อัศวิน ขวัญเมือง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/อัศวิน-ขวัญเมือง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 18 Oct 2025 09:53:47 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 พงศกร ลูกอัศวิน โพสต์รับตำแหน่งโฆษก ปชป. ย้ำจะพูดจริงใจ ฟังด้วยเคารพ ทำงานด้วยความรับผิดชอบ อวยอภิสิทธิ์เป็นแบบอย่างนักการเมืองยึดอุดมการณ์และสัจจะ https://thestandard.co/pongsakorn-new-democrat-spokesperson-vows/ Sat, 18 Oct 2025 09:53:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1132305 พงศกร ลูกอัศวิน โพสต์รับตำแหน่งโฆษก ปชป. ย้ำจะพูดจริงใจ ฟังด้วยเคารพ ทำงานด้วยความรับผิดชอบ อวย อภิสิทธิ์ เป็นแบบอย่างนักการเมืองยึดอุดมการณ์และสัจจะ

วันนี้ (18 ตุลาคม) ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชา […]

The post พงศกร ลูกอัศวิน โพสต์รับตำแหน่งโฆษก ปชป. ย้ำจะพูดจริงใจ ฟังด้วยเคารพ ทำงานด้วยความรับผิดชอบ อวยอภิสิทธิ์เป็นแบบอย่างนักการเมืองยึดอุดมการณ์และสัจจะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พงศกร ลูกอัศวิน โพสต์รับตำแหน่งโฆษก ปชป. ย้ำจะพูดจริงใจ ฟังด้วยเคารพ ทำงานด้วยความรับผิดชอบ อวย อภิสิทธิ์ เป็นแบบอย่างนักการเมืองยึดอุดมการณ์และสัจจะ

วันนี้ (18 ตุลาคม) ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้กลับมายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ในพรรคประชาธิปัตย์ สถาบันทางการเมืองที่ยืนหยัดด้วยอุดมการณ์และผ่านบททดสอบของกาลเวลา มายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยไทย

 

ร.ต.อ. พงศกร กล่าวต่อว่า ครั้งหนึ่งตนเองเคยถอยออกมา เพราะเชื่อว่าพรรคไม่อาจดำรงความเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยึดอุดมการณ์เป็นหลัก ได้เหมือนเดิม แต่วันนี้ ผมขอแสดงความเคารพต่อผู้บริหารชุดเก่าเลือกเสียสละ เพื่อยืนหยัดหลักการของระบบพรรคการเมือง นี่คือการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักการเมือง เพราะท่านได้พิสูจน์ให้เห็นว่าประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสถาบันทางการเมืองอย่างแท้จริง

 

ร.ต.อ. พงศกร กล่าวอีกต่อว่า ขอบพระคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่กลับมารับภาระอันหนัก เพื่อฟื้นหัวใจของพรรคเรา สำหรับตน หัวหน้าฯ อภิสิทธิ์ คือแบบอย่างของนักการเมืองที่เชื่อในอุดมการณ์มากกว่าอำนาจ ความถูกต้องมากกว่าความถูกใจ และยึดถือสัจจะของนักการเมือง คือสิ่งที่ต้องรักษาไว้เหนือสิ่งอื่นใด ผมรู้ดีว่า การรื้อฟื้นศรัทธาของพี่น้องประชาชนไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ในฐานะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ผมจะพูดด้วยความจริงใจ ฟังด้วยความเคารพและทำงานด้วยความรับผิดชอบ

 

“สุดท้ายผมระลึกเสมอว่า ศรัทธาจะกลับมาได้ ไม่ใช่จากคำพูดที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่จาก การกระทำที่ซื่อสัตย์ ยึดมั่นในอุดมการณ์และรักษาสัจจะเหนือสิ่งอื่นใดผมจะทำสุดความสามารถเพื่อร่วมกอบกู้ศรัทธานี้ให้ได้ครับ”

 

อ้างอิง:

The post พงศกร ลูกอัศวิน โพสต์รับตำแหน่งโฆษก ปชป. ย้ำจะพูดจริงใจ ฟังด้วยเคารพ ทำงานด้วยความรับผิดชอบ อวยอภิสิทธิ์เป็นแบบอย่างนักการเมืองยึดอุดมการณ์และสัจจะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สส. บัญชีรายชื่อใหม่รายงานตัว ทิพานัน-อัศวิน รวมไทยสร้างชาติ และรุ่งเรือง เพื่อไทย ตัวเลข สส. ขณะนี้ 491 คน หลังศักดิ์ดาไขก๊อกเพื่อไทย https://thestandard.co/three-new-mps-report-to-parliament/ Wed, 10 Sep 2025 05:01:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1117740 three-new-mps-report-to-parliament

วันนี้ (10 กันยายน) สส. ใหม่ 3 คน เข้ารายงานตัวต่อสำนัก […]

The post สส. บัญชีรายชื่อใหม่รายงานตัว ทิพานัน-อัศวิน รวมไทยสร้างชาติ และรุ่งเรือง เพื่อไทย ตัวเลข สส. ขณะนี้ 491 คน หลังศักดิ์ดาไขก๊อกเพื่อไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
three-new-mps-report-to-parliament

วันนี้ (10 กันยายน) สส. ใหม่ 3 คน เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก่อนเข้าทำหน้าที่เป็นวันแรก โดยมี ศุภพรรัตน์ สุขพุ่ม รองเลขาธิการสภาฯ และ ปิยะธิดา อินทวารี ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานกลาง สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ให้การต้อนรับ 

 

ประกอบด้วย ทิพานัน ศิริชนะ บัญชีรายชื่อลำดับที่ 18 พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มารับตำแหน่งแทน สุชาติ ชมกลิ่น ที่ลาออกไป, พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง บัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 พรรครวมไทยสร้างชาติ รับตำแหน่งแทน ธนกร วังบุญคงชนะ ที่ลาออกไป และ รุ่งเรือง พิทยศิริ บัญชีรายชื่อลำดับที่ 41 แทน นพดล ปัทมะ ที่ได้ลาออกไป

 

หลังการรายงานตัวเพิ่มเติมของ สส. ใหม่ ทั้ง 3 คน ทำให้จำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้มีทั้งหมด 491 คน จากเดิม 492 คน เนื่องจาก ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส. แบบแบ่งเขต จังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ได้ลาออกไป

 

พล.ต.อ. อัศวินเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า จะทำงานสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน พร้อมมองว่า เงื่อนไขการยุบสภาภายใน 4 เดือนนั้น ไม่น่ามีปัญหา หรืออุปสรรคต่อการทำงาน เพราะรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายสำคัญคือทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข และสังคมสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนตั้งใจเช่นเดียวกัน 

 

“สมัยเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เคยทำเพื่อชาว กทม. แต่วันนี้ต้องคิดถึงประชาชนทั้งประเทศ โดยเชื่อว่าทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านมีเป้าหมายร่วมกัน คือความเจริญรุ่งเรืองและความอยู่ดีกินดีของคนไทยทุกคน” พล.ต.อ. อัศวินกล่าว

 

ด้านทิพานันกล่าวว่า การเป็น สส. ถือเป็นเกียรติและเป็นอีกก้าวหนึ่งของชีวิต เพราะ สส. คือผู้แทนประชาชนที่มีหน้าที่ทำงานด้านนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เสาหลักสำคัญของประเทศ การออกกฎหมายที่ถูกต้องและการบังคับใช้อย่างจริงจัง จะช่วยขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน

 

สำหรับประเด็นที่สนใจเป็นพิเศษ คือ กฎหมายด้านเด็กและเยาวชน รวมถึงกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากทั้งสองเรื่องมีผลต่ออนาคตของประเทศ โดยเด็กคือรากฐานสำคัญที่จะเติบโตเป็นกำลังหลักพัฒนาชาติ ขณะที่สิ่งแวดล้อม เช่น ดิน น้ำ และอากาศ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนในทุกช่วงวัย ต้องทำให้กฎหมายเหล่านี้ทันสมัย ใช้ได้จริง และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมและคุ้มครองเด็กในฐานะอนาคตของชาติ

 

ขณะที่รุ่งเรืองกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาทำหน้าที่ สส. อีกครั้งในรอบ 20 ปี หลังจากเคยรับตำแหน่งเมื่อปี 2544 ก่อนจะถูกคดีทางการเมืองทำให้ห่างหายจากเวทีการเมืองกว่า 10 ปี โดยครั้งนี้จะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้าน มุ่งติดตามและตรวจสอบนโยบายที่รัฐบาลใหม่จะแถลงต่อรัฐสภา พร้อมทั้งเตรียมแสดงความคิดเห็นด้านเศรษฐกิจและกฎหมายที่จะเข้าสู่การพิจารณา

 

สำหรับกรณีที่รัฐบาลอาจยุบสภาภายใน 4 เดือน รุ่งเรืองมองว่า เป็นอำนาจฝ่ายบริหาร ตนจะทำงานอย่างเต็มที่ตามโอกาสที่มี พร้อมย้ำว่าจะทำหน้าที่ให้คุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชน โดยเน้นบทบาทการตรวจสอบถ่วงดุล เสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ และพร้อมร่วมงานในคณะกรรมาธิการ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการเงิน 

The post สส. บัญชีรายชื่อใหม่รายงานตัว ทิพานัน-อัศวิน รวมไทยสร้างชาติ และรุ่งเรือง เพื่อไทย ตัวเลข สส. ขณะนี้ 491 คน หลังศักดิ์ดาไขก๊อกเพื่อไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ต้อนรับ ‘ทิพานัน-อัศวิน’ 2 สส. ใหม่ รวมไทยสร้างชาติ https://thestandard.co/tipanan-asawin-new-mps/ Wed, 10 Sep 2025 04:08:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1117658 tipanan-asawin-new-mps

วันนี้ (10 กันยายน) สส. แบบบัญชีรายชื่อ 2 คนใหม่ของพรรค […]

The post ต้อนรับ ‘ทิพานัน-อัศวิน’ 2 สส. ใหม่ รวมไทยสร้างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
tipanan-asawin-new-mps

วันนี้ (10 กันยายน) สส. แบบบัญชีรายชื่อ 2 คนใหม่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ประกอบด้วย ทิพานัน ศิริชนะ บัญชีรายชื่อลำดับที่ 18 และ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง บัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 ได้เข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก่อนจะเข้ามายังห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นวันแรก โดยมีเพื่อน สส. ให้การต้อนรับ

 

ทั้งนี้ สส. ใหม่ทั้ง 2 คน จะต้องกล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุมสภาฯ ก่อนปฏิบัติหน้าที่

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจาก สุชาติ ชมกลิ่น บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 และ ธนกร วังบุญคงชนะ บัญชีรายชื่อลำดับที่ 10 ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง สส. เมื่อ 8 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้มีการเลื่อนบุคคลในบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปขึ้นมาทำหน้าที่ สส. แทน

 

สำหรับ ทิพานัน ศิริชนะ เคยดำรงตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเป็นอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะลาออกเมื่อ 12 มกราคม 2566 และมาร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

 

ขณะที่ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง เคยเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และได้รับแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) คนที่ 16 ก่อนจะสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติในปี 2566

 

ทิพานัน ศิริชนะ อัศวิน ขวัญเมือง รายงานตัว สส. ทิพานัน ศิริชนะ อัศวิน ขวัญเมือง รายงานตัว สส. ทิพานัน ศิริชนะ อัศวิน ขวัญเมือง รายงานตัว สส.

The post ต้อนรับ ‘ทิพานัน-อัศวิน’ 2 สส. ใหม่ รวมไทยสร้างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอ้ สุชัชวีร์ ลงพื้นที่คลองโอ่งอ่าง ชี้ถูก กทม. ละเลย ชาวบ้านเชียร์ลงผู้ว่าฯ สมัยหน้า https://thestandard.co/suchatchavee-suwansawas-19032024/ Tue, 19 Mar 2024 09:21:52 +0000 https://thestandard.co/?p=912910

วันนี้ (19 มีนาคม) เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน […]

The post เอ้ สุชัชวีร์ ลงพื้นที่คลองโอ่งอ่าง ชี้ถูก กทม. ละเลย ชาวบ้านเชียร์ลงผู้ว่าฯ สมัยหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 มีนาคม) เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย พินิจ กาญจนชูศักดิ์ สก. เขตสัมพันธวงศ์ ลงพื้นที่สำรวจคลองโอ่งอ่าง หลังจากมีเสียงสะท้อนจากสังคมว่าไม่ได้รับการดูแลจากกรุงเทพมหานคร (กทม.)

