แต่ละคน แต่จะเป็นกองทุนของหมู่บ้าน ซึ่งจะนำไปใช้จ่ายในส่วนรวม ขอให้บริหารจัดการให้ดีแม้จะไม่ใช่เงินจำนวนมากแต่ก็จะนำมาอำนวยความสะดวกให้ภารกิจของประชาชนมีความคล่องตัวมากขึ้น

 

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว 1อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว 2อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว 3อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว 4อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว 5อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่จังหวัดสระแก้ว 6

The post นายกฯ ถึงสระแก้ว ขอโทษประชาชนที่ทำไม่ถูกใจ พร้อมขอบคุณให้ความร่วมมือ ไม่ห่วงหน้า-พะวงหลัง ย้ำไม่ประมาท รักสงบ แต่ถ้ามีรบเมื่อไร เราไม่ถอย appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน เตรียมชง ครม. อนุมัติค่าตอบแทน อสม. และ อสส. 1.05 ล้านคน คนละ 2,000 บาท ขอบคุณที่ร่วมต่อสู้โควิดจนสำเร็จ https://thestandard.co/anutin-health-volunteer-covid/ Mon, 26 Sep 2022 05:37:45 +0000 https://thestandard.co/?p=686588

วันนี้ (26 กันยายน) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนัก […]

The post อนุทิน เตรียมชง ครม. อนุมัติค่าตอบแทน อสม. และ อสส. 1.05 ล้านคน คนละ 2,000 บาท ขอบคุณที่ร่วมต่อสู้โควิดจนสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 กันยายน) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (27 กันยายน) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายปี 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 2,100.61 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทนให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 1,039,729 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) จำนวน 10,577 คน รวม 1,050,306 คน ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2565 รวม 4 เดือน ในอัตรา 500 บาทต่อคนต่อเดือน รวมเป็น 2,000 บาทต่อคน  

 

ทั้งนี้ เงินดังกล่าวเป็นค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย เสี่ยงภัย และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของ อสม. และ อสส. ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิดในชุมชน ในช่วงระยะเวลาที่โควิดยังคงเป็นโรคติดต่ออันตราย  

 

“รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณเพื่อจ่ายค่าตอบแทนแก่ อสม. และ อสส. ตามนโยบายที่ รมว.สาธารณสุขได้ให้ไว้ว่า จะดูแล อสม. และ อสส. ไปจนกว่าโควิดจะหมดไป เนื่องจากช่วงโควิดแพร่ระบาด อาสาสมัครมีภารกิจมากขึ้น ซึ่งจะต้องไม่เป็นภาระที่อาสาสมัครต้องจ่ายเอง ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมันรถส่งยา ค่าวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่าเดินทางไปเยี่ยมผู้ป่วย และเก็บข้อมูลสุขภาพประชาชน ซึ่งหาก ครม. อนุมัติงบประมาณในครั้งนี้ จะเป็นการสนับสนุน อสม. และ อสส. รวมแล้วเป็นเวลา 30 เดือน หรือ 2 ปีครึ่ง ตั้งแต่มีนาคม 2563 – กันยายน 2565 ในการนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้ขอบคุณอาสาสมัครทุกคนที่ได้ร่วมกันทำงานต่อสู้กับโควิดจนสำเร็จ” ไตรศุลีกล่าว

 

ไตรศุลีกล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาการแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทย อสม. และ อสส. นับเป็นกลไกสำคัญที่สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ จนประเทศไทยสามารถต่อสู้กับโรคระบาดได้สำเร็จ และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป โควิดได้ลดระดับจากโรคติดต่ออันตราย เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้ง อสม. และ อสส. จะยังคงเป็นกำลังสำคัญในการเตรียมความพร้อมประเทศเข้าสู่ระยะ Post-Pandemic เช่น การปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ การดำเนินงานตามมาตรการของชุมชน เพื่อให้ชุมชนปลอดภัย

The post อนุทิน เตรียมชง ครม. อนุมัติค่าตอบแทน อสม. และ อสส. 1.05 ล้านคน คนละ 2,000 บาท ขอบคุณที่ร่วมต่อสู้โควิดจนสำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. อนุมัติเงิน 1,050 ล้านบาท ตอบแทนค่าเสี่ยงภัย อสม.- อสส. กว่า 1 ล้านคน เฝ้าระวังโควิดในชุมชน 2 เดือน เม.ย. และ พ.ค. https://thestandard.co/1050-million-baht-health-volunteer/ Tue, 30 Aug 2022 08:51:02 +0000 https://thestandard.co/?p=674037

วันนี้ (30 สิงหาคม) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรั […]

The post ครม. อนุมัติเงิน 1,050 ล้านบาท ตอบแทนค่าเสี่ยงภัย อสม.- อสส. กว่า 1 ล้านคน เฝ้าระวังโควิดในชุมชน 2 เดือน เม.ย. และ พ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 สิงหาคม) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเงิน 1,050.31 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และค่าเสี่ยงภัยสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 1,039,729 คน และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) จำนวน 10,577 คน รวมทั้งสิ้น 1,050,306 คน ในอัตรา 500 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลาเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 ภายใต้โครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และค่าเสี่ยงภัยสำหรับการปฏิบัติงานของ อสม. ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคโควิดในชุมชน

 

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ อสม. และ อสส. ร่วมดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโควิดในชุมชนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยมีการดำเนินงาน เช่น การให้ความรู้ในการป้องกันและดูแลสุขภาพตนเองแก่ประชาชน การเฝ้าระวังและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง การเคาะประตูบ้านต้านภัยโควิด ร่วมทีมแพทย์ดูแลผู้ป่วยโควิด แยกจากรักษาตัวในชุมชน (CI) และแยกกักรักษาตัวที่บ้าน (HI) แนะนำกลุ่มเป้าหมายตรวจ ATK และรายงานผลผ่านแอปพลิเคชัน ‘สมาร์ท อสม.’

 

รวมทั้งเชิญชวนกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีโรคประจำตัวมารับวัคซีนเข็มที่ 1 / 2 / 3 ด้วย

 

ทั้งนี้ รัฐบาลได้เคยให้ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยแก่ อสม. และ อสส. ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโควิดในชุมชนไปแล้วก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – มีนาคม 2565 จำนวนเงิน 3,150.92 ล้านบาท

The post ครม. อนุมัติเงิน 1,050 ล้านบาท ตอบแทนค่าเสี่ยงภัย อสม.- อสส. กว่า 1 ล้านคน เฝ้าระวังโควิดในชุมชน 2 เดือน เม.ย. และ พ.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชวนประชาชนฉีดเข็ม 3 สกัดโอไมครอน หลังปรับเกณฑ์ฉีดห่างจากเข็ม 2 เหลือ 3 เดือน https://thestandard.co/anutin-invite-people-vaccinate-booster-dose-avoid-coronavirus-omicron/ Sat, 18 Dec 2021 11:27:57 +0000 https://thestandard.co/?p=572971 อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (18 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี แล […]

The post อนุทิน ชวนประชาชนฉีดเข็ม 3 สกัดโอไมครอน หลังปรับเกณฑ์ฉีดห่างจากเข็ม 2 เหลือ 3 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล

วันนี้ (18 ธันวาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงและฝ่ายปกครอง ได้ลงพื้นที่ไปยังโรงพยาบาลจักราช ตำบลจักราช อำเภอจักราช จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รวมทั้งมอบอุปกรณ์ป้องกันโรคโควิด และตรวจเยี่ยมการให้บริการวัคซีนโควิด 

 

อนุทินเปิดเผยว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีเป้าหมายที่สำคัญคือ การติดตามการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ซึ่งเรารณรงค์ให้ประชนชนมารับบริการ เพื่อความปลอดภัยของคนไทย สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนคู่เชื้อตาย และคู่ AstraZeneca ครบในเดือนกันยายนที่ผ่านมา สามารถมารับเข็มบูสเตอร์ได้แล้ว

 

อนุทินระบุว่า เราได้ปรับเกณฑ์การฉีดเข็มบูสเตอร์จาก 6 เดือนเป็น 3 เดือน โดยผ่านการพิจารณาจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญแล้วว่ามีความปลอดภัย และช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการป้องกันโรค การรับเข็ม 3 เป็นเรื่องสำคัญมาก ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันสนับสนุน รัฐบาลได้จัดหามาไว้เพียงพอกับความต้องการ และเร่งกระจายลงพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ 

 

“ปัจจุบันเรากำลังจะฉีดถึง 100 ล้านโดส ตามเป้าของปี 2564 ต้องขอบคุณทุกภาคส่วน ทุกหน่วยงานที่ช่วยกันจนทำงานใหญ่สำเร็จ สำหรับการเกิดขึ้นของเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน ประเทศไทยไม่ประมาท ได้คัดกรอง เฝ้าระวังอย่างสุดความสามารถ” อนุทินกล่าว 

 