 

สุชัชวีร์กล่าวว่า สภาพคลองโอ่งอ่างเมื่อครั้งมีการปรับปรุงในสมัย พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. มีการทำทางเท้า ประดับไฟตกแต่งอย่างดี สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชมความสวยงามของคลอง แต่วันนี้น่าผิดหวัง ทั้งเรื่องกายภาพ ไฟพัง น้ำเน่า ทางเท้า สะท้อนถึงความไม่ตั้งใจ เพิกเฉย และละเลย

 

เมื่อคุยกับชาวบ้านริมคลองได้สะท้อนมาว่า มีความเดือดร้อน เงียบเหงา ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเดิน ไม่มีรายได้ มีคนไร้บ้าน มีการมั่วสุมยาเสพติด ทางเขตจะยกต้นไม้ที่ชาวบ้านปลูกออก โดยเมื่อก่อนที่มีการจัดงานถนนคนเดิน มีคนมาซื้อของ มีรายได้ดี มีสภาพแวดล้อมดี แต่วันนี้กลับหน้ามือเป็นหลังมือ ทุกอย่างเละเทะหมด

 

“แล้วที่ผู้ว่าฯ กทม. บอกว่าไม่อยากให้คนนอกพื้นที่มาขายของ เพราะคนในพื้นที่ไม่ได้ประโยชน์ แต่ตอนนี้คนในพื้นที่ลำบากสุดๆ และในการพัฒนาเมืองไม่ว่าคนในพื้นที่ไหนเขาเป็นคนกรุงเทพฯ เป็นคนไทยด้วยกัน มาร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่ให้บูม ย่อมเป็นประโยชน์กับคนไทยทุกคน สะท้อนให้เห็นว่า กทม. ละเลยสุดจริงๆ”

 

สุชัชวีร์กล่าวว่า อยากให้ กทม. เข้ามาจัดการเรื่องไฟฟ้าและแสงสว่างให้ดี เพราะตอนนี้ไฟฟ้าใช้ไม่ได้ ทางเท้าที่กำลังก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน มีความเสี่ยงต่อผู้เดินสัญจร และเรื่องปากท้องที่จะเห็นเลยว่าไม่มีนักท่องเที่ยวมาเดิน

 

“หน้าที่แรกของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือ สะท้อนความเป็นจริงออกสู่สังคมว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วมาลงพื้นที่ด้วยตนเอง พูดเลยว่าผิดหวังจริงๆ สภาพทางกายภาพไม่เหลือชิ้นดี อย่างที่ 2 เราไม่นิ่งนอนใจ จะผลักดันด้วยกำลังพอที่จะมี ดึงเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนาในพื้นที่ให้ดีที่สุด”

 

มีรายงานว่า ระหว่างที่สุชัชวีร์พูดคุยกับแม่ค้าในคลองโอ่งอ่าง แม่ค้าท่านหนึ่งได้บอกให้สุชัชวีร์ลงสมัครเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. ในสมัยหน้า สุชัชวีร์ไม่ได้ตอบกลับ แต่มีสีหน้ายิ้มแย้มตอบรับ

 

The post เอ้ สุชัชวีร์ ลงพื้นที่คลองโอ่งอ่าง ชี้ถูก กทม. ละเลย ชาวบ้านเชียร์ลงผู้ว่าฯ สมัยหน้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
66 ภาพข่าวการเมืองแห่งปี 2566 ผ่านชัตเตอร์ช่างภาพ THE STANDARD https://thestandard.co/the-standard-politics-2566-photographs/ Mon, 18 Dec 2023 09:12:44 +0000 https://thestandard.co/?p=878024 ภาพข่าวการเมืองแห่งปี 2566

ตลอดปี 2566 การเมืองไทยยังคงร้อนแรง เริ่มต้นปีด้วยการเข […]

The post 66 ภาพข่าวการเมืองแห่งปี 2566 ผ่านชัตเตอร์ช่างภาพ THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพข่าวการเมืองแห่งปี 2566

ตลอดปี 2566 การเมืองไทยยังคงร้อนแรง เริ่มต้นปีด้วยการเข้าสู่โหมดหาเสียง ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปรอบใหม่ หลัง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภา และจัดให้มีการกาบัตรในเดือนพฤษภาคม เป็นศึกเลือกตั้งที่สร้างเซอร์ไพรส์ทางการเมือง เมื่อพรรคก้าวไกลเป็นพรรคการเมืองที่คว้าชัยอันดับ 1 ได้สำเร็จ หลังสู้กันอย่างดุเดือดกับพรรคเพื่อไทย และกลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองในรอบ 2 ทศวรรษ ที่พรรคเพื่อไทยไม่ได้คว้าชัยเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง

 

ปี 2566 ถือเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงของประเทศในหลายด้าน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองหลังการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่หน้าใหม่ของหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ปิดฉากคู่ขัดแย้งเดิม เปิดหน้าคู่ต่อสู้หรือพันธมิตรใหม่

 

ปี 2566 ประเทศไทยเปลี่ยนผู้นำประเทศครั้งแรกในรอบ 9 ปี จาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สู่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มาจากพลเรือนชื่อ เศรษฐา ทวีสิน และเป็นการปิดฉากการสืบต่ออำนาจของ คสช. ด้วย

 

และนี่คือ 66 ภาพข่าวการเมืองที่ช่างภาพ THE STANDARD คัดสรรมาให้ผู้อ่านได้ย้อนนึกถึงเหตุการณ์สำคัญตลอดปี

 

ภาพที่: 1

 

 

 

3 เมษายน 2566: คู่พ่อลูก พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ กับ ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนร่วมกัน สำหรับการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) เป็นวันแรก โดยใช้พื้นที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 เป็นสถานที่รับสมัคร สำหรับบรรยากาศการรับสมัครเป็นไปอย่างคึกคัก 

 

 

ภาพที่: 2

 



3 เมษายน 2566: เศรษฐา ทวีสิน กล่าวถึงรายละเอียดโครงการ Digital Wallet หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะเติมเงินเข้าไปในกระเป๋าดิจิทัลให้ประชาชนจำนวน 10,000 บาท สำหรับประชาชนชาวไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป ใช้บริโภคในชีวิตประจำวันภายใน 6 เดือน โดยสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่มีรัศมี 4 กิโลเมตรจากที่อยู่อาศัย ในงานเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทย 3 คนอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย แพทองธาร ชินวัตร, เศรษฐา ทวีสิน และ ชัยเกษม นิติสิริ 

 

 

ภาพที่: 3

 

 

7 เมษายน 2566: พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. กทม. พรรครวมไทยสร้างชาติ ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน ในงานเปิดตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง ที่บริเวณลานอัฒจันทร์กลางแจ้ง สวนเบญจกิติ พร้อมชี้แจงนโยบายด้านต่างๆ ของพรรค พล.อ.  ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวระหว่างปราศรัยตอนหนึ่งว่า “ถ้าอยากให้พรรครวมไทยสร้างชาติทำต่อ สิ่งที่ผมและทีมงานทำแล้ว ทำอยู่ ไม่สูญเปล่า ต้องเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 22 เป็นรัฐบาล เลือกผมเป็นนายกรัฐมนตรี”

 

 

ภาพที่: 4

 

 

20 เมษายน 2566: พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชวนพีระพันธุ์และแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ ร่วมเตะตะกร้อกับประชาชนที่มาออกกำลังกาย โดยโชว์ลีลาการเตะและโหม่งลูกตะกร้อ ใช้เวลาราว 10 นาที ก่อนจะลงไปนั่งเรือเป็ดเหลืองปั่นในสระน้ำภายในสวนลุมพินี ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่มาออกกำลังกายบริเวณสวนลุมพินี และขอคะแนนเสียงให้กับ ศิรินันท์ ศิริพานิช ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขต 2 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ

 

 

ภาพที่: 5

 

 

23 เมษายน 2566: ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) นครราชสีมา ช่วยพยุง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก่อนการขึ้นปราศรัยที่ลานตลาดเซฟวัน จังหวัดนครราชสีมา พล.อ. ประวิตรกล่าวด้วยว่า ตนพูดไม่เก่ง แต่ทำงานประสานประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายได้ นำพาคนเก่งมาร่วมมือกันก้าวข้ามความขัดแย้ง ผู้สมัคร สส. จังหวัดนครราชสีมาของพรรคพลังประชารัฐ ที่ยืนอยู่ตรงนี้จะรับใช้ประชาชนอย่างจริงจัง ตนขอประกาศว่าพวกเราทำได้ พร้อมแล้วที่จะรับใช้ประชาชน ขอฝากชาวอีสานทุกคนด้วย 

 

 

ภาพที่: 6

 

 

23 เมษายน 2566: พรรคก้าวไกลจัดเวทีปราศรัยใหญ่ พรรคก้าวไกล รัฐบาลก้าวไกล ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม ที่บริเวณลานหน้าสามย่านมิตรทาวน์ กทม. มีแกนนำที่ขึ้นเวทีปราศรัย ปิดท้ายเวทีด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ได้กล่าวย้ำถึงการสร้างประเทศไทยที่ดีกว่านี้ และพรรคก้าวไกลจะยอมโดดเดี่ยวจากนักการเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์ 

 

ขณะที่พิธากล่าวถึงกระแสพรรคที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และขอให้วางใจในพรรคก้าวไกล เพราะพรรคก้าวไกลคือความเปลี่ยนแปลงที่ไว้ใจได้ ตรงไปตรงมา พร้อมยืนยันว่า ‘มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง’ โดยในช่วงปิดท้ายเวที มีการให้มวลชนที่มาฟังปราศรัยเปิดแฟลชเพื่อถ่ายรูปร่วมกันอีกด้วย

 

 

ภาพที่: 7

 

 

3 พฤษภาคม 2566: ตู้ล็อกเกอร์มีการล็อกกุญแจและปิดเทปผนึกไว้ พร้อมเจ้าหน้าที่เขตและตำรวจเซ็นกำกับภายในห้องที่จัดเก็บอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ทั้งหมดมีกล้องวงจรปิดคอยจับภาพ ที่สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ เตรียมมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปล่วงหน้า เพื่อรักษาความปลอดภัย โดยระบบเป็นแบบออนไลน์ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและบันทึกภาพได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงมีเจ้าหน้าที่เฝ้าบริเวณทางเข้า-ออก  

 

 

ภาพที่: 8

 

 

3 พฤษภาคม 2566: ครอบครัวชินวัตร นำโดย คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ พร้อมด้วย พินทองทา ชินวัตร พา ‘พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์’ ลูกของแพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง ซึ่งนับเป็นหลานคนที่ 7 ของทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน มาพบพี่น้องสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า 

 

แพทองธารเปิดเผยว่า การคลอดเป็นไปด้วยความปลอดภัยและแข็งแรงทุกประการ สำหรับชื่อ ธาษิณ-พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ แพทองธารระบุว่า เป็นชื่อที่ตั้งเอง จึงเป็นความหมายที่นิยามด้วยตนเอง โดย ‘จ์’ มาจาก ‘พจมาน’ หรือคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ผู้เป็นยาย และ ‘ธาษิณ’ มาจาก ทักษิณ ชินวัตร ผู้เป็นตา

 

 

ภาพที่: 9

 

 

5 พฤษภาคม 2566: ที่ลานพาร์คพารากอน ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ลงพื้นที่รณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรี ซึ่งพรรคเพื่อไทยจัดกิจกรรม ‘เพื่อเศรษฐกิจ เพื่อคุณภาพชีวิต เพื่อสิทธิเสรีภาพ เพื่อไทย’ โดยมาดักรอพบ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย เพื่อถามจุดยืนกัญชาเสรี 

 

ชูวิทย์กล่าวว่า เศรษฐาเป็นคนดี ค้าขายเจริญรุ่งเรือง จึงอยากถามเศรษฐาว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายอย่างไรต่อกัญชาเสรี จะปล่อยให้กัญชามามอมเมาเยาวชนหรือไม่ 

 

ด้านเศรษฐาตอบทันทีว่า ไม่เอานโยบายกัญชาเสรี เอาแค่นโยบายกัญชาทางการแพทย์ และกัญชาจะอยู่ในการควบคุมของแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ชัดเจน “เมื่อคุณเศรษฐาไม่สนับสนุนกัญชา ผมขอสนับสนุนพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทยก็ต้องเป็นแลนด์สไลด์ ขออวยพรให้เศรษฐาเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย” ชูวิทย์กล่าว

 

 

ภาพที่: 10

 

 

5 พฤษภาคม 2566: จินนี่-ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ บุตรสาว คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ต. ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย สุพันธุ์ มงคลสุธี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย และทีมโฆษกพรรค ลงพื้นที่หาเสียงย่านสยามสแควร์ โดยวันนี้มีการจัดเตรียมป้าย ‘กาพรรคแม่ยาย’ และ ‘เข้าคูหา กาแม่ยาย’ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การหาเสียงของพรรคไทยสร้างไทย เนื่องจากจินนี่เป็นที่รู้จักของคนรุ่นใหม่ และเดินสายหาเสียงช่วยคุณหญิงสุดารัตน์ หรือแม่หน่อย มาโดยตลอด

 

 

ภาพที่: 11

 

 

7 พฤษภาคม 2566: ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ยกมือไหว้อธิษฐานก่อนหย่อนบัตรเลือกตั้งลงหีบ โดยเมื่อถึงช่วงเวลาเปิดหีบเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งเซ็นทรัล พระราม 2 ในเวลา 08.00 น. มีผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งมารอเป็นจำนวนมาก สำหรับหน่วยเลือกตั้งแห่งนี้มีผู้ลงทะเบียนของใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 23,112 คน แต่ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการรับมือและจัดระเบียบให้เป็นไปตามขั้นตอน 

 

 

ภาพที่: 12

 

 

7 พฤษภาคม 2566: ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต ใส่เสื้อยืดลายบิกินี ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง โดยมีประชาชนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทยอยเดินทางมาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า 

 

ทั้งนี้ ด้วยพื้นที่สถานที่จัดให้ลงคะแนนอยู่ภายในอาคารและมีขนาดใหญ่ จึงยังไม่พบปัญหาความแออัดของผู้ที่เดินทางมาหรือสภาพอากาศร้อน เนื่องจากหน่วยเลือกตั้งอยู่ในร่ม ภาพรวมยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในจุดนี้มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิที่ 25,383 คน

 

 

ภาพที่: 13

 

 

7 พฤษภาคม 2566: ช่างภาพข่าว THE STANDARD ที่ลงพื้นที่ติดตามมาตั้งแต่ช่วงเช้าเปิดหีบเลือกตั้ง รายงานว่าภายหลังการจัดเก็บอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้มีการตรวจสอบถุงผ้าที่บรรจุบัตรลงคะแนนโดยละเอียดก่อนการเคลื่อนย้าย ซึ่งทุกใบจะต้องมีรหัสประจำถุงและสายรัดประจำถุงที่ตรงกัน และแต่ละถุงจะมีบัตรลงคะแนนไม่เกิน 1,000 ชุด ที่หน่วยเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายหลังที่เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งปิดรับลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าตามเวลาที่กำหนด พร้อมเก็บอุปกรณ์และคัดแยกบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง เพื่อส่งมอบให้บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดำเนินการต่อ

 

 

ภาพที่: 14

 

 

12 พฤษภาคม 2566 พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมแกนนำของพรรค กล่าวปราศรัยพร้อมย้ำจุดยืนก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่ ในเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งที่บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ในช่วงท้าย พล.อ. ประวิตร ที่เดินขบวนโบกธงเปิดตัวเข้ามายังเวทีปราศรัย พร้อมกล่าวว่า วันนี้จะเป็นเวทีปราศรัยสุดท้าย ทุกนโยบายที่เราหาเสียงไว้ ขอสัญญาว่าเราจะทำให้สำเร็จ บางช่วงของการปราศรัย พล.อ. ประวิตรได้สอบถามประชาชนที่ร่วมรับฟังการปราศรัย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีเสียงปรบมือและส่งเสียงให้กำลังใจตลอด ในช่วงท้าย พล.อ. ประวิตรถ่ายรูปร่วมกับบรรดาผู้สมัคร สส. และแกนนำพรรค พร้อมเซลฟีกับประชาชนที่เข้าร่วมปราศรัยด้วย

 

 

ภาพที่: 15

 

 

12 พฤษภาคม 2566: เวทีปราศรัยใหญ่เวทีสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ภายใต้ธีม ‘เลือกเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ประเทศไทยเปลี่ยนทันที’ ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

 

แพทองธาร ชินวัตร ย้ำว่า ไม่ว่าใครได้เป็นนายกฯ แคนดิเดตอีก 2 คนจะช่วยสนับสนุนตลอด จนนโยบายที่สัญญากับประชาชนไว้สำเร็จทุกนโยบาย

 

ในช่วงท้าย เศรษฐา ทวีสิน กล่าวว่า ผมขอให้ทุกคนลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย ทั้ง สส. เขต และพรรคเบอร์ 29 ให้แลนด์สไลด์ทั้งประเทศ เพื่อให้พรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพ ให้พวกเราไปรับใช้ประชาชน ไปทำความหวังของทุกคน เปลี่ยนประเทศให้ได้จริง และส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลาน” 

 

 

ภาพที่: 16

 

 

12 พฤษภาคม 2566: การปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเข้าคูหาเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 ของพรรคก้าวไกล ภายใต้แคมเปญ ‘คำตอบสุดท้าย กาก้าวไกลทั้งแผ่นดิน’ ประชาชนและกลุ่มผู้สนับสนุนเข้าร่วมฟังการปราศรัยเต็มอาคารกีฬาเวสน์ 1 ทำให้ต้องปิดประตูตั้งแต่ก่อนเริ่มปราศรัย และให้ผู้ที่เดินทางมาหลังเวลา 18.00 น. ไปนั่งฟังการปราศรัยที่สนามฟุตบอลด้านข้างอาคารกีฬาเวสน์ 1

 

สำหรับงานวันนี้ ปิดท้ายเวทีปราศรัยด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ปราศรัยระบุว่า พร้อมเป็นนายกฯ คนใหม่ของประเทศ ตอนนี้เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันเท่านั้น ขอให้คำตอบสุดท้ายกาก้าวไกลทั้งแผ่นดิน และร่วมกันขีดเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ของไทยให้ไม่เหมือนเดิม ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็สามารถฝากความหวังและความฝันได้ 

 

 

 

ภาพที่: 17

 

 

12 พฤษภาคม 2566: นี่คือสีหน้าของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะปราศรัยใหญ่ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ใจความสำคัญของการปราศรัยคือ พล.อ. ประยุทธ์ ประกาศย้ำว่าจะไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนประเทศไทยแบบพลิกฟ้าคว่ำดิน ทำลายรากเหง้า ทำลายคุณค่าอันดีงามของสังคมไทยของเรา และตลอดระยะเวลาที่ปราศรัย พล.อ. ประยุทธ์ ยังมีดวงตาแดงก่ำ และสะอื้นหลั่งน้ำตาเป็นบางช่วง อีกทั้งแกนนำที่ร่วมฟังการปราศรัยหลายคนก็มีน้ำตา

 

 

ภาพที่: 18

 

 

14 พฤษภาคม 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่เต็นท์บริเวณที่จอดรถธนาคารออมสินภาค 2 ปากซอยสุขุมวิท 39 หน่วยเลือกตั้งที่ 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตเลือกตั้งที่ 4 (วัฒนา) กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวว่า ทำเต็มที่กับสิ่งที่ผ่านมาแล้ว และคาดหวังกับผลลัพธ์ที่ออกมาวันนี้ แต่ตอนนี้ยังไม่คิดถึงเกี่ยวกับพรรคเท่าไร ตนอยากให้ประชาชนคนไทยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มาก

 

 

ภาพที่: 19

 

 

14 พฤษภาคม 2566: พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ลงมาจากที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อเดินทางกลับ หลังเข้ามาติดตามผลการนับคะแนนการเลือกตั้งที่ทำการพรรคตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ พยายามเดินออกจากที่ทำการพรรคท่ามกลางการรุมล้อมของช่างภาพและสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยมีสื่อมวลชนพยายามตั้งคำถามถึงจุดยืนของพรรค กรณีที่พรรคเพื่อไทยมาเป็นพรรคอันดับ 1 ได้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ และคำถามว่า พรรคก้าวไกลได้คะแนนขนาดนี้ จะนำไปสู่การปฏิวัติหรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ไม่ตอบคำถามดังกล่าว โดยพยายามแหวกวงล้อมไปขึ้นรถเดินทางกลับทันที

 

 

ภาพที่: 20

 

 

14 พฤษภาคม 2566: เศรษฐา ทวีสิน พร้อมด้วย อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อถามถึงกรณีความเป็นไปได้ หากพรรคก้าวไกลได้คะแนนอันดับ 1 ยินดีเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ทั้งคู่ยืนยันยึดหลักประชาธิปไตย และให้สิทธิของผู้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนสูงสุด ย้ำว่าพรรคที่ได้อันดับ 1 จะต้องเป็นผู้เสนอชื่อนายกฯ และยังไม่มีการพูดคุยกับพรรคก้าวไกล ที่ศูนย์รายงานข่าวการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ชั้น 7

 

 

ภาพที่: 21

 

 

14 พฤษภาคม 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล เดินทางลงมาชั้น 1 ณ ที่ทำการพรรคก้าวไกล สำนักงานใหญ่ เพื่อพบปะพูดคุยกับประชาชน ภายหลังแถลงข่าวการติดตามการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างไม่เป็นทางการมาตลอด 5 ชั่วโมง เมื่อพิธาพบกองเชียร์ที่มาให้กำลังใจ กองเชียร์ตะโกนส่งเสียงเรียกพิธาว่า “นายกฯ นายกฯ” พิธากล่าวว่า ที่ประชาชนเรียกนายกฯ ส่วนตัวรู้สึกอยากจะเข้าไปทำงานให้เร็วที่สุดตามที่ก้าวไกลได้สัญญากับประชาชนไว้ ตำแหน่งเป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่การนับคะแนนยังไม่จบสมบูรณ์ แต่ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมาย 

 

 

ภาพที่: 22

 



15 พฤษภาคม 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวที่พรรคก้าวไกล หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ สรุปว่าพรรคก้าวไกลได้จำนวน สส. เป็นอันดับ 1 ว่าเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าพี่น้องประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านคูหาเลือกตั้งให้พรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นอันดับ 1 จึงขอประกาศว่าพรรคก้าวไกลพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล น้อมรับฉันทมติของพี่น้องประชาชน พลิกขั้วเปลี่ยนข้างจากฝ่ายค้านเดิมในการจัดตั้งรัฐบาล

 

 

ภาพที่: 23

 

 

15 พฤษภาคม 2566: พรรคเพื่อไทยแถลงยืนยันโหวตพิธาเป็นนายกฯ หลังเป็นพรรคแกนนำอันดับ 1 ยืนยันไม่มีแนวคิดตั้งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แพทองธาร ชินวัตร และ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวผลการเลือกตั้ง และการเตรียมความพร้อมหลังการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย 

 

“เมื่อพรรคก้าวไกลได้อันดับ 1 เราแสดงความยินดีด้วย แล้วเราก็เชียร์เพื่อประชาธิปไตย เพื่อประเทศชาติที่จะไปต่อได้ เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว มันเป็นเรื่องของการเมือง ทุกคนต้องก้าวไปข้างหน้าด้วยกันค่ะ” แพทองธารกล่าว 

 

ด้านเศรษฐากล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ควรเฉลิมฉลองให้กับเสียงของประชาชนที่เชื่อในประชาธิปไตย และยินดีกับพรรคก้าวไกลที่ชนะการเลือกตั้ง พวกเราพรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้คุณพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

 

 

ภาพที่: 24

 

 

15 พฤษภาคม 2566: เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมกับสมาชิกพรรคก้าวไกล ขึ้นรถแห่คาราวาน ขอบคุณประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเคลื่อนขบวนออกจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าไปตามเส้นทางสนามหลวง พิธาขอบคุณทุกคะแนนเสียงจากประชาชนที่ทำให้ชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ ขอบคุณคะแนนเสียงที่เลือกพรรคก้าวไกลเป็นว่าที่ สส. ทั้ง 32 เขต พร้อมทั้งแจกลายเซ็นอย่างต่อเนื่อง

 

 

ภาพที่: 25

 

 

17 พฤษภาคม 2566: แกนนำทั้ง 6 พรรคจับมือโชว์สื่อมวลชน หลังการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกล ซึ่งรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 309 เสียง ที่ร้านอาหารบริเวณถนนสุโขทัย โดยนัดหมายกันในเวลา 16.00 น. นำโดยพรรคก้าวไกล การพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกล ผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง เวลาประมาณ 17.50 น. แกนนำจาก 6 พรรคการเมือง ประกอบด้วย พรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคไทยสร้างไทย และพรรคเป็นธรรม เดินลงมาด้านล่างของร้านอาหารซึ่งสื่อมวลชนรอทำข่าวอยู่ 

 

 

ภาพที่: 26

 

 

17 พฤษภาคม 2566: แกนนำ 6 พรรคการเมืองกินข้าวร่วมกันโดยมีบรรยากาศชื่นมื่น ก่อนทยอยออกมาจากร้านเพื่อเดินทางกลับหลังพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล ก่อนแถลงทางการพรุ่งนี้ การพูดคุยจัดตั้งรัฐบาลที่นำโดยพรรคก้าวไกล ซึ่งรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 310 เสียง ที่ร้านอาหารบริเวณถนนสุโขทัย 

 

 

ภาพที่: 27

 

 

18 พฤษภาคม 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคเพื่อไทรวมพลัง, ปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรคเป็นธรรม และ เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์​กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ แถลงข่าวประกาศตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยของประชาชน ซึ่งจากผลการเลือกตั้งที่ไม่เป็นทางการ มีจำนวนผู้แทนราษฎรรวมกันทั้งสิ้น 313 คน 

 

 

ภาพที่: 28

 

 

22 พฤษภาคม 2566: พรรคก้าวไกลในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นัดพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคเพื่อไทรวมพลัง, พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่ ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (MOU) ในการจัดตั้งรัฐบาล สำหรับบันทึกความเข้าใจร่วมกันนี้ ทำเพื่อสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคร่วม ที่ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพมหานคร 

 

 

ภาพที่: 29

 

 

29 พฤษภาคม 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พูดคุยกันบนเวทีระหว่างร่วมกิจกรรมแคมเปญ The Road to Bangkok Pride 2023 ที่สกายวอล์ก หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นวันนี้ โดยในกิจกรรมดังกล่าวมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ภาคประชาสังคมต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก 

 

 

ภาพที่: 30

 

 

30 พฤษภาคม 2566: พล.อ. ประยุทธ์ไม่ตอบคำถาม แต่หันมาทำท่าตั้งการ์ดแบบมวยไทยเลิศฤทธิ์ใส่ผู้สื่อข่าว เป็นสัญลักษณ์ว่าไม่ตอบถึง 2 ครั้ง หลังผู้สื่อข่าวสอบถามว่า ได้ติดตามสถานการณ์การเมืองและผลฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ประเทศอังกฤษหรือไม่ ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล 

 

 

ภาพที่: 31

 

 