อนุทินกล่าวด้วยว่า วันนี้ได้เน้นย้ำให้ อสม. ในการลงพื้นที่ และชักชวนประชาชน มาฉีดเข็มบูสเตอร์ ซึ่งที่ผ่านมา อสม. ทำงานได้ดีเยี่ยม ทางรัฐบาลเห็นความทุ่มเท และเตรียมจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้เพิ่มเติม และกำลังผลักดันโปรแกรมตรวจสุขภาพฟรีแก่ อสม. ขณะที่บุคลกรการแพทย์อื่นๆ ภาครัฐได้พยายามหาทางดูแลการทำงานด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป ขอให้ทุกคนมีกำลังใจในการทำงาน

The post อนุทิน ชวนประชาชนฉีดเข็ม 3 สกัดโอไมครอน หลังปรับเกณฑ์ฉีดห่างจากเข็ม 2 เหลือ 3 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เตรียมเคาะของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนสัปดาห์หน้า แจก อสม. เดือนละ 500 บาท อีก 6 เดือน https://thestandard.co/cabinet-decide-new-year-gift/ Sat, 18 Dec 2021 11:25:30 +0000 https://thestandard.co/?p=572968 ไตรศุลี ไตรสรณกุล

วันนี้ (18 ธันวาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนัก […]

The post ครม. เตรียมเคาะของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนสัปดาห์หน้า แจก อสม. เดือนละ 500 บาท อีก 6 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไตรศุลี ไตรสรณกุล

วันนี้ (18 ธันวาคม) ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการรัฐบาลเล่าเรื่องว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 21 ธันวาคมนี้ ที่น่าจับตามองขณะนี้คือเรื่อง ของขวัญที่รัฐบาลจะมอบให้กับประชาชน ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ทุกกระทรวงไปจัดเตรียมให้กับประชาชน ซึ่งจะทยอยออกมา ที่เปิดเผยออกมาบ้างแล้ว เช่น กระทรวงการคลัง มีมาตรการผ่อนดีมีคืน ของธนาคารรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

 

ไตรศุลีกล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิดนั้น ล่าสุด ในที่ประชุม ครม. นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณที่ได้ดูแลประชาชนคนไทยมาเป็นอย่างดี และจะมอบขวัญและกำลังใจเล็กน้อยต่อไปอีก 6 เดือน เดือนละ 500 บาท ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ โดยนายกรัฐมนตรีจะอนุมัติงบกลาง จำนวน 3,510 ล้านบาท ส่วนรายละเอียดต่างๆ นั้น สธ. จะนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. ในวันที่ 21 ธันวาคมนี้ เพื่อขอใช้งบกลางดังกล่าว หากมีมติคณะรัฐมนตรีออกมา อย่างไรทีมโฆษกรัฐบาลจะนำรายละเอียดมาบอกกล่าวทันที

 

ไตรศุลีกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนการประชุม ครม. จะมีการประชาสัมพันธ์เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ อะเมซิง ไทยแลนด์ เคานต์ดาวน์ นอกจากนี้ ทาง สธ. ได้มาประชาสัมพันธ์การจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ และกระทรวงวัฒนธรรมจะมาประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี

The post ครม. เตรียมเคาะของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนสัปดาห์หน้า แจก อสม. เดือนละ 500 บาท อีก 6 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมเสนอ ครม. ให้ค่าตอบแทน อสม. 1,500 บาทตลอดชีพ กู้เงินจากสิทธิฌาปนกิจสงเคราะห์ได้กรณีมีความจำเป็น https://thestandard.co/village-health-volunteer-compensation/ Sun, 14 Nov 2021 07:25:12 +0000 https://thestandard.co/?p=559622 อสม.

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเกาะลันต […]

The post เตรียมเสนอ ครม. ให้ค่าตอบแทน อสม. 1,500 บาทตลอดชีพ กู้เงินจากสิทธิฌาปนกิจสงเคราะห์ได้กรณีมีความจำเป็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
อสม.

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เกาะลันตา ว่า อสม. เกาะลันตา มีประมาณ 500 กว่าคน ได้รับวัคซีนโควิดครบทุกคนแล้ว มีความปลอดภัยในการดูแลสุขภาพประชาชนในพื้นที่ 

 

สำหรับการดูแลสวัสดิการให้แก่ อสม. นั้น กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้ดำเนินการเรื่องฌาปนกิจสงเคราะห์ให้แก่ครอบครัว อสม. ซึ่ง อสม. เกาะลันตาได้สมัครเข้าร่วมครบทั้งหมด และหากเจ็บป่วยสามารถเข้ารักษาห้องพิเศษได้ในอัตรา 1,500 บาท

 