30 พฤษภาคม 2566: ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าวภายหลังจากการหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ทำมือประกบกันเป็นรูปหัวใจ สยบข่าวลือดีลการตั้งรัฐบาลลับ ยืนยันว่าจากนี้พรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนดีลลับให้กลายเป็นดีลรักทั้งหมด ที่พรรคประชาชาติ ที่ประชุมมีมติร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ประกอบด้วยบุคลากรจากทุกพรรคการเมือง คือพรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคไทยสร้างไทย, พรรคเพื่อไทรวมพลัง, พรรคเสรีรวมไทย, พรรคเป็นธรรม และพรรคพลังสังคมใหม่

 

 

ภาพที่: 32

 

 

4 มิถุนายน 2566: พิธา ลิ้ม​เจริญ​รัตน์​ และ แพทองธาร ชินวัตร ร่วมงาน ‘บางกอกนฤมิตไพรด์’ โบกมือทักทายและให้กำลังใจร่วมผู้เดินขบวน บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาล ‘Bangkok Pride 2023’ ขบวนพาเหรดอย่างยิ่งใหญ่และมีความสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิดสุขภาวะของผู้มีความหลากหลายทางเพศ มุ่งหวังให้มีความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในทุกด้าน ทั้งเพศ เชื้อชาติ สุขภาพ อย่างเท่าเทียม

 

 

ภาพที่: 33

 

 

6 มิถุนายน 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ลงมาซื้อเครื่องดื่มช็อกโกแลตมินต์ เมนูยอดฮิตตามคำแนะนำของแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งซื้อเมนูกาแฟส้ม ซึ่งเป็นเมนูโปรดที่ร้าน ThinkLab Creative Space and Cafe ของพรรคเพื่อไทย ภายหลังจากการประชุมของทั้ง 8 พรรคร่วมเสร็จสิ้น

 

 

ภาพที่: 34

 

 

27 มิถุนายน 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล นำ สส. พรรคก้าวไกล 150 คน เดินทางมายังอาคารรัฐสภา เพื่อรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยสวมเสื้อยืดสีขาวที่มีข้อความว่า ‘เราคือผู้แทนราษฎร เรามาจากประชาชน’ พิธาระบุว่า การเลือกมารายงานตัววันนี้ก็เพราะเป็นวันที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ คือวันที่ 27 มิถุนายน 2475 เป็นวันที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศ

 

 

ภาพที่: 35

 

 

8 กรกฎาคม 2566: ป้ายไวนิลพื้นขาวตัวอักษรสีแดง ระบุข้อความว่า ‘หมดศรัทธาพรรคเพื่อไทย’ ที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าร้าน ‘คุณเล็ก’ ขายเสื้อผ้าพื้นเมือง บริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าบุรีสแควร์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเป็นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นได้ชัดเจน และเป็นที่สนใจของผู้ที่สัญจรผ่านไปมา ด้าน พลวัต มงคล กล่าวว่า “การแสดงออกครั้งนี้เพื่อต้องการสื่อสารและเป็นเสียงสะท้อนไปยังพรรคเพื่อไทย เพื่อให้ทราบว่ามีวิกฤตศรัทธาของผู้สนับสนุนพรรค” 

 

 

ภาพที่: 36

 

 

9 กรกฎาคม 2566: พรรคก้าวไกลจัดกิจกรรม ‘ขอบคุณประชาชน ฟังเสียงทุกคนก่อนโหวตนายกฯ’ โดยมี สส. พรรคก้าวไกล มาร่วมงานอย่างคึกคัก พิธาขึ้นปิดท้ายเวที กล่าวว่า “ครั้งนี้คือโอกาสประวัติศาสตร์ที่สมาชิกทั้ง 750 คนในรัฐสภาจะคืนความปกติให้การเมืองไทย ให้ประเทศไทยเดินหน้า ให้เราเท่าเทียมกันและเท่าทันโลก” ขณะที่บรรยากาศช่วงที่พิธาปราศรัยที่ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หน้าจอโดยรอบศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ขึ้นสีส้มทุกจอ 

 

 

ภาพที่: 37

 

 

12 กรกฎาคม 2566: วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ปดิพัทธ์ สันติภาดา, พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา ขึ้นนั่งบัลลังก์ครั้งแรก เพื่อเป็นประธานในการประชุม สส. ชุดที่ 26 นัดแรก ซึ่งก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ที่ประชุมได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา 

 

 

ภาพที่: 38

 

 

13 กรกฎาคม 2566: รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล แสดงอาการออกทางหน้าตาระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภาที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เป็นประธานในการประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 

 

ทั้งนี้มี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเพียงผู้เดียว โดยไม่มีสมาชิกพรรคการเมืองอื่นเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขึ้นมาแข่ง

 

 

ภาพที่: 39

 

 

13 กรกฎาคม 2566: ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นอภิปรายก่อนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นคนแรก ถึงแถลงการณ์จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยว่า ไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองที่สนับสนุนการแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 พร้อมทั้งเรียกร้องไปยังพรรคร่วมรัฐบาล และขอเรียกร้องพรรคร่วมรัฐบาลร่วมแสดงจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ด้วย 

 

ชาดากล่าวอีกว่า พิธาอ้างว่าต้องทำเพื่อรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยเจตนาดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ตนเองและพรรคภูมิใจไทยไม่เชื่อ และเป็นสิทธิของพรรคภูมิใจไทยที่ขอไม่เชื่อ เนื่องจากพฤติกรรมมีความชัดเจนมาโดยตลอด พร้อมตั้งข้อคำถามไปถึง 7 พรรคร่วมรัฐบาลว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร

 

 

ภาพที่: 40

 



13 กรกฎาคม 2566: การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ประชุมเริ่มเข้าสู่กระบวนการโหวตให้ความเห็นชอบ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคก้าวไกล โดยมีผู้ให้ความเห็นชอบ 324 เสียง ไม่เห็นชอบ 182 เสียง และงดออกเสียง 199 เสียง จากนั้น วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา แจ้งต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า พิธาได้รับคะแนนเห็นชอบไม่มากกว่ากึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาที่มีอยู่ จึงถือว่ามติที่ประชุมไม่เห็นชอบในการแต่งตั้ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 (1) 

 

 

ภาพที่: 41

 

 

16 กรกฎาคม 2566: อานนท์ นำภา ปราศรัยกล่าวถึงกรณี 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลที่จะเสนอชื่อให้รัฐสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ พร้อมระบุด้วยว่า ให้ทั้ง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลจับมือกันให้แน่น ใครแตกแถวก่อนคือเผด็จการ ในกิจกรรมคาร์ม็อบ Respect My Vote ซึ่งนัดหมายที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมี อานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร และกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ เข้าร่วม เพื่อส่งสารเรียกร้องถึงผู้นำเหล่าทัพที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยตำแหน่ง ซึ่งไม่ได้ไปลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ลาออกจากตำแหน่ง

 

 

ภาพที่: 42

 

 

18 กรกฎาคม 2566: สว. กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ รับดอกไม้จากมวลชนที่มาให้กำลังใจด้านหน้าอาคารรัฐสภา นำโดย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ โดยมีการยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง สว. เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ก่อนที่ในวันที่ 19 กรกฎาคม จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งที่ 2 สำหรับกลุ่มที่มาให้กำลังใจ เช่น กลุ่มพลเมืองอาสาปกป้องแผ่นดิน ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน และกองทัพธรรม 

 

 

ภาพที่: 43

 

 


19 กรกฎาคม 2566: พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เดินออกจากห้องประชุมรัฐสภา พร้อมชูกำปั้นท่ามกลาง สส. พรรคก้าวไกลทั้งหมดที่ลุกขึ้นยืนปรบมือให้ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องกรณีหุ้น ITV ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และมีมติตามเสียงข้างมาก (7:2) มีคำสั่งให้พิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. ตั้งแต่วันนี้ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

 

 

ภาพที่: 44

 

 

19 กรกฎาคม 2566: ผู้ชุมนุมแสดงความไม่พอใจต่อคำสั่งภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสั่งให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยุติปฏิบัติหน้าที่ สส. หลังถูกร้องกรณีถือหุ้น ITV ด้วยมติเสียงข้างมาก 7:2 บริเวณประตูรั้วรัฐสภา อีกทั้งมวลชนบางส่วนยังได้เขย่าประตูรั้วรัฐสภาจนโอนเอนไปมา ท่ามกลางการห้ามปรามจากเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมบางส่วน ขณะที่ด้านในรั้วของรัฐสภาเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้าตรึงกำลังควบคุมสถานการณ์

 

 

ภาพที่: 45

 

 

22 กรกฎาคม 2566: อนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชนแก้วรับประทาน ‘ช็อกโกแลตมินต์’ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตประจำพรรคเพื่อไทย และนั่งพูดคุยกันกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรค ภายหลังการหารือร่วมกันระหว่างตัวแทนพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ที่ร้าน ThinkLab Creative Space and Cafe โดยอนุทินกล่าวชมว่ารสชาติอร่อยดี ให้คะแนน 11 เต็ม 10

 

 

ภาพที่: 46

 

 

22 กรกฎาคม 2566: พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ขณะนั่งอยู่ที่ร้าน ThinkLab Creative Space and Cafe เพื่อร่วมรับประทาน ‘ช็อกโกแลตมินต์’ ซึ่งเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตประจำพรรคเพื่อไทย หลังการหารือร่วมกันระหว่างตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติและพรรคเพื่อไทยในการหาแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตและหาทางออกของประเทศร่วมกัน

 

 

ภาพที่: 47

 

 

23 กรกฎาคม 2566: บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย ระหว่างการหารือกันของแกนนำพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐอยู่นั้น กลุ่มทะลุวัง นำโดย ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์, หยก เยาวชนอายุ 15 ปี และ สายน้ำ-นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์

 

ได้เดินทางมาชูป้ายกระดาษคัดค้านการหารือการร่วมมือกันของพรรคเพื่อไทย โดยสั่งช็อกมินต์มาชิมและระบุว่า ช็อกมินต์จะไม่เหมือนเดิมหากร่วมจับมือพลังประชารัฐ ก่อนสาดแป้งเป็นสัญลักษณ์ พร้อมประกาศว่าถ้ามีการยืนยันว่าจับมือกันตั้งรัฐบาล ก็จะกลับมาทันที ไม่คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนจุดยืนได้เร็วขนาดนี้ ซึ่งแป้งได้กระจายไปยังสื่อมวลชนรวมถึง สันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่กำลังเดินทางกลับพร้อมคณะ ซึ่งไม่ได้ปะทะกับกลุ่มทะลุวังแต่อย่างใด

 

 

ภาพที่: 48

 



29 กรกฎาคม 2566: กลุ่มมวลชนนำโดย สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด จัดกิจกรรม #พร้อม2 ด้วยการเดินเท้าจากอโศกสู่ราชประสงค์ เพื่อแปรอักษรเป็นตัว ‘ห’ สื่อถึง ‘การเห็นหัวประชาชน’ พร้อมอ่านแถลงการณ์ตอนหนึ่งมีใจความว่า ขอให้สมาชิกวุฒิสภาเห็นหัวประชาชน อย่าเห็นแก่ตัว

 

 

ภาพที่: 49

 



2 สิงหาคม 2566: กลุ่มทะลุวัง เผาหุ่นฟางสาดสี แสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ หน้าพรรคเพื่อไทย ในกิจกรรม ‘CAR MOB แห่มาลัยวิวาห์ ยื่นรายชื่อประชาชน คล้องใจ 8 พรรคการเมือง’ จัดโดยกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เป้าหมายหลักคือการส่งรายชื่อที่ได้รวบรวมจากประชาชนไปยัง 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อส่งสัญญาณให้ร่วมรับรู้ว่าประชาชนทุกคนมุ่งหวังที่จะเห็นรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ 8 พรรคร่วมที่ลงนาม MOU ร่วมกัน 

 

 

ภาพที่: 50

 

 

3 สิงหาคม 2566: ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ แถลงข่าวโดยนำข้อมูลเอกสารหลักฐาน อ้าง เศรษฐา ทวีสิน เลี่ยงภาษีโอนที่ดิน ทำรัฐสูญเงินกว่า 500 ล้านบาท ที่โรงแรมเดอะเดวิส สุขุมวิท 24 ในประเด็นการอภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ‘มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์หรือไม่’ และจะนำข้อมูลเอกสารหลักฐานที่แถลงวันนี้ไปยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประธานรัฐสภา และกรมสรรพากร เพื่อให้นำข้อมูลนี้ไปประกอบในการพิจารณาโหวต เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี

 

 

ภาพที่: 51

 

 

4 สิงหาคม 2566: สส. พรรคก้าวไกล ทำท่าทางแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ หลังประธานรัฐสภา วันมูหะมัดนอร์ได้ใช้อำนาจตามข้อบังคับที่ 22 ขอเลื่อนการประชุมรัฐสภาในวันนี้ออกไปก่อน จากนั้นปิดการประชุมทันที ในการประชุมร่วมรัฐสภาวาระเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ไม่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เพื่อรอให้องค์ประชุมครบ จึงสามารถเปิดประชุมได้ ทั้งนี้ รังสิมันต์ โรม สมาชิกพรรคสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ได้เสนอญัตติด่วนให้ทบทวนมติรัฐสภากรณีเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ซ้ำได้หรือไม่ โดยที่ประชุมได้อภิปรายจากทาง สส. และ สว. อย่างกว้างขวาง แต่ก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้

 

 

ภาพที่: 52

 



7 สิงหาคม 2566: พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล หลังแถลงจบ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยกมือไหว้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย 

 

ในช่วงแถลง นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในนามพรรคเพื่อไทยต้องขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่รับคำเชิญในการร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะวิกฤตรัฐธรรมนูญที่เป็นเดดล็อก และเงื่อนไขให้พวกเรามีความยุ่งยากมากในการจัดตั้งรัฐบาล

 

 

ภาพที่: 53

 


13 สิงหาคม 2566: ผู้ชุมนุมใช้ถาดติดกาวดักหนูปาใส่ป้ายที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยกลุ่มโมกหลวงริมน้ำจัดกิจกรรมชุมนุมในรูปแบบคาร์ม็อบ ‘เราจะไปไล่หนูท่อ หมอเก๊ พ่อค้ากัญชาเถื่อน แล้วไปดัดสันหลังเพื่อนรว๊ากส์ ที่หักเหลี่ยมกันหน้าด้านๆ’ มีจุดประสงค์เพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ขับไล่ และส่งเสียงสะท้อนความไม่พอใจไปยังกลุ่มจัดตั้งรัฐบาลล่าสุดซึ่งนำโดยพรรคเพื่อไทย 

 

 

ภาพที่: 54

 

 

13 สิงหาคม 2566: ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยกรีดเสื้อแดง นปช. ซึ่งมีภาพใบหน้าของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในกิจกรรมที่จัดโดยกลุ่มโมกหลวงริมน้ำ มวลชนได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์หน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทย เช่น ปาแก้วที่ระลึกให้แตก ฉีกเสื้อสีแดงสมัย นปช. ปี 2553 ฉีกปฏิทินปี 2563 และกล่าวว่าคนเสื้อแดงมันเจ็บใจ 

 

 

ภาพที่: 55

 

 

21 สิงหาคม 2566: นพ.ชลน่าน อ่านแถลงการณ์ว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองรวม 11 พรรค จำนวน 314 เสียง ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และไม่มีพรรคก้าวไกลเข้าร่วมรัฐบาล และมีมติร่วมกันเสนอชื่อ เศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยต่อรัฐสภา เพื่อให้ความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี ที่รัฐสภา

 

 

ภาพที่: 56 

 

 

21 สิงหาคม 2566: แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และ พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว ร้องไห้ด้วยความปลื้มใจระหว่างที่กลุ่มมวลชนเสื้อแดงร้องเพลงอวยพรวันเกิดในวันที่แพทองธารมีอายุครบ 37 ปี รวมทั้งมวลชนร่วมแสดงความยินดีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศด้วย ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย 

 

 

ภาพที่: 57

 

 

22 สิงหาคม 2566: ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับถึงประเทศไทยโดยเครื่องบินส่วนตัว หลังใช้ชีวิตในต่างประเทศถึง 17 ปี นับแต่ถูกรัฐประหารในปี 2549 ถือเป็นการกลับประเทศไทยตามที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อผ่านขั้นตอนในการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ทักษิณได้เดินทางมาที่อาคารผู้โดยสารอากาศยานส่วนบุคคล โดยมี พานทองแท้ ชินวัตร, พินทองทา ชินวัตร และ แพทองธาร ชินวัตร เดินออกมาพร้อมกันด้วย จากนั้นทักษิณได้ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ก่อนจะเดินเข้ามาทักทายกับบรรดาแกนนำและอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ที่มาให้การต้อนรับ

 

 

ภาพที่: 58

 

 

22 สิงหาคม 2566: เศรษฐา ทวีสิน ว่าที่นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ ว่า วันนี้ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกเป็นนายกฯ คนที่ 30 ผมอยากขอขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคน พรรคร่วมรัฐบาล สส. และ สว. ทุกท่านที่ร่วมโหวตในวันนี้ ผมพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะลืมความเหน็ดเหนื่อยที่ผ่านมา ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยทุกคน ภายหลังแถลงเสร็จสิ้นได้เดินทางไปพบมวลชนที่มาให้กำลังใจพรรคเพื่อไทย โดยมวลชนต่างตะโกนว่า “นายกฯ เศรษฐา” อย่างต่อเนื่อง ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย 

 

 

ภาพที่: 59

 

 

22 สิงหาคม 2566: ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงภายหลังที่ประชุมรัฐสภามีมติโหวตเลือก เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าวันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า การเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ และการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากวันนี้ มิได้เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง 

 

ชัยธวัชกล่าวว่า การทำงานในฐานะฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลจะทำอย่างสร้างสรรค์ ยึดหลักการและเหตุผลเป็นตัวตั้ง ตนคิดว่าสิ่งที่จะล้มรัฐบาลชุดนี้ได้ คือศรัทธาของพี่น้องประชาชน นอกจากนี้ แม้เราเป็นฝ่ายค้าน พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะบริหารประเทศให้ดีที่สุดในการเลือกตั้งครั้งหน้า นี่คือเป้าหมายของเรา 

 

 

ภาพที่: 60

 

 

24 สิงหาคม 2566: ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลัง เศรษฐา​ ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ยกมือไหว้ พล.อ. ประยุทธ์​ จันทร์​โอชา​ นายก​รัฐมนตรีคนที่ 29 ก่อนเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล หลังการพูดคุยเข้าหารือ ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เยี่ยมชมภายในตึกไทยคู่ฟ้าและตึกภักดีบดินทร์ โดย พล.อ. ประยุทธ์ ได้มอบแจกันดอกไม้สีม่วงเหลืองแสดงความยินดีที่ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ คนที่ 30 ของไทย พร้อมนำชมและเดินมาส่งเศรษฐาขึ้นรถยนต์ ซึ่งเศรษฐาได้โบกมือทักทายสื่อมวลชน ก่อนจะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาลไปในทันที

 

 

ภาพที่: 61

 

 

30 สิงหาคม 2566: นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แถลงข่าวลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมกล่าวว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายตามที่เคยบอกไว้ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค หากดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นแล้วจะประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนว่าจะลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตามที่เคยพูดไว้เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2566 ในเวทีดีเบตที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่เคยลั่นวาจาไว้ว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยและกรรมการบริหารพรรคมีมติจะร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ จับมือกับ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตนเองจะขอลาออกจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตามที่เคยประกาศไว้ ณ บัดนี้

 

 

ภาพที่: 62

 


31 สิงหาคม 2566: พล.อ. ประยุทธ์ โบกมือส่งสัญลักษณ์ I Love You ให้กับสื่อมวลชน ก่อนขึ้นห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า และช่วงที่ขึ้นไปยังห้องทำงานยังหยุดแล้วโบกมือลาสื่อมวลชนอีกครั้ง ก่อนขึ้นไปสักการะพระพรหมเจ้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นข้าราชการและลูกจ้างภายในทำเนียบรัฐบาลนำดอกไม้เข้าอำลานายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้โอวาทและถ่ายรูปร่วมกัน พร้อมเดินออกจากตึกไทยคู่ฟ้าไปทักทายแฟนคลับที่มารอในโอกาสอำลาตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นวันสุดท้าย  

 

 

ภาพที่: 63

 

 

2 กันยายน 2566: ชายสวมเสื้อแดงรายหนึ่งเข้าไปโผกอด ด้วง-ดวงฤทธิ์ บุนนาค สมาชิกกลุ่มแคร์ โดยพยายามห้ามปรามให้ดวงฤทธิ์หยุดกิจกรรมดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ได้นำตัวออกจากพื้นที่ ในกิจกรรม Letter to Freedom จดหมายสู่อิสรภาพ ‘Freedom to Be, Freedom to Act’ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง หลังเคยทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ (X) ประกาศว่า “ถ้าเพื่อไทยจับมือกับพลังประชารัฐ ผมจะยอมให้เอาขี้ปาหัว”

 

 

ภาพที่: 64

 

 

5 กันยายน 2566: ก้าวแรกของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เดินตามทางเชื่อมระหว่างตึกไทยคู่ฟ้ามาที่ตึกสันติไมตรี ด้วยการสวมชุดปกติขาว เพื่อเข้าไปถ่ายภาพประจำตัวติดบัตรคณะรัฐมนตรี โดยได้ทักทายสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์ดี 

 

 

ภาพที่: 65

 

 

5 กันยายน 2566: เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พร้อมแถลงภายหลังนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ว่า “ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประชาชน และทุกท่านในที่นี้ มาวันนี้ มาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนทุกคน รัฐบาลนี้เรามีความตั้งใจ ปัญหามีมากมาย เราจะทำงานอย่างลืมความเหน็ดเหนื่อย ทุกวัน ทุกนาที เราจะเอาความต้องการของพี่น้องประชาชนทุกคนเป็นที่ตั้ง”

 

 

ภาพที่: 66

 

 

11 กันยายน 2566: เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงห้องประชุมรัฐสภา พร้อมนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี และทดสอบไมโครโฟน เพื่อแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งมีการประชุม 2 วัน คือวันที่ 11-12 กันยายน ทั้งนี้ถ้อยแถลงนโยบายต่อรัฐสภา สาระสำคัญในการวางกรอบนโยบายในการบริหารและพัฒนาประเทศ ตามกรอบความเร่งด่วน ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว  

 

The post 66 ภาพข่าวการเมืองแห่งปี 2566 ผ่านชัตเตอร์ช่างภาพ THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : เอกนัฏควงอัศวินหาเสียงช่วยผู้สมัครรวมไทยสร้างชาติ บางแค-หนองแขม เผยเสียงตอบรับดี ชอบการทำงานของอัศวินสมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม. https://thestandard.co/ekanat-asawin-campaigns-bang-khae-nong-khaem/ Fri, 28 Apr 2023 10:07:46 +0000 https://thestandard.co/?p=782729 เอกนัฏ อัศวิน หาเสียง

วันนี้ (28 เมษายน) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไ […]

The post เลือกตั้ง 2566 : เอกนัฏควงอัศวินหาเสียงช่วยผู้สมัครรวมไทยสร้างชาติ บางแค-หนองแขม เผยเสียงตอบรับดี ชอบการทำงานของอัศวินสมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกนัฏ อัศวิน หาเสียง

วันนี้ (28 เมษายน) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง และ เกรียงยศ สุดลาภา ผู้บริหารพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย เกรียงไกร จงเจริญ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) เขตบางแค (เฉพาะแขวงบางแคเหนือและแขวงบางไผ่) เขตหนองแขม (ยกเว้นแขวงหนองแขม)

 

โดยจุดแรกได้เดินลงขอคะแนนเสียงกับพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดสดปากซอยเพชรเกษม 77 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม จากนั้นเดินต่อไปยังพื้นที่ตลาดสดขนาดใหญ่ ปากทางเข้าหมู่บ้านเศรษฐกิจ แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค และเดินต่อไปยังตลาดสี่แยกทศกัณฐ์ แขวงบางไผ่ เขตบางแค โดยมีประชาชนเข้ามาทักทาย ขอถ่ายรูป และพูดคุยกับ พล.ต.อ. อัศวิน และเกรียงยศ ระบุ ชอบการทำงานในอดีตที่ผ่านมาของ พล.ต.อ. อัศวิน ในการดูแลกรุงเทพฯ ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

 

ทั้งนี้ พล.ต.อ. อัศวิน ได้กล่าวว่า ฝากเลือกเกรียงไกร ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการเขตหนองแขม แต่ปัจจุบันได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในนามของพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 2 และขอให้เลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 22 ด้วย เพื่อให้เข้าไปทำงานและบริหารประเทศต่อ โดยมีประชาชนระบุว่า ชื่นชอบนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะชอบความซื่อสัตย์สุจริตและการตั้งใจทำงานของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ และยินดีสนับสนุนและหวังว่า พล.อ. ประยุทธ์ จะได้กลับมาทำงานนำพาประเทศต่ออีกครั้ง

 

จากนั้นได้ขึ้นรถแห่ไปตามถนนเพชรเกษม เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนสองข้างทาง รวมถึงพ่อค้า-แม่ค้ามาเลือกผู้สมัครและเบอร์ 22 ซึ่งเป็นเบอร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ

The post เลือกตั้ง 2566 : เอกนัฏควงอัศวินหาเสียงช่วยผู้สมัครรวมไทยสร้างชาติ บางแค-หนองแขม เผยเสียงตอบรับดี ชอบการทำงานของอัศวินสมัยเป็นผู้ว่าฯ กทม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : สีสันวันจับเบอร์ ส.ส. แบ่งเขตวันแรก คละเคล้าบรรยากาศพ่อเจอลูก, ดาราศิลปิน, ส.ส. ย้ายค่าย, แกนนำม็อบยื่นข้อเรียกร้อง https://thestandard.co/atmosphere-candidates-registration/ Mon, 03 Apr 2023 06:48:13 +0000 https://thestandard.co/?p=772160 จับเบอร์ ส.ส. แบ่งเขต

วันนี้ (3 เมษายน) คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหา […]

The post เลือกตั้ง 2566 : สีสันวันจับเบอร์ ส.ส. แบ่งเขตวันแรก คละเคล้าบรรยากาศพ่อเจอลูก, ดาราศิลปิน, ส.ส. ย้ายค่าย, แกนนำม็อบยื่นข้อเรียกร้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
จับเบอร์ ส.ส. แบ่งเขต