ส่วนเรื่องของค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สำหรับการปฏิบัติงานของ อสม. 1,500 บาท ระยะเวลา 19 เดือน ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ กระทรวงสาธารณสุขกำลังดำเนินการเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอให้ได้ค่าตอบแทน 1,500 บาทตลอดชีพ ซึ่งตรงนี้จะช่วยเหลือ อสม. ในการนำมาชำระค่าฌาปนกิจสงเคราะห์ 200 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ กำลังหารือในการเพิ่มสิทธิให้สามารถนำสวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกู้เงิน สำหรับ อสม. ที่มีความเดือดร้อนจริงๆ เช่น ซ่อมบ้าน เป็นต้น โดยจะพิจารณาความจำเป็นเฉพาะราย และต้องได้รับการเซ็นยินยอมจากทายาทด้วย

 

สำหรับ อสม. รายใหม่ที่เป็น อสม. สมทบ จำนวน 3-4 หมื่นคน ที่ยังไม่สามารถสมัครเข้าร่วมฌาปนกิจสงเคราะห์ได้ จะเร่งหารือแนวทางในการผลักดันให้เข้าสู่ระบบการดูแลส่วนนี้ต่อไป

The post เตรียมเสนอ ครม. ให้ค่าตอบแทน อสม. 1,500 บาทตลอดชีพ กู้เงินจากสิทธิฌาปนกิจสงเคราะห์ได้กรณีมีความจำเป็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. อนุมัติเงินค่าตอบแทน อสม. เพิ่มอีก 3 เดือน วงเงินไม่เกิน 1,575,495,000 บาท https://thestandard.co/approval-for-3-additional-months-of-compensation-for-vhv/ Tue, 01 Jun 2021 11:45:55 +0000 https://thestandard.co/?p=495420 อนุชา บูรพชัยศรี

วันนี้ (1 มิถุนายน) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post ครม. อนุมัติเงินค่าตอบแทน อสม. เพิ่มอีก 3 เดือน วงเงินไม่เกิน 1,575,495,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุชา บูรพชัยศรี

วันนี้ (1 มิถุนายน) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผย ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อีก 3 เดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน 2564 วงเงินรวมไม่เกิน 1,575,495,000 บาท เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจที่ดีแก่ อสม. ผู้ปฏิบัติงานในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน ซึ่งที่ผ่านมา อสม. ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมอย่างถ้วนหน้ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2563 – มิถุนายน 2564 เป็นระยะเวลา 16 เดือน กรอบวงเงินรวม 8,348,696,500 บาทแล้ว 

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post ครม. อนุมัติเงินค่าตอบแทน อสม. เพิ่มอีก 3 เดือน วงเงินไม่เกิน 1,575,495,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เห็นชอบจ่ายค่าตอบแทน อสม. 3 เดือน วงเงิน 1,575 ล้านบาท กำชับฉัดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุม https://thestandard.co/cabinet-agree-vhv-compensation/ Wed, 31 Mar 2021 02:07:58 +0000 https://thestandard.co/?p=470994 ครม. เห็นชอบจ่ายค่าตอบแทน อสม. 3 เดือน วงเงิน 1,575 ล้านบาท กำชับฉัดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุม

วันนี้ (31 มีนาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกร […]

The post ครม. เห็นชอบจ่ายค่าตอบแทน อสม. 3 เดือน วงเงิน 1,575 ล้านบาท กำชับฉัดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เห็นชอบจ่ายค่าตอบแทน อสม. 3 เดือน วงเงิน 1,575 ล้านบาท กำชับฉัดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุม

วันนี้ (31 มีนาคม) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการค่าตอบแทน เยียวยา ชดเชย และเสี่ยงภัย สำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน เป็นระยะเวลา 3 เดือน (เมษายน-มิถุนายน 2564) กรอบวงเงินรวมไม่เกิน 1,575 ล้านบาท  

 

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนบทบาทของ อสม. ในการสื่อสาร ให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมถึงสำรวจและติดตามอาการประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับวัคซีนในชุมชน รวมทั้งบทบาทของ อสม. ในการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ช่วยเหลือฟื้นฟูทางด้านจิตใจแก่ประชาชนในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน พัฒนาประชาชน/ชุมชน ในการสร้างวิถีชีวิตใหม่ เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ อสม. 1,039,729 คน และอาสาสมัครสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (อสส.) 10,577 คน รวมทั้งสิ้น 1,050,306 คน ที่มีสิทธิรับค่าป่วยการในการปฏิบัติหน้าที่ 

 

อนุชากล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ในที่ประชุม ครม. ยังกำชับให้กระทรวงสาธารณสุข เร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุม อสม. และ อสส. ทุกราย เพื่อลดความเสี่ยงในการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