วันนี้ (3 เมษายน) คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) เปิดรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เป็นวันแรก โดยใช้พื้นที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 เป็นสถานที่รับสมัคร 

 

สำหรับบรรยากาศการรับสมัครเป็นไปอย่างคึกคัก หัวหน้าพรรค แกนนำพรรค ต่างนำทัพเหล่าผู้สมัครมาสมัครด้วยตัวเอง เช่น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา พรรครวมไทยสร้างชาติ, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ พรรคพลังประชารัฐ และ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พรรคก้าวไกล 

 

นอกจากนี้ยังมีสีสันจากเหล่าผู้สมัครที่ย้ายค่ายมาร่วมปรากฏตัว เช่น สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่วันนี้สวมเสื้อพรรคเพื่อไทย และ กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต ส.ส. เขต พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มาในฐานะ ส.ส. เขต พรรคเพื่อไทย

 

ส่วนดาราศิลปินที่ลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้ เช่น อ๋อม-สกาวใจ พูนสวัสดิ์ จากพรรคเพื่อไทย, ปราปต์-ปราปต์ปฎล สุวรรณบาง พรรคไทยภักดี, ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ พรรคพลังประชารัฐ และ แมน-ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ พรรคภูมิใจไทย 

 

ทั้งนี้ มีคู่พ่อลูก พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง พรรครวมไทยสร้างชาติ กับ ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนร่วมกันด้วย

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีกลุ่มของ ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ที่เดินทางมาที่ศูนย์กีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อชูป้ายกระดาษและแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ในข้อเรียกร้องมาตรา 112

 

The post เลือกตั้ง 2566 : สีสันวันจับเบอร์ ส.ส. แบ่งเขตวันแรก คละเคล้าบรรยากาศพ่อเจอลูก, ดาราศิลปิน, ส.ส. ย้ายค่าย, แกนนำม็อบยื่นข้อเรียกร้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอิร์ธ-พงศกร ขวัญเมือง ลูกชายอดีตผู้ว่าฯ อัศวิน สวมเสื้อประชาธิปัตย์ ลงสมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ https://thestandard.co/pongsakorn-kwanmuang-democrat-party/ Sun, 26 Feb 2023 08:29:49 +0000 https://thestandard.co/?p=755549 พงศกร ขวัญเมือง

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ความชัดเจนในเส้นทางการเมืองของ เ […]

The post เอิร์ธ-พงศกร ขวัญเมือง ลูกชายอดีตผู้ว่าฯ อัศวิน สวมเสื้อประชาธิปัตย์ ลงสมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พงศกร ขวัญเมือง

วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ความชัดเจนในเส้นทางการเมืองของ เอิร์ธ-พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร ได้รับการเปิดเผยจาก องอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่รับผิดชอบพื้นที่ กทม. ว่า ในวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 13.30 น. พรรคประชาธิปัตย์ กทม. จะมีงานเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. กทม. ที่เป็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์พร้อมที่จะทำงานรับใช้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร 

 

ในจำนวนนี้มี พงศกร ขวัญเมือง รวมอยู่ด้วย ซึ่งพงศกรจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และมหาวิทยาลัยคอลเลจ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

 

องอาจกล่าวว่า การเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. กทม. ในครั้งนี้ พรรคได้พิจารณาเป็นเบื้องต้นแล้วที่จะให้เป็นผู้สมัครในพื้นที่เขตเลือกตั้งต่างๆ ทั่ว กทม. ส่วนการพิจารณาเห็นชอบให้เป็นผู้สมัคร ส.ส. กทม. อย่างเป็นทางการ ก็จะดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ต่อไป หลังจาก กกต. ประกาศเขตเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว 

 

การเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. กทม. ในวันพรุ่งนี้ จะมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค มาเป็นประธานในการเปิดตัว โดยจะมีคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่สนใจทำงานการเมืองลงสมัคร ส.ส. กทม. กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มาจากกลุ่มอาชีพและความเชี่ยวชาญพิเศษดังนี้ 

 

  1. นักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ 

 

  1. นักกฎหมายรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญกฎหมายหลายสาขา จบการศึกษาจากสถาบันที่มีชื่อเสียงระดับโลก

 

  1. นักพัฒนาชุมชนรุ่นใหม่ที่คลุกคลีกับการแก้ไขปัญหา ดูแลประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน 

 

  1. นายแพทย์รุ่นใหม่ 

 

  1. กัปตันขับเครื่องบินพาณิชย์

 

  1. นักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย 

 

“พรรคประชาธิปัตย์ มั่นใจว่าคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่จะลงสมัคร ส.ส. กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นกำลังสำคัญในการทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองของเราต่อไป” องอาจกล่าวในที่สุด

The post เอิร์ธ-พงศกร ขวัญเมือง ลูกชายอดีตผู้ว่าฯ อัศวิน สวมเสื้อประชาธิปัตย์ ลงสมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. ลูกชายผู้ว่าฯ อัศวิน เปิดตัวลงสมัคร ส.ส. เขตคลองเตย-วัฒนา ยังไม่เปิดชื่อพรรค https://thestandard.co/asawin-son-apply-representitive/ Wed, 01 Feb 2023 03:16:18 +0000 https://thestandard.co/?p=744529

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง หรือ เอิร์ […]

The post พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. ลูกชายผู้ว่าฯ อัศวิน เปิดตัวลงสมัคร ส.ส. เขตคลองเตย-วัฒนา ยังไม่เปิดชื่อพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 กุมภาพันธ์) ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง หรือ เอิร์ธ อดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร ออกมาเปิดเผยถึงอนาคตทางการเมืองของตนเองอีกครั้ง โดยประกาศลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร ในเขตคลองเตยและวัฒนา แต่ยังไม่ประกาศว่าลงในนามพรรคการเมืองใด แต่หากใครที่ติดตามการเมืองจะเห็นว่า พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บิดาของเขา ได้เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นสมาชิกพรรคคนสำคัญ และลงพื้นที่ย่านเยาวราชร่วมกับ พล.อ. ประยุทธ์ เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมาด้วย

 

ร.ต.อ. พงศกร ระบุในข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งเปิดเผยรายละเอียกการเดินในสนามการเมืองครั้งใหม่ ตอนหนึ่งว่า สำหรับผมพื้นที่คลองเตย-วัฒนา สะท้อนภาพของความแตกต่างนั้นได้อย่างชัดเจน โรงเรียนนานาชาติค่าเทอมแพงอยู่ตรงข้ามโรงเรียนของรัฐในชุมชน คอนโดหรูสูงระฟ้ามีแค่รั้วกั้นกับบ้านในชุมชนแออัดที่หลังหนึ่งอยู่กันหลายครอบครัว ความแตกต่างของโชคชะตาทำให้ความหวังแตกต่างกันไป

 

พงศกรระบุอีกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมได้พูดคุยกับพี่น้องในชุมชนหลายครั้ง แต่มีครั้งหนึ่งที่ผมได้ไปในชุมชน ชวนน้องๆ คุยเรื่องความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร บางคนบอกอยากทำงานรับจ้าง อยากขับวินมอเตอร์ไซค์ อยากเป็นข้าราชการ พนักงานออฟฟิศ แต่มีคำตอบหนึ่งที่ผมจำไม่ลืม คือคำตอบของน้องคนหนึ่งที่ตอบสั้นๆ ว่า ผมไม่กล้าฝันครับ ขอแค่เย็นนี้มีอะไรกินก็ดีแล้ว เพราะการขาดโอกาสทางสังคมและความจน ทำให้น้องไม่กล้าที่จะฝัน

 

คำตอบนั้นติดอยู่ในใจผมมาตลอดตั้งแต่วันนั้น และผมถามกับตัวเองว่าเราจะทำอย่างไรได้บ้าง ที่จะสร้างความหวังให้กับน้องและคนอีกหลายคนในที่แห่งนี้ ทำอย่างไรให้ทุกครอบครัวกินอิ่มนอนหลับทุกมื้อ ไม่ต้องหลับๆ ตื่นๆ คอยพะวงว่าพรุ่งนี้จะหาเงินได้พอไหม ให้บ้านที่อยู่มีสภาพแวดล้อมดีขึ้น ไม่ต้องอยู่แออัดกันอย่างหนาแน่นในห้องเล็กๆ ให้เด็กๆ ทุกคนสามารถได้รับการศึกษาที่ดี เติบโตอย่างมีคุณภาพ และให้ทุกๆ คน มีความหวังว่าชีวิตเขาจะดีขึ้นได้ในเมืองแห่งนี้

 

“ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะถึงนี้ ผมจึงมีความตั้งใจที่จะขออาสาร่วมสร้างความหวังเหล่านั้นให้กับพื้นที่คลองเตย-วัฒนา ผมไม่อาจทำสิ่งนี้สำเร็จได้คนเดียว สำหรับใครที่มีไอเดีย-มีใจ-มีไฟ และอยากพัฒนาพื้นที่คลองเตย-วัฒนานี้ มาเป็นอาสาร่วมกัน เพื่อสร้างความหวังให้คลองเตย-วัฒนาครับ ผมเชื่อว่าพวกเราสามารถทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งความหวังได้ครับ” ร.ต.อ. พงศกรระบุ

 

สำหรับ ร.ต.อ. พงศกร ปรากฏตัวในสนามการเมืองครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2563 ซึ่ง พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ในขณะนั้นได้แต่งตั้งคณะโฆษก กทม. ชุดใหม่ หนึ่งในทีมกระบอกเสียงคนสำคัญก็คือ ร.ต.อ. พงศกร ซึ่งเคยเข้ามาช่วยงาน กทม. บ้างแล้วด้วยการเสนอนโยบาย ‘ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที NOW!’ และ LINE อัศวินคลายทุกข์ เพื่อรับฟังทุกเสียงของประชาชน

 

THE STANDARD เคยพูดคุยกับ ร.ต.อ. พงศกร “คนกล้าและมุ่งตั้งใจทำงาน Get the job done.” คือคำที่เขานิยามถึงตัวเอง คลิกอ่านได้ที่: https://thestandard.co/pongsakorn-kwanmuang/

The post พงศกร ขวัญเมือง อดีตโฆษก กทม. ลูกชายผู้ว่าฯ อัศวิน เปิดตัวลงสมัคร ส.ส. เขตคลองเตย-วัฒนา ยังไม่เปิดชื่อพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. สมัครสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ ขอช่วยงานเจ้านายเก่า ไม่หวังรับตำแหน่งในพรรค https://thestandard.co/asawin-ruam-thai-sang-chart/ Mon, 09 Jan 2023 09:48:24 +0000 https://thestandard.co/?p=734582 อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (9 มกราคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่ารา […]

The post อัศวิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. สมัครสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ ขอช่วยงานเจ้านายเก่า ไม่หวังรับตำแหน่งในพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (9 มกราคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวก่อนงาน ‘รวมใจ รวมไทยสร้างชาติ’ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าวันนี้เดินทางมาให้กำลังใจ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะเจ้านายเก่า และเดินทางมาสมัครสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมปฏิเสธที่จะสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

 

“วันนี้มาเพื่อช่วยงานและให้กำลังใจเจ้านายเก่า” พล.ต.อ. อัศวินกล่าว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการดำรงตำแหน่งภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.ต.อ. อัศวิน กล่าวว่า ไม่มี ไม่มี ก็แล้วแต่เขาจะให้ทำอะไร เขา (พล.อ. ประยุทธ์) เคยเป็นเจ้านายเก่าเรา

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีการดีลข้อตกลงอะไรในพรรคหรือไม่ พล.ต.อ. อัศวิน ตอบว่า ไม่มี ท่านนายกฯ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนมา

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงบุตรชาย ร.ต.ท. พงศกร ขวัญเมือง จะเข้าร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติด้วยหรือไม่ พล.ต.อ. อัศวิน กล่าวว่า เขาโตแล้ว อายุเกือบ 30 ปี เด็กสมัยนี้พูดไม่ได้ พร้อมยอมรับว่ามีการชักชวนมาร่วมพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ไม่ได้มีการตอบรับ

The post อัศวิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. สมัครสมาชิกรวมไทยสร้างชาติ ขอช่วยงานเจ้านายเก่า ไม่หวังรับตำแหน่งในพรรค appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘อัศวิน’ หลังพ้นเก้าอี้ผู้ว่าฯ รวม 11.5 ล้าน ไร้หนี้ ที่ดิน 5 แปลง https://thestandard.co/asawin-kwanmuang-property-account/ Tue, 12 Jul 2022 05:40:40 +0000 https://thestandard.co/?p=652892 อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (12 กรกฎาคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรา […]

The post เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘อัศวิน’ หลังพ้นเก้าอี้ผู้ว่าฯ รวม 11.5 ล้าน ไร้หนี้ ที่ดิน 5 แปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (12 กรกฎาคม) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง ในรายของ พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง กรณีพ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2565

 