The post ครม. เห็นชอบจ่ายค่าตอบแทน อสม. 3 เดือน วงเงิน 1,575 ล้านบาท กำชับฉัดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครอบคลุม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขทุกคนที่ทุ่มเท เสียสละ เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมไทย https://thestandard.co/prime-minister-thanks-village-health-volunteers/ Mon, 21 Sep 2020 07:00:10 +0000 https://thestandard.co/?p=399275

วันนี้ (21 กันยายน) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post นายกฯ ขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขทุกคนที่ทุ่มเท เสียสละ เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 กันยายน) อนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และอาสาสมัครแรงงานต่างด้าว ด้านสุขภาพ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (อสต อช.) ทั่วประเทศ และแสดงความชื่นชมว่าเป็นผู้มีอุดมการณ์แห่งจิตอาสา ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และเป็นด่านหน้าสำคัญในการเฝ้าระวัง คัดกรองกลุ่มเสี่ยง ป้องกันโรคโควิด-19 จนเป็นที่ยอมรับ ยกย่อง และประเทศไทยได้รับการชื่นชมจากสังคมทั่วไปทั้งในประเทศและต่างประเทศว่ามีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ทั้งนี้หวังว่าพลังความร่วมแรงร่วมใจกันของทุกภาคส่วนจะส่งผลให้ประเทศไทยก้าวผ่านภาวะวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยดี

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post นายกฯ ขอบคุณอาสาสมัครสาธารณสุขทุกคนที่ทุ่มเท เสียสละ เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. มีมติลดภาษีช้อปช่วยชาติ แจกซิมเน็ต เพิ่มเงิน อสม. ช่วยสวนยาง-ปาล์มน้ำมัน https://thestandard.co/tax-deduction-shopping-for-the-nation/ https://thestandard.co/tax-deduction-shopping-for-the-nation/#respond Tue, 04 Dec 2018 10:41:53 +0000 https://thestandard.co/?p=159204

(4 ธ.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการ ‘ช้อปช […]

The post ครม. มีมติลดภาษีช้อปช่วยชาติ แจกซิมเน็ต เพิ่มเงิน อสม. ช่วยสวนยาง-ปาล์มน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

(4 ธ.ค.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการ ‘ช้อปช่วยชาติ’ โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่มีรายได้ปานกลาง ครอบคลุมสินค้า 3 ประเภท ได้แก่ ยางรถยนต์ ยางรถจักรยานยนต์ และยางรถจักรยานที่ได้รับรองจากการยางแห่งประเทศไทย หนังสือทั่วไป อีบุ๊ก แบบเรียน ไม่รวมนิตยสาร และสินค้าโอทอปที่ต้องมีใบรับรองจากกรมพัฒนาชุมชน จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 15,000 บาท เริ่ม 15 ธันวาคม 2561 ถึง 16 มกราคม 2562 ซึ่งทุกรายการต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

 

อีกทั้งให้ปรับเพิ่มค่าตอบแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. จากเดือนละ 600 บาท เป็น 1,000 บาท เริ่มตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2561 ถึง 30 กันยายน 2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน มีผู้ได้รับสิทธิประโยชน์กว่า 1 ล้าน 5 หมื่นคน

 

ขณะเดียวกันยังได้เห็นชอบให้แจกซิมโทรศัพท์มือถือแก่ผู้มีรายได้น้อยให้ใช้อินเทอร์เน็ตฟรี เพื่อส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งข้อมูลและข่าวสารที่จำเป็นต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต หากคนที่มีซิมมือถือและอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วจะเพิ่มจำนวนอินเทอร์เน็ตฟรีให้เพียงพอต่อการใช้งาน ส่วนผู้ที่ยังไม่มีซิมมือถือจะแจกซิมมือถือพร้อมอินเทอร์เน็ต โดยต้องรอ กสทช. คำนวณค่าใช้จ่ายและจำนวนอินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมและเพียงพอต่อการใช้งาน

 

รวมถึงเห็นชอบ 3 โครงการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง วงเงินงบประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยใช้เงินทุนของ ธกส. สำรองจ่าย เช่น โครงการ 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร โดยการสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำน้ำยางพาราไปใช้สร้างถนนพาราซอยด์ซีเมนต์ทั่วประเทศ และสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันกว่า  1.5 แสนราย อัตราไร่ละ 1,500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ รวมมูลค่า 3.4 พันล้านบาท

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post ครม. มีมติลดภาษีช้อปช่วยชาติ แจกซิมเน็ต เพิ่มเงิน อสม. ช่วยสวนยาง-ปาล์มน้ำมัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/tax-deduction-shopping-for-the-nation/feed/ 0