พล.ต.อ. อัศวิน อายุ 71 ปี แจ้งสถานะหย่า โดยแจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 11,518,938 บาท แบ่งเป็นเงินฝาก 4 บัญชี มูลค่ารวม 3,867,938 บาท, ที่ดิน 6 แปลง ในพื้นที่ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี 5 แปลง ตำบลถนนขาด อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 1 แปลง มูลค่ารวม 5,341,000 บาท, ยานพาหนะ แจ้งว่าเป็นรถยนต์ 1 คัน มูลค่า 2,000,000 บาท ทรัพย์สินอื่นมีเพียงอย่างเดียวคือทองรูปพรรณ น้ำหนัก 10 บาท มูลค่า 310,000 บาท ไม่มีหนี้สิน 

 

อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ. อัศวิน แจ้งว่ามีรายได้ต่อปีรวม 2,009,520 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน 864,720 บาท, เงินข้าราชการบำนาญ 646,800 บาท, เงินเพิ่มข้าราชการการเมือง 498,000 บาท รายจ่ายต่อปี 704,000 บาท แบ่งเป็นประกันชีวิต 100,000 บาท, ค่าสาธารณูปโภค 120,000 บาท, ค่าน้ำมัน 60,000 บาท, ค่าโทรศัพท์ 24,000 บาท, ค่าท่องเที่ยว 300,000 บาท และเงินบริจาค 100,000 บาท

The post เปิดบัญชีทรัพย์สิน ‘อัศวิน’ หลังพ้นเก้าอี้ผู้ว่าฯ รวม 11.5 ล้าน ไร้หนี้ ที่ดิน 5 แปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เล็งดึงงบ ‘ยุคอัศวิน’ ที่ยังไม่เซ็นสัญญามาแปรญัตติใหม่ รองผู้ว่าฯ จักกพันธ์ุชี้ หลายนโยบายชัชชาติเอกชนช่วยทำ ไม่ต้องใช้งบ https://thestandard.co/asawin-era-budget-issue-in-chadchart-time/ Wed, 15 Jun 2022 08:17:38 +0000 https://thestandard.co/?p=642180 ยุคอัศวิน

วันนี้ (15 มิถุนายน) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการก […]

The post เล็งดึงงบ ‘ยุคอัศวิน’ ที่ยังไม่เซ็นสัญญามาแปรญัตติใหม่ รองผู้ว่าฯ จักกพันธ์ุชี้ หลายนโยบายชัชชาติเอกชนช่วยทำ ไม่ต้องใช้งบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยุคอัศวิน

วันนี้ (15 มิถุนายน) จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (รองผู้ว่าฯ กทม.) ให้สัมภาษณ์รายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ดำเนินรายการโดย ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และ อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ เผยแพร่ทางช่อง 9 MCOT HD 

 

กรณีความคืบหน้าการจัดทำร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ก่อนนำเสนอร่างงบรายจ่ายประจำปีต่อสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งไว้ 79,000 ล้านบาท โดยงบส่วนใหญ่ถูกผูกพันไว้กับโครงการเก่าๆ ที่เซ็นสัญญาไว้แล้วในยุค พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. คนที่แล้ว เหลืองบให้ผู้ว่าฯ ปัจจุบันใช้ลงทุนเพียง 1,600 ล้านบาท 

 

ผู้ดำเนินรายการถามถึงงบประมาณรายจ่ายปี 2566 ของ กทม. งบลงทุนส่วนใหญ่เป็นงบผูกพันกับโครงการเก่าๆ โครงการเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านไหน

 

จักกพันธุ์กล่าวว่า ยกตัวอย่างเช่น โครงการเกี่ยวกับเรื่องการกำจัดขยะซึ่งมีประมาณ 6-7 โครงการ ความจริงผูกพันมานานเกือบ 10 ปี เนื่องจากแต่ละโครงการ 20-30 ปีเป็นต้นไป 

 

ขณะเดียวกันงบประมาณที่เอาไปใช้แต่ละปีมีเป็นจำนวนมาก เพราะขยะแต่ละวันประมาณ 9,000 ตัน แต่อย่างไรก็ดีเนื่องจากเข้ามาแล้ว ข้อบัญญัตินี้อาจดำเนินการจบไปแล้วจนกระทั่งถึงขั้นตอนที่จะนำเสนอสภากรุงเทพมหานคร ข้อเท็จจริงหลังจากที่มีการพิจารณาวาระแรกไปแล้ว เมื่อถึงวาระ 2-3 ตั้งกรรมการวิสามัญ จะมีการแปรญัตติ เราก็สามารถที่จะไปพูดคุยในขั้นกรรมการวิสามัญต่อได้ 

 

นอกจากโครงการกำจัดขยะ ก็มีโครงการผูกพันงบด้านการก่อสร้างถนนสายยาวๆ หรือการก่อสร้างเขื่อน อุโมงค์ ซึ่งโครงการเหล่านี้เป็นโครงการที่ต้องใช้เวลานาน งบประมาณเยอะ บางโครงการมีสัดส่วนเงินอุดหนุน บางโครงการพอก่อสร้างไปแล้วอาจจะติดปัญหาอุปสรรค ทำให้ต้องมีการยืดระยะเวลาการก่อสร้างออกไป 

 

ผู้ดำเนินรายการถามว่า งบที่ใช้ลงทุนได้ในปีงบประมาณ 2566 เหลือแค่ 1,695 ล้านบาทเท่านั้นใช่หรือไม่ 

 

จักกพันธ์ุกล่าวว่า งบลงทุนที่จะทำโครงการใหม่ๆ ตอนนี้มีไม่เยอะ ประมาณไม่เกิน 10% แต่อย่างที่เรียนแล้วว่า การพิจารณาต่อไปในอนาคตในวาระ 2-3 ก็อาจจะมีการพิจารณาว่า รายการไหนหรือโครงการไหนที่เราสามารถตัดงบมาได้ เพื่อจะมาลงโครงการใหม่ ก็สามารถเป็นไปได้ ต้องคุยในขั้นตอนคณะกรรมการวิสามัญ 

 

ผู้ดำเนินรายการถามว่า จะได้แค่ไหน ในเมื่อเป็นงบผูกพันที่ต้องจ่ายตามสัญญาที่ทำก่อนหน้านี้ 

 

จักกพันธุ์กล่าวว่า งบผูกพันบางรายการหรือบางโครงการ ถ้าประเมินแล้วอาจจะใช้เงินไม่เป็นไปตามเป้า เช่น กรณีโครงการนั้นก่อสร้างไปแล้ว ปรากฏว่าอาจเกิดปัญหาทำให้งานไม่เสร็จตามระยะเวลาปี 2566 ก็อาจจะตัดเงินส่วนหนึ่งออกมาได้ สามารถนำมาใช้ในงบลงทุนหรือโครงการใหม่ได้ 

 

ผู้ดำเนินรายการถามว่า การโยกเงินจากการแปรญัตติวาระ 2-3 คาดว่าจะได้เงินถึงหมื่นล้านบาทหรือไม่ 

 

จักกพันธุ์กล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่อาจจะเป็นไปได้ เพราะเนื่องจากว่าโครงการต่อเนื่องบางโครงการ อาจจะประเมินแล้วในปีนี้ขอตั้งงบมา 5,000 อาจจะใช้จริง 1,000 เพราะฉะนั้นอีก 4,000 เราก็สามารถแปรมาหรือโยกมาได้ มีโครงการเป็นร้อยโครงการ 

 

“จริงๆ โครงการหรือนโยบายของท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติ หลายๆ โครงการอาจไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณ แล้วบางโครงการที่ผ่านมาก็จะมีภาคเอกชนเข้ามาช่วยดำเนินการ และในขณะเดียวกัน ปีงบประมาณ 2565 เราก็ยังมีงบกลางบางส่วนซึ่งพอจะใช้ได้อยู่เพื่อให้โครงการสามารถขับเคลื่อนไปได้ เพราะฉะนั้นมั่นใจว่าถึงแม้งบประมาณจะมีไม่มากนัก แต่ความพยายามของท่านผู้ว่าฯ หรือความตั้งใจของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ความตั้งใจของบุคลากรกรุงเทพมหานคร ก็มั่นใจว่าสามารถดำเนินการให้โครงการหรือนโยบายเคลื่อนไปได้” จักกพันธุ์กล่าว 

 

ผู้ดำเนินรายการถามต่อไปว่า มีบางโครงการไม่ค่อยตอบโจทย์ เช่น อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ มีโอกาสที่จะไปเบรกหรือชะลอบางโครงการหรือไม่ 

 

จักกพันธุ์กล่าวว่า ถ้าโครงการไหนก่อหนี้ผูกพันก่อสร้างไปแล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น เนื่องจากสัญญาเกิดขึ้นแล้ว เซ็นสัญญาไปแล้วทำอะไรไม่ได้ แต่ที่อยู่ระหว่างประมูลพอจะดึงได้ เช่น โครงการจัดซื้อรถน้ำหลายร้อยหรือหลายพันล้านบาท ซื้อหลายคัน กำลังดูความจำเป็นว่ามีความจำเป็นมากน้อยขนาดไหน อาจจะซื้อจำนวนน้อยลง เพื่อให้เราสามารถกระจายการใช้เงินให้ครอบคลุมได้มากที่สุด ส่วนอุโมงค์ยักษ์เป็นโครงการที่มีสัดส่วนเงินอุดหนุนกับสัดส่วนของ กทม. เป็นโครงการที่เซ็นสัญญาไปแล้ว

The post เล็งดึงงบ ‘ยุคอัศวิน’ ที่ยังไม่เซ็นสัญญามาแปรญัตติใหม่ รองผู้ว่าฯ จักกพันธ์ุชี้ หลายนโยบายชัชชาติเอกชนช่วยทำ ไม่ต้องใช้งบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: อัศวิน แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ ขอประชาชนไว้ใจชัชชาติ | THE STANDARD https://thestandard.co/bkk-election-2022-asawin-kwanmuang-42/ Sun, 22 May 2022 13:24:47 +0000 https://thestandard.co/?p=632307 อัศวิน ขวัญเมือง

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/vid […]

The post ชมคลิป: อัศวิน แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ ขอประชาชนไว้ใจชัชชาติ | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวิน ขวัญเมือง

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

 

ตัดต่อ: วชิระ มากทรัพย์

 


 

• เช็กผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2565 แบบ​เรียลไทม์​ ได้ที่ ​https://bkkelection2022.wevis.info/map/ 

• เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2565’ – THE STANDARD BKK Election 2022 ได้ที่ https://thestandard.co/bkkelection2022/ 

The post ชมคลิป: อัศวิน แถลงยอมรับความพ่ายแพ้ ขอประชาชนไว้ใจชัชชาติ | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อัศวิน’ ยอมรับความพ่ายแพ้ ขอบคุณทุกคะแนน และฝากนโยบายไว้กับ ‘ชัชชาติ’ https://thestandard.co/bkk-election-2022-asawin-kwanmuang-41/ Sun, 22 May 2022 13:21:10 +0000 https://thestandard.co/?p=632299 อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (22 พฤษภาคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู […]

The post ‘อัศวิน’ ยอมรับความพ่ายแพ้ ขอบคุณทุกคะแนน และฝากนโยบายไว้กับ ‘ชัชชาติ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (22 พฤษภาคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) หมายเลข 6 เปิดแถลงข่าวเมื่อเวลา 19.30 น. ที่ผ่านมา ระบุว่า ตนเข้ามาดูทีวีอยู่เมื่อตอนเวลา 17.30 น. สิ่งที่เห็นอยู่จะนับไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้วก็ไม่มีปัญหา และยอมรับว่าคงสู้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ไม่ได้แล้ว

 

โดย พล.ต.อ. อัศวิน ระบุว่า อยากจะบอกสื่อและประชาชนในสิ่งที่ประชาชนตัดสินใจเลือก เราก็ให้เกียรติประชาชนที่คงจะเลือกคนที่ถูกใจและเขาเข้าใจ และเชื่อว่าชัชชาติคงชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ พล.ต.อ. อัศวิน ยังฝากสื่อมวลชนไปถึงประชาชนว่า ขอขอบคุณทุกคะแนน ทุกกำลังใจ โดยจะได้คะแนนมากหรือน้อยไม่ใช่ปัญหา ถือว่าประชาชนให้ความไว้วางใจเราเป็นบางส่วนแล้ว นอกจากนี้ยังฝากนโยบายของตนไว้กับชัชชาติว่า สิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนก็ฝากไว้ด้วย ช่วยต่อยอดสิ่งที่ทำเอาไว้ รวมถึงประชาชนก็ต้องมั่นใจในตัวชัชชาติด้วย

 

เมื่อถูกถามว่า แปลกใจหรือไม่ที่ได้ผลแบบนี้ พล.ต.อ. อัศวิน ระบุว่า ไม่ได้แปลกใจที่มีผลแบบนี้ ตนพูดอยู่ตลอดเวลาว่าเราให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน เสมือนกีฬาที่แพ้ก็ไม่เป็นไร ชนะก็ดี เพราะเราตัดสินใจมาเลือกแล้ว

 

“มันไม่มีชนะ 30 คนหรอก มันต้องมีชนะ 1 แพ้ 29 คน ไม่ได้แปลกใจ ยอมรับคำตัดสินของประชาชน” พล.ต.อ. อัศวิน ระบุ

 

อัศวิน ขวัญเมือง อัศวิน ขวัญเมือง อัศวิน ขวัญเมือง อัศวิน ขวัญเมือง

 


 

• เช็กผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2565 แบบ​เรียลไทม์​ ได้ที่ ​https://bkkelection2022.wevis.info/map/ 

• เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2565’ – THE STANDARD BKK Election 2022 ได้ที่ https://thestandard.co/bkkelection2022/ 

The post ‘อัศวิน’ ยอมรับความพ่ายแพ้ ขอบคุณทุกคะแนน และฝากนโยบายไว้กับ ‘ชัชชาติ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2565​ https://thestandard.co/bkk-election-2022-realtime-results/ Sun, 22 May 2022 10:45:48 +0000 https://thestandard.co/?p=632183 ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปิดหีบเลือกตั้งไปเรียบร้อย และ […]

The post ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2565​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปิดหีบเลือกตั้งไปเรียบร้อย และ 5 ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุด (TOP 5) จากผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อย่างไม่เป็นทางการของสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กทม. ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2565 เวลา 23.10 น. (ซึ่งนับแล้ว 99.31%) ได้แก่พวกเขาเหล่านี้

 

 

และสามารถติดตามผลคะแนนผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. แบบละเอียดจัดเต็มได้อีกหนึ่งช่องทาง ผ่านหน้าเกาะติดผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ-ส.ก. บนเว็บไซต์ https://bkkelection2022.wevis.info/ โดย THE STANDARD x WeVis x Wisesight

 

หมายเหตุ: คะแนนนี้เป็นคนละชุดกับคะแนนจากอาสาสมัครตามโครงการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของสื่อมวลชน

 


 

เกาะติดผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รับชมสดได้ที่

 

 

The post ผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2565​ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สด! ชัชชาติ-อัศวิน ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 22 พ.ค. 65 รายงานสดจากหน่วยเลือกตั้ง | THE STANDARD https://thestandard.co/bkk-election-2022-14/ Sun, 22 May 2022 05:54:48 +0000 https://thestandard.co/?p=632043 ชัชชาติ-อัศวิน

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/vid […]

The post ชมคลิป: สด! ชัชชาติ-อัศวิน ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 22 พ.ค. 65 รายงานสดจากหน่วยเลือกตั้ง | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ-อัศวิน

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

 


 

• เช็กผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2565 แบบ​เรียลไทม์​ ได้ที่ ​https://bkkelection2022.wevis.info/map/ 

• เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2565’ – THE STANDARD BKK Election 2022 ได้ที่ https://thestandard.co/bkkelection2022/ 

The post ชมคลิป: สด! ชัชชาติ-อัศวิน ใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 22 พ.ค. 65 รายงานสดจากหน่วยเลือกตั้ง | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวินพร้อมลูกชายใช้สิทธิเลือกตั้ง หน่วย รร.เทพศิรินทร์ ตั้งแต่เปิดหีบ พร้อมชวน ปชช. ออกมาใช้สิทธิ https://thestandard.co/bkk-election-2022-asawin-kwanmuang-40/ Sun, 22 May 2022 02:03:00 +0000 https://thestandard.co/?p=631878 อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (22 พฤษภาคม) เวลา 08.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งโรงเ […]

The post อัศวินพร้อมลูกชายใช้สิทธิเลือกตั้ง หน่วย รร.เทพศิรินทร์ ตั้งแต่เปิดหีบ พร้อมชวน ปชช. ออกมาใช้สิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวิน ขวัญเมือง

วันนี้ (22 พฤษภาคม) เวลา 08.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง พร้อม ร.ต.อ. พงศกร ขวัญเมือง เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เป็นลำดับที่ 2 และ 3 ของหน่วยเลือกตั้ง

 

โดยวันนี้ พล.ต.อ. อัศวิน และ ร.ต.อ. พงศกร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นไม่มีลวดลาย เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว เมื่อเดินทางมาถึงฝนเริ่มตกลงทันที และเมื่อเข้าไปใช้สิทธิเรียบร้อยตามลำดับ เริ่มตั้งแต่ตรวจอุณภูมิร่างกาย ตรวจชื่อตามทะเบียนบ้าน พร้อมรับบัตรลงคะแนน พล.ต.อ. อัศวินไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน มีเพียง ร.ต.อ. พงศกรที่กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนในกรุงเทพฯ ออกมาใช้สิทธิ

 

หลังจากช่วง 08.00 น. ประชาชนทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง สำหรับเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายมีจำนวนหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 50 หน่วย มีบ้านเรือนตามทะเบียน 9,725 หลัง ยอดรวมผู้มีสิทธิเฉพาะในเขตทั้งสิ้น 32,005 คน

อัศวิน ขวัญเมือง อัศวิน ขวัญเมือง อัศวิน ขวัญเมือง อัศวิน ขวัญเมือง อัศวิน ขวัญเมือง

 


 

• เช็กผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. 2565 แบบ​เรียลไทม์​ ได้ที่ ​https://bkkelection2022.wevis.info/map/ 

• เกาะติดทุกความเคลื่อนไหว ‘เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2565’ – THE STANDARD BKK Election 2022 ได้ที่ https://thestandard.co/bkkelection2022/ 

The post อัศวินพร้อมลูกชายใช้สิทธิเลือกตั้ง หน่วย รร.เทพศิรินทร์ ตั้งแต่เปิดหีบ พร้อมชวน ปชช. ออกมาใช้สิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวินขึ้นรถแห่รอบเมืองหาคะแนนวันสุดท้าย เผยคนกรุงต้องตัดสินใจได้ แนะอย่าเลือกที่วาทกรรม ให้เลือกนักปฏิบัติ https://thestandard.co/bkk-election-2022-asawin-kwanmuang-39/ Sat, 21 May 2022 10:32:48 +0000 https://thestandard.co/?p=631759 อัศวินขึ้นรถแห่รอบเมืองหาคะแนนวันสุดท้าย

วันนี้ (21 พฤษภาคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู […]

The post อัศวินขึ้นรถแห่รอบเมืองหาคะแนนวันสุดท้าย เผยคนกรุงต้องตัดสินใจได้ แนะอย่าเลือกที่วาทกรรม ให้เลือกนักปฏิบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวินขึ้นรถแห่รอบเมืองหาคะแนนวันสุดท้าย

วันนี้ (21 พฤษภาคม) พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) หมายเลข 6 หาเสียงวันสุดท้ายด้วยการขึ้นรถแห่ปราศรัย เริ่มต้นที่แฟลตดินแดงและตลาดดินแดง ก่อนจะต่อเนื่องไปที่ห้วยขวาง ประชาสงเคราะห์ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนเลี้ยวเข้าพญาไท ผ่านสะพานควาย ตลาด อตก. เข้าเขตบางซื่อ เข้าเขตพระนคร ศรีย่าน ตลาดเทเวศร์ ขึ้นสะพานซังฮี้ สิ้นสุดที่ตึกรักษ์กรุงเทพ (ปิ่นเกล้า)

 

พล.ต.อ. อัศวินกล่าวว่า ขณะนี้สบายใจมาก เพราะได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแล้ว ส่วนการตัดสินใจเป็นสิทธิของประชนชน ตลอดการหาเสียง 57 วัน สิ่งที่สื่อสารกับประชาชนเพียงพอแล้ว เชื่อว่าประชาชนเข้าใจ และมั่นใจว่าจะรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้ ซึ่งก็เชื่อว่าผู้สมัครทุกคนก็มีความมั่นใจ 

 

ทั้งนี้อยากฝากประชาชาชนว่า อัศวินเป็นคนที่ไม่เพ้อฝัน คิดแล้วต้องทำให้ได้ คิดแล้วต้องทำได้ถึงจะพูด วันนี้ท่านต้องตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใคร จะเลือกคนพูดวาทกรรมเก่งๆ หรือจะเลือกนักปฏิบัติเก่งๆ ก้มหน้าก้มหน้าก้มตาอย่างเดียว 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีความคาดหวังเหมือนในยุคผู้ว่าฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร หรือไม่ ที่ถูกโจมตีอย่างหนัก แต่ก็สามารถกลับมาเป็นผู้ว่าต่อได้ พล.ต.อ. อัศวินกล่าวว่า หวังไว้มากกว่านั้น ลงมาสมัครก็หวังว่าจะชนะ ส่วนที่มีการให้เลือกแบบยุทธศาสตร์เทคะแนน จะรักใครชอบใครเลือกคนนั้น เลือกคนที่จะทำประโยชน์ให้กรุงเทพมหานครได้ อย่าเลือกวาทกรรม หากจะเลือกนโยบายที่จับต้องได้ต้องเลือกอัศวินที่เป็นนักปฏิบัติก้มหน้าก้มตาทำอย่างเดียว แต่หากใครเทคะแนนให้ก็ขอบคุณ  

 

ส่วนในพรุ่งนี้ พล.ต.อ. อัศวินจะไปใช้สิทธิเลือกตั้งโรงเรียนเทพศิรินทร์ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย หลังจากนั้นเดินทางกลับบ้าน และจะเดินทางมาติดตามรอการนับคะแนนที่สำนักงาน เวลา 16.00 น.

The post อัศวินขึ้นรถแห่รอบเมืองหาคะแนนวันสุดท้าย เผยคนกรุงต้องตัดสินใจได้ แนะอย่าเลือกที่วาทกรรม ให้เลือกนักปฏิบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ส่องแผนการดูแลตัวเองของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หลังจบเลือกตั้ง https://thestandard.co/bkk-election-2022-health/ Fri, 20 May 2022 13:55:17 +0000 https://thestandard.co/?p=631589 การดูแลตัวเองของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม

ต้องยอมรับว่าตลอดการเดินสายหาเสียงของเหล่าผู้สมัครรับเล […]

The post ส่องแผนการดูแลตัวเองของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หลังจบเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
การดูแลตัวเองของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม

ต้องยอมรับว่าตลอดการเดินสายหาเสียงของเหล่าผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าฯ กทม. นั้น เป็นที่สนใจแก่ประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ ที่มีสิทธิเลือกตั้งก็จะได้ทำหน้าที่ของตัวเองในการตัดสินใจเลือกผู้ว่าฯ กทม. ที่มีนโยบายตรงใจของตนเอง ซึ่งหากพลิกไปอีกมุมกับภารกิจการลงพื้นที่หาเสียงของเหล่าผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ทุกคน ที่ปีนี้มีทั้งหมด 31 คน นับว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่มีผู้สมัครมากที่สุด ทำให้การแข่งขันกันเพื่อครองใจประชาชนชาวกรุงเทพฯ นั้น ดุเดือด เต็มที่ และเหนื่อยแบบลากยาวมาตลอด THE STANDARD POP จึงอยากรู้ว่าหลังจบการเลือกตั้ง ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ละคนมีแผนการดูแลตัวเองอย่างไรหลังจบการเลือกตั้ง ซึ่งเราได้ 6 คำตอบจาก 6 คนมาดังนี้  

 

การดูแลตัวเองของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม

 

พล.ต.อ. อัศวิน ขวัญเมือง เบอร์ 6 อิสระ

“หลังจากลงพื้นที่เยอะ ถ้าหลังจากเลือกตั้งก็คงนอนเลย หาเสียงที่ผ่านมาเดินเยอะ เลยอยากนอนพักผ่อน” 

 

สกลธี ภัททิยกุล เบอร์ 3 อิสระ

“ทำตัวให้หายดำก่อนแล้วกัน ลงพื้นที่หาเสียงตัวดำขึ้นเยอะ แทบไม่ได้ดูแลตัวเอง จะไปพักผ่อนแล้วก็สปาหน้า ฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมา”

 

ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ เบอร์ 8 อิสระ

“คงไปออกกำลังกายเหมือนเดิมที่เคยทำ ไปวิ่ง ไปปั่นจักรยาน เพราะเป็นสิ่งที่ชอบอยู่แล้ว”

 

สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เบอร์ 4 พรรคประชาธิปัตย์ 

“อยากไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว พาคุณแม่ไปเข้าวัดทำบุญ แล้วก็คงพักผ่อนอยู่บ้าน”

 

น.ต. ศิธา ทิวารี เบอร์ 11 พรรคไทยสร้างไทย

“สิ่งที่ผมขาดหายไปตอนเลือกตั้งคือการออกกำลังกาย คงไปออกกำลังกาย ไปเดิน ไปวิ่ง ไปขี่จักรยาน และอยากไปพักผ่อนหย่อนใจ ท่องเที่ยวกับครอบครัว”

 

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล​

“คงทำงานต่อเลย และกินข้าวกับครอบครัว ใช้เวลากับครอบครัวซะส่วนใหญ่”

 

ภาพประกอบ: พุทธิพงศ์ โรจน์ศตพงค์

The post ส่องแผนการดูแลตัวเองของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หลังจบเลือกตั้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: #เกาะติดเลือกตั้งกทม สดจากเวทีปราศรัยโค้งสุดท้าย ‘อัศวิน ขวัญเมือง’ (ต่อ) | THE STANDARD https://thestandard.co/bkk-election-2022-asawin-kwanmuang-37/ Fri, 20 May 2022 12:23:24 +0000 https://thestandard.co/?p=631554 อัศวิน ขวัญเมือง

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/vid […]

The post ชมคลิป: #เกาะติดเลือกตั้งกทม สดจากเวทีปราศรัยโค้งสุดท้าย ‘อัศวิน ขวัญเมือง’ (ต่อ) | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
อัศวิน ขวัญเมือง

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: #เกาะติดเลือกตั้งกทม สดจากเวทีปราศรัยโค้งสุดท้าย ‘อัศวิน ขวัญเมือง’ (ต่อ) | THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